<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://prachatai.com/">
  <channel>
    <title>ประชาไท</title>
    <link>https://prachatai.com/</link>
    <description/>
    <language>th</language>
    
    <item>
  <title>‘พัฒนาชีวิตคนเกาะรัตนโกสินทร์’ ชื่อหรูปฏิบัติการฟ้าผ่า ‘ย้ายคนไร้บ้าน’ ‘ไม่มีงานทำ’ แกนปัญหาที่ไม่เคยแก้ได้</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118885</link>
  <description>&lt;span&gt;‘พัฒนาชีวิตคนเกาะรัตนโกสินทร์’ ชื่อหรูปฏิบัติการฟ้าผ่า ‘ย้ายคนไร้บ้าน’ ‘ไม่มีงานทำ’ แกนปัญหาที่ไม่เคยแก้ได้&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เรื่อง: ศศิธร อักษรวิลัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพปกถ่ายโดย ภัทรภร ผ่องอําไพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-25T12:34:32+07:00" title="Friday, September 25, 2026 - 12:34"&gt;Fri, 2026-09-25 - 12:34&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;‘เกาะรัตนโกสินทร์’ สถานที่สำคัญอันเป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจและอัตลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร กำลังเดินทางสู่จุดเปลี่ยนผ่านสำคัญ ทั้งการปรับภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนแปลงรูปแบบตึก สร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ไหนจะงานสำคัญงานใหญ่ที่สนามหลวง ซึ่งนั่นยังส่งผลต่อชีวิตของผู้คน(ไร้บ้าน)บริเวณนั้นอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่มีงานที่สนามหลวง ถ้าไม่อยู่ข้างใน (บ้านอิ่มใจ) ก็โดนจับ โดนไล่ไปไกลๆ&amp;nbsp; ถ้าไม่จับก็อยู่ข้างนอก ถ้าเขาจัดระเบียบก็อยู่ข้างใน”&amp;nbsp;&amp;nbsp;พงศ์ คนไร้บ้านที่อาศัยแบบรายวันในบ้านอิ่มใจ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏภาพจากเพจของ กทม. ที่มีเทศกิจ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจำนวนมาก ลงพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะถนนราชดำเนิน ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ในหน้าสื่อ โดยสื่อหลายสำนักพาดหัวว่าเป็นการ “จัดระเบียบคนไร้บ้าน”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55546936672_edc9b422ac_o.jpg?s=eyJpIjo1NTU0NjkzNjY3MiwiZSI6MTc5MDMxODUxNSwicyI6IjkwNjBhNjNhODczNzRjZTJjNDcxN2VkODEzODUzNzRlOTVkZGQzMmMiLCJ2IjoxfQ" width="1080" height="810" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55546936967_a44c9a3547_o.jpg?s=eyJpIjo1NTU0NjkzNjk2NywiZSI6MTc5MDMxODc4NCwicyI6Ijc2OWY0ZGZmYWM3ZWRiOTRkMzAxOWJiN2NjNWYxZmU5YjgxZjQyN2EiLCJ2IjoxfQ" width="1477" height="1108" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;กทม. ลงพื้นที่เชิงรุก รับฟังความต้องการของคนไร้บ้าน-คนไร้ที่พึ่ง เพื่อเชื่อมต่อการช่วยเหลือ-พร้อมสร้างโอกาสด้านอาชีพ ควบคู่จัดการพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ (ภาพเมื่อ 30 ส.ค. 2569 จากเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1NPdTLnBxP/"&gt;กรุงเทพมหานคร&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้นโลกออนไลน์ก็เกิดเสียง&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1DPZMRvLcv/"&gt;วิพากษ์&lt;/a&gt;วิจารณ์อย่างมากเรื่องการนำเจ้าหน้าที่ความมั่นคงมาด้วย อีกทั้งหลายฝ่ายก็มองว่าเป็นการซุกปัญหาการจัดระเบียบแบบนี้ไม่เคยแก้ปัญหาคนไร้บ้านในที่สาธารณะได้จริงๆ กลับเป็นแค่เป็นการไล่ให้คนไร้บ้านไปอยู่ที่อื่นแทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปฏิบัติการในครั้งนี้&lt;a href="https://web.facebook.com/share/p/1M7e966ZLr/"&gt;กทม.&lt;/a&gt;ระบุว่าเป็นการร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ กทม. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำรวจ ทหาร และทีมแพทย์ ลงพื้นที่คัดกรอง ช่วยเหลือและส่งต่อคนไร้บ้าน โดยยึดความสมัครใจ&amp;nbsp;ด้านผู้ว่า กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ย้ำว่าเป้าหมายไม่ใช่การจับกุม แต่คือการช่วยให้ประชาชนเข้าสู่ระบบการดูแล และมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ภาพจำยังชัดเจน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ภาพของตำรวจทหารที่ลงพื้นที่เช่นนี้ เป็นภาพที่สร้างความเข็ดขยาดให้กับคนไร้บ้านอย่างมาก เพราะเมื่อช่วงประมาณ 20 ปีก่อน ก็มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในเครื่องแบบลงพื้นที่ไล่จับ กวาดต้อน คนไร้บ้านให้เข้าไปอยู่สถานสงเคราะห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขามาเราก็วิ่งหนี ถ้าไม่หนีก็โดนจับ ของที่ซื้อมาขาย (เจ้าหน้าที่) ก็เอาไป ดิฉันวิ่งหนี เพื่อนก็โดน (เจ้าหน้าที่เอาตัวไป) ไม่รู้ว่าเขาเอาไปไว้ที่ไหน เขาหายไปเลย”&amp;nbsp;อ้อย อดีตคนไร้บ้านผู้ประสบภัยจากการจัดระเบียบคนไร้บ้านเมื่อปี 2551 เล่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนป๋อง บอกว่าอยู่บริเวณสนามหลวงมาตั้งแต่ปี 2525 สมัยก่อนเป็นการไล่จับแบบจู่โจม ป๋องไม่เคยถูกจับเพราะหนีไปก่อน แต่พอหยุดกวาดล้างก็กลับมาอยู่ที่เดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขาพาไปที่อยู่ที่กินก็จริง แต่มันไม่มีงานทำ มันต้องมีงานทำ มีที่อาศัย มีที่รักษาโรค” ป๋องว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นี่คือภาพจำ ‘การจัดระเบียบคนไร้บ้าน’ ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดภาพเช่นนี้ขึ้นอีกครั้งในปี 2569&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ไม่ได้จัดระเบียบ แต่ ‘พัฒนาชีวิตคนเกาะรัตนโกสินทร์’ ?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“การใช้เจ้าหน้าที่นอกจาก พม. (กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) หรือ กทม.ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ มันเป็นการลิดรอนสิทธิศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขา พี่น้องคนไร้บ้านเขาไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่เขาเป็นคนจนที่ไม่รู้จะไปไหน”&amp;nbsp;สมพร หาญพรม&amp;nbsp;หัวหน้าโครงการคนไร้บ้าน มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สมพรชี้ว่านี่เป็นการตีตราว่าคนไร้บ้านต้องถูกจัดการ ยิ่งในสังคมที่ไม่เข้าใจคนไร้บ้านก็ยิ่งทำให้เกิดความไม่เข้าใจมากขึ้น การสร้างมุมมองแบบนี้ทำให้สังคมมองคนไร้บ้านว่าเป็นปัญหา สุดท้ายจะเป็นการสร้างความหวาดระแวงคนไร้บ้านแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สมพรยังเล่าถึงการกระจายตัวของคนไร้บ้านว่า คนที่พอมีกำลังก็เคลื่อนย้ายไปอยู่ที่อื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฐาปนีย์ ศิริสมบูรณ์&amp;nbsp; ผอ.ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต กทม. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุว่า ที่จริงแล้วปฏิบัติการนี้ชื่อว่า ‘การยกระดับคุณภาพชีวิตคนในเกาะรัตนโกสินทร์’&amp;nbsp;และย้ำว่านี่ไม่ใช่ ‘การจัดระเบียบ’ ซึ่งเป็นคำที่รุนแรง ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับ ‘การปรับภูมิทัศน์เกาะรัตนโกสินทร์’ เพื่อให้เอื้อต่อการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ และแถวถนนราชดำเนินก็เป็นบริเวณที่มีคนไร้บ้านอยู่จำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฐาปนีย์กล่าวถึงรูปแบบการทำงานว่า แต่ละส่วนมีอำนาจแบบไหนก็ดำเนินการไปตามนั้น เรื่องของการจัดระเบียบพื้นที่เป็นความรับผิดชอบของ กทม. ส่วนการคุ้มครองคนไร้บ้านจะเป็นหน้าที่ของ พม. ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เทศกิจจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ&amp;nbsp; และหากคนไร้บ้านยินยอมที่จะได้รับความคุ้มครองก็จะเป็นการส่งต่อให้ พม.ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีคนไร้บ้านเข้าสู่ระบบคัดกรองแล้ว 97 ราย ฐาปนีย์ว่า ตัวเลขดังกล่าวถือว่ายังน้อย ครั้งนี้เป็น&amp;nbsp; ‘การเชิญชวน’ ให้คนไร้บ้านเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองที่มีให้เลือกทั้ง ‘บ้านอิ่มใจ’ และศูนย์คุ้มครองของ พม. ส่วนใหญ่คนไร้บ้านเลือกไปอยู่บ้านอิ่มใจ แต่เนื่องจากว่าปฏิบัติการมีหลายหน่วยงานรวมทั้งทั้งทหารและตำรวจในเครื่องแบบ ภาพที่ออกมาจึงดูน่ากลัวและสื่อไปในทางบังคับ ใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ปลายทางคือเราต้องการให้คนไร้บ้านหลุดพ้นจากการเป็นคนไร้บ้าน ความเป็นระเบียบเรียบร้อยก็ส่วนหนึ่งในเชิงพื้นที่ แต่เรามองเรื่องการให้โอกาส สร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อกลับไปสู่สังคมมากกว่าจะกลับไปเป็นคนไร้บ้าน”&amp;nbsp;ตัวแทนจาก พม.กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;‘โครงการบ้านอิ่มใจ’ รองรับการเข้าพักได้วันละ 200 คน ผู้ที่จะเข้าพักต้องเข้าฝึกอาชีพและการออมเงินเป็นเวลา 7 วัน โดยจะอาศัยอยู่ที่นี่ได้สูงสุดเพียง 2 เดือน ส่วนผู้ที่ไม่ต้องการเข้าฝึกอาชีพก็จะอยู่ได้ชั่วคราวเป็นรายวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เปิดโครงการครั้งแรกวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 ต่อมา 14 มีนาคม 2562 ในสมัยที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ มีมติให้คืนพื้นที่ประปาแม้นศรี(เดิม) ให้กับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในเดือนกันยายน 2562 เนื่องจาก กทม. เช่าพื้นที่ดังกล่าวในอัตราปีละ 28 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2555 – 2562 แต่กลับใช้พื้นที่ไม่คุ้มค่าประกอบกับคนไร้ที่พึ่งเข้าพักอาศัยอยู่ไม่มาก ในครั้งนั้น กทม. กำหนดให้คนไร้ที่พึ่งออกภายในเดือนมิถุนายน 2562&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จนกระทั่ง 29 กุมภาพันธ์ 2567 ปรากฏข่าวเกี่ยวกับโครงการบ้านอิ่มใจอีกครั้ง โดย&lt;a href="https://pr-bangkok.com/?p=279492"&gt;ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน มีแผนจะเปิดให้บริการโดยกลับไปเช่าพื้นที่สำนักการประปาสาขาแม้นศรี(เดิม)&lt;/a&gt; กับสำนักงานทรัพย์สินฯ อีกครั้งเป็นสัญญาเช่า 30 ปี ภายหลังได้กลับมาดำเนินการอีกครั้งภายใต้ กทม.และองค์กรภาคีที่ทำงานกับคนไร้บ้าน เช่น มูลนิธิอิสรชน มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เป็นต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ที่พักและดูแลคนไร้บ้าน/ไร้ที่พึ่งอย่างเป็นระบบ โดยเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55548357085_807bbef853_o.jpg?s=eyJpIjo1NTU0ODM1NzA4NSwiZSI6MTc5MDMxODg1OCwicyI6ImRiMmI5MDE0ZTc3OTMwMTZjMDQ0ZTI0OTZhN2U1NGJjMTliNzI1NDkiLCJ2IjoxfQ" width="2048" height="1367" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/share/1Jf7NQQKxv/"&gt;บ้านอิ่มใจ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ตั้งทีมแก้ปัญหา แต่ (ยัง) ไร้เจ้าภาพ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. ชี้แจงว่า กทม. ไม่ได้ใช้คำว่า ‘จัดระเบียบ’ การจัดระเบียบเดียวที่ กทม.ใช้คือการจัดระเบียบการแจกอาหาร ซึ่งพูดมาก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่อยากให้แจกในที่สาธารณะ แต่อยากให้แจกอาหารในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ต้องบอกว่าการดูแลพื้นที่สาธารณะ ทางเทศกิจนำโดย กทม.ก็ทำปกติอยู่แล้ว” ศานนท์กล่าวต่ออีกว่าตนไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นเพราะมีกรณีของการทะเลาะวิวาทเยอะมากผิดปกติ ทำให้เจ้าหน้าที่เวลาต้องเดินไปตรวจ 2-3 คน รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงเป็นที่มาของการที่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมาช่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รองผู้ว่าฯ กทม. มองว่าถ้าการลงมือทำตอนนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะทำตอนไหน อีกทั้งตอนนี้ยังมีการตั้งทีมสหวิชาชีพ (MDT) ที่มีหลายหน่วยหลายองค์กรมาร่วม กทม.ก็ต้องรับผิดชอบเรื่องการปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมมากขึ้น และต้องหาทางออกระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;MDT คือทีมสหวิชาชีพที่ตั้งขึ้นมาช่วยเหลือเคส&amp;nbsp;และกำลังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ในทีมประกอบด้วยนักสังคมสงเคราะห์ จาก พม. นักอนามัยจากสำนักการแพทย์ กทม. และเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพจิตจากกรมสุขภาพจิต รวมถึงนักกฎหมาย มาประชุมร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความท้าทายที่สุดก็คือ ‘ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพ’ ศานนท์ระบุว่าหากจะให้ กทม.เป็นเจ้าภาพเลยก็จะเป็นการดำเนินการมากกว่าที่ กทม.มีอำนาจทำได้ ส่วนทีมสหวิชาชีพก็ยังถือว่าเป็นเฉพาะกิจ โดยธรรมชาติแล้วงานที่รวมหลายภาคส่วน มักจะไม่มีเจ้าภาพ พอเริ่มลงมือทำเลยเป็นลักษณะดำเนินงานตามวาระเป็นครั้งๆ ไป จึงควรมีการออกแบบกลไกให้ชัดเจนว่าใครรับผิดชอบส่วนไหน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;สั่งลงมาแล้วปฏิบัติเลย?&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ภาพของปฏิบัติการดังกล่าว ไม่เพียงแต่สร้างความตกใจให้สาธารณชน แต่ยังรวมไปถึงองค์กรเอกชนที่ดูแลและทำงานกับคนไร้บ้านด้วย ราวกับว่าครั้งนี้มีการสั่งการลงมาแล้วลงมือปฏิบัติเลยอย่างไรอย่างนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อัจฉรา สรวารี เลขาธิการมูลนิธิอิสรชน ซึ่งทำงานกับคนไร้บ้านบริเวณถนนราชดำเนิน&amp;nbsp; ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีการพูดคุยมาก่อนหน้า และไม่คิดว่าในวันแรกของการจัดระเบียบจะมีตำรวจทหาร 10-20 นาย ลงพื้นที่เดินตามตรอกซอกซอย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ไม่ต้องเดินไปหรอก แค่ตั้งแถว พี่น้องคนไร้บ้านที่พอลุกขยับได้เขาก็จะออกจากพื้นที่ด้วยความกลัวแล้ว ภาพนั้นมันเป็นการทำลายการทำงานร่วมกันในอดีต ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน ที่เราพยายามมาหลายๆ ปีหลังโควิด ในการชวนพี่น้องคนไร้บ้านเข้าสู่ระบบ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อัจฉราระบุว่า การจัดระเบียบครั้งนี้ราวกับว่ามีหน่วยงานหนึ่งสั่งการมา ส่วนอีกหน่วยงานหนึ่งก็ยังไม่รู้ว่ามีการสั่งการไปแล้ว และในช่วงที่มีการจัดระเบียบ อัจฉราระบุว่า เต็นท์จุดดร็อปอินของมูลนิธิอิสรชนในตรอกสาเกที่เป็นจุดช่วยเหลือคนไร้บ้านมาหลายปีถูกสั่งรื้อไปด้วย แต่ต่อมากลับมีการให้หน่วยงานอื่นมาตั้งเต็นท์ขายของในพื้นที่เดิมแทน ซึ่งรองผู้ว่าฯ เผยภายหลังว่าตนก็ยังไม่ทราบเรื่องนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“วันแรกนึกว่าผู้ก่อการร้ายเกิดขึ้นที่ตรอกสาเก แค่ไม่มีอาวุธปืน”&amp;nbsp;อัจฉราให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับประชาไทถึงวันที่มีการจัดระเบียบเริ่มต้นที่ตรอกสาเก พร้อมย้ำว่าเมื่อเอาคนไร้บ้านออกจากพื้นที่สาธารณะแล้ว ต้องมีคำตอบให้ด้วยว่าจะไปทางไหนต่อ แต่ตอนนี้ไม่มีกลไกให้ไปไหนได้เลย พูดง่าย ๆ ว่า&amp;nbsp;“ตัน”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เนื่องจากว่าทางเครือข่ายไม่ได้รับความชัดเจนเรื่องกรอบเวลาและพื้นที่ในการปฏิบัติการ มีแค่การระบุกว้างๆ ว่าจะทำไปเรื่อยๆ ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งในตอนนี้เขตอื่นนอกเกาะรัตนโกสินทร์ เช่น บางพลัด ก็เริ่มทำแบบเดียวกันแล้ว อัจฉราแสดงความกังวลว่า ถ้าพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด เห็นว่าโมเดลนี้ได้ผล ก็อาจจะทำตาม สุดท้ายจะเป็นการทำลายความพยายามที่จะสู้ให้เกิดระบบสวัสดิการ ระบบช่วยเหลือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อทางการให้เหตุผลว่าการจัดระเบียบพื้นที่ในกรุงเทพฯ เป็นหน้าที่ตามปกติของ กทม.อยู่แล้ว จึงเกิดคำถามว่าในการปรับภูมิทัศน์รอบนี้มีความเร่งด่วนมากน้อยเพียงใดจึงทำให้ต้องมีกระบวนการรวบรัดเช่นนี้ เพราะปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้ประสานไปทางเครือข่ายภาคเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านศานนท์ระบุว่า ตนก็ไม่ทราบถึงเหตุผลของความเร่งด่วนเช่นกัน ก่อนจะอธิบายว่าตอนนี้มีหลายภารกิจที่ต้องทำช่วงนี้อยู่ด้วย จึงต้องมีฝ่ายอื่นมาช่วยสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้มองเป็นโอกาส เพราะงานนี้ไม่เคยสำเร็จได้ด้วยองค์กรเดียวอยู่แล้ว นี่จึงเป็นโอกาสที่จะทำให้งานไปถึงฝั่งได้เร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนเรื่องประเด็นการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะจนก่อให้เกิดภาพเช่นนั้นออกมาก็ต้องรับข้อห่วงใยไป แม้ตนไม่ทราบเรื่องวันที่แน่ชัด รวมถึงความเข้มข้นของปฏิบัติการนี้ด้วย เมื่อมีคำถามว่าจะทำแบบนี้ต่ออีกกี่วัน รองผู้ว่าฯ กทม.รับอย่างติดตลกว่า ไม่สามารถตอบแน่ชัดได้ พร้อมระบุว่าพื้นที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ต้องดูแลอยู่แล้ว ต้องทำไปต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;หัวใจสำคัญคือ มีงานทำ&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ปลายทางของปฏิบัติการนี้คือ ‘การเชิญชวน’ คนไร้บ้านเข้าสู่สถานคุ้มครองที่จัดไว้ให้เพื่อ ‘ยกระดับคุณภาพชีวิต’ ฟังดูเป็นเรื่องที่ดีที่คนไร้บ้านจะได้ไม่ต้องอยู่ข้างนอก แต่สังคมไม่ได้เข้าใจกระบวนการข้างในนั้น ไม่เข้าใจว่า เมื่อมีบ้านอุ่นใจให้เข้าไปอยู่แล้ว จะออกมานอนข้างนอกอีกทำไม นั่นก็เพราะแท้จริงแล้ว มันไม่มีต้นทุนให้ไปต่อ ไม่ต่างจากการถูกทิ้งไว้กลางทางแบบงงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิทธิพล ชูประจง&amp;nbsp;หัวหน้าโครงการ ‘จ้างวานข้า’ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า กลไกในบ้านอิ่มใจตอนนี้เน้นไปที่การฝึกอาชีพที่ไม่นำไปสู่การถูกจ้างงาน ไม่มีตลาดงานรองรับ คนไร้บ้านก็รู้ว่าฝึกไปก็ไม่ได้อะไร แต่ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขการฝึกอาชีพ เพราะเป็นเงื่อนไขการเข้าบ้านอิ่มใจ&amp;nbsp; ส่วนคนที่ไม่ฝึกอาชีพก็ต้องลงทะเบียนเข้าพักรายวันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิทธิพลเล่าว่า การจัดระเบียบล่าสุด คนไร้บ้านส่วนมากเลือกไปบ้านอิ่มใจ แม้มีที่พัก อาหาร ห้องอาบน้ำ แต่พอเข้าไปจริงๆ ก็วุ่ยวายพอสมควร เพราะการจัดระเบียบครั้งนี้ไม่สามารถทำให้คนได้เข้าถึงที่นอนที่เหมาะสมได้ ส่วนหนึ่งต้องออกมานอนภายนอกอาคาร นอนพื้น เหมือนคนไร้บ้านปกติที่อาศัยอยู่ข้างนอก ซึ่งเป็นภาพที่แทบจะกลายเป็นความปกติของสถานคุ้มครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากสถิติปัจจุบัน สถานคุ้มครองคนไร้บ้าน/ไร้ที่พึ่งมี 11 แห่งทั่วประเทศ เพดานสูงสุดที่แต่ละที่รับได้คือประมาณ 300 แต่มีคนไปอยู่จริงประมาณ 500 คน ทำให้ต้องมีการเฉลี่ยทรัพยากร ถ้าหากต้องรับคนไร้บ้านเข้าไปอยู่ ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย คนที่เข้าไปอยู่ในสถานคุ้มครองมีหลากหลายมาก อีกทั้งนิยมของคำว่า ‘คนไร้ที่พึ่ง’ มีความหมายกว้าง สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือคนพิการก็ไหลไปสู่สถานคุ้มครองหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิทธิพลระบุว่า 80% ของ 11 แห่งทั่วประเทศ เป็นผู้ป่วยจิตเวชที่ต้องถูกฟื้นฟู ซึ่งคนปกติที่เป็นคนไร้บ้านก็ไม่อยากอยู่ร่วมกับผู้ป่วย ประกอบกับสถานคุ้มครองไม่มีกลไกที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตพวกเขาได้จริง ในปีๆ หนึ่ง คนที่ได้ออกจากสถานคุ้มครองแบบมีอาชีพ มีงานทำ แต่ละแห่งนั้นมีไม่เกิน 10 คน ส่วนคนที่เป็นผู้ป่วยจิตเวชมักจะเป็นการอยู่ระยะยาว เพราะไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตข้างนอกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ต้องมีการส่งต่อคนเพื่อไปยังกลุ่มที่ตรงตามเป้าหมาย เช่น คนพิการก็ต้องถูกโอนย้ายไปสถานสงเคราะห์ของคนพิการ แต่ประเด็นสำคัญของ พม. คือไม่สามารถถ่ายโอนไปได้ ซึ่งนี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในในกระทรวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากที่สิทธิพลเล่ามา พงศ์เป็นตัวอย่างที่ฉายให้เห็นภาพชัดที่สุดของชีวิตในบ้านอิ่มใจ เขาเล่าว่าเลือกนอนตรงแท็งก์น้ำข้างนอกอาคาร เป็นการลงทะเบียนรายวัน เพราะไม่อยากลงเรียนฝึกอาชีพ 7 วันตามเงื่อนไข ส่วนการนอนก็นอนตามมีตามเกิด ไม่มีที่นอนให้ ต้องเอาเสื่อปู มีหมอนของตัวเองมา ส่วนห้องน้ำก็มีรถห้องน้ำของ กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พอฝนตกก็เข้าหลบฝนใต้อาคาร ฝนหยุดค่อยออกมาใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้สถานการณ์จะไม่ต่างจากนอนข้างนอกมากนัก แต่พงศ์เล่าว่าในบ้านอิ่มใจมีข้าวแจก ถ้าอยู่ข้างนอกก็อาจจะเสี่ยงโดนเทศกิจหรือทหารมาจับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านสมพร&amp;nbsp;จากมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ระบุว่าคนไร้บ้านไม่ได้ต้องการที่อยู่ไปวันๆ แต่ต้องการงานที่มีรายได้มากพอเพื่อเข้าถึงที่อยู่อาศัยเองได้ เพราะนั่นคือทางที่จะทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองมีศักดิ์ศรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อมีรายได้แล้วคนไร้บ้านก็จะคิดต่อได้เองว่าจะไปทางไหนต่อ ส่วนการจัดหาที่อยู่อาศัยให้ก็จำเป็น ในแง่ของที่พักชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น ที่พักฉุกเฉิน สำหรับคนที่มีความพร้อมขยับขยาย ตอนนี้มีโครงการที่เริ่มทำบ้างแล้ว คือโครงการอุดหนุนที่อยู่อาศัยที่เป็นห้องเช่าคนละครึ่ง สมพรชี้ว่าโครงการแบบนี้จะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์กว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยสรุปคือ ต้องทำให้คนไร้บ้านเห็นทางที่จะไปต่อ ดีกว่าเราไปบอกแค่ว่าต้องมาอยู่ที่นี่&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;แก้ทีไรเจอทางตัน (ทุกรอบ)&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในวันนี้ หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าสิ่งที่ต้องยอมรับก็คือกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือก่อนมีปฏิบัติการเช่นนี้ ควรเตรียมกลไกให้พร้อมไว้ก่อน ไม่ใช่พอจัดระเบียบเสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จัดระเบียบคนไร้บ้านแล้วเจอทางตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุดท้ายแล้วการจัดระเบียบครั้งนี้ก็คือการเอาคนไร้บ้านออกจากพื้นที่ (เพื่อเข้าสถานคุ้มครอง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งอาจเห็นผล แต่จะเห็นได้ว่าถ้าไม่มีรัฐสวัสดิการหรือกลไกเพื่อสนับสนุนให้คนไร้บ้านมีหนทางไปต่อ สุดท้ายการแก้ปัญหาก็ไม่ยั่งยืน คนที่ถูกเลิกจ้างตอนอายุ 40-50 ปีแล้วไม่มีรายได้ หรือเจ็บป่วย หรือแม้แต่คนไร้บ้านหน้าเก่าที่เคยหลุดจากความเป็นคนไร้บ้านไปแล้ว ก็อาจจะจบลงอยู่ข้างถนนได้เหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;*เนื้อหาส่วนหนึ่งมาจากงานเสวนา “จัดระเบียบคนไร้บ้าน การปฏิบัติและทางเลือก” จัดโดยคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;คนไร้บ้าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;กรุงเทพมหานคร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;บ้านอิ่มใจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;มูลนิธิอิสรชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;อัจฉรา สรวารี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C-%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D" hreflang="th"&gt;ศานนท์ หวังสร้างบุญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3-%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สมพร หาญพรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 25 Sep 2026 05:34:32 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118885 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118885#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ฟังเพลง อ่านวรรณกรรม ภาพแทนผู้ให้บริการทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย EP.645</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118870</link>
  <description>&lt;span&gt;ฟังเพลง อ่านวรรณกรรม ภาพแทนผู้ให้บริการทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย EP.645&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-20T15:41:27+07:00" title="Sunday, September 20, 2026 - 15:41"&gt;Sun, 2026-09-20 - 15:41&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/8BEXtvAE_0c?si=B01wdtu002-BXMYq" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทย [Live] EP นี้ ชวนอ่านงานวิจัย “Representation of prostitutes in Thai songs, 2019–2024” (2025) โดยจุฑาคภัสติ์ รัตนพันธ์, กวินสรา สุดใจ และกฤษฎา กันติชล ซึ่งวิเคราะห์เพลงไทย 8 เพลงระหว่างปี 2562–2567 ได้แก่ ชีวิตเมียเช่า, กระดังงาเกรียมไฟ, ผู้หญิงขายตัวไม่ได้ชั่วทุกคน, โสเภณีราคาถูก, อยากเป็นโสเภณี, หญิงขายบริการ, จากใจกะหรี่ และ โสเภณีหม้าย เพื่อสำรวจว่าเพลงสร้างภาพ “ผู้หญิงขายบริการ” อย่างไร ตั้งแต่ภาพของเหยื่อความยากจน ผู้ถูกตีตรา และสินค้าทางเพศ ไปจนถึงผู้หญิงที่สามารถต่อรอง ต่อต้าน และช่วงชิงความหมายของตัวเองกลับคืน ท่ามกลางการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิและการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับงานบริการทางเพศในสังคมไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;งานศึกษาชิ้นคือ “Prostitution in Thailand: Representations in Fiction and Narrative Non-Fiction” (2015) ของ Lisa Lines ซึ่งศึกษาว่านักเขียนตะวันตกสร้างภาพผู้หญิงไทยที่ทำงานค้าบริการทางเพศอย่างไร ผ่านนิยายและสารคดีเชิงเรื่องเล่า โดยพบว่านิยายมีแนวโน้มทำให้การค้าบริการทางเพศดูโรแมนติก ลดทอนปัญหาการแสวงประโยชน์ และสร้างภาพผู้หญิงไทยผ่าน stereotype มากกว่า ขณะที่งาน non-fiction ให้ภาพที่ซับซ้อนและมีมิติมากกว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพเหมารวมสำคัญมีทั้ง “Femme Fatale” ผู้หญิงสวย เซ็กซี่ เจ้าเล่ห์ เห็นแก่เงิน และหลอกผู้ชายตะวันตก กับ “Cinderella” ผู้หญิงยากจน เปราะบาง ไร้อำนาจ และรอชายต่างชาติผู้ร่ำรวยมาช่วยชีวิต แม้สองภาพจะดูตรงข้ามกัน แต่ต่างก็ลดทอนผู้หญิงให้เหลือเป็นตัวละครในจินตนาการของผู้ชายตะวันตก มากกว่าจะเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตและความคิดซับซ้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อพิจารณางานศึกษาทั้งสอง ทำให้เกิดคำถามว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในการสร้างความหมายของ “ผู้ให้บริการทางเพศ” จากภาพผู้หญิงไทยในสายตาตะวันตก มาถึงเพลงไทยร่วมสมัยที่ยังคงมีทั้งภาพเหยื่อ ความจน การเป็นสินค้า และตราบาป แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มมีพื้นที่ให้ผู้หญิงต่อรอง ต่อต้าน และนิยามตัวเองมากขึ้น ทั้งหมดนี้ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55531784673_442d8758d3_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%93%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;โสเภณี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;เพลง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ผู้ให้บริการทางเพศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0" hreflang="th"&gt;นโยบายสาธารณะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 20 Sep 2026 08:41:27 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118870 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118870#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>โฉมหน้า ‘อนุรักษนิยมไทย’ มองผ่าน 3 มุมนักรัฐศาสตร์ สิริพรรณ-นครินทร์-ศุภมิตร</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118802</link>
  <description>&lt;span&gt;โฉมหน้า ‘อนุรักษนิยมไทย’ มองผ่าน 3 มุมนักรัฐศาสตร์ สิริพรรณ-นครินทร์-ศุภมิตร&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-18T13:41:01+07:00" title="Friday, September 18, 2026 - 13:41"&gt;Fri, 2026-09-18 - 13:41&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ในวาระครบรอบ 77 ปีของการก่อตั้งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดงานเสวนาเรื่อง “อนุรักษนิยมไทย: อะไรคืออนุรักษนิยม” เพื่อทำความเข้าใจ “อนุรักษนิยมไทย" จากหลากหลายแง่มุม โดยมีผู้ร่วมพูดคุยได้แก่ รศ.ดร.ศุภมิตร ปิติพัฒน์, ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี, ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, ศ.ดร.สมเกียรติ วันทะนะ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ณ ห้อง ร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญในการพูดคุย ได้แก่ "อนุรักษนิยมไทย" เหมือนหรือต่างจากอนุรักษนิยมในตะวันตกอย่างไร และอนุรักษนิยมไทยเจอความท้าทายแบบไหน ประชาไทสรุปใจความสำคัญของเสวนาครั้งนี้ไว้ด้านล่าง&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;อะไรคือโฉมหน้า-กายวิภาคของอนุรักษนิยมไทย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สิริพรรณ อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า จะมาพูดในฐานะที่ตนไม่เคยถูกนับว่าเป็นอนุรักษนิยม และที่สำคัญยังเป็นผู้ประสบภัยจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าอนุรักษนิยม ดังนั้นจะมาเติมในประเด็นที่ว่าจะมองอนุรักษนิยมในเชิงการเมืองสังคมไทยอย่างไร ขอเริ่มด้วย 3 คำถามคือ 1) เวลาเราพูดถึงอนุรักษนิยม อนุรักษ์อะไร 2) อนุรักษ์จากใคร 3) อนุรักษ์ด้วยวิธีการใด สามคำถามนี้จะร้อยรัดการวิเคราะห์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ แนวคิดอนุรักษนิยมไม่ได้ก่อกำเนิดมาจากสังคมไทย แต่ก่อกำเนิดมาในสังคมตะวันตก เริ่มต้นมาจากยุคที่เรียกว่า Enlightenment (ยุคแสงสว่างทางปัญญา) มีนักปรัชญาดังๆ อย่าง จอห์น ล็อก, มงแต็สกีเยอ ,ฌอง ฌากส์ รุสโซ, วอลแตร์, อิมมานูเอล คานต์ ท่านทั้งหลายตั้งคำถามที่ว่า สิทธิธรรมของผู้ปกครองคืออะไร, ประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง คำถามเหล่านี้ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเราจะรื้อถอนระเบียบเก่า ฐานันดร ศักดินาทั้งหลายอย่างไร อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส ปี 1789 ที่รื้อถอนโครงสร้างศักดินา ระเบียบเดิม ฐานันดร รวมถึงสถาบันกษัตริย์ นอกจากนั้นช่วงเวลาเดียวกัน ศตวรรษที่ 17-18 เกิดตลาดโลกและทุนนิยมที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางจนไปสั่นคลอนระเบียบเดิม อย่างเช่น ครอบครัว ชุมชน สังคม ชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วง 1790 เอ็ดมันด์ เบิร์ก ซึ่งเป็นบิดาของอนุรักษนิยมในเชิงอุดมการณ์ตั้งคำถามสำคัญว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee3aa82636376e02ec14bcff0603a91f4"&gt;เรามั่นใจได้แค่ไหนว่าเรามีความรู้มากพอรอบด้านที่จะรื้อโครงสร้างใหม่ทั้งหมด?&amp;nbsp; อย่างเช่นที่เกิดขึ้นในการปฏิวัติฝรั่งเศส 1789 อันนี้คือรากเหง้าความคิดอนุรักษนิยมแบบยุโรป&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eae997a009dd9d6eee66a3c399db85b2d"&gt;สิ่งใดบ้างที่จะถูกทำลายลงไปโดยไม่อาจหวนคืนกลับมาได้&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e204de1d9505b49217755a8995c87d75d"&gt;คนรุ่นหลังจะต้องแบกรับผลกระทบอะไรบ้างจากการรื้อถอนโครงสร้างนั้น&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ถ้าเราพูดโดยภาพรวม อาจบอกได้ว่า แนวคิดอนุรักษนิยม (Conservatism) คือ บุตรของการปฏิวัติ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพราะว่าคนจำนวนหนึ่งหลงรักอดีตแล้วอยากย้อนกลับไป เหมือนอยากไปเป็น “แม่พลอย” แต่เป็นเพราะว่าแนวคิดอนุรักษนิยมเชื่อว่าเราออกแบบระบบระเบียบของสังคมได้โดยที่ไม่ต้องรื้อถอนทั้งยวง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การจะเข้าใจแนวคิดอนุรักษนิยมบางทีจะต้องเข้าใจแนวคิดที่เป็นขั้วตรงข้ามสักเล็กน้อย สิ่งที่เป็นขั้วตรงข้ามเป็นอะไรได้บ้าง&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e89903be9c08a4675c5dcb1775067600e"&gt;อนุรักษนิยมจะตรงข้ามกับการรื้อถอนอย่างรวดเร็ว คือ Revolution&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e54936476254e3a3d5c7e334151e3648f"&gt;ในขณะเดียวกันอนุรักษนิยมอาจตรงข้ามกับเสรีนิยมในบางประเด็น ถ้าพูดถึง “ขอบเขตอำนาจ” เช่น การเคารพสิทธิประชาชน&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eb7216f06fecb9eb3939aff6033399422"&gt;อนุรักษนิยมอาจตรงข้ามกับฝ่ายก้าวหน้า ถ้ามองถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="edbf0ae08118253603ee085833154d03e"&gt;อนุรักษนิยมอาจตรงข้ามฝ่ายซ้าย ถ้าเป็นคำถามเรื่องการมองความเหลื่อมล้ำในสังคม&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ขั้วตรงข้ามเหล่านี้บางส่วนมันทับซ้อนกันอยู่ ยกตัวอย่างในสังคมไทยที่มีแนวคิดราชาชาตินิยม คนที่มีความคิดแบบชาตินิยมอาจไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร คนที่เป็นอนุรักษนิยมทางวัฒนธรรมอาจเห็นด้วยกับรัฐสวัสดิการก็ได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพื้นที่หรืออาณาบริเวณของอนุรักษนิยมค่อนข้างกว้าง ซ้อนทับ และลื่นไหลในแต่ละช่วงเวลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กายวิภาคของอนุรักษนิยมไทย มี 4 อย่าง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eed0f9d6510ae0ac2ef81ce4400259981"&gt;ในเชิงความคิด สิ่งที่อนุรักษนิยมไทยรักษามีอะไรบ้าง? ระเบียบ ลำดับชั้น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และในสังคมไทยเรามีเรื่อง “คนดี” ด้วย&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;ถามว่าอนุรักษนิยมยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ไหม อย่างของตะวันตก การเปลี่ยนแปลงคือค่อยเป็นค่อยไป แต่ของไทยค่อยเป็นค่อยไปหรือเปล่า เรื่องนี้ยังขอทิ้งเครื่องหมายคำถามไว้ แต่การเปลี่ยนแปลงที่อนุรักษนิยมไทยยอมรับ “ต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงภายใต้การกำกับควบคุมได้”&lt;/p&gt;&lt;ol start="2"&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e506a6ea1223ebf1656cef1b4f7fa6b05"&gt;ใครบ้างที่เป็นแนวร่วม? ทหาร ระบบราชการบางส่วน ปัญญาชน นักกฎหมายบางส่วน ทุนนิยมซึ่งเป็นพวกพ้องและผูกขาดเป็นหลัก สื่อมวลชน เครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นบางส่วน&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed80751ef367949e7e97588a2c5837bf2"&gt;สถาปัตยกรรมของอนุรักษนิยมออกมาในรูปแบบไหน? รัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ วุฒิสภาที่มาจากการเลือกกันเอง รวมถึงวุฒิสภาในยุคที่มาจากการเลือกคนละครึ่ง&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e003ff4e3d15e1fcc058f3f486257cf6e"&gt;ปฏิบัติการ (operation)&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่น่าสนใจคือ ปฏิบัติการของอนุรักษนิยมไทย มองว่าประสบความสำเร็จอย่างลึกล้ำมายาวนาน ผ่านการปลูกฝังความรู้ ความเชื่อ ความศรัทธา ผ่านประวัติศาสตร์ คนแรกๆ ที่นึกถึงคือพระองค์เจ้าธานีนิวัต หรือถ้าร่วมสมัยมาหน่อยคือ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือแม้แต่ภาพยนตร์ ละคร ข่าว เหล่านี้คือปฏิบัติการของอนุรักษนิยมที่ผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนุรักษนิยมไทยยังอาศัยยุทธวิธีในการสร้างศัตรูทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่องด้วย เช่น ยุค 6 ตุลา และ 14 ตุลา การบอกว่าฝ่ายตรงข้ามคือคอมมิวนิสต์ การสร้างกลุ่มนวพล-กระทิงแดง มาจนถึงวาทกรรม “นักการเมืองเลว”, การซื้อเสียง, โง่ จน เจ็บ ถ้าในยุคปัจจุบันอาจจะเป็น “พวกล้มเจ้า” และเครื่องมือที่สำคัญที่สุดคือการระดมมวลชนนำไปสู่รัฐประหาร&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;4 ข้อที่ "อนุรักษนิยมไทย" ย้อนแย้งกับแนวคิดตั้งต้นจากตะวันตก&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สิริพรรณ กล่าวว่าถ้ามองปฏิบัติการของอนุรักษนิยมไทยจะเห็นว่ามีหลายอย่างที่เป็นความย้อนแย้งและตรงข้ามกับหลายประเด็นที่เป็นรากเหง้าของอนุรักษนิยมตะวันตก&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e65ff134698a4e5d7fb50f3daac9525f2"&gt;หนึ่ง — เอ็ดมันด์ เบิร์ก ต้องการอนุรักษ์ระเบียบและความแน่นอนไว้ให้มากที่สุด&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;“แต่อนุรักษนิยมไทย ผลิตซ้ำความไม่แน่นอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยการยุบพรรค ตัดสิทธินักการเมือง&amp;nbsp; การยุบพรรคแต่ละครั้ง มันไม่เคยทำลายพรรคได้อย่างสิ้นเชิง เพราะพรรคก็จะกลับมา การยุบพรรค ตัดสิทธินักการเมืองทำให้หัวหายไป แต่ตัวฐานเสียงยังอยู่”&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e1c06f8130b68c976b5d640dc3fd3009f"&gt;สอง —&amp;nbsp; รากเหง้าของอนุรักษนิยมตะวันตกคือการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป “แต่อนุรักษนิยมไทยไม่ลังเลเลยที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันด้วยการรัฐประหาร”&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e8f3e6d41b4d2e7e0db53170fe4162448"&gt;สาม -– เอ็ดมันด์ เบิร์ก เคยตั้งคำถามว่าเรามั่นใจได้อย่างไรว่าเรามีความรู้พอที่จะออกแบบกฎกติกาใหม่ทั้งหลายทั้งปวงในทันที&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;“แต่อนุรักษนิยมไทยมั่นหน้ามาก สามารถร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คือฉีกของเก่า และร่างใหม่ได้ตลอดเวลา โดยไม่เคยตั้งคำถามว่าเรามีความรู้มากพอหรือระมัดระวังแค่ไหนในการออกแบบกฎกติกาใหม่ นี่คือความย้อนแย้งอย่างถึงที่สุดของอนุรักษนิยมไทย”&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2f0d92b7e3966973dfd694a5707f82f6"&gt;สี่ — รากฐานของอนุรักษนิยมตะวันตกคือยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ ยอมรับการเลือกตั้งได้ แม้จะแพ้ แต่ขอให้กติกาดำรงอยู่&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;“แต่อนุรักษนิยมไทย ยอมรับการเลือกตั้งได้ถ้าชนะ แต่ถ้าแพ้ จะใช้วิธีอื่น และไม่ลังเลที่จะใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันทันใด และอาจเป็นความรุนแรงด้วย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิริพรรณกล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัวมองว่าชนชั้นนำไทยและอนุรักษนิยมไทยไม่ได้มีความเป็นเอกภาพหนึ่งเดียว operation ใดๆ ไม่ได้มีสายการบังคับบัญชาเป็น single command แต่ว่าสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามการรับรู้ของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จึงนำมาสู่ประเด็นว่า ถ้ามองโฉมหน้าอนุรักษนิยมไทยในทางการเมือง อาจจำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec12691768422a7134619f1459f6248dd"&gt;อนุรักษนิยมเชิงหลักการ กลุ่มนี้ยอมเสียอำนาจเพื่อรักษากติกา-รักษาความต่อเนื่องของสิ่งที่เขาเห็นคุณค่า&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e1cb290ad6c5804ee019009e0caaedd06"&gt;อนุรักษนิยม “การละคร”&amp;nbsp;ฉวยใช้แนวคิดอนุรักษนิยมเพื่ออ้างว่าต้องการปกป้องสิ่งที่มีคุณค่า แต่จริงๆ แล้วใช้เป็นเครื่องมือเข้าสู่อำนาจ ไม่สนใจว่ากติกาจะเป็นแบบไหน พร้อมเข้าไปยึดกุมอำนาจ แม้แต่ทำลายกติกาเพื่อให้อำนาจอยู่ในกลุ่มของตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e0d5f51dc84be31595b97bc26fce27e59"&gt;อนุรักษนิยมแบบอำนาจนิยม กลุ่มนี้เชื่อเรื่องการเป็นผู้พิทักษ์ระเบียบคุณค่า ลำดับชั้นทางอำนาจ ระเบียบอำนาจ แต่กลุ่มนี้เลือกใช้วิธีการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ลังเลที่จะใช้การเปลี่ยนแปลงแบบเฉียบพลัน-ใช้ความรุนแรง&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;สิริพรรณทิ้งท้ายด้วยว่าอยากให้ทุกท่านเช็กว่าตัวเองเป็นแบบไหน ด้วยคำถาม 4 ข้อ&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e800bf49e66458221285d0ff3ae8bd4ff"&gt;ถ้าแพ้เลือกตั้ง ยังเคารพกติกาไหม ?&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e6fd7cc6824cc367cdc8b497f9128dc5c"&gt;เราใช้มาตรฐานเดียวกันกับทั้งคนฝ่ายเดียวกันและฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ ไม่ว่าใครก็ตามทำผิด ตัดสินใจบนกฎหมายเดียวกันหรือไม่&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e4bb304705a926f2b307a9619490ed664"&gt;เราสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน เมื่อตนเสียอำนาจหรือไม่&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e5519b94838cdbe104430000c0b7a780f"&gt;ผู้พิทักษ์ หรือที่เรียกว่า “คนดี” สามารถถูกตรวจสอบได้ไหม&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง คือชัยชนะของอนุรักษนิยมไทยหรือไม่ ?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในช่วงท้าย สิริพรรณ กล่าวว่าถ้าให้สะท้อนออกมาโดยภาพรวม จะพบว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอนุรักษนิยมไทยพยายามมาอย่างยาวนานในการรักษาโครงสร้างอำนาจนี้อย่างละมุนละม่อม แยบยล อย่างมีเสน่ห์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิริพรรณกล่าวว่า ช่วงหลังการปฏิวัติ 2475 เป็นต้นมา อนุรักษนิยมไทยเผชิญความท้าทายอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยส่วนตัวมองว่าความเป็นอนุรักษนิยมชัดเจนขึ้น มองชัดว่าตัวเองเป็นใคร-มียุทธศาสตร์อย่างไร หลังจากนั้นเป็นต้นมา อนุรักษนิยมไทยก็ใช้วิธีรักษาอำนาจอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ท้าทายแม้สิ่งที่ตัวเองต้องการจะรักษาไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แก่นแกนของอนุรักษนิยมควรจะถามว่า เราจะอยู่กับการเปลี่ยนแปลงในโลกโดยที่ไม่ทำลายสถาบันที่เราอยากพิทักษ์เอาไว้อย่างไร แต่อนุรักษนิยมไทยกลับถามว่า ใครมีอำนาจอนุญาตให้เปลี่ยนแปลง แล้วเราก็มองหาสัญญาณตลอดเวลาว่าอนุญาตให้เปลี่ยนจากไหน ถ้ามองในแง่นี้ อนุรักษนิยมไทยในช่วงหลัง ใช้วิธีการที่ไม่ละมุนละม่อม หักด้ามพร้าด้วยเข่า ขาดเสน่ห์”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง พันธมิตรทั้งหลายของอนุรักษนิยม จินตนาการไม่เห็นว่าสิ่งที่อยู่นอกเหนือแผนจะทำให้เกิดผลอะไรได้บ้าง การจัดระเบียบสถาบันทางการเมืองแบบใหม่ถึงได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง เปลี่ยนแปลงแบบมั่นหน้ามั่นใจมาก ผลกระทบที่เกิดขึ้นมหาศาลมันถูกลักพาตัวไปโดยอนุรักษนิยมการละคร”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิริพรรณกล่าวว่า จากที่ได้อ่านงานวิชาการที่นักวิชาการไทยพยายามตั้งคำถามว่า “ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งปี 2569 เป็นชัยชนะของอนุรักษนิยมหรือไม่” ภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ชูธงความคิดอนุรักษนิยมแน่ๆ แต่โดยส่วนตัวมองว่า “ไม่ใช่ชัยชนะของอนุรักษนิยมไทยโดยแท้” แต่อาจบอกได้ว่าเป็นชัยชนะของแนวร่วมพันธมิตรอนุรักษนิยมที่ประกอบด้วยกลไกระบบราชการบางส่วน, ทหาร (ผลจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา), การยึดกุมอำนาจรัฐฝ่ายปกครอง และเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิริพรรณกล่าวว่า เราอาจมองได้ว่าชัยชนะของภูมิใจไทยมีไว้เพื่อปกป้องระเบียบอำนาจอนุรักษนิยม ซึ่งระเบียบอำนาจนี้ก็สะท้อนถึง “แนวร่วม” แต่ไม่ได้สะท้อนอุดมการณ์หรือแนวคิดอนุรักษนิยมว่ามันเป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเรื่องการฮั้ว สว. หลังจากนี้อาจทำให้เราได้เห็นและแยกได้ชัดขึ้นว่าอนุรักษนิยมในเชิงหลักการ อนุรักษนิยมการละคร อนุรักษนิยมไทยอำนาจนิยม จะมีปฏิกิริยาระหว่างกันอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;‘นครินทร์’ ชี้จุดอ่อนวงการรัฐศาสตร์&lt;/h2&gt;&lt;h2&gt;“สอนความคิดทางการเมืองไทยน้อยเกินไป”&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;นครินทร์ ในฐานะอดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึง 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ส่วนที่โยงกับคณะรัฐศาสตร์, ความอ่อนแอในวงการวิชารัฐศาสตร์ และสิ่งที่ตนได้ทำ โดยเริ่มต้นเล่าว่าตนเข้าเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ในปี 2520 ในช่วงนั้นไม่มีวิชาความคิดทางการเมืองไทย และเป็นความยากสำหรับนักศึกษาในการนำเสนอรายงานที่เกี่ยวกับความคิดทางการเมืองไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“(ในปี 2520) ตอนนั้นวงการรัฐศาสตร์ไม่สอนเรื่องความคิดทางการเมืองไทย แต่วิชาความคิดทางการเมืองไปอยู่ในบริบททางสังคม ไปอยู่ในความคิดศักดินา ความคิดของพรรคคอมมิวนิสต์ การเคลื่อนไหวของนิสิต-นักศึกษา”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นครินทร์เล่าต่อไปว่า เรื่องความคิดทางการเมืองไทย เข้าใจว่ามีงานเขียนของนักเขียนสารคดีทางการเมืองจำนวนหนึ่งที่เขียนออกมา เช่น ความคิดของปรีดี พนมยงค์ และอันที่จริงคนที่วิจัยเรื่องแนวพระราชดำริทางการเมืองของรัชกาลที่ 4 ของรัชกาลที่ 5 ก็อยู่ในวงการประวัติศาสตร์หมด แต่รัฐศาสตร์ไม่มีการสอนความคิดทางการเมืองในช่วง 2520-2530&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ผมว่ามันน่าตลกนะครับ วิชาความคิดทางการเมืองไทยไม่มี แต่เราเรียนความคิดทางการเมืองตะวันตกสบายมาก”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นครินทร์เล่าต่อไปว่า คนที่สอนตนเรื่องความคิดทางการเมืองตะวันตกคือ อาจารย์เสน่ห์ จามริก ด้วยความเคารพอาจารย์ รวมทั้งอาจารย์สมบัติ จันทรวงศ์ ด้วย ใครเรียนกับสองท่านนี้จะต้องคุ้นเคยกับความคิดทางการเมืองตะวันตก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นครินทร์เล่าต่อไปว่า เมื่อตนกลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะรัฐศาสตร์ ปี 2532 มีการบรรจุวิชาเรื่องประวัติความคิดทางการเมืองไทยแล้ว เข้าใจว่าน่าจะเป็นการปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่ที่เป็นผลงานของคณาจารย์ในยุคนั้น และมีการเปลี่ยนวิชาการปกครองท้องถิ่นมาเป็น “การเมืองการปกครองท้องถิ่น” ในยุคนั้น เล่าให้ฟังสนุกๆ ว่า อาจารย์ชูศักดิ์ เที่ยงตรง บอกตนว่า “นครินทร์ นี่มันบ้า ผมสอนการปกครองท้องถิ่นได้ แต่สอนการเมืองการปกครองท้องถิ่นไม่ได้ เพราะว่าเป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคยเลย” อาจารย์ชูศักดิ์ก็เลยบอกให้ตนรับสอนวิชานี้ เพราะอาจารย์สอนไม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นครินทร์เล่าต่อไปว่า ตนเข้ามาปี 2532 ก็เห็นวิชาประวัติความคิดทางการเมืองไทยเป็นวิชาเลือก ไม่ใช่ตัวบังคับ ก็ถามตัวเองว่าจะสอนวิชานี้อย่างไร และได้สอนวิชานี้อยู่ประมาณ 5-6 ปี นับตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา ในตอนนั้นลูกศิษย์มีหลายคนอย่างเช่น ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์, อาจารย์ประจักษ์ ก้องกีรติ, อาจารย์ชัยวัฒน์ ม่านศรีสุข, อาจารย์ณัฐพล ใจจริง, อาจารย์มาลินี คุ้มสุภา ตนก็ยังนึกว่าจะสอนอย่างไรดีวิชานี้ ต่อมาก็ได้ไปสอนวิชาสัมมนาการเมืองไทยที่จุฬาฯ ให้นักศึกษาปริญญาเอก ก็มีลูกศิษย์ลูกหาอีก 7-8 ปี จากประสบการณ์ที่กล่าวมาทำให้ได้รู้ว่าการสอนวิชาความคิดทางการเมืองไทยอาจทำได้อยู่ 3 แบบ ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed1797002a35ba4b832a50b9b354c012b"&gt;หนึ่ง – สอนเกี่ยวกับ “ใคร” และต้องมี “ตัวบท” เกี่ยวกับบุคคลนั้นที่มีการบันทึกไว้ เช่น สุนทรพจน์ การบรรยายในที่สาธารณะ ปาฐกถา ฯลฯ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e0fb0ce9d775cf63985765dd9bbb47dcf"&gt;สอง – สอนเกี่ยวกับ “กลุ่มแนวคิด”&amp;nbsp;เช่น อนุรักษนิยม สังคมนิยม อำนาจนิยม ประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;“ผมพบว่า พอเราได้ (สอน) แบบที่หนึ่งน้อย แบบที่สองเลยเบลอไปหมด”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้าถามว่าใครเป็นนักคิดชาตินิยม…พอลงไปในรายละเอียดแล้ว คนคนหนึ่งอาจเป็นได้ทั้ง 2-3 อย่างในเวลาเดียวกัน ไม่มีใครในประเทศไทยที่มีแนวคิดอย่างหนึ่งอย่างเดียวแบบเด็ดขาด พอถึงช่วงสมัยหนึ่งก็เปลี่ยนได้ตลอดเวลา เช่น หลวงวิจิตรวาทการ เราชอบคิดว่าหลวงวิจิตรวาทการชาตินิยมใช่ไหม อนุรักษนิยมหรือเปล่า ซึ่งการจะมองว่าเป็นอะไรก็ต้องดูที่เวลาด้วย เพราะมันก็เปลี่ยนไปได้ตามเงื่อนไขเวลา”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e5e0558c792f43a1c209bbaf0da4fdb93"&gt;สาม — สอนเกี่ยวกับ “แนวคิดตามช่วงเวลา”&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;“ถ้าจะทำเรื่องความคิดชาตินิยม คือชาตินิยมช่วงไหน ชาตินิยมก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง หรือหลังสงครามเย็น ซึ่งผมคิดว่าตัวบทและตัวแสดงในแต่ละช่วงเวลานั้นไม่เหมือนกันเลย นักคิดที่มีบทบาทก็ไม่เหมือนกันด้วย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังกล่าวถึงปัญหาการสอนในแวดวงรัฐศาสตร์ นครินทร์เข้าสู่ประเด็นเรื่องอนุรักษนิยม โดยมองว่า อนุรักษนิยมเป็น “ปฏิกิริยาตอบสนอง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ผมชอบงานของคนที่ชื่อว่า Russell Kirk (รัสเซล เคิร์ก) คือ อนุรักษนิยมไม่มีอย่างอื่น เป็นแค่ความรู้สึกตอบสนอง เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงถอนรากถอนโคนเท่านั้น เอาเข้าจริง ถ้าเป็นความคิดทางการเมืองจริงๆ ต้องมีหลักการ มีคำอธิบายคุณค่า ซึ่งผมกลับคิดว่านักคิดอนุรักษนิยมในประเทศไทยที่จะทำแบบนี้ได้มันน้อยมาก”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นครินทร์อธิบายด้วยว่า ความคิดอนุรักษนิยมซึ่งเป็นปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน หรือฉับพลัน มีการปรับเปลี่ยนไปตามภาวะเหตุการณ์และยุคสมัยทางการเมืองการปกครอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สมมติแบบนี้ดีกว่า นักอนุรักษนิยมสมัย ร.5 มีไหมครับ สมัยต้น ร.5 คือสมัยแห่งการปฏิรูปครั้งใหญ่ มีไหม? (อาจารย์สมเกียรติ วันทะนะ ตอบว่า คือ ร.5 เอง) นักอนุรักษนิยมสมัยปฏิวัติ 2475 มีไหมครับ มี…มันไม่ต่อเนื่องกันเลยครับ ใครมีปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มากที่สุด ตอนนั้นเราก็ไม่เรียกว่าอนุรักษนิยมนะครับ เราเรียกว่า “คณะเจ้า” แล้วไม่ใช่เจ้าทุกคนด้วย บางคนเอากับคณะราษฎร บางคนก็ต่อต้าน”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นครินทร์กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อความคิดทางการเมืองไทยมีความลื่นไหลตามแต่ละช่วงเวลา จึงเป็นความจำเป็นของคณะรัฐศาสตร์ในการจัดสรรทรัพยากร-บุคลากรมาสอนในวิชาความคิดทางการเมืองไทยกันใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราไม่ควรที่จะอยู่กับความคิดทางการเมืองตะวันตก แล้วเอาหลักการของตะวันตกมาอธิบายสังคมไทยแบบครอบจักรวาล แต่เราต้องลงไปหาเหตุการณ์จริงๆ ว่าอนุรักษนิยมในช่วง 2475 คือใคร อนุรักษนิยมในสมัยจอมพล ป.สมัยที่ 1 กับสมัยที่ 2 คือใคร เอาเข้าจริงความคิดอนุรักษนิยมในยุครัฐบาลจอมพล ป. สมัยที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงที่แกต่อต้านการเปลี่ยนแปลงเยอะ ยุคนั้นก็เป็นยุคที่อนุรักษนิยมเติบโต ในขณะเดียวกันอำนาจนิยมก็เติบโตด้วย สังคมนิยมก็เติบโตด้วย สองถึงสามกระแสแนวคิดเติบโตไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่แนวคิดใดเพียงอย่างเดียวที่จะเติบโตในกระแสหลักแล้วครอบงำทั้งหมด”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงหนึ่งของการเสวนา รศ.ดร. ภูริ ฟูวงศ์เจริญ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ในฐานะผู้ดำเนินรายการได้ถามนครินทร์ตอนหนึ่งว่า อนุรักษนิยมเป็นเพียงรีแอคชัน (ปฏิกิริยา) ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้นหรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นครินทร์อธิบายว่า อนุรักษนิยมเป็นปฏิกิริยา และอาจเป็น “mindset” ด้วยเช่นกัน โดยนครินทร์ได้เล่าย้อนไปถึง ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์รัฐศาสตร์ผู้ล่วงลับซึ่งเคยบอกว่าอยากให้ตนทำงานเพื่ออธิบายว่าอนุรักษนิยมคืออะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราอยู่กับแนวคิดบางเรื่องที่บางทีเราอธิบายเชิงคุณค่าได้ยาก เช่น คำว่า “บ้านเมือง” คืออะไร ซึ่งไม่ใช่คำธรรมดาถ้าอยู่ในระบบคุณค่าของไทย นักรัฐศาสตร์ชอบพูดคำว่า “รัฐไทย” แต่มันมีคำอื่นอีกเช่นคำว่า “บ้านเมือง” “แผ่นดิน” ถ้าไปเปิดพจนานุกรมดูความหมายก็จะเฉยๆ แต่ถ้าเป็นความหมายที่อยู่ในตัวบทก็เป็นอีกเรื่อง นอกจากนี้ยังมีคำอื่นๆ เช่น “ราชอาณาจักร” “รัชสมัย” “พสกนิกร” คำพวกนี้ก่อรูปอยู่กับอนุรักษนิยม คำเหล่านี้ควรจะมีคนทำคำอธิบายในแบบที่ไม่เหมือนกับที่ราชบัณทิตทำ แต่ต้องเขียนเป็น text จริงๆ ว่าคำแต่ละคำถูกใช้ในที่ต่างๆ อย่างไร”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อนุรักษนิยมอาจไม่ใช่ปฏิกิริยา แต่มันเป็น mindset อย่างหนึ่งของเรา ฝังรากลึกอยู่ในภาษา คำสอนทางศาสนาของเรา…ของผมด้วย ไม่อยากโทษคนอื่น เพราะก็ไม่สามารถจะใช้ภาษาใหม่ขึ้นมาทดแทน และคงเป็นไปได้ยากในการใช้ “รัฐ” แค่คำเดียว”&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ย้อนรากเหง้าความคิดอนุรักษนิยมตะวันตก&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศุภมิตร อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ เริ่มต้นอธิบายเรื่องอนุรักษนิยม โดยอ้างอิงข้อวิจารณ์ของ ศาสตราจารย์ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่วิจารณ์ปัญญาชนอนุรักษนิยมว่าคนกลุ่มนี้หมดพลัง เพราะหันไปใกล้ชิดกับอำนาจ แทนที่จะต่อสู้ด้วยเหตุผลในพื้นที่สาธารณะ ทำให้ความสามารถในการอธิบายอะไรให้จับใจคนได้นั้นลดน้อยลง และจากข้อวิจารณ์ของอาจารย์นิธิ จึงเป็นสิ่งที่น่าคิดว่า “การเสื่อมของสมรรถนะทางปัญญา” เป็นปัญหาเฉพาะกระแสความคิดอนุรักษนิยมไทยหรือเปล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศุภมิตรกล่าวต่อไปว่า แต่ถ้ามองประเทศอื่นก็จะพบว่าเป็นปรากฏการณ์ร่วมของกระแสความคิดอื่นด้วย ตัวอย่าง ปัญญาชนฝรั่งเศสที่เคยมีพลังอย่างสูงในยุคปี 1968 สูญเสียพลังในการเชื่อมความคิดกับการเปลี่ยนแปลงในสังคมของตน หรือในสหรัฐฯ ปัญญาชนเสรีนิยมเองก็เริ่มมีช่องว่างในการสื่อสารกับสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถ้าจะยกอนุรักษนิยมขึ้นมาศึกษาวิจารณ์ ควรต้องแยกเป็น 4 ระดับชั้นในการวิเคราะห์ เพื่อให้มองได้ชัดขึ้นว่าเรากำลังพิจารณาศึกษาในส่วนใดอยู่&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e36ddf1e4d6de98f5715d55f7291e66a5"&gt;ชั้นแรก คือ ปัญญาชน &amp;amp; เทคโนแครต (ซึ่งเป็นชั้นที่อาจารย์นิธิวิจารณ์) หมายถึง ผู้สร้างคำอธิบาย ผู้วินิจฉัย และผู้แปลงเจตจำนงทางการเมืองเป็นสถาบัน นโยบาย หรือกฎหมาย&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e3ad773a84062cc5384cf1eca1bcefe04"&gt;ชั้นที่สอง คือ กลุ่มพลัง &amp;amp; เกมการเมือง หมายถึง พรรคการเมือง, การจัดแนวร่วม (Coalition)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e190deb781d183c44e8ef94d40814a68e"&gt;ชั้นที่สาม คือ ฐานทางสังคม &amp;amp; วัฒนธรรม&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ความสัมพันธ์ แบบแผนปฏิบัติ ความคุ้นชิน ความทรงจำร่วมในวิถีชีวิตจริง เหล่านี้หล่อเลี้ยงวิธีมองโลก&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9c245400282b64ed41a59798b4fa4b70"&gt;ชั้นที่ 4 คือ ผลผลิตทางสถาบัน&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;เหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกส่งมอบจากชั้นที่ 1-3 ได้แก่ กฎหมาย รัฐธรรมนูญ และองค์กรที่ถูกออกแบบขึ้น (แยกออกจากตัวผู้ผลิต)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับผู้ติดตาม-สังเกต-ศึกษา อาจแยกได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed3a27fcdb79500b35b6ab86384d984fe"&gt;Political Alignment: ใครอยู่ฝ่ายไหน สู้กับใคร-ปกป้องสถาบันใดอยู่ สัมพันธ์กับอำนาจ ทรัพยากรและยุทธศาสตร์ทางการเมือง มีพลวัตร เปลี่ยนได้ตามบริบทและผลประโยชน์&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e3380785537777af711630ed1c3edc1ec"&gt;Ideology/Doctrine: ประกาศยึดหลักอะไร ชุดความคิดและคำอธิบายต่อสาธารณะเพื่อมาให้ความชอบธรรมกับอุดมการณ์&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e3fb4508d9d699d91f5522618e0a0b7e5"&gt;Sensibility (Grammar of Judgment): อะไรเลื่อนขึ้นมาให้เห็นก่อน อะไรที่ดูเป็นภัยหรือมีคุณค่า และนำมาชั่งน้ำหนักก่อนตัดสิน&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;คำว่า Sensibility จะขอแปลเป็นไทยว่า “วิสัยสำนึก” ซึ่งหมายถึงการมองว่าเห็นอะไรสำคัญ ไม่ใช่เหตุผลล้วน หรือพุทธปัญญาล้วน แต่มีอารมณ์ปะปนอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศุภมิตรกล่าวต่อไปว่า คนหนึ่งคนอาจมีหลากหลาย Sensibility ตัวอย่างเช่น คนที่เป็นอนุรักษนิยมที่อินกับการใช้ภาษาไทยให้ถูก เมื่อเจอใครก็ตามที่สะกด คะ ค่ะ ไม่ถูก เรื่องนี้ก็จะแล่นขึ้นมาในหัวไวมาก แต่เขาอาจเป็นเสรีนิยมในวิถีชีวิตเรื่องอื่นๆ เช่น เปิดกว้างต่อเพศสภาพที่หลากหลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สิ่งที่อยู่ในวิสัยสำนึกของอนุรักษนิยมมีอะไรบ้าง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศุภมิตรอธิบายว่าเรื่องนี้ตนประมวลและสังเคราะห์ต่อมาจากฐานความคิดของ Edmund Burke และ Michael Oakeshott อีกที โดยอาจถอดวิธีมองออกมาได้เป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e0cf5ba74f432a9abf7de377bed1276e3"&gt;คุ้น (Familiarity) :&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;เนื่องจากมนุษย์เกิดมาท่ามกลางเหตุการณ์ที่กำลังเคลื่อนตัวไปอยู่ตลอดเวลา และดังนั้นเมื่อมนุษย์ไม่ได้เกิดมาโดยปราศจากเงื่อนไขทางสังคมวัฒนธรรม จึงรับความคุ้นที่อดีตส่งต่อมาไว้ในวิธีคิด เช่น ถ้าเป็นอนุรักษนิยมเรื่องการแต่งกาย จะไวมากกับการจำแนกว่าใครที่แต่งตัวผิดกาลเทศะ มันคล้ายๆ ว่าสายตาเราถูกเทรนมาให้เห็นอะไรเด่นชัด อะไรที่เลื่อนขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e975c056c3e6ac7df2ddbe512afa0c98a"&gt;เค้า (Intimations):&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;มรดก-จารีต-อดีต ที่ถูกถ่ายทอดมาเป็นเค้าความคิด-แบบแผนในการตัดสินใจ&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9ab601562f45c8839a57e967d1368bb7"&gt;ควร (Prudence): การชั่งน้ำหนักว่าก้าวต่อไปแบบใดที่จะรักษาแก่นคุณค่าเดิมไว้&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;รากฐานความคิด เอ็ดมันด์ เบิร์ก และ ไมเคิล โอ๊คช็อตต์&lt;/h2&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee193d34c86ae0d541ff3fe95d877447c"&gt;เอ็ดมันด์ เบิร์ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Edmund Burke) บอกว่า สังคมคือพันธสัญญาระหว่างรุ่น สังคมมิใช้วัตถุที่สร้างใหม่ทั้งหมด แต่เป็น Partnership (หุ้นส่วน/พันธกรณี) ระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต&amp;nbsp; “รัฐที่ไร้หนทางเปลี่ยนแปลง ย่อมไร้หนทางรักษาตนเอง”&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;“ประเด็นอยู่ตรงนี้ว่า เรื่องความเปลี่ยนแปลง เราควรพิจารณาอย่างไร เพราะเราไม่เปลี่ยนไม่ได้ สิ่งที่สำคัญคือการรักษาตัวเองท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เราควรมีวิธีมองอย่างไร”&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed99aa1ebf7f20ee1f70cbb6ab3cdd6e4"&gt;ไมเคิล โอ๊คช็อตต์ (Michael Oakeshott)&amp;nbsp;บอกว่ามนุษย์เกิดกลางเรื่อง ความรู้ไม่ได้มีแค่ Technical Knowledge ที่เขียนเป็นคู่มือ เป็นพิมพ์เขียว แต่เราควรจะรวม Practical Knowledge ที่สะสมจากอดีต ที่พิสูจน์แล้วว่าปฏิบัติได้ ที่คนทั่วไปคุ้นชินกับมัน แล้วค่อยดูว่าตรงไหนที่ควรเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การรีบทุบทำลายสถาบันเดิมแล้วตั้งใหม่&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ef751bc6f2657d67d7bb334b7a16a1281"&gt;นอกจากนี้ ไมเคิล โอ๊คช็อตต์ ยังเสนอให้รู้ข้อจำกัดของความสามารถในการใช้เหตุผลของตัวเราเองก่อน&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประเด็นที่ว่า Sensibility ของอนุรักษนิยมทำงานอย่างไร ตัวอย่างหนึ่งที่อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ รายนี้ยกมาอธิบาย คือ “รัฐธรรมนูญ 2560”&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวถูกมองว่าเป็นมรดกของฝ่ายอนุรักษนิยมไทย ทว่าจริงๆ แล้ว ถ้าเรามองรัฐธรรมนูญนี้ด้วย&amp;nbsp; “วินัยสำนึกแบบอนุรักษนิยม” จะมีข้อสังเกตและข้อวิจารณ์บางอย่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ออกแบบโดยคนที่เชื่อว่า เราสามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ หรือกลไกใหม่ๆ ที่ไม่เคยทดลองที่ไหนมาก่อน และคิดว่าด้วยวิธีคิดที่มีเหตุมีผลของตัวเองจะสามารถออกแบบกลไก สถาบันแบบนี้มากำกับอนาคตให้การเมืองไทยอยู่ในร่องรอยที่ตัวเองอยากได้ขึ้นมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“คนที่เป็นอนุรักษนิยมแบบที่มีวิสัยสำนึกอนุรักนิยมจะบอกว่า มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะออกแบบทางวิศวกรรมสถาบันแล้วคิดว่ากลไกแบบนี้จะทำงาน ตะล่อมให้ทุกคนมาอยู่ในแถวในแนวที่เธอคิดเอาไว้ได้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“คนออกแบบ (กลไก กติกา สถาบัน) อาจจะไม่ใช่ใช้ sensibility แบบอนุรักษนิยม แต่เขาอาจจะใช้วิธีคิดแบบวิศวกรสังคม”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศุภมิตร อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายต่อไปว่า วิสัยสำนึกแบบอนุรักษนิยมสามารถเสื่อมลงได้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee46e7e0f89d9b365a9e86ea5274ea726"&gt;เมื่อความคุ้นกลายเป็นจุดบอด: การรักษาของเดิมไว้โดยไม่ทำความเข้าใจว่าของเดิมสร้างปัญหายังไง มองข้ามต้นทุนของผู้ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงและถูกโครงสร้างเดิมกดทับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e3bc608e269e4f3ee311273fc79b08d50"&gt;เมื่อความกลัวทำให้ความเห็นต่างเป็นภัยคุกคามจนละทิ้งเหตุผล&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec3677b96f1722989f27bb6cc93ccb6e7"&gt;เมื่อการหาพันธมิตร-จัดฝักฝ่ายทางการเมือง ล็อกคำตอบไว้ล่วงหน้าก่อนการสังเกตข้อเท็จจริง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec131845f4d8ed683c13b5be3ba9693ad"&gt;เมื่อคำว่า “ค่อยเป็นค่อยไป” (Prudence) กลายเป็นข้ออ้างชะลอการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาอภิสิทธิ&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;“สำหรับผู้ที่นับตัวเองเป็นอนุรักษนิยม เคารพฐานคิดอนุรักษนิยมที่อยู่ในสำนึกวิสัยของตัวเอง ก็คือว่า conservative identity การมีอัตลักษณ์อนุรักษนิยมไม่รับประกันว่าบุคคลที่นับตัวเองเป็นอนุรักษนนิยมจะใช้วิสัยสำนึกแบบอนุรักษนิยมอยู่ตลอดเวลา”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“conservative identity ไม่เท่ากับ conservative sensibility อัตลักษณ์ที่ประกาศออกไปว่าฉันอยู่ฝ่ายอนุรักษนิยมอาจจะเป็นคนละส่วนกับวิสัยสำนึกที่เราใช้ ถ้าเราไม่ใช้วิสัยสำนึกในการจัดการความเปลี่ยนแปลง เราอาจจะอ้างอนุรักษนิยมแต่เพียงในนาม เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองบางอย่าง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การรักษามรดกจึงไม่ใช่การกอดคำตอบเดิม ไม่ใช่การกอดโครงสร้างเดิม แต่ว่าคือการรักษาแบบแผนวิถีปฏิบัติในการวินิจฉัยความสมเหตุสมผลในการเปลี่ยนแปลง และอยู่ใกล้โลกจริงพอที่จะให้โลกทำความประหลาดใจให้แก่เราได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการที่จะรักษาวิสัยสำนึกแบบอนุรักษนิยมไว้ อาจารย์จุฬาฯ รายนี้ทิ้งท้ายด้วยคำถามที่ควรคำนึง 2 ข้อ&lt;/strong&gt; คือ&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9a528a5ba524fb4e48d615782a941050"&gt;อะไรจำเป็นต้องเปลี่ยน เพื่อให้สิ่งที่มีคุณค่าสามารถดำรงอยู่ไปได้อย่างมีความชอบธรรมในโลกสมัยใหม่&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9f87b62e36b1fe95cc82159f0f00423e"&gt;ใครกำลังแบกรับต้นทุนของสิ่งที่เราเลือกจะอนุรักษ์ไว้ และพวกเขาพึงมีส่วนร่วมในการวินิจฉัยและกำหนดอนาคตเพียงใด&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;ทำไมอนุรักษนิยมไทยแตกต่างจากความคิดรากเหง้าอย่างมาก&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ภูริ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ในฐานะผู้ดำเนินรายการถามว่า ทำไมอนุรักษนิยมไทยจึงต่างกับตะวันตกอย่างมาก ศุภมิตรตอบว่า ส่วนหนึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นความล้มเหลวของอนุรักษนิยมไทยรุ่นแรกๆ ที่เรียกว่า “ฝ่ายราชานุภาพ” ที่ล้มเหลวในการปลูกฝังความเข้าใจฐานคิดอนุรักษนิยม พวกเขาเข้าใจฐานคิดอนุรักษนิยมตะวันตก แต่ไม่ได้ถ่ายทอดความคิดนั้นลงในอนุรักษนิยมไทย ผลลัพธ์คือจึงเกิดความสับสนในวิธีคิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุผลอีกส่วนที่ทำให้อนุรักษนิยมไทยต่างจากอนุรักษนิยมตะวันตก ศุภมิตรมองว่า เป็นเพราะอนุรักษนิยมไทยรุ่นแรกๆ ได้อำนาจกลับมาเร็วเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เมื่อมีการปฏิวัติฝรั่งเศส อนุรักษนิยมตะวันตกซึ่งเป็นฝ่ายสูญเสียจึงถูกบังคับให้คิดว่า ทำไมระเบียบเดิมจึงพัง ทำไมส่วนใดของระเบียบเดิมจึงรักษาไว้ไม่ได้ ส่วนไหนที่ต้องตัดออกไปเพราะเป็นอภิสิทธิ์ ส่วนไหนที่มีคุณค่าจริงๆ และควรจะต้องรับหลักการ อย่างเช่น เสรีภาพ เสมอภาพ ความเป็นพลเมือง นั่นเป็นจุดที่อนุรักษนิยมตะวันตกรับมาจากฝรั่งเศส”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศุภมิตรกล่าวต่อไปว่า อนุรักษนิยมไทยต่างออกไป หลังจากเหตุการณ์ปฏิวัติ 2475 กลุ่มอำนาจเดิม ปัญญาชนฝ่ายราชานุภาพ เครือข่ายที่สัมพันธ์กับระเบียบเดิม ถูกผลักออกจากศูนย์กลางอำนาจ แต่ต่อมาประมาณ 15-20 ปี แล้วแต่ว่าใครจะนับช่วงเวลาอย่างไร โครงสร้างอำนาจก็เปิดทางให้กลุ่มอำนาจอนุรักษนิยมกลับคืนสู่อำนาจพร้อมกับพันธมิตร และมีบทบาทสำคัญใน Critical Juncture (ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ) สำคัญๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศุภมิตรกล่าวต่อไปว่า ช่วง Critical Juncture ที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นช่วง 14 ตุลา ถึง 6 ตุลา ซึ่งนำเอาทางแพร่ง 2 แบบ หนึ่งคือ การหักลงของเส้นทางการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ อีกเส้นทางหนึ่งก็คือถ้าไม่ใช่คอมมิวนิสต์แล้วจะไปทางไหน การปฏิวัติอินโดจีนล้มไปเป็นลำดับ อนุรักษนิยมไทยจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ไหวหรือเปล่า เพราะมันคือการพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง Critical Juncture ที่เกิดขึ้นในทุกๆ รอบ ตั้งแต่หลังรัชกาลที่ 7 สละราชสมบัติ ปี 2477 ไปจนถึง 14 ตุลา 2516 จนถึง 6 ตุลา 2519 ตนคิดว่าอนุรักษนิยมไทยค่อยๆ ฟื้นพลังกลับมา แต่ไม่ใช่การฟื้นพลังในทางความคิด-ทางภูมิปัญญา ซึ่งอาจไม่จำเป็น แต่ว่าพวกได้เข้าไปสู่ในสมการอำนาจเรียบร้อยแล้ว ชัยชนะตรงนั้น อนุรักษนิยมไทยจึงจำเป็นจะต้องหาการควบรวม หรือขยายแนวร่วม การดึงพลังแผ่นดินมา ผนึกกลไกหลายอย่างทั้งการปราบปราม การปลุกกระแสชาตินิยม หรือใช้การขยายตัวทางเศรษฐกิจเข้ามาทำงานเพื่อสร้างแนวร่วมในการต้านทานกับกระแสใหญ่ของการปฏิวัติได้สำเร็จ ผลความสำเร็จอันนี้จึงนำไปสู่การคละปะปนคนหลายกลุ่มเข้ามาในโครงสร้างอำนาจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศุภมิตรกล่าวต่อไปว่า ในแต่ละยุคสมัย ขั้วอำนาจในตอนนั้นต่างพยายามเข้ามากุมอำนาจผ่านระบบราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขาแชร์การใช้อำนาจกันที่โครงสร้างระบบราชการ ไม่ว่าจะเป็นปฏิวัติสยาม 2475 หรือการรัฐประหารครั้งล่าสุด เป็นสิ่งที่กลุ่มอำนาจไม่ว่าสายคณะราษฎรที่กีดกันอำนาจเก่าออก หรือฝ่ายอนุรักษนิยมที่ดึงพลังแผ่นดินมารวมกันได้ในช่วงหลัง 6 ตุลาจะเข้ามายึดกุมใช้อำนาจ รัฐราชการไทยจึงถูกรักษา-ขยาย-ปรับแต่งด้วยกลไกใหม่ๆ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเข้ามารองรับการแชร์อำนาจเช่นนี้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ดังนั้น รัฐราชการไทยจึงคือพื้นที่พบกันของฝ่ายตรงข้าม แม้คณะราษฎรกับฝ่ายอนุรักษนิยมจะขัดแย้งกันเรื่องที่มาของความชอบธรรมอะไรก็แล้วแต่ แต่ทั้งสองฝ่ายกลับเข้ายึดกุม-ขยายเครื่องมือชุดเดียวกัน” ผ่าน 1.การรวมศูนย์อำนาจ 2.ลำดับชั้นการบังคับบัญชา 3.อำนาจดุลยพินิจของผู้ดำรงตำแหน่ง 4.การปกครองผ่านกฎหมายและคำสั่ง 5.การนิยามประชาชนเป็นผู้รับการบริการบริหารแผ่นดิน และ 6.การแก้ปัญหาโดยการไซโล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ด้วยเหตุนี้รัฐราชการไทยจึงไม่ใช่มรดกสมบูรณาญาสิทธิราชย์&amp;nbsp; และไม่ใช่ผลผลิตของอนุรักษนิยมฝ่ายเดียว แต่เป็นโครงสร้างร่วมที่ผู้ชนะต่างเข้ามายึดกุม-ปรับแต่ง และสั่งสมขั้นอำนาจเข้าไปเพิ่มเติมโดยลำดับ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศุภมิตรกล่าวต่อไปว่า ถ้าจะบอกว่ารัฐราชการไทย คือ “คุ้น” และ “เค้า” ผลผลิตที่อดีตส่งมา ก็น่าจะมีการใช้ “วินิจฉัยสำนึกของอนุรักษนิยม” เข้าไปตั้งประเด็นกับรัฐราชการด้วยว่า เราควรจะรักษาหรือเปลี่ยนแปลงมันที่ตรงไหนกันแน่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศุภมิตรกล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าจะใช้วิสัยสำนึกแบบอนุรักษนิยมเข้าไปตั้งคำถามกับรัฐราชการ ควรจะเปิดประเด็นดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e3fe85b53b23ea1ce9e78484f79481730"&gt;เค้า: โครงสร้างรัฐราชการไทยเติบโตมาในประสบการณ์-ปัญหาแบบไหน ทำให้แต่ละฝ่ายที่เป็นผู้ชนะ พยายามจะใช้กลไกอำนาจรัฐนี้เข้าไปรักษาอำนาจตัวเองต่อ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e5a607ea383be2c9b89a6adcdf174fa9e"&gt;คุ้น: เหตุใดผู้ปกครอง ข้าราชการ ประชาชนจึงเคยชินกับระบบรัฐรวมศูนย์เช่นนี้ ลำดับชั้น การการฝากดุลยพินิจไว้ให้รัฐแก้ปัญหาให้แก่เรา&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e3813ea6dbe14689f15cfcd51910111a7"&gt;ควร: ส่วนใดที่ยังเป็นเงื่อนไขจำเป็นของการบริหารงานส่วนรวม ส่วนใดกลายเป็นอภิสิทธิ ส่วนใดเป็นการกีดขวางการเรียนรู้ของสังคม&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/tZCp7J7YWnU?si=9Q8WIE3G_NIz8y4D" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;อนุรักษนิยม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;อนุรักษนิยมไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93-%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;สิริพรรณ นกสวน สวัสดี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%86%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;นครินทร์ เมฆไตรรัตน์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ศุภมิตร ปิติพัฒน์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 18 Sep 2026 06:41:01 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118802 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118802#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ไรเดอร์สุดผิดหวัง 'ลาลามูฟ' ไม่เพิ่มค่ารอบ อ้างศึกษาอยู่ DE เผยไม่มี กม.บังคับ ได้แค่ขอความร่วมมือ</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118789</link>
  <description>&lt;span&gt;ไรเดอร์สุดผิดหวัง 'ลาลามูฟ' ไม่เพิ่มค่ารอบ อ้างศึกษาอยู่ DE เผยไม่มี กม.บังคับ ได้แค่ขอความร่วมมือ&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;รายงาน: ณัฐพล เมฆโสภณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพประกอบ: แมวส้ม ประชาไท&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-18T00:30:50+07:00" title="Friday, September 18, 2026 - 00:30"&gt;Fri, 2026-09-18 - 00:30&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;วงถก ETDA กร่อย ไรเดอร์สุดผิดหวัง หลังผู้บริหารลาลามูฟ ไม่รับปากปรับเพิ่มค่ารอบหรือไม่ อ้างกำลังศึกษา ด้านดีอี เผยทำได้แค่ขอความร่วมมือ เพราะยังไม่มีกฎหมายบังคับ แต่มองมีความคืบหน้า บริษัทเริ่มปรับนโยบายหลายอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;17 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (17 ก.ย.) ตั้งแต่เวลา 13.57 น. ที่กระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร C สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) นัดตัวแทนแกนนำไรเดอร์ และบริษัท ลาลามูฟ อีซีแวน ประเทศไทย จำกัด (บริษัทลาลามูฟ) เพื่อนำเสนอผลการศึกษา และรวบรวมข้อมูลค่าบริการรับ-ส่งพัสดุของคนทำงานผ่านแพลตฟอร์ม 'ลาลามูฟ' โดยมี &lt;strong&gt;ไชยชนก ขิดชอบ&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การประชุมวันนี้สืบเนื่องจากเมื่อ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมหารือกัน ได้แก่ ไรเดอร์-ไดรเวอร์ลาลามูฟ บริษัทลาลามูฟ และมีกระทรวงดีอี เป็นคนกลาง โดยประเด็นการหารือจะเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องของไรเดอร์ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ข้อ ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li data-list-item-id="e5c1675a278e8fb22b90fc0c270096c14"&gt;เพิ่มรอบไรเดอร์ เป็น 10 บาทต่อ กม. และไดรเวอร์ เป็น 12 บาทต่อ กม. (จากเดิมที่บางรอบลดต่ำลงมามากสุดที่ 2 บาทกว่า)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e2481dac4d81068093d55c29a19530735"&gt;ลดการเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าคอมมิชชันไรเดอร์-ไดรเวอร์ จากประมาณ 20% ให้เหลือ 15%&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ef1a58eff38a991c7e0695cd93bf8c399"&gt;แก้ปัญหาลงโทษไม่เป็นธรรม ในกรณีที่ไรเดอร์ หรือไดรเวอร์ ถูกยกเลิกงาน แต่เมื่อรับงานที่วิ่งกลับไปทางเดิม จะถูกระบบแบนบัญชี 3 วัน เนื่องจากระบบอัลกอริธึมมองว่า ไรเดอร์ และไดรเวอร์ รับงานนอกแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;ผลสรุปการประชุมเมื่อ 27 ส.ค. ทาง รมว.ดีอี มอบหมายให้ ETDA ทำการศึกษา การกำหนดราคาค่ารอบให้ไรเดอร์ลาลามูฟ โดยการรวบรวมข้อมูล ปัญหา และข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ภายใน 15 วันหลังจากวันประชุม และตอนนี้ทาง ETDA ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จึงนัดทุกฝ่ายมาฟังการนำเสนอผลการศึกษาสูตรคำนวณค่ารอบกลาง ซึ่งจะเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับทุกแอปฯ ในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ไม่มีใครค้านสูตรคำนวณค่ารอบกลางของ ETDA&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;การประชุมใช้เวลาถึงประมาณ 15.30 น. ทาง&lt;strong&gt;ไชยชนก ชิดชอบ&lt;/strong&gt; ในฐานะประธานการประชุม ได้ออกมาชี้แจงผลการหารือวันนี้ว่า เบื้องต้น เขาชี้แจงบทบาทหน้าที่กระทรวงดีอี มี 2 ส่วนด้วยกัน คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1. หาสูตรคำนวณราคากลาง ซึ่งจะเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับทุกแอปฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในประเด็นนี้ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่มีข้อติดใจอะไร ซึ่งทางกระทรวงดีอี จะไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กระทรวงคมนาคม กระทรวงแรงงาน บริษัทแพลตฟอร์มต่างๆ ไปจนถึงไรเดอร์ เพื่อหาตัวเลขที่เหมาะสมมาคำนวณต่อไป ซึ่งทางกระทรวงดีอี หวังว่า สูตรราคากลางตัวนี้จะนำมาเป็นส่วนเสริมของ พ.ร.บ.แรงงานอิสระ ซึ่งเคยเสนอตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว (อนุทิน 1) แต่มีการยุบสภาฯ เสียก่อน ปัจจุบัน ร่างกฎหมายต้องส่งกลับมาให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2. การเป็นตัวกลางจัดวงประชุมให้กับไรเดอร์-ไดรเวอร์ และฝ่ายบริหารของลาลามูฟ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ไชยชนก &lt;/strong&gt;ระบุว่า การพูดคุยและการแก้ไขปัญหาให้ไรเดอร์มีความคืบหน้าหลายส่วน เช่น การลดระยะเวลาการลงโทษระงับบัญชีทำงานจากเดิม 3 วัน เหลือเพียง 1 วัน การตั้งหน่วยงานรับเรื่องราวอุทธรณ์ของไรเดอร์ บริเวณในการรับงานจากลูกค้าที่ไรเดอร์มองว่ากว้างเกินไป ทางบริษัทก็ปรับลดลงมาเหลือไม่เกิน 10 กม. และตัวไรเดอร์สามารถเลือกได้ด้วยว่าจะรับงานห่างจากจุดที่ตัวเองอยู่ 5 กม. หรือ 10 กม.ก็ได้&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55534121051_0953d7fa2d_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;ไชยชนก ชิดชอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องหลักที่ไรเดอร์เรียกร้องคือการขึ้นค่ารอบสำหรับไรเดอร์ 10 บาทต่อ กม. และเพิ่มค่ารอบไดรเวอร์ 12 บาทต่อ กม. ทางบริษัทลาลามูฟ ไม่ได้มีการรับปาก แต่ยืนยันว่ากำลังศึกษาอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ไชยชนก &lt;/strong&gt;เผยว่า ตัวของกระทรวงดีอี ไม่ได้มีอำนาจที่จะไปดำเนินการบังคับให้บริษัทลาลามูฟ ต้องขึ้นค่ารอบ ทำได้แค่เพียงขอความร่วมมือเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากนี้ &lt;strong&gt;ไชยชนก&lt;/strong&gt; ระบุว่า จะมีวงคุยแยกอีกครั้ง โดยตัวเขาจะเข้าฟังด้วยตัวเองจากทั้งบริษัท ลาลามูฟ และไรเดอร์ เพราะมองว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีข้อมูลเพิ่มเติม ที่จะเป็นประโยชน์ในการออกแบบสูตรคำนวณราคากลางที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย โดยเขาคาดว่าวงคุยจะเกิดขึ้น หลังจากกลับมาจากการประชุมของ UNGA (ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ) ที่สหรัฐฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รมว.ดีอี ยืนยันว่า การกำหนดราคากลางให้แพลตฟอร์มต้องดำเนินการตาม มองว่าสามารถทำได้ ซึ่งส่วนที่เหลือคือการหาสูตร และตัวเลขที่จะใช้คำนวณที่เหมาะสม เพื่อที่จะเอาเข้าไปเสริมใน พ.ร.บ.แรงงานอิสระ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ข้อเรียกร้องเรื่องค่ารอบล่ม&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;‘เอก’ ศิริพงศ์ (สงวนามสกุล)&lt;/strong&gt; แกนนำไรเดอร์ อายุ 54 ปี คนในกลุ่มเรียกน้าเอก กล่าวถึงผลการประชุมว่า สืบเนื่องจากการประชุมคราวที่แล้วเมื่อ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ทาง รมว.ไชยชนก ชิดชอบ ได้มีการกำหนดว่าให้แต่ละฝ่ายจัดทำต้นทุนมานำเสนอร่วมกัน ซึ่งต้นทุนในทีนี้คือการคิดต้นทุนของไรเดอร์ ฝ่ายไรเดอร์ได้มีการไปคำนวณต้นทุนของไรเดอร์มานำเสนอ ซึ่งจากการคำนวณของฝั่งไรเดอร์จะอยู่ที่ 6.69 บาทต่อ กม. โดยคำนวณจากทั้งค่าแรง ค่าเสื่อมสภาพของรถ ค่าสึกหรอ ค่าน้ำมัน ค่าอินเทอร์เน็ต และอื่นๆ แต่ทางบริษัทลาลามูฟ ไม่มีการเอาค่ารอบมาชี้แจงเลย และไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของไรเดอร์ว่าจะมีการปรับค่ารอบของไรเดอร์หรือไดรเวอร์ให้หรือไม่ บอกแค่ว่าจะทำตามกฎหมาย หากมีการกำหนดราคากลางโดยรัฐออกมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศิริพงศ์&lt;/strong&gt; กล่าวต่อว่า พอเป็นแบบนี้การเจรจาก็ไปต่อไม่ได้ เพราะไรเดอร์คำนวณต้นทุนมาให้ 6.69 บาทต่อ กม. แต่บริษัทไม่ได้มีการนำเสนออะไรมาเลย บริษัทไม่ได้มีการเอาข้อมูลมาเทียบกับฝั่งไรเดอร์ และมาพูดคุยกันว่าค่ารอบที่เป็นธรรมควรเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“คุณควรทำข้อมูลออกมาเพื่อเอามาชี้แจงกัน เพื่อที่จะหาราคาตรงกลางระหว่างบริษัทกับไรเดอร์ เพื่อที่ราคามันจะได้เพียงพอต่อต้นทุนที่ไรเดอร์เจอ ณ ปัจจุบัน” &lt;strong&gt;เอก&lt;/strong&gt; กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่ &lt;strong&gt;เกศศิริ ภูษิตธนานันท์&lt;/strong&gt; ตัวแทนไรเดอร์ลาลามูฟ ยอมรับว่าส่วนตัวผิดหวังกับทั้งบริษัท และ รมว.ดีอีวันนี้ เนื่องจากทางกระทรวงดีอี แม้ว่าจะบอกว่าค่ารอบไม่ควรต่ำกว่าต้นทุนการทำงานของไรเดอร์ แต่วันนี้บริษัทลาลามูฟ ไม่มีท่าทีตอบรับข้อเสนอของไรเดอร์ที่ให้ขึ้นค่ารอบ ให้เพียงพอต่อการใช้ชีวิต ทาง รมว.ดีอี กลับไม่ได้ช่วยดำเนินการอะไรในเรื่องนี้ บอกแต่เพียงว่าไม่มีกฎหมายรองรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ผิดหวังกับหลายอย่าง พวกเราแบกมานาน ทุกคนวิ่งงานหนักมากขึ้น แต่ไม่ได้เงินเท่าเดิม สิ่งที่เราต้องการมีเพียงแค่เราทำงาน เราได้ค่ารอบที่คุ้มค่า ไม่ต้องได้จนโอเวอร์ (เกินไป) เพราะว่าเราไม่ได้เรียกจนโอเวอร์ และมันควรแก้ไขได้ทันที” &lt;strong&gt;เกศศิริ&lt;/strong&gt; กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55533113497_607dd36833_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;เกศศิริ ภูษิตธนานันท์&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เร่งรัฐรีบออกกฎหมายราคากลาง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เอก แกนนำไรเดอร์ลาลามูฟ&lt;/strong&gt; กล่าวว่า เขาอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามากำหนดราคากลางให้ไรเดอร์ ทั้งส่งอาหาร (ไรเดอร์ฟู้ด) และเอ็กซ์เพลส อยากให้เข้ามาช่วยดูแลกำหนดราคากลางตรงนี้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ ไม่ให้ราคาต่ำกว่ามาตรฐาน ให้ไรเดอร์ใช้ชีวิตได้ ส่วนที่เหลือแอปฯ จะไปแข่งขันด้านราคา ตั้งราคาสู้ราคายังไง ให้แต่ละแพลตฟอร์มตัดสินใจกันเอง แต่ห้ามต่ำกว่าราคากลาง อยากให้รัฐบาลตั้งราคากลางที่เป็นธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อมา ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล คือการคุ้มครองสภาพการจ้างงานของไรเดอร์ การให้แพลตฟอร์มมาบอกว่า การจ้างงานไรเดอร์ไม่ใช่แรงงานสัมพันธ์แบบนายจ้าง-ลูกจ้าง แต่แพลตฟอร์มใช้อำนาจสั่งงานเรา แบบนี้ไม่โอเค ซึ่งอยากให้รัฐบาลมาดูแลไม่ให้มันล้ำเส้นตรงนี้ ต่อมา ก็อยากให้ไรเดอร์มีสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ เทียบเท่ากับลูกจ้างทั่วไป มีประกันสังคม สิทธิการรักษา หรือกองทุนเงินทดแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สำหรับเราถ้าไปทำงานอย่างอื่นได้ คงทำไปแล้ว ตอนนี้ผมอายุ 54 ปี สมัครงานที่ไหนก็ลำบากแล้ว อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแล” &lt;strong&gt;เอก&lt;/strong&gt; กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากนี้&lt;strong&gt; ‘เอก’ ศิริพงศ์ &lt;/strong&gt;เผยว่า เขาคงเข้ามาพูดคุยเพื่อผลักดันกฎหมายกับทางภาครัฐ เพราะเขาตระหนักว่าเขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่ไรเดอร์ก็ได้ตรงนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับเอก เขาอยากฝากทิ้งท้ายถึงบริษัทว่า เขาอยากให้บริษัทเห็นใจไรเดอร์บ้าง เพราะว่าบริษัทมีกำไรมีรายได้ เพราะคนทำงานไรเดอร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ไรเดอร์เป็นคนหารายได้ให้กับบริษัท ส่วนที่คุณประกอบกิจการได้อยู่ทุกวันนี้ คุณมีเงินจ้างเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ในบริษัท มันมาจากน้ำพักน้ำแรงของไรเดอร์ อยากให้เห็นใจไรเดอร์บ้าง" &lt;strong&gt;ศิริพงศ์&lt;/strong&gt; กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกศศิริ &lt;/strong&gt;กล่าวว่า หลังจากนี้ เธอจะพยายามขับเคลื่อนกฎหมาย เรื่องราคากลางให้ออกมาเร็วที่สุด มันไม่สมควรที่ไรเดอร์ทำงาน แต่ได้ค่ารอบต่ำกว่าต้นทุนการทำงานของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องที่ไรเดอร์จะต้องแบกรับภาระตรงนี้ กฎหมายควรมองเห็นหัวแรงงานแพลตฟอร์มได้แล้ว ดีอีบอกว่า มีแพลตฟอร์ม 2,000 แพลตฟอร์มจดทะเบียนกับดีอี แต่ไม่มีกฎหมายฉบับไหนควบคุมแพลตฟอร์มได้เลย ไม่มีกฎหมายที่ลงโทษแพลตฟอร์มที่ละเมิดสิทธิแรงงานได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ทำไมแอปพลิเคชันพวกนี้มีมาในประเทศไทย 10 กว่าปีแล้ว แต่ทำไมยังไม่ผลักดันกฎหมายที่สมบูรณ์เพื่อที่ว่าไรเดอร์จะได้ไม่ต้องออกมาเรียกร้องอะไรแบบนี้อีก" &lt;strong&gt;เกศศิริ&lt;/strong&gt; กล่าว&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;แรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4-%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;เกศศิริ ภูษิตธนานันท์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/lalamove" hreflang="th"&gt;Lalamove&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ไรเดอร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;แรงงานแพลตฟอร์ม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;ดีอี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%81-%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%9A" hreflang="th"&gt;ไชยชนก ชิดชอบ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.แรงงานอิสระ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 17 Sep 2026 17:30:50 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118789 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118789#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>6 ความท้าทาย เมื่อไทยต้อนรับแรงงานศรีลังกา ถึงเวลามียุทธศาสตร์ระยะยาว </title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118778</link>
  <description>&lt;span&gt;6 ความท้าทาย เมื่อไทยต้อนรับแรงงานศรีลังกา ถึงเวลามียุทธศาสตร์ระยะยาว &lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;รายงาน : ณัฐพล เมฆโสภณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-16T21:07:40+07:00" title="Wednesday, September 16, 2026 - 21:07"&gt;Wed, 2026-09-16 - 21:07&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/557611"&gt;คณะรัฐมนตรี&lt;/a&gt;ได้มีมติเห็นชอบ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา และบันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย โดยกำหนดเป้าหมายเบื้องต้น นำเข้าแรงงานศรีลังกา จำนวน 10,000 คนเข้ามาแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศไทยหนักขึ้น หลังความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาย่ำแย่ลงมาตั้งแต่กลางปี 2568 เป็นผลให้&lt;a href="https://www.thaipbs.or.th/verify/content/7424"&gt;รัฐบาลไทย&lt;/a&gt;ออกนโยบายไม่เปิดขึ้นทะเบียน และต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานกัมพูชา เมื่อใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลง แรงงานกัมพูชาก็ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลจาก&amp;nbsp;&lt;a href="https://thestandard.co/thai-unemployment-foreign-workers-gap/"&gt;ดร. ธนิต โสรัตน์&lt;/a&gt; รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย ให้สัมภาษณ์กับ The Standard เมื่อ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา เผยว่า คนงานกัมพูชาเหลืออยู่ในประเทศไทย เพียง 2.5 แสนคน ลดลงครึ่งหนึ่งจากเดิมที่เคยมีประมาณ 5 แสนคน ก่อนเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลกระทบจากการเดินทางกลับของแรงงานกัมพูชาทำให้ผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น การก่อสร้าง ภาคการประมง หรือภาคการเกษตร ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ทำให้รัฐบาลไทยเริ่มมองหาแรงงานข้ามชาติกลุ่มใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ประเทศศรีลังกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บันทึกข้อตกลงการจ้างแรงงานศรีลังกา จะมีการกำหนดการจ้างงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสรรหาและคัดเลือกแรงงาน กำหนดข้อมูลของนายจ้าง จำนวนและคุณสมบัติของแรงงาน ไปจนถึงเงื่อนไขการจ้างงานและค่าตอบแทน โดยแรงงานศรีลังกาที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับสัญญาจ้างก่อนเดินทางมายังประเทศไทย และสัญญาจ้างจะต้องทำโดยตรงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับข้อกำหนดเรื่องการคุ้มครองสิทธิ รัฐบาลไทยยืนยันว่า แรงงานจะได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ได้รับสิทธิประโยชน์ตามสัญญาจ้างและกฎหมายไทย รวมถึงแรงงานมีสิทธิเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากกรณีเกิดข้อพิพาทจากการจ้างงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อกำหนดยังระบุด้วยว่า สัญญาจ้างคนงานศรีลังกา มีระยะเวลา 2 ปี และต่ออายุได้อีก 2 ปี เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง แรงงานต้องเดินทางกลับศรีลังกา และเริ่มขั้นตอนกระบวนการจ้างงานใหม่อีกครั้ง เพื่อกลับมาทำงานในประเทศไทย และนายจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเดินทางกลับให้แรงงาน หากคนงานทำงานครบสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บางคนอาจสงสัยการนำเข้าแรงงานศรีลังกา มีข้อดี-ข้อเสีย หรือจุดที่ต้องกังวลหรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพื่อไปหาคำตอบดังกล่าว ประชาไทสัมภาษณ์&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อดิศร เกิดมงคล &lt;/strong&gt;ผู้ประสานงาน เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) ต่อกรณีการนำเข้าแรงงานข้ามชาติศรีลังกา ทั้งเหตุผลที่รัฐบาลเลือกนำเข้าคนงานจากศรีลังกา มากกว่าเปิดจดทะเบียนใหม่แรงงานข้ามชาติ 4 สัญชาติ ทั้งลาว เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม ประเมินปัญหาและข้อกังวลเรื่องการปรับตัวของแรงงานจากเอเชียใต้ และข้อเสนอจัดทำแผนยุทธศาสตร์แรงงาน เพื่อเป็นเข็มทิศนำทางในการออกแบบนโยบายการนำเข้าแรงงานในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54303061757_8cca867597_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;อดิศร เกิดมงคล&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ทำไมต้องเป็นแรงงานศรีลังกา&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;อดิศร มองเหตุผลที่รัฐบาลไทยเลือกนำเข้าแรงงานจากศรีลังกาว่า อาจจะเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ หากเกิดกรณีการกระทบกระทั่งด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่างกรณีของไทย-กัมพูชา ทำให้รัฐบาลเริ่มมองหาแรงงานที่ไม่ได้มาจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อดิศร กล่าวต่อว่า เดิมรัฐบาลเล็งนำเข้าแรงงานข้ามชาติหลายประเทศ มีทั้งศรีลังกา เนปาล อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แต่ที่เลือกศรีลังกา น่าจะเพราะเอเชียใต้เป็นตลาดแรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังหาพื้นที่ใหม่ๆ ในการส่งแรงงานไปทำงาน ประจวบเหมาะกับที่ประเทศไทยกำลังขาดแคลนแรงงานพอดิบพอดี ทำให้เกิดการเจรจาและตกลงนำเข้าแรงงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ เอเชียใต้เป็นตลาดแรงงานที่ใหญ่ และเดินทางไปทำงานในหลายประเทศ โดยประเทศที่ส่วนใหญ่คนเอเชียใต้มักเดินทางไปทำงานจะมีทั้งเอเชียตะวันออก อย่างเกาหลีใต้ และไต้หวัน ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเป็นประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;6 ข้อกังวลที่อาจเกิดจากการนำเข้าแรงงานศรีลังกา&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สมาชิกจากกลุ่ม MWG ประเมินปัญหาจากการนำเข้าแรงงานจากศรีลังกาทั้งหมด 6 ประเด็นด้วยกัน คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e7e5a432ef5453ab9b8ed28ab42122f6c"&gt;ค่าใช้จ่ายในการจ้างและจัดหาแรงงานจะสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการนำเข้า และการเดินทางของแรงงานศรีลังกา ซึ่งแตกต่างจากแรงงานข้ามชาติ 4 สัญชาติ ที่จะเข้ามาผ่านด่านชายแดน&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ecbe2f17e16e381c19b6ec58929b2dbba"&gt;ปัญหาเรื่องการปรับตัว เนื่องจากนายจ้างไม่เคยจ้างคนงานกลุ่มนี้มาก่อน และลูกจ้างก็ไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมไทย อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัว แม้ว่าคนศรีลังกาจะมีความเชื่อมโยงกันในด้านภาษา และศาสนาพุทธก็ตาม แต่เรื่องอื่นๆ อาจจะมีปัญหา&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e5cf680d1d4332895ca4f3f01b5f4ddb5"&gt;ปัญหาเรื่องของกระบวนการนำเข้า ซึ่งภาคประชาสังคมยังไม่ทราบชัดเจนว่า รูปแบบการเตรียมความพร้อมคนงานศรีลังกา ก่อนเข้ามาทำงานในประเทศไทย เป็นอย่างไร หรือใครมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ กรณีนี้จะแตกต่างจากคนงานจากพม่า ลาว และกัมพูชา ซึ่งทั้ง 3 ชาติมีชุมชนแรงงานในประเทศไทยอยู่แล้ว ทำให้การปรับตัวในประเทศไทย มีคนที่คอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา และแนะนำ แต่กับคนงานศรีลังกา แม้ว่าคนศรีลังกาจะอยู่ในประเทศจำนวนหนึ่ง แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีสถานะเป็นแรงงาน ถ้าให้ประเมินการปรับตัวของคนศรีลังกาน่าจะยากและท้าทายกว่า&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ef7d9bb847a3f085a416ddff34ed25be8"&gt;นอกจากการปรับตัวในการใช้ชีวิตแล้ว ความคุ้นเคยกับกฎหมายของประเทศไทย กระบวนการนี้เราจะเตรียมความพร้อมให้กับคนงานศรีลังกาได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="edd353a947a1115cc1916b4e1be0a01d2"&gt;พวกเขาจะมาทำงานในกิจการใด มาแบบไหน เพราะว่ามันยังไม่ได้มีการคุยกันชัด มันจะตอบโจทย์จริงหรือไม่ ถ้าคนงานเขาไม่ได้ทำงานในเซ็กเตอร์ที่เรายังขาดแรงงานอยู่ มันก็จะไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของเรา&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e1f2c685b49f205cc6f26766ff1b61b45"&gt;ท้ายสุด ปัญหาการออกแบบกระบวนการส่งตัวคนงานศรีลังกากลับประเทศเป็นอย่างไร ต้องรอดูในบันทึกข้อตกลงร่วมว่าจะมีการระบุเงื่อนไขอย่างไร ระยะเวลาสัญญาจ้างงานมากน้อยแค่ไหน ทำงานในกิจการไหน แม้ว่ารัฐบาลไทยจะบอกว่าอิงตามกฎหมายไทย แต่ว่าจริงๆ มันอาจจะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดบางอย่างที่เราอาจต้องพิจารณาเพิ่ม ยกตัวอย่าง เรื่องสิทธิและสวัสดิการในประกันสังคม ถ้าเกิดกรณีการเสียชีวิตของคนงาน เรื่องเอกสารหลักฐาน หรือญาติพี่น้องที่เข้ามารับเงินชดเชย มันจะเป็นภาระกับพวกเขามากขนาดไหน ต้องมีการปรับภาษาการคุยกัน ประเทศไทยมีล่ามศรีลังกาในไทยมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราประเมินว่านายจ้างต้องปรับเยอะแน่นอน&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;“มันต้องเตรียมพร้อมเยอะ มันต้องเทรนแบบคนไปทำงานที่เกาหลี ต้องมีการทดสอบทักษะความรู้ด้านภาษา และเราต้องคุยกันให้ดีว่าแรงงานศรีลังกาจะทดแทนได้มากน้อยขนาดไหนในระยะยาว” อดิศร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ต้องมียุทธศาสตร์นำเข้าแรงงานระยะยาว&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;อดิศร มองว่า ประเทศไทยต้องมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการนำเข้าแรงงาน ที่ประเมินว่า ประเทศไทยจะนำเข้าแรงงานข้ามชาติจำนวนมากเท่าไร หรือแรงงานข้ามชาติ 4 สัญชาติ ถ้าเกิดไม่เพียงพอ เราจะทำอย่างไร ทิศทางเศรษฐกิจประเทศไทยจะไปในแนวทางไหน เราประเมินเพื่อที่จะบอกว่า ถ้าเราเอาแรงงานศรีลังกาเข้ามา เราจะเอาเขาเข้ามาทำงานอะไร เซ็กเตอร์ไหน ตรงที่ไหนที่ยังขาดเพื่อทำให้กระบวนการคัดสรรหรือการพัฒนาทักษะจะได้สอดคล้องตรงนั้นมากขึ้น ซึ่งตอนนี้แผนยุทธศาสตร์เรายังไม่มี ทำให้การนำเข้าแรงงานศรีลังกาเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ฝั่งราชการอาจจะมองว่าเอาคนงานเข้ามาทำงานก่อน และค่อยมาปรับแก้ไขเป็นระยะๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเด็นคำถามที่ว่า ช่วงที่ผ่านมาก็มีเสียงเรียกร้องจากภาคการเกษตร อย่างเจ้าของไร่อ้อย และอุตสาหกรรมประมงว่ายังอยากจ้างแรงงานกัมพูชาทำงาน เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลไทยจะกลับมาอนุญาตให้แรงงานกัมพูชาขึ้นทะเบียน หรือต่ออายุใบอนุญาตทำงานอีกครั้ง อย่างน้อยเพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน&amp;nbsp;สมาชิก MWG&amp;nbsp;เผยว่า เขายังไม่รู้ว่าเมื่อไรจะกลับมาเปิดให้นายจ้างคนไทยใช้แรงงานกัมพูชาอีกครั้ง เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;อดิศร ประเมินด้วยว่า แรงงานจากค่ายผู้ลี้ภัย 9 ค่ายตามตะเข็บชายแดนไทย จะยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนแรงงานข้ามชาติได้ในเวลานี้ เนื่องจากทักษะอาชีพที่ผู้ลี้ภัยได้ร่ำเรียน จะไม่เหมาะกับงานที่เราขาดแคลนอยู่ตอนนี้อย่างพวกภาคการก่อสร้าง ภาคการเกษตร หรือภาคประมง ซึ่งเป็นงานใช้แรงอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้น ผู้ลี้ภัยที่ได้เรียนภาษาอังกฤษมาจากในค่าย ถ้าให้เขาทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ น่าจะดีกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทำไมเราถึงไม่เอาแรงงานข้ามชาติที่หลุดออกจากระบบขึ้นมาบนดินก่อน แล้วจึงนำเข้าแรงงานศรีลังกาเข้ามาทำงานในไทย&amp;nbsp;อดิศร&amp;nbsp;มองว่า ภาครัฐเล็งเปิดขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติที่หลุดออกจากระบบหรือเป็นแรงงานผิดกฎหมายไว้อยู่เหมือนกัน แต่กระแสต่อต้านแรงงานข้ามชาติมาแรงพอสมควร และพอมันมีจังหวะการเลือกตั้ง สส. (ปี 2569) พอดี เลยทำให้ตัวข้อเสนอนี้ถูกพับลงไป แต่ยังไงภาครัฐยังจะแก้ไขปัญหาโดยการเปิดจดทะเบียนแรงงานใหม่เป็นเรื่องหลัก ส่วนการนำเข้าแรงงานศรีลังกา อาจจะเป็นทางเลือกใหม่ที่ภาครัฐอยากทดลองดู ไม่ได้เป็นกลุ่มหลักที่จะเอาเข้ามาแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อคำถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการนำเข้าแรงงานศรีลังกาเข้ามาเยอะขึ้น&amp;nbsp;อดิศร&amp;nbsp;มองว่า เป็นไปได้ที่จะนำเข้ามาเพิ่ม เพื่อมาแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในระยะยาว แต่ว่ามันต้องวางอยู่บนแผนยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ทำแบบเร่งด่วน ต้องมีกรอบนโยบายที่ชัดเจนกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ระยะยาว ผมคิดว่ากลุ่มนี้อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่ง ใช้ผสมระยะยาวกับประเทศเพื่อนบ้าน และก็มาทดแทนในภาคส่วน อย่างเช่น โรงงานอุตสาหกรรมบางส่วน หรืองานภาคบริการบางส่วนได้ แต่ให้มาทดแทนเลย น่าจะไม่ขนาดนั้น น่าจะใช้ปนๆ กันไป” อดิศร กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สมาชิก MWG&amp;nbsp;เสนอว่า รัฐบาลต้องวางระบบการเตรียมความพร้อมก่อนทำงานให้ชัดเจน และทำแผนยุทธศาสตร์การนำเข้าแรงงาน เช่น เรายังขาดแคลนแรงงานในส่วนไหน ความพร้อมของนายจ้างที่จะรองรับแรงงานกลุ่มนี้ เพราะว่ามันต้องทำความเข้าใจการจ้างงาน ต้องอบรมก่อนทำงาน หรืออื่นๆ และในระยะยาว ถ้าเราต้องการแรงงานกึ่งฝีมือ เราต้องมาดูว่าแรงงานศรีลังกาตอบโจทย์ตรงนี้ได้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ออกแบบยุทธศาสตร์ต้องร่วมกันหลายฝ่าย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ต่อคำถามว่าภาคประชาสังคมเคยเสนอให้กระทรวงแรงงานจัดทำแผนยุทธศาสตร์การนำเข้าแรงงานมีมานานแล้ว ไม่ทราบว่ามีความคืบหน้าในเรื่องนี้หรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สมาชิก MWG ระบุว่า ล่าสุด รัฐมนตรีแรงงานมอบหมายให้กองเศรษฐกิจการแรงงานเป็นคนทำแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งเราแย้งไปว่าถ้าให้ข้าราชการเป็นคนทำฝ่ายเดียวจะเกิดปัญหาว่าแผนยุทธศาสตร์จะไม่รอบด้าน และใช้ปฏิบัติจริงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทางรัฐมนตรีมองว่าให้ทางกองเศรษฐกิจการแรงงานเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ ส่วนกระบวนการจัดรับฟังความคิดเห็นจะเชิญใครมาหารือบ้างขอดูอีกทีหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราย้ำว่า หากทำ ควรทำบนฐานการมีส่วนร่วมแต่แรกเลยดีกว่า เลยยังไม่มีความชัดเจนจากกระทรวงแรงงานเท่าไรว่าเรื่องแผนจะเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราเสนอเขาว่า มันเป็นหน้าที่กรรมการนโยบายการบริหารจัดการคนต่างด้าว รัฐมนตรีเป็นประธานเอง อาจจะให้คณะกรรมการเป็นคนตั้งอนุฯ ศึกษาเรื่องนี้ และนั่งทำแผนยุทธศาสตร์ออกมา และให้ กองเศรษฐกิจการแรงงาน เป็นกองเลขาฯ แก (รมว.แรงงาน) ก็รับไป แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเริ่มยังไง เมื่อไร”&amp;nbsp;สมาชิก MWG ระบุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อดิศร กล่าวว่า ปัญหาของการออกแบบจากมุมมองราชการเพียงฝ่ายเดียว เขาจะคิดบนฐานราชการ มันเหมือนการออกแบบตัวระบบ E-Work Permit (ระบบการต่ออายุใบอนุญาตทำงานออนไลน์) เขาจะเอาตัวกฎหมายมาจับอย่างเดียว แต่พอเริ่มใช้จริงกลับมีปัญหาเยอะมาก ไม่สอดคล้องกับความต้องการของคนใช้ หรือมีบางเรื่อง เช่น การประเมินทิศทางเศรษฐกิจไทย มันไม่ควรมาจากฝ่ายข้าราชการอย่างเดียว ควรจะรวมทุกฝ่ายมาร่วมกันออกแบบ เพื่อให้แผนสามารถใช้ปฏิบัติได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สัมภาษณ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;แรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;อดิศร เกิดมงคล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ศรีลังกา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" hreflang="th"&gt;เอเชียใต้&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;แรงงานข้ามชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;กระทรวงแรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Wed, 16 Sep 2026 14:07:40 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118778 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118778#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ฝ่าวิกฤตศรัทธา สมณศักดิ์ คณะสงฆ์ | หมายเหตุประเพทไทย EP.644</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118735</link>
  <description>&lt;span&gt;ฝ่าวิกฤตศรัทธา สมณศักดิ์ คณะสงฆ์ | หมายเหตุประเพทไทย EP.644&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-13T23:45:34+07:00" title="Sunday, September 13, 2026 - 23:45"&gt;Sun, 2026-09-13 - 23:45&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และ ชานันท์ ยอดหงษ์ แนะนำบทความ “‘พรานเบ็ดผ้าเหลือง’: มายาคติ ความหลง และสมณศักดิ์ที่ครอบงำ—การวิเคราะห์วิกฤตศรัทธาในสถาบันสงฆ์ไทย” โดย กฤต พิริยธัชกุล วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เผยแพร่ใน วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม–สิงหาคม 2569) ซึ่งศึกษาวิกฤตศรัทธาต่อสถาบันสงฆ์ไทย ผ่านโครงสร้างสมณศักดิ์ ระบบทุนทางศาสนา และปัจจัยเชิงเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของคณะสงฆ์ในยุคร่วมสมัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อค้นพบสำคัญของงานคือมโนทัศน์ “พรานเบ็ดผ้าเหลือง” หรือการใช้ผ้าเหลืองเป็นเครื่องมือดึงดูดศรัทธาและทุน ผ่านกระบวนการผลิตซ้ำความศักดิ์สิทธิ์ 4 ระดับ ได้แก่ การใช้วาทกรรมยกย่องตำแหน่งมากกว่าการปฏิบัติ การแปรสมณศักดิ์เป็นเครื่องผลิตทุน การใช้ตัวชี้วัดเชิงปริมาณแทนคุณภาพทางธรรม และการดัดแปลงหลักธรรมให้กลายเป็นสินค้า ขณะเดียวกัน วิกฤตศรัทธายังเกิดจาก “วงจรอุบาทว์” ที่เชื่อมโยงปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองเข้าด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บทความยังวิพากษ์การเปลี่ยนแปลงของการสื่อสารทางศาสนา จากการถ่ายทอดธรรมะไปสู่การประชาสัมพันธ์เพื่อธำรงสถานะ การสร้างภาพลักษณ์ และการสร้างตราสินค้าทางศาสนา รวมถึงการใช้วาทกรรมบางแบบเพื่อปิดกั้นการตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจภายในคณะสงฆ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยงานวิจัยเสนอว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพียงความบกพร่องของพระสงฆ์เป็นรายบุคคล แต่เป็น วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่ต้องอาศัยการปฏิรูปทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระ การปฏิรูประบบสมณศักดิ์ การจัดการทรัพย์สินอย่างโปร่งใส การบริหารวัดในฐานะองค์กรสาธารณะ การรื้อมายาคติเรื่อง “ห้ามแตะต้องศาสนา” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์ ไปจนถึงการปฏิรูปการศึกษาของพระสงฆ์ เพื่อรับมือกับวิกฤตศรัทธาที่กำลังเกิดขึ้นในสถาบันสงฆ์ไทยร่วมสมัย #หมายเหตุประเพทไทย #คณะสงฆ์&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55513470274_98db1129e6_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;พระพุทธศาสนา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95-%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;กฤต พิริยธัชกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;พระสงฆ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 13 Sep 2026 16:45:34 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118735 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118735#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>“วิกฤติศรัทธา(สภา)สูง” วงเสวนาเรียกร้อง กกต. ส่งสำนวนคดีทุจริตเลือก สว. ให้ศาลพิจารณา</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118732</link>
  <description>&lt;span&gt;“วิกฤติศรัทธา(สภา)สูง” วงเสวนาเรียกร้อง กกต. ส่งสำนวนคดีทุจริตเลือก สว. ให้ศาลพิจารณา&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-13T18:41:21+07:00" title="Sunday, September 13, 2026 - 18:41"&gt;Sun, 2026-09-13 - 18:41&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/Oac2xV5_63w?si=1SSiwedNQOJxPNLS" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;11 ก.ย. 2569 คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ จัดเสวนา “วิกฤติศรัทธา(สภา)สูง: โอกาสและความท้าทายในการเมืองไทย” ณ อาคารรัฐสภา โดยมีชยพล สท้อนดี สส. พรรคประชาชน, โคทม อารียา อดีต กกต., สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ และมุนินทร์ พงศาปาน อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมอภิปรายข้อกล่าวหาทุจริตการเลือก สว. ซึ่ง กกต. เตรียมแถลงปิดคดีว่าจะส่งฟ้องศาลหรือไม่ ในวันที่ 14 ก.ย. นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มุนินทร์ระบุว่า กกต. มีหน้าที่ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานเบื้องต้นเพื่อชี้มูล ส่วนการตัดสินความผิดเป็นอำนาจของศาลฎีกา พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อการตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 และการตีความกฎหมายที่อาจจำกัดผู้กระทำผิดไว้เฉพาะผู้สมัคร ทั้งที่ผู้มีส่วนร่วมทุจริตอาจเป็นบุคคลอื่นได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สฤณีเห็นว่า พยานหลักฐานเส้นทางการเงินมีน้ำหนักเพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา พร้อมมองว่าพฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนความพยายามยึดโครงสร้างอำนาจรัฐผ่านวุฒิสภาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มผลประโยชน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชยพล เสนอให้ กกต. ส่งเรื่องผู้ถูกกล่าวหาทุจริตการเลือก สว. ทั้ง 229 คนให้ศาลฎีกาพิจารณา โดยเห็นว่ามีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่าย การนัดแนะ และการสัญญาให้ผลประโยชน์มากเพียงพอที่จะดำเนินการต่อ พร้อมย้ำว่าประชาชนต้องการกระบวนการสอบสวนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ หาก กกต. ไม่ส่งฟ้องหรือส่งฟ้องไม่ครบ เขาจะเปิดเผยหลักฐานต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นข้อสงสัยต่อการตัดสินใจของ กกต.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้เขายอมรับว่าลึกๆ แล้วรู้สึกว่า กกต. อาจจะไม่ส่งฟ้องเลยทั้ง 229 คน เพราะหากนำคนกลุ่มหนึ่งมาสังเวยเข้าสู่กระบวนการ คนเหล่านั้นอาจทนแรงกดดันไม่ได้และเปิดเผยข้อมูล ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อผู้เกี่ยวข้อง จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ส่งใครเลย แต่อาจยอมสังเวย กกต. ให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์แทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านโคทมวิจารณ์ว่า กกต. ยังอธิบายเหตุผลต่อสาธารณะไม่ชัดเจน โดยเสนอให้ส่งสำนวนให้ศาลพิจารณา พร้อมสนับสนุนให้คงองค์กร กกต. ไว้ แต่ปรับปรุงกระบวนการสรรหาและกลไกตรวจสอบให้รัดกุม เพื่อคุ้มครองประโยชน์ประชาชน&lt;br&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;วุฒิสภา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D-2560" hreflang="th"&gt;รัฐธรรมนูญ 2560&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;มุนินทร์ พงศาปาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 13 Sep 2026 11:41:21 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118732 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118732#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>‘สว.’ เช่นนี้ท่านได้แต่ใดมา? เปิดบทสนทนา ‘มีชัย’ และคณะร่างรัฐธรรมนูญ 60</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118713</link>
  <description>&lt;span&gt;‘สว.’ เช่นนี้ท่านได้แต่ใดมา? เปิดบทสนทนา ‘มีชัย’ และคณะร่างรัฐธรรมนูญ 60&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ทีมข่าวการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-11T15:50:39+07:00" title="Friday, September 11, 2026 - 15:50"&gt;Fri, 2026-09-11 - 15:50&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;สัปดาห์ที่ผ่านมามีข้อถกเถียงกันว่า ‘มีชัย ฤชุพันธุ์’&amp;nbsp; หัวเรือยกร่างรัฐธรรมนูญรู้สึก ‘เสียใจ’ หรือไม่ที่เขาและคณะออกแบบการเลือกตั้ง สว. เช่นนี้? สืบเนื่องจากนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ออกแย้มถึงความเสียใจขณะที่คนใกล้ชิดและมีชัยเองบอกว่าไม่เคยพูด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สั้นๆ แค่นั้น…จึงไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาสรุปบทเรียน ‘กับตัวเอง’ อย่างไร?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อน 14 กันยายน เดดไลน์ที่ กกต.ตัดสินใจคดีฮั้ว สว. ประชาไทชวนพักเบรคด้วยการท่องเที่ยวไปใน ‘บทสนทนาบางส่วน’ ของผู้ให้กำเนิด สว.ชุดนี้ ย้อนไปเมื่อปี 2559 หลัง คสช.แต่งตั้ง ‘ทีมอรหันต์ปั้นรัฐธรรมนูญ’ ขึ้นมา พวกเขาปิดห้องคุยอะไรกันบ้าง คาดหวังอะไรกับ สว. และออกแบบกันอีท่าไหนจนออกมาเป็น ‘วุฒิสภาสีน้ำเงิน’ ตั้งใจหรือไม่ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีชัย ฤชุพันธุ์ คือประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกรวมเป็น 20 คน และมีที่ปรึกษาอีก 7 คน (รายชื่อในล้อมกรอบด้านล่าง) เราจะดูบทสนทนาผ่านเอกสาร ‘รายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ’ ซึ่งมีการจดเป็นเชาวเลขทำให้เห็นว่าใครพูดอย่างไรบ้างโดยละเอียด การประชุมตอนยกร่างนั้นประชุมกันกว่า 501 ครั้ง (ในเวลา 6 เดือน) จากนั้นมีการยกร่างกฎหมายระดับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ หนึ่งในนั้นว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. เราไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ากรรมการพูดอะไรกันเนื่องจากที่ประชุมมีมติมิให้บันทึกแบบเชาวเลข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต้องกล่าวก่อนว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้มีการศึกษาวิจัยรองรับเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนตอนร่างรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นแต่เพียงการปิดห้องถกกันตามประสบการณ์และความเห็นส่วนตัวล้วนๆ โดยมีประธานผู้มากประสบการณ์คอย ‘ถือหางเสือ’ ไม่ให้ออกทะเล ผู้ที่ให้ความเห็นหลักๆ ในเรื่อง สว.มีอยู่ราว 7-8 คน และยังมี ‘เจษฎ์ โทณะวณิก’ ที่ปรึกษาผู้แอคทีฟคอยเสริมข้อมูลประเทศต่างๆ อยู่คนเดียว&lt;br&gt;&lt;br&gt;หากอ่านระหว่างบรรทัดในรายงานการประชุม จะพบว่าโจทย์ตั้งต้นของกลุ่มผู้ยกร่างฯ คือ กีดกันนักการเมืองออกจากสภาสูงให้มากที่สุดเพราะเชื่อว่าพวกนี้ซื้อเสียงเข้ามาและฉลาดล้ำในการแทรกแซงระบบถ่วงดุล แม้ไม่มีการเอ่ยชื่อสักครั้งในที่ประชุม แต่ไม่ต้องเดาเลยว่าในบริบทตอนนั้น โจทย์ในใจผู้ยกร่างฯ ทุกคนคือใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำอธิบายตอนหนึ่งของประธานในที่ประชุม น่าจะสะท้อนได้ดีถึงเจตนาที่ต้องการหาทางออกจาก ‘ฝันร้าย’ นั้นอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สิ่งที่เรากังวลกันมาที่สุดก็คือ เราหวังให้วุฒิสภานี้เป็นกลางในการที่จะ protect อะไรต่ออะไรบางอย่าง หรือช่วยถ่วงดุลอำนาจนิติบัญญัติในตัวมันเอง นอกเหนือไปจากการที่มีองค์กรข้างนอกเข้ามาถ่วงดุล องค์กรข้างนอกถ่วงดุลตอนที่ทำผิด แต่ไม่ได้ถ่วงดุลดุลยพินิจในนิติบัญญัติ&lt;br&gt;&lt;br&gt;“ประเทศเรามันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้เป็นมลรัฐเหมือนสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้น ที่มาของของวุฒิสภาจึงต้องไม่ใช่เป็นใครก็ได้ที่ไปลงเลือกตั้ง อย่างที่ชอบพูดกันว่า มันต้องเลือกตั้งแต่เพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเมื่อไรไปลงเลือกตั้งปั๊บ มันก็จะตกอยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมืองอย่างแน่แท้ เพราะคนที่ไปสมัครรับเลือกตั้งไม่มีทางที่จะไปทำอะไรลำพังตัวเองโดยไม่ยึดโยงกับพรรคการเมืองได้ เพราะฉะนั้นมันก็จะเสียหลักตรงนั้นไปตั้งแต่ต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แต่ครั้นจะให้แต่งตั้งมาโดยตรง จะโดยฝ่ายบริหารหรือโดยคณะกรรมการอะไรก็แล้วแต่ มันก็ยากที่จะทำให้คนเชื่อว่าไม่ได้เอาคนที่เป็นพรรคพวกของตัวเข้ามา ซึ่งอย่างนั้นมันก็อันตราย แล้วเราก็พบแล้วว่า วุฒิสภาที่มาจากการสรรหาอย่างสองคราวที่แล้วนั้น พอมีคณะกรรมการเลือกตั้งมันก็ขึ้นอยู่กับกรรมการการเลือกตั้งว่าคนไหนเป็นคนซึ่ง active ในคณะกรรมการนั้น คนนั้นก็จะมีตัวคนวิ่งเข้าไปหา....ถึงแม้ว่าบังเอิญจะได้คนดีมาไม่น้อยก็ตาม แต่ผมก็คิดว่าวิธีนั้นไม่ใช่วิธีที่ดี แล้วมันก็ตอบโจทย์อะไรไม่ได้ มันมีหนทางใดที่จะใช้วิธีเลือกทางอ้อมที่ไปตามวิชาชีพหรืออะไรก็แล้วแต่ ช่วยกันคิดดูว่ามีทางใดไหมที่ 1.ไม่ต้องเลือกตั้งโดยตรง 2.ไม่ใช่วิธีการสรรหาแบบคณะกรรมการสรรหา แล้วตรง in Between มีอะไร ช่วยกันคิดหน่อยเถอะครับ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ใช่แล้ว โจทย์ตั้งต้นในการออกแบบการได้มาซึ่ง สว.คือ ไม่เอาเลือกตั้ง+ไม่อยากสรรหา โดยประธานกรุยทางมาหน่อยหนึ่งแล้วว่า น่าจะเป็น ‘การเลือกโดยอ้อม’&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรรมการในห้องทอยแสดงความเห็นด้วยกับ ‘ความล้มเหลวของการเลือกตั้งโดยประชาชน’ แม้จะมีน้ำหนักแตกต่างกันไป พร้อมเสนอไอเดียคร่าวๆ ว่าควรจะไปทางไหน เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กีระณา สุมาวงศ์ (อดีตนายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย, อดีต สนช., อดีต ส.ว.)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;​เห็นว่า เลือกตั้งทั้งหมดนั้นไม่เหมาะ เพราะต้องหาเสียง จะใช้เงินหาเสียงก็ต้องไปยึดโยงกับพรรคการเมือง ทำให้ตกอยู่ภายในการครอบงำของพรรคการเมือง แล้วก็มีประสบการณ์ว่าเขาซิกแนวกันในการโหวต พ.ร.บ.สำคัญๆ พวกเป็น สว.ที่มาจากท้องถิ่นก็อยากไปสู่การเป็น สส. เพราะมีผลประโยชน์มากกว่า แต่ สว.สรรหาก็ไม่ใช่ดีทุกคน ตอนหลังก็เอนเอียง ไม่มีความเป็นกลาง แล้วยังไปวิ่งเป็น สส.ตอนหลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สุพจน์&amp;nbsp;ไข่มุกด์&amp;nbsp; (อดีตเอกอัครราชทูต,อดีต กรธ.2550, อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กล่าวว่า “ถ้าเราดูจากบริบท แล้วก็ความเจ็บปวดที่เราได้รับจาก สว.เลือกตั้งนะครับ&amp;nbsp; เราคงให้มีการเลือกตั้งทั้งหมดไม่ได้ ก็ต้องแบ่งๆ กันไป” พร้อมเสนอว่า ควรเป็นการสรรหาผู้แทนองค์กร ข้าราชการ องค์กรวิชาชีพ บวกกับเลือกตั้งทางอ้อม โดยทำเป็นช็อตลิสต์&amp;nbsp;(รายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย) มาจากกรรมการกลั่นกรองที่คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ มาทั่วประเทศ แล้วให้ประชาชนแต่ละจังหวัดเลือกมา ถือเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อัชพร&amp;nbsp;จารุจินดา (อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, อดีตรองเลขานุการ กรธ.2550, กรรมการร่างกฎหมาย คณะกรรมการกฤษฎีกา)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กล่าวว่า “เราถูกโฆษณามานานว่า การเลือกตั้ง สว.เป็นสิทธิของประชาชน ถ้าตัดจะลำบาก ถ้าแปลงสักหน่อยเป็นเลือกตั้งทางอ้อม เข้าใจว่าประชาชนรับได้ ถ้ากรรมการสรรหาผ่านประชาชนเสียหน่อย เขาจะยอมรับได้” พร้อมเสนอว่า นักการเมืองพรรคการเมืองยังจ้องอยู่ เพราะ สว.ยังมีฟังก์ชั่นหลายอย่าง ดังนั้น ควรมีกระบวนการกลั่นกรอง คือ 1. สว.ต้องมีคุณวุฒิสูงกว่า สส. 2. ต้องห้ามเป็น สส.ตลอดชีวิต จะได้ไม่กระโดดไปมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อภิชาติ&amp;nbsp;สุขัคคานนท์ (อดีตประธาน กกต. อดีตประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา ที่ปรึกษากฎหมายประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กล่าวในฐานะอดีต กกต.ที่ได้ร่วมสรรหา สว.ชุดที่แล้วว่า ตอนที่ทำหน้าที่สรรหาไม่รู้จักตัวจริง ยากเหมือนกัน เพราะดูจากเอกสารเท่านั้น ตอนนั้นก็พยายามเลือกให้ดีที่สุด รัฐธรรมนูญเก่ากำหนดให้เลือกตั้ง 76 คน สรรหา 74 คน เมื่อเทียบคุณภาพแล้วเห็นว่า สว.สรรหาดีกว่า ดังนั้น คิดว่าวิธีการเก่านั้นดีแล้ว เป็นการผสมทั้งสองแบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภัทระ คำพิทักษ์ (อดีต บก.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ)&lt;/strong&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;เห็นว่า เรื่องยึดโยงประชาชนเป็นสิ่งชอบพูดกัน แต่ไชยันต์ ไชยพร&amp;nbsp;อาจารย์ปรัชญาการเมืองจากรั้วจุฬาฯ บอกเลยว่า ไม่จำเป็น เพราะวุฒิสภาเป็นสภากลั่นกรอง ไม่ได้มีฟังก์ชั่นแบบสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น หรือเราจะเอาจากศาลสัก 100 คนไหม แล้วให้พรรคการเมืองหรือฝ่ายค้านเลือกมาในส่วนนิติบัญญัติสัก 100 คน ที่ไม่ใช่อดีตพรรค ส่วนกลุ่มอาชีพก็อยากให้มี โดยมีบัญชีรายชื่อแล้วให้คนจำนวนหนึ่งไปเลือก หรือให้เลือกตั้งโดยอ้อมให้ประชาชนไปเลือกก็ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาติชาย ณ เชียงใหม่ (อาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์​-นิด้า)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของ สว.ไม่เหมือน สส.ที่ต้องแข่งขันเอาชนะกัน แต่ สว.เป็น concept ของการชักชวนคนดี คนอยากทำประโยชน์ให้บ้านเมืองมาดูแลภาพรวมและมองไปข้างหน้า สส.จะห่วงว่าสมัยหน้าจะได้รับเลือกอีกหรือเปล่า ส่วน สว.เราให้เขาเป็นหนเดียว ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ มาทำอะไรเป็นสิ่งที่เรียกว่าคุณงามความดี เป็นคุณค่าของตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เลือกตั้งทางอ้อม อาจใช้โมเดลให้กรรมการสรรหามาจากองค์กรต่างๆ ที่มีการจดแจ้ง น่าเชื่อถือในพื้นที่ กลั่นกรองคนสมัครที่ปลอดพรรคการเมือง จากสายอาชีพต่างๆ แล้วทำ&amp;nbsp;shortlist&amp;nbsp;(รายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย)&amp;nbsp; เอาลิสต์นั้นให้ประชาชนเลือก 2 คน จากทั้งหมด 5 หรือ 10 คน ใส่เงื่อนไขด้วยว่าไม่สามารถเป็น สส.ได้ในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้าพรรคการเมืองไหนจะครอบงำ.... มันจะจ่ายสัก 3-4 เด้ง มีสตางค์ ก็ปล่อยมันจ่ายไปเถอะครับ คิดว่ามันก็ทอนกำลัง ได้ไม่คุ้มเสีย ถ้าเรามองในแง่ตลาดการเมือง ถ้าดู cost ของการลงทุนเพื่อได้ สว.มามันสูงเกินกว่าประโยชน์ที่จะได้ มนุษย์มนามันก็ไม่ลงทุนใช่ไหมครับ” ชาติชายกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศุภชัย ยาวะประภาษ (อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เสนอให้เลือกกันเองดีกว่าเราไปตั้งอรหันต์มาเลือก และเริ่มจำลองภาพว่า ถ้าพรรคการเมืองขนคนมาสมัครกลุ่ม A กำหนด Max ที่ 100 ถ้าจับมือกัน 3 พรรคได้สัก 60 คนก็คุมทุกอย่างได้หมด เขาจะเป็นคนกำหนด shortlist เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจษฎ์ โทณะวณิก (นักวิชาการอิสระ อาจารย์พิเศษด้านกฎหมาย)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ให้ข้อมูลว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ อุวรรณโณ กำหนดให้เลือก สว.คล้ายกับที่ กรธ.บางคนนำเสนอ จังหวัดละ 10 คนใช้วิธีการเดียวกัน ใครอยากสมัครเดินมาสมัคร ใครอยากเป็นกรรมการสรรหาเดินมาสมัคร แล้วกำหนดคุณสมบัติว่าสมัคร สว.กลุ่มไหนได้บ้าง คนเป็นกรรมการสรรหาต้องเป็นอย่างไร พอเสนอออกไปสังคมส่วนใหญ่บอกว่านี่เป็น ‘การฆ่าตัดตอนผู้สมัคร’ และไปจำกัดสิทธิประชาชนที่จะเลือกได้อย่างเสรี โดยมีคำโจมตีระบบกรรมการสรรหาว่า “ให้เทวดามาเลือกคนให้ประชาชนเลือก”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประธาน (มีชัย)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กล่าวว่า อาจต้องผสมผสานกันระหว่างเลือกตั้งทางอ้อมกับกลุ่มอาชีพให้มันหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น เวลานี้เรามีสภาวิชาชีพทางกฎหมาย มีสหกรณ์การเกษตร มีกลุ่มเกษตรกร มีองค์กรชุมชน มีสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาทนายความ สมาคมลูกจ้าง สมาคมนายจ้าง ผู้บริโภค ผู้พิการ สภาเกษตร ถามว่าทั้งหมดนี้ cover (ครอบคลุม) คนทั้งประเทศหรือยัง ถ้ามัน cover คนทั้งประเทศ เราก็สามารถหยิบเอามาให้เขาเป็นคนเลือกตัวแทนของเขาขึ้นมาในระดับจังหวัด แล้วก็ขึ้นมารวมกันแล้วก็ให้เขาเลือกกันเอง แต่ว่าต้องสร้างกลไกวิธีที่จะป้องกันการฮั้ว ซึ่งตรงนี้ต้องไปคิดวิธี”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภัทระ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไม่เห็นด้วยกับวิธีการเลือกโดยกลุ่มอาชีพ เขาพบว่าร่างบวรศักดิ์ ‘เละเป็นโจ๊ก’ และการเมืองจะไปทำลายองค์กรวิชาชีพ หากให้แต่ละอาชีพเลือกกันเอง และอธิบายถึงวิธีการจับสลากของศาลเจ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประพันธ์ นัยโกวิท (อดีตรองอัยการสูงสุด, อดีตกรรมการการเลือกตั้ง, อดีต ส.ส.ร,&amp;nbsp; อดีต กรธ.2550)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โต้แย้งให้เห็นถึงข้อดีของการเลือกตั้ง และย้ำว่าหากตัดการเลือกตั้งออกไปเลยจะชี้แจงเหนื่อย จึงควรเป็นเลือกตั้งในกลุ่มอาชีพ อย่างน้อยยังได้เลือกในกลุ่มกันเอง รัฐธรรมนูญ 2550 แบ่งที่มา สว.สรรหาเป็น 5 กลุ่มใหญ่ คือ ภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ ภาคอื่นเราจะเพิ่มเข้าไปก็ได้ อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าเลือกตั้งในกลุ่มอาชีพต้องยอมรับว่าอาจมีฮั้วเหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราต้องยอมรับสภาพเหมือนกัน ก็อาจจะต้องมีการฮั้วมีอะไร ก็เหมือนกับการเลือกตั้งลงพื้นที่ก็มีซื้อเสียง ก็มีจุดอ่อน จุดด้อย เราก็คงต้องปล่อยให้ระบบในกลไกเขาเดินไป” ประพันธ์กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;…..นี่แค่เพียง ‘น้ำจิ้ม’ ของกระบวนการ brainstorming (ระดมสมอง) ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่หารือกันอินุงตุงนังและวกวนพอสมควร เราคัดสรรจากการประชุม 3-4 ครั้งหลัก (ครั้งที่ 29,30,31,41) เพียงบางส่วนและลำดับใหม่ให้เข้าใจง่ายเพื่อสะท้อนวิธีคิดของผู้ร่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่หากให้สรุปภาพรวมโดยย่นย่อ ข้อเสนอในตอนต้นๆ นั้นหลากหลาย มีความเห็นแย้งกันไปมา แต่ก็เริ่มมีเค้าลางของการเลือกในกลุ่มอาชีพ โดยในเบื้องต้นหลายเสียงอยากให้มี ‘กรรมการสรรหา’ เข้ามามีส่วนร่วมกรองคนด้วยภัทระ คำพิทักษ์ คือผู้ที่พยายามผลักดันแนวคิดนี้อยู่หลายครั้ง&amp;nbsp; แต่เมื่อถกเถียงกันไปพักใหญ่ ประธานสรุปว่า ไม่เอากรรมการสรรหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“มันไปไม่รอดหรอก ในระบบอย่างนี้ถ้าเอากรรมการสรรหา คนไปสรรหาจะถูกครหานินทา ที่สรรหากันมายังถูกนินทาอยู่จนทุกวันนี้ เลือกก็ได้ไม่ดี …เอาองค์กรอิสระมาใช้มากๆ มันก็เปลืองตัวเหมือนกัน เดี๋ยวพอถึงตอนจะหาองค์กรอิสระก็จะใช้พวกนั้นไม่ได้ ถูกตียับเยินเสียแล้ว คือผมคิดว่าทางเดียวที่จะทำได้คือ เขาเลือกกันเองจะกี่ขั้นตอนก็แล้วแต่” ประธานกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีการถกเถียงกันอีกมากมายว่า จะจัดประเภทกลุ่มอย่างไร, มีจำนวนกี่กลุ่มจึงจะครอบคลุม, เปิดกว้างให้ใครๆ สมัครได้แค่มีคนรับรอง หรือจะต้องให้คนในวิชาชีพไปตกลงกันเพื่อเสนอชื่อมา ฯลฯ จนเหมือนว่าจะได้ตุ๊กตาว่าแบ่งเป็น 20 กลุ่ม และเลือกในระดับพื้นที่มาก่อนจะรวมในระดับประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธานเสนอวิธีการเลือกด้วยว่า น่าจะต้องกำหนดให้เลือกกันในแต่ละกลุ่มก่อน แล้วให้เลือกข้ามกลุ่มในตอนท้าย ด้วยวิธีนี้เชื่อว่าจะฮั้วกันไม่ได้แล้วเพราะทุกคนจะถูกแยก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย (อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ, ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยกฎหมายการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แย้งว่า ถ้าใช้ระบบอำเภอหรือจังหวัดจะมีประเด็นเรื่องพรรคการเมืองจ้างคนไปสมัครหรือไม่ สมมติอำเภอหนึ่งจ้างสัก 200 คนให้ไปสมัครในอาชีพนี้ แล้วก็บอกว่าในอำเภอนี้ให้เลือกคนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศุภชัย&lt;/strong&gt; ก็ตั้งข้อสังเกตว่า “พรรคการเมืองจ้างคนสมัครได้ทั้ง 20 กลุ่ม ให้ได้ใช้ sizable&amp;nbsp;(ใหญ่มากพอสมควร)&amp;nbsp;สักนิดหนึ่ง พอ sizable ปุ๊บ เขาก็บล็อคโหวตได้หมด จะแก้อย่างไรนึกยากเหมือนกัน”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจและเกี่ยวพันกับการกำหนด ‘วิธีการเลือก สว.’ ก็คือ การมองว่าจริงๆ แล้ว สว.ควรเป็น ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย หรือควรเป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ กันแน่ ผู้ที่จุดประเด็นนี้อย่างสำคัญก็คือ&amp;nbsp;ปกรณ์ นิลประพันธ์ ซึ่งเป็นกฤษฎีกาและเป็นเลขานุการ กรธ.ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปกรณ์&amp;nbsp;(กรรมการด้านกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp; “วุฒิสภาที่เรากำลังออกแบบนะครับ เรากำลังออกแบบให้วุฒิสภาทำหน้าที่หลักคือ ทำหน้าที่เป็นสภาที่ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย แล้วก็ไม่ได้ทำหน้าที่ในการควบคุมเหมือนเมื่อก่อน (ไม่มีอำนาจถอดถอน)&amp;nbsp; เพราะฉะนั้นสิ่งจำเป็นที่สุดในทัศนะของผมก็คือว่า คนจะมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญแล้วก็ประสบการณ์ในระดับที่สามารถที่จะมาร่วมกันตรวจสอบแล้วก็พิจารณากฎหมายได้ ฐานนี้จะแตกต่างจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นอีกลักษณะหนึ่ง นั่นคือเป็นผู้แทนของกลุ่ม กลุ่มปวงชนต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ในขณะเดียวกันเราก็ต้องให้เขามี&amp;nbsp;integrity (ความซื่อสัตย์-มีคุณธรรม) พอสมควร ว่าเขาต้องให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระด้วย ผมติดใจอยู่อันหนึ่งก็คือว่า โลกยุคใหม่นี่มันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก สถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ถ้าสมมติว่าเราไปยึดติดอยู่กับอาชีพเดิมๆ ผมเกรงว่ารัฐธรรมนูญเราจะใช้ได้ไม่กี่ปีแล้วมันก็จะ outdated เพราะมันจะไม่สอดรับกับสถานการร์ที่เปลี่ยนแปลงไป วุฒิสภาเราจะกลายเป็นวุฒิสภาที่ conservative มาก และมันจะทำให้กฎหมายของเรามีปัญหาในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เนื่องจากหน้าที่ของวุฒิสภามีความสำคัญมากขึ้น เรายกระดับแล้ว ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องไปยุ่งกับการเมืองมาก และเราก็มีองค์กรอิสระซึ่งเราพยายามสร้างให้เข้มแข็ง..ผมจึงคิดว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเปิด open มากมายขนาดนั้น จริงอยู่มันอาจะสะท้อนความต้องการของประชาธิปไตยได้นะครับว่า มันเปิดกว้าง แต่ถามว่ามันสอดรับกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรที่เรากำลังจะสร้างหรือไม่ ผมคิดว่ามันยังไม่ได้ไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นยิ่งฐานมันยิ่งกว้างเท่าไร ผมคิดว่าความสามารถในการกลั่นกรองกฎหมายของสภาจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรรมการหลายคนแสดงความเห็นด้วยกับปกรณ์ อย่าง สุพจน์ ไข่มุกด์ ก็เห็นควรให้&amp;nbsp; put the right man in the right job แต่ประธานดูจะไม่เห็นเช่นนั้น&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;strong&gt;ประธาน&lt;/strong&gt;โต้แย้งวิธีคิดนี้ตรงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราไปติดยึดอยู่กับคำว่า สว.มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย แล้วเราก็เลยนึกว่าเราจะต้องหาคนที่มีความรู้ ความสามารถสูงๆ มาเพื่อกลั่นกรองกฎหมาย ผมบอกตรงๆ ว่า ถ้าจะทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายไม่ต้องไปหาใคร ไปที่กฤษฎีกาเขาทำมาตลอดชีวิต ไม่ต้องไปเอาใครหรอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แต่คำว่า กลั่นกรองกฎหมายในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงในทางเทคนิค เทคนิคนี่มีเจ้าหน้าที่ทำ กลั่นกรองกฎหมายในที่นี้หมายถึงการมองในแง่มุมที่แตกต่างไปจากสภาผู้แทนราษฎรเขามอง เพราะสภาผู้แทนราษฎรเขามองตามนโยบายพรรค มองตามคำสัญญาที่ให้กับประชาชน แต่อาจไม่ได้มองในแง่มุมของคนซึ่งไม่ได้มีส่วนเลือกเขา ที่เรามีวุฒิสภาเพื่อกลั่นกรองก็เพื่อให้มองในทุกแง่ทุกมมุม เพราะฉะนั้นเวลาคนที่เราจะเอามา มันจึงต้องเอามาจาก all walks of life (ทุกชนชั้นทางสังคม-เศรษฐกิจ) เพื่อให้เขาได้มองในหลากหลายมิติ ไม่ใช่จะมองแต่มิติในเชิงการเมืองหรือมิติในทางที่ต้องการบรรลุผลจากผู้แทนราษฎร ก็ไม่ใช่เป็นความผิดของสภาผู้แทนราษฎร เขาก็มีคำมั่นสัญญาของเขา เขาก็ทำ แต่ว่ากลั่นกรองนี่ก็กลั่นกรองแต่เพียงว่าลองคิดด้านนี้ดูสิ อันนี้มันจะกระทบพวกนี้ไหม ก็เป็นแต่เพียงการตักเตือนหรือมองอีกแง่มุมหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราจะสังเกตเห็นว่าในระบบรัฐสภาเรานี่ เราไม่เคยให้วุฒิสภามีอำนาจเด็ดขาดในการสกัดกฎหมายได้เลย นั่นบอกอะไร บอกว่าเสียงของวุฒิสภาเป็นเสียงเตือนสติให้รู้ว่า นี่นะ ถ้ามองอีกแง่มุมหนึ่งแล้วมันจะเกิดผลอย่างนี้ๆ แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรก็เป็นคนไปตัดสินใจสุดท้าย เพราะฉะนั้น คนที่เราต้องการในวุฒิสภาจึงไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการ เราต้องการคนที่มีประสบการณ์ในวิถีชีวิตของคนทั้งประเทศ….”&amp;nbsp;&lt;br&gt;&lt;br&gt;จบสปีชอันสวยงามของประธาน กรรมการหลายคนก็ยังวิตกกังวลกับเล่ห์กลของนักการเมืองอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;strong&gt;อภิชาติ&lt;/strong&gt; ยังแสดงความห่วงและยืนยันยังอยากได้ระบบผสม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ผมอยู่กับเลือกตั้ง ผมไม่เชื่อว่าเลือกตั้งแล้วจะได้คนดี ไม่มีการวิ่งอะไร มันทำได้ทั้งนั้น เราเตรียมกฎหมายออกไปอย่างนี้ ผมว่าเขาก็เตรียมการแล้ว เดี๋ยวเขาก็ต้องหาวิธีทำให้เขามาเป็นจนได้ เพราะฉะนั้นผมก็ยังห่วงอยู่ ในส่วนตัวผมนะ ผมยังคิดว่าวิธีการสรรหาที่ทำมาแล้ว เราก็ได้คนที่ดีพอสมควร เพราะว่าในกลุ่มที่มาให้เราเลืกเป็นกลุ่มใหญ่พอควร แล้วคนดีๆ ก็มีให้เลือกอยู่ในนั้นเยอะแยะ ผมก็ยังไม่ค่อยอยากจะทิ้ง ยังชอบวิธีนี้อยู่ เพื่อให้มันผสมผสาน คะคานกัน” ความในใจคนเคยเป็นกรรมการสรรหา (กกต.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วุฒิสาร ตันไชย ที่ปรึกษาอีกคนหนึ่งของ กรธ.(เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ&amp;nbsp;อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตอบประธานว่า แนวคิดที่เขาอยากนำเสนอนั้นดูจะถูกตีตกไปแล้ว นั่นคือ ให้กรรมการสรรหาคัดกรองมาก่อน 6-7 กลุ่มแล้วให้ประชาชนทั้งประเทศเลือก ถ้าจะเลือกกันเอง เขานำเสนอสิ่งที่คนฟังแล้วอาจจะหัวเราะแต่น่าจะเวิร์ค นั่นคือให้จับสลากเลย&amp;nbsp; อาจเรียกว่า ‘สุ่มโดยง่าย’ แฟร์ที่สุด ไม่อิงการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้ามาจากฐานอำเภอ ผมคิดว่าปัญหาเรื่องการเมืองแทรกแต่แรกมีแน่ แต่อย่างไรก็ตาม ผมกราบเรียนว่า การเมืองถ้าจะครอบงำ สว.ไม่ต้องครอบตอนเลือกตั้งเข้ามาก็ได้ครับ คือมาเป็นแล้วครอบทีหลังก็ได้ ...เพราะฉะนั้นโจทย์เรื่องการเมืองจะเข้ามาครอบ ไม่ได้แปลว่าเฉพาะเรื่องที่มา วิธีการได้มา คือมาอยู่แล้วเขาแทรกแซงได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นเราต้องไปคิดวิธีว่าจะได้คนที่ represent (เป็นตัวแทน) จริงๆ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บทสนทนายังดำเนินไปอีกยืดยาว คดเคี้ยวเลี้ยวลดโดยมีประธานคอยคัดหางเสือเรือคุมทิศทาง ผู้สนใจสามารถเข้าถึง ‘บันทึกประวัติศาสตร์’ เหล่านี้ได้ที่หอสมุดรัฐสภา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถึงจุดนี้ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่เชื่อว่าตนเองหวังดีต่อประเทศชาติ พากันปิดห้องยกร่างกติกาใหญ่ที่สุดของประเทศจะรู้หรือยังว่า ‘ผีทักษิณ’ ที่ครอบงำจิตใจนั้นตัวใหญ่กว่าความเป็นจริง และการพยายามแสวงหาหนทางใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้สถานการณ์ของวุฒิสภา ‘เลวร้ายยิ่งกว่า’ ในอดีตที่พวกเขาเห็นว่าเป็น ‘สภาผัวเมีย’ กลายเป็นสภา ‘สีน้ำเงิน’ ที่มีความหมายหลายชั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำถามยังคงลอยอยู่ในสายลม พวกท่านสรุปบทเรียนกับตัวเองว่าอย่างไร?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;วุฒิสภา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A7-0" hreflang="th"&gt;สว.&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81-%E0%B8%AA%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;คดีฮั้วเลือก สว.&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D" hreflang="th"&gt;คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2560" hreflang="th"&gt;รัฐธรรมนูญปี 2560&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%A4%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;มีชัย ฤชุพันธุ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 11 Sep 2026 08:50:39 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118713 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118713#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>งบประมาณ 2570 เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ส่วนราชการในพระองค์เพิ่ม 632 ล้าน </title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118698</link>
  <description>&lt;span&gt;งบประมาณ 2570 เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ส่วนราชการในพระองค์เพิ่ม 632 ล้าน &lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-10T18:18:32+07:00" title="Thursday, September 10, 2026 - 18:18"&gt;Thu, 2026-09-10 - 18:18&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;สถาบันพระมหากษัตริย์ใช้เงินปีละเท่าไร? สามารถตรวจสอบได้หรือไม่ว่าอยู่กระทรวงใดบ้าง? หน่วยงานที่รับงบเกือบหมื่นล้าน และไม่ถูกตัดงบเลยคือหน่วยงานใด? กษัตริย์ไทยมีเงินประจำปีเหมือนกษัตริย์ในอังกฤษหรือญี่ปุ่นหรือเปล่า?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้างต้นเป็นคำถามที่หลายคนอาจสงสัย และสามารถหาคำตอบเบื้องต้นได้ผ่านการสืบค้นข้อมูลผ่านกูเกิลหรือใช้ AI แต่หากอยากได้ข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น ประชาไทชวนผู้อ่านค่อยๆ เปิดเอกสารงบประมาณรายจ่าย หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ‘เล่มขาวคาดแดง’ ไปพร้อมๆ กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับปีงบประมาณ 2570 มีเอกสาร 24 เล่ม ทั้งหมด 15,180 หน้า สำรวจพบงบที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรงอยู่ที่ 22,406.15 ล้านบาท ส่วนงบเกี่ยวข้องกับสถาบันแบบอ้อมๆ ในโปรเจ็กต์สาธารณะของหน่วยงานต่างๆ ที่ติดป้ายเฉลิมพระเกียรติมีทั้งหมดเกือบ 300 รายการ รวมแล้ว 18,018.92 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การสำรวจงบสถาบันกษัตริย์อย่างเป็นระบบทำมาแล้วเป็นปีที่ 7 ด้วยหวังว่าจะส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการจัดการงบประมาณเพื่อประโยชน์สาธารณะ และความสม่ำเสมอของการสำรวจยังทำให้เห็นความพลวัตรของความเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;(หรือไม่เปลี่ยนแปลง) ได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;งบโดยตรง 22,406 ล้านบาท อยู่หน่วยงานไหนบ้าง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;การจะหาคำตอบว่า&amp;nbsp;ภายใน 1 ปี ประเทศไทยมีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ประมาณเท่าไหร่? ไม่อาจหาคำตอบได้ในเอกสารเล่มเดียว เพราะงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกระจายอยู่ในหลายกระทรวง กรม หน่วยงาน กระทรวง สถานศึกษา แม้กระทั่งในจังหวัดต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากการสำรวจในเล่มขาวคาดแดง ปี 2570 พบว่า มีงบประมาณรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ รวม 288 รายการ งบประมาณราว 40,425 ล้านบาท และหากเราแบ่งงบประมาณตามความเกี่ยวข้องกับสถาบันฯ พบว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;งบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ มีทั้งหมด 13 รายการ วงเงินราว 22,406.15 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ งบเกี่ยวกับสถาบันฯ โดยตรง หรือ ‘งบทางตรง’ คือ รายจ่ายที่ใช้จ่ายกับสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนิน ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัย งบที่ใช้สนับสนุนภารกิจของพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตารางที่ 1 งบประมาณรายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ปี 2570&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55519754558_3422f61b4c_o.jpg?s=eyJpIjo1NTUxOTc1NDU1OCwiZSI6MTc4OTA0NDQ3MiwicyI6IjAwNTc5NTI2NDQ3MDdhNWE1N2QzYTRjYjhkYWIwODRjNGM4MDY3YjIiLCJ2IjoxfQ" width="1094" height="1528" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;หมายเหตุ :&amp;nbsp;โครงการสนับสนุนกิจกรรมพิเศษหลวง/เขตพระราชฐาน ตามแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2554 เป็นงบผูกพันถึงปี 2570 ในเอกสารงบประมาณเคยระบุในวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ไว้ว่า ‘ก่อสร้างและบํารุงรักษากิจกรรมพิเศษหลวงในเขตพระราชฐาน’ ก่อนจะตัดคำว่า ‘ในเขตพระราชฐาน’ ออกไปตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 เป็นต้นมา เหลือเพียง ‘โครงการพิเศษหลวง’ ประชาไทเคยคำนวณโครงการนี้ในงบทางตรงหลายปี แต่เมื่อหน่วยงานมีการตัดถ้อยคำออก จึงไม่ได้นำโครงการนี้มาคำนวณในงบทางตรงอีก ทั้งนี้ ปี 2570 มีการตั้งงบประมาณรายจ่ายโครงการนี้ไว้ที่ 1,513 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55519754468_e062833188_o.png?s=eyJpIjo1NTUxOTc1NDQ2OCwiZSI6MTc4OTA0NDU1OCwicyI6ImZhN2FkMGEzMDQxOWZkOWNiMmY2MjVlYmU4Nzc2N2ZmNWQ5NDQ5MWEiLCJ2IjoxfQ" width="1256" height="778" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;กราฟเส้นแสดงงบประมาณรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์โดยตรง ปี 2563-2570&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากตารางที่ 1 มีข้อสังเกต 5 ​ประการ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;หน่วยราชการในพระองค์ งบเพิ่ม 632 ล้าน KPI ทะลุเป้า&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ข้อ 1 หน่วยงานที่รับงบมากที่สุด เกือบหมื่นล้านบาท คือ ส่วนราชการในพระองค์ 9,904.07 ล้านบาท รายละเอียดงบประมาณที่ปรากฏในเล่มขาวคาดแดงระบุว่า งบนี้อยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ หากเทียบกับปี 2569 พบว่ามีการตั้งงบประมาณส่วนนี้เพิ่มขึ้นราว 632 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีงบประมาณสำหรับการประสานงานกับส่วนราชการในพระองค์และการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จำนวน 384.30 ล้านบาท ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากดูงบประมาณตั้งแต่ปี 2561 เห็นว่างบประมาณของส่วนราชการในพระองค์เพิ่มขึ้นทุกปี โดยมีการประมาณงบประมาณล่วงหน้าไว้ว่าจะเกินหมื่นล้านบาทใน ปี 2571&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตารางที่ 2 แสดงงบประมาณส่วนราชการในพระองค์เทียบกับจำนวนหน้าเอกสารชี้แจงการใช้งบ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561-2570&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55520029525_975b224a48_o.png?s=eyJpIjo1NTUyMDAyOTUyNSwiZSI6MTc4OTA0NDYyMCwicyI6ImQ1YTM1ZDM1N2IyYzA2NmI0ZTFmMDExNGU5ZThjMzQ3MDlkNTgxYTAiLCJ2IjoxfQ" width="1580" height="258" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55517999246_c798d38ea4_o.jpg?s=eyJpIjo1NTUxNzk5OTI0NiwiZSI6MTc4OTA0NDY3MCwicyI6IjdiM2IyMjY1NTUyM2E1ODViODgzNWFiMmEyYjIxMzgxMzg1NDBhM2EiLCJ2IjoxfQ" width="2000" height="2500" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ในเล่มงบประมาณ (ขาวคาดแดง) ระบุตัวชี้วัดการดำเนินเพียงว่า “ผลผลิตที่ 1 : การดำเนินงานด้านเลขานุการ ในพระองค์และการถวายความสะดวก ความปลอดภัยแด่พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศ์ และพระอนุวงศ์ รวมทั้งการดำเนินงานสนองภารกิจของคณะองคมนตรี ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง รวดเร็ว”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนในเล่มขาวคาดฟ้าเอกสารงบประมาณ ฉบับที่ 6 ซึ่งเป็นเล่มรายงานผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ พบว่าผลการดำเนินงานแยกตามตัวชี้วัดการให้บริการของแต่ละหน่วยงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยกตัวอย่างปี 2563 การดำเนินงานของส่วนราชการในพระองค์ ในส่วนของพระราชภารกิจและกิจการในพระองค์ทุกด้านดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีแผน 30,000 เรื่อง ส่วนผลการดำเนินงานทำได้มากถึง 113,000 เรื่อง (378%)&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55519647051_e4e1e2b2ab_o.jpg?s=eyJpIjo1NTUxOTY0NzA1MSwiZSI6MTc4OTA0NDcwOCwicyI6IjU0NGVmZDIzNjc5MjkyYmJmMTU1ODUzMzIwZGMxYjhiOTg5ZGM1MWYiLCJ2IjoxfQ" width="904" height="1296" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ที่มา:&amp;nbsp;&lt;a href="https://bbstore.bb.go.th/cms/1620976870_9615.pdf"&gt;https://bbstore.bb.go.th/cms/1620976870_9615.pdf&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตารางที่ 3 แสดงการเบิกจ่ายงบประมาณและผลการดำเนินงานส่วนราชการในพระองค์ ปี 2561-2568&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55520029530_8b1a7aa6d2_o.png?s=eyJpIjo1NTUyMDAyOTUzMCwiZSI6MTc4OTA0NDc2NywicyI6IjQwOWJiZjMxY2VkZGQ2YTBjYjE5YThlNzMwNDE1ZTg2YzYxZjdlYjkiLCJ2IjoxfQ" width="944" height="482" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ที่มา: เอกสารงบประมาณ ฉบับที่ 6 งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 - 2570 ผลการดำเนินงานและการใช้ง่ายงบประมาณของปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2568 (เล่มขาวคาดฟ้า)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อ 2 งบที่ใช้ในการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ รายจ่ายรวม 10,265.43 ล้านบาท กระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักเลขาธิการนายกฯ (การถวายความปลอดภัยด้านการบิน และการบินรับ-ส่งบุคคลสำคัญ) 7,621.70 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1,633.07 ล้านบาท และสำนักงานปลัดฯ กระทรวงกลาโหม 1,010.72 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเทียบกับงบปี 2569 โครงการถวายความปลอดภัยด้านการบิน และการบินรับ-ส่งบุคคลสำคัญ รวมทั้งการบริหารจัดการด้านความมั่นคงของรัฐบาล สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พบว่าวงเงินเพิ่มขึ้น 1,724 ล้านบาท ซึ่งในรายละเอียดพบว่าเป็นงบลงทุนค่าครุภัณฑ์ ครุภัณฑ์พาหนะและขนส่งโดยเป็นงบผูกพัน เริ่มปี 2569-2572&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55519799809_26e75d1191_o.png?s=eyJpIjo1NTUxOTc5OTgwOSwiZSI6MTc4OTA0NDgyMiwicyI6ImIwMzA5YmMzZWZkM2JmMjBkNjEyZGZhZTZmOTJiYzg5NDAxYjcxNzAiLCJ2IjoxfQ" width="904" height="312" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ข้อ 3 กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย โครงการก่อสร้างปรับปรุง ซ่อมแซม และดูแลบำรุงรักษาอาคารราชการ เป็นงบเงินอุดหนุน รายละเอียด คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;- ค่าครุภัณฑ์สนับสนุนโครงการพิเศษหลวง 1 โครงการ 27,500,000บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;- ค่าสิ่งก่อสร้างสนับสนุนโครงการพิเศษหลวง 1 โครงการ 885,000,000บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;- ค่าจ้างที่ปรึกษาสนับสนุนโครงการพิเศษหลวง 1 โครงการ 600,000,000บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการนี้เป็นงบผูกพันจนถึงปี 2570 ในเอกสารงบประมาณปี 2554 เป็นต้นมา เคยระบุในวัตถุประสงค์ของโครงการพิเศษหลวงไว้ว่า ‘ก่อสร้างและบํารุงรักษากิจกรรมพิเศษหลวงในเขตพระราชฐาน’ ก่อนจะตัดคำว่า ‘ในเขตพระราชฐาน’ ออกไปตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565&amp;nbsp; เหลือเพียงคำว่า ‘โครงการพิเศษหลวง’&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อ 4 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินและต้อนรับประมุขต่างประเทศ อยู่ในงบกลาง 1,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าดูจากรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ประจำปี 2568 ที่จัดทำโดยสำนักงบประมาณของรัฐสภา พบว่ามีการเบิกจ่าย 972.2 ล้านบาท (คิดเป็น 97.2%)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา :&amp;nbsp;&lt;a href="https://web.parliament.go.th/assets/portals/82/news/1654/1_1654.pdf"&gt;https://web.parliament.go.th/assets/portals/82/news/1654/1_1654.pdf&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อ 5 กองทัพและหน่วยงานความมั่นคง ตั้งงบรายจ่าย “โครงการพิทักษ์รักษา การเทิดทูน และการสนับสนุนภารกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์” จำนวน 6 รายการ รวมเป็นงบ 828.5956 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความปลอดภัยสูงสุด และได้รับการเทิดทูนอย่างสมพระเกียรติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเราดูที่วัตถุประสงค์จะเห็นว่า “เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความปลอดภัยสูงสุด” ซึ่งเหมือนกับงบการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ อาจมีคำถามได้ว่าเป็นการตั้งงบที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ แต่เมื่อดูที่กิจกรรมของโครงการนี้จะพบว่าเป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหากษัตริย์ ปกป้องการล่วงละเมิดสถาบันฯ และการเทิดทูนสถาบันฯ&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55519647021_3db0370181_o.png?s=eyJpIjo1NTUxOTY0NzAyMSwiZSI6MTc4OTA0NDg3MCwicyI6ImM1ZWIzNjg4MjE3MDc2OWJjN2NkODFhODA5ZWIzYzdmNjdiOWQ4ZjYiLCJ2IjoxfQ" width="800" height="612" loading="lazy"&gt;&lt;h2&gt;งบทางอ้อม แชมป์เก่า ‘กรมชล’ ทำโครงการพระราชดำริ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งบประมาณรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ โดยอ้อม ซึ่งเป็นโครงการสาธารณะในด้านต่างๆ รวมถึงโครงการเทิดพระเกียรติกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน พบว่ามีทั้งหมด&amp;nbsp; 275 โครงการ วงเงินราว 18,018.92 ล้านบาท มีทั้งโครงการเก่าและใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;งบที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ โดยอ้อม คือ การตั้งงบประมาณเพื่อประโยชน์สาธารณะของกระทรวงต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีชื่อหรือความเชื่อมโยงกับสถาบันกษัตริย์ อาทิ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการของพระบรมวงศานุวงศ์ โครงการที่มีวัตถุประสงค์หรือตัวชี้วัดการใช้งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับแนวพระราชดำริ โครงการเทิดพระเกียรติ / เฉลิมพระเกียรติ โครงการพระราชทานต่างๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตารางที่ 4 งบที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอ้อม&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55519647056_55ac9c3e96_o.png?s=eyJpIjo1NTUxOTY0NzA1NiwiZSI6MTc4OTA0NDkyMCwicyI6ImRjMjc3NTcyYWQ1NzVmZDU5NmJlZWU0NDU3OTFjMWEyZjE1NDViNTIiLCJ2IjoxfQ" width="1318" height="736" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการพระราชดำริ จำนวน 56 โครงการ วงเงินรวม 11,990.2 ล้านบาท&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec362e40d85e42fe7ab92f586547571ca"&gt;งบสูงสุดอยู่ที่กรมชลประทาน เป็นโครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องจากพระราชดำริ กิจกรรมก่อสร้างแหล่งน้ำและสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 2,659.77 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2a45b31f41794a12e069ae90ec51fc4b"&gt;ค่าใช้จ่ายตามโครงการพระราชดำริ ที่อยู่ในงบกลาง วงเงิน 2,500 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป็นวงเงินให้หน่วยงานต่างๆ ทำเรื่องเข้ามาของบประมาณได้ (ที่มา:&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.rdpb.go.th/th/public-disclosure"&gt;https://www.rdpb.go.th/th/public-disclosure&lt;/a&gt;)&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed135b8fa86b8a8e94e1421bed2fa961d"&gt;เงินอุดหนุนสำหรับการดำเนินงานตามแนวทางโครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุข อยู่ในกรมปกครองส่วนท้องถิ่น งบเงินอุดหนุน วงเงิน 1,063 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการเฉลิมพระเกียรติ / โครงการเทิดพระเกียรติ จำนวน 24 โครงการ งบประมาณรายจ่ายราว 2,003.94 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวอย่างโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการจัดการสร้างพิพิธภัณฑ์ องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่าเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ระยะเวลาดำเนินงาน 13 ปี (ปี 2559-2571)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หน่วยรับงบ: สำนักงานปลัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเภทงบลงทุน จำนวน 1,014.0467 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อดูในรายละเอียด พบว่าเป็นค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง โดยแบ่งเป็น 1) ค่าควบคุมงาน 23.8637 ล้านบาท 2) ค่าปรับปรุงโครงการ 218.075 ล้านบาท และ 3) ค่าก่อสร้างอื่นๆ 772.108 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประชาไทลองค้นหาความคืบหน้าของโครงการดังกล่าว พบการแถลงข่าวว่า พิพิธภัณฑ์มีความคืบหน้ากว่า 80% และจะเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมได้ปี 2571&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า&lt;/strong&gt; ตั้งอยู่ที่:&amp;nbsp;&lt;a href="https://maps.app.goo.gl/NDgRdB8GfxdBychH6"&gt;https://maps.app.goo.gl/NDgRdB8GfxdBychH6&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2568 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. พรรคประชาชน ได้อภิปรายขอให้สภาฯ ปรับลดงบปรับปรุงภูมิทัศน์ ระยะที่ 3 ของโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า หลังพบค่าใช้จ่ายบานปลาย-ขัดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะมีค่าปรับปรุงภูมิทัศน์สูงถึง 5,575 บาทต่อตารางเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(รายละเอียด&amp;nbsp;&lt;a href="https://web.facebook.com/share/p/1Da8bpK6tT/"&gt;https://web.facebook.com/share/p/1Da8bpK6tT/&lt;/a&gt;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.tpchannel.org/news/30752"&gt;https://www.tpchannel.org/news/30752&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้พบโครงการเฉลิมพระเกียรติใหม่ๆ ในกระทรวงวัฒนธรรม&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ef95c89bec86a685aa2b78ea24ed40644"&gt;“ค่าใช้จ่ายจัดทำหนังสือและการ์ตูนแอนิเมชัน ครอบครัวบ้านผูกโบแก้มแดง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567”&amp;nbsp;อยู่ภายใต้หน่วยรับงบ กรมศาสนา โครงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ เพิ่งปรากฏรายการในปี 2569 ใช้งบประมาณ 4.145 ล้านบาท เช่นเดิม&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;ตัวอย่างผลงาน: &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=zRw_48xxsOw&amp;amp;list=PLYECLSwIcFryrmCCVM-7CWBQl3AZEvHiJ&amp;amp;index=2"&gt;ครอบครัวบ้านผูกโบว์แก้มแดง ตอนที่ ๒ ศิลปะสร้างความสุข&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="e6736bb6159b3580051bc26be97c635b7"&gt;&lt;a href="https://pubhtml5.com/neifa/thpa/"&gt;ครอบครัวบ้านผูกโบว์แก้มแดง&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;2. ค่าใช้จ่ายงานฉลองครบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;นอกจากจะมีหน่วยรับงบอยู่ในกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว ยังพบในกระทรวงศึกษาธิการ อีก 3 รายการ งบรวม 89.1561 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55519754533_6fd67128c6_o.jpg?s=eyJpIjo1NTUxOTc1NDUzMywiZSI6MTc4OTA0NTAxNSwicyI6IjI1NjlkMGVkMTZkYzFlZDA3YTAzN2NjODJjNDQwMTBmYTcyMmM1NzgiLCJ2IjoxfQ" width="1484" height="926" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) พบ 60 โครงการ วงเงินรวม 273.57 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พบว่ามี 53 รายการ อยู่ในกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยโครงการอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ 48 แห่ง ซึ่งในเล่มขาวคาดแดงมักจะไม่มีรายละเอียดมากนัก พบเป็นงบประเภท งบดำเนินงาน ซึ่งเป็นค่าตอบแทนและค่าวัสดุ&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55519754463_69e4c7b6b8_o.png?s=eyJpIjo1NTUxOTc1NDQ2MywiZSI6MTc4OTA0NTEyMSwicyI6ImRkMzJhNWNhYTRmOTdmZjFhYWZlMTJiNDBlZWJiMDhhYWE5ZTVhYTEiLCJ2IjoxfQ" width="904" height="458" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ส่วนเว็บไซต์ของโครงการ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.rspg.or.th/index_sub.html"&gt;https://www.rspg.or.th/index_sub.html&lt;/a&gt; มีการอัพเดทข่าวประชาสัมพันธ์ที่เป็นปัจจุบันอยู่บ้าง ขณะที่ความเป็นมาหรือการประชุมต่างๆ ไม่มีการรายงานความคืบหน้ามาหลายปีแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวอย่างโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e18b7bca079693b255f424f4b1fcb859d"&gt;&lt;strong&gt;โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยงาน กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม ประเภทงบรายจ่ายอื่น จำนวน 28,500,000 บาท ได้รับต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2548 มีวัตถุประสงค์เน้นไปที่การอนุรักษ์ทรัพยากรบนเกาะและระบบนิเวศทางทะเล ดูกิจกรรมได้&lt;a href="https://web.facebook.com/RSPG.RTN/?locale=th_TH&amp;amp;_rdc=1&amp;amp;_rdr#"&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ef60c9db6448d8376c2db4deca57b9d6f"&gt;&lt;strong&gt;โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยรามคำแหง (อพ.สธ.–ม.ร.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประเภทงบงบเงินอุดหนุน เป็นค่าใช้จ่ายโครงการความหลากหลายทางชีวภาพและจัดการองค์ความรู้เพื่อใช้ประโยชน์จากไลเคนและราทะเลฯ ดูกิจกรรมที่จัดได้&amp;nbsp;&lt;a href="https://web.facebook.com/rspg.ru/?_rdc=1&amp;amp;_rdr#"&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55518634637_daa6b25b31_o.png?s=eyJpIjo1NTUxODYzNDYzNywiZSI6MTc4OTA0NTIwMCwicyI6ImVlYWY4NWIwZjRjMGE5MmQxMjhlYjU5ZWU1YWI1NjQ4YjRjOTFjYjgiLCJ2IjoxfQ" width="904" height="476" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการ To be number one ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี&lt;/strong&gt; เป็นโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จำนวน 28 โครงการ จำนวนเงิน 275.54 ล้านบาท พบว่ากระจายอยู่ใน 5 กระทรวง คือ สาธารณสุข มหาดไทย แรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ศึกษาธิการ และ จังหวัดและกลุ่มจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการที่สนับสนุนการศึกษาด้านต่างๆ ทุนพระราชทาน มีจำนวน 41 โครงการ งบประมาณ 1,871.61 ล้านบาท&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากแยกประเภทการสนับสนุนพบว่า เป็นเงินอุดหนุนการศึกษาแก่เยาวชนในถิ่นทุรกันดาร พื้นที่ห่างไกลและบนพื้นที่สูง เด็กพิการ เด็กยากจน สนับสุนนการฝึกอาชีพ รวมไปถึงสนับสนุนทุนการศึกษาแก่พระสงฆ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป็นทุนการศึกษาพระราชทาน 8 รายการ จำนวนเงิน 259.3 ล้านบาท ตัวอย่างทุนการศึกษาพระราชทาน ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e49cc4f4f08fb6a539e19256f6bc675ca"&gt;เงินอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ประเภทงบเงินอุดหนุน 90.7547 ล้านบาท สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงอุดมศึกษาฯ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec891e6a0c470aac63d7896c607932126"&gt;เงินอุดหนุนทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ประเภทงบเงินอุดหนุน 67.8750 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี เป็นโครงการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ยากจนในพื้นที่ห่างไกล ให้ได้เรียนต่อตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลายจนจบปริญญาตรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการอื่นๆ 41 โครงการ 642.20 ล้านบาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยแบ่งประเภทหลักๆ ได้ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e4ba40a6e5dc8e54dc2edcdd0f24829a7"&gt;โครงการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="eb69750b9e4117dbb5b0e7e0ffef50887"&gt;โครงการร้อยใจรักษ์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ประเภทงบเงินอุดหนุน 88.1153 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนโดยใช้แนวทางตามศาสตร์พระราชาและโมเดลการพัฒนาแบบ "ดอยตุง"&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="e54505496ae87b06bc7339c36d2c10b47"&gt;โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยกองทุนแม่ของแผ่นดินกรมพัฒนาชุมชน แผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญยาเสพติด ประเภทงบดำเนินงาน 38.5 ล้านบาท&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="e8915c74316bdb43ae8e8dc6b81c6705a"&gt;โครงการกองทุนแม่ของแผ่นดินเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ประเภทงบรายจ่ายอื่น 12.5 ล้านบาท&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed701ee644f7e99415f3aed2e65094175"&gt;โครงการด้านสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="e0d3f10ed3a6493b91f10ff5edf727e41"&gt;โครงการที่เกี่ยวกับทันตกรรม 5 โครงการ เช่น เงินอุดหนุนศูนย์ทันตกรรม และหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ มหาวิทยาลัยมหิดล งบเงินอุดหนุน จำนวนเงิน 20.0000 ล้านบาท เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการหน่วยทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร (หน่วยทันตกรรมพระราชทาน) งบเงินอุดหนุน จำนวน 1 ล้านบาท เป็นต้น&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;ส่องส่วนราชการในพระองค์ งบก้อนใหญ่ใช้กับอะไร&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ส่วนราชการในพระองค์ เกิดขึ้นตาม&amp;nbsp;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2017/05/71417"&gt;พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560&lt;/a&gt; เพื่อจัดระเบียบบริหารราชการในพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย โดยประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 และมีผลบังคับใช้ในวันต่อมาทันที โดยได้โอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน และเงินงบประมาณของ 5 หน่วยงานเดิม ไปเป็นของส่วนราชการในพระองค์ ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e0de65fa75c9e77435d97e7d5146c1ce2"&gt;สำนักราชเลขาธิการ เดิมเป็นส่วนราชการอิสระ มีฐานะเทียบเท่ากรม ราชเลขาธิการอยู่ใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e26cc9ee25ec8d1ec84e0a03b02c9d503"&gt;สำนักพระราชวัง เดิมเป็นหน่วยราชการในพระองค์ มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง โดยขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e5e8250cbf5567cebd69093dc25e4bf9c"&gt;กรมราชองครักษ์ กระทรวงกลาโหม&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee3aef8c81e7b7e3af503529eb52d0c9d"&gt;หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ กระทรวงกลาโหม&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e6c77ae89ff250de3dbc266d7c7a25625"&gt;สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;ต่อมาในปี 2562 มีการโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนจากกองทัพบกและกองทัพไทยไปเป็น หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ อยู่ในส่วนราชการในพระองค์ สะท้อนว่าการจัดระเบียบไม่ได้จบลงเพียงการออกกฎหมายปี 2560 แต่มีการปรับโครงสร้างและโอนทรัพยากรตามมา (&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2019/09/84551"&gt;ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี พ.ศ. 2562&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;table class="table"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;หน่วยงานเดิม&lt;/td&gt;&lt;td&gt;สิ่งที่โอน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ สังกัดกองทัพบก&lt;/td&gt;&lt;td&gt;อัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ สังกัดกองทัพบก&lt;/td&gt;&lt;td&gt;อัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;และในปี 2565 มีการปรับโครงสร้างส่วนราชการในพระองค์ โดยเพิ่มส่วนราชการภายในสำนักพระราชวังและปรับลดรายการภายในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ อ่าน&amp;nbsp;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2022/01/96998"&gt;รายละเอียด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประชาไทมีโอกาสได้คุยกับแหล่งในคณะกรรมาธิการงบประมาณถึง ส่วนราชการในพระองค์ว่า งบส่วนใหญ่เป็น ‘เงินเดือน’ ของบุคคลากรในหน่วยงาน ซึ่งได้ถูกโอนย้ายมาเมื่อปี 2560 โดยในปัจจุบันมีบุคคลากร 16,102 คน และมีการขึ้นเงินเดือนประมาณ 6% ส่วนนี้เคยมีการอธิบายไว้ว่ามีกำหนดขึ้นเงินเดือนทุก 3 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โครงสร้างของส่วนราชการในพระองค์ เป็นดังนี้&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55520029505_9dfc195558_o.jpg?s=eyJpIjo1NTUyMDAyOTUwNSwiZSI6MTc4OTA0NTI4MiwicyI6IjMzMDgwMzc5ZjAzZjhiNDQyZDE0ZWI4YjNhNjg2MWVkOTVhMGEwYjYiLCJ2IjoxfQ" width="904" height="470" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ที่มา:&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.royaloffice.th/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87-2/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/"&gt;โครงสร้างหน่วยงาน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลนี้สอดคล้องกับที่&amp;nbsp;&lt;a href="https://v2.moveforwardparty.org/parliament/4211/"&gt;พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล&lt;/a&gt; อภิปรายในการพิจารณางบประมาณปี 2565 ว่าส่วนราชการในพระองค์มีบุคลากรจำนวน 14,275 อัตรา โดยส่วนใหญ่เป็นงบประมาณด้านบุคลากรในพระองค์ ที่ประกอบด้วยสำนักองคมนตรี สำนักพระราชวัง หน่วยงานถวายความปลอดภัย ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ และงบประมาณถูกใช้เป็นค่าใช้จ่ายในด้านสาธารณูปโภคเป็นหลัก ค่าวัสดุ ค่าชุดต่างๆ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเด็นที่ยังคงต้องหาคำตอบ คือ โครงสร้างบุคคลากรมีประเภทใดบ้าง แต่ละประเภทใช้งบประมาณเท่าไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนบรรยากาศการชี้แจงงบฯ ของส่วนราชการในพระองค์ในห้อง กมธ. พิจารณางบฯ แหล่งข่าวเล่าว่า ผู้ที่เข้ามาชี้แจงและตอบคำถาม คือ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี การชี้แจงงบประมาณเป็นไปตามปกติ มีการเปิดโอกาสให้ซักถามและอธิบายภารกิจของหน่วยงาน โดยบรรยากาศผ่อนคลายขึ้นเมื่อคำถามเป็นเรื่องทั่วไป อย่างไรก็ตาม การถ่ายทอดสดและเอกสารประกอบยังมีข้อจำกัด และการชี้แจงบางประเด็นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในการพิจารณางบปี 2570 มีการ&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=94zpaFvM9n8&amp;amp;t=6852s"&gt;ถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการงบประมาณ&lt;/a&gt; โดยวันที่ 19 ส.ค.2569 ในกำหนดการ มีคิวของส่วนราชการในพระองค์มาชี้แจง แต่ในการถ่ายทอดสดกลับขึ้นจอดำ ส่วนการชี้แจงงบของหน่วยงานอื่นๆ ยังถ่ายทอดสดเป็นปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่การพิจารณางบฯ ฝั่ง สว. แหล่งข่าวเล่าว่า มีการขอความร่วมมือไม่ให้ถามคำถาม เพื่อภาพรวมบรรยากาศที่ดี เนื่องจากประเด็นนี้ค่อนข้างเซนซิทีฟ แต่ก็มีการถามตอบอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม สว. ไม่มีสิทธิตัดลดงบประมาณ ทำได้เพียง "รายงานผลการพิจารณาศึกษา" พร้อมข้อสังเกตส่งต่อให้ที่ประชุมใหญ่วุฒิสภา และส่งต่อไปยังรัฐบาลเพื่อนำไปปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในเรื่อง “เงินปี” ของพระมหากษัตริย์ มีระบุว่า ในหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับการจัดสรรเงินปี ปีละ 80 และ 60 ล้านบาท ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในหลวงทรงมีรับสั่งให้พระราชทานคืนเงินปีทั้งหมด ทั้งของพระองค์เองและพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งเราสามารถขอเอกสารที่เกี่ยวกับเงินปีได้จาก “กรมบัญชีกลาง” แต่ก็ไม่รับประกันว่าจะได้รับเอกสารหรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนเงินที่ทูลเกล้าฯ ถวายในโอกาสต่างๆ เช่น วันคล้ายวันพระราชสมภพ มีการเบิกจ่ายตามปกติ แต่ไม่มีรายงานการส่งคืนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ผู้นำฝ่ายค้านอภิปรายวาระ 1 จี้เป็นหน้าที่รัฐบาลชี้แจง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร อภิปรายเป็นคนสุดท้ายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 1 วันสุดท้าย ว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สำหรับงบประมาณในส่วนราชการในพระองค์ อยากย้ำอีก 1 ครั้ง ว่าการจัดสรรงบประมาณเป็นภาระความรับผิดชอบของรัฐบาลโดยตรง ในขณะที่พื้นที่ทางการคลังของประเทศหดแคบลง ประเทศเผชิญวิกฤตหลายอย่าง ในขณะที่ประชาชนยังมองไม่เห็นความหวังจากการจัดสรร พ.ร.บ.งบฉบับนี้ สิ่งที่เขาอยากเห็น งบประมาณถูกเอาไปจัดสรรเพิ่มในสิ่งที่จำเป็นลงทุนเพื่อสร้างอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“รัฐบาลกลับเลือกที่จะใส่ในกระทรวง DE ที่เพื่อนสมาชิกมีคำถาม ใส่ในส่วนราชการส่วนพระองค์ที่รัฐบาลไม่ได้แสดงรายละเอียดมากไปกว่าเอกสาร 8 หน้า ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าหากส่วนราชการในพระองค์มีความจำเป็นต้องการใช้เพิ่มก็ขอให้จัดสรร แต่เอาไปใช้กับอะไรท่านชี้แจงให้เราฟังได้หรือไม่เพราะเป็นความรับผิดรับชอบของรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้ารัฐบาลไม่สามารถตอบได้ สิ่งที่รัฐบาลพยายามกำลังทำอยู่นั้นกำลังจะสร้างผลสะเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ช่องทางการตรวจสอบงบประมาณของประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลที่กล่าวข้างต้นอาจช่วยตอบข้อสงสัยบางส่วนเกี่ยวกับงบประมาณสถาบันฯ ได้ แต่หากผู้อ่านต้องการหาข้อมูลหรือตรวจสอบงบประมาณในส่วนนี้ก็สามารถสืบค้นได้ผ่านช่องทางของภาครัฐและภาคประชาชน ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงบประมาณ&lt;/strong&gt; ดูจากเว็บไซต์สำนักงบประมาณ โดยดูได้จาก&amp;nbsp;ฉบับที่ 3 งบประมาณรายจ่ายประจำปี (เล่มคาดแดง)&amp;nbsp; และ ฉบับที่ 8 คู่มือรหัสงบประมาณรายจ่าย (เล่มคาดฟ้า) (&lt;a href="https://www.bb.go.th/topic3.php?catID=1538&amp;amp;gid=860&amp;amp;mid=544"&gt;https://www.bb.go.th/topic3.php?catID=1538&amp;amp;gid=860&amp;amp;mid=544&lt;/a&gt;)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ติดตามการทำงานภายในสภาผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี สภาผู้แทนราษฎร และการอภิปรายในสภาฯ&amp;nbsp;(&lt;a href="https://www.parliament.go.th/view/88/committee_BillBudget_Index/TH-TH"&gt;https://www.parliament.go.th/view/88/committee_BillBudget_Index/TH-TH&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หรือ สำรวจข้อมูลผ่านสำรวจงบประมาณผ่านการสืบค้นคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ของ&amp;nbsp;&lt;strong&gt;WeVis&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เงินภาษีที่คุณจ่าย รัฐนำไปใช้ทำอะไรบ้าง (&lt;a href="https://openbudget.wevis.info/?budget_source=2570-draft-1"&gt;https://openbudget.wevis.info/?budget_source=2570-draft-1&lt;/a&gt;)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;งบสถาบันกษัตริย์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;งบประมาณรายจ่ายประจำปี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 10 Sep 2026 11:18:32 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118698 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118698#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>เมื่อ กกต.ความชอบธรรมต่ำ จึงต้องส่งคดีโกง สว. ให้ศาลฎีกาพิจารณา</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118697</link>
  <description>&lt;span&gt;เมื่อ กกต.ความชอบธรรมต่ำ จึงต้องส่งคดีโกง สว. ให้ศาลฎีกาพิจารณา&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;CALL - เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-10T16:01:59+07:00" title="Thursday, September 10, 2026 - 16:01"&gt;Thu, 2026-09-10 - 16:01&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;14 กันยายน 2569 คือ วันชี้ชะตาคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือ “คดีโกงการเลือก สว.” เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีนัดประชุมเพื่อลงมติว่า จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกงการเลือก สว. หรือไม่ และจะมีผู้ถูกสั่งฟ้องจำนวนเท่าไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากยึดตามสำนวนของคณะสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ของ กกต. ซึ่งปฏิบัติงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คดีนี้จะต้องมีการ #สั่งฟ้องสว และผู้เกี่ยวข้อง อย่างแน่นอน เพราะมีเอกสาร หลักฐาน และคำให้การของพยานกว่า 700 ปาก และมีสำนวนความยาวไม่น้อยกว่า 80,000 หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยผู้ที่คณะสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 เห็นควรให้สั่งฟ้อง มีมากถึง 229 คน แบ่งเป็น สว. 138 คน และเครือข่ายผู้สมัคร สว. 50 คน และ สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน รวมถึงทีมงานที่มีส่วนร่วมอีก 20 คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ความซับซ้อนของคดีนี้ถูกทำให้เพิ่มขึ้น เมื่อสำนักงาน กกต. ที่มี ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. (ปฏิบัติหน้าที่แทน แสวง บุญมี เลขาธิการกกต.) เป็นผู้ทำความเห็นเสนอต่อ กกต. ว่า ควรสั่งฟ้อง สว. จำนวน 136 คน และบุคคลที่เกี่ยวข้องบางคน แต่สิ่งสำคัญคือ การให้ยกฟ้อง อนุทิน และแกนนำภูมิใจไทย บางส่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อมา กกต. ยังทำให้คดีนี้ซับซ้อนขึ้นไปอีก ด้วยการตั้ง ‘อนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36’ ซึ่งเป็นชุดพิเศษที่ กกต. ตั้งขึ้นเอง โดยอนุฯ ชุดนี้ มีหลายคนที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน และกระบวนการพิจารณายังพยายามตีกรอบให้ความผิดไปไม่ถึงรายชื่อผู้ที่คณะสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 เห็นว่าสมควรสั่งฟ้อง และกลายเป็นมติให้ยกฟ้องทุกกรณี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากความซับซ้อนข้างต้น ทำให้หลายคนไม่กล้าคาดเดาผลลัพธ์ของวันที่ 14 กันยายนนี้ว่า จะออกมาในทิศทางไหน ...&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่สิ่งที่หลายฝ่ายเห็นตรงกัน คือ กกต.มีความชอบธรรมต่ำ ในการยุติคดีการเลือก สว. เนื่องจาก กกต. เสียงข้างมาก อาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม “สว.สีน้ำเงิน” และกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน หรือ พรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่กระบวนการสรรหาไปจนถึงกระบวนการเห็นชอบ นอกจากนี้ยังความเชื่อมโยงทางอ้อมอื่นๆ ที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;กกต. 4 ใน 7 คน มาจาก สว.สีน้ำเงิน ให้ความเห็นชอบ&lt;/h2&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55521901410_df929fcf3e_b.jpg" width="819" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;นับตั้งแต่ สว.ชุดที่ 13 ชุดที่มาจากระบบเลือกกันเองเริ่มปฏิบัติหน้าที่ สว.ชุดนี้ได้ให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่ง กกต. จำนวน 4 คน จาก กกต.ทั้งหมด 7 คน ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่ง&lt;strong&gt; ณรงค์ กลั่นวารินทร์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา&lt;/strong&gt; ซึ่งมาจากการเสนอชื่อของที่ประชุมศาลฎีกา โดยเขาเคยเป็นผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์และเป็นรองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษก่อนมาเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลางและผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาได้รับความเห็นชอบจาก สว. ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ด้วยคะแนนเสียง เห็นชอบ 165 ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง โดยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 สิงหาคม 2568&lt;br&gt;&lt;br&gt;สอง&lt;strong&gt; อนันต์ สุวรรณรัตน์ อดีตปลัดกระกรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt; โดยมีประวัติเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการเกษตร เคยได้รับรางวัลดีเด่นประเภทงานวิจัยประยุกต์ เช่น ถั่วเขียวผิวดำพันธุ์ชัยนาท 80, การปรับปรุงพันธุ์ยางพันธุ์ฉะเชิงเทรา 50 และเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากความขัดแย้งในกระทรวงเกษตรฯ กรณีการยกเลิกการใช้สารพิษ 3 สาร (พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส) ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาได้รับความเห็นชอบจาก สว. ในวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ด้วยคะแนนเสียง เห็นชอบ 137 ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 29 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง โดยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งในวันที่ 7 ธันวาคม 2568&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สาม&lt;strong&gt; ณรงค์ รักร้อย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&lt;/strong&gt; ก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีมาก่อน ในปี 2561 - 2564 โดยระหว่างดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าฯ อุทัยธานี เขาได้ทำงานร่วมกับ อลงกต วรกี สว.กลุ่ม 20 (กลุ่มอื่นๆ) ซึ่งตอนนั้นมีตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี จากนั้นจึงย้ายมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร แทน วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น สว.กลุ่ม 1&amp;nbsp; (กลุ่มบริหารรัฐกิจ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาได้รับความเห็นชอบจาก สว. ในวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ด้วยคะแนนเสียง เห็นชอบ 135 ไม่เห็นชอบ 0 เสียง งดออกเสียง 32 เสียง และไม่ลงคะแนน 0 เสียง โดยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งในวันที่ 7 ธันวาคม 2568&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สี่&lt;strong&gt; จิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก&lt;/strong&gt; เริ่มดำรงตำแหน่งบริหารตั้งแต่เป็นรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก มาเป็นอธิบดีกรมเจ้าท่า และขยับมาเป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคม และนั่งตำแหน่งสุดท้ายเป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ทั้งนี้ ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เขายังดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาได้รับความเห็นชอบจาก สว. ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยคะแนนเสียง เห็นชอบ 144 ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 26 เสียง และไม่ลงคะแนน 0 เสียง โดยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งในวันที่ 26 มีนาคม 2569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตลอดกระบวนการให้ความเห็นชอบ กกต. มีการยื่นญัตติให้ ‘ชะลอ’ การให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. อยู่หลายครั้งเนื่องจากคดีโกงสว.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ญัตติดังกล่าวต้องตกไป เมื่อเสียงข้างมากของ สว. เห็นควรให้เดินหน้า แม้จะเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง กกต. ที่มีหน้าที่ตรวจสอบ กับ สว. ที่อยู่ในระหว่างการถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามาจากกระบวนการทุจริตการเลือก สว.&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;กกต. 3 ใน 7 เคยรับราชการภายใต้รัฐมนตรีที่เป็นภูมิใจไทย&lt;/h2&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55521622188_61d543ea64_b.jpg" width="819" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;จากการตรวจสอบประวัติของ กกต. จำนวน 4 คน ที่ สว.ชุดที่ 13 นี้ให้ความเห็นชอบจะพบว่า มี 3 คน ที่เคยรับราชการภายใต้รัฐมนตรีที่มาจากพรรคภูมิใจไทย ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่ง &lt;strong&gt;อนันต์ สุวรรณรัตน์&lt;/strong&gt; เข้าดำรงตำแหน่งปลัดกระกรวงเกษตรและสหกรณ์ ในช่วง ตุลาคม 2561 - กันยายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ชื่อ ‘มนัญญา ไทยเศรษฐ์’ ซึ่งเป็นน้องสาวของ ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และเป็นแม่ของ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และยังเป็นหนึ่งในรายชื่อบุคคลที่คณะสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ของ กกต. เห็นควรให้สั่งฟ้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สอง &lt;strong&gt;ณรงค์ รักร้อย&lt;/strong&gt; เริ่มดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งแรกที่อุทัยธานี ในปี&amp;nbsp; 2561 - 2564 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ‘มนัญญา ไทยเศรษฐ์’ ดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานีก่อนจะลาออกมารับตำแหน่งรัฐมนตรี และก่อนย้ายไปดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ยังมี ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี และ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ มาร่วมแสดงความยินดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ ณรงค์ รักร้อย ยังเป็นข้าราชการภายใต้กระทรวงมหาดไทยที่มี ทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สาม &lt;strong&gt;จิรุตม์ วิศาลจิตร&lt;/strong&gt; ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ชื่อ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ จากพรรคภูมิใจไทย และในระหว่างที่เป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เขายังได้รับการเสนอชื่อจากศักดิ์สยาม ชิดชอบ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการทำสัญญากับ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บุรีรัมย์พนาสิทธิ์ จำกัด ซึ่ง บริษัท ซิโน-ไทย ก่อตั้งโดยตระกูลชาญวีรกูล มีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท ซี.ที. เวนเจอร์ ที่มี เศรณี และ นัยน์ภัค ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นลูกของ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ถือหุ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัท บุรีรัมย์พนาสิทธิ์ ยังถูกตั้งข้อสังเกตจากสำนักข่าวอิศราด้วยว่า เป็นหนึ่งในเอกชนที่บริจาคเงินเข้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อเดือน มกราคม 2562 จำนวน 5 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;คณะกรรมการสรรหา กกต. อาจเชื่อมโยงกับ 'สีน้ำเงิน'&lt;/h2&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55520502167_0b4cb6c28d_b.jpg" width="819" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ในกระบวนการสรรหา กกต. จะแบ่งรูปแบบการสรรหาออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรก คือ ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย ที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวน 2 คน กับ กลุ่มที่สอง คือ ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาจำนวน 5 คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คณะกรรมการสรรหาดังกล่าว จะประกอบไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e6c8b5289235a3915dee41bfb8e160855"&gt;ประธานศาลฎีกา (ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ)&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee0313dea38616617875d3fcdbc3410e3"&gt;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e49e8a0a3ae59d991aff4409fd60c992d"&gt;ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e4c767f8a00a72c6dbbc79af04518e5c2"&gt;ประธานศาลปกครองสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="edc8a276979c3932efef858a0fd357856"&gt;และบุคคลซึ่งถูกแต่งตั้งโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ยกเว้น องค์กรอิสระที่ต้องสรรหา ได้แก่&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="e7ff690ab51c73c9b65c2b2bd9c340860"&gt;ตัวแทนผู้ตรวจการแผ่นดิน&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="eb837c96281961f9b6cd320bad6880049"&gt;ตัวแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="eb7f14f1d0ea08141c70b999749e2a713"&gt;ตัวแทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="e93f264c93fca09d7c67370411205e3e9"&gt;ตัวแทนคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="efe1080f5118647bab7870742f3b3e970"&gt;ตัวแทนศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;จากการตรวจสอบรายชื่อคณะกรรมการสรรหา กกต. เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นผู้เสนอชื่อ อนันต์ สุวรรณรัตน์ อดีตปลัดกระกรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ณรงค์ รักร้อย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร จะพบรายชื่อดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;table class="table"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;ตำแหน่งในคณะกรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ที่มา / องค์กรผู้แต่งตั้ง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ชื่อ-นามสกุล&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ตำแหน่ง/ประวัติ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;ประธานกรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;โดยตำแหน่ง (ประธานศาลฎีกา)&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาง ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ประธานศาลฎีกา&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;โดยตำแหน่ง (ประธานสภาผู้แทนราษฎร)&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;โดยตำแหน่ง (ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร)&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;โดยตำแหน่ง (ประธานศาลปกครองสูงสุด)&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ประธานศาลปกครองสูงสุด&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย ชาติชาย อุทัยพันธ์&lt;/td&gt;&lt;td&gt;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมและสมุทรปราการ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้ง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย สุรชัย ขันอาสา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และอดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่งตั้ง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย ปัญญรักษ์ พูลทรัพย์&lt;/td&gt;&lt;td&gt;อดีตเอกอัครราชทูตประจำรัฐกาตาร์ เวียดนาม และกัมพูชา&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;p&gt;จากรายชื่อดังกล่าว พบว่า มีคณะกรรมการสรรหา กกต. จำนวน 3 ใน 7 คน ที่อาจมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน และกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน หรือ พรรคภูมิใจไทย ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่ง &lt;strong&gt;ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ&lt;/strong&gt; ได้รับความเห็นชอบจาก สว.ชุดเลือกกันเอง ให้เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 164 ไม่เห็นชอบ 17&amp;nbsp; งดออกเสียง 9 ไม่ลงคะแนน 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ สว.เคยลงมติไม่เห็นชอบผู้ที่ได้รับเสนอชื่อมาก่อน 1 คน คือ วิษณุ วรัญญู จึงคาดหมายได้ว่า สว. ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงคนรับรองผลการคัดเลือกของที่ประชุมศาลปกครองสูงสุด แต่เป็นผู้คัดเลือกบุคคลที่ สว. ให้ความไว้วางใจมาดำรงตำแหน่งนี้ ดังนั้น การมีประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นคณะกรรมการสรรหา กกต. จึงทำให้เกิดข้อครหาได้ว่า เป็นสัดส่วนของกลุ่ม สว. ที่มีกลุ่มสีน้ำเงินเป็นเสียงข้างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สอง &lt;strong&gt;สุรชัย ขันอาสา&lt;/strong&gt; เป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และอดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน โดยข้อมูลจากสำนักข่าวโพสต์ทูเดย์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2553 ระบุว่า เขาเป็นรุ่นพี่ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของ ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ ประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย ในขณะนั้น และยังถูกเลือกมาเป็นคณะทำงานหน้าห้องร่วมกับศักดิ์สยาม ก่อนจะผลักดันให้เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สาม &lt;strong&gt;ชาติชาย อุทัยพันธ์&lt;/strong&gt; เป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมและสมุทรปราการ ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวสยามรัฐ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 ว่า เป็นเพื่อนนักเรียนนายอำเภอรุ่นเดียวกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และยังเป็นเพื่อนร่วมเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมมีกระแสข่าวว่า จะเข้าไปช่วยงานเป็นคณะทำงานของ อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;มีข้อสังเกตจากกระบวนการลงคะแนนของคณะกรรมการสรรหาด้วยว่า กรรมการสรรหาทั้งสามคนเป็นเสียงข้างมากและยืนยันลงคะแนนให้กับ อนันต์ สุวรรณรัตน์ และ ณรงค์ รักร้อย ในทุกครั้ง จนการลงมติในครั้งที่สองและสาม มีกรรมการสรรหาท่านอื่นยอมเปลี่ยนคะแนนมาลงให้ อนันต์ สุวรรณรัตน์ อดีตปลัดกระกรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ณรงค์ รักร้อย จึงผ่านการสรรหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ รายชื่อคณะกรรมการสรรหา กกต. เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นผู้เสนอชื่อ จิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก จะพบรายชื่อดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;table class="table"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;ประธานกรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;โดยตำแหน่ง (ประธานศาลฎีกา)&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย อดิศักดิ์ ตันติวงศ์&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ประธานศาลฎีกา&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;โดยตำแหน่ง (ประธานสภาผู้แทนราษฎร)&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;โดยตำแหน่ง (ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร)&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;โดยตำแหน่ง (ประธานศาลปกครองสูงสุด)&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ประธานศาลปกครองสูงสุด&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์&lt;/td&gt;&lt;td&gt;อดีตเลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ผู้ตรวจการแผ่นดินแต่งตั้ง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย วิโรจน์ จิวะรังสรรค์&lt;/td&gt;&lt;td&gt;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นครศรีธรรมราช และเลย&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้ง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย ชาติชาย อุทัยพันธ์&lt;/td&gt;&lt;td&gt;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมและสมุทรปราการ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้ง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย พินิจ บุญเลิศ&lt;/td&gt;&lt;td&gt;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี และปทุมธานี อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กรรมการสรรหา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่งตั้ง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;นาย ปัญญรักษ์ พูลทรัพย์&lt;/td&gt;&lt;td&gt;อดีตเอกอัครราชทูตกาตาร์ เวียดนาม และกัมพูชา&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;p&gt;จากรายชื่อดังกล่าว พบว่า มีคณะกรรมการสรรหา กกต. จำนวน 2 ใน 9 คน มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน และกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน หรือ พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยเป็นคนเดิมกับคณะกรรมการสรรหาครั้งก่อนจำนวน 2 คน คือ ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด และ ชาติชาย อุทัยพันธ์ เป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมและสมุทรปราการ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจาก คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในขณะที่รอบก่อนมาจากศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกตด้วยว่า มีคณะกรรมการสรรหาอีกสองคนที่ลงคะแนนสนับสนุน จิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ตั้งแต่เริ่มแรก ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e91d0a1576df3f43844612cb201693e93"&gt;พินิจ บุญเลิศ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่และปทุมธานี และยังเป็นอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเขาถูกเสนอชื่อโดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเสียงข้างมากของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มาจากบุคคลที่ “กลุ่ม สว.สีน้ำเงิน” ให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่&amp;nbsp; 10 กุมภาพันธ์ 2568&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee349942b86586af2ce10be3393a1ae5d"&gt;ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ อดีตเลขาธิการสภาการศึกษา อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเข้ามาในสัดส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ แทนที่ ชาติชาย อุทัยพันธ์ ที่ได้รับการเสนอชื่อโดย ป.ป.ช. แทน ในรอบนี้ ทั้งนี้ เขาเคยถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา (อควาเรียมหอยสังข์)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จะเห็นได้ว่าด้วยกระบวนการได้มาซึ่ง กกต. ทั้งกระบวนการสรรหาและการให้ความเห็นชอบ เป็นไปอย่างมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้ กกต. ขาดความชอบธรรมในการพิจารณายุติคดีการโกงเลือก สว. ด้วยตัวเอง ดังนั้น คดีการโกงเลือกสว. จึงควรส่งให้ศาลฎีกาซึ่งอาจจะมีความเป็นอิสระในการพิจารณาคดีโกงการเลือกสว. เป็นผู้พิจารณาต่อไป&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81-%E0%B8%AA%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;คดีฮั้วเลือก สว.&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;คดีฮั้ว สว.&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สว.สีน้ำเงิน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%93%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ณัชปกร นามเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 10 Sep 2026 09:01:59 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118697 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118697#comments</comments>
    </item>

  </channel>
</rss>
