<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0">

<channel>
	<title>Attorney Rujirat Totari</title>
	
	<link>http://rujirat.com</link>
	<description>ทนายความ รุจีรัตน์ โททาริ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 06 Mar 2010 02:58:26 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/rujirat" /><feedburner:info uri="rujirat" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><item>
		<title>เดินทางระหว่างแอ็พพลายใบเขียว</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/WTRWajR6eoc/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/03/05/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Mar 2010 02:58:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Green Card]]></category>
		<category><![CDATA[Work Permit]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=286</guid>
		<description><![CDATA[ประกาศ ดิฉันจะไม่อยู่(อีกแล้ว) ไปเมืองไทย 3 สัปดาห์ค่ะ เปิดออฟฟิสทำงานใหม่วันที่ 29 มีนาต่ะ เลขายังคงมาทำงานปกติ   ถ้าคุณต้องการติดต่อดิฉันด่วน โปรดอีเมล์หาดิฉันได้ค่ะที่ attorneyruji@aol.com     เมื่อดิฉันยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ลูกความ ประเภทมีโควต้าจะใช้เวลานานหลายปี ประเภทนอกโควต้าจะใช้เวลาเพียง 4-5 เดือน(โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” หัวข้อ “โควต้าใบเขียว และ “ใบเขียวครอบครัว” หน้า 4-2 และ 4-3แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308) ดิฉันจะได้ยินคำถามจากลูกความแทบทุกเคสว่า ระหว่างคอยเรื่องจะขึ้นเครื่องบินเพียงเดินทางในประเทศ หรือบินกลับเมืองไทยได้ไหม คำตอบคือ บินกลับเมืองไทยไม่ได้ถ้าตอนยื่นเรื่องคุณเป็นโรบินฮู้ดแล้ว ส่วนขึ้นเครื่องบินในประเทศ โดยปกติได้ค่ะถ้าคุณมีไอดีแสดง อาจเป็นใบขับขี่หรือพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ แต่ขอให้ระวังตัว ดังตัวอย่างเรื่องจริงที่ดิฉันอ่านจาก“บล๊อก”อิมมิเกรชั่น เขียนโดยทนายอิมมิเกรชั่น ลงวันที่ 14 กุมภาที่ผ่านมา  ดังนี้ ตัวอย่างเรื่องจริง ทนายอิมมิเกรชั่นได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวคนงานให้ลูกความ ซึ่งเป็นนางพยาบาลชาวฟิลิปปินส์ นายจ้างเป็นโรงพยาบาลในรัฐคาลิฟอร์เนีย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ประกาศ ดิฉันจะไม่อยู่(อีกแล้ว) ไปเมืองไทย 3 สัปดาห์ค่ะ เปิดออฟฟิสทำงานใหม่วันที่ 29 มีนาต่ะ เลขายังคงมาทำงานปกติ   ถ้าคุณต้องการติดต่อดิฉันด่วน โปรดอีเมล์หาดิฉันได้ค่ะที่ attorneyruji@aol.com     เมื่อดิฉันยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ลูกความ ประเภทมีโควต้าจะใช้เวลานานหลายปี ประเภทนอกโควต้าจะใช้เวลาเพียง 4-5 เดือน(โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“<a href="/books/">สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่</a>” หัวข้อ “โควต้าใบเขียว และ “ใบเขียวครอบครัว” หน้า 4-2 และ 4-3แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308) ดิฉันจะได้ยินคำถามจากลูกความแทบทุกเคสว่า ระหว่างคอยเรื่องจะขึ้นเครื่องบินเพียงเดินทางในประเทศ หรือบินกลับเมืองไทยได้ไหม คำตอบคือ บินกลับเมืองไทยไม่ได้ถ้าตอนยื่นเรื่องคุณเป็นโรบินฮู้ดแล้ว ส่วนขึ้นเครื่องบินในประเทศ โดยปกติได้ค่ะถ้าคุณมีไอดีแสดง อาจเป็นใบขับขี่หรือพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ แต่ขอให้ระวังตัว ดังตัวอย่างเรื่องจริงที่ดิฉันอ่านจาก“บล๊อก”อิมมิเกรชั่น เขียนโดยทนายอิมมิเกรชั่น ลงวันที่ 14 กุมภาที่ผ่านมา  ดังนี้ ตัวอย่างเรื่องจริง ทนายอิมมิเกรชั่นได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวคนงานให้ลูกความ ซึ่งเป็นนางพยาบาลชาวฟิลิปปินส์ นายจ้างเป็นโรงพยาบาลในรัฐคาลิฟอร์เนีย เธอและครอบครัวเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวพยาบาลอยู่ ระหว่างคอยเรื่อง เธอได้ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” (Work Permit) และทำงานที่โรงพยาบาลอย่างถูกกฎหมาย เธออาศัยอยู่แถวเมือง “เอ็ล เซ็นโทร่”(El Centro) อยู่เขตแซนดิเอโก้ (San Diego) ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของรัฐคาลิฟอร์เนียติดชายแดนเม็กซิโก เมื่อเดือนกุมภาที่ผ่านมา เป็นวันเกิดสามี เธอสามีและลูกๆได้ขับรถจาก “เอ็ล เซ็นโทร่” เพื่อไปเที่ยวเมือง “พาล์ม สปริงส์” (Palm Springs) ตอนเช้าเพื่อฉลองวันเกิดสามี ระหว่างทางได้ผ่านด่านอิมมิเกรชั่นเป็น“เช็ค พอยนท์” ส่วนมากจะตรวจดูว่ามีรถลักพาพวกเม็กซิกันลักลอบประเทศผ่านชายแดนหรือไม่ ซึ่งโดยปกติเจ้าหน้าที่ก็จะยืนโบกมือให้รถผ่าน เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นเรียกรถเธอหยุด และขอตรวจเอกสาร  เธอได้แสดงใบ“เวิ๊ร์ค เพอร์มิท”และพาสปอร์ตของลูกๆซึ่งบัตรขาเข้าหรือ I-94 ในพาสปอร์ตของลูกๆได้หมดอายุแล้ว เธอบอกเจ้าหน้าที่ว่าเธออยู่ในระหว่างรอเรื่องใบเขียวอยู่ เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารแล้วได้บอกเธอว่า พวกคุณอยู่อย่างไม่ถูกต้อง เพราะดูจากพาสปอร์ตของเด็ก บัตรขาเข้าของเด็กขาดแล้ว เธอทำผิดกฎหมายอย่างนี้อาจโดนข้อกล่าว ลำเลียงคนเถื่อนได้ หรือ “ทรานสปอร์ตทิ่ง อิลลีเกิ้ล เอเลี่ยนส์” (Transporting illegal aliens) ตอนนี้ฉันจะต้องกักตัวพวกเธอไว้ก่อน เพื่อรอดำเนินการเนรเทศ และเจ้าหน้าที่สั่งให้ทุกคนลงจากรถ นางพยาบาลได้พยายามโทรหาทนาย แต่ทนายไม่อยู่ เธอได้ฝากข้อความไว้ว่าเธอถูกจับกักตัว ให้โทรเข้ามือถือด่วน เมื่อทนายมาถึงที่ทำงานได้โทรไปหาเธอที่มือถือ เธอบอกทนายว่าเธอถูกอิมมิเกรชั่นกักตัวที่ด่าน ระหว่างเธอพูดกับทนาย ทนายได้ยินในแบ๊คกราวนด์เป็นเสียงสุนัขเห่า และเสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนบอกให้ลูกความวางหู บอกว่าตรงนี้เป็นเขตห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ “เซ็คเคียวร์ แอเรีย” (Secured area)  ทนายบอกลูกความขอพูดโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น เจ้าหน้าที่ตอบผ่านลูกความว่า“ฉันไม่ต้องการพูดกับทนาย”และลูกความได้วางหูไป ทนายไม่ทันจับใจความได้ว่าลูกความถูกจับที่ไหน แต่ทางด่วนจาก El Centro ไป Palm Springs มีสองทางคือ สาย 86 กับสาย 15 ทนายจึงโทรไปหาอิมมิเกรชั่นแผนกศุลการักษ์และตรวจชายแดน “คัสต้อม แอนด์ บอร์เด้อร์ พาโทรล” (Customs and Border Patrol หรือเรียกย่อว่า CBP) และขอพูดกับทนายของ CBP ที่นั่น ทนายได้อธิบายถึงสถานการณ์ให้ทนายของ CBP ฟังว่าลูกความอยู่อย่างถูกกฎหมายเพราะเธอได้แอ็พพลายใบเขียวและกำลังรอเรื่องอยู่ ทนายของ CBP ตอบว่าตอนนี้ลูกความของคุณอยู่ในอเมริกาเถื่อนแล้ว ลูกความของคุณไม่มีสิทธิรอเรื่องใบเขียวอยู่ในอเมริกา พวกเขาต้องกลับไปรอเรื่องในประเทศของเขา ทนายก็พยายามใจเย็นค่อยๆอธิบายถึงกฎหมายให้ทนายของ CBP ฟังว่า ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นว่า ผู้ที่กำลังแอ็พพลายขอปรับสถานภาพ สามารถอยู่รอเรื่องในอเมริกาได้ ไม่อย่างงั้นทางอิมมิเกรชั่นจะออก “ใบเวิ๊ร์ค เพอร์มิท” ให้ทำงานทำไม (หาสวรรค์อะไร อันนี้ดิฉันเติมเอง) และทนายก็แฟกส์ใบเสร็จจากอิมมิเกรชั่นเป็น “โนติส รีซีท” (Notice Receipt) ของฟอร์ม I-485 ไปให้ทนายของ CBP และขอให้เขาเช็คเร็คคอร์ดของลูกความ ทนายของ CBP บอกว่าแล้วเขาจะเช็คดูและจะโทรกลับไปใน 1 ชั่วโมง แต่ปรากฎว่าไม่มีใครโทรกลับไป ทนายรอจนกระทั่ง 5 โมงเย็น หลังจากนั้นทนายเลยเช็คเบอร์โทรศัพท์ของ “ซุปเปอร์ไวเซ่อร์” ของ CBP และโทรเข้าไปหา “ซุป” โดยตรง ทนายอธิบายสถานการณ์ให้ “ซุป” ฟัง ซุปตอบบอกทนายว่า “เวิ๊ร์ค เพอร์มิทของลูกความของคุณหมดอายุแล้ว แต่ลูกความยังคงทำงานอยู่ ฉะนั้นถือว่าผิดกฎหมาย ผมจำต้องออก “โนติสไปปรากฎตัว” เรียก “โนติส ทู แอ็พเพียร์” (Notice to Appear) และลูกความของคุณต้องไปศาลอิมมิเกรชั่น  ตอนนั้นทนายไม่แน่ใจว่าลูกความได้ส่งเรื่องต่ออายุเวิ๊ร์ค เพอร์มิทไปหรือยัง เพราะเนื่องจากหลายครั้งที่ลูกความต้องการต่อ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” เองเพื่อประหยัดเงินค่าทนาย อย่างไรก็ตามทนายก็ยังพยายามอธิบายให้ทนาย CBP ฟังต่อว่า “ตอนนี้ลูกความกำลังรอเรื่องใบเขียวอยู่อย่างถูกต้อง ถ้าเธอไปศาลผู้พิพากษาก็จะตัดสินปล่อยตัวเขาอยู่ดี ทำให้เสียเวลาและเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์” ซุปตอบกลับว่า “คุณอาจพูดถูก แต่เราทำหน้าที่ของเรา เราปล่อยให้ผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินแล้วกัน” หลังจากนั้นก็วางหูไป ทนายจึงรีบไปเช็คเคสลูกความปรากฎว่า ทนายเป็นคนยื่นเรื่องต่อเวิ๊ร์ค เพอร์มิท และลูกความได้ใบตอบรับเรียบร้อยแล้ว ทนายเลยรีบถ่ายสำเนาเวิ๊ร์ค เพอร์มิท และโทรกลับไปหาซุปอีก และแฟกส์ สำเนาเวิ๊ร์ค เพอร์มิทที่ยังไม่หมดอายุไปให้ดู  ซุปตอบว่าขอเขาเช็คดูอีกที และบอกให้ทนายโทรกลับไปอีก 45 นาที  หลังจากนั้นทนายโทรกลับไป ปรากฏว่าซุปไม่อยู่ และเจ้าหน้าที่คนอื่นรับสาย เจ้าหน้าที่บอกทนายว่าเขายังเช็คเรื่องไม่เสร็จ และบอกให้โทรกลับไปใหม่ตอนทุ่มหนึ่ง  ตอนหนึ่งทุ่มทนายโทรกลับไป แต่ไม่สามารถติดต่อใครได้ หลังจากนั้นสักครู่ใหญ่ ลูกความโทรหาทนาย บอกว่าอิมมิเกรชั่นปล่อยตัวแล้ว สรุปสามีฉลองวันเกิดอยู่ในห้องขังทั้งวัน คุณสามารถอ่านข้อมูลในหนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” หัวข้อ “ระวังการขับรถและการเดินทาง” หน้า 52 ดิฉันเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ละเอียดมาก สถานภาพระหว่างรอใบเขียว ตามกฎอิมมิเกรชั่น หลังจากที่คุณยื่นเรื่องปรับสถานภาพ(ขอใบเขียวในอเมริกา)เข้าอิมมิเกรชั่น ในแง่กฎหมายสถานภาพของคุณจะกลายเป็น “ผู้ถูกทัณฑ์บน” หรือ “พาโรลลี่” (Parolee) คือไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานภาพอะไรเช่น สถานภาพนักท่องเที่ยว (ถือวีซ่า B-1/B-2) หรือสถานภาพนักเรียน (ถือวีซ่า F-1) หรือสถานภาพโรบินฮู้ด คือวีซ่าขาดแล้ว เป็นต้น แต่หลังจากยื่นเรื่องทุกคนจะกลายเป็นสถานภาพผู้ถูกทัณฑ์บน และตอนนั้นถ้าคุณทำอะไรผิดกฎหมาย คุณอาจถูกจับได้ เช่น สมมติคุณถือวีซ่านักเรียนและคุณสามารถทำงานได้ถูกต้อง แต่ระหว่างขอใบเขียว วิธีที่คุณจะทำงานอย่างถูกต้องในแง่กฎหมายคือ คุณต้องได้ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” ก่อน แต่จริงๆแล้วในภาคปฏิบัติทุกคนก็ทำงานกันต่อไปแทนที่จะหยุดชะงัก และรอให้ได้เวิ๊ร์ค เพอร์มิทถึงกลับไปทำต่อ เช่นในกรณีเรื่องตัวอย่างข้างต้น คือถ้าคุณถูกอิมมิเกรชั่นจับเมื่อไรไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถหาข้อกล่าวหาใส่คุณจนได้ เช่นตัวอย่างในเรื่องนี้ ข้อกล่าวหา Transporting illegal aliens เนื่องจากลูกโรบินฮู้ดนั่งอยู่ในรถ หรือถ้าเกิดคุณมีโรบินฮู้ดพักอยู่ในบ้านคุณ คุณก็อาจถูกข้อกล่าวหา “ให้ที่อยู่อาศัยต่อโรบินฮู้ด” หรือ “ฮาร์เบ้อริ่ง  อิลลีเกิ้ล เอเลี่ยนส์” (Harboring illegal aliens) เป็นต้น  สรุปได้ว่า ขอให้คุณอ่านเรื่องตัวอย่างนี้เป็นอุทธาหรณ์ ไม่ประมาทแต่ก็ไม่ต้องหวาดกลัวเกินไปถึงกับประสาทเสีย ถ้าคุณเป้นโรบินฮู้ด ขอให้ระวังการเดินทาง และมีความเป็นอยู่อย่างเงียบๆไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น เพราะถ้ามีปัญหาอิมมิเกรชั่นเกิดขึ้นจะเสียทั้งเงินและเวลา และเป็นประสบการณ์ที่แย่สุดๆถ้าต้องถูกกักตัวอยู่ในห้องขัง</p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/wPU4_VVepG0V-ocu0bimNU4_Ivo/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/wPU4_VVepG0V-ocu0bimNU4_Ivo/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/wPU4_VVepG0V-ocu0bimNU4_Ivo/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/wPU4_VVepG0V-ocu0bimNU4_Ivo/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/03/05/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/03/05/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>แอ็พพลายใบเขียวซ้อน &amp;  ปัญหาสัมภาษณ์ใบเขียวไม่ผ่าน</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/N6qkDVj1hmA/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/02/26/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2010 03:29:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Green Card]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=283</guid>
		<description><![CDATA[มีอีเมล์คำถามเข้ามาว่า ตนได้แอ็พพลายใบเขียวแต่งงานแต่สัมภาษณ์ไม่ผ่าน รอเรื่องนานแล้วยังไม่ได้ยินเรื่องอะไรจากอิมมิเกรชั่น จะสามารถแอ็พพลายใบเขียวแต่งงานใหม่ได้หรือไม่ หรือเปลี่ยนให้แม่ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้ได้หรือไม่ หรือให้นายจ้างขอวีซ่าทำงานให้ ถ้าแอ็พพลายใบเขียวหรือวีซ่าใหม่จะมีปัญหาไหม และต้องหย่าก่อนหรือไม่
คำถามสั้นๆ แต่ประเด็นมากกว่าที่จะตอบทางอีเมล์ค่ะ เลยนำมาตอบเผื่อแผ่ให้คนอื่นฟังด้วย
ขอใบเขียวซ้อน 
ระหว่างที่คุณขอใบเขียวหนึ่ง คุณจะขอใบเขียวอื่นอีกได้ค่ะไม่มีกฎห้าม (คุณสามารถอ่านข้อมูลในหนังสือ ชีวิตโรบินฮู้ด เล่มใหม่ หัวข้อ “ขอใบเขียวซ้อน” 24 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308))แต่เวลาขอใบเขียวซ้อนส่วนมากจะออกมาเป็นในกรณีกลับกันกับของคุณดังนี้ คือ ตัวอย่าง แม่ซิติเซ่นขอใบเขียวให้ลูกอายุเกิน 21 ปี ซึ่งอยู่ภายใต้โควต้ารอระหว่าง 5 ½ -8 ½ ปีขึ้นอยู่ว่าโสดหรือแต่งงาน  (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือบทใบเขียว โควต้า และกรุ๊พเพร็ฟเฟอเร็นซ์ ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” หน้า 4-3) ระหว่างลูกคอยเรื่องใบเขียว ลูกได้แต่งงานกับซิติเซ่น ลูกสามารถยื่นขอใบเขียวแต่งงานได้ซ้อนกับเรื่องใบเขียวจากแม่ โดยไม่ต้องยกเลิกเคสที่แม่กำลังแอ็พพลายให้ (เผื่อมีปัญหาหย่ากันก่อนได้ใบเขียว) คือ เคสส่วนมากจะแอ็พพลายใบเขียวซ้อน กรณีที่เคสใหม่จะได้เร็วขึ้น แต่ในกรณีคุณทำได้ค่ะ ไม่เป็นไรแต่ปัญหาคือ ถ้าเรื่องใบเขียวแต่งงานของคุณถูกปฏิเสธกลับมา และคุณอยู่เถื่อนแล้ว ทางอิมมิเกรชั่นจะส่งจดหมายแจ้งให้คุณออกนอกประเทศ และอาจถูกดำเนินเรื่องเนรเทศ
นายจ้างแอ็พพลายวีซ่าทำงาน
ถ้าคุณอยู่เถื่อนเป็นโรบินฮู้ดแล้ว คุณไม่สามารถแอ็พพลายวีซ่าชนิดใดๆได้ทั้งสิ้นรวมทั้งวีซ่าทำงาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีอีเมล์คำถามเข้ามาว่า ตนได้แอ็พพลายใบเขียวแต่งงานแต่สัมภาษณ์ไม่ผ่าน รอเรื่องนานแล้วยังไม่ได้ยินเรื่องอะไรจากอิมมิเกรชั่น จะสามารถแอ็พพลายใบเขียวแต่งงานใหม่ได้หรือไม่ หรือเปลี่ยนให้แม่ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้ได้หรือไม่ หรือให้นายจ้างขอวีซ่าทำงานให้ ถ้าแอ็พพลายใบเขียวหรือวีซ่าใหม่จะมีปัญหาไหม และต้องหย่าก่อนหรือไม่</p>
<p>คำถามสั้นๆ แต่ประเด็นมากกว่าที่จะตอบทางอีเมล์ค่ะ เลยนำมาตอบเผื่อแผ่ให้คนอื่นฟังด้วย</p>
<p><strong>ขอใบเขียวซ้อน </strong></p>
<p>ระหว่างที่คุณขอใบเขียวหนึ่ง คุณจะขอใบเขียวอื่นอีกได้ค่ะไม่มีกฎห้าม (<strong>คุณสามารถอ่านข้อมูลในหนังสือ ชีวิตโรบินฮู้ด เล่มใหม่ หัวข้อ “ขอใบเขียวซ้อน” 24 แฟนคอลัมน์ในอเมริกา</strong><strong>สามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)</strong><strong>)</strong>แต่เวลาขอใบเขียวซ้อนส่วนมากจะออกมาเป็นในกรณีกลับกันกับของคุณดังนี้ คือ ตัวอย่าง แม่ซิติเซ่นขอใบเขียวให้ลูกอายุเกิน 21 ปี ซึ่งอยู่ภายใต้โควต้ารอระหว่าง 5 ½ -8 ½ ปีขึ้นอยู่ว่าโสดหรือแต่งงาน  (<strong>คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือบทใบเขียว โควต้า และกรุ๊พเพร็ฟเฟอเร็นซ์ ในหนังสือ“</strong><strong><a href="/books/">สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่</a>”</strong><strong> หน้า 4-3) </strong>ระหว่างลูกคอยเรื่องใบเขียว ลูกได้แต่งงานกับซิติเซ่น ลูกสามารถยื่นขอใบเขียวแต่งงานได้ซ้อนกับเรื่องใบเขียวจากแม่ โดยไม่ต้องยกเลิกเคสที่แม่กำลังแอ็พพลายให้ (เผื่อมีปัญหาหย่ากันก่อนได้ใบเขียว) คือ เคสส่วนมากจะแอ็พพลายใบเขียวซ้อน กรณีที่เคสใหม่จะได้เร็วขึ้น แต่ในกรณีคุณทำได้ค่ะ ไม่เป็นไรแต่ปัญหาคือ ถ้าเรื่องใบเขียวแต่งงานของคุณถูกปฏิเสธกลับมา และคุณอยู่เถื่อนแล้ว ทางอิมมิเกรชั่นจะส่งจดหมายแจ้งให้คุณออกนอกประเทศ และอาจถูกดำเนินเรื่องเนรเทศ</p>
<p><strong>นายจ้างแอ็พพลายวีซ่าทำงาน</strong></p>
<p>ถ้าคุณอยู่เถื่อนเป็นโรบินฮู้ดแล้ว คุณไม่สามารถแอ็พพลายวีซ่าชนิดใดๆได้ทั้งสิ้นรวมทั้งวีซ่าทำงาน นอกจากตอนที่คุณยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานวีซ่าคุณยังไม่ขาด เท่ากับคุณยังไม่เถื่อน นายจ้างสามารถขอวีซ่าทำงานให้คุณได้</p>
<p><strong>ต้องหย่าก่อนหรือไม่</strong></p>
<p>ไม่ต้องหย่าก่อนค่ะ</p>
<p><strong>ปัญหาเมื่อสัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงานไม่ผ่าน</strong></p>
<p>กรณีคุณสัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงานไม่ผ่าน อาจมีสาเหตุและวิธีแก้ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>คุณขาดเอกสารสำคัญ</strong> เช่น ใบเกิดตัวจริง ใบแต่งงานตัวจริง ใบหย่าตังจริงหรืออื่นๆ กรณีนี้เขาจะให้กระดาษโดย ติ๊กรายการเอกสารที่ขาด ถ้าคุณสามารถรีบนำเอกสารที่ขอไปให้ทันที ในวันเดียวกัน เรื่องควรจะผ่านได้ทันที</li>
<li><strong>คุณมีหลักฐานไม่เพียงพอว่าคุณอยู่ด้วยกันจริงๆ</strong> กรณีนี้เขาจะให้กระดาษโดยติ๊กรายการหลักฐานอื่นๆเพิ่ม ที่พิสูจน์ว่าแต่งงานจริง หลังจากนั้นถ้าคุณนำหลักฐานเพิ่มส่งไปให้หรือนำไปให้ เรื่องของคุณอาจจะผ่านโดยไม่ต้องเรียกสัมภาษณ์อีก หรือเรื่องเงียบไประยะหนึ่งและอิมมิเกรชั่นส่งจดหมายเรียกให้คุณไปสัมภาษณ์ใหม่ ถ้าคุณไม่ได้ยินอะไรจากอิมมิเกรชั่น คุณควรติดตามเรื่อง 6 เดือนหลังจากที่คุณยื่นเอกสาร แนะนำให้คุณเก็บสำเนาเอกสาร</li>
<li><strong>อิมมิเกรชั่นเชื่อว่าคุณแต่งงานปลอม </strong> คุณจะได้รับจดหมายจะปฏิเสธเคสคุณเรียก  “โนติส อ๊อฟ อินเท๊นท์ ทู ดีนาย” (Notice of Intent to Deny) ในจดหมายจะเขียนเหตุผลเป็นข้อๆ ที่เขาจะปฏิเสธไม่ผ่านเคส ซึ่งอาจจะเป็นหลักฐานหรือกรณีที่คุณตอบสัมภาษณ์วันนั้น ในจดหมายเขาจะให้เวลาคุณ 30 วัน (บางอ๊อฟฟิสอาจให้ 60 วัน) ที่จะตอบแก้และส่งหลักฐานเพิ่ม หลังจากคุณตอบไป ถ้าคุณอธิบายและหลักฐานแน่น เรื่องของคุณอาจผ่านได้โดยไม่ต้องเรียกสัมภาษณ์อีก ถ้าหลังจากอิมิเกรชั่นได้รับเอกสารและยังตัดสินไม่ให้ใบเขียว คราวนี้คุณจะได้จดหมายตอบว่าเขาปฏิเสธและเขาจะให้โอกาสคุณอุทธรณ์เรื่องหรือ “แอ็พพีล” (appeal) ซึ่งการแอ็พพีล เรื่องจะไปที่ “อิมมิเกรชั่น บอร์ด” คล้ายๆศาลของอิมมิเกรชั่นโดยเฉพาะ ซึ่งถ้าคุณได้รับ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” หรือใบทำงานแล้ว “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท”ก็จะถูก “แคนเซิล” ด้วย</li>
<li><strong>เรื่องไม่ผ่านเนื่องจากคุณมีปัญหาด้านอิมมิเกรชั่นมาก่อน</strong> กรณีที่คุณมีปัญหาด้านอิมมิเกรชั่นมาก่อนเช่น เคยยื่นเรื่องขอใบเขียวมาก่อนและไม่ผ่านเช่นใบเขียวลี้ภัย ใบเขียวแต่งงานกับคนอื่น เป็นต้น หรือขอใบเขียวแต่งงานและยกเรื่องเนื่องจากหย่าก่อน หรือคุณเคยมีปัญหาทางกฎหมาย หรือเคยถูกดำเนินเรื่องเนรเทศมาก่อน กรณีเหล่านี้ หลังคุณสัมภาษณ์เสร็จ เรื่องอาจเงียบหายไปนานเนื่องจากทางอิมมิเกรชั่นจะใช้เวลาตรวจสอบเรื่องเก่าอยู่ และเช็คเรื่องใหม่ว่าคุณแต่งงานจริงหรือไม่ (<strong>โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือบทใบเขียวแต่งงาน หัวข้อ “หลักฐานพิสูจน์ว่าแต่งงานจริง” ในหนังสือ“</strong><strong><a href="/books/">สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่</a>”</strong><strong> หน้า 5-5)</strong></li>
</ol>
<p><strong>ความสำคัญของการใช้ทนาย</strong></p>
<p>การยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด ดิฉันจะได้ยินบ่อยๆว่าเราแต่งงานอยู่ด้วยกันจริงๆไม่น่ามีปัญหาอะไร การยื่นเรื่องขอใบเขียวเป็นงานละเอียด แต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นงานที่แข่งกับเวลาโดยเฉพาะถ้าวีซ่าของคุณขาดแล้วและเป็นโรบินฮู้ด เริ่มตั้งแต่ต้นจากการกรอกฟอร์มและยื่นเอกสารแนบ ถ้าข้อมูลในฟอร์มไม่ลงตัวหรือผิดพลาด หรือยื่นเอกสารไม่ครบ โอกาสที่เรื่องจะติดขัดสูง เมื่อเรื่องติดปุ๊บเคสนี้จะถูกขุดคุ้ยทันที และอาจเรื่องติดเป็นเดือนเป็นปี และจะถูกเพ่งเล็งตอนสัมภาษณ์ ซึ่งคู่สมรสหลายคู่ระหว่างคอยเรื่องจะเครียด เริ่มมีปัญหา หรือโทษกันไปโทษกันมาแต่ละฝ่ายถึงปัญหาที่เรื่องติด ทนกันไม่ไหวก็เริ่มทะเลาะกันและอาจเลิกกันไปในที่สุดก่อนได้ใบเขียว เคสใบเขียวแต่งงานที่ไปได้ราบรื่นไม่ติดควรจะได้เรียกสัมภาษณ์ประมาณ 4 เดือน และหลังจากนั้น 2 สัปดาห์ได้ใบเขียว ฉะนั้นดิฉันไม่แนะนำให้ทำเรื่องเองค่ะ ควรใช้ทนาย</p>
<div><span style="font-family: 'Times New Roman', 'Times New Roman', 'Bitstream Charter', Times, serif; font-size: small;"><br />
</span></div>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/NMLh0NFYQa757-teYPflp2M_spA/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/NMLh0NFYQa757-teYPflp2M_spA/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/NMLh0NFYQa757-teYPflp2M_spA/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/NMLh0NFYQa757-teYPflp2M_spA/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/02/26/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/02/26/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b1/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>Ash Wednesday</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/nU1QTJJQ8M4/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/02/19/ash-wednesday/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Feb 2010 03:02:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[citizen]]></category>
		<category><![CDATA[Green Card]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=280</guid>
		<description><![CDATA[อั้พเดทเรื่องส่วนตัวและรอบตัว เมื่อวันที่ 11 กุมภา ดิฉันถูกเรียกไปทำหน้าที่ลูกขุนที่ศาลในเมือง Santa Ana ต้องนั่งอยู่ในศาลทั้งวันปรากฎไม่ถูกเรียก ดีใจมากๆ ดิฉันพยายามบ่ายเบี่ยงมาทุกปีในที่สุดปีนี้รู้สึกตะขิดขะขวงใจที่ ตนเองเขียนถึงหน้าที่ของซิติเซ่นและหน้าที่พลเมืองดีว่าต้องรับหน้าที่ลูกขุน แต่ตนเองไม่อยากไป (เข้าทำนองทำตามสิ่งที่ดิฉันสอนอย่าทำตามสิ่งที่ดิฉันทำ) เก๊าะเลยต้องไป
วันอาทิตย์ที่ผ่านมาตรุษจีน ดิฉันลืมสนิทจนกระทั่งคุณจิมมี่ลูกความเก่าส่งอีเมล์มาอวยพร ดิฉันมัวแต่ไปนึกถึงวันวาเล็นไทน์เพราะเป็นวันครบรอบแต่งงานของดิฉัน ช่วงเดือนนี้เทสกาลเยอะ พุธที่ 17 กุมภาที่ผ่านมาเป็นวัน “แอ๊ช เว๊นส์เดย์” (Ash Wednesday) ซึ่งเป็นวันทางศาสนาของชาวคริสเตียน เป็นวันแรกของการถือศีลคล้ายวันพระเรียก “เล๊นท์ เดย์” (Lent Day)พวกคริสเตียนโดยเฉพาะคาทอลิคจะถือศีลหรือเข้า “เล๊นท์” เป็นเวลา 46 วัน นับตั้งแต่วัน Ash Wednesday ไปจนถึงวัน “อีสเต้อร์” (Easter) ถึงจะออกจาก “เล๊นท์” (ออกพรรษา) ซึ่งปีนี้อีสเต้อร์ตรงกับวันที่ 4 เมษา วันอีสเต้อร์เป็นวันที่พระเยซูถูกตรึงไม้การเขน โดยปกติคนที่เคร่งๆจะไม่ทานเนื้อเลยตลอด 46 วัน คนเคร่งน้อยหน่อยอย่างสามีดิฉันก็จะไม่ทานเนื้อทุกวันศุกร์จนถึงอีสเต้อร์ ฉะนั้นเข้าพรรษาบ้านเราจะทานปลาทุกศุกร์ (สบายมากของโปรดดิฉันอยู่แล้ว) ในช่วงนี้คนเคร่งก็จะสละสิ่งที่เขาชอบทำที่สุด เพื่อลำลึกถึงคุณพระเยซูที่สละชีวิตเพื่อไถ่บาปให้พวกเขา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อั้พเดทเรื่องส่วนตัวและรอบตัว เมื่อวันที่ 11 กุมภา ดิฉันถูกเรียกไปทำหน้าที่ลูกขุนที่ศาลในเมือง Santa Ana ต้องนั่งอยู่ในศาลทั้งวันปรากฎไม่ถูกเรียก ดีใจมากๆ ดิฉันพยายามบ่ายเบี่ยงมาทุกปีในที่สุดปีนี้รู้สึกตะขิดขะขวงใจที่ ตนเองเขียนถึงหน้าที่ของซิติเซ่นและหน้าที่พลเมืองดีว่าต้องรับหน้าที่ลูกขุน แต่ตนเองไม่อยากไป (เข้าทำนองทำตามสิ่งที่ดิฉันสอนอย่าทำตามสิ่งที่ดิฉันทำ) เก๊าะเลยต้องไป</p>
<p>วันอาทิตย์ที่ผ่านมาตรุษจีน ดิฉันลืมสนิทจนกระทั่งคุณจิมมี่ลูกความเก่าส่งอีเมล์มาอวยพร ดิฉันมัวแต่ไปนึกถึงวันวาเล็นไทน์เพราะเป็นวันครบรอบแต่งงานของดิฉัน ช่วงเดือนนี้เทสกาลเยอะ พุธที่ 17 กุมภาที่ผ่านมาเป็นวัน “แอ๊ช เว๊นส์เดย์” (Ash Wednesday) ซึ่งเป็นวันทางศาสนาของชาวคริสเตียน เป็นวันแรกของการถือศีลคล้ายวันพระเรียก “เล๊นท์ เดย์” (Lent Day)พวกคริสเตียนโดยเฉพาะคาทอลิคจะถือศีลหรือเข้า “เล๊นท์” เป็นเวลา 46 วัน นับตั้งแต่วัน Ash Wednesday ไปจนถึงวัน “อีสเต้อร์” (Easter) ถึงจะออกจาก “เล๊นท์” (ออกพรรษา) ซึ่งปีนี้อีสเต้อร์ตรงกับวันที่ 4 เมษา วันอีสเต้อร์เป็นวันที่พระเยซูถูกตรึงไม้การเขน โดยปกติคนที่เคร่งๆจะไม่ทานเนื้อเลยตลอด 46 วัน คนเคร่งน้อยหน่อยอย่างสามีดิฉันก็จะไม่ทานเนื้อทุกวันศุกร์จนถึงอีสเต้อร์ ฉะนั้นเข้าพรรษาบ้านเราจะทานปลาทุกศุกร์ (สบายมากของโปรดดิฉันอยู่แล้ว) ในช่วงนี้คนเคร่งก็จะสละสิ่งที่เขาชอบทำที่สุด เพื่อลำลึกถึงคุณพระเยซูที่สละชีวิตเพื่อไถ่บาปให้พวกเขา เพื่อนบ้านดิฉันเขาได้เลิกสูบบุหรี่วัน Ash Wednesday เขาถามดิฉันว่าจะสละ “โยคะ” ไหมเพราะเป็นสิ่งที่ดิฉันชอบที่สุด you’re kidding!!!! <strong>(คุณสามารถอ่านข้อมูลเรื่องวันหยุดเทศกาล ได้ในหนังสือ “<a href="/books/" target="_blank">อยู่อเมริกา</a>” หน้า 28 หัวข้อ เทสกาลอื่นๆ แฟนคอลัมน์ในอเมริกา</strong><strong>สามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)</strong></p>
<p><strong>ตอบคำถามอีเมล์จากเมืองไทย</strong></p>
<p>คำถามนี้เป็นเรื่องใบเขียวครอบครัว มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ นำมาเขียน</p>
<p><strong>ถาม</strong> ภรรยามีลูกเกิดในอเมริกากับสามีเก่าเป็นซิติเซ่นปัจจุบันอายุเกิน 21 ปีอยู่เมืองไทย ภรรยาแต่งงานใหม่มีลูกกับสามีใหม่อายุ 14, 16 ปี ลูกซิติเซ่นจะทำใบเขียวให้แม่ น้อง และพ่อเลี้ยงได้ไหม เด็กทั้งสองมีวีซ่าท่องเที่ยวเด็กจะไปรอเรื่องในอเมริกาได้ไหม และวิธีไหนที่จะไม่พรากจากกันนานและจะได้มาเร็วที่สุด ปัจจุบันมีป้าอยู่อเมริกาสามารถช่วยเซ็นซัพพอร์ทให้ได้</p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong>ตอบ</strong> ดิฉันจะตอบเป็นหัวข้อนะคะ</p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong>ลูกซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้แม่</strong></p>
<p style="padding-left: 30px;">ลูกซิติเซ่นอายุเกิน 21 ปีแอ็พพลายใบเขียวให้แม่ได้ ประเด็นคือ เรื่องเซ็นซัพพอร์ท คือลูกต้องมีรายได้และลูกต้องมีภูมิลำเนาอยู่อเมริกา เรียก “Establish domicile” ฉะนั้นลูกต้องมีที่อยู่ในอเมริกาหรือมีเจตนาย้ายมาอยู่อเมริกา ซึ่งเราอาจใช้ที่อยู่ป้าได้ ลูกต้องมีงานทำหรือมีคนจะรับทำงานอะไรทำนองนั้น และมีคนช่วยเซ็นซัพพอร์ท ซึ่งคุณมีอยู่แล้วคือ ป้า สรุปว่าทำได้ ลูกซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ได้เร็ว เพราะจัดอยู่ในกรุ๊บ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” ไม่อยู่ภายใต้โควต้า ระยะเวลาทำประมาณ 7-8 เดือน</p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong>ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้องคนละพ่อ</strong></p>
<p style="padding-left: 30px;">ซิติเซ่นอายุเกิน 21 สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้องได้ถึงแม้จะเป็นคนละพ่อ หรือคนละแม่ กรณีนี้ถ้าลูกซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้น้องสองคนทันทีตอนนี้ เท่ากับแอ็พพลายสองเคส ให้น้องอายุ 14 หนึ่งเคส และ 16 หนึ่งเคส ใช้เวลานานเพราะอยู่ภายใต้โควต้ากรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 4 ประมาณ 10 ปี</p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong>แม่ใบเขียวแอ็พพลายให้สามีและลูก</strong></p>
<p style="padding-left: 30px;">วิธีที่เร็วที่สุดคือ ทันทีที่แม่ได้ใบเขียว แม่ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้สามี(ตัวคุณ) ซึ่งอยู่ภายใต้โควต้าในกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2A   เวลาขอใบเขียวภายใต้กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ คุณสามารถพ่วงบุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานได้ ฉะนั้นถ้าภรรยาใบเขียวแอ็พพลายใบเขียวให้คุณในฐานะคู่สมรส คุณสามารถพ่วงเด็กสองคน 14, 16 ไปกับคุณในเคสเดียวกัน ทำให้คุณทุ่นเงิน เพราะทำหนึ่งเคสได้ใบเขียว 3 คน เด็กจะจัดอยู่ในกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2A เช่นเดียวกับคุณ ปัจจุบันใช้เวลาคอยประมาณ 4 ปี” (<strong>คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือบทใบเขียว โควต้า และกรุ๊เพร็ฟเฟอเร็นซ์ ในหนังสือ“</strong><strong><a href="/books/">สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่</a>”</strong><strong> หน้า 4-3 แฟนคอลัมน์ในอเมริกา</strong><strong>สามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)</strong></p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong>เด็กไปคอยในอเมริกา</strong></p>
<p style="padding-left: 30px;">ถ้าเด็กบินไปอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและไปคอยเรื่องใบเขียวอยู่ที่นั่น วีซ่าเด็กก็จะขาดและจะมีปัญหาตอนรับใบเขียวเมื่อโควต้ามาถึง ถ้าเด็กขอวีซ่านักเรียนไปเรียนเป็นไปได้ แต่คิดว่าจะขอไม่ผ่าน เพราะเด็กเรียนโรงเรียนประถมถึงมัธยมจะขอวีซ่านักเรียนยาก เพราะคุณต้องขอวีซ่าไปเรียนโรงเรียนเอกชน ซึ่งเปลืองมาก และถ้าขอวีซ่านักเรียนไม่ผ่าน เด็กอาจถูกแคนเซิลวีซ่าท่องเที่ยวได้</p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong>Reentry Permit</strong></p>
<p style="padding-left: 30px;">วิธีเลี่ยงไม่ให้พ่อแม่ลูกพรากจากกันนาน ทำได้โดย ทันทีที่ภรรยาได้ใบเขียว ให้เธอยื่นเรื่องขอ Reentry permit เพื่อเธอสามารถอยู่นอกประเทศเกิน 1 ปีและไม่เกิน 2 ปี เธอสามารถกลับมาอยู่เมืองไทยได้ พอก่อน reentry permit หมดอายุก็บินกลับไปอเมริกาใหม่ แอ็พพลาย reentry permit ครั้งที่สองและออกนอกประเทศได้อีกถงเกือบ 2 ปี รวมเป็น 4 ปี ก็พอดีลูกและคุณได้ใบเขียว</p>
<div style="padding-left: 30px;"><span style="font-family: 'Times New Roman', 'Times New Roman', 'Bitstream Charter', Times, serif; font-size: small;"><br />
</span></div>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/bnLbyijkkznB1SLm0Ve_4W3R0Zc/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/bnLbyijkkznB1SLm0Ve_4W3R0Zc/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/bnLbyijkkznB1SLm0Ve_4W3R0Zc/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/bnLbyijkkznB1SLm0Ve_4W3R0Zc/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/02/19/ash-wednesday/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/02/19/ash-wednesday/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>Happy Valentine/สูตรการครองรัก</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/zDIsjC_2z1I/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/02/12/happy-valentine%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2010 02:47:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[citizen]]></category>
		<category><![CDATA[Green Card]]></category>
		<category><![CDATA[married]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=278</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เขียนคอลัมน์สัปดาห์ที่แล้วเรื่องหญิงถูกสามีทารุณสามารถทำใบเขียวด้วยตนเองได้ ดิฉันได้รับอีเมล์ถามกลับมา 2-3 ฉบับว่ากรณีสามีไม่ได้ทำร้ายร่างกายอย่างใด แต่เบื่อสามี ถ้าหย่าหลังได้ใบเขียวสองปี แล้วจะขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองได้ไหม หรือถ้าขอไม่ได้แล้วจะแต่งงานใหม่กับซิติเซ่น แล้วให้สามีใหม่ยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีให้ได้หรือไม่ ตอบคำถามนี้เป็นข้อๆเลยนะคะ
ใบเขียวแต่งงาน 2 ปี
ภายใต้กฎหมายอิมมิเกรชั่นป้องกันการแต่งงานปลอมผ่านออกมาปี 1986 ระบุว่า ถ้าคุณแต่งงานกับซิติเซ่นและได้ใบเขียวแต่งงานภายใน 2 ปีนับจากวันจดทะเบียน คุณจะได้เพียงใบเขียวเงื่อนไขหรือใบเขียวชั่วคราวมีอายุ 2 ปี ซึ่งก่อนใบเขียวหมดอายุ คุณทั้งสองต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวรหรือใบเขียว 10 ปีและแสดงหลักฐานว่าคุณทั้งสองอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา ถ้าคุณหย่ากันก่อน 2 ปีและคุณไม่ได้ยื่นเรื่องเข้าไป คุณก็จะสูญใบเขียวแรก (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” บทใบเขียวแต่งงานหน้า 5-2 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
ขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง
ตามกฎข้างต้น มีข้อยกเว้นคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองในกรณีเหล่านี้ ซึ่งคุณสามารถอ้างกรณีใดกรณีหนึ่งหรืออ้างมากกว่าหนึ่งกรณีได้

คุณถูกคู่สมรสซิติเซ่นทารุณกรรม (Abuse) ทารุณกรรมในที่นี้ตีความหมายกว้างมาก คือรวมทั้งทางร่างกายและจิตใจ หรือ
คุณต้องแสดงหลักฐานว่าแต่งงานจริง (Good faith marriage) คือไม่ได้แต่งงานเพื่อเอาใบเขียว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่เขียนคอลัมน์สัปดาห์ที่แล้วเรื่องหญิงถูกสามีทารุณสามารถทำใบเขียวด้วยตนเองได้ ดิฉันได้รับอีเมล์ถามกลับมา 2-3 ฉบับว่ากรณีสามีไม่ได้ทำร้ายร่างกายอย่างใด แต่เบื่อสามี ถ้าหย่าหลังได้ใบเขียวสองปี แล้วจะขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองได้ไหม หรือถ้าขอไม่ได้แล้วจะแต่งงานใหม่กับซิติเซ่น แล้วให้สามีใหม่ยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีให้ได้หรือไม่ ตอบคำถามนี้เป็นข้อๆเลยนะคะ</p>
<p><strong>ใบเขียวแต่งงาน 2 ปี</strong></p>
<p>ภายใต้กฎหมายอิมมิเกรชั่นป้องกันการแต่งงานปลอมผ่านออกมาปี 1986 ระบุว่า ถ้าคุณแต่งงานกับซิติเซ่นและได้ใบเขียวแต่งงานภายใน 2 ปีนับจากวันจดทะเบียน คุณจะได้เพียงใบเขียวเงื่อนไขหรือใบเขียวชั่วคราวมีอายุ 2 ปี ซึ่งก่อนใบเขียวหมดอายุ คุณทั้งสองต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวรหรือใบเขียว 10 ปีและแสดงหลักฐานว่าคุณทั้งสองอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา ถ้าคุณหย่ากันก่อน 2 ปีและคุณไม่ได้ยื่นเรื่องเข้าไป คุณก็จะสูญใบเขียวแรก (<strong>คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“</strong><strong><a href="/books/">สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่</a>”</strong><strong> บทใบเขียวแต่งงานหน้า 5-2 แฟนคอลัมน์ในอเมริกา</strong><strong>สามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)</strong></p>
<p><strong>ขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง</strong></p>
<p>ตามกฎข้างต้น มีข้อยกเว้นคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองในกรณีเหล่านี้ ซึ่งคุณสามารถอ้างกรณีใดกรณีหนึ่งหรืออ้างมากกว่าหนึ่งกรณีได้</p>
<ol>
<li>คุณถูกคู่สมรสซิติเซ่นทารุณกรรม (Abuse) ทารุณกรรมในที่นี้ตีความหมายกว้างมาก คือรวมทั้งทางร่างกายและจิตใจ หรือ</li>
<li>คุณต้องแสดงหลักฐานว่าแต่งงานจริง (Good faith marriage) คือไม่ได้แต่งงานเพื่อเอาใบเขียว และมีเหตุผลบางอย่างที่อยู่ด้วยกันไม่ได้ถึงเลิกกัน หรือ</li>
<li>ถ้าคุณต้องสูญใบเขียวและถูกเนรเทศ มันจะทำให้คุณต้องประสบความยากลำบากมากสุดๆ (Extreme hardship) หรือ</li>
<li>คู่สมรสเสียชีวิต ข้อนี้เป็นกฎหมายใหม่ที่ประธานาธิบดีโอบาม่าเพิ่งเซ็นผ่านออกมาเมื่อตุลาคม 2009 ว่าถ้าคู่สมรสซิติเซ่นเสียชีวิตภายในสองปีแรก หม้ายสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ ตามกฎหมายเก่าคุณต้องแต่งงานเกิน 2 ปี ถึงจะยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ ถ้าคู่สมรสตายภายในสองปีแรกคุณจะขอใบเขียวไม่ได้ซึ่งกฎหมายใหม่นี้มีผลบังคับใช้ชั่วคราว 2 ปี ซึ่งอาจจะเปลี่ยนได้ในอนาคต</li>
</ol>
<p><strong>Good Faith Marriage</strong></p>
<p>ตามคำถามข้างต้น คุณคงเข้าข่ายข้อสองคือ ถ้าคุณแต่งงานจริง แต่มีเหตุผล“เบื่อสามี”ที่อยู่ด้วยกันไม่ได้ถึงเลิกกัน คุณอาจยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง โดยแสดงหลักฐานว่าคุณแต่งงานจริง และเหตุผลต่างๆที่ทำให้อยู่กับสามีไม่ได้ นิยามของอิมมิเกรชั่น การแต่งงานจริงคือ ตอนคุณแต่งงานคุณแต่งด้วยความบริสุทธิ์ใจ (Good faith) และมีเจตนาที่จะอยู่กินร่วมกันกับคู่สมรสฉันสามีภรรยา เนื่องจากอิมมิเกรชั่นไม่สามารถเข้าไปดูใจคุณข้างในได้ ฉะนั้นคุณต้องแสดงหลักฐานต่างๆว่าอยู่ด้วยกัน และให้เหตุผลละเอียดถึงการกระทำต่างๆของคู่สมรสที่ทำให้คุณอยู่กับเขาไม่ได้ เช่นคู่สมรสเปลี่ยนไป และคุณเริ่มรู้นิสัยที่แท้จริงของเขาที่คุณทนไม่ได้ต่างๆ เป็นต้น แต่ถ้าคู่สมรสก็เหมือนเดิม คือเสมอต้นเสมอปลาย “น่าเบื่อเหมือนเดิม” ตั้งแต่วันที่คุณแต่งจนหย่า อิมมิเกรชั่นก็จะมองในรูปว่า คุณไม่มีเจตนาจะอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับคู่สมรสตั้งแต่ต้น เพียงแต่แต่งเพื่อใบเขียวและทันทีที่ได้ใบเขียวก็จะบ๋ายบาย ฉะนั้นเรื่องก็จะไม่ผ่าน</p>
<p><strong>แต่งงานใหม่กับซิติเซ่น</strong></p>
<p>ถ้าหลังคุณได้ใบเขียว 2 ปี และเลิกกับสามีเก่าและไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีหรือยื่นแล้วไม่ผ่าน และคุณแต่งงานใหม่กับซิติเซ่น สามีใหม่ของคุณต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณใหม่ ซึ่งคุณก็จะได้ใบเขียว 2 ปีค่ะ คุณจะไม่ได้ใบเขียว 10 ปี ต่อจากใบเก่าค่ะ คือใบเขียวของใครของมัน เท่ากับคุณเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ (<strong>คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“</strong><strong>สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่”</strong><strong> หัวข้อ “ขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง” และ “แต่งงานใหม่ถ้าเรื่องขอใบเขียวไม่ผ่าน” หน้า 5-7  และ 5-9)</strong></p>
<p><strong>ข้อแนะนำ</strong></p>
<p><strong>ข้อแนะนำที่หนึ่ง</strong> ถ้าคุณต้องยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง ไม่แนะนำให้ยื่นด้วยตนเองเลยขอให้ทนายยื่นเรื่องให้ เพราะถ้าคุณยื่นเรื่องไม่ผ่าน จะเป็นปัญหาและถึงแม้คุณแต่งงานใหม่กับซิติเซ่น จะเป็นที่เพ่งเล็งเมื่อยื่นเรื่องขอใบเขียวใหม่ เพราะเมื่อทนายฟังเหตุผลที่คุณต้องเลิกกับคู่สมรส ทนายสามารถตอบได้ว่าเปอร์เซ็นที่เรื่องจะผ่านดีหรือไม่ เพราะถ้าโอกาสผ่านน้อยก็ไม่ควรยื่น แต่แต่งงานใหม่เลยจะดีกว่า หรือถ้าคุณไม่ได้แต่งงานจริงแล้วอย่ายื่นเด็ดขาด</p>
<p><strong>ข้อแนะนำที่สอง</strong> ถ้าคุณเพียงเบื่อสามี และไม่มีเหตุผลอื่นๆ ขอแนะนำว่าถ้าคุณทนอยู่ต่อไปได้คุณควรอยู่ต่อไปจนได้ใบเขียว 10 ปี เพราะชีวิตคู่ใช้เวลาค่ะ ที่ทางอิมมิเกรชั่นกำหนดเวลาสองปีที่จะพิสูจน์ว่าแต่งงานจริงหรือไม่ ดิฉันก็ว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่คนแปลกหน้าสองคนจะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อดูว่าไปกันได้ไหม ถ้าหลังจากนั้นมันไปกันไม่ได้จริงๆก็ค่อยเลิก หรือคิดอีกอย่างคือ ถ้าคุณไปเจอคนใหม่ที่น่าเบื่อกว่านี้ล่ะ ??????</p>
<p><strong>สูตรการครองรัก</strong></p>
<p>วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาตรงกับวันวาเล็นไทน์ หรือวันแห่งความรัก ขอคัดข้อความ “สูตรการครองรัก” จากหนังสือใหม่ <strong>“<a href="/books/">ชีวิตโรบินฮู้ด</a>”</strong> (<strong>โปรดดูหน้า</strong><strong> 64 หรือหน้า 48 ฉบับขายเมืองไทย) </strong>มาให้อ่านเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ ดิฉันไม่ได้แต่งเองหรอกค่ะ (ตนเองยังต้องพึ่งสูตรนี้อยู่ทุกวัน) ดิฉันอ่านพบจากหนังสือฝรั่งเป็นคำตอบที่นักบุญ St. Paul เขียนตอบคำถามต่อพลเมืองกรีกชาวคอรินเทียน (Corinthians) ในเมืองคอรินธ์ที่ถามท่านว่า “สูตรการครองรักคืออะไร” เมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้วแต่ยังศักดิ์สิทธ์มาถึงปัจจุบัน  ดิฉันแปลให้เสร็จ คุณและสามี(น่าเบื่อ)จะได้นั่งอ่านด้วยกัน”</p>
<p><strong>What makes some marriages fail and others succeeds?</strong></p>
<p>St. Paul gave the answer to that question some 2000 years ago when he wrote to the Corinthians (1 Cor. 13.4) what is true love.</p>
<p>“If you truly love your spouse so that no matter what, you will remain faithful to your mate, you should be patient.  You should be kind.  You should not be jealous or conceited or proud.</p>
<p>You should not be ill-mannered, always say “Please, thank you, good morning, good night.”  You should not be selfish.</p>
<p>You should not be irritable.  Keep watch over the door of your mouth.  Harsh words stir up anger.  A soft answer turns away wrath.</p>
<p>You should not keep a record of wrongs.  Avoid repeating, like a broken record, your spouse’s faults or wrongs done to you.  Be forgiving.</p>
<p>You should not be happy with evil &#8212; leave if you are being physically abused &#8212; but be happy with the truth.  Seek the truth always, and accept it, if you cannot change things.</p>
<p>You must never give up.  You must have faith in your mate.  Your hope and patience should never fail.</p>
<p>If you love in this manner described above, your marriage will always be alive, and ever fresh, until death do you part.”</p>
<p><strong>(คำแปล) อะไรทำให้การครองรักบางคู่ล้มเหลว และบางคู่ประสบผลสำเร็จ</strong></p>
<p>“ถ้าคุณรักคู่ของคุณจริงไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น คุณควรซื่อสัตย์ อดทน มีใจเมตตา และไม่ขี้หึง อวดดี หรือทะนงตัว</p>
<p>มีมารยาท และพูดคำเหล่านี้ให้ติดเป็นนิสัย Please, thank you, good morning, good night และอย่าเห็นแก่ตัว</p>
<p>อย่าขี้โมโหง่าย พยายามยั้งปากก่อนพูด คำพูดแรงๆกระตุ้นความโกรธ คำพูดอ่อนโยนทำให้หายโกรธ</p>
<p>คุณไม่ควรจดจำความผิดของคู่ เลี่ยงการพูดซ้ำซากในสิ่งที่เขาทำผิด  เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง  หัดให้อภัย</p>
<p>คุณไม่ควรมีความสุขกับสิ่งที่ชั่วร้าย สลัดมันทิ้งไปถ้าคุณถูกคู่สมรสทารุณกรรม แต่คุณควรมีความสุขกับความจริง แสวงหาความจริง และยอมรับความจริงถ้าคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้</p>
<p>อย่ายอมแพ้ง่ายๆ คุณต้องเชื่อและศรัทธาในตัวคู่ของคุณ ความหวังบวกความอดทน จะทำให้ไม่ล้มเหลว</p>
<p>ถ้าคุณปฏิบัติตาม “สูตรการครองรัก” นี้ การสมรสของคุณจะมีชีวิตชีวา และสดชื่น จนกว่าจะตายจากกัน”</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">Happy Valentine!!</span></strong></p>
<div><span style="font-family: 'Angsana New', 'Times New Roman', 'Bitstream Charter', Times, serif; font-size: medium;"><strong><br />
</strong></span></div>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/q3_cOEBac55rtTmV2KBWLPR0coY/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/q3_cOEBac55rtTmV2KBWLPR0coY/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/q3_cOEBac55rtTmV2KBWLPR0coY/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/q3_cOEBac55rtTmV2KBWLPR0coY/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/02/12/happy-valentine%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/02/12/happy-valentine%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>หญิงที่ถูกสามีใบเขียวทารุณสามารถขอใบเขียวเองได้</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/4dpZsyq5_bs/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/02/05/%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Feb 2010 04:30:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[vawa]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=275</guid>
		<description><![CDATA[สัปดาห์ที่แล้วดิฉันได้รับโทรศัพท์จากหญิงที่ถูกสามีถือใบเขียวทารุณกรรม 2 รายติดๆกัน รายหนึ่งสามียื่นเรื่องขอใบเขียวแล้วและกำลังคอยเรื่อง อีกรายสามียังไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ เพราะต้องการรอได้ซิติเซ่นก่อน ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจที่แย่มากๆหรือยังไงทำให้คนอารมณ์ร้ายขึ้น ดิฉันทำเคสขอใบเขียวให้ภรรยาที่ถูกสามีซิติเซ่นทารุณมาหลายเคสจนชำนาญ แต่ยังไม่เคยทำเคสให้ภรรยาที่ถูกสามีใบเขียวทารุณมาก่อน เลยต้องศึกษาว่าจะทำได้ไหมอย่างไร และจะมีอะไรเกิดขึ้นถ้าสามีสูญใบเขียว เพราะคดีเกี่ยวกับ “โดเม็สติค ไวโอเล๊นซ์” (Domestic violence) คือ“การทารุณกรรมคนในบ้าน รวมคู่สมรส และเด็ก” ถือเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าผู้ถือใบเขียวมีคดีเกี่ยวกับ“โดเม็สติค ไวโอเล๊นซ์” เขาอาจสูญใบเขียวได้
VAWA
กฎหมายอิมมิเกรชั่นมีฉบับหนึ่งเรียก “วาว่า” (VAWA) ย่อมาจาก “ไวโอเลชั่น อเก๊นสท์ วีเม่น แอ๊กท์” (Violation Against Women Act) เป็นกฎหมายที่ช่วยให้คู่สมรส หรือบุตรเลี้ยง ของอเมริกันซิติเซ่นหรือผู้ถือใบเขียวที่ถูกทารุณ สามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้โดยสามีไม่ต้องเซ็น เรียก “แซ็ลฟ์ เพอทิชั่น” (Self petition) และถ้าคุณมีลูกติด ลูกจะได้ใบเขียวด้วย ”(คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” บทใบเขียวแต่งงานหน้า 5-7 หัวข้อ “ขอใบเขียวเองภายใต้หญิงถูกทารุณ”  และเรื่อง Domestic Violence และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สัปดาห์ที่แล้วดิฉันได้รับโทรศัพท์จากหญิงที่ถูกสามีถือใบเขียวทารุณกรรม 2 รายติดๆกัน รายหนึ่งสามียื่นเรื่องขอใบเขียวแล้วและกำลังคอยเรื่อง อีกรายสามียังไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ เพราะต้องการรอได้ซิติเซ่นก่อน ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจที่แย่มากๆหรือยังไงทำให้คนอารมณ์ร้ายขึ้น ดิฉันทำเคสขอใบเขียวให้ภรรยาที่ถูกสามีซิติเซ่นทารุณมาหลายเคสจนชำนาญ แต่ยังไม่เคยทำเคสให้ภรรยาที่ถูกสามีใบเขียวทารุณมาก่อน เลยต้องศึกษาว่าจะทำได้ไหมอย่างไร และจะมีอะไรเกิดขึ้นถ้าสามีสูญใบเขียว เพราะคดีเกี่ยวกับ “โดเม็สติค ไวโอเล๊นซ์” (Domestic violence) คือ“การทารุณกรรมคนในบ้าน รวมคู่สมรส และเด็ก” ถือเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าผู้ถือใบเขียวมีคดีเกี่ยวกับ“โดเม็สติค ไวโอเล๊นซ์” เขาอาจสูญใบเขียวได้</p>
<p><strong>VAWA</strong></p>
<p>กฎหมายอิมมิเกรชั่นมีฉบับหนึ่งเรียก “วาว่า” (VAWA) ย่อมาจาก “ไวโอเลชั่น อเก๊นสท์ วีเม่น แอ๊กท์” (<strong>V</strong>iolation <strong>A</strong>gainst <strong>W</strong>omen <strong>A</strong>ct) เป็นกฎหมายที่ช่วยให้คู่สมรส หรือบุตรเลี้ยง ของอเมริกันซิติเซ่นหรือผู้ถือใบเขียวที่ถูกทารุณ สามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้โดยสามีไม่ต้องเซ็น เรียก “แซ็ลฟ์ เพอทิชั่น” (Self petition) และถ้าคุณมีลูกติด ลูกจะได้ใบเขียวด้วย<strong> </strong>”(<strong>คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“</strong><strong><a href="/books/">สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่</a>”</strong><strong> บทใบเขียวแต่งงานหน้า 5-7 หัวข้อ “ขอใบเขียวเองภายใต้หญิงถูกทารุณ”  และเรื่อง Domestic Violence และ Abuse ได้ในหนังสือ </strong><strong>“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง</strong><strong>” หน้า 7-7 แฟนคอลัมน์ในอเมริกา</strong><strong>สามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)</strong></p>
<p><strong>แต่งงานกับคู่สมรสใบเขียว</strong></p>
<p>กรณีถ้าคุณอยู่ในอเมริกาและแต่งงานกับคู่สมรสใบเขียว คู่สมรสใบเขียวสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณได้ภายใต้กรุ๊บ “เพร็ฟเฟอเร็นซ์ สอง” ซึ่งคุณต้องคอยโควต้า ปัจจุบันระยะรอคอยประมาณ 3 ½ -4 ปี ระหว่างคอยเรื่อง คุณจะอยู่แบบโรบินฮู้ด และไม่ได้ใบทำงาน ใบขับขี่ หรือใบโซเชียล คือคุณคอยอย่างเดียว และเนื่องจากคุณเถื่อนแล้ว เมื่อโควต้ามาถึงคุณจะไม่สามารถยื่นเรื่องปรับสถานภาพและรับใบเขียวในอเมริกาได้ นอกจากคู่สมรสจะเป็นซิติเซ่น คุณถึงจะปรับสถานภาพได้ ”(<strong>คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“<a href="/books/">ชีวิตโรบินฮู้ด เล่มใหม่</a>” หัวข้อ แต่งงานกับผู้ถือใบเขียว และ เลิกกับคู่สมรสก่อนได้ใบเขียว 10 ปี หน้า 62-63)</strong></p>
<p><strong>อภิสิทธิ์ของคู่สมรสใบเขียวที่ถูกทารุณ</strong></p>
<ul>
<li>กรณีที่ภรรยาของผู้ถือใบเขียวถูกทารุณ และสามียังไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวได้ด้วยตนเองถึงแม้คุณจะอยู่เถื่อนแล้วก็ตาม ถ้าคุณมีลูกติด (ถึงแม้ลูกไม่ได้ถูกทารุณ หรือลูกถูกทารุณแต่คุณไม่ถูกทารุณ) คุณสามารถพ่วงลูกเข้าไปได้ ทันทีที่คุณยื่น คุณสามารถยื่นเรื่องขอ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” หรือใบทำงานด้วยพร้อมกัน และถ้าเรื่องได้ “แอ็พพรูฟ” (approved) และคุณได้ใบทำงาน คุณจะสามารถทำงานได้ถูกต้อง ถึงแม้คุณยังไม่ได้ใบเขียวก็ตาม คุณยังต้องคอยโควต้าไปก่อน จนกระทั่งโควต้ามาถึง คุณจึงสามารถยื่นเรื่องขอปรับสถานภาพ “ขอใบเขียว”ตอนนั้นได้</li>
<li>คุณสามารถได้ใบเขียวเร็วขึ้น ถ้าทันทีถ้าคุณรู้ว่าสามีคุณได้ซิติเซ่นถึงแม้คุณจะไม่มีใบเซอร์ติฟิเดทซิติเซ่นชีปของเขาก็ตาม คุณสามารถยื่นเรื่องไปที่อิมมิเกรชั่นขอปรับสถานภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องรอโควต้า และทางอิมมิเกรชั่นจะนัมเบอร์เซอร์ติฟิเคทซิติเซ่นชิปของสามีให้เอง</li>
<li>กรณีถ้าสามีสูญใบเขียว เนื่องจากคดีทารุณกรรมคู่สมรส หรือบุตร หรือพ่อแม่ ถือเป็นคดีอาญาร้ายแรงตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นถึงขั้นสูญใบเขียวได้ ถ้าสามีสูญใบเขียวและถึงขั้นถูกส่งกลับเมืองไทยก็ตาม ตัวคุณไม่เสียสิทธิที่จะทำใบเขียว คุณยังสามารถทำใบเขียวต่อไปได้</li>
<li>กรณีที่คู่สมรสใบเขียวยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณแล้ว และคุณอยู่ระหว่างคอย คุณสามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนจากเคสใบเขียวธรรมดาเป็นเคสใบเขียวหญิงถูกทารุณได้เช่นกัน และคุณจะได้อภิสิทธิ์เช่นเดียวกับข้อมูลข้างต้น</li>
</ul>
<p><strong>คู่สมรสซิติเซ่นที่ถูกทารุณ</strong></p>
<p>คู่สมรสซิติเซ่นที่ถูกทารุณ อยู่ในสภาวะที่ดีกว่าคู่สมรสใบเขียว คือคุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอโควต้า คือถ้าเรื่องผ่านคุณจะได้ใบเขียวทันที หรือถ้าคุณได้ใบเขียวสองปีแล้ว คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีได้โดยไม่ต้องรอให้ได้ใบเขียวแรกครบ 2 ปี</p>
<p><strong>ข้อแนะนำสำหรับหญิงถูกทารุณ</strong></p>
<p>ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากหญิงที่ถูกทารุณที่กลัวสามีอย่างแรง เนื่องจากโดนสามีขู่ต่างๆนาๆ รวมทั้งขู่จะฆ่า ข้อแนะนำที่จะให้ได้คือ</p>
<ol>
<li>เลิกกับสามี เพื่อความปลอดภัยของตน</li>
<li>ถ้าคุณเลิกไม่ได้อาจเป็นเนื่องจากคุณไม่มีที่ไป หรือคุณไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงิน เป็นต้น คุณต้องรู้จักป้องกันตนเอง โดยออกกำลังกายทุกวันให้แข็งแรง ออกไปเดิน หรือวิ่งทุกวัน ฝึกวิชาป้องกันตัวอาจดูจากทีวี หรือหัดต่อย เตะ อย่าลืมว่ามวยไทยมีชื่อไปทั่วโลก และคุณมีขาแขน เช่นเดียวกับเขา ไม่จำเป็นที่ว่าคุณจะตัวเล็กกว่าเขา ถ้าคุณรู้จุดยุทธศาสตร์ว่าจะเตะตรงไหน</li>
<li>รู้ทางหนีทีไล่ ทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง ถ้าไว้ใจเพื่อนบ้าน อาจให้เขารับรู้เรื่อง และถ้าเขาได้ยินเสียงดังในบ้านให้เขาโทรแจ้งตำรวจ อย่าลืมว่าผู้ชายที่รังแกตบตีผู้หญิงโดยปกติเป็นคนขี้ขลาดและมีปมด้อยบางอย่าง ข่มได้แต่เมียตัวเองแต่จะกลัวคนอื่น (ดิฉันเคยพบผู้ชายประเภทนี้ จะสังเกตุได้ว่าเขาไม่ค่อยยอมสบตากับคนอื่น)</li>
<li>มีอาวุธป้องกันตัวเอง เริ่มจากอาวุธแรกคือความรู้ คือคุณต้องมีความรู้ด้านกฎหมาย กฎหมายอเมริกันคุ้มครองผู้หญิงมาก แต่บางรัฐคุณอาจจะเจอตำรวจที่เข้าข้างผู้ชาย (แน่นอนว่าไม่ใช่รัฐคาลิฟอร์เนีย) แต่ไม่ต้องกลัว เพราะกฎหมายเกี่ยวกับหญิงถูกทารุณมีทั่วทุกรัฐ ถ้าสามีตั้งท่าจะทารุณคุณ คุณสามารถตะคอกกลับสามีได้(อย่าแสดงความกลัวให้เขาเห็น) และถือโทรศัพท์ไว้เลยบอกเขาว่า “ถ้าคุณแตะต้องตัวฉันเมื่อไร ฉันจะโทรหา 911” แนะนำให้คุณใช้โทรศัพท์บ้าน เพราะถึงแม้คุณไม่สามารถพูดอะไรก็ตาม แต่ถ้าคุณสามารถตะโกนใส่โทรศัพท์ “Help” ตำรวจจะเช็คที่อยู่คุณได้และมาที่บ้านทันที หรือถ้าคุณวิ่งออกนอกบ้านก็ให้ใช้มือถือตำรวจจะจับสามีไปโรงพัก พิมพ์นิ้วมือ อาจถูกติดคุก บอกสามีว่าเขาจะมีประวัติเสียไปตลอดชีวิต “bad record all your life” อนาคตเขาจะถูกทำลาย “your future is ruined” เขาจะไม่สามารถทำงานกับรัฐบาลได้ หรืองานบางอย่างเช่นเป็นครู หรืองานที่ต้องมีศีลธรรมสูง และเขาจะมีปัญหาในอนาคตถ้าต้องการแอ็พพลายวีซ่าคู่หมั้นหรือใบเขียวให้คนอื่นต่อไป อาวุธที่สองที่มีได้คือ หัดช่างสังเกตุว่ามีอะไรอยู่ในบ้านตรงไหน และมีวัตถุแข็งที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ต่อสู้ เช่น ไฟฉาย “สเตเพิ้ล” (staple) หรือที่แม็กกระดาษ พวงกุญแจรถ แจกัน จาน หม้อ สากครก แม้กระทั่งปากกา ก็สามารถเป็นอาวุธได้ เป็นต้น คุณอาจเอาวัตถุต่างๆที่ใช้เป็นอาวุธได้ เตรียมไว้ทุกห้องตามจุดต่างๆ และควรมีโทรศัพท์มือถือและกุญแจรถติดตัวไว้ตลอด</li>
<li>หางานทำนอกบ้าน เก็บเงิน เพราะสักวันหนึ่งคุณก็ต้องเลิกกับสามี คุณจะได้ช่วยตัวเองได้</li>
</ol>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/_lKpGlnYlF32v5qnxZtph61g1ig/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/_lKpGlnYlF32v5qnxZtph61g1ig/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/_lKpGlnYlF32v5qnxZtph61g1ig/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/_lKpGlnYlF32v5qnxZtph61g1ig/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/02/05/%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/02/05/%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>หย่ากงสุลและตอบอีเมล์</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/RG8DiBovqU8/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/01/22/%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Jan 2010 22:37:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Divorce]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=272</guid>
		<description><![CDATA[ 
ประกาศ หนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” ออกวางจำหน่ายแล้วราคา $32 (ฉบับขายในเมืองไทยราคา 600 บาท) และหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งปี 2010” อั้พเดทเล่มใหม่ทั้งหมดและเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ราคา $45
ช่วงเดือนมกรานี้มีภัยพิบัติเกิดขึ้นต้องรับปีเสือ(คำราม) เริ่มจากแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ (Haiti) คนตายประมาณ 200,000 กว่าคน และสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐคาลิฟอร์เนียมีพายุฝนตกหนักมากเกือบทั้งอาทิตย์ มีน้ำท่วมและพายุเฮอริเคนอีก ด้วย แถบที่ดิฉันอยู่ปลอดภัยเพราะเป็นที่ราบฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีปัญหากับเขาเท่าไร ตอนนี้ดิฉันก็กลับมานั่งทำงานเต็มที่ ขอบคุณลูกความที่อุดหนุนซื้อหนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด”และ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มใหม่” และมีอีเมล์คำถามเข้ามาหลายฉบับ ดังนี้
ถาม ผมมาอเมริกาเมื่อปี 2004 วีซ่าเล็กได้ 3 เดือนหมดอายุนานแล้ว หลังจากนั้นก็หย่ากับภรรยาที่สถานกงสุลไทยและแต่งงานใหม่เมื่อปี 2007 แต่ไม่ได้ใบเขียวครับ ผมสัมภาษณ์ 3 ครั้งไม่ผ่าน ทางเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นบอกว่า เขาไม่ยอมรับใบหย่าจากสถานฑูตไทยในอเมริกาตอนนี้ภรรยาใหม่ของผมก็เลิกกันแล้ว อยากขอความสว่างจากคุณรุจีช่วยนำทางผมออกจากความมืดด้วยครับ
ตอบ เรื่องการหย่าที่กงสุลไทยเริ่มมีปัญหามาได้ 3-4 ปีแล้วซึ่งเมื่อก่อนไม่ค่อยมีปัญหา ปัจจุบันอิมมิเกรชั่นเข้มงวดมากขึ้นในทุกเรื่องโดยเฉพาะเคสแต่งงาน ตามกฎอิมมิเกรชั่นซึ่งเป็นกฎหมายรัฐบาลกลางจึงไม่มีกฎโดยเฉพาะเกี่ยวกับการหย่าร้างเนื่องจากกฎหมายหย่าร้างเป็นกฎหมายของรัฐแต่ละรัฐ ตามกฎอิมมิเกรชั่นยอมรับการหย่าว่าถูกต้องถ้า (1) การหย่านั้นถูกต้องตามกฎหมายในรัฐที่คุณอยู่ตอนหย่า และ (2) รัฐที่คุณจดทะเบียนสมรสใหม่ยอมรับการหย่านั้นว่าถูกต้อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ประกาศ หนังสือเล่มใหม่ “<a href="/books/">ชีวิตโรบินฮู้ด</a>” ออกวางจำหน่ายแล้วราคา $32 (ฉบับขายในเมืองไทยราคา 600 บาท) และหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งปี 2010” อั้พเดทเล่มใหม่ทั้งหมดและเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ราคา $45</strong></p>
<p>ช่วงเดือนมกรานี้มีภัยพิบัติเกิดขึ้นต้องรับปีเสือ(คำราม) เริ่มจากแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ (Haiti) คนตายประมาณ 200,000 กว่าคน และสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐคาลิฟอร์เนียมีพายุฝนตกหนักมากเกือบทั้งอาทิตย์ มีน้ำท่วมและพายุเฮอริเคนอีก ด้วย แถบที่ดิฉันอยู่ปลอดภัยเพราะเป็นที่ราบฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีปัญหากับเขาเท่าไร ตอนนี้ดิฉันก็กลับมานั่งทำงานเต็มที่ ขอบคุณลูกความที่อุดหนุนซื้อหนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด”และ “<a href="/books/">สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มใหม่</a>” และมีอีเมล์คำถามเข้ามาหลายฉบับ ดังนี้</p>
<p><strong>ถาม </strong>ผมมาอเมริกาเมื่อปี 2004 วีซ่าเล็กได้ 3 เดือนหมดอายุนานแล้ว หลังจากนั้นก็หย่ากับภรรยาที่สถานกงสุลไทยและแต่งงานใหม่เมื่อปี 2007 แต่ไม่ได้ใบเขียวครับ ผมสัมภาษณ์ 3 ครั้งไม่ผ่าน ทางเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นบอกว่า เขาไม่ยอมรับใบหย่าจากสถานฑูตไทยในอเมริกาตอนนี้ภรรยาใหม่ของผมก็เลิกกันแล้ว อยากขอความสว่างจากคุณรุจีช่วยนำทางผมออกจากความมืดด้วยครับ</p>
<blockquote><p><strong>ตอบ</strong> เรื่องการหย่าที่กงสุลไทยเริ่มมีปัญหามาได้ 3-4 ปีแล้วซึ่งเมื่อก่อนไม่ค่อยมีปัญหา ปัจจุบันอิมมิเกรชั่นเข้มงวดมากขึ้นในทุกเรื่องโดยเฉพาะเคสแต่งงาน ตามกฎอิมมิเกรชั่นซึ่งเป็นกฎหมายรัฐบาลกลางจึงไม่มีกฎโดยเฉพาะเกี่ยวกับการหย่าร้างเนื่องจากกฎหมายหย่าร้างเป็นกฎหมายของรัฐแต่ละรัฐ ตามกฎอิมมิเกรชั่นยอมรับการหย่าว่าถูกต้องถ้า (1) การหย่านั้นถูกต้องตามกฎหมายในรัฐที่คุณอยู่ตอนหย่า และ (2) รัฐที่คุณจดทะเบียนสมรสใหม่ยอมรับการหย่านั้นว่าถูกต้อง การหย่ากงสุลไทยถือเป็นการหย่าที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทยก็จริงแต่ประเด็นคือ (1) รัฐที่คุณอยู่รับการหย่านั้นไหม และ (2) รัฐที่คุณจดทะเบียนสมรสใหม่รับการหย่านั้นไหม การหย่ากงสุลไทยเข้าข่าย “ควิ๊กกี้ ดีว๊อร์ซ” (Quickie divorce) คือหย่าแบบรวบรัด ใช้เวลาสองนาทีเซ็นชื่อและก็หย่าขาดจากกัน ฉะนั้นจะเป็นสิ่งที่แต่ละรัฐเพ่งเล็งและไม่ต้องการยอมรับถึงแม้จะถูกต้องตามกฎหมายประเทศ เนื่องจากการหย่าเป็นเรื่องใหญ่และมีหลายประเด็นที่รัฐต้องรับผิดชอบ เช่น การแบ่งทรัพย์สิน ค่าเลี้ยงดูคู่สมรสและบุตร ค่าเงินประกันสังคม เป็นต้น เพราะรัฐไม่ต้องการให้คู่หย่ามาเป็นภาระสังคมใหรือมากินเวลแฟร์ ส่วนในแง่อิมมิเกรชั่นการหย่ากงสุลคือหย่ารวบลัด มองในแง่ว่าคุณต้องการลัดระบบ คือรีบหย่าเพื่อจะรีบแต่งใหม่และเพื่อรีบแอ็พพลายใบเขียว ฉะนั้นจึงไม่ยอมรับ (<strong>คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือเล่มใหม่ “<a href="/books/">สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่</a>” บทที่ 5 ใบเขียวแต่งงาน หน้า 5-3 หัวข้อหย่ากงสุล คุณสามารถ</strong><strong>สั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630  ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308) </strong><strong> </strong>เรื่องของคุณ คุณต้องทำเรื่องหย่ากับภรรยาคนแรก และภรรยาคนสองตามกฎหมายรัฐ ขอให้คุณปรึกษาทนายที่ทำเรื่องหย่า เพราะดิฉันคิดว่าคุณต้องทำเรื่องหย่าทีละคน ถ้าคุณอยู่รัฐที่หย่าเร็วเช่นรัฐเนวาด้า ซึ่งหย่าภายในไม่กี่สัปดาห์คุณก็โชคดีไป หลังจากหย่าเสร็จถ้ามีแฟนใหม่ก็ค่อยแต่งใหม่ แต่คุณจะถูกเพ่งเล็งมากนะคะคราวหน้า</p></blockquote>
<p><strong>ถาม</strong> ผมเป็นลูกเรือเข้ามาอเมริกาตั้งแต่ปี 2003 ตามที่อ่านหนังสือของคุณรุจีว่าทำใบเขียวไม่ได้ แต่เห็นรุ่นน้องเขาเป็นลูกเรือเหมือนกันเข้ามาทีหลังผม เขาบอกเขาแต่งงานกับซิติเซ่นและพึ่งยื่นเรื่องไป เห็นว่าได้ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” แล้วเป็นไปได้จริงหรือและกฏหมายใหม่ที่ประธานาธิบดีโอบามาจะออกในปีหน้าผมพอจะมีสิทธิ์ไหมครับ</p>
<blockquote><p><strong>ตอบ</strong> ถ้าคุณเป็นลูกเรือแสดงว่าคุณถือวีซ่า C-1/D-1 คุณไม่สามารถเปลี่ยนวีซ่าหรือทำใบเขียวแต่งงานหรือใบเขียวใดๆได้ทั้งสิ้นค่ะ ถ้าคุณมีแฟนซิติเซ่น คุณแต่งงานกันได้แต่แอ็พพลายใบเขียวไม่ได้ คุณต้องรอจนกว่าจะมีกฎหมายมาตรา 245 (i) ผ่านออกมาเท่านั้น ถึงจะทำใบเขียวแต่งงานได้โดนเสียค่าปรับ $1,000 ถ้ามีกฎหมายใหม่ผ่านออกมา และคุณมีคุณสมบัติภายใต้กฎหมายใหม่คุณอาจทำวีซ่า Guest worker ได้ ที่ว่ารุ่นน้องพึ่งยื่นเรื่องขอใบเขียวไป เขาอาจได้“เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” จริงแต่พอถูกเรียกสัมภาษณ์ เขาจะไม่ได้ใบเขียวค่ะ และ“เวิ๊ร์ค เพอร์มิท”ก็จะถูกยกเลิกด้วยค่ะ (<strong>คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือเล่มใหม่  “<a href="/books/">ชีวิตโรบินฮู้ด</a>” บท “วีซ่าที่เป็นปัญหาถ้าอยู่ผิดกฎหมาย” หน้า 39 หัวข้อ “วีซ่าลูกเรือ”คุณสามารถ</strong><strong>สั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630  ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)</strong></p></blockquote>
<p><strong>ถาม</strong> ดิฉันแต่งงานกับสามีเมื่อเดือนมีนาคมปี ค.ศ. 2009 เราอยู่ด้วยกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2008 ดิฉันได้รับใบเขียวแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2009 และจะหมดในเดือนกันยายน ปี 2011 ค่ะ ตอนนี้ดิฉันมีปัญหาเรื่องการเงินกับสามีและเรื่องอื่นๆ สรุปย่อๆว่า ถ้าดิฉันหย่ากับสามีตอนนี้ ดิฉันจะสามารถต่อใบเขียว 10 ปี ในปี 2011 ได้ด้วยตัวเองหรือไม่ อย่างไรคะ ดิฉันเคยได้ยินมาว่าถ้าทำเองโดยไม่มีสามีเป็นคน support ในการยื่นเรื่องนี้แล้ว ส่วนมากจะโดน reject และให้กลับประเทศจริงหรือเปล่าคะ</p>
<blockquote><p><strong>ตอบ</strong> ถ้าคุณหย่าคุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองทันที โดยไม่ต้องคอยถึงกันยา 2011 ในเรื่องซัพพอร์ทไม่ต้องมีแล้วค่ะ แต่คุณควรต้องทำงานและยังต้องยื่นภาษีสิ้นปีอยู่ค่ะ เขาจะไม่ reject เพราะสามีไม่ support ค่ะ ตอนนี้คุณรวบรวมเอกสารเก็บหลักฐานต่างๆว่าคุณอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา เช่นเดียวกับตอนที่คุณไปสัมภาษณ์ใบเขียวครั้งแรก พอคุณพร้อมยื่นเรื่องหย่าเมื่อไร ติดต่อให้ทนายทำเรื่องให้นะคะ ไม่แนะนำให้ทำเรื่องเอง (<strong>คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือเล่มใหม่  “<a href="/books/">ชีวิตโรบินฮู้ด</a>” บท “โรบินฮู้ดอยู่อย่างถูกกฎหมายได้อย่างไร” หน้า 62 หัวข้อ “เลิกกับคู่สมรสก่อนได้ใบเขียว 10 ปี”คุณสามารถ</strong><strong>สั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630  ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)</strong></p></blockquote>
<div><span style="font-family: 'Angsana New', 'Times New Roman', 'Bitstream Charter', Times, serif; font-size: medium;"><strong><br />
</strong></span></div>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/C-621zeKrqAaCzfo2zns3B8nD_k/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/C-621zeKrqAaCzfo2zns3B8nD_k/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/C-621zeKrqAaCzfo2zns3B8nD_k/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/C-621zeKrqAaCzfo2zns3B8nD_k/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/01/22/%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/01/22/%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>สวัสดีปีใหม่ 2010</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/PNCqiyIZink/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/01/15/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-2010/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Jan 2010 02:20:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[robinhood]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=268</guid>
		<description><![CDATA[ประกาศ หนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” ออกวางจำหน่ายแล้วราคา $32 (ฉบับขายในเมืองไทยราคา 600 บาท) และหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” อั้พเดทเล่มใหม่ทั้งหมดและเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ราคา $45
ดิฉันหายไปหลายสัปดาห์เวเคชั่นประจำปี ตอนนี้เปิดออฟฟิสเรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากที่หนังสือเล่มใหม่ชีวิตโรบินฮู้ดวางจำหน่าย มีอีเมล์คำถามมาหลายฉบับ เรามาตอบกันเลยนะคะจะได้ไม่เสียเวลา
ถาม ดิฉันเป็นลูกเรือค่ะ  เริ่มมาทำงานปี 1996 แล้วลาออก มาอยู่อเมริกาปี 2008 ด้วย วีซ่า B2 และ วีซ่าขาดก็อยู่เรื่อยมา อย่างนี้ถีอว่า เข้าอเมริกา เมื่อไหร่ และจะทำเรื่องตามที่กฎหมายใหม่จะออกได้ไหมค่ะ
ตอบ ให้ถือว่าเข้าอเมริกาครั้งล่าสุดค่ะคือปี 2008 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว B-2 จะทำเรื่องกฎหมายใหม่ (ที่ยังไม่ออก) ได้หรือไม่  ต้องรอดูวันที่ที่เขาจะกำหนดค่ะ
ถาม อยากจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องวีซ่า คือก่อนหน้านี้ถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามา แต่ตอนนี้วีซ่าขาดไปสองปีแล้วและใบขับขี่ก็หมดอายุไปแล้วอยากจะทราบว่าพอมีทางแก้ไขให้สามารถต่อใบขับขี่ มี work permit หรือเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียนหรือมีทางแก้ไขให้สามารถอยู่อย่างถูกกฎหมายได้รึปล่าวครับ พอดีเคยคุยกับทนายคนนึงเค้าบอกว่ารู้จักกับคนที่ทำงานอยู่ในอิมมิเกรชั่นซึ่งเค้าบอกว่าสามารถต่ออายุ ใบ I-94 ให้ได้ และสามารถขอ work permit [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ff0000;">ประกาศ หนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” ออกวางจำหน่ายแล้วราคา $32 (ฉบับขายในเมืองไทยราคา 600 บาท) และหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” อั้พเดทเล่มใหม่ทั้งหมดและเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ราคา $45</span></strong></p>
<p>ดิฉันหายไปหลายสัปดาห์เวเคชั่นประจำปี ตอนนี้เปิดออฟฟิสเรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากที่หนังสือเล่มใหม่ชีวิตโรบินฮู้ดวางจำหน่าย มีอีเมล์คำถามมาหลายฉบับ เรามาตอบกันเลยนะคะจะได้ไม่เสียเวลา</p>
<p><strong>ถาม</strong> ดิฉันเป็นลูกเรือค่ะ  เริ่มมาทำงานปี 1996 แล้วลาออก มาอยู่อเมริกาปี 2008 ด้วย วีซ่า B2 และ วีซ่าขาดก็อยู่เรื่อยมา อย่างนี้ถีอว่า เข้าอเมริกา เมื่อไหร่ และจะทำเรื่องตามที่กฎหมายใหม่จะออกได้ไหมค่ะ</p>
<blockquote><p><strong>ตอบ</strong> ให้ถือว่าเข้าอเมริกาครั้งล่าสุดค่ะคือปี 2008 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว B-2 จะทำเรื่องกฎหมายใหม่ (ที่ยังไม่ออก) ได้หรือไม่  ต้องรอดูวันที่ที่เขาจะกำหนดค่ะ</p></blockquote>
<p><strong>ถาม</strong> อยากจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องวีซ่า คือก่อนหน้านี้ถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามา แต่ตอนนี้วีซ่าขาดไปสองปีแล้วและใบขับขี่ก็หมดอายุไปแล้วอยากจะทราบว่าพอมีทางแก้ไขให้สามารถต่อใบขับขี่ มี work permit หรือเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียนหรือมีทางแก้ไขให้สามารถอยู่อย่างถูกกฎหมายได้รึปล่าวครับ พอดีเคยคุยกับทนายคนนึงเค้าบอกว่ารู้จักกับคนที่ทำงานอยู่ในอิมมิเกรชั่นซึ่งเค้าบอกว่าสามารถต่ออายุ ใบ I-94 ให้ได้ และสามารถขอ work permit และ SSN (โซเชียลเซ็คคิวริตี้นัมเบอร์) ให้ได้ และนำ SSN ไปต่อใบขับขี่ให้ได้ case แบบนี้สามารถทำได้ไม๊ครับ</p>
<blockquote><p><strong>ตอบ</strong> ถ้าคุณวีซ่าขาดแล้ว คุณไม่สามารถต่อ หรือเปลี่ยนวีซ่าได้เลย และไม่สามารถต่อใบขับขี่หรือขอ work permit หรือนัมเบอร์โซเชียลได้ และไม่สามารถต่ออายุ I-94 หรือบัตรขาเข้าได้ ถ้ามีทนายหรือทแนะบอกคุณว่ารู้จักคนในอิมมิเกรชั่นให้ถือเป็น red flag อย่างแรงค่ะว่าคุณกำลังถูกหลอก  เป็นไปไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณยังพยายามหลับหูหลับตาทำ คุณจะมีปัญหาภายหลังเมื่อถึงเวลาที่จะทำเรื่องอยู่อย่างถูกกฎหมาย เพราะเท่ากับคุณ “ฉ้อฉล”หรือ fraud ค่ะ การปลอมแปลงเอกสารถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอิมมิเกรชั่นเป็นความผิดทางอาญา</p></blockquote>
<p><strong>ถาม</strong> ดิฉันชอบอ่านคอลัมน์ที่คุณเขียนมาก อยากเรียนถามปัญหาคือ ดิฉันได้ส่งลูกชายอายุ 15 ปี ไปเรียนไฮสคูลและอยู่กับญาติปี 2006 ปี 2007 ดิฉันได้วีซ่า 10 ปี และได้ไปเยี่ยมลูกอยู่ราว 5 เดือนกว่า กลับไทยได้หนึ่งเดือนกลับไปอีกครั้งที่ 2 ปี 2007 อยู่ 5 เดือนกว่า เพื่อไปดูแลลูก ลูกป่วยระหว่างวันดิฉันไปช่วยญาติทำงานที่ร้านอาหารไทยได้ค่าแรงไม่มาก หลังจากนั้น 6 เดือนดิฉันกลับอเมริกาครั้งที่ 3 ราวเดือน ก.ค. ปี 2008 แต่อิมมิเกรชั่นไม่อนุญาตให้เข้าเมือง เหตุผลอ้างว่าเมื่อปี 2007 ทำไมไปอยู่รวมสิบเดือน อิมมิเกรชั่นได้พยายามให้รับว่าที่อยู่นานเพราะไปทำงานร้านไทย ดิฉันได้บอกว่าไม่ได้ทำงานแค่ไปช่วยทำให้ญาติเพียงเป็นการตอบแทนนิดหน่อยและเพื่อดูแลลูก แต่ทางอิมมิเกรชั่นพยายามให้รับว่าได้ค่าแรงวันละ $20 เพราะได้โทรไปถามญาติแล้ว อิมมิเกรชั่นให้ดิฉันเซ็นยอมรับว่าทำงานจริง และได้ยกเลิกวีซ่าและส่งกลับไทยทันที และบอกว่าหากอยากมาหาลูกก็ขอวีซ่ามาใหม่จนกระทั่งวันนี้ดิฉันไม่ได้ไปขอเพราะกลัวไม่ผ่าน ตอนนี้ลูกชายกำลังจะแต่งงานแฟนคนไทยซึ่งเป็นซิติเซ่นเร็วๆนี้ อยากถามว่าหากดิฉันอยากไปเยี่ยมลูกอีก ขอวีซ่าจะผ่านไหมและหากลูกชายแต่งงานกับซิติเซ่น เขาจะมีปัญหาตอนแอ็พพลายกรีนการ์ด หรือซิติเซ่นไหมในอนาคต</p>
<blockquote><p><strong>ตอบ</strong> ดีใจค่ะที่เป็นแฟนคอลัมน์ เคสนี้เป็นเคสตัวอย่างที่ดี เพราะดิฉันได้คำถามบ่อยๆจากผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวที่เข้ามาอเมริกาอยู่เต็มที่ 6 เดือนและถามว่าจะกลับมาได้อีกเมื่อไร ตามกฎวีซ่าท่องเที่ยวคือคุณจะต้องมีถิ่นฐานอยู่ในประเทศตนเองและเพียงเดินทางมาเที่ยวในอเมริกา ฉะนั้นระยะเวลาที่คุณอยู่ในประเทศไทยต้องมากกว่าอเมริกา กรณีคุณใน 1 ปีคุณอยู่เมืองไทย 1 เดือน อยู่อเมริกา 11 เดือน จึงเป็นปัญหาเมื่อเข้ามาครั้งที่สาม คุณควรต้องทิ้งช่วงห่างเป็นปีๆ คุณถึงได้ถูกปฏิเสธและยกเลิกวีซ่า  และผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวที่เข้าอเมริกาถี่ หรือผู้ถือวีซ่านักเรียนที่เรียนย่ำอยู่กับที่โดยไม่ได้ก้าวหน้า ขึ้น  เมื่อเดินทางเข้าอเมริกาแทบทุกคนจะถูกซักไซ้เรื่องทำงานจนกระทั่งจนมุม ตามกฎอิมมิเกรชั่นการช่วยทำงานถึงแม้จะไม่ได้รับเงินเดือนแต่เป็นเพียงการตอบแทนบุญคุณหรือแลกเปลี่ยนค่าที่อยู่เช่นกรณีคุณ รวมย่า ยายที่มาอเมริกาเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน ก็ถือว่าเข้าข่ายการทำงานทั้งสิ้น กรณีคุณนั้นเป็นปัญหาเนื่องจากคุณยอมรับว่าคุณทำงาน และคุณเซ็นรับว่าทำงาน คุณจะมีปัญหาเมื่อขอวีซ่าท่องเที่ยวคราวหน้าค่ะ คิดว่าทางกงสุลคงไม่ออกให้ ถ้าลูกชายของคุณแต่งงานเขาจะไม่มีปัญหาตอนแอ็พพลายกรีนการ์ดหรือทำซิติเซ่นค่ะ คุณอาจลองพยายามขอวีซ่าท่องเที่ยวใหม่เพื่อไปงานแต่งานลูกชาย ถ้าขอไม่ผ่านก็ไม่เสียอะไร ไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นผลเสียภายหลังเพราะการที่คุณเซ็นใบยอมรับว่าทำงานก็เท่ากับแบล็กลิสท์ไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณขอวีซ่าท่องที่ยวไม่ผ่าน คุณต้องรอให้ลูกชายได้ซิติเซ่นก่อนอย่างเดียว และหลังจากนั้นเขาถึงแอ็พ พลายใบเขียวให้แม่ได้</p>
<p><strong>ถาม</strong> หนูอยากปรึกษาเรื่องวีซ่านักเรียนโดนยกเลิกค่ะ หนูบินไปอเมริกาก่อน ร.ร. เปิด 40 วัน แต่ ต.ม. ไม่ให้เข้าบอกว่าผิดกฎหมาย แล้วเอาหนูไปสอบสวน ตอนนั้นหนูรู้สึกกลัวมากตอบผิดตอบถูกหมด พอดีเค้าถามเรื่องทำงาน หนูก็ตอบแบบไม่ตั้งใจว่าทำงานในห้องสมุดแต่ไม่ได้ทำทุกวัน (เคยไปเรียนมาก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งค่ะ) เค้าก็ถามว่าไม่รู้เหรอว่าทำงานไม่ได้ หนูตอบว่าไม่รู้จริงๆ เค้าบอกว่าเค้าคงต้องยกเลิกวีซ่าเราและส่งกลับ และเค้าเขียนตัวหนังสือไว้บนหน้าวีซ่าว่า 22CFRY1.122 (h) 3 Dec 27 2009 LOS 1235 ส่วนข้างหลังพาสปอร์ต เขียนว่า Application Withdrawn I-275 WD A095 812 911 Dec 27, 2009 Los 1235 เสียใจมากเลยค่ะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องใหญ่โตแบบนี้กับเราได้ ตอนที่ตอบคำถามก้อรู้บ้างไม่รู้บ้าง เพราะไม่มีล่ามด้วย หนูจะทำยังไงดีคะกับการไปขอวีซ่าครั้งใหม่ ไม่ทราบจะมีปัญหาอะไรหรือป่าวคะ</p></blockquote>
<p><strong>ตอบ</strong> ปัญหาคุณเริ่มจากที่คุณเดินทางเข้าอเมริกาก่อนกำหนด ตามปกติถ้าคุณได้วีซ่านักเรียน คุณต้องเดินทางเข้าอเมริกาภายใน 30 วันก่อนโรงเรียนเปิด ห้ามเข้าก่อน และตามที่คุณบอกว่าเคยไปเรียนมาแล้วครั้งหนึ่ง และคราวนี้เป็นวีซ่านักเรียนครั้งที่สอง กรณีได้วีซ่านักเรียนครั้งที่สองทางอิมมิเกรชั่นหรือทางกงสุล(ตอนไปขอวีซ่าใหม่) จะเพ่งเล็ง เพราะเขาจะดูว่าคุณไปเรียนนานเท่าไร หลักสูตรอะไร และการเรียนก้าวหน้าขึ้นหรือไม่ เช่นเรียนภาษาไม่ควรเกิน 2 ปี เรียนปริญญาตรี 4-5 ปี ปริญญาโท 2-3 ปี ถ้าคุณเรียนย่ำอยู่กับที่ เขาจะสันนิษฐานว่าคุณทำงานไปเรียนไป และเมื่อคุณเข้าประเทศคุณจะถูกซักหนักมาก เกี่ยวกับเรื่องเรียนและเรื่องทำงาน และกรณีคุณพูดว่าคุณไม่มีล่ามและฟังภาษารู้บ้างไม่รู้บ้าง อันนี้คงฟังไม่ค่อยขึ้น ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ เคสเกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นไม่ถือเป็นความอาญา ฉะนั้นทางอิมมิเกรชันไม่จำเป็นต้องหาล่ามให้คุณฟรี แต่เขามักหาล่ามให้กรณีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าอเมริกาและถูกซักตามสนามบิน เพราะนักท่องเที่ยวส่วนมากอาจไม่พูดภาษาอังกฤษเลยก็ได้ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ส่วนมากจะหาคนมาช่วยแปลอาจเป็นพนักกงานสายการบินหรือผู้โดยสารคนธรรมดาก็ได้ กรณีคุณเป็นนักเรียน ถือวีซ่านักเรียนและเคยเข้ามาเรียนแล้วครั้งหนึ่ง เขาสันนิษฐานว่าคุณต้องพูดและเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีพอ ถ้าคุณจะพยายามไปขอวีซ่านักเรียนที่สถานกงสุลเข้าไปใหม่ คุณต้อง convince ทางสถานกงสุลให้ได้ว่าคุณตื่นเต้น ตกใจมากๆและตอบผิดถูก และคุณต้องพูดความจริงกับเขา ถ้าคุณเพียงทำงานในห้องสมุด โดยทางอาจารย์ที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติก็รับรู้ และตัวคุณรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คุณอาจมีโอกาสก็ได้ คุณอาจต้องรีบไปขอก่อนโรงเรียนเปิดเทอม <strong>(โปรดดูเคสตัวอย่างในหนังสือ</strong><strong>“<a href="/books/">ชีวิตโรบินฮู้ด</a>”</strong><strong> หน้า 12 คำถามคำตอบ แฟนคอลัมน์ในอเมริกา</strong><strong>สามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630 ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)</strong></p>
<p><strong>ถาม</strong> ดิฉันเป็นแฟนคุณมานานและชอบอ่านจดหมายถาม-ตอบของคุณมาก เป็นประโยชน์กับดิฉันและเพื่อนๆของดิฉันด้วย เพราะเพื่อนๆที่ไม่มีคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เนตจะชอบมา update ข้อมูลเป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็น Fan Club เลยทีเดียว และหนังสือ ชีวิตโรบินฮู้ด ก็สั่งซื้อมาไว้อ่านแล้วด้วยค่ะ วันนี้ดิฉันมีคำถามมาถามเพื่อตัวเอง และเผื่อจะมีใครที่มีเคสเหมื่อนดิฉันแต่ไม่รู้จะตัดสินใจหรือทำอย่างไรดีคือ เมื่อประมาณปี 2001 พี่สาวของสามีดิฉันยื่นเรื่องขอใบเขียวให้สามีดิฉันและพวกเรา (ดิฉันและ ลูกชาย 2 คน) สามีและดิฉันมักจะตาม Update Queue จนทราบว่าเรื่องจะอนุมัติอีกประมาณ 1 ปี ครึ่ง หรือเร็วกว่านั้นถ้าเขาเคลียร์ เคสได้เร็วกว่านี้ แต่ที่สำคัญคือตอนนี้ดิฉันและลูกชาย ทั้ง 2  เรามาอาศัยอยู่ในอเมริกาและลูกชาย ทั้ง 2 กำลังเรียนอยู่ในระดับ Elementary school ได้เกือบ 4 ปีแล้ว (เรียกได้ว่าเป็น โรบินฮู้ดเต็มตัว) หากว่าเรื่องอนุมัติเราจะสามารถขอรับใบเขียวที่อเมริกาได้เลย หรือต้องพาลูกชายกลับเมืองไทยเพื่อไปรับใบเขียวที่สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย หากเป็นเช่นนี้เรื่องจะถูกยกเลิกหรือเปล่าคะ</p>
<blockquote><p><strong>ตอบ</strong> ตอนที่พี่สาวของสามีขอใบเขียวให้สามีภายใต้ “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 4 ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้อง” คุณและบุตรจะได้พ่วงมาด้วย ตอนยื่นเรื่องคุณและครอบครัวอยู่เมืองไทย คุณได้เดินทางเข้าอเมริกามากับลูกและปล่อยให้วีซ่าขาด ถ้าตัวคุณวีซ่าขาดอาจมีปัญหารับใบเขียวในอเมริกาเพราะคุณพึ่งเดินทางเข้าอเมริกาเมื่อ 4 ปีนี้ ภายใต้มาตรา 245i ที่ผ่านมาครั้งก่อน “คัฟเว่อร์” ผู้ที่เข้าประเทศก่อนเมษายน 2001 ฉะนั้นคุณอาจมีปัญหา ส่วนกรณีเด็กตามกฎหมาย unlawful presence ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เด็กจะปลอดภัยและสามารถรับใบเขียวได้ถึงแม้จะอยู่เกิน แต่อย่างไรก็ตามถ้าคุณอยู่เถื่อนแล้วคุณก็ต้องปล่อยเลยตามเลย อย่าเดินทางออกนอกประเทศตอนนี้ ถ้ากฎหมายใหม่ผ่านออกมาเมื่อไรคุณอาจจะอยู่ภายใต้กฎหมายใหม่บางฉบับ ตอนนี้ก็ใจเย็นก่อนแล้วกันนะคะ <strong>(โปรดออ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ </strong>“กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 4” “<strong>มาตรา 245 (i)” และ “</strong>unlawful presence” <strong>ในหนังสือ</strong><strong>“<a href="/books/">สิทธิของฉันในอเมริกา I เล่มใหม่</a>”</strong><strong> หน้า 4-4 กรุ๊บ 4</strong><strong><sup>th</sup></strong><strong>; หน้า 2-5 มาตรา 245(i) และ Unlawful Presence แฟนคอลัมน์ในอเมริกา</strong><strong>สามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630  โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)</strong></p></blockquote>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/5WGl560AQ5BnLEUgLV2iKTdneoM/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/5WGl560AQ5BnLEUgLV2iKTdneoM/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/5WGl560AQ5BnLEUgLV2iKTdneoM/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/5WGl560AQ5BnLEUgLV2iKTdneoM/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/01/15/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/01/15/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-2010/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ประกาศ</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/YhZr2swBtEw/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2009/12/20/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2009 02:46:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=265</guid>
		<description><![CDATA[ดิฉันหายไปสองสัปดาห์เพื่อเขียนหนังสือสำเร็จสองเล่มทันคริสมัสและปีใหม่ ตอนนี้ออกวางจำหน่ายแล้วค่ะ ทั้งที่เมืองไทยและอเมริกา มีความรู้และเนื้อหามากมายสำหรับคนไทยที่คิดจะไปอเมริกา และคนไทยที่อยู่นอเมริกาแล้ว
เล่มแรกคือ อั้พเดทหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” ข้อมูลใหม่หมด และเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ขายราคาเดิม $45 รวมค่าส่งแล้ว
เล่มที่สอง “ชีวิตโรบินฮู้ด” ขายที่เมืองไทยราคาเล่มละ 600 บาทบวกค่าส่ง ที่อเมริกาเล่มละ $32 รวมค่าส่งแล้ว ข้อมูลเดียวกันแต่ฉบับขายในเมืองไทยไม่มีคำถามคำตอบท้ายบท เพื่อสามารถขายได้ในราคาคนไทย ฉบับขายในอเมริกาหนากว่าเกือบเท่าตัว มีคำถามคำตอบจากชีวิตจริงท้ายบททุกบท มีทั้งหมด 11 บทดังนี้


ก่อนตัดสินใจเป็นโรบินฮู้ด
วีซ่าใหญ่วีซ่าเล็ก
วีซ่าเข้าอเมริกา
ขอวีซ่าไม่ผ่านทำอย่างไร
กฎหมายใหม่ที่โรยินฮู้ดรอคอย
วีซ่าที่เป็นปัญหาถ้าอยู่ผิดกฎหมาย
อยู่อย่างโรบินฮู้ด
เอกสารทำงานและภาษี
ระวังการขับรถ
โรบินฮู้ดอยู่อย่างถูกกฎหมายอย่างไร
ความรู้ทั่วไป


ในเมืองไทยสามารถสั่งซื้อได้จากคุณนิ้งหน่องต่อเบอร์ 081-480-4308 ในอเมริกาสั่งซื่อโดยตรงจากสำนักงาน ส่งเช็คหรือมันนี่ ออเด้อร์ตามราคาไปที่ Ruji Totari PO BOX 552 Cypress, CA 90630
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;">ดิฉันหายไปสองสัปดาห์เพื่อเขียนหนังสือสำเร็จสองเล่มทันคริสมัสและปีใหม่ ตอนนี้ออกวางจำหน่ายแล้วค่ะ ทั้งที่เมืองไทยและอเมริกา มีความรู้และเนื้อหามากมายสำหรับคนไทยที่คิดจะไปอเมริกา และคนไทยที่อยู่นอเมริกาแล้ว</span><br />
เล่มแรกคือ อั้พเดทหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” ข้อมูลใหม่หมด และเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ขายราคาเดิม $45 รวมค่าส่งแล้ว<br />
เล่มที่สอง “ชีวิตโรบินฮู้ด” ขายที่เมืองไทยราคาเล่มละ 600 บาทบวกค่าส่ง ที่อเมริกาเล่มละ $32 รวมค่าส่งแล้ว ข้อมูลเดียวกันแต่ฉบับขายในเมืองไทยไม่มีคำถามคำตอบท้ายบท เพื่อสามารถขายได้ในราคาคนไทย ฉบับขายในอเมริกาหนากว่าเกือบเท่าตัว มีคำถามคำตอบจากชีวิตจริงท้ายบททุกบท มีทั้งหมด 11 บทดังนี้</p>
<blockquote>
<ul>
<li>ก่อนตัดสินใจเป็นโรบินฮู้ด</li>
<li>วีซ่าใหญ่วีซ่าเล็ก</li>
<li>วีซ่าเข้าอเมริกา</li>
<li>ขอวีซ่าไม่ผ่านทำอย่างไร</li>
<li>กฎหมายใหม่ที่โรยินฮู้ดรอคอย</li>
<li>วีซ่าที่เป็นปัญหาถ้าอยู่ผิดกฎหมาย</li>
<li>อยู่อย่างโรบินฮู้ด</li>
<li>เอกสารทำงานและภาษี</li>
<li>ระวังการขับรถ</li>
<li>โรบินฮู้ดอยู่อย่างถูกกฎหมายอย่างไร</li>
<li>ความรู้ทั่วไป</li>
</ul>
</blockquote>
<p><em>ในเมืองไทยสามารถสั่งซื้อได้จากคุณนิ้งหน่องต่อเบอร์ 081-480-4308 ในอเมริกาสั่งซื่อโดยตรงจากสำนักงาน ส่งเช็คหรือมันนี่ ออเด้อร์ตามราคาไปที่ Ruji Totari PO BOX 552 Cypress, CA 90630</em></p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AErwyPc1pfrPCPfSKw5KzCyQrFI/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AErwyPc1pfrPCPfSKw5KzCyQrFI/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AErwyPc1pfrPCPfSKw5KzCyQrFI/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/AErwyPc1pfrPCPfSKw5KzCyQrFI/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2009/12/20/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2009/12/20/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-2/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>กฎหมายใหม่ที่โรบินฮู้ดรอคอย (ต่อ)</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/ufdCfKhoOM8/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2009/12/11/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ae%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 22:26:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=263</guid>
		<description><![CDATA[ประกาศ ในที่สุดดิฉันได้ปิดเล่มหนังสือ “ชีวิตโรบินฮู้ด” เรียบร้อยแล้ว และจะวางจำหน่ายวันคริสมัสทันให้เป็นของขวัญปีใหม่ คุณสามารถสั่งจองหนังสือได้และเราจัดส่งช่วงคริสมัส ดิฉันจะปิดออฟฟิสคริสมัสและปีใหม่นี้ เปิดออฟฟิสอีกทีวันที่ 13 มกราค่ะ ถ้ามีเรื่องด่วนคุณสามารถติดต่อดิฉันได้ทางอีเมล์ attorneyruji@aol.com และ E-แฟกส์เบอร์ 714-475-6939 ผู้ช่วยยังมาทำงานปกติแต่ตัวดิฉันจะไปนั่งจิบมาการิต้าแถวชายหาดที่ “กบาลถมอ” ระหว่างอยู่เมืองไทยมีลูกความจะจัดให้ดิฉันไปสัมนาเรื่องอิมมิเกรชั่นที่วิทยาลัยครู จังหวัดบุรีรัมย์ต้นเดือนมกราคม  เมื่อดิฉันได้รายละเอียดอย่างไรจะลงประกาศอีกครั้งค่ะ
หลังที่ลงเรื่องกฎหมายใหม่ที่โรบินฮู้ดรอคอยสัปดาห์ที่แล้ว มีอีมเล์เข้ามาถามหลายฉบับว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับผู้ที่เข้าอเมริกาหลังวันที่ 4 มกราคม 2004
อีเมล์ฉบับที่หนึ่ง
ถาม	ตามกฎหมายใหม่ที่รัฐบาลจะออก “ใบทำงานชั่วคราวและสถานภาพชั่วคราว” (Conditional nonimmigrant work authorization and status) ต่อโรบินฮู้ดที่เข้ามาในอเมริกาก่อนวันที่ 4 มกรา 2004 นั้น แล้วคนที่เข้ามาหลังจากนั้นล่ะครับ จะจัดอยู่ในประเภทไหน จะต้องเป็นโรบินฮูดต่อไปหรือสามารถ earnผลประโยชน์อันไหนได้ คนพวกที่เข้ามาหลัง 4 มกรา น่าจะมีเยอะกว่าล้านคนนะตรับ แล้วรัฐบาลมีวิธีแก้ไขปัญหาของคนเหล่านี้อย่างไร
ตอบ	ดิฉันชอบจดหมายฉบับนี้ ผู้ถามใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องคือ “EARN” ก่อนอื่นดิฉันขอแก้คำแปลของตัวเองก่อน Conditional nonimmigrant work authorization and status [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><em><strong>ประกาศ ในที่สุดดิฉันได้ปิดเล่มหนังสือ “ชีวิตโรบินฮู้ด” เรียบร้อยแล้ว และจะวางจำหน่ายวันคริสมัสทันให้เป็นของขวัญปีใหม่ คุณสามารถสั่งจองหนังสือได้และเราจัดส่งช่วงคริสมัส ดิฉันจะปิดออฟฟิสคริสมัสและปีใหม่นี้ เปิดออฟฟิสอีกทีวันที่ 13 มกราค่ะ ถ้ามีเรื่องด่วนคุณสามารถติดต่อดิฉันได้ทางอีเมล์ attorneyruji@aol.com และ E-แฟกส์เบอร์ 714-475-6939 ผู้ช่วยยังมาทำงานปกติแต่ตัวดิฉันจะไปนั่งจิบมาการิต้าแถวชายหาดที่ “กบาลถมอ” ระหว่างอยู่เมืองไทยมีลูกความจะจัดให้ดิฉันไปสัมนาเรื่องอิมมิเกรชั่นที่วิทยาลัยครู จังหวัดบุรีรัมย์ต้นเดือนมกราคม  เมื่อดิฉันได้รายละเอียดอย่างไรจะลงประกาศอีกครั้งค่ะ<br />
หลังที่ลงเรื่องกฎหมายใหม่ที่โรบินฮู้ดรอคอยสัปดาห์ที่แล้ว มีอีมเล์เข้ามาถามหลายฉบับว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับผู้ที่เข้าอเมริกาหลังวันที่ 4 มกราคม 2004</strong><br />
<strong>อีเมล์ฉบับที่หนึ่ง</strong></em><br />
<strong>ถาม</strong>	ตามกฎหมายใหม่ที่รัฐบาลจะออก “ใบทำงานชั่วคราวและสถานภาพชั่วคราว” (Conditional nonimmigrant work authorization and status) ต่อโรบินฮู้ดที่เข้ามาในอเมริกาก่อนวันที่ 4 มกรา 2004 นั้น แล้วคนที่เข้ามาหลังจากนั้นล่ะครับ จะจัดอยู่ในประเภทไหน จะต้องเป็นโรบินฮูดต่อไปหรือสามารถ earnผลประโยชน์อันไหนได้ คนพวกที่เข้ามาหลัง 4 มกรา น่าจะมีเยอะกว่าล้านคนนะตรับ แล้วรัฐบาลมีวิธีแก้ไขปัญหาของคนเหล่านี้อย่างไร</p>
<blockquote><p>ตอบ	ดิฉันชอบจดหมายฉบับนี้ ผู้ถามใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องคือ “EARN” ก่อนอื่นดิฉันขอแก้คำแปลของตัวเองก่อน Conditional nonimmigrant work authorization and status ถ้าแปลตรงตัวคือ “ใบอนุญาตทำงานและสถานภาพเงื่อนไข” สรุปร่างกฎหมายใหม่ที่ดิฉันลงสัปดาห์ที่แล้วเป็นส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายที่ติดอยู่ในสภาตอนช่วงประธานาธิบดีบุช ซึ่งประธานาธิบดีโอบาม่าพยายามที่จะนำดันให้ออกมาเร็วที่สุด ดิฉันเชื่อว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อยแต่คงไม่มากนัก เพราะถ้าเปลี่ยนมากก็ยังต้องถกกันอีกนานและออกเสียงโหวดกันใหม่ยืดยาวไปอีก เพราะจุดมุ่งหมายคือพยายามผ่านกฎหมายออกให้เร็วที่สุด เรื่องการกำหนดวันที่ให้โรบินฮู้ดที่เข้าอเมริกาก่อนวันที่ 4 มกราคม 2004 นี้ เพราะตอนช่วงที่กฎหมายนี้โหวดกันในสภาสมัยรัฐบาลบุชดิฉันคิดว่าประมาณปี 2008 กฎหมายกำหนดย้อนหลัง 4 ปี ฉะนั้นถ้ากว่ากฎหมายใหม่จะออกสมมติปีหน้า ปี 2010 ถ้าเอา 4 ปีเป็นหลัก ก็มีความเป็นไปได้สูงที่น่าจะเปลี่ยนวันที่จาก 2004 เป็น 2006 ดูจากตัวอย่างตอนที่กฎหมายใบเขียวแอมเนสตี้ผ่านออกมาสมัยรัฐบาลเรแกนปี 1986 ได้กำหนดย้อนหลัง 4 ปีคือให้โรบินฮู้ดที่เข้าอเมริกาก่อนวันที่ 1 มกราคม 1982 ขอใบเขียวอภัยโทษได้ ไงคะสบายใจขึ้นหน่อยไหมคะ ซึ่งอันนี้เราก็ต้องดูกันต่อไป แต่ดิฉันว่าทางที่ดีก็อย่าพึ่งกังวลก่อนเลยค่ะ<br />
คนที่เข้าหลังวันที่กำหนดจัดอยู่ประเภทไหน<br />
สำหรับโรบินฮู้ดที่ตกรุ่นคงต้องใช้มาตรา 245 (i) เข้ามาช่วย คือคุณต้องมีคนอื่นยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ คือ พ่อ แม่ พี่ น้องหรือนายจ้าง ถ้าคุณยื่นก่อนหน้าวันที่กฎหมายออกหรือช่วงนั้น คุณจะรับใบเขียวในอเมริกาได้โดยเสียค่าปรับ $1,000<br />
EARN<br />
คำนี้ดิฉันชอบมาก การ earn คือ การได้มาในสิ่งหนึ่งซึ่งไม่ได้มาง่ายๆแต่มักใช้เวลาและ hard work หรือความลำบาก ตัวอย่างคำว่า earn respect คือ “การได้มาซึ่งความเคารพ” การที่คนจะเคารพเราจริงๆไม่ใช่ว่าคุณเพียงมีเงินหรือมีอายุเท่านั้น แต่คุณต้องทำในสิ่งดีๆและ“ให้”มากกว่า“รับ”เป็นระยะเวลานานคนถึงจะเคารพคุณหรืออาจบวกปัจจัยนอกที่มีส่วนช่วยบ้างคือการศึกษา หรือคำว่า earn your trust “การได้มาซึ่งความเชื่อถือจากผู้อื่น” คือการที่คนจะเชื่อถือคุณได้ ไม่เพียงแต่ดูหน้าตาน่าเชื่อถือหรือฟังคำพูดที่น่าเชื่อถือได้ แต่คุณต้องแสดงความซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมา ไม่โกงไม่กิน ซึ่งพิสูจน์ได้ด้วยเวลาหรืออาจมีปัจจัยนอกที่มีส่วนช่วยบ้างคือคุณมาจากครอบครัว พ่อแม่ ที่สร้างหรือ earn ความเชื่อถือมาก่อน เป็นต้น<br />
คราวนี้วกกลับมาที่คำถามที่ว่าโรบินฮู้ดที่ตกรุ่นกฎหมายใหม่นี้จะ earn ผลประโยชน์อันไหน ตามกฎหมายที่ร่างมานี้ ผู้ร่างกฎหมายคงได้คำนวณออกมาหมดแล้วว่า โรบินฮู้ดต้อง earn “ใบอนุญาตทำงานและสถานภาพเงื่อนไข” ดังนี้ (1) ก่อนที่จะขอใบได้โรบินฮู้ดต้องใช้ระยะเวลาพิสูจน์ตนเองว่าตนทำงานหาเลี้ยงชีพมาอย่างน้อย 4 ปีหรือนานกว่านั้น (2) เสียภาษีย้อนหลัง (3) ทำงานเสียภาษีต่อไปอีก 8 ปี (4) ต้องทำตนเป็นพลเมืองดี ต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์อเมริกาและรู้ภาษาอังกฤษ หลังจากนั้นถึงจะขอใบเขียวได้ หลังมีใบเขียว 5 ปีจึงทำเรื่องโอนสัญชาติได้ ถ้ารวมเวลาทั้งหมดเป็น 17 ปี ที่โรบินฮู้ดต้อง earn ก่อนที่จะได้เป็นซิติเซ่นเลือดตาแทบกระเด็นแต่ก็ได้มาด้วยความพากพูมใจ นี่คือเหตุผลที่กฎหมายนี้ติดอยู่ในสภานาน เพราะกลุ่มต่อต้านถือว่าการที่จะให้ใบทำงานต่อโรบินฮู้ดเท่ากับ promote การกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายคือ พวกที่มีพ่อแม่พี่น้องนายจ้างยื่นขอใบเขียวให้อย่างถูกต้องและเข้าแถวคอยคิวโควต้ากันเป็น 10 ปี เท่ากับพวกโรบินฮู้ดไปลัดคิวเขา ทางสภาถึงต้องออมชอมกันว่า อิมมิเกรชั่นจะโละเคสใบเขียวโควต้าที่ค้างอยู่ก่อนวันที่กฎหมายจะออกให้เสร็จภายใน 8 ปี (ที่มาของระยะเวลา 8 ปีก่อนขอใบเขียว) หลังจากนั้นโรบินฮู้ดถึงจะแอ็พพลายขอใบเขียวได้ คือให้โรบินอู้ดไปรอคิวหลังพวกที่ปฏิบัติตามกฎหมาย </p></blockquote>
<p><strong>อีเมล์ฉบับที่สอง</strong><br />
<strong>ถาม</strong>	ดิฉันอ่านคอลัมน์เช้านี้ทำให้ตื่นเต้นอีกแล้ว ดิฉันอยู่ผิดกฎหมาย 11 ปี แต่ไม่เคยเสียภาษีเพราะไม่เคย มีใบอะไรทั้งสิ้น จ่ายค่าที่อยู่อาศัยร่วมกับเพื่อนที่อยู่อย่างถูกต้องร่วมกันมา 8 ปี คงไม่อยู่ในกรณีนี้ใช่ไหมคะ มีทางไหนที่จะทำให้อยู่อย่างถูกกฎหมายได้ถ้ากฎหมายออกมาจริง</p>
<blockquote><p>ตอบ	ดีใจที่ทำให้คนตื่นเต้นได้ คุณจัดอยู่ในข่ายนี้ค่ะ เพราะอยู่มาตั้ง 11 ปี คุณสามารถแสดงหลักฐานเช่าบ้านได้ว่าอยู่มาตลอด และเรื่องงานคุณต้องคำนวณย้อนหลังจ่ายภาษี คุณต้องเก็บเอกสารอาจจดลงในปฏิทินวันและเวลาที่คุณทำงาน หรือถ้ามีบันทึกใดๆเช่นเจ้าของร้านเขียนจดรายการให้คุณไปซื้อของ เมนู เอกสารหรือหลักฐานอะไรก็ได้ที่พิสูจน์ว่าคุณทำงาน และรูปถ่ายต่างๆ และถ้านายจ้างคุณร่วมมือให้เอกสารหรือรับรองว่าคุณทำงานกับเขา รัฐบาลจะไม่เอาเรื่องนายจ้างคือ Grant safe harbor ให้นายจ้าง ดิฉันขอร้องให้นายจ้างร่วมมือให้เอกสารกับโรบินฮู้ดที่ทำงานกับคุณเพื่อให้พวกเขาได้ใบทำงานกัยอย่างถูกต้องถือว่าทำบุญเถอะค่ะ เรื่องเอกสารนี้ดิฉันคงได้รายละเอียดอีกทีว่าทางอิมมิเกรชั่นจะรับอะไรเป็นหลักฐานได้<br />
Merry early Christmas and Happy New Year ค่ะ ขอบคุณลูกความจาก Ohio ที่ส่ง คริสมัสคาร์ดให้ดิฉันเป็นคนแรก</p></blockquote>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/mS9uR-qpIjp6R3KZNxpg1Ozey98/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/mS9uR-qpIjp6R3KZNxpg1Ozey98/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/mS9uR-qpIjp6R3KZNxpg1Ozey98/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/mS9uR-qpIjp6R3KZNxpg1Ozey98/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2009/12/11/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ae%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2009/12/11/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ae%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94-2/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>กฎหมายใหม่ที่โรบินฮู้ดรอคอย</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/fYxZDfqD43U/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2009/12/04/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ae%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 Dec 2009 05:58:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=260</guid>
		<description><![CDATA[วันขอบคุณพระเจ้า Thanksgiving ตรงกับวันพฤหัสสิ้นเดือนพฤศจิกายนวันที่ 26 ที่บ้านดิฉันเลี้ยงญาติพี่น้องทั้งหมด 18 คน สนุกมาก ลูกสาวแสดงฝีมืออบไก่งวงอร่อยมาก (ดิฉันพึ่งรู้ว่าลูกสาวทำกับข้าวเก่ง) วันศุกร์หลัง Thanksgiving เป็นวันช็อปปิ้งครั้งใหญ่รอบปีของอเมริกาเรียกวัน “แบล็ค ฟรายเดย์” (Black Friday) และระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา เพิ่มวันช็อปปิ้งออนไลน์วันจันทร์ถัดไป เรียก “ซายเบ้อร์ มันเดย์” (Cyber Monday) ปีนี้ดิฉันไม่ได้ช็อปปิ้งเลยทั้ง Black Friday และ Cyber Monday เพราะมัวแต่ปั่นหนังสือเล่มใหม่ให้เสร็จ ตอนนี้เสร็จแล้วแต่กำลังเรียบเรียงเข้าเล่ม จะวางจำหน่ายก่อนคริสมัสค่ะมีสองชุด ชุดขายเมืองไทยเล่มละ 600 บาท ชุดขายในอเมริกา $32 เพิ่มคำถามคำตอบ ราคารวมค่าส่งแล้ว คุณสามารถสั่งหนังสือได้ตอนนี้ แต่ต้องคอยรับช่วงคริสมัส มีหัวข้อดังนี้
ก่อนตัดสินใจเป็นโรบินฮู้ด
วีซ่าใหญ่วีซ่าเล็ก
วีซ่าเข้าอเมริกา
ขอวีซ่าไม่ผ่านทำอย่างไร
ความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายคนเข้าเมือง
วีซ่าที่เป็นปัญหาถ้าโดดเป็นโรบินฮู้ด
อยู่อย่างโรบินฮู้ด
เอกสารทำงานและเสียภาษี
ใช้รถใช้ถนน
เป็นโรบินฮู้ดแล้วอยู่อย่างถูกต้องได้อย่างไร
ความรู้ทั่วไป
คำถามคำตอบ (ชุดขายในอเมริกาเท่านั้น)
ถาม	ผมได้อ่านสยามมีเดีย online เกี่ยวกับกฎหมาย immigrationว่าทางท่านโอบามาจะมีกฏหมายใหม่มาช่วยให้ผู้อย่างผิดกฎหมายอยู่อย่างถูกกฎหมายนั้นจริงหรือปล่าวครับ กฎหมายใหม่จะเริ่มใช้เมื่อไร และจะต้องอยู่ที่อเมริกากี่ปีขึ้นไปถึงจะมีสิทธิครับ และจะต้องทำอย่างไรบ้างครับ  
ตอบ 	ดิฉันได้เขียนเกี่ยวกับกฎหมายใหม่นี้ละเอียดทีเดียวในหนังสือเล่มใหม่เรื่อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันขอบคุณพระเจ้า Thanksgiving ตรงกับวันพฤหัสสิ้นเดือนพฤศจิกายนวันที่ 26 ที่บ้านดิฉันเลี้ยงญาติพี่น้องทั้งหมด 18 คน สนุกมาก ลูกสาวแสดงฝีมืออบไก่งวงอร่อยมาก (ดิฉันพึ่งรู้ว่าลูกสาวทำกับข้าวเก่ง) วันศุกร์หลัง Thanksgiving เป็นวันช็อปปิ้งครั้งใหญ่รอบปีของอเมริกาเรียกวัน “แบล็ค ฟรายเดย์” (Black Friday) และระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา เพิ่มวันช็อปปิ้งออนไลน์วันจันทร์ถัดไป เรียก “ซายเบ้อร์ มันเดย์” (Cyber Monday) ปีนี้ดิฉันไม่ได้ช็อปปิ้งเลยทั้ง Black Friday และ Cyber Monday เพราะมัวแต่ปั่นหนังสือเล่มใหม่ให้เสร็จ ตอนนี้เสร็จแล้วแต่กำลังเรียบเรียงเข้าเล่ม จะวางจำหน่ายก่อนคริสมัสค่ะมีสองชุด ชุดขายเมืองไทยเล่มละ 600 บาท ชุดขายในอเมริกา $32 เพิ่มคำถามคำตอบ ราคารวมค่าส่งแล้ว คุณสามารถสั่งหนังสือได้ตอนนี้ แต่ต้องคอยรับช่วงคริสมัส มีหัวข้อดังนี้</p>
<blockquote><p>ก่อนตัดสินใจเป็นโรบินฮู้ด<br />
วีซ่าใหญ่วีซ่าเล็ก<br />
วีซ่าเข้าอเมริกา<br />
ขอวีซ่าไม่ผ่านทำอย่างไร<br />
ความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายคนเข้าเมือง<br />
วีซ่าที่เป็นปัญหาถ้าโดดเป็นโรบินฮู้ด<br />
อยู่อย่างโรบินฮู้ด<br />
เอกสารทำงานและเสียภาษี<br />
ใช้รถใช้ถนน<br />
เป็นโรบินฮู้ดแล้วอยู่อย่างถูกต้องได้อย่างไร<br />
ความรู้ทั่วไป<br />
คำถามคำตอบ (ชุดขายในอเมริกาเท่านั้น)</p></blockquote>
<p><strong>ถาม	ผมได้อ่านสยามมีเดีย online เกี่ยวกับกฎหมาย immigrationว่าทางท่านโอบามาจะมีกฏหมายใหม่มาช่วยให้ผู้อย่างผิดกฎหมายอยู่อย่างถูกกฎหมายนั้นจริงหรือปล่าวครับ กฎหมายใหม่จะเริ่มใช้เมื่อไร และจะต้องอยู่ที่อเมริกากี่ปีขึ้นไปถึงจะมีสิทธิครับ และจะต้องทำอย่างไรบ้างครับ </strong> </p>
<blockquote><p>ตอบ 	ดิฉันได้เขียนเกี่ยวกับกฎหมายใหม่นี้ละเอียดทีเดียวในหนังสือเล่มใหม่เรื่อง “สิทธิโรบินฮู้ด” เลยคัดบางส่วนมาลงให้อ่าน เรื่องกฎหมายใหม่คาดว่าจะออกมาค่ะ เมื่อไรไม่ทราบ ตอนนี้ติดอยู่ในสภาตั้งแต่สมัยบุชในสภาดึงเรื่องกันไปดึงเรื่องกันมา จนหมดสมัยบุช ตอนโอบาม่าหาเสียงสัญญาว่าจะผ่านกฎหมายอิมมิเกรชั่นชุดปฏิรูปให้เร็วที่สุด แต่จนบัดนี้ยังไม่ผ่าน ถ้ากฎหมายผ่านเมื่อไรก็จะมีผลใช้เมื่อนั้น ตามรายละเอียดกฎหมายที่ร่างไว้ช่วงรัฐบาลบุช (ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะผ่านออกมา) มีกฎหมาย 3 ฉบับที่จะออกมาช่วยโรบินฮู้ดดังนี้<br />
ใบทำงานชั่วคราว<br />
ตามกฎหมายใหม่จะออก“ใบทำงานชั่วคราวและให้สถานภาพชั่วคราว” (Conditional nonimmigrant work authorization and status) ต่อโรบินฮู้ดที่เข้ามาในอเมริกาก่อนวันที่ 4 มกราคม 2004 โดยมีเงื่อนไขดังนี้<br />
โรบินฮู้ดต้องแสดงหลักฐานว่าเคยทำงาน และต้องคำนวณจ่ายภาษีย้อนหลังให้รัฐบาล<br />
นายจ้างที่จ้างโรบินฮู้ดทำงานถ้าร่วมมือและช่วยลูกจ้างยื่นเรื่อง รัฐบาลจะไม่เอาเรื่องนายจ้าง<br />
โรบินฮู้ดต้องยื่นเรื่องขอ “ใบทำงานชั่วคราว” ภายใน 1 ปีหลังจากที่กฎหมายผ่านไม่อย่างนั้นจะหมดสิทธิ<br />
ทางอิมมิเกรชั่นจะรับใบสมัคร 3 เดือนหลังจากที่กฎหมายผ่าน และจะดำเนินเรื่องให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือน<br />
ระหว่างคอยเรื่องใน 18 เดือนนั้น โรบินฮู้ดจะได้ใบทำงานชั่วคราวหรือ Work permit และต้องทำงานเสียภาษีอย่างถูกกฎหมาย และสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้<br />
ระหว่างคอยเรื่องใน 18 เดือนนั้น โรบินฮู้ดสามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้<br />
คู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่สมรสของโรบินฮู้ด จะได้สถานภาพอยู่อย่างถูกกฎหมายตาม แต่ห้ามทำงาน (อันนี้แนะนำให้คู่สมรสขอใบเทำงานชั่วคราวด้วยตนเอง โดยไม่พ่วงคู่สมรส)<br />
หลังโรบินฮู้ดได้“ใบทำงานชั่วคราว” ถ้ามีประวัติดี พูดภาษาอังกฤษได้ และทำงานจ่ายภาษีไปเรื่อยๆ ใน 8 ปี โรบินฮู้ดจึงยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวรได้<br />
ข้อเตือน กฎหมายใหม่นี้ไม่ใช่ “กฎหมายแอมเนสตี้” หรือใบเขียวอภัยโทษ ที่โรบินฮู้ดยื่นขอใบเขียวด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีสปอนเซ่อร์ ตามกฎหมายใหม่คุณไม่ได้ใบเขียว คุณจะได้เพียงใบทำงานและต้องทำงานเสียภาษีอย่างถูกต้อง ขอให้ระวังอย่าถูกหลอก<br />
สิ่งที่คุณทำได้ตอนนี้คือเก็บเอกสารเพื่อแสดงว่าคุณอยู่ในอเมริกาก่อนวันที่ 4 มกราคม 2004 ตัวอย่างเอกสาร<br />
เก็บพาสปอร์ตทุกเล่มตั้งแต่วันเข้าอเมริกา บัตรขาเข้าหรือวีซ่าเล็ก<br />
ตั๋วเครื่องบินที่เข้าอเมริกา<br />
สัญญาเช่าบ้านหรืออพาร์ทเม๊นท์ ใบเสร็จรับเงินค่ามัดจำ และค่าเช่า ใบผ่อนค่าบ้านจากธนาคาร<br />
บิลค่าน้ำ ไฟ แก๊ซ และโทรศัพท์<br />
ภาษีรายได้หรือ “อินคัม แท็กซ์” และ W-2 forms จากนายจ้างทุกปี<br />
สำเนาหางเช็คเงินเดือนที่ได้จากนายจ้าง หรือเอกสารอื่นๆที่พิสูจน์ว่าคุณทำงาน เช่นตารางเวลาทำงานที่จดไว้บนปฏิทิน เงินเดือนที่ได้แต่ละสัปดาห์ วันเริ่มทำงานและวันออก ชื่อเจ้าของร้าน ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และใบอนุญาตประกอบอาชีพ<br />
รายงานต่างๆและ ประกาศนียบัตรต่างๆจากโรงเรียนเด็ก<br />
ใบสั่งยาหรือ ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล<br />
ใบเสร็จต่าง หรือบิลจากบัตรเครดิต<br />
กรมธรรม์ประกันรถ ประกันสุขภาพ ใบเสร็จที่จ่ายค่าประกัน<br />
<strong>มาตรา 245 (i) </strong><br />
อีกกฎหมายหนึ่งที่จะผ่านออกมาช่วยโรบินฮู้ดคือมาตรา 245 (i) มาตรานี้ไม่ใช่กฎหมายแอมเนสตี้ โรบินฮู้ดยื่นขอใบเขียวเองไม่ได้ ต้องมีพ่อ แม่ พี่น้อง หรือนายจ้างซิติเซ่นหรือผู้ถือใบเขียวยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ และคุณสามารถรอรับใบเขียวในอเมริกาได้ โดยต้องเสียค่าปรับคนละ $1,000 (โปรดออ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับมาตรา 245 (i) ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 2-9 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630  โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308) รัฐบาลได้ผ่านกฎหมายมาตรา 245 (i) ออกมาครั้งสุดท้ายซึ่งหมดเขตไปเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2001 มาตรา 245 (i) รวมอยู่ในกฎหมายปฏิรูปชุดใหม่<br />
<strong>“ดรีมแอ็กท์”</strong><br />
ร่างกฎหมาย“ดรีมแอ็กท์” (DREAM Act ย่อมาจาก Development, Relief, and Education for Alien Minors) รวมอยู่ในกฎหมายปฏิรูปชุดใหม่ กฎหมายนี้จะช่วยเด็กที่พ่อแม่นำเข้ามาอยู่ในอเมริกาตั้งแต่เล็กๆโดยเด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่ และเอาเด็กเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนรัฐฟรีจนจบไฮสกูล เมื่อเด็กจบไฮสกูลเด็กไม่สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยรัฐได้ หรือถ้าเข้าได้ก็ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนสูงในฐานะเด็กต่างชาติแทนที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนเท่ากับเด็กอเมริกัน ภายใต้ร่างกฎหมาย“ดรีมแอ็กท์” เด็กสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวเงื่อนไขได้มีอายุ  6 ปี โดยมีเงื่อนไขว่า<br />
เด็กต้องเข้าอเมริกาก่อนอายุ 16 ปีและจบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนในอเมริกาและได้ประกาศนียบัตร หรือเทียบเท่าหรือได้รับเข้ามหาวิทยาลัยแล้วณ. วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ “ดรีมแอ็กท์”<br />
เด็กต้องอายุอย่างน้อย 12 ปี และต่ำกว่า 25 ปี ณ. วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ “ดรีมแอ็กท์”<br />
ต้องอยู่ในอเมริกาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ณ. วันที่กฎหมาย “ดรีมแอ็กท์” ผ่าน<br />
เด็กต้องมีความประพฤติดี และไม่มีคดีอาญาติดตัว<br />
หลังจากเด็กได้ใบเขียวเงื่อนไข 6 ปี เด็กถึงจะยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวรได้ โดยต้องมีเงือนไขดังนี้<br />
ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและต้องเรียนอย่างน้อยสุดสองปีคือได้รับอนุปริญญา หรือ<br />
เด็กเข้ารับราชการทหารอย่างน้อยสองปีและออกจากราชการทหารด้วย Honorable discharge<br />
ต้องมีความประพฤติดี </p></blockquote>
<p>หวังว่าข้อมูลนี้ให้ความละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ที่ยังไม่ออก ในหนังสือ “ชีวิตโรบินฮู้ด” ดิฉันเขียนเรื่องนี้ละเอียด ตอนนี้ขอให้โรบินฮู้ดคอยไปก่อน เมื่อไรที่กฎหมายนี้ออกมา ดิฉันจะลงหนังสือเป็นข่าวใหญ่ค่ะ</p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/DUi0bRq3xtzaHPowXsxM7OQnG-s/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/DUi0bRq3xtzaHPowXsxM7OQnG-s/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/DUi0bRq3xtzaHPowXsxM7OQnG-s/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/DUi0bRq3xtzaHPowXsxM7OQnG-s/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2009/12/04/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ae%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2009/12/04/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ae%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94/</feedburner:origLink></item>
	</channel>
</rss>
