<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0">

<channel>
	<title>Attorney Rujirat Totari</title>
	
	<link>http://rujirat.com</link>
	<description>ทนายความ รุจีรัตน์ โททาริ</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Sep 2010 02:28:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/rujirat" /><feedburner:info uri="rujirat" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><item>
		<title>โควต้าคู่สมรสของใบเขียว</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/w-o_XiO-98g/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/09/01/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2010 02:28:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=323</guid>
		<description><![CDATA[คอลัมน์ที่แล้วดิฉันเขียนเรื่องโควต้าใบเขียวบางกรุ๊บกระโดดเร็วมากขึ้นโดยเฉพาะกรุ๊บ 2 A คือกรุ๊บคู่สมรสของใบเขียว และลูกของใบเขียวที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ดิฉันได้รับคำถามมามากทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล์ วันนี้จะพูดถึงข้อดีและข้อเสียของกรุ๊บนี้ที่โควต้ามาถึงเร็วเกินคาด โควต้าจะมาเร็วอย่างนี้ไปตลอดหรือไม่ ก่อนอ่านคอลัมน์นี้ขอให้คุณอ่านคอลัมน์สัปดาห์ที่แล้วก่อน หรืออ่านในหนังสือของดิฉันเกี่ยวกับ “ระบบโควต้า”และ “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 4 ใบเขียว คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 ตอบคำถามที่ว่าโควต้าจะมาเร็วอย่างนี้ไปตลอดหรือไม่ อันนี้ตอบไม่ได้ค่ะ เพราะมันขึ้นอยู่กับสองแฟ็กเต้อร์ใหญ่คือ (1) ในแต่ละปีจะมีคนแอ็พพลายใบเขียวมากแค่ไหน ถ้ามีมากสมมติเป็นล้าน แต่โควต้ากำหนดเพียงปีละ 114,000 คน โควต้าก็จะแบ็คล็อก (backlog) ไปหลายปี ฉะนั้นถ้าคุณรีบแอ็พพลายเร็วเท่าไร โควต้าของคุณก็จะมาถึงเร็วเท่านั้น เหมือนยืนเข้าแถวรอคิว ถ้าคุณเป็นคนแรกๆคุณก็ได้เรียกก่อน เป็นต้น  (2) ระบบการทำงานของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะโละเคสที่ค้างๆได้เร็วขึ้น สรุปดิฉันคิดว่า โควต้าน่าจะกระเถิบเร็วอยู่อย่างนี้ไประยะหนึ่ง เพราะรัฐบาลชุดโอบาม่าต้องการผ่านกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น แต่ยังติดอยู่ในคองเกรส เนื่องจากคองเกรสต้องการเห็นประสิทธิภาพในการทำงานของอิมมิเกรชั่น และต้องการให้โละเคสเก่าๆให้เร็วที่สุด เพราะตามร่างกฎหมายใหม่ที่เสนอมา ที่ว่าจะออกใบทำงานหรือ “เกสท์ เวิ๊ร์คเค่อร์”ให้โรบินฮู้ด เพื่อโรบินฮู้ดจะได้อยู่อย่างถูกกฎหมาย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> </strong></p>
<p>คอลัมน์ที่แล้วดิฉันเขียนเรื่องโควต้าใบเขียวบางกรุ๊บกระโดดเร็วมากขึ้นโดยเฉพาะกรุ๊บ 2 A คือกรุ๊บคู่สมรสของใบเขียว และลูกของใบเขียวที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ดิฉันได้รับคำถามมามากทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล์ วันนี้จะพูดถึงข้อดีและข้อเสียของกรุ๊บนี้ที่โควต้ามาถึงเร็วเกินคาด</p>
<p><strong>โควต้าจะมาเร็วอย่างนี้ไปตลอดหรือไม่</strong></p>
<p>ก่อนอ่านคอลัมน์นี้ขอให้คุณอ่านคอลัมน์สัปดาห์ที่แล้วก่อน <strong><em>หรืออ่านในหนังสือของดิฉันเกี่ยวกับ “ระบบโควต้า”และ “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” ในหนังสือ</em></strong> “<strong><em><a href="http://rujirat.com/books/">สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่</a>” บทที่ 4 ใบเขียว </em></strong><strong><em>คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ </em></strong><strong><em>081-480-4308 </em></strong>ตอบคำถามที่ว่าโควต้าจะมาเร็วอย่างนี้ไปตลอดหรือไม่ อันนี้ตอบไม่ได้ค่ะ เพราะมันขึ้นอยู่กับสองแฟ็กเต้อร์ใหญ่คือ (1) ในแต่ละปีจะมีคนแอ็พพลายใบเขียวมากแค่ไหน ถ้ามีมากสมมติเป็นล้าน แต่โควต้ากำหนดเพียงปีละ 114,000 คน โควต้าก็จะแบ็คล็อก (backlog) ไปหลายปี ฉะนั้นถ้าคุณรีบแอ็พพลายเร็วเท่าไร โควต้าของคุณก็จะมาถึงเร็วเท่านั้น เหมือนยืนเข้าแถวรอคิว ถ้าคุณเป็นคนแรกๆคุณก็ได้เรียกก่อน เป็นต้น  (2) ระบบการทำงานของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะโละเคสที่ค้างๆได้เร็วขึ้น สรุปดิฉันคิดว่า โควต้าน่าจะกระเถิบเร็วอยู่อย่างนี้ไประยะหนึ่ง เพราะรัฐบาลชุดโอบาม่าต้องการผ่านกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น แต่ยังติดอยู่ในคองเกรส เนื่องจากคองเกรสต้องการเห็นประสิทธิภาพในการทำงานของอิมมิเกรชั่น และต้องการให้โละเคสเก่าๆให้เร็วที่สุด เพราะตามร่างกฎหมายใหม่ที่เสนอมา ที่ว่าจะออกใบทำงานหรือ “เกสท์ เวิ๊ร์คเค่อร์”ให้โรบินฮู้ด เพื่อโรบินฮู้ดจะได้อยู่อย่างถูกกฎหมาย และถ้าเป็นพลเมืองดี ทำงานเสียภาษี อ่านพูดหรือๆไป เรียนภาษาอังกฤษ ใน 8 ปีพวกเขาถึงจะสามารถแอ็พพลายใบเขียวได้ <strong><em>โปรดอ่านเกี่ยวกับร่างกฏหมายปฏิรูปใหม่ในหนังสือ</em></strong> “<strong><em><a href="http://rujirat.com/books/">สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่</a>” หน้า2-6 และ “ชีวิตโรบินฮู้ด” บทกฎหมายใหม่ที่โรบินฮู้ด รอคอย หน้า24 </em></strong></p>
<p><strong>ข้อดีที่โควต้ามาเร็ว</strong></p>
<p>เมื่อก่อนนี้ถ้าผู้ถือใบเขียวแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปี ใช้เวลานานประมาณเกือบ 4 ปี ฉะนั้นคนส่วนมากก็จะรอให้ตนเองได้ซิติเซ่นก่อนและจึงแอ็พพลายให้คู่สมรสหรือลูก ข้อดีที่ตอนนี้โควต้ามาเร็วคือ</p>
<p><strong>ตัวอย่างที่หนึ่ง </strong>ผู้ชายพึ่งได้ใบเขียวหนึ่งปี ได้ไปจดทะเบียนกับแฟนที่เมืองไทย แฟนมีลูกติดอายุ 5 และ 6 ขวบ 2 คน (หรือเด็กเป็นลูกของคุณเอง) คุณสามารถแอ็พพลายใบเขียวให้ภรรยาได้เลยทันทีโดยไม่ต้องคอยให้เป็นซิติเซ่นก่อน นอกจากจะเร็วแล้วยังทุ่นเงินอีกด้วยเนื่องจาก คุณสามารถพ่วงลูกทั้งสองคนมาได้เลย เท่ากับยื่นหนึ่งเคส พ่วงเด็กสองคน เสียค่าทนายทำคนเดียวและค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นก็ถูกกว่า และได้ใบเขียวทั้ง 3 คน ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณคอยให้เป็นซิติเซ่นกว่าจะได้ต้องคอย 4 ปี (เพราะต้องถือใบเขียว 5 ปีก่อนแอ็พพลายได้) เมื่อได้ซิติเซ่นแล้ว จึงยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ ภรรยา และลูก 2 คน ในกรุ๊บ“อิมมีเดียท เรเลมีฟ”  ซึ่งกรณีนี้พ่วงไม่ได้ ต้องแยกเป็นคนละเคส เท่ากับต้องทำ 3 เคส เสียค่าทนาย 3 เคส และค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นมากขึ้น</p>
<p><strong>ตัวอย่างที่สอง</strong> คุณแต่งงานกับซิติเซ่น คุณมีลูกติดอยู่เมืองไทย อายุยังน้อย คุณอยากทำใบเขียวให้ลูก แต่คู่สมรสไม่ยอมทำให้ ทันทีที่คุณได้ใบเขียวแรกคุณสามารถทำใบเขียวให้ลูกคุณเองได้โดยไม่ต้องพึ่งคู่สมรส ใช้เวลาเพียง 1 ปีตามโควต้าปัจจุบัน</p>
<p><strong>ข้อเสียที่โควต้ามาเร็ว</strong></p>
<p>ข้อเสียที่โควต้ามาเร็วมักเป็นกรณีที่ผู้ที่คุณแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรสหรือบุตรอยู่เถื่อนแล้วในอเมริกา ตัวอย่างดังนี้</p>
<p><strong>ตัวอย่างที่หนึ่ง</strong> คุณถือใบเขียวมา 2 ปี ได้แต่งงานกับโรบินฮู้ด และยื่นเรื่องใบเขียวให้คู่สมรส เพราะกว่าโควต้าจะมาถึงก็ 3-4 ปี คุณกะว่าพอดีคุณได้ทำซิติเซ่นก่อน และเมื่อได้ซิติเซ่นปุ๊บก็อัพเกรดเรื่องของคู่สมรสจากกรุ๊บ 2A เป็นกรุ๊บ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” และทำเรื่องปรับสถานภาพให้คู่สมรสรับใบเขียวในอเมริกาได้เลยทันที กรณีที่โควต้าใบเขียวมาเร็วแบบนี้ โควต้ามาถึงก่อนที่คุณจะสามารถแอ็พพลายทำซิติเซ่นได้ คู่สมรสจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะคู่สมรสไม่สามารถเดินทางกลับเมืองไทยไปรับใบเขียวได้เพราะติดกฎหมาย Unlawful Presence ห้ามกลับเข้าเมกา 10 ปี และไม่สามารถทำเรื่องปรับสถานภาพในอเมริกาได้เพราะกฎหมายห้ามโรบินฮู้ดรับใบเขียวในอเมริกา นอกจากจะเป็นคู่สมรสซิติเซ่น <strong><em>โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Unlawful Presenceในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่” หัวข้อUnlawful Presenceหน้า 2-5 </em></strong>ฉะนั้นคู่สมรสก็ต้องคอยอยู่เงียบๆในอเมริกาอย่างเดียวและรอจนกว่าคุณจะได้ซิติเซ่นก่อน และถ้าในตอนนั้นเรื่องเก่าถูกยกเลิกไปแล้ว เพราะคุณทิ้งเรื่องโดยไม่ได้ทำเรื่องต่อ คุณก็ต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คู่สมรสใหม่หลังคุณได้ซิติเซ่น</p>
<p><strong>ตัวอย่างที่สอง </strong>มีคำถามเข้ามาว่า แม่ได้ใบเขียว 2 ปีจากการแต่งงาน ซึ่งตอนแต่งงานกับซิติเซ่นลูกอายุเกิน 18 แล้ว สามีซิติเซ่นจึงไม่สามารถทำใบเขียวให้ลูกได้ ทันทีที่ตนได้ใบเขียวได้แอ็พพลายใบเขียวให้ลูกทันทีในกรุ๊บ 2A (ลูกใบเขียวอายุต่ำกว่า   21 ปี) ลูกจะอายุครบ 21 ปลายปี 2010 นี้ และแม่สามารถแอ็พพลายซิติเซ่นได้ปีหน้า ตอนนี้โควต้าใบเขียวลูกมาถึงแล้ว จะทำอย่างไรได้ กรณีนี้ทำอะไรไม่ได้เลยค่ะ เพราะลูกคุณไม่สามารถปรับสถานภาพหรือรับใบเขียวในอเมริกาได้ เนื่องจากเขาเถื่อนเป็นโรบินฮู้ดแล้ว และถึงแม้คุณจะได้ซิติเซ่นปีหน้า คุณก็ไม่สามารถช่วยอะไรลูกได้เลย เนื่องจากเขาจะอายุเกิน 21 ปีแล้ว ลูกก็จะตกไปเป็นกรุ๊บ 1 คือลูกที่ยังไม่แต่งงานอายุเกิน 21 ปีของซิติเซ่น ลูกไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาอยู่ดี มีทางเดียวค่ะคือลูกต้องแต่งงานกับซิติเซ่นและให้คู่สมรสทำใบเขียวให้</p>
<p><strong>ฝึกโยคะแล้วผอมลงหรือไม่ </strong></p>
<p>ดิฉันได้โทรศัพท์ถามมาหลายคนว่า <strong>ฝึกโยคะแล้วผอมลงไหม? </strong>จากประสบการณ์ดิฉัน ตอนดิฉันฝึกโยคะใหม่ๆ 1-2เดือนแรกดิฉันน้ำหนักลดลงไม่กี่ปอนด์ แต่กล้ามเนื้อโดยเฉพาะหน้าท้องเฟิร์มขึ้น คือรู้ตัวว่าร่างกายมันไม่ฮ่อกแฮ่ก สามีปลอบใจว่าตามหลักแล้ว “กล้ามเนื้อหนักกว่าไขมัน” (muscles weight more than fat) ก็เลยทนทำต่อไป ที่แน่นอนคือ ความดันลดลง ใน 6 เดือนแรกเพราะวัดทุกวัน หลังจากนั้นก็เลิกวัด จนเกือบ 1 ปีไปหาหมอ ปรากฎว่าความดันเพอร์เฟ็กท์ 120/80 และโคเลสเตอรอลลดลงเป็น 180 กว่า ตอนดิฉันไปเรียนเป็นครูสอนโยคะ ครูสอนวิชา “อายุรเวชย์” สอนว่าให้ถือคติ <strong>“ทานน้อยกว่าที่อยาก”</strong> (eat less than you want)  หลังจากนั้นดิฉันก็เปลี่ยนวิถีการกินใหม่ ยึดคติทานน้อยกว่าที่อยาก ใน 28 วันหลังเรียนจบ น้ำหนัก ดิฉันลดไปประมาณ 8 ปอนด์ สรุป ได้ว่า ฝึกโยคะแล้ว ร่างกายคุณจะดีและแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย ตื่นตัว สมองดีขึ้น สุขภาพของคุณจะดีขึ้นอย่างทันตาเห็น ซึ่งเป็นผลให้คุณรักร่างกายตัวเองมากขึ้น ผลอื่นก็จะตามมา คือคุณจะเริ่มเปลี่ยนวิธีการทานเอง เพราะคุณรู้สึกตัวไม่หนักเมื่อทานพอประมาณ คำตอบคือ  YES YES YES</p>
<p><strong>ดิฉันเปิด class สอนโยคะแล้วค่ะ  เชิญแฟนคลับมาลองฝึกโยคะ class แรกฟรีค่ะ ลงมือสอนโดย “โยคิณีทนายความ” เอง  ถ้าผู้ใดสนใจเรียน โปรดโทรหาดิฉันที่ 714-994-5958 หรืออีเมล์ </strong><a href="mailto:attorneyruji@aol.com"><strong>attorneyruji@aol.com</strong></a><strong> </strong></p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/oj0XxajtvRwC9f1XbTawjwYWs8I/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/oj0XxajtvRwC9f1XbTawjwYWs8I/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/oj0XxajtvRwC9f1XbTawjwYWs8I/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/oj0XxajtvRwC9f1XbTawjwYWs8I/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/09/01/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/09/01/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>โควต้าใบเขียวครอบครัวเร็วขึ้น</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/7Owy9ElISno/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/08/28/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Aug 2010 01:31:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=320</guid>
		<description><![CDATA[ในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา โควต้าใบเขียวครอบครัวเกือบทุกกรุ๊บกระเถิบเร็วขึ้นมาก แทนที่จะค่อยๆขยับที่ละเดือน แต่กลายเป็นกระโดดทีละ 6 -10 เดือน ซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสีย ก่อนที่คุณจะเข้าใจเรื่องระบบโควต้าและกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ ขอให้คุณอ่านข้อมูลละเอียดเพิ่มจากหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่ บทที่ 4 ใบเขียว คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 ระบบโควต้าใบเขียว ดิฉันจะอธิบายระบบโควต้าใบเขียวย่อๆดังนี้ คือ ภายใต้กฎหมายอิมมิเกรชั่น คองเกรสกำหนดให้โควต้าใบเขียวครอบครัวปีละ 226,000 คน และใบเขียวคนงานปีละ 150,657 คน และยังแบ่งเป็นจำนวนจำกัดให้แต่ละประเทศ เมื่อคุณที่เป็นอเมริกันซิติเซ่นหรือถือใบเขียวยื่นเรื่องขอใบเขียวให้สมาชิกในครอบครัว เมื่ออิมมิเกรชั่นรับเรื่อง วันที่วันนั้นถือเป็นวันที่กำหนดโควต้าคุณ เนื่องจากคนทั่วโลกขอใบเขียวแต่ละปีเป็นจำนวนมากกว่าจำนวนที่รัฐบาลกำหนด ฉะนั้นจึงต้องมีการรอคิวจนกระทั่งวันที่ของคุณจะมาถึง ฉะนั้นโควต้าใบเขียวสามารถกระเถิบขึ้นหรือถอยหลังลงได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคนขอแต่ละปี หรือขึ้นอยู่กับระบบงานรัฐบาลว่าจะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน กรุ๊บโควต้าใบเขียว ในที่นี้จะพูดถึงแต่โควต้าใบเขียวครอบครัว ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กรุ๊บ เรียก “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” แต่ละกรุ๊บกำหนดจำนวนโควต้าไม่เท่ากัน ตามสายโลหิตและความสัมพันธ์ ข้อดีของ“กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์”ทุกกรุ๊บคือ สามารถพ่วงบุตรที่อายุน้อยกว่า 21 ปีที่ยังไม่สมรสหรือหย่าแล้วมาได้ (บุตรได้ใบเขียวด้วย) หรือในกรุ๊บ 3 และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> </strong></p>
<p>ในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา โควต้าใบเขียวครอบครัวเกือบทุกกรุ๊บกระเถิบเร็วขึ้นมาก แทนที่จะค่อยๆขยับที่ละเดือน แต่กลายเป็นกระโดดทีละ 6 -10 เดือน ซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสีย <strong><em>ก่อนที่คุณจะเข้าใจเรื่องระบบโควต้าและกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ ขอให้คุณอ่านข้อมูลละเอียดเพิ่มจากหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่ บทที่ 4 ใบเขียว </em></strong><strong><em>คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ </em></strong><strong><em>081-480-4308</em></strong></p>
<p><strong>ระบบโควต้าใบเขียว</strong></p>
<p>ดิฉันจะอธิบายระบบโควต้าใบเขียวย่อๆดังนี้ คือ ภายใต้กฎหมายอิมมิเกรชั่น คองเกรสกำหนดให้โควต้าใบเขียวครอบครัวปีละ 226,000 คน และใบเขียวคนงานปีละ 150,657 คน และยังแบ่งเป็นจำนวนจำกัดให้แต่ละประเทศ เมื่อคุณที่เป็นอเมริกันซิติเซ่นหรือถือใบเขียวยื่นเรื่องขอใบเขียวให้สมาชิกในครอบครัว เมื่ออิมมิเกรชั่นรับเรื่อง วันที่วันนั้นถือเป็นวันที่กำหนดโควต้าคุณ เนื่องจากคนทั่วโลกขอใบเขียวแต่ละปีเป็นจำนวนมากกว่าจำนวนที่รัฐบาลกำหนด ฉะนั้นจึงต้องมีการรอคิวจนกระทั่งวันที่ของคุณจะมาถึง ฉะนั้นโควต้าใบเขียวสามารถกระเถิบขึ้นหรือถอยหลังลงได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคนขอแต่ละปี หรือขึ้นอยู่กับระบบงานรัฐบาลว่าจะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน</p>
<p><strong>กรุ๊บโควต้าใบเขียว</strong></p>
<p>ในที่นี้จะพูดถึงแต่โควต้าใบเขียวครอบครัว ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กรุ๊บ เรียก “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” แต่ละกรุ๊บกำหนดจำนวนโควต้าไม่เท่ากัน ตามสายโลหิตและความสัมพันธ์ ข้อดีของ“กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์”ทุกกรุ๊บคือ สามารถพ่วงบุตรที่อายุน้อยกว่า 21 ปีที่ยังไม่สมรสหรือหย่าแล้วมาได้ (บุตรได้ใบเขียวด้วย) หรือในกรุ๊บ 3 และ 4 สามารถพ่วงคู่สมรสได้ (คู่สมรสได้ใบเขียวด้วย)</p>
<p><strong>กรุ๊บหนึ่ง 1</strong><strong><sup>st</sup></strong> คือใบเขียวของบุตรที่ยังไม่แต่งงานหรือหย่าแล้วของซิติเซ่น โควต้าใบเขียวปีละ 23,400 คน บวกจำนวนที่เหลือจากกรุ๊บ 4 ที่ไม่ได้ใช้</p>
<p><strong>กรุ๊บสอง 2</strong><strong><sup>nd</sup></strong> โควต้ากรุ๊บนี้มีมากที่สุดคือ 114,000 คน กรุ๊บสองนี้แบ่งออกเป็นสองกรุ๊บย่อยคือ 2A และ 2B</p>
<p><strong>กรุ๊บ 2A</strong> คือใบเขียวของคู่สมรสและบุตรที่อายุน้อยกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานหรือหย่าแล้วของผู้ถือใบเขียว โควต้ากรุ๊บนี้จำนวนใบเขียว 77% ของ 114,000 บวกจำนวนที่เหลือจากกรุ๊บ 1 ที่ไม่ได้ใช้</p>
<p><strong>กรุ๊บ 2B</strong> ใบเขียวของบุตรผู้ถือใบเขียวที่อายุ 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานหรือหย่าแล้วจำนวนใบเขียว 23% ของ114,000 บวกจำนวนที่เหลือจากกรุ๊บ 1 ที่ไม่ได้ใช้</p>
<p><strong>กรุ๊บสาม 3</strong><strong><sup>rd</sup></strong> คือใบเขียวของบุตรที่แต่งงานแล้วของซิติเซ่น โควต้าใบเขียวปีละ 65,000 คน บวกจำนวนที่เหลือจากกรุ๊บ 1 และ 2 ที่ไม่ได้ใช้</p>
<p><strong>กรุ๊บสี่ 4</strong><strong><sup>th</sup></strong> คือใบเขียวของพี่น้องของซิติเซ่น โควต้าใบเขียวปีละ 65,200 คน บวกจำนวนที่เหลือจากกรุ๊บ 3 ที่ไม่ได้ใช้</p>
<p><strong>วิธีอ่านโควต้า</strong></p>
<p>คุณสามารถเช็ควันที่โควต้าได้จากเว๊บไซท์ <a href="http://www.travel.state.gov/">www.travel.state.gov</a> คลิกเข้า Visas และ Visa Bulletin ในวีซ่าบุลเลอติน คุณจะเห็นเป็นตารางเขียน Family และแยกเป็น 1<sup>st</sup>, 2A, 2B, 3<sup>rd</sup>, 4<sup>th</sup> สำหรับคนไทยเราจัดอยู่ในตารางช่องแรกคือช่องทั่วไปของทุกประเทศ All Chargeability Areas Except Those Listed คุณก็เข้าไปดูว่าคุณจัดอยู่กรุ๊บไหน ตัวอย่างถ้าคุณเป็นคู่สมรสของใบเขียวคือ กรุ๊บ 2A วันที่ใน Visa Bulletin ของเดือนกันยา 2010 คือ 01 Jan 10 หมายความว่าตอนนี้เขากำลังจะเรียกเคสของผู้ที่ยื่นเรื่องก่อนเดือนมกราคม 2010</p>
<p><strong>โควต้ากระโดดเร็ว</strong></p>
<p>โดยปกติโควต้าใบเขียวขยับเหมือนเต่าคลานคือไปช้ามากๆทีละเดือน ตัวอย่าง โควต้าระหว่างเดือนมกราและกุมภาปี 2010 กรุ๊บ 1<sup>st</sup> ขยับ 2 เดือน กรุ๊บ 2A ขยับ 2 เดือน กรุ๊บ 2B ขยับ 1 เดือน กรุ๊บ 3<sup>rd</sup> ไม่ขยับ กรุ๊บ 4<sup>th</sup> ขยับ 1 ½ เดือน ที่ดิฉันเห็นความเปลี่ยนแปลงของโควต้าคือระหว่างเดือน พฤษภา และมิถุนา 2010 และมาถึงปัจจุบัน ที่อยู่ๆโควต้ากระโดดเร็วเหมือนกระต่าย (โดยปกติดิฉันจะเช็ควีซ่าบุลเลอตินทุกเดือน แต่ตอนที่โควต้ากระโดดคือเดือนมิถุนาที่ผ่านมา ดิฉันไม่อยู่พอดีไปเรียนเป็นครูสอนโยคะหนึ่งเดือน ที่ Mount Madonna พอกลับมาทำงานต่อ ตกใจเห็นโควต้ากรุ๊บสอง คู่สมรสใบเขียวและกรุ๊บสี่ กรุ๊บพี่น้องซิติเซ่น แทบจะปั่นทำงานไม่ทัน)  ดังนี้คือในระหว่างหนึ่งเดือน กรุ๊บ 1<sup>st</sup> ขยับ 2 เดือน <strong>กรุ๊บ 2A กระโดดไป 1 ปี 1 เดือน</strong> กรุ๊บ 2B ขยับ 4 เดือน กรุ๊บ 3<sup>rd</sup> แทบไม่ขยับ <strong>กรุ๊บ 4</strong><strong><sup>th</sup></strong><strong> ขยับ 4 เดือน ซึ่งกรุ๊บ 4 โดยปกติจะคลานช้ามาก</strong></p>
<p><strong>โควต้าเดือนกันยา 2010</strong></p>
<p>โควต้าเดือนกันยา 2010 ตามวันที่ข้างล่างนี้ หมายตวามว่าถ้าคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวก่อนหน้าวันที่ข้างล่างนี้ ถ้าคุณอยู่เมืองไทย คุณควรจะมีการจ่ายค่าใบเขียวหรือ Fee bills หรือกำลังถูกเรียกเก็บ หรือจะได้ใบเขียวไปอเมริกาเร็วๆนี้ ส่วนผู้ที่รอใบเขียวอยู่ในอเมริกา สามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวหรือ “ปรับสถานภาพ” (Adjustment of Status) ได้แล้ว <strong>ถ้า</strong>คุณไม่ได้อยู่เถื่อน หรือถ้าคุณอยู่เถื่อนแล้ว คุณต้องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i <strong><em>โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ มาตรา 245i ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่”  หน้า 2-</em>5 <em>และ 4-8 และ/หรือในหนังสือ “ชีวิตโรบินฮู้ด” หน้า 28ประโยชน์ของมาตรา 245i </em> </strong></p>
<p><strong>กรุ๊บหนึ่ง 1</strong><strong><sup>st</sup></strong> คือ 01 มกรา 2006</p>
<p><strong>กรุ๊บสอง 2A</strong> คือ 01 มกรา 2010</p>
<p><strong>กรุ๊บ</strong> <strong>2B</strong> คือ 01 มกรา 2005</p>
<p><strong>กรุ๊บสาม 3</strong><strong><sup>rd </sup></strong> คือ 01 มีนา 2002</p>
<p><strong>กรุ๊บสี่ 4</strong><strong><sup>th</sup></strong> คือ 15 ตุลา 2001</p>
<p><strong>ข้อดีข้อเสียที่โควต้ามาเร็ว</strong></p>
<p>ข้อดีคือ คนที่รอใบเขียวอยู่เมืองไทยหรืออยู่ในอเมริกาอย่างถูกต้อวคือวีซ่าไม่ขาดสามารถขอใบเขียวได้เลย แต่ผู้ที่รอเรื่องอยู่ในอเมริกาและวีซ่าขาดแล้ว และไม่ได้สิทธิภายใต้มาตรา 245i จะไม่สามารถดำเนินเรื่องขอใบเขียวในอเมริกาได้ เพราะการที่ผู้ขอใบเขียวภายใต้โควต้าจะรับใบเขียวในอเมริกาได้ต้องสถานภาพยังไม่ขาด คือยังไม่เป็นโรบินฮู้ดนั่นเอง หมายเหตุ อันนี้อย่างงนะคะ  คือผู้ที่ขอใบเขียวครอบครัวนอกโควต้า ถึงแม้จะเป็นโรยินฮู้ดแล้วก็สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้คือ คู่สมรสของซิติเซ่น พ่อแม่ของซิติเซ่น หรือลูกของซิติเซ่นที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานหรือหย่าแล้ว<strong><em>โปรดอ่านหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโรบินฮู้ดว่าได้สิทธิอะไรบ้าง จากหนังสือ“ชีวิตโรบินฮู้ด”</em></strong></p>
<p><strong>ตัวอย่างจากคำถามทางอีเมล์</strong></p>
<p><strong>ถาม</strong> ดิฉันแต่งงาน มีลูก 2 คน 3 และ 5 ขวบ แม่ดิฉันอยู่เมกาตอนนี้ถือใบเขียว 2 ปี ซึ่งสามารถทำซิติเซ่นได้ปีหน้า 2011 ดิฉันอยากไปอเมริกาไปทำงานที่นั่นและพาลูกไปเรียนด้วย สามีรับราชการอาจตามไปทีหลัง ถ้าให้คุณแม่ทำเรื่องให้ ตอนคุณแม่เป็นซิติเซ่นแล้วซึ่งเข้าใจว่าจะเป็น กรุ๊บ “เพร็ฟเฟอเร็นซ์สาม” เคยอ่านหนังสือคุณรุจีว่าต้องคอยประมาณ 6 ปี    จะมีวิธีไหนบ้างที่จะไปเมกาได้เร็วที่สุด หรือมีวิธีที่จะขอวีซ่าท่องเที่ยวไปทำงานโดยมีคนรับรองได้หรือไม่</p>
<p><strong>ตอบ</strong> ถ้าดูจากกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ ตอนนี้คุณแม่ทำอะไรให้คุณไม่ได้ เพราะคุณแม่ถือใบเขียว และแม่ใบเขียวไม่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่แต่งงานแล้วได้ แต่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่หย่าแล้วได้ในกรุ๊บ 2B หรือตามความเข้าของคุณคือ คุณแม่ต้องรอเป็นซิติเซ่นก่อน ถึงจะแอ็พพลายใบเขียวให้คุณและพ่วงครอบครัวได้หมดใน  กรุ๊บ “เพร็ฟเฟอเร็นซ์สาม”</p>
<p><strong>วิธีไปอเมริกาเร็วที่สุด</strong></p>
<p>ตามคำถามว่ามีวิธีใดเร็วที่สุดที่จะไปอเมริกา</p>
<p><strong>กรุ๊บ</strong> <strong>2B</strong> ถ้าคุณหย่า คุณแม่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้คุณเลยตอนนี้ในกรุ๊บ 2B ตาม rate โควต้ากรุ๊บนี้คุณและลูกคอยประมาณ 5 ปี+ ควรจะได้ใบเขียว</p>
<p><strong>กรุ๊บ 2A</strong> ถ้าหลังคุณได้ใบเขียวแล้ว และสามีอยากตามไปทีหลัง คุณกลับไปแต่งงานกับสามีใหม่และทำใบเขียวให้สามีในกรุ๊บ   2A ตาม rate โควต้ากรุ๊บนี้สามีควรได้ใบเขียวภายใน 1 ปี</p>
<p><strong>กรุ๊บ 3</strong><strong><sup>rd</sup></strong><strong> </strong> รอให้คุณแม่ได้ซิติเซ่นซึ่งอาจเป็นปี 2012 เพราะคุณบอกว่าคุณแม่ยังถือใบเขียว 2 ปี คุณแม่ต้องทำเรื่องขอใบเขียว 10 ปีก่อน เมื่อได้ใบเขียว 10 ปีแล้ว ถึงจะทำเรื่องซิติเซ่นได้ ตาม rate โควต้ากรุ๊บสามนี้ซึ่งจะขยับช้าสุด คุณและครอบครัวควรจะรอได้ใบเขียวประมาณ 8 ปี</p>
<p><strong>โยคะเพื่อสุขภาพ</strong><strong> </strong><strong> ดิฉันเปิด class ฝึกโยคะ เชิญแฟนคลับมาเรียนกัน สอนโดย “โยคิณีทนายความ” เอง  ถ้าผู้ใดสนใจเรียน โปรดโทรหาดิฉันที่ 714-994-5958 หรืออีเมล์ </strong><a href="mailto:attorneyruji@aol.com"><strong>attorneyruji@aol.com</strong></a><strong> คิดว่าอีกหน่อยถ้าดิฉันมีเวลาว่าจะเขียนคอลัมน์ โยคะเพื่อสุขภาพ </strong></p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/xmDXtNSmTTQLF8pceNFFRW738_Q/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/xmDXtNSmTTQLF8pceNFFRW738_Q/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/xmDXtNSmTTQLF8pceNFFRW738_Q/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/xmDXtNSmTTQLF8pceNFFRW738_Q/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/08/28/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/08/28/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ถาม/ตอบ หลังได้ใบเขียวสองปี</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/d8Tzq3k39JA/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/08/18/%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Aug 2010 10:13:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=318</guid>
		<description><![CDATA[มาโยคะกันเถอะ เปิด class ฝึกโยคะ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์เช้า ส่วนวันธรรมดา 2 วันต่อสัปดาห์ ช่วงบ่าย สอนโดย “โยคิณีทนายความ” ถ้าผู้ใดสนใจเรียน โปรดโทร 714-994-5958 หรืออีเมล์หาดิฉัน attorneyruji@aol.com เมื่อลูกความได้ใบเขียวแต่งงานใหม่ๆมักจะมีคำถามมากมายถึงสิทธิตัวเองและลูก ในคอลัมน์นี้เขียนคำถามคำตอบของผู้ที่พึ่งได้ใบเขียวแต่งงานสองปี ใบเขียวแต่งงาน ขอกล่าวรวบลัดเกี่ยวกับใบเขียวแต่งงานดังนี้ ถ้าคุณแต่งงานกับผู้ถือสัญชาติอเมริกัน ถึงแม้คุณจะเป็นโรบินฮู้ดแล้วก็ตามคุณสามารถทำใบเขียวแต่งงานได้ ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ไม่ต้องเสียค่าปรับ ถ้าคุณทำใบเขียวภายในสองปีหลังแต่งงาน เมื่อเรื่องผ่าน คุณจะได้ใบเขียวชั่วคราวใบแรกเรียก “ใบเขียวเงื่อนไข” หรือ Conditional Green Card มีอายุ 2 ปี ที่เรียกว่าใบเขียวเงื่อนไขเพราะทางอิมมิเกรชั่นต้องการให้คุณพิสูจน์ว่าคุณแต่งงานจริง โดยดูว่าถ้าผัวเมียอยูด้วยกันรอด 2 ปีก็จะสันนิษฐานว่าอยู่กันจริง หลังจากนั้นภายใน 90 วันก่อนใบเขียวแรกหมดอายุ คุณและคู่สมรสต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวรด้วยกัน โดยขอยกเลิกเงื่อนไขโดยแสดงหลักฐานพิสูจน์ว่าคุณทั้งสองยังอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา ถ้าเรื่องผ่านไปด้วยดี คุณไม่น่าถูกเรียกสัมภาษณ์อีก คุณจะได้ใบเขียว 10 ปี คุณสามารถยื่นเรื่องทำซิติเซ่นหรือโอนสัญชาติ 3 ปีหลังจากได้ใบเขียวใบแรก ตราบใดที่คุณและคู่สมรสยังอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มาโยคะกันเถอะ</strong><strong> </strong><strong> เปิด class ฝึกโยคะ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์เช้า ส่วนวันธรรมดา 2 วันต่อสัปดาห์ ช่วงบ่าย สอนโดย “โยคิณีทนายความ” ถ้าผู้ใดสนใจเรียน โปรดโทร 714-994-5958 หรืออีเมล์หาดิฉัน </strong><a href="mailto:attorneyruji@aol.com"><strong>attorneyruji@aol.com</strong></a></p>
<p>เมื่อลูกความได้ใบเขียวแต่งงานใหม่ๆมักจะมีคำถามมากมายถึงสิทธิตัวเองและลูก ในคอลัมน์นี้เขียนคำถามคำตอบของผู้ที่พึ่งได้ใบเขียวแต่งงานสองปี</p>
<p><strong>ใบเขียวแต่งงาน</strong></p>
<p>ขอกล่าวรวบลัดเกี่ยวกับใบเขียวแต่งงานดังนี้ ถ้าคุณแต่งงานกับผู้ถือสัญชาติอเมริกัน ถึงแม้คุณจะเป็นโรบินฮู้ดแล้วก็ตามคุณสามารถทำใบเขียวแต่งงานได้ ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ไม่ต้องเสียค่าปรับ ถ้าคุณทำใบเขียวภายในสองปีหลังแต่งงาน เมื่อเรื่องผ่าน คุณจะได้ใบเขียวชั่วคราวใบแรกเรียก “ใบเขียวเงื่อนไข” หรือ Conditional Green Card มีอายุ 2 ปี ที่เรียกว่าใบเขียวเงื่อนไขเพราะทางอิมมิเกรชั่นต้องการให้คุณพิสูจน์ว่าคุณแต่งงานจริง โดยดูว่าถ้าผัวเมียอยูด้วยกันรอด 2 ปีก็จะสันนิษฐานว่าอยู่กันจริง หลังจากนั้นภายใน 90 วันก่อนใบเขียวแรกหมดอายุ คุณและคู่สมรสต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวรด้วยกัน โดยขอยกเลิกเงื่อนไขโดยแสดงหลักฐานพิสูจน์ว่าคุณทั้งสองยังอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา ถ้าเรื่องผ่านไปด้วยดี คุณไม่น่าถูกเรียกสัมภาษณ์อีก คุณจะได้ใบเขียว 10 ปี คุณสามารถยื่นเรื่องทำซิติเซ่นหรือโอนสัญชาติ 3 ปีหลังจากได้ใบเขียวใบแรก ตราบใดที่คุณและคู่สมรสยังอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา ถ้าคุณเลิกกันถึงแม้ยังไม่หย่าก็ตามหลังได้ใบเขียวสองปี คุณต้องรอทำซิติเซ่น 5 ปีหลังได้ใบเขียวแรก <strong><em>คุณสามารถอ่านละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ใบเขียวสองปี</em></strong>”<strong><em> ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่”  หน้า 4-9”</em> </strong><strong><em>คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้กับดิฉัน แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ </em></strong><strong><em>081-480-4308</em></strong></p>
<p><strong>สัมภาษณ์ใบเขียวผ่านแล้ว ต้องทำอย่างไรและเมื่อไรจะได้ใบเขียว</strong></p>
<p>หลังสัมภาษณ์ ถ้าเรื่องผ่าน รอไปค่ะ  ประมาณ 1- 2 สัปดาห์จะได้จดหมายสองฉบับ ฉบับแรกเขียนว่าเรื่อง Approved และฉบับที่สองเขียนว่า Welcome to the United States และหลังจากนั้นจะได้รับใบเขียวส่งมาทางไปรษณีย์ค่ะ</p>
<p><strong>ทำไมเรียกสัมภาษณ์แล้วแต่ยังไม่ได้เวิ๊ร์ค เพอร์มิท (work permit) </strong></p>
<p>ปัจจุบันยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานเร็วขึ้นมาก ประมาณ 4 เดือนได้เรียกสัมภาษณ์ ในขณะเดียวกันระยะเวลารอ work permit ใช้เวลาประมาณเกือบ 4 เดือนเช่นกัน ฉะนั้นบ่อยครั้งที่คุณไปสัมภาษณ์ใบเขียวผ่านแล้ว แต่ work permit ตามมาทีหลัง ซึ่งไม่มีความหมายนักเพราะเมื่อคุณได้ใบเขียว เท่ากับคุณสามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมายโดยไม่ต้องใช้ work permit แต่ work permit จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีปัญหาและสัมภาษณ์ไม่ผ่าน เพราะอย่างน้อยก็ยังมี work permit และสามารถทำงานได้  และเมื่อมี work permit คุณสามารถขอใบโซเชียล และใบขับขี่ได้</p>
<p><strong>สัมภาษณ์ใบเขียวเสร็จแล้วเดินทางกลับบ้านเลยได้ไหมก่อนที่จะได้ใบเขียว</strong></p>
<p>ดิฉันไม่แนะนำให้ลูกความเดินทางออกนอกประเทศจนกว่าจะได้ใบเขียวอยู่ในมือ เพราะถ้ามีการผิดพลาด ใบเขียวส่งมาหาย หรือคุณสามีหรือภรรยาซิติเซ่นนั่งอยู่บ้านขณะคุณไปเที่ยวเมืองไทย ถ้าเขาเกิดนึกยั๊วะอะไรคุณขึ้นมา ริบใบเขียวที่ส่งมาที่บ้านและไม่ส่งไปให้คุณที่เมืองไทย ก็จะเป็นปัญหา (มีแฟนคอลัมน์เคยอีเมล์มาถามกรณีนี้) ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องเดินทางจริงๆหรือมีฉุกเฉินโดยคอยไม่ได้ คุณสามารถไปที่อิมมิเกรชั่นให้เขาแสตมป์วีซ่าถาวรให้เรียกI-551ในพาสปอร์ตของคุณ และคุณสามารถใช้วีซ่านั้นเดินทางกลับเข้าอเมริกาได้</p>
<p><strong>ได้ใบเขียวแล้วจะแอ็พพลายโซเชียลและใบขับขี่ได้เมื่อไร</strong></p>
<p>ทันทีที่คุณได้ใบเขียว คุณจะนำใบเขียวไปที่ออฟฟิสโซเชียล เซ็คคิวริตี้ และขอใบโซเชียลได้เลย และในขณะเดียวกันคุณนำใบโซเชียลไปขอใบขับขี่ได้ หรือถ้าคุณมีปัญหาสัมภาษณ์และยังไม่ได้ใบเขียว ได้แต่ work permit ตุณสามารถนำ work permit ไปขอใบโซเชียลก่อน และพอได้ใบโซเชียลจึงนำ work permit และใบโซเชียลไปขอใบขับขี่ หรือบัตรประชาชน (State I.D.) ในอเมริกา ใช้ใบขับขี่แทนบัตรประชาชน แต่ถ้าผู้ใดไม่ขับรถ จะขอเป็นบัตรประชาชนแทน</p>
<p><strong>หลังได้ใบเขียวดิฉันจะแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ได้เลยหรือไม่</strong></p>
<p>ไม่ได้ค่ะ ผู้ถือใบเขียวไม่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อหรือแม่ได้ คุณต้องรอเป็นซิติเซ่นก่อน</p>
<p><strong>ถ้าภรรยาไม่ยอมแอ็พพลายให้ลูก ผมจะแอ็พพลายให้ลูกเองได้ไหม นานเท่าไรถึงจะได้</strong></p>
<p>โดยปกติถ้าตอนคุณจดทะเบียน ลูกคุณอายุต่ำกว่า 18 ปี คู่สมรสสามารถแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกคุณได้ในฐานะลูกเลี้ยง ถึงแม้ลูกจะอยู่เมืองไทย ใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน แต่ถ้าตอนคุณจดทะเบียนเด็กอายุเกิน 18 ปีแล้ว คู่สมรสไม่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้บุตรได้คุณต้องเป็นคนแอ็พพลายเอง สมมติลูกคุณอายุต่ำกว่า 18 ปี และคู่สมรสไม่แอ็พพลายให้ ทันทีที่คุณได้ใบเขียวคุณสามารถแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกเลย ในฐานพ่อใบเขียวแอ็พพลายให้บุตรต่ำกว่าอายุ  21 ปี (กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2A)  ปัจจุบันโควต้ากระโดดเร็วมากค่ะสำหรับกรุ๊บ 2A ลูกอายุต่ำกว่า 21 ปี โควต้าคอยประมาณ 1 ปี ฉะนั้นเด็กน่าจะได้ใบเขียวเร็ว   <strong><em>โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่”  บท ใบเขียว หน้า 4-4”</em></strong></p>
<p><strong>ดิฉันต้องรอให้ได้ใบเขียว 10 ปีก่อนที่จะแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่อยู่ในเมืองไทยหรือไม่</strong></p>
<p>ไม่ต้องคอยค่ะ แอ็พพลายได้เลย</p>
<p><strong>อิมมิเกรชั่นบอกว่าลูกชายได้ใบเขียวแล้ว ต้องไปลง Selective service หมายถึงอะไร</strong></p>
<p>Selective Service แปลว่าการลงทะเบียนเป็นทหาร(สำรอง) ฉะนั้นลูกคุณจะไม่ถูกเรียกนอกจากจะมีเหตุคับขันเช่นสงครามหรือ??? ที่ชาติต้องการ เขาสามารถเรียกได้ ซึ่งยากที่จะเกิดขึ้น  ตามกฎชายที่ถือใบเขียวอายุระหว่าง 18 -25 ปีต้องลงทะเบียนทหาร ถ้าไม่ลงทะเบียนจะมีปัญหาตอนทำซิติเซ่น คุณสามารถไปขอฟอร์มได้ที่ไปรษณีย์หรือกรอกฟอร์มออนไลน์ <a href="http://www.sss.gov/">www.sss.gov</a></p>
<p><strong>หลังได้ใบเขียวจะต้องออกเสียงเลือกตั้ง (โวท vote) หรือถูกเรียกเป็นลูกขุนหรือไม่</strong></p>
<p>ไม่ค่ะ ซิติเซ่นเท่านั้นถึงจะโวท ถ้าคุณโวทถือว่าผิดกฎหมายและคุณไม่สามารถสอบซิติเซ่นได้ตลอดไป ลูกขุนเช่นกันไม่ถูกเรียกค่ะ ซิติเซ่นเท่านั้นที่จะถูกเรียก</p>
<p><strong>ถ้าหย่าก่อนได้ใบเขียว 10 ปี จะสูญใบเขียวหรือไม่</strong></p>
<p>ตามกฎอิมมิเกรชั่นสูญค่ะ ถ้าคุณไม่ทำอะไรปล่อยให้มันขาดหลังสองปี แต่คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองได้ ถ้าคุณแสดงหลักฐานว่าคุณแต่งงาน อยู่ด้วยกันจริง  หรือถูกทารุณกรรม</p>
<p><strong>ถ้าหย่าก่อนได้ใบเขียว 10 ปี และแต่งงานใหม่กับซิติเซ่น สามีใหม่จะยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีให้ได้ไหม</strong></p>
<p>ไม่ได้ค่ะ ใบเขียวของใครของมัน กรณีนี้คุณต้องให้สามีใหม่ยื่นเรื่องขอใบเขียวใหม่ให้ ซึ่งคุณก็จะได้ใบเขียวสองปี ซึ่งตอนยื่นครั้งที่สองคุณจะถูกเพ่งเล็งมากค่ะ ว่าแต่งงานครั้งแรกแต่งปลอมหรือเปล่า</p>
<p><strong>ได้ใบเขียวสองปีแล้วหย่าได้เลยไหม</strong></p>
<p>แหม อันนี้อย่าให้ตอบเลยน่ะ!!!!!</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Bg4b9OgyrWE8d6RPmoUk5RU_FIY/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Bg4b9OgyrWE8d6RPmoUk5RU_FIY/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Bg4b9OgyrWE8d6RPmoUk5RU_FIY/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Bg4b9OgyrWE8d6RPmoUk5RU_FIY/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/08/18/%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/08/18/%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%ad/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>“แบล็คลิสท์” และ “อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น”</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/FVxPQ3AyBXM/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/08/12/%e2%80%9c%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b9%8c%e2%80%9d-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e2%80%9c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Aug 2010 13:18:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=314</guid>
		<description><![CDATA[ระกาศ   วันเสาร์และอาทิตย์ที่แล้วดิฉันเปิดสอนโยคะ class แรก มีนักเรียนมา 5 คน และเพื่อนๆมาอีกรวม 8 คน บวกคุณครู เกือบทุกคนเป็นนักเรียนใหม่ ทั้งครูและนักเรียนแฮ็ปปี้ ดิฉันมีสตูดิโอทั้งในและนอกบ้าน สัปดาห์ที่แล้วเราเล่นโยคะกันสตูดิโอข้างหลังบ้าน เพราะอากาศสบาย มีเสียงน้ำตกและกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งเป็นแบ๊คกราวนด์ ถ้าผู้ใดสนใจเรียนโยคะ โปรดดโทรหรืออีเมล์หาดิฉัน “แบล็คลิสท์”และ“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” คอลัมน์สัปดาห์นี้เรามาทำความเข้าใจกับคำว่า “แบล็คลิสท์” และ “อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” คนไทยส่วนมากจะใช้คำ“แบล็คลิสท์” แทบทุกสถานการณ์ ตัวอย่าง ดิฉันขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน จะติด“แบล็คลิสท์”นานเท่าไร ถึงจะไปขอวีซ่าใหม่ได้ ถ้าเคยขอวีซ่าท่องเที่ยวหลายครั้งไม่ผ่าน และตอนนี้จะแต่งงานกับซิติเซ่น จะถูก“แบล็คลิสท์”ตอนขอใบเขียวแต่งงานหรือไม่ ถ้าขอต่อวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน กว่าจะรู้ผลก็อยู่เกินไป 3 เดือน กรณีนี้ถ้ารีบเดินทางออกจะถูก“แบล็คลิสท์”ไหม จะมีปัญหาตอนกลับเข้าเมกาคราวหน้าไหม ถ้าวีซ่าเล็กขาด และรีบกลับเมืองไทยก่อน 6 เดือน ตามที่อ่านคอลัมน์คุณรุจี จะไม่ถูก“แบล็คลิสท์” 3 -10 ปี และจะไปเมกาใหม่ได้เมื่อไร “แบล็คลิสท์” คำว่า “แบล็คลิสท์” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ระกาศ   วันเสาร์และอาทิตย์ที่แล้วดิฉันเปิดสอนโยคะ class แรก มีนักเรียนมา 5 คน และเพื่อนๆมาอีกรวม 8 คน บวกคุณครู เกือบทุกคนเป็นนักเรียนใหม่ ทั้งครูและนักเรียนแฮ็ปปี้ ดิฉันมีสตูดิโอทั้งในและนอกบ้าน สัปดาห์ที่แล้วเราเล่นโยคะกันสตูดิโอข้างหลังบ้าน เพราะอากาศสบาย มีเสียงน้ำตกและกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งเป็นแบ๊คกราวนด์ ถ้าผู้ใดสนใจเรียนโยคะ โปรดดโทรหรืออีเมล์หาดิฉัน</strong></p>
<p><strong> “แบล็คลิสท์”และ“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น”</strong></p>
<p>คอลัมน์สัปดาห์นี้เรามาทำความเข้าใจกับคำว่า “แบล็คลิสท์” และ “อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” คนไทยส่วนมากจะใช้คำ“แบล็คลิสท์” แทบทุกสถานการณ์ ตัวอย่าง</p>
<ol>
<li>ดิฉันขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน จะติด“แบล็คลิสท์”นานเท่าไร ถึงจะไปขอวีซ่าใหม่ได้</li>
<li>ถ้าเคยขอวีซ่าท่องเที่ยวหลายครั้งไม่ผ่าน และตอนนี้จะแต่งงานกับซิติเซ่น จะถูก“แบล็คลิสท์”ตอนขอใบเขียวแต่งงานหรือไม่</li>
<li>ถ้าขอต่อวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน กว่าจะรู้ผลก็อยู่เกินไป 3 เดือน กรณีนี้ถ้ารีบเดินทางออกจะถูก“แบล็คลิสท์”ไหม จะมีปัญหาตอนกลับเข้าเมกาคราวหน้าไหม</li>
<li>ถ้าวีซ่าเล็กขาด และรีบกลับเมืองไทยก่อน 6 เดือน ตามที่อ่านคอลัมน์คุณรุจี จะไม่ถูก“แบล็คลิสท์” 3 -10 ปี และจะไปเมกาใหม่ได้เมื่อไร</li>
</ol>
<p><strong>“แบล็คลิสท์” </strong></p>
<p>คำว่า “แบล็คลิสท์” (Black List) ดิฉันเข้าใจว่าตามคำถามข้างต้น คงหมายถึง“ประวัติเสีย” หรือ “แบ๊ด เร็คคอร์ด” (Bad record) ในแง่กฎหมายอิมมิเกรชั่น ถ้าประวัติคุณเสียเท่ากับคุณไม่ได้ทำอะไรผิดตามตัวบทกฎหมาย แต่มองจากการกระทำของคุณ ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคุณไม่บริสุทธิ์ใจ อันนี้ยากที่จะเปลี่ยนใจหรือเปลี่ยนความคิดเจ้าหน้าที่ได้ในอนาคต แต่การกระทำบางอย่างเช่นขอวีซ่าไม่ผ่าน ไม่ได้หมายความเสมอไปว่าคุณจะถูก“แบล็คลิสท์”หรือประวัติเสีย</p>
<p><strong>“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น”</strong></p>
<p>“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” เป็นตัวกฎหมายที่ระบุอยู่ในกฎหมายอิมมิเกรชั่นฉบับปฏิรูปปี ค.ศ. 1996 ดังนี้ “ผู้ใดที่อยู่เกินกำหนดวันที่บนบัตรขาเข้า (วีซ่าเล็ก) ถึงแม้ว่าเพียงวันเดียวก็ถือว่าอยู่อย่างผิดกฎหมายหรือ “อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” (Unlawful Presence) โทษคือ ถ้าผู้ใดที่อยู่เกิน 6 เดือนแต่ไม่เกิน 1 ปี เมื่อเดินทางออกนอกอเมริกาเมื่อไร จะไม่สามารถเข้าอเมริกาได้ 3 ปีนับตั้งแต่วันเดินทางออก และถ้าผู้ใดอยู่เกิน 1 ปีขึ้นไป จะไม่สามารถเข้าอเมริกาได้ 10 ปี <strong><em>โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมาย </em></strong>“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น”<strong><em> ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่”  หน้า 2-</em>5 <em>บทกฎหมายคนเข้าเมือง แลหัวข้อ “วีซ่าใหญ่วีซ่าเล็ก”ในหนังสือชีวิตโรบินฮู้ดหน้า 9 และคำถามคำตอบหน้า 12 </em> </strong><strong><em>คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้กับดิฉัน แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ </em></strong><strong><em>081-480-4308</em></strong></p>
<p><strong>ตอบคำถามข้างต้น</strong></p>
<p><strong>ขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน “แบล็คลิสท์” นานเท่าไร </strong></p>
<p>ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน ไม่จำเป็นว่าคุณจะถูก“แบล็คลิสท์” มันขึ้นอยู่กับว่าคุณขอวีซ่าไม่ผ่านเนื่องจากอะไร ถ้าคุณขอไม่ผ่านเนื่องจากหลักฐานการเงินไม่ดีพอ หรืองานไม่มั่นคง ซึ่งทำให้ทางสถานทูตสันนิษฐานว่าคุณต้องการไปทำงานเขาก็จะไม่ออกวีซ่าให้ แต่คุณไม่ประวัติเสีย คุณอาจพยายามขอวีซ่าใหม่ได้ ถ้าสถานการณ์ของคุณเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น คุณมีงานทำดี มั่นคง หรือแต่งงานมีคู่สมรสงานมั่นคง เป็นต้น แต่ถ้ากรณีคุณกรอกใบสมัครไม่ตรงความจริงหรือตอนตอนสัมภาษณ์อาจโกหก เช่น คุณมีพ่อ แม่ พี่ น้องอยู่ในอเมริกา แต่บอกว่าไม่มี กรณีนี้ คุณก็จะถูก “แบล็คลิสท์” ประวัติเสีย และ/หรืออาจจะผิดกฎหมายเข้าข่ายความประพฤติ กรณีนี้คุณอาจต้องรอ 5 ปีก่อนที่จะพยายามขอวีซ่าใหม่ได้ (แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะให้)</p>
<p><strong>ถ้าขอวีซ่าท่องเที่ยวหลายครั้งไม่ผ่าน และขอใบเขียวแต่งงานภายหลังจะถูก“แบล็คลิสท์”ไหม</strong></p>
<p>ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน โดยปกติคุณขอใบเขียวแต่งงานภายหลัง คุณจะถูกเพ่งเล็งว่าคุณแต่งงานจริงหรือเปล่า หรือแต่งงานเพื่อความสะดวกที่จะได้ใบเขียว เนื่องจากพยายามขอวีซ่าท่องเที่ยวหลายครั้งไม่ผ่าน แต่กรณีนี้ถ้าคุณแต่งงานจริงไม่น่าเป็นปัญหาค่ะ</p>
<p><strong>ถ้าขอต่อวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่านและรีบกลับ จะถูก“แบล็คลิสท์”และมีปัญหาตอนกลับเข้าเมกาคราวหน้าไหม</strong></p>
<p>ข้อนี้และข้อ 4 คำตอบเหมือนกัน คือคุณเข้าข่าย“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” และอาจถูก “แบล็คลิสท์” ด้วย เพราะเท่ากับคุณผิดกฎ“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น”เพราะคุณอยู่ ถึงแม้จะเพียงวันเดียว แต่เนื่องจากคุณอยู่ไม่เกิน 6 เดือน คุณสามารถกลับเข้าอเมริกาได้ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ “แบล็คลิสท์” คุณเสียก่อน โดยสันนิษฐานว่าคุณอาจมาอยู่เลย หรืออยู่เกินอีก คือประวัติศาสตร์ซ้ำรอย นอกจากคุณจะตแสดงหลักฐานถึงเหตุผลดีมากๆและคุณสุจริตใจ และสามารถทำให้เขาเชื่อว่าคุณมีความจำเป็นต้องงอยู่เกิน</p>
<p><strong>จดหมายแฟนคอลัมน์</strong></p>
<p><strong>คนไทยถืออเมริกันพาสปอร์ทต้องการยู่นานในเมืองไทย</strong></p>
<p>เรียนทนายรุจี<strong> </strong>ผมเคยเมล์ขอคำปรึกษาคุณบ่อยๆ หลังสุดที่ได้ปรึกษาเกียวกับลูกชายผมที่เพิ่งได้ American passport แต่ไม่มีเวลาทันเพื่อขอวีซ่าเข้าไทย ผมได้ทำตามคำแนะนำของคุณคือใช้พาสปอร์ทอเมริกาเข้าไทยโดยไม่มีวีซ่าอยู่ได้ 30 วัน พอไกล้หมดอายุ ผมได้ไปขอต่อระยะการอยู่เมืองไทยต่อที่จังหวัดผม(อุดรธานี)ซึงเปิดให้บริการผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในจ.อุดรๆและจ.หนองบัวลำภูเท่านั้น ตอนแรกเจ้าหน้าที่ก็จะไม่ทำให้เพราะเข้าใจว่าเป็นคนต่างชาติ ผมจึงบอกจนเจ้าหน้าที่ว่าลูกชายเคยถือสัญชาติไทยมาก่อน เค้าจึงขอเอกสาร 2 ชุดมี บัตรปชช.ไทย ใบเกิด ทะเบียนบ้าน หน้าพาสปอร์ทอเมริกาและหน้าประทับตาเข้าไทย&#8230;กรอกแบบฟอร์ม และจ่ายค่าทำเนียม (แบบเข้า-ออกประเทศได้1ครั้งภายใน 1 ปี) 1,900 บาท ถ้าเลือกแบบเข้าออกกี่ครั้งก็ได้ภายใน1ปี ค่าธรรมเนียม 3,800 บาท เจ้าหน้าที่แนะนำว่าถ้าไม่ได้เข้าออกบ่อยให้เลือกแบบ 1,900 ก็พอ และเมื่อไหร่ต้องการออกจากประเทศไทยก็เพียงแต่มาขอแบบฟอร์มและแจ้งที่ตม.อุดรๆ ก็ใช้สิทธิได้เป็นครั้งๆไปโดยไม่ต้องเสียสิทธิค่าธรรมเนียม  1,900 บาท สรุปทำเรื่องสะดวกมากครับและใช้เวลาประมาณครึ่งชม.เท่านั้น จึงเรียนให้คุณรุจีทราบเผื่อเป็นข้อมูลให้คนอื่นด้วย หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้าง และขอขอบคุณอีกครั้งนะครับสำหรับคำแนะนำที่ผ่านมา<strong><br />
</strong><strong><em>คุณสามารถอ่านคอลัมน์นี้ได้จาก website ค่ะ </em></strong><a href="http://www.rujirat.com/"><strong><em>www.rujirat.com</em></strong></a><strong><em> และติดต่อดิฉันได้ทางโทรศัพท์ 714.994.5958 หรือทางอีแฟกส์ที่ 714.475.6939 หรืออีเมล์หาดิฉันได้ที่ </em></strong><a href="mailto:attorneyruji@aol.com"><strong><em>attorneyruji@aol.com</em></strong></a><strong><em> และคุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยส่งเช็คถึง Ruji Totari ไปที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 ราคาหนังสือตามโฆษณาข้างบนนี้ รวมค่าส่งแล้ว แฟนเว๊บไซท์ดูวิธีสั่งซื้อได้โดยคลิกเข้าไปที่ “หนังสือ” แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ </em></strong><strong><em>081-480-4308</em></strong><strong><em> </em></strong></p>
<div><strong><em><br />
</em></strong></div>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Mc86FCuWzZsvBWUDhlqTayTKMNU/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Mc86FCuWzZsvBWUDhlqTayTKMNU/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Mc86FCuWzZsvBWUDhlqTayTKMNU/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Mc86FCuWzZsvBWUDhlqTayTKMNU/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/08/12/%e2%80%9c%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b9%8c%e2%80%9d-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e2%80%9c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/08/12/%e2%80%9c%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b9%8c%e2%80%9d-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e2%80%9c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a7/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/dmUy50CnDU8/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/07/28/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 03:10:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=311</guid>
		<description><![CDATA[ควันหลงโยคะ สัปดาห์ที่แล้วดิฉันเขียนเรื่องโยคิณีทนายความ เรื่องดิฉันไปเรียนจบหลักสูตรครูสอนโยคะ หลังจากลงคอลัมน์ดิฉันได้ feed back จากแฟนๆดังนี้ ควันหลงโยคะ “ดิฉันได้มีโอกาสเข้าไปอ่านคอลัมน์ของคุณ รู้สึกปลื้มใจคุณรุจิรา (“รุจีรัตน์”ค่ะ)มากๆ รู้สึกภูมิใจว่ามีคุณที่เป็นผู้หญิงไทยที่เก่งมากๆ คุณเป็นหน้าเป็นตาให้กับชาติบ้านเมืองไทยอย่างยิ่งและยังจรรโลงสังคมด้วยการเขียนบอกเล่าข้อมูลดีๆเป็นวิทยาทานให้คนทั่วไปที่ไม่รู้และคิดไม่ถึงอีกด้วย ดิฉันขอให้คุณประสบความสำเร็จในทุกเรื่องและเจริญๆยิ่งขึ้นไปด้วยนะคะ&#8230;&#8230;&#8230;.”   “โยคะ&#8211;คุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เลือกทางที่ถูก” “I am so proud of you, P Ruji, you are my inspiration!” “ดิฉันอยากเรียนโยคะกับคุณ จะต้องทำอย่างไร และจะเปิด class สอนเมื่อไร” ขอบคุณมากๆๆๆๆค่ะ ดิฉันดีใจมีแฟนๆ ติดตามอ่านคอลัมน์ และสนับสนุนการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของดิฉัน สามีดิฉันเองยังติดตามการเคลื่อนไหวของดิฉัน เขาว่าดิฉันมีกิจกรรมและไอเดียใหม่ๆมาเซอร์ไพรส์เขาอยู่เสมอ นอกจากโยคะแล้วตอนนี้ดิฉันยังเข้าครัวลองทำอาหารทุกชาติ และค้นพบว่าตัวเองชอบทำขนมมากๆ (ปล่อยให้สามีเป็นแผนกอาหาร เพราะเขาทำกับข้าวอร่อยไม่อยากแย่งหน้าที่) ตั้งแต่ขนมเค็ก ขนมปังโดยเฉพาะขนมปังอาหรับพิต้า (pita bread) ขนมหวานของอาหรับต่างชนิด(สามีเป็นชาวอาหรับ) ขนมใข่ของฝรั่งเศษเรียก“แม็ดดาลีน”ขนมของว่างทานเล่นกับน้ำชา อังกฤษเช่นสโกน (scones) และยังแถมทำแยมต่างชนิดเองเพื่อทานกับสโกน เพื่อนบ้านก็จะมานั่งทานกาแฟและเป็นหนูตะเภาลองทานขนมแต่ละชนิดของดิฉันทุกวันเสาร์ แฮ็ปปี้ทั้งคนทำและคนทาน เลยรู้ว่าการทำขนมหวานอร่อยๆๆเป็นวิธี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ควันหลงโยคะ</strong></p>
<p>สัปดาห์ที่แล้วดิฉันเขียนเรื่องโยคิณีทนายความ เรื่องดิฉันไปเรียนจบหลักสูตรครูสอนโยคะ หลังจากลงคอลัมน์ดิฉันได้ feed back จากแฟนๆดังนี้</p>
<p><strong>ควันหลงโยคะ</strong></p>
<p>“ดิฉันได้มีโอกาสเข้าไปอ่านคอลัมน์ของคุณ รู้สึกปลื้มใจคุณรุจิรา (“รุจีรัตน์”ค่ะ)มากๆ รู้สึกภูมิใจว่ามีคุณที่เป็นผู้หญิงไทยที่เก่งมากๆ คุณเป็นหน้าเป็นตาให้กับชาติบ้านเมืองไทยอย่างยิ่งและยังจรรโลงสังคมด้วยการเขียนบอกเล่าข้อมูลดีๆเป็นวิทยาทานให้คนทั่วไปที่ไม่รู้และคิดไม่ถึงอีกด้วย ดิฉันขอให้คุณประสบความสำเร็จในทุกเรื่องและเจริญๆยิ่งขึ้นไปด้วยนะคะ&#8230;&#8230;&#8230;.”   “โยคะ&#8211;คุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เลือกทางที่ถูก” “I am so proud of you, P Ruji, you are my inspiration!” “ดิฉันอยากเรียนโยคะกับคุณ จะต้องทำอย่างไร และจะเปิด class สอนเมื่อไร”</p>
<p>ขอบคุณมากๆๆๆๆค่ะ ดิฉันดีใจมีแฟนๆ ติดตามอ่านคอลัมน์ และสนับสนุนการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของดิฉัน สามีดิฉันเองยังติดตามการเคลื่อนไหวของดิฉัน เขาว่าดิฉันมีกิจกรรมและไอเดียใหม่ๆมาเซอร์ไพรส์เขาอยู่เสมอ นอกจากโยคะแล้วตอนนี้ดิฉันยังเข้าครัวลองทำอาหารทุกชาติ และค้นพบว่าตัวเองชอบทำขนมมากๆ (ปล่อยให้สามีเป็นแผนกอาหาร เพราะเขาทำกับข้าวอร่อยไม่อยากแย่งหน้าที่) ตั้งแต่ขนมเค็ก ขนมปังโดยเฉพาะขนมปังอาหรับพิต้า (pita bread) ขนมหวานของอาหรับต่างชนิด(สามีเป็นชาวอาหรับ) ขนมใข่ของฝรั่งเศษเรียก“แม็ดดาลีน”ขนมของว่างทานเล่นกับน้ำชา อังกฤษเช่นสโกน (scones) และยังแถมทำแยมต่างชนิดเองเพื่อทานกับสโกน เพื่อนบ้านก็จะมานั่งทานกาแฟและเป็นหนูตะเภาลองทานขนมแต่ละชนิดของดิฉันทุกวันเสาร์ แฮ็ปปี้ทั้งคนทำและคนทาน เลยรู้ว่าการทำขนมหวานอร่อยๆๆเป็นวิธี “ชนะมิตรและจูงใจคน”ได้อย่างดี</p>
<p><strong>เรื่องสอนโยคะ</strong></p>
<p>ดิฉันกำลังวางแผนอยู่ค่ะเพราะแถวบ้านก็มีเพื่อนบ้านคนไทยหลายคนที่อยากเรียนโยคะกับดิฉัน ดิฉันเชื่อว่าดิฉันจะสอนได้ดีเนื่องจากเพิ่งเรียนจบหลักสูตรมา ความรู้กำลังแน่นอยากถ่ายทอด นึกถึงตอนเรียนจบทนายใหม่ๆ ได้ไปกวดวิชาก่อนสอบ “บาร์ เอ็กแซม” หรือ “เนฯ” วันเรียนจบครูกวดวิชาให้พรพวกเราว่า “พวกคุณตอนนี้ความรู้แน่นมากกว่าทนายที่ทำมานาน เพราะคุณพึ่งติวจบวิชาทุกสาขา ขออวยพรให้คุณสอบผ่านและขอให้นำความรู้นี้ไปใช้ในทางที่ถูก และเป็นทนายที่ดี” ตอนดิฉันจบคอร์สโยคะ ครูก็ให้คติและสติพวกเราว่า “สอนเพื่อเรียน หรือ Teach to learn อย่าเป็นครูเพื่อแสดงอำนาจ ทักษะที่ดีของการสอนคือ รักในสิ่งที่ตนทำ ให้โดยไม่เห็นแก่ตัว รักและเมตตา” ดิฉันตั้งใจจะถือคตินี้เมื่อสอน สรุป ดิฉันตั้งใจจะสอนโยคะ วันพุธและอาทิตย์ เวลา 9.30 น.พุธ 1 ชั่วโมง คิดว่าวันอาทิตย์จะสอน 1 ชั่วโมง 15 นาที ฝึกลมปราณ 15 นาที และโยคะ 1 ชั่วโมง ที่สตูดิโอ(บ้านดิฉัน) ซึ่งมีเนื้อที่จำกัด ถ้าผู้ใดสนใจเชิญติดต่อค่ะ คุณๆจะเป็นนักเรียนรุ่นแรกของดิฉัน</p>
<p><strong>เรื่องอาชีพทนาย</strong></p>
<p>ตามที่แฟนบางคนถามมาว่าจะเลิกเป็นทนายไปเป็นครุสอนโยคะหรือ ไม่เลิกค่ะ แฮ้ปปี้มากๆ เป็นโยคิณีทนายความ การฝึกโยคะช่วยให้ดิฉันเป็นทนายที่ดีขึ้น</p>
<p><strong>ใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i</strong></p>
<p>กลับมาเรื่องอิมมิเกรชั่น พอดิฉันกลับจากเรียนโยคะ ก็เจองานประดังจากเคสใบเขียวพี่น้องที่ลูกความได้ยื่นกันไว้ระหว่างมกรา-เมษาปี 2001 ภายใต้มาตรา 245i เพราะตอนนี้โควต้าหรือ “พรายออริตี้เดท” กรุ๊บพี่น้องคือกรุ๊บ 4 (คุณสามาาถเช็ค priority date ได้ใน <a href="http://www.travel.state.gov/">www.travel.state.gov</a> under Immigrant Visas, Priority Date) มาถึงแล้วเร็วกว่ากำหนด ก่อนดิฉันไปโยคะ เดือนมิถุนา กรุ๊บพี่น้องโควต้าอยู่เดือนกันยา 2000 ระหว่างเรียนโยคะเดือนกรกฎา โควต้ากระโดดมาเดือนมกรา 2001 ดิฉันก็กะกลับมามีเวลาทำเคส ที่ไหนได้พอกลับมาเช็คเข้าไปปรากฎว่าเขาโพสโควต้าของเดือนสิงหาว่ากรุ๊บพี่น้องกระโดดเป็นเดือนมิถุนา 2001 ดิฉันตั้งตัวแทบไม่ทัน ตอนนี้ก็เลยปั่นรีบทำเคสพี่น้อง ทุกคนแฮ็ปปี้หลังจากที่คอยกันมานาน <strong>ดิฉันสังเกตุอยู่อย่างคือ พี่น้องซิติเซ่นที่ยื่นเรื่องใบเขียวให้พี่น้องโรบินฮู้ดของตน แต่ละคนกุลีกุจอให้ความร่วมมือกับดิฉันมากๆ ขอเอกสารอะไรรีบส่งให้หมด ซึ่งต่างกับเคสใบเขียวคู่สมรส ที่คู่สมรสบางคู่ต้องค่อยๆประคับประคองความสัมพันธ์ เพื่อให้การขอใบเขียวไปอย่างราบรื่น เลยสรุปได้ว่า “พี่น้อง ยังไงก็ไม่ทิ้งกัน” </strong></p>
<p><strong>ใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i</strong></p>
<p>โดยปกติเมื่อคุณวีซ่าขาดและกลายเป็นโรบินฮู้ดแล้ว คุณไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ ต้องกลับไปรับที่เมืองไทย ซึ่งเสี่ยงกลับมาอเมริกาอีกไม่ได้ ยกเว้นใบเขียวแต่งงานกับซิติเซ่น ซิติเซ่นทำให้พ่อแม่ หรือพ่อแม่ทำให้ลูกอายุต่ะกว่า 21 ปี ถึงจะรับใบเขียวในอเมริกาได้ กฎนี้ทำให้เป็นปัญหาต่อสมาชิกครอบครัวในกรุ๊บอื่นๆโดยเฉพาะกรุ๊บพี่น้อง ที่พี่หรือน้องที่เป็นซิติเซ่นสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้พี่น้องอาจต่างพ่อหรือต่างแม่ได้ แต่เนื่องจากใบเขียวพี่น้องใช้เวลานานมากประมาณ 10 ปี พี่น้องที่รออยู่ในอเมริกาก็จะเถื่อนเป็นโรบินฮู้ด และเมื่อโควต้ามาถึงก็ไม่สามารถรับใบเขียวได้ นอกจากจะมีกฎหมายเรียกมาตรา 245i เข้ามาช่วย มาตรา 245i นี้ช่วยให้โรบินอู้ดที่เข้ามาอเมริกาก่อน วันที่ 20 ธันวาคม 2000 และได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ก่อนวันที่ 30 เมษา 2001 รับใบเขียวในอเมริกาโดยจ่ายค่าปรับนอกเหนือจากค่าอิมมิเกรชั่นปกติอีกคนละ $1,000  <strong><em>โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ มาตรา 245i ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่”  หน้า 2-</em>5 <em>และ 4-8 และ/หรือในหนังสือชีวิตโรบินฮู้ดหน้า 28ประโยชน์ของมาตรา 245i </em> </strong><strong><em>คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้กับดิฉัน แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ </em></strong><strong><em>081-480-4308</em></strong></p>
<p><strong>การรักษาสิทธิภายใต้มาตรา 245i</strong></p>
<p>ถ้าคุณได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i คู่สมรสคนเก่าของคุณที่จดทะเบียนสมรสก่อนหน้ายื่นเรื่อง และบุตร สามารถคงสิทธินี้ไปได้ตลอด ในกรณีที่คู่สมรสหรือบุตรเกิดขาดคุณสมบัติที่จะได้ใบเขียวตอนนี้ แต่เขาสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวในอนาคตและใช้สิทธิภายใต้มาตรา 245i นี้ได้ตัวอย่าง</p>
<p><strong>คุณหย่ากับคู่สมรสเก่า</strong></p>
<p>กรณีพี่น้องซิติเซ่นยื่นใบเขียวให้ คู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานจะได้ใบเขียวพ่วงตามคุณด้วย กรณีคุณหย่ากับคู่สมรสเก่าที่คุณจดทะเบียนก่อนหน้ายื่นเรื่อง คุณสมรสเก่าก็จะไม่ได้ใบเขียวตามคุณ แต่สมมติในอนาคตเขามีนายจ้างจะยื่นเรื่องขอใบเขียวคนงานให้ หรืออาจถูกใบเขียวล็อตโต้ ซึ่งปกติเขาจะรับใบเขียวในอเมริกาไม่ได้เพราะเขาเป็นโรบินฮู้ด แต่ในกรณีนี้จะยื่นได้เพราะคู่สมรสคุณสามารถรักษาสิทธิภายใต้มาตรา 245i ของคุณได้</p>
<p><strong>คู่สมรสใหม่</strong></p>
<p>กรณีคุณแต่งงานใหม่กับโรบินฮู้ด คู่สมรสคนใหม่ของคุณจะได้ใบเขียวพ่วงตามคุณ ไม่สำคัญว่าเขาจะเข้ามาหลัง วันที่ 20 ธันวาคม 2000 เพราะคู่สมรสที่พ่วงไม่ต้องพิสูจน์หลักฐานว่าอยู่ในอเมริกาก่อนวันที่ 20 ธันวาคม 2000</p>
<p><strong>ลูกอายุเกิน 21 ปี</strong></p>
<p>กรณีลูกอายุเกิน 21 ปีหรือ age out และไม่ได้ปกป้องใน Child Status Protection Act เด็กก็จะได้รักษาสิทธิภายใต้มาตรา 245i จากคุณ ตามตัวอย่างข้างต้นเช่นกัน</p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Fl6wVPGkiXZqMxmQyKLGeJkXhDA/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Fl6wVPGkiXZqMxmQyKLGeJkXhDA/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Fl6wVPGkiXZqMxmQyKLGeJkXhDA/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/Fl6wVPGkiXZqMxmQyKLGeJkXhDA/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/07/28/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/07/28/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2-2/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>โยคิณีทนายความ</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/u9SVvPHAZ8A/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/07/23/%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Jul 2010 02:13:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=308</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ ดิฉันไม่ได้เขียนคอลัมน์ 5 สัปดาห์ หายไปเรียนหลักสูตรครูสอนโยคะ Yoga Teacher Training Course หรือ YTT หนึ่งเดือน ตอนนี้เรียนจบ รับประกาศนียบัตรเมื่อวันที่ 15 กรกฎา เท่ากับตอนนี้ดิฉันเป็น “โยคิณี” เต็มตัวแล้ว หลักสูตรนี้เป็นคอร์ส 200 ชั่วโมง (ปัจจุบันมีหลักสูตร 200 และ 500 ชั่วโมง ที่ดิฉันไปเรียนคือ 200 ชั่วโมง) ดิฉันไปอยู่กินนอนอยู่ที่“เมานท์ มาดอนน่า เซ็นเต้อร์” (Mount Madonna Center) ซึ่งอยู่ในเมือง Watsonville ทางคาลิฟอร์เนียตอนเหนือ ตั้งอยู่บนเขาสวยงานมากคล้ายวัดป่าธรรมชาติสมัยก่อนโน้น เพียงแต่เนื้อที่ใหญ่มาก 300 กว่าเอเค่อร์   ระหว่างดิฉันไปอยู่มีอีเมล์ลูกความและแฟนคอลัมน์บอกมาว่าเหงาจังไม่มีคอลัมน์อ่าน ตอนนี้ก็ขอแชร์ประสบการณ์ให้แฟนๆฟังว่าดิฉันไปลำบากยากแค้นมาอย่างไร หลักสูตรครูสอนโยคะ ตามที่เคยเล่าให้ฟังว่า ดิฉัน”อิน”กับโยคะมากและได้โยคะมาปีครึ่งแล้ว ทุกวันๆละ 1 ชั่วโมง 6 วันต่ออาทิตย์ เนื่องจากเริ่มเป็นความดันและโคเลสเตอรอลสูง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ ดิฉันไม่ได้เขียนคอลัมน์ 5 สัปดาห์ หายไปเรียนหลักสูตรครูสอนโยคะ Yoga Teacher Training Course หรือ YTT หนึ่งเดือน ตอนนี้เรียนจบ รับประกาศนียบัตรเมื่อวันที่ 15 กรกฎา เท่ากับตอนนี้ดิฉันเป็น “โยคิณี” เต็มตัวแล้ว หลักสูตรนี้เป็นคอร์ส 200 ชั่วโมง (ปัจจุบันมีหลักสูตร 200 และ 500 ชั่วโมง ที่ดิฉันไปเรียนคือ 200 ชั่วโมง) ดิฉันไปอยู่กินนอนอยู่ที่“เมานท์ มาดอนน่า เซ็นเต้อร์” (Mount Madonna Center) ซึ่งอยู่ในเมือง Watsonville ทางคาลิฟอร์เนียตอนเหนือ ตั้งอยู่บนเขาสวยงานมากคล้ายวัดป่าธรรมชาติสมัยก่อนโน้น เพียงแต่เนื้อที่ใหญ่มาก 300 กว่าเอเค่อร์   ระหว่างดิฉันไปอยู่มีอีเมล์ลูกความและแฟนคอลัมน์บอกมาว่าเหงาจังไม่มีคอลัมน์อ่าน ตอนนี้ก็ขอแชร์ประสบการณ์ให้แฟนๆฟังว่าดิฉันไปลำบากยากแค้นมาอย่างไร</p>
<p><strong>หลักสูตรครูสอนโยคะ</strong></p>
<p>ตามที่เคยเล่าให้ฟังว่า ดิฉัน”อิน”กับโยคะมากและได้โยคะมาปีครึ่งแล้ว ทุกวันๆละ 1 ชั่วโมง 6 วันต่ออาทิตย์ เนื่องจากเริ่มเป็นความดันและโคเลสเตอรอลสูง แต่ดิฉันไม่ยอมกินยา เลยตัดสินใจออกกำลังและลองไปโยคะโดยไม่ได้ตั้งใจปรากฎว่าชอบขึ้นมาก็เลยฝึกจนติด (ตอนนี้สุขภาพดีสุดๆ ความดัน 120/80 โคเลสเตอรอล180 โดยไม่เคยแตะยา) เลยตัดสินใจไปเรียนหลักสูตรให้มันรู้ดีขึ้นว่าเราทำท่าผิดถูกอย่างไร เก๊าะเลยไปลงเรียนคอร์ส ปัจจุบันในรัฐคาลิฟอร์เนียยังไม่มีกฎข้อบังคับว่าครูสอนโยคะต้องมีประกาศนียบัตรอย่างใด แต่มีแนวโน้มว่าในอนาคตจะต้องมี ปัจจุบันมีสมาคมเรียกYoga Alliance ออกไก๊ดไลน์หลักสูตรครูสอนโยคะซึ่งเป็นที่รับรองทั่วไป และสตูดิโอโยคะส่วนมากจะต้องการให้ครูของเขาจบหลักสูตร อย่างไรก็ตามโรงเรียนที่ดิฉันไปเรียนเป็นที่รับรองของสมาคม Yoga Alliance</p>
<p><strong>เมานท์ มาดอนน่า เซ็นเต้อร์</strong></p>
<p>ดิฉันเลือกไปเรียนที่ เมานท์ มาดอนน่า เซ็นเต้อร์ เพราะอยากจบเร็วๆ ที่นี่มีหลักสูตร 28 วันต้องไปกินนอนอยู่ที่นั่นเลย  เพราะสถานที่อื่นๆส่วนมากจะเรียนวันเสาร์ อาทิตย์ทั้งวัน หรือตอนค่ำ และใช้เวลา 4-5 เดือนกว่าจะจบ ตารางเรียนดิฉันคือตื่นตี 5 และเข้าเรียนตั้งแต่ 5.30 ถึง 8.30 น. วันละ 15 ชั่วโมง ที่นี่เสริฟอาหารมังสะวิรัตอย่างเข้มงวดคือไม่มีปลา ไม่มีไข่  ดิฉันหวังว่าจะได้ลดน้ำหนัก จึงเลือกไปเรียนที่นี่ แต่ที่ไหนได้……………</p>
<p><strong>สามวันแรก</strong></p>
<p>ไปถึงวันแรกดิฉันได้รับการต้อนรับจาก ครูฮิปปี้ทั้งหลายแต่ละคนมีดอกไม้ทัดหู เวลาพูดตัวโยกไปมาตามสายลม และส่งดอกไม้ให้ดิฉันและบนป้ายชื่อดิฉัน มีอักษร “โอม” เป็นภาษาสันสกฤตอยู่ตรงหัวมุม ดิฉันก็เริ่มมีความรู้สึกกระอักกระอ่วน ว่านี่ดิฉันมาอยู่ใน “ฮิปปี้ คอมมิวนิตี้” หรือนี่ ในคอร์สนี้มีนักเรียนทั้งหมด 48 คน และ 2 วันแรกออกไปสองก็เหลือ 46 คน ผู้ชาย 8 คน นอกนั้นเป็นหญิง อายุระหว่าง 17-66 ปี ในห้องเรียนไม่มีเก้าอี้ ครูและนักเรียนต้องนั่งกับพื้นตลอด 28 วัน พอเข้าห้องเรียนครั้งแรก  ก็เริ่มด้วยการ “โอม” ก่อน ดิฉันก็ต่อต้านโดยหุบปากไม่ยอมโอม หลังจากนั้นก็แจกตารางเรียน พอเห็นหลักสูตรแล้วดิฉันจะเป็นลม วิชาแรกคือ เรียนวิธีทำความสะอาดชำระร่างกายแบบต่างๆเรียก “ชัท คาร์มา” (Shat Karma) รวมทั้งล้างจมูก ฝึกล้างทอง และดีท็อกส์ หลังจากนั้นนั่งหายใจฝึกลมปราณ “ปรานายามะ” และทำวิปัสนา รวมทั้งหมด 3 ชั่วโมง จึงพักทานข้าวเช้า ทานเสร็จกลับมาเรียนภาคทฤษฏี 2 ชั่วโมงรออาหารย่อย และหลังจากนั้นก็ทำโยคะ 90 นาที ทานข้าวกลางวันเสร็จวันก็เรียนทฤษฎีต่อ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเรียนหลักสูตรครูสอนโยคะและฝึกท่าโยคะที่ถูกวิธี เสร็จแล้วทานอาหารเย็น พักนานหน่อย หลังจากนั้นเป็นโปรแกรมเปิดเริ่มระหว่าง 7.00 – 8.30 น แต่ละวันโปรแกรมเรียนต่างกัน  ดิฉันได้รูมเมทเป็นชาวคาเนเดี้ยนจากแคนาดา เราไม่ได้คุยกันมากนัก สองคืนแรกดิฉันนอนไม่หลับเครียดไปหมด ปวดไหล่ ปวดคอด้วยความเครียด ต้องกินยาแก้ปวดหัว อยากกลับบ้านท่าเดียวแต่เสียดายตังเพราะจ่ายค่าเล่าเรียนไปแล้วสี่พันกว่าเหรียญ อ้อ!และที่บนเขานี้สัญญานโทรศัพท์ก็ไม่ค่อยมีใช้มือถือและอีเมล์ลำบากมากไม่รู้เป็นเพราะไอ้เจ้าไอโฟน 4G รุ่นใหม่หรือเปล่า ดิฉันมีความรู้สึกเหมือนติดคุก อยากจะกรี๊ด</p>
<p><strong>ปลายสัปดาห์แรก</strong></p>
<p>คืนวันที่สามดิฉันตัดสินใจไม่ยอมกินยาแก้ปวดหัว คิดว่าต้องทนและต้อง(ดันทุรัง)เรียนให้จบ ตอนนั้นดิฉันได้รู้จักเพื่อนสองคนชื่อ “ซาร่า”อายุ 17 และ“เจนนิค่า”อายุ 30 เราปรับทุกข์สุขกัน พอคืนวันที่ 4 ตอนเย็นหลังทานข้าวเสร็จ ซาร่า เจนนิค่าและดิฉันชวนกันไปแวะฟังสวดที่วัดอินเดียเรียกวัดหนุมาน เฟลโลว่ชิป ซึ่งอยู่ทางผ่านระหว่างตึกเรียนและห้องอาหาร ที่นั่นจะมีสวดทุกเย็นระหว่าง 6.30 -7.00 น  เรียกการสวดนี้ว่า “อารตี” (Arati) ก็ดูท่าสนุกดี ดิฉันตัดสินใจว่าถ้าตนเลิกต่อต้านและยอมเออ ออไปกับเขายิ่งเร็วเท่าไรก็จะดีกับตัวเอง ก็เลยทำตัวสนุก ไปนั่งตบมือ ร้องเพลงสวดตาม เขา พอถึงเวลา“โอม”ก็โอมตาม มีความรู้สึกว่าตัวเหมือนพวก “ฮารี คริชนา” พอสวดเสร็จแต่ละคนก็เดินลุกไปให้คนสวดเจิมหน้าผากสีแดงแบบคนอินเดีย ดิฉันก็เอากับเขาด้วย เสียดายไม่ได้ถ่ายรูป คืนนั้นดิฉันหายเครียดก็เลยนอนหลับได้ แต่ก็ยังไม่อยากตื่นเมื่อนาฬิกาปลุก</p>
<p><strong>สัปดาห์ที่สอง</strong></p>
<p>สัปดาห์ที่สองดิฉันมีความรู้สึกดีขึ้นมาก พอดิฉันเริ่มสบายใจเลยเริ่มสังเกตุเห็นธรรมชาติที่นี่ว่ามันสวยและสงบจริงๆ เราจะนั่งทานอาหารกันตรงระเบียงเวลาอากาศดีๆแต่ส่วนมากอากาศจะเย็นช่วงเช้าเพราะหมอกเยอะ ที่นี่มีต้นไม้ใหญ่แบบ Red Wood มีกวาง มีไก่งวงเดินเพ่นพ่าน มีนกต่างชนิดสวยงามมาก บางวันมองจากหน้าต่างห้องนอนดิฉันจะมีกวางแม่ลูกเดินเล็มหญ้า ตอนนี้ดิฉันเริ่มตื่นเองก่อนตี 5 ก่อนนาฬิกาปลุก และจะรีบเข้าห้องน้ำ ที่นี่มีป้ายติดขอให้อาบน้ำไม่เกิน 3 นาที อยู่ที่นี่เราอยู่แบบสมถะจริงๆ สัปดาห์นี้ดิฉันสามารถนั่งวิปัสนาและนั่งกับพื้นโดยไม่ยุกยิกนัก  เราเรียนวิธีฝึกลมปราณมากกว่า 10 วิธี วิชาที่เรียนเริ่มน่าสนใจมากขึ้น ไม่เหมือนสัปดาห์แรกที่เรียนเกี่ยวกับปรัชญาโยคะจาก Yoga Sutra ซึ่งยิ่งฟังยิ่งงง ตอนนี้เพื่อนๆร่วมชั้นเริ่มเข้ากันได้และเปิดใจคุยกันมากขึ้น ครูแต่ละคนมีความรู้จริง ดูนิสัยดี และเอาใจใส่ให้ความรู้ต่อนักเรียน อย่างไรก็ตามทางด้านสปิริตช่วล (Spiritual) ดิฉันก็ยังกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก มีความรู้สึกว่าเขาพยายามสอนหลักศาสนาฮินดีหรืออะไรสักอย่างให้เรา แต่เมื่อพยายามฟังๆแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับหลักศาสนาพุทธแล้วก็ใกล้เคียงกันมาก เขาก็เชื่อในกรรมเก่าภาษาสันสกฤตเรียก Samskara และมีข้อปฏิบัติเหมือนศีล 5 มียามะ นิยามะ อหิมสา เป็นต้น ดิฉันเลยยอมทนๆฟังและทำความเข้าใจ ถือว่าเรียนเพื่อฟื้นฟูหลักศาสนาพุทธ สัปดาห์นี้เราเริ่มเรียนวิชาที่ดิฉันชอบคือ แอนนาโตมี่ (Anatomy) เกี่ยวกับสรีระในร่างกาย อายุรเวช และภาษาสันสกฤตเบื้องต้น ซึ่งน่าสนใจมาก เลยรู้ว่าภาษาไทยหลายคำที่รากศัพท์มาจากสันสกฤต โดยเฉพาะท่าโยคะต่างๆซึ่งเราต้องจำศัพท์ภาษาสันสกฤต และสัปดาห์นี้เราได้ฝึกสอนโยคะ โดยแยกกรุ๊บเป็นกรุ๊บเล็กประมาณ 10 คน แต่ละกรุ๊บมีครูหนึ่งคนและผู้ช่วยครูสามคน เราได้ฝึกท่าโยคะต่างๆ ดิฉันเริ่มเรียนท่าต่างๆที่ถูกวิธี โดยครูจะชี้ให้ดูถึงระบบอวัยวะต่างๆในร่างกายและโยงกับท่าอาสนะโยคะต่างๆ ดิฉันมีความรู้สึกเหมือนกับเรียนโยคะใหม่หมด โดยเรียนรู้ว่าหลายท่าที่ดิฉันเคยทำนั้นไม่ถูกวิธี  อ้อลืมบอกว่าอาหารเจที่นี่ใช้ได้ แต่ที่นี่ไม่เสริฟของหวานและไม่มีกาแฟ มีแต่ชา แต่พอวันพุธที่สอง มีเซอร์ไพรส์โดยมีกาแฟตอนเช้า และมื้อกลางวันมีขนม “แครอท เค้ก” ทุกคนตื่นเต้นมากๆทานกันจนอิ่ม แทบจะทำโยคะช่วงบ่ายไม่ไหว ตลอดที่อยู่ 28 วัน มีเสริฟขนมหวาน 3 ครั้งและกาแฟสองครั้ง</p>
<p><strong>สัปดาห์ที่สาม</strong></p>
<p>สัปดาห์สาม เราทั้งสาม ซาร่า เจนนิค่า และดิฉันตะบะแตก ใจตรงกันว่าเราต้องออกไปเห็นโลกภายนอก ที่นี่เราต้องขับรถลงจากเขาประมาณ 20 นาที จะลงมาเข้าเมืองกิลรอยที่มี “เอ๊าท์เล็ท เซ็นเต้อร์” (Outlet Center) ใหญ่มาก เราลงมานั่งทาน</p>
<p>แฮมเบอร์เก้อร์ที่ In and Out Burgers เราตะกละกันมาก กินเบอร์เก้อร์ ฟรายส์ และมิลค์ เช๊ค พอทานเสร็จก็รู้สึกปั่นป่วนในท้องกันทั้งสามคน หลังจากนั้นเราก็โดดเรียนหนึ่งวิชา ไปนวดอโรม่าคนละชั่วโมง สัปดาห์นี้เราต้องฝึกสอนนักนักเรียนด้วยกัน โดยแบ่งกรุ๊บละ 6 คน ครูหนึ่งคน จาก 6 คนแบ่งเป็นกรุ๊บหนึ่งและกรุ๊บสอง กรุ๊บละ 3 คน เราสามคนต้องโคกันสอนโยคะโดยแบ่งสอนคนละ 30 นาที รอบ 1,2,3 ใน 3 วันเราจะสลับกันคือเมื่อครบ 3 วันเท่ากับหนึ่งคนได้สอนทั้ง class เต็ม 90 นาที และขณะที่เราสอนอีกกรุ๊บเป็นนักเรียน และพอกรุ๊บเราสอนเสร็จ เรากลายเป็นนักกเรียนและเขาสอนเรา 3 วัน พอเรียนจบครูต้องเกรดและแต่ละคนให้ feed back ตั้งแต่คำพูดกริยาท่าทาง เสียงดังฟังชัดหรือไม่ เป็นต้น ดิฉันได้เรียนรู้มากว่าการสอนนั้นไม่ใช่ง่าย ไม่เหมือนตอนเราเป็นนักเรียนง่ายกว่าเยอะ เป็นครูนี่ต้องให้ ให้ และให้ แต่นักเรียนได้แต่รับ นอกจากสอนโยคะแล้ว เราต้องฝึกสอนวิธีนั่งลมปราณและวิธีนั่งวิปัสนา อาทิตย์นี้สนุกมากเราได้เรียนวิธีสอนโยคะเด็ก สอนผู้สูงอายุและผู้ที่มีสรีระที่เรียนลำบากเช่นคนอ้วนและคนที่มีบาดเจ็บ และยังเรียนวิธีโยคะกับพารท์เน่อร์อีกด้วย</p>
<p><strong>สัปดาห์ที่สี่</strong></p>
<p>สัปดาห์สุดท้ายเราทุกคนเริ่มเศร้าที่ใกล้จะจบและเราจะจากกัน เพราะเรากลายเป็นเพื่อนกันหมด แทบจะไม่เชื่อว่าสัปดาห์สุดท้ายนี้เวลาจะผ่านไปเร็วมาก ไม่เหมือนสัปดาห์แรกที่รู้สึกว่านาฬิกาหยุดนิ่งอยู่กับที่ หลายคนพอคุยกันก็จะเริ่มร้องไห้ ที่เราจะจากกัน สองวันสุดท้ายเราเรียนเกี่ยวกับหลักการเป็นครูที่ดี ทุกคนตื่นเต้นกันมากทั้งกล้าทั้งกลัว ดิฉันมีความรู้สึกเหมือนเด็กที่เริ่มปีกกล้าขาแข็ง จะบินออกจากรังไปเผชิญโลกภายนอกด้วยตนเอง</p>
<p>เรียนครั้งนี้ดิฉันได้ความรู้อื่นๆนอกเหนือจากการปฏิบัติโยคะมากเกินคาด ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีสุดๆ ดิฉันมีความรู้สึกว่าตนได้ทำบุญให้ให้พ่อแม่และคุณยาย โดยนั่งวิปัสนาให้ท่านและกินเจ(ถึงแม้จะไม่เคร่งนัก) ตอนดิฉันอายุ 16 คุณแม่และคุณยายเคยเอาดิฉันไปอยู่วัดเพื่อปฏิบัติธรรมเกือบ 2 สัปดาห์ แต่ดิฉันไม่ได้รับอะไรมาเลยตอนนั้น เลยถือว่าได้ทดแทนตอนนี้  หลังจากดิฉันเคลียร์งานเสร็จสัปดาห์นี้ ดิฉันจะต่อยๆวางแผนสอนโยคะ วันละ 1 ชั่วโมง 2-3 วันต่อสัปดาห์ ใครสนเชิญค่ะ</p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/fHIAx1ZZzMj4zePuS0r8UTLWuWw/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/fHIAx1ZZzMj4zePuS0r8UTLWuWw/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/fHIAx1ZZzMj4zePuS0r8UTLWuWw/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/fHIAx1ZZzMj4zePuS0r8UTLWuWw/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/07/23/%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/07/23/%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>รับใบเขียวภายใต้มาตรา 245 i ที่ไหน</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/H62BMTtm0Rw/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/06/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2-245-i/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 05:57:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=305</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากดิฉันลงเรื่องใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i มีแฟนๆโทรมาถามกันมาก มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อโควต้าใบเขียวมาถึงแล้วจะรับใบเขียวในเมกาหรือต้องบินกลับไปรับเมืองไทย โรบินฮู้ดเมื่อออกนอกประเทศห้ามกลับเข้าเมกา 10 ปี กฎหมายอิมมิเกรชั่นที่จำกัดสิทธิโรบินฮู้ดอย่างมากที่ผ่านมา ปี ค.ศ. 1996 มีสองข้อใหญ่ คือ ข้อที่หนึ่งเรียกว่ากฎหมาย Unlawful presence ระบุว่าถ้าผู้ใดอยู่เกินกำหนดวันที่บนบัตรขาเข้า (วีซ่าเล็ก) เกิน 6 เดือนแต่น้อยกว่า 1 ปี ถ้าเดินทางออกนอกอเมริกาแล้วไม่สามารถกลับเข้าอเมริกา 3 ปีนับตั้งแต่วันเดินทางออก และถ้าปล่อยให้วีซ่าเล็กขาดเกิน 1 ปีขึ้นไปกลับเข้าอเมริกาไม่ได้ 10 ปี นับตั้งแต่วันเดินทางออก โรบินฮู้ดห้ามรับใบเขียวในเมกา ข้อที่สองคือ ผู้ที่อยู่เถื่อนแล้ว หรือผู้ที่ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย หรือผู้ที่ผ่าวีซ่าเข้ามา หรือผู้ที่ถือวีซ่า C และ D ไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ แต่ต้องกลับไปรับที่สถานทูตอเมริกาในบ้านเกิดของคุณ ยกเว้นผู้ขอใบเขียวภายใต้กรุ๊บอิมมีเดียท เรเลทีฟ คือ ใบเขียวแต่งงานกับซิติเซ่น ซิติเซ่นขอใบเขียวให้พ่อหรือแม่ ซิติเซ่นขอใบเขียวให้ลูกอายุน้อยกว่า 21 ปีที่ไม่สมรส โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ อิมมีเดียท เรเลทีฟ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากดิฉันลงเรื่องใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i มีแฟนๆโทรมาถามกันมาก มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อโควต้าใบเขียวมาถึงแล้วจะรับใบเขียวในเมกาหรือต้องบินกลับไปรับเมืองไทย</p>
<p><strong>โรบินฮู้ดเมื่อออกนอกประเทศห้ามกลับเข้าเมกา 10 ปี</strong></p>
<p>กฎหมายอิมมิเกรชั่นที่จำกัดสิทธิโรบินฮู้ดอย่างมากที่ผ่านมา ปี ค.ศ. 1996 มีสองข้อใหญ่ คือ ข้อที่หนึ่งเรียกว่ากฎหมาย Unlawful presence ระบุว่าถ้าผู้ใดอยู่เกินกำหนดวันที่บนบัตรขาเข้า (วีซ่าเล็ก) เกิน 6 เดือนแต่น้อยกว่า 1 ปี ถ้าเดินทางออกนอกอเมริกาแล้วไม่สามารถกลับเข้าอเมริกา 3 ปีนับตั้งแต่วันเดินทางออก และถ้าปล่อยให้วีซ่าเล็กขาดเกิน 1 ปีขึ้นไปกลับเข้าอเมริกาไม่ได้ 10 ปี นับตั้งแต่วันเดินทางออก</p>
<p><strong>โรบินฮู้ดห้ามรับใบเขียวในเมกา</strong></p>
<p>ข้อที่สองคือ ผู้ที่อยู่เถื่อนแล้ว หรือผู้ที่ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย หรือผู้ที่ผ่าวีซ่าเข้ามา หรือผู้ที่ถือวีซ่า C และ D ไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ แต่ต้องกลับไปรับที่สถานทูตอเมริกาในบ้านเกิดของคุณ ยกเว้นผู้ขอใบเขียวภายใต้กรุ๊บอิมมีเดียท เรเลทีฟ คือ ใบเขียวแต่งงานกับซิติเซ่น ซิติเซ่นขอใบเขียวให้พ่อหรือแม่ ซิติเซ่นขอใบเขียวให้ลูกอายุน้อยกว่า 21 ปีที่ไม่สมรส <strong><em>โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ อิมมีเดียท เรเลทีฟ และ กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์  ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่”  หน้า4-3 หัวข้อ “ใบเขียวครอบครัว”</em></strong>กฎข้อสองนี้และกฎข้อหนึ่งภายใต้ unlawful presence มาควบคู่กัน คือ ถ้าคุณเป็นโรบินฮู้ดแล้วและเดินทางออกนอกประเทศเมื่อไร ถึงแม้จะเพื่อไปรับใบเขียวก็ตาม คุณจะไม่สามารถกลับเข้าอเมริกาได้อีก ตอบคำถามข้างต้นคือ ห้ามกลับไปรับที่เมืองไทย <strong><em>โปรดอ่านเพิ่มหัวข้อ “ห้ามโรบินฮู้ดรับใบเขียวในอเมริกา” ในหนังสือ “<a href="http://rujirat.com/books/">ชีวิตโรบินฮู้ด</a>” หน้า 58</em></strong></p>
<p><strong>มาตรา 245i </strong></p>
<p>มาตรา 245i นี้ผ่านออกมาเพื่อช่วยโรบินฮู้ดในสองกรณีข้างต้น คือให้โรบินฮู้ดรับใบเขียวในอเมริกาได้โดยจ่ายค่าปรับ $1,000 แต่มาตรา 245i นี้จะผ่านออกมาแค่ช่วงสั้นเท่านั้น ครั้งล่าสุดที่ผ่านออกมาคือต้นปี 2001 ระหว่างและหมดเขตวันที่ 30 เมษา 2001 โดยมีเงื่อนไขว่าคุณต้องเข้าอเมริกาก่อนวันที่ 20 ธันวาคม 2000 โรบินฮู้ดที่เข้ามาหลังวันที่ 20 ธ.ค. หรือเข้ามาก่อนแต่ไม่มีคนยื่นใบเขียวให้หรือยื่นไม่ทัน ก็จะพลาดโอกาศนี้ไป ตอนนี้ก็นั่งภาวนาขอให้มาตรา 245i ผ่านออกมาอีก <strong><em>โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ มาตรา 245i ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่”  หน้า 2-</em>5 <em>และ 4-8</em> </strong><strong><em>คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยส่งเช็คถึง </em></strong><strong><em>Ruji Totari</em></strong><strong><em> ไปที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 ราคาหนังสือตามโฆษณาข้างบนนี้ รวมค่าส่งแล้ว แฟนเว๊บไซท์ดูวิธีสั่งซื้อได้โดยคลิกเข้าไปที่ “หนังสือ” แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ </em></strong><strong><em>081-480-4308</em></strong></p>
<p><strong>เคสตัวอย่างจดหมายนัดสัมภาษณ์ที่สถานทูต</strong></p>
<p>มีแฟนคอลัมน์โทรมาเล่าว่าตนเป็นซิติเซ่นได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ลูกสาวแต่งงานแล้วอายุ 35 ปีภายใต้มาตรา 245i  เมื่อปีที่แล้ว ได้จ่ายค่าอิมมิเกรชั่นเรียก Fee bills หลังจากนั้นได้รับเอกสารต่างๆทำจนจบ ได้นัดวันสัมภาษณ์ของลูกที่สถานทูตอเมริกาในเมืองไทย ลูกสาวจึงเดินทางกลับเมืองไทยไปสัมภาษณ์ ปรากฎว่าสัมภาษณ์ไม่ผ่าน เพราะลูกสาวอยู่เถื่อนหลายปี และปัจจุบันลูกไม่สามารถกลับเข้าอเมริกาได้ เคสนี้เข้าข่ายกฏหมายสองข้อข้างต้น เพราะลูกสาวติดกฎหมาย unlawful presence ตอนนี้เธอไม่สามารถกลับเข้าเมกาได้ 10 ปีนับจากวันเดินทางออก ฉะนั้นขอเตือนนะคะว่า ผู้ที่ยื่นเรื่องภายใต้มาตรา 245i และคุณยังอยู่ในเมกาตอนนี้ เมื่อโควต้ามาถึง คุณอาจจะได้จดหมายจาก National Visa Center เรียกเก็บเงินค่า Fee bills สองฉบับ $400 และ $70 โดยปกติ Fee bills จะส่งมาภายใน 1 ปีก่อนโควต้าจะมาถึง คุณไม่ต้องส่งเงินค่า fee bills รอไปจนกว่าโควต้ามาถึง และจึงยื่นเรื่องเปลี่ยนสถานภาพเข้าอิมมิเกรชั่นในอเมริกา</p>
<p><strong>เช็คโควต้าก่อนเปลี่ยนสถานภาพ</strong></p>
<p>ผู้ที่ยื่นเรื่องภายใต้มาตรา 245i อาจเป็นใบเขียวคนงาน หรือใบเขียวครอบครัว คุณสามารถเช็คโควต้าได้ในเว๊บเพจของ Department of State หรือกระทรวงการต่างประเทศ <a href="http://www.travel.state.gov/">www.travel.state.gov</a> คลิกเข้า Immigrant Visas, Priority Date กรุ๊บพี่น้องอยู่ภายใต้ Family priority date กรุ๊บ 4<sup>th</sup> เมื่อโควต้ามาถึง คุณสามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนสถานภาพไปที่อิมมิเกรชั่นได้เลย คุณอาจไม่ได้รับเอกสารใดๆจากอิมมิเกรชั่น“เชิญ”ให้คุณรีบยื่นเรื่อง ฉะนั้นคุณต้องคอยเช็คโควต้า โควต้าจะขยับทุกเดือน</p>
<p><strong>ทำใบเขียวด้วยตนเอง</strong></p>
<p>ดิฉันไม่แนะนำให้พยายามขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i เองนะคะ ขอให้จ้างทนายทำเพราะเอกสารและหลักฐานที่ยื่นจะเยอะมาก เพราะการขอใบเขียวสำหรับผู้ที่ต้องการอยู่ในอเมริกาจะว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณก็ว่าได้ ฉะนั้นควรจะทำอย่างดีที่สุดและทำครั้งเดียวให้ผ่าน เช่น ตัวอย่างข้างต้นที่เมื่อผิดพลาดไปแล้ว ไม่ใช่ตัวคุณคนเดียวที่ผิดหวัง แต่ครอบครัวพ่อ แม่ คู่สมรส ต้องพรากจากกัน และจะลำบากกันไปหมด</p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/yG3W31bNFgHd6x1aVNWOaEn7rXI/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/yG3W31bNFgHd6x1aVNWOaEn7rXI/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/yG3W31bNFgHd6x1aVNWOaEn7rXI/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/yG3W31bNFgHd6x1aVNWOaEn7rXI/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/06/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2-245-i/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/06/08/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2-245-i/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ใครสามารถรับใบเขียวภายใต้มาตรา 245 i</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/Kvm9eY8cb5w/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/06/02/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Jun 2010 03:55:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=302</guid>
		<description><![CDATA[ขอแสดงความยินดีกับแฟน“เล๊กเก้อร์ส”ทั้งหลายรวมดิฉันด้วย ตอนนี้ทีมแอลเอเล๊กเก้อร์สได้ชนะเลิศของดิวิชั่นฝั่งตะวันตก และได้เแอ็ดแว๊นซ์เข้ารอบแข่งชิงชนะเลิศกับทีมบอสตั้น“เซ็ลติคส”ฝั่งตะวันออก เริ่มแข่งรอบแรกวันพฤหัสที่ 3 มิ.ย.นี้ 7 รอบ ผู้ชนะ 4-3 ได้ครองแชมเปี้ยนชิป สองปีที่แล้วเราแพ้บอสตั้น ปีนี้ต้องลุ้นกันมากหน่อย สัปดาห์ที่แล้วดิฉันเขียนเรื่องใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i วันแรกที่ลงก็ได้อีเมล์จากลูกความคุณจิมมี่ (แฟนพันธ์แท้ ติดตามผลงานดิฉันตลอด 9 ปีที่รู้จักกัน)  ที่ทำใบเขียวพี่น้องกับดิฉันตั้งแต่ต้นปี 2001 บอกว่าอ่านคอลัมน์แล้วดีใจมาก ขอบคุณดิฉันที่ทำให้เขามีความสุขมากที่จะได้ใบเขียวเร็วๆนี้จะได้กลับไปเยี่ยมแม่เสียที และอีกคนที่โทรมาถามว่าถ้าเขาจะแต่งงานตอนนี้กับแฟนโรบินฮู้ดที่เข้ามาเมกาหลัง 2001 แฟนจะสามารถรับใบเขียวภายใต้มาตรา 245i พร้อมเขาได้ไหม และยังขอให้ดิฉันเขียนลงคอลัมน์เป็นวิทยาทานให้แฟนคอลัมน์คนอื่นอ่านด้วย (ไงคะ ลูกความดิฉัน มีเมตตาและเผื่อแผ่ทำบุญต่อๆกันไป โอ๊ย ถ้าคนไทยในเมืองไทยเป็นแบบลูกความดิฉัน เมืองไทยคงสงบกว่านี้) ดิฉันเลยต้องรีบไปค้นคว้ามาเขียนให้ทันสัปดาห์นี้ ยื่นใบเขียวภายใต้มาตรา 245i ผู้ที่เข้ามาอเมริกาก่อนวันที่ 21 ธันวาคม 2000 และมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นซิติเซ่นหรือใบเขียว หรือมีนายจ้างยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ หรือตนเองสมัครได้ใบเขียวล็อตโต้และยื่นเรื่องก่อนวันที่ 30 เมษายน 2001 เมื่อโควต้าใบเขียวมาถึงจะสามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ภายใต้มาตรา 245i มาตรา 245i เป็นกฎหมายที่ผ่านออกมาช่วยให้โรบินฮู้ดสามารถรับใบเขียวในอเมริกาโดยไม่ต้องเดินทางกลับไปรับในประเทศของตนโดยเสี่ยวกับการไม่ได้กลับมาอเมริกาอีก ตั้งแต่มาตรา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste">ขอแสดงความยินดีกับแฟน“เล๊กเก้อร์ส”ทั้งหลายรวมดิฉันด้วย ตอนนี้ทีมแอลเอเล๊กเก้อร์สได้ชนะเลิศของดิวิชั่นฝั่งตะวันตก และได้เแอ็ดแว๊นซ์เข้ารอบแข่งชิงชนะเลิศกับทีมบอสตั้น“เซ็ลติคส”ฝั่งตะวันออก เริ่มแข่งรอบแรกวันพฤหัสที่ 3 มิ.ย.นี้ 7 รอบ ผู้ชนะ 4-3 ได้ครองแชมเปี้ยนชิป สองปีที่แล้วเราแพ้บอสตั้น ปีนี้ต้องลุ้นกันมากหน่อย</div>
<div id="_mcePaste">สัปดาห์ที่แล้วดิฉันเขียนเรื่องใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i วันแรกที่ลงก็ได้อีเมล์จากลูกความคุณจิมมี่ (แฟนพันธ์แท้ ติดตามผลงานดิฉันตลอด 9 ปีที่รู้จักกัน)  ที่ทำใบเขียวพี่น้องกับดิฉันตั้งแต่ต้นปี 2001 บอกว่าอ่านคอลัมน์แล้วดีใจมาก ขอบคุณดิฉันที่ทำให้เขามีความสุขมากที่จะได้ใบเขียวเร็วๆนี้จะได้กลับไปเยี่ยมแม่เสียที และอีกคนที่โทรมาถามว่าถ้าเขาจะแต่งงานตอนนี้กับแฟนโรบินฮู้ดที่เข้ามาเมกาหลัง 2001 แฟนจะสามารถรับใบเขียวภายใต้มาตรา 245i พร้อมเขาได้ไหม และยังขอให้ดิฉันเขียนลงคอลัมน์เป็นวิทยาทานให้แฟนคอลัมน์คนอื่นอ่านด้วย (ไงคะ ลูกความดิฉัน มีเมตตาและเผื่อแผ่ทำบุญต่อๆกันไป โอ๊ย ถ้าคนไทยในเมืองไทยเป็นแบบลูกความดิฉัน เมืองไทยคงสงบกว่านี้) ดิฉันเลยต้องรีบไปค้นคว้ามาเขียนให้ทันสัปดาห์นี้</div>
<div id="_mcePaste">ยื่นใบเขียวภายใต้มาตรา 245i</div>
<div id="_mcePaste">ผู้ที่เข้ามาอเมริกาก่อนวันที่ 21 ธันวาคม 2000 และมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นซิติเซ่นหรือใบเขียว หรือมีนายจ้างยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ หรือตนเองสมัครได้ใบเขียวล็อตโต้และยื่นเรื่องก่อนวันที่ 30 เมษายน 2001 เมื่อโควต้าใบเขียวมาถึงจะสามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ภายใต้มาตรา 245i มาตรา 245i เป็นกฎหมายที่ผ่านออกมาช่วยให้โรบินฮู้ดสามารถรับใบเขียวในอเมริกาโดยไม่ต้องเดินทางกลับไปรับในประเทศของตนโดยเสี่ยวกับการไม่ได้กลับมาอเมริกาอีก ตั้งแต่มาตรา 245i ผ่านออกมาจน ณ. วันนี้ โรบินฮู้ดเป็นล้านๆคนได้ใบเขียว แต่ก็ยังมีหลายเคสที่ยังต่อสู้กันในศาล เพื่อจะตีความหมายกฎหมายว่าใครที่สามารถรักษาสิทธิภายใต้มาตรานี้ได้บ้างนอกจากตัวผู้ยื่น รวมทั้งกรณีผู้ยื่นเรื่องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i แต่เรื่องไม่ผ่าน และจะสามารถยื่นอีกได้หรือไม่ และคู่สมรสและบุตรของผู้ยื่นได้ใบเขียวด้วยหรือไม่ และกรณีที่หย่าและแต่งงานใหม่ คู่สมรสเก่า/คู่สมรสคนใหม่จะได้รักษาสิทธิขอใบเขียวอีกหรือไม่ หรือบุตรที่อายุเกิน 21 ปีที่ไม่ได้ใบเขียวตามพ่อหรือแม่จะสามารถรักษาสิทธิขอใบเขียวในอนาคตได้หรือไม่ คำถามเหล่านี้ไม่มีกำหนดละเอียดในมาตรา 245i ในที่สุดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2005 ไดเร็คเต้อร์ของอิมมิเเกรชั่น นาย“วิลเลี่ยม เย๊ทส์” (William Yates) ได้ออกบรรทึกหรือ “เม็มโม” (Memo) ให้ความกระจ่างว่า ใครที่สามารถรักษาสิทธิภายใต้มาตรา 245i ได้บ้าง ซึ่งตามเม็มโมนี้พูดถึงคู่สมรสและบุตรของผู้ที่ได้ยื่นเรื่องภายใต้มาตรา 245i และกรณีปัญหาต่างที่เกี่ยวกับนายจ้างยื่นใบเขียวให้ลูกจ้างภายใต้มาตรา 245i เช่นคนงานเปลี่ยนนายจ้าง นายจ้างไม่ทำเรื่องต่อให้ลูกจ้างนายจ้างเปลี่ยนคนงาน เป็นต้น ซึ่งดิฉันไม่ได้ศึกษาและไม่ได้นำมาเขียนในที่นี้เนื่องจากลูกความที่ยื่นเรื่องใบเขียวคนงานกับดิฉันภายใต้มาตรา 245i ปัจจุบันได้ใบเขียวกันหมดแล้ว ในคอลัมน์นี้จะพูดถึงกรณีใบเขียวครอบครัวอย่างเดียว คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Unlawful Presence และมาตรา 245i ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่” หัวข้อUnlawful Presenceหน้า 2-5 และมาตรา 245i หน้า 2-5คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยส่งเช็คถึง Ruji Totari ไปที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 ราคาหนังสือตามโฆษณาข้างบนนี้ รวมค่าส่งแล้ว แฟนเว๊บไซท์ดูวิธีสั่งซื้อได้โดยคลิกเข้าไปที่ “หนังสือ” แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308</div>
<div id="_mcePaste">ใครได้คงสิทธิภายใต้มาตรา 245i</div>
<div id="_mcePaste">เงื่อนไขแรกของผู้ที่สามารถคงสิทธิภายใต้มาตรา 245i ได้ คือ เคสใบเขียวของคุณต้องมีน้ำหนัก  ณ. วันยื่น ตัวอย่าง เคสใบเขียวคนครัว  คนงานต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนอย่างน้อย 1-2 ปี และนายจ้างต้องมีรายได้พอที่จะจ่ายเงินเดือนคนงาน กรณีคนครัวไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อน ณ.ตอนยื่น เท่ากับว่าเคสใบเขียวคุณไม่มีน้ำหนัก เคสนี้จะไม่ผ่านถึงแม้คุณยื่นเรื่องเข้าไปก่อนวันที่ 30 เมษายน 2001 ภายใต้มาตรา 245i ก็ตาม ซึ่งในทางกลับกันถ้าคุณมีคุณสมบัติพอ ณ.ตอนยื่นเรื่อง แต่ภายหลังนายจ้างเปลี่ยนใจไม่ทำเรื่องต่อ หรือนายจ้างปิดร้านไป หรือคุณย้ายไปทำงานที่ใหม่ กรณีนี้คุณอาจยังรักษาสิทธิภายใต้มาตรา 245i ได้ หมายความว่าสมมติในอนาคตคุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวในเคสอื่น คุณจะยังรงสิทธิภายใต้มาตรา 245i นี้ไปได้ตลอดและสามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้</div>
<div id="_mcePaste">คู่สมรสและบุตรภายใต้มาตรา 245i</div>
<div id="_mcePaste">ตามเม็มโมของนาย Yates ฉบับนี้พูดถึงเรื่องกรณีคู่สมรสและบุตรเรียก “ดีริฟเวทีฟ เบเนฟิเชียรี่ส์” (Derivative Beneficiaries) ที่สามารถคงสิทธิภายใต้มาตรา 245i โดยแบ่งเป็นการคงสิทธิแบบไม่จำกัด “อันลิมิทเต็ด” (Unlimited) และแบบจำกัดคือ “ลิมิทเต็ด” (Limited) ดังนี้</div>
<div id="_mcePaste">การคงสิทธิแบบไม่จำกัด</div>
<div id="_mcePaste">ถ้าคุณแต่งงานและมีบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีก่อนยื่นเรื่องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i คู่สมรสและบุตรจะได้ใบเขียวพร้อมคุณ และสามารถคงสิทธินี้ไปตลอด คือสามารถทำเรื่องขอใบเขียวและรับใบเขียวในอเมริกาได้ในอนาคต กรณีที่คุณหย่ากับคู่สมรส หรือกรณีที่บุตรอายุเกิน 21 ปี “เอจ เอ๊าท์” (Age out) และไม่สามารถรับใบเขียวพร้อมคุณได้ ตัวอย่าง ตามคำถามของคุณคือ  พี่สาวซิติเซ่นยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณ ถ้าสมมติตอนนั้นคุณแต่งงานและสมมติตอนนั้นลูกคุณอายุ 16 ปี เมื่อโควต้ามาถึงสิ้นปีนี้ คุณยื่นเรื่องปรับสถานภาพขอใบเขียว ภรรยาจะได้ใบเขียวตามคุณ แต่ลูกไม่ได้เนื่องจากลูกอายุเกิน 21 แล้ว กรณีนี้ลูกของคุณยังคงสิทธิภายใต้มาตรา 245i ไปตลอด สมมติเขาเกิดไปได้ใบเขียวล็อตโต้ ซึ่งปกติเขาจะไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้เนื่องจากอยู่เถื่อนแล้ว แต่เนื่องจากเขาคงสิทธิภายใต้มาตรา 245i เขาก็จะสามารถรับใบเขียวล็อตโต้ในอเมริกาได้</div>
<div id="_mcePaste">อีกตัวอย่างคือ สมมติคุณหย่ากับภรรยาปี 2005 และปี 2007 มีนายจ้างยื่นเรื่องขอใบเขียวแม่ครัวให้ภรรยา ซึ่งโดยปกติเธอจะรับใบเขียวในอเมริกาไม่ได้เพราะอยู่เถื่อนแล้ว แต่เนื่องจากเธอคงสิทธิภายใต้มาตรา 245i เธอก็จะสามารถรับใบเขียวแม่ครัวได้เมื่อโควต้ามาถึง ในเม็มโมนี้ไม่ได้พูดถึงว่า ถ้าภายหลังภรรยาเกิดไปแต่งงานใหม่ได้สามีโรบินฮู้ด สามีโรบินฮู้ดจะสามารถรับใบเขียวพร้อมภรรยาเก่าคุณได้หรือไม่ หรือกรณีผู้ที่ถือวีซ่าลูกเรือหรือผู้ที่ผ่าวีซ่าเข้ามาที่พลาดโอกาศไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i ถ้าเขาแต่งงานกับคนที่จะได้ใบเขียวภายใต้มาตรา 245i ตอนนี้ เขาจะได้ใบเขียวพ่วงคู่สมรสหรือไม่ อันนี้ไม่ได้พูดถึงในเม็มโม แต่เนื่องจากในเม็มโมใช้คำว่า “การคงสิทธิแบบไม่จำกัด” มันก็น่าจะเถียงขึ้นว่าน่าจะได้ ถ้ามีแฟนคอลัมน์ที่อยู่ในสถานะภาพนี้และแต่งงานหลังมาตรา 245i หมดเขตแล้ว และได้ใบเขียวพ่วงตามคู่สมรสที่ได้ใบเขียวภายใต้มาตรา 245i เปิดติดต่อดิฉัน ดิฉันจะได้ลงประกาศช่วยคนอื่นต่อๆไป</div>
<div id="_mcePaste">การคงสิทธิแบบจำกัด</div>
<div id="_mcePaste">อันนี้วกกลับมากรณีที่คุณถามคือ ถ้าเกิดคุณไปแต่งงานตอนนี้ และภรรยาใหม่เป็นโรบินฮู้ด ภรรยาใหม่ของคุณจะได้ใบเขียวพ่วงกับคุณภายใต้มาตรา 245i หรือไม่ ตามเม็มโมบอกว่า “ได้ค่ะ”  แต่ภรรยาใหม่ของคุณจะได้คงสิทธิแบบจำกัด ตัวอย่าง สมมติคุณแต่งงานใหม่ปี 2008 และปี 2009 หย่า ภรรยาใหม่จะไม่ได้รักษาสิทธิไปถึงอนาคต คือสิทธิของเธอจบลงตอนหย่า ถ้าสมมติเธอมีนายจ้างจะยื่นเรื่องขอใบเขียวคนครัวให้ เธอไม่สามารถทำเรื่องได้เพราะไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้</div>
<div id="_mcePaste">ค่าปรับ</div>
<div id="_mcePaste">ผู้ที่ยื่นเรื่องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i เมื่อยื่นเรื่องขอเปลี่ยนสถานภาพหรือ Adjustment of Status นอกจากจะจ่ายค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นตามปกติแล้ว ยังต้องจ่ายค่าปรับคนละ $1,000 อีกด้วย ยกเว้นเด็กที่ยังไม่สมรสและอายุน้อยกว่า 17 ปี ไม่ต้องเสียค่าปรับ $1,000</div>
<div id="_mcePaste">ข้อเตือน ผู้ที่ยื่นเรื่องเองช่วงมาตรา 245i ไม่แนะนำให้ยื่นเรื่องปรับสถานภาพขอใบเขียวด้วยตนเองนะคะ ควรให้ทนายทำ เพราะเอกสารเยอะมากและคุณต้องพร้อม ถ้าเรื่องติดเมื่อไร เรื่องจะติดพันไปนาน</div>
<p>06/04/2010ใครสามารถรับใบเขียวภายใต้มาตรา 245 iคุณสามารถอ่านคอลัมน์นี้ได้จาก website ค่ะ www.rujirat.com และติดต่อดิฉันได้ทางโทรศัพท์ 714.994.5958 หรือทางอีแฟกส์ที่ 714.475.6939 หรืออีเมล์หาดิฉันได้ที่ attorneyruji@aol.com   และคุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยส่งเช็คถึง Ruji Totari ไปที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 ราคาหนังสือตามโฆษณาข้างบนนี้ รวมค่าส่งแล้ว แฟนเว๊บไซท์ดูวิธีสั่งซื้อได้โดยคลิกเข้าไปที่ “หนังสือ” แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 ขอแสดงความยินดีกับแฟน“เล๊กเก้อร์ส”ทั้งหลายรวมดิฉันด้วย ตอนนี้ทีมแอลเอเล๊กเก้อร์สได้ชนะเลิศของดิวิชั่นฝั่งตะวันตก และได้เแอ็ดแว๊นซ์เข้ารอบแข่งชิงชนะเลิศกับทีมบอสตั้น“เซ็ลติคส”ฝั่งตะวันออก เริ่มแข่งรอบแรกวันพฤหัสที่ 3 มิ.ย.นี้ 7 รอบ ผู้ชนะ 4-3 ได้ครองแชมเปี้ยนชิป สองปีที่แล้วเราแพ้บอสตั้น ปีนี้ต้องลุ้นกันมากหน่อย สัปดาห์ที่แล้วดิฉันเขียนเรื่องใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i วันแรกที่ลงก็ได้อีเมล์จากลูกความคุณจิมมี่ (แฟนพันธ์แท้ ติดตามผลงานดิฉันตลอด 9 ปีที่รู้จักกัน)  ที่ทำใบเขียวพี่น้องกับดิฉันตั้งแต่ต้นปี 2001 บอกว่าอ่านคอลัมน์แล้วดีใจมาก ขอบคุณดิฉันที่ทำให้เขามีความสุขมากที่จะได้ใบเขียวเร็วๆนี้จะได้กลับไปเยี่ยมแม่เสียที และอีกคนที่โทรมาถามว่าถ้าเขาจะแต่งงานตอนนี้กับแฟนโรบินฮู้ดที่เข้ามาเมกาหลัง 2001 แฟนจะสามารถรับใบเขียวภายใต้มาตรา 245i พร้อมเขาได้ไหม และยังขอให้ดิฉันเขียนลงคอลัมน์เป็นวิทยาทานให้แฟนคอลัมน์คนอื่นอ่านด้วย (ไงคะ ลูกความดิฉัน มีเมตตาและเผื่อแผ่ทำบุญต่อๆกันไป โอ๊ย ถ้าคนไทยในเมืองไทยเป็นแบบลูกความดิฉัน เมืองไทยคงสงบกว่านี้) ดิฉันเลยต้องรีบไปค้นคว้ามาเขียนให้ทันสัปดาห์นี้ยื่นใบเขียวภายใต้มาตรา 245iผู้ที่เข้ามาอเมริกาก่อนวันที่ 21 ธันวาคม 2000 และมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นซิติเซ่นหรือใบเขียว หรือมีนายจ้างยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ หรือตนเองสมัครได้ใบเขียวล็อตโต้และยื่นเรื่องก่อนวันที่ 30 เมษายน 2001 เมื่อโควต้าใบเขียวมาถึงจะสามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ภายใต้มาตรา 245i มาตรา 245i เป็นกฎหมายที่ผ่านออกมาช่วยให้โรบินฮู้ดสามารถรับใบเขียวในอเมริกาโดยไม่ต้องเดินทางกลับไปรับในประเทศของตนโดยเสี่ยวกับการไม่ได้กลับมาอเมริกาอีก ตั้งแต่มาตรา 245i ผ่านออกมาจน ณ. วันนี้ โรบินฮู้ดเป็นล้านๆคนได้ใบเขียว แต่ก็ยังมีหลายเคสที่ยังต่อสู้กันในศาล เพื่อจะตีความหมายกฎหมายว่าใครที่สามารถรักษาสิทธิภายใต้มาตรานี้ได้บ้างนอกจากตัวผู้ยื่น รวมทั้งกรณีผู้ยื่นเรื่องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i แต่เรื่องไม่ผ่าน และจะสามารถยื่นอีกได้หรือไม่ และคู่สมรสและบุตรของผู้ยื่นได้ใบเขียวด้วยหรือไม่ และกรณีที่หย่าและแต่งงานใหม่ คู่สมรสเก่า/คู่สมรสคนใหม่จะได้รักษาสิทธิขอใบเขียวอีกหรือไม่ หรือบุตรที่อายุเกิน 21 ปีที่ไม่ได้ใบเขียวตามพ่อหรือแม่จะสามารถรักษาสิทธิขอใบเขียวในอนาคตได้หรือไม่ คำถามเหล่านี้ไม่มีกำหนดละเอียดในมาตรา 245i ในที่สุดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2005 ไดเร็คเต้อร์ของอิมมิเเกรชั่น นาย“วิลเลี่ยม เย๊ทส์” (William Yates) ได้ออกบรรทึกหรือ “เม็มโม” (Memo) ให้ความกระจ่างว่า ใครที่สามารถรักษาสิทธิภายใต้มาตรา 245i ได้บ้าง ซึ่งตามเม็มโมนี้พูดถึงคู่สมรสและบุตรของผู้ที่ได้ยื่นเรื่องภายใต้มาตรา 245i และกรณีปัญหาต่างที่เกี่ยวกับนายจ้างยื่นใบเขียวให้ลูกจ้างภายใต้มาตรา 245i เช่นคนงานเปลี่ยนนายจ้าง นายจ้างไม่ทำเรื่องต่อให้ลูกจ้างนายจ้างเปลี่ยนคนงาน เป็นต้น ซึ่งดิฉันไม่ได้ศึกษาและไม่ได้นำมาเขียนในที่นี้เนื่องจากลูกความที่ยื่นเรื่องใบเขียวคนงานกับดิฉันภายใต้มาตรา 245i ปัจจุบันได้ใบเขียวกันหมดแล้ว ในคอลัมน์นี้จะพูดถึงกรณีใบเขียวครอบครัวอย่างเดียว คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Unlawful Presence และมาตรา 245i ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่” หัวข้อUnlawful Presenceหน้า 2-5 และมาตรา 245i หน้า 2-5คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยส่งเช็คถึง Ruji Totari ไปที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 ราคาหนังสือตามโฆษณาข้างบนนี้ รวมค่าส่งแล้ว แฟนเว๊บไซท์ดูวิธีสั่งซื้อได้โดยคลิกเข้าไปที่ “หนังสือ” แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308ใครได้คงสิทธิภายใต้มาตรา 245i เงื่อนไขแรกของผู้ที่สามารถคงสิทธิภายใต้มาตรา 245i ได้ คือ เคสใบเขียวของคุณต้องมีน้ำหนัก  ณ. วันยื่น ตัวอย่าง เคสใบเขียวคนครัว  คนงานต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนอย่างน้อย 1-2 ปี และนายจ้างต้องมีรายได้พอที่จะจ่ายเงินเดือนคนงาน กรณีคนครัวไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อน ณ.ตอนยื่น เท่ากับว่าเคสใบเขียวคุณไม่มีน้ำหนัก เคสนี้จะไม่ผ่านถึงแม้คุณยื่นเรื่องเข้าไปก่อนวันที่ 30 เมษายน 2001 ภายใต้มาตรา 245i ก็ตาม ซึ่งในทางกลับกันถ้าคุณมีคุณสมบัติพอ ณ.ตอนยื่นเรื่อง แต่ภายหลังนายจ้างเปลี่ยนใจไม่ทำเรื่องต่อ หรือนายจ้างปิดร้านไป หรือคุณย้ายไปทำงานที่ใหม่ กรณีนี้คุณอาจยังรักษาสิทธิภายใต้มาตรา 245i ได้ หมายความว่าสมมติในอนาคตคุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวในเคสอื่น คุณจะยังรงสิทธิภายใต้มาตรา 245i นี้ไปได้ตลอดและสามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้คู่สมรสและบุตรภายใต้มาตรา 245iตามเม็มโมของนาย Yates ฉบับนี้พูดถึงเรื่องกรณีคู่สมรสและบุตรเรียก “ดีริฟเวทีฟ เบเนฟิเชียรี่ส์” (Derivative Beneficiaries) ที่สามารถคงสิทธิภายใต้มาตรา 245i โดยแบ่งเป็นการคงสิทธิแบบไม่จำกัด “อันลิมิทเต็ด” (Unlimited) และแบบจำกัดคือ “ลิมิทเต็ด” (Limited) ดังนี้การคงสิทธิแบบไม่จำกัดถ้าคุณแต่งงานและมีบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีก่อนยื่นเรื่องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i คู่สมรสและบุตรจะได้ใบเขียวพร้อมคุณ และสามารถคงสิทธินี้ไปตลอด คือสามารถทำเรื่องขอใบเขียวและรับใบเขียวในอเมริกาได้ในอนาคต กรณีที่คุณหย่ากับคู่สมรส หรือกรณีที่บุตรอายุเกิน 21 ปี “เอจ เอ๊าท์” (Age out) และไม่สามารถรับใบเขียวพร้อมคุณได้ ตัวอย่าง ตามคำถามของคุณคือ  พี่สาวซิติเซ่นยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณ ถ้าสมมติตอนนั้นคุณแต่งงานและสมมติตอนนั้นลูกคุณอายุ 16 ปี เมื่อโควต้ามาถึงสิ้นปีนี้ คุณยื่นเรื่องปรับสถานภาพขอใบเขียว ภรรยาจะได้ใบเขียวตามคุณ แต่ลูกไม่ได้เนื่องจากลูกอายุเกิน 21 แล้ว กรณีนี้ลูกของคุณยังคงสิทธิภายใต้มาตรา 245i ไปตลอด สมมติเขาเกิดไปได้ใบเขียวล็อตโต้ ซึ่งปกติเขาจะไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้เนื่องจากอยู่เถื่อนแล้ว แต่เนื่องจากเขาคงสิทธิภายใต้มาตรา 245i เขาก็จะสามารถรับใบเขียวล็อตโต้ในอเมริกาได้ อีกตัวอย่างคือ สมมติคุณหย่ากับภรรยาปี 2005 และปี 2007 มีนายจ้างยื่นเรื่องขอใบเขียวแม่ครัวให้ภรรยา ซึ่งโดยปกติเธอจะรับใบเขียวในอเมริกาไม่ได้เพราะอยู่เถื่อนแล้ว แต่เนื่องจากเธอคงสิทธิภายใต้มาตรา 245i เธอก็จะสามารถรับใบเขียวแม่ครัวได้เมื่อโควต้ามาถึง ในเม็มโมนี้ไม่ได้พูดถึงว่า ถ้าภายหลังภรรยาเกิดไปแต่งงานใหม่ได้สามีโรบินฮู้ด สามีโรบินฮู้ดจะสามารถรับใบเขียวพร้อมภรรยาเก่าคุณได้หรือไม่ หรือกรณีผู้ที่ถือวีซ่าลูกเรือหรือผู้ที่ผ่าวีซ่าเข้ามาที่พลาดโอกาศไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i ถ้าเขาแต่งงานกับคนที่จะได้ใบเขียวภายใต้มาตรา 245i ตอนนี้ เขาจะได้ใบเขียวพ่วงคู่สมรสหรือไม่ อันนี้ไม่ได้พูดถึงในเม็มโม แต่เนื่องจากในเม็มโมใช้คำว่า “การคงสิทธิแบบไม่จำกัด” มันก็น่าจะเถียงขึ้นว่าน่าจะได้ ถ้ามีแฟนคอลัมน์ที่อยู่ในสถานะภาพนี้และแต่งงานหลังมาตรา 245i หมดเขตแล้ว และได้ใบเขียวพ่วงตามคู่สมรสที่ได้ใบเขียวภายใต้มาตรา 245i เปิดติดต่อดิฉัน ดิฉันจะได้ลงประกาศช่วยคนอื่นต่อๆไปการคงสิทธิแบบจำกัดอันนี้วกกลับมากรณีที่คุณถามคือ ถ้าเกิดคุณไปแต่งงานตอนนี้ และภรรยาใหม่เป็นโรบินฮู้ด ภรรยาใหม่ของคุณจะได้ใบเขียวพ่วงกับคุณภายใต้มาตรา 245i หรือไม่ ตามเม็มโมบอกว่า “ได้ค่ะ”  แต่ภรรยาใหม่ของคุณจะได้คงสิทธิแบบจำกัด ตัวอย่าง สมมติคุณแต่งงานใหม่ปี 2008 และปี 2009 หย่า ภรรยาใหม่จะไม่ได้รักษาสิทธิไปถึงอนาคต คือสิทธิของเธอจบลงตอนหย่า ถ้าสมมติเธอมีนายจ้างจะยื่นเรื่องขอใบเขียวคนครัวให้ เธอไม่สามารถทำเรื่องได้เพราะไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ค่าปรับผู้ที่ยื่นเรื่องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i เมื่อยื่นเรื่องขอเปลี่ยนสถานภาพหรือ Adjustment of Status นอกจากจะจ่ายค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นตามปกติแล้ว ยังต้องจ่ายค่าปรับคนละ $1,000 อีกด้วย ยกเว้นเด็กที่ยังไม่สมรสและอายุน้อยกว่า 17 ปี ไม่ต้องเสียค่าปรับ $1,000 ข้อเตือน ผู้ที่ยื่นเรื่องเองช่วงมาตรา 245i ไม่แนะนำให้ยื่นเรื่องปรับสถานภาพขอใบเขียวด้วยตนเองนะคะ ควรให้ทนายทำ เพราะเอกสารเยอะมากและคุณต้องพร้อม ถ้าเรื่องติดเมื่อไร เรื่องจะติดพันไปนาน</p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uzDfuJTUvk1rGZ6IFG7jPihuu2I/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uzDfuJTUvk1rGZ6IFG7jPihuu2I/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uzDfuJTUvk1rGZ6IFG7jPihuu2I/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/uzDfuJTUvk1rGZ6IFG7jPihuu2I/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/06/02/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/06/02/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/ciTBSX7KcAY/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/06/01/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 15:07:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=299</guid>
		<description><![CDATA[สัปดาห์นี้ “อเมริกัน ไอดอล” (American Idol) จบ “ซีซั่น” (Season) และอีกไม่กี่สัปดาห์แข่งบาสเก็ตบอลก็จะจบซีซั่นเช่นกัน คุณสามารถอ่านสนุกเกี่ยวกับ “วัฒนธรรมกีฬาของชาวอเมริกัน” ในหนังสือ“อยู่อเมริกา”หน้า 30 แฟนๆกีฬาและ“ไอดอล”หลายคนจะเข้าโรคซึมเศร้า ดิฉันเองก็เริ่มเซ็งเช่นกันตั้งแต่ไอดอลจบซีซั่น ดิฉันหาของเล่นใหม่ได้ไปซื้อ “ไอโฟน” (I Phone) อาทิตย์ที่แล้ว พอเริ่มใช้ก็หลงรักมันทันที ใช้ง่ายมากกว่าที่คิด ตอนนี้เลยพอแก้เซ็งไปได้บ้าง ใบเขียวพี่น้อง ใบเขียวครอบครัวที่อยู่ภายใต้โควต้า แบ่งเป็นกรุ๊บเรียก “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” แต่ละกรุ๊บมีจำนวนโควต้าจำกัดในแต่ละปีและขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ยื่นเรื่องเข้าไปมากแค่ไหน ทำให้ใบเขียวภายใต้โควต้าจะได้ช้าเร็วต่างกัน กรุ๊บที่ได้ใบเขียวช้าที่สุดคือ กรุ๊บ 5 คือ ซิติเซ่นยื่นใบเขียวให้พี่น้อง ใช้เวลาประมาณ 9-10 ปี คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ ผู้ที่อยู่ภายใต้โควต้าและผู้ที่ไม่ต้องคอยโควต้า ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่” หัวข้อ“ใบเขียวครอบครัวหน้า 4-3 โรบินฮู้ดรับใบเขียวในอเมริกา ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นโรบินฮู้ดที่ขอใบเขียวภายใต้โควต้าไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ แต่ต้องกลับเดินทางออกนอกประเทศไปรับใบเขียวที่สถานทูตอเมริกันในเมืองไทย ซึ่งอันนี้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะทันทีที่โรบินฮู้ดเดินทางออกนอกประเทศจะไม่สามารถกลับเข้าอเมริกาได้อีก 3-10 ปีนับจากวันที่เดินที่เดินทางออกภายใต้กฎหมาย Unlawful Presence ยกเว้นถ้าคุณได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวช่วงที่มีกฎหมายมาตรา 245i เข้ามาช่วย กรณีนี้คุณสามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้โดยยอมจ่ายค่าปรับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สัปดาห์นี้ “อเมริกัน ไอดอล” (American Idol) จบ “ซีซั่น” (Season) และอีกไม่กี่สัปดาห์แข่งบาสเก็ตบอลก็จะจบซีซั่นเช่นกัน <strong><em>คุณสามารถอ่านสนุกเกี่ยวกับ “วัฒนธรรมกีฬาของชาวอเมริกัน” </em></strong> <strong><em>ในหนังสือ“อยู่อเมริกา”หน้า 30</em></strong> แฟนๆกีฬาและ“ไอดอล”หลายคนจะเข้าโรคซึมเศร้า ดิฉันเองก็เริ่มเซ็งเช่นกันตั้งแต่ไอดอลจบซีซั่น ดิฉันหาของเล่นใหม่ได้ไปซื้อ “ไอโฟน” (I Phone) อาทิตย์ที่แล้ว พอเริ่มใช้ก็หลงรักมันทันที ใช้ง่ายมากกว่าที่คิด ตอนนี้เลยพอแก้เซ็งไปได้บ้าง</p>
<p><strong>ใบเขียวพี่น้อง</strong></p>
<p>ใบเขียวครอบครัวที่อยู่ภายใต้โควต้า แบ่งเป็นกรุ๊บเรียก “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” แต่ละกรุ๊บมีจำนวนโควต้าจำกัดในแต่ละปีและขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ยื่นเรื่องเข้าไปมากแค่ไหน ทำให้ใบเขียวภายใต้โควต้าจะได้ช้าเร็วต่างกัน กรุ๊บที่ได้ใบเขียวช้าที่สุดคือ กรุ๊บ 5 คือ ซิติเซ่นยื่นใบเขียวให้พี่น้อง ใช้เวลาประมาณ 9-10 ปี <strong><em>คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ ผู้ที่อยู่ภายใต้โควต้าและผู้ที่ไม่ต้องคอยโควต้า </em></strong> <strong><em>ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่” หัวข้อ“ใบเขียวครอบครัวหน้า 4-3</em></strong></p>
<p><strong>โรบินฮู้ดรับใบเขียวในอเมริกา</strong></p>
<p>ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นโรบินฮู้ดที่ขอใบเขียวภายใต้โควต้าไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ แต่ต้องกลับเดินทางออกนอกประเทศไปรับใบเขียวที่สถานทูตอเมริกันในเมืองไทย ซึ่งอันนี้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะทันทีที่โรบินฮู้ดเดินทางออกนอกประเทศจะไม่สามารถกลับเข้าอเมริกาได้อีก 3-10 ปีนับจากวันที่เดินที่เดินทางออกภายใต้กฎหมาย Unlawful Presence ยกเว้นถ้าคุณได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวช่วงที่มีกฎหมายมาตรา 245i เข้ามาช่วย กรณีนี้คุณสามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้โดยยอมจ่ายค่าปรับ $1,000 <strong><em>คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Unlawful Presence และมาตรา 245i ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่” หัวข้อUnlawful Presenceหน้า 2-5 และมาตรา 245i หน้า 2-5</em></strong></p>
<p><strong>มาตรา 245i </strong></p>
<p>มาตรา 245i เป็นกฎหมายที่ผ่านออกมาเป็นครั้งคราวในช่วงเวลาจำกัด เพื่อช่วยโรบินฮู้ดให้รับใบเขียวในอเมริกา อย่าลืมว่ามาตรา 245i ไม่ใช้กฎหมายอภัยโทษที่โรบินฮู้ดสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ ภายใต้มาตรา 245i คุณต้องมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นซิติเซ่นหรือใบเขียว หรืออาจเป็นนายจ้างยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ ช่วงที่มาตรา 245i มีผลบังคับใช้  ผู้ที่โชคดีได้ยื่นเรื่องทิ้งไว้ตอนนั้น เมื่อโควต้าใบเขียวมาถึงตัวคุณ คู่สมรสและลูกสามารถรับใบเขียวในอเมริหาได้ หรือถ้ามีปัญหาบางอย่างที่เรื่องติดและไม่ผ่าน คุณคู่สมรสและลูกจะได้รักษาสิทธินี้ไปตลอด ถ้ามีการยื่นขอใบเขียวใหม่ในอนาคต มาตรา 245i ผ่านออกมาแล้ว 2-3 ครั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ผ่านออกมาคือต้นปี 2001และหมดขตวันที่ 30 เมษายน 2001 โดยมีเงื่อนไขว่าคุณต้องเข้าอเมริกาก่อนวันที่ 20 ธันวาคม 2000 และมีผู้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณก่อนวันที่ 30 เมษายน 2001 <strong><em>คุณสามารถอ่านความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “โรบินฮู้ดอยู่อย่างถูกกฎหมายได้อย่างไร” ในหนังสือ“ชีวิตโรบินฮู้ด” หน้า 58</em></strong></p>
<p><strong>ใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i</strong></p>
<p>ผู้ที่ยื่นเรื่องขอใบเขียวในกรุ๊บพี่น้องตอนต้นปี 2001 ภายใต้มาตรา 245i บัดนี้เป็นเวลา 9 ปีกว่าแล้ว (เร็วเนอะ เผลอแป๊ปเดียว 9 ปี) โควต้ากรุ๊บนี้ใกล้จะถึงแล้ว คุณควรจะได้ใบเขียวกันภายในปีนี้ ฉะนั้นขอให้คุณเริ่มเตรียมเอกสารตั้งแต่นี้  นอกเหนือจากเอกสารสำคัญเช่น ใบเกิด ใบเปลี่ยนชื่อ ใบแต่ง ใบหย่าตัวจริงแล้ว คุณยังต้องเตรียมหลักฐานแสดงว่าคุณเข้ามาอยู่ในอเมริกาก่อนวันที่ 20 ธันวาคม 2000 และอยู่มาตลอดถึงปัจจุบันนี้</p>
<p><strong>หลักฐานแสดงว่าคุณอยู่ในอเมริกา</strong></p>
<p>หลักฐานที่ต้องเตรียม ตัวอย่างดังนี้</p>
<ul>
<li>บิลน้ำ ไฟ ค่าโทรศัพท์ ใบเสร็จหรือก็อปปี้แคนเซิลเช็คค่าเช่าบ้านในชื่อของคุณ หรือ/และคู่สมรส</li>
<li>เอกสารต่างๆจากโรงเรียนของลูก</li>
</ul>
<ul>
<li>หางเช็คของที่ทำงาน</li>
<li>บิลหรือใบเสร็จจากหมอ</li>
<li>เสตทเม๊นท์บัญชีธนาคาร และบัตรเครดิต  โรงพยาบาล โรงเรียน รัฐบาล แม้กระทั่งตั๋ว(ใบสั่ง)</li>
<li>อินคัมแท็กซ์แต่ละปี</li>
<li>ถ้าคุณทำงานเสียภาษี เสตทเม๊นท์จาก Social Security Office ที่แสดงรายได้คุณแต่ละปีและเงินโซเชียลที่คุณจะได้รับตอนเกษียร</li>
<div><span style="font-family: 'Angsana New', 'Times New Roman', 'Bitstream Charter', Times, serif; font-size: medium;"><br />
</span></div>
</ul>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/KcWVWlCzH0SdOCvmtIGdPQd3Xdw/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/KcWVWlCzH0SdOCvmtIGdPQd3Xdw/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/KcWVWlCzH0SdOCvmtIGdPQd3Xdw/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/KcWVWlCzH0SdOCvmtIGdPQd3Xdw/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/06/01/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/06/01/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>แต่งงานปลอมเพื่อเอาใบขับขี่</title>
		<link>http://feedproxy.google.com/~r/rujirat/~3/G5GKCg1M1Qs/</link>
		<comments>http://rujirat.com/2010/05/14/%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 May 2010 14:40:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rujirat.com/?p=296</guid>
		<description><![CDATA[ไม่มีพาสปอร์ตและใบเขียวเดินทางได้อย่างไร วันอาทิตย์ที่แล้วตรงกับวันแม่หรือ “มาเท่อร์ส เดย์” (Mother’s day) อวยพรให้คุณแม่ๆทั้งหลายนะคะ ลูกดิฉันสองคนโตแล้วแต่ก็ยังมีห่วงมาให้ดิฉันประจำ นึกถึงคำสอนคุณแม่ว่า มีลูกเปรียบเสมือน“นมยานฟัดอก” คุณก็ห้อยปุเลงติดอยู่กับตัวจริงๆไม่ว่าลูกจะอายุเท่าไร ไหนๆคุยเรื่องวันแม่ก็ต้องขอบคุณแฟนคอลัมน์ คุณเยาวลักษณ์ ที่อีเมล์มาหาดิฉันวันแม่พอดีบอกขอบคุณและชอบอ่านคอลัมน์ดิฉัน ที่ซาบซึ้งอีเมล์นี้ตรงที่บอกว่า นั่งอ่านคอลัมน์ดิฉันตอนกลางคืนทุกวันหลังเอาลูก 3 คนเข้านอน นึกถึงตัวเองตอนสมัยดิฉันเลี้ยงลูกเล็กแค่สองคนหลังเอาลูกเข้านอน ก็แทบจะพับหมดแรง เป็นแม่คนนี่เหนื่อยสุดๆ ก็ขอ Happy Mother’s Day นะคะ สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้เขียนคอลัมน์ เพราะพ่อของน้องสะไภ้อยู่ที่ซานฟรานเสียชีวิต ดิฉันเลยต้องไปอยู่เป็นเพื่อน 4-5 วันปลอบใจเขา จนเขาสบายใจ สัปดาห์นี้เก็บคำถามที่น่าสนใจทั้งหลายมาตอบกันเลยนะคะ แต่งงานปลอมเพื่อเอาใบขับขี่ ถาม มีโทรศัพท์คำถามมาว่า เห็นเพื่อนแต่งงาน(ปลอม)กับซิติเซ่น ตอนนี้เขาได้ใบขับขี่และใบทำงาน แต่เขาเลิกกับฝรั่งแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ใบเขียวแต่เขาก็ยังทำงานและมีใบขับขี่  เป็นไปได้หรือไม่ เพราะถ้าได้ ตนจะได้ทำบ้าง ตอบ เป็นไปได้ค่ะ เพราะขั้นตอนการขอใบขับขี่ตอนทำใบเขียวแต่งงานมีดังนี้ หลังคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวเข้าไป หลังได้เรียกพิมพ์นิ้วมือ และถ้าไม่มีการขอเอกสารเพิ่ม คุณจะได้เวิ๊ร์ค เพอร์มิท หรือใบทำงานซึ่งมาอายุ 1 ปี และคุณสามารถนำใบทำงานไปขอใบขับขี่ได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste">ไม่มีพาสปอร์ตและใบเขียวเดินทางได้อย่างไร</div>
<div id="_mcePaste">วันอาทิตย์ที่แล้วตรงกับวันแม่หรือ “มาเท่อร์ส เดย์” (Mother’s day) อวยพรให้คุณแม่ๆทั้งหลายนะคะ ลูกดิฉันสองคนโตแล้วแต่ก็ยังมีห่วงมาให้ดิฉันประจำ นึกถึงคำสอนคุณแม่ว่า มีลูกเปรียบเสมือน“นมยานฟัดอก” คุณก็ห้อยปุเลงติดอยู่กับตัวจริงๆไม่ว่าลูกจะอายุเท่าไร ไหนๆคุยเรื่องวันแม่ก็ต้องขอบคุณแฟนคอลัมน์ คุณเยาวลักษณ์ ที่อีเมล์มาหาดิฉันวันแม่พอดีบอกขอบคุณและชอบอ่านคอลัมน์ดิฉัน ที่ซาบซึ้งอีเมล์นี้ตรงที่บอกว่า นั่งอ่านคอลัมน์ดิฉันตอนกลางคืนทุกวันหลังเอาลูก 3 คนเข้านอน นึกถึงตัวเองตอนสมัยดิฉันเลี้ยงลูกเล็กแค่สองคนหลังเอาลูกเข้านอน ก็แทบจะพับหมดแรง เป็นแม่คนนี่เหนื่อยสุดๆ ก็ขอ Happy Mother’s Day นะคะ</div>
<div id="_mcePaste">สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้เขียนคอลัมน์ เพราะพ่อของน้องสะไภ้อยู่ที่ซานฟรานเสียชีวิต ดิฉันเลยต้องไปอยู่เป็นเพื่อน 4-5 วันปลอบใจเขา จนเขาสบายใจ สัปดาห์นี้เก็บคำถามที่น่าสนใจทั้งหลายมาตอบกันเลยนะคะ</div>
<div id="_mcePaste">แต่งงานปลอมเพื่อเอาใบขับขี่</div>
<div id="_mcePaste">ถาม	มีโทรศัพท์คำถามมาว่า เห็นเพื่อนแต่งงาน(ปลอม)กับซิติเซ่น ตอนนี้เขาได้ใบขับขี่และใบทำงาน แต่เขาเลิกกับฝรั่งแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ใบเขียวแต่เขาก็ยังทำงานและมีใบขับขี่  เป็นไปได้หรือไม่ เพราะถ้าได้ ตนจะได้ทำบ้าง</div>
<div id="_mcePaste">ตอบ	เป็นไปได้ค่ะ เพราะขั้นตอนการขอใบขับขี่ตอนทำใบเขียวแต่งงานมีดังนี้ หลังคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวเข้าไป หลังได้เรียกพิมพ์นิ้วมือ และถ้าไม่มีการขอเอกสารเพิ่ม คุณจะได้เวิ๊ร์ค เพอร์มิท หรือใบทำงานซึ่งมาอายุ 1 ปี และคุณสามารถนำใบทำงานไปขอใบขับขี่ได้ ใบขับขี่อาจมีอายุ 2-4 ปี กรณีที่เรื่องของเขาไม่ผ่าน ถ้าเรื่องถูก “แคนเซิล” (Cancel) หรือยกเลิก ใบทำงานจะถูกแคนเซิลด้วย ส่วนใบขับขี่ซึ่งรัฐเป็นคนออกให้ไม่ใช่รัฐบาลกลาง จะไม่ถูกแคนเซิล อย่างไรก็ตาม ดิฉันไม่แนะนำให้แต่งงานปลอมนะคะ นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ปัญหาต่างๆจะตามมาทีหลัง กรณีเพื่อนคุณถ้าเขามีปัญหาทำผิดกฎจราจรและถูกตำรวจเรียกหยุดรถ ตำรวจสามารถตรวจสถานภาพอิมมิเกรชั่นเขาได้ เนื่องจากปัจจุบันองค์กรต่างๆรวมทั้ง อิมมิเกรชั่น “ดีพาร์ทเม๊นท์ อ็อฟ มอเต้อร์ วีฮิเคิ้ล” (Department of Motor Vehicles) และโซเชียล เซ็คคิวริตี้ ออฟฟิส มีเครือข่ายข้อมูลถึงกันหมดต้น  คุณสามารถอ่านหาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ “ใบขับขี่” ในหนังสือ“ชีวิตโรบินฮู้ด” บท “ระวังการขับรถและกฎจราจร” หัวข้อ “ใบขับขี่และบัตรประชาชน” หน้า 52 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308</div>
<div id="_mcePaste">ไม่มีพาสปอร์ตและใบเขียวจะกลับเมกาได้อย่างไร</div>
<div id="_mcePaste">ถาม	ดิฉันแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่นได้หลายปีแล้ว ปัจจุบันได้ใบเขียว 10 ปี ดิฉันอยู่ในอเมริกากับสามีได้สองปี มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทยนาน จึงยื่นทำเรื่องขอ “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” (Reentry Permit) ไป และเดินทางออกก่อนที่จะได้พาสปอร์ตขาวประมาณเดือนตุลาปีที่แล้ว กลับไปได้สักพักสามีบอกว่าทางอิมมิเกรชั่นต้องการพิมพ์ลายนิ้วมือ ขอให้ส่งไบเขียวและพาสปอร์ตกลับไปให้เขา จน ณ.วันนี้เรื่องเงียบหายไปนานมาก ตอนนี้ดิฉันเป็นห่วงว่าดิฉันจะได้ใบเขียวคืนได้อย่างไร และจะเดินทางได้อย่างไรต้น  คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” ” ในหนังสือ“<a href="http://rujirat.com/books/">สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่</a>” หน้า4-9</div>
<div id="_mcePaste">ตอบ	“รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” (Reentry Permit) คือหนังสือเดินทางเล่มเล็กคล้ายพาสปอร์ต เมื่อก่อนเป็นปกสีขาว คนไทยมักเรียก “พาสปอร์ตขาว” ปัจจุบันปกสีเขียว คุณจะขอ  “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” เมื่อคุณคิดว่าคุณจะอยู่นอกประเทศเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท”มีอายุสูงสุด 2 ปี เป็น “มัลติเพิ้ล เอ็นทรี่” (Multiple Entry) คือคุณสามารถใช้หนังสือเดินทางเข้าออกประเทศได้หลายครั้งในระยะสองปีนั้น ตั้งแต่เดือนวันที่ 5 มีนาคม 2008 การขอ “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” มีการเปลี่ยนแปลงคือ ผู้ขอต้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งก่อนหน้าไม่ต้อง ฉะนั้นเมื่อคุณยื่นเรื่องขอ“รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท”คุณต้องรอเรื่องอยู่ในอเมริกา จนกว่าจะได้ไปพิมพ์ลายนิ้วมือก่อน หลังพิมพ์ลายมือแล้วถึงจะเดินทางออกนอกประเทศได้ เวลายื่นเรื่องคุณไม่ต้องส่งพาสปอร์ตไทยของคุณและใบเขียวไปให้ เพียงแต่ส่งก๊อปปี้เท่านั้น ตามที่คุณเล่าถ้ากรณีสามีส่งเอกสารตัวจริงไปให้อิมมิเกรชั่น ก็เป็นไปได้ที่เอกสารอาจหาย ดิฉันแนะนำให้ก่อนอื่นคุณไปทำเรื่องขอพาสปอร์ตไทยใหม่ทันทีที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยไปแจ้งเรื่องพาสปอร์ตหายก่อน และไปทำพาสปอร์ตไทยใหม่ ทันทีที่คุณได้พาสปอร์ต คุณนำใบแจ้งความหาย และพาสปอร์ตไปสถานทูตอเมริกัน ทำเรื่องขออิมมิแกรนท์วีซ่า แจ้งทางสถานทูตว่าใบเขียวหาย ถ้าคุณรู้นัมเบอร์ใบเขียวหรือมีก็อปปี้ใบเขียว และเอกสารอื่นๆ เช่นทะเบียนสมรส ใบขับขี่ในอเมริกา ให้นำไปด้วย ทางสถานทูตควรจะออกอิมมิแกรนท์วีซ่าให้คุณเดินทางเข้าอเมริกาได้ วีซ่านี้ใช้แทนเช่นเดียวกับใบเขียว เมื่อเข้าถึงอเมริกาแล้ว คุณจึงยื่นเรื่องขอใบเขียวใบใหม่โดยยื่นฟอร์ม I-90 เข้าไป และรออยู่ในอเมริกาจนกระทั่งได้ใบเขียว ขอให้คุณรีบทำทันที เพราะตราบใดที่คุณเดินทางกลับเข้าอเมริกาก่อน 1 ปีนับจากวันเดินางออก (คือก่อนตุลา 2010) คุณไม่ควรจะมีปัญหา และหลังคุณได้ใบเขียวใบใหม่แล้ว เมื่อคุณจำเป็นต้องเดินทางกลับไปไทยระยะยาว คุณค่อยดำเนินเรื่องขอ “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” ใบใหม่ คราวนี้แนะนำให้ทนายทำให้นะคะ ทั้งเรื่องขอใบเขียวใหม่และขอ  “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” โปรดอย่าทำเองหรือให้สามีทำ</div>
<div id="_mcePaste">ข้อเตือนสำหรับทุกคน ห้ามให้พาสปอร์ตหรือใบเขียวต่อใครทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นคู่สมรสหรือคนใกล้ชิด เอกสารสองชิ้นนี้ถึอว่าสำคัญมาก และถือเป็นของส่วนตัวของคุณ และทุกครั้งที่คุณทำธุรกิจกับองค์กรใดๆรวมทั้งอิมมิเกรชั่น คุณไม่มีการส่งตัวจริงพาสปอร์ตหรือใบเขียวให้เขา ดิฉันแนะนำว่าให้คุณถือสำเนาติดตัวเท่านั้น และไม่แนะนำให้ถือสองเอกสารนี้ติดตัวนอกจากจะเดินทาง และควรเก็บไว้ในที่ปลอดภัย</div>
<p>05/14/2010แต่งงานปลอมเพื่อเอาใบขับขี่ไม่มีพาสปอร์ตและใบเขียวเดินทางได้อย่างไรประกาศ หนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” ออกวางจำหน่ายแล้วราคา $32 (ฉบับขายในเมืองไทยราคา 600 บาท) และหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งปี 2010” อั้พเดทเล่มใหม่ทั้งหมดและเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ราคา $45 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)วันอาทิตย์ที่แล้วตรงกับวันแม่หรือ “มาเท่อร์ส เดย์” (Mother’s day) อวยพรให้คุณแม่ๆทั้งหลายนะคะ ลูกดิฉันสองคนโตแล้วแต่ก็ยังมีห่วงมาให้ดิฉันประจำ นึกถึงคำสอนคุณแม่ว่า มีลูกเปรียบเสมือน“นมยานฟัดอก” คุณก็ห้อยปุเลงติดอยู่กับตัวจริงๆไม่ว่าลูกจะอายุเท่าไร ไหนๆคุยเรื่องวันแม่ก็ต้องขอบคุณแฟนคอลัมน์ คุณเยาวลักษณ์ ที่อีเมล์มาหาดิฉันวันแม่พอดีบอกขอบคุณและชอบอ่านคอลัมน์ดิฉัน ที่ซาบซึ้งอีเมล์นี้ตรงที่บอกว่า นั่งอ่านคอลัมน์ดิฉันตอนกลางคืนทุกวันหลังเอาลูก 3 คนเข้านอน นึกถึงตัวเองตอนสมัยดิฉันเลี้ยงลูกเล็กแค่สองคนหลังเอาลูกเข้านอน ก็แทบจะพับหมดแรง เป็นแม่คนนี่เหนื่อยสุดๆ ก็ขอ Happy Mother’s Day นะคะสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้เขียนคอลัมน์ เพราะพ่อของน้องสะไภ้อยู่ที่ซานฟรานเสียชีวิต ดิฉันเลยต้องไปอยู่เป็นเพื่อน 4-5 วันปลอบใจเขา จนเขาสบายใจ สัปดาห์นี้เก็บคำถามที่น่าสนใจทั้งหลายมาตอบกันเลยนะคะแต่งงานปลอมเพื่อเอาใบขับขี่ถาม	มีโทรศัพท์คำถามมาว่า เห็นเพื่อนแต่งงาน(ปลอม)กับซิติเซ่น ตอนนี้เขาได้ใบขับขี่และใบทำงาน แต่เขาเลิกกับฝรั่งแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ใบเขียวแต่เขาก็ยังทำงานและมีใบขับขี่  เป็นไปได้หรือไม่ เพราะถ้าได้ ตนจะได้ทำบ้างตอบ	เป็นไปได้ค่ะ เพราะขั้นตอนการขอใบขับขี่ตอนทำใบเขียวแต่งงานมีดังนี้ หลังคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวเข้าไป หลังได้เรียกพิมพ์นิ้วมือ และถ้าไม่มีการขอเอกสารเพิ่ม คุณจะได้เวิ๊ร์ค เพอร์มิท หรือใบทำงานซึ่งมาอายุ 1 ปี และคุณสามารถนำใบทำงานไปขอใบขับขี่ได้ ใบขับขี่อาจมีอายุ 2-4 ปี กรณีที่เรื่องของเขาไม่ผ่าน ถ้าเรื่องถูก “แคนเซิล” (Cancel) หรือยกเลิก ใบทำงานจะถูกแคนเซิลด้วย ส่วนใบขับขี่ซึ่งรัฐเป็นคนออกให้ไม่ใช่รัฐบาลกลาง จะไม่ถูกแคนเซิล อย่างไรก็ตาม ดิฉันไม่แนะนำให้แต่งงานปลอมนะคะ นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ปัญหาต่างๆจะตามมาทีหลัง กรณีเพื่อนคุณถ้าเขามีปัญหาทำผิดกฎจราจรและถูกตำรวจเรียกหยุดรถ ตำรวจสามารถตรวจสถานภาพอิมมิเกรชั่นเขาได้ เนื่องจากปัจจุบันองค์กรต่างๆรวมทั้ง อิมมิเกรชั่น “ดีพาร์ทเม๊นท์ อ็อฟ มอเต้อร์ วีฮิเคิ้ล” (Department of Motor Vehicles) และโซเชียล เซ็คคิวริตี้ ออฟฟิส มีเครือข่ายข้อมูลถึงกันหมดต้น  คุณสามารถอ่านหาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ “ใบขับขี่” ในหนังสือ“ชีวิตโรบินฮู้ด” บท “ระวังการขับรถและกฎจราจร” หัวข้อ “ใบขับขี่และบัตรประชาชน” หน้า 52 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308ไม่มีพาสปอร์ตและใบเขียวจะกลับเมกาได้อย่างไรถาม	ดิฉันแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่นได้หลายปีแล้ว ปัจจุบันได้ใบเขียว 10 ปี ดิฉันอยู่ในอเมริกากับสามีได้สองปี มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทยนาน จึงยื่นทำเรื่องขอ “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” (Reentry Permit) ไป และเดินทางออกก่อนที่จะได้พาสปอร์ตขาวประมาณเดือนตุลาปีที่แล้ว กลับไปได้สักพักสามีบอกว่าทางอิมมิเกรชั่นต้องการพิมพ์ลายนิ้วมือ ขอให้ส่งไบเขียวและพาสปอร์ตกลับไปให้เขา จน ณ.วันนี้เรื่องเงียบหายไปนานมาก ตอนนี้ดิฉันเป็นห่วงว่าดิฉันจะได้ใบเขียวคืนได้อย่างไร และจะเดินทางได้อย่างไรต้น  คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” ” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” หน้า4-9ตอบ	“รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” (Reentry Permit) คือหนังสือเดินทางเล่มเล็กคล้ายพาสปอร์ต เมื่อก่อนเป็นปกสีขาว คนไทยมักเรียก “พาสปอร์ตขาว” ปัจจุบันปกสีเขียว คุณจะขอ  “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” เมื่อคุณคิดว่าคุณจะอยู่นอกประเทศเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท”มีอายุสูงสุด 2 ปี เป็น “มัลติเพิ้ล เอ็นทรี่” (Multiple Entry) คือคุณสามารถใช้หนังสือเดินทางเข้าออกประเทศได้หลายครั้งในระยะสองปีนั้น ตั้งแต่เดือนวันที่ 5 มีนาคม 2008 การขอ “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” มีการเปลี่ยนแปลงคือ ผู้ขอต้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งก่อนหน้าไม่ต้อง ฉะนั้นเมื่อคุณยื่นเรื่องขอ“รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท”คุณต้องรอเรื่องอยู่ในอเมริกา จนกว่าจะได้ไปพิมพ์ลายนิ้วมือก่อน หลังพิมพ์ลายมือแล้วถึงจะเดินทางออกนอกประเทศได้ เวลายื่นเรื่องคุณไม่ต้องส่งพาสปอร์ตไทยของคุณและใบเขียวไปให้ เพียงแต่ส่งก๊อปปี้เท่านั้น ตามที่คุณเล่าถ้ากรณีสามีส่งเอกสารตัวจริงไปให้อิมมิเกรชั่น ก็เป็นไปได้ที่เอกสารอาจหาย ดิฉันแนะนำให้ก่อนอื่นคุณไปทำเรื่องขอพาสปอร์ตไทยใหม่ทันทีที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยไปแจ้งเรื่องพาสปอร์ตหายก่อน และไปทำพาสปอร์ตไทยใหม่ ทันทีที่คุณได้พาสปอร์ต คุณนำใบแจ้งความหาย และพาสปอร์ตไปสถานทูตอเมริกัน ทำเรื่องขออิมมิแกรนท์วีซ่า แจ้งทางสถานทูตว่าใบเขียวหาย ถ้าคุณรู้นัมเบอร์ใบเขียวหรือมีก็อปปี้ใบเขียว และเอกสารอื่นๆ เช่นทะเบียนสมรส ใบขับขี่ในอเมริกา ให้นำไปด้วย ทางสถานทูตควรจะออกอิมมิแกรนท์วีซ่าให้คุณเดินทางเข้าอเมริกาได้ วีซ่านี้ใช้แทนเช่นเดียวกับใบเขียว เมื่อเข้าถึงอเมริกาแล้ว คุณจึงยื่นเรื่องขอใบเขียวใบใหม่โดยยื่นฟอร์ม I-90 เข้าไป และรออยู่ในอเมริกาจนกระทั่งได้ใบเขียว ขอให้คุณรีบทำทันที เพราะตราบใดที่คุณเดินทางกลับเข้าอเมริกาก่อน 1 ปีนับจากวันเดินางออก (คือก่อนตุลา 2010) คุณไม่ควรจะมีปัญหา และหลังคุณได้ใบเขียวใบใหม่แล้ว เมื่อคุณจำเป็นต้องเดินทางกลับไปไทยระยะยาว คุณค่อยดำเนินเรื่องขอ “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” ใบใหม่ คราวนี้แนะนำให้ทนายทำให้นะคะ ทั้งเรื่องขอใบเขียวใหม่และขอ  “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” โปรดอย่าทำเองหรือให้สามีทำ ข้อเตือนสำหรับทุกคน ห้ามให้พาสปอร์ตหรือใบเขียวต่อใครทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นคู่สมรสหรือคนใกล้ชิด เอกสารสองชิ้นนี้ถึอว่าสำคัญมาก และถือเป็นของส่วนตัวของคุณ และทุกครั้งที่คุณทำธุรกิจกับองค์กรใดๆรวมทั้งอิมมิเกรชั่น คุณไม่มีการส่งตัวจริงพาสปอร์ตหรือใบเขียวให้เขา ดิฉันแนะนำว่าให้คุณถือสำเนาติดตัวเท่านั้น และไม่แนะนำให้ถือสองเอกสารนี้ติดตัวนอกจากจะเดินทาง และควรเก็บไว้ในที่ปลอดภัย</p>

<p><a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/TejoIpqygM_DbMxM0Eq6Q9ZgA7g/0/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/TejoIpqygM_DbMxM0Eq6Q9ZgA7g/0/di" border="0" ismap="true"></img></a><br/>
<a href="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/TejoIpqygM_DbMxM0Eq6Q9ZgA7g/1/da"><img src="http://feedads.g.doubleclick.net/~a/TejoIpqygM_DbMxM0Eq6Q9ZgA7g/1/di" border="0" ismap="true"></img></a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rujirat.com/2010/05/14/%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		<feedburner:origLink>http://rujirat.com/2010/05/14/%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%82/</feedburner:origLink></item>
	</channel>
</rss>
