<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://prachatai.com/">
  <channel>
    <title>ประชาไท</title>
    <link>https://prachatai.com/</link>
    <description/>
    <language>th</language>
    
    <item>
  <title>เลิก MOU44 แล้วไปทางไหน? ส่องทางเลือกเทียบ JDA ไทย-มาเลย์ ขุมทรัพย์พลังงานบนข้อพิพาทเขตแดนที่ยังไม่จบ</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117449</link>
  <description>&lt;span&gt;เลิก MOU44 แล้วไปทางไหน? ส่องทางเลือกเทียบ JDA ไทย-มาเลย์ ขุมทรัพย์พลังงานบนข้อพิพาทเขตแดนที่ยังไม่จบ&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เรื่อง : ศศิธร อักษรวิลัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพปก : ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-21T18:24:33+07:00" title="Thursday, May 21, 2026 - 18:24"&gt;Thu, 2026-05-21 - 18:24&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยอาจเหลือใช้อีกแค่ไม่ถึง 10 ปี หากไม่มีการแสวงหาแหล่งใหม่ ประเทศไทยอาจต้องพึ่งพลังงานจากต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงค่าพลังงานและไฟฟ้าที่ก็อาจจะแพงขึ้นไปอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่งในทางออกที่มีการผลักดันมาตลอดคือการเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา (Overlapping Claims Area - OCA) ที่ในวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า และทรัพยากรธรรมชาติใต้ดินก็ยังคงถูกแช่แข็งไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ล่าสุด รัฐบาลอนุทินเดินหน้ายกเลิก MoU44 บันทึกความเข้าใจที่ไทยและกัมพูชาทำร่วมกันมา 25 ปี เพื่อเป็นกรอบเจรจาพื้นที่ดังกล่าว การยกเลิกข้อตกลงนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดจบ แต่ความจริงคือจุดเริ่มต้น เส้นที่ทั้งสองประเทศลากอ้างสิทธิยังอยู่ครบ และสองฝ่ายก็ยังต้องกลับมานั่งเจรจากันอยู่ดี คำถามคือแค่ว่าจะเจรจาแบบใด และจบแบบใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ในกรณีนี้คือ 25 ปีแล้ว ความคืบหน้าของประเด็นนี้ เรื่องการหาข้อสรุปยังไม่ไปถึงไหนเลย แล้วก็มันมีตัวอ้างอิงอื่น ๆ อย่างเช่น UNCLOS ก็จะเอาตัวนี้มาเป็นตัวอ้างอิงด้วย เพื่อจะได้มีแนวทางที่เราอ้างอิงได้ร่วมกันของทั้งสองประเทศ เพราะทั้งสองประเทศเป็นภาคี” นี่คือคำให้สัมภาษณ์ที่ให้ไว้กับสื่อมวลชนของ&lt;a href="https://www.youtube.com/shorts/m7-Pal3FQ8I"&gt;นายกอนุทิน&lt;/a&gt; ภายหลังครม. ให้ไฟเขียวยกเลิก MoU44&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางกัมพูชาก็ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS หลังการประชุมอาเซียนวันที่ 7-9 พ.ค. ที่ฟิลิปปินส์&amp;nbsp;&lt;a href="https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0a4jPx25q7i1H7HxgrYHHHNFMksL7nufDm7gdXAX6hrSveF6abB21NNGL6x1c8wq8l&amp;amp;id=100001536522818"&gt;นายกอนุทิน&lt;/a&gt;โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การเจรจาภายใต้กรอบ UNCLOS เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องการเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากกัมพูชายืนยันจะทำตามที่พูด ไทยก็ไม่อาจปฏิเสธได้ บทบัญญัติว่าด้วยการประนอมภาคบังคับในภาคผนวกที่ 5 ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS&amp;nbsp; ระบุไว้ชัดว่าการที่อีกฝ่ายนึงไม่เข้าร่วมหรือไม่ยอมรับกระบวนการ ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภัทรพงษ์ แสงไกร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า เรื่องการแบ่งเขตทางทะเล มีทรัพยากรเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การบีบบังคับให้รัฐคู่พิพาทไปศาลหรืออนุญาโตตุลาการอาจจะเป็นการบีบบังคับมากเกินไป กฎหมายจึงออกไปในทางที่ให้สิทธิในการไม่ไปศาลได้แต่ก็ต้องเข้าสู่การประนอมด้วยเช่นกัน วัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของการตั้งกลไกนี้ขึ้นมา คือ เมื่อมีข้อพิพาทก็ต้องระงับข้อพิพาทนั้นให้ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมารับฟังรัฐคู่กรณีว่าแต่ละฝ่ายเห็นเช่นไร ภัทรพงษ์ระบุว่า ผลในรายงานของคณะกรรมาธิการจะออกมาสองทาง ถ้าตกลงกันได้ คณะกรรมาธิการก็จะระบุไว้ในรายงานแล้วให้ทั้งคู่ไปดำเนินการเจรจาต่อเพื่อให้ได้ข้อตกลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากตกลงกันไม่ได้ คณะกรรมาธิการก็จะเสนอความเห็นและแนะนำว่าทั้งคู่ควรดำเนินการเช่นไรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่หากท้ายที่สุดตกลงกันไม่ได้เลยก็ให้เป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่ายว่าจะเข้าสู่กระบวนการทางศาลหรืออนุญาโตตุลาการหรือไม่ สุดท้ายแล้ว ทั้งสองประเทศก็ ‘ต้องเจรจาทวิภาคีกันต่อเพื่อบรรลุข้อตกลงใหม่’ แทนที่ MoU44 เพื่อให้เกิดการระงับข้อพิพาทดังกล่าวให้ได้หากไม่อยากเข้าสู่กลไกอื่น&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;“อำนาจอธิปไตย” และ “สิทธิอธิปไตย”&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แรกเริ่มเดิมทีกฎหมายทะเลมีลักษณะเป็นจารีตประเพณีที่หลายรัฐยอมรับและปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานก่อนที่จะมีการรวบรวมจัดทำเป็นประมวลกฎหมายลายลักษณ์จนกลายมาเป็นอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเลปี ค.ศ. 1958 และ 1982 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การกำหนดอาณาเขตทางทะเลตั้งแต่การเป็นเพียงจารีตประเพณีระหว่างประเทศ มาจนถึงหลักการที่ปรากฏในอนุสัญญา ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ‘การประนีประนอม’ เพราะแต่เดิมทะเลถือเป็นเสรีภาพที่ทุกคน ทุกประเทศใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ทุกรัฐจึงมีสิทธิร่วมกันในการใช้ประโยชน์ทางทะเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขตแดนทางทะเลจึง ‘ไม่เหมือน’ เขตแดนทางบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในขณะที่ดินแดนทางบกเป็นเรื่องของ ‘อำนาจอธิปไตย’(Sovereignty) ซึ่งหมายถึงอำนาจสูงสุดในการปกครองดินแดน รัฐชายฝั่งมีอำนาจใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่สำหรับเขตแดนทางทะเล รัฐชายฝั่งมีอำนาจอธิปไตยอยู่ถึงแค่ทะเลอาณาเขตเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนอื่น ๆ รัฐไม่ได้มีอำนาจอย่างสมบูรณ์เหมือนเขตแดนทางบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตั้งแต่เขตต่อเนื่องไปจนถึงเขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีป รัฐชายฝั่งมีเพียง ‘สิทธิอธิปไตย’ (Sovereign Right) สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นจากต่อรองของรัฐต่าง ๆ ที่ต้องการขยายขอบเขตของการแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติในทะเลออกไปให้ไกลกว่าทะเลอาณาเขต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิทธิอธิปไตยเป็นสิทธิที่จำกัดเพราะครอบคลุมเฉพาะเจาะจงแต่ละเรื่องว่ารัฐชายฝั่งมีสิทธิในการดำเนินการอะไรบ้าง เช่น รัฐชายฝั่งมีสิทธิในการสำรวจ และแสวงหาประโยชน์จากการทรัพยากรธรรมชาติ ขุด เจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้พื้นทะเล เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในเขตเหล่านี้ของรัฐชายฝั่งยังคงสถานะความเป็นทะเลเสรีเหมือนในอดีตที่ทุกคนใช้ได้ ดังนั้น รัฐชายฝั่งจะไม่สามารถปิดกั้นการเดินเรือ หรือการบินผ่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การระงับข้อพิพาททางทะเลระหว่างประเทศที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล อาจยากที่จะประสบผลสำเร็จหากแต่ละฝ่ายมองเรื่องใครได้พื้นที่เบ็ดเสร็จมากที่สุด มากกว่ามองเรื่องประโยชน์ร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับไทย-กัมพูชา ไม่ว่าสุดท้ายจะต้องใช้กลไกแบบไหน จะเจรจาแบบทวิภาคีหรือมีบุคคลที่สามเข้ามาตัดสิน ส่วนสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือว่าทั้งสองประเทศอาจต้องแบ่งปันผลประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติใต้ผืนทะเลอยู่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ศักยภาพทางเศรษฐกิจพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แหล่งปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติที่ไทยสามารถผลิตเองได้ส่วนใหญ่มาจากแหล่งในพื้นที่ ‘อ่าวไทย’ ที่เป็นขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาล นั่นก็หมายความว่าพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา&amp;nbsp; มีความเป็นไปได้สูงที่บริเวณนั้นจะกลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่ให้กับประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้จะยังไม่มีการลงสำรวจจริงแต่มีการคาดการณ์ว่าในพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร จะมีก๊าซธรรมชาติคิดเป็นมูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท น้ำมันดิบมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังได้ให้สิทธิสัมปทานในการสำรวจ ขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียมในบริเวณดังกล่าวไปแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยประเทศไทยได้ให้สิทธิสัมปทานบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนแก่บริษัทเอกชนไปเมื่อปี พ.ศ. 2511 ส่วนกัมพูชาก็ได้ให้สิทธิสัมปทานแก่บริษัทเอกชนไปเมื่อปี พ.ศ. 2534&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่เมื่อยังเป็นข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนที่ตกลงกันไม่ได้ จึงทำให้ยังไม่มีใครสามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้ ทำให้ทั้งสองประเทศสูญเสียโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศมีกำลังการผลิตที่ลดลง ข้อมูลจาก&lt;a href="https://web.facebook.com/share/p/18dhhNbrne/"&gt;สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)&lt;/a&gt; ระบุว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยอาจเพียงพออีกเพียง 5-10 ปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว และนั่นอาจกระทบถึงค่าไฟฟ้าที่ประชาชนคนธรรมดาต้องแบกรับเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากข้อมูลระบุว่าประมาณ 50% ของการผลิตไฟฟ้าในไทยนั้นใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก โดย 60-65% ของก๊าซธรรมชาติมาจากอ่าวไทย แหล่งหลักคือ แหล่งเอราวัณ และแหล่งบงกต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วน 35-40% ต้องนำเข้า LNG จากตะวันออกกลาง ในราคาที่ผันผวนมากขึ้นจากสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ หลายประเทศประสบกับปัญหาเศรษฐกิจและพลังงานจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น การแสวงหาแหล่งพลังงานสำรองเพื่อลดการนำเข้าก็มีความจำเป็นมากขึ้นอีก พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา จึงเป็นเหมือนความหวังใหม่ให้กับอนาคตของพลังงานในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โมเดลการเจรจาที่ประสบความสำเร็จในอ่าวไทย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เมื่อข้อพิพาทอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลเกี่ยวพันกับผลประโยชน์และทรัพยากรมหาศาล รัฐคู่พิพาทหลายรัฐจึงมักเข้าทำข้อตกลงที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย เพื่อนำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ให้ได้ก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การระงับข้อพิพาททางทะเลอยู่ภายใต้บทบัญญัติในอนุสัญญา UNCLOS โดยเจตนารมณ์ของ UNCLOS คือการผลักดันให้รัฐคู่พิพาทเข้าเจรจาและทำข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาททางทะเลให้ได้ แต่ในระหว่างที่ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงเรื่องการแบ่งเขตอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนุสัญญาดังกล่าวบัญญัติไว้ว่าให้รัฐคู่พิพาทเข้าทำข้อตกลงชั่วคราว (Provisional Arrangement)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;UNCLOS ไม่ได้กำหนดแบบหรือหลักเกณฑ์ตายตัวในการทำข้อตกลงชั่วคราวระหว่างรัฐคู่พิพาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นั่นหมายความว่า เมื่อรัฐพิพาทบรรลุข้อตกลงแล้วก็ให้ดำเนินการไปตามข้อตกลงของรัฐทั้งสอง จนกว่าจะมีการแบ่งเขตแดนทางทะเล ซึ่ง MoU44 ระหว่างไทย-กัมพูชา ก็ถือว่าเป็นลักษณะของข้อตกลงชั่วคราวตาม UNCLOS เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อตกลงชั่วคราวภายใต้ UNCLOS ที่นานาประเทศนิยมใช้เพื่อจัดการข้อพิพาทอ้างสิทธิทับซ้อนคือพื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area - JDA) และเนื่องจาก UNCLOS ไม่ได้กำหนดแบบของข้อตกลงชั่วคราวไว้ ในทางปฏิบัติรัฐต่างๆ ตีความว่า JDA คือส่วนหนึ่งของข้อตกลงชั่วคราวนั้นเพื่อปลดล็อกทางตันให้สามารถนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ได้แม้จะยังไม่มีการเจรจาเพื่อแบ่งเขต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เมื่อพัฒนาร่วมกัน ใช้ทรัพยากรไปจนหมดแล้ว ณ วันนั้นอาจจะผ่านไปแล้ว 40 ปี 50 ปีแล้วแต่พื้นที่ ค่อยมาตกลงกันว่าจะทำยังไง แต่ถึงเวลานั้นมันไม่มีทรัพยากรแล้วมันก็คงไม่พิพาทกันมากนัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นั่นคือวิธีคิดที่ว่าไม่แบ่งเขตแต่จะใช้ทรัพยากรร่วมกัน” ภัทรพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กล่าวให้ชัดคือ JDA เป็นข้อตกลงที่จัดทำขึ้นมาเพื่อให้รัฐคู่พิพาทสามารถแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรในบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนได้ โดยที่ยังไม่ต้องมีการเจรจาแบ่งเขตกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พื้นที่พัฒนาร่วมได้กลายมาเป็นต้นแบบของประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก รวมถึงประเทศที่มีข้อพิพาทในอ่าวไทยอย่างไทยและมาเลเซีย ซึ่งประสบความสำเร็จจากการเปลี่ยน ‘ข้อพิพาท’ ให้กลายเป็น ‘ความร่วมมือ’ ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไทยและมาเลเซียเปิดการเจรจาข้อพิพาททางทะเลในปี พ.ศ. 2515 แต่ก็ยังไม่สามารถ เจรจาเพื่อกำหนดเขตไหล่ทวีปได้ ทั้งสองประเทศจึง ‘เห็นตรงกัน’ ว่าควรเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทกว่า 7,250 ตร. กม. ให้เป็นความร่วมมือ ภายหลังจึงได้จัดทำบันทึกความเข้าใจที่นำโดยนายกรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ของไทยและนายกรัฐมนตรี ดาโต๊ะ ฮุสเซน ออนน์ ของมาเลเซีย ในปี พ.ศ. 2522&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บันทึกความเข้าใจดังกล่าวระบุไว้ว่า ให้มีการจัดตั้ง “องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย” เพื่อสำรวจและแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเป็นเวลา 50 ปี&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์จากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ดังกล่าว รัฐบาลทั้งสองจะรับภาระและแบ่งผลประโยชน์เท่ากันในสัดส่วน 50:50&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บันทึกดังกล่าวยังระบุไว้ว่าหากสามารถหาข้อยุติเรื่องการแบ่งเขตไหล่ทวีปได้ภายใน 50 ปีให้ยุบองค์กรร่วมนี้ แต่ถ้าเกิน 50 ปีแล้วยังไม่สามารถหาข้อยุติที่พอใจกันทั้งสองฝ่ายให้ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ไทยและมาเลเซียก็ใช้เวลากว่า 11 ปี จึงจะสามารถออกพรบ.องค์กรร่วมไทย-มาเลเซียขึ้นมาได้ในปี พ.ศ. 2533 และองค์กรร่วมดังกล่าวได้จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2535&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลจาก&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1BovijR4La/"&gt;กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/a&gt;ระบุว่าจากการประเมินผลข้อมูลการสำรวจในปัจจุบันมีความเป็นไปได้ที่จะพบก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมสูงถึง 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งปัจจุบันมีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำนวน 2 แปลง คือ แปลง A-18 (พื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางกิโลเมตร) ที่เริ่มดำเนินการผลิตในปี พ.ศ. 2548&amp;nbsp; และแปลง B-17-01 (พื้นที่ประมาณ 4,250 ตารางกิโลเมตร) ที่เริ่มดำเนินการผลิตในปี พ.ศ. 2552&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.thailand-energy-academy.org/assets/upload/coursedocument/file/National%20Gas%20Policy_0.pdf"&gt;ในปี 2567&lt;/a&gt; มีการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ 925 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และก๊าซธรรมชาติเหลว 17,863 บาร์เรลต่อวัน รวมกำไรได้จากการขายปิโตรเลียมทั้งหมด 11,812 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อตกลง 50 ปีกำลังจะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2572 อย่างก็ตาม มีการประเมินว่าบริเวณดังกล่าวยังคงมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่สามารถสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ไทยและมาเลเซียได้อีกต่อไปไม่น้อยกว่า 20 ปี ล่าสุดในปี พ.ศ. 2565 ครม.ของทั้งสองประเทศจึงต่ออายุขยายสัญญาแบ่งปันผลผลิตโครงการพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียออกไปอีก 10 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การต่อสัญญาดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้ประเทศไทยยังคงมีแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติต่อไป ยังช่วยยืดระยะเวลา ลดความตึงเครียดของทั้งไทยและมาเลเซียในการจะต้องกลับเข้าสู่การเจรจาแบ่งเขตทางทะเล&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;กรณีไทย-กัมพูชา กับการเจรจาที่ยังไปไม่ถึงไหน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สำหรับรัฐที่มีชายฝั่งประชิดติดกันแบบไทย-มาเลเซีย หรือ ไทย-กัมพูชา การลากเส้นเขตแดนทางทะเลแล้วเกิดเป็นพื้นที่ทับซ้อนเป็น ‘เรื่องปกติ’ ที่เกิดขึ้นได้ แม้การลากเส้นของกัมพูชาอาจจะดูตลกและไม่สมเหตุสมผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่กัมพูชาก็ใช้ ‘เหตุผลแห่งสิทธิทางประวัติศาสตร์’ ตาม ข้อ 15 ของ UNCLOS&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และในความเป็นจริงแต่ละรัฐก็มักและสามารถจะอ้างสิทธิ์ให้ได้พื้นที่มากที่สุด ซึ่งก็สามารถทำได้ เพราะการมีสิทธิและการเรียกร้องสิทธิในทางระหว่างประเทศเป็นคนละเรื่อง เส้นดังกล่าวนั้นก็จะถูกใช้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจาและปรับเส้นกันใหม่ในตอนท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลจากจุลสารความมั่นคงฉบับที่ 92 พ.ศ. 2554 เรื่อง พื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา: ปัญหาและพัฒนาการ โดยดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ภายหลังความสำเร็จของการเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงชั่วคราวไทย-มาเลเซียในปี พ.ศ. 2522 นายกรัฐมนตรี ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้เกิดแนวคิดในการนำโมเดลดังกล่าวมาใช้แก้ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่การเจรจาไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากปัญหาภายในของกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลไทยในขณะนั้นให้ความสำคัญกับการเจรจาสันติภาพในกัมพูชามากกว่า ความพยายามในการเจรจาหาข้อสรุปยังคงดำเนินมาเรื่อยมา จนกระทั่งได้บรรลุข้อตกลงจัดทำบันทึกความเข้าใจในปี พ.ศ. 2544 หรือ MoU44&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เงื่อนไขสำคัญของบันทึกความเข้าใจดังกล่าวระบุไว้ว่า การเจรจาเรื่องแบ่งเขตทางทะเลในพื้นที่ 10,000 ตร.กม. เหนือละติจูดที่11 องศาเหนือ และการจัดทำข้อตกลงแสวงหาประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่ 16,000 ตร.กม. ใต้เส้นละติจูดที่ 11 องศาเหนือ ‘ต้องดำเนินการไปพร้อมกันในลักษณะที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ (Indivisible package)’ แต่ข้อความดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่ตรงกันของทั้งสอง ซึ่งประเด็นนี้สำคัญอย่างมากและส่งผลต่อความคืบหน้าของการเจรจาในเวลาต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับฝ่ายไทย การเจรจาเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการแบ่งเขตทางทะเลเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ท่าทีของกัมพูชาที่มีเสมอมาคือต้องการตกลงพื้นที่พัฒนาร่วมให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้นำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ และปฏิเสธการเจรจาแบ่งเขตทางทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภายหลังการบรรลุข้อตกลง MoU44 การเจรจต้องหยุดละงักไปหลายครั้งเพราะสถานการณ์การเมืองภายในประเทศของทั้งสอง รวมถึงความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทางฝั่งกัมพูชาเองก็ยังคงมีท่าทีที่ชัดเจนว่าอยากเจรจาเพื่อแบ่งผลประโยชน์ก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความจำเป็นเรื่องการแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่สะท้อนออกมาผ่านความพยายามในการเร่งเดินหน้าเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเจรจาพื้นที่ทับซ้อนนำปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติออกมาใช้ก่อน แต่โครงการดังกล่าวก็ต้องพับไปเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลเสียก่อน และในเวลาเดียวกันก็เกิดกระแสยกเลิกMoU44ขึ้น เพราะความกังวลเรื่องเส้นของกัมพูชาที่ลากชนเกาะกูด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อมาในสมัยรัฐบาลอนุทิน เป็นที่แน่ชัดแล้วหลังจากครม.ให้ไฟเขียวยกเลิกMoU44 อย่างไรก็ตาม แม้ยกเลิกไปแล้วเส้นอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลของทั้งสองประเทศจะยังคงอยู่ และต้องกลับไปสู่โต๊ะเจรจาเหมือนเดิม เพียงแต่ว่ากรอบการเจรจาอาจจะไม่ใช่การแบ่งแบบเหนือหรือใต้ละติจูดที่ 11 องศาเหนือตามแผนที่แนบท้าย MoU44&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ยังไม่มีการเจรจา และเป็นบริบทใหม่ ขออย่าไปผูกติดกัน” นายกอนุทินกล่าวหลังครม.อนุมัติยกเลิกบันทึกความเข้าใจดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่แม้ไม่ได้มีการยกเลิก MoU44 ไทยและกัมพูชาก็ยังสามารถใช้กลไกต่าง ๆ ภายใต้ UNCLOS ได้ ตราบใดที่ยังตกลงกันไม่ได้&amp;nbsp; ดังนั้นการที่ต้องเข้าสู่กลไก UNCLOS ก็เป็นสิ่งที่พอคาดหมายได้บ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่การที่ไทยยกเลิก MoU44 กัมพูชาเองอาจมองว่าเป็นผลดีต่อกัมพูชาด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องมีข้อตกลงที่บังคับให้ต้องเจรจาสองส่วนพร้อม ๆ กันอีกต่อไปแล้ว เพราะกัมพูชาเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องการแบ่งเขตเท่าการเจรจา JDA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และการยกเลิกฝ่ายเดียวของไทยก็ทำให้กัมพูชาได้เปรียบซึ่งกัมพูชาสามารถหยิบยกได้ในเวทีระหว่างประเทศและก็ทำมาเสมอ นั่นคือ กัมพูชาสามารถอ้างได้ว่าไทยไม่ยึดมั่นในหลักการสัญญาต้องเป็นสัญญา (Pacta Sunt Servanda) ตามหลักการเข้าทำข้อตกลงระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ฉากทัศน์ในการบรรลุข้อตกลงเรื่องการอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ถ้าหากอ้างอิงตาม MoU44 การเจรจาจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เหนือเส้นละติจูดที่ 11 องศาเหนือ ที่ต้องแบ่งเขตชัดเจน และใต้เส้นละติจูดที่ 11 องศาเหนือที่ไม่มีการแบ่งเขตแต่จะเข้าสู่การเจรจาเพื่อจัดทำ JDA ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจาก MoU44 ถูกยกเลิก คำถามที่ตามมาคือ พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน จะะออกมารูปแบบใด ภัทรพงษ์มองว่ามีทางเป็นไปได้อยู่สามฉากทัศน์หลัก แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือต้องจัดการเรื่องเส้นของกัมพูชาที่ลากชนเกาะกูดให้ได้ก่อน เพราะนั่นคือจุดที่ฝ่ายไทยยืนยันมาตลอดว่าต้องลากใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“วันนี้พอไทยยกเลิกMoU44ไปแล้วและยังยืนยันว่าจะเจรจา จะแบ่งเขตอยู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มันก็มีคำถามว่าที่ว่าแบ่งเขตแบ่งส่วนไหนบ้าง ตรงนี้คิดว่าก็คงใช้เวลา มันขึ้นอยู่กับว่ากัมพูชาจะยอมปล่อยเส้นตรงเกาะกูดเมื่อไหร่” ภัทรพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฉากทัศน์ที่ 1 &lt;/strong&gt;คือ&lt;strong&gt;&amp;nbsp;แบ่งผลประโยชน์ก่อนแล้วเจรจาเรื่องเส้นภายหลัง&lt;/strong&gt; แบบข้อตกลงของแบบไทย-มาเลเซีย &amp;nbsp; ซึ่งเป็นรูปแบบที่ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกนิยมใช้เป็นข้อตกลงชั่วคราว เพื่อที่จะเอาทรัพยาการออกมาใช้ก่อน จนถึงวันที่ไม่มีเรื่องทรัพยากร ค่อยมาเจรจาแบ่งเขต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“หลักโดยหลักทั่วไปก็คือการระงับข้อพิพาททางทะเล โดยหลักมันต้องทำด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งพอเป็นเรื่องที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ปัจจัยสำคัญอันนึงก็คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้นำทางการเมืองหรือว่าเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะระงับข้อพิพาทนี้ให้จบ” ภัทรพงษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรณีของไทย-มาเลเซียในตอนนั้นการเจรจาเป็นไปด้วยดีเพราะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เจตนารมณ์ทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายตรงกันว่าจะใช้กลไกนี้เข้ามาแทนการแบ่งเขต แต่สำหรับไทย-กัมพูชา ณ เวลานี้ ยังไม่แน่ชัดว่าเจตนารมณ์ทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายเป็นเช่นไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในกรณีไทย-มาเลเซียนั้น จัดทำ JDA โดยใช้ทั้งหมดของพื้นที่ทับซ้อน แต่ไทย-กัมพูชาอาจจะไม่สามารถจัดทำ JDA ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะข้อกังวลและความต้องการของฝ่ายไทยฝ่ายไทยที่ยืนยันว่าเส้นเหนือละติจูดที่ 11 องศาเหนือต้องลากใหม่ และจากท่าทีในวันนี้ อาจจะต้องมีการแบ่งเส้น เพียงแต่ว่าเส้นที่แบ่งจะแบ่งกันในระดับไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฉากทัศน์ที่ 2 &lt;/strong&gt;คือ&lt;strong&gt;&amp;nbsp;การเจรจาแบ่งเขตทางทะเลให้ชัดเจนทั้งหมด&lt;/strong&gt; แต่หากใช้รูปแบบดังกล่าว ภัทรพงษ์มองว่ารูปแบบนี้ก็เป็นไปได้ แต่การแบ่งเส้นแบบนี้ก็มีความเสี่ยง เพราะเส้นที่แบ่งไปจะไปตัดป่านผ่านบริเวณที่แต่ละประเทศมีการให้สิทธิสัมปทานบริษัทเอกชนในการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งหมายความว่าอาจจะเกิดปัญหากับบริษัทเอกชนเหล่านั้นตามมาในภายหลังได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฉากทัศน์ที่ 3&lt;/strong&gt; คือ&lt;strong&gt;&amp;nbsp;ลากเส้นในบางส่วนแล้วค่อยเจรจา JDA ส่วนที่เหลือ&lt;/strong&gt; แนวทางนี้เป็นรูปแบบผสมของสองแนวทางก่อนหน้า ภัทรพงษ์มองว่า ในกรณีที่อาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการประนอม ฝั่งไทยอาจจะยืนยันอย่างหนักแน่นต่อคณะกรรมาธิการว่าต้องลากเส้นก่อน การลากเส้นขึ้นมาก่อนในระดับนึงก็เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ&amp;nbsp; ตัวอย่างเช่น อาจลากออกมาแค่เส้นทะเลอาณาเขต 12 ไมล์ทะเลก่อน เพื่อดูทิศทางที่จะไปต่อเป็นส่วนของเขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ณ ตอนนั้น พอสองฝ่ายเริ่มเห็นแล้วว่าเส้นจะไปทางไหน มันอาจจะทำให้มาเจรจา JDA ง่ายขึ้น” ภัทรพงษ์วิเคราะห์จากความประสงค์ของไทยที่อยากให้มีการลากเส้นเสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และหากพิจารณาจากท่าทีของกัมพูชาที่ให้สัตยาบันUNCLOS หลังจากลงนามมาหลายสิบปี และการประกาศความพร้อมเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ยทั้งที่รู้ว่าเส้นที่ลากมาชนเกาะกูดอาจจะอ้างได้ยาก โดยเฉพาะภายใต้ UNCLOS ภัทรพงษ์จึงมองว่ากัมพูชาอาจจะต้องการปล่อยเส้นดังกล่าวจริง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนอื่นที่เหลือก็เข้าสู่การเจรจาว่าจะทำ JDA ส่วนใด ก็เป็นไปได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้งสองฝ่าย ณ ขณะนั้น ประเด็นการต่อสู้เรื่องเส้นของกัมพูชานั้นฐานทางกฎหมายของฝั่งไทยค่อนข้างหนักแน่น ส่วนที่เหลือจึงอยู่ที่ศิลปะการเจรจาและยุทธศาสตร์การต่อสู้ของฝั่งไทย แต่ที่ผ่านมาฝั่งไทยยังไม่ค่อยชัดเจนในการเข้าสู่กรอบการเจรจาใหม่กับกัมพูชาเท่าใดนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ หลายความเห็นจากคณะกรรมาธิการสส.และสว. ก็มีข้อเสนอว่าให้แบ่งเส้นเจ้าปัญหานี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะฝั่งไทยก็มั่นใจว่ากัมพูชาลากเส้นดังกล่าวไม่ถูกต้อง โดยไทยมองว่าเส้นดังกล่าวต้องลากเฉียงลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวชายฝั่งของกัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวอย่างที่ใกล้เคียงที่สุดคือกรณีติมอร์เลสเต - ออสเตรเลีย ที่ไม่ใช้การแบ่งเส้นทั้งหมดแบบไทย-เวียดนาม และก็ไม่ใช้การจัดตั้ง JDA ทั้งหมดของพื้นที่แบบไทย-มาเลเซีย ติมอร์เลสเตและออสเตรเลียบรรลุข้อตกลงทำ JDA ที่แปลงตรงกลางของพื้นที่พิพาทซึ่งเป็นบริเวณที่มีบ่อน้ำมันขนาดใหญ่อยู่ ส่วนพื้นที่ด้านข้างที่เหลือก็เข้าสู่การเจรจาแบ่งเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่างกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แนวทางนี้ยืดหยุ่นที่สุดและอาจเหมาะกับข้อพิพาททางทะเลไทย-กัมพูชามากที่สุดในเวลานี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภัทรพงษ์ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS นั้น มีกรอบเวลาที่ค่อนข้างชัดเจนในระดับหนึ่งเรื่องการระงับข้อพิพาท โดยเฉพาะกลไกการไกล่เกลี่ยที่ระบุชัดว่าเมื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการเสร็จเรียบร้อย ให้กรรมาธิการรายงานภายใน 12 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถ้ารัฐคู่พิพาทไม่อยากใช้กลไกอื่นต่อก็ต้องตกลงกันให้ได้ภายใต้การไกล่เกลี่ยนี้ หากไทยและกัมพูชาเข้าสู่กระบวนการนี้จริง ภัทรพงษ์มองว่าเราอาจเห็นการระงับข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลได้อย่างเร็วภายใน 4-5 ปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กลไกการประนอมภายใต้กรอบ UNCLOS อาจจะไม่ได้น่ากลัวมากขนาดนั้น ในเวลานี้ทั้งสองประเทศต่างก็มีความต้องการนำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ให้เร็วที่สุด กลไกดังกล่าว ก็อาจช่วยให้การเจรจาที่ติดขัดมาหลายศตวรรษเดินหน้าต่อไปได้บ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สิ่งที่ผมให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนคนไทยก็คือ Thailand first จะไม่มีอะไรที่ประเทศไทยต้องสูญเสีย” คือคำยืนยันของรองนายกฯ อนุทิน ต่อประเด็นข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประโยคนี้ขัดกับความเป็นจริงและประวัติศาสตร์ของการเจรจาระงับข้อพิพาททางทะเลที่ผลลัพธ์มักไม่ใช่ Zero Sum Game ไม่มีการเจรจาครั้งไหนที่ฝ่ายหนึ่งได้ทุกอย่างโดยไม่ยอมอะไรเลย แม้แต่กรณีไทย-มาเลเซียที่ถูกยกเป็นต้นแบบความสำเร็จ ทั้งสองฝ่ายก็ยังต้องยอมแบ่งทรัพยากร 50:50 โดยไม่รู้ว่าพื้นที่นั้นเป็นของใครกันแน่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนการนำข้อพิพาทนี้เข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ รัฐบาลต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจนและซื่อตรงต่อข้อเท็จจริงสำคัญมากกว่าการปลุกกระแสชาตินิยมที่อาจเป็นดาบสองคมในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่ประชาชนควรได้รับรู้จริงๆ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่สูญเสียอะไร แต่คือข้อเท็จจริงว่าพื้นที่ใต้ทะเลนั้นมีทรัพยากรมหาศาลที่ไทยเข้าไม่ถึงมาหลายทศวรรษแล้ว และการแบ่งปันผลประโยชน์กับกัมพูชาอาจเป็นราคาที่ถูกที่สุดในการปลดล็อกพลังงานเพื่อให้ทันความต้องการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;เศรษฐกิจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/mou44" hreflang="th"&gt;MOU44&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E2%80%8B-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;ภัทรพงษ์​ แสงไกร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 21 May 2026 11:24:33 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117449 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117449#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>‘เสื้อแดง’ ในความรับรู้ Gen Z เรื่องเมาท์ในบ้าน-จุดพลิกผัน ทำไมประวัติศาสตร์ชุดนี้จึงเงียบ?</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117431</link>
  <description>&lt;span&gt;‘เสื้อแดง’ ในความรับรู้ Gen Z เรื่องเมาท์ในบ้าน-จุดพลิกผัน ทำไมประวัติศาสตร์ชุดนี้จึงเงียบ?&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เรื่อง: พัชญ์สิตา รุ่งโรจน์ธนกุล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพปก: ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-20T11:14:21+07:00" title="Wednesday, May 20, 2026 - 11:14"&gt;Wed, 2026-05-20 - 11:14&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ประชาไทสำรวจความทรงจำและประสบการณ์ของคน Gen Z (คนที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2540–2555) ทั้งคนที่เป็นลูกหลานของ ‘คนเสื้อแดง’ - ‘คนเสื้อเหลือง’ ว่า ในวัยเด็กพวกเขารับรู้เรื่องคนเสื้อแดงอย่างไร ความรับรู้นั้นเปลี่ยนไปหรือไม่ในวันที่พวกเขาเติบโตขึ้น และพวกเขาซึ่งเป็นนักศึกษาในยุคการชุมนุม ‘ทะลุเพดาน’ ปี 2563 มีข้อสังเกตอย่างอย่างไรต่อ ‘ที่ทาง’ ของคนเสื้อแดงในระลอกการชุมนุมของกลุ่มคนรุ่นใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกประเด็นคือ จากการสำรวจผู้ใกล้ชิดคนรุ่นใหม่พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วคนรุ่นใหม่รับรู้เรื่องคนเสื้อแดงน้อยถึงน้อยมาก ทั้งที่หากพิจารณาในแง่ของเวลา เหตุการณ์สังหารคนเสื้อแดงเกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ เพียงเมื่อ 16 ปีก่อน แต่เหตุใดประวัติศาสตร์ส่วนนี้จึงไม่ค่อยถูกพูดถึงในแง่ของการทำความเข้าใจ หรือกระทั่งการให้เครดิตในฐานะขบวนการเคลื่อนไหวของประชาชน ในทางตรงกันข้าม เมื่อเทียบกับยุคอภิวัฒน์สยามปี 2475 หรือยุค ‘คนเดือนตุลา’ ที่เป็นอดีตยาวไกลกว่า คนทั่วไปกลับมีความรับรู้ หรือ ‘อิน’ มากกว่า ประชาไทจึงนำประเด็นนี้ไปหาคำอธิบายเพิ่มเติมจากอาจารย์มหาวิทยาลัย 2 คน นักวิจัย 1 คน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;Gen Z รับรู้เรื่องคนเสื้อแดงอย่างไรในวัยเด็ก&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“เราถามแม่ว่า “ทักษิณโกงจริงเปล่า” แม่ตอบว่าเขาโกงจริงไหมแม่ไม่ได้สนใจ แต่สนใจว่าเขาทำให้เรามีกินหรือเปล่า”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก้อง&amp;nbsp;วัย 25 ปี&amp;nbsp;อดีตนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าย้อนไปถึงความรับรู้ที่เขามีต่อคนเสื้อแดงว่าตัวเขาเกิดและโตที่กรุงเทพฯ และเป็นคนแรกในบ้านที่เรียนจบมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม่ของก้องพื้นเพเป็นคนกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เดินทางเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย จุดเปลี่ยนสำคัญคือ พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งในปี 2544 ‘รัฐบาลทักษิณ 1’ ทำนโยบายกองทุนหมู่บ้าน และ 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้คนที่เข้ามาสู้ชีวิตในกรุงเทพฯ เริ่มสัมผัส&amp;nbsp; ‘ประชาธิปไตยกินได้’ ชัดเจนขึ้นรวมถึงแม่เขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สำหรับแม่พอเทียบ (ยุคทักษิณ 1) กับรัฐบาลชวน มันเหมือนหน้ามือกับหลังเท้า”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านพ่อผู้มีพื้นเพมาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พ่อมักเปิดโทรทัศน์ดูการชุมนุม โดยที่แม่ไม่ได้แสดงความเห็นอะไร แม้ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้มีความคิดทางการเมืองไปในทางเดียวกัน ในความรู้สึกของก้อง บรรยากาศภายในบ้านเป็นไปอย่างปกติ ไม่อึดอัด การเมืองไม่ถึงกับเป็นเรื่องที่ห้ามพูดถึงโดยสิ้นเชิงเหมือนอย่างหลายครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ม็อบ พธม.จบลงด้วยการรัฐประหารปี 2549 พธม.เป็นม็อบที่ขับไล่รัฐบาลสำเร็จทั้งสองช่วง โดยในปี 2549 จบที่การรัฐประหารนำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน ส่วนปี 2551 จบที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญ ก้องในวัยนั้นแทบไม่รู้ว่าเกิดอะไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงปี 2552 มีคนมาชุมนุมอีก ก้องเริ่มเห็นว่ามี ‘ตีนตบ’ เข้ามาอยู่ในบ้าน ตามความเข้าใจของเขา ตีนตบนี้แม่คงได้มาจากน้าๆ ป้าๆ ในละแวกบ้าน ด้วยเงื่อนไขชีวิตและบทบาทในการดูแลลูกคงเป็นเหตุให้แม่ไม่ได้ไปร่วมชุมนุม น้าๆ ป้าๆ กลุ่มนี้แหละเป็นหนึ่งในพวกที่ต้องวิ่งหนีกระสุน เรื่องนี้เขาได้มารู้เมื่อโตขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แม่มีลูก 2 คน เขาก็คงไม่อยากไป (ชุมนุม) หมายถึงว่าอยากอยู่กับลูกมากกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้เป็นคนเสื้อแดง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2553 มีการปะทะกันหว่างผู้ชุมนุมกับทหาร ทั้งเหตุการณ์ 10 เมษายนที่ราชดำเนิน เรื่อยมาจนถึงการสลายชุมนุมที่แยกราชประสงค์ในเดือนพฤษภาคม มันเป็นช่วงเวลาที่เขาจับความได้ว่าบรรยากาศของสังคมตอบสนองม็อบเสื้อแดงกับเสื้อเหลืองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่างน้อยๆ ก็ทุกเช้า ขณะกินข้าวก่อนไปโรงเรียนแล้วเหลือบไปเห็นพาดหัวหนังสือพิมพ์ มีคำที่ลดทอนความเป็นมนุษย์คนเสื้อแดงอยู่เรื่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ คือสงสัย อ้าว ทำไมไม่รัฐประหาร&amp;nbsp; (การตอบสนองของสังคม) ทำไมมันออกมาคนละแบบ ตอนพันธมิตรฯ คุณรัฐประหาร แล้วทำไมตอนนี้คุณยิงผู้ชุมนุมวะ ทำไมมาสู้กับผู้ชุมนุมวะ มันไม่ใช่หรือเปล่า ทำไมมันต่างกัน ทำไมเลือกปฏิบัติ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเล่าว่าเดิมทีแม่เป็นคนไม่ค่อยแสดงความเห็นอะไร ทว่าความคับข้องใจของแม่ปรากฏให้เห็นชัดขึ้นในยุครัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นโยบายหลายอย่างกระทบกับแม่ของเขาที่เปิดร้านขายของชำ อาทิ นโยบาย ‘ไข่ชั่งกิโล’ รวมถึงในยุคนั้นยังมีวิกฤตน้ำมันปาล์มขาดตลาด รัฐบาลจึงจำกัดโควตาซื้อครอบครัวละ 1-2 ขวดเพื่อไม่ให้มีการกักตุน ครอบครัวของเขาต้องวนเข้าๆ ออกๆ หลายห้างสรรพสินค้าเพื่อให้ได้น้ำมันเพียงพอกับที่จะใช้ ตอนนั้นเขายังเด็กจึงยังไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้มองย้อนไปแล้วรู้สึกว่าเป็นนโยบายที่ตลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลจากนโยบายในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครอบครัวเขาได้ออก ‘รถคันแรก’ รถคันนั้นพาเขานั่งไปไหนต่อไหนและพาให้ครอบครัวตั้งตัวได้ ช่วงเดียวกับที่เขาเริ่มเล่นเฟซบุ๊ก ประโยคที่ว่า ‘เสื้อแดงเป็นคนเผาบ้านเผาเมือง’ หรือ ‘โดนทักษิณหลอก’ ยังมีมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การรับรู้เกี่ยวกับคนเสื้อแดงในมุมมองของ ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ ผู้มีแม่เป็นคนเสื้อแดงนั้นแตกต่างอย่างมากกับ&amp;nbsp;เข็มหมุด&amp;nbsp;วัย 25 ปี อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่จำได้ลางๆ ว่าพ่อของเธอชอบเปิดโทรทัศน์ดูเสื้อเหลืองชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เข็มเกิดและโตที่จังหวัดสิงห์บุรี ครอบครัวมีอาชีพตัดแก้กางเกงให้หน่วยงานราชการ อาศัยในบ้านเช่าที่มีลักษณะเป็นล็อกติดๆ กัน ในละแวกบ้านของเธอ เวลาที่เธอถามพ่อว่าที่พ่อเปิดดูอยู่ทุกวันมันเกี่ยวกับเรื่องอะไร พ่อมักบอกว่าเรื่องการเมือง อย่าไปถามคนในซอยเยอะ&amp;nbsp;ส่วนแม่ เวลาที่เธอถามอะไร แม่ก็จะตอบว่าเราทำมาหากินเถอะลูก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พอเราถามพ่อว่า (การชุมนุมที่พ่อดู) มันเกี่ยวกับอะไร พ่อก็บอกว่าเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปถามคนในซอยเยอะ เพราะว่าคนในซอยเป็นคนเสื้อแดงเยอะ แล้วเราก็ถามว่าแล้วมันไม่ดียังไง เขา (คนเสื้อแดง) ทำไมเหรอ พ่อก็บอกว่าเขาก็หาตังค์เพิ่มน่ะลูก อะไรประมาณนั้น พ่อเราบอกว่าคนข้างบ้านคนในซอยเราก็รับเงินไปม็อบ อะไรประมาณนี้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนนั้นพอเรารับสารมาข้างเดียว เราก็เริ่มแบบว่า จริงเหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อว่าคนข้างบ้านที่เขาจิตใจดี เป็นคนมีน้ำใจต่อเรา เอ็นดูเรา จะไปสนับสนุนคนที่คอร์รัปชันหรือว่าคนไม่ดีในตอนนั้น แต่พ่อก็ไม่น่าจะโกหกเราหรอกมั้ง มันเริ่มมีอคตินิดนึงว่า เฮ้ย ทำไมคนชื่อทักษิณทำแบบนั้นกับประเทศ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราวปี 2560 ยุคเฟื่องฟูของเพจล้อเลียนการเมืองรัฐบาลทหาร เข็มอยู่ ม.6 กำลังติวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอเริ่มติดตามอ่านและแชร์โพสต์ของ&amp;nbsp;สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ที่ลี้ภัยทางการเมืองไปตั้งแต่รัฐประหาร ครูที่สถาบันกวดวิชาเห็นว่าเธอแชร์โพสต์ดังกล่าวจึงโทรศัพท์มาที่บ้าน เข็มหมุดเป็นคนรับสาย ครูถามว่าทำไมแชร์โพสต์แบบนี้ รีบลบดีกว่าไหม มันดูไม่ดี ไม่อย่างนั้นครูจะไปแจ้งความ ครูบอกด้วยว่าไม่น่าสนับสนุนเด็กอย่างเข็มเลย ครูคนนั้นเรียกพ่อกับแม่เข็มเข้าไปพบ พ่อกับแม่ต้องขอโทษครูคนนั้นและขอร้องไม่ให้เอาเรื่องลูกสาว แล้วเข็มหมุดก็ไม่ได้เรียนพิเศษกับครูคนนั้นอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การสอบเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเข็ม เธอหลุดจากสังคมเดิมที่อนุรักษนิยมเข้มข้นมาสู่สังคม มธ. ที่เปิดกว้างขึ้นมาก เข็มได้รู้จักและสนิทสนมกับเพื่อนที่เป็น ‘เด็กทุนช้างเผือก’ (เด็กเรียนเก่งแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ที่ มธ.สนับสนุนค่าเทอม ค่าหอ และมีเงินเดือนให้)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพื่อนกลุ่มนี้มักชวนเธอไปงานเสวนาทางวิชาการ และไปชุมนุมทางการเมือง เนื้อหาจากงานเสวนาและคำปราศรัยกลายมาเป็นคำอธิบายในสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด ทำไมพ่อแม่ของเธอทำงานหนักมาก แต่ครอบครัวยังไม่พ้นไปจากความลำบากเสียที ไม่ผิดนักที่จะกล่าวว่าความคิดเชิงอุดมการณ์ของเธอตั้งต้นมาจากความไม่ยุติธรรมทางเศรษฐกิจที่พ่อกับแม่เผชิญอยู่ในทุกวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ในตอนนั้นเธอเริ่มเข้าใจเรื่องขบวนการต่อสู้และปัญหาเชิงโครงสร้างหลายอย่าง แต่นั่นไม่รวมถึงเรื่องคนเสื้อแดง ผลจากการรับข้อมูลในวัยเด็ก เข็มหมุดเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่มีทัศนคติต่อคนเสื้อแดงในทางลบ จนกระทั่งปี 2563 ที่มีการชุมนุมของม็อบราษฎร พ่อพาเข็มหมุดกลับไปเยี่ยมญาติที่อยู่ จ.อุทัยธานี นั่นทำให้เธอได้รับรู้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากน้าที่เป็นคนเสื้อแดงผู้มีทักษะงานช่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขาถามว่าเราได้ไปร่วมม็อบไหม เราก็บอกว่าเราก็ไปนะ แต่ว่าไม่ได้เป็นแกนนำอะไร ไปแค่นั่งฟังคนอื่นเขาปราศรัย ไปหาของกิน อะไรประมาณนี้ น้าคนนี้ไม่ได้อยากเล่าให้ญาติคนอื่นฟัง เขาก็หาที่สงบๆ คุยกับหนู เขาบอกว่าเขาก็เคยเป็นเสื้อแดงนะ เราตกใจว่า จริงเหรอ เขาเล่าว่าเข้า กทม.ไปอัดกรอบพระ ไปหาอาชีพทำนั่นแหละ แล้วก็เป็นช่างซ่อมรถ ช่างซ่อมเครื่องจักรเครื่องยนต์ ทำก๊อกๆ แก๊กๆ ไป ห้องเช่าก็อัดกันอยู่กับพี่น้อง 5-6 คนที่มาจากอุทัยธานี ช่วงนั้นเขาเห็นถึงความไม่เป็นธรรม เขาก็เลยออกมาฟัง มาร่วมด้วย เขาบอกว่าเขายังเก็บเสื้อที่เปื้อนเลือด (เพื่อนจากเหตุสลายชุมนุม) อยู่เลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พอกลับไปอีกที น้าให้เสื้ออีกตัวหนึ่งที่ไม่ได้เปื้อนเลือดมาให้หนูเก็บไว้ แล้วเขาก็เล่าว่าตอนที่สลายการชุมนุม มีรถถังมา คนเสื้อแดงเขาก็ไปหยุดรถถัง ไปทุบ เขาก็ไปช่วยถอด (ชิ้นส่วนของรถถัง) เหมือนกัน เขาอยากเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ให้ลูกหลานรู้ว่ามันเป็นความภูมิใจของเขา เขาเลยไปแงะไฟเลี้ยวของรถถังมา แล้วก็เอามาทำเป็นหัวเข็มขัด เขาโชว์ให้หนูดู ยังเก็บไว้อยู่เลย หนูก็ขอถ่ายรูปไว้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“น้าอีกคนเป็นผู้หญิง เขาก็ไม่อยากพูดถึง ไม่อยากอะไร เขาให้หนูดูรูปภาพตอนไปม็อบเฉยๆ รูปที่ยังหลงเหลืออยู่ ส่วนที่เหลือเขาบอกว่าเขาเผาทิ้งไปหมดแล้ว เหมือนมันเป็นบาดแผลสำหรับเขา เผาทิ้งหมดเสื้อ บัตร ของทุกอย่างที่เกี่ยวกับเสื้อแดง หลังจากที่เขารู้สึกว่าการต่อสู้นี้เหมือนว่ามันจะไม่ชนะแล้ว เขาคิดว่ามันมีการสลายการชุมนุม เราจะโดนล่าหรือเปล่า มีคนเสื้อแดงหลายคนโดนจับแล้วเขากลัวภัยมาถึงตัวเอง”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55282003469_52981c0576_o.jpg" width="2812" height="2292" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(สองรูปแถวบน) เสื้อสีแดงของน้าเข็มหมุดที่เปื้อนคราบเลือดของเพื่อนน้าจากเหตุสลายชุมนุม ลายด้านหน้าเสื้อสกรีนรูป ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งเป็นรูปเดียวกับหน้าปกหนังสือ "ชกข้ามรุ่น" ที่บันทึกคำให้สัมภาษณ์ของณัฐวุฒิตั้งแต่เด็กจนโต&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(สองรูปแถวล่าง) ชิ้นส่วนไฟเลี้ยวของรถถังที่น้าของเข็มหมุดแงะออกมาเก็บเป็นที่ระลึก&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;มองจากมุมอาจารย์ คนรุ่นใหม่รับรู้เรื่องคนเสื้อแดงแค่ไหน ?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เห็นได้ว่า ก้อง ที่มีแม่เป็นคนเสื้อแดง และเข็มหมุดที่มีน้าเป็นผู้ส่งต่อความทรงจำจนทำให้เริ่มหาข้อมูลต่อด้วยตัวเอง จึงทำให้มีความรับรู้เรื่องคนเสื้อแดงค่อนข้างมาก ทว่าทั้งสองเป็นส่วนน้อยของคน Gen Z โดยเฉลี่ย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“นักศึกษาในปัจจุบันโดยเฉลี่ยไม่รู้จักคนเสื้อแดงเท่าไร”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำยืนยันจาก&amp;nbsp;ดร.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. บอกถึงนักศึกษาชุดปัจจุบันในชั้นเรียนของเขาว่า ระดับของการรับรู้เรื่องของคนเสื้อแดงขึ้นอยู่กับระดับความสนใจทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9d62682451c00fd1aa375b8ec6b9228f"&gt;นักศึกษากลุ่มที่สนใจการเมืองจะรู้จักแบบคร่าวๆ และเห็นอกเห็นใจ มองว่าคนเสื้อแดงเป็นคนระดับล่างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เมื่อลุกขึ้นมาต่อสู้ก็ถูกปราบอย่างอำมหิต&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e07d28a2ff1a27030450cbb637660361b"&gt;ขณะที่นักศึกษากลุ่มที่สนใจการเมืองอย่างเข้มข้นมองคนเสื้อแดงว่าเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจที่ไม่เป็นธรรมที่สู้มาก่อนคนรุ่นตัวเอง&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;อนุสรณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่เขียนหนังสือ ‘ให้มันจบที่รุ่นเรา: ขบวนการเยาวชนไทยในบริบทสังคมและการเมืองร่วมสมัย’ ยกตัวอย่างบรรดาแกนนำม็อบเยาวชนปี 2563 บางคนว่ามีจุดเกาะเกี่ยวกับคนเสื้อแดงด้วย เช่น รุ้ง-ปนัสยา ที่เคยไปชุมนุมคนเสื้อแดงกับพ่อแม่ หรือ เพนกวิน พริษฐ์ ที่พ่อแม่เป็นคนเสื้อแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่&amp;nbsp;ธีระพล อันมัย อาจารย์สาขานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เล่าย้อนไปว่านักศึกษาที่เขาได้สอนรู้จักคนเสื้อแดงน้อยมากมาตั้งแต่ในยุคการเมืองเหลือง-แดงแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เด็กนิเทศยิ่ง (สนใจ) น้อย เพราะสนใจแต่เรื่องของความบันเทิง”&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่รับรู้เพียงผิวเผินว่า “เสื้อแดงคือฝั่งตรงข้ามของเสื้อเหลือง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธีระพลเล่าต่อไปว่าในยุคการเมืองสีเสื้อ นักศึกษาที่สนใจทางการเมืองส่วนมากเป็นคนที่มีพื้นเพครอบครัวเป็นคนเสื้อแดงหรือมีญาติที่ร่วมชุมนุม ก็จะทำให้ได้ข้อมูลมาจากการฟังประสบการณ์และการอ่านหนังสือ ด้วยความเป็นเสื้อแดงถูกผูกไว้กับชาวบ้าน นักศึกษาที่มีความเข้าใจให้พวกเขาจึงมักเป็นคนที่ critical (ชอบคิดวิเคราะห์) หน่อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาจารย์นิเทศศาสตร์ ม.อุบลฯ เล่าต่อไปว่าช่วงปี 2553 มีนักศึกษา ม.อุบลฯ ประมาณ 4-5 คนมาชุมนุมกับคนเสื้อแดง เป็นสไตล์นักกิจกรรมที่สนใจเรื่องความเป็นธรรม&amp;nbsp;ซึ่งพวกอาจมองตัวเองว่าเป็นคนเสื้อแดงหรือไม่ก็ได้ แต่อย่างน้อยๆ พวกเขามีความเข้าใจให้คนเสื้อแดง ต่างจากชนชั้นกลางทั่วไปในเวลานั้นที่มองคนเสื้อแดงอย่างดูถูกเหยียดหยามไปจนถึงเกลียดชัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเล่าต่อไปว่านับแต่ปี 2562 เป็นต้นมาการรับรู้เรื่องคนเสื้อแดงของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะนักศึกษาที่เขาคลุกคลีและร่วมทำกิจกรรมด้วยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่มีพ่อแม่เป็น ‘แดง’ ก็จะมองคนเสื้อแดงอย่างเข้าอกเข้าใจ ส่วนอีกกลุ่มก็จะรู้บ้าง แต่จะลงรายละเอียดลึกๆ ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากเลือกตั้ง 2566 เป็นต้นมา เขาพบว่านักศึกษาส่วนใหญ่เลือกเป็น ‘ส้ม’ มากกว่า ‘แดง’ แต่เวลาสนทนาเข้มๆ ก็จะพบว่านักศึกษาที่เป็น ‘แดง’ มีความคิดลึกซึ้งกว่า มีความเป็นนักคิดวิเคราะห์และมองการเมืองอย่างเข้าใจมากกว่า ไม่ตีโพยตีพาย ไม่กะโตกกะตาก ไม่จำขี้ปากใครมาพูดต่อง่ายๆ เป็นพวกเรียนเก่ง ค่อนข้างแม่นหลักการ แต่พวกเขาไม่ใช่คนส่วนใหญ่ ซึ่งมันก็เหมือนช่วงเริ่มต้นของการเป็นคนเสื้อแดงที่นักวิชาการ นักศึกษา หรือปัญญาชนจำนวนน้อยมากที่จะเป็น ‘แดง’&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลได้อันดับหนึ่ง ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย (ถ้ามองเฉพาะจังหวัดอุบลฯ พรรคภูมิใจไทยได้ สส. เขต 3 คนจากทั้งหมด 11 เขต) ธีระพลเล่าว่าในช่วงนั้นมีนักศึกษาที่คณะทำบอร์ดให้คนมาเขียนโพสต์อิทแสดงความคิดเห็น ต่อมาพบว่ามีคนเขียนด่าชาวบ้านที่เลือกพรรคภูมิใจไทย ตัวเขาก็ได้พูดคุยกับนักศึกษาหลายคนในเรื่องนี้ มีคนหนึ่งบอกเขาว่า การที่คนรุ่นใหม่มีทัศนคติดูถูกชาวบ้านเป็นเรื่อง “น่าเสียใจ” คำพูดนี้มาจากปากของนักศึกษาที่เป็นโหวตเตอร์พรรคแดง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา เขาเห็นว่านักศึกษาที่เป็นโหวตเตอร์พรรคสีแดงมีเพิ่มขึ้น แต่ยังถือว่าเป็นกลุ่มน้อยเมื่อเทียบกับภาพรวม เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มเชื่อมั่นในการเลือกตั้ง แม้ผลเลือกตั้งออกมาไม่ถูกใจหรือถูกมองว่าเลวร้าย แต่พวกเขาก็ดูยอมรับในผลนั้นเพื่อปล่อยให้ระบบการเลือกตั้งดำเนินไป&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;‘ที่ทาง’ ของคนเสื้อแดงในม็อบราษฎร&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“(หลังรัฐประหาร 2557) กลุ่มของเสื้อแดงซึ่งถูกสลายไปอย่างกระจัดกระจาย แกนนำถูกจับกุมคุมขังหรือลี้ภัย มวลชนแตกฉานซ่านเซ็น ทีนี้พอมันมีการชุมนุมของเยาวชนขึ้นมาซึ่งข้อเรียกร้องมันใกล้เคียงกันในแง่ของการต่อต้านเผด็จการ ตัวของคนเสื้อแดงก็มาเป็นองค์ประกอบ (ในม็อบเยาวชน) ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขามาเป็นองค์ประกอบ เป็นผู้สนับสนุนหลักรายใหญ่ในการชุมนุมเยาวชน ไม่ได้เอาตัวเองมาแถวหน้า…ฉะนั้นสัญลักษณ์ของเสื้อแดงมันจึงไม่ได้ขึ้นไปบนเวทีของเยาวชนแต่ว่าเป็นการหนุนเสริมอยู่”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนุสรณ์วิเคราะห์ว่าม็อบเยาวชนที่มีการหยิบเอาสัญลักษณ์ของคณะราษฎรมาใช้นั้น มาจากความรู้สึกเชื่อมโยงกับขบวนการที่เป็นคนมีการศึกษา ในทางตรงกันข้าม สาเหตุที่คนเสื้อแดงดูเหมือนมีที่ทางที่ไม่ชัดเจนในม็อบเยาวชนปี 2563 นั้น อาจเป็นเพราะ ‘เสื้อแดงไม่ใช่ปัญญาชน’ เมื่อเทียบกับกับเสียงของนักเรียน-นักศึกษาที่มีทักษะในการนำเสนอความคิดของตัวเองในที่สาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนุสรณ์เล่าต่อไปว่า เดิมทีภาพจำชัดที่สุดคือผู้สนับสนุนทักษิณ โดยในขบวนการก็มีหลากหลายกลุ่มย่อย เช่น แดงสังคมนิยม, แดงนักกิจกรรม ความพลิกผันทางการเมืองทำให้คนเสื้อแดงแตกตัว พอมีความพลิกผันทางการเมือง คนเสื้อแดงในกลุ่มปัญญาชนก็หันเหมาสนับสนุนพรรคประชาชน หรืออดีตพรรคอนาคตใหม่ กลุ่มนี้มีเสียงดังในทางสาธารณะมากกว่า ทำให้เสียงคนเสื้อแดงที่ยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยลดน้อยถอยลงไปอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขากล่าวต่อไปว่า คนเสื้อแดงมาร่วมเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ทั้งจากที่เห็นได้ในคาร์ม็อบช่วงปี 2564 และเงินที่โอนเข้ากองทุนราษฎรประสงค์ ซึ่งมีบทบาทในการช่วยเหลือเงินประกันตัวผู้ต้องหาคดีทางการเมือง ยอดเงินมากบ้าง น้อยบ้าง เหล่านี้ส่วนหนึ่งก็มาจากคนเสื้อแดงที่เป็นผู้หนุนเสริม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังการสลายชุมนุมม็อบ 16 ตุลาคม 2563 ขบวนการเยาวชนอยู่ในช่วงบอบช้ำ แกนนำถูกจับเข้าคุก-ถูกดำเนินคดีจนไม่สามารถจัดการชุมนุมขนาดใหญ่ ต่อมาในช่วงปี 2564 ‘หนูหริ่ง’ สมบัติ บุญงามอนงค์ จัดคาร์ม็อบ สิ่งที่น่าสนใจคือคนเสื้อแดงออกมาเป็นตัวแสดงหลัก เช่นเดียวกันกับคาร์ม็อบที่จัดโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“รถมอเตอร์ไซค์เอย รถปิคอัพเอย รถเก๋งเอย ซึ่งถ้าว่าเราไปดูบรรดาสัญลักษณ์ที่ใช้ในการรณรงค์ครั้งนี้ เราจะเห็นว่าคู่กันไป ก็คือมีทั้งธงของ นปช. รถที่ติดสติกเกอร์ นปช. มีธงของม็อบราษฎร เคียงคู่กันไป”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณัฐวุฒิคือแกนนำระดับแม่เหล็ก ส่วนหนูหริ่งคือคนที่เคยเรียกตัวเองว่า ‘แกนนอน’ ผู้ชวนคนเสื้อแดงออกมาทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ อาทิ สวมเสื้อแดงในวันอาทิตย์, กินแมคโดนัลด์ที่ราชประสงค์ หลังจากเหตุการณ์สลายชุมนุมปี 2553&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธีระพล อาจารย์ ม.อุบลฯ กล่าวถึงที่ทางของคนเสื้อแดงไปในทางเดียวกันกับ อนุสรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนการชุมนุม 2020 เป็นต้นมา เริ่มมีการพูดถึงคนเสื้อแดงที่จุฬาฯ นั่นเป็นเหตุการณ์ที่คนเสื้อแดงบ้านๆ ได้ถูกพูดถึงอีกครั้ง และมันก็ส่งต่อพลังให้คนเสื้อแดงได้มากทีเดียว แม้จะไม่ได้เป็นแกนกลางของการเคลื่อนไหวซึ่งตอนนั้นแกนกลางคือ เยาวชนปลดแอก แต่คนเสื้อแดงก็ไม่เคยหายไปไหนนะ เข้าร่วมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ (แฟลชม็อบ) ปี 2562 แล้ว เป็นกองหนุน เป็นมวลชน เป็นนายประกัน แต่ไม่ได้เป็นแกนนำ เหมือนบทกวี ‘กบฏ’ ของ ‘ไม้หนึ่ง ก.กุนที’ ที่ว่า ...เราอยู่ที่นี่ ซุ่มซ่อนตัวอย่างเปิดเผย โดยไม่เคยจากไปไหน ในบึ้งใจของผู้ถูกกดขี่...”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เท่าที่คุยกับคนเสื้อแดงแถวอุบลฯ ก็จะได้คำตอบว่า มีคนรุ่นใหม่มารับไม้ต่อแล้วก็ดีใจ มีโอกาสก็เข้าร่วม ส่งข้าวส่งน้ำส่งกำลังใจให้ลูกหลานที่ต่อต้านเผด็จการ ตัวเองไม่ออกหน้าไม่เป็นไร ขอให้แนวทางการต่อสู้เหมือนกันคือ ต่อต้านเผด็จการหรือคณะรัฐประหาร”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงปี 2563-2564 มีปรากฏการณ์ ‘ขอโทษคนเสื้อแดง’ จากคนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง อินฟลูเอนเซอร์ และอดีตผู้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ และ กปปส. ตัวอย่างเช่น&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.nationtv.tv/entertainment/378721838"&gt;คณาธิป สุนทรรักษ์&lt;/a&gt; หรือ ‘พี่ลูกกอล์ฟ’ ครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง,&amp;nbsp;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2021/08/94246"&gt;ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย&lt;/a&gt; หรือ ‘ไฮโซลูกนัท’ และ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.khaosod.co.th/politics/news_6628830"&gt;ธิษะณา ชุณหะวัณ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมุดหมายสำคัญที่อาจพูดได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้ปรากฏการณ์นี้เป็นที่รับรู้ คือเหตุการณ์ที่นิสิตจุฬาฯ อ่านถ้อยคำปราศรัย ‘เสียงจากดินถึงฟ้า’ ของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในกิจกรรมแฟลชม็อบที่อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2563 ข่าวของ&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2020/08/89042"&gt;การเอ่ยคำปราศรัยวรรคทอง&lt;/a&gt;ดังกล่าวถูกรายงานในหลายเพจทั้งในรูปแบบข้อความและคลิปวิดีโอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“กรณีนิสิตอ่านบทกวีของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และขอโทษคนเสื้อแดงนั้นดีนะ ในความรู้สึกของผมมันต้องมีจังหวะแบบนั้นเพื่อให้เกียรติการต่อสู้แบบบ้านๆ บ้าง ส่วนกรณีช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่จุฬาฯ เชิญอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาพูด เด็กจุฬาฯ ก็ไปชูป้ายประท้วงอภิสิทธิ์ สะท้อนว่าเยาวชนยังจำได้ว่าใครคือตัวแสดงในเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง แน่นอน อภิสิทธิ์ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีในตอนนั้นก็เป็นตัวละครหลักในฐานะฝ่ายรัฐที่มีอำนาจสั่งใช้กำลังสลายการชุมนุมจนมีคนตายจำนวนมากกลางใจเมืองหลวง มันเป็นตราประทับที่ติดตัวเขาไปตลอด สำหรับคนเสื้อแดงหรือคนที่รักความเป็นธรรมจะมองอภิสิทธิ์ด้วยสายตาแบบนั้น ไม่มีวันพ้นมลทินนี้ไปได้” ธีระพลกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้าน อนุสรณ์ มองเหตุการณ์นิสิตจุฬาอ่านคำปราศรัยดังกล่าวว่าเป็น ‘ข้อต่อ’ ของคนต่างรุ่น การหยิบยกคำปราศรัยนี้ขึ้นมาพูดอีกครั้งแสดงให้เห็นถึงการสานต่อของการตั้งคำถามต่อสิ่งที่เรียกว่า บทบาทการนำของสถาบันกษัตริย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เพราะใน (คำปราศรัย) เสียงจากดินถึงฟ้า (เมื่อปี 2551) เป็นครั้งแรกๆ ที่อาจเรียกได้ว่าขบวนการคนเสื้อแดงเริ่มตั้งคำถาม โดยมีน้ำเสียงของความการตัดพ้อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ อันนี้มันเป็นผลพวงมาจากการที่ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เสียชีวิต ซึ่งจะว่าไปก็อาจจะความผิดพลาดของตัวเองก็ได้ อย่างไรก็ดี สิ่งที่เห็นชัดก็คือว่า&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2008/10/18578"&gt;ราชินีและ (ฟ้าหญิงฯ) องค์เล็กในตอนนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปพิธีพระราชทานเพลิงศพ&lt;/a&gt;”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ก็เป็นครั้งแรกที่เกิดคำจำพวก ‘ตาสว่าง’ แต่เรื่องของสถาบันฯ ยังไม่ได้ถูกนำเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดง ถึงแม้ว่าในช่วงเวลานั้นตัวคนเสื้อแดงจะเรียกตัวเองว่าเป็นไพร่ เรียกการต่อสู้ว่าเป็นสงครามระหว่างชนชั้น ระหว่างไพร่กับอำมาตย์ แต่ว่าตัวอำมาตย์กินความแต่หัวหน้าอำมาตย์คือพลเอกเปรม ติณสูลานนท์”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์ ผู้ทำวิจัยเรื่องแดงไหนฯ&amp;nbsp; บอกว่าคนเสื้อแดงที่ตนได้พูดคุยต่างรู้สึกดีใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“มันเหมือนอารมณ์ลูกหลานกลับมาหาที่บ้านอะไร ฟินไปหมดแล้ว ให้ไปทำอะไรเขาทำหมดตอนนั้น ก็เลยเฮโลกันออกไปเต็มไปหมด ไปสนับสนุน ไปซื้อน้ำ ซื้ออะไรไปให้เต็มไปหมด”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“(ลูกหลาน) มาอวยนิดเดียว หรือแบบรู้แล้วว่าสิ่งที่ฉันทำมันไม่ได้สูญเปล่า มันยังมีคนให้ค่า”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่ามีคนเสื้อแดงที่รู้สึกไม่เชื่อในการขอโทษนั้นบ้างหรือไม่ นลินรัตน์เล่าว่า ช่วงที่เธอต้องสัมภาษณ์คนเสื้อแดงเพื่อทำธีสิส มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ได้ยินคนเสื้อแดงเขาพูดเล่นพูดล้อในทำนองแซวกันเองว่า “เป็นไงล่ะลูกหลานมันมาอวย เสร็จแล้วมันก็วกกลับมาด่า”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากวิทยานิพนธ์ปริญญาโท เรื่อง&amp;nbsp;&lt;a href="https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=12442&amp;amp;context=chulaetd"&gt;“วาทกรรมคนเสื้อแดง ฉบับรื้อสร้างใหม่ : กรณีศึกษา กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ ปี พ.ศ.2563-2565”&lt;/a&gt; โดย ชนกานต์ วงศ์กิตติขจร ระบุไว้ตอนหนึ่งถึงเหตุการณ์นิสิตจุฬาอ่านบทกวีจากดินถึงฟ้า ว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อันที่จริง ในการชุมนุมวันนั้นผู้ชุมนุมได้ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าไม่ได้เจตนาจะกล่าวถึงคนเสื้อแดงโดยตรง เพียงแต่ต้องการเปรียบเทียบกรณีของพวกเขาที่ทางมหาวิทยาลัยเกือบจะไม่อนุญาตให้จัดการชุมนุม ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเขาเป็นคนตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียง เหมือนกับคนเสื้อแดงในอดีต ผู้ชุมนุมแค่ต้องการเชื่อมโยงการเป็นนักศึกษาที่ถูกผู้บริหารมหาวิทยาลัยกดดันกับการเป็นประชาชนของประเทศนี้ที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงเหมือนที่คนเสื้อแดงโดนกระทำ”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การชุมนุมของม็อบ 2563 นั้นส่งผลให้มีการ destigmatize (ลดการตีตรา) คนเสื้อแดงไปบ้าง แต่ ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ มีข้อสังเกตว่าที่ทางและเรื่องราวของคนเสื้อแดงในยุคม็อบราษฎรยังมีลักษณะเป็นชายขอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อสังเกตนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของเขาที่เห็นบทสนทนาในหัวข้อทำนองว่า “ควรโอบรับคนเสื้อแดงเข้ามาในม็อบหรือเปล่า” ผ่านหูผ่านตาอยู่บ้างทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์ เท่าที่เขารู้มาความเห็นในเรื่องนี้แบ่งออกเป็นหลายแนว มีทั้งจากฝั่ง ‘ผู้ใหญ่’ ที่ไม่ได้ผูกโยงตัวเองกับคนเสื้อแดงที่ออกอาการ ‘กลัวแทน’ ว่า “ม็อบจะแปดเปื้อน” ขณะที่คนเสื้อแดงบางคนก็ไม่ได้ต้องการถูกโยงเข้ากับม็อบเยาวชน จากความกังวลว่าเด็กๆ อาจถูกปราบปรามหนักเหมือนที่พวกเขาเคยเจอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตลอดระยะเวลารัฐประหาร 2557 มาจนกระทั่งมีเลือกตั้ง (ปี 2562) มันมีการผลิตภาพจำซ้ำๆ ว่าคนเสื้อแดงคือความรุนแรง คนเสื้อแดงคือพวกไม่มีการศึกษา คนเสื้อแดงคือความโง่ คนเสื้อแดงคือนู่นนี่นั่นแบบที่มันไม่ดี แล้วมันก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการ keep (รักษา) ความบริสุทธิ์ของม็อบ เพื่อให้คนที่มีอำนาจเห็นว่าเรา (ม็อบ) ไม่ได้มี hidden agenda”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;วิเคราะห์เหตุปัจจัย ทำไมคนรุ่นใหม่ ‘ไม่อิน’&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;จากการพูดคุยกับคนเจนซี 2 คน และผู้ใกล้ชิดหรือศึกษาเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ทั้ง 3 คน ผู้สื่อข่าวสรุปแนวการวิเคราะห์ว่าเหตุใดคนรุ่นใหม่จึงสนใจหรือรับรู้ในประเด็นคนเสื้อแดงน้อยมาก โดยแยกเป็นประเด็น ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li class="ck-list-marker-bold" aria-level="1" data-list-item-id="e1df944e06f22694629615017f913b144"&gt;&lt;strong&gt;สำนึกทางชนชั้น-ความเกลียดนักการเมือง&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;เข็มหมุด อดีตนักศึกษา มธ. และก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ ซึ่งเป็นคนยุคม็อบ 2563 มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘สำนึกทางชนชั้น’ มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ม็อบ 2563 หยิบคนเสื้อแดงมาพูดถึงในแง่ว่าเราไม่ลืมอดีต…เวลาที่หยิบสัญลักษณ์ คีย์เวิร์ด ไม่ได้หยิบของคนเสื้อแดงมาเลย ก็รู้สึกว่าอาจเป็นเพราะคนรุ่นใหม่ไม่รู้สึกรีเลทกับคนเสื้อแดงหรือเปล่า อันนี้มองในมุมที่ที่เรารู้สึกนะ เขารีเลทกับแบบม็อบ 6 ตุลา ม็อบ 14 ตุลา เพราะว่าเขารู้สึกว่าเป็นม็อบคนรุ่นใหม่เหมือนกันเลย เป็นพลังบริสุทธิ์ เป็นความหวัง ส่วนม็อบคณะราษฎรก็รู้สึกรีเลทมากกว่า แล้วอย่างเช่นสัญลักษณ์สามนิ้วเขาก็เอามาจาก (ภาพยนตร์) ฮังเกอร์เกม เพลงแฮมทาโร่ (แต่) ในความเป็นคนเสื้อแดง เขาก็จะมีกิจกรรมอย่างเช่น&amp;nbsp;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2010/03/28294"&gt;ดูดเลือดตัวเอง (ไปเทหน้าทำเนียบรัฐบาล)&lt;/a&gt; ที่เราก็ไม่ได้หยิบ (วิธีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์แบบนั้น) มาใช้เท่าไหร่ เขาก็มีความแบบว่า…กินข้าวเหนียวส้มตำ มีความหมอลำด้วย ถึงการเกิดม็อบมันคล้ายๆ กันแต่รู้สึกว่าคนรุ่นใหม่ยังไม่หยิบมา เพราะเขาอาจจะไม่รู้สึกรีเลทตรงนี้”&amp;nbsp;เข็มหมุดบอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้าน ธีระพล อาจารย์ ม.อุบลฯ ก็บอกว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องสำนึกทางชนชั้น เฉพาะในอุบลฯ ก็เป็นแบบนั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนนั้นในยุคการเมืองสีเสื้อ ชาวบ้านที่อยู่รอบมหา’ลัยก็เป็นแดง แต่ในมหา’ลัยมันออกไปทางเหลือง มันก็เป็นเรื่องของชนชั้น”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาจารย์ ม.อุบลฯ บอกด้วยว่าเหตุปัจจัยทำให้เรื่องราวของคนเสื้อแดงมักไม่ถูกหยิบยกมาทำความเข้าใจ หรือการให้เครดิตเหมือนกับขบวนการต่อสู้ในอดีตอื่นๆ เป็นเพราะภาพจำที่ว่าม็อบเสื้อแดงเป็น “มวลชนที่รับใช้นักการเมือง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“คนเสื้อแดงไม่ค่อยถูกยกขึ้นมา (พูดถึงหรือให้เครดิต) ไม่ต้องเทียบกับ 2475 หรอก เอาแค่พฤษภาคม 2535 ก็ได้ เวลาจัดรำลึกเหตุการณ์ทางการเมืองเดือนพฤษภาคม เราก็จะเห็นว่า พวกคนเสียงดังทั้งนักวิชาการ เอ็นจีโอ สื่อมวลชน ซึ่งก็เป็นเสื้อเหลืองและกลายเป็น กปปส.กันซะส่วนใหญ่นั้นก็เลือกจะพูดถึงแต่พฤษภาคม 2535 แต่ไม่พูดถึงพฤษภาคม 2553 กันเลย จึงมีแต่คนเสื้อแดงนี่แหละที่เห็นคุณค่าและให้ค่ากับมัน เรื่องนี้หากจะให้มองก็คือ สังคมประเทศนี้รังเกียจการเมืองแบบพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคการเมืองบ้านๆ ที่ชาวบ้านเป็นผู้เลือกอย่างไทยรักไทยหรือเพื่อไทยตอนนี้ พวกอิลีททั้งนักวิชาการ สื่อมวลชนและเอ็นจีโอจะมองการเมืองแบบคนเสื้อแดงว่ารับใช้พรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่ไม่ใช่การเมืองในอุดมคติของชนชั้นกลางที่มีนักการเมืองแบบพระเอกเป็นพ่อยอดขมองอิ่ม รูปหล่อ การศึกษาดี ฝีปากกล้าและมาจากการเลือกของคนชั้นกลางค่อนข้างสูงในเมือง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ที่สำคัญคือ การต่อสู้ของคนเสื้อแดงถูกด้อยค่าหรือลดทอนคุณค่าเจตจำนงทางการเมือง ซึ่งข้อเรียกร้องของพวกเขาก็ค่อนข้างสามัญมาก แต่มันสำคัญ คือเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ยุบสภาแล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น ไม่ได้มีอุดมการณ์สูงส่งถึงการเมืองขาวสะอาดหรือประชาธิปไตยสุจริตดัดจริตอะไรพวกนั้น พอมันถูกด้อยค่าว่าเป็นม็อบรับใช้การเมือง มันก็ไม่ถูกนับ แม้จำนวนคนตายและบาดเจ็บจะมากกว่าเหตุการณ์ทางการเมืองร่วมสมัยอื่นๆ ก็ตาม”&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li class="ck-list-marker-bold" aria-level="1" data-list-item-id="e4e8c14d170165a068ca46761e9fdb6aa"&gt;&lt;strong&gt;บทบาทสื่อ-สถานะความเป็น ‘ผู้แพ้’ ในประวัติศาสตร์&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;“สื่อไม่โรแมนติกกับเรื่องคนเสื้อแดง”&amp;nbsp;คืออีกหนึ่งประเด็นที่อาจารย์นิเทศศาสตร์ ม.อุบลฯ กล่าวถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเล่าว่าบทบาทของสื่อในยุคการเมืองเหลือง-แดง สื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐ จนกระทั่งยุคม็อบ 2563 ที่ได้เห็นสื่อออนไลน์นำเสนอข้อมูลคนเสื้อแดงในอีกด้านมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การผลิตสื่อที่เกี่ยวกับคนเสื้อแดงยังคงมีความเฉพาะกลุ่ม หรือเป็นไปในลักษณะที่ “ซัพพอร์ตผู้ได้รับผลกระทบ” มากกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป็อป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลจากเท่าที่พบ สื่อในรูปแบบภาพยนตร์ที่กล่าวถึงคนเสื้อแดงและใช้เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในปี 2553 เป็นฉากหลังของเรื่อง ได้แก่ ตั้งวง และ สิ้นเมษาฝนตกมาปรอยปรอย&amp;nbsp; In April the Following Year, There Was a Fire ส่วนสื่อในรูปแบบหนังสือ ได้แก่ นิยายภาพ “ตาสว่าง” (Il Re di Bangkok หรือ The King of Bangkok) และ “กระสุนตกนอกหน้าต่าง:กลางท้องถนนในฤดูร้อน”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาบอกด้วยว่าสถานะความเป็น ‘ผู้แพ้’ ในประวัติศาสตร์ ก็ส่งผลต่อการถูกเล่า-ถูกจำเช่นกัน เห็นได้ว่าเรื่องราวในช่วงอภิวัฒน์สยาม 2475, การเข้าป่าของกลุ่มคนเดือนตุลาซึ่งมีตัวละครหลักเป็น ‘คนมีการศึกษา’ ถูกนำมาเล่า-ตีความใหม่ หรืออย่างน้อยก็ถูกใช้เป็นพื้นหลังของเรื่อง มากกว่าเหตุการณ์คนเสื้อแดงอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เรื่องของคนเสื้อแดง มันก็เหมือนการปราบกบฏผีบุญนั่นแหละ ผ่านไปร้อยกว่าปีถึงมีคนพูดถึงว่ากบฏผีบุญคืออะไร เป็นประวัติศาสตร์ของผู้แพ้ ประวัติศาสตร์ของคนที่ถูกทำให้เป็นผู้ร้ายแล้ว มันก็สมควรต้องตาย ก็แบบนั้นแหละ คุณเห็นเขาเคลียร์ประวัติศาสตร์ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ลงสักทีไหม เป็นร้อยปีแล้ว มันคือการถูกทำให้เป็นคนอื่นและเป็นคนร้ายด้วย มันยังมีอะไรที่ปิดกั้นไม่ให้ความจริงเหล่านั้นเปิดเผยได้ ทั้งด้วยกลไก ทั้งด้วยระบบคิด ทั้งด้วยวัฒนธรรมของคนนั่นแหละ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เข็มหมุด อดีตนักศึกษา มธ.ให้ความเห็นตอนหนึ่งด้วยถึงอิทธิพลของสื่อในการให้ภาพจำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สื่อด้วยแหละที่แบบ…ม็อบ 2563 นี่บริสุทธิ์ที่สุดแล้ว นู่นนี่นั่น แต่ภาพจำคนเสื้อแดงคือชายชุดดำเผาบ้านเผาเมือง แต่ว่าพอมาปัจจุบัน เขาก็ถูกยกฟ้องไปแล้ว ก็เหมือนแบบ เออ ที่ผ่านมา (คนรุ่นเรา) โดนผู้ใหญ่หลอกนี่หว่า”&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e9cd257812e4ae1e4d310f8452db6fdab"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/05/117414"&gt;16 ปี คดีสลายชุมนุมจวนหมดอายุความ แต่ไร้ความคืบหน้า สารพันอุปสรรค ยังมองไม่เห็นทางเดินต่อ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;h2&gt;นักวิจัยเผยมุมมองคนรุ่นใหม่ใน ‘กลุ่มนางแบก’ ต่อ ‘ทักษิณ’&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เรื่องเล่าจากน้าที่เข็มหมุดได้ฟังคือหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนว่าคนเสื้อแดงมีการส่งต่อความทรงจำสู่คนต่างรุ่นอย่างเงียบๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับข้อค้นพบที่&amp;nbsp;นลินรัตน์ เลิศลีลาวิราม ผู้ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเรื่อง&amp;nbsp;&lt;a href="https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2024/TU_2024_6408030549_19969_31503.pdf"&gt;แดงไหน”: คนเสื้อแดงรุ่นใหม่ในยุคการเมืองที่พลิกผัน&lt;/a&gt; คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.พบจากการลงสนามพูดคุยกับทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง และคนรุ่นใหม่ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘นางแบก’&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์อธิบายให้ฟังว่า คำถามที่ต้องถามผู้ให้ข้อมูลทุกคนตอนทำธีสิสคือ “คิดยังไงกับทักษิณ” ทำให้พบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนับสนุนพรรคสีแดง หรือ ‘นางแบก’ มีทั้งกลุ่มที่เป็นลูกหลานคนเสื้อแดง และลูกหลานของกลุ่มอนุรักษนิยมที่ไม่ได้ชอบทักษิณ เมื่อลูกหลานของคนทั้งสองกลุ่มเข้ามาอยู่ในชุมชน ‘นางแบก’ แล้วก็เกิดการแชร์ข้อมูลกันในเรื่องการต่อสู้ของคนเสื้อแดง เมื่อลูกหลานของกลุ่มอนุรักษนิยมได้รับข้อมูลอีกด้านจากลูกหลานคนเสื้อแดงก็ส่งผลให้ ‘นางแบก’ มี perception (ความรับรู้) ต่อทักษิณดีขึ้น จากเดิมที่เคยมองว่าเขาเป็น ‘คนไม่ดี’ สู่การมองเป็น ‘คนเก่งคนหนึ่งที่เป็นเหยื่อทางการเมือง’ แต่พวกเขาไม่ได้เป็นแฟนคลับทักษิณในเซนส์ของ ‘แม่ยก’ แบบเดียวกับคนเสื้อแดงในสมัยก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การรับรู้เรื่องคนเสื้อแดงของ ‘นางแบก’ นลินรัตน์อธิบายว่าแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ หนึ่ง - มองคนเสื้อแดงเป็นวีรบุรุษโดยที่ไม่ได้ผูกโยงกับพรรคการเมืองเครือข่ายของทักษิณ สอง - เป็นวีรบุรุษที่แยกไม่ขาดกับพรรคเครือข่ายของทักษิณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์เล่าว่า ตนเคยถามคนเสื้อแดงคนหนึ่งที่เป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยว่า “เราสามารถแยกคนเสื้อแดง, นางแบก และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ออกจากกันได้หรือไม่”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คนเสื้อแดงคนนั้นตอบว่า ความเป็นคนเสื้อแดงไม่สามารถแยกออกจากการเป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยได้ แต่ว่าคนเสื้อแดงกับนางแบกอาจจะแยกกันได้จากการอยู่คนละเจเนอเรชัน ฉะนั้น คนเสื้อแดงที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยจึงมีมุมมองว่าคนเสื้อแดงที่เปลี่ยนไปเลือกพรรคส้ม ไม่ใช่คนเสื้อแดงแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์บอกว่าการชุมนุมปี 2563 เป็นจุดที่ทำให้คนรุ่นใหม่แอคทีฟทางการเมืองมากขึ้น และมีมุมมองเชิงบวกต่อคนเสื้อแดงมากขึ้นในฐานะ ‘เหยื่อที่ไม่รับความเป็นธรรม’ อย่างไรก็ตาม ภาพจำของ ‘คนที่ออกมาดีเฟนต์ให้ทักษิณ’ ก็ถูกย้ายไปผูกโยงกับ ‘นางแบก’ แทน จึงอาจพูดได้ว่า ความคิดการเมืองของคนรุ่นใหม่นั้นผูกโยงกับทัศนคติที่พวกเขามีต่อทักษิณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวประชาไทถามต่อไปอีกประเด็นด้วยว่า ในบริบทที่การเมืองแบ่งขั้วกลายเป็น ‘แดงกับส้ม’ บางครั้งบางคราวที่มีการปะทะกันระหว่างโหวตเตอร์สองพรรคในโลกออนไลน์ เราอาจเห็นประโยคที่ว่า “ยกย่องการต่อสู้ของคนเสื้อแดงนะ แต่เกลียดพวกนางแบก” ออกมาจากแอคเคานต์ของโหวตเตอร์พรรคส้มบางคน ประโยคดังกล่าวสะท้อนมุมมองที่มีต่อคนเสื้อแดงอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์มองว่า ประโยค ‘ยกย่องคนเสื้อแดง แต่เกลียดนางแบก’ ดังกล่าวนั้น สะท้อนมุมมองของผู้สนับสนุนพรรคส้มที่มองว่า “นางแบกไม่ได้เป็นคนเสื้อแดงในความคิดเขา” แต่ว่านางแบกเป็นลูกหาบของ&amp;nbsp;คำ ผกา ซึ่งเป็นการมองแบบตีคลุมเชื่อมโยงไปเองจากความเสียงดังของคำ ผกา ซึ่งมี personality (บุคลิก) ที่เหมาะแก่การเล่นข่าว เวลาที่เธอแสดงความเห็นอะไรก็ตาม สื่อก็ชอบจับไปเป็นประเด็นเป็นคลิกเบต แล้วมันก็ขยายไปได้กว้างกว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์กล่าวอีกด้วยว่า เพราะนางแบกเป็นกลุ่มที่ยึดโยงกับตัวทักษิณเยอะจึงถูกด้อยค่า หมายความว่า สมมติว่าทักษิณยังเป็นจุดศูนย์กลางของคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงก็จะโดนด้อยค่าว่าสู้เพื่อทักษิณ แต่ว่าถ้าทักษิณเหมือนหลบฉากไปแล้ว คนเสื้อแดงก็จะถูกยกขึ้นมาว่าเป็นคนที่สู้เพื่ออุดมการณ์ใดๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้าน ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;มองประโยค ‘ยกย่องคนเสื้อแดง แต่เกลียดนางแบก’ ดังกล่าวว่า เป็นการมองอย่างเหมารวมเพื่อมุ่งลดทอนเสียงของนางแบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“(ประโยคนี้) มันไม่โอเค ถ้าคุณบอกว่าคุณเข้าใจการต่อสู้ของคนเสื้อแดงจริงๆ คุณจะไม่ลดทอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คนแล้วมองข้ามไปเพราะเพียงเขาเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่คุณไม่ชอบ คุณไม่ชอบนางแบก เขาเป็นนางแบกคุณเลยไม่ฟัง แต่บางทีนางแบกหลายๆ คนเขาพูดเชิงวิชาการนะเว้ย เขาพูดเนื้อหาในเชิงวิชาการ พูดแบบมีสาระ แต่คุณตีไปแล้วว่าเขาเป็นนางแบกคุณเลยไม่ฟังเขา”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นลินรัตน์บอกด้วยว่าเท่าที่ได้พูดคุยกับ ‘นางแบก’ คนกลุ่มนี้ก็มองตัวเองว่าเป็น ‘นางแบก’ ไม่ได้มองตัวเองเป็นคนเสื้อแดง เพราะว่ามันเป็นคนละยุคสมัย คนละบริบทกัน แต่เขาก็อยากที่จะให้เกียรติคนเสื้อแดงที่สู้มาก่อน ซึ่งมุมมองเช่นนี้ก็เป็นไปในทางเดียวกับ ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ ที่บอกกับผู้สื่อข่าวเช่นกันว่าเขาไม่ต้องการ ‘เคลม’ ประวัติศาสตร์ในยุคนั้นเพื่อมาสร้างความชอบธรรมเวลาที่จะแสดงความเห็นอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ มองว่าความรับรู้เกี่ยวกับคนเสื้อแดงมีส่วนหล่อหลอมวิธีที่เขามองการเมืองอย่างมาก อาทิ คนเสื้อแดงทำให้เขาเชื่อในประชาธิปไตยแบบการเลือกตั้ง, เขามีมุมมองต่อการคอร์รัปชันในแบบที่ต่างจากกระแสหลัก ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจ แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกเหมือนคนบางกลุ่มที่มักอ้างเรื่องนี้ในการขัดขวางการทำนโยบาย และเขาเชื่อว่าทุกคนมีเอเจนซี (Agency) ของตัวเอง หมายความว่าทุกคนมีอำนาจและเสรีภาพในการตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองอย่างอิสระ ไม่ว่าจะมีสถานะทางชนชั้นหรือการศึกษาอยู่ในระดับไหน การบอกว่า “เสื้อแดงโดนจ้าง” แล้วลดทอนด้วยประเด็นเรื่องชนชั้น-การศึกษา เพื่อสร้างความชอบธรรมในการกดปราบ จึงเป็นการลดทอนเอเจนซีของคนอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ในบริบทของมุมมองต่อคนเสื้อแดง ถ้าเราเชื่อว่าทุกคนต่างมี agency เป็นของตัวเอง เราจะเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น คือการมีเสื้อแดงเป็นร่มใหญ่ มีเป้าหมายว่าฉันไม่ต้องการให้ใครมาตัดสินใจแทนว่าใครควรได้เป็นรัฐบาล เพราะฉันได้เลือกมาเองแล้ว” ก้องอธิบาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาระบุต่อไปว่าเรื่องอำนาจการตัดสินใจผ่านการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่คนเสื้อแดงในทุกกลุ่มย่อยมองเห็นร่วมกัน แต่ว่าคนแต่ละคนก็มีเอเจนซีย่อยๆ ของตัวเองต่างกันไป คนเสื้อแดงจึงมีหลายเฉด มีความเห็นในเรื่องย่อยๆ แตกต่างกันไป กระทั่งความนิยมชมชอบในตัวทักษิณที่มาก-น้อยบ้างต่างกัน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;‘มิติทางเพศ-จริต’ จุดแข็งของ ‘นางแบก’ รุ่นใหม่&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในประเด็นว่าด้วยเหตุปัจจัยที่คนรุ่นใหม่อิน/ไม่อิน กับเรื่องราวการต่อสู้ของขบวนการใดนั้น อนุสรณ์ และนลินรัตน์ ยังวิเคราะห์เชื่อมโยงมาที่การเมืองร่วมสมัยด้วย โดยดูเหตุปัจจัยของความ ‘เป็นส้ม’ ‘เป็นแดง’ ในบริบทที่ทั้งสองพรรคในซีกเสรีประชาธิปไตยต้องมาช่วงชิงฐานเสียงกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนุสรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงมิติที่เกี่ยวกับเพศสภาพและความสัมพันธ์ระหว่างชาย-หญิง ว่าเป็นประเด็นที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญมากในระดับที่มีผลต่อความโน้มเอียงทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขายกตัวอย่าง 2 เรื่อง ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e6549be6181bd55c4b51119b404fcd8b2"&gt;การที่พรรคส้มถูกมองว่าเป็น ‘พรรคชายแท้’ นั้นส่งผลกระทบต่อฐานเสียงคนรุ่นใหม่อยู่เหมือนกัน นักศึกษาในชั้นเรียนของเขาเริ่ม “ออกห่างจากส้ม” จากปัญหาการบริหารจัดการภายในพรรค รวมถึงหลายกรณีที่เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="efaff053f38dc64fd7f15688ca9e633a0"&gt;เหตุการณ์ที่นิสิตจุฬาฯ ชูป้ายคัดค้านกรณีเชิญ อภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นที่สั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงมาเป็นวิทยากร ซึ่งจากข้อมูลที่เขาทราบมา นิสิตจุฬาฯ กลุ่มดังกล่าวผูกโยงตัวเองกับสีแดงมากกว่าส้ม และมีระดับความสนใจการเมืองเข้มข้น และก็อยู่ในกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วย&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;การเลือกตั้งที่ผ่านมา เข็มหมุด อดีตนักศึกษา มธ. เป็นหนึ่งในคนที่ ‘ถอยห่าง’ จากพรรคส้มที่เธอเคยสนับสนุนในการเลือกตั้งปี 2566 โดยเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา เปลี่ยนใจมาเลือกพรรคสีแดงเพราะ “ชอบอาจารย์เชน” และชื่นชอบแนวคิดในประเด็นแรงงานของ ดร.เอกพร รักความสุข นักวิชาการที่เข้าไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธออธิบายว่า ระยะหลังๆ มานี้ สส.ระดับนำของพรรคส้ม “ทำตัวเป็นนักการเมืองมากเกินไป” และมีจุดยืนที่ไม่สอดคล้องกับคุณค่าในประเด็นสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมทางเศรษฐกิจที่เธอให้ความสำคัญ อาทิ ในบางมุมพรรคนำเสนอตัวเองว่าซ้าย แต่กลับโหนกระแสชาตินิยมในช่วงเหตุปะทะชายแดน รวมถึงการคัดค้านนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเธอมองว่าหากทำสำเร็จ คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือชนชั้นแรงงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คาแรกเตอร์ของเหล่า ‘นางแบก’ นั้นมีความเฉพาะตัวอย่างยิ่ง ในวิทยานิพนธ์เรื่องแดงไหนฯ นิยามยุทธวิธีทางการสื่อสารของกลุ่มนางแบกในโลกออนไลน์ที่ผู้วิจัยใช้เป็นวัตถุในการศึกษาว่า เป็นการใช้จริตภาษาแบบเควียร์ การเล่นใหญ่ มุกตลก หรือการเสียดสีอย่างมีชั้นเชิง หากคนเสื้อแดงเคยสร้างพื้นทางการเมืองด้วยความเจ็บปวดและการเรียกร้องความยุติธรรม นางแบกก็พยายามสร้างพื้นที่การเมืองด้วยการใช้วัฒนธรรมสมัยนิยม (pop culture) การใช้ภาษาท้าทายขนบ และความสนุกสนาน เพื่อทําให้การเมืองเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ในชีวิตประจําวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“(จริตที่นางแบกชอบคือ) หมวดที่เขาคิดว่ามันดูติดดินน่ะ ต่อให้มีนักวิชาการนะ แต่นักวิชาการนั้นก็ยังถูกเอามายึดโยงให้มีความติดดินอยู่ดี มันจะมีความแบบ (เป็นคน) กล้าลงพื้นที่ กล้าลุยเป็นแบบเพื่อไทยสไตล์ คาแรกเตอร์แบบ อดิศร เพียงเกษ, จาตุรนต์ ฉายแสง หรือเป็นคนที่ดูบ้านๆ แบบ สุทิน คลังแสง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“(ถ้าเป็น) คนรุ่นใหม่ก็จะเป็นคนที่มีความเป็นคนลุยๆ บ้านๆ หรือถ้าไม่ใช่คนที่ดูบ้านๆ มันก็จะต้องเป็นแบบ พี่อิ่ม (ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์) พี่น้ำ (จิราพร สินธุไพร) หรือ สส. แจม (จิรัชยา สัพโส) คือคาแรคเตอร์ผู้หญิงแบบสวยๆ สับๆ…เป็นเหมือนแพทองธารใส่ส้นสูงแหลมๆ เดินสับๆ&amp;nbsp;Christian Louboutin พื้นสีแดงอันนั้นน่ะ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แม้นางแบกจะมีลักษณะเป็นคนเมือง ชนชั้นกลางที่มีการศึกษา ไม่เหมือนกับภาพจำคนเสื้อแดง ทว่าประชาไทสังเกตเห็นว่าผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยรุ่นใหม่โดยเฉพาะผู้หญิงและ LGBTQ+ ออกมาบอกเล่าในโซเชียลหลายต่อหลายครั้งว่าตนเองรู้สึกว่าถูกเหยียด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่งในเรื่องที่นางแบก Gen Z เผชิญตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 และยิ่งมากขึ้นในการเลือกตั้งรอบล่าสุดก็คือ เมื่อเปิดตัวว่าเชียร์เพื่อไทยในอินสตาแกรมก็ถูกเพื่อนส้มรีพลายสตอรี่ มีตั้งแต่ระดับเล็กๆ อย่างการตั้งคำถามว่าทำไมถึงชอบ ไปจนถึงการ “เอดดูเขต” (สั่งสอน) หรือ “ขายพ่วง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในการหาเสียงช่วงท้ายๆ ของการเลือกตั้งรอบล่าสุดที่ผ่านมา ปรากฏการณ์หนึ่งที่โดดเด่นอย่างมากคือวัยรุ่น Gen Z และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก (First Voter) เปิดตัวว่าสนับสนุนพรรคเพื่อไทย-ขายนโยบายที่ตัวเองชอบผ่านการติดแฮชแท็ก #genzforpheuthai ในสื่อออนไลน์อย่างติกตอก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เห็นแฮชแท็กเจนซีฟอเพื่อใคร ก็รู้แล้วว่ารับงานมา”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พท ทั้งใจ พี่ทอน พี่ทิม พี่เท้ง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้าเพื่อไทยดีจริงทำไมสื่อต่างชาติไม่เคยยกย่องเลย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อีสานชัวร์”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของคอมเมนต์ที่คนเปิดตัวเชียร์พรรคสีแดงได้รับ กรณีหนึ่งที่เจ้าของคลิปเป็นนักศึกษาหญิงหน้าตาดี ผู้สื่อข่าวยังพบคอมเมนต์ด้วยว่า “ทรงนี้บ้านน้อยนักการเมือง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มิติเรื่องเพศสภาพมีผลต่อชุดประสบการณ์ส่วนนี้ด้วย ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ นิยามตัวเองว่าเป็น ‘แดงกลางดงส้ม’ แต่เขากลับไม่เคยพบกับการถูกบูลลี่ใดๆ โดยเขายอมรับว่าตัวเองมี Male Privilege (ความได้เปรียบทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ที่เพศชายได้รับโดยอัตโนมัติจากโครงสร้างสังคมแบบชายเป็นใหญ่) ที่ทำให้คนไม่กล้าหือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ขอบคุณน้องๆ Gen Z โดยเฉพาะวันที่ปราศรัยใหญ่ที่พารากอน สายตาและพลังในวันนั้น ทำให้ผมรู้ว่า การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนจริงๆ เพื่อไทยกำลังถูกได้ยินจากกลุ่ม Gen Z”&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นวรรคหนึ่งจาก&lt;a href="https://x.com/jamornvivat/status/2016475622495952970?s=46&amp;amp;t=MidAfPNWBdRc9_Up1FUAFA"&gt;โพสต์ของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์&lt;/a&gt; หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังจากได้เห็น #genzforpheuthai เขาโพสต์แสดงความขอบคุณคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเปิดใจให้พรรค และอธิบายว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ตรงไหนในการเมืองร่วมสมัย โพสต์ดังกล่าวเฉพาะในเอกซ์มียอดวิวกว่า 1 ล้านครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก้อง อดีตนิสิตจุฬาฯ บอกว่าตั้งแต่ที่ไปม็อบปี 2563 เขาชอบบรรยากาศที่มีผู้ใหญ่มาร่วมแล้วเล่าประสบการณ์การต่อสู้ให้ฟังเสมอ งานปราศรัยที่สนามเทพหัสดินก็ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกัน วันศุกร์นั้นกว่าเขาจะเลิกงานกว่าจะขับรถไปถึงก็ไม่ทันแล้ว จึงติดตามดูไลฟ์แทน มันให้ความรู้สึกว่างานปราศรัยนี้เป็นพื้นที่เชื่อมคนรุ่นหลังทั้งกลุ่มเป็นลูกๆ หลานๆ ของคนเสื้อแดง รวมถึงกลุ่มที่อาจไม่ได้มีจุดเกาะเกี่ยวให้เข้าใกล้กับคนเสื้อแดงมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55281916953_15c32ba4ed_o.jpg" width="2812" height="2292" loading="lazy"&gt;เห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทยมีการหยิบจริตของนางแบกไปใช้สื่อสารทางการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(ซ้าย) &lt;a href="https://x.com/pheuthaiparty/status/2018145666741207165?s=46&amp;amp;t=MidAfPNWBdRc9_Up1FUAF"&gt;กราฟิกพรรคเพื่อไทย&lt;/a&gt;ชวนคนไปงานปราศรัยครั้งสุดท้ายที่สนามเทพหัสดินด้วยคำว่า “แดงไหน? จะแดงไหน ก็แดงเดียวกัน”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(ขวา) &lt;a href="https://x.com/pheuthaiparty/status/2016828675149504880?s=46&amp;amp;t=MidAfPNWBdRc9_Up1FUAFA"&gt;กราฟิก Pheuthai For Gen Z รวมนโยบายพรรคเพื่อไทยที่ให้ประโยชน์กับคน Gen Z&amp;nbsp;&lt;/a&gt;ปล่อยออกมาหลังจากที่คนรุ่นใหม่เล่นแฮชแท็ก#genzforpheuthai &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;คนเสื้อแดง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8A" hreflang="th"&gt;แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;ม็อบราษฎร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%81" hreflang="th"&gt;นางแบก&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%82%E0%B8%93" hreflang="th"&gt;อนุสรณ์ อุณโณ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;ธีระพล อันมัย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;นลินรัตน์ เลิศลีลาวิราม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Wed, 20 May 2026 04:14:21 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117431 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117431#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>'แรงงานทาสสแกมเมอร์' ถูกส่งต่อไปขุดเหมืองแรร์เอิร์ธ ลุ่มน้ำกกในเขตว้า</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117421</link>
  <description>&lt;span&gt;'แรงงานทาสสแกมเมอร์' ถูกส่งต่อไปขุดเหมืองแรร์เอิร์ธ ลุ่มน้ำกกในเขตว้า&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-19T19:03:25+07:00" title="Tuesday, May 19, 2026 - 19:03"&gt;Tue, 2026-05-19 - 19:03&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRF)&amp;nbsp;สัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์ ทำให้พบว่า เหมืองแร่แรร์เอิร์ธของกลุ่มทุนจีนในเมืองยอน ตอนใต้ของจังหวัดเมืองสาด รัฐฉานตะวันออก เขตอิทธิพลของกองทัพสหรัฐว้า (UWSA)&amp;nbsp;ใกล้ชายแดนไทย มีการใช้แรงงานทาสที่ถูกส่งต่อมาจากแหล่งสแกมเมอร์ในเมืองท่าขี้เหล็ก โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมืองท่าขี้เหล็กมีการขยายตัวของแหล่งสแกมเมอร์หลายแห่ง ขณะที่การปราบปรามของทางการถูกมองว่าเป็นเพียง “การสร้างภาพ” แต่อุตสาหกรรมสแกมเมอร์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;19&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRG)&amp;nbsp;เผยแพร่ใบแถลงข่าว&amp;nbsp;“เหมืองแร่แรร์เอิร์ธของจีนในภาคตะวันออกของรัฐฉาน ใช้แรงงานทาสชาวพม่าที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ของกลุ่มสแกมเมอร์”&amp;nbsp;โดยแถลงการณ์ระบุว่า จากการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์ ทําให้พบว่าเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (แร่หายาก) ของบริษัทจีนทางตอนใต้ของเมืองสาด ภาคตะวันออกของรัฐฉาน ติดกับพรมแดนประเทศไทย ใช้แรงงานทาสชาวพม่าจากเมืองท่า ขี้เหล็กที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ของกลุ่มสแกมเมอร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“โกเต็ท” ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เมื่อเดือนเมษายน 2568 ถูกชักจูงให้มาทํางานโดยบริษัทสแกมเมอร์ ของจีน ซึ่งตั้งอยู่ที่ยอง นี อูรีสอร์ท ที่เป็นของกองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army - UWSA)&amp;nbsp;ในเมืองท่าขี้เหล็ก เขาเคยทํางานที่นั่นในแผนกบัญชีจนถึงช่วงปลายเดือนมกราคม 2568 ตอนนั้นตัวเขาและเพื่อนร่วมงานอีกสองคน ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมว่า ยักยอกเงินจากหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่เป็นชาวจีน และถูกลงโทษด้วยการบังคับให้ ทํางานเป็นคอลเซนเตอร์ในแก๊งสแกมเมอร์ โดยไม่ได้รับค่าแรง หลังผ่านไปสามเดือน ทั้งสามคนก็ถูกส่งตัวด้วย รถยนต์ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจพม่าหนึ่งนายไปที่เมืองยอน ทางตอนใต้ของจังหวัดเมืองสาด และถูกส่งตัวให้กับทหารกองทัพว้า จากนั้นก็ถูกพาตัวไปที่เหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่เป็นของบริษัทคนจีน และอยู่ด้านตะวันออกของแม่นํ้ากก ห่างจากชายแดนไทยประมาณแปดกิโลเมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชายทั้งสามคนถูกขังไว้รวมกับนักโทษของกองทัพว้าอีกประมาณสามสิบคน บางคนถูกล่ามโซ่ โดยถูกควบคุมตัวที่เหมืองแร่ นักโทษเหล่านี้ถูกบังคับให้ต้องใช้แรงงานหนัก รวมทั้งการขุดดินและขนสิ่งของ บางครั้งก็ถูก พาตัวไปที่เหมืองแร่แรร์เอิร์ธอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นของบริษัทจีนแห่งเดียวกัน ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแม่นํ้ากก พวกเขาถูกจํากัดให้มีที่อยู่แยกต่างหากจากคนงานเหมืองทั่วไปอีกหนึ่งร้อยคน คนงานเหมืองเหล่านี้มาจากหลายพื้นที่ในพม่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหมืองแห่งนี้ซึ่งมีคนงานจีนกว่าห้าสิบคน ได้รับการคุ้มครองจากทหารกองทัพว้าประมาณห้าสิบนาย เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของโกเต็ทพยายามหลบหนีในตอนกลางคืน แต่ถูกจับได้ และถูกซ้อม ทั้งยังถูกส่งตัวไปสถานคุมขัง ของกองทัพว้าอีกที่หนึ่ง จากนั้นก็ถูกส่งตัวไปที่เหมืองแร่แรร์เอิร์ธอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นของบริษัทจีนแห่งเดียวกันแต่อยู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่เมืองป๊อก ทางเหนือของรัฐฉานใกล้กับพรมแดนประเทศจีน โกเต็ทต้องทํางานที่เหมืองเมืองยอนประมาณสอง เดือน ก่อนจะสามารถหลบหนีออกมาได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตการทําเหมืองในภาคตะวันออกของรัฐฉาน เป็นการทําเหมืองอย่างผิดกฎหมาย เหมืองแร่หลายแห่งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมได้ และทําให้เกิดการปนเปื้อนที่อันตรายใน แม่นํ้า และส่งผลกระทบข้ามพรมแดนจากการทําเหมืองในพม่า และในตอนนี้ การทําเหมืองของชาวจีน ยังเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ของคนจีน ซึ่งมีเหยื่อการค้ามนุษย์เป็นเยาวชนจากพม่า ที่ถูกบังคับให้เป็นแรงงานทาส เพื่อทําเหมือง ทําให้เห็นถึงความล้มเหลวของมาตรการต่าง ๆ และที่เลวร้ายกว่านั้น คือการส่งมอบที่ดินและ ทรัพยากรของรัฐฉานให้กับนักลงทุนต่างชาติที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ พวกเขาสนใจเพียงแต่การ แสวงหากําไร โดยไม่คํานึงถึงต้นทุนต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การกระทําดังกล่าวควรเป็นสัญญาณเตือนให้กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ที่ได้รับผลกระทบข้ามพรมแดนจากการปนเปื้อนในแม่นํ้าจากการทําเหมืองในรัฐฉานว่า การพยายามร้องขอให้รัฐบาลพม่าออกมาตรการควบคุมการทําเหมือง เป็นวิธีที่ไม่ได้ผล แนวทางเพียงอย่างเดียวที่จะนําไปสู่การแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง คือการออกมาตรการให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่ต้องอยู่ใต้การควบคุมอย่างจริงจังโดยรัฐบาลประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐอย่างแท้จริง ซึ่งจะสามารถปกป้องอธิปไตยเหนือที่ดินและทรัพยากรของตนเอง และให้ความสําคัญเร่งด่วนต่อสวัสดิภาพของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55279995583_800c059c22_k.jpg" width="1593" height="2048" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;เส้นทางคนงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์จากท่าขี้เหล็ก ถูกนำตัวไปยังเหมืองแร่หายากในรัฐฉานภาคตะวันออก&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ข้&lt;strong&gt;อมูลพื้นฐานของอุตสาหกรรมสแกมเมอร์ในเมืองท่าขี้เหล็ก&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แม้ว่าเมืองท่าขี้เหล็กจะอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลพม่าอย่างสมบูรณ์ แต่ก็ยังคงเป็นศูนย์กลางหลัก ของการปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฉาน จากข้อมูลของโกเต็ท ธุรกิจสแกมเมอร์เริ่มเกิดขึ้นในเมืองท่าขี้เหล็กเป็นครั้งแรกในปี 2565 จากนั้นก็เพิ่มจํานวนขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปี 2566 เพราะสแกมเมอร์ชาวจีนจํานวนมากได้โยกย้ายถิ่นฐานมายังพื้นที่นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการปราบปรามที่เกิดขึ้นใน ระหว่าง ปฏิบัติการ 1027 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐฉาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในตอนแรก แก๊งไซเบอร์สแกมเมอร์ที่ย้ายมาเมืองท่าขี้เหล็ก เร่ิมจากการก่อตั้งหน่วยงานสแกมเมอร์ ซึ่งมีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า “หน่ายหงั่นชาออนไลน์” (ต่างชาติ) ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารที่ให้บริการคาสิโนออนไลน์ขนาดใหญ่ โดยเป็นการทําธุรกิจสแกมเมอร์ควบคู่ไปกับการเปิดคาสิโนออนไลน์และการเล่นเกมพนัน และตั้งอยู่ในพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งมักมีอาคารสูงหลายชั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จนถึงช่วงต้นปี 2567 เมืองท่าขี้เหล็กเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นในฐานะเป็นแหล่งสแกมเมอร์ เพื่อสร้างภาพว่ามีความจริงจังต่อการแก้ปัญหา รัฐบาลพม่าจึงเริ่มปฏิบัติการ “ปราบปราม” แหล่งสแกมเมอร์ในเมืองท่าขี้เหล็ก มีการบุกเข้าไปตรวจค้นในอาคารหลายแห่งและจับกุมกลุ่มคนงานสแกมเมอร์หลายกลุ่ม แต่ไม่มีการจับกุมตัวผู้จัดการ แก๊งสแกมเมอร์บางส่วนได้หยุดทํางานชั่วคราวและหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ หรือไม่ก็ย้ายไปยังแหล่งอื่น รวมทั้งที่เมืองเมียวดี หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคําของประเทศลาว แต่บางส่วนก็ลดขนาดของกิจการลง และย้ายไปยังพื้นที่ที่มีปัญหาน้อยกว่ารอบเมืองท่าขี้เหล็ก ทําให้อุตสาหกรรมสแกมเมอร์ในเมืองท่าขี้เหล็กไม่เคยหยุดดําเนินงานแต่อย่างใด แบบแผนการปราบปรามเป็นครั้งคราวเพื่อสร้างภาพเช่นนี้ ส่งผลให้ธุรกิจสแกมเมอร์ในเมืองท่าขี้เหล็กยังคงดําเนินงานต่อไปได้ในรูปแบบต่างๆ และเป็นสิ่งที่ยังคงเกิดขึ้นจนทุกวันนี้&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ยอง นี อู รีสอร์ทแหล่งซ่องสุมสแกมเมอร์ที่เป็นของกองทัพว้า&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55280011238_79ab116fe4_h.jpg" width="1536" height="1086" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;ที่ตั้งรีสอร์ทยอง นี อู ในเมืองท่าขี้เหล็ก&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55278960067_5585e574d1_h.jpg" width="1536" height="726" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;ความเปลี่ยนแปลงของรีสอร์ทยอง นี อู&amp;nbsp;จากปี&amp;nbsp;2546, 2565&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;ที่มา: SHRF&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชะตากรรมในฐานะเหยื่อการค้ามนุษย์ของโกเต็ท เริ่มต้นขึ้นที่ศูนย์กลางสแกมเมอร์ขนาดใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งมีชื่อเสียงมากสุดในเมืองท่าขี้เหล็ก รวมทั้งรีสอร์ท “ยอง นี อู” ที่เขตฮ่องลึก ด้านใต้ของเมืองท่าขี้เหล็ก โดยตั้งอยู่ติดกับสํานักงานประสานงานเมืองท่าขี้เหล็กของกองทัพว้า และอาคารเหล่านี้ทั้งหมดเป็นของและถูกควบคุมโดยกองทัพว้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดิมรีสอร์ทแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “บ่อปลา” (ซึ่งหมายถึงสระนํ้าขนาดใหญ่ในพื้นที่) และเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างมากในปี 2549 เมื่อสํานักข่าว&amp;nbsp;SHAN เปิดตัวรายงานสอบสวนการค้ายาเสพติด ในรัฐฉาน โดยเปิดเผยว่า เปา โหย่ว หวา น้องชายคนเล็กของ เปา โหย่ว เฉียง ผู้นํากองทัพว้า เคยอาศัยอยู่ที่นี่ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2546 ถึงกุมภาพันธ์ 2547 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เขาได้สั่งขังพ่อค้ายาบ้า 113 คนใน รีสอร์ทแห่งนี้ เพราะไม่สามารถจ่ายหนี้ให้กับกองทัพว้าได้ และต่อมามีการขายรีสอร์ทแห่งนี้ให้กับกองทัพว้า หลังจากเจ้าของที่เป็นพ่อค้ายาเสพติดและเป็นคู่แข่ง ได้ถูกฝ่ายตรงข้ามยิงจนเสียชีวิตในปี 2540&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รายงานของสํานักข่าว&amp;nbsp;SHAN&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตอนนั้นมีคาสิโนตั้งอยู่สองแห่งแล้ว มีบาร์คาราโอเกะหนึ่งแห่ง และมีโรงแรมขนาดเล็กอยู่ในรีสอร์ทบ่อปลาเมื่อปี 2549 แต่อีกยี่สิบปีต่อมา ได้มีการสร้างอาคารหลายชั้นเพิ่มขึ้น อีกภายในบริเวณเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โกเต็ทเคยทํางานให้กับบริษัทสแกมเมอร์ของชาวจีนแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในยอง นี อู รีสอร์ทเช่นเดียวกับชาว พม่าอีกหลายคน แรงจูงใจของเขาเกิดขึ้นจากรายได้ที่สูงมาก และเขามาทํางานด้วยความสมัครใจ และในตอนนั้นก็ ไม่ได้รับการปฏิบัติที่โหดร้าย เพียงแต่จะถูกกักตัวให้อาศัยอยู่และทํางานในอาคารเท่านั้น (โดยจะมีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธลาดตระเวนตลอดทั้งพื้นที่) แต่หลังจากถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมว่าเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงิน เขาจึงถูก ปฏิบัติแบบเดียวกับคนงานสแกมเมอร์ เหยื่อการค้ามนุษย์คนอื่น ๆ และถูกขังไว้ในห้อง ถูกบังคับให้ต้องโทรศัพท์ เพื่อหลอกลวงคนอื่น ทั้งยังถูกลงโทษทางกาย (รวมทั้งการลุกนั่ง) &lt;a href="https://shanhumanrights.org/?p=5043"&gt;[ชมคลิป]&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ถ้าไม่สามารถทํางานได้ตามเป้าหมาย จึง ไม่ต้องสงสัยว่า การที่แก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนสามารถควบคุมการดําเนินงานขนาดใหญ่ที่ละเมิดสิทธิเช่นนี้&amp;nbsp; ในยอง นี อู รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองท่าขี้เหล็กได้ เป็นเพราะพวกเขาต้องจ่ายเงินจํานวนมากให้กับหน่วยงานของ รัฐบาลทหารพม่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สอดคล้องกับปากคําของเจ้าหน้าที่แผนกกิจการทั่วไปเมืองท่าขี้เหล็ก (Tachileik General Administration Department)&amp;nbsp;ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวภายใน หลังจากตํารวจได้ไปบุกตรวจค้นรีสอร์ทยอง นี อู เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากในโซเชียลมีเดียของจีนได้เผยแพร่ข้อมูลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ โหดร้ายต่อคนงานชาวจีนในสถานที่ดังกล่าว เขาบอกว่า พลเมืองชาวจีน 150 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหยื่อการค้า มนุษย์ ได้ถูกจับกุมระหว่างการบุกตรวจค้น แต่ผู้จัดการกลุ่มสแกมเมอร์ชาวจีนกว่า 300 คนที่เป็นผู้บริหารบริษัท อย่างน้อยห้าแห่งในยอง นี อู รีสอร์ทแต่ละคนได้จ่ายเงิน 50,000 ถึง 100,000 บาทให้กับเจ้าหน้าที่ตํารวจและ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้สามารถย้ายไปทํางานที่อื่นได้ รวมทั้งพื้นที่ภายในและรอบเมืองท่าขี้เหล็ก เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นและจับกุม&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55279884206_fb7f21626d_b.jpg" width="1024" height="639" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;ตํารวจพม่าเข้าตรวจค้นที่ยอง นี อู รีสอร์ท เมือ่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มา:&amp;nbsp;สำนักข่าว&amp;nbsp;SHAN&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55280110389_edb737f4e4_h.jpg" width="1187" height="1536" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;เหมืองแร่หายากตามแนวแม่น้ำกกของเมืองยอน รัฐฉานตะวันออก ตรงข้าม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55280026653_6125063eac_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;ผังการทำเหมืองแร่หายาก ด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำกก ในเขตเมืองยอน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;เหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมืองยอน&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRF)&amp;nbsp;ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเหมืองแร่แรร์เอิร์ธสองแห่งในเมืองยอน ทางตอนใต้ของเมืองสาดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังแสดงให้เห็นขั้นตอน การจัดเตรียมพื้นที่ของเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากแม่นํ้ากกด้านทิศตะวันออก 3.6 กิโลเมตร (ซึ่งเป็นจุดที่โกเต็ทถูกนําตัวไปไว้) และเริ่มดําเนินงานตั้งแต่ช่วงกลางปี 2566 ทั้งยังมีภาพของเหมืองแร่แรร์เอิร์ธซึ่งตั้งอยู่ห่าง จากแม่นํ้ากกด้านทิศตะวันตก 2.6 กิโลเมตร ซึ่งเริ่มดําเนินงานช่วงกลางปี 2567&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในวันที่ 26 ตุลาคม 2568 SHRF&amp;nbsp;เปิดเผยว่า บริษัท&amp;nbsp;Chinese Investment Mining Company&amp;nbsp;ซึ่งเป็น รัฐวิสาหกิจจากจีน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทําเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่เมืองยอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากภาพถ่ายดาวเทียม โกเต็ทชี้ให้ดูพื้นที่ต่าง ๆ ในเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมืองยอนซึ่งเขาเคยถูกบังคับให้ ทํางานในเหมือง รวมทั้งในอาคารที่ตัวเขาและนักโทษคนอื่นถูกขังเอาไว้ ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่แต่งแร่ของโรงงาน ประมาณ 300 เมตรไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การส่งทหารกองทัพว้าไปคุ้มครองเหมืองแร่แรร์เอิร์ธสองแห่งในเมืองยอน แสดงให้เห็นว่า กองทัพว้าเป็น หน่วยงานที่ควบคุมเหมืองดังกล่าวโดยตรง อย่างไรก็ดี การที่โกเต็ทเคยถูกส่งตัวจากเมืองท่าขี้เหล็กไปเมืองยอนโดย เจ้าหน้าที่ตํารวจพม่า แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่สําคัญของรัฐบาลพม่าในการสนับสนุนการขนส่งเพื่อการทําเหมือง เหล่านี้ รวมทั้งการขนส่งอุปกรณ์ วัสดุ และแรงงาน โดยใช้เส้นทางระหว่างเมืองท่าขี้เหล็กและเมืองยอนที่อยู่ใต้การ ควบคุมของรัฐบาลพม่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การที่รัฐบาลพม่าอ้างว่า รัฐบาลไม่มีอํานาจควบคุมบังคับเหนือเหมืองแร่แรร์เอิร์ธเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องไร้ เหตุผล เพราะเป็นเหมืองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพว้า ทั้งในความเป็นจริงแล้วนั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐบาล พม่าย่อมสามารถสั่งปิดเหมืองแร่แรร์เอิร์ธเหล่านี้เมื่อใดก็ได้ โดยการสั่งห้ามการขนส่งทั้งขาไปและกลับจากเหมืองเหล่านี้ และเป็นที่ชัดเจนว่า พวกเขาได้รับผลประโยชน์ด้านการเงินจึงเป็นเหตุให้ต้องยอมอนุญาตให้เหมืองเหล่านี้ เปิดดําเนินงานต่อไปได้&lt;/p&gt;&lt;h3&gt;&lt;strong&gt;บทสัมภาษณ์ “โกเต็ท” (นามสมสมติ) ช่วงต้นปี 2569 โดย&amp;nbsp;SHRF&lt;/strong&gt;&lt;/h3&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55278976647_8673eb17f6_b.jpg" width="1024" height="550" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;ทางเข้ารีสอร์ท ยอง นี อู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมอายุ 25 ปี และเป็นคนจากเมืองท่าขี้เหล็ก หลังเกิดการรัฐประหารปี 2564 ผมต้องหยุดเรียน ในช่วง ต้นปี 2565 เริ่มมีการทําธุรกิจ ‘Kyar Pyan' (ออนไลน์สแกมเมอร์) ในเมืองท่าขี้เหล็ก และนับจากนั้นมา ผมก็ย้าย จากบริษัทหนึ่งไปทํางานกับอีกบริษัท เจ้าของบริษัทเหล่านี้เป็นคนจีนทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตอนแรกผมทํางานสแกมเมอร์แบบทั่วไป มีการโทรศัพท์ไปหา ตอบข้อความ และตอบข้อสอบถาม แต่พอ มีประสบการณ์มากขึ้น ผมก็ยกระดับขึ้นมา และสามารถใช้งานซอฟต์แวร์เพื่อแฮกข้อมูล และดูแลบัญชีการเงินได้ หลังจากเกิด&amp;nbsp;'ปฏิบัติการ 1027'&amp;nbsp;ช่วงต้นปี 2567 ผมจําวันที่ที่แน่นอนไม่ได้ เริ่มมีการปราบปรามอย่างเข้มงวดใน เมืองท่าขี้เหล็ก บริษัทของผมจึงตัดสินใจย้ายไปที่ประเทศลาว ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคํา ในตอนนั้น สุขภาพผมไม่ค่อยดี ผมจึงไม่ได้ย้ายตามไปด้วย และได้หยุดทํางานไปช่วงหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงปลายปี 2567 เพื่อนร่วมงานที่เป็นคนพม่าที่เคยทํางานอยู่ในบริษัทสแกมเมอร์เดียวกันมาก่อน ได้ กลับมาหาและขอให้ผมกลับไปทํางานอีก เขาบอกว่าทางบริษัทจะเริ่มเปิดกิจการอีกครั้ง ทําให้ผมกลับไปทํางานให้กับบริษัทในยอง นี อูรีสอร์ทอีกครั้ง และทําให้เกิดปัญหาขึ้นในปัจจุบัน แม้ว่าตอนนั้นจะมีการปราบปรามอย่าง เข้มงวด แต่เราก็สามารถทํางานเงียบ ๆ ในอาคารของเราได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมเริ่มทํางานเป็นผู้ช่วยฝ่ายบัญชี เราอาศัยอยู่ในหอพักที่อยู่ภายในรีสอร์ท แผนกบัญชีมีเจ้าหน้าที่อยู่สี่คน เป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีชาวจีน ตัวผม “โกเมียว” (มาจากรัฐยะไข่) และ “จายเมือง” (มาจากเมืองหมู่เจ้) เราใช้ ภาษาอังกฤษเวลาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ชาวจีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมมีหน้าที่ช่วยลงบัญชี ส่วนอีกสองคนรับผิดชอบการโอนเงิน ดูแลกระแสเงินเข้าและออก ช่วงสองเดือน แรกผ่านไปด้วยดี แต่พอถึงปลายเดือนมกราคม 2568 หัวหน้าฝ่ายบัญชีที่เป็นชาวจีนได้ลาออก และมีผู้หญิงชาวจีน จากฮ่องกงมาทํางานแทน เธอมีท่าทางที่ทํางานด้วยยากและมีนิสัยดูถูกคนอื่น ทําให้ทั้งทีมเกิดปัญหากับเธอ และ ผู้จัดการต้องเข้ามาไกล่เกลี่ยอยู่เสมอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความขัดแย้งครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของแฟนของผม ผมเลยไม่ไปทํางานและอยู่ ในห้องเพื่อโทรศัพท์ ประมาณบ่ายสามโมง ผู้ช่วยผู้จัดการและ รปภ.สองนายมาที่ห้องผม และบอกว่าพวกเขา “มี ธุระ” กับผม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อผมไปถึงที่ห้องผู้จัดการ โกเมียว และจายเมืองอยู่ในห้องแล้ว เจ้าหน้าที่บัญชีชาวจีนและผู้จัดการ กล่าวหาว่า โกเมียว และจายเมืองโอนเงินไม่ถูกต้อง และกล่าวหาว่าผมเป็นผู้ซุกซ่อนข้อมูลการทําธุรกรรม พวกเราปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่พวกเขาไม่ยอมฟัง เราขอดูหลักฐาน และขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ทั้งผู้จัดการและ ผู้ช่วยผู้จัดการไม่สนใจคําขอของเรา พวกเขาฟังแต่ผู้หญิงชาวจีนและหลักฐานที่เธอเสนอ เพราะพวกเขาเป็นคนชาติเดียวกัน ผู้จัดการบอกกับเราว่าเราต้องจ่ายเงิน “ที่หายไป” จํานวน 43,000 หยวน เมื่อเราบอกว่าเราไม่มีเงิน มากขนาดนั้น พวกเขาก็บอกให้เราไปคุยกับเจ้านายแทน จากนั้นก็ได้ยึดโทรศัพท์ของเรา และขังพวกเราอยู่ในห้องแห่งหนึ่งในรีสอร์ทนั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บ่ายวันต่อมา ประธานบริษัท หยาน ฮุยหมิง ก็เดินทางมาถึง เขาเป็นชาวมณฑลยูนนานโดยกําเนิด และ ย้ายมาอยู่ที่เมืองท่าขี้เหล็กตั้งแต่ประมาณปี 2565 เขายื่นคําขาดให้พวกเราจ่ายเงิน โดยต้องทํางานแต่ไม่รับเงินเดือน ไม่เช่นนั้นเขาจะไปแจ้งความกับตํารวจ กล่าวหาว่าเราเป็นคนงานสแกมเมอร์ พวกเรากลัวว่าจะต้องถูกบังคับให้เป็นทหารเกณฑ์ หากมีการส่งตัวให้กับตํารวจ เมื่อไม่มีทางเลือก เราจึงต้องยอมทํางานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ผมถูกย้ายจากแผนกบัญชีกลับมาที่คอลเซ็นเตอร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เราพยายามหาทางหลบหนี บริษัทมี รปภ.เป็นของตนเอง และมีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธอยู่ตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;ทั้ง รีสอร์ท แม้ว่ารีสอร์ทแห่งนี้จะตั้งอยู่ในเมืองท่าขี้เหล็ก แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนทั่วไปจะเข้ามาได้ ระหว่างทํางานที่คอลเซ็นเตอร์ พวกเขาบังคับให้เราต้องลุกนั่งเพื่อลงโทษ หากเราไม่สามารถทํางานได้ตามเป้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประมาณสัปดาห์ที่สามของเดือนเมษายน หลังเทศกาลสงกรานต์ เราได้ข่าวว่าตํารวจจะมาบุกตรวจค้น เจ้านายก็เตรียมการให้เราย้ายไปที่อื่น ผู้จัดการบอกเราว่า เราจะ “ถูกส่งตัว” ไปที่บริษัทแห่งอื่น เขาบอกว่า หากเราต้องการกลับบ้าน เราต้องยอมจ่าย “หนี้” ที่ติดค้างอยู่ ชัดเจนว่าเรากําลังถูกขายให้กับบริษัทอื่น&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55280030253_d494dbe09d_c.jpg" width="691" height="800" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;ภาพนิ่งจากวีดีโอของคนงานแสกมเมอร์ถูกสั่งลงโทษลุกนั่งในบริเวณศูนย์แสกมในท่าขี้เหล็ก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมพยายามติดต่อที่บ้าน แต่ครอบครัวผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก ที่แย่กว่านั้นสําหรับโกเมียว บ้านของเขาตั้งอยู่ในพื้นที่สงครามในรัฐยะไข่ ทําให้ไม่สามารถติดต่อกับครอบครัวได้เลย มีแต่จายเมืองที่บอกว่าครอบครัว ของเขาจะพยายามหาเงินให้ได้ ผู้จัดการได้มาพูดคุยกับเรา และในช่วงคํ่าวันต่อมา มีการส่งรถไฮลักซ์ สเตชั่นแวกอนมารับพวกเรา โดยมีคนขับและผู้ชายอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าของรถ ส่วนพวกเราสามคนนั่งอยู่ที่หลังรถ และ มีเจ้าหน้าที่ชาวจีนอีกคนหนึ่งจากบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้เดินทางไปพร้อมกับเรา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในตอนแรก เราคิดว่าเราคงถูกขายให้กับบริษัทสแกมเมอร์อีกแห่งหนึ่ง แต่พอเข้าไปในรถ หนึ่งในชายสอง คนที่อยู่ด้านหน้าซึ่งพูดภาษาพม่า เอาปืนมาโชว์ให้เราดูและบอกว่า ถ้าพวกเรา “ตุกติก” เขาก็จะฆ่าเรา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมรู้ว่าเรากําลังเดินทางไปด้านทิศตะวันตก ไปทางเมืองสาด เมื่อไปถึงด่านตรวจหลักของทหารและตํารวจ ที่อยู่ด้านตะวันตกของเมืองท่าขี้เหล็ก พวกเขาได้ตรวจค้นรถของเรา ตรงที่ด่านตรวจ ผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านหน้า ซึ่งผม คิดว่าคงเป็นคนใหญ่โต ได้ออกไปจากรถและทักทายเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ด่าน หลังจากที่เขาไปพูดคุยด้วย เจ้าหน้าที่ก็ ยอมปล่อยให้รถเราผ่านไปได้ โดยไม่ตรวจอะไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทําให้ผมรู้ทันทีว่าเขาน่าจะเป็นตํารวจ ต่อมาเมื่อเราเดินทางกลับมาที่ท่าขี้เหล็ก ผมได้เห็นตัวเขาบ่อย ๆ ตามจุดตรวจในหลายที่ และผมทราบต่อมาว่าเขามีชื่อว่า วิน จ่ายน์ เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านการค้ามนุษย์ และมียศเป็นจ่าสิบเอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พวกเขาขับรถต่อไปทั้งคืนโดยไม่หยุดให้เราไปเข้าห้องนํ้าเลย เช้าวันต่อมาเราไปถึงที่เมืองยอนซึ่งอยู่ใต้การควบคุมของกลุ่มว้า (กองทัพว้า) มีรถยนต์อีกคันหนึ่งจากกองทัพว้าที่มารับพวกเรา พวกเขาเอาอาหารเช้ามาให้เรากิน จากนั้นก็ขับรถอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงไปที่เหมือง หลังจากส่งพวกเราแล้ว รถก็ขับกลับไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตอนนั้นเองที่เรารู้ว่า เราถูกขายให้มาทํางานที่เหมืองแร่ ตั้งแต่ด้านนอกของเหมือง คุณอาจจะคิดว่าไม่มีกลุ่มติดอาวุธอยู่ข้างใน แต่ในความจริงในพื้นที่มีทหารว้าในชุดเครื่องแบบอยู่เต็มไปหมด พวกเขาขังเราไว้รวมกับ นักโทษของกองทัพว้า ซึ่งถูกบังคับให้มาทํางานที่นี่ มีนักโทษอยู่ประมาณสามสิบคน มีทั้งชายชาวจีน ว้า และพม่า บางส่วนถูกล่ามโซ่เอาไว้ และต้องนอนล่ามโซ่ติดกับท่อนไม้ในเวลากลางคืน พวกเขาไม่ยอมให้เราสุงสิงกับคนงานทั่วไปที่ได้รับค่าตอบแทน เหมืองแห่งนี้มีคนงานทั่วไปอยู่ประมาณ 100 คนทั้งที่เป็นคนพม่า ไทใหญ่ ว้า อาข่า และ ลาหู่ พวกเขาก็กลัวและไม่ยอมพูดกับเรา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหมืองแห่งนี้มีเจ้าหน้าที่เป็นคนจีนประมาณ 50 ถึง 60 คน เป็นคนที่ดูแลการดําเนินงานของเหมือง และมี ล่ามภาษาพม่าหนึ่งคน แต่ภาษาที่ใช้ทั่วไปในการทํางานประจําวันในเหมืองจะเป็นภาษาจีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คนงานประจํามีหน้าที่เทนํ้ากรดลงไปในท่อบนภูเขา และทําการแต่งแร่ ส่วนพวกเราและนักโทษต้อง ทํางานหนัก ทั้งการขุดดินและแบกกระสอบและถังเหล็กที่บรรจุด้วยสารประเภทต่าง ๆ หลังจากที่เริ่มทํางาน ผมจึง ทราบว่าเหมืองแห่งนี้เป็นเหมืองสกัดแร่แรร์เอิร์ธ ในเหมืองจะมีกลิ่นของสารเคมีเข้มข้น ทหารกองทัพว้าให้พวกเราสวมแมสก์ระหว่างทํางาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานที่พักของเราอยู่ในหุบเขา แยกต่างหากจากที่พักของคนงานทั่วไป เวลาที่จะต้องขึ้นเขาไปทํางาน รวมทั้งการขุดดิน จะมีรถบรรทุกมารับพวกเรา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในเหมืองแห่งนี้ ยังมีการจัดพื้นที่เฉพาะเพื่อเผาแร่แรร์เอิร์ธ เราไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่นี้ เว้นแต่ ตอนที่ถูกสั่งให้ไปขนกระสอบแร่แรร์เอิร์ธที่ถูกเผาแล้ว เพื่อนําไปใส่ไว้บนรถบรรทุก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหมืองที่เราพักอาศัยตั้งอยู่ด้านตะวันออกของแม่นํ้ากก ผมเคยไปที่เหมืองแร่แรร์เอิร์ธอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแม่นํ้าสองครั้ง ที่เหมืองแห่งนั้นมีแรงงานเป็นนักโทษประมาณ 30 คน ทําหน้าที่ขุดดิน พวกเขาใช้ รถบรรทุกขนพวกเราไปที่แม่นํ้า จากนั้นก็ข้ามแพ และจะมีรถบรรทุกอีกคันหนึ่งพาเราไปที่เหมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรามีอาหารกินสองมื้อต่อวัน ไม่ต้องพูดถึงคุณภาพของอาหารเหล่านั้น ส่วนมากจะเป็นนํ้าข้าวหรือ ซาลาเปาที่มาพร้อมกับผักต้ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังผ่านไปประมาณสองสัปดาห์ จายเมืองและนักโทษคนหนึ่งพยายามหลบหนีตอนกลางคืน แต่ถูกจับได้ ในคืนนั้น หลังจากนั้น พวกเขาก็ยึดโทรศัพท์ของเราไป จายเมืองและนักโทษคนดังกล่าวถูกทหารว้าทุบตีด้วยไม้ พวกเขาเรียกให้ทุกคนมาดูตอนที่ทหารผูกตัวพวกเขาไว้กับต้นไม้ จากนั้นก็เริ่มตีพวกเขา และปล่อยให้ผูกอยู่กับ ต้นไม้ตลอดทั้งคืน ตอนนั้นเป็นช่วงหน้าร้อน พวกเขาจึงรอดชีวิตมาได้ เพราะถ้าเป็นหน้าหนาว พวกเขาอาจจะตายไปแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันต่อมามีการล่ามโซ่และส่งตัวพวกเขาไปที่สถานกักตัวของกองทัพว้าอีกแห่งหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไร ขึ้นกับชายอีกคนหนึ่งที่หลบหนีไปพร้อมกับเขา แต่ผู้ควบคุมเหมืองแร่ที่นําตัวเรามาที่นี่ ได้ขอให้ส่งตัวจายเมืองไป ทํางานที่เหมืองแร่แรร์เอิร์ธอีกแห่งหนึ่งที่เมืองป๊อก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อมาพวกเขายอมคืนโทรศัพท์ให้กับผมช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และผมได้พยายามหาทางหลบหนีออกมา จากที่นั่นจนสําเร็จในวันที่ 18 มิถุนายน ผมต้องโทรศัพท์ไปขอค่ารถโดยสารจากครอบครัว เพื่อเดินทางจากเมือง ยอนไปที่บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;(หมายเหตุ: โกเต็ทได้อธิบายอย่างละเอียดให้ SHRF&amp;nbsp;ได้ทราบเกี่ยวกับวิธีการหลบหนี แต่มีการตัดข้อความเหล่านั้นตามที่เขาร้องขอเพื่อความปลอดภัยของเขา)&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อมาประมาณกลางเดือนกรกฎาคม ครอบครัวของจายเมืองได้ใช้เงินและใช้เส้นสายที่มีกับกลุ่มติดอาวุธ และได้เดินทางไปเพื่อซื้อตัวเขากลับมาจากเมืองป๊อก ผมได้ข่าวว่า ก่อนหน้านั้นเขาเพิ่งไปทํางานที่เมืองชเวลีในฝั่งจีน ตรงข้ามเมืองหมู่เจ้ในฝั่งรัฐฉาน แต่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทที่นั่น และปัจจุบันเขาถูกคุมขังในเรือนจําของจีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนโก เมียวนั้น ประมาณสองเดือนหลังจากผมได้รับการปล่อยตัว ผมก็ไม่สามารถติดต่อเขาได้อีกเลย ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาได้ยึดโทรศัพท์เขาไปอีกครั้ง หรือเกิดอะไรขึ้นกับเขา&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สิ่งแวดล้อม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;รัฐฉาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;พม่า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กองทัพสหรัฐว้า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/uwsa" hreflang="th"&gt;UWSA&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81" hreflang="th"&gt;ท่าขี้เหล็ก&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;เมืองยอน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%81" hreflang="th"&gt;แม่น้ำกก&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%98" hreflang="th"&gt;แรร์เอิร์ธ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สแกมเมอร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ทุนจีน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ลุ่มน้ำโขง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;ภาคเหนือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA" hreflang="th"&gt;แรงงานทาส&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ค้ามนุษย์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 19 May 2026 12:03:25 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117421 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117421#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>16 ปี คดีสลายชุมนุมจวนหมดอายุความ แต่ไร้ความคืบหน้า สารพันอุปสรรค ยังมองไม่เห็นทางเดินต่อ</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117414</link>
  <description>&lt;span&gt;16 ปี คดีสลายชุมนุมจวนหมดอายุความ แต่ไร้ความคืบหน้า สารพันอุปสรรค ยังมองไม่เห็นทางเดินต่อ&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;สรวุฒิ วงศ์ศรานนท์ : รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล : กราฟิก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-19T11:19:38+07:00" title="Tuesday, May 19, 2026 - 11:19"&gt;Tue, 2026-05-19 - 11:19&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;การนับถอยหลังวันหมดอายุความของคดีสลายชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) หรือคนเสื้อแดงเมื่อ เม.ย.-พ.ค. 2553 เดินมาถึงปีที่ 16 แล้วและอีกเพียง 4 ปีคดีก็จะหมดอายุความ และด้วยความเชื่องช้าที่ไม่เห็นความคืบหน้าทางคดีมา 12 ปีนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.2557&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ภายหลังรัฐประหารจะมีกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่บ้าง อย่างการเกี่ยงโยนกันไปมาระหว่างศาลยุติธรรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และศาลทหาร แต่คงไม่สามารถนับเรื่องเหล่านี้ได้ว่าเป็นความคืบหน้าอะไร เพราะสำนวนคดีก็แทบจะอยู่ที่เดิมคือการโยนรับส่งไปมาระหว่างอัยการกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ที่ถูกใส่เข้ามาตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ให้คดีที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นอยู่ในการสืบสวนสอบสวนของ DSI แทนตำรวจท้องที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เท่าที่ปรากฏจากคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้คืออัยการก็โยนกลับให้ DSI ไป “สืบสวน” ใหม่อีกรอบ จนน่าสงสัยว่ากว่าจะถึงวันนี้สถานที่เกิดเหตุพยานวัตถุยังเหลือสภาพคงเดิม หรือพยานบุคคลยังมีชีวิตอยู่ให้ตามมาขึ้นศาลได้สักกี่มากน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“คดีนี้มันเป็นคดีเกี่ยวกับการเมืองอยู่แล้ว เราปฏิเสธไม่ได้เพราะมันมาจากการชุมนุมทางการเมือง มีการสลายการชุมนุมมีคำสั่งใช้กำลังมันก็มาจากการเมืองอยู่แล้ว ซึ่งมันก็ปรากฏร่องรอยอย่างชัดเจนว่าฝ่ายที่มีอำนาจในขณะนั้น รวมถึงฝ่ายทหารเองก็ไม่อยากให้มีการรื้อฟื้นเรื่องนี้ รื้อฟื้นมามันก็ชัดเจนเพราะข้อเท็จจริงปรากฏในการไต่สวนการตายของศาลว่าเกิดจากการกระทำของใคร”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โชคชัย อ่างแก้ว 1 ในทีมทนายความที่รวมกลุ่มกันหลวมๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิตในการติดตามคดีและเข้าไปเป็นทนายความในคดีไต่สวนการตายหลายคดี มองว่าคดีของผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมเมื่อปี 2553 จะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐเพราะกฎหมายก็กำหนดไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ก็เหมือนกับแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย” เป็นความเห็นของเขาในฐานะทนายความ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งที่คดีผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐเพราะกฎหมายก็กำหนดไว้แล้วทั้งการไต่สวนการตายซึ่งก็มีการดำเนินการไปได้ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอีก ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ก็เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะต้องทำการไต่สวน แต่ก็ไม่มี หรือประชาชนจะฟ้องนักการเมืองเองตามกฎหมายก็ทำไม่ได้ หรือคดีที่ส่งไปศาลทหารเช่นกรณี 6 ศพวัดปทุมฯ เมื่ออัยการทหารสั่งไม่ฟ้องประชาชนก็ฟ้องเองไม่ได้ ทำให้ไม่เห็นช่องทางว่าคดีจะไปช่องทางไหนได้อีก&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;แล้วตอนนี้คดีหยุดอยู่ตรงไหน?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ก่อน (11พ.ค. 2569)&amp;nbsp; พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพิ่งออกมาชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาตามกระทู้ถามของเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.กลุ่มสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับการสลายชุมนุม ว่าขณะนี้ทางกระทรวงตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการกลางเพื่อการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553" เพื่อรับผิดชอบสืบสวนสอบสวน และเร่งรัดคดีเหล่านี้โดยเฉพาะ ป้องกันไม่ให้คดีขาดอายุความ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนจำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวมีทั้งหมด 383 คดี แบ่งเป็นกลุ่มทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eef09ba598942a699b02e392fa35e3f19"&gt;คดีก่อการร้าย 156 คดี&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ef13626e0390252efbf0386f2f44e3f2d"&gt;คดีข่มขู่บังคับรัฐบาล 25 คดี&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e545d409b6835eaa2c9f285ddcb92e279"&gt;คดีทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ 181 คดี และ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e51aa7fce551711410a935f8337cf99ef"&gt;คดีกระทำต่อยุทธภัณฑ์ของทางราชการ 21 คดี&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรมกล่าวถึงคดีในข้อ 3 ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีความเห็นควรสั่งฟ้อง และดำเนินการตามกฎหมาย จำนวน 13 คดี ปัจจุบันแบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e4cad9087edff0300e03dab3ab77c898e"&gt;คดีทำร้ายร่างกาย 2 คดี เหตุเกิดที่สน.ลุมพินี ตำรวจสั่งฟ้องผู้ต้องหาและออกหมายจับ แต่จับกุมไม่ได้จนคดีขาดอายุความ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e4eabd637fcf545c84c6a74bb82b66e4e"&gt;คดีฆ่าและพยายามฆ่า 6 คดีเหตุเกิดที่ BTS ศาลาแดงและหน้าตึกอื้อจื่อเหลียง ถนนพระราม 4 ศาลยกฟ้องจำเลย 6 คน เพราะพยานหลักฐานไม่พอ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eacc7fa7e5c0f0f1dbe9e856f0b4dc625"&gt;คดีที่ DSI ฟ้องอภิสิทธิ์และสุเทพที่ ศาลฎีกายกฟ้องเพราะเห็นว่าเป็นคดีทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการจึงอยู่ภายใต้การไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งต่อมา ป.ป.ช.ก็พิจารณาแล้วยกคำร้องแล้วให้ DSI ดำเนินการหาตัวคนร้าย 3 คดี แต่ปัจจุบัน DSI งดสอบสวนแล้วเพราะไม่พบตัวผู้กระทำความผิด และอัยการให้งดสอบสวนแล้วให้สืบสวนหาผู้กระทำความผิดมาให้ทันอายุความ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eaa40f116c8efcbbb2aa505362f08dbf1"&gt;คดี 6 ศพวัดปทุมฯ อัยการทหารสั่งไม่ฟ้อง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9d82991892794591c90d09b1fff5a793"&gt;คดีพยายามฆ่าโดยทำให้เกิดระเบิด กรณียิง M79 ใส่ สน.ลุมพินี อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง 1 คดี&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;จะเห็นว่าในคำชี้แจงของ รมว.ยุติธรรมก็ไม่ได้ตอบชัดเจนว่าคดีเกี่ยวกับการเสียชีวิตทั้งหมดหยุดอยู่ตรงไหนกันแน่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ นปช. ที่ปัจจุบันได้ร่วมกับนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ตั้งคณะประชาชนทวงคืนความยุติธรรม (คปช. 53) เพื่อมาติดตามทวงถามความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมโดยไปติดตามทั้งที่กระทรวงยุติธรรม DSI รวมถึงสภาผู้แทนราษฎรทั้งคณะกรรมาธิการทหารและคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.กฎหมายฯ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธิดาได้ให้เอกสารของกองคดีความมั่นคงของ DSI ที่เคยทำเอกสารชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ เมื่อตุลาคมปี 2567 แก่ผู้สื่อข่าว โดยเอกสารระบุถึงผู้เสียชีวิตที่อยู่ในความรับผิดชอบของ DSI จำนวน 89 ราย พนักงานสอบสวนของตำรวจท้องที่ ทำการชันสูตรพลิกศพแล้วทุกราย(ดูรายชื่อในล้อมกรอบท้ายรายงาน) ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e29442577609be38a3d3214518f28e269"&gt;ชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) มาตรา 150 วรรคแรก ซึ่งเป็นการชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการตายกรณีตายผิดธรรมชาติ(เช่น ฆ่าตัวตาย ผู้อื่นทำให้ตาย) ที่ทุกศพจากการสลายชุมนุมผ่านขั้นตอนนี้ โดยมี 58 ศพที่ผ่านเพียงขั้นตอนชันสูตร และ DSI ได้ดำเนินการต่อดังนี้&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="ec0bdaebb3382f890cd51c3884cefebf1"&gt;งดการสอบสวน 40 ศพ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="e7aaaabfbb1300fe49ece14c6306c0f82"&gt;สั่งไม่ฟ้อง 9 ศพ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="e1a693a306b34a8340dec11cb531555aa"&gt;สั่งไม่ฟ้องเนื่องจากผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย 2 ศพ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="ecfb6b71804bca267e063de4d1400f1cb"&gt;สั่งฟ้อง 7 ศพ และเป็นคดีที่ศาลยกฟ้อง ซึ่งเมื่อดูรายชื่อผู้เสียชีวิต 7 รายที่ DSI สั่งฟ้องก็จะพบว่าแบ่งได้เป็น 3 กรณี&amp;nbsp;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="3" data-list-item-id="e189dbe16728e24c95fec9c036172f5e7"&gt;กรณีของเจ้าหน้าที่ทหารที่เสียชีวิตจากระเบิดขว้างชนิด M67 หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ 5 ราย โดยเป็น&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/03/116797"&gt;คดีที่รู้จักกันในชื่อ “คดีชายชุดดำ”&lt;/a&gt; มีจำเลยที่ถูกฟ้องในคดีนี้ 5 คน แต่ภายหลังศาลยกฟ้องจำเลยเหล่านี้ไปเนื่องจากพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ไม่น่าเชื่อถือและเป็นการฟ้องซ้อนในคดีครอบครองอาวุธที่ศาลยกฟ้องไปแล้ว&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="3" data-list-item-id="eda5a176e6797691e44091eaa935ba53f"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2014/09/55369"&gt;กิตติพงษ์ สมสุข ผู้ชุมนุม นปช.&lt;/a&gt;ที่พบศพในห้างเซนทรัลเวิลด์พบว่าเป็นการขาดอากาศหายใจจากเหตุไฟไหม้ ทั้งนี้จำเลยในคดีนี้ปรากฎว่าฝ่ายโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยในคดีเป็นผู้เผาห้างจึงลงโทษจำเลยในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินจากการเข้าร่วมชุมนุม 1 ราย และยกฟ้องอีก 3 ราย(เป็นเยาวชน 2 ราย)&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="3" data-list-item-id="ee4dd9fb395927a3ce5479db2b8f89f8e"&gt;ธัญนันท์ แถบทอง ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่ถนนสีลมเมื่อ 22 เม.ย.2553 ( กรณีนี้ผู้เขียนสืบค้นข่าวไม่พบรายงานข่าวเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดีนี้)&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e27d891dd30b07f55a8af50b6ae48ced1"&gt;กรณีผู้ตายที่ทาง DSI ชี้ว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐจึงได้ดำเนินการต่อตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรค 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนทางกฎหมายในกรณีเกิดจากเจ้าพนักงาน(ทหาร ตำรวจ ฯลฯ) อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ ที่จะต้องดำเนินการ “ไต่สวนการตาย” ในชั้นศาล กรณีนี้มีจำนวน 31 ศพ ทาง DSI ได้ดำเนินการต่อดังนี้&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="e55b7b2439a0dfcf287acc4ee554703f9"&gt;งดการสอบสวน 25 ศพ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="2" data-list-item-id="ebf80d1222b0e3e982894c837cd800478"&gt;สั่งไม่ฟ้อง ส่งอัยการทหาร จำนวน 6 ศพ คือ กรณีผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ทาง DSI มีความเห็นสั่งฟ้องไปที่อัยการศาลทหาร แต่&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2020/11/90617"&gt;อัยการศาลทหารเห็นว่าคดีไม่ปรากฏว่ามีประจักษ์พยาน&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;แต่หากถามว่ามีเคสใดที่ผ่านการชันสูตรพลิกศพตามข้อ 1 แล้วยังมีหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่ยังมีอีกหรือไม่นั้น ก็ยังมีอีกเช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e46d781aa47219edfee6da68db33ed119"&gt;กรณีของเสน่ห์ นิลเหลือง ที่ถูกยิงที่ถนนพระราม 4 ในบ่ายวันที่ 14 พ.ค.2553 ซึ่งเกิดขึ้นขณะทหารผลักดันแนวจากบริเวณสวนลุมพินีไปทางบ่อนไก่แล้วมีช่างภาพต่างประเทศที่สามารถถ่ายจากแนวหลังทหารเห็นทหารที่เล็งปืนไปทางผู้ชุมนุมและเห็นขณะเสน่ห์ล้มลงไป&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e11652a681de5b6758fcf47fe772b8ec1"&gt;สมาพันธ์ ศรีเทพ และสุภชีพ จุลทัศน์ ที่ถูกยิงเสียชีวิตในเวลาใกล้เคียงกันที่ถนนราชปรารภช่วงเช้าวันที่ 15 พ.ค.2553 ขณะที่พวกเขาหมอบโดยหันหน้าไปทางแนวด่านทหารบนถนนเส้นนั้น โดยปรากฏทั้งภาพเหตุการณ์ พยานในที่เกิดเหตุและผลชันสูตรศพที่เมื่อประกอบกันแล้วสามารถสันนิษฐานว่ากระสุนมาจากทิศทางที่ทหารอยู่&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;การตายของ 3 คนในกรณีตัวอย่างเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และแวดล้อมใกล้เคียงกับ 31 คดีที่ DSI ทำสำนวนเป็นคดีไต่สวนการตายในศาลเพราะยังมีคนอื่นอีกเช่นกลุ่มที่เสียชีวิตในคืนวันที่ 14 พ.ค.บนถนนราชปรารภฝั่งใกล้ดินแดงที่ 1 ในนั้นคือ บุญทิ้ง ปานศิลา ที่เป็นอาสากู้ชีพที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ และมีภาพคลิปวิดีโอปรากฏช่วงเวลาที่เขาถูกยิงว่าหันหน้าไปทางแนวทหารประกอบกับทิศทางของบาดแผลที่ชี้ไปในทางเดียวกัน เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่เราอาจบอกได้ว่าคดีเหล่านี้ไม่เคยมีความคืบหน้ามาตลอดหลายปี เมื่อดูจากเอกสารชี้แจงของ DSI เองที่ระบุว่าดำเนินการไปเพียงการชันสูตรพลิกศพตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรคแรกก่อนที่อัยการจะสั่งงดการสอบสวนแล้วให้ไปสืบสวนมาใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้ การจะกลับไปสืบสวนใหม่นั้นเป็นไปได้จริงแค่ไหน? เพราะสภาพที่เกิดเหตุหลายแห่งก็ไม่เหลือเค้าเดิมเช่น ย่านบ่อนไก่บนถนนพระราม 4 กลายเป็นห้างหรูที่เพิ่งเปิดไม่กี่ปีนี้ หรือพยานบุคคลยังสามารถติดตามตัวมาเป็นพยานได้หรือไม่ก็คงมีแต่เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนที่จะตอบเรื่องนี้ได้ เพราะขนาดญาติผู้เสียชีวิตที่รอความยุติธรรมของคนในครอบครัวก็ยังทยอยเสียชีวิตตามกันไปแล้ว เช่น น้อง&lt;a href="https://prachataienglish.com/node/3943"&gt;สาวของฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพข่าวชาวอิตาลี&lt;/a&gt; ที่บินข้ามทวีปจากอิตาลีมาติดตามคดีพี่ชายด้วยตัวเองอยู่หลายปีก่อนเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อเมษายนปี 2557&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;อดีตผู้บริหารศาลแย้ง คดีอภิสิทธิ์-สุเทพ ข้อหาทำคนตายเป็นคดีในศาลอาญา&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สำหรับคนที่ติดตามเรื่องนี้มาบ้างหรืออาจจะคุ้นๆ เพราะเพิ่งเป็นประเด็นร้อนเมื่อปลายปีที่แล้วจากกรณี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่า ศาลยกฟ้องเขาและสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ของเขาทั้งในชั้นต้น-อุทธรณ์-ฎีกา จากการที่พวกเขาเกี่ยวข้องกับการสลายชุมนุม ในฐานะที่อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้นและเป็นสั่งตั้ง ศอฉ. ขึ้นมา ส่วนสุเทพที่เป็นรองนายกฯ นั่งเป็นหัวหน้า ศอฉ.ช่วงสลายการชุมนุมที่ถนนราชดำเนินวันที่ 10 เม.ย.ก่อนส่งต่อให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกในเวลานั้นมารับช่วงต่อก่อนนำไปสู่การสลายชุมนุมรอบสองที่แยกราชประสงค์ช่วงวันที่ 13-19 พ.ค.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ถ้าการยกฟ้องนั้นเกิดขึ้นจากการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์คงไม่มีใครโต้แย้ง เพราะในความเป็นจริงคือ เหตุที่ศาลยุติธรรมมีคำพิพากษายกฟ้องนั้นเกิดจากประเด็นอำนาจพิจารณาคดีของศาลเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในตอนที่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นออกมาเมื่อ 28 ส.ค.2557 ศาลอ้างว่า คดีนี้ไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจพิพากษาของศาลยุติธรรม แต่เป็นคดีในเขตอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองฯ) เพราะเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งจะต้องเป็นองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.เป็นผู้พิจารณาไต่สวนว่ามีมูลให้ส่งคดีต่อศาลหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีประเด็นน่าสนใจอยู่ว่า ในตอนที่คดีของอภิสิทธิ์และสุเทพยังอยู่ในศาลชั้นต้น ฝ่ายบริหารศาลระดับอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา(ศาลชั้นต้น) กลับมีความเห็นแย้งประกบมากับคำพิพากษาของศาลอาญาในคดีดังกล่าวและมีคำสั่งให้ศาลอาญามีอำนาจพิจารณาคดีนี้ต่อ พร้อมกับให้ผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างสมร ไหมทอง และครอบครัวของพัน คำกอง ผู้เสียชีวิตที่ใต้สถานีแอร์พอร์ตลิงก์ราชปรารภในคืนวันที่ 14 พ.ค.2553 ที่เป็นคดีแรกๆ ที่ศาลอาญามีคำสั่งในคดีไต่สวนการตายว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่ทหารได้เป็นโจทก์ร่วมในคดีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธงชัย เสนามนตรี ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในเวลานั้น ดำเนินการทำความเห็นแย้งนี้ไปตามอำนาจหน้าที่ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 11 (1) ถึงผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีในศาลชั้นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธงชัยให้เหตุผลในคำโต้แย้งว่า ทั้งการตายของพัน คำกอง และการบาดเจ็บของสมร ไหมทอง เป็นคดีที่ตั้งเรื่องฟ้องมาเป็นความผิดทางอาญาในฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา อีกทั้งการตายของพัน คำกอง ยังผ่านขั้นตอนไต่สวนการตายมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150 ที่กำหนดให้เมื่อศาลพิจารณาออกคำสั่งไต่สวนการตายมาแล้วจะต้องให้อัยการเจ้าของสำนวนส่งต่อใให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อซึ่งพนักงานสอบสวนในกณีนี้ก็คือ DSI&amp;nbsp; เพื่อสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกทั้งยังเห็นว่า ศาลในคดีไต่สวนการตายของพัน คำกองยังชี้ว่าทหารใช้อาวุธสงครามยิง ดีเอสไอจึงมีความเห็นสั่งสมควรสั่งฟ้องอภิสิทธิ์และสุเทพ และอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องข้อหาฆาตกรรม เนื่องจากพัน คำกอง ถูกเจ้าหน้าที่ทหารที่อ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ฆ่าตายตามผลไต่สวนฯ และอัยการเจ้าของสำนวนยังระบุในคำฟ้องว่า สุเทพมีคำสั่งอนุมัติใช้อาวุธและกระสุนจริงรวมถึงพลแม่นปืน ทำให้เห็นมีเจตนาเล็งเห็นผลว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่จะใช้อาวุธสงครามยิงประชาชนได้ การกระทำของอภิสิทธิ์และสุเทพจึงอยู่นอกเหนือหน้าที่ตามตำแหน่งราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อัยการเจ้าของสำนวนในฐานะโจทก์จึงฟ้องและขอให้ศาลลงโทษทั้งสองคนข้อหาฆ่าคนตาย โดยไม่ได้ขอให้ลงโทษในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และฐานความผิดฐานฆ่าคนตายไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการเนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดินที่พนักงานสอบสวนและอัยการต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“จากการไต่สวนชันสูตรพลิกศพแล้วฟ้งข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าเจ้าพนักงานเป็นผู้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงผู้ตายโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ก่อหรือใช้ให้กระทำความผิดจึงเป็นความผิดคนละฐานแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หากคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการไม่มีมูลก็ย่อมทำให้ความผิดฐานก่อหรือใช้ให้ฆ่าผู้อื่นยุติไปด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทำหน้าที่เป็นศาลในเวลาเดียวกันไปด้วย ซึ่งหาใช่ความมุ่งหมายของมาตรา 66 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ดังกล่าวไม่” ธงชัยระบุในความเห็นแย้งดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อดีตอธิบดีผู้พิพากษายังเห็นว่า หากเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลเท่ากับเป็นการตัดสิทธิไม่ให้ผู้เสียหายฟ้องดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตายกับอภิสิทธิ์และสุเทพไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิด จำเลยทั้งสองก็ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยการต่อสู้คดีกันจนถึงที่สุดเพื่อความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย มิใช่วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายตัดสิทธิฟ้องของโจทก์และผู้เสียหายเช่นนี้”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ในบริบทที่ธงชัยทำความเห็นแย้งออกมานี้ สำนวนคดีนี้อยู่ทั้งในศาลอาญาและอยู่ในการไต่สวนของ ป.ป.ช.โดยที่ยังไม่ได้มีคำสั่งใดออกมา แต่เมื่อ ป.ป.ช.ยังไม่ชี้มูลความผิดก็ไม่มีเหตุให้ต้องคาดการณ์ล่วงหน้าว่าศาลอาญาไม่มีอำนาจพิจารณาคดี และเขาเห็นว่าไม่ว่า ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดหรือไม่ศาลอาญาก็มีอำนาจพิจารณาสำนวนคดีนี้อยู่ดี โดยเป็นไปได้ 2 กรณี&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eff4630c5dacba6a6c039807d972cbbd5"&gt;ถ้า ป.ป.ช.มีความเห็นว่าคดีไม่มีมูลเรื่องก็ยุติไปเพียงส่วนของคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความผิดฐานฆ่าหรือใช้ให้ฆ่าผู้อื่นที่อยู่ในศาลอาญา&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec1e6a795cf2af6a055d48d5637178ad3"&gt;หรือถ้า ป.ป.ช.เห็นว่าคดีมีมูลความผิดก็ให้ส่งเรื่องไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองฯ แล้วศาลฎีการับฟ้อง ศาลอาญาก็ยังมีอำนาจพิจารณาคดีอยู่เช่นเดิม แต่เมื่อเป็นคดีเป็นการกระทำความผิดเดียวกันแต่ผิดกฎหมายหลายบทแล้วสมควรให้รวมการพิจารณาคดีอาญาและความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเข้าด้วยกัน ศาลฎีกาฯ ก็มีอำนาจสั่งให้โอนสำนวนมารวมพิจารณาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่แล้ว จึงไม่ใช่กรณีที่ 2 ศาลมีอำนาจขัดแย้งกัน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;ไม่ว่าคำโต้แย้งนี่จะฟังดูมีเหตุมีผลทางกฎหมายรองรับพร้อมมีทางออกให้กับศาลว่าสุดท้ายแล้วต่อให้เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการจริงก็ยังพิจารณารวมกันกับข้อหาก่อหรือใช้ให้ฆ่าผู้อื่นได้ แต่ผลสุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็นว่าทั้งศาลชั้นต้น-อุทธรณ์-ฎีกายืนยันว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจพิพากษาตัวเองแล้วก็โยนให้เป็นคดีที่ ป.ป.ช.ต้องเป็นคนไต่สวนตั้งเรื่องกลับมาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองฯ ก่อนจะไปจบที่ ป.ป.ช.ออกผลมาว่าคดีไม่มีมูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุดท้ายคดีของฝั่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กำลังสลายชุมนุมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปัจจุบันยังไร้ความคืบหน้าใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ศาลยุติธรรมไม่รับ ป.ป.ช.บอกไม่มีมูล แล้วศาลทหาร?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ส่วนหากจะถามว่าเมื่อเหตุการณ์สลายชุมนุมนี้นอกจากอภิสิทธิ์และสุเทพแล้ว ในเมื่อใช้ทหารในการปฏิบัติการแล้วได้มีการฟ้องไปที่ศาลทหารหรือไม่? คำตอบคือ “มี”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เท้าความกลับไปเมื่อกันยายนปี 2562 ในคดีของ พัน คำกอง อีกทั้ง สมร ไหมทองก็ยังเป็นผู้บาดเจ็บที่มาเป็นพยานด้วยทำให้&lt;a href="https://www.matichon.co.th/local/news_1668251"&gt;ครอบครัวและทนายความยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเอง&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่า&lt;a href="https://www.khaosod.co.th/politics/news_4128400"&gt;ศาลอาญาทั้งชั้นต้น&lt;/a&gt;และอุทธรณ์กลับชี้ว่าคดีนี้เป็นคดีในอำนาจศาลทหารเนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นทหาร ซึ่งในข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดีไต่สวนการตายเองก็มีการสืบถึงบรรดาประกาศคำสั่งต่างๆ ที่เห็นได้ว่า ศอฉ.ไม่ได้มีแต่ทหารแต่มีทั้งข้าราชการพลเรือน นักการเมืองอยู่เต็มไปหมดและทนายความก็ยกประเด็นนี้เพื่อยืนยันว่าคดีอยู่ในศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในเดือนเดียวกัน DSI เองก็นำคดีของผู้เสียชีวิต 6 ศพในวัดปทุมวนารามที่ศาลในคดีไต่สวนการตายชี้ชัดขนาดที่ว่าเป็นทหารบนรางรถไฟฟ้าหน้าวัดและทหารที่เคลื่อนกำลังมาจากถนนพระราม 1 เป็นคนยิงทั้ง 6 ศพเสียชีวิตเพราะมีทั้งภาพถ่ายจากตำรวจบนสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำให้เห็นปฏิบัติการของทหารและยังมีตำรวจที่ถ่ายภาพและคลิปไว้มาเบิกความเป็นพยานในชั้นไต่สวนการตาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่คดีนี้จบเร็วกว่าคดีพัน คำกองมาก เพราะเมื่อคดีจะต้องขึ้นศาลทหาร ตามกฎหมายพ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหารที่กำหนดให้อัยการศาลทหารเท่านั้นเป็นผู้ที่จะฟ้องคดีต่อศาลทหารได้ เมื่อ DSI ส่งสำนวนให้อัยการศาลทหารแล้ว ต่อมาอัยการศาลทหารมีคำสั่งไม่ฟ้องโดยให้เหตุผลว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“คดีนี้ไม่ปรากฏว่ามีประจักษ์พยาน พยานพฤติเหตุแวดล้อม หรือพยานหลักฐานอื่นใด ที่ยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาทั้งแปดกระทำผิดดังกล่าว ดังนั้น ทางคดีจึงไม่มีพยานหลักฐานพอรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาทั้งแปดกระทำความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 จึงสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งแปด”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="ea0f14e7bd96c38d7a014bad991061041"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2020/11/90617"&gt;รวมทุกความตีบตัน: 10 ปีคดีคนตายจากการสลายชุมนุมปี 53 ไปถึงไหน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;h2&gt;คสช. ดึงเบรค?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“หลังจากรัฐประหารปี 57 แล้วความคืบหน้าของคดีก็ถือว่าแทบจะหยุดไปเลย จากที่เราติดตามข้อมูลก็มีการสั่งไม่ฟ้อง ยุติเรื่อง คดีที่ส่งไปศาลทหารก็สั่งไม่ฟ้อง หลังจากการยึดอำนาจคดีที่เกี่ยวกับการสลายชุมนุมปี 53 ไม่ว่าจะเรื่องของการไต่สวนการตายในส่วนที่ยังไม่มีการไต่สวนก็ไม่มีการไต่สวนเลย”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป็นคำตอบของ ทนายโชคชัยเมื่อถูกถามว่ามีการติดต่อจากทางเจ้าหน้าตำรวจ DSI หรืออัยการบ้างหรือไม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไปจนถึงการดำเนินการฟ้องคดีเองก็ศาลก็ไม่รับฟ้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป็นเรื่องที่ต้องเน้นย้ำว่า คดีไต่สวนการตายทั้ง 31 ศพที่ DSI ทำสำนวนส่งอัยการให้ยื่นคำร้องให้ศาลเริ่มไต่สวนการตายเพราะเห็นว่าเป็นการตายที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ทหารนั้น ล้วนเกิดขึ้นก่อนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งนำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะทำรัฐประหาร 2557 ทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กระบวนการไต่สวนการตายค่อยๆ ทยอยเข้าสู่ขั้นตอนไต่สวนการตายมาตั้งแต่ปี 2555 เท่ากับว่าในช่วงเวลา 2 ปีมีคดีของผู้เสียชีวิตเข้าสู่ขั้นตอนแรกก่อนฟ้องหาคนทำผิดเฉลี่ยปีละ 15 ราย ถึงจะไม่นับได้ว่าเร็วแต่ก็เห็นความคืบหน้าได้เรื่อยๆ เพราะในช่วงเวลานั้นก็จะมีรายงานข่าวการสืบพยานในคดีไต่สวนการตายอยู่เนืองๆ โดยประชาไทเอง และข่าวสดในเครือมติชนที่ไปติดตามในศาลอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ผมถูกเรียกเข้าไปในค่ายทหารแห่งหนึ่งในถนนราชดำเนิน คนที่เรียกผมเข้าไป อาจไม่ควรต้องถูกเปิดเผยชื่อ แต่เป็นทหารชั้นผู้ใหญ่มาก และเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ และว่า ธาริต อย่าดำเนินคดีเรื่อง 99 ศพ ถ้าไม่ฟังกัน พวกอั้วปฏิวัติ ผมจะทำอย่างไร ในเมื่อศาลได้ชี้มาว่าการตาย มันเกิดจากทหารใช้อาวุธสงคราม มีการสั่งการต่างๆ ถ้าผมไม่ทำ ก็อยู่ไม่ได้ คนอื่นก็ต้องทำ เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ได้ตามลำพัง ทำเป็นคณะกรรมการสอบสวน มีตำรวจร่วม อัยการร่วม”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_693549"&gt;ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดี DSI แถลงข่าว&lt;/a&gt;ไว้เพียง 2 วัน&lt;a href="https://www.bbc.com/thai/articles/c4n35z087e5o"&gt;ก่อนที่ศาลฎีกาจะพิพากษาจำคุกเขา 2 ปี ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตมีเจตนากลั่นแกล้ง&lt;/a&gt;ให้ผู้อื่นรับโทษอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 200 เพราะ DSI ไปฟ้องดำเนินคดีอาญากับอภิสิทธิ์และสุเทพต่อศาลอาญาในข้อหาก่อและใช้ให้ฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากที่ศาลยุติธรรมยกฟ้องอภิสิทธิ์และสุเทพทั้ง 3 ศาลและชี้ว่าคดีนี้ต้องเป็นคดีของ ป.ป.ช.ไต่สวนส่งฟ้องศาลฎีกาแผนคดีอาญานักการเมืองฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธาริตกล่าวด้วยว่าเขาถูกขู่ว่าหลังการรัฐประหารจะถูกย้ายคนแรก และคำขู่นั้นต่อมาก็เกิดขึ้นจริงตัวเขาเองก็ถูกปลดหลัง คสช.ทำรัฐประหารเพียง 24 ชั่วโมงพร้อมกับ อรรถพล ใหญ่สว่างอดีตอัยการสูงสุดซึ่งรับผิดชอบคดีผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมเช่นกัน และเขาเชื่อว่านี่คือเหตุสำคัญของการปฏิวัติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การเปิดเผยของอดีตอธิบดี DSI ที่มีตำแหน่งอยู่ในช่วงจังหวะที่คดีไต่สวนการตายของผู้ชุมนุมคืบหน้าไปได้เรื่อยๆ เป็นเหมือนการทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนตัวเองจะติดคุกเพราะคดีที่ตัวเองทำ แม้เรื่องนี้อาจจะถูกมองได้หลายมุมว่าเปิดเผยความจริงเพื่อทิ้งทวนก่อนต้องติดคุกเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ หรือจะมองว่าเป็นการเอาตัวรอดทางการเมืองก็ได้ เพราะเรื่องในค่ายทหารนั้นก็มีเพียงตัวเขาเองกับนายทหารที่เขาได้คุยเท่านั้นที่จะยืนยันได้ว่ามีการข่มขู่จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่เรื่องนี้คงฟังดูไม่มีน้ำหนักนัก ถ้าชื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารไม่ได้ชื่อ&amp;nbsp;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2020/05/87872"&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยนั่งในกรรมการ ศอฉ.เมื่อปี 2553&lt;/a&gt; ในฐานะรอง ผบ.ทบ. และนายทหารหลายคนที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการช่วงเม.ย.-พ.ค. 2553 ต่างเติบโตในหน้าที่การงานมาเรื่อยๆ อย่าง พ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) ที่เกษียณในตำแหน่ง ผบ.ทบ. เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ยังเหลือความหวังหรือไม่?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ผ่านมา 16 ปี คำถามนี้คงเป็นคำถามที่ยากจะถามกับญาติผู้เสียชีวิต เพราะเป็นคำถามเดิมซ้ำๆ ที่พวกเขาคงต้องตอบกันทุกปี(ส่วนคนถามก็คงกระดากปากที่จะถาม) เมื่อถึงงานรำลึกที่เหมือนการนับถอยหลังไปสู่วันที่คดีจะหมดอายุความ โดยที่แต่ละปีไม่เคยมีคำตอบชัดเจนจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมหรือรัฐบาลว่าจะจัดการอย่างไรกับคดีเหล่านี้ให้พอเห็นความหวัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ช่วงที่ผ่านมาก็มีการเสนอทางออกอยู่บ้างเช่นไปแก้กฎหมายอย่าง พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้ประชาชนฟ้องคดีนักการเมืองเองได้ หรือความพยายามแก้ไข พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหารฟ้องทหารที่กระทำความผิดทางอาญาต่อศาลยุติธรรมที่เคยมีการเสนอในสภาจะนับเป็นทางออกหรือไม่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โชคชัยเห็นว่าสุดท้ายแล้วแม้จะเคยมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้แต่สุดท้ายก็เงียบไป รัฐบาลชุดปัจจุบันก็ไม่ได้มีนโยบายหรือมีการแสดงให้เห็นว่าจะมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้ แล้วรัฐบาลชุดนี้ที่อาจจะมีอายุถึง 4 ปีก็ใกล้เคียงกับเวลาที่เหลืออยู่ก่อนคดีจะหมดอายุความ อีกทั้งถ้าดูจากที่ธาริตเคยกล่าวว่าการรัฐประหารเมื่อปี 57 ก็เกิดขึ้นมาเพราะส่วนหนึ่งมีความพยายามหาตัวผู้กระทำความผิดจากการสลายชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทนายความมองว่าเป็นเรื่องยากมากและไม่ได้มีความหวังเลยที่จะเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ ซึ่งก็มีแต่ว่าครอบครัวผู้เสียชีวิต หรือขบวนการเคลื่อนไหวอย่าง คปช. 53 ของธิดา จะผลักดันรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงสภาผู้แทนราษฎรให้มาติดตามแต่ก็ขึ้นกับว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญแค่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การออกกฎหมายหรือแก้กฎหมายก็ต้องใช้เสียงในสภา แล้วถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มีการสั่งการก็พอจะมีหวัง แต่ถ้าไม่ได้ให้ความสำคัญเลยก็คงยาก เพราะผมดูแนวโน้มตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มาปัจจุบันก็ 16 ปีแล้วกลายเป็นว่ามีบางช่วงเท่านั้นที่คดีการตายนี้มีการดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น”&amp;nbsp; โชคชัยกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องการแก้ไขกฎหมายสำหรับแกนนำ คปช.53 อย่างธิดากลับมองว่าควรทำให้คดีของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างทหาร รวมถึงนักการเมืองอย่างอภิสิทธิ์ต้องกลับมาขึ้นศาลยุติธรรมมากกว่าเหมือนกับประชาชนทั่วไปที่กระทำความผิดอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้น ธิดาเห็นว่าการไปเปิดช่องให้ประชาชนฟ้อง ป.ป.ช.เองได้ ก็เป็นการใช้กลไกขององค์กรอิสระที่มักถูกฝ่ายอนุรักษนิยมเอามาใช้จัดการกับนักการเมือง อีกทั้งในคดีที่มีคนเสียชีวิตแต่โทษในคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการก็มีโทษจำคุกเพียง 5 ปีเท่านั้นซึ่งเป็นโทษที่ต่ำกว่าโทษทางอาญา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธิดาเสนอว่ามีสิ่งที่ฝ่ายการเมืองจะต้องทำ 3 เรื่อง คือ&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e6838024906612b87077e6397c6367bee"&gt;แก้ไขกฎหมายทำให้คดีสลายชุมนุมไม่มีอายุความ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e8cef43bae7781e2d47ac06928d494ca4"&gt;แก้ไขกฎหมายให้ทหารและนักการเมืองที่ทำความผิดอาญาต่อประชาชนขึ้นศาลยุติธรรม&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e835a3ec07b709dfcc58448730a114174"&gt;ยอมรับกลไกศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC เฉพาะกรณี&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“เกิดในอนาคตมีพรรคการเมืองไปสมคบกับทหารมาปราบปรามประชาชนอีกในอนาคต เขาจะได้กลัวแม้ว่าจะมีองค์กรอิสระอยู่ในมือก็ช่วยไม่ได้ เราก็พยายามผลักดันให้แก้กฎหมายนี้ แม้ว่าจะไม่สำเร็จในเรื่องปี 53 ก็ขอให้มีประโยชน์ในอนาคต” ธิดากล่าว&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;h2&gt;เอกสารของ DSI&amp;nbsp; ที่ใช้ชี้แจงต่อ กมธ.การเมืองฯ&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;จากรายชื่อที่ปรากฏในเอกสารพบว่าไม่ปรากฏชื่อของผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่นอกกรุงเทพและผู้เสียชีวิตจากผลกระทบของแก๊สน้ำตาได้แก่&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="ec22d416480a788a115768d9543f4e862"&gt;&lt;p role="presentation"&gt;ขอนแก่น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย คือ ทรงศักดิ์ ศรีหนองบัว&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e4bcb0c5fafb0fc9b380f5a00bffc3b58"&gt;&lt;p role="presentation"&gt;อุดรธานี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย คือ อภิชาติ ระชีวะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ เพิน วงศ์มา&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e573d47ac1228b28172297f1340d66b05"&gt;&lt;p role="presentation"&gt;ผลจากแก๊สน้ำตา คือ อนันท์ ชินสงคราม&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;table class="table" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ลำดับ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;รายชื่อผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ผลชันสูตร&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ผลคดี&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;1&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ชาติชาย ชาเหลา&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="11"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มีการชันสูตรศพตาม ป.วิอาญา มาตรา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;วรรค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยวิถีการตายมาจากฝั่งหรือแนวทหาร&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="11"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;งดการสอบสวน ส่งอัยการแล้ว อัยการให้งดการสอบสวน และให้สืบสวนในอายุความ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;2&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ฟาบิโอ โปเลงกี&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;3&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;จรูญ ฉายแม้น&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;4&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สยาม วัฒนนุกูล&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;5&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ถวิล คำมูล&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;6&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;นรินทร์ ศรีชมพู&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;7&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;เกรียงไกร คำน้อย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;8&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;9&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ชาญณรงค์ พลศรีลา&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;10&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;11&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;พัน คำกอง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;12&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;รพ สุขสถิตย์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="6"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มีการชันสูตรศพตาม ป.วิอาญา มาตรา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;วรรค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยวิถีการตายมาจากฝั่งหรือแนวทหาร&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="6"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สั่งไม่ฟ้องส่งอัยการทหาร อัยการทหารมีคำสั่งไม่ฟ้อง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;13&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;อัฐชัย ชุมจันทร์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;14&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;กมนเกด อัคฮาด&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;15&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มงคล เข็มทอง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;16&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สุวัน ศรีรักษา&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;17&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;อัตรเดช ขันแก้ว&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;18&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;บุญมี เริ่มสุข&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="14"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มีการชันสูตรศพตาม ป.วิอาญา มาตรา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;วรรค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยวิถีการตายมาจากฝั่งหรือแนวทหาร&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="14"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;งดการสอบสวน ส่งอัยการแล้ว อัยการให้งดการสอบสวน และให้สืบสวนในอายุความ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;19&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มานะ อาจราญ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;20&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;จ.อ.พงศ์ชลิต พิทยานนท์กาญจน์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;21&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ประจวบ ศิลาพันธ์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;22&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สมศักดิ์ ศิลารักษ์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;23&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ปิยะพงษ์ กิตติวงศ์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;24&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สมชาย พระสุพรรณ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;25&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มานะ แสนประเสริฐศรี&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;26&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;พรสวรรค์ นาคะไชย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;27&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ประจวบ ประจวบสุข&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;28&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;เกียรติคุณ ฉัตร์วีระ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;29&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;30&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ทศชัย เมฆงามฟ้า&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;31&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ผู้ตายไม่ทราบชื่อ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;32&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ฮิโรยูกิ มุราโมโต้ (Hiroyuki Muramoto)&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="40"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มีการชันสูตรศพตาม ป.วิอาญา มาตรา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;วรรคแรก&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="40"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;งดการสอบสวน ส่งอัยการแล้ว อัยการให้งดการสอบสวน และให้สืบสวนในอายุความ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;33&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;วสันต์ ภู่ทอง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;34&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มนต์ชัย แซ่จอง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;35&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ยุทธนา ทองเจริญพูลพร&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;36&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;คนึง ฉัตรเท&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;37&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;นภพล เผ่าพนัส&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;38&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สมศักดิ์ แก้วสาร&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;39&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;40&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;อินแปลง เทศวงศ์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;41&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;เสน่ห์ นิลเหลือง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;42&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ชัยยันต์ วรรณจักร&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;43&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;บุญทิ้ง ปานศิลา&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;44&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มนูญ ท่าลาด&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;45&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;กิตติพันธ์ ขันทอง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;46&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สรไกร ศรีเมืองนุ่น&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;47&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ทิพเนตร เจียมพล&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;48&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สุภชีพ จุลทัศน์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;49&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;วารินทร์ วงศ์สนิท&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;50&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สันธะนา สรรพศรี&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;51&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ธันวา วงศ์ศิริ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;52&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;อำพล ชื่นศรี&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;53&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สมาพันธ์ ศรีเทพ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;54&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;อุทัย อรอินทร์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;55&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;เกรียงไกร เลื่อนไธสง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;56&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;วงศกร แปลงศรี&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;57&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;เฉลียว ดีรื่นรัมย์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;58&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สุพจน์ ยะทิมา&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;59&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ธนากร ปิยะผลดิเรก&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;60&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สมพาน หลวงชม&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;61&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มูฮัมหมัด อารี (ออง ละวิน)&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;62&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ธนโชต์ ชุ่มเย็น&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;63&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ส.อ.อนุสิทธิ์ จันทร์แสนตอ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;64&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ปรัชญา แซ่โคว้&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;65&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;วาสินี เทพปาน&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;66&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;เยื้อน โพธิ์ทองคำ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;67&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สมัย ทัดแก้ว&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;68&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;เหิน อ่อนสา&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;69&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สุพรรณ์ ทุมทอง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;70&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;วุฒิชัย วราห์คำ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;71&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ประจวบ เจริญทิม&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;72&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สวาท วางาม&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="9"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มีการชันสูตรศพตาม ป.วิอาญา มาตรา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;วรรคแรก&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="9"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สั่งไม่ฟ้องส่งอัยการ อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;73&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ธวัฒนะชัย กลัดสุข&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;74&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;อำพน ตติยรัตน์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;75&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ไพรศล ทิพย์ลม&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;76&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สมิง แตงเพชร&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;77&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;บุญธรรม ทองผุย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;78&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;เทอดศักด์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;79&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;อนันต์ สิริกุลวาณิชย์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;80&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;บุญจันทร์ ไหมประเสริฐ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;81&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ส.ต.ท.กาณต์นุพัฒน์ เลิศจันทร์เพ็ญ&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="2"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มีการชันสูตรศพตาม ป.วิอาญา มาตรา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;วรรคแรก&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="2"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;สั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;82&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ส.อ.อนุพนธ์ หอมมาลี&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;83&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ธัญนันท์ แถบทอง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="6"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มีการชันสูตรศพตาม ป.วิอาญา มาตรา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;วรรคแรก&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td rowspan="6"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ยกฟ้อง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;84&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;จ.ส.ต.วิทยา พรมสำลี&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;85&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;พลทหาร ภูริวัฒน์ ประพันธ์&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;86&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;พลทหาร อนุพงษ์ เมืองราพัน&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;87&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;88&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;พลทหารสิงหา อ่อนทรง&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;89&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;กิตติพงษ์ สมสุข(เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ห้างเซนทรัลเวิลด์)&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;มีการชันสูตรศพตาม ป.วิอาญา มาตรา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;วรรคแรก&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ศาลชั้นต้น : ลงโทษจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุก&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เดือน ยกฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;2&lt;/p&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ศาลอุทธรณ์ : ยืนยันตามศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ศาลเยาวชน : ยกฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;3-4&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่มา&lt;/strong&gt; : รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษใช้ชี้แจงคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค.2567&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;คดีสลายการชุมนุม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2553" hreflang="th"&gt;คดีสลายการชุมนุมปี 2553&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%84%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;โชคชัย อ่างแก้ว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90" hreflang="th"&gt;ธิดา ถาวรเศรษฐ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B9%8C-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;เสน่ห์ นิลเหลือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C-%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E" hreflang="th"&gt;สมาพันธ์ ศรีเทพ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E-%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สุภชีพ จุลทัศน์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B0" hreflang="th"&gt;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93" hreflang="th"&gt;สุเทพ เทือกสุบรรณ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%98%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;ธงชัย เสนามนตรี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/19%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B253" hreflang="th"&gt;19พฤษภา53&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4-%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สรวุฒิ วงศ์ศรานนท์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 19 May 2026 04:19:38 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117414 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117414#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>Hannah Arendt และกำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ | หมายเหตุประเพทไทย EP.627</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117404</link>
  <description>&lt;span&gt;Hannah Arendt และกำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ | หมายเหตุประเพทไทย EP.627&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-17T19:39:51+07:00" title="Sunday, May 17, 2026 - 19:39"&gt;Sun, 2026-05-17 - 19:39&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="720" height="415" src="https://www.youtube.com/embed/_CJzy_M3lAQ?si=CmgfYyPX7Hpl4Tt9" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนอ่านหนังสือสำคัญของฮันนาห์ อาเรนต์ (Hannah Arendt) เรื่อง The Origins of Totalitarianism หรือ กำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ผลงานคลาสสิกชิ้นสำคัญทางทฤษฎีการเมืองที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1951 และกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหลังชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2559 ท่ามกลางความสับสนของผู้คนต่อความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสังคมอเมริกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาเรนต์เป็นนักคิดการเมืองชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ผู้เผชิญภัยคุกคามจากลัทธินาซีและต้องลี้ภัยไปสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เธอเขียนผลงานสำคัญจำนวนมาก เช่น The Human Condition, Eichmann in Jerusalem, On Revolution และ On Violence โดยเฉพาะ The Origins of Totalitarianism ที่พยายามทำความเข้าใจลัทธินาซีและลัทธิสตาลินในฐานะปรากฏการณ์การเมืองรูปแบบใหม่ของศตวรรษที่ 20&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ลัทธิต่อต้านชาวยิว ลัทธิจักรวรรดินิยม และลัทธิเผด็จการเบ็ดเสร็จ โดย Arendt ไม่ได้เสนอประวัติศาสตร์แบบเหตุและผลอย่างตรงไปตรงมา แต่พยายามสำรวจ “องค์ประกอบ” ทางความคิด สังคม และการปฏิบัติ ที่ค่อย ๆ บรรจบกันจนทำให้ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ในประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับอาเรนต์ ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จไม่ใช่เผด็จการทั่วไป แต่เป็นรูปแบบการปกครองใหม่ที่มุ่งควบคุมมนุษย์ทั้งภายนอกและภายใน ทำลายความเป็นปัจเจก ความหลากหลาย และความสามารถของมนุษย์ในการริเริ่มสิ่งใหม่ พร้อมเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการอุดมการณ์ที่อ้างความจริงสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น “กฎของธรรมชาติ” ในลัทธินาซี หรือ “กฎของประวัติศาสตร์” ในลัทธิสตาลิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกประเด็นสำคัญคือบทบาทของ “ความหวาดกลัว” และ “อุดมการณ์” ซึ่งเป็นหัวใจของระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ความหวาดกลัวไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือควบคุมผู้คน แต่ทำหน้าที่ทำให้อุดมการณ์กลายเป็นความจริง ขณะที่อุดมการณ์แบบเบ็ดเสร็จเสนอคำอธิบายโลกทั้งหมดจากสมมติฐานเดียว จนทำให้มนุษย์ละทิ้งเสรีภาพในการคิด และยอมผูกตัวเองไว้กับตรรกะของขบวนการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และอีกเงื่อนไขสำคัญก็คือ loneliness หรือความโดดเดี่ยว ที่ทำให้มวลชนจำนวนมากเปิดรับระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ เมื่อผู้คนรู้สึกไร้บ้าน ไร้ราก ไร้ความหมาย และไม่เป็นส่วนหนึ่งของโลก อุดมการณ์แบบเบ็ดเสร็จจึงเข้ามามอบคำอธิบาย อัตลักษณ์ และเป้าหมายใหม่ให้ชีวิต โดยอาเรนต์ย้ำเตือนว่า ตราบใดที่โลกยังผลิตความโดดเดี่ยวและความไร้ความหมาย ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จก็ยังสามารถกลับมาเกิดขึ้นได้เสมอ&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55270191012_887eeeda9d_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;การศึกษา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/hannah-arendt" hreflang="th"&gt;Hannah Arendt&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ปรัชญาการเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;ระบอบเผด็จการ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;หนังสือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 17 May 2026 12:39:51 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117404 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117404#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ร่างกฎหมายค้างเก่าร่วงเพียบ 'ครม.อนุทิน' ให้ไปต่อ 34 ฉบับ ไร้เงาร่างแก้ รธน.</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117378</link>
  <description>&lt;span&gt;ร่างกฎหมายค้างเก่าร่วงเพียบ 'ครม.อนุทิน' ให้ไปต่อ 34 ฉบับ ไร้เงาร่างแก้ รธน.&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-14T23:14:26+07:00" title="Thursday, May 14, 2026 - 23:14"&gt;Thu, 2026-05-14 - 23:14&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;15 พ.ค. 2569 นี้ ร่วมจับตาการประชุมร่วมรัฐสภาจะพิจารณาร่างกฎหมายเก่าตกค้างจากสภาฯ ชุดที่แล้ว หลัง ครม.อนุทิน 2 ได้มีมติยืนยันไว้รวม 34 ฉบับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับร่างกฎหมายที่ค้างทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา มีทั้งหมด 116 ฉบับ ในจำนวนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ทั้งร่างแก้ไขเพื่อยกร่างใหม่ และร่างแก้ไขรายมาตรารวมแล้ว 23 ฉบับ มีกฎหมายระดับ พ.ร.ป.อีก 1 ฉบับเกี่ยวกับ ป.ป.ช. (เสนอโดยก่อแก้ว พิกุลทอง กับคณะ) นอกจากนั้นเป็นกฎหมายอื่นๆ ในระดับ พ.ร.บ.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ได้ 'ไปต่อ' แค่ 34 ฉบับ หรือ 29.3% เท่านั้น และ ‘ตกไป’ 82 ฉบับ…. คำถามคือมีฉบับสำคัญอันไหนตกไปบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เบื้องต้น ชวนมาทำความเข้าใจก่อนว่าเมื่อมีการยุบสภาฯ ร่างกฎหมายที่กำลังพิจารณาอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นพิจารณาไหนก็ตาม ทั้งบรรจุวาระ 1, ชั้นกรรมาธิการ, วาระ 2 สภาผู้แทนราษฎร หรือในชั้นใดๆ ของวุฒิสภาก็จะเป็นอันตกไปด้วยทั้งหมด หนทางเดียวที่จะไปต่อได้คือรัฐบาลใหม่ โดย ครม.จะต้องมีมติว่าจะให้ร่างกฎหมายไหนไปต่อบ้างและส่งเรื่องให้ประธานสภาภายใน 60 วันหลังประชุมสภาครั้งแรก จากนั้นฉบับใดค้างอยู่จุดไหน ก็จะไปต่อจากจุดนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประชาไทรวม ‘ความน่าเสียดาย’ โดยหยิบยกฉบับสำคัญๆ ที่ไม่ได้ไปต่อ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;1. ไม่มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วนไป 'นับหนึ่งใหม่'&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ครม.อนุทิน ไม่ยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคภูมิใจไทยเองก็เป็นผู้เสนอ และเป็นร่างหลักในการพิจารณารอบที่แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถ้าจำกันได้ พรรคภูมิใจไทยทำ MoA กับพรรคประชาชน ได้เป็นรัฐบาล ก็เพราะรับปากดันเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรยุคอนุทิน1 ไปจนถึงวาระ 2 ก็เป็นร่างที่พรรคภูมิใจไทยวางกรอบไว้เองทั้งนั้น โดยวางเงื่อนไขห้ามแตะหมวด 1-2 เป็นที่เรียบร้อย ส่วนของที่มาสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยไปแล้วว่า "ไม่ให้มาจากการเลือกตั้ง" ทำให้สภาโหวตกันให้ใช้&lt;a href="https://www.ilaw.or.th/articles/56307"&gt;สูตร 20 หยิบ 1&lt;/a&gt; ของพรรคประชาชน โดยร่างนี้กำลังพิจารณากันอยู่ แต่ปรากฏว่ามีการยุบสภาเสียก่อนจะพิจารณาแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มาถึงจุดนี้เมื่อ ครม.ไม่มีมติยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เพื่อดันต่อ ก็แปลว่าที่ลากถูลู่ถูกังกันมายาวนานนั้นตกไป เหลือเพียงอย่างเดียวที่ได้มาเป็นหลักฐานอันมั่นคง นั่นคือ 21.6 ล้านเสียงที่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ (คิดเป็น 58.64%) ผ่านการทำประชามติที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากฟังเสียงจากภาคประชาสังคม ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงผู้ผลักดันการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ดูเหมือนเขาไม่ติดใจนัก เพราะร่างที่อยู่ในชั้น สว.ก็ดูจะบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ร่างฉบับเก่าไม่ติดใจ ช่างมัน สิ่งที่อยากได้วันนี้คือ รัฐบาลใหม่ช่วยแถลงโรดแมปโดยด่วน ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเดินหน้ายังไง เมื่อไหร่จะเสนอร่าง เมื่อไหร่จะพิจารณา เมื่อไหร่จะมีประชามติครั้งที่ 2 เมื่อไหร่จะเลือกคนร่างฉบับใหม่ เมื่อไหร่จะมีประชามติครั้งที่ 3 ถ้าแถลงมาชัดเจน แล้วมันจะช้าบ้างก็ไม่เป็นไรครับถ้าไม่แถลงอะไรออกมาเลยก็คือไม่จริงใจที่จะเดินหน้าทำตามผลประชามติ” ยิ่งชีพโพสต์ในเฟซบุ๊กหลังนักข่าวโทรสอบถามกันหนาหูเรื่อง ครม.ไม่ดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในทางรูปธรรม แปลว่าจะต้องเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่ หรือ ‘นับหนึ่งใหม่’ โดยจะต้องมีการเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐสภาเริ่มต้นพิจารณากันตั้งแต่วาระแรก โดยญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาได้จากหลายทาง คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e3e294c8efcf2d399069b8548c7c84ed0"&gt;คณะรัฐมนตรี (ครม.)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ef942a1a98a33a0b0f319b07b13de3392"&gt;สส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 (ไม่น้อยกว่า 100 คน)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eeed4cd17f8776cb7293f1e8fa1243453"&gt;สส. และสว. รวมกัน ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 (ไม่น้อยกว่า 140 คน)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eb8dbf209bdef9bacabeae3c8f9899b5b"&gt;ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;2. ไม่มีร่างกฎหมายเปิดข้อมูลเคลื่อนย้ายสารพิษ ฝีใกล้ระเบิด&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) เป็นกฎหมายชื่อยากๆ แต่สำคัญมากกับสถานการณ์ตอนนี้ที่หลายจังหวัดมีปัญหาสารพิษจากขยะอุตสาหกรรมกระจายในชั้นดินไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กฎหมายดังกล่าวเกิดจากการเข้าชื่อของประชาชน 12,000 รายชื่อ และผ่านวาระ 1 ในสภาผู้แทนราษฎรแบบเอกฉันท์ไปแล้ว&amp;nbsp;ในชั้นกรรมาธิการหลายฝ่ายก็ร่วมกันปรับแก้จนได้ร่างกฎหมายที่สมบูรณ์พร้อมเข้าสู่การพิจารณารายมาตราในวาระ 2 แล้วด้วย แต่สะดุดเมื่อยุบสภาเสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มูลนิธิบูรณะนิเวศ สรุปความสำคัญของกฎหมายนี้ว่า มันเป็นกลไกสำคัญที่กำหนดให้โรงงานและสถานประกอบการรายงานข้อมูลการปล่อยมลพิษและการเคลื่อนย้ายสารอันตรายต่อหน่วยงานรัฐ พร้อมเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างโปร่งใส ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ว่ามีสารมลพิษชนิดใดถูกปล่อยออกมา ปริมาณเท่าใดต่อปี และกากอันตรายถูกเคลื่อนย้ายไปที่ใดและจัดการอย่างไร ข้อมูลนี้ช่วยให้หน่วยงานรัฐสามารถวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ประชาชนสามารถเตรียมการป้องกันตนเอง และร่วมเฝ้าระวังมลพิษได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;3.ไม่มี 2 ร่างกฎหมายแรงงาน 'เพิ่มเวลาพักผ่อน-ลาดูใจ'&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;3.1&amp;nbsp;ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับเพิ่มวันลา ใช้ชีวิต เสนอโดย จรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชน และคณะ ผ่านชั้นกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรแล้วเรียบร้อย เตรียมเข้าสู่วาระ 2 แต่เจอยุบสภาเสียก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สาระสำคัญ เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ea645326f6d4bc20795912f5dccd851a8"&gt;ลดชั่วโมงการทำงาน จากเดิม 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เว้นแต่งานเสี่ยงอันตรายจะไม่เกิน 35 ชั่วโมง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e55e6aaca97204cb7729ded87e0d2cffa"&gt;กำหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ จากเดิมสัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 1 วัน แก้เป็นสัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 2 วัน โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันไม่เกิน 5 วัน&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e11c82fd20b66d47e8a1082560a56b2ef"&gt;กำหนดระยะเวลาการให้สิทธิลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปี จากเดิมให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี จึงมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี แก้เป็นให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 180 วัน มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ไม่น้อยกว่า 10 วันทำงานต่อปี&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;3.2&amp;nbsp;ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับคืนศักิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ขจัดการเลือกปฏิบัติ เสนอโดย วรรณวิภา ไม้สน สส.พรรคประชาชน เสนอสิทธิลาดูแลสมาชิกครอบครัวปีละไม่เกิน 15 วัน แม้สิทธิลา 15 วันอาจยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยระยะท้าย แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างระบบสังคมที่ให้ความสำคัญกับการดูแลกันในครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ร่างฉบับดังกล่าวเคยผ่านการพิจารณาวาระ 1 รับหลักการของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ก่อนจะมีการยุบสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;4.ร่างกฎหมายอีกหลายฉบับที่ตกไป&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;h6&gt;ประชาไทคัดเลือกร่างกฎหมายสำคัญๆ ที่อยู่ในชั้นต่างๆ และเป็นอันตกไปแล้ว เนื่องจาก ครม.อนุทิน 2 ไม่มีมติยืนยันต่อสภา&amp;nbsp;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;strong&gt;4.1 อยู่ชั้นกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ไม่ได้ไปต่อ&lt;/strong&gt;&lt;/h6&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e6336ac22a480614996e9bbb2bf0100c1"&gt;ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ (หรือนโยบายทวงคืนผืนป่า)&amp;nbsp; (เสนอโดย : ซูการ์โน มะทา กับคณะ , เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eae1fe47e27049e957310337925108a75"&gt;ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (เสนอโดยวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ, เอกราช อุดมอำนวย กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e541aa6e3b6f433586f9133797df83107"&gt;ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (เสนอโดยวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h6&gt;4.2 กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว บรรจุวาระ 2 สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ไม่ได้ไปต่อ&lt;/h6&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e2d2cc1acfde8d7f9e79203da3a221661"&gt;ร่าง พ.ร.บ.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. (เสนอโดยสรวงศ์ เทียนทอง กับคณะ, อนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h6&gt;4.3&amp;nbsp;บรรจุวาระ 1 สภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ไม่ได้ไปต่อ เช่น&lt;/h6&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e875aa33c046538b3a00ec5c4029de06b"&gt;ร่างพ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (รังสิมันต์ โรม กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e8bcc4fe4ab46258c2daf486408339532"&gt;ร่างพ.ร.บ.รับราชการทหาร (พริษฐ์ วัชระสินธุ กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e4731287907d16f5f6b73c4749e3381d2"&gt;ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ (กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ กับคณะ)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e69ac6723c630ac69e3527c972e0d9b91"&gt;ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ (เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e08ecfe49d375adc22f50b2544efb54d6"&gt;ร่างพ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ (อิศร เพียงเกษ กับคณะ)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ece2cba251d51e7353b902e1acb3cab80"&gt;ร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ (ณชเล บุญญาภิสมภาร กับปรชะาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12,400 คน)&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;5.ส่องร่างกฎหมายกฎหมายสำคัญที่ได้ไปต่อ&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ส่วนกฎหมายที่ได้ไปต่อ 34 ฉบับ หากเราพิจารณาดู จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นร่างของ ครม.&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e32a0f15cdd5efd8c4f374b0b91801fa4"&gt;ร่าง พ.ร.บ.ที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาถึง 21 ฉบับ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea3d75a4764dbc1dfae5338dc2471d953"&gt;ร่าง พ.ร.บ. ที่ สส. ชุดก่อนเสนอ 12 ฉบับ&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e7a4ea56627de498a373456b9a582ad19"&gt;ร่างภาคประชาชน 1 ฉบับ คือ&amp;nbsp;ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า โดยสารี อ๋องสมหวัง และประชาชน 21,111 คน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ed0a5b8b9f087a77df11f1f0029c813b3"&gt;กฎหมายสำคัญๆ ที่ได้ไปต่อ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่มีผู้เสนอถึง 7 เวอร์ชัน ได้แก่&amp;nbsp;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="ef36748f0b13d37d434060a2c590a69e0"&gt;ครม.&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ef0273bb03ad22200257f76fbe61b2a06"&gt;นางสาวคนึงนิจ&amp;nbsp; ศรีบัวเอี่อม กับประชาชน&amp;nbsp; 22,251 คน&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ebd9615d434279b8d170698936e23e2c4"&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea2f760b99bc07e97fd0deb16be20bd58"&gt;นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eefac499c8d13db6c2d770959e2a5b72c"&gt;นางสาวตรีนุช เทียนทอง กับคณะ&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e8eb50f1680a589a75bab3a62f73081b0"&gt;นายร่มธรรม ขำนุรักษ์​ กับคณะ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea34d4deea927a319a3fa7ec80e49b47a"&gt;นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร กับคณะ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;อีกฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมการเมือง ที่ชื่ออีกแบบว่า สร้างเสริมสังคมสันติสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมี ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร แต่เป็นเวอร์ชันของ ครม. ไม่ใช่เวอร์ชันของพรรคฝ่ายค้าน รวมถึง ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เวอร์ชัน ครม. ทั้ง 2 ฉบับ กระทรวงกลาโหมเป็นผู้ส่งหนังสือยืนยันเอง หลังจาก ครม.สอบถามหน่วยงานต่างๆ ว่าจะให้ยืนยันร่างกฎหมายใดบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="note-box"&gt;&lt;h2 class="text-align-center"&gt;กฎหมายที่ ครม.มีมติยืนยันให้พิจารณาต่อ&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;(เรียงลำดับจากขั้นตอนที่ใกล้สำเร็จมากที่สุด)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนให้สภาผู้แทนราษฎร&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ร่าง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;กรรมาธิการวุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้ว รอบรรจุเข้าวาระ 2 ของวุฒิสภา&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ร่าง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.ร่าง พ.ร.บ.โคนมและผลิตภัณฑ์นม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการ วุฒิสภา&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.ร่างพ.ร.บ.บริการจัดการเพื่ออากาศสะอาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข (นิรโทษกรรมทางการเมือง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;เตรียมพิจารณาในวาระ 1 ของวุฒิสภา&amp;nbsp;&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9.ร่าง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10.ร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;11.ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;12.ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;13.ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว รอพิจาณาวาระ 2&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;14.ร่าง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว เตรียมรอบรรจุวาระ 2&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;15.ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;16.ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;17.ร่าง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และวิทยุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;18.ร่าง พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;19.ร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลาการทางการศึกษา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;อยู่ระหว่างพิจารณาในกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;20. ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;u&gt;บรรจะวาระ 1 สภาผู้แทนราษฎรแล้ว&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;21. ร่าง พ.ร.บ.โอนที่ราชพัสดุเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะในท้องที่ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ให้แก่นางมี รักเสมอวงศ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;22. ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายนัคราพิพัฒน์ ในท้องที่เขตวังทองหลาง เขตบางกะปิ เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตบางนา กรุงเทพมหานาคร และอำเภอบางพลี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;23. ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรีในท้องที่อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และเขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตคันนายาว เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;24. ร่าง พ.ร.ก.กำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้าสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ในท้องที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;25. ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;26. ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;27. ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับ ครม.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;28. ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;29. ร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;30. ร่าง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;31. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;32. ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาวิธีพิจารณาความแพ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;33. ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;34. ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;แรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สิ่งแวดล้อม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99-2" hreflang="th"&gt;รัฐบาลอนุทิน 2&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ประชุมรัฐสภา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/prtr" hreflang="th"&gt;PRTR&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D" hreflang="th"&gt;ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 14 May 2026 16:14:26 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117378 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117378#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ส่องร่างแก้ไข พ.ร.บ.ชุมนุม ฉบับ ปชน. เปลี่ยนรัฐจาก 'ควบคุม' เป็น 'ส่งเสริม-คุ้มครอง'</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117353</link>
  <description>&lt;span&gt;ส่องร่างแก้ไข พ.ร.บ.ชุมนุม ฉบับ ปชน. เปลี่ยนรัฐจาก 'ควบคุม' เป็น 'ส่งเสริม-คุ้มครอง'&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;รายงาน: ณัฐพล เมฆโสภณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพปก และกราฟิกประกอบ : กิตติยา อรอินทร์&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-12T13:21:45+07:00" title="Tuesday, May 12, 2026 - 13:21"&gt;Tue, 2026-05-12 - 13:21&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 หนึ่งในกฎหมายที่ผ่านในสมัย คสช. นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วงที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นกฎหมายที่สร้างอุปสรรค มากกว่าอำนวยความสะดวกให้ใช้สิทธิชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลจาก&lt;a href="https://tlhr2014.com/archives/83355"&gt;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt; ที่ทำให้ความปรึกษาและช่วยเหลือทางด้านกฎหมายคดีที่เกี่ยวกับการใช้เสรีภาพการออก ระบุด้วยว่า นับตั้งแต่การชุมนุมคนรุ่นใหม่เมื่อปี 2563 จนถึง เม.ย. 2569 มีผู้ถูกกล่าวหาผิด พ.ร.บ.ชุมนุม อย่างน้อย 202 คน จาก 111 คดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) รีวิว พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ หลังมาบังคับใช้มาครบ 10 ปี พบปัญหาการบังคับใช้หลายประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2259c62dccfca7ae0bb759ba8c5f6fc8"&gt;ยกตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.ilaw.or.th/articles/53913"&gt;การไต่สวนการเลิกการชุมนุม&lt;/a&gt; สามารถกระทำโดยฝ่ายตำรวจฝ่ายเดียว ไม่มีการบัญญัติให้สิทธิผู้ชุมนุมคัดค้านในศาล เพื่อชี้แจงเหตุผลว่าการชุมนุมไม่ผิดกฎหมาย และไม่ควรสั่งเลิกการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec860668ee29f84a536e3f67974badd20"&gt;&lt;a href="https://www.ilaw.or.th/articles/52502"&gt;การแจ้งการชุมนุม&lt;/a&gt;&amp;nbsp; ที่เจ้าหน้าที่มักใช้อำนาจสั่ง ‘แก้ไข’ การชุมนุม เพิ่มเงื่อนไขและตีกรอบการชุมนุมต่างๆ นานา จนทำให้ไม่มีคนแจ้งชุมนุมแต่แรก และยอมรับโทษปรับ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e81d6604066f24822c8271788142474f1"&gt;เหมาการกระทำ ผิด พ.ร.บ.ชุมนุม ของผู้ชุมนุมบางคน มาเป็นชนวนเหตุสั่งระงับการชุมนุมทั้งหมด เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;จนกระทั่งเมื่อ 20 เม.ย. 2569&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อนุสรณ์ แก้ววิเชียร&lt;/strong&gt; สส.เขต 3 นนทบุรี และสมาชิกพรรคประชาชน ได้ยื่น&lt;a href="https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=540"&gt;ร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558&amp;nbsp;&lt;/a&gt;ซึ่งตอนนี้กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ โดยใช้ระยะเวลา 1 เดือน จนถึง 20 พ.ค. 2569 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น ประชาไท ชวนส่องร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มีมาตราใดบ้างที่น่าสนใจ พร้อมคุยกับ&amp;nbsp;‘ลูกเกด’ ชลธิชา แจ้งเร็ว&amp;nbsp;อดีต สส.พรรคประชาชน และผู้ผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเธอเน้นย้ำว่าร่างแก้ไขฯ จะมีบทบัญญัติที่รับรองหลักการสำคัญในการใช้เสรีภาพการชุมนุม และพยายามยกระดับความโปร่งใส การตรวจสอบ และความรับผิดรับชอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจดูแลการชุมนุมให้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55235841178_d27b4c17d9_b.jpg" width="819" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;h2&gt;พิจารณาคำสั่งยกเลิกชุมนุม ย้ายจากศาลแพ่งไปศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;‘ลูกเกด’&amp;nbsp;เผยว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เธอมาผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายนี้ เนื่องจากตลอดระยะเวลาตั้งแต่ทำงานภาคประชาสังคมจนมาถึงปัจจุบัน เธอได้ติดตามปัญหาการใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมมาโดยตลอด ทั้งในฐานะผู้จัดการชุมนุม เป็นโจทก์ฟ้องตำรวจสลายการชุมนุมหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไปจนถึงการเป็นพยานในคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นสาเหตุที่เธอเห็นปัญหาของกฎหมายหลายประการ และเมื่อได้เข้ามาทำหน้าที่เป็น สส. จึงอยากผลักดันให้เกิดการแก้ไข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลธิชา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มองว่า ร่างเดิมมีปัญหาทั้งเรื่องตัวบทบัญญัติที่ยังคลุมเครือและการขาดการรับรองหลักการสำคัญๆ การบังคับใช้กฎหมาย และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล ยกตัวอย่าง เวลาที่มีการใช้กำลังสลายการชุมนุม เราจะไม่ทราบข้อมูลเลยว่าเจ้าหน้าที่ทำอะไร อย่างไรบ้าง ไม่มีรายงานเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ หรืออำนาจตำรวจสูงมากในการจำกัดสิทธิเสรีภาพการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt; เผยถึงการยกระดับกลไกการถ่วงดุลของศาล เนื่องจากแต่เดิม พ.ร.บ.ชุมนุม ให้อำนาจศาลแพ่งในการพิจารณาสั่งยุติการชุมนุมที่เข้าข่ายรุนแรง แต่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคประชาชน จะย้ายอำนาจนี้มาให้ศาลปกครอง เนื่องจากศาลปกครองดูแลเรื่องเจ้าหน้าที่ และคำสั่งทางปกครองอยู่แล้ว ดังนั้น การให้ศาลปกครองเข้ามาดูเรื่องนี้จะตรงจุดมากกว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากพิจารณาจากร่างแก้ไขเพิ่มเติม จะเปิดช่องให้ผู้ชุมนุมสามารถโต้แย้งประกาศคำสั่งห้ามชุมนุมผ่านศาลปกครองได้ จากเดิมที่ไม่เคยบัญญัติมาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เธอมีข้อห่วงกังวลในทางปฏิบัติ จะทำยังไงให้ ‘ฟังก์ชัน’ (ได้ผล) เนื่องจากศาลปกครองไม่ได้มีทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่จากการหารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะ (ภายใต้ คณะ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26) เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เห็นตรงกันว่าควรให้ศาลปกครองเป็นผู้พิจารณา ทำให้เห็นความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ รวมถึงศาลปกครองก็พร้อมทำงานในรูปแบบออนไลน์ด้วย อย่างไรก็ดี เธอทิ้งท้ายในประเด็นนี้ว่า ถ้าภาคส่วนต่างๆ มีข้อเสนอเพิ่มเติมที่ทำให้การตรวจสอบ ถ่วงดุล และสร้างความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะกลไกศาล เธอก็ยินดีที่รับฟังเพื่อนำมาปรับปรุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ให้ความสำคัญกับหลักการตรวจสอบ 3 ขั้น&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อดีต สส.พรรคประชาชน&lt;/strong&gt; เปิดเผยอีกว่าในร่างแก้ไขเพิ่มเติมจะมีการระบุถึงหลักการที่สำคัญมากๆ คือ หลักการตรวจสอบ 3 ขั้นในการจำกัดสิทธิเสรีภาพการชุมนุม หรือที่เรียกว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;“Three-prong test”&lt;/strong&gt; ซึ่งจะอยู่ในส่วนของมาตรา 6 ของร่างแก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในทางปฏิบัติ หากเจ้าหน้าที่ต้องการใช้สิทธิจำกัดเสรีภาพการชุมนุม จะต้องพิจารณาบนหลักการดังกล่าว ซึ่งมีด้วยกัน 3 องค์ประกอบ ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e33b3d7a8036124efb44f970391c492d7"&gt;ต้องดูว่ามีบทบัญญัติรับรองหรือไม่&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e3b6715d6b612defaadacc066ef0f4761"&gt;วัตถุประสงค์ชอบธรรมหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eb5318298c079161808ff8e52e222512d"&gt;มีความจำเป็น และได้สัดส่วนกับสังคมประชาธิปไตยจริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลธิชา &lt;/strong&gt;ระบุว่า มีการเขียนล็อกไว้ค่อนข้างชัดในระดับหนึ่งว่า “การจำกัดสิทธิต้องมีความจำเป็น และได้สัดส่วน” ซึ่งจะล้อกับเรื่องกฎการปะทะ (Rule of Engagement) และการใช้กำลังและสลายการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดิมประเด็นนี้ถกเถียงกันค่อนข้างเยอะ หลายคนมองว่าไม่จำเป็นต้องเอาใส่ เพราะเวลาที่เจ้าหน้าที่หรือศาลพิจารณาเรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ต้องพิจารณาเรื่องหลักการ &lt;strong&gt;Three-prong Test &lt;/strong&gt;อยู่แล้วว่ามีกฎหมายรับรองไหม ปฏิบัติตามกฎหมายจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าได้สัดส่วนหรือไม่กับสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลธิชา &lt;/strong&gt;ยืนยันว่า อย่างที่ทราบกันว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มักถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองค่อนข้างสูง เราก็รู้สึกว่าถ้าไม่ใส่ลงไปเลย ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ไหม จึงใส่ไว้ในมาตรา 6 เพื่อบอกว่ากฎการปะทะต่างๆ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่จะใช้กำลังปะทะได้เลย การสลายการชุมนุมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามคู่มือหรือไม่ หรืออุปกรณ์ สารเคมีที่จะใช้อยู่ในลิสต์รายการที่ได้รับการรับรองและตรวจสอบตามมาตรฐานสากลหรือยัง และถ้าจะสลายการชุมนุม ต้องได้สัดส่วนกับการกระทำผิดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การหว่านแห ซึ่งหลักการนี้จะมีการระบุย้ำในหลายมาตราอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ชุมนุมโดยพลัน-ขนาดเล็ก ไม่ต้องแจ้งชุมนุม&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในประเด็นการแจ้งชุมนุม &lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า ของเดิมมักถูกตั้งข้อกังขาว่ามักจะสร้างอุปสรรคให้ผู้จัดชุมนุม จนหลายคนเลือกไม่แจ้งชุมนุม และยอมรับโทษค่าปรับ ในร่างกฎหมายนี้จะมีการปรับให้การชุมนุมขนาดเล็ก และการชุมนุมโดยพลันที่ไม่กระทบจราจร หรือทางสัญจรไป-มา ไม่ต้องแจ้งการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้&lt;a href="https://www.ilaw.or.th/articles/52502"&gt; iLaw&lt;/a&gt; เคยตั้งข้อสังเกตถึง พ.ร.บ.ฉบับเดิมไว้ด้วยว่า ไม่เท่าทันกับรูปแบบการชุมนุมที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการชุมนุมขนาดเล็ก หรือแบบออแกนิก ซึ่งแพร่หลายในช่วงปี 2563-2564 ซึ่งการชุมนุมรูปแบบนี้มักเป็นการชักชวนกันผ่านออนไลน์ และรวมตัวชุมนุมอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อประเด็นที่พวกเขาไม่พอใจ รูปแบบการทำกิจกรรมอาจไม่ได้มีการปราศรัยจากผู้จัด ไม่มีการประกาศข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการ เป็นการทำกิจกรรมตามอัธยาศัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การชุมนุมแบบออแกนิกอาจไม่ได้มีการแจ้งชุมนุมล่วงหน้า ส่งผลให้การชุมนุมถูกตีความว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และนำมาสู่การสั่งให้ยกเลิก หรือการสลายการชุมนุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55264996716_7ae21ea1bd_b.jpg" width="1024" height="768" loading="lazy"&gt;ชลธิชา แจ้งเร็ว ในฐานะสมาชิกคณะอนุกรรมาธิการศึกษากฎหมายชุมนุมสาธารณะ เมื่อปี 2567 ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นจุดตั้งต้นของการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก Lookkate Chonthicha - ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว)&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ลดรัศมีเขตห้ามชุมนุมรอบวัง - รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล ศาล&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;มาตรา 8&amp;nbsp; ร่างกฎหมายฉบับแก้ไข (แก้ไขข้อความมาตรา 7 ในร่างเดิม) จะมีการปรับลดรัศมีพื้นที่ห้ามชุมนุม โดยแบ่งเป็น 2 พื้นที่ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e40fe968b6d6ae0f4b9eb7e5bca4ec632"&gt;พื้นที่วัง ที่พำนักแขกราชวงศ์ และผู้สำเร็จราชการ จากเดิมตำรวจสามารถประกาศห้ามชุมนุมรัศมีภายในไม่เกิน 150 เมตรรอบสถานที่ดังกล่าว ร่างแก้ไขเพิ่มเติมจะลดลงเหลือ 100 เมตร&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2ad0553d649c1d8e70be9a974eb5f156"&gt;พื้นที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และศาล จากเดิมสามารถประกาศห้ามชุมนุมอย่างเด็ดขาด รัศมีภายในไม่เกิน 50 เมตร แต่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมจะปรับลงลดเหลือ 20 เมตรเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eeae0e8be9705d9a311d9daf092743225"&gt;มีการเปลี่ยนบทบัญญัติจากของเดิมที่ห้ามอย่างเด็ดขาด มาเป็นให้อำนาจตำรวจหรือผู้ดูแลการชุมนุมพิจารณาเป็นรายกรณี หากการชุมนุมเข้าข่ายมีพฤติกรรมรุนแรง และอาจจะเป็นอันตรายแก่ประชาชน หรือทรัพย์สิน รวมถึงการสั่งห้ามชุมนุมต้องให้เหตุผลที่ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2cb1e53edfc59d698f4350f695dc4589"&gt;ในกฎหมายจะมีการเพิ่มการถ่วงดุล โดยผู้ชุมนุมมีสิทธิโต้แย้งประกาศคำสั่งห้ามชุมนุมรอบพื้นที่ ‘วัง’ หรือพื้นที่รัฐสภา ทำเนียบฯ และศาล ผ่านศาลปกครองได้ (จากเดิมที่ไม่มีบทบัญญัติดังกล่าว)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;"ตำรวจหลายคนมองเรื่องนี้ ถ้าไม่มีเลยมันจะกระทบความมั่นคงหรือเปล่า แต่เรายืนยันว่า ให้ใส่ไว้ว่าคุณสามารถประกาศ แต่ต้องเป็นรายกรณี"&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt; ระบุ&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="eb0db87064e4c32129868f1d80833e191"&gt;เพิ่มบทบัญญัติคุ้มครองเด็ก กลุ่มเปราะบาง ผู้สังเกตการณ์ชุมนุม และผู้สื่อข่าวในที่ชุมนุม (มาตรา 19 ของร่างแก้ไข)&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed54189b4c750561a9459968529f0ea17"&gt;เพิ่มบทบัญญัติให้เจ้าหน้าที่รัฐและตำรวจต้องเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ชุมนุม และห้ามติดตาม หรือสอดแนม ทั้งช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการชุมนุม ทั้งพื้นที่ทางกายภาพ และโลกออนไลน์ (มาตรา 21 ของร่างแก้ไข)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;เปิดเผยแผนการดูแลชุมนุมต่อสาธารณะ รายงานปฏิบัติการต่อสภาทุกปี&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เมื่อสอบถามว่าจะมีบทบัญญัติที่บังคับให้เจ้าหน้าที่ต้องเปิดเผยรายชื่ออุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมฝูงชนหรือไม่&amp;nbsp;อดีต สส.พรรคประชาชน เผยว่า เรื่องนี้เป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการคุยกันมาก และเราระบุไว้ในร่างแก้ไขว่าต้องมีการเปิดเผยรายงานทั้งก่อน ระหว่าง และหลังปฏิบัติการดูแลการชุมนุม รวมถึงปฏิบัติการสลายการชุมนุม และเรื่องการใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ต้องมีการส่งรายงานให้สภาฯ ทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุที่ต้องใส่ไว้ในกฎหมายให้ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt; ระบุว่า เพราะว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจไม่เคยถูกเปิดเผยต่อประชาชน และเมื่อเกิดเหตุที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประชาชนไปแจ้งความ แต่เราไม่ทราบเลยว่าตำรวจคนไหนบ้างที่มาปฏิบัติหน้าที่ เราทราบแต่เพียงว่าผู้รับผิดชอบการชุมนุมคือใคร หรืออุปกรณ์ที่ใช้มีอะไรบ้างเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในมาตรา 23 ของร่างแก้ไขเพิ่มเติมระบุไว้ว่า การจัดทำแผนและแนวทางการดูแลการชุมนุมสาธารณะต้องจัดให้มีการเปิดรับฟังความเห็นผู้ที่เกี่ยวข้อง และต้องเปิดเผยผลรับฟังความเห็นต่อสาธารณชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภายในแผนต้องมีหมวดที่ว่าด้วยการดูแลคุ้มครองเด็กในที่ชุมนุม ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่ทำงานเรื่องสิทธิเด็ก เพื่อให้กฎหมายเกิดประโยชน์สูงสุด และต้องมีการทบทวนแผนและแนวทางดูแลการชุมนุมฯ ทุก 5 ปีนับตั้งแต่ประกาศใช้แผน ซึ่งกำหนดว่าต้องรับฟังความเห็นผู้ที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยผลรับฟังความเห็นต่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มาตรา 27 ของร่างแก้ไขเพิ่มเติม มีการระบุด้วยว่า หากมีการสลายการชุมนุม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานสถานการณ์การชุนนุมสาธารณะ โดยเฉพาะการใช้กำลังและสลายการชุมนุม ต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นรายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;หากเลี่ยงการใช้กำลังไม่ได้ ต้องใช้กำลังเท่าที่จำเป็น ได้สัดส่วน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ร่างแก้ไขกฎหมายมีการะบุถึงแนวทางและขั้นตอนการรับมือการชุมนุมไว้ด้วย หากเกิดกรณีที่ผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยไล่จากเบาไปหาหนัก ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e772265bc16c5174da2c342f176ec661a"&gt;ให้ใช้การเจรจากับผู้จัดการชุมนุม ให้การชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย แต่หากไม่เป็นผลให้ประกาศให้แก้ไขการชุมนุมตามเวลาที่กำหนด&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e30c7378652962fea8b96c704b953488d"&gt;หากผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่สามารถร้องต่อศาลแพ่ง หรือศาลจังหวัด เพื่อให้ยุติการชุมนุม หากการชุมนุมนั้นไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ชุมนุมบางคน ต้องไม่ใช่เหตุให้การชุมนุมทั้งหมดไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องระงับเหตุแค่เฉพาะผู้ก่อเหตุเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากไม่สามารถเลี่ยงการใช้กำลังและอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน&amp;nbsp;“ต้องใช้เท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วนกับภัยคุกคาม หรือการกระทำผิดนั้น”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ต้องใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นและก็กับบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่การสลายการชุมนุมแบบหว่านแห เราเขียนไว้ในร่างกฎหมายคือให้จำกัดเป้าหมายในการใช้กำลัง ซึ่งอันนี้คือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการหว่านแหยิงกระสุนยาง หรือว่าแก๊สน้ำตา ไปทั่วพื้นที่การชุมนุม"&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt; ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/53629137968_25d64e3070_b.jpg" width="1024" height="577" loading="lazy"&gt;แฟ้มภาพ อลงกต สงพัฒน์แก้ว ที่ได้รับบาดเจ็บจากการยิงกระสุนยางของเจ้าหน้าที่ เจ้าตัวเคยไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สน.ปทุมวัน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เพิ่มความรับผิดรับชอบให้เจ้าหน้าที่ดูแลชุมนุม&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;น่าสังเกตว่าในร่างแก้ไขกฎหมายจะมีมาตรา 20 กำหนดว่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการชุมนุม ต้องแต่งเครื่องแบบเพื่อแสดงตน ระบุอัตลักษณ์ที่ชัดเจน และสังเกตง่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชลธิชา เล่าให้ฟังถึงการใส่บทบัญญัตินี้ในกฎหมายว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยประชุมกับ ผบ.ตร.ว่าเป็นไปได้ไหมที่ชุดของ คฝ. (ตำรวจควบคุมฝูงชน) จะติดสัญลักษณ์เป็นตัวเลขให้โดดเด่นเป็นสง่า เพื่อสร้างความรับผิดรับชอบให้กับตำรวจ สมมติเวลาตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในที่ชุมนุม ทุกคนจะแต่งเครื่องแบบเหมือนกันหมด และเวลาที่เจ้าหน้าที่ทำปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อย่างการเอาปืนจ่อหัวผู้ชุมนุม มันผิดกฎหมาย แต่เราไม่สามารถเอาใครมาลงโทษได้เลย เพราะทุกคนแต่งกายเหมือนกันหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เชื่อจริงๆ ว่ามันทำให้ระบุอัตลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ได้ชัดเจนมากขึ้น ความยับยั้งชั่งใจคิดก่อนทำอะไรสักอย่างของเจ้าหน้าที่มันจะสูงขึ้น เพราะเขาจะรู้แล้วว่า ถ้าเขาไม่ควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่อยู่ในร่องในรอยที่ควรเป็น มีโอกาสที่จะถูกดำเนินคดีได้ เพราะสัญลักษณ์มันเห็นมันระบุตัวตนได้ ณ วันนี้พอมันไม่สามารถจับมือใครดมได้ เขามีอิสระมากในการที่จะทำอะไรก็ได้ในเรื่องของการชุมนุม มันกลายเป็นเหมือนอารมณ์เข้ามาชี้นำการปฏิบัติหน้าที่”&lt;strong&gt;&amp;nbsp;ชลธิชา&lt;/strong&gt; ระบุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อดีต สส.พรรคประชาชน&lt;/strong&gt; กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยเสนอให้มีการใช้กล้อง “บอดี้แคม” ติดที่ตัวเจ้าหน้าที่เหมือน พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานและบังคับสูญหายฯ เรื่องนี้สำคัญเนื่องจากเคยมีการควบคุมตัวในลักษณะที่จับไปตอนไหนก็ไม่ทราบ ตอนที่คุยกับ สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุยด้วย เพราะจะดีกับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้ชุมนุม และตำรวจเวลาที่โดนกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องก็จะมีหลักฐานด้วย แต่ทางตำรวจมักอ้างว่าขาดงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e6fb83bda7b764722bef3eddece4f196b"&gt;นอกจากนี้ มาตรา 20 ของร่างแก้ไขฯ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการชุมนุมสาธารณะ ต้องได้รับการอบรมทักษะ และความอดทนต่อสถานการณ์การชุมนุมสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e840465fd0eea5c6ec73810e97a0e6907"&gt;การใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนของเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และกำหนดให้หลักเกณฑ์การใช้กำลัง และการใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชน ต้องเป็นตามพันธกรณีต่างประเทศที่ไทยเป็นรัฐภาคี และให้ทบทวนแนวทางการปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e849c3866defa548463da7b47ab4165e3"&gt;ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่ผ่านการฝึกอบรมการควบคุมฝูงชน มาดูแลการชุมนุมสาธารณะ&lt;strong&gt; “โดยเด็ดขาด”&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/52508007276_8f90a7ac6a_b.jpg" width="1023" height="682" loading="lazy"&gt;แฟ้มภาพ การสลายการชุมนุมที่ถนนดินสอ เมื่อปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ยินดีรับฟังข้อเสนอ เพื่อพัฒนากฎหมาย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ตัวร่างแก้ไขกฎหมายชุมนุมสาธารณะ ณ ปัจจุบัน ยังอยู่ในต้นทางของการรับฟังความคิดเห็น หากร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ เข้าสภาฯ ผ่านวาระที่ 1 แล้ว ก็ต้องมีการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการฯ &lt;strong&gt;ลูกเกด&lt;/strong&gt; คิดว่าร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ในมุมมองของเธอค่อนข้างรัดกุมระดับหนึ่ง และในการยกร่างแก้ไขก็พยายามใส่หลักการสำคัญๆ เข้ามาให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากหลายๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นักวิชาการ หรือสื่อมวลชน ถ้าข้อเสนอให้ร่างกฎหมายดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับการตรวจสอบ การสร้างความโปร่งใส การถ่วงดุล หรือการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ยินดีรับฟังเพื่อทำให้ตัวกฎหมายดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ชวนพลิกมุมมอง ชุมนุมไม่ใช่ภัยความมั่นคง แต่สร้างความเปลี่ยนแปลง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า ทำไมเธอคิดว่าเสรีภาพการชุมนุมถึงสำคัญ และตำรวจควรอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิดังกล่าว &lt;strong&gt;ชลธิชา&lt;/strong&gt; เผยว่า เธออยากเชิญชวนไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคนทั่วไป ที่กำลังตั้งข้อรังเกียจกลัวการชุมนุม ไม่อยากให้มองว่าการชุมนุมเป็นภัยความมั่นคงของรัฐ แต่ขณะเดียวกัน หลายเรื่องในประเทศ เราพัฒนาเรื่องสิทธิเสรีภาพ และเรื่องของประชาชนมิติต่างๆ มาไกลขนาดนี้ เพราะว่าการลุกขึ้นสู้และชุมนุมเรียกร้องของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิลาคลอด สิทธิแรงงาน สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ มาจากการรวมตัวของประชาชนทั้งสิ้น กฎหมายสมรสเท่าเทียม ไม่ได้ผ่านได้เพราะ สส.ในสภาฯ เกิดตรัสรู้หัวก้าวหน้ากว่าใคร และยกมือผ่านกฎหมายเท่านั้น ต้องบอกว่าทั้งหมดทั้งมวลมันมาจากประชาชนทุกคนจริงๆ ที่ลุกขึ้นมาเปล่งเสียง และบอกว่าเราอยากได้กฎหมายสมรสเท่าเทียม&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“อยากให้มองว่าการชุมนุมสาธารณะมันคือเครื่องมือของการสร้างความเปลี่ยนแปลง มันเป็นเครื่องมือของรัฐที่ดีมากๆ ถ้ารัฐใช้ให้เป็นประโยชน์&amp;nbsp;ถ้ารัฐรับฟังว่าปัญหาของประชาชนคืออะไร และเมื่อรัฐรับฟังอย่างด้วยใจที่เปิดกว้าง ไม่ได้ตั้งแง่ว่าถ้ามาชุมนุม ต้องเป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง เป็นภัยความมั่นคงแน่นอน ปัญหาหลายๆ อย่างของประชาชนควรจะหาทางแก้ไขได้ดีขึ้น" เธอทิ้งท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0" hreflang="th"&gt;ร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;พรรคประชาชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;เสรีภาพการชุมนุม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ตำรวจควบคุมฝูงชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;การสลายการชุมนุม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 12 May 2026 06:21:45 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117353 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117353#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>คุยกับ 'เนติวิทย์' เมื่อกัมพูชาตามไทย เดินเครื่องบังคับเกณฑ์ทหาร </title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117349</link>
  <description>&lt;span&gt;คุยกับ 'เนติวิทย์' เมื่อกัมพูชาตามไทย เดินเครื่องบังคับเกณฑ์ทหาร &lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ภาพปก: กิตติยา อรอินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-11T19:00:39+07:00" title="Monday, May 11, 2026 - 19:00"&gt;Mon, 2026-05-11 - 19:00&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;กฎหมายการบังคับเกณฑ์ทหารในกัมพูชากลายเป็นที่จับตาของสื่อทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติร่างกฎหมายเกณฑ์ทหาร ณ วิมานสันติภาพ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่สื่อ 'แขมร์ไทมส์' &lt;a href="https://www.khmertimeskh.com/501885544/cambodia-drafts-new-military-service-law-for-citizens-aged-18-to-25/"&gt;ระบุ&lt;/a&gt;ว่า ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่พลเมืองกัมพูชาทุกคนที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปีจะต้องรับราชการทหารตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ผู้หญิงสามารถเกณฑ์ทหารได้ตามความสมัครใจ กฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่ของกัมพูชา แบ่งออกเป็น 8 หมวด และ 20 มาตรา โดยเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรกัมพูชามาตรา 49&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การอนุมัติกฎหมายครั้งนี้เหมือนจะก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในกัมพูชาอยู่บ้าง เคซีย์ บาร์เน็ตต์ อดีตประธานหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา (AmCham)&lt;a href="https://phnompenhpost.com/business/casey-barnett-cambodians-could-outnumber-thais-by-2100/"&gt;&amp;nbsp;ระบุ&lt;/a&gt;ว่าในอีก 75 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจและประชากรของกัมพูชาอาจแซงหน้าประเทศไทยได้ หากกัมพูชาดำเนินนโยบายอย่างถูกต้อง หนึ่งในนโยบายที่กัมพูชาควรทำคือการหลีกเลี่ยงบังคับเกณฑ์ทหาร เนื่องจากเป็นการนำแรงงานกว่า 300,000 คนออกจากระบบ ส่งผลให้การเติบโตของผลิตภัณฑ์รวมในประเทศลดลง 0.5% และส่งผลให้พลเมืองกัมพูชาสำเร็จการศึกษา มีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน และแต่งงานสร้างครอบครัวได้ช้าลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กัมพูชาเคยมีกฎหมายเกณฑ์ทหารอยู่แล้วมาตั้งแต่ 2549 กฎหมายดังกล่าวระบุว่าชายกัมพูชาที่มีอายุตั้งแต่ 18-30 ปี จะต้องรับราชการทหารเป็นเวลา 18 เดือน แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่เคยถูกนำมาบังคับใช้จริง จนกระทั่งมีแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงจากข้อพิพาทความขัดแย้งทางด้านพรมแดนระหว่างไทย-กัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กลางปีที่แล้ว (2568) ข่าวการบังคับเกณฑ์ทหารในกัมพูชาปรากฏตามหน้าที่สื่อทั่วโลก ฮุน มาเนต ระบุว่า การปะทะที่เกิดขึ้นในความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นโอกาสในการทบทวน ประเมิน และตั้งเป้าหมายในการปฏิรูปกองทัพใหม่ ระยะเวลาการเกณฑ์ทหารปรับเพิ่มขึ้นเป็น 24 เดือนจากกฎหมายเดิม และจะถูกนำมาบังคับใช้จริงอย่างเป็นทางการภายในปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;War Resister International&lt;a href="https://wri-irg.org/en/story/2025/cambodia-enforce-conscription-2026"&gt;&amp;nbsp;แสดงความกังวล&lt;/a&gt;เมื่อ ส.ค.ปีที่แล้วว่า กฎหมายฉบับใหม่ขัดแย้งกับหลักการสิทธิมนุษยชน ซึ่งรับรองสิทธิการคัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึก หมายถึงการปฏิเสธไม่เข้าร่วมเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลที่มาจากศีลธรรมของปัจเจกบุคคล รายงานของเอเอฟพี ระบุว่า ผู้คัดค้านการเกณฑ์ทหารต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ในยามสงคราม และจำคุกสูงสุด 1 ปีในยามสันติ ตามกฎหมายดังกล่าว นับเป็นการละเมิดสิทธิการคัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึกอย่างชัดเจน War Resister International ระบุว่าจะติดตามสถานการณ์ในกัมพูชาอย่างใกล้ชิด และสนับสนุนผู้ที่ปฏิเสธการจับอาวุธในกัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในความเห็นของ &lt;strong&gt;‘แฟรงค์’ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล&lt;/strong&gt; นักเคลื่อนไหวด้านการศึกษา ซึ่งปัจจุบันผันตัวมาเป็นผู้คัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึกที่ต่อต้านการบังคับเกณฑ์ททาร การออกกฎหมายเกณฑ์ทหารของกัมพูชาเป็นเรื่อง “น่าเสียใจ” และสะท้อนลักษณะของรัฐที่มีแนวโน้มเผด็จการ เพราะการเกณฑ์ทหารถูกใช้เป็นเครื่องมือควบคุมประชาชน มากกว่าจะสร้างความรักชาติหรือประสิทธิภาพทางทหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่ของกัมพูชาทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อยกเลิกเกณฑ์ทหารในประเทศไทยยากขึ้นด้วย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและกัมพูชาพิจารณายกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารอย่างจริงจัง และเรียกร้องให้นักกิจกรรมและภาคประชาสังคมในไทย กัมพูชา และอาเซียน ทำงานร่วมกันมากขึ้นเพื่อผลักดันหลักการของการไม่ใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/53631911847_5e72abfe83_b.jpg" width="1024" height="536" loading="lazy"&gt;เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล (แฟ้มภาพ เมื่อ 5 เม.ย. 2569)&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e0f6e2aa92ad20ca17573e5b5199ad3e5"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2024/04/108692"&gt;‘เนติวิทย์’ อารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมการบังคับเกณฑ์ทหาร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e57fd21740c75eeb23103f5882858f25c"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2025/09/114600"&gt;จบสืบพยานคดี 'เนติวิทย์' อารยะขัดขืนค้านเกณฑ์ทหาร ยื่นศาล รธน.ตีความ พ.ร.บ.ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;คิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการผ่านกฎหมายเกณฑ์ทหารครั้งล่าสุดของกัมพูชา&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เรื่องนี้จริงๆ ผมได้เห็นมาสักพักแล้ว เป็นเรื่องที่น่าเสียใจมากอย่างหนึ่ง เพราะว่าการเกณฑ์ทหารเป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐในการควบคุมประชากรมาโดยตลอด แล้วก็ที่เขาจะออกกฎหมายมา แทบจะเหมือนประเทศไทยของเราเลย ก็คืออาจจะเลียนแบบประเทศไทยมาด้วย แล้วเขาไม่ได้เรียนรู้เลยว่า กฎหมายเกณฑ์ทหารลึกๆ แล้ว มันไม่ได้มีประสิทธิภาพขนาดนั้น มันอาจจะทำให้คนกลัว แต่ว่ามันไม่ได้ทำให้คนรักชาติขึ้นได้จริง แล้วยิ่งบีบบังคับคนในสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่ดีแบบนี้ มันก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่พลเมืองจะต้องเจอกับรัฐที่กดขี่แบบนี้ มันเป็นการยืนยันอย่างหนึ่งว่า มันคือระบบเผด็จการดีๆ นี่เอง ประเทศไหนมีเกณฑ์ทหารก็มีแนวโน้มที่รัฐจะเป็นเผด็จการได้ง่ายขึ้นมากทีเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่มันก็ตอกย้ำว่าการต่อสู้เรื่องเกณฑ์ทหารเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยมากๆ การต่อสู้เรื่องเกณฑ์ทหารจำเป็นมากในยุคนี้ เพราะไม่ใช่แค่ที่กัมพูชาเท่านั้น ก่อนหน้านี้ ที่พม่าเองก็มีการบังคับพลเมืองให้ไปเกณฑ์ทหาร และไปช่วยรัฐในการต่อสู้ร่วมกับฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตย รัฐเอาเกณฑ์ทหารกลับมาเพื่อสนองต่ออำนาจของตัวเอง เพื่อให้คนละทิ้งตัวตน ละทิ้งความเป็นปัจเจกบุคคลของเขา เรากลายเป็นแค่เครื่องมือ เป็นแค่ส่วนหนึ่ง เป็นแค่ตัวเล็กๆ เป็นแค่ฟันเฟืองของจักรกลของรัฐ มันเป็นอะไรที่ทำให้เห็นว่าการต่อสู้ของเรามีความหมายมาก และต่อไปการต่อสู้เรื่องเกณฑ์ทหารก็จะเป็นวาระหลักสำคัญมากขึ้นในโลกนี้ อย่างน้อยในอาเซียน พวกเรานักเคลื่อนไหวควรจะมองเห็นเรื่องนี้ด้วยกันว่าเราต้องต่อสู้ให้การเกณฑ์ทหารหมดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จริงๆ การเกณฑ์ทหารมันสะท้อนยิ่งกว่านั้น คือเราต้องต่อสู้เพื่อให้หลักการการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรงยิ่งมีความหมายขึ้นในโลกนี้ การเสนอทางเลือกที่โลกที่ความรุนแรงเป็นทางเลือกที่เรายอมรับได้น้อยลง จะต้องเป็นเรื่องที่เราต้องต่อสู้ให้มันเกิดขึ้นให้ได้ มันไม่ใช่แค่เราจะปฏิเสธในเชิงลบอย่างเดียว แต่ว่าเราต้องเสนอในเชิงบวกด้วย และผมคิดว่าในการเคลื่อนไหวเรื่องการยกเลิกเกณฑ์ทหาร เราต้องยืนยันหลักการนี้ให้มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;สถานะของการเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามไทย-กัมพูชาในปัจจุบันเป็นอย่างไร&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ถ้าในปัจจุบันที่เห็น ผมว่าแน่นอนว่ามันเงียบมาก เมื่อชาตินิยมมาเมื่อไหร่ พลังของการเคลื่อนไหวมันก็น้อยลง จริงๆ มันก็น้อยอยู่แล้ว เพราะเราเป็นเสียงส่วนน้อยมาโดยตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พอเห็นความขัดแย้งแบบนี้ ผมว่าอันนึงที่เราอาจจะไม่ได้เรียนรู้เท่าไหร่คือ เราไม่ได้มองไปดูว่าความขัดแย้งของเราไม่ได้มีลักษณะพิเศษใดๆ เลย จริงๆ มันก็คล้ายๆ รัฐที่มันทะเลาะกัน ไม่ว่าที่ไหนก็ตามมันก็จะแบบนี้แหละ มันก็จะมีสงครามข่าวสาร สงครามอะไรต่ออะไร แต่ผมรู้สึกว่าหลายปีที่ผ่านมา พวกเราก็อาจจะรู้สึกเหนื่อยล้า หลังปี'63 เหมือนมันเพิ่งผ่านพ้นมาไม่นาน ความหวังของสังคมมันก็น้อยลงมาก หลายๆ คนก็รู้สึกเหนื่อย ฉะนั้น ในแง่หนึ่งก็ต้องเห็นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานพลเมืองต่างๆ ในสังคมของเรามันไม่ดีมากเท่าไหร่ พอหลายๆ เรื่องมันมาเจอกัน ปะทะกัน นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคม เราก็อาจจะทำอะไรมากไม่ได้ เพราะไม่มีพลังงานมากพอ มันก็มีอยู่บ้าง แต่ก็อาจจะไม่ได้มากนัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ก็ไม่เป็นไร ยังไงสงครามครั้งนี้มันคงจะยืดเยื้อต่อไปเรื่อยๆ พอสมควร มันเป็นโอกาสที่ดีที่ตอนนี้เราจะเริ่มผูกมิตรกับเพื่อนบ้านของเรา ที่เขาเห็นความไร้ประโยชน์ ความผิดพลาดของสิ่งที่ผู้นำของสองประเทศกำลังต่อสู้อยู่ ถ้าพูดจริงๆ ในอดีต เราก็ไม่ได้มีการติดต่อกับนักเคลื่อนไหวในกัมพูชาอะไรกันมากเท่าไหร่ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็เห็นว่ามันไม่ใช่แล้ว เราก็ต้องมาทำงานกัน ถ้ายกเลิกเกณฑ์ทหาร ก็ขอให้คิดว่ามันเป็นวาระที่ทำร่วมกันระหว่างหลายๆ ประเทศที่มันต้องเกิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพราะเรื่องเกณฑ์ทหารที่กัมพูชาด้วยนี่แหละ ผมก็รู้เลยว่าโอกาสผมมีน้อยมากเลย ทางฝ่ายชนชั้นนำไทยก็ต้องคงการเกณฑ์ทหารไว้แน่ๆ คงไม่ยกเลิกง่ายๆ เพราะเรื่องนี้เป็นข้ออ้างเขาได้เลย ผมก็แทบไม่มีความหวังว่าจะชนะอะไรเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ว่าผมก็ไม่ได้คิดว่าผมจะชนะอยู่แล้ว เพราะว่าเราทำให้มันเป็นตัวอย่างให้คนในอนาคตได้เห็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จริงๆ สิ่งที่ผมทำ ผมก็หวังว่าคนกัมพูชาจะเห็น แล้วคนกัมพูชาก็จะต้องออกมาต่อต้านฮุนเซน ต่อต้านพวกระบบพวกนี้ด้วยการเป็นผู้คัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึกให้มากขึ้น ผมว่าการคัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึกเป็นทางออกในหลายๆ เรื่อง รวมถึงสงครามระหว่างอเมริกากับอิหร่าน คนก็ไม่คิดกันว่าจริงๆ ทางออกที่ดีที่สุดที่คนอเมริกาควรจะทำก็คือการเป็นผู้คัดค้านด้วยมโนธรรมสำนึก คุณต้องปฏิเสธเรื่องพวกนี้ แล้วที่อเมริกาบริษัท Palentir ล่าสุดเขาก็พยายามที่จะเสนอให้มีระบบเกณฑ์ทหารกลับมาเหมือนกัน ดังนั้น มันเป็นวาระร่วมกันทั้งโลกเลย&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;มีอะไรอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลไทย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;รัฐบาลไทยเคยรับปากประชาชนไว้แล้วว่าจะยกเลิกเกณฑ์ทหาร แล้วปรับเป็นระบบอาสา ก็ควรที่จะทำให้สำเร็จ คือถ้าคิดระยะสั้นก็อาจจะหาประโยชน์กับสงครามไปเรื่อยๆ มันก็คงพอได้ แต่ว่าถ้ารัฐบาลมองการไกลขึ้นมาสักหน่อย การยกเลิกเกณฑ์ทหารก็จะช่วยให้กองทัพได้มีการปรับตัวให้ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นผลระยะยาว แถมหลายๆ ประเทศที่ไม่มีบังคับเกณฑ์ทหาร ก็มีกองกำลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยซ้ำ ในแง่หนึ่ง มันก็ช่วยได้มากในเรื่องความมั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แล้วอีกอย่าง ถ้ายกเลิกเกณฑ์ทหาร เราก็อาจจะมีระบบอย่างอื่นที่ทำให้พลเมืองสามารถบริการสังคมในหลายๆ รูปแบบได้ มันก็จะเป็นวิธีในการแก้ปัญหาสังคมมิติอื่นๆ ได้เหมือนกัน ดังนั้น ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามที่หาเสียงไว้ แล้วเรื่องพวกนี้ก็ถ้าพูดจริงๆ มันก็เป็นคะแนนนิยมในระยะยาว เป็นผลงานที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเจริญเติบโตของสังคมไทย แต่ถ้าคุณยังยืนยันจะเกณฑ์ทหารต่อไป รบกับกัมพูชา คนก็จะจดจำคนในฐานะคนที่เริ่มสงครามที่เอาพลเมืองไปเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;มีอะไรอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลกัมพูชา&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;รัฐบาลกัมพูชาก็น่าจะได้เรียนรู้จากไทยว่า การเกณฑ์ทหารมันล้มเหลว มันไม่ได้มีประสิทธิภาพ ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจริงๆ แล้วกัมพูชาเขาต้องการปกป้องความมั่นคงของประเทศเขาแค่ไหน ถึงเลียนแบบรัฐไทย เพราะว่าสิ่งที่รัฐไทยทำไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดประสิทธิภาพในการทำให้พลเมืองหรือทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคงขนาดนั้น ผมก็เลยอยากเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชา ทบทวนด้วยในสิ่งที่ตัวเองทำ คุณไม่ควรเลียนแบบประเทศไทยเลย ควรจะเป็นแบบระบบอาสาสมัคร แล้วก็ทำให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้คนอาสามาเพราะว่ารักชาติ แต่นี่มันเป็นการบังคับคนแล้ว ถ้าแบบนี้แล้วจะเรียกว่าเป็นการรักชาติแท้จริงได้อย่างไร มันก็จะซ้ำรอยเลย ที่กัมพูชาทำแทบไม่แตกต่างกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมก็ไม่แน่ใจด้วยเรื่องหนึ่งก็คือ บางทีกัมพูชากับไทยก็รับลูกกันในระดับชนชั้นนำ ก็เลยไม่รู้ว่าการที่คุณจะผ่านกฎหมายในช่วงนี้ส่วนหนึ่ง แน่นอนมันก็มีความขัดแย้ง แต่ในแง่หนึ่งคุณก็ไม่อยากให้การต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหารในประเทศไทยเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะถ้าในประเทศไทยการยกเลิกเกณฑ์ทหารเกิดขึ้น มันก็มีผลกระทบเกิดขึ้นในการต่อสู้เรื่องสิทธิพลเมืองที่มันกว้างขวางมากขึ้น มันก็จะเป็นตัวอย่างสำคัญซึ่งชนชั้นนำกัมพูชาเขาคงไม่อยากให้เกิดขึ้นแบบนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บางทีผมว่าถ้าชนชั้นนำเลียนแบบกัน เขาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เราเองภาคประชาชนเราก็ต้องเรียนรู้กับเพื่อนบ้านของเรา รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่มีการต่อสู้เรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อนด้วย ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะครับ มันก้บ่งบอกว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วโลก หรืออย่างน้อยในอาเซียน พวกเรามีงานมีภารกิจร่วมกัน ก็คือต้องยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แล้วก็สร้างสังคมที่ตระหนักถึงความรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สัมภาษณ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;กฎหมายบังคับเกณฑ์ทหาร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D" hreflang="th"&gt;ศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;เกณฑ์ทหาร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Mon, 11 May 2026 12:00:39 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117349 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117349#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>“Flavors of Empire” ก่อร่างสร้างอาหารไทยในอเมริกา | หมายเหตุประเพทไทย EP.626</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117340</link>
  <description>&lt;span&gt;“Flavors of Empire” ก่อร่างสร้างอาหารไทยในอเมริกา | หมายเหตุประเพทไทย EP.626&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-10T22:58:55+07:00" title="Sunday, May 10, 2026 - 22:58"&gt;Sun, 2026-05-10 - 22:58&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/ocYahHPRpqo?si=UkRKHZJh_-n90eNn" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อาหารไทย” ถูกมอง ถูกร่าง ถูกสร้าง และถูกขายอย่างไรในสหรัฐอเมริกา หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ แนะนำหนังสือ Flavors of Empire: Food and the Making of Thai America (2017) ของมาร์ค ผดุงภัทร (Mark Padoongpatt) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเอเชียน-อเมริกันศึกษา มหาวิทยาลัยเนวาดา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;งานของมาร์คเสนอว่า “อาหารไทย” ไม่ใช่เพียงวัฒนธรรมการกิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สงครามเย็น การอพยพ และความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา โดยชี้ให้เห็นว่า การที่อาหารไทยกลายเป็นที่นิยมในอเมริกา เกิดขึ้นภายใต้บริบทที่สหรัฐฯ มีอิทธิพลต่อไทยทั้งทางทหาร เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเวียดนาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การเปิดตัว “Bangkok Market” ในย่านอีสต์ ฮอลลีวูด เมื่อปี ค.ศ. 1971 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชุมชนไทยในนครลอสแอนเจลิส เพราะตลาดแห่งนี้ทำให้คนไทยเข้าถึงวัตถุดิบสำคัญ เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกแกง หลังจากก่อนหน้านั้นต้องใช้วัตถุดิบทดแทนจากตลาดคนจีนหรือของท้องถิ่น จนไม่สามารถสร้างรสชาติ “ยำ” แบบไทยได้เต็มที่ “Bangkok Market” จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คนไทยรักษาความทรงจำ ความรู้สึกเป็นบ้าน และสร้างเครือข่ายชุมชนในสังคมอเมริกันผ่านอาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในทศวรรษ 1980-1990 ร้านอาหารไทยในลอสแอนเจลิสเติบโตอย่างมาก เริ่มมีแนวคิดอาหารไทยแบบไม่เผ็ด “not-too-spicy” มีกรณีของ Tommy Tang เชฟไทยในเวสต์ ฮอลลีวูด ที่ปรับอาหารไทยให้เข้ากับรสนิยมของชนชั้นกลางอเมริกัน ด้วยอาหารฟิวชันและรสชาติที่ไม่เผ็ดจัดเกินไป ผู้เขียนชี้ว่า ร้านอาหารไทยกลายเป็นพื้นที่ที่ “ความเป็นไทย” ถูกจัดวางและขายให้ผู้บริโภคอเมริกันในฐานะสิ่ง exotic น่าตื่นเต้น และแตกต่าง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องถูกปรับให้อยู่ในรูปแบบที่ตลาดอเมริกันยอมรับได้&lt;br&gt;หนังสือเล่มนี้ยังพูดถึง “ไทยทาวน์” และเทศกาลอาหารไทยในลอสแอนเจลิส ซึ่งสะท้อนความพยายามของคนไทยในการสร้างพื้นที่และตัวตนทางสังคมในอเมริกา อย่างไรก็ตาม แม้คนไทยจะมีร้านอาหาร เทศกาล และย่านของตัวเอง แต่คนไทยจำนวนมากยังอยู่ในสถานะคล้าย “subaltern” หรือกลุ่มชายขอบในสังคมอเมริกัน โดยเฉพาะแรงงานร้านอาหาร ผู้หญิง และผู้อพยพที่ไม่มีเอกสาร ซึ่งแทบไม่มีเสียงในภาพแทนทางการของชุมชนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่งท้าย Flavors of Empire ยังเสนอว่า อาหารไทยในอเมริกาไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติ แต่เกี่ยวข้องกับอำนาจ การอพยพ ชนชั้น และการต่อรองอัตลักษณ์ของคนไทยในสังคมอเมริกัน อาหารไทยจึงเป็นทั้งพื้นที่แห่งโอกาส ความภูมิใจ และในเวลาเดียวกันก็สะท้อนความไม่เท่าเทียมที่ซ่อนอยู่ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมของสหรัฐอเมริกา #หมายเหตุประเพทไทย #คนไทยในอเมริกา&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55256394333_690b3df7ee_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;อาหารไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;สหรัฐอเมริกา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;คนเข้าเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84-%E0%B8%9C%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;มาร์ค ผดุงภัทร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;คนไทยในอเมริกา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 10 May 2026 15:58:55 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117340 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117340#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>คดีคุกคามทางเพศนักศึกษาลาว เกือบ 2 ปี ที่ไร้ความคืบหน้า เป็นหยัง? คนถูกคุกคามต้องหนี ส่วนคนก่อเหตุลอยนวล</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/05/117324</link>
  <description>&lt;span&gt;คดีคุกคามทางเพศนักศึกษาลาว เกือบ 2 ปี ที่ไร้ความคืบหน้า เป็นหยัง? คนถูกคุกคามต้องหนี ส่วนคนก่อเหตุลอยนวล&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;กุศล&amp;nbsp;ศิริ | รายงาน&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;auser15&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-05-09T10:27:45+07:00" title="Saturday, May 9, 2026 - 10:27"&gt;Sat, 2026-05-09 - 10:27&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;นักศึกษาลาวที่ถูกเจ้าหน้าที่สภาแห่งชาติลาวบุกห้องพักพยายามล่วงละเมิดทางเพศระหว่างงานประชุมรัฐสภาที่หลวงพระบางเมื่อเดือนเมษายน 2567 ยังคงไร้ความยุติธรรมหลังเกือบ 2 ปี ผู้กระทำไม่ถูกดำเนินคดีและยังทำงานในตำแหน่งเดิม ขณะที่ครอบครัวของเธอถูกตำรวจเรียกสอบ โทรศัพท์ถูกตรวจสอบ และไม่มีทนายความรายใดกล้ารับคดีนี้อีก เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศโดยไม่มั่นใจในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;img src="https://www.flickr.com/photo_download.gne?id=55258203638&amp;amp;secret=6bf3c773a5&amp;amp;size=c&amp;amp;source=photoPageEngagement" width="800" height="613" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;นันทิดา&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เข้าช่วยงานให้กับสภาแห่งชาติลาวในงานประชุมสมัชชารัฐสภาแห่งประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส&lt;em&gt; (Assemblée parlementaire de la Francophonie:&amp;nbsp;APF)&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ณ&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;แขวงหลวงพระบาง&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ประเทศลาว&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ระหว่างวันที่&lt;em&gt; 8-12&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เมษายน&lt;em&gt; 2024&amp;nbsp;(&lt;/em&gt;ที่มา&lt;em&gt;:&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/nanthida.phoumichit.9"&gt;&lt;em&gt;Nanthida Phoumichit&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;em&gt;, 14&amp;nbsp;&lt;/em&gt;มิถุนายน&lt;em&gt; 2567)&amp;nbsp;&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นันทิดา&amp;nbsp;พูมีจิด&amp;nbsp;อดีตนักศึกษาชั้นปีที่ 3&amp;nbsp;ภาควิชาภาษาฝรั่งเศสเพื่อการสื่อสาร&amp;nbsp;คณะอักษรศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว&amp;nbsp;ได้ถูกมอบหมายให้เข้าร่วมสนับสนุนงานประชุมสมัชชารัฐสภาแห่งประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (Assemblée parlementaire de la Francophonie:&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/Phouthen/posts/%25E0%25BA%2581%25E0%25BA%25AD%25E0%25BA%2587%25E0%25BA%259B%25E0%25BA%25B0%25E0%25BA%258A%25E0%25BA%25B8%25E0%25BA%25A1%25E0%25BA%2581%25E0%25BA%25B3%25E0%25BA%25A1%25E0%25BA%25B2%25E0%25BA%2597%25E0%25BA%25B4%25E0%25BA%2581%25E0%25BA%25B2%25E0%25BA%2599%25E0%25BA%25A7%25E0%25BA%25BD%25E0%25BA%2581%25E0%25BA%2587%25E0%25BA%25B2%25E0%25BA%2599%25E0%25BB%2580%25E0%25BA%25AA%25E0%25BA%2594%25E0%25BA%2596%25E0%25BA%25B0%25E0%25BA%2581%25E0%25BA%25B4%25E0%25BA%2594-%25E0%25BA%25AA%25E0%25BA%25B1%25E0%25BA%2587%25E0%25BA%2584%25E0%25BA%25BB%25E0%25BA%25A1-%25E0%25BB%2581%25E0%25BA%25A5%25E0%25BA%25B0-%25E0%25BA%25AA%25E0%25BA%25B4%25E0%25BB%2588%25E0%25BA%2587%25E0%25BB%2581%25E0%25BA%25A7%25E0%25BA%2594%25E0%25BA%25A5%25E0%25BB%2589%25E0%25BA%25AD%25E0%25BA%25A1-%25E0%25BA%2582%25E0%25BA%25AD%25E0%25BA%2587%25E0%25BA%25AA%25E0%25BA%25B0%25E0%25BA%25A1%25E0%25BA%25B1%25E0%25BA%2594%25E0%25BA%258A%25E0%25BA%25B2%25E0%25BA%25A5%25E0%25BA%25B1%25E0%25BA%2594%25E0%25BA%2596%25E0%25BA%25B0%25E0%25BA%25AA%25E0%25BA%25B0%25E0%25BA%259E%25E0%25BA%25B2%25E0%25BA%259B%25E0%25BA%25B0%25E0%25BB%2580%25E0%25BA%2597%25E0%25BA%2594%25E0%25BA%2597/943483614447791/"&gt;APF&lt;/a&gt;)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 8-12&amp;nbsp;เมษายน 2024&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;Santi Resort &amp;amp; Spa&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แขวงหลวงพระบาง&amp;nbsp;ประเทศลาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;งานประชุมนี้&amp;nbsp;เป็นเครือข่ายความร่วมมือและองค์กรหลักที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาขององค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาและภูมิภาคที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ทำให้ต้องจัดที่พักแบบรวม&amp;nbsp;แต่ในคืนวันที่ 10&amp;nbsp;เมษายน 2024&amp;nbsp;นันทิดาต้องพักอยู่เพียงลำพัง&amp;nbsp;ก่อนที่นาย&amp;nbsp;จ.&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ&amp;nbsp;สภาแห่งชาติลาว&amp;nbsp;บุกเข้าห้องในช่วงกลางดึกและพยายามล่วงละเมิดทางเพศ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;แม้เวลาจะล่วงเลยไปกว่า 2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่คดีความดังกล่าวนี้&amp;nbsp;กลับไม่คืบหน้า&amp;nbsp;โดยที่นาย&amp;nbsp;จ.&amp;nbsp;ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ&amp;nbsp;และยังคงทำงานอยู่ในตำแหน่งเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ควบคุม&amp;nbsp;คุกคาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“น้ำเสียงแม่ตอนนั้น&amp;nbsp;เฮารับรู้ได้ถึงความผิดปกติว่า&amp;nbsp;เป็นน้ำเสียงที่แปลกแล้วก็สั่น&amp;nbsp;มันบ่คือปกติ”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;เล่าย้อนถึงเหตุการณ์&amp;nbsp;ขณะคุยโทรศัพท์กับแม่&amp;nbsp;ภายหลังจากที่เธอตัดสินใจบอกเล่า&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/18qgGWMbxT/"&gt;เหตุการณ์ที่เธอถูกคุกคามทางเพศ&lt;/a&gt;โดยเจ้าหน้าที่สภาแห่งชาติลาว&amp;nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2024&amp;nbsp;ขณะที่เธอพักอาศัยอยู่ไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นันทิดา&amp;nbsp;อธิบายว่า&amp;nbsp;การพูดคุยกับแม่ในครั้งนั้น&amp;nbsp;เกิดขึ้นขณะที่แม่&amp;nbsp;พ่อ&amp;nbsp;และอ้าย (พี่ชาย)&amp;nbsp;ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;ตำรวจก็สั่งให้แม่โทรศัพท์หาเธอ&amp;nbsp;เพื่อบอกให้เธอหยุดเคลื่อนไหว&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้โทษเบาลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตำรวจเอาแม่ไป&amp;nbsp;แล้วก็ได้ยึดโทรศัพท์แม่&amp;nbsp;เอาไปเสียบใส่คอม&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;แม่ก็เล่าว่า&amp;nbsp;บางที&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;WhatsApp&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;มีการแจ้งเตือนว่า&amp;nbsp;มีอุปกรณ์เครื่องอื่น&amp;nbsp;เข้าล็อกอินใช้งาน&amp;nbsp;คือมันถูกพวกเขาเอาไปตรวจค้นแล้ว... ก็ต้องเว้นระยะห่างในการพูดคุย&amp;nbsp;และเลือกช่องทางที่ปลอดภัย”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;เล่าเพิ่มว่า&amp;nbsp;เมื่อโทรศัพท์ของแม่ถูกตรวจสอบ&amp;nbsp;ทำให้สมาชิกในครอบครัวของเธอรู้สึกไม่ปลอดภัย&amp;nbsp;แม่ต้องเปลี่ยนโทรศัพท์และเบอร์โทรฯ&amp;nbsp;ใหม่&amp;nbsp;ส่วนพ่อก็ตัดสินใจออกจากไลน์กลุ่มครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&amp;nbsp;ครอบครัวของเธอยังถูกสังคมรอบข้างตั้งคำถามบ่อยครั้งในเชิงต่อว่า&amp;nbsp;หลังจากที่เธอออกมาเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เธอถูกคุกคามทางเพศว่า&amp;nbsp;เธอไม่ควรออกมาบอกเล่าเรื่องราวในทำนองนี้ให้สังคมรับรู้&amp;nbsp;เพราะเป็นการตัดอนาคตตัวเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขาเห็นแม่&amp;nbsp;เขาก็รู้เรื่อง&amp;nbsp;เขาก็จะถามว่าเป็นแนวใด&amp;nbsp;ลูกสาวเดี๋ยวนี้&amp;nbsp;อยู่นะโจเซฟบ่&amp;nbsp;เว้าว่า&amp;nbsp;โอ้ย&amp;nbsp;น่าสงสาร&amp;nbsp;อนาคตกำลังจะไปได้ดี&amp;nbsp;ทำไมถึงเฮ้ดแนวนั้น&amp;nbsp;ทำไมทำให้ตัวเองเดือดร้อน”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;เล่าด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;พัวพันกับบุคคลอันตราย&amp;nbsp;?&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;นันทิดาเป็นผู้ถูกคุกคามทางเพศ&amp;nbsp;แต่เมื่อเรื่องราวของเธอถูกเผยแพร่ออกไป&amp;nbsp;สังคมและคนรอบข้างกลับมุ่งประเด็นไปว่า&amp;nbsp;เธอไม่ควรติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100008068268130"&gt;โจเซฟ&amp;nbsp;อักคะละวง&lt;/a&gt;&amp;nbsp;แทนที่จะมุ่งประเด็นไปในเรื่องที่เธอเป็นผู้ถูกกระทำ&amp;nbsp;เนื่องจากนันทิดา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โจเซฟเป็นผู้ที่แนะนำให้เธอเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โจเซฟ&amp;nbsp;เป็นนักเคลื่อนไหวด้านสังคมและสิทธิมนุษยชนในลาว&amp;nbsp;ลี้ภัยออกจากลาวในปี 2018&amp;nbsp;ภายหลังออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ&amp;nbsp;ในการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก&amp;nbsp;เขาจำเป็นต้องใช้ชีวิตหลบๆ&amp;nbsp;ซ่อนๆ&amp;nbsp;อยู่ในไทยเป็นเวลาหลายปี&amp;nbsp;จนกว่าจะได้ลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศสในปี 2022&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเป็นหนึ่งในคนลาวเพียงไม่กี่คน&amp;nbsp;ที่กล้าออกมาวิจารณ์การบริหารประเทศของรัฐบาล&amp;nbsp;และเปิดโปงประเด็นเรื่องทุจริตคอรัปชันในลาว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประเด็นที่คนลาวสนใจ&amp;nbsp;แต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูด&amp;nbsp;เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย&amp;nbsp;ส่งผลให้เพียงในระยะเวลาไม่กี่ปี&amp;nbsp;เขามีผู้ติดตามผ่านทาง&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;มากกว่า 7&amp;nbsp;แสนคน&amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้&amp;nbsp;จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รัฐบาลลาวมองว่า&amp;nbsp;โจเซฟ&amp;nbsp;เป็นบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ล่าสุดในเดือน&lt;a href="https://www.facebook.com/100014020157588/posts/2112590482551603/?rdid=XaE25IvU0lgIE6nN"&gt;มิถุนายน 2025&lt;/a&gt;&amp;nbsp;โจเซฟถูกลอบแทงที่คอ&amp;nbsp;อกข้างขวา&amp;nbsp;และอกข้างซ้าย&amp;nbsp;รวม 3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;กลางเมืองโป&amp;nbsp;ประเทศฝรั่งเศส&amp;nbsp;และจากการสืบสวนพยานหลักฐานพบว่า&amp;nbsp;เหตุการณ์ลอบสังหารนี้&amp;nbsp;มีเหตุผลหลายประการบ่งชี้ได้ว่า&amp;nbsp;เกี่ยวข้องกับเหตุผลทางการเมืองและรัฐบาลลาว&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้&amp;nbsp;คนที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร&amp;nbsp;โจเซฟ&amp;nbsp;ได้โทรชักชวนนันทิดา&amp;nbsp;ให้ไปพบด้วย&amp;nbsp;แต่นันทิดาไม่ได้ไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และจากการ&lt;a href="https://www.facebook.com/watch/?v=835685131754229&amp;amp;rdid=jsLHj3QHqdspyOHb"&gt;สนทนาทางโทรศัพท์&lt;/a&gt;ร่วมกับอาจารย์หัวหน้าภาควิชาภาษาฝรั่งเศส&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว&amp;nbsp;อาจารย์ของเธอก็ได้บอกว่า&amp;nbsp;“รัฐบาลก็รู้แล้ว (ว่านันทิดาไม่ได้อยู่ลาวแล้ว)&amp;nbsp;แล้วก็บอกว่า&amp;nbsp;เรื่องของเฮา (นันทิดา)&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เป็นเรื่องใหญ่แล้ว&amp;nbsp;แล้วถามว่าเฮาไปพัวพันกับโจเซฟนี้&amp;nbsp;รู้บ่ว่าเป็นบุคคลอันตราย&amp;nbsp;เป็นผู้ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับประเทศชาติลาว”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาจารย์ยังบอกอีกว่า&amp;nbsp;อยากให้เธอเดินทางกลับลาว&amp;nbsp;เพื่อมาเรียนต่อให้จบ&amp;nbsp;แต่อาจารย์ก็ไม่สามารถรับรองได้ว่า&amp;nbsp;เธอจะปลอดภัยหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อาจารย์บอกกับเจ้าแล้วแม่นบ่&amp;nbsp;บ่ให้คนนอกรับรู้เรื่องนี้เด็ดขาด&amp;nbsp;ยิ่งคนรู้น้อยที่สุดยิ่งดี&amp;nbsp;แต่ว่าตอนนี้เรื่องของเจ้ามันถูกเผยแพร่บนสื่อโซเชียลออนไลน์แล้ว&amp;nbsp;มันเป็นเรื่องใหญ่มากๆ&amp;nbsp;แล้วตอนนี้&amp;nbsp;เจ้ารู้บ่&amp;nbsp;ประธานประเทศก็รับรู้เรื่องนี้แล้วและก็ได้โทรมาหาอาจารย์&amp;nbsp;เจ้าจะให้เฮ็ดจังได๋&amp;nbsp;มันเป็นเรื่องใหญ่แล้วเดี๋ยวนี้”&amp;nbsp;นี่คือส่วนหนึ่งของคำพูด&amp;nbsp;ที่อาจารย์หัวหน้าภาควิชา&amp;nbsp;พูดกับนันทิดาด้วยความไม่พอใจ&amp;nbsp;ที่เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นับตั้งแต่เรื่องราวของนันทิดาถูกเผยแพร่ออกไป&amp;nbsp;จนเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ของลาวในขณะนั้น&amp;nbsp;กลับไม่มีสื่อของทางการ&amp;nbsp;หรือสื่อท้องถิ่นใดในลาว&amp;nbsp;ออกมาติดตามข้อเท็จจริงและความคืบหน้าของคดีความนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;คดีความบ่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;หลังจากเผยแพร่เรื่องราวสู่สาธารณะ&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;ก็ไว้ว่าจ้างทนายความ&amp;nbsp;ในสำนักงานทนายความขนาดใหญ่&amp;nbsp;และมีชื่อเสียงในนครหลวงเวียงจัน&amp;nbsp;แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สำนักงานทนายความแห่งนี้&amp;nbsp;ก็ได้ส่งหนังสือกลับมายังนันทิดา&amp;nbsp;โดยมีสาระสำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ทางสำนักงานทนายความ&amp;nbsp;ได้ส่งรายละเอียดเรื่องราวให้แก่เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว&amp;nbsp;แต่คดีความยังค้างอยู่ที่แผนกตำรวจที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และการดำเนินการไม่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ต้องการให้นันทิดาเดินทางกลับมายังประเทศลาว&amp;nbsp;เพื่อให้การ&amp;nbsp;จึงจะดำเนินการตามกฎหมายให้&amp;nbsp;ซึ่งถ้าหากนันทิดาเดินทางกลับ&amp;nbsp;ทางสำนักทนายความก็มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย&amp;nbsp;เพราะมีการโยงประเด็นว่า&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;ติดต่อพัวพันกับ&amp;nbsp;โจเซฟ&amp;nbsp;อักคะละวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://www.flickr.com/photo_download.gne?id=55258301244&amp;amp;secret=6cdc397b49&amp;amp;size=c&amp;amp;source=photoPageEngagement" width="800" height="467" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;สำนักงานทนายความ&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ส่งหนังสือแจ้งมายังนันทิดา&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เพื่อรายงานการทำหน้าที่ปกป้องสิทธิ&lt;em&gt;-&lt;/em&gt;ผลประโยชน์ของเธอ&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เกี่ยวกับการฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีกับนาย&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;จ&lt;em&gt;. (&lt;/em&gt;ที่มา&lt;em&gt;:&amp;nbsp;Nanthida Phoumichit)&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทนายความแจ้งมาบอกว่า&amp;nbsp;บ่มีเลย&amp;nbsp;บ่มีการดำเนินการอะไรเกี่ยวกับผู้นั้นเลย&amp;nbsp;ทนายความได้แจ้งความไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&amp;nbsp;แต่ตำรวจบ่ดำเนินการ”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;บอกเล่าเกี่ยวกับผลความคืบหน้าในการดำเนินคดีความในรอบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อิงตามหนังสือแจ้งการจากสำนักงานทนายความ&amp;nbsp;ยังระบุอีกว่า&amp;nbsp;ถ้าหากนันทิดา&amp;nbsp;ต้องการเปลี่ยนที่ปรึกษาทางกฎหมายก็สามารถกระทำได้&amp;nbsp;เพราะทางสำนักงานฯ&amp;nbsp;เองก็ดำเนินการเต็มที่แล้ว&amp;nbsp;แต่ไม่สามารถติดตามความคืบหน้ามาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“บ่สามารถไปต่อได้แล้ว&amp;nbsp;เพราะว่าตำรวจเขาบ่ดำเนินการให้แล้ว&amp;nbsp;จะเป็นทนายคนอื่น&amp;nbsp;เขาก็บ่เฮ็ดให้คือเก่า&amp;nbsp;ก็เคยถามไปหลายทนาย&amp;nbsp;ก็บ่มีทนายใดกล้าเฮ็ดแล้ว&amp;nbsp;คดีนี้”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;อธิบายเพิ่มว่า&amp;nbsp;นับตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้งการมา&amp;nbsp;เธอก็พยายามหาที่ปรึกษาทางกฎหมายเรื่อยๆ&amp;nbsp;แต่ก็ไม่มีสำนักงานใดรับ&amp;nbsp;เพราะเหตุผลเรื่องความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“มันบ่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;แล้วเขาก็บ่สามารถที่จะเฮ็ดให้ได้อีก... เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า&amp;nbsp;จะบ่เฮ็ดให้จนกว่านันทิดาจะกลับมาลาว&amp;nbsp;เพราะว่าเฮา&amp;nbsp;พัวพันกับโจเซฟ”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;กล่าวย้ำถึงรายละเอียดสำคัญที่ปรากฎในหนังสือแจ้งการของสำนักงานทนายความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;บ่แม่นแต่เฉพาะนันทิดา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ภายหลังจากที่&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;ออกมาเล่าประสบการณ์การถูกคุกคามทางเพศให้สาธารณชนได้รับรู้&amp;nbsp;ก็มีแม่หญิงลาวอีกหลายคนที่มีประสบการณ์ในลักษณะเดียวกัน&amp;nbsp;ออกมาบอกเล่าเรื่องของตัวเอง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กรณีของ&amp;nbsp;สายฝน (นามสมมติ)&amp;nbsp;เป็นเด็กพิการ&amp;nbsp;อายุ 17&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อาศัยอยู่ทางภาคกลางของประเทศ&amp;nbsp;เล่าให้เธอฟังส่วนตัวว่า&amp;nbsp;เคยถูกอาจารย์ล่วงละเมิดทางเพศ&amp;nbsp;แต่ก็ไม่มีความกล้าที่จะออกมาบอกเล่าเรื่องราวนี้&amp;nbsp;ให้สาธารณชนได้รับรู้&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ยังไม่รู้ว่าเรื่องราวของเธอจะสามารถเอาผิดอาจารย์ผู้กระทำได้&amp;nbsp;เพราะหลักฐานต่างๆ&amp;nbsp;ก็ไม่มี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://www.flickr.com/photo_download.gne?id=55258301239&amp;amp;secret=c9c1c82f45&amp;amp;size=c&amp;amp;source=photoPageEngagement" width="800" height="467" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;เรื่องเล่าเหตุการณ์ที่แม่หญิงลาวอีกคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศ&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;เช่นเดียวกับนันทิดา&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ออกมาเปิดเผยสู่สาธารณะ&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ภายหลังนันทิดาเปิดเผยประสบการณ์ของตนเอง&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ที่มาจนถึงปัจจุบัน&lt;em&gt;&amp;nbsp;&lt;/em&gt;ก็ยังไม่ได้รับความยุติธรรมเช่นกัน&lt;em&gt; (&lt;/em&gt;ที่มา&lt;em&gt;:&amp;nbsp;&lt;/em&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/100028833030949/posts/1219927715644985/?rdid=dok2lMlkiR4ktpH3"&gt;&lt;em&gt;Nixa HF&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;em&gt;, 20&amp;nbsp;&lt;/em&gt;มิถุนายน&lt;em&gt; 2024)&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หรือกรณีของ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/100028833030949/posts/1219927715644985/?rdid=dok2lMlkiR4ktpH3"&gt;Nixa HF&lt;/a&gt;&amp;nbsp;แม่หญิงชาวลาวอีกคน&amp;nbsp;ก็ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวการถูกล่วงละเมิดของตนเอง&amp;nbsp;ภายหลังเหตุการณ์ของนันทิดา&amp;nbsp;เพราะเธอเชื่อว่า&amp;nbsp;ยังมีผู้หญิงลาวอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิด&amp;nbsp;แต่ไม่กล้าออกมาพูด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอเล่าว่าเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงแรมแห่งหนึ่งโดยผู้ชายที่พยายามจะข่มขืนเธอก็ทำงานอยู่ในโรงแรมเดียวกัน&amp;nbsp;เธอได้ขึ้นไปส่งอาหารเช้าให้แขก&amp;nbsp;แต่ห้องที่เธอไปส่งเป็นห้องที่ของคนจีนชื่อ&amp;nbsp;Wei Zheng&amp;nbsp;พักอยู่&amp;nbsp;เมื่อไปถึง&amp;nbsp;ก็เคาะประตู&amp;nbsp;พอเขาเปิดประตูออกมาเห็นว่าเป็นเขา&amp;nbsp;เขาบอกว่าไม่ได้สั่งอาหาร&amp;nbsp;เธอจึงกำลังจะเดินกลับ&amp;nbsp;แต่เขากลับดึงแขนเธอเข้าไปในห้อง&amp;nbsp;และพยายามจะข่มขืน&amp;nbsp;เธอเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอเล่าต่อว่า&amp;nbsp;เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือ&amp;nbsp;แต่ไม่มีใครมาช่วย&amp;nbsp;เพราะแม่บ้านในโรงแรมคิดว่าเป็นเสียงแขกหยอกล้อกัน&amp;nbsp;แต่สุดท้ายเธอก็ช่วยเหลือตนเองจนหลุดออกมาได้&amp;nbsp;และรีบวิ่งไปหาแม่บ้าน&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;เธอแจ้งเจ้าของโรงแรมให้รับทราบ&amp;nbsp;เพราะต้องการดำเนินคดี&amp;nbsp;แต่เจ้าของโรงแรมกลับเสนอเป็นเงินชดเชย&amp;nbsp;และไม่ให้ความช่วยเหลือเรื่องคดีความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทางโรงแรมยังปกปิดเรื่อง&amp;nbsp;และไม่เคยให้ความร่วมมือ&amp;nbsp;ขอดูกล้องก็บอกว่ากล้องเสีย&amp;nbsp;ขอพาสปอร์ตก็บอกว่าเขาหนีไปแล้ว&amp;nbsp;เอาเอกสารไปหมด&amp;nbsp;ทั้งที่จริงเขายังอยู่&amp;nbsp;โรงแรมกลับช่วยปกป้องอีกฝ่าย”&amp;nbsp;เธอเล่ารายละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอเล่าเพิ่มว่า&amp;nbsp;เธอพยายามยื่นเรื่องเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย&amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับแขวง&amp;nbsp;แต่สุดท้ายกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ความยุติธรรม&amp;nbsp;อยู่ไส?&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“มืด&amp;nbsp;มันมืดเลย&amp;nbsp;ตอนนี้มันบ่เห็นช่องทาง&amp;nbsp;บ่เห็นว่ามันจะเป็นไปในรูปแบบใดได้เลย&amp;nbsp;เพราะว่ามันบ่มีสัญญาณหยังเลยที่จะมีความคืบหน้า&amp;nbsp;หรือว่าอัปเดตบ่มีเลย”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;บอกเล่าถึงสถานการณ์ที่ต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอบอกอีกว่า&amp;nbsp;การเป็นแม่หญิงและเด็กหญิงลาว&amp;nbsp;นอกจากจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสิทธิสตรีแล้ว&amp;nbsp;การที่ผู้หญิงและเด็กหญิงจะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมในลาว&amp;nbsp;ยังเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การที่เป็นแม่หญิงอยู่ในเมืองลาว&amp;nbsp;เฮาต้องได้มีสติระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;แล้วถ้าสมมติว่าเกิดเรื่องอี่หยังขึ้นกับเฮา&amp;nbsp;ความยุติธรรม&amp;nbsp;รู้สึกว่ามันเข้าถึงยากมากๆ&amp;nbsp;สำหรับผู้เป็นเหยื่อ&amp;nbsp;สิทธิแม่หญิงต่างๆ&amp;nbsp;ในกระดาษ&amp;nbsp;ในเอกสาร&amp;nbsp;แต่ว่าในทางปฏิบัติจริง&amp;nbsp;มันคือเฮ็ดบ่ได้เลย”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นันทิดา&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;“ก็อยากให้ผู้กระทำผิด&amp;nbsp;ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำแบบนี้&amp;nbsp;ต้องได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่าง&amp;nbsp;บ่ให้เกิดกับผู้หญิงคนอื่น&amp;nbsp;และบ่อยากให้แม่หญิงทุกคนที่อยู่ในลาว&amp;nbsp;ต้องมาตกอยู่ในอันตรายในเรื่องแบบนี้”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ก็มีความรู้สึกกังวล&amp;nbsp;ถ้ากลับไปเมืองลาวก็รู้สึกว่าจะบ่ปลอดภัยแล้ว&amp;nbsp;ส่วนเรื่องการลี้ภัยในอนาคต&amp;nbsp;เฮาก็บ่รู้ว่าจะเป็นแบบใด&amp;nbsp;แล้วชีวิตความเป็นอยู่ตอนนี้&amp;nbsp;ก็ต้องได้ปรับตัวหลายอย่าง&amp;nbsp;ภาษา&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;การกินการอยู่&amp;nbsp;สภาพอากาศเพราะว่ามันบ่คืออยู่บ้านเฮา... ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์เลย”&amp;nbsp;นันทิดา&amp;nbsp;กล่าวทิ้งท้ายถึงความไม่แน่นอนในชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ลาว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;คุกคามทางเพศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%94" hreflang="th"&gt;นันทิดา พูมีจิด&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 09 May 2026 03:27:45 +0000</pubDate>
    <dc:creator>auser15</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117324 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/05/117324#comments</comments>
    </item>

  </channel>
</rss>
