<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0" xml:base="http://prachatai.com">
<channel>
 <title>ประชาไท</title>
 <link>http://prachatai.com</link>
 <description />
 <language>th</language>
<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/prachatai" /><feedburner:info uri="prachatai" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><feedburner:emailServiceId>prachatai</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname>http://feedburner.google.com</feedburner:feedburnerHostname><item>
 <title>วิวาทะหน้ากากขาว‘กายฟอกส์’ สับสนแบบไทยๆ  ล้มทักษิณ ล้มเจ้า หรือไม่มีความหมายเฉพาะ?</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/1YHFnl5hun0/47278</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;
&lt;p&gt;สำรวจคำอธิบายสัญลักษณ์หน้ากากขาว “กายฟอกซ์” ที่ใช้เคลื่อนไหวในสังคมไทยขณะนี้ ทั้งในพื้นที่โซเชียลมีเดียและตามท้องถนน โดยมีอย่างน้อย 3 กลุ่มคำอธิบายด้วยกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มแรก&lt;/strong&gt;เป็นกลุ่มที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของขบวนการหน้ากากขาว โดยมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางสังคมในแนวใหม่และการสร้างพื้นที่ตัวเอง เป็นการรวมตัวกันของคนที่ “ไม่รู้หน้า แต่รู้ใจ” มีที่มาที่ไปในทางสากล ต่างชาติเข้าใจว่าสู้กับเผด็จการและความไม่เป็นธรรม มีความหมายในตัวของมันเอง เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อให้กลไกต่างๆ ในสังคมมีประสิทธิภาพ ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องในระบอบการเมือง โค่นล้มระบอบทักษิณ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มที่ &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;2&lt;/strong&gt; มีลักษณะไปทางคัดค้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ หรือแม้ไม่คัดค้านการเคลื่อนไหวแต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้หน้ากากกายฟอกส์เป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหว โดยกลุ่มเหล่านี้มองไปยังที่มาทางประวัติศาสตร์ของหน้ากากดังกล่าวว่า เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านสถาบันกษัตริย์ รวมทั้งขัดวัฒนธรรมไทย ขัดแย้งกับพวก "กษัตริย์นิยม"&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มสุดท้าย&lt;/strong&gt; เป็นมุมมองว่าหน้ากากกายฟอกส์ที่ใช้อยู่นี้ไม่ได้มีความหมายพิเศษเฉพาะอะไร&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm8.staticflickr.com/7322/9082314007_0990b77231.jpg" style="width: 500px; height: 282px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;em&gt;วงเสวนา&amp;nbsp;“ปรากฏการณ์หน้ากากขาว กับยุทธการลงทัณฑ์ทางสังคม – การเมือง”&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเคลื่อนไหวทางสังคมในแนวใหม่และการสร้างพื้นที่ตัวเอง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในงานเสวนาวิชาการ ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ปรากฏการณ์หน้ากากขาว กับยุทธการลงทัณฑ์ทางสังคม – การเมือง” ที่จัดขึ้นที่วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต อาคารสาธรธานี ชั้น 7 ถนนสาธร กทม. โดยวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ร่วมกับ กลุ่มกรีนการเมือง, สภาพัฒนาการเมือง, ชมรม สสร.50 และ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.56 ที่ผ่านมา รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต เปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาวว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางสังคมในแนวใหม่(new social movement) เนื่องจากไม่ได้มีเป้าหมายที่จะยึดอำนาจรัฐอำนาจการปกครอง เหมือนขบวนการทางชนชั้นแบบเก่า พร้อมทั้งเป็นขบวนการที่ไม่มีแกนนำ ดังนั้นรัฐไม่ต้องไปหา คนที่มาเคลื่อนไหวเป็นผู้มีการศึกษาใช้การสื่อสารสมัยใหม่ ใช้สัญลักษณ์ ใช้คำขวัญ ใช้บทเพลง สติกเกอร์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“การแสดงออกของเขาที่ต้องใช้หน้ากาก ก็เพราะสะท้อนให้เป็นว่าสังคมไม่มีความปลอดภัย ถ้าสังคมปลอดภัยคนก็ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก เพราะฉะนั้นการใส่หน้ากากเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เป็นว่าการต่อสู้อย่างเปิดเผยอาจได้รับอันตรายได้ แล้วก็เป็นการแสดงถึงความไม่พอใจแต่พวกเขาไม่ต้องการใช้ความรุนแรง แล้วก็ไม่ต้องการเห็นความรุนแรง” รศ.ดร.สังศิต กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คนที่มาต่อสู้ไม่ใช่คนที่อดมื้อกินมื้อ แต่เป็นคนที่มีฐานะตามสมควร ได้ผ่านการเห็นปัญหาของสังคมมายาวนานพอจนกระทั่งเขาเห็นว่าการปกครองแบบนี้ขาดความเป็นประชาธิปไตย มีการใช้นโยบายที่ทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รศ.ดร.สังศิต อธิบายถึงจุดมุ่งหมายของการใช้สัญลักษณ์ของขบวนการหน้ากากขาวว่า “ประชาชนต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ที่จะแสดงออก แล้วก็เป็นขบวนการที่ไม่ต้องการไปยื้อแย่ง ยึดอำนาจจากรัฐบาล การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะยึดอำนาจรัฐบาล เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ไม่ควรปฏิบัติต่อคนที่ต่อสู้และต้องการแสดงออกอย่างสงบ การจัดองค์กรเป็นแนวนอน เป็นการพึ่งตัวเองและเป็นเครือข่ายของคนจำนวนไม่มากนัก แต่สามารถเรียกมาพบปะกันได้”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm6.staticflickr.com/5325/9082314325_63c052561f.jpg" style="width: 500px; height: 282px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;em&gt;คำนิยามหน้ากากขาวโดย&amp;nbsp;รศ.ดร.สังศิต&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คนที่สวมหน้ากาก “ไม่รู้หน้า แต่รู้ใจ”&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในงานเสวนาข้างต้นนอกจาก รศ.ดร.สังศิต แล้วยังมีวิทยากรคนอื่นเช่น&amp;nbsp;&lt;span style="font-family: Tahoma, sans-serif; font-size: 10pt; line-height: 115%;"&gt;สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma, sans-serif; font-size: 10pt; line-height: 115%;"&gt;ชัยวัฒน์ สุรวิชัย สถาบันพัฒนาการเมือง และ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ รวมทั้ง สำราญ รอดเพชร พิธีกรโทรทัศน์ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา และเขากล่าวว่าขบวนการหน้ากากขาวเกิดขึ้นเมื่อคือวันที่ 24 พ.ค.56 ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจคุณโอ๊ค พานทองแท้ เว็บทำเนียบ มีคนที่เข้าไปโพสต์และเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ตัวเองเป็นหน้ากากขาวและเข้าไปยึดเพจเหล่านั้น “เหมือนเป็นการรัฐประหารในโซเชียลมีเดีย” และประกาศว่า &lt;em&gt;“ขณะนี้กองทัพประชาชนได้ลุกขึ้นมาแล้ว ข้าขอประกาศว่า ข้าจะล้มล้างระบอบทักษิณให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทย"&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;em&gt;&lt;img alt="" src="http://farm8.staticflickr.com/7400/9082269211_eeede2f979.jpg" style="width: 431px; height: 75px;" /&gt;&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำราญ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นก็เกิดการขยายตัวเป็นเหมือนประกายไฟไหม้ลามทุ่งในโซเชียลมีเดีย เป็น V for Thailand เลียนแบบมาจาก V For Vendetta เป็นภาพยนตร์ สำราญ กล่าว และยกข้อความของ “&lt;a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=549329108446635"&gt;P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น)”&lt;/a&gt; ในเฟซบุ๊กว่าคือการต่อสู้ของคนที่สวมหน้ากาก “ไม่รู้หน้าแต่รู้ใจ” รวมทั้งมีคำถามด้วยว่าจะเป็นปรากกฎการณ์ที่มาเร็วไปเร็วหรือไม่ เนื่องจากปรากฏการณ์ที่อยู่ในโลกออนไลน์มักจะเกิดขึ้นไม่นานก็หายไป แต่กรณีนี้คิดว่าจะไม่ใช่แค่ไฟไหม้ฟาง เคยสัมภาษณ์ Mr.V ที่เคลื่อนไหวโดยไม่เปิดเผยหน้าเขาก็ยืนยันว่าจะไม่เป็นไฟไหม้ฟาง&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm6.staticflickr.com/5490/9082269239_77466dea90.jpg" style="width: 500px; height: 376px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;คำนิยามหน้ากากขาวจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;nbsp;“&lt;/span&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=549329108446635"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น)”&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีที่มาที่ไปในทางสากล ต่างชาติเข้าใจว่าสู้กับเผด็จการและความไม่เป็นธรรม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงปรากฏการณ์เสื้อหลากสีในปี 53 ว่าเป็นขบวนการที่ต่อยอดมาจากการต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขณะนั้น พธม.ใช้ทั้งทีวีดาวเทียมเป็นหลักและใช้เว็บไซต์ “ผู้จัดการออนไลน์” มาช่วย เป็นช่องทางการสื่อสารของ พธม.ที่ทรงพลังมาก แต่ในขณะนั้นเฟซบุ๊กยังไม่มี มีเพียง Hi5 คนใช้อินเตอร์เน็ตก็ยังไม่มากในช่วงนั้น เมื่อปี 53 ขบวนการหลากสีต่อยอดจากการใช้ IT และการเข้าถึง IT ที่ง่ายขึ้นเกิดขบวนการของกลุ่มคนที่เรียกว่าหลากสี ที่ออกมาต่อต้านการชุมนุมที่ราชประสงค์ของเสื้อแดงและไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาเพราะใช้ขบวนการนอกรัฐธรรมนูญมากดดัน มีการเกิดขึ้นของอีกหลายเว็บไซต์ หลายแฟนเพจในเฟซบุ๊ก และไม่มีใครเป็นแกนนำ ส่งผลให้รัฐบาลขณะนั้นสามารถที่จะต่อกรกับฝ่ายกดดันได้ในระดับที่รับมืออยู่ เพราะขบวนการหลากสีไม่ใช่ขบวนการที่จะจัดตั้งม็อบไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm8.staticflickr.com/7403/9084532350_019d4883df.jpg" style="width: 500px; height: 282px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;em&gt;สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน อธิบายต่อด้วยว่า จากปรากฏการณ์ออคคิวพาย วอลล์สตรีท มาสู่กรณี “ไทยสปริง” ของ อ.แก้วสรร อติโพธิ คิดว่าที่มีพลังเนื่องจากไทยสปริงเกิดขึ้นเพื่อที่จะโต้สปีชของนายกยิ่งลักษณ์ ที่พูดที่มองโกเลีย ในเวทีสากลว่านายกไทยไปแฉว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นประชาธิปไตยและกล่าวหาว่ามีขบวนการต่อต้านประชาธิปไตย ดังนั้นการเอาวาทะกรรมเรื่องสปริงขึ้นมาสื่อมวลชนค่อนข้างสนใจ คิดว่าเป็นความฉลาดของคนตั้ง “ไทยสปริง” ที่หยิบคำนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน้ากากขาวก่อตัวหลังจากไทยสปริงไม่กี่สัปดาห์ เหตุที่หน้ากากขาวดูมีผลมากและสื่อมวลชนให้ความสนใจ รัฐบาลมีปฏิกิริยามาก มาจาก 2 ปัจจัย&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;หน้ากากขาวนับ 1 ขั้นหลังจากที่นายกยิ่งลักษณ์ เดินสายต่างประเทศแล้วเปิดโปงประจานประเทศไทยว่าไม่เป็นประชาธิปไตย การดึงหน้ากากขาว หรือหน้ากากวีเข้ามาใช้ เป็นสัญลักษณ์คือความชาญฉลาดของคน เพราะหน้ากากขาวมีที่มาที่ไปในทางสากล ชาวต่างชาติเห็นไม่ต้องอธิบายว่าคืออะไร ซึ่งต่างจากหน้ากากแดงและตีนตบชาวต่างประเทศก็ไม่ทราบว่าคืออะไร แต่หน้ากากขาวนั้นสากลรู้ที่มาที่ไปว่าเป็นการต่อกรกับระบอบการเมืองที่เป็นเผด็จการและอำนาจทางการเมืองที่ไม่เป็นธรรม แต่อีกฝั่งใช้ “หน้ากากแดงสยิว” กลับไปกระตุ้นให้หน้ากากขาวขยายออกไปอีก กับปฏิกิริยาของคนในรัฐบาลที่ท้าทายเป็นทัศนะที่ดูถูกประชาชนทำให้เกิดการขยายตัว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อีกส่วนคือหน้ากากขาวทะลุทะลวงถึงพลังเงียบทางการเมือง ที่เคยแอบเชียร์พันธมิตรหรือคนที่ต่อสู้กับระบอบทักษิณ แต่คนกลุ่มนี้ไม่พร้อมที่จะออกมาชุมนุม จะมีวิถีชีวิตผูกตัวเองอยู่กับโซเชียลเน็ตเวิร์ค แม้หน้าเฟซบุ๊กตัวเองจะไม่พูดเรื่องการเมือง แต่ก็มีการคลิกไลค์คอยติดตามเพจที่เกี่ยวกับการเมือง ดังนั้นหน้ากากขาวจึงไปโดนจริตของคนแบบนี้ คนที่ไม่พร้อมจะออกมาชุมนุมแต่มีใจช่วย แต่คลิกไลค์ในเฟซบุ๊คนั้นชอบแต่ไม่พร้อมลงถนน ดังนั้นหน้ากากขาวจึงโตในโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่อาจไม่มากเมื่อลงถนน&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;สุริยะใส กล่าวด้วยว่า หน้ากากขาวนี้ไม่ใช่แฟชั่นหรือแค่ปรากฏการณ์ แต่พัฒนาไปเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่น่าจับตา เป็นขบวนการเคลื่อนไหวแบบใหม่ที่สามารถสร้างพื้นที่ทั้งในโลกเสมือนและโลกความเป็นจริงได้ และไม่ใช่แค่แฟชั่น และจะทรงพลังกว่าขบวนการหลากสีเพราะขบวนการหลากสีเป็นขบวนการที่เหมือนจะเป็นปกป้องรักษารัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ให้ยุบสภาและยืนหยัดจะจัดการกับการชุมนุมที่ผิดกฎหมายจึงถูกตีความว่าเป็นการออกแบบโดยรัฐ แต่หน้ากากขาวไม่ใช่แบบนั้นเพราะเป็นฝ่ายที่ตรงข้ามกับรัฐบาล ไม่สามารถหาแกนนำได้ จึงคิดว่ามันมาถึงจุดที่เรียกว่าขบวนการแล้ว และไม่คิดว่าจุดหมายเป็นแค่การขับไล่ระบอบทักษิณ ถ้าไปไกลกว่าเรื่องระบอบทักษิณ ไปพูดถึงเรื่องความไม่เป็นธรรมทางสังคม เรื่องพลังงาน เรื่องความไม่เท่าเทียมทางสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และขณะนี้ขบวนการหน้ากากขาวเป็นขบวนการที่กำหนดวาระทางการเมืองได้ เป็นช่องทางที่จะนำพาชนชั้นกลางและพลังเงียบในสังคมออกมาเข้าร่วมเคลื่อนทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งก็ควรไปไกลกว่าการโค่นระบอบทักษิณ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีความหมายในตัวของมันเอง สู้กับอำนาจทุนสามานย์ทักษิณ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชัยวัฒน์ สุรวิชัย สถาบันพัฒนาการเมือง กล่าวว่า ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปหน้ากากกายฟอกส์มีความหมายในตัวของมันเอง พลังการเคลื่อนไหวของหน้ากากวีนั้นส่วนใหญ่มาจาการกระทำของรัฐบาลที่ไม่ฟังเสียงของประชาชนเท่าที่ควร รัฐบาลยิ่งใช้อำนาจจัดการกับประชาชนมากยิ่งปลุกประชาชนที่ทนไม่ไหวกับอำนาจทุนสามานย์ทักษิณขึ้นมาต่อสู้มากขึ้น อิทธิฤทธิ์ของหน้ากากขาวขับเคลื่อนเจตนารมณ์รักชาติรักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม ปฏิเสธเผด็จการ มีลักษณะที่เป็นอิสระมีสีสันตรงไปตรงมา เป็นเรื่องของความคิดก้าวข้ามผลประโยชน์ของตัวเอง จึงสามารถทะลุทะลวงไปได้ไกล คนที่ใส่หน้ากากวีนี้จะบอกเล่าความจริงปัญหาความทุกข์ของคนในแผ่นดิน&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm4.staticflickr.com/3757/9084532082_9c70711cb9.jpg" style="width: 500px; height: 282px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;em&gt;ชัยวัฒน์ สุรวิชัย สถาบันพัฒนาการเมือง&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อให้กลไกต่างๆในสังคมมีประสิทธิภาพ ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องในระบอบการเมือง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า การชุมนุมที่นำโดยเสธฯ อ้าย (พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์) เป็นการชุมนุมที่คาดหวังว่าจะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมจำนวนมากแล้วหวังว่าจะมีทหารเข้ามายืนข้างประชาชนในการโค่นล้มรัฐบาล แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่คิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับหน้ากากขาวนั้นมีแบบแผนการชุมนุมที่ต่างกัน แต่เป็นการชุมนุมเพื่อให้กลไกต่างๆ ในสังคมมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น เพราะหากอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณในปัจจุบันหลายๆ กลไกมันไม่ทำงานหรือทำหน้าที่ไม่เต็มที่ ดังนั้นการชุมนุมขององค์กรภาคประชาชนจึงเป็นตัวเร่งให้กลไกต่างๆ ในสังคมเดินตามปกติมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm6.staticflickr.com/5530/9084531864_3e76a1aff0.jpg" style="width: 500px; height: 282px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;em&gt;รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต กล่าวด้วยว่า หน้ากากขาวนั้นการประกาศตัวออกมาช่วงแรกว่ามีเจตจำนงว่าจะโค่นล้มระบอบทักษิณนั้นเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการโค่นล้มระบอบคิด วิถีปฏิบัติไม่ใช่เฉพาะตัวทักษิณ คือการใช้การผู้ขาดอำนาจในเครือญาติ ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ไร้ฝีมือในการบริหาร แต่การโค่นล้มสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องโค่นล้มตัวรัฐบาลแต่เพียงอย่างเดียว เรามาสามารถที่จะปฏิบัติการทางการเมืองในหลายแนวรบ หลายมิติ และกลุ่มกากขาวเป็นกลุ่มที่มีความยืดหยุ่นเพียงพอเนื่องจากไม่มีแกนนำชัดเจน เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ที่จะแสดงตัวออกมาก็สามารถแสดงตัวออกมาได้ทันที โดยสรุปกลุ่มหน้ากากขาวเป็นการแสดงออกของกลุ่มคนไทยที่ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องในระบอบการเมืองทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน้ากาก&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;กายฟอกส์ ต่อต้านกษัตริย์ฯ&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;-ขัดวัฒนธรรมไทย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการแคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาว พยายามอธิบายความหมายของหน้ากากขาวหรือหน้ากากกายฟอกส์ผ่านที่มาทางประวัติศาสตร์ของมัน โดย &lt;a href="http://prachatai.com/journal/2013/06/47118"&gt;อุลตร้าแดง แดงสยิว&lt;/a&gt; ซึ่งเป็นนามแฝงของแกนนำที่ใช้สัญลักษณ์เป็นหน้ากากแดง เพื่อรณรงค์คัดค้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาวหรือหน้ากากกายฟอกซ์ทั้งในโซเชียลเน็ตเวิร์คและภายนอก มองการเคลื่อนไหวและการใช้สัญญาลักหน้ากากนี้ว่า “ถ้าเรียกร้องในทางการเมืองนั้นทุกคนมีสิทธิทำได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานหลักประชาธิปไตยและกฎหมาย ผมไม่ได้มีปัญหากับการที่เขาออกมาเรียกร้องโวยวายอะไรทั้งสิ้น แต่มีปัญหากับแค่สัญลักษณ์ที่เขาใช้ เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของการล้มระบอบการปกครองในยุโรปซึ่งไม่เหมาะกับวัฒนธรรมไทย โดยชนชั้นกลางในเมืองไทยจะทราบว่าสัญลักษณ์นี้มันคืออะไร แต่ระดับรากหญ้าเขาอาจจะยังไม่เข้าใจ ดังนั้นจึงควรมีคนออกไปชี้กับสังคมว่าหน้ากากขาวอันนี้มันคืออะไร อยากให้เขาเลิกใช้สัญลักษณ์นี้ก็จบแล้ว”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ต้องการให้หน้ากากขาวยุติการใช้หน้ากากกายฟอคซ์เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหว มันไม่เหมาะกับวัฒนธรรมไทย สัญลักษณ์อันนี้เขารู้กันทั่วโลกว่าล้มระบอบอะไร จะไปวางระเบิดรัฐสภาหรือลอบปลงพระชนม์ใครถึงใช้สัญลักษณ์แบบนี้”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; border: 0px; outline: 0px; font-size: 14px; vertical-align: baseline; background-color: transparent; color: rgb(0, 0, 0); font-family: Tahoma; line-height: 21px; text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm6.staticflickr.com/5340/8982413889_a315ccd95f.jpg" style="border: 0px; margin: 0px; padding: 0px; outline: 0px; vertical-align: baseline; background-color: transparent; width: 500px; height: 427px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; border: 0px; outline: 0px; font-size: 14px; vertical-align: baseline; background-color: transparent; color: rgb(0, 0, 0); font-family: Tahoma; line-height: 21px; text-align: center;"&gt;&lt;em style="background-color: transparent; color: rgb(255, 140, 0); margin: 0px; padding: 0px; border: 0px; outline: 0px; vertical-align: baseline;"&gt;การชุมนุมของหน้ากากแดงเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เช่นเดียวกันกับ พานทองแท้ ชินวัตร ที่โพสต์สถานะในแฟนเพจบนเฟซบุ๊กตัวเอง Oak Panthongtae Shinawatra &amp;nbsp;เมื่อ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมาเกี่ยวกับกลุ่มหน้ากากขาวนี้ว่า “มาจากกลุ่มประชาชนผู้สับสนในชีวิต ชื่อเล่นว่าสลิ่มครับ มักอ้างตัวตลอดเวลาว่า ตนเองผูกขาดความจงรักภักดี แต่ดันใส่หน้ากากแสดงสัญลักษณ์ที่ตรงข้าม คือเป็นใบหน้าของผู้ที่ต่อต้านสถาบันฯ ถึงขั้นเตรียมการลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ แต่แพ้ถูกจับได้และโดนประหารชีวิต ซึ่งคนที่จงรักภักดีจริง เขาไม่น่าที่จะนำความอัปมงคลมาสู้ชีวิต ด้วยการสวมหน้ากาก ที่เป็นใบหน้าของคนล้มเจ้า นำความอัปมงคลมาสู่ผืนแผ่นดินไทยแบบนี้”&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-frc1/383467_453207484769568_885396422_n.jpg" style="width: 400px; height: 389px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;โควทของ&amp;nbsp;เทพมนตรี ลิมปพะยอม จากเฟซบุ๊กแฟนเพจ &lt;/span&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=453207484769568"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;วิวาทะ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้แต่ผู้ที่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาว แต่ไม่เห็นด้วยกับการใช้สัญลักษณ์นี้อย่าง เทพมนตรี ลิมปพะยอม นักประวัติศาสตร์และแกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนหัวใจรักชาติ ได้โพสต์สถานะในเฟซบุ๊ก “&lt;a href="https://www.facebook.com/thepmontri.limpaphayom/posts/559045777470887"&gt;Thepmontri Limpaphayom&lt;/a&gt;” เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่าหน้ากากดังกล่าวขัดกับวัฒนธรรมไทยจึงทำให้ไม่ยั่งยืนหากต้องการล้มรัฐบาลนี้ต้องใช้ทหารรัฐประหารอย่างเดียว โดยเขากล่าวว่า&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;“ผมไม่สนใจและไม่เห็นด้วยกับหน้ากากฝรั่งตาน้ำขาว ก็จะมาบังคับไม่ให้ผมไปเที่ยวหรืออยู่เฉยๆ แปลกคน พวกคุณอยากจะทำอะไรก็ทำไปสิ ผมไม่เคยห้าม แต่ผมไม่เห็นด้วย ทำแล้วยังไง อะไรที่ฝืนและขัดต่อวัฒนธรรมไทยเห่อกันเป็นแฟชั่นตามกันไปมันก็ไม่ยั่งยืน &lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;มันเป็นแค่อีเว้นท์ จะล้มรัฐบาลนี้ในเวลานี้ต้องทหารทำการปฏิวัติลูกเดียว ผมถามไปก็ไม่เห็นมีใครตอบได้ ผมจึงบอกให้ไปขอร้องสมาชิกฝ่ายค้านทั้งหมด ให้เขาถอดหน้ากากการเมืองแล้วมาสวมหน้ากากอย่างพวกคุณ ถ้าพวกเขามาแม่ยกพ่อยกของเขา(ที่มาอยู่แล้ว)ก็จะมีมามากขึ้น ให้สมาชิกของพรรคไปเกณฑ์คนมาเหมือนที่เคยทำไง ใส่หน้ากากอย่างที่คุณว่า อันนั้นนะง่ายกว่ามาชวนผม เพราะจุดประสงค์ของฝ่ายค้านเขาต้องการล้มรัฐบาลอยู่แล้ว เขาก็อยากเป็นรัฐบาล ดังนั้นการมาขอให้ผมออกไปร่วมนั้นนะคงทำไม่ได้ ไม่ชอบรัฐบาลนี้และไม่ชอบฝ่ายค้านด้วย ผมก็มีสิทธิเสรีภาพจริงไหม แต่ผมก็มีหน้าที่ ที่ไม่ใช่ออกไปทำอีเว้นท์อ่ะ เพราะต้องทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า ชัดแล้วนะ เข้าใจกันแล้วนะ ผมจะไม่ยุ่งกับพวกคุณและขอความกรุณาอย่ามายุ่งกับผม&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;อนึ่งผมก็ยังยืนยันเช่นเดิม แม้พวกคุณจะบิดเบือนประวัติศาสตร์ของพระเจ้าเจมส์ที่1อย่างไร คุณจะไปเอาหนังมาเป็นแบบอย่างขนาดไหน ตะแบงกันไปถึงโลกพระจันทร์ก็ทำเลย ผมเป็นนักประวัติศาสตร์ไม่ใช่นักเล่านิทาน หรือนักจัดอีเว้นท์”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm3.staticflickr.com/2822/9084487588_d7c05a7af5.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;em&gt;กลุ่ม &lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;V For Thailand สวมหน้ากากขาวประท้วงอเมริกาและ UN หลังตัวแทนทั้ง 2 องค์กรออกมาวิจารณ์ ม.112 &lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;: ภาพจากเพจ &lt;/span&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.338527389496063.99752.330738933608242&amp;amp;type=3"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;V For Thailand&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม้จะยกมาจากหนัง แต่ก็ยัง&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;ขัดแย้งกับพวก "กษัตริย์นิยม"&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width: 580px;"&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td&gt;
&lt;p&gt;โชติศักดิ์ อ่อนสูง นักกิจกรรมทางการเมืองและสังคม โพสต์ในบันทึกบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ &lt;a href="https://www.facebook.com/notes/chotisak-onsoong/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1/487665351290647"&gt;9 ก.พ.56 &lt;/a&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเวลานั้นมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ที่เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการกับเว็บไซต์ที่กลุ่มนี้อ้างว่าละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์และการประท้วงสถานทูตอเมริกาและยูเอ็น เมื่อกลาง ธ.ค.54 หลังตัวแทนทั้ง 2 องค์กรออกมาวิจารณ์กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ หรือ ม.112&amp;nbsp; โดยโชติศักดิ์ อธิบายว่า เวลาพวก "กษัตริย์นิยม" ชาวไทย ใส่หน้ากาก "กาย ฟอคซ์" (Guy&amp;nbsp;Fawkes) ในการทำกิจกรรมทางการเมืองของพวกเขา แล้วพอมีคนแย้งว่า "นี่มันหน้ากากของคนที่คิดลอบฆ่ากษัตริย์นะ" พวกกษัตริย์นิยมเหล่านั้นก็จะบอกว่า "หนังมันพูดเรื่องการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เกี่ยวอะไรกับการลอบฆ่ากษัตริย์"&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลายคนก็คงรู้กันอยู่แล้วว่า "หนัง" ที่พวกเขา (พวกกษัตริย์นิยม) พูดถึงนั่นคือหนังเรื่อง "วี ฟอร์ เวนเดตตา" (V For Vendetta) ซึ่งพูดเรื่องการต่อสู้กับเผด็จการ/การต่อสู้เพื่อเสรีภาพจริงๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่สิ่งที่มากกว่าเนื้อหาในหนังก็คือ "หน้ากาก" ที่ V ตัวเอกในหนังสวมอยู่ตลอดทั้งเรื่องนั้นมันไม่ใช่หน้ากากที่อยู่ๆก็ถูกทำขึ้นมาแบบไม่มีที่มาที่ไปหรือสักแต่วาดขึ้นมามั่วๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่มันคือหน้ากากที่เลียนแบบใบหน้าของชายชาวอังกฤษคนหนึ่งที่ชื่อ Guy&amp;nbsp;Fawkes&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;และ Guy Fawkes คนนี้คือคนที่วางแผนจะระเบิดอาคารรัฐสภาเพื่อลอบสังหารกษัตริย์อังกฤษ (กษัตริย์เจมส์ ที่ 1 - King James I)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันที่ 5 พ.ย. 1605 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างนิกายศาสนา (แต่แผนรั่วซะก่อน)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ครั้งนั้นถูกเรียกว่า "กบฏดินปืน", "แผนดินปืน"&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้าไม่เชื่อผมก็ลองเอาคำว่า "กาย ฟอคซ์" หรือ "Guy&amp;nbsp;Fawkes" ไปเซิร์จใน google ดูสิครับ (คุณจะพบว่า ข้อมูลที่ขึ้นมานอกจากจะพูดถึงพฤติการณ์ของชายที่ชื่อ&amp;nbsp;Guy&amp;nbsp;Fawkes แล้ว จะยังเชื่อมไปถึงหนังเรื่อง&amp;nbsp;V For Vendetta ด้วย)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมคิดว่าเหตุที่อลัน มัวร์ ผู้เขียน V For Vendetta (เรื่องนี้เป็นการ์ตูนมาก่อนที่จะเป็นหนัง) เลือกใบหน้าของ Guy Fawkes ทั้งที่เนื้อเรื่องของ V For Vendetta ออกแนวอนาธิปไตย (ซึ่งโดยปกติถือว่า "ซ้ายจัด") ในขณะที่ Guy Fawkes น่าจะเรียกได้ว่าเป็นพวก "ขวาจัดแนวศาสนา" ก็เพราะการลอบสังหารโดยวิธี&lt;strong&gt;ระเบิดอาคารรัฐสภา&lt;/strong&gt;นี่แหละครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้นเวลาผมเห็นพวก "กษัตริย์นิยม" ใส่หน้ากาก Guy Fawkes ทำกิจกรรมทางการเมืองผมจึงอดรู้สึกขำไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพราะหน้ากากนี้มันทั้งโยงไปได้ทั้งหนัง &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;V For Vendetta และทั้งชายที่ชื่อ Guy Fawkes&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งล้วนแต่มีแง่มุมที่ขัดแย้งกับพวก "กษัตริย์นิยม"&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คือ ในขณะที่หนัง V For Vendetta เป็นแนวอนาธิปไตย พูดเรื่องเสรีภาพ แต่พวกกษัตริย์นิยมใช้หน้ากากนี้ในการเคลื่อนไหวเพื่อ&lt;strong&gt;จำกัดเสรีภาพ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และในขณะที่พวกนี้บอกว่าเขารักนับถือกษัตริย์ แต่หน้ากากที่พวกเขาสวมใส่อยู่กลับเป็นรูปใบหน้าของ Guy Fawkes ซึ่งเป็นแกนนำขบวนการลอบสังหารกษัตริย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ที่ขำกว่าความย้อนแย้งที่ว่าไปข้างบนก็คือ&amp;nbsp;เวลามีคนแย้งพวกเขาเรื่องหน้ากาก Guy Fawkes ว่าเป็นหน้ากากของพวกลอบสังหารกษัตริย์ นอกจากพวกที่ดูงงๆ แบบ "เกี่ยวอะไร" แล้ว บางคนยังกลับมาด่าคนที่แย้งอีกว่า "ดูหนังไม่เข้าใจ"&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่การ์ตูน V for Vendetta (ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นหนัง) มันใช้หน้ากาก Guy Fawkes นี่เพราะมันได้แรงบันดาลใจมาจากพวก anonymous มันประท้วงเรื่องเสรีภาพในอินเตอร์เนตน่ะครับ ซึ่งพวกนี้ต้องใส่หน้ากากไว้เพราะกลัวโดนบริษัทที่มันประท้วงฟ้อง จริงๆ มันก็ห่างจาก Guy Fawkes ต้นฉบับมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนก่อนหน้านั้นหน้ากาก Guy Fawkes มันก็มีคนเอาไว้ใส่แฟนซีในงาน 5 of November อยู่แล้วด้วยน่ะครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันที่ 5 พ.ย. นี่จะมีงานฉลองเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้นะครับ (ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเคยอ่านเจอว่าเขาเรียกว่า "วัน Guy Fawkes" ตรงๆเลย) ซึ่งในงานจะมีการใส่หน้ากาก Guy Fawkes ครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขบวนการ anonymous เอาหน้ากาก Guy Fawkes ซึ่งมีขายเป็นปกติอยู่แล้วมาใส่เพื่ออำพรางตัวไม่ให้ถูกฟ้อง แล้วก็เป็นแรงบันดาลใจให้อลัน มัวร์ เอามาเขียนเป็นการ์ตูน&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มันไม่ได้มีความหมายพิเศษเฉพาะอะไร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมีทัศนะที่มองว่าหน้ากากขาวหรือหน้ากากกายฟอกซ์นี้ไม่ได้มีความหมายพิเศษเฉพาะ โดยยกตัวอย่างว่าในหนังเรื่อง V for Vendetta&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;Alan Moore เป็นการพูดถึง V ผู้ที่สวมหน้ากากดังกล่าวเป็นตัวแทนของพวกอนาร์คิสต์ที่ต่างจากกายฟอกซ์ที่เป็นคนที่มีอยู่ในประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นพวกขวาคลั่งศาสนา พร้อมทั้งยกปรากกฎการณ์ที่มีผู้สวมหน้ากากกายฟอกซ์มาประท้วงกันเอง จึงมองว่าหน้ากากนี้ใครจะให้ความหมายยังไงกับมันก็ได้ ไม่มีใครเป็นเจ้าของความหมายเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;table border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width: 580px;"&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td&gt;
&lt;p&gt;โดยประชาไทได้สัมภาษณ์ นนทวุฒิ ราชกาวี นักศึกษาปริญญาโท ด้านประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเขาอธิบายความหมายของหน้ากากกายฟอกส์ไว้อย่างน่าสนใจว่าไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไร โดยเขาเล่าถึงที่มาของการใช้หน้ากากนี้ว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การวิจารณ์ว่าพวกขวาไทยที่ใช้หน้ากากกาย ฟอกส์ ว่าไม่เข้าใจความหมายและที่มาว่ากาย ฟอกส์ เป็นพวกล้มเจ้านี่ผมคิดว่าคนพูดเองก็ไม่เข้าใจพอๆ กันแหละครับ เอาเข้าจริงไอ้หน้ากากกาย ฟอกส์เองก็ถูกหยิบออกมานอกบริบทความความเป็นตัวกาย ฟอกส์มาตั้งแต่ต้นแล้ว (ยังไม่นับว่ากาย ฟอกส์ ไม่ใช่พวกล้มเจ้า ในความหมายของการต้องการเปลี่ยนระบอบกษัตริย์ แต่กาย ฟอกส์เป็นเพียงแค่หนึ่งในคนที่อยู่ในขบวนการที่อยากได้กษัตริย์องค์ใหม่ที่จะให้เสรีภาพแก่พวกคาทอลิกมากขึ้น)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตอนแรกหน้ากากกาย ฟอกส์ เป็นหน้ากากหน้าตาประหลาดที่ทำจากกระดาษแข็งราคาถูก ที่เด็กๆ เอามาใส่เล่นเพื่อขอเงินในงานคืนรอบกองไฟ (Bonfire Night)&amp;nbsp;ช่วงจบศตวรรษที่ 18 ซึ่งแน่นอนว่าเด็กๆ อังกฤษคงไม่คิดสรรเสริญอุดมการณ์คลั่งศาสนาของกาย ฟอกส์หรืออยากจะไปวางระเบิดที่ไหนแน่ๆ เพราะงานนี้จัดขึ้นด้วยสำนึกต่อต้านพวกคาทอลิก และจัดในวันฉลองครบรอบวันที่จับตัวกาย ฟอว์กส์ได้ จนกระทั่งเข้าศตวรรษที่ 20 งานฉลองนี้ก็ไม่ได้มีนัยยะทางการเมืองอีกต่อไป แต่กลับเป็นงานฉลองเพื่อความสนุกสนานไปมากกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะที่หน้ากากกาย ฟอกส์ปัจจุบันที่นำต้นแบบมาจากการ์ตูน&amp;nbsp;V for Vendetta&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;Alan Moore&amp;nbsp;ก็พูดถึง&amp;nbsp;V&amp;nbsp;ที่เป็นภาพตัวแทนของพวกอนาร์คิสต์&amp;nbsp;ซึ่งก็ห่างไกลกับขวาคลั่งศาสนาแบบกาย ฟอกส์ที่เป็นตัวคนจริงๆ ไปไกล จนกระทั่ง&amp;nbsp;V For Vendetta&amp;nbsp;ถูกนำมาสร้างเป็นหนัง&amp;nbsp;Alan Moore&amp;nbsp;ก็โจมตีว่ามันได้ละทิ้งประเด็นเรื่อง&amp;nbsp;anarchist-fascist&amp;nbsp;กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งที่มีอเมริกันเป็นศูนย์กลายระหว่าง&amp;nbsp;liberalism&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;neo-consevativism ซึ่งก่อนหน้านี้&amp;nbsp;Alan Moore&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;DC Comics&amp;nbsp;ก็ดูจะแยกทางกันไม่ดีนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวอย่างเหตุการณ์ประท้วงครั้งหนึ่งที่แสดงถึงความมั่วในความหมายของหน้ากากกาย ฟอกส์ คือในปี 2006 สองกลุ่มที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกันแต่สวมหน้ากากกาย ฟอกส์ เผชิญหน้ากันหน้าออฟฟิศของ&amp;nbsp;DC Comics&amp;nbsp;ฝ่ายหนึ่งเป็นพวกพวกอนาคิสต์ฝ่ายซ้ายฟรีแกน (freegan left-anarchist)&amp;nbsp;มาประท้วงหนัง&amp;nbsp;V For Vendetta&amp;nbsp;โดยกล่าวหาว่าหนังเรื่องนี้บิดเบือนภาพของ&amp;nbsp;anarcists&amp;nbsp;ผู้ร่วมประท้วงคนหนึ่งกล่าวว่า "หนังและการ์ตูนยังรักษาแง่มุมเรื่องความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับ&amp;nbsp;anarchyแต่ไม่มีอันไหนเป็นแง่บวกเลย" นับเป็นเรื่อง&amp;nbsp;irony&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;Alan Moore&amp;nbsp;ก็กล่าวว่าตัวเองเป็น&amp;nbsp;anarchist&amp;nbsp;เหมือนกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกฝ่ายเป็นพวกเสรีนิยม (libertarian)&amp;nbsp;ที่มาประท้วงพวกอนาร์คิสต์ และสนับสนุน&amp;nbsp;DC Comics&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากพนักงาน&amp;nbsp;Time Warner&amp;nbsp;ฝ่ายหลังวิจารณ์ฝ่ายแรกว่า "ถ้าพวกเขาเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ,&amp;nbsp;ฉันคิดว่าพวกเขาอาจจะมองเป็นทุนนิยม,&amp;nbsp;ฮอลลิวู้ด และหนังสือการ์ตูนเป็นกองกำลังปลดปล่อยมากกว่าจะเป็นศัตรู"&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และครั้งแรกที่หน้ากากกาย ฟอกส์ถูกนำมาใช้ในการประท้วงอย่างจริงจังคือการที่กลุ่ม&amp;nbsp;Anonymous&amp;nbsp;ใส่หน้ากากนี้ประท้วงลัทธิ&amp;nbsp;Scientology&amp;nbsp;ที่ฟ้องเกรียนไซเบอร์คนหนึ่งที่เผยแผร่คลิปพิธีฉลองของลัทธิที่ทอม ครูซสวดมนต์อยู่ ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ แต่กลัวจะถูกฟ้องเพราะพวก&amp;nbsp;Scientology&amp;nbsp;ชอบใช้วิธีฟ้องดำเนินคดีกับใครก็ตามที่อยู่ตรงข้ามกับลัทธิ พวก&amp;nbsp;Anonymous&amp;nbsp;เลยใส่หน้ากากปิดบังตัวเอง แต่พอรูปการประท้วงในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 เผยแพร่ออกไปหลายคนเห็นว่ามันเท่ดีและอยากมีส่วนร่วม ทำให้หน้ากากกาย ฟอล์กส์กลายเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มไป ซึ่งต่อมาก็มีการใส่ความหมายให้หน้ากากนี้เข้าไปอีกสารพัด และผมเข้าใจกว่าจากการประท้วงของพวก&amp;nbsp;Anonymous&amp;nbsp;นี่แหละที่ทำให้หน้ากากกาย ฟอว์กส์กลายเป็น&amp;nbsp;vogue&amp;nbsp;ขึ้นมา ลองคิดเล่นๆ ว่า ถ้าหากตอนนั้นกลุ่ม&amp;nbsp;Anonymous&amp;nbsp;เลือกใช้หน้ากากScream&amp;nbsp;หรือหน้ากาก&amp;nbsp;Halloween&amp;nbsp;คงจะมีคำอธิบายที่สนุกไปอีกแบบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นแล้วหน้ากากกาย ฟอกส์มันจึงเป็นสิ่งที่อยู่นอกบริบทของตัวตนกาย ฟอกส์ตัวจริงมาตั้งแต่ต้นแล้ว มันออกจะเป็น&amp;nbsp;vogue&amp;nbsp;ที่ไม่ได้มีความหมายพิเศษเฉพาะอะไรด้วยซ้ำ ใครจะให้ความหมายยังไงกับมันก็ได้ ไม่มีใครเป็นเจ้าของความหมายเฉพาะเมื่อตัวหน้ากากมันถูกเผยแพร่ออกไปแล้วแม้แต่ตัวกาย ฟอกส์ก็ไม่ใช่เจ้าของ และด้วยความที่ตอนนี้มันได้กลายเป็น&amp;nbsp;gimmick&amp;nbsp;ของการประท้วงสารพัดเรื่อง ตั้งแต่ประท้วงทุนนิยม ประท้วงเผด็จการ ประท้วง&amp;nbsp;Arab Springไปจนถึงประท้วงนักการเมือง ไปแล้ว ผมว่าการพยายามผูกขาดความหมายเฉพาะกับหน้ากากกาย ฟอกส์ ซึ่งไม่รู้ว่ามันมีจริงๆ หรือเปล่า ก็เป็นเรื่องไร้สาระพอๆ กับการเอาหน้ากากกาย ฟอกส์มาเป็นสัญลักษณ์ในการประท้วงอะไรสักอย่างนั้นแหละครับ แต่ที่แน่ๆ ยิ่งประท้วงมากเท่าไหร่บรรษัทสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง&amp;nbsp;Time Warner&amp;nbsp;ก็ยิ่งรวยครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มองปรากฏการการที่ฝ่ายคัดค้านใส่หน้ากากกายฟอร์กมาล้อเลียนว่าอย่างไร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผมผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจอะไรนะครับ เมื่อ&amp;nbsp;gimmick&amp;nbsp;ที่ถูกผลิตในโลกออนไลน์พอถึงจุดหนึ่งมันจะมีคนเอา&amp;nbsp;gimmick&amp;nbsp;นั้นไปทำต่อในโลกจริง เพราะโลกออนไลน์กับโลกจริงมันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันอยู่แล้ว มวลชนที่ไปร่วมก็กลุ่มเดิมมาตั้งแต่พันธมิตรฯ จนถึงหลากสี ก็แค่เปลี่ยน&amp;nbsp;gimmick&amp;nbsp;ใหม่ให้ดูน่าตื่นเต้นขึ้นเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายเสื้อแดงเองก็มีจำนวนมากที่พยายามช่วงชิงความหมายหน้ากากกาย ฟอว์กส์ กับพวกนี้ที่บอกว่าหน้ากากกาย ฟอว์กส์มาจากพวกล้มเจ้า พวกที่ใช้หน้ากากนี่ไม่เข้าใจความหมายหรืออะไรก็ว่าไปก็เล่นล้อเลียนให้การใส่หน้ากากกลายเป็นเรื่องตลกขบขันด้วยการใส่หน้ากากแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมว่ามันก็เป็นปฏิกิริยาที่ดูน่าสนุกดีนะครับ ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของความหมายทางการเมืองบางอย่างที่อีกฝ่ายพยายามสร้างกลายเป็นเรื่องขบขัน บางทีการต่อต้านด้วยการทำให้เป็นเรื่องขบขันอาจจะได้ผลยิ่งกว่าการปะทะโดยตรงเลยก็ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การพยายามแย่งชิงกันว่าสัญลักษณ์หนึ่งควรมีความหมายยังไง สู้กันให้ตายก็ยากครับ เพราะสัญลักษณ์ที่ถูกผลิตออกมาแล้วมันไม่มีเจ้าของ แม้แต่ผู้สร้างมันขึ้นมาเอง แต่การทำให้มันสูญเสียความหมายไปด้วยการทำให้เป็นเรื่องตลกนี่ไม่ว่าจะใส่ความหมายอะไรลงไปก็ถูกหัวเราะได้อยู่ดี&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/1YHFnl5hun0" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47278#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9">รายงานพิเศษ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5-0">ไอซีที</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/v-for-thailand">V for Thailand</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C">กายฟอกส์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C">การต่อต้านสถาบันกษัตริย์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88">การเคลื่อนไหวทางสังคมแนวใหม่</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B5">นนทวุฒิ ราชกาวี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89-%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3">พานทองแท้ ชินวัตร</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%81-%E0%B8%93-%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95">พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%93">ระบอบทักษิณ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">วัฒนธรรมไทย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C">สังศิต พิริยะรังสรรค์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B9%83%E0%B8%AA-%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B2">สุริยะใส กตะศิลา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7">หน้ากากขาว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2">หน้ากากล้มเจ้า</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%9E%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A1">เทพมนตรี ลิมปพะยอม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%A7">แดงสยิว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%93">โค่นล้มระบอบทักษิณ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87">โชติศักดิ์ อ่อนสูง</category>
 <pubDate>Wed, 19 Jun 2013 11:17:41 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user007</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47278 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47278</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ครม.ไฟเขียวหั่นราคาจำนำข้าวเหลือตันละ 12,000 จำกัดเพดาน 5 แสนต่อครัว</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/UMUAgtWztbM/47276</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;19 มิ.ย.56&amp;nbsp; ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2556 ซึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่องจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2556 ที่ได้ให้มีการนำข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเข้าพิจารณาเพิ่มเติม โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ประชุมกขช.เห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกโดยรวมมีความผันผวน ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จึงเห็นชอบให้ปรับราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 100% ของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/56 ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 จากราคาตันละ 15,000 บาท เป็นราคาตันละ 12,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป โดยราคาที่ปรับลงใกล้เคียงกับราคาเฉลี่ยของข้าวเปลือกเจ้านาปรัง บวกค่าตอบแทนเกษตรกรประมาณร้อยละ 40 ซึ่งเป็นเกณฑ์การช่วยเหลือที่สูงกว่ามาตรฐานการช่วยเหลือสินค้าเกษตรทั่วไป อย่างไรก็ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นว่าจะสามารถปรับราคาและเงื่อนไข หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังรับทราบผลการประชุม กขช. เรื่องการจำกัดวงเงินรับจำนำข้าวของเกษตรกรแต่ละครัวเรือน จากเดิมที่ไม่จำกัดวงเงิน เป็นไม่เกินครัวเรือนละ 500,000 บาทต่อปี โดยให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับกรอบวงเงินที่ใช้ในการรับจำนำข้าวเปลือกนั้น ยืนยันตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2556 ที่กำหนดวงเงินดำเนินการสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 จะต้องไม่เกิน 500,000 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินจากกระทรวงการคลัง 410,000 ล้านบาท และเงินทุนหมุนเวียนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจำนวน 90,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนข้อท้วงติงว่าการปรับเปลี่ยนโครงการรับจำนำข้าวเปลือก จะกระทบกับสิ่งที่รัฐบาลได้แถลงเป็นนโยบายหรือไม่นั้น นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ เพราะรัฐบาลได้ดำเนินนโยบายเร่งด่วนตามที่ได้แถลงไว้ครบถ้วนแล้วแก่เกษตรกร ตั้งแต่ปีแรก จากนี้ไปจะเป็นการปรับโครงสร้างภาคการเกษตร ที่จะเน้นเพิ่มรายได้ให้ดีขึ้น พร้อมกับเพิ่มคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีด้วยว่า จากนี้ไปต้องให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นคือ 1.การทำเกษตรโซนนิ่ง โดยเน้นให้มีการปลูกพืชเกษตรในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร 2.เร่งรัดให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องนำงานวิจัยที่เกี่ยวเนื่องกับการเพิ่ม มูลค่าและคุณภาพสินค้าเกษตรมาปรับใช้ เช่น การผลิตข้าวอินทรีย์ ที่เมื่อผลิตและส่งออกแล้วได้ราคาดี และ 3.ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง หารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับราคาสินค้าเกษตรที่สามารถนำมาใช้ในการผลิตเป็นพลังงานทดแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าว ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงมหาดไทย เข้มงวดในการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การจดทะเบียน การตรวจสภาพข้าว การเก็บรักษา และการระบายข้าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่า โครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมา ทำให้กำลังซื้อและการบริโภคของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2% ทำให้ GDP เพิ่มขึ้นประมาณ 0.69% ในปีแรกของโครงการ และเพิ่มขึ้น 0.62% ในปีที่สอง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นกว่าอัตราปกติ ทั้งนี้ในปี 2555 ที่ผ่านมา การใช้จ่ายภาคครัวเรือนทั้งประเทศขยายตัวถึง 6.7% แต่หากไม่มีโครงการเพื่อเพิ่มรายได้และอำนาจซื้อของเกษตรกรในชนบท จะส่งผลทำให้การบริโภครวมของครัวเรือนขยายตัวเพียง 4.7% เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กฤษฎีกายัน ปรับราคาลงได้ &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายอัช พร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีรัฐบาลมีแนวคิดปรับลดราคารับจำนำข้าวลงจากตันละ 15,000 บาท เป็น 12,000 บาทต่อตัน ว่า สามารถทำได้เพราะรัฐบาลมีอำนาจจะปรับเปลี่ยนรายละเอียดของนโยบายได้ แต่ต้องเป็นไปอย่างรัดกุม รอบคอบ และจำเป็นต้องทบทวน หรือ พิจารณายกเลิกมติ ครม.เดิมที่ผูกพันหลายเรื่องเนื่องจากโครงการจำนำข้าวเป็นนโยบายที่แถลงไว้ ต่อรัฐสภา ดังนั้น ครม.ต้องรับทราบการปรับเปลี่ยนราคารับจำนำใหม่ที่จะเริ่ม 1 ก.ค.นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอัช พร กล่าวว่าได้เสนอให้รัฐบาลกำหนดมาตรการชดเชย หรือ หาแนวทางเสริมในส่วนการลดเงินที่ชาวนาจะได้จากโครงการรับจำนำ โดยต้องเพิ่มส่วนต่างอื่นๆ ที่ชาวนาจะได้รับให้มีมูลค่าเท่าเดิม เพื่อป้องกันการประท้วงของเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span _mce_style="font-size: small;"&gt;ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา &lt;/span&gt;176 ระบุให้ คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และเมื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ต้องจัดทำแผนการบริหาร ราชการแผ่นดิน เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติราชการ โดยข้อที่ 11 ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ระบุว่า จะยกระดับราคาสินค้าเกษตร และให้เกษตรกร เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยดูแลราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพที่เหมาะสม คำนึงถึงกลไกราคาตลาดโลก โดยใช้วิธีบริหารจัดการทางการตลาดและกลไกตลาดซื้อขายล่วงหน้า รวมทั้งผลักดันให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าเกษตรได้ในราคาสูงเพียงพอเมื่อ เทียบกับต้นทุน และนำระบบรับจำนำสินค้าเกษตรมาใช้ในการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่ เกษตรกร เริ่มต้นจากการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม่เกินร้อยละ 15 ที่ราคาเกวียนละ 15,000 บาท และ 20,000 บาทตามลำดับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวนาบางส่วนรับได้ บางส่วนเตรียมระดมค้าน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยวานนี้ว่า หากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติปรับลดวงเงินจำนำข้าวจาก 15,000 บาทต่อตัน เหลือ 11,000 - 13,000 บาทต่อตัน ทางสมาคมก็จะไม่ออกมาเคลื่อนไหว ขอเพียงแต่ให้รัฐบาล ออกมาให้เหตุผลกับชาวนา หรือเกษตรกร ด้วยข้อเท็จจริง มากกว่าการมาอ้างผลประโยชน์ของชาวนาเหมือนในปัจจุบัน และสำหรับตัวเลขผลการขาดทุนจำนำข้าวที่ทุกฝ่ายกำลังจับตามองนั้น ทางรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ก็ควรออกมาชี้แจงด้วยตนเอง และตัวเลขที่แท้จริง ซึ่งมองว่า ถ้าหาก กระทรวงพาณิชย์ ยอมออกมาเปิดเผยตัวเลขการขาดทุนตั้งแต่แรก ไม่ปากแข็ง กระแสการตกแต่งตัวเลขก็น่าจะไม่เกิดขึ้น และเชื่อว่าทุกฝ่ายรับได้ เพียงแต่ขอให้เป็นตัวเลขที่แท้จริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายพรม บุญมาช่วย ประธานสภาเกษตรกรสุพรรณบุรี กล่าวว่า กลุ่มตัวแทนชาวนาจากทั่วประเทศเตรียมจะเดิมทางไปประชุมร่วมกันที่จังหวัด นครนายกในระหว่างวันที่ 20-21 มิ.ย.เพื่อปรึกษาหารือทางออกร่วมกันตลอดทั้งแสดงพลังคัดค้านไม่เห็นด้วยกับ กรณีที่รัฐบาลมีการลดจำนำข้าวนาปรังปี 2556 เหลือ 12,000 ต่อตันซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจเพราะไม่คุ้มกับการลงทุน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;นายพรม กล่าวอีกว่า ถ้ารัฐบาลปรับลดราคารับจำนำข้าวจากตันละ 15,000 บาท เหลือ 13,000 หรือ 13,500 บาทก็พอจะรับได้เพราะราคาข้าวนั้นลดลงมากกว่าที่เกษตรกรคาดไว้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดมาแก้ที่ปลายเหตุทั้งๆที่ทางรัฐบาลรู้อยู่แก่ใจ ว่าต้นเหตุคือการทุจริตการดำเนินการรับจำนำข้าวที่ไม่โปร่งใสในกระบวนการรับ จำนำข้าวที่ต้องตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้นอีก และเตรียมเคลื่อนไหวแสดงพลังคัดค้านมติของรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มติ กขช. วานนี้ &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดและเหตุผลของการปรับผลราคาจำนำนั้น ก่อนหน้านี้ในช่วงเย็นวันที่ 18 มิ.ย. มีการประชุมด่วนของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ซึ่งภายหลังการประชุมนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติให้ปรับปรุงรายละเอียดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลฤดู การผลิตนาปรังปี 56 ที่ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-15 ก.ย.นี้ โดยให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า ความชื้น 15% ลงจากตันละ 15,000 บาท เหลือตันละ 12,000 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป และยังจำกัดวงเงินชาวนาในการนำข้าวเข้าสู่โครงการรับจำนำไม่เกินรายละ 500,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.56 นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ไปพิจารณาหาแนวทางและมาตรการช่วยเหลือในการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การ ปรับลดรายละเอียดโครงการรับจำนำที่ให้เริ่มตั้งแต่นาปรังปี 56 นี้ ไม่ใช่เป็นเพราะรัฐบาลเงินไม่พอ แต่เรามีภาระที่ต้องรับผิดชอบต่องบประมาณในภาพรวม และต้องรักษาวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อให้เป้าหมายการจัดทำงบประมาณสมดุลเกิดขึ้นในปี 60 ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายว่า รัฐบาลจะจำกัดวงเงินภาระค่าใช้จ่ายและผลขาดทุนในโครงการรับจำนำไม่เกินปีละ 100,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ราคาจำนำที่ปรับลดลงจะกระทบต่อราคาตลาดข้าวในประเทศบ้าง แต่ไม่กระทบกับราคาส่งออกข้าวไทย เพราะในสัญญาที่ขายไปแล้วก็ยังคงยึดตามราคาที่ตกลงกัน ส่วนที่กำลังจะทำสัญญาใหม่ก็ยึดราคาตลาดโลกเป็นเกณฑ์อยู่แล้ว” นายบุญทรง กล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายบุญทรง กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ราคารับจำนำที่ปรับลดลงนี้ จะใช้เฉพาะโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 56 เท่านั้น ส่วนการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 56/57 จะต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง โดยราคารับจำนำที่ตันละ 12,000 บาทนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการคำนวณต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่ที่ตันละ 8,000 พันกว่าบาท ถือว่าเกษตรกรมีกำไรอยู่ประมาณ 40% และราคาดังกล่าวยังเหมาะสมกับราคาตลาดปัจจุบัน และราคาตลาดโลก ซึ่งจากการที่ได้มีการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเกษตรกร ก็ไม่ขัดข้อง ส่วนใหญ่เห็นด้วย และเห็นใจรัฐบาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับลดราคารับจำนำเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลยอมรับว่าดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวผิดพลาดหรือไม่ นายบุญทรง กล่าวว่า ไม่ถือว่าเป็นนโยบายที่ผิดพลาด เพราะในการกำหนดนโยบายขณะนั้น ผู้ทำนโยบายต้องการหาวิธีที่จะให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นเร็วที่สุด และใกล้เคียงกับรายได้ของแรงงานที่เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 300 บาท ดังนั้น การรับจำนำข้าวราคาสูง จึงเป็นวิธีที่จะทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดได้ แต่เมื่อดำเนินโครงการมาระยะหนึ่ง ปัจจัยต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป ทั้งสต๊อกข้าวของประเทศคู่แข่ง อย่างอินเดีย และเวียดนาม ที่เร่งเพาะปลูกจนผลผลิตล้นตลาด จึงต้องแข่งกันลดราคาขาย ส่งผลให้ข้าวไทยขายยาก เพราะราคาสูงกว่าคู่แข่งมาก อีกทั้งกระทรวงการคลังยังต้องการให้รักษาวินัยทางการเงินการคลัง จึงต้องจำกัดวงเงิน ภาระค่าใช้จ่าย และผลขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวไม่เกินปีละ 100,000 ล้านบาทไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“รัฐบาล ไม่คิดว่าการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายที่ผิดพลาด แต่กลับเป็นนโยบายที่ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นเร็วที่สุด เพราะตอนที่รัฐบาลนี้เข้าทำงาน ก็มีนโยบายช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มอยู่แล้ว อีกทั้งยังเชื่อว่า การปรับลดราคารับจำนำนี้ไม่ทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่นอย่างแน่นอน เพราะเมื่อเกิดปัญหาด้านงบประมาณขึ้น เราก็แก้ไขในทันที ดีกว่าไม่ยอมรับฟังใคร และไม่แก้ไขอะไรเลย” นายบุญทรง กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;เรียบเรียงจาก เว็บไซต์ไทยรัฐ, เว็บไซต์ไอเอ็นเอ็น, เว็บไซต์ครอบครัวข่าว3&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/UMUAgtWztbM" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47276#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-0">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88-0">เศรษฐกิจ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%8A">กขช.</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5">คณะรัฐมนตรี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">จำนำข้าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1">มติครม.</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">โครงการรับจำนำข้าว</category>
 <pubDate>Wed, 19 Jun 2013 09:09:41 +0000</pubDate>
 <dc:creator>mutita</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47276 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47276</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ประชาชนบราซิลปีนหลังคารัฐสภา ขณะการประท้วงรัฐบาลลามไปหลายเมือง</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/RLYJoYP6ahA/47274</link>
 <description>&lt;p&gt;การประท้วงล่าสุดในบราซิ&lt;wbr&gt;ลลามไปยังเมืองสำคัญอย่าง ริโอ เดอ จาเนโร, บราซิลเลีย, เซา เปาโล ซึ่งผู้ชุมนุมแสดงความไม่พอใจต่&lt;wbr&gt;อรัฐบาลในหลายๆ เรื่องทั้งเรื่องค่าครองชีพ เรื่องการทุจริต เรื่องการใช้งบประมาณไปกับฟุ&lt;wbr&gt;ตบอลโลก 2014 มากกว่าการพัฒนาการศึกษาหรื&lt;wbr&gt;อระบบสาธารณสุข&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;18 มิ.ย. 2013 ประชาชนราว 200,000 คน ในบราซิลออกมาเดินขบวนบนท้&lt;wbr&gt;องถนนตามเมืองสำคัญหลายเมือง เพื่อประท้วงเรื่องการขึ้นค่&lt;wbr&gt;าระบบขนส่งมวลชนและค่าใช้จ่&lt;wbr&gt;ายในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2014 ซึ่งถือว่าเป็นการประท้วงครั้&lt;wbr&gt;งใหญ่ที่สุดของบราซิลในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว BBC รายงานว่าการประท้วงที่ใหญ่ที่&lt;wbr&gt;สุดมีขึ้นในเมือง ริโอ เดอ จาเนโร ที่มีประชาชนราว 100,000 คนออกมาเดินขบวนประท้วงอย่างสงบ ขณะที่ในกรุงบราซิลเลีย มีประชาชนบางส่วนที่ชุมนุมอยู่&lt;wbr&gt;รอบอาคารรัฐสภาได้ฝ่าหน่วยรั&lt;wbr&gt;กษาความปลอดภัยและปีนขึ้&lt;wbr&gt;นไปบนหลังคา ขณะที่ในเมือง เซา เปาโล มีประชาชนชุมนุมกว่า 65,000 คน&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระแสการประท้วงรอบล่าสุ&lt;wbr&gt;ดในบราซิลเริ่มต้นขึ้นเมื่อต้&lt;wbr&gt;นเดือนที่ผ่านมาจากการที่&lt;wbr&gt;ประชาชนในเซา เปาโล ออกมาประท้วงการขึ้นราคาค่&lt;wbr&gt;าโดยสารรถประจำทางจาก 3 เรียล (ราว 42 บาท) เป็น 3.20 เรียล (ราว 45 บาท) ซึ่งทางการบราซิลออกมาชี้&lt;wbr&gt;แจงในกรณีนี้ว่าการขึ้นค่&lt;wbr&gt;าโดยสารไม่ได้ขึ้นสูงกว่าอั&lt;wbr&gt;ตราเงินเฟ้อ โดยที่เพิ่มขึ้นจากราคา 3 เรียลของเดือน ม.ค. 2011 เพียงร้อยละ 15.5 เท่านั้น&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จนกระทั่งต่อมาการประท้วงเริ่&lt;wbr&gt;มขยายประเด็นจากเรื่องค่าครองชี&lt;wbr&gt;พมาเป็นเรื่องความไม่พอใจที่เจ้&lt;wbr&gt;าหน้าที่ใช้กำลังปราบปรามผู้ชุ&lt;wbr&gt;มนุม มาจนถึงเรื่องความไม่พอใจต่อรั&lt;wbr&gt;ฐบาล&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;"หลายปีมาแล้วที่รัฐบาลหล่อเลี้&lt;wbr&gt;ยงการทุจริต ประชาชนกำลังประท้วงต่อต้&lt;wbr&gt;านระบบ" กราเซียล่า คาคาดอร์ กล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่บางคนก็ไม่พอใจที่มี&lt;wbr&gt;การนำเงินไปใช้กับการเป็นเจ้&lt;wbr&gt;าภาพฟุตบอลโลกปี 2014 และโอลิมปิกปี 2016 แทนที่จะใช้เงินไปกับการพัฒนาด้&lt;wbr&gt;านการศึกษาและการสาธารณสุข&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;"พวกเราไม่มีโรงเรียนดีๆ ให้กับเด็กๆ โรงพยาบาลของพวกเราอยู่ในสภาพย่ำแย่ การทุจริตมีอยู่มาก การประท้วงในครั้งนี้จะกลายเป็&lt;wbr&gt;นประวัติศาสตร์ และเพื่อเป็นการปลุกให้นั&lt;wbr&gt;กการเมืองของเราเห็นว่&lt;wbr&gt;าพวกเราไม่ทนอีกต่อไปแล้ว" มาเรีย คลอเดีย คาร์โดโซ ผู้ประท้วงอีกรายกล่าว&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ช่างภาพอายุ 26 ปีที่เข้าร่วมชุมนุมบอกว่าบราซิ&lt;wbr&gt;ลเป็นประเทศที่มีศักยภาพมาก แต่เงินตรากลับไม่ไปถึงผู้คนที่&lt;wbr&gt;ต้องการมันมากที่สุด&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เว็บบล็อกข่าวพลเมือง ไอรีพอร์ทของ CNN ของผู้ใช้ชื่อ philipviana ได้กล่าวถึงสาเหตุที่บราซิลมี&lt;wbr&gt;การชุมนุมใหญ่ว่าประชาชนบราซิ&lt;wbr&gt;ลไม่พอใจที่แม้ว่าจะเป็&lt;wbr&gt;นประเทศที่เก็บภาษีแพงที่สุ&lt;wbr&gt;ดในกลุ่มประเทศโลกที่สาม แต่ก็มีค่าครองชีพสูงและมี&lt;wbr&gt;ระบบบริการสาธารณะที่ไม่ได้คุ&lt;wbr&gt;ณภาพ นอกจากนี้ยังเกิดความรู้สึกไร้&lt;wbr&gt;อำนาจเนื่องจากมีการทุจริต การที่ผู้นำมาเฟียยังมี&lt;wbr&gt;อำนาจโดยไม่ได้ถูกลงโทษ ทำให้อำนาจศาลถูกลบล้&lt;wbr&gt;างโดยอำนาจฝ่ายบริหาร&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประท้วงตั้งแต่ช่วงต้นเดื&lt;wbr&gt;อนดำเนินมาจนกระทั่งถึงวันที่ 13 มิ.ย. 2013 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุ&lt;wbr&gt;นยางยิงใส่ผู้ชุมนุมรวมถึงผู้สื้อข่าวหลายคน ทำให้กลุ่มสิทธิพลเมืองหลายกลุ่&lt;wbr&gt;มรวมถึงองค์กรนิ&lt;wbr&gt;รโทษกรรมสากลและสหพันธ์นักข่&lt;wbr&gt;าวของบราซิลกล่าววิพากษ์วิจารณ์&lt;wbr&gt;การกระทำของเจ้าหน้าที่&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จูเลีย คาร์เนโร ผู้สื่อข่าว BBC รายงานจากบราซิลว่า ผู้ประท้วงได้พากันขานคำขวัญต่&lt;wbr&gt;างๆ เช่น "ประชาชนตื่นแล้ว"&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การประท้วงเมื่อวันจันทร์&lt;wbr&gt;ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่&lt;wbr&gt;พยายามเข้าไปเกี่ยวข้องหลั&lt;wbr&gt;งจากมีการเจรจาระหว่&lt;wbr&gt;างแกนนำการชุมนุมกับหัวหน้าหน่&lt;wbr&gt;วยรักษาความสงบ โดยบรรลุข้อตกลงกันว่&lt;wbr&gt;าตำรวจจะไม่ใช้ปืนยิงกระสุนยาง&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ถึงแม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่&lt;wbr&gt;ในริโอ เดอ จาเนโร จะประท้วงอย่างสงบ แต่ก็มีกลุ่มเล็กๆ ที่ใช้ก้อนหินขว้&lt;wbr&gt;างปาตำรวจและวางเพลิงรถยนต์&lt;wbr&gt;รวมถึงทำลายอาคารที่ประชุม ทำให้ตำรวจใช้แก็สน้ำตา, สเปรย์พริกไทย และกระสุนยางในการสลายกลุ่มดั&lt;wbr&gt;งกล่าว นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ปะทะกั&lt;wbr&gt;นกับตำรวจในเบลโล โฮริซอง ที่มีการจัดการแข่งขันฟุ&lt;wbr&gt;ตบอลคอนเฟเดอเรชันส์คัพ ซึ่งเป็นการแข่งอุ่นเครื่องก่&lt;wbr&gt;อนเวิร์ลคัพ&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในกรุงบราซิลเลีย มีประชาชนมากกว่า 200 คนปีนขึ้นไปบนหลังคาของอาคารรั&lt;wbr&gt;ฐสภา แต่หลังจากตำรวจเข้&lt;wbr&gt;าเจรจาพวกเขาก็ยอมลงมา และต่อมาก็มีกลุ่มเยาวชนทำโซ่&lt;wbr&gt;มนุษย์รอบอาคาร&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"การปฏิวัติน้ำส้มสายชู"&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในสื่อโซเชียลมีเดีย ก็มีภาพของคนเรียงตัวกันเป็นรู&lt;wbr&gt;ปสัญลักษณ์สันติภาพ และมีข้อความให้กำลังใจจากตุรกี&lt;wbr&gt;ซึ่งเป็นอีกประเทศที่กำลังมี&lt;wbr&gt;การประท้วงอย่างหนัก&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประท้วงระลอกล่าสุดมีการตั้&lt;wbr&gt;งชื่อว่า "การปฏิวัติน้ำส้มสายชู" หลังจากที่มีผู้ประท้วงราว 60 คนถูกจับจากการที่พวกเขาพกน้ำส้&lt;wbr&gt;มสายชูเพื่อนำมาป้องกันแก็สน้&lt;wbr&gt;ำตาและสเปรย์พริกไทย บ้างก็เรียกว่า "ฤดูใบไม้ร่วงในบราซิล" (Outono Brasileiro) ซึ่งเป็นการล้อเลียนชื่&lt;wbr&gt;อปรากฏการณ์ "ผลิบานในอาหรับ" (Arab Spring) แต่อีกส่วนหนึ่งก็ตั้งชื่อจริ&lt;wbr&gt;งจังว่า'พริมาเวรา' (Primavera) ซึ่งหมายถึงฤดูใบไม้ผลิ&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดี ดิลมา รุสเซฟ กล่าวว่าการประท้วงอย่างสงบเป็&lt;wbr&gt;นเรื่องที่มีความชอบธรรม และเป็นธรรมดาที่คนหนุ่&lt;wbr&gt;มสาวจะออกมาประท้วง แต่ทางด้านรัฐมนตรีกระทรวงการกี&lt;wbr&gt;ฬา อัลโด เรเบโล เตือนผู้ชุมนุมว่าทางการจะไม่&lt;wbr&gt;ยอมให้พวกเขาก่อกวนการแข่งขันฟุ&lt;wbr&gt;ตบอลไม่ว่าจะเป็นการแข่&lt;wbr&gt;งคอนเฟเดอเรชันส์คัพ หรือการแข่งเวิร์ลคัพ&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;"รัฐบาลมีหน้าที่และเกียรติยศที&lt;wbr&gt;่ค้องปกป้องงานแข่งระดับโลกทั้&lt;wbr&gt;งสองงานนี้ไว้ และจะทำตามหน้าที่นั้น โดยการรักษาความปลอดภั&lt;wbr&gt;ยและความสมบูรณ์แบบให้กั&lt;wbr&gt;บแฟนบอลและนักท่องเที่ยว" อัลโด เรเบโล กล่าว&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุ&lt;wbr&gt;ษยชนของสหประชาชาติ นาวี พิลเลย์ เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายอยู่&lt;wbr&gt;ในความสงบ โดยบอกให้เจ้าหน้าที่&lt;wbr&gt;ทางการบราซิลใช้ความอดกลั้&lt;wbr&gt;นในการควบคุมการประท้วงที่แพร่&lt;wbr&gt;ไปทั่วประเทศ และขอให้ฝ่ายผู้ชุมนุมไม่ใช้&lt;wbr&gt;ความรุนแรงในการเรียกร้อง และบอกอีกว่าทางองค์กรของยูเอ็&lt;wbr&gt;นมีความเป็นห่วงไม่อยากให้เจ้&lt;wbr&gt;าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังกับผู้ชุ&lt;wbr&gt;มนุมเหมือนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่&lt;wbr&gt;านมา&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;เรียบเรียงจาก&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Brazil protests spread in Sao Paulo, Brasilia and Rio, BBC, 18-06-2013&amp;nbsp;&lt;a href="http://www.bbc.co.uk/news/world-latin-america-22946736" target="_blank"&gt;http://www.bbc.co.uk/news/&lt;wbr&gt;world-latin-america-22946736&lt;/wbr&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ข้อมูลเพิ่มเติมจาก&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/2013_Brazilian_protests" target="_blank"&gt;http://en.wikipedia.org/wiki/&lt;wbr&gt;2013_Brazilian_protests&lt;/wbr&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Brazil Protests Go Viral As Masses Take to Street, 18-06-2013&amp;nbsp;&lt;a href="http://blogs.wsj.com/dispatch/2013/06/18/brazil-protests-go-viral-as-masses-take-to-street-2" target="_blank"&gt;http://blogs.wsj.com/dispatch/&lt;wbr&gt;2013/06/18/brazil-protests-go-&lt;wbr&gt;viral-as-masses-take-to-&lt;wbr&gt;street-2&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/wbr&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;What's REALLY behind the Brazilian riots?, CNN iReport, 14-06-2013 &amp;nbsp;&lt;a href="http://ireport.cnn.com/docs/DOC-988431" target="_blank"&gt;http://ireport.cnn.com/docs/&lt;wbr&gt;DOC-988431&lt;/wbr&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/RLYJoYP6ahA" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47274#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8-0">ต่างประเทศ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B9">การปฏิวัติน้ำส้มสายชู</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1">การสลายการชุมนุม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A5">บราซิล</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2">ละตินอเมริกา</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 19:47:09 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47274 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47274</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>หนุ่มตุรกียืนเงียบๆ 8 ชม. - ประท้วง รบ.สลายผู้ชุมนุมจัตุรัสทักซิม</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/KNeMcVTjKTw/47273</link>
 <description>&lt;p&gt;หลังตำรวจตุรกีใช้กำลังสลายผู้ประท้วงที่จัตุรัสทักซิมจนมีผู้เสียชีวิต 4 รายนั้น บีบีซีรายงานว่ามีชายชาวตุรกีได้ยืนประท้วงอย่างสงบเป็นเวลา 8 ชั่วโมงที่จัตุรัสทักซิม และต่อมามีผู้สมทบอีกหลายร้อยคน โดยเหตุการณ์นี้กลายเป็นแฮชแท็กฮิต&amp;nbsp;"#duranadam" ในทวิตเตอร์ตุรกี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซี รายงานเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่าชายชาวตุรกีชื่อเออร์เดม กุนดุซ อาชีพนักแสดงแนว Performance ได้ยืนประท้วงที่จัตุรัสทักซิม หลังจากสัปดาห์ก่อนเจ้าหน้าที่ได้สลายผู้ประท้วงออกจากจัตุรัสดังกล่าว โดยเขาได้ยืนเงียบๆ เป็นเวลา 8 ชั่วโมง ต่อหน้าภาพมุสตาฟา เคมาล อาตาเติร์ก ผู้ก่อตั้งประเทศตุรกีสมัยใหม่ และต่อมามีผู้เข้าร่วมกับเขาอีกหลายร้อยคน ก่อนที่จะถูกสลายการชุมนุมอีกรอบโดยตำรวจ (ชมภาพเพิ่มเติมที่ &lt;a href="http://emirkulu.blogspot.com/2013/06/durmak-yasak.html"&gt;emirkulu.blogspot.com&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นายกุนดุซ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวบีบีซีในภายหลังว่า เขาต้องการยืนเชิงสัญลักษณ์ โดยเขาได้ยืนอยู่ที่จัตุรัสตั้งแต่เวลา 18.00 น. เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) และยืนอยู่จนถึงเวลา 02.00 น. ของวันถัดมา กระทั่งตำรวจเข้ามาในบริเวณดังกล่าว โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวประชาชน 10 คนที่ไม่ยอมย้ายออกจากจัตุรัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;"มีคนรุ่นหนุ่มจำนวนมากบนท้องถนน" นายกุนดุซกล่าวกับผู้สื่อข่าวบีบีซี เขากล่าวด้วยว่า ตัวผมนั้นไม่สำคัญ แต่สำคัญที่แนวคิดที่ว่า เหตุใดประชาชนจึงออกมาต่อต้านรัฐบาลและรัฐบาลไม่ต้องการทำความเข้าใจว่าทำไมประชาชนถึงออกมาบนท้องถนน และสิ่งนี้คือการต่อต้านอย่างสงบ "ผมหวังว่าผู้คนจะได้หยุด และคิดว่า 'ได้เกิดอะไรขึ้นที่นี่' "&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซี ระบุว่า การประท้วงของเขาได้ยึดกุมจินตภาพของการประท้วงไว้อย่างรวดเร็ว โดยแฮชแท็ก "#duranadam" หรือชายผู้หยัดยืน ในภาษาตุรกี ได้ยึดครองพื้นที่ในทวิตเตอร์ในเช้าวันอังคารต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยในหลายเว็บไซต์ของตุรกี ได้เผยแพร่ภาพของนายกุนดุซ และการประท้วงในลักษณะใกล้เคียงกันในจุดอื่นๆ ด้วย &lt;a href="http://haber.sol.org.tr/devlet-ve-siyaset/duran-adamlar-cogaliyor-guncelleme-1730-haberi-74884"&gt;(ชมภาพ)&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้การประท้วงของนายกุนดุซ เป็นภาพที่ขัดแย้งสิ้นเชิงกับการปะทะที่เกิดขึ้นในรอบหลายสัปดาห์ก่อนที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประท้วงในตุรกี มีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่มีการประท้วงต่อต้านโครงการพัฒนาสวนสาธารณะเกซี ในจัตุรัสทักซิมของนครอิสตันบูล และได้ขยายเป็นการประท้วงทั่วประเทศเพื่อต่อต้านรัฐบาล หลังจากมีการสลายการชุมนุมอย่างหนักโดยรัฐบาลสามสมัยของนายกรัฐมนตรี รีเซบ เตย์ยิป แอร์โดกาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยภายหลังที่รัฐบาลตุรกีสลายผู้ประท้วง สหภาพแรงงานในประเทศ 2 แห่งได้จัดชุมนุม และนัดหยุดงาน 1 วัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (17 มิ.ย.) เพื่อตอบโต้นายกรัฐมนตรีตุรกีด้วย&lt;/p&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="color:#000080;"&gt;เรียบเรียงจาก &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.bbc.co.uk/news/world-europe-22949632"&gt;&lt;span style="color:#000080;"&gt;'Standing man' inspires Turkish protesters in Istanbul&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000080;"&gt;, BBC, 18 June 2013&lt;br /&gt;ที่มาของภาพประกอบหน้าแรก&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://emirkulu.blogspot.com/2013/06/durmak-yasak.html"&gt;&lt;span style="color:#000080;"&gt;http://emirkulu.blogspot.com/2013/06/durmak-yasak.html&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/KNeMcVTjKTw" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47273#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8-0">ต่างประเทศ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5-0">ไอซีที</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/duranadam">#duranadam</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%87">การประท้วง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C">การประท้วงเชิงสัญลักษณ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A1">จัตุรัสทักซิม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B5">ตุรกี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ทวิตเตอร์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%87">ยืนประท้วง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87">อาหรับสปริง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%8B%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%81">แฮซแท็ก</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 17:54:37 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47273 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47273</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>สัมภาษณ์นักโทษการเมือง: มองความรุนแรง(เชียงใหม่)  คุ้มไหม?</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/j7SSd6TCvD8/47271</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#0000cd;"&gt;&lt;strong&gt;ชื่อเดิม&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;: ความรุนแรงกับการเรียนรู้ของคนเสื้อแดงในคุก : แลกกันแล้วคุ้มแค่ไหน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (14 มิถุนายน 2556) เหตุการณ์การนัดชุมนุมของกลุ่มคนหน้ากากขาวที่เชียงใหม่ถูกล้อมโดยกลุ่มเสื้อแดงกลายเป็นข่าวใหญ่ โดยถูกสรุปผ่านสายตาของสื่อกระแสหลักรวมทั้งเพจเฟซบุ๊คต้นทางที่ริเริ่มนัดแนะกิจกรรมนี้ ภาพข่าวที่สื่อกระแสหลักรออยู่แล้วคือการใช้ความรุนแรงโดยเฉพาะจากฝั่งเสื้อแดง เชียงใหม่ในฐานะเมืองหลวงสำคัญของคนเสื้อแดงจึงกลายเป็นพื้นที่ต้อนรับประเด็นสาธารณะอย่างรวดเร็ว มีการรายงานสถานการณ์สดๆ และอภิปรายกันอย่างดุเดือดนาทีต่อนาทีทั้งในโลกออนไลน์และสื่อวิทยุโทรทัศน์ ถึงแม้จะยังไม่มีข่าวการจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรง แต่มีแนวโน้มว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคงไม่ยอมปล่อยให้เรื่องที่เป็นที่สนใจของประชาชนอย่างนี้ผ่านไปง่ายๆ และหากมีการดำเนินคดีต่อไปข้างหน้าก็ย่อมเป็นที่จับตาของทุกฝ่ายอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถัดมาแค่วันเดียว (15 มิถุนายน 2556) กลุ่มปฏิญญาหน้าศาลได้จัดกิจกรรม “ทานอาหารกับเพื่อนที่เรือนจำหลักสี่” เราจึงได้อาศัยโอกาสนี้ในการเข้าพูดคุยกับคนเสื้อแดงส่วนน้อยที่ได้เรียนรู้ผลกระทบทางการเมืองอยู่ในเรือนจำในขณะนี้ เราจึงขอความเห็นของนักโทษคดีการเมืองบางส่วนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ โดยมีคำถามหลัก คือ เห็นด้วยกับการชุมนุมเผชิญหน้าครั้งนี้หรือไม่ คิดอย่างไรกับความรุนแรง และที่ผ่านมาได้เรียนรู้อะไรบ้างจากผลกระทบที่ได้รับกับตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;*หมายเหตุ :&lt;/strong&gt; ทางเรือนจำไม่อนุญาตให้มีการบันทึกภาพและเสียง ถ้อยคำของผู้ถูกสัมภาษณ์จึงจำเป็นต้องผ่านการเรียบเรียงสรุปโดยผู้สัมภาษณ์เป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p align="center"&gt;=========&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;strong&gt;ธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; อายุ 21 ปี ต้องโทษ 33 ปี 12 เดือน จากคดีเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ธีรวัฒน์เป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารที่สนใจการเมือง เขาระบุว่าเพียงแค่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ความรุนแรงก็ต้องตกเป็นจำเลยข้อหาฉกรรจ์ สำหรับข่าวการปะทะกันระหว่างกลุ่มหน้ากากขาวกับเสื้อแดงเชียงใหม่ เขายืนยันว่าไม่เคยเห็นด้วยกับการใช้กำลัง และท่ามกลางการแลกเปลี่ยนความเห็นในหมู่นักโทษคดีเสื้อแดงพบว่า ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่เสื้อแดงไปชุมนุมเผชิญหน้ากับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เขาเป็นหนึ่งในเสียงส่วนน้อยที่ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;u&gt;(อ่านจดหมายจากธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ &amp;lt;http://blogazine.in.th/blogs/redfam-fund/post/3748&amp;gt;)&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;“จากเรื่องของผมเองนั้นเห็นได้ว่าฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐมีการวางแผนสลับสับเปลี่ยนกำลัง เริ่มแรกก็ใช้ทหารยิงปืนออกมาสร้างความโกรธแค้นต่อประชาชน แล้วเปลี่ยนเอาตำรวจมาแทน สุดท้ายก็เปิดทางปล่อยให้มีการเผาทำลายอาคารศาลากลาง มีคนเสื้อแดงไม่กี่คนที่เข้าไป แต่ภาพที่ออกมาคือเสื้อแดงทั้งหมดตกเป็นจำเลย”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;“ย้อนเวลาได้ก็คงไปร่วมอีกเช่นเดิม แต่เราไม่เคยคิดใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว ถ้าเขายั่วยุมาก็ไม่จำเป็นต้องโต้ตอบ ปล่อยให้เขาทำไป แต่อย่างน้อยต้องป้องกันความปลอดภัยของมวลชนฝ่ายเราเองให้ได้มากที่สุดตามสถานการณ์”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;“ความรุนแรงถ้าหากจะเกิดขึ้นก็เห็นว่ามีสาเหตุหลายอย่าง อยู่ที่การตัดสินใจของแกนนำด้วยว่ามีแผนรับมืออย่างไร ถึงมวลชนส่วนใหญ่จะตัดสินใจได้เอง แต่การนำที่ดีก็มีส่วนสำคัญมากที่จะป้องกันความรุนแรง”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;“ส่วนตัวที่ได้ย้ายมาอยู่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ก็ยังไม่ได้รู้สึกโอเค แต่ก็ยังดีกว่าคนอื่นที่เขามีครอบครัวต้องดูแล อยากให้เราเคลื่อนไหวแสดงออกอย่างสันติ เพราะมาอยู่อย่างนี้แล้วไม่คุ้มแน่ๆ เพราะตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนเรื่องคดีไม่หวังอะไรแล้วนอกจากรอนิรโทษกรรม”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p align="center"&gt;………………..&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;strong&gt;ประสิทธิ์ พลอยทับทิม&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;อายุ 56 ปี โดนข้อหาขัดขวางการเข้ารื้อเวทีและเต๊นท์ของ “กลุ่มพิราบขาว 2006” และเจ้าพนักงานเทศกิจรื้อเวทีสนามหลวงเมื่อปี 50 ตั้งแต่สมัย “กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ” ศาลตัดสินลงโทษรวม 1 ปีไม่รอลงอาญา &lt;u&gt;&amp;lt;http://blogazine.in.th/blogs/littlevoicefromprisons/post/3719&amp;gt;&lt;/u&gt; ในเหตุการณ์เดียวกันประสิทธิ์ยังถูกเจ้าหน้าที่ใช้กระบองฟาดจนขาหักและยังเดินกะเผลกอยู่จนถึงทุกวันนี้ โดยที่ยังไม่สามารถเรียกร้องอะไรจากใครได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประสิทธิ์เข้าร่วมกับขบวนคนเสื้อแดงตั้งแต่ยุคคาราวานคนจนเมื่อปี 48 และร่วมชุมนุมตลอดมาไม่เคยขาด ประสิทธิ์ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ปะทะหลายครั้ง เขาให้เหตุผลว่าที่มักจะปะทะรุนแรงกับกลุ่มคนฝั่งตรงข้ามอย่างเสื้อเหลืองก็เพราะว่าเกลียด ไม่พอใจที่สนับสนุนอำนาจนอกระบบ สองมาตรฐาน ประกอบกับได้ผ่านเหตุการณ์ที่พบเห็นด้วยตัวเอง โดยเขาอยู่ในเหตุการณ์ปะทะช่วงที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อปี 2551 ด้วย และได้เป็นประจักษ์พยานในการสูญเสียชีวิตของณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง ความเกลียดชังจึงบ่มนานจนกลายเป็นความคับแค้นพร้อมที่จะระเบิดทุกครั้งที่เผชิญหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากที่ประสิทธิ์ต้องเข้ารับโทษในเรือนจำพร้อมๆ กับผู้ต้องขังคดีเสื้อแดงอื่นๆ แล้ว ประสิทธิ์เคยได้รับการดูแลจากธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล หรือ หนุ่มเรดนนท์ และสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เมื่อครั้งยังไม่ได้ย้ายมารับโทษอยู่ที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่เหมือนในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;"ตั้งแต่ติดคุกมายังไม่มีแกนนำมาเยี่ยม มีแต่พี่น้องมวลชนที่คอยดูแลกันอยู่"&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;"ที่ผ่านมาเราออกไปชนก็เพราะเกลียดมัน เราตัดสินใจเอง ไม่ใช่เพราะแกนนำสั่ง ที่ต้องมาติดคุกก็ไม่เป็นไร ไม่คิดว่าคุ้มไม่คุ้ม ไม่เคยกลัว คิดว่าสู้กับพวกเสื้อเหลืองจะชนะได้ง่ายกว่า เพราะอย่างไรเราก็ไม่มีกำลังพอจะไปสู้กับทหาร"&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;"อยากให้แกนนำตั้งเวทีที่สนามหลวงชนกับพวกเสื้อเหลืองที่ตั้งอยู่ตอนนี้ไปเลยดีกว่า ส่วนตัวถ้าออกไปได้ก็จะไปร่วมอีก ส่งใจเชียร์ให้พี่น้องเสื้อแดงเชียงใหม่ ไม่ได้เห็นว่าทำผิดอะไร แต่ควรจะหาทางป้องกันเหตุรุนแรง ส่วนการกระทบกระทั่งก็ย่อมจะมีบ้าง แต่ภาพที่สื่อออกมามันเห็นเป็นว่าเสื้อแดงเราไปรุมทำร้ายเขา ไม่ต่างจากที่คนเสื้อแดงเราเคยถูกกระทำ ภาพก็เลยออกมาไม่สวย แต่จริงๆ ก็ไม่ได้อยากให้ปะทะกันอย่างนั้น เพราะกลัวว่าจะเป็นกลลวงของฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการสร้างภาพใส่ร้ายคนเสื้อแดง"&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p align="center"&gt;………………..&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;strong&gt;วรกฤต นันทะมงคลชัย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; อายุ 33 ปี เคยเป็นการ์ดกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 8 เดือนไม่รอลงอาญา ด้วยข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องต่อสถานทูตซาอุดิอาระเบียให้กดดันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์กรณีนายตำรวจใหญ่พัวพันการอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ก่อนหน้านั้นวรกฤตอยู่ร่วมให้เหตุการณ์ใช้กำลังปะทะระหว่างเสื้อแดงเสื้อเหลือง และกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้ง เขาเล่าว่า หลังจากถูกจับกุมดำเนินคดี ไม่มีแกนนำคนใดยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ยิ่งไปกว่านั้นแกนนำบางคนยังทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน มีแต่พี่น้องเสื้อแดงระดับมวลชนที่คอยดูแลโดยเฉพาะทางด้านจิตใจ แรกเข้าสู่เรือนจำก็มีหนุ่มเรดนนท์และอ.สุรชัยค่อยช่วยเหลือให้คำแนะนำในการปรับตัวเนื่องจากไม่มีญาติอยู่ในกรุงเทพ อีกทั้งน้องชายยังหายสาบสูญไปโดยไม่มีใครช่วยติดตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;u&gt;(อ่านข่าวเกี่ยวกับวรกฤต นันทะมงคลชัย&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;u&gt;&amp;lt;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1358247251&amp;amp;grpid=01&amp;amp;catid=01&amp;gt; &lt;/u&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;u&gt;&amp;lt;http://blogazine.in.th/blogs/littlevoicefromprisons/post/3936&amp;gt;)&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;“ย้ายมาอยู่ที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่นี้ทำให้สภาพความเป็นอยู่ดีกว่าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมาก เพราะพี่น้องเสื้อแดงมาดูแลได้สะดวก ก็อยากให้เพื่อนร่วมชะตากรรมคดีการเมืองได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันทั้งหมด แต่ถึงจะอยู่ดีอย่างไรเสียก็ไม่เหมือนกับการได้รับอิสรภาพ คิดว่าไม่คุ้มแน่ๆ”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;“เราทุ่มทุกอย่าง ชีวิตให้หมด แต่สุดท้ายก็เป็นบทเรียนราคาแพง มีแต่มวลชนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยเท่านั้นที่เห็นว่ามาดูแลกัน”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;“ถ้าให้ไปร่วมอีกก็จะไป แต่จะระวังไม่ให้เกิดเรื่อง ไม่อยากให้มีความรุนแรง ความเสียหายที่ผ่านมามันไม่คุ้ม คิดว่าไม่ใช่เรื่องว่าใครยั่วยุใคร แต่เป็นสถานการณ์พาไปมากกว่า ไม่เอาอีกแล้วเรื่องความรุนแรง”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;“ถึงจะเห็นด้วยกับที่เสื้อแดงเชียงใหม่ออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มหน้ากากขาว เพราะเราต้องแสดงออกถึงจุดยืนของเรา แต่ก็อยากฝากบอกว่า อย่าไปปะทะกับเขาเลย จะเข้าเกมเขา ควรจะเน้นปะทะกันทางความคิดดีกว่าใช้กำลัง อย่าใช้ความรุนเรงเลย มันไม่คุ้มหรอก”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p align="center"&gt;=================&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/j7SSd6TCvD8" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47271#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C-0">สัมภาษณ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87">ความรุนแรง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">นักโทษการเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7">หน้ากากขาว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-51">เชียงใหม่ 51</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 15:59:52 +0000</pubDate>
 <dc:creator>mutita</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47271 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47271</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>เปิดตัวเลข - ข้อเสนอแนะของ สศช. ต่อโครงการจำนำข้าว</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/v_RrkPsBN8U/47270</link>
 <description>&lt;p&gt;เปิดตัวเลข (ที่แตกต่าง) และ 8 ข้อเสนอแนะของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เสนอ ครม.รับทราบ เกี่ยวกับการปรับปรุงโครงการรับจำนำข้าว&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขปริมาณการรับจำนำ-เงินที่ใช้-รายได้จากการขาย-ยอดหนี้สะสม ที่มีหลายชุดสร้างความสับสนมาพักใหญ่และยิ่งเป็นประเด็นเมื่อฝ่ายค้านออกมาระบุตัวเลขหนี้ว่าอยู่ที่ 2.6 แสนล้านบาท สถาบันจัดอันดับมูดีส์ระบุที่ 2 แสนล้านบาท จนกระทั่งคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) นั่งสรุปตัวเลขร่วมกับ วราเทพ รัตนากร ซึ่งเข้ามาเป็นคนกลางดูข้อมูลที่ไม่ตรงกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ จนล่าสุด มีการแถลงข่าวออกมาเป็นตัวเลขเดียว (ตามตาราง) โดยยังไม่มีการแจ้งตัวเลขของปี 55/56 เนื่องจากโครงการยังไม่สิ้นสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;table border="1" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td colspan="4" style="width:616px;"&gt;
&lt;h3 align="center"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวเบื้องต้น (&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt; 31 ม.ค.56)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;(นาปี 54/55 –&amp;nbsp; นาปรัง 55)&lt;/span&gt;&lt;/h3&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;รายการ&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;คณะอนุฯ ปิดบัญชี&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td colspan="2" style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;กระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1. จำนวนข้าวเปลือก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวนข้าวสาร&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;21.7&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านต้น&lt;/p&gt;
&lt;p align="center"&gt;13.5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้านตัน&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td colspan="2" style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;21.7 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านตัน&lt;/p&gt;
&lt;p align="center"&gt;13.5 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านตัน&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li value="2"&gt;จำนวนเงินที่ใช้&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;337,322&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td colspan="2" style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;337,322&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li value="3"&gt;ค่าใช้จ่าย&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;14,786 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td colspan="2" style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;14,786 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li value="4"&gt;รวมค่าใช้จ่าย (2)+(3)&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;352,108 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td colspan="2" style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;352,108 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li value="5"&gt;มูลค่าข้าวคงเหลือในสต๊อก&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;156,000&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td colspan="2" style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;252,300 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li value="6"&gt;มูลค่าข้าวที่ระบาย&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;59,200&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td colspan="2" style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;49,900&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li value="7"&gt;ขาดทุน (กำไร)&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;136,908 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td colspan="2" style="width:205px;"&gt;
&lt;p align="center"&gt;49,908 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td colspan="3" style="width:612px;"&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;ที่มา: นายวราเทพ รัตนากร รวบรวมตามที่ครม.มอบหมาย &amp;nbsp;(&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.thairath.co.th/column/eco/ecoscoop/351544"&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;ไทยรัฐ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;td&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้18 มิ.ย.56 มีการรับทราบข้อเสนอแนะแนวทางในการบริหารจัดการโครงการรับจำนำข้าวของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งนอกจากจะมีคำแนะนำที่น่าสนใจแล้ว ยังมีตัวเลขอีกชุดหนึ่ง ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขที่นายวราเทพนำเสนอ แต่เพิ่มเติมมีตัวเลขการรับจำนำและวงเงินค่าใช้จ่ายในปี 2555/2556 ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;&lt;span style="color:#800080;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลเบื้องต้นของ สศช.&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;strong&gt;1.ปริมาณข้าวเปลือก&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;(ณ วันที่ 12 มิ.ย.56)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปี 2554/55 จำนวน &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;21.68&lt;/span&gt; ล้านตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปี 2555/56 จำนวน &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;18.79&lt;/span&gt; ล้านตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รวมทั้งสิ้น &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;40.47&lt;/span&gt; ล้านตัน &amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;strong&gt;2.วงเงินที่ใช้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; (ณ วันที่ 14 พ.ค.56)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปี 2554/55 จำนวน &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;337,246&lt;/span&gt; ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปี 2555/56 จำนวน &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;251,462&lt;/span&gt; ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รวมทั้งสิ้น &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;588,708&lt;/span&gt; ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;3.การระบายข้าว&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตั้งแต่เริ่มโครงการฯ - มี.ค. 56 ระบายข้าวไปแล้วทั้งสิ้น &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;76,001&lt;/span&gt; ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จนถึงเดือน ก.ย. 56 คาดว่าจะระบายได้อีกเป็นเงิน &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;73,082&lt;/span&gt; ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;149,083 &lt;/span&gt;ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;strong&gt;4.ประโยชน์ของโครงการ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปี 2554/55 รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น ประมาณ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;1.16&lt;/span&gt; แสนล้านบาท ใน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปี 2555/56 รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น ประมาณ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;1.14 &lt;/span&gt;แสนล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หรือ รายได้เกษตรกรที่เข้าโครงการเพิ่มขึ้น ประมาณ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;42,000&lt;/span&gt; บาทต่อคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปี 2554/55 โครงการมีส่วนทำให้ GDP เพิ่มร้อยละ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;0.69&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปี 2555/56 โครงการมีส่วนทำให้ GDP เพิ่มร้อยละ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;0.62&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปี 2555 การใช้จ่ายของครัวเรือนทั้งประเทศขยายตัวร้อยละ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;6.7&lt;/span&gt; หากไม่มีโครงการนี้จะขยายตัวร้อยละ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;4.7&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;&lt;strong&gt;5.ผลกระทบของโครงการ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.1 ผลกระทบต่อฐานะการคลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การดำเนินโครงการปี 2555 – 2556 ทำให้รัฐบาลมีภาระหนี้สะสม ประมาณ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;159,687&lt;/span&gt; ล้านบาท สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะต้องผลักภาระการชำระหนี้ไปในปีงบประมาณต่อ ๆ ไป ทั้งนี้ หากมีการกำหนดกรอบปริมาณการรับจำนำข้าวเปลือกไม่เกิน 15 ล้านตันต่อปี ในการดำเนินงานปี 2557 - 2560 จะทำให้รัฐบาลมีภาระเฉลี่ยปีละ 80,621 ล้านบาท (ประมาณการจากส่วนต่างของราคารับจำนำและแนวโน้มราคาตลาด รวมค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและการเก็บรักษา)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.2 การกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกสูงกว่าราคาตลาดมาก ซึ่งมีผลต่อการขาดทุนในการดำเนินงานสูง และเป็นภาระงบประมาณ รวมทั้งทำให้ราคาส่งออกและต้นทุนการผลิตข้าวสูงกว่าประเทศคู่แข่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.3 เกษตรกรรายใหญ่และกลางได้ประโยชน์จากโครงการมากกว่าเกษตรกรรายย่อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.4 ความสามารถในการระบายข้าวของรัฐมีจำกัด ประกอบกับสต็อกข้าวคงเหลือปลายปีของประเทศผู้ส่งออกข้าวสำคัญมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.5 กระบวนการออกใบรับรองและใบประทวนให้กับเกษตรกรมีความล่าช้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;&lt;span style="color:#800080;"&gt;&lt;strong&gt;ภาพรวมของข้าว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมาก โดยสัดส่วนมูลค่าการส่งออกข้าวเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 25 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด และมูลค่าเพิ่มสินค้าข้าวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศภาคเกษตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนั้น ข้าวเป็นสินค้าที่ใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกมากที่สุด คิดเป็นเกือบร้อยละ 50 ของพื้นที่ทั้งประเทศ รวมทั้งการปลูกข้าวเป็นแหล่งรายได้สำคัญของชาวนามากถึงร้อยละ 66 ของครัวเรือนเกษตรกรทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยส่งออกข้าวประมาณ 1 ใน 3 ของข้าวที่ส่งออกทั้งหมดในโลก และมีคู่แข่งที่สำคัญ ได้แก่ เวียดนามและอินเดีย ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดเฉลี่ยร้อยละ 19 และ 15 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ในปี 2555 อินเดียเป็นผู้ส่งออกข้าวมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ เวียดนามและไทยตามลำดับ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากอินเดียเริ่มเปิดตลาดให้มีการส่งออกข้าว หลังจากที่ดงการส่งออกไปหลายปี และเวียดนามที่มีการลดราคาข้าวอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวคุณภาพต่ำเพื่อแข่งขันกับข้าวของไทย ดังจะเห็นได้จากในปี 2556 (ม.ค.-พ.ค.) ปริมาณการส่งออกข้าวไทย 2.232 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าส่งออก 1,584 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับปริมาณการส่งออกข้าวของเวียดนาม ประมาณ 2.226 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าส่งออก 973 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กล่าวได้ว่า ไทยสามารถส่งออกข้าวได้มูลค่าสูงกว่าเวียดนามในปริมาณส่งออกที่ใกล้เคียงกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;&lt;span style="color:#800080;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อเสนอแนะ &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;1.ควรกำหนดราคารับจำนำให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตและมีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับภาระราคาข้าวในตลาดโลก โดยอาจคำนวณจากต้นทุนการผลิตข้าว บวกค่าขนส่งและกำไรที่เหมาะสมของเกษตรกร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในระยะแรก &lt;strong&gt;ควรพิจารณาจำกัดปริมาณรับจำนำข้าวเปลือกของเกษตรกรต่อครัวเรือน&lt;/strong&gt; โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรรายย่อย และในระยะต่อไป ควรพิจารณา&lt;strong&gt;กำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ราคาข้าวในตลาดโลก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2. ควรจำกัดปริมาณและ/หรือพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&lt;/strong&gt; โดยให้ความสำคัญกับเกษตรกรรายย่อยที่ยากจน มีพื้นที่นาน้อยหรือต้องเช่าที่นาจากผู้อื่นและเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวในพื้นที่ที่เหมาะสม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.&lt;strong&gt;ควรเร่งรัดการออกเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้มีความรวดเร็ว&lt;/strong&gt; และพัฒนาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูลเกษตรกรที่มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันให้มากที่สุด &lt;strong&gt;สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคาตลาดโลก&lt;/strong&gt; เพื่อลดต้นทุนการเก็บรักษาและการเสื่อมสภาพของข้าวและรายงานผลการระบายสต็อกข้าวให้คณะรัฐมนตรีทราบเป็นระยะ ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5. &lt;strong&gt;ควรวางระบบกำกับและตรวจสอบการดำเนินงานของโครงการ&lt;/strong&gt;รับจำนำข้าวเปลือกทั้งกระบวนการ ตลอดจน ลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;6. &lt;strong&gt;โครงการรับจำนำข้าวเปลือกมีความจำเป็นต้องดำเนินการจนถึงปี 2558 ซึ่งประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน &lt;/strong&gt;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เข้มแข็งเพียงพอ ทั้งนี้ ในการดำเนินงาน&lt;strong&gt;ควรกำหนดเป้าหมายการขาดทุนของโครงการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ไม่เกิน 1 แสนล้านบาทต่อปี ในระยะเวลา 3 ปี&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;7.&lt;strong&gt;สนับสนุนให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพข้าว&lt;/strong&gt; เพื่อยกระดับการส่งออกสินค้าข้าวไปสู่ตลาดบนที่มีมูลค่าเพิ่มสูง &lt;strong&gt;ตลอดจนเร่งจัดทำโซนนิ่งภาคเกษตร&lt;/strong&gt; ให้มีการปลูกข้าวที่สอดคล้องกับศักยภาพแต่ละพื้นที่ รวมทั้งมีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;8. &lt;strong&gt;ส่งเสริมกลไกตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าให้มีความเข้มแข้งและมีประสิทธิภาพ&lt;/strong&gt; ควบคู่กับกลไกของตลาดในท้องถิ่น ตลาดกลาง และตลาดส่งออก ตลอดจน&lt;strong&gt;เร่งรัดการดำเนินงานทำประกันภัยพืชผลการเกษตรให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;ที่มา: มติคณะรัฐมนตรี 18 มิถุนายน 2556&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/v_RrkPsBN8U" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47270#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-0">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88-0">เศรษฐกิจ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5">คณะรัฐมนตรี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">จำนำข้าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1">มติครม.</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A8%E0%B8%8A">สศช.</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">โครงการรับจำนำข้าว</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 14:24:31 +0000</pubDate>
 <dc:creator>mutita</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47270 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47270</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>กขช.หั่นราคาจำนำข้าว 12,000 - ครม.เตรียมถกลดราคาหรือไม่</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/0WhpPON-9OI/47269</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;18 มิ.ย.56 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบข้อมูลและข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พร้อมให้แต่งตั้งคณะกรรมการของแต่ละหน่วยงานตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลืออีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายวรา​เทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า มี​การรายงานข้อมูลต่อที่ประชุม ครม.​ถึงตัว​เลขผลกำ​ไรขาดทุน​ใน​โครง​การรับจำนำข้าว ​ซึ่ง​เป็นข้อมูลของคณะอนุกรรม​การปิดบัญชี​โครง​การรับจำนำสินค้า​เกษตร กระทรวง​การคลัง ​ซึ่ง​เป็นยอดขาดทุนรวม 1.36 ​แสนล้านบาท จาก 2 ​โครง​การ​แรก คือ​โครง​การรับจำนำข้าวนาปี ปี 54/55 ​และ​โครง​การรับจำนำข้าวนาปรัง ปี 55 ​แต่ยัง​ไม่รวม​การดำ​เนินงาน​ในส่วนของข้าวนาปี ปี 55/56 รวมแล้วมีตัว​เลขขาดทุน 1.36 ​แสนล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่าง​ไร​ก็ดี ​เนื่องจากยังมีตัว​เลขสต๊อกข้าวจากองค์​การคลังสินค้า(อคส.) ​และองค์​การตลาด​เพื่อ​เกษตรกร (อ.ต.ก.) ที่ยัง​ไม่​ได้บันทึกรวม​ไว้​ในยอดของคณะอนุกรรม​การปิดบัญชีฯ อีกราว 2.98 ล้านตัน ส่วน​ใหญ่อยู่​ใน​โครง​การจำนำข้าวนาปี ฤดู​การผลิตปี 55/56 ที่ประชุมครม.​จึงขอ​ให้​เน้น​การตรวจสต็อกข้าว ​โดย​ให้กระทรวงพาณิชย์กำหนด​แนวทาง​การตรวจสต็อกข้าวและขอ​ให้นำมารายงานภาย​ใน 1 ​เดือน ​ซึ่งจะ​ทำ​ให้ทราบตัว​เลข​การปิดบัญชี​โครง​การรับจำนำข้าวครบ​ทั้ง 3 ​โครง​การขณะ​เดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายวราเทพกล่าวอีกว่า ตัว​เลข​โครง​การจำนำข้าวนาปี ปี 55/56 ณ วันที่ 31 ม.ค.56 มีข้าว​เปลือก​เข้า​โครง​การ 9.9 ล้านตัน มี​การรายงานว่ามีข้าว​เปลือกค้าง​ในสต็อก 2.9 ล้านตัน ดังนั้น​จึงมีข้าว​เปลือกที่รอสี​แปรสภาพอยู่ 7 ล้านตัน ​ซึ่ง​ใน 7 ล้านตันข้าว​เปลือกนี้จะต้องสี​แปรสภาพออกมา​เป็นข้าวสาร​ได้ 4 ล้านตันข้าวสาร ​แต่ตัว​เลข​ในรายงานที่บันทึกอยู่กลับมีข้าวสาร​เพียง 1.7 ล้านตัน ดังนั้น​จึงต้องมี​การตรวจสอบ​ความชัด​เจนของตัว​เลขนี้​ใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนกรณี​เรื่อง​การปรับ​เกณฑ์ราคารับจำนำข้าว​ใหม่นั้น นายวรา​เทพ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ไม่​ได้มี​การพิจารณา​ใน​เรื่องนี้ ว่าจะ​เลือก​ใช้​แนวทาง​ใดจากที่ กขช.​เสนอมา​ทั้งหมด 3 ​แนวทาง ​โดย​ได้ขอ​ให้ กขช.นำข้อ​เสนอ​แนะของสภาพัฒน์ ​และรายงานของตนกลับ​ไปประกอบ​การพิจารณาอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่ ร.ท.หญิง สุนิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุม ครม.มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคณะอนุกรรมการตรวจสอบที่ กขช.แต่งตั้ง ที่มี พล.ต.ต. ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกฯ เป็นประธาน เข้าตรวจสอบโรงสี และโกดังกลางที่อยู่ในโครงการรับจำนำ เนื่องจากมีข้าวสารที่คาดว่าจะหายไปกว่า 3 แสนตัน และต้องการตรวจดูว่าโรงสีเข้าร่วมรับจำนำมีสต๊อกลมหรือไม่ หากพบว่าผิดจะดำเนินคดีถึงที่สุด โดยต้องรายงานให้ ครม.รับทราบภายใน 30 วัน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;ร.ท.หญิง สุนิสา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กชช.ยังรายงานให้ ครม.รับทราบในการปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้าในปี 56/67 ให้ลดเหลือประมาณ 12,000-13,000 บาทต่อตัน ผ่านการคำนวณรูปแบบต่างๆ และการจำกัดปริมาณรับจำนำข้าวไม่เกิน 25 ตันต่อครัวเรือน หรือเป็นเงินไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย และกำหนดเป้าหมายต้องขาดทุนไม่เกิน 70,000 ล้านบาท ที่ประชุม ครม.สั่งให้กลับไปศึกษาให้ชัดเจนอีกครั้งเพื่อรองรับการจำนำข้าวในปีต่อไป&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เสนอให้ลดราคาตามโครงการรับจำนำข้าวจาก 15,000 บาทต่อตันเหลือ 12,000 บาทต่อตัน ตามที่ กขช.เสนอ แต่ไม่ได้อธิบายเหตุผลรองรับ ต่อมา นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้อภิปรายทันทีว่า “ท่านอย่าลืมว่าท่านได้เสนอนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้ว ซึ่งหากจะทำอย่างนั้นต้องหาอะไรเสริมให้เขา ถ้าอย่างนั้นไม่ได้ คุณโดนแน่ เพราะอย่าลืมว่าคุณหาเสียงไว้อย่างนั้นและแถลงต่อสภาไว้อย่างนี้ ซึ่งรัฐบาลมีอำนาจลด หรือปรับเปลี่ยนนโยบาย แต่ต้องทำเพื่อไม่ให้มีปัญหา” ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เป็นประธานในการประชุมได้รับทราบตามนั้น และสั่งการให้ กขช.ไปพิจารณามาใหม่ว่าหากลด 12,000 บาท จะมีแนวทางอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ภายใน 30 วัน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ผู้แทนจาก สศช.ได้เสนอในที่ประชุมว่า การใช้คำว่าขาดทุนนั้น เป็นวาทกรรมทางการเมือง เพราะสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ยอมรับว่า โครงการประกันราคานั้นขาดทุน แล้วเหตุใดรัฐบาลจึงใช้คำพูดที่เข้าทางฝ่ายค้านด้วย ทำให้ นายวราเทพ แย้งว่า หากเปลี่ยนตอนนี้ สังคมก็จะตำหนิว่าเปลี่ยนปุบปับ และตั้งข้อสงสัยกันอีก&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;&lt;span style="color:#0000cd;"&gt;&lt;strong&gt;กขช.เคาะราคารับจำนำข้าวเปลือกตันละ 12,000 บาท เริ่ม 30 มิ.ย.&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงเย็นวันเดียวกัน มีการประชุมของ กขช.วาระพิเศษหลังนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ กขช. ไปจัดทำรายละเอียดหลักเกณฑ์การรับจำนำ โดยภายหลังการประชุม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรองประธาน กขช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2556 ข้าวเปลือกเจ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ความชื้นไม่เกินร้อยละ 15 จากเดิมตันละ 15,000 บาท เหลือตันละ 12,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป และกำหนดวงเงินรับจำนำเกษตรกรแต่ละรายไม่เกิน 500,000 บาทต่อครัวเรือน มีผลวันที่ 20 มิถุนายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวนั้น เพื่อรักษาวินัยทางการคลังที่รัฐบาลวางแผนจัดทำงบสมดุลภายในปี 2560 และให้การใช้เงินงบประมาณในการแทรกแซงราคารับจำนำขาดทุนไม่เกิน 100,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งผลจากการขาดทุนโครงการรับจำนำในโครงการ 2554/2555 ที่ขาดทุนกว่า 136,000 ล้านบาท รัฐบาลจะพิจารณางบประมาณมาชดเชยผลการขาดทุน และจากการติดตามต้นทุนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าต้นทุนต่อไร่ของเกษตรกรอยู่ที่ 8,000 บาทต่อตัน แม้มีการลดราคารับจำนำเหลือ 12,000 บาทต่อตัน เกษตรกรก็จะยังมีกำไรเกือบร้อยละ 40&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการคลัง ไปหาแนวทางลดต้นทุน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร หลังมีการปรับลดราคารับจำนำ ส่วนการรับจำนำข้าวในฤดูกาลต่อไปยังไม่ได้พิจารณา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนโครงการรับจำนำข้าวนาปรัง 2556 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - 31 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะมีปริมาณข้าวเข้าโครงการรับจำนำประมาณ 10 ล้านตันข้าวเปลือก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่ในช่วงค่ำ สื่อมวลชนรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 19 มิ.ย. เวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าด้วยเรื่องปัญหาในโครงการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะภายหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) มีมติให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/57 จาก 15,000 บาทต่อตัน เหลือประมาณ 12,000 บาทต่อตัน และจำกัดเกษตรกรรายละไม่เกิน 5 แสนบาท โดยให้มีผลวันที่ 30 มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามภารกิจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดิมได้มีการนัดประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจประจำสัปดาห์ ในเวลา 10.30 น.อยู่แล้วด้วย.&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;&lt;span style="color:#0000cd;"&gt;&lt;strong&gt;ปชป.แฉ ตัวเลขขาดทุน 1.36 แสนล้าน ยังไม่รวมยอดปี 55/56 อีก 8.4 หมื่นล้าน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคฯ กล่าวถึงการขาดทุนของโครงการจำนำข้าวที่ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับว่า การจำนำข้าวนาปี 54/55 และนาปรังปี 55 มีตัวเลขรวมขาดทุนที่ 1.36 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้แถลงไปก่อนหน้านี้คือ โครงการข้าวนาปี ปี 54/55 ขาดทุน 42,963 ล้านบาท รวมกับข้าวนาปรังปี 55 ขาดทุน 93,933 ล้านบาท เป็นยอด 1.36 แสนล้านบาท แต่นายวราเทพยังไม่ยอมรับตัวเลขการขาดทุนจากโครงการจำนำข้าวนาปี ปี 55/56 อีกจำนวน 84,071 ล้านบาท ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้แถลงไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย นายวราเทพอ้างว่าตัวเลขฤดูปี 55/56 ยังสรุปไม่ได้ เพราะมีการคำนวณสต๊อกข้าวไม่ตรงกัน เนื่องจากยังมีข้าวในสต๊อกอีก 2.5 ล้านตัน มีมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท ที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้คำนวณรวมไว้ จึงให้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ไปคำนวณใหม่ ทั้งนี้ การยอมรับของนายวราเทพจึงยืนยันได้ว่า ตัวเลขที่นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์นำมาเปิดเผยเป็นของจริง ต่างที่นายวราเทพไม่ยอมรับยอดขาดทุนข้าวนาปี 55/56 จึงพยายามที่จะลดตัวเลขการขาดทุนลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าตัวเลขที่พรรคใช้แถลงตรงกับที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีรับจำนำข้าว ได้สรุปไปแล้ว แต่นายวราเทพอ้างว่า ยังมีตัวเลขข้าวในสต๊อกอีก 2.5 ล้านตัน มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท จึงให้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ไปพิจารณาใหม่นั้นก็ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการลดยอดขาดทุนของรัฐบาล จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขข้าวที่อ้างว่ามีอยู่ในสต๊อก 2.5 ล้านตันนั้น ใกล้เคียงกับข้าวถุงที่รัฐบาลมอบให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) นำข้าวจากโครงการรับจำนำไปบรรจุถุงขายประชาชนในราคาถูกปริมาณ 1.8 ล้านตัน แต่จากการตรวจสอบของคณะอนุกรรมาธิการ วุฒิสภาฯ พบว่ามีการผลิตข้าวของ อคส.ออกสู่ตลาดจริง เพียงแค่ 1.4 แสนตันเท่านั้น จึงมีข้าวล่องหนของ อคส.ประมาณ 1.66 ล้านตัน มีมูลค่าความเสียหายต่อรัฐถึง 2.57 หมื่นล้านบาท ถามว่าข้าวที่หายไปถูกคำนวณในสต๊อกข้าวนาปี 55/56 ด้วยหรือไม่ และสงสัยว่านับสต๊อกซ้ำหรือทำสต๊อกลมหรือไม่ ขอให้รัฐบาลตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังพบว่าในการจัดสรรงบประมาณแต่ละปีรัฐบาลจะมีภาระดอกเบี้ยจ่ายขาด ปีละประมาณ 1.5 หมื่นล้าน สองปีรวม 3 หมื่นล้าน ไม่รวมค่าบริหารในส่วนอื่น ดังนั้น น่าจะขาดทุนมากกว่า 2.6 แสนล้านด้วยซ้ำ จึงเรียกร้องถึงรัฐบาลว่า อย่าเบี่ยงเบนว่าไม่ใช่ 2.6 แสนล้าน สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ต้องแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชันในโครงการ เพราะการที่ ครม. จะมีมติลดโควตาการจำนำข้าว หรือลดราคาจำนำนั้น ก็แสดงถึงการยอมรับความล้มเหลวว่า ไม่สามารถเดินหน้าโครงการจำนำข้าวทุกเมล็ดในราคา 1.5 หมื่นบาทได้ เพราะขาดทุนจากโครงการนี้ 2.6 แสนล้าน เกษตรกรได้เงินแค่ 8.6 หมื่นล้าน เท่ากับ 30% เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;&lt;span style="color:#0000cd;"&gt;&lt;strong&gt;เปิดมติเต็ม กขช.แนวทางรับจำนำฤดูกาลหน้า&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงรายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2556 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้ครม.รับทราบ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1. &lt;strong&gt;การปิดบัญชีโครงการรับจำนำ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.1 เห็นชอบวิธีการคำนวณและผลการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 และโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 ตามเอกสารปิดบัญชีโครงการรับจำนำทั้งสองโครงการของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายของรัฐบาล ณ วันที่ 31 มกราคม 2556 โดยมีข้อสังเกต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;(1) การคำนวณสต็อกข้าวคงเหลือ จะใช้ราคาต้นทุนหรือราคาตามประกาศกรมการค้าภายใน (ซึ่งคือราคาตลาด) หรือราคาจำหน่าย ขึ้นอยู่กับราคาใดจะต่ำที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;(2) รายได้จากการจำหน่ายข้าวสารของทั้งสองโครงการ มีปริมาณข้าวที่เป็นข้าวบริจาคและข้าวสารจำหน่ายราคาถูกตามนโยบายลดค่าครองชีพของประชาชน รวมปริมาณ 608,672 ตัน มูลค่าที่อนุมัติจำหน่ายจำนวน 4,426.97 ล้านบาท มูลค่าตามต้นทุน จำนวน 15,531.109 ล้านบาท แตกต่างกันจำนวน 11,104.139 ล้านบาท ซึ่งไม่ควรนำมาพิจารณาเป็นภาระของโครงการ เนื่องจากเป็นนโยบายรัฐบาล จึงควรที่รัฐจะต้องชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาจำหน่ายกับราคาต้นทุนให้แก่โครงการรับจำนำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.2 ให้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลปริมาณข้าวคงเหลือของทั้ง อคส. และ อ.ต.ก. ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 โดยมีรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (พล.ต.ต.ธวัช &amp;nbsp;บุญเฟื่อง)&amp;nbsp; เป็นประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้แทนของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ร่วมเป็นคณะทำงาน และผู้แทนกรมการค้าภายใน เป็นคณะทำงานและเลขานุการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.3 ให้มีการแยกรายงานการปิดบัญชีโครงการรับจำนำออกเป็น 2 ชุด โดยรายงานที่เสนอ กขช. เป็นการปิดบัญชีโครงการรับจำนำตั้งแต่ ปี 2554/55 เป็นต้นไป ตามคำสั่งคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่ 9/2556 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายรัฐบาล ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 สำหรับโครงการอื่นให้รายงานคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 672/2553 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลิตผลการเกษตรตามนโยบายรัฐบาล ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2553&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.4 ให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามประเมินผลโครงการในทุกมิติ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ทางตรงที่เกษตรกรได้รับ และผลทางอ้อมคือระบบเศรษฐกิจรวมถึงความคุ้มค่าของโครงการ โดยมีรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (ดร.ธนวรรธน์ &amp;nbsp;พลวิชัย) เป็นประธาน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านกฎหมาย ด้านบัญชี ด้านสังคม ผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องข้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นอนุกรรมการ โดยมีผู้แทนกรมการค้าภายใน เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.&amp;nbsp; แนวทางการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อมิให้ปริมาณและวงเงินการรับจำนำข้าว ปี 2555/56 เกินกว่ากรอบที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ ระยะเวลาโครงการสิ้นสุดวันที่ 15 กันยายน 2556 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เสนอแนวทางการดำเนินการในระหว่างฤดูกาลนี้&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.1 &lt;strong&gt;การปรับลดราคารับจำนำ &lt;/strong&gt;ข้าวเปลือกเจ้า 5% ลดลงเหลือตันละ 12,000 บาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.2 &lt;strong&gt;จำกัดวงเงินรับจำนำ&lt;/strong&gt; ไม่เกิน 500,000 บาท/ครัวเรือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อมิให้เกิดความกังวลว่าการปรับเปลี่ยนกลางคันอาจเกิดความสับสนวุ่นวาย หรือเกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างคนที่จำนำข้าวเปลือกแล้วและคนที่ยังไม่นำข้าวเปลือกมาจำนำ สำหรับประเด็นการลดราคาอาจมีผลกระทบต่อราคาตลาดในประเทศและราคาส่งออกรวมทั้งส่วนที่ได้ระบายไปแล้วและอยู่ระหว่างการส่งมอบ ผู้ซื้ออาจขอเจรจาปรับราคาลงอีกได้ จึงมอบหมายให้หน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ได้แก่&amp;nbsp; ธ.ก.ส. อคส. และ อ.ต.ก. ไปดำเนินการกำกับดูแลให้การดำเนินการรับจำนำอยู่ในกรอบปริมาณและวงเงินที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติไว้โดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3. แนวทางการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/57&lt;/strong&gt;&amp;nbsp; เนื่องจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก&amp;nbsp; ปี 2554/55 และนาปรัง ปี 2555 มีผลขาดทุนมากกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่กดดันราคาข้าวไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ เช่น ปริมาณผลผลิตข้าวโลกที่เพิ่มขึ้น การแข็งค่าของเงินบาท และการทุ่มตลาดข้าวของอินเดียและเวียดนาม แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ผ่านมาสามารถทำให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น คิดเป็นมูลค่า 338,562 ล้านบาท จึงเห็นควรปรับปรุงโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในปี 2556/57 ใน 4 ด้าน&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.1 &lt;strong&gt;ด้านราคารับจำนำ&lt;/strong&gt; ซึ่งมีแนวทางการปรับลดราคารับจำนำ คือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;(1) &lt;strong&gt;ใช้ราคาต้นทุนการผลิต + กำไรที่เกษตรกรควรจะได้รับ&lt;/strong&gt; ประมาณร้อยละ 25 เช่นเดียวกับสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่รัฐบาลจะดำเนินการแทรกแซงตลาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;(2) &lt;strong&gt;ใช้ราคารับจำนำเดิมปรับลดลง&lt;/strong&gt; ร้อยละ 15 – 20&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;(3) &lt;strong&gt;ใช้ราคานำตลาด&lt;/strong&gt; ร้อยละ 10&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งจะทำให้ราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้านาปี 5% มีราคาประมาณตันละ 12,000 – 13,000 บาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.2 &lt;strong&gt;ด้านปริมาณรับจำนำ &lt;/strong&gt;การกำหนดปริมาณรับจำนำทั้งโครงการไว้เช่นเดียวกับโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง เช่น กำหนดปริมาณรับจำนำทั้งโครงการปี 2556/57 (ทั้งนาปี + นาปรัง) ไม่เกิน 17 ล้านตันข้าวเปลือก จำกัดปริมาณรับจำนำของเกษตรกรไม่เกินครัวเรือนละ 25 ตัน เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.3 &lt;strong&gt;ด้านวงเงินที่รับจำนำของเกษตรกรแต่ละราย&lt;/strong&gt; โดยจำกัดวงเงินรับจำนำข้าวเปลือกของเกษตรกร ไม่เกิน 300,000 - 500,000 บาท/ครัวเรือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.4 &lt;strong&gt;ด้านระยะเวลารับจำนำ&lt;/strong&gt; โดยกำหนดระยะเวลาการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2556 – กุมภาพันธ์ 2557 และข้าวเปลือกนาปรัง ระหว่างเดือนมีนาคม – กรกฎาคม 2557&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp; มอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ รวบรวมข้อมูลและศึกษาทางเลือกข้างต้นพร้อมทั้งการกำหนดเงื่อนไขประกอบ เพื่อจำกัดวงเงิน ภาระค่าใช้จ่าย และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นไม่ให้เกินวงเงินปีละประมาณ 70,000 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการจัดทำงบประมาณสมดุลของประเทศตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff8c00;"&gt;เรียบเรียงจาก เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล, เว็บไซต์สำนักข่าวไทย, เว็บไซต์ไทยรัฐ , เว็บไซต์ RYT9&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/0WhpPON-9OI" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47269#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-0">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88-0">เศรษฐกิจ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%8A">กขช.</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5">คณะรัฐมนตรี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">จำนำข้าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1">มติ ครม.</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">โครงการรับจำนำข้าว</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 13:54:02 +0000</pubDate>
 <dc:creator>mutita</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47269 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47269</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>“ไชยวัฒน์ - นพ.ตุลย์” ปัดขอนายกฯ พระราชทาน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/80WiafXynE0/47268</link>
 <description>&lt;p&gt;"ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์" ปฏิเสธข่าวขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน แต่ยืนยันว่าเป็นการถวายฎีกาพร้อมยื่นรายชื่อประชาชน 9 ล้านคนหวังพึ่งพระบารมี และปฏิเสธอำนาจบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเมื่อวานนี้ (17 มิ.ย.)&amp;nbsp;กลุ่มคนไทยรักชาติรักแผ่นดิน และกลุ่มพลังธรรมาธิปไตย นำโดย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และ น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ได้นำผู้ชุมนุมนับพันคน โดยผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งแต่งกายในเครื่องแบบของทหารกองปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.) โดยเดินมายังสำนักพระราชวัง ที่ประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง &amp;nbsp;เพื่อทูลเกล้าถวายฎีกาขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน &lt;a href="http://prachatai.com/journal/2013/06/47240"&gt;(อ่านข่าวก่อนหน้านี้)&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ (18 มิ.ย.) &lt;a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000073710"&gt;เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์&lt;/a&gt; รายงานคำแถลงของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ทีปฏิเสธการยื่นถวายฎีกาขอนายกพระราชทาน โดยกล่าวว่าเป็นเพียงการยื่นถวายฎีกา ไม่มีเหตุผลการขอนายกฯ พระราชทานอยู่ในเหตุผลทั้ง 5 ข้อ และการรวมรายชื่อประชาชน 8,999,999 รายชื่อ นั้น ก็เป็นการทำตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 โดยประชาชนหวังพึ่งพระบารมี เพราะเห็นว่ากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ใช้อำนาจอธิปไตยผ่าน 3 อำนาจ คือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ซึ่งประชาชนที่มาร่วมลงนามก็ไม่มีการแสดงเจตนารมณ์ที่จะขอนายกฯ พระราชทาน ดังนั้น กระแสข่าวที่ออกมาจึงเป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.posttoday.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/229060/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%AF%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99"&gt;โพสต์ทูเดย์&lt;/a&gt;&amp;nbsp; รายงานคำพูดของนายไชยวัฒน์ด้วยที่ระบุว่า มีการปล่อยข่าวและเป็นการกระทำของกลุ่มที่หวังผลทางการเมือง ขณะที่ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ยืนยันเช่นกันว่า ไม่ได้ยื่นขอนายกฯ พระราชทาน แต่เป็นการยื่นฎีกา เพื่อปฏิเสธอำนาจรัฐบาลซึ่งปฏิบัติหน้าที่บริหารบ้านเมืองผิดพลาด กรณี ส.ส.-สว. ไม่ยอมรับอำนาจคำตัดสินของศาล&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-link field-field-related-link"&gt;
      &lt;div class="field-label"&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง:&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;a href="/journal/2013/06/47240" target="_blank"&gt;กลุ่มผู้ชุมนุมสนามหลวงยื่นขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/80WiafXynE0" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47268#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99">กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติรักแผ่นดิน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C">ตุลย์ สิทธิสมวงศ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99">นายกรัฐมนตรีพระราชทาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B5">พระบารมี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2-7">รัฐธรรมนูญมาตรา 7</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5">อำนาจบริหารบ้านเมืองของรัฐบาล</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B5">เสื้อหลากสี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C">ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 12:18:37 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user007</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47268 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47268</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>นักศึกษาแย้ง มติ ครม.นำ ม.ขอนแก่น ออกนอกระบบ </title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/QmUxo9TbSbM/47267</link>
 <description>&lt;p&gt;เครือข่ายนักศึกษาค้าน มข.ออกนอกระบบ เคลื่อนไหวค้านมติ ครม.4 มิ.ย. ส่งหนังสือถึงสำนักนายกฯ ให้เพิกถอนมติครม.ที่เห็นชอบ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ... ยันผู้บริหาร มข.ไม่เคยทำประชาพิจารณ์ภายในมหาวิทยาลัย หลังเคยถูกถอนร่างกฎหมายมาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;img alt="&amp;lt;--break-&amp;gt;" src="/sites/default/modules/wysiwyg/plugins/break/images/spacer.gif" title="&amp;lt;--break--&amp;gt;" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm6.staticflickr.com/5534/9074255723_f2e44fb81a.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;วันนี้ (18 มิ.ย.56) เวลา 13.30 น.หน้าที่ทำการไปรษณีย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ตัวแทน&lt;a href="https://www.facebook.com/groups/137219079729572/?ref=ts&amp;amp;fref=ts"&gt;เครือข่ายนักศึกษาคัดค้านมหาวิทยาลัยขอนแก่นออกนอกระบบ&lt;/a&gt; นำโดยนายศักรินทร์ อ้องาม ผู้ประสานงานเครือข่ายนักศึกษาฯ ส่งหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรีผ่านทางไปรษณีย์ ร้องทบทวนการนำมหาวิทยาลัยขอนแก่นออกนอกระบบ และขอให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.56 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบใน พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือ ‘มหาวิทยาลัยนอกระบบ’&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นายศักรินทร์ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการถอนร่าง พ.ร.บ.มหาลัยขอนแก่นออกนอกระบบ ทางมหาวิทยาลัยยังไม่ได้มีการจัดทำประชาคมสอบถามความคิดเห็น และให้ข้อมูลแก่นักศึกษา หรือภาคส่วนอื่นๆ เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลของการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;“วันนี้เราจึงมาเพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้เพิกถอนมติที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ออกนอกระบบ” นายศักรินทร์ กล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นายศักรินทร์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า “การที่จะมีการแปรรูปสถาบันการศึกษาซึ่งเป็นสถาบันที่จำเป็นต่อการพัฒนาของประเทศชาติ ควรจะคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนในชาติก่อน”&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ทั้งนี้ เนื้อหาในหนังสือเครือข่ายนักศึกษาฯ มีข้อเรียกร้อง 2 ข้อคือ 1.ขอให้ทบทวนการนำมหาลัยขอนแก่นออกนอกระบบ เนื่องจากยังมีนักศึกษาคัดค้านมาโดยตลอดและขอเหตุผลที่จะนำมหาวิทยาลัยขอนแก่นออกนอกระบบ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;2.ขอให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นออกนอกระบบ เพราะมหาวิทยาลัยขอนแก่นยังไม่ได้ทำความเข้าใจและยังไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นรวมถึงการประชาคมของมหาวิทยาลัย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm8.staticflickr.com/7432/9074255445_eba8ffe317.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;table border="1" cellpadding="0" cellspacing="0"&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;มติ ครม.&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2556&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ครม.มีมติอนุมัติหลักการ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ....&amp;nbsp; ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยให้รับความเห็นของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;1) กำหนดให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;2) กำหนดวัตถุประสงค์ ภาระหน้าที่ การแบ่งส่วนงาน หลักเกณฑ์ การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกส่วนงาน การรับสถานศึกษาอื่นเข้าสมทบ และอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;3) กำหนดให้มหาวิทยาลัยมีรายได้ส่วนหนึ่งจากเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ และเงินกองทุนที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้นและรายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุน รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และให้อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้จากการซื้อหรือแลกเปลี่ยนไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุและให้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;4) กำหนดให้มีสภามหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ประกอบด้วยนายกสภามหาวิทยาลัยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งและคณาจารย์ประจำตามที่กำหนด กำหนดคุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง และให้สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;5) กำหนดให้มีสภาวิชาการ สภาคณาจารย์&amp;nbsp; สภาพนักงานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย คณะกรรมการบริหารงานบุคคลมหาวิทยาลัย คณะกรรมการการเงินและทรัพย์สินมหาวิทยาลัย คณะกรรมการอุทธรณ์ ร้องทุกข์และพิทักษ์ระบบคุณธรรมประจำมหาวิทยาลัย และคณะกรรมการอื่นที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง โดยให้องค์ประกอบ ที่มาของกรรมการ อำนาจหน้าที่เป็นไปตามที่กำหนด และให้จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนการประชุมเป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;6) กำหนดให้มีคณะกรรมการการบริหารมหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ประกอบด้วยอธิการบดีเป็นประธาน กรรมการโดยตำแหน่งและให้คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;7) กำหนดให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย&amp;nbsp; กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง การพันจากตำแหน่ง คุณสมบัติลักษณะต้องห้าม และให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;8) กำหนดให้มหาวิทยาลัยอาจจัดตั้งวิทยาเขต ซึ่งทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนได้&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;9) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา และการประเมินการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;10) กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการการบัญชีและการตรวจสอบทางบัญชีและการเงินของมหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และให้รัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่กำกับและดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;11) กำหนดบทเฉพาะกาล เกี่ยวกับการโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สินงบประมาณฯ การดำรงตำแหน่ง และคณะกรรมการต่างๆ&amp;nbsp; ส่วนราชการ การโอนบรรดาข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานของมหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ตำแหน่งทางวิชาการ ตลอดจนระเบียบข้อบังคับ หรือประกาศที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นต้น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/QmUxo9TbSbM" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47267#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-0">นักข่าวพลเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-0">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99-0">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-0">การศึกษา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%9E%E0%B8%A8">พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ...</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A">ม.นอกระบบ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1">มติ ครม.</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99">มหาวิทยาลัยขอนแก่น</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A">เครือข่ายนักศึกษาคัดค้านมหาวิทยาลัยขอนแก่นออกนอกระบบ</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 12:13:49 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user04</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47267 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47267</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 11-17 มิ.ย. 2556</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/IHJjj4Z71C4/47266</link>
 <description>&lt;p&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทักษะด้านภาษาอังกฤษของแรงงานไทยต่ำกว่าเพื่อนบ้าน &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จ็อบสตรีทดอทคอมเผยผลคะแนนเฉลี่ยและจัดอันดับทักษะด้านภาษาอังกฤษของคน ทำงาน 5 ประเทศในกลุ่มอาเซียน จากจำนวน 1,540,785 คน ที่ทำแบบทดสอบวัดทักษะด้านภาษาอังกฤษผ่านโปรแกรม JobStreet ELA (JobStreet English Language Assessment) แบบประเมินความเข้าใจด้านภาษาอังกฤษจำนวน 40 ข้อ ซึ่งเป็นชุดคำถามที่หมุนเวียนกันไปจากคำถามกว่า 1,000 ข้อ พบว่า ประเทศที่ได้รับคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ สิงคโปร์ ในขณะที่แรงงานไทยอยู่ในอันดับรั้งท้าย และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนตามสายอาชีพภายในประเทศไทย พบว่า สายอาชีพที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าสายอาชีพอื่นๆ ได้แก่ นักหนังสือพิมพ์/บรรณาธิการ, นักการตลาด/พัฒนาธุรกิจ และเลขานุการผู้บริหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลคะแนนเฉลี่ยดังกล่าวได้มาจากกลุ่มผู้หางานจาก 5 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และไทย ในทุกระดับตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับพนักงาน (Entry and Executive), พนักงานอาวุโส (Senior Executive), ผู้จัดการ (Manager) และผู้จัดการอาวุโส (Senior Manager) พบว่า สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีผลคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ 81% รองลงมา คือ ฟิลิปปินส์ 73%, มาเลเซีย 72%, อินโดนีเซีย 59% ตามลำดับ และไทยมีคะแนนเฉลี่ยเป็นลำดับสุดท้าย คือ 55% และหากมีการจำแนกคะแนนเฉลี่ยตามกลุ่มระดับตำแหน่งงานจะพบว่า ระดับพนักงานประสบการณ์ 0 - 3 ปี (Entry and Executive Level) เป็นกลุ่มที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มระดับตำแหน่งงานอื่นๆ ในประเทศตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นางสาวฐนาภรณ์ สถิตพันธุ์เวชา ผู้จัดการสาขาประเทศไทย บริษัท จ็อบสตรีท (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "จากผลสำรวจได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการขาดทักษะการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษ ของกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ทักษะด้านภาษาอังกฤษเป็นตัวแปรสำคัญที่องค์กรใช้ในการพิจารณาคัดเลือก บุคลากรเข้าทำงานในปัจจุบัน ผู้ที่มีทักษะภาษาอังกฤษดีย่อมมีโอกาสในการได้งานมากกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากผลคะแนนของกลุ่มคนทำงานในประเทศไทยที่ทำแบบทดสอบยังพบความสอดคล้อง กันระหว่างระดับตำแหน่งงานและระดับคะแนนเฉลี่ย กล่าวคือ ผู้ที่มีระดับตำแหน่งสูงจะมีคะแนนเฉลี่ยด้านทักษะภาษาอังกฤษสูงตามไปด้วย โดยพบว่า กลุ่มพนักงานทั่วไป มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 53% ในขณะที่กลุ่มพนักงานอาวุโส มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 57%, กลุ่มผู้จัดการ 60% และกลุ่มผู้จัดการอาวุโส 64% ตามลำดับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ เมื่อจำแนกคะแนนเฉลี่ยการวัดทักษะด้านภาษาอังกฤษของกลุ่มคนทำงานในประเทศไทย ตามสายอาชีพ จะพบว่า 3 สายอาชีพที่ได้ระดับคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด คือ 63% ได้แก่ นักหนังสือพิมพ์/บรรณาธิการ, นักการตลาด/พัฒนาธุรกิจ และเลขานุการผู้บริหาร ในขณะที่สายอาชีพที่มีทักษะอ่อนที่สุด คือ ผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งมีผลคะแนนเฉลี่ยเพียง 17%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผู้หางานหรือคนทำงานทั่วไปที่เข้ามาทำแบบทดสอบวัดทักษะด้านการสื่อสาร ภาษาอังกฤษในการทำงานผ่านแบบทดสอบ JobStreet ELA (JobStreet English Language Assessment) จะทราบผลคะแนนของตัวเอง โดยการแบ่งการวัดผลออกเป็น 4 ทักษะ ได้แก่ คำศัพท์ (Vocabulary), การสนทนา (Conversation), ไวยากรณ์ (Grammar) และความเข้าใจ (Comprehension) ซึ่งผู้หางานสามารถทราบว่าทักษะใดที่เป็นจุดแข็งและทักษะใดที่เป็นจุดอ่อน เพื่อนำไปฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ระบบยังแจ้งอันดับคะแนนโดยเปรียบเทียบกับผลคะแนนของผู้ที่อยู่ ในสายอาชีพเดียวกัน, ผลคะแนนของผู้ที่เคยทำแบบทดสอบทั้งหมดภายในประเทศที่ตนอยู่ และผลคะแนนของผู้ที่เคยทำแบบทดสอบทั้งหมดในฐานข้อมูลกว่า 1.5 ล้านคน จากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และไทย) โดยผู้หางานจะทราบว่า ผลคะแนนที่ตนเองได้นั้นจัดอยู่ในลำดับที่เท่าไหร่ของผู้ที่เคยทำแบบทดสอบใน กลุ่มดังกล่าว" นางสาวฐนาภรณ์ กล่าวเพิ่มเติม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้สนใจสามารถเข้ามาทำแบบทดสอบวัดทักษะด้านภาษาอังกฤษดังกล่าว ได้ที่ www.jobstreet.co.th/english&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(จ๊อบสตรีท, 11-6-2556)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวบ &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;2 นายหน้าลวง 50 คนไทยค้าแรงงานญี่ปุ่น &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. แถลงการจับกุม นายนพดล เทียนทิพย์จรัส อายุ 68 ปี และ นายสาธิต ปิ่นทอง อายุ 54 ปี นายหน้าหลอกลวงแรงงานไปประเทศญี่ปุ่น หลังจากผู้เสียหายร่วม 50 คน เข้าร้องเรียนกับตำรวจ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่า ถูกผู้ต้องหาทั้งสอง หลอกลวงว่าสามารถพาแรงงานไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ในตำแหน่งพนักงานโรงงาน ก่อสร้าง การเกษตร และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการคนละ 50,000 - 60,000 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดเดินทาง ผู้ต้องหากลับขอเลื่อนการเดินทางมาโดยตลอด จนกระทั่งหลบหนีและติดต่อไม่ได้ จนพนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสอง และติดตามจับกุมตัวไว้ได้ ซึ่งในการแถลงข่าววันนี้ มีกลุ่มผู้เสียหายเข้าชี้ตัว ผู้ต้องหาทั้งสองด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายนพดล มีประวัติการกระทำความผิดหลอกลวงแรงงานไปต่างประเทศ และฉ้อโกงประชาชน ตั้งแต่ปี 2539 ในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว สน.บางชัน และ สน.ทองหล่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ไอเอ็นเอ็น, 12-6-2556)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก.แรงงาน เตรียมเสนอบูรณาการ &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;“กองทุนเงินออมแห่งชาติ- สปส.” เข้า ครม. &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรุงเทพฯ 12 มิ.ย.- นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการบูรณาการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เข้ากับกองทุนประกันสังคม ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 40 ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 18 มิถุนาคมนี้ กระทรวงแรงงานจะเสนอร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคล ซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่...) พ.ศ...ให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบการเพิ่มทางเลือกที่ 3 ในมาตรา 40 แก่แรงงานอกระบบ (อาชีพอิสระ) ให้ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพอย่างเดียว (แบบ กอช.) เพื่อเป็นหลักประกันในการดำรงชีพของผู้ประกันตนอย่างยั่งยืน รวมถึงการกำหนดให้โอนงาน กอช.และบุคลากรที่มี 9 คน ให้มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม (สปส.)ที่มีความพร้อมทั้งด้านสำนักงาน บุคลากรและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลประหยัดงบประมาณไม่ต้องตั้งสำนักงานใหม่ และไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ กอช.ในระยะยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับกรณีสิทธิประโยชน์มาตรา40 (ทางเลือกที่ 3) ให้ความคุ้มครองเฉพาะกรณีชราภาพเท่านั้น โดยคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกต้องมีอายุ 15-60 ปี แต่ปีแรกจะออกบทเฉพาะกาลให้ผู้ที่มีอายุเกินกว่า 60ปี สามารถเข้าสู่ระบบการคุ้มครองได้ รวมทั้งกำหนดให้ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบ 100บาทต่อเดือน และรัฐบาลจ่ายสมทบให้ 100 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ จากการประมาณการว่าภายใน 5 ปี (2557-2561) จะมีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทั้ง 3 ทางเลือก จำนวน 21.4 ล้านคน และจะรัฐบาลจะต้องส่งเงินอุดหนุนเข้ากองทุนจำนวน 61,000 ล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(สำนักข่าวไทย, 12-6-2556)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปี &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;56 ภาคอุตสาหกรรมขาดแคลนแรงงาน 3.8 แสนคน &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)&amp;nbsp; เปิดเผยถึงผลการศึกษาภาวะการขาดแคลนแรงงานภาคอุตสาหกรรมว่า ในปี 56 ภาคอุตสาหกรรมขาดแคลนแรงงาน 380,000 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม&amp;nbsp; 43,520 คน&amp;nbsp; กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 36,606 คน&amp;nbsp; กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร&amp;nbsp; 30,825 คน&amp;nbsp; และอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 25,600 คน เป็นต้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมแก้ปัญหาระยะสั้น เช่น เร่งปรับปรุงเครื่องจักรและเทคโนโลยีหรือนำเข้าเครื่องจักรมาทดแทนแรงงาน หรือ การจ้างเอาท์ซอร์สให้นำงานไปจ้างเกษตรกรที่ว่างจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวในต่าง จังหวัด&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;ขณะที่ภาครัฐได้เร่งจัดทำข้อมูลด้านแรงงาน โดยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และ กระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp; เพื่อวางระบบการศึกษาและการอบรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นการศึกษาร่วมกันระหว่าง สศอ.&amp;nbsp; สถาบันเครือข่ายและสมาคมอุตสาหกรรมต่างๆ ชี้ว่าแนวโน้มการขาดแคลนแรงงานภาคอุตสาหกรรมยังมีเพิ่มต่อเนื่อง โดยในปี 56 ความต้องการแรงงานภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 5.85 ล้านคน ซึ่งตอนนี้ขาดแคลนอยู่ 380,000 คน&amp;nbsp; ส่วนในปี 57 ความต้องการแรงงานอยู่ที่ 5.91 ล้านคน คาดว่าจะขาดแคลน 395,000 คน โดยแรงงานที่ขาดแคลนพบว่า 95% เป็นแรงงานที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมไทยมีแนวโน้มขาดแคลนแรงงานมากมาจาก อัตราการเกิดของประชากรไทยมีแนวโน้มที่ลดลง ทำให้มีปริมาณแรงงานในวัยทำงานลดลงเรื่อยๆ&amp;nbsp; แต่ความต้องการแรงงานกลับเพิ่มขึ้นตามอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของการขาดแคลนแรงงานระดับล่างนั้นผู้ประกอบการได้แก้ปัญหาโดยการ ใช้แรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาทดแทนแต่ก็ยังขาดแคลนอยู่&amp;nbsp; ส่วนแรงงานฝีมือนั้นค่อนข้างที่จะเข้ามาทดแทนได้ลำบาก ดังนั้น สศอ. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งฝึกอบรมให้ความรู้กับช่างฝีมือด้านเทคนิค อย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(เดลินิวส์, 13-6-2556)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปคม.รวบหนุ่มใหญ่ ลวงแรงงานลงเรือประมง &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. แถลงข่าวจับกุม นายสายัน นิลวาส อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการบังคับใช้แรงงาน โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 26/3 หมู่ 4 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากผู้ต้องหาร่วมกับพวกหลอกลวงแรงงานไปทำงานบนเรือประมงในอ่าวไทย เหตุเกิดที่นิคมอุตสาหกรรม อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ต่อเนื่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2552 - 28 ก.พ. 2554 โดยผู้เสียหายถูกไต้ก๋ง ทราบเพียงว่าชื่อ นายมล บังคับให้ทำงานทั้งวันทั้งคืน หากไม่ยินยอมก็จะทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งเรือประมงได้เข้าไปในน่านน้ำประเทศมาเลเซีย แล้วถูกตรวจสอบ แรงงานบนเรือจึงได้รับการช่วยเหลือ และเข้าแจ้งความไว้ที่ บก.ปคม. ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเพื่อนอีกคนเป็นผู้ว่าจ้างให้ช่วยขับรถพาแรงงาน ส่งที่ท่าเรือปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจะได้รับเงินค่าจ้าง 5,000 บาท โดยไม่รู้ว่าเหยื่อถูกหลอกลวงมา และถูกส่งไปทำงานในเรือประมงดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ไอเอ็นเอ็น, 13-6-2556)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก.แรงงานแจงโอนกองทุน กอช.ให้ สปส.ดูแล &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน(รง.) กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงแรงงานจะเสนอให้ครม.เห็นชอบโอนงานกองทุนการออมแห่ง ชาติ (กอช.) และบุคลากรมาให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ดำเนินการพร้อมเสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทประโยชน์ทดแทนฯให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบเพิ่มทางเลือกที่ 3 ในมาตรา 40 แก่แรงงานอกระบบ (อาชีพอิสระ) ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ว่า เรื่องนี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุดให้กับแรงงาน นอกระบบ ซึ่งไม่ใช่การปฏิเสธนโยบายของพรรคการเมืองอื่นตามที่มีการวิจารณ์ แม้ว่าพ.ร.บ.การออมแห่งชาติ พ.ศ.2554 จะเกิดขึ้นในสมัยที่ไม่ใช่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าเห็นว่าอะไรไม่ดีหรือมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง เราก็ต้องกล้าดำเนินงานให้ดีขึ้นเพื่อไม่เป็นปัญหาในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนการบริหารงานของกองทุนกอช.ภายหลังการโอนงานมาให้สปส.ว่าให้ใช้ ทรัพยากรของสปส.ในด้านบุคลากร สถานที่และระบบเทคโนโลยีเพื่อประหยัดงบในภาพรวมและทำให้เกิดความสะดวกแก่ ประชาชนในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับสวัสดิการสังคม ดังนี้ 1.ให้มีการรับสมัครผู้ประกันตนและรับเงินผ่านช่องทางของสปส.ที่มีอยู่ทุก จังหวัดทั่วประเทศ 2.ในการปฏิบัติงานให้เจ้าหน้าที่สปส.ที่ปฏิบัติงานรองรับมาตรา 40 อยู่แล้วมาสานงาน กอช.ด้วย 3.แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่สปส.มีอยู่เพื่อรองรับการ ดำเนินงาน และ4.โอนย้ายพนักงานและลูกจ้างของ กอช.มาเป็นบุคลากร สปส. ทั้งนี้ สำหรับการบริหารเงินกองทุนกอช.เห็นควรให้สปส.บริหารกองทุนทั้งหมดเพราะ ปัจจุบันมีผู้แทนกระทรวงการคลังอยู่ในคณะอนุกรรมการบริหารการลงทุน ประกันสังคมอยู่แล้ว ส่วนงบประมาณคงเหลือที่ กอช.มีอยู่จำนวน 677 ล้านบาทต้องส่งคืนคลังและสปส.จะเสนอของบประมาณตามขั้นตอนปกติต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"การที่สปส.จะเปิดทางเลือกมาตรา 40 (3 ) โดยให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทนเฉพาะกรณีชราภาพ ซึ่งได้รับเป็นเงินบำนาญหรือบำเหน็จเมื่ออายุ 60 ปีนั้นไม่เป็นปัญหาในอนาคตต่อกองทุนสปส. เพราะไม่มีการค้ำประกันผลตอบแทนจากการลงทุนเหมือนเช่นกอช.จะดำเนินการให้มี การค้ำประกันผลตอบแทนการลงทุนไม่ต่ำกว่าเงินฝากประจำ 12 เดือนเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นปัญหาในการบริหารกองทุนละงบประมาณได้"นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(เนชั่นทันข่าว, 13-6-2556)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ่อชงครม.เพิ่มสิทธิ์แรงงานนอกระบบ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 มิ.ย. กระทรวงแรงงานเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติหลักการพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 (มาตรา 40) สำหรับแรงงานนอกระบบ แผน 3 เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ 2 แผน เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ ให้ความคุ้มครองกรณีชราภาพ โดยผู้ประกันตนอายุระหว่าง 15-60 ปี จ่ายเงินสมทบเดือนละ 100 บาท สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และรัฐบาลสมทบอีกเดือนละ 100 บาท จนครบอายุ 60 ปี จะได้รับเงินคืนใน รูปแบบบำเหน็จ หรือบำนาญ ซึ่งเมื่อผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ กระทรวงแรงงานพร้อมรับสมัครผู้ที่สนใจ และดำเนินการได้ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันคนไทยวัยทำงานมีอยู่ประมาณ 40 ล้านคน เป็นแรงงานในระบบ 11 ล้านคน แรงงานนอกระบบ 24 ล้านคน โดยกลุ่มแรงงานนอกระบบ ที่ทำงานอิสระปัจจุบันเข้ามาสมัครเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 อยู่ที่ 1.4 ล้านคน ทั้งในแผน 1 และแผน 2 มั่นใจว่าหลังจากเปิดรับสมัครแผน 3 จะทำให้ตัวเลขผู้ประกันตน เพิ่มเป็น 2-2.5 ล้านคน เพราะผู้ที่ทำแผน 1 และแผน 2 ไว้แล้วสามารถมาใช้สิทธิ์สมัครแผน 3 ได้ทันที หรือจะเลือกประกันตนในแผน 3 แบบเดียวก็ได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนกรณีที่การทำหน้าที่ของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) มีความใกล้เคียงกองทุนประกันสังคม เรื่องสวัสดิการด้านการชราภาพ แรงงานนอกระบบ กระทรวงการคลัง และกระทรวงแรงงาน จึงได้หาแนวทางในการหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน โดยได้นำเสนอให้โอนงานของ กอช. มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม ที่มีความพร้อมด้านสำนักงานที่มีอยู่กว่า 100 แห่งทั่วประเทศ บุคลากร และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐบาลได้เป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ข่าวสด, 14-6-2556)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"โต้ง" สั่งยุบ กอช. &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้เห็นชอบเสนอเรื่องการควบรวมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กับกองทุนประกันสังคม ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินบรรจุเข้าวาระการประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ โดยจะมีการแก้ไขกองทุนประกันสังคมมาตรา 40 เพื่อให้นำ หลักการ กอช.เข้าไปอยู่ด้วย โดยก่อนหน้านี้ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.ประชาธิปัตย์ อดีต รมว.คลัง ที่ผลักดัน กอช. ได้ยื่นเรื่องกับประธานวุฒิสมาชิก ให้ถอดถอนนายกิตติรัตน์ ออกจากตำแหน่ง เพราะทำผิดกฎหมายรัฐ ธรรมนูญมาตรา 170 ไม่ยอมดำเนินการตามกฎหมาย กอช. ที่ให้มีการรับสมาชิกภายใน 1 ปี หลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ข่าวสด, 16-6-2556)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เปิดข้อมูลพบเยาวชนว่างงานมากกว่าผู้ใหญ่กว่า &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;5 เท่า &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;กรุงเทพฯ 17 มิ.ย.- องค์กรแรงงานระหว่างประเทศเผยข้อมูลเยาวชนว่างงานมากกว่าผู้ใหญ่ 5.3 เท่า พบเด็กตกงาน 36 ล้านคน ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สะท้อนปัญหาหลักสูตรการศึกษา ไม่สอดคล้องอาชีพแห่งความเป็นจริงที่ต้องมีทักษะและการปฏิบัติ&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดประชุมเสวนาวิชาการนานาชาติด้านการศึกษา ครั้งที่ 3 หัวข้อ “เยาวชนกับการจ้างงาน” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการจ้างงานจากองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกมาเป็นผู้นำเสนอข้อมูล โดย นายมัตทิเยอ คอนยัก ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ กล่าวว่า พบข้อเท็จจริงของเยาวชนในโลก 73 ล้านคน เป็นคนตกงาน 36 ล้านคน ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และมีอัตราการว่างงานโดยเฉลี่ยสูงกว่าผู้ใหญ่ถึง 5.3 เท่า และไทยมีสถานประกอบการนอกระบบขนาดใหญ่มาก ส่งผลให้มีโอกาสถูกจ้างให้ทำงานที่ไม่เหมาะสม ไม่มีคุณภาพ ไม่มีกลไกปกป้องทางสังคมที่เข้มแข็ง จึงถูกบังคับให้ทำงานนอกระบบ และหลายคนทำงานแลกกับรายได้ที่ไม่พอเลี้ยงชีวิต ดังนั้นความท้าทายของปัญหาไม่ใช่แค่การสร้างงาน&amp;nbsp; แต่ยังรวมถึงงานที่มีศักดิ์ศรีและค่าตอบแทนที่เหมาะสม&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;“สิ่งที่เรียนรู้ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือศูนย์ฝึกอาชีพไม่สอดคล้องความต้องการของตำแหน่งงานในตลาด&amp;nbsp; ที่ผ่านมา พบว่ามีเยาวชนผู้ด้อยโอกาสอีกจำนวนมาก ที่เข้าไม่ถึงหลักสูตรที่สร้างเสริมทักษะ ทั้งยังขาดการอบรมให้ความรู้และแนะแนวอาชีพในรูปแบบต่าง ๆ บางครั้งอาจมีทักษะ แต่ไม่ได้นำมาใช้กับการทำงานของตน&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเยาวชนจำนวนมากขวนขวายเพื่อให้ได้ปริญญา หรืออนุปริญญา&amp;nbsp; แต่ไม่ใช่สิ่งที่ตลาดแรงงานหรือผู้ประกอบการต้องการ&amp;nbsp; หนทางแก้ไขคือการส่งเสริมให้เยาวชนสั่งสมประสบการณ์การทำงานไว้แต่เนิ่น ๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผ่านโครงการฝึกอบรม หรือการฝึกงาน&amp;nbsp; อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ สถานศึกษาควรมีหลักสูตรที่สอนให้ทราบถึงการเป็นผู้ประกอบการเป็นอย่างไร ไม่ใช่การสอนให้เขารู้แค่การประกอบอาชีพ เป็นลูกจ้าง เป็นพนักงานเท่านั้น พร้อมทั้งปลูกฝังให้ตระหนักถึงสิทธิของตนในที่ทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้ถูก เอารัดเอาเปรียบในทุกรูปแบบ" ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ กล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(สำนักข่าวไทย, 17-6-2556)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ไอโอเอ็มชื่นชมระบบดูแลสุขภาพต่างชาติ-ครอบครัวของรัฐบาลไทย &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;17 มิ.ย.-รมว.สาธารณสุข เผยไอโอเอ็มชื่นชมระบบการดูแลสุขภาพของแรงงานต่างชาติและครอบครัวของรัฐบาลไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงมาตรการดูแลสุขภาพแรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้ามาใช้แรงงานในประเทศ ไทยว่า สธ. มีนโยบายให้แรงงานต่างชาติ สัญชาติพม่า กัมพูชา และลาว ต้องผ่านการตรวจสุขภาพทุกคน โดยได้ให้ทุกจังหวัดเร่งตรวจสุขภาพของแรงงาน และนำเข้าสู่ระบบการประกันสุขภาพอย่างใดอย่างหนึ่ง คือประกันสังคม หรือประกันสุขภาพถ้วนหน้า ต่างชาติที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม รวมทั้งบุตรที่อายุไม่เกิน 15 ปี และผู้ติดตามทุกคนจะต้องตรวจสุขภาพและซื้อประกันสุขภาพกับ สธ. ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยจะได้รับสิทธิการดูแลทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม ป้องกันโรค เช่น ฉีดวัคซีนต่างๆ การส่งเสริมสุขภาพอื่นๆ การรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรการดูแลสุขภาพต่างชาติที่ชัดเจนของรัฐบาลไทยได้รับความสนใจจาก องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือไอโอเอ็ม (International Organization for Migration : IOM) เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะลดความเสี่ยงเกิดโรคทั้งกลุ่มคนต่างชาติและคนไทยแล้ว การมีหลักประกันการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยจะช่วยเพิ่มผลิตภาพของแรงงานและ ความมั่นคงในระยะยาว นำไปสู่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับประเทศต้นทางที่เป็นเพื่อนบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(สำนักข่าวไทย, 17-6-2556)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/IHJjj4Z71C4" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47266#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-0">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-0">แรงงาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1-0">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">วิทยากร</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 11:43:15 +0000</pubDate>
 <dc:creator>wittayakorn</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47266 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47266</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>‘บูหงารายา’ รุ่นใหม่ เป้าหมายเพื่อสันติภาพ ยกระดับตาดีกา มุ่งพัฒนาคน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/kMLnylaJFOs/47265</link>
 <description>&lt;p&gt;รู้จักกลุ่มบูหงารายารุ่นใหม่ จากนักศึกษาสู่นักกิจกรรมเพื่อสังคมชายแดนใต้ มุ่งยกระดับการศึกษา พัฒนาตาดีกาเพื่อพัฒนาคุณภาพคน เป้าหมายเพื่อสันติภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm3.staticflickr.com/2881/9073973751_19e1a9fde9.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;strong&gt;ฮาซัน ยามาดีบุ – ทวีศักดิ์ ปิ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บูหงารายา เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งมีหลายสีแต่ไม่มีกลิ่น หากแต่บูหงารายาในที่นี้หมายถึง กลุ่มบูหงารายา ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของนักศึกษาหลายสถาบันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2551&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับเป็นกลุ่มนักกิจกรรมเพื่อสังคมที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในพื้นที่ในขณะนี้ ในฐานะที่เคยเป็นองค์กรแรกๆ ที่ทำงานด้านสื่อทางเลือกท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ แต่ปัจจุบันบทบาทด้านสื่อได้ยุติลงไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทุกวันนี้ เหล่านักกิจกรรมในนามกลุ่มบุหงารายารุ่นใหม่ กำลังมุ่งเน้นงานด้านการยกระดับการศึกษาของคนในพื้นที่ ในประเด็นที่ค่อนข้างท้าทาย เพื่อเตรียมรับกับสันติภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มบูหงารายารุ่นใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายฮาซัน บินมูฮำหมัดตอลา ยามาดีบุ ประธานกลุ่มบูหงารายาคนปัจจุบัน เปิดเผยว่า กลุ่มบูหงารายาก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2551 โดยการรวมกลุ่มของนักศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มบูหงารายา ใช้ดอกชบาสีชมพูเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งหมายถึงการต่อสู้เพื่อสันติภาพ ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง แต่ในขณะนั้น คำว่า “บูหงารายา” ถูกตีความว่าหมายถึง ดินแดนฟาฏอนีย์ จึงเป็นคำที่ไม่ค่อยมีใครต่อใครในพื้นที่กล้าพูดมากนัก จึงเป็นคำที่ค่อนข้างอ่อนไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทำงานของกลุ่มบูหงารายารุ่นแรกๆ จะทำงานด้านสื่อ สิทธิเด็ก สตรีและการศึกษา นับเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ทำงานสื่อทางเลือกในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต่อมางานด้านสื่อ สิทธิเด็กและสตรีได้เลิกไปในปีพ.ศ.2553 เหลือบทบาทด้านการศึกษาเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สาเหตุที่ต้องหยุดงานด้านสื่อ สิทธิเด็กและสตรีไป เพราะได้รับความกดดันหลายอย่าง ประกอบกับคนทำงานด้านสื่อในกลุ่มมีจำนวนน้อย รวมทั้งมีองค์กรด้านสื่อ สิทธิเด็กและสตรีเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่องค์กรด้านการศึกษายังมีน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สาเหตุที่กลุ่มบุหงารายาเป็นที่รู้จักในพื้นที่ ต้องยอมรับว่ามาจากงานด้านสื่อ เพราะช่วยให้ชาวบ้านได้รับข้อมูลความจริงผ่านเว็บไซต์และวารสารของกลุ่มบูหงารายา รวมกับกิจกรรมอื่นๆที่หลากหลาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกๆ การทำงานของกลุ่มบูหงารายา ก็พบกับอุปสรรค์มากมาย เช่น การถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นหอพักซึ่งใช้เป็นที่ทำงานของกลุ่ม รวมทั้งการถูกบล็อกเว็บไซต์ จนกระทั่งเว็บของสำนักสื่อบูหงารายาได้ปิดตัวลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มุ่งภารกิจด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพคน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายฮาซัน เปิดเผยต่อไปว่า หลังจากกลุ่มบูหงารายา เริ่มเน้นเรื่องการศึกษา ทำให้ได้รับการตอบรับจากสังคมในพื้นที่ค่อนข้างดี เห็นได้จากศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือPERKASA ได้เชิญกลุ่มบูหงารายาไปร่วมงานด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮาซัน เปิดเผยต่อไปว่า ส่วนกิจกรรมของกลุ่มบูหงารายาปัจจุบัน เช่น การจัดโครงการยกระดับโรงเรียนตาดีกา และการจัดเวทีสาธารณะทางด้านการศึกษา โดยได้งบประมาณจากธนาคารโลก ผ่านมูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวทางในอนาคตของกลุ่มบูหงารายา มุ่งไปที่การวางระบบโรงเรียนตาดีกาให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ โดยพยายามจะยกระดับเป็นเหมือนโรงเรียนประถมศึกษาและได้วุฒิการศึกษาด้วย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ท้าทายพอสมควร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุที่ต้องทำ เพราะรัฐไม่มีนโยบายที่ดีพอและเหมาะสมกับพื้นที่ แต่การยกระดับตาดีนั้นกลุ่มบูหงารายาต้องการให้ชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการเอง ขณะนี้มีโรงเรียนตาดีกานำร่องที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา อาจจะมีลักษณะโรงเรียนเอกชนที่สอนทั้งวิชาสามัญและศาสนาหลายแห่งในพื้นที่ แต่เป็นการยกระดับจากโรงเรียนตาดีกาที่ชุมชนเป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ลักษณะการสอนคือ จะมีการสอนด้วยภาษามลายูตามปกติ แต่มีการเพิ่มวิชาเหมือนกับที่สอนอยู่ในโรงเรียนของรัฐเข้าไปด้วย เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เป็นต้น เป็นการนำหลักสูตรระดับประถมศึกษาเข้าไปในโรงเรียนตาดีกา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลที่ตามมาคือ กลับทำให้เด็กนักเรียนมีผลการเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐดีขึ้น เพราะมีผลการศึกษาวิจัยที่ยืนยันว่า เด็กจะเรียนหนังสือได้ดีถ้าได้เรียนด้วยภาษาแม่ของตัวเอง เพราะจะเข้าใจวิชาเรียนได้ดี จากนั้นเมื่อไปเรียนด้วยภาษาอื่นแล้วก็จะทำให้เรียนได้ดีขึ้นไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮาซัน ทิ้งท้ายว่า เป้าหมายสูงสุดของกลุ่มบูหงารายาคือสันติภาพ แต่สันติภาพจะเกิดขึ้นได้อย่างไรถ้าคนของเราไม่มีการศึกษา ไม่มีความรู้และไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ดังนั้น ภารกิจของเราคือทำให้ประชาชนมีการศึกษาและช่วยเหลือตัวเองได้&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/kMLnylaJFOs" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47265#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C-0">สัมภาษณ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87">ความมั่นคง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89">ชายแดนใต้</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2">นักศึกษา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2">บูหงารายา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E">สันติภาพ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99">เยาวชน</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 11:35:26 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47265 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47265</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ความย้อนแย้งของ ‘ข่าวกับสันติภาพ’ เสียงสะท้อนข้อจำกัดของสื่อมวลชน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/9cTHOCppZlA/47264</link>
 <description>&lt;p&gt;เวทีสื่อเสวนา “การรายงานข่าวกระบวนการสันติภาพ” นักวิชาการชี้ข้อจำกัดในการทำงานของสื่อในสถานการณ์ใหม่ ชี้ยังตามไม่เท่าทันและต้องการองค์ความรู้เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัด แนะองค์กรสื่อปฏิรูปตัวเอง นักจัดรายการวิทยุในพื้นที่ย้ำชาวบ้านต้องการความรู้ เพื่อหนุนเสริมสันติภาพ ผู้รู้ต้องโดดมาร่วม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="text-align: center;"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm3.staticflickr.com/2856/9076149900_d4021ff128.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2556 กลุ่มมีเดีย อินไซด์ เอ้าท์ (Media inside out) โดยความสนับสนุนของโครงการสะพาน ร่วมกับกลุ่มเอฟทีมีเดียและเพื่อน และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSW) จัดสื่อเสวนา “การรายงานข่าวกระบวนการสันติภาพ” ที่ห้องประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายแวะหามะ แวกือจิก หัวหน้าสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันสลาตัน นายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน บรรณาธิการอาวุโส ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ นางสาวติชิลา พุทธสาระพันธ์ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส และผศ.วลักษณ์กมล จ่างกมล คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี โดยมีนางสาวนวลน้อย ธรรมเสถียร จากกลุ่มเอฟทีมีเดีย ดำเนินการเสวนา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อเสวนาครั้งนี้มีการถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันสลาตันที่ออกอากาศกระจายเสียงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และถ่ายทอดเสียงผ่านเว๊บไซต์ของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSW) และมีสื่อมวลชนในพื้นที่และผู้สนใจเข้าร่วมฟังเสวนากว่า 30 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความย้อนแย้งของข่าวกับสันติภาพ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผศ.วลักษณ์กมล กล่าวถึงธรรมชาติของการรายงานข่าวกระบวนการสันติภาพว่า เป็นกระบวนการทำงานที่มีลักษณะย้อนแย้งระหว่างธรรมชาติของการรายงานข่าวกับธรรมชาติของกระบวนการสันติภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กล่าวคือ กระบวนการสันติภาพเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องการองค์ความรู้ในการอธิบาย ในขณะที่การทำงานของสื่อต้องการความกระชับในการรายงานข่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเด็นต่อมา กระบวนการสันติภาพเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ทั้งในจุดเริ่มต้นและการเดินทางสู่เป้าหมายสุดท้าย แต่การรายงานข่าวของสื่อ ต้องการความรวดเร็วทันท่วงทีในการตอบสนองต่อผู้รับข่าวสาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่งคือ กระบวนการสันติภาพเต็มไปด้วยข้อมูลมากมายที่ไม่ชัดเจน และอาจจะไม่เป็นที่สนใจของสาธารณะ แต่การรายงานข่าวต้องการความเร้าใจ ดึงดูดใจในการนำเสนอ ซึ่งอาจจะไม่สอดคล้องกับเป้าหมายในการสนองตอบต่อผู้บริโภคสื่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“กระบวนการสันติภาพที่นำไปสู่ความสำเร็จ คือการคลี่คลายความตึงเครียด หรือการยุติความตื่นเต้นของเหตุรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้น และมุ่งสู่ความสงบสุข ในขณะที่การนำเสนอข่าวของสื่อนั้น ต้องการในทิศทางที่ตรงข้าม คือต้องการขายความขัดแย้ง ความรุนแรง” ผศ.วลักษณ์กมลกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความย้อนแย้งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ กระบวนการสันติภาพเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในที่ลับ หรือเป็นกระบวนการทำงานของคนเฉพาะกลุ่มที่ดำเนินการอยู่ ในขณะที่สื่อต้องการข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและช่วงชิงการนำเสนอข้อมูลข่าวให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งธรรมชาติเหล่านี้เป็นเรื่องที่ย้อนแย้ง และเป็นรากเหง้าของปัญหาที่เกิดขึ้นในการรายงานข่าวกระบวนการสันติภาพที่ไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สื่อต้องจัดกระบวนใหม่เพื่อนำเสนอสันติภาพ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผศ.วลักษณ์กมลได้เรียกร้องและมีข้อเสนอผ่านสื่อเสวนาครั้งนี้ว่า ต้องการเห็นองค์กรสื่อปรับตัวต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดกระบวนการสันติภาพนี้ โดยอาจจะออกแบบการทำงาน รวมทั้งการจัดการเนื้อหาในทุกขั้นตอนที่สอดคล้องกับกับสถานการณ์จริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวอย่างเช่น การจัดโต๊ะข่าวเฉพาะกิจที่ดูแลเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพ การจัดการนำเสนอข่าวที่สอดคล้องกับบริบทกระบวนการสันติภาพที่เกิดขึ้นเป็นการเฉพาะ หรือการทำงานของสื่อในบทบาทของความร่วมมือทั้งระหว่างองค์สื่อด้วยกันเองกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสันติภาพ รวมทั้งการร่วมมือระหว่างองค์กรสื่อกับภาคส่วนสาธารณะที่มีอยู่อย่างมากมายในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ไม่มีใครปฏิเสธว่าสันติภาพไม่มีความจำเป็น เพราะทุกฝ่ายต้องการสันติภาพ ดังนั้นหากสื่อมีเป้าหมายชัดเจนว่า ต้องการให้เกิดสันติภาพที่ปลายทางแล้ว ทุกๆ ขั้นตอนของการสื่อสารของสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสันติภาพ จะต้องออกแบบและจัดการที่เป็นระบบที่ชัดเจน คิดว่า อันนี้จะเป็นบทบาทใหม่ในกระบวนการปฏิรูปสื่อที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างสันติภาพที่แท้จริง”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สะท้อนเสียงจากพื้นที่ เริ่มเชื่อมั่นสันติภาพ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแวหามะ แวกือจิก หัวหน้าสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันสลาตัน (Media Selatan) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุภาษามลายูชื่อรายการ “โลกวันนี้” ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงพฤหัส ตั้งแต่เวลา 20.00 - 22.00 น. และมีการเปิดให้ประชาชนโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยในรายการได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแวหามะ กล่าวว่า หลังการพูดคุยสันติภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2556 ประชาชนที่แสดงความเห็นผ่านรายการกว่า 80% ไม่เชื่อว่ามีการพูดคุยสันติภาพเกิดขึ้นจริง แต่คิดว่าเป็นการจับมาพูดคุย มีการบังคับให้ฝ่ายที่เห็นต่างจากรัฐต้องมานั่งโต๊ะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่หลังการพูดคุยเพื่อสันติภาพครั้งที่ 2 ประชาชนกว่า 80% กลับมีความเชื่อมั่นในกระบวนการพูดคุย และเชื่อมั่นว่าจะเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาภาคใต้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวบ้านต้องการความรู้ เพื่อช่วยดูแลสันติภาพ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“สิ่งสำคัญที่สุดคือ ชาวบ้านต้องการองค์ความรู้ เขาต้องการรู้ความจริง ซึ่งการสื่อสารโดยสื่อวิทยุเป็นการสื่อสารสองทาง ที่จะทุกคนสามารถเข้ามาเปิดประเด็นการพูดคุยและแลกเปลี่ยนกันได้ ดังนั้น คนที่มีความรู้เรื่องกระบวนการสันติภาพจะต้องเข้ามามีส่วนในการบอกกล่าวข้อเท็จจริงที่แท้จริงด้วย เพราะขณะนี้เป็นเวลาที่เอื้อต่อการพูดคุยเรื่องนี้ต่อสาธารณะ” นายแวหามะ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแวหามะ สะท้อนว่า ชาวบ้านเปรียบเทียบกระบวนการสันติภาพครั้งนี้เสมือนเด็กที่คลอดก่อนกำหนด อายุครรภ์เพียง 7 เดือน เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีใครคาดคิดว่า จะเกิดกระบวนการสันติภาพระหว่างรัฐไทยกับกลุ่ม BRN ได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลให้เด็กน้อยที่ชื่อ “สันติภาพ” อยู่รอดและเติบโต ปลอดภัยให้จงได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สื่อต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกกลุ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน กล่าวว่า ในการสื่อสารกระบวนการสันติภาพ สื่อต้องเป็นพื้นที่ของความหลากหลาย ต้องเป็นพื้นที่สื่อสารสำหรับทุกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนในระดับชุมชนหมู่บ้าน รวมทั้งสำหรับองค์กรประชาชน ภาคประชาสังคมที่จะต้องมีผลลัพธ์หรือเนื้อหาออกสู่สาธารณะ ไม่ใช่เป็นพื้นที่สำหรับกลุ่มชนชั้นนำที่มีบทบาทบนโต๊ะเจรจาพูดคุยเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“กระบวนการสันติภาพต้องการเสียงที่หลากหลาย และเป็นกระบวนการที่ต้องการให้มีการชนะทั้งคู่ แบบ win win ไม่ใช่การเอาชนะกัน การสื่อสารกระบวนการสันติภาพต้องสร้างสมดุลข่าวสารให้เกิดขึ้นด้วย แม้ในพื้นที่มีคนมลายูมากกว่า แต่อัตลักษณ์ของคนพุทธ คนจีนในพื้นที่ต้องได้รับการพิจารณา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน ยังกล่าวอีกว่า สื่อจำเป็นต้องรู้ขั้นตอนในกระบวนการสันติภาพ เช่น ขณะนี้ภาคประชาสังคมในพื้นที่ได้เสนอแผนที่เดินทางหรือ Road Map ของกระบวนการสันติภาพ ซึ่งสื่อจำเป็นต้องทำความเข้าใจ Road Map นี้ เพื่อให้เข้าใจว่า ควรจะเสนอประเด็นอะไรที่สอดคล้องกับบริบทความเป็นจริง และสื่อจะเป็นตาข่ายนิรภัย (Safety Net) ทางความคิดที่จะช่วยโอบอุ้มกระบวนการสันติภาพไปสู่เป้าหมายปลายทางได้ในที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/9cTHOCppZlA" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47264#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87">ความมั่นคง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89">ชายแดนใต้</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E">สันติภาพ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%99">สื่อมวลชน</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 11:28:22 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47264 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47264</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>รุจ ธนรักษ์(นามแฝง)</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/wvZyCAf4pfg/47263</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-filefield field-field-picture-small"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;a href="/quote/2013/06/47263" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"&gt;&lt;img src="http://prachatai.com/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/superman.jpg" alt="" title="" width="100" height="100" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon"/&gt;&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;"ประเทศเราจะเจริญกว่านี้ไหม ถ้าผู้คนในประเทศปลูกข้าวกันน้อยลง แต่มีโอกาสลืมตาอ้าปาก มาประกอบอาชีพอื่นๆกันมากขึ้น"&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-quote-detail"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    17 มิ.ย.56, ในบทความ &amp;quot;เรื่องของข้าว&amp;quot;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/wvZyCAf4pfg" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">ข้าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">โครงการรับจำนำข้าว</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 09:19:07 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user007</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47263 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/quote/2013/06/47263</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>นิธิ เอียวศรีวงศ์: มะงุมมะงาหราไปข้างหน้า แต่ไม่ถอยกลับ !</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/KvaU3ohbhBk/47262</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;
&lt;div&gt;กรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 500 คน พากันไปคุกคามเวที "เดินหน้าผ่าความจริง" ของ ปชป.ที่ลำพูนในวันที่ 8 มิ.ย. คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ได้แสดงความเห็นคัดค้านไว้อย่างดีในเฟซบุ๊กของเขา ผมเห็นด้วยกับคุณสมบัติอย่างเต็มที่ และไม่มีอะไรจะกล่าวเสริมไปกว่านั้น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;แต่เบื้องหลังการกระทำที่ "น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง" นี้ เท่าที่ผมพยายามสืบมาได้นั้นน่าสนใจ เพราะสะท้อนพัฒนาการของขบวนการคนเสื้อแดง อย่างน้อยก็ในจังหวัดภาคเหนือ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เสื้อแดงในเชียงใหม่และลำพูนนั้นประกอบด้วยคนที่อยู่ร่วมกับ "แกนนำ" หลายกลุ่ม ที่เรียกว่า "แกนนำ" คือคนที่ดำเนินกิจการสื่อ ที่สำคัญคือวิทยุท้องถิ่น หรือวิทยุออนไลน์ หรือเว็บไซต์ แกนนำเหล่านี้ช่วงชิงเสื้อแดงระหว่างกัน แม้ไม่ถึงกับโจมตีกันอย่างโจ่งแจ้งนัก แต่ฟังให้ดีก็จะเห็นรอยร้าว และการเสียดสีกันอยู่เป็นประจำ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;แนวนโยบายทางการเมืองหลักๆ อาจไม่ต่างกันนัก แต่ต่อประเด็นต่างๆ อาจมีความเห็นไม่ตรงกันเลย เช่นระหว่างร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของ ส.ส.วรชัย เหมะ กับร่าง พ.ร.บ.ปรองดองของ คุณเฉลิม อยู่บำรุง บางฝ่ายสนับสนุนคุณเฉลิม เพื่อจะได้ทักษิณกลับมาไวๆ อีกบางฝ่ายอยากได้ทักษิณกลับมาไวๆ เหมือนกัน แต่รับไม่ได้กับการปล่อยฆาตกรลอยนวล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ความแตกต่างที่สำคัญควรตราไว้ก็คือ แกนนำบางกลุ่มให้การสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพราะที่จริงแกนนำเองก็เข้ารับตำแหน่งในรัฐบาล กินเงินเดือนในฐานะข้าราชการการเมืองอยู่ แต่อีกบางกลุ่มมีข้อสงวน กล่าวคือสนับสนุนให้รัฐบาลอยู่ได้ เพราะรับไม่ได้ที่จะปล่อยให้ฝ่ายค้านจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่จำเป็นว่าจะเห็นสอดคล้องกับรัฐบาลไปทุกเรื่อง พูดอีกอย่างหนึ่งคือความเป็นอิสระกว่า&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;หนึ่งในกลุ่มแกนนำต่างๆ เหล่านี้ (อาจอยู่ระดับชายขอบ ซึ่งก็ดี เพราะทำให้เขาบอกสิ่งที่เขารู้ได้เต็มที่) บอกผมว่า ที่จริงเกือบทุกกลุ่มได้รับการสนับสนุนทางใดทางหนึ่งจาก "เจ๊" หรือคนของ "เจ๊" ในความเห็นของเขา พรรคเพื่อไทยเองก็ยินดีกับความแตกแยกของเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ เพราะทำให้เสื้อแดงไม่สามารถต่อรองอะไรกับพรรคได้ พรรคเองเลือกบางกลุ่มว่าเป็นคนของพรรค และทิ้งบางกลุ่มว่าไม่ใช่คนของพรรค (แต่ก็คิดว่าตัวเองคุมได้)&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ผมใช้คำว่าพรรคเพื่อไทยตามเขา แต่ที่จริงแล้วถามว่าอะไรคือพรรคเพื่อไทย คงตอบไม่ได้ง่ายๆ ที่แน่นอนก็คือพรรคไม่ได้เป็นองค์กรที่พัฒนาถึงระดับ "สถาบัน" คือขาดความสามารถในการปรับตัว, วินัย, มีเครือข่ายองค์กรลงลึก, และเป็นอิสระจากกลุ่มผลประโยชน์ (ตามทรรศนะของ Samuel P. Huntington)&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ดังนั้น คำว่าพรรคเพื่อไทยของเขาคงหมายถึง "เจ๊" และบริวารเท่านั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า "เจ๊" และบริวารคือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;กรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนความสัมพันธ์ภายในของขบวนการคนเสื้อแดงได้ดีคนเสื้อแดงโดยทั่วไปรับไม่ได้กับการที่ปชป.จะมา"เดินหน้าผ่าความจริง" ที่ ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน เพราะมีชาวบ้านในตำบล 2 ราย ถูกยิงเสียชีวิตในการชุมนุมเมื่อปี 2553 ปัญหาคือจะตอบโต้ ปชป.อย่างไร&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;กลุ่มหนึ่งซึ่งออกมาปฏิเสธว่าตนไม่เกี่ยวข้อง ก็คงไม่เกี่ยวข้องจริงๆ เพราะวิทยุของพวกเขาไม่ได้ประสานให้เสื้อแดงในจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาประท้วง กลุ่มนี้สัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลอย่างใกล้ชิด การประท้วงด้วยความรุนแรงเป็นภัยต่อรัฐบาลเอง เขาอ้างว่าเขาจัดเวทีคู่ขนานในลำพูน แต่ห่างกันถึง 3 กม. ไม่ได้ไปเผชิญหน้ากับผู้สนับสนุน ปชป.ในที่เกิดเหตุ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;กลุ่มที่เป็นแกนนำการประท้วงในที่เกิดเหตุ คือกลุ่มที่แม้ได้รับความช่วยเหลือจาก "เจ๊" เหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับเป็นส่วนหนึ่งของคนรัฐบาล ระดมเสื้อแดงจากเชียงราย, เชียงใหม่, ลำปาง ไปร่วมกับเสื้อแดงลำพูนในการประท้วง เจตนาเดิมคือต้องการไปถามผู้นำ ปชป.ว่าคุณฆ่าเขาทำไม แต่ก็บานปลายจนมีการโจมตีกันด้วยหนังสติ๊ก&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;กลุ่มที่ออกมาปฏิเสธอาจเดือดร้อนเพราะมีคนเสื้อแดงที่สวมเสื้อซึ่งมีตราหรือข้อความของพวกเขาคือ"รักเชียงใหม่๕๑"อยู่ด้วย จึงอ้างว่ามีการจ้างคน 300 คน ให้สวมเสื้อนั้น ไปปะปนกับฝูงชนเพื่อใส่ร้ายกลุ่มเสื้อแดงของเขา แต่ความจริงแล้วสมาชิกของสองกลุ่มนี้ เคยสังกัดกลุ่มเดียวมาก่อน จึงไม่แปลกที่หลายรายยังใช้เสื้อของอีกกลุ่มหนึ่ง ทั้งๆ ที่ปฏิบัติการกับอีกกลุ่มหนึ่ง และเดิมก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ปชป.แต่อย่างไร&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;โดยไม่มีข้อมูลดิบอะไรเพิ่มเติม ผมให้สงสัยว่า ในการแย่งชิงมวลชนคนเสื้อแดงระหว่างกลุ่มต่างๆ นั้น ยุทธวิธีที่ใช้น่าจะมีอยู่สองอย่าง หนึ่งคือการดึงทรัพยากรออกมาเฉลี่ย กลุ่มใดที่เข้าถึง "เจ๊" ได้มาก ก็อาจมีทรัพยากรออกมาเฉลี่ยได้มาก ในขณะที่กลุ่มซึ่งมีเสื้อแดงสนับสนุนมาก ก็มีทรัพยากรเฉลี่ยได้มากเช่นกัน (เช่นเวลาชุมนุม มีข้าวแกงน้ำแข็งเลี้ยงดูกัน) สรุปก็คือการมีทรัพยากรสำหรับเฉลี่ยกันเป็นเงื่อนไขสำคัญ ไม่ว่าทรัพยากรนั้นจะได้จากที่ใด ยุทธวิธีที่สองคือยกระดับการเคลื่อนไหวให้แหลมคมมากขึ้น เป็นการเอาใจผู้คนซึ่งว้าวุ่นอยู่เวลานี้ (ใจเขาใจเรานะครับ ฟังความหยาบคายป่าเถื่อนของรายการทีวีบลูสกายก็จะเข้าใจประเด็นนี้ได้ดี) เสื้อแดงก็มีเหตุที่จะต้องว้าวุ่นใจอยู่ไม่น้อยไปกว่าเสื้อเหลือง, สลิ่ม และหน้ากากขาว ก็คน "กำพืด" เดียวกันทั้งนั้น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ทั้งหมดนี้ดูเหมือนขบวนการคนเสื้อแดงกำลังแตกร้าวกันเอง ซึ่งก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความแตกร้าวในขบวนการ แต่นั่นเป็นชะตากรรมของขบวนการหรือองค์กรเคลื่อนไหวของมวลชนระดับล่าง (sabaltern) ที่ไหนๆ ก็เคยเผชิญมาแล้วทั้งนั้น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;การที่มวลชนคนระดับล่างในสังคมหนึ่งๆ จะถูกจัดองค์กร (organized) ขึ้นเป็นขบวนการนั้น มีความสำคัญต่อพัฒนาการของระบบการเมืองประชาธิปไตยอย่างยิ่ง ในยุโรปองค์กรของมวลชนคนระดับล่างนี่แหละที่ทำให้ต้องขยายสิทธิเลือกตั้งให้เป็น "สากล" แก่ทุกคนในสังคม และเพราะกุมคะแนนเสียงเลือกตั้งไว้ในมือ จึงทำให้พรรคการเมืองต้องลงมาเชื่อมต่อ และจัดองค์กรให้ตอบสนองต่อคะแนนเสียงนี้ให้ได้ จึงเป็นพลังบังคับให้การพัฒนามีลักษณะเท่าเทียมกัน&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ในขณะเดียวกัน ก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่า ในทุกสังคมทั้งยุโรป, ละตินอเมริกา, แอฟริกา และเอเชีย การจัดองค์กรของมวลชนระดับล่างนั้นฝ่ายซ้ายเป็นผู้ริเริ่มขึ้นก่อน (ด้วยเหตุผลที่ไม่ต้องอธิบายในที่นี้) ความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่ม "แดงสยาม" จึงมีนัยยะสำคัญแก่ขบวนการเสื้อแดง ไม่ว่าอุดมการณ์สังคมนิยมจะครอบงำขบวนการมากน้อยเพียงไรก็ตาม แต่ประสบการณ์ของฝ่ายซ้ายน่าจะช่วยให้การจัดองค์กรเป็นไปได้มากขึ้น ความ "เสมอภาค" ที่ขบวนการเสื้อแดงเรียกร้องตลอดมา จะมีนัยยะที่ลึกมากขึ้นกว่าการต่อต้านอภิสิทธิชนทางการเมืองกลุ่มเล็กๆ เพื่อเปิดทางให้ทักษิณกลับบ้านเท่านั้น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;องค์กรที่พัฒนาขึ้นเป็นสถาบัน (พรรคการเมือง, สหภาพแรงงาน, สหอาชีวะ, ฯลฯ) จะช่วยทำให้มวลชนคนระดับล่างเลิกแวดล้อมผลประโยชน์ของตนกับบุคคล (ทักษิณ, ยิ่งลักษณ์, ณัฐวุฒิ, จตุพร, หรือ "เจ๊" และ "เฮีย" ฯลฯ) ไปสู่การยึดมั่นกับนโยบายการพัฒนาที่เท่าเทียมอย่างยั่งยืน&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;แต่ยังครับ ขบวนการเสื้อแดงยังไปไม่ถึงตรงนั้น แม้กระนั้นก็มีสัญญาณบางอย่างที่น่าสนใจ แกนนำ (ชายขอบ) ที่คุยกับผมกล่าวถึง "เจ๊" ว่า ก็เสื้อแดงเราทิ้งตัวบุคคลมาตั้งเยอะแยะแล้ว คนอายุตั้ง 60 แล้วยังทิ้งได้ (ผมไม่ทราบว่าเขาหมายถึงใคร ทักษิณ หรือคนอื่นๆ อีกมากก็ไม่ทราบ) สาอะไรกับ "เจ๊" คนเดียว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;แกนนำ (ชายขอบ) อีกคนหนึ่ง ที่พยายามผลักดันให้พรรคเพื่อไทยใช้ระบบไพรมารีในการเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง เล่าว่าเขาถูก "เจ๊" เรียกไปปราม ผู้สนับสนุนเขาบางคนเล่าว่า ได้รับข้อเสนอเป็นตัวเงินด้วยซ้ำให้หยุดการเคลื่อนไหวแบบนี้&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;ผมคิดว่า การจัดองค์กรภายในของขบวนการเสื้อแดงกำลังอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน มีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ข้างล่างมากกว่าปรากฏการณ์ที่เรามองเห็นจากข้างบน หลายคนมองเห็นว่า การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเป็นความจำเป็นเฉพาะหน้า แต่การไปร่วมหัวจมท้ายกับพรรคเพื่อไทยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาวแก่คนเสื้อแดง แม้กระนั้นในระยะเปลี่ยนผ่านซึ่งยังมองเห็นแนวทางข้างหน้าไม่ชัดนั้น "เจ๊" ก็สำคัญ แต่ดูเหมือน "เจ๊" แตกต่างจาก "เจ้าพ่อ" ในอดีต ตรงที่ทั้งสองฝ่ายต่างสำนึกเต็มเปี่ยมว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง "เจ๊" และคนเสื้อแดง เป็นการแลกเปลี่ยนบริสุทธิ์ ไม่มีความภักดีใดๆ เจือปนอยู่เลย&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ดังนั้น จึงเป็นความสัมพันธ์ที่ยากจะยั่งยืน เพราะในการแลกเปลี่ยน คนเราย่อมเปลี่ยนคู่ความสัมพันธ์ได้เสมอ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล จะนำไปสู่อะไรข้างหน้าก็ยังคาดเดาไม่ถูก แต่ไม่มีวันที่ขบวนการคนเสื้อแดงจะถอยกลับทางเดิม เพื่อไปเป็นสมุนของชนชั้นนำกลุ่มต่างๆ อย่างที่เคยเป็นมาหลายชั่วโคตร ฉะนั้น การรัฐประหารในทุกรูปแบบ จึงไม่อาจให้ผลอย่างที่คาดหวังได้อีกแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;หมายเหตุ :&lt;/strong&gt; เผยแพร่ครั้งแรกที่ คอลัมน์กระแสทรรศน์&amp;nbsp;มติชน 17 มิถุนายน 2556&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;ที่มา: &lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1371452488&amp;amp;grpid&amp;amp;catid=12&amp;amp;subcatid=1200"&gt;มติชนออนไลน์&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/KvaU3ohbhBk" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47262#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/samuel-p-huntington">Samuel P. Huntington</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%8851">กลุ่มเชียงใหม่51</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87">คนเสื้อแดง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87">ความรุนแรง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C">นิธิ เอียวศรีวงศ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7">ม็อบหน้ากากขาว</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 08:56:36 +0000</pubDate>
 <dc:creator>sarayut</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47262 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47262</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>รุจ ธนรักษ์: เรื่องของข้าว</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/sz64lSXYleM/47261</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;
&lt;p&gt;ตลอดปีที่ผ่านมา ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องจำนำข้าวสักเท่าไหร่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลักๆแล้วมีสองสาเหตุคือ 1. ไม่มีความรู้ กับ 2. ไม่คิดว่ามันเป็นนโยบายเศรษฐกิจ เพราะถ้ามองจากกรอบเศรษฐกิจล้วนๆ มองยังไงมันก็เจ๊งกว่านโยบายประกันราคาข้าวแน่ๆ ป่วยการจะมาถกเถียงเรื่องตัวเลข&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมจึงเชื่อและมองนโยบายจำนำข้าวในแง่ “นโยบายการเมือง” มาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งถ้าเรามองนโยบายจากมุมการเมือง เราต้องยอมรับกันก่อนว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะดำเนินนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การกล่าวอ้างว่า “มันขาดทุนเยอะเกินไป” หรือ “มันจะทำระบบตลาดเจ๊ง” นั้น อาจกล่าวได้ในทางทฤษฏี ด่ากันได้เต็มที่ รณรงค์ต่อต้านกันได้ตามสะดวก แต่เราไม่อาจสรุปได้ว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และแน่นอนว่า ไม่ใช่เหตุให้เรียก “รถถัง” ออกมาล้มรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลักการง่ายๆคือประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ประชาชนจึงต้องเรียนรู้ “ลองผิด-ลองถูก” กับทิศทางที่ตนเองเลือกเดิน ถ้าล้มแล้วเจ็บก็ต้องจำ และเรียนรู้ด้วยกันที่จะลุกขึ้นเดินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหมือนเราเป็นเจ้าของร่างกาย เรารู้ดีว่ากินฟาสต์ฟู้ดแล้วอ้วน ถ้าเรายังกิน เราก็ต้องยอมรับว่ามันจะอ้วน ถ้ากินติดต่อกันนานๆก็จะเป็นโรคต่างๆได้ — แต่นั่นคือร่างกายของเรา ที่ไม่ควรมีเทวดาหน้าไหนมาสั่ง มาห้าม มากำหนดว่าเราควรกินสลัดผักวันละกี่จาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยความที่มันเป็น “นโยบายการเมือง” ดังนั้นการมีคนบางกลุ่มชื่นชอบและอีกกลุ่มด่าทอจึงเป็นเรื่องปกติ เพราะมันคือเรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ คือการเอาภาษีของคนกลุ่มหนึ่งมาจ่ายให้คนอีกกลุ่ม มันก็ทะเลาะโต้เถียงกันไปตามธรรมชาติในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเด็นจึงอยู่ที่ว่ารัฐบาลจะ “ทำได้แค่ไหน” เพราะหากทำแล้วเวิร์ก คะแนนเสียงทางการเมืองก็จะเป็นของพรรครัฐบาลไปเต็มๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่หากมันทำต่อไปไม่ได้ ทำไม่สำเร็จ การจะถูกด่า “สองเด้ง” ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จำได้ว่าเมื่อปีก่อนผมเคยพูดไว้ว่า หากสุดท้าย “จำนำข้าว” จะทำให้อะไรสักอย่างเจ๊ง คนแรกที่จะเจ๊งก่อนประเทศไทยคือ “รัฐบาล” เพราะถ้ารัฐบาล “หาเงิน” มาใช้ไม่ได้อย่างที่ตัวเองคาด โครงการมันก็ไม่มีเงินจะอุดหนุน สุดท้ายก็ทำต่อไม่ได้ ผลกระทบ “ทางการเมือง” จะสวิงกลับมาสู่รัฐบาลโดยตรง ซึ่งถึงตรงนั้นก็เป็นสิ่งที่พรรครัฐบาลต้องยอมรับผลแห่งการตัดสินใจ “เล่นเกมนี้” ของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาธิปไตยมันก็ง่ายๆแค่นี้ ปล่อยให้กลไก ให้ระบบมันเดินไป อดใจรอไม่นานก็จะเห็นผลกันเอง ไม่ต้องไปเรียกรถถังออกมาบ่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทุกวันนี้เรามีกลไกประชาธิปไตยที่พรรคการเมืองเมื่อได้รับเลือกตั้งมาแล้วต้องทำโครงการตามนโยบายที่หาเสียงไว้ — มันจะไม่ดีไปอีกหรือ หากเราจะมีระบบการเมืองที่ “รัฐบาลพังได้” หากทำโครงการที่ประกาศไว้ไม่สำเร็จ?&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทความประชาไทชิ้นล่าสุด&amp;nbsp;&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2013/06/47230" target="_blank"&gt;http://www.prachatai.com/journal/2013/06/47230&lt;/a&gt;เขียนไว้ได้ดีมาก โดยเฉพาะคำอภิปรายของ อ.วิโรจน์ แนะนำให้อ่านกันอย่างยิ่งครับ&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin-left: 40px;"&gt;“สิ่งที่พิสูจน์ไปแล้วก็คือว่าที่ทำอยู่มันไปไม่ไหว ที่ขาดทุนส่วนหนึ่งก็เกิดจากซื้อแพงขายถูก ซึ่งแม้ในทางการเมืองผมคิดว่ารัฐบาลที่มาโดยระบอบประชาธิปไตยมีสิทธิ มีอำนาจ และมีหน้าที่ด้วยที่จะกระจายรายได้ แต่ว่ารัฐบาลก็ไม่มีสิทธิที่จะทำโครงการที่มันไร้ประสิทธิภาพ” ดร.วิโรจน์ กล่าว และว่าปัญหาของรัฐบาลนี้อยู่ที่ต้นทุนในการจัดการแพงเกินไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุดท้ายสำหรับเรื่องข้าวใน “มุมอื่น”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จะเห็นว่าไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล นโยบายที่ทำอย่างเดียวก็คือการอุดหนุน ไม่ทำแบบ A ก็ทำแบบ B วนเวียนไปมาอย่างนี้เป็นสิบปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนั้น เรามักภูมิใจกันผิดๆว่าเรา “ส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก” หลายคนเลยเถิดไปถึงขั้นเชื่อว่า “ข้าว” คือสัญลักษณ์แห่งความเป็นไทยชนิดหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งที่ความจริงแล้ว มีไม่กี่ประเทศในโลกนี้ที่กินข้าวเป็นอาหาร และเราเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ผลิตข้าวได้เกินความต้องการ เราผลิตข้าวได้มากกว่าเรากินกันเอง ที่เหลือจึงต้องส่งออกไปขายในตลาดโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลิตได้มาก — อาจฟังดูดี แต่ปัญหาคือข้าวไม่ใช่น้ำมัน ไม่ใช่สินค้าที่ทุกคนบนโลกจำเป็นต้องซื้อ และราคาข้าวมีขึ้น-ลงอยู่เสมอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มันอาจจะฟังดูโหดร้าย แต่คำถามน่าคิดคือเราจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องผลิตข้าวมากมายเช่นนี้ และในแง่นโยบายเศรษฐกิจของประเทศ เราตั้งใจจะผลิตข้าวกันไปอีกถึงเมื่อไหร่?&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การที่ไทยยังต้อง “ปลูกข้าว” กันมหาศาลเช่นนี้ ในมุมหนึ่งมันอาจสะท้อนได้ไหมว่ารัฐไทยไม่ลงทุน “พัฒนา” ตนเองไปไหนเลย เราไม่มีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจใดๆมาช่วยรองรับและให้โอกาส “คนส่วนใหญ่” ของประเทศได้มีงานที่ดีขึ้น มีโอกาสทางทำมาหากินใหม่ๆที่เปิดกว้าง มีการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม สื่อสาร ไฟฟ้า ประปา การศึกษา — สร้างคน สร้างงาน สร้างเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซ้ำร้ายไปกว่านั้น รัฐไทยยังปล่อยให้โครงสร้างสังคมไปเหยียบทับชาวนาเข้าไปอีก ชาวนาไทยไม่มีที่นาของตนเอง ต้องเช่าที่คนอื่นทำนา ซึ่งสรุปได้ว่าชาวนาต้องขายแรงงาน ต้องจ่ายค่าเช่าที่ ต้องลงทุนซื้อวัตถุดิบมาผลิตเอง (พันธุ์, ปุ๋ย ฯลฯ) ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการผลิต (ฝน,โรค,น้ำท่วม) และความเสี่ยงจากราคาตลาด — ถามนักเรียน MBA หน่อยว่าเคยเห็น business case แบบนี้ที่ไหนอีกบ้าง?&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มันอาจฟังดูเว่อร์ไปหน่อย&lt;br /&gt;แต่ผมอยากเรียกสภาพชาวนาไทยว่าเป็น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ระบบศักดินาในศตวรรษที่ 21&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลายคนอาจไม่รู้ว่าด้วยจำนวนประชากร 67 ล้านคนนั้น ประเทศไทย “ใหญ่” เป็นอันดับที่ 20 ของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศเราจะเจริญกว่านี้ไหม ถ้าผู้คนในประเทศปลูกข้าวกันน้อยลง แต่มีโอกาสลืมตาอ้าปาก มาประกอบอาชีพอื่นๆกันมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้อาจไม่ใช่เรื่อง “ข้าว”​ เสียทีเดียว แต่ตัวเลขชุดนี้&lt;a href="http://whereisthailand.info/2012/06/labour-by-occupation/" target="_blank"&gt;http://whereisthailand.info/2012/06/labour-by-occupation/&lt;/a&gt;&amp;nbsp;แสดงให้เห็นชัดๆว่า 10 ปีผ่านไป สัดส่วนคนไทยที่ทำงาน “ทักษะสูง” ไม่เพิ่มขึ้นเลย แถมยังลดลงเสียด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิงคโปร์อยากเป็น Medical Hub ให้ตายอย่างไร เขาก็มีประชากรแค่ 5 ล้านคน เขาจะเสกคนที่ไหนมาเรียนหมอ เรียนพยาบาล ได้มากอย่างที่เขาอยากได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แล้วเราจะให้คนของเราปลูกข้าวกันมหาศาลเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน?&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา:&amp;nbsp;&lt;a href="http://www.roodthanarak.com/2013/06/rice/"&gt;roodthanarak.com&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-link field-field-related-link"&gt;
      &lt;div class="field-label"&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง:&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;a href="http://whereisthailand.info/2012/06/labour-by-occupation/" target="_blank"&gt;ประเทศไทยอยู่ตรงไหน?:เรียนสูงๆ แล้วได้เป็นเจ้าคนนายคนจริงหรือ?&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
              &lt;div class="field-item even"&gt;
                    &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2013/06/47230" target="_blank"&gt;‘จำนำข้าว’ ใกล้ถึงทางตัน! ชาวนา-โรงสี-TDRI ร่วมแนะทางปรับนโยบาย&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/sz64lSXYleM" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2013/06/47261#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-0">การศึกษา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88-0">เศรษฐกิจ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">ข้าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2">ชาวนา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">นโยบายจำนำข้าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%88-%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C">รุจ ธนรักษ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">เศรษฐศาสตร์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7">โครงการจำนำข้าว</category>
 <pubDate>Tue, 18 Jun 2013 08:39:49 +0000</pubDate>
 <dc:creator>sarayut</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">47261 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2013/06/47261</feedburner:origLink></item>
</channel>
</rss>
