<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://prachatai.com/">
  <channel>
    <title>ประชาไท</title>
    <link>https://prachatai.com/</link>
    <description/>
    <language>th</language>
    
    <item>
  <title>โอกาสและอุปสรรคของช่างไฟรายย่อยเมื่อโซลาร์เซลล์ภาคเหนือบูม (1) ตลาดใหม่ที่รัฐปั้น กับคำถามว่าใครได้ประโยชน์</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/11/119283</link>
  <description>&lt;span&gt;โอกาสและอุปสรรคของช่างไฟรายย่อยเมื่อโซลาร์เซลล์ภาคเหนือบูม (1) ตลาดใหม่ที่รัฐปั้น กับคำถามว่าใครได้ประโยชน์&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;TCIJ&amp;nbsp;X&amp;nbsp;Prachatai&lt;br&gt;กิตติยา อรอินทร์ ภาพปกและกราฟิก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;auser15&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-11-01T16:31:58+07:00" title="Sunday, November 1, 2026 - 16:31"&gt;Sun, 2026-11-01 - 16:31&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;รัฐบาลเปิดโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 อุดหนุนครัวเรือนละ 50,000 บาท ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน แต่การติดตั้งต้องผ่านผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า ซึ่งต้องผ่านเกณฑ์ทั้งวิศวกร ฐานะการเงิน ทุนจดทะเบียน และต้องวางหลักประกันต่องาน - ทั้งนี้ตลาดโซลาร์รูฟท็อปในภาคเหนือกำลังขยายตัวจากแรงหนุนของภาครัฐ ทั้งมาตรการส่งเสริมการติดตั้ง การรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน และสินเชื่อสนับสนุนครัวเรือน เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีผู้ติดตั้งสูงที่สุดในภูมิภาค และทำให้หลังคาบ้านกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่เปิดโอกาสให้ช่างไฟและผู้รับเหมาในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม แต่การมีตลาดไม่ได้แปลว่าผู้รับเหมารายเล็ก และช่างอิสระจะได้ประโยชน์เท่ากัน เมื่อเงื่อนไขอย่างการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่ต้องมีวิศวกรและช่างผ่านการอบรม อาจเอื้อบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายพร้อมกว่า รายงานชุดนี้จึงตามดูว่าผลประโยชน์จากตลาดที่รัฐช่วยสร้างขึ้นจะกระจายไปถึงคนตัวเล็กในท้องถิ่นได้จริงหรือไม่ และใครเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้รับเหมา ช่างติดตั้ง ไปจนถึงผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55605497250_32ba5c9e10_h.jpg" width="1200" height="1600" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;"นิวัต" ระหว่างติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับลูกค้ารายหนึ่ง&amp;nbsp;| เอื้อเฟื้อภาพโดยนิวัต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นิวัต ผู้รับเหมาติดตั้งโซลาร์เซลล์รายเล็ก วัย 44 ปี ชาวอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่&lt;/strong&gt; ต้องขับรถระยะทาง 970 กิโลเมตร จากบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ไปยังอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อไปติดตั้ง "โซลาร์รูฟท็อป" ให้กับลูกค้าชาวต่างชาติรายหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"งานมันไม่ได้มีแค่ในเชียงใหม่ บางทีลูกค้าแนะนำกันต่อ ๆ หรือเจอกันในกลุ่มออนไลน์ พอเขาไว้ใจเรา เขาก็จ้างให้ไปติดตั้งที่ไหนก็ต้องไป อย่างงานหัวหินครั้งนี้ก็เป็นลูกค้าแนะนำต่อกันมา" นิวัต กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่กระนั้น งานส่วนใหญ่ของนิวัตอยู่ในเชียงใหม่ ไม่ต้องขับรถไกลขนาดนั้น&amp;nbsp;ลูกค้าส่วนมากของนิวัตมีความต้องการประหยัดค่าไฟฟ้า ซึ่งความต้องการนี้ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการส่งเสริมของรัฐบาลในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้มีอยู่รายหนึ่งจ้างเขาติดโซลาร์เซลล์ใช้ในบ้านช่วงต้นปี 2569 เพราะกังวลว่าไฟฟ้าจะดับเพราะสงครามอิหร่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้รับเหมารายเล็กอย่างนิวัตเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการท้องถิ่นจำนวนหนึ่งที่มีฐานงานหลักอยู่ในภาคเหนือ โดยไม่ได้พึ่งพานโยบายกระตุ้นจากภาครัฐหรือการรับเหมาช่วงจากบริษัทใหญ่เพียงอย่างเดียว งานส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าเก่าที่แนะนำต่อ เครือข่ายช่างด้วยกัน และกลุ่มบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เชื่อมผู้ติดตั้งกับเจ้าของบ้าน เมื่อความต้องการในพื้นที่ขยายตัว ผู้ติดตั้งท้องถิ่นจึงมีช่องทางรับงานที่หลากหลาย ขณะที่งานติดตั้งในหัวหินเป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่าชื่อเสียงของช่างสามารถขยายไปไกลกว่าพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ได้ โดยงานดังกล่าวเป็นบ้านพักของชาวต่างชาติ ซึ่งนิวัตได้รับการแนะนำจากเจ้าของบ้านอีกรายที่เคยใช้บริการมาก่อน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55614454156_c6ff98077e_h.jpg" width="1200" height="1600" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;ทีมงานของนิวัตกำลังติดตั้งระบบให้กับลูกค้ารายหนึ่ง | เอื้อเฟื้อภาพโดยนิวัต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นิวัตเป็นผู้รับเหมาที่ลงมือเอง เขาปีนหลังคาไปทำงานหน้างานพร้อมลูกทีมทุกครั้ง ไม่ได้รับงานแล้วส่งคนอื่นไปแทน และเขาไม่ได้เข้ามารับงานโซลาร์รูฟท็อปแบบมือใหม่ เขาศึกษาหาความรู้และอยู่ในวงการนี้มากว่า 10 ปี ผ่านการรับรองความรู้ความสามารถตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร จากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้านการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ นอกจากนี้ยังเรียนต่อยอดด้านการออกแบบและติดตั้งโซลาร์เซลล์ การเดินสายไฟโซลาร์ และระบบกักเก็บพลังงานจากสถาบันและบริษัทเอกชนหลายแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กระแสโซลาร์เซลล์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้หลังคาบ้านกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ และเปิดโอกาสให้ช่างไฟกับผู้รับเหมารายเล็กในภาคเหนือได้เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดพลังงานที่กำลังขยายตัว จากเดิมที่การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์อาจเป็นเรื่องไกลตัวของคนทั่วไป วันนี้ความต้องการผลิตไฟฟ้าใช้เองกำลังเพิ่มขึ้น ท่ามกลางค่าไฟฟ้าที่เป็นภาระของหลายครัวเรือน และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่มุ่งเร่งให้เกิดการติดตั้งในวงกว้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปครั้งใหญ่ ทั้งการปรับราคารับซื้อไฟฟ้าคืน การขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน และการอนุมัติวงเงินสินเชื่อก้อนใหญ่เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหันมาผลิตไฟฟ้าใช้เอง เป้าหมายคือผลักดันให้เกิดการติดตั้งนับล้านครัวเรือนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ท่ามกลางตลาดที่กำลังขยายตัว คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ว่า เม็ดเงินและงานติดตั้งที่จะเกิดขึ้นจะกระจายไปถึงผู้ประกอบการรายเล็กและช่างในท้องถิ่นมากน้อยเพียงใด หรือท้ายที่สุด โอกาสจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานครั้งนี้จะตกอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินทุน เทคโนโลยี และกำลังแข่งขันเหนือกว่าผู้ประกอบการรายย่อย รวมทั้งแรงงานช่างไฟตัวเล็กตัวน้อยในอุตสาหกรรมนี้&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;"โซลาร์รูฟท็อป" เชียงใหม่-ภาคเหนือ บูม&lt;/h2&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55600021167_f85806a4f9_h.jpg" width="1600" height="1205" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;คุณหน่อย วัย 54 ปี ชาวเชียงใหม่เจ้าของสวนผักที่ปลูกในบริเวณบ้านพร้อมกับอินเวอร์เตอร์ระบบโซลาร์รูฟท็อปทั้ง 2 ชุดที่บ้านของเธอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไม่ใช่ทุกครัวเรือนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพราะหวังผลประโยชน์จากนโยบายส่งเสริมของรัฐ &lt;strong&gt;คุณหน่อย วัย 54 ปี ชาวเชียงใหม่&lt;/strong&gt; ที่ทำสวนในบริเวณบ้าน ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปชุดแรกเมื่อราว 7 ปีก่อน และเพิ่มชุดที่สองเมื่อราว 5 ปีก่อน ในช่วงที่ยังไม่มีมาตรการสนับสนุนอย่างเงินอุดหนุนค่าติดตั้งครัวเรือนละ 50,000 บาท หรือสินเชื่อโซลาร์จากธนาคารรัฐอย่างที่มีในปัจจุบัน ขณะที่นโยบายรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในราคา 2.20 บาทต่อหน่วยก็ยังไม่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเช่นทุกวันนี้ การติดตั้งของเธอจึงไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจของมาตรการรัฐ แต่เป็นการตัดสินใจด้วยเหตุผลของตัวเองล้วน ๆ โดยใช้งบติดตั้งแสนกว่าบาท และประเมินว่าช่างที่มาติดตั้งให้ "ดีมาก"&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55614471956_0f59b9eaba_h.jpg" width="1280" height="1430" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;หลังคาบ้าน ชุดอินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ที่บ้านคุณหน่อยในจังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลที่เธอเห็นชัดที่สุดคือบิลค่าไฟ จากเดิมเดือนละราว 2,000 บาท ปัจจุบันเหลือหลักร้อย ไฟที่ผลิตได้ไม่ได้ใช้แค่ในตัวบ้าน แต่ใช้ในสวนด้วย ซึ่งเป็นพื้นที่ทำกินของเธอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้นโยบายรัฐจะวาดภาพให้โซลาร์รูฟท็อปเป็นทั้งเครื่องมือลดค่าไฟและช่องทางสร้างรายได้จากการขายไฟส่วนเกิน แต่เธอบอกว่าไม่สนใจนโยบายขายไฟฟ้าคืนรัฐ เพราะมองว่าประหยัดพลังงานได้ก็คุ้มค่าแล้ว ความคุ้มของเธอวัดจากบิลที่ลดลง ไม่ได้คำนวณจากรายได้ที่รัฐจะรับซื้อ ซึ่งสะท้อนว่ามาตรการแต่ละชนิดอาจดึงครัวเรือนเข้าสู่ตลาดไม่เท่ากัน บางบ้านติดโซลาร์เซลล์เพราะอยากขายไฟฟ้า บางบ้านติดเพราะอยากจ่ายค่าไฟฟ้าน้อยลง&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55601163273_d6c67fee27_h.jpg" width="1600" height="1205" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;สันติสุข วีรพันธุ์ กรรมการบริษัท เดอะแพลนเน็ทพาวเวอร์ ผู้ประกอบการโซลาร์รายหนึ่งในภาคเหนือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ตลาดเติบโตแค่ไหน &lt;strong&gt;สันติสุข วีรพันธุ์ กรรมการบริษัท เดอะแพลนเน็ทพาวเวอร์ ผู้ประกอบการโซลาร์รายหนึ่งในภาคเหนือ&lt;/strong&gt; ระบุว่าให้สังเกตดูจากบนเครื่องบิน เมื่อประมาณ&amp;nbsp;10 ปีก่อนเวลาโดยสารเครื่องบินมองลงมาบนพื้นแทบไม่เห็นแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา แต่วันนี้กลับเต็มไปหมด โดยเฉพาะขาขึ้นที่บินผ่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเดิมไม่เคยมี ตอนนี้แทบทุกอาคารมีแผง เขาบอกว่านี่คือปีที่ตลาดบูมที่สุดนับตั้งแต่ทำธุรกิจมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาไล่เลียงปัจจัยหนุนของอุตสาหกรรมโซลาร์รูฟท็อปในปี 2569 นี้ไว้หลายด้าน เริ่มจากสงครามในตะวันออกกลางเมื่อเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2569 ที่ทำให้คนกังวลว่าน้ำมันจะขาดและค่าไฟจะแพงขึ้น ความกลัวไฟฟ้าดับที่ทำให้คนหันมาสนใจแบตเตอรี่สำรอง ภาวะสินค้าโซลาร์ขาดตลาดทั่วโลกช่วงเมษายน-พฤษภาคม&amp;nbsp;2569 เพราะการขนส่งทางเรือติดขัด ตามด้วยกระแสปากต่อปาก สื่อมวลชน และกระแส&amp;nbsp;AI ที่ทำให้ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลเองได้ง่ายขึ้น ส่วนนโยบายรัฐที่สนับสนุนสินเชื่อและลดขั้นตอนขออนุญาตการไฟฟ้า เขามองว่าทำให้โซลาร์เซลล์ "จับต้องได้" สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตลาดที่เติบโตนี้ส่วนใหญ่คือหลังคาบ้าน เขาอธิบายว่าภาคเหนือแทบไม่มีโรงงานขนาดใหญ่ เชียงใหม่เองก็ไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรม ตลาดโรงงานและกิจการขนาดใหญ่ที่วงการเรียกว่า&amp;nbsp;CNI จึงมีไม่มาก หากไม่นับลำพูน การเติบโตส่วนใหญ่มาจากบ้านพักอาศัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่เขายอมรับว่าตัวเลขทางการที่ทันสมัยแทบไม่มีให้ดู กระทรวงพลังงานเคยเก็บข้อมูลแต่เผยแพร่ช้า และไม่มีสถาบันอิสระรวบรวม เขาจึงดูจากตัวชี้วัดทางอ้อม เช่น การจดทะเบียนนิติบุคคลธุรกิจโซลาร์ที่เพิ่มขึ้นมาก รายได้ที่นำส่งกรมสรรพากร และจำนวนห้างร้านที่เข้ามาเปิดในภาคเหนือ เมื่อถามว่าเชียงใหม่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปถึง "หลักหมื่น" หลังคาเรือนหรือยัง เขาประเมินว่ายังไม่ถึง แต่ระดับ "หลักพัน" น่าจะเป็นไปได้ และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวเลขที่เปิดเผยต่อสาธารณะได้ในตอนนี้คือข้อมูลจากระบบติดตามของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งนับเฉพาะระบบที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า และเป็นข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2569 ก่อนสงครามในตะวันออกกลางและภาวะสินค้าขาดตลาดที่สันติสุขกล่าวถึง&lt;/p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;table class="table" border="1" cellspacing="0" cellpadding="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;&lt;strong&gt;กำลังการผลิตติดตั้งสะสม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;&lt;strong&gt;จำนวนผู้ใช้งาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;&lt;strong&gt;เชียงใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;&lt;strong&gt;3,385.323 kW&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;&lt;strong&gt;386 ราย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;เชียงราย&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;1,532.153 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;172 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;ลำพูน&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;897.230 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;107 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;ลำปาง&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;824.160 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;89 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;เพชรบูรณ์&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;741.550 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;94 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;พิษณุโลก&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;551.450 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;66 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;อุตรดิตถ์&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;537.865 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;47 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;ตาก&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;444.485 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;42 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;กำแพงเพชร&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;410.930 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;45 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;พะเยา&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;385.000 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;42 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;น่าน&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;332.350 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;39 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;แพร่&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;328.520 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;33 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;สุโขทัย&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;318.550 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;35 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td&gt;แม่ฮ่องสอน&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;146.900 kW&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;td&gt;&lt;p class="text-align-right"&gt;14 ราย&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/div&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;&lt;a href="https://solarroof.dede.go.th/Dashboard"&gt;ที่มา: การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อัปเดตล่าสุดเดือนมกราคม&amp;nbsp;2569&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อมูลจากระบบติดตามโซลาร์รูฟท็อปของ &lt;a href="https://solarroof.dede.go.th/Dashboard"&gt;กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&lt;/a&gt; ซึ่งอ้างอิงฐานข้อมูลการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ระบุว่า ณ เดือนมกราคม&amp;nbsp;2569 เชียงใหม่มีกำลังการผลิตติดตั้งสะสมจากโซลาร์รูฟท็อปแล้วราว&amp;nbsp;3,385 กิโลวัตต์ หรือประมาณ&amp;nbsp;3.39 เมกะวัตต์ จากผู้ใช้งาน&amp;nbsp;386 ราย สูงเป็นอันดับ&amp;nbsp;5 ของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และนครราชสีมา และสูงที่สุดในบรรดาจังหวัดภาคเหนือทั้งหมด ตามมาด้วยเชียงราย&amp;nbsp;1,532 กิโลวัตต์ ลำพูน&amp;nbsp;897 กิโลวัตต์ และลำปาง&amp;nbsp;824 กิโลวัตต์ หากเทียบกับยอดรวมทั้งประเทศที่&amp;nbsp;161,261 กิโลวัตต์ จากผู้ใช้งาน&amp;nbsp;22,085 ราย เท่ากับเชียงใหม่จังหวัดเดียวคิดเป็นสัดส่วนกว่า&amp;nbsp;2% ของกำลังติดตั้งทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวเลขผู้ติดตั้ง&amp;nbsp;386 ราย หรือ&amp;nbsp;3.39 เมกะวัตต์ของเชียงใหม่&amp;nbsp;ครอบคลุมเฉพาะระบบโซลาร์รูฟท็อปที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าเท่านั้น&amp;nbsp; นิวัตประเมินว่าระบบที่ติดตั้งตามบ้านเรือนจริงน่าจะมากกว่านี้ เพราะงานที่ผู้รับเหมารายเล็กรับจำนวนหนึ่งไม่ได้ผ่านการขอเชื่อมต่อกับ กฟภ. เขาเรียกงานแบบนี้ว่า&amp;nbsp;"แอ๊บกริด" (ในกลุ่มออนไลน์มีคำเรียกอีกอย่างว่า “แอบกริด”) คือติดเพื่อผลิตไฟใช้เองและลดค่าไฟ โดยเจ้าของบ้านไม่ได้ตั้งใจขายไฟคืน และไม่แจ้งกับการไฟฟ้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งที่ กฟภ. มี&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.pea.co.th/our-services/bill-history"&gt;บริการรับเรื่องสำหรับกรณีติดตั้งใช้เองไม่ขายไฟ&lt;/a&gt;&amp;nbsp;อยู่แล้ว เหตุผลที่นิวัตให้คือ "ต้นทุน" เขาเล่าว่าการยื่นเรื่องต้องมีวิศวกรไฟฟ้าสำรวจ ออกแบบ และลงนามรับรอง ซึ่งในอดีตเพิ่มค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000-10,000 บาทในบางกรณี ปัจจุบันด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้น &lt;a href="https://www.facebook.com/photo/?fbid=1145511848133691&amp;amp;set=gm.1945135199861872&amp;amp;idorvanity=278105266564882"&gt;ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลดลงเหลือประมาณ 4,000 บาท&lt;/a&gt; อย่างไรก็ตาม สำหรับครัวเรือนที่ต้องการแค่ลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน การตัดส่วนนี้ออกทำให้ราคาถูกกว่าแพ็กเกจของบริษัทใหญ่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ราคาที่ถูกกว่าอาจมีสิ่งที่ต้องแลก เงื่อนไข&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.mitihoon.com/?p=632239"&gt;ลดหย่อนภาษีติดโซลาร์&lt;/a&gt;&amp;nbsp;กำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายก่อนใช้สิทธิ เจ้าของบ้านที่ติดแบบไม่ขอเชื่อมต่อจึงอาจไม่ได้สิทธินี้ ส่วนมุมของการไฟฟ้าต่อการติดตั้งแบบนี้ เป็นเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตลาดที่ไม่ปรากฏในฐานข้อมูลอาจรวมถึงระบบออฟกริด และอุปกรณ์โซลาร์สำเร็จรูปที่ครัวเรือนซื้อติดเอง เช่น ไฟส่องทางหรือไฟรั้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลที่ประเมินได้ว่ามีระบบนอกฐานข้อมูลทางการอยู่เท่าใด&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55599482881_4eaff1df65_c.jpg" width="600" height="800" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;แผงโซลาร์เซลล์กำลังประมาณ 40 วัตต์ เชื่อมต่อกับสปอตไลท์สำหรับใช้งานในเวลากลางคืน ติดตั้งบนอาคารโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เป็นตัวอย่างของหนึ่งโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กแบบ&amp;nbsp;standalone/off-grid&amp;nbsp;ใช้จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เฉพาะจุดและไม่ได้เชื่อมขนานกับโครงข่ายไฟฟ้า จึงอาจไม่ปรากฏในสถิติโซลาร์รูฟท็อปที่เชื่อมต่อโครงข่ายทางการ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;จากโครงการที่แทบไม่มีใครสนใจ สู่นโยบายเรือธง&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;โครงการให้ครัวเรือนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแล้วขายไฟส่วนเกินให้รัฐมีมาตั้งแต่ปี 2562 แต่ซบเซามานานเพราะรัฐรับซื้อไฟได้น้อยและราคารับซื้อไม่จูงใจ จนปี&amp;nbsp;2569 นี้จึงเพิ่มปริมาณรับซื้อมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2562 รัฐเปิดรับซื้อไฟจากโซลาร์ภาคประชาชนเป็นครั้งแรกที่&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thaipost.net/main/detail/35385"&gt;หน่วยละ&amp;nbsp;1.68 บาท สัญญา&amp;nbsp;10 ปี และตั้งเป้ารับซื้อรอบแรก&amp;nbsp;100 เมกะวัตต์&lt;/a&gt; ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/trends/1524981"&gt;กรอบนำร่อง 10 ปีที่ทยอยรับซื้อปีละ&amp;nbsp;100 เมกะวัตต์ รวม&amp;nbsp;1,000 เมกะวัตต์&lt;/a&gt; แต่ราคานี้ต่ำเกินกว่าจะคุ้มกับต้นทุนติดตั้ง และต้องรอคืนทุนนาน ผู้สมัครจึงมีน้อยมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐจึงขยับราคาขึ้น ปลายปี&amp;nbsp;2563 &lt;a href="https://www.matichon.co.th/economy/news_2501867"&gt;คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้รับซื้อที่&amp;nbsp;2.20 บาทต่อหน่วย&lt;/a&gt; มีผลต้นปี&amp;nbsp;2564 ทำให้คืนทุนเร็วขึ้นเหลือ&amp;nbsp;8 ถึง&amp;nbsp;9 ปี ปี&amp;nbsp;2565 เพิ่มปริมาณรับซื้ออีกเล็กน้อย แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปริมาณที่เปิดรับยังอยู่แค่หลักสิบเมกะวัตต์ต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตลาดเพิ่งขยับจริงในปี 2569 โดยราคารับซื้อยังอยู่ที่&amp;nbsp;2.20 บาทเท่าเดิม สิ่งที่เพิ่มคือปริมาณรับซื้อ เดือนเมษายน&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thansettakij.com/sustainable/net-zero/661329"&gt;คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบแนวทางส่งเสริมรอบใหม่&lt;/a&gt; และ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.prachachat.net/economic/news-2031462"&gt;คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับคำขอตั้งแต่&amp;nbsp;1 กรกฎาคม&lt;/a&gt; โดยรับซื้อรวมทั้งประเทศ 500 เมกะวัตต์ มากกว่ารอบก่อนหน้าหลายเท่า โดยรับซื้อไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ สัญญา&amp;nbsp;10 ปี&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thansettakij.com/economy/energy/667681"&gt;คาดว่าระบบ&amp;nbsp;5 กิโลวัตต์จะสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1,400 ถึง&amp;nbsp;1,500 บาท&lt;/a&gt; และคืนทุนภายใน 7 ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อมาช่วงเดือนกันยายน 2569&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/169035"&gt;กพช. มีมติขยายเป้าหมายรับซื้อเป็น&amp;nbsp;10,000 เมกะวัตต์&lt;/a&gt; และยืดสัญญาจาก&amp;nbsp;10 ปีเป็น 20 ปี ในราคา&amp;nbsp;2.20 บาท ไม่เกิน&amp;nbsp;5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ เช่นเดิม พร้อม&amp;nbsp;&lt;a href="https://mgronline.com/politics/detail/9690000091342"&gt;เปิดให้ติดตั้งบนพื้นดินและผิวน้ำ&lt;/a&gt; ไม่จำกัดเฉพาะบนหลังคา ผู้ที่ทำสัญญา&amp;nbsp;10 ปีไว้แล้ว&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thansettakij.com/economy/energy/669243"&gt;จะได้ปรับเป็น&amp;nbsp;20 ปีเช่นกัน&lt;/a&gt; ที่ประชุมยังสั่งให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย และการไฟฟ้าทั้ง&amp;nbsp;3 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กฟภ. และ กฟน. จัดทำแผนโครงข่ายรองรับเพื่อไม่ให้กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นกระทบความมั่นคงของระบบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปลายเดือนตุลาคม 2569 รัฐบาลประกาศเปิดโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" โดยในวันที่&amp;nbsp;27 ตุลาคม&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.infoquest.co.th/2026/669389"&gt;ครม. เห็นชอบกรอบวงเงิน&amp;nbsp;50,000 ล้านบาท&lt;/a&gt; สนับสนุนค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งครัวเรือนละ 50,000 บาท ตั้งเป้า&amp;nbsp;1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันเดียวกันถึง&amp;nbsp;31 มกราคม&amp;nbsp;2570 หรือจนกว่าวงเงินจะครบ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวในพิธีเปิดตัวว่าเป็นการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เป็นโอกาสของประชาชน รัฐบาลประเมินเบื้องต้นว่าโครงการจะช่วยลดภาระค่าไฟของประชาชนรวมกันได้มากกว่า&amp;nbsp;24,500 ล้านบาทต่อปี และเปิดทางให้ขายไฟส่วนเกินคืนการไฟฟ้าในราคา&amp;nbsp;2.20 บาทต่อหน่วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากโครงการที่เคยมีผู้สมัครน้อยเพราะราคารับซื้อต่ำและปริมาณจำกัด โซลาร์รูฟท็อปจึงกลายเป็นนโยบายเรือธงที่รัฐลงเงินหลายหมื่นล้านบาทเพื่อสร้างตลาดให้เกิดขึ้นเป็นล้านหลัง แต่คำถามที่ตามมาคือ เม็ดเงินและงานติดตั้งจากนโยบายนี้จะไปถึงผู้ประกอบการและช่างรายเล็กในภาคเหนือแค่ไหน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;"โซลาร์ภาคประชาชน" ทำงานอย่างไร เงินอุดหนุนไปที่เจ้าของบ้าน แต่ต้องซื้อผ่านผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียน&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55619391520_67f19d52df_h.jpg" width="1599" height="1066" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;การเปิดโครงการ&amp;nbsp;"โซลาร์ภาคประชาชน"&amp;nbsp;สนับสนุนวงเงิน 50,000 บาทต่อครัวเรือน ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน หวังเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เป็นโอกาสของประชาชน ประเมินเบื้องต้นลดค่าไฟกว่า 24,500 ล้านบาทต่อปี เปิดทางขายไฟส่วนเกินสร้างรายได้ เมื่อ&amp;nbsp;27 ตุลาคม 2569&amp;nbsp;|&amp;nbsp;ภาพจาก: เพจไทยคู่ฟ้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนพิจารณาว่าเม็ดเงินจากโครงการนี้ตกถึงใครบ้าง ต้องทำความเข้าใจก่อนว่ากติกาของโครงการกำหนดการจัดสรรเงินไว้อย่างไร ผู้มีสิทธิต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ใช้ไฟบ้านอยู่อาศัยประเภท&amp;nbsp;1 และชื่อตรงกับเจ้าของมิเตอร์ ได้สิทธิครั้งเดียวต่อราย ระบบที่ติดต้องมีขนาด&amp;nbsp;5-10 กิโลวัตต์พีคต่อมิเตอร์ และมีแผงกับอินเวอร์เตอร์เป็นอย่างน้อย&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/571717"&gt;ตามเงื่อนไขที่ไทยพีบีเอสสรุป&lt;/a&gt; ผู้ใช้สิทธิต้องไม่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์ 200,000 บาท ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องไม่ขอรับความช่วยเหลือค่าไฟ&amp;nbsp;315 บาทต่อเดือนเป็นเวลา&amp;nbsp;20 ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1258291"&gt;ราคากลางของระบบ 5 กิโลวัตต์ไม่เกิน&amp;nbsp;140,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/a&gt; เจ้าของบ้านจ่ายเองแล้วรับเงินอุดหนุน&amp;nbsp;50,000 บาทคืนผ่านพร้อมเพย์ หรือกู้จากธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1258308"&gt;ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ผ่อน&amp;nbsp;7 ปี ราว&amp;nbsp;1,200 บาทต่อเดือน&lt;/a&gt; เป็นสินเชื่อไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ธนาคารจ่ายค่าติดตั้งให้ผู้ติดตั้งเต็มจำนวนแทนเจ้าของบ้าน แล้วรัฐโอนเงินอุดหนุนให้ธนาคารเป็นรอบเดือน เจ้าของบ้านจึงผ่อนเฉพาะส่วนที่เหลือราว&amp;nbsp;90,000 บาท ไม่ว่าจะเลือกทางไหน เงินอุดหนุนไม่ได้จ่ายตรงให้ผู้ติดตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กระทรวงการคลังประเมินว่าโครงการเหมาะกับบ้านที่ &lt;a href="https://www.thansettakij.com/economy/672362"&gt;ค่าไฟตั้งแต่ราว 3,500-4,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป&lt;/a&gt; หากต่ำกว่านั้นอาจไม่คุ้มลงทุน ตัวอย่างที่คลังคำนวณคือบ้านจ่ายค่าไฟเดือนละ&amp;nbsp;4,000 บาท ติดระบบ&amp;nbsp;5 กิโลวัตต์ ประหยัดค่าไฟ&amp;nbsp;1,100-1,200 บาท และขายไฟส่วนเกินได้อีกกว่า&amp;nbsp;700 บาท เมื่อหักค่างวดราว&amp;nbsp;1,100 บาท จะเหลือประหยัดสุทธิราว&amp;nbsp;700 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้เป็นการประเมินของรัฐ ปริมาณไฟที่ผลิตได้จริงขึ้นกับแดดแต่ละวัน ส่วนไฟที่ขายคืนได้&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/571717"&gt;ในราคา&amp;nbsp;2.20 บาทต่อหน่วย สูงสุด&amp;nbsp;5 กิโลวัตต์ นาน&amp;nbsp;20 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด่านที่กระทบผู้ติดตั้งโดยตรงคือเงื่อนไขว่าต้องติดตั้งผ่าน “ผู้ให้บริการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ผู้รับเหมาหรือบริษัทติดตั้ง) ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนและรับรองคุณสมบัติโดยการไฟฟ้า” หรือ&amp;nbsp;Vendor ที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.infoquest.co.th/2026/669692"&gt;ใบกำกับภาษีค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งต้องลงวันที่ตั้งแต่ 27 ตุลาคม&amp;nbsp;2569 เป็นต้นไป ต้องยื่นขอเชื่อมต่อภายใน&amp;nbsp;31 สิงหาคม&amp;nbsp;2570 และได้รับการเชื่อมต่อภายใน&amp;nbsp;30 กันยายน&amp;nbsp;2570&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เกณฑ์ขึ้นทะเบียนที่การไฟฟ้ารายงาน ครม. คือ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1258291"&gt;ต้องได้คะแนนประเมินไม่ต่ำกว่า 70%&lt;/a&gt;จาก&amp;nbsp;4 หัวข้อ ได้แก่ ทีมบริหารและวิศวกร ฐานะการเงิน ประสบการณ์ในรอบ&amp;nbsp;4 ปี และความน่าเชื่อถือ อุปกรณ์หลักต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)&amp;nbsp;IEC หรือ ISO และขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า กฟน. ยัง&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.posttoday.com/business/751012"&gt;แบ่งผู้ค้าเป็น 4 กลุ่มตามทุนจดทะเบียน&lt;/a&gt; คือ S ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;500,000 บาท&amp;nbsp;M 1 ล้านบาท&amp;nbsp;L 3 ล้านบาท และ&amp;nbsp;XL 5 ล้านบาท การไฟฟ้าคาดว่าจะมีผู้ผ่านเกณฑ์ราว&amp;nbsp;1,500 ราย มีทีมติดตั้งกว่า&amp;nbsp;15,000 ทีม รองรับได้สูงสุดราว&amp;nbsp;150,000 หลังต่อเดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Vendor ยังต้องทำสัญญาตามแบบมาตรฐานของการไฟฟ้า วางหลักประกันธนาคาร&amp;nbsp;50,000 บาทต่องานในช่วงติดตั้ง และต้องรับประกันงานติดตั้ง ล้างแผงปีละครั้ง และจัดประกันอัคคีภัยคุ้มครองระบบและบ้านเป็นเวลา&amp;nbsp;7 ปี พร้อมเงินประกันอีก&amp;nbsp;10,000 บาท &lt;strong&gt;พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt; ชี้แจงว่าหลักประกัน&amp;nbsp;50,000 บาท&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1258308"&gt;จะคืนภายใน 7 วันหลังการไฟฟ้าตรวจรับ&lt;/a&gt; ไม่ได้ถูกยึดไว้ 6-7 เดือนตามที่เป็นข่าว ขณะที่รายงานที่การไฟฟ้าเสนอ ครม. ตามการสรุปของสื่อระบุว่าหลักประกันนี้ครอบคลุมช่วงติดตั้งและบริการหลังการขาย&amp;nbsp;6 เดือน ซึ่งข้อมูล&amp;nbsp;2 ฝั่งยังไม่ตรงกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เกณฑ์เหล่านี้เป็นประเด็นถกเถียงตั้งแต่วันแรก &lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1258338"&gt;แหล่งข่าวในวงการผู้รับเหมาระบุกับกรุงเทพธุรกิจว่า&lt;/a&gt; ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 500,000 บาทตัดโอกาสผู้รับเหมาเล็ก ช่างท้องถิ่น และฟรีแลนซ์ ทำให้บางรายต้องถอยไปเป็นผู้รับเหมาช่วง ฝ่ายรัฐแย้งว่าหลักประกันมีไว้คุ้มครองประชาชนไม่ให้ต้องรับภาระเมื่อผู้ติดตั้งทิ้งงาน และ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/politics/1258323"&gt;นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าไม่มีการล็อกสเปกเอื้อรายใด&lt;/a&gt; และรายเล็กยื่นอุทธรณ์ได้ ส่วนจำนวน&amp;nbsp;Vendor ที่แถลงในแต่ละวันก็ต่างกัน วันที่&amp;nbsp;27 ตุลาคม&amp;nbsp;2569 ปลัดกระทรวงการคลังพูดถึงผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองราว 400 ราย ส่วนวันที่&amp;nbsp;28 ตุลาคม&amp;nbsp;2569 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าการการไฟฟ้าระบุว่าขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 1,000 ราย และยังเปิดรับเพิ่ม ขณะที่ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิแล้วกว่า&amp;nbsp;56,000 ราย (กฟภ.&amp;nbsp;44,400 ราย และ กฟน.&amp;nbsp;12,000 ราย)&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ไทยอยู่ฝั่งผู้ซื้อแผงโซลาร์เซลล์ ส่วนใหญ่มาจากจีน&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;การผลิตโซลาร์เซลล์ในโลก พึ่งจีนเป็นหลัก รายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.energytrend.com/print/46950"&gt;ราว&amp;nbsp;80% ของอุตสาหกรรมผลิตโซลาร์โลกอยู่ในจีน&lt;/a&gt; โดยจีนมีกำลังผลิตเวเฟอร์ราว 95% ของโลก โพลีซิลิคอน&amp;nbsp;96% และโมดูล&amp;nbsp;83%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไทยอยู่ฝั่งผู้ซื้อ มูลค่าแผงที่จีนส่งมาไทยอยู่ที่&amp;nbsp;&lt;a href="https://en.vietnamplus.vn/thailands-solar-panel-imports-surge-post352448.vnp"&gt;649.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี&amp;nbsp;2566 ลดเหลือ&amp;nbsp;422.3 ล้านในปี&amp;nbsp;2567 และ&amp;nbsp;364.1 ล้านในปี 2568&lt;/a&gt;แต่เพียง&amp;nbsp;7 เดือนแรกของปี&amp;nbsp;2569 ก็ถึง&amp;nbsp;423.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;107.1% จากปีก่อน ตรงกับช่วงที่รัฐเตรียมโครงการส่งเสริมให้ครัวเรือนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาตัวเลขนี้อย่างรอบคอบ รัฐบาลชี้แจงว่าสัดส่วนแผงนำเข้าจากจีนที่&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/545018"&gt;99.3% ของมูลค่านำเข้าช่วงมกราคมถึงกรกฎาคม&amp;nbsp;2569&lt;/a&gt; เป็นสัดส่วนแหล่งที่มาของแผงนำเข้า ไม่ใช่สัดส่วนแผงทั้งหมดที่ใช้ในไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อแผงเป็นสินค้านำเข้าเป็นหลัก ส่วนที่ธุรกิจและแรงงานในพื้นที่แข่งได้จริงจึงเป็นงานติดตั้ง ร้านอุปกรณ์ บริการหลังการขาย และค่าแรง คำถามต่อไปคือ เม็ดเงินของโครงการไปอยู่ที่ใครบ้าง&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;เม็ดเงินของโครงการไปอยู่ที่ใคร&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ตามมติ ครม. วันที่&amp;nbsp;27 ตุลาคม 2569&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.infoquest.co.th/2026/669389"&gt;รัฐจัดวงเงิน&amp;nbsp;50,000 ล้านบาท อุดหนุนครัวเรือนละ&amp;nbsp;50,000 บาท ตั้งเป้า&amp;nbsp;1 ล้านครัวเรือน&lt;/a&gt; เงินอุดหนุนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของราคา &lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1258291"&gt;ราคากลางระบบ 5 กิโลวัตต์ไม่เกิน&amp;nbsp;140,000 บาท&lt;/a&gt; ส่วนที่เหลือราว 90,000 บาทมาจากเจ้าของบ้านเองหรือสินเชื่อ ถ้าใช้สิทธิครบ&amp;nbsp;1 ล้านหลังและติดตั้งตามราคากลางเต็ม ตลาดติดตั้งจะมีมูลค่าได้ถึงราว&amp;nbsp;140,000 ล้านบาท (การคำนวณของทีมข่าว)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยังไม่มีข้อมูลทางการว่าเงินก้อนนี้ถูกใช้ไปกับแผง อินเวอร์เตอร์ หรือค่าแรงเท่าไร ทีมข่าวจึงจำลองโดยนำสัดส่วนต้นทุนระบบ&amp;nbsp;5 กิโลวัตต์ที่ &lt;a href="https://justpow.co/article-200b-loan-solar-import-trade-deficit-risk/"&gt;RE Generation คำนวณไว้&lt;/a&gt; มาคูณกับมูลค่าตลาดข้างต้น ตัวเลขต่อจากนี้จึงเป็นการประมาณการ ไม่ใช่งบที่รัฐจัดสรรรายหมวด และสัดส่วนนี้อาจยังไม่สะท้อนภาระที่โครงการเพิ่มเข้ามา เช่น รับประกัน&amp;nbsp;7 ปี และประกันอัคคีภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตามโครงสร้างต้นทุนดังกล่าว ค่าแรงและการดำเนินการคิดเป็น&amp;nbsp;28.36% ค่าแผงโซลาร์เซลล์&amp;nbsp;27.28% ค่าอินเวอร์เตอร์&amp;nbsp;20.84% และอีก&amp;nbsp;23.52% เป็นค่าสายไฟ โครงสร้างรองรับแผง ตู้ควบคุมไฟ และรางสายไฟ โดยค่าแรงและการดำเนินการรวมค่าติดตั้ง ค่าแรงขออนุญาต ค่าเดินทาง และค่าล้างแผงกับตรวจเช็กอุปกรณ์เมื่อครบ&amp;nbsp;1 ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากนำสัดส่วนนี้มาคิดกับ 140,000 ล้านบาท จะได้ภาพคร่าว ๆ ดังนี้ (1) แผงราว&amp;nbsp;38,200 ล้านบาท และอินเวอร์เตอร์ราว&amp;nbsp;29,200 ล้านบาท ซึ่งแผงส่วนใหญ่นำเข้าจากจีนตามที่เล่าข้างต้น (2) ค่าแรงและการดำเนินการ ราว&amp;nbsp;39,700 ล้านบาท (3) สายไฟ โครงสร้าง ตู้ควบคุม และรางสายไฟ ราว&amp;nbsp;32,900 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งรายการที่ (2) และ (3) รวมกันราว&amp;nbsp;72,600 ล้านบาท เป็นเม็ดเงินที่ผู้รับเหมา ช่าง และร้านอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่มีโอกาสได้รับ แต่งานทั้งหมดต้องผ่านผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า จึงยังบอกไม่ได้ว่าส่วนนี้ไปถึงรายเล็กในพื้นที่เท่าไร&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ใครไม่ขึ้นทะเบียนอาจไม่ได้งานจากนโยบายส่งเสริม&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่อาจกำหนดว่าใครจะได้งานมากที่สุด ไม่ใช่ตัวเงินอุดหนุน แต่คือมาตรการคุมมาตรฐานที่มาคู่กัน ช่วงเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2569 กระทรวงมหาดไทยร่วมกับ&amp;nbsp;&lt;a href="https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9690000076557"&gt;กฟน. และ กฟภ. เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้งและอุปกรณ์มาตรฐาน&lt;/a&gt; กำหนดปิดรับ 30 กันยายน&amp;nbsp;2569 และ&amp;nbsp;&lt;a href="https://news.trueid.net/detail/MrJMqxxvED94"&gt;เริ่มประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม&amp;nbsp;2569&lt;/a&gt; แต่ถึงวันที่&amp;nbsp;28 ตุลาคม &lt;a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/571802"&gt;ผู้ว่าการ กฟน. ระบุว่ายังเปิดรับขึ้นทะเบียนอยู่และจะทยอยประกาศรายชื่อ&lt;/a&gt; ควบคู่กันคือ &lt;a href="https://www.topnews.co.th/news/1692078"&gt;มาตรฐาน มอก. ชุดใหม่&lt;/a&gt;ที่ครอบคลุมตั้งแต่แผงเซลล์ เครื่องตัดวงจร ฟิวส์ สายไฟ แบตเตอรี่ลิเทียม ไปจนถึงอินเวอร์เตอร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตามรายงานที่การไฟฟ้าเสนอ ครม.&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1258291"&gt;ผู้ประกอบการต้องได้คะแนนประเมินไม่ต่ำกว่า 70%&lt;/a&gt; จาก 4 หัวข้อ คือ ทีมบริหารและวิศวกร ฐานะการเงิน ประสบการณ์ในรอบ&amp;nbsp;4 ปี และความน่าเชื่อถือ ผู้ประกอบการต้องเป็นนิติบุคคล และต้องมี&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.dailynews.co.th/news/6076321"&gt;วิศวกรที่มีใบประกอบวิชาชีพ และช่างที่ผ่านการอบรมจาก กฟภ.&lt;/a&gt; รวมถึงผลงานที่ผ่านมาและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน กฟน. ยัง&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.posttoday.com/business/751012"&gt;แบ่งผู้ค้าเป็น 4 กลุ่มตามทุนจดทะเบียน&lt;/a&gt; ตั้งแต่ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;500,000 บาท (กลุ่ม&amp;nbsp;S) ถึงไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;5 ล้านบาท (กลุ่ม&amp;nbsp;XL) ส่วนเกณฑ์ทุนจดทะเบียนของ กฟภ. ทีมข่าวยังไม่พบประกาศที่เผยแพร่ รัฐระบุว่าเป้าหมายคือ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thansettakij.com/pr-news/social-biz/665558"&gt;ยกระดับมาตรฐานให้ปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้&lt;/a&gt;เกณฑ์เหล่านี้มีเหตุผลรองรับ เพราะปีนี้มีเจ้าของบ้านที่เสียหายจากการติดตั้งไม่ได้มาตรฐานจนต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ที่แถลงในแต่ละวันไม่ตรงกัน วันที่&amp;nbsp;27 ตุลาคม&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.thansettakij.com/economy/672362"&gt;สื่อฐานเศรษฐกิจรายงานว่ามี Vendor ที่ผ่านการรับรองราว&amp;nbsp;400 ราย&lt;/a&gt; วันที่ 28 ตุลาคม&amp;nbsp;2569 ผู้ว่าการ กฟน. ระบุราว 1,000 ราย และ&amp;nbsp;&lt;a href="https://siamrath.co.th/politics/331815"&gt;ผู้ว่าการ กฟภ. ระบุเกือบ&amp;nbsp;1,000 ราย&lt;/a&gt;โดย&amp;nbsp;&lt;a href="https://thaitabloid.com/archives/327408"&gt;แต่ละรายต้องผ่านเกณฑ์ของทั้ง 2 การไฟฟ้า&lt;/a&gt; ซึ่งการไฟฟ้ายังเปิดรับเพิ่ม ส่วนรายงานที่เสนอ ครม. คาดว่าจะมีผู้ผ่านเกณฑ์ราว&amp;nbsp;1,500 ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่คำถามที่ตามมาคือ ผู้ประกอบการรายเล็กต้องใช้ต้นทุนเท่าไรเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ ทั้งการเป็นนิติบุคคล การมีวิศวกร การอบรมช่าง และอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทีมข่าวสอบถามผู้รับเหมาและคนในแวดวงแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าให้ตัวเลขที่แน่นอน เหตุผลที่ได้รับคือต้นทุนเหล่านี้เชื่อมกับราคาที่เสนอลูกค้า การเปิดตัวเลขต่อสาธารณะจึงเท่ากับเปิดเผยกำไรส่วนต่างของตัวเอง ข้อมูลในกลุ่มออนไลน์ของช่างก็ไม่มีตัวเลขต้นทุนเข้าเกณฑ์ที่ชัดเจนเช่นกัน ส่วนค่าอบรมช่างและส่วนต่างราคาอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทีมข่าวยังไม่พบตัวเลขสาธารณะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อยังไม่มีใครเปิดตัวเลขต้นทุนโดยตรง ทีมข่าวจึงลองดูเรื่องวิศวกรก่อน จากประกาศรับสมัครงานออนไลน์ในธุรกิจโซลาร์เซลล์&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.jobthai.com/th/company/job/1859116"&gt;[1]&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.jobthai.com/en/job/1960381"&gt;[2]&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.jobthai.com/en/job/1861912"&gt;[3]&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.jobthai.com/en/job/1861912"&gt;[4]&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.jobthai.com/th/job/1948159"&gt;[5]&lt;/a&gt; พบว่าบริษัทเสนอเงินเดือนตำแหน่งวิศวกรออกแบบและติดตั้งระบบประมาณ 18,000-32,000 บาทต่อเดือน หรือราว&amp;nbsp;216,000-384,000 บาทต่อปี ส่วนตำแหน่งวิศวกรโครงการหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเริ่มที่&amp;nbsp;30,000 บาทขึ้นไป และบางตำแหน่งสูงถึง&amp;nbsp;70,000 บาทต่อเดือน หรือราว&amp;nbsp;840,000 บาทต่อปี (การคำนวณของทีมข่าว ยังไม่รวมประกันสังคมและค่าใช้จ่ายอื่น) ตัวเลขเหล่านี้เป็นช่วงเงินเดือนจากประกาศบางส่วน ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของทั้งอุตสาหกรรม และอาจไม่ตรงกับวิศวกรที่ถือใบประกอบวิชาชีพ เพราะ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.jobthai.com/th/job/1821124"&gt;ประกาศหาวิศวกรไฟฟ้าโซลาร์ระดับสามัญของบริษัทแห่งหนึ่งในภูเก็ต เมื่อ&amp;nbsp;10 กรกฎาคม&amp;nbsp;2569&lt;/a&gt; เสนอเงินเดือน&amp;nbsp;60,000-90,000 บาท หรือราว&amp;nbsp;720,000-1,080,000 บาทต่อปี (การคำนวณของทีมข่าว) ซึ่งเป็นประกาศเดียว ข่าวที่ทีมข่าวอ่านยังไม่ระบุว่าเกณฑ์ของการไฟฟ้าต้องการใบประกอบวิชาชีพระดับใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกภาระหนึ่งคือการเป็นนิติบุคคล สำหรับผู้รับเหมารายเล็กที่ทำงานในนามบุคคลธรรมดา&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.sanook.com/money/562169/"&gt;ค่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดปัจจุบันเป็นอัตราคงที่ 5,500 บาท จดออนไลน์เหลือ&amp;nbsp;3,850 บาท&lt;/a&gt; ไม่ขึ้นกับทุนจดทะเบียน และทุนจดทะเบียนก็ไม่เท่ากับเงินที่ต้องมีในบัญชี&amp;nbsp;&lt;a href="https://legardy.com/blogs/company-registration-thailand"&gt;กฎหมายให้ชำระค่าหุ้นครั้งแรกไม่ต่ำกว่า 25%&lt;/a&gt; แต่ทีมข่าวยังไม่พบข้อมูลว่าการไฟฟ้าตรวจทุนที่ชำระแล้วหรือดูงบการเงินด้วย ใครที่เคยเปิดบริษัทย่อมรู้ว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นแค่ค่าเปิดประตู ความเป็นนิติบุคคลหมายถึงต้องมีงานบัญชี ส่งงบการเงินทุกปี เสียภาษีนิติบุคคล และเมื่อต้องมีพนักงานประจำอย่างวิศวกรตามที่เกณฑ์ต้องการ ก็ต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมส่วนของนายจ้างเพิ่มอีก สำหรับผู้รับเหมารายเล็กที่คุ้นกับการรับงานเป็นจ็อบ ค่าใช้จ่ายประจำเหล่านี้ต่างจากรูปแบบการทำงานเดิมมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในกลุ่มออนไลน์ของช่างและผู้ประกอบการรายย่อย ยังมีความไม่มั่นใจต่อระบบนี้&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1ETJsnHfWv/"&gt;เมื่อเดือนตุลาคม&amp;nbsp;2569 เพจเซียนโซล่าเซลล์โพสต์&lt;/a&gt; เรื่องโครงการที่รัฐผลักดัน ผู้แสดงความเห็นกว่า&amp;nbsp;40 รายตั้งคำถามว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ บางรายมองว่าการลงทะเบียนอาจเป็นการรวบงานไว้ที่ส่วนกลาง และใช้คำว่า "กินรวบ" ขณะที่บางรายสงสัยว่าจะหาผู้ติดตั้งที่ผ่านเกณฑ์ให้พอสำหรับการติดตั้งระดับล้านหลังได้อย่างไร ความเห็นเหล่านี้มาจากโพสต์เดียว ทีมข่าวยังตรวจสอบไม่ได้ว่าสะท้อนผู้ประกอบการส่วนใหญ่หรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฝ่ายรัฐแย้งว่าเกณฑ์ไม่ได้มีไว้กีดกันรายเล็ก พลพีร์ระบุว่าผู้ประกอบการรับงานได้ตามกำลังของตัวเอง ไม่ต้องรับจำนวนมากตั้งแต่ต้น ผู้ว่าการ กฟภ. ระบุว่ามีการขึ้นทะเบียนระดับจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเลือกผู้ติดตั้งในพื้นที่ได้ และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/politics/1258323"&gt;ระบุว่ารายเล็กที่เห็นว่าไม่เป็นธรรมยื่นอุทธรณ์หรือร้องเรียนได้&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกคำถามคือรัฐมีเครื่องมือช่วยให้รายเล็กยกระดับเข้าสู่มาตรฐานหรือไม่ เท่าที่ทีมข่าวตรวจสอบ ยังไม่พบสินเชื่อเฉพาะสำหรับผู้รับเหมารายเล็ก ด้านการอบรม วันที่&amp;nbsp;27 ตุลาคม&amp;nbsp;2569 ครม.&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.prachachat.net/politics/news-2086685"&gt;อนุมัติโครงการจ้างฝึกอบรมแรงงานเพื่อออกแบบและติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ วงเงิน&amp;nbsp;972 ล้านบาท ตั้งเป้า&amp;nbsp;32,000 คน&lt;/a&gt; แต่ข่าวยังไม่ระบุกรอบเวลา ขอบเขตหลักสูตร และวิธีคัดเลือกผู้เข้าอบรม ส่วนผู้ประกอบการในวงการประเมินว่าที่นั่งอบรมช่างยังน้อยเมื่อเทียบกับเป้าติดตั้ง ซึ่งในตอนที่&amp;nbsp;2 และ&amp;nbsp;3 ของรายงานชุดนี้จะตามต่อ หากเครื่องมือเหล่านี้ไม่ทันกับกำหนดเกณฑ์ มาตรฐานที่ตั้งขึ้นเพื่อความปลอดภัยอาจกลายเป็นกำแพงเข้าสู่ตลาดของรายเล็กโดยไม่ตั้งใจ&lt;/p&gt;&lt;table class="table" border="1" cellspacing="0" cellpadding="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td style="width:601px;"&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;เสียงวิพากษ์นโยบายโซลาร์ภาคประชาชน จากฝั่งการเมือง&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1CtPn2ZdrG/"&gt;ตั้งข้อสังเกตว่า&lt;/a&gt; โครงการโซลาร์ภาคประชาชนวงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้สนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์หลังคาบ้านละ 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านหลัง แม้มีเป้าหมายส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แต่เงื่อนไขกำหนดให้ประชาชนต้องติดตั้งผ่านการไฟฟ้าหรือผู้รับเหมาที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าเท่านั้น ขณะที่หลักเกณฑ์ทางการเงินสำหรับผู้รับเหมาซึ่งประกาศก่อนเริ่มโครงการเพียง 1 วัน กลับสร้างภาระให้ผู้ติดตั้งรายย่อยอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เงื่อนไขดังกล่าวกำหนดให้ผู้รับเหมาต้องสำรองเงิน 50,000 บาทต่อหลังจนกว่าจะได้รับอนุมัติเชื่อมต่อระบบ ซึ่งอาจใช้เวลา 7-8 เดือน และต้องวางหลักประกันอีก 10,000 บาทต่อหลัง เป็นเวลานาน 7 ปี ส่งผลให้ผู้รับเหมารายเล็ก โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ขาดสภาพคล่องและไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ สะท้อนจากจำนวนผู้ให้บริการที่ลดลงจากกว่า 1,000 ราย เหลือประมาณ 400 ราย จึงเกิดข้อกังวลว่าเงื่อนไขที่รัฐกำหนดอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน เปิดทางให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้เปรียบ และกีดกันช่างติดตั้งรายย่อยออกจากโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน &lt;/strong&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/photo/?fbid=1085239521212547&amp;amp;set=a.135130589556783"&gt;ตั้งข้อสังเกตว่า&lt;/a&gt; โครงการโซลาร์เซลล์ประชาชนที่รัฐบาลประกาศว่าเปิดเสรีให้ประชาชนเลือกผู้ติดตั้งได้อย่างอิสระ ไม่มีการล็อกโควตาให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง อาจฟังดูเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดเสรีภาพด้านพลังงานอย่างแท้จริง แต่เมื่อตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ผ่านเกณฑ์กว่า 60 แห่ง กลับพบข้อสังเกตว่าหลายบริษัทมีที่อยู่ซ้ำกัน ขณะที่รายชื่อกรรมการก็มีชื่อและนามสกุลเดียวกันปรากฏซ้ำ ถือหุ้นหรือมีความเกี่ยวข้องไขว้กันมากกว่า 120 บริษัท ทำให้เกิดคำถามว่าบริษัทที่ประชาชนเลือกนั้นเป็นผู้ประกอบการคนละรายจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเครือข่ายบริษัทที่มีเจ้าของกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยิ่งเมื่อข้อมูลจากสื่อชี้ว่า บริษัทขนาดเล็ก 60-70% ตัดสินใจถอนตัวจากโครงการ ก็ยิ่งทำให้ต้องพิจารณาว่าปัจจุบันเหลือผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจริงกี่ราย และในจำนวนที่เหลือมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกันมากน้อยเพียงใด ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามถึงกระบวนการคัดกรองบริษัทและความโปร่งใสในการเปิดรับผู้ประกอบการ เพราะแม้จะมีตัวเลือกนับร้อย แต่หากหลายบริษัทมีความเชื่อมโยงกัน การเปิดให้ประชาชนเลือกอย่างอิสระก็อาจไม่ได้หมายถึงการแข่งขันที่หลากหลายอย่างที่รัฐบาลประกาศไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และทีมของพรรค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/10/119246"&gt;ตั้งข้อสังเกตว่า&lt;/a&gt; นอกจากข้อกังวลเรื่องการกีดกันผู้ติดตั้งรายย่อยแล้ว ยังตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการให้ครบ&amp;nbsp;1 ล้านครัวเรือน โดยปี&amp;nbsp;2568 ที่ผ่านมาไทยติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปทั่วประเทศเพียง&amp;nbsp;120,000 ครัวเรือน การเร่งติดตั้งให้ครบ&amp;nbsp;1 ล้านหลังภายในเวลาประมาณ &amp;nbsp;1 ปี จึงอาจไม่สอดคล้องกับกำลังแรงงาน ความต้องการของตลาด และปริมาณอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ที่มีอยู่ ซึ่งหากต้องติดตั้งให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;2570 เพื่อให้ทันกำหนดขนานไฟในเดือนกันยายน จะต้องติดตั้งเฉลี่ยไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2,800 หลังต่อวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อสังเกตต่อการออกแบบและการดำเนินโครงการ ยังมีประเด็นที่พรรคมองว่ารัฐบาลต้องชี้แจง ได้แก่ ความล่าช้าของกระบวนการขอขนานไฟ ซึ่งเดิมใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;60-90 วัน และอาจกระทบประชาชนที่ติดตั้งระบบไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับอนุมัติ รวมถึงความเสี่ยงที่จะได้รับเอกสารลดหย่อนภาษีไม่ทันสิ้นปี นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งระหว่างการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;970 ล้านบาทเพื่อฝึกอบรมช่าง &amp;nbsp;32,000 คน กับหลักเกณฑ์ที่อาจทำให้ช่างและผู้ประกอบการรายย่อยเข้าไม่ถึงงาน ตลอดจนบทบาทของ กฟน. และ กฟภ. ที่เข้ามารับงานติดตั้งเอง ทั้งที่มีหน้าที่หลักด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า พรรคจึงเตือนว่า หากรัฐไม่ปรับเงื่อนไขและเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงาน อาจเกิดการซื้อขายโควตา การหักหัวคิว และการกระจุกตัวของผลประโยชน์ในกลุ่มทุนรายใหญ่&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;2 ตลาดที่ต้นทุนต่างกัน&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เมื่อเทียบข้อมูลภาคสนามกับมาตรการส่งเสริมของรัฐ งานติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปน่าจะแยกเป็น&amp;nbsp;2 ตลาดที่ต้นทุนต่างกัน คือ&amp;nbsp;1. "ตลาดที่เข้าร่วมระบบรับรองและมาตรการรัฐ" ผู้ติดตั้งต้องขึ้นทะเบียนเป็น&amp;nbsp;Vendor วางหลักประกัน รับประกัน&amp;nbsp;7 ปี และมีวิศวกรรับรองแบบ ขอเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า เพื่อให้เจ้าของบ้านใช้สิทธิตามมาตรการได้ ผู้รับเหมารายเล็กที่ให้สัมภาษณ์มองว่าบริษัทใหญ่ที่มีทั้งเงินทุน วิศวกร และบริการครบวงจรได้เปรียบในตลาดนี้ และ&amp;nbsp;2. "ตลาดติดตั้งเพื่อใช้เองโดยไม่ร่วมมาตรการ" เจ้าของบ้านต้องการลดค่าไฟเป็นหลัก รายเล็กยังแข่งได้ด้วยราคาที่ต่ำกว่าและความยืดหยุ่น แต่เจ้าของบ้านจะไม่ได้เงินอุดหนุน&amp;nbsp;50,000 บาท และสิทธิลดหย่อนภาษีซึ่ง&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.infoquest.co.th/?p=591719"&gt;ต้องเชื่อมต่อโครงข่ายและมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เงินอุดหนุนและสินเชื่อของรัฐออกแบบให้เจ้าของบ้านเป็นผู้รับ ไม่ใช่ผู้ติดตั้ง ธนาคารจ่ายค่าติดตั้งให้ผู้ติดตั้งแทนเจ้าของบ้านเต็มจำนวน ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าผู้รับเหมาต้องสำรองเงินนานแค่ไหน&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1258338"&gt;แหล่งข่าวในวงการที่ให้ข้อมูลกับกรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; ระบุว่าลูกค้าบางรายขอชะลอจ่ายงวดสุดท้ายจนกว่ารัฐจะอนุมัติเงินคืน ส่วนผู้รับเหมาที่ต้องซื้ออุปกรณ์เองและเหมาทั้งระบบ ต้องสำรองเงินก่อนได้รับเงินจากลูกค้า เท่าที่ตรวจสอบ ก่อน มติ ครม.วันที่ 27 ตุลาคม&amp;nbsp;2569 ทีมข่าวยังไม่พบผลิตภัณฑ์สินเชื่อเฉพาะสำหรับผู้รับเหมาโซลาร์รายเล็กที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สินเชื่อที่ใช้ได้ยังเป็นสินเชื่อ&amp;nbsp;SME ทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกเรื่องที่ต้องแยกออกมาคือแพ็กเกจของบริษัทใหญ่ที่มีเงินผ่อนร่วมกับธนาคารพาณิชย์ เช่น&amp;nbsp;&lt;a href="https://thaipublica.org/2024/11/scb-x-godungfaifaa-x-huawei-scb-easy-pr-27112024/"&gt;ความร่วมมือของธนาคารไทยพาณิชย์ โกดังไฟฟ้าดอทคอม และหัวเว่ย&lt;/a&gt; ที่เสนอผ่อน&amp;nbsp;0% ผ่านบัตรเครดิต แพ็กเกจแบบนี้เป็นข้อเสนอเชิงพาณิชย์ที่ประกาศตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2567 ก่อนมาตรการรัฐรอบนี้ ไม่ใช่มาตรการรัฐ แต่ช่วยให้บริษัทใหญ่ขายเจ้าของบ้านได้ครบจบในจุดเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตลาดโซลาร์เซลล์ที่ขยายตัวนี้จึงยังบอกไม่ได้ว่ารายได้ไปถึงมือผู้รับเหมารายเล็กแค่ไหน ในตอนที่&amp;nbsp;2 จะตามต่อว่ารายเล็กแข่งกับรายใหญ่ได้อย่างไร และเมื่อต้องลดต้นทุนเพื่อให้อยู่รอด ผลนั้นส่งต่อไปถึงใครบ้าง.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="note-box"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รายงานโดย วิทยากร บุญเรือง รายงานเพิ่มเติมโดย พงษ์พันธุ์ ชุ่มใจ&lt;/strong&gt;&lt;br&gt;&lt;strong&gt;รายงานชิ้นนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Informed Earth และ&amp;nbsp;Internews' Earth Journalism Network&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;เศรษฐกิจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สิ่งแวดล้อม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/depth" hreflang="th"&gt;depth&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;พลังงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;โซลาร์เซลล์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;เศรษฐกิจสีเขียว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9F" hreflang="th"&gt;ช่างไฟ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;ภาคเหนือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88" hreflang="th"&gt;เชียงใหม่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ทุนจีน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;โซลาร์ภาคประชาชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 01 Nov 2026 09:31:58 +0000</pubDate>
    <dc:creator>auser15</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119283 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>อานันท์ ปันยารชุน วงศ์วานว่านเครือ สายสัมพันธ์ และอำนาจ | หมายเหตุประเพทไทย EP.650</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119193</link>
  <description>&lt;span&gt;อานันท์ ปันยารชุน วงศ์วานว่านเครือ สายสัมพันธ์ และอำนาจ | หมายเหตุประเพทไทย EP.650&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-25T23:59:59+07:00" title="Sunday, October 25, 2026 - 23:59"&gt;Sun, 2026-10-25 - 23:59&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/4DdySijF5Sw?si=2rGWPUB086nQ47su" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ และ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี ชวนอ่านบทความ &lt;a href="https://www.cambridge.org/core/journals/journal-of-southeast-asian-studies/article/abs/birds-of-a-feather-anand-panyarachun-elite-families-and-network-monarchy-in-thailand/F46299BA8FC0D10B90AF7474E6971107"&gt;“Birds of a Feather: Anand Panyarachun, Elite Families and Network Monarchy in Thailand”&lt;/a&gt; ของ Yoshinori Nishizaki จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ตีพิมพ์ใน Journal of Southeast Asian Studies ปี 2020 บทความนำสำนวน “Birds of a Feather” หรือคนที่มีลักษณะคล้ายกันมักรวมกลุ่มกัน มาใช้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลชนชั้นนำของไทย และขยายความเข้าใจแนวคิด “Network Monarchy” หรือ “สถาบันกษัตริย์เชิงเครือข่าย” ที่ Duncan McCargo เสนอไว้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Nishizaki เสนอว่า การทำความเข้าใจเครือข่ายดังกล่าวไม่ควรมองเฉพาะความจงรักภักดี อุดมการณ์ หรือระบบอุปถัมภ์ แต่ต้องพิจารณา สายเลือด การแต่งงาน และความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเชื้อพระวงศ์กับตระกูลขุนนางและข้าราชการชั้นสูง ที่สืบเนื่องมาหลายชั่วอายุคน เครือข่ายเหล่านี้มีรากมาก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบราชการ กองทัพ ศาล และสถาบันทางการเมืองหลังเปลี่ยนระบอบ ผู้เขียนจึงเสนอว่า Network Monarchy หลัง พ.ศ. 2516 ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่เติบโตต่อยอดจากเครือข่ายชนชั้นนำที่มีอยู่เดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บทความใช้ อานันท์ ปันยารชุน เป็นกรณีศึกษาหลัก เพื่อติดตามว่าเครือญาติของครอบครัวหนึ่งเชื่อมโยงไปยังราชสกุล ตระกูลข้าราชการ นักการเมือง กองทัพ และองค์กรสำคัญได้อย่างไร ก่อนขยายไปสำรวจตระกูลอื่น ๆ เพื่อให้เห็นโครงสร้างที่กว้างกว่าความสัมพันธ์ของบุคคลสำคัญเพียงไม่กี่คน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนไม่ได้เสนอว่าคนในเครือข่ายทั้งหมดมีอุดมการณ์เดียวกัน หรือได้รับคำสั่งจากศูนย์กลางเดียว เพราะสมาชิกในครอบครัวเดียวกันอาจอยู่คนละฝ่ายทางการเมืองได้ ประเด็นสำคัญคือ ความสัมพันธ์ทางครอบครัวสามารถทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ชนชั้นนำรักษาความต่อเนื่องของสถานะและอิทธิพลข้ามยุคสมัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากแนวคิด Network Monarchy บทความจึงไปถึงข้อเสนอเรื่อง “Royalist Family Network State” หรือรัฐที่เครือข่ายครอบครัวฝ่ายนิยมเจ้ามีส่วนเป็นรากฐานของโครงสร้างอำนาจ ชวนมองการเมืองไทยไม่เพียงมองผ่านรัฐบาล รัฐสภา กองทัพ หรือศาล แต่รวมถึงสายสัมพันธ์ทางสังคมและครอบครัวที่เชื่อมบุคคลในสถาบันเหล่านั้นเข้าหากัน คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เครือญาติ การแต่งงาน และตระกูลชนชั้นนำช่วยอธิบายความต่อเนื่องของอำนาจทางการเมืองไทยได้มากน้อยเพียงใด และแนวคิด Network Monarchy จะเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อเรามองผ่าน “ครอบครัว” มากกว่าบุคคลเพียงไม่กี่คน ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย #อานันท์ปันยารชุน&lt;/p&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55601495550_6e21a07656_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;br&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;อานันท์ ปันยารชุน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;การเมืองไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ประวัติศาสตร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/network-monarchy" hreflang="th"&gt;Network Monarchy&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/yoshinori-nishizaki" hreflang="th"&gt;Yoshinori Nishizaki&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;คณะราษฎร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9D%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ฝ่ายนิยมเจ้า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 25 Oct 2026 16:59:59 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119193 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>บาดแผลแม่พลทหาร ‘วรปรัชญ์’ ฝันอยากเป็นรั้วของชาติ การสู้ยิบตาในศาลของแม่ค้าที่เสียลูกชาย</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119164</link>
  <description>&lt;span&gt;บาดแผลแม่พลทหาร ‘วรปรัชญ์’ ฝันอยากเป็นรั้วของชาติ การสู้ยิบตาในศาลของแม่ค้าที่เสียลูกชาย&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;div&gt;&lt;p&gt;วรรณา แต้มทอง : สัมภาษณ์/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล : กราฟิก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-22T06:54:02+07:00" title="Thursday, October 22, 2026 - 06:54"&gt;Thu, 2026-10-22 - 06:54&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ก็เป็นลูกตาสีตาสาแหละที่โดน”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราเป็นแม่ค้า พ่อเขาเป็นประชาชนทั่วไป…ถ้าวันนี้น้องเป็นลูกนายพัน หลานนายพล อยากจะย้อนถามกลับไปว่าน้องจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม คุณจะมีการใช้ความรุนแรงแบบนี้ไหม ถ้าเขาเป็นลูกนายพัน หลานนายพล ไม่ต้องฝึกเลย ผ่านเลย แบบนี้หรือป่าว”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;แม่ของ ‘ทหารเกณฑ์วรปรัชญ์’ หรือ วรปรัชญ์ พัดมาสกุล ตั้งคำถามที่คาใจต่อระบบการฝึกทหารใหม่ของกองทัพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โสภาพรรณ พัดมาสกุล สูญเสียลูกชายคนโตของเธอไปเมื่อปี 2567 หลังเข้ารับการเกณฑ์ทหารที่ค่ายนวมินทร์&amp;nbsp; จ.ชลบุรี ได้ไม่ถึง 3 เดือน แพทย์ระบุว่า วรปรัชญ์ วัย 18 ปีเสียชีวิตจากอาการสมองบวม ซี่โครงหัก 2 ข้าง ปอดฉีก ปอดรั่ว ไหปลาร้าหัก และกระดูกสันหลังหัก บาดแผลเหล่านี้แสดงถึงอาการบาดเจ็บจากการถูกซ้อมทรมานไปทุกส่วนของร่างกาย เพียงแค่มันถูกเรียกว่า ‘ซ่อมวินัย’ จากคนในค่าย ไม่ใช่ซ้อมทรมาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังการจากไปของทหารเกณฑ์วรปรัชญ์ โสภาพรรณสติหลุดไปชั่วขณะ เธอไม่อาจยอมรับได้กับสิ่งที่ลูกชายของเธอถูกกระทำอย่างโหดร้าย ก่อนที่เธอจะกรอบตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อต่อสู้คดีเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกชายคนโตของเธอที่ไม่สามารถพูดอะไรได้อีกต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โสภาพรรณไล่หาหลักฐานจากทุกทิศทุกทาง เธอไล่ย้อนดูข้อความในโทรศัพท์ลูกชายซ้ำๆ เพื่อหาร่องรอยหลักฐานที่ลูกชายอาจทิ้งไว้ ดิ้นรนฟ้องคดีต่อครูฝึก 2 คน และพลทหารรุ่นพี่ที่เป็นผู้ช่วยครูฝึกอีก 11 คน โดยอาศัยช่องทางของกฎหมายซ้อมทรมานฯ (พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่ 27 พ.ค.2568 ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกครูฝึกคนที่ 1 ที่ทำร้ายร่างกายและอยู่กับทหารเกณฑ์วรปรัชญ์เป็นคนสุดท้าย 20 ปี ครูฝึกคนที่ 2 จำคุก 15 ปี พลทหารรุ่นพี่ 11 คน จำคุกคนละ10 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นับเป็นคดีแรกที่ศาลมีคำพิพากษาออกมาหลังจาก พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ บังคับใช้&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55600856496_7c22a4779e_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;โสภาพรรณ พัดมาสกุล แม่ของทหารเกณฑ์วรปรัชญ์&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/53922768708_f3a08b7c13_b.jpg" width="768" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ทหารเกณฑ์วรปรัชญ์ หรือ วรปรัชญ์ พัดมาสกุล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม่ของวรปรัชญ์บอกว่า ตอนนี้คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ของทั้งฝั่งของโจทก์และจำเลย แม้โทษทัณฑ์ที่ศาลตัดสินจะสูง แต่เธอในฐานะโจทก์ร่วมยังคงเดินหน้าอุทธรณ์คดีต่อไปเพื่อให้แน่นใจว่าครูฝึกที่มีส่วนทำให้ลูกชายของเธอบาดเจ็บและเสียชีวิตจะได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต ไม่ได้รับการอภัยโทษไม่ว่ากรณีใดๆ เธอไม่ต้องการเห็นคนผิดติดคุกเพียงไม่กี่ปีแล้วถูกปล่อยตัวออกมาแบบที่มีให้เห็นได้ในคดีอื่น สำหรับโสภาพรรณติดคุกคือต้องติดคุกจริงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้าเราไม่ได้มองเด็กน้อยพลทหาร เรามองที่นายสิบที่รับราชการกินเงินเดือน กินภาษีของประชาชน ตรงนี้เพดานโทษสูงสุดของตัว พ.ร.บ. ซ้อมทรมานฯ คือตลอดชีวิต คำว่าตลอดชีวิต เราจะทำอย่างไรว่าตลอดชีวิตต้องตลอดชีวิตจริงๆ จะต้องไม่มีการอภัยโทษ ตลอดชีวิตของคุณจะต้องอยู่หลังกำแพงสูงเท่านั้น จะต้องไม่มีการลดหย่อนโทษ จะต้องไม่มีการปรับชั้นยศในราชทัณฑ์ให้เป็นักโทษชั้นดี …ไม่ใช่ติดจริงแค่ 5 ปี 8 ปี แล้วออกมา สิ่งที่ตามมาคือ พยานเดือดร้อน ตัวโจทก์เดือดร้อน สิ่งที่ตามมาอาจจะกลายเป็นอาชญากรรมอีกก็ได้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับพลทหารรุ่นพี่อีก 11 คน โสภาพรรณไม่ได้คัดค้านอุทธรณ์ของพวกเขาเหมือนที่คัดค้านอุทธรณ์ของครูฝึกทั้ง 2 คน กลับกันเธอเขียนคำแถลงให้พลทหารรุ่นพี่ได้พูดในสิ่งที่อยากพูดมากขึ้น เพื่อพิสูจน์เจตนาและการกระทำของตัวเองได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“สำหรับพลทหารรุ่นพี่ เรากำลังทำคำแถลงให้เขาได้พูด เป็นคำแถลงในฐานะโจทก์ร่วมที่ 2 ซึ่งเราทำเองไปฉบับหนึ่งแล้ว เพราะว่าเราเห็นการให้การต่างไปในชั้นศาลของพลทหารที่ 3-13 มีอยู่ประมาณ 5-6 คนที่ให้การต่างในชั้นศาล เราก็ต้องทำคำแถลงเพิ่มเพื่อทำให้เด็กมีโอกาสได้พูดในชั้นอุทธรณ์ เราอยากทำให้เด็กมีโอกาสได้พูดความจริงในสิ่งที่เขาไม่ได้กล้าพูดในศาลชั้นต้น เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ คนที่อยู่ในเหตุการณ์คือพวกเขา”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ในฐานะแม่ที่เสียลูกชายจากเหตุการณ์นี้ เธอไม่อาจขอลดโทษให้ใครได้ลง แต่โสภาพรรณพยายามจะให้โอกาสกับบางคนที่เธอคิดว่าพอจะให้ได้ และในเรื่องที่เกี่ยวกับคดีก็ยังไม่จบสิ้น โสภาพรรณกำลังเดินหน้าตั้งฟ้องอีก 2 คดี ทั้งกองทัพและผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทำไมเราถึงฟ้องผู้บังคับบัญชา หลักฐานมันชี้ชัดและชี้ให้เห็นว่าน้องมีอาการบาดเจ็บที่ใบหน้า บวมเขียว บวมช้ำ และซี่โครงมีรอยเขียวม่วง ซึ่งตรงนั้นมีการรายงาน แต่ผู้บังคับบัญชาไม่ส่งน้องไปหาหมอตามสิทธิการรักษาหรือตามกระบวนการการรักษาที่ควรจะได้รับ มันเป็นการปล่อยปละละเลย เขาให้น้องพักในห้องเสนารักษ์ ไม่มีการแจ้งผู้ปกครอง น้องไม่สามารถทำภารกิจส่วนตัวได้ ให้เพื่อนดูแล”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“หนึ่ง เพราะเหตุใดทำไมคุณถึงไม่แจ้งผู้ปกครองให้ทราบว่าเด็กบาดเจ็บ สอง เพราะเหตุใดคุณถึงไม่นำส่งน้องไปโรงพยาบาลที่ควรจะกระทำ เมื่อมีการได้รับบาดเจ็บ สาม ไม่มีการรายงานผู้บังคับบัญชาระดับ ผบ.ร้อย ผบ.พัน เราไม่ได้มองว่า ผบ.ร้อย ผบ.พัน ผิด เราต้องมองแยกไปว่าน้องอยู่ในศูนย์ฝึกทหารใหม่ คนที่มีอำนาจสูงสุดคือผู้ฝึก ผู้ช่วยผู้ฝึก ที่มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ ทำไมคุณถึงไม่รายงาน&amp;nbsp; ทำไมคุณถึงไม่แจ้ง เพื่อทำการระงับเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ในไลน์กลุ่มผู้ปกครอง เขาจะลงรูปให้ดู แต่ตอนนั้น 2-3 อาทิตย์แล้ว เด็กคนอื่นได้คุยกับผู้ปกครองหมด แต่น้องเน (ทหารเกณฑ์วรปรัชญ์) ไม่ได้คุย พี่ก็เลยลองไลน์ไป เงียบ เราสังหรณ์ใจ แต่ว่าเราไม่คิดว่าน้องจะเจ็บหนักขนาดนี้”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“วันที่เยี่ยมญาติ น้องผอมไป และคำพูดของเขาน้องเน ซึ่งเป็นเด็กขี้อ้อน เด็กไม่ยอมโต เขาก็จะบอกว่าแม่อย่าทิ้งหนูนะ แม่ต้องมารับหนูกลับบ้าน เพราะเขาจะกลับ open house วันที่ 5 ก.ค.2567&amp;nbsp; ซึ่งน้องไม่ได้กลับบ้าน เพราะน้องเข้าโรงพยาบาลวันที่ 22 มิ.ย. 2567”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุดท้ายชื่อของทหารเกณฑ์วรปรัชญ์ ถูกเขียนต่อท้ายด้วยคำว่า “มรณะ” ในวันที่ 2 ส.ค. 2567&lt;/p&gt;&lt;div class="note-box"&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="efe17402914ce4f95b3cf7ca77b49038c"&gt;&lt;p&gt;เดือนพฤศจิกายน 2566 วรปรัชญ์ไปสมัครเป็นเกณฑ์ทหาร แต่ไม่ผ่านการคัดเลือก เนื่องจากมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน วรปรัชญ์กลับไปลดน้ำหนักไป 10 กิโลกรัม และกลับมาสมัครใหม่จนผ่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e920efcd9d9b534349c55e3f3d03237d6"&gt;&lt;p&gt;วันที่ 1 พ.ค. 2567 ทหารเกณฑ์วรปรัชญ์เข้ารับการฝึกที่ค่ายนวมินทร์ จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee3f7d404408205192eb39527eb677326"&gt;&lt;p&gt;วันที่ 26 พ.ค. 2567 วันพบญาติครั้งแรก ทหารเกณฑ์วรปรัชญ์มีน้ำหนักตัวลดลงไปอีก 10 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e835273d3c0a5423812208ab6dccfbb8c"&gt;&lt;p&gt;คืนวันที่ 22 มิ.ย. 2567 แม่ของทหารเกณฑ์วรปรัชญ์ได้รับแจ้งว่าเขามีชีพจรต่ำ ติดเชื้อในกระแสเลือด ให้ครอบครัวรีบไปที่โรงพยาบาลค่ายนวมินทร เมื่อครอบครัวไปถึงพบว่าทหารเกณฑ์วรปรัชญ์ไม่ได้สติแล้ว ใส่ท่อช่วยหายใจ ร่างกายบวม ผลการตรวจของแพทย์ระบุว่า วรปรัชญ์สมองบวม ซีโครงหักทั้ง 2 ข้าง ปอดฉีก ปอดรั่ว ไหปลาร้าหัก และกระดูกสันหลังหัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ครอบครัวสอบถามทางค่ายจนทราบว่าวรปรัชญ์โดนครูฝึกซ่อมวินัย 2 รอบ รอบแรก เขาได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่มีใครพาไปโรงพยาบาล ให้กินยา รักษาแผลที่ขา ในห้องพยาบาลในค่ายทหารแล้ว รอบที่ 2 ครูฝึกได้ข่าวว่าวรปรัชญ์จะฟ้องผู้พัน แต่ยังไม่มีการฟ้องใดๆ เกิดขึ้น และโดนครูฝึกซ้อมรอบที่ 2 อาการหนักกว่าเก่า และมีการใช้ไม้ตีด้านหลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="efe4ba33789c29b18051ded16119de3d3"&gt;&lt;p&gt;ตอนซ้อมเพื่อนทหารเกณฑ์ได้ยินเสียงวรปรัชญ์ร้องออกมาจากในห้อง สักพักเสียงก็เงียบหายไป เพื่อนจึงวิ่งออกมาดู เปิดห้องเข้าไปเห็นครูฝึกคนดังกล่าวกำลังปั๊มหัวใจทำ CPR ที่หน้าอก โดยวรปรัชญ์หมดสติหยุดหายใจไปประมาณ 14 นาที แต่ไม่มีการเร่งรีบพาไปส่งโรงพยาบาล รอสักพักใหญ่ๆ จึงได้มีการนำตัวส่งโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลค่ายนวมินทรทำการปั๊มหายใจขึ้นมาและใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ได้ 2 คืน จึงได้ส่งตัววรปรัชญ์ไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่วรปรัชญ์ไม่ฟื้นขึ้นมาและเสียชีวิตในวันที่ 2 ส.ค. 2567&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/53922444289_8ca358272c_b.jpg" width="661" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;“บาดแผลจากผลผลชันสูตรและที่เราถามหมอ ลักษณะคือบาดแผลบวมแดง ความลึก 3 เซ็น เห็นกระดูก อาการตรงนี้ทำไมคุณถึงไม่นำส่งไปหาหมอ ไปโรงพยาบาล ไม่มีการให้ยาปฏิชีวนะ จะว่าเราจับผิดก็ได้นะ เราแค่มองจุดเล็กๆ แต่เราสงสัย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แล้วก็อาการกระดูกหักที่หมอแจ้งจากการทำ MRI กระดูกซี่โครงคนเรา 12 คู่ น้องหักไป 11 คู่ มีรอยเก่า รอยใหม่ กระดูกไหปลาร้า กระดูกสะบัก กระดูกสันหลังระดับทรวงอก&amp;nbsp; กระดูกสันหลังระดับบั้นเอว แผลมาจากไหน น้องไม่เคยประสบอุบัติเหตุ ไม่เคยมีอาการกระดูกหัก อาการเหล่านี้มาจากไหน”&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“คนคนหนึ่งจะทนได้ขนาดไหน เราเลยมองว่ามันไม่ใช่ คุณมองว่าชีวิตคนหนึ่งคนเป็นเพียงสิ่งของหรือที่ระบายอารมณ์ของคุณ”&amp;nbsp;&lt;br&gt;&lt;br&gt;“เราก็เลยเลือกที่จะสู้”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;h2&gt;จากเด็กที่สมัครไปเป็นทหาร สู่คนที่อยากหนีทหาร&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เส้นทางการเข้าเป็นทหารเกณฑ์ของทหารเกณฑ์วรปรัชญ์ไม่ได้มาจากการจับใบดำใบแดง แต่เขาเต็มใจสมัครเข้ามาเป็นทหารเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในการรายงานตัวรอบแรก วรปรัชญ์มีน้ำหนักเกิน เขากลับบ้านไปพยายามลดนำ้หนัก จนนำ้หนักตัวหายไป 10 กิโลกรัมภายในระยะเวลา 2 เดือนครึ่ง และผ่านเข้าเป็นทหารเกณฑ์ในการรายงานตัวรอบ 2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขาเห็นน้าชายเขาเป็นทหาร น้าก็เริ่มจากพลทหาร ไปเรียนนายสิบ สอบขึ้นมาเป็นนายร้อย เขามองว่าอาชีพนี้พ่อแม่เบิกได้ แม่สบาย เป็นอะไรที่มั่นคง ซึ่งตัวเขาเองสามารถทำควบคู่กับกีฬาอีสปอร์ตได้ด้วย เพราะน้องฟอร์มทีมกับเพื่อนเพื่อจะแข่งกีฬาอีสปอร์ตก่อนที่จะไปเป็นทหาร เขาซ่อมคอมได้ ลงโปรแกรมได้ เขาทำได้หมดเลย เขาเรียน ปวช. เรียนคอมพิวเตอร์กราฟิก แต่ดร็อปเรียนไว้ เขาตัดสินใจตรงนี้ เราก็ปล่อย มันเป็นทางเลือกของเขา ไม่บังคับ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่ 1 พ.ค. 2567 วรปรัชญ์เข้าเป็นทหารเกณฑ์ที่ค่ายนวมินทร์ จังหวัดชลบุรี ผ่านไปไม่ถึงเดือนหลังเข้าฝึกทหารเกณฑ์ วรปรัชญ์บอกกับแม่ในวันเยี่ยมญาติเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2567 ว่า เขาไม่อยากเป็นทหารแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“วันเยี่ยมญาติน้องเนบอกว่า เขาไม่อยากเป็นทหารแล้ว น้องบอกว่า เจ๊ หนูเหนื่อย หนูอยากนอน หนูมีความคิดอยากหนีทหาร ก็เลยถามเขากลับไปว่าทำไมถึงอยากหนี เขาบอกว่าไม่มีอะไรหรอกเจ๊ แต่หนูไม่หนีนะ เพราะมันมีโทษ ถ้าหนูหนีไปแล้วหนูจะต้องรับโทษติดคุก เดี๋ยวเจ๊จะลำบาก”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำสรรพนามบ่งบอกความสนิทสนมระหว่างสองแม่ลูก วรปรัชญ์เรียกแม่ว่า ‘เจ๊’ เรียกยายว่า ‘แม่จ๋า’ เขายังเป็นหลานคนแรกที่ยายรักมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เอาจริงๆ ถ้าน้องบอกเราวันเยี่ยมญาติว่าน้องโดนอะไร เราพากลับเลย เดี๋ยวเคลียร์กันทีหลัง แล้วประสานไปทางผู้ใหญ่ให้เขาสอบคนของเขา แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาคุยกัน อย่างน้อยน้องก็ไม่เสียชีวิต แต่น้องไม่ได้บอกเรา ถ้าเรารู้เราพากลับเลย เราไม่สนหรอกว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น เพราะถ้าอยู่ก็ตาย”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55604836140_47bd16b596_b.jpg" width="637" height="960" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55604634344_3416c6e5db_o.jpg?s=eyJpIjo1NTYwNDYzNDM0NCwiZSI6MTc5MjYzMjAxMCwicyI6IjU0NTFjOWFlNDQ3YzBjNTgxOTNmOTE4YTA2ODlkNjUyYzZhYWU2MjUiLCJ2IjoxfQ" width="960" height="540" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55604557113_340cf4c412_o.png?s=eyJpIjo1NTYwNDU1NzExMywiZSI6MTc5MjYzMjAwOCwicyI6ImJlZDJlNjEwM2NmODI1MDhhNTJiMWQ0MWY5MGUyNDY5NWI5YmZiM2QiLCJ2IjoxfQ" width="476" height="624" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ทหารเกณฑ์วรปรัชญ์ตอนเด็ก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โสภาพรรณเอ่ยถึงเรื่องที่ค้างคาใจเธอมาตลอด ถ้าตอนนั้นเธอรู้สักนิดว่าว่าลูกชายถูกกระทำอย่างไรบ้าง เรื่องราวคงไม่จบเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังลูกชายจากไปกะทันหัน โสภาพรรณพังมาก เธอนอนไม่หลับอยู่เป็นปี พยายามไม่กินยานอนหลับ จนเข้าปีที่ 2 ของการเสียลูกชาย เธอฝืนต่อไปไม่ไหวต้องยอมกินยานอนหลับและยาปรับอารมณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เรายังเป็นอะไรไม่ได้ เพราะว่าคดียังไม่จบ ถามว่าทุกวันนี้กลัวตายไหม อะไรจะเกิดก็เกิด ตายก็คือตาย ถ้ามองในมุมของแม่ ถ้าพูดแบบเราไม่ได้สนใจกฎหมาย ชีวิตก็แลกด้วยชีวิต ลูกกูตายมึงก็ตาย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“คนเราความเป็นแม่ที่มีลูก ตอนนี้เราไม่กลัวอะไรแล้ว ไม่กลัวตาย เกิดหนเดียวตายหนเดียว กลัวอะไร แต่เรามองว่าลูกหลานบ้านเราอีก 4 คนที่เป็นผู้ชาย ถ้าใน 4 คนนี้เจอแบบนี้อีก เราจะทำยังไง เราไม่สามารถยอมรับตรงนั้นได้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เมื่อความสูญเสียพา 'แม่' เข้าสู่โลกของกฎหมาย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;หนึ่งอย่างที่ชีวิตของโสภาพรรณเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หลังจากที่ลูกชายเสียชีวิต คือ เธอตัวเองเข้าสู่โลกของกฎหมายมากขึ้น ไม่ใช่การไปขึ้นศาลในฐานะแม่ของผู้เสียชีวิต หรือโจทก์ร่วมนั่งมองทนายว่าความเท่านั้น แต่โสภาพรรณจดช็อตโน้ตออกมาทุกครั้งเวลาที่จำเลยให้การ เพื่อเอากลับมานั่งดูว่าจำเลยแต่ละคนให้การแบบไหน ต่างอย่างไร เพื่อทำการวิเคราะห์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โสภาพรรณเรียนรู้การค้นคว้าข้อกฎหมาย การขอคัดถ่ายเอกสารสำนวนจากศาล ซึ่งเธอบอกว่าหมดเงินหลักพันเสมอในแต่ละครั้ง เธอเอาเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากการเสียชีวิตของทหารเกณฑ์วรปรัชญ์ไปซื้อปริ้นท์เตอร์ ซื้อกระดาษ และปริ้นท์เอกสารที่เกี่ยวกับคดีของลูกชายออกมา กระจายเอกสาร หลักพยานหลักฐานต่างๆ ไว้กับคนในครอบครัวที่เธอไว้ใจ ไม่เก็บทุกอย่างไว้คนเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ค่าคัดถ่ายเอกสารหน้าละ 3 บาท เราโดนค่าคัดถ่ายเอกสารไปแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท แล้วเอกสารเป็น 100 แผ่นที่เราจะต้องคัดถ่ายพยานหลักฐานของศาลออกมา เพื่อเอามาอ่านประกอบดูว่าเราจะยื่นตรงไหนได้บ้าง ทำอะไรได้บ้าง เพราะถ้าเราไม่คัดถ่ายตรงนั้นออกมา เราก็จะไม่รู้”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;“เอกสารเราทำเอง เราทำการคัดถ่ายเอกสารที่ทางศาลให้คัดถ่าย พยานหลักฐาน คำเบิกความ เราจะคัดถ่ายและทำสำเนาไว้ทั้งของเรา และโยนไฟล์ไว้ที่พ่อน้อง โยนไฟล์ไว้สำหรับคนในบ้าน เพราะเราไม่รู้ว่าวันหนึ่งวันใดเราจะไปด้วยแบบไหน”&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“เราไม่ได้คล่อง แต่เหตุการณ์มันสอนให้เราต้องแกร่ง แล้วเราก็ต้องหาข้อมูล”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;“ก่อนหน้ามีน้อง ช่วงหนึ่งเราเรียนกฎหมาย พอท้องก็หยุด ไม่ได้เรียนต่อ แต่วันนี้ก็ต้องกลับมาอ่าน แล้วก็จะได้รับคำสอนจากอัยการเจ้าของคดีหลัก ผอ.สำนักงานยุติธรรมที่บอกให้เราค่อยๆ ศึกษา หาข้อมูลให้เราอ่าน เลิกพึ่งพาอย่างเดียว แต่ให้ศึกษาด้วยตัวเอง”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54553656715_2ed2817c48_b.jpg" width="1024" height="758" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ริสแบนด์สีแดง (สายรัดข้อมือสีแดง) ในหน่วยฝึกทหารใหม่ ใช้เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงกลุ่มเสี่ยงสูงด้านสุขภาพ หรือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สูงมาก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ/โรคประจำตัวที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากได้รับความเข้มข้นในการฝึกปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอย้ำเสมอว่าตัวเองเป็นแม่ค้าไม่ได้เรียนจบกฎหมาย ความเจ็บใจที่เสียลูกชายบวกกับความยากลำบากในการเข้าถึงพยานหลักฐานในคดี ค่อยๆ ผลักให้เธอเรียนรู้ด้วยตัวเอง หลังจากที่เคยพยายามขอภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐานแล้ว แต่ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“กล้องวงจรปิดเราเคยขอ แต่ไม่ได้ ทางค่าย (ทหาร) ให้เหตุผลว่าไม่มี กล้องไม่ถึง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โสภาพรรณจึงพยายามสู้คดีด้วยพยานหลักฐานจากช่องทางอื่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“หลักฐานมีเป็นไม้หน้าสาม ขนาดเมตรยี่สิบ ถ้าจำไม่ผิด ไม้หน้าสามเป็นไม้เนื้อแข็ง ถ้าตีเข้าไปที่ซี่โครงก็หัก แล้วคุณทำทำไม ถ้าเราทำเขาบ้างล่ะ”&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ถ้าขึ้นศาลทหาร เปรียบเทียบกับเคสของน้องเมย (ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหาร) ที่ขึ้นศาลทหาร พ่อกับแม่ไม่สามารถเข้าไปเป็นโจทก์ร่วมได้ แต่ของเราเป็นศาลพลเรือน เราสามารถเข้าไปเป็นโจทก์ร่วมได้ ระหว่างการพิจารณาคดีเรายื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ เรายื่นคลิปวิดีโอเข้าไปในฐานะโจทก์ร่วม แต่ถ้าอัยการเป็นโจทก์คนเดียวเราจะไม่สามารถยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมในระหว่างการพิจารณาคดีได้ เป็นคลิปที่น้องโดนตี แต่ว่าในวันนั้นน้องเจ้าของคลิป (ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ที่ยังไม่ได้ปลดประจำการ) แจ้งว่าเป็นคนอื่น (ไม่ใช่วรปรัชญ์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มันเป็นคลิป 2 วินาทีสั้นๆ มันแสดงถึงความโหดร้าย การที่ครูฝึกคนหนึ่งทำเหมือนเด็กพลทหารไม่ใช่คน วัวควายยังไม่ตีขนาดนี้เลย”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;แม่ของทหารเกณฑ์วรปรัชญ์มองว่าการใช้ความรุนแรงที่ครูฝึกกระทำต่อลูกชายเธอ ไม่อาจให้ภัยได้ โดยเฉพาะครูฝึกคนสุดท้ายที่อยู่กับวรปรัชญ์ก่อนเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ครูฝึกคนสุดท้ายที่อยู่กับน้องเป็นพลทหารเสนารักษ์ นายสิบเสนารักษ์ เขารู้ว่าน้องเจ็บ เขาไม่ให้น้องเข้าไปพักตามสิทธิในโรงพยาบาล หาว่าน้องสำออย น้องแกล้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทำไมคุณไม่แจ้งผู้ปกครอง ทั้งที่คุณก็รู้อยู่แล้วว่าน้าเขาเป็นทหารอยู่ตรงนั้น คุณไม่แจ้งพ่อกับแม่ก็ได้ คุณแจ้งน้าเขามาดู เพื่อประสานกับทางครอบครัว แล้ววันสุดท้ายที่เขาอยู่ เขาไปแตะฟุตซอลหน้ากองร้อย แล้วเขาเตะน้อง กระทืบลิ้นปี่แล้วเตะเข้าสีข้าง น้องร้องโอ๊ย ก่อนที่จะทำ CPR นั่นคือสุดท้าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขาเตะเพราะหาว่าน้องเยี่ยวราด แต่ด้วยความที่น้องเจ็บ น้องลุกไม่ไหว เขาไม่ได้ดู คุณเป็นนายสิบพยาบาลอย่างไง เราก็ไม่เข้าใจเขา กระบวนการทางศาลเขาสู้ทุกอย่าง เราไม่ได้คำตอบอะไรจากเขา"&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54553543648_736f6f96bc_b.jpg" width="768" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54553644160_be85653936_b.jpg" width="768" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54553543653_e7bd091105_b.jpg" width="768" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54553644100_486caffb54_b.jpg" width="768" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/54553644095_38bd803d7a_b.jpg" width="768" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภาพถ่ายบาดแผลตามร่างกายของทหารเกณฑ์วรปรัชญ์ที่มีผู้ถ่ายไว้ขณะอยู่ในค่ายทหารระหว่างการฝึก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ร่ายกายมีแผลฟกซ้ำ หน้าตาอิดโรย และหน้าบวมจากร่องรอยการถูกทำร้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ก่อนเข้าฝึกทหารเกณฑ์วรปรัชญ์เคยอยากขอแม่ลงไปฝึกที่ค่ายในกรุงเทพฯ ด้วยความที่เขาอยากสอบนายสิบแบบน้าชายที่เป็นทหาร แต่น้าแนะนำให้อยู่ค่ายนวมินทร์ เพราะค่ายนี้หน่วยนี้ส่งเสริมเรื่องการเรียนการสอบ และยังอยู่ใกล้บ้าน แม่ไปเยี่ยมได้ แล้วชีวิตของทหารเกณฑ์วรปรัชญ์จึงจบลงท่ีนี่แบบไม่มีใครคาดคิด “ถ้าวันนี้เขาไม่ได้เสียชีวิต แล้วเขาขึ้นเหล่าที่ตรงกับพวกสื่อสาร เขาจะไปได้ไกลมากกว่านี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถามว่าพอไม่มีเขาลำบากไหม ลำบาก เวลาเราจะทำอะไร จะไปไหน เราก็ต้องห่วงน้อง ห่วงยาย เวลาเราป่วย ปกติเขาก็จะช่วยดูแล พาเราไปหาหมอ หาน้ำให้กิน หาข้าวให้กิน แต่ทุกวันนี้ ไม่มีเขาแล้วก็เคว้ง มีคิดถึง แต่เราต้องดึงตัวเรากลับมาให้ได้ มิฉะนั้นเราก็จะไม่สามารถทำคดีให้เขาได้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2 ปีผ่านไป หลังจากที่ทหารเกณฑ์วรปรัชญ์ไม่เหลือชีวิตอยู่อีกแล้ว โสภาพรรณที่ยังต้องอยู่ใช้ทุกวันของเธอคิดหาทางเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกชาย ปัจจุบันเธอและลูกสาว (น้องสาวของวรปรัชญ์) มีความคิดที่อยากจะไปลงเรียนกฎหมายอย่างจริงจังที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้วยกัน 2 คนแม่ลูก วาระการเรียกร้องความยุติธรรมครั้งสุดท้ายให้ทหารเกณฑ์วรปรัชญ์กลายเป็นเรื่องของทุกคนในบ้านที่ไม่มีใครอยากยอมรับการจากไปอย่างโหดร้ายครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราไม่ได้เหมารวมทหารทั้งกองทัพ เราดูเป็นรายบุคคลสำหรับคนที่กระทำ ทุกอย่างมันก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี อยู่ในแวดวงนั้นๆ อยู่แล้ว ทหารจะบอกว่าไม่ดีก็คงไม่ใช่ คนดีก็มี คนไม่ดีเราก็ต้องกำจัดออกไป เพราะว่าพวกนี้คือกากเดนในเครื่องแบบ เราก็ต้องเอากากเดนพวกนี้ออกไปให้หมด ถ้าเรายังเอากากเดนไว้ เรายังอนุรักษ์ตรงนี้ เรายังกลัวเกรงตรงนี้ มันก็อยู่แบบนี้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“การเกณฑ์ทหารไม่ได้น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือการถูกซ้อมทรมานในค่ายทหาร ตรงนี้เขาจะทำอย่างไรในการดูแลพลทหาร คุณบอกว่าพลทหารคือน้องคนเล็กของกองทัพ คือฟันเฟืองของกองทัพ คุณจะทำอย่างไรให้น้องคนเล็กหรือฟันเฟืองของคุณปลอดภัย จะมีการดูแลอย่างไรจากยอดพีระมิดถึงฐานพีระมิด”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สัมภาษณ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;วรปรัชญ์ พัดมาสกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;พลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ค่ายนวมินทร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%81" hreflang="th"&gt;กองทัพบก&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;ทหารเกณฑ์เสียชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;เสียชีวิตในค่ายทหาร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93-%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;โสภาพรรณ พัดมาสกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AF" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;วรรณา แต้มทอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Wed, 21 Oct 2026 23:54:02 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119164 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>ทำนองที่คิดถึง-ภาพที่กักขังไม่ได้ หลากศิลปินร่วมแจมงาน ‘คิดถึงอานนท์’</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119150</link>
  <description>&lt;span&gt;ทำนองที่คิดถึง-ภาพที่กักขังไม่ได้ หลากศิลปินร่วมแจมงาน ‘คิดถึงอานนท์’&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ยศวดี สงวนนาม : รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;iLaw : ภาพ&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-20T18:23:07+07:00" title="Tuesday, October 20, 2026 - 18:23"&gt;Tue, 2026-10-20 - 18:23&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/10/119074"&gt;วงคุย STORIES OF ARNON คุยเรื่องอานนท์ นำภา&lt;/a&gt;&amp;nbsp; เป็นส่วนหนึ่งของงาน ‘คิดถึงอานนท์’ ที่ iLaw จัดขึ้นเมื่อ 26 กันยายนที่ผ่านมา นอกเหนือจากนั้น ยังมีสารพัดงานศิลปะจากศิลปินรุ่นใหม่หลากหลายแขนง พวกเขามาร่วมแสดงอารมณ์ ความรู้สึก ความทรงจำ และการตีความการต่อสู้ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;RHYTHM OF ARNON: เสียงที่ฟัง ทำนองที่คิดถึง&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;มิกกี้ บัง&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มทะลุฟ้า และเป็นลูกความของอานนท์ นำภา ใช้ความสามารถและความชื่นชอบด้านการมิกซ์เพลงเพื่ออานนท์ เขาเล่าว่า เพลงที่เลือกมานั้นค่อนข้างมีความหมายต่อตัวเขา บางเพลงก็เปิดฟังด้วยกันตอนกำลังกินซอยจุ๊ นั่งประชุมงาน หรือนั่งเล่นด้วยกัน เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงอีสาน แล้วเอามามิกซ์เป็นแนวใหม่ ละตินบ้าง บราซิลบ้าง บางเพลงก็เป็นผลงานของเขาเอง เอามาโชว์ผสมกัน เพื่ออานนท์โดยเฉพาะ ตัวอย่างเพลงที่นำมามิกซ์โชว์ ได้แก่ เพลงตังเก (พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ), Y Que Fue? x โนบรา โนรา, เมียคอยมาคุม (เทพ เทพโพธิ์งาม)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ระหว่างการโชว์การมิกซ์เพลง รอบๆโต๊ะของเขาเต็มไปด้วยของที่สื่อถึงความคิดถึงที่มีต่ออานนท์ นำภา อาทิ ชุดครุยทนาย, หนังสือมติชนสุดสัปดาห์ คอลัมน์ตัวนำยวดยิ่ง #freeอานนท์, กระเป๋าใบโปรดของอานนท์, ผ้าพันคอ, หนังสือประมวลกฎหมาย และรูปอานนท์ขณะอุ้มลูกในวัยทารก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ระหว่างการถ่ายทอดบทเพลงของมิกกี้ บังจะมีฉายพรีเซนเทชั่นรูปอานนท์ในแต่ละช่วงเวลาประกอบอยู่ด้วย ทั้งขณะรับประทานซอยจุ๊, ขณะปราศรัย, ขณะหลับบนรถ หลังเหนื่อยล้าจากการทำงาน, ขณะอยู่ที่ศาล และโมเมนต์ความทรงจำอื่นๆ ประกอบการเล่นดนตรี แล้วเติมเต็มบรรยากาศชวนผู้ฟังคิดถึงอานนท์ นำภามากยิ่งขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขารู้จักกับอานนท์ตั้งแต่เริ่มออกมาเคลื่อนไหว ช่วงมหาวิทยาลัย ปี3 ตอนขึ้นปราศรัยมีโอกาสได้ปรึกษากับอานนท์ค่อนข้างเยอะ เขารู้สึกว่าอานนท์เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่งจริงๆ อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ชอบให้กำลังใจคนอื่น แม้กระทั่งในตอนที่อานนท์ขึ้นว่าความให้ ก็รู้สึกสบายใจ ทั้งๆ ที่ตัวอานนท์อยู่ในชุดนักโทษ เขามั่นใจขึ้นมากๆ เพราะอานนท์มีเวลาในการอ่านคดีมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ณ ตอนนั้น ผมมีคิดอย่างเดียวเลยว่า โอ้ ศาลเป็นเรื่องเลย เพราะคุณกำลังจับขังคนที่มีความรู้อะครับ จากตอนแรกที่เขาอยู่ข้างนอกแล้วต้องใช้ชีวิตปกติทั่วไป ทำนู่นทำนี่&amp;nbsp; แต่พอไปอยู่ข้างในไม่มีไรทำเลยฮะ อย่างเดียวก็คืออ่านสำนวนของพวกผม ออกมาปุ๊บคล่องเลย อ่านมาแล้ว ท่องมาแล้ว พร้อมเถียงกับศาล” มิกกี้ บัง เล่า&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55600179562_2772c90659_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;มิกกี้ บัง&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มทะลุฟ้า&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;IMPRESSION OF ARNON: ภาพจำที่เรือนจำกักขังไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“ถึงแม้อานนท์จะอยู่ในเรือนจำมานานแล้ว แต่พวกเราก็ไม่มีใครลืมอานนท์เลย” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ย้ำ ก่อนนำสู่ช่วงศิลปินนำเสนอผลงาน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55601295703_106a58d968_b.jpg" width="1024" height="684" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภาพวาดใบหน้าอานนท์ โดย มะเดี่ยว ธรรรักษ์ แสงสุวรรณ (มะเดี่ยวศรีหลานยายปริก)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เริ่มต้นจาก&amp;nbsp;มะเดี่ยว ธรรรักษ์ แสงสุวรรณ หรือ มะเดี่ยวศรีหลานยายปริก ศิลปินนักวาดการ์ตูน เล่าเรื่องราวผ่านภาพเขียนและตัวอักษร ก่อนหน้านี้เขาทำงาน pure art มาก่อน และจริงๆ แล้วไม่ได้อยากสนใจการเมืองขนาดนั้น ไม่ได้อยากยุ่ง อยากอยู่แบบสบายๆ มีเงินเยอะๆ แต่เมื่อเห็นเด็กๆ ออกมาประท้วงในม็อบช่วงปี 2563 ก็ทนไม่ไหวและเกรงใจ รู้สึกต้องออกมาทำอะไรสักอย่าง รู้สึกว่ามันหนักขึ้นทุกที ผู้ใหญ่มีอำนาจในมือสามารถคุยกันได้ ประเทศจะได้ไปต่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาอธิบายภาพ ‘ใบหน้าอานนท์’ ว่า วันนั้นที่ศาลอาญารัชดา อยากจะไปสเก็ตภาพอานนท์เก็บไว้ จำได้ว่าหลายคนมาให้กำลังใจอานนท์กันจนแน่นห้อง เขาเองฟังไม่ค่อยได้ยินว่าศาลพูดว่าอะไรบ้าง ได้ยินแค่เสียงปากกาแกรกๆ เท่านั้น หลังจบการพิจารณาคดีในวันนั้น เขาเอาภาพที่สเก็ตช์ไปให้อานนท์เซ็นต์ชื่อ​ แต่อานนท์กลับเขียนคำสักคำกลับมาบนภาพสเก็ตช์ใบนั้นแต่อ่านไม่ออก&amp;nbsp; ขณะที่&amp;nbsp;ล้วน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เหน่ง ศิลปินเพื่อนอานนท์ บอกว่า คำนั้นคือคำว่า “สู้” พร้อมลายเซ็นต์อานนท์แบบอย่างง่าย เพราะคอนเซปท์คือ สตรีทอาร์ต สื่อถึงการต่อสู้บนท้องถนน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มะเดี่ยวเล่าต่อว่า เหตุผลที่ใช้ลายเซ็นต์อานนท์ ไม่ใช้ลายเซ็นต์ตัวเอง เพราะลายเส้นเฉพาะตัวของเขาได้อยู่บนรูปวาดนั้นหมดแล้ว และอยากให้รูปนี้เป็นตัวตนของอานนท์มากกว่า จึงให้ล้วนและเหน่งช่วงพ่นสเปรย์ลายเซ็นนี้ลงไป&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e4d8cc2a9839e0d75d9587f8ed8a1ff68"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/10/119074"&gt;คิดถึง ‘อานนท์’ ครบ 3 ปีตัวอยู่ในกรงขัง ความทรงจำ-ปณิธานอยู่นอกกรง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55601204041_9a23c7e05e_b.jpg" width="1024" height="678" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;Draw Together งานศิลปะ โดย MM. Kosum&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลงานศิลปะ Draw Together ลักษณะเหมือนบ้าน โดย&amp;nbsp;MM. Kosum หรือ เอ็มเอ็ม ศิลปินสายสื่อผสมผสาน เธอพูดไม่ค่อยเก่ง แต่ตั้งใจดีไซน์ให้งานชิ้นนี้ออกมาโดยมีเป้าประสงค์อยากชวนผู้ร่วมงานมาสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยกัน งานศิลปะของเธอโยงขึ้นที่สูง ปรากฏรายชื่อผู้ต้องหาคดี 112 อยู่บนผืนผ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอตั้งใจอยากให้ทุกคนกล้าลงมือทำ เรียกร้องได้อย่างมีเสรีภาพ บอกความคิดถึงถึงอานนท์ลงบนผืนผ้าใบนี้ ตามคอนเซปต์ Freedom of speech ด้วยอุปกรณ์พู่กันที่ต่อกับกิ่งไม้ยาวๆ และสามารถดัดแปลงอุปกรณ์ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บนผืนผ้าของเธอมีต้นไม้สูง เปรียบกับมนุษย์ที่กำลังเติบโตไปเรื่อยๆ เธอเชื่อว่าต่อให้เราตายไปแล้ว แต่สิ่งที่เราสร้างไว้จะยังคงเติบโตไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“บางทีเราอาจจะตายไปก่อน แต่สิ่งที่ปลูกเอาไว้มันจะโตต่อไป” MM. Kosum กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55601295453_861cbfb583_b.jpg" width="1024" height="684" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;DISOBEY งานศิลปะสื่อผสมโดย เสฎฐวุฒิ โกมารกุล ณ นคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เมื่อทำงานเรียกร้อง ก็ต้องกลับมาดูแลตัวเอง พักผ่อน เก็บแรงไว้สู้ระยะยาว” คำพูดของอานนท์ที่บอกกับกาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เสฎฐวุฒิ โกมารกุล ณ นคร หรือกาย กราฟิกดีไซน์เนอร์มือทอง ประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ก่อนหน้านี้ก็ทำงานศิลปะอิสระมาโดยตลอด ในยุคม็อบ 63 กลุ่ม FreeArts เปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้โชว์ผลงานอยู่แล้วตามม็อบท้องถนน บางครั้งไม่ได้ลงถนนก็โพสต์ผลงานร่วมสนุกผ่านทางออนไลน์แทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;งานศิลปะของเขา แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก DISOBEY ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานของ Shepard Fairey ศิลปินสตรีทอาร์ตและนักออกแบบกราฟิกชาวอเมริกัน สื่อถึงเรื่องการเมือง จุดประกายผู้คนในเมืองนั้น ตัวเขาเองมองอานนท์เป็นคนคนหนึ่งที่จุดประกายแก่ผู้คนเช่นเดียวกัน จึงใช้บล็อกนี้และแทนอานนท์ด้วยคำว่า DISOBEY แปลว่า ไม่สยบยอม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนที่ 2 ภาพคอลลาจ เขานึกถึงตอนที่เวลาคนกลับบ้าน แล้วมักจะมีของขวัญเป็นคอลลาจรวมรูปภาพ ให้ความรู้สึกว่ายินดีต้อนรับ เขาแทนภาพเหล่านั้นด้วยภาพของอานนท์ที่มีอยู่ในโทรศัพท์เครื่องเก่า ซึ่งเป็นภาพที่อานนท์ทำกิจวัตรประจำวันทั่วๆ ไป แล้วนำศิลปะทั้ง 2 ส่วนนี้รวมเข้าด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55601372789_2a8811e478_b.jpg" width="1024" height="684" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภาพวาดริมทะเลโทนขาวดำ โดยสะอาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพวาดริมทะเลโทนขาวดำ เล่าเรื่องชีวิตปกติของอานนท์และลูกๆ โดย&amp;nbsp;สะอาด&amp;nbsp;ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์ นักเขียนและนักวาดการ์ตูนเล่าเรื่องในประเด็นสังคม การเมือง เขาเริ่มเล่าเรื่องการเมืองผ่านงานศิลปะในนามตนเองมาตั้งแต่ปี 2557 หลังเรียนจบ วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสลงสีอะคริลิกบนเฟรมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในขณะที่เขาไม่ได้รู้จักกับอานนท์เป็นการส่วนตัวมาก่อน ภาพของเขาเล่าเรื่องถึงอานนท์ ในวันที่ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวตามปกติ นั่งกินซอยจุ๊ กินเบียร์ เล่นกับลูกริมทะเล เขามองว่านั่นเป็นชีวิตง่ายๆ ที่อานนท์ควรได้รับ ไม่ใช่การถูกขังในเรือนจำ เขาละเลงสีขาวดำอย่างง่ายที่สุด เนื่องจากไม่ได้มีพื้นฐานในงานแบบนี้มาก่อน แต่ภาพวาดและการเล่าเรื่องของเขาก็สร้างความประทับใจแก่คนร่วมงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สะอาดบอกว่า การต่อสู้ทั้งหมดของทุกคนสำคัญกับเขามากในการทำงานและการมองชีวิต และเชื่อว่า ยังมีปัญหาอีกมากมายที่เราจะต้องยืนหยัด มองข้ามไม่ได้ บางทีผลลัพธ์อาจจะไม่ได้ปรากฏขึ้นซึ่งหน้า แต่อาจจะค่อยๆ งอกงามผ่านความคิดและงานศิลปะของผู้คนหลังจากนี้ สะอาดทิ้งท้ายว่า การเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวัน เขาเข้าใจในความกลัวที่จะแสดงออกของศิลปินทุกท่าน แต่ย้ำว่าการแสดงออกเหล่านี้ไม่เคยมากเกินไปสำหรับการสื่อสารของศิลปิน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55601372769_c360029973_b.jpg" width="1024" height="684" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภาพวาดเหมือนจริง โดย โจ้ วิทวัส ทองเขียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วิทวัส ทองเขียว หรือโจ้ เจ้าของภาพวาดเหมือนจริงชิ้นนี้ เริ่มงานศิลปะการเมืองมาตั้งแต่ปี 2554 งานชิ้นนี้ใช้แบบจากข้าวของของอานนท์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า โดยไม่ต้องเปลี่ยน ข้าวของพวกนั้นมีทั้งเสาที่ใช้แขวนชุดครุยทนาย กระเป๋าใบโปรดของอานนท์ 2 ใบ และผ้าพันคอ การแขวนของพวกนี้อยู่ก็เหมือนกับอานนท์กำลังถูกแขวนอยู่ในที่ที่นึง จึงละเลงพื้นหลังด้วยสีน้ำเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จุดแต้มสีวงกลมที่ใหญ่บ้าง เล็กบ้างด้วยสีไม่เชิงแดง ไม่เชิงส้ม เรียกว่า scarlet red เขานำมาเชื่อมโยงกับภาพฝันอานนท์ที่อยากให้สังคม โดยเฉพาะฝ่ายประขาธิปไตยหันหน้าเข้าหากัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บนผ้าใบยังปรากฏข้อความล่องหนด้วยว่า “เชื่อมั่นและศรัทธา” ประโยคประจำตัวพร้อมลายเซ็นอานนท์ บนผ้าใบหากมองเพียงผิวเผินก็จะไม่เห็นอะไรเลย แต่หากตั้งใจมองเข้าไปก็เห็นถึงรายละเอียดที่สื่อถึงอานนท์ทุกเม็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ข้อความของเขา ถ้าเราตั้งใจดูก็จะเห็น ถ้าไม่ตั้งใจดูก็จะไม่เห็น เขาจะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อเราพยายามมองเห็นเขา เขาจะได้ไม่หายไป” โจ้เล่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ เขาเล่าถึงงานศิลปะชิ้นอื่นๆ ของเขาที่เกี่ยวข้องกับอานนท์ บางชิ้นเป็นการเอางานเก่ามาสร้างใหม่ ตอนที่เขายังไม่มีความคิดทางการเมืองเฉกเช่นตอนนี้ เขานำงานเก่าๆ เหล่านั้นมาตัด ทำใหม่ บางภาพใช้การถมสีน้ำเงินหลายๆ ชั้น แล้วเติมแต่งภาพด้วยภาพวาดพ่อจากลูกสาวอานนท์ บางภาพก็เติมแต่งงานนั้นใหม่ด้วยลายมือของอานนท์ เพื่อสื่อถึงวิธีการมองโลก ความสนใจและความงามที่เปลี่ยนไปภายในตัวเขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เอามาใช้โดยเราไม่ต้องอายมัน เอามาใช้ในบริบทใหม่ของเรา เหมือนเป็นการยอมรับ เชื่อมโยงและสนทนากับตัวเอง” โจ้กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C-%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A0%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;อานนท์ นำภา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;ยศวดี สงวนนาม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%A1112" hreflang="th"&gt;คดี ม.112&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/ilaw" hreflang="th"&gt;iLaw&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;มิกกี้ บัง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93" hreflang="th"&gt;ธรรรักษ์ แสงสุวรรณ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/draw-together" hreflang="th"&gt;Draw Together&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%8E%E0%B8%90%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4-%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5-%E0%B8%93-%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;เสฎฐวุฒิ โกมารกุล ณ นคร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%94" hreflang="th"&gt;สะอาด&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA-%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;วิทวัส ทองเขียว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 20 Oct 2026 11:23:07 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119150 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>“พม่าจากมุมมองนักการทูต” ทูตพิษณุเสนอยุทธศาสตร์ต่อพม่า-ไทยต้องเลิกต่างคนต่างทำ</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119149</link>
  <description>&lt;span&gt;“พม่าจากมุมมองนักการทูต” ทูตพิษณุเสนอยุทธศาสตร์ต่อพม่า-ไทยต้องเลิกต่างคนต่างทำ&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-20T16:12:35+07:00" title="Tuesday, October 20, 2026 - 16:12"&gt;Tue, 2026-10-20 - 16:12&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เสวนาเปิดตัวหนังสือ “พม่า: ประวัติศาสตร์ รัฐประหาร และรูปแบบรัฐ” พิษณุ สุวรรณะชฎ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ชวนทำความเข้าใจพม่าผ่านประวัติศาสตร์ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ บทบาทกองทัพ และการแข่งขันของมหาอำนาจ พร้อมเสนอให้ไทยมียุทธศาสตร์ต่อพม่าอย่างบูรณาการ แทนการทำงานแยกส่วนหรือรับมือเฉพาะเมื่อเกิดปัญหา ย้ำการมีปฏิสัมพันธ์ไม่เท่ากับการรับรองระบอบการปกครอง และการดำเนินนโยบายควรคำนึงถึงสันติภาพ เสถียรภาพ และผลประโยชน์ร่วมของประชาชนทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55600716696_3b040bc09b_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;ช่วงปาฐกถาหัวข้อ “พม่าจากมุมมองนักการทูต” โดย พิษณุ สุวรรณะชฎ อดีตเอกอัครราชทูตประจำกรุงย่างกุ้ง&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55599695617_ce0d63ee6c_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;เสวนาเปิดตัวหนังสือ “พม่า: ประวัติศาสตร์ รัฐประหาร และรูปแบบรัฐ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ต.ค. 2569 ที่ห้อง 401 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีงานเสวนาเปิดตัวหนังสือ “พม่า: ประวัติศาสตร์ รัฐประหาร และรูปแบบรัฐ” ผลงานของ รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายกสมาคมภูมิภาคศึกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดุลยภาค ปรีชารัชช กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า พม่ามีความเปลี่ยนแปลงไปมากหลัง พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่ายก่อรัฐประหารเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการปกครอง ความดุเดือดของสงครามกลางเมือง และพลวัตการต่างประเทศที่มีมหาอำนาจ เช่น จีนและรัสเซียเข้ามาพัวพันเยอะ ขณะที่ไทยเริ่มมีนโยบายต่อพม่าที่เรียกว่า&amp;nbsp;Calibrated Re-engagement&amp;nbsp;คำถามที่น่าสนใจคือพม่าโดยเฉพาะรูปแบบรัฐ และลักษณะความขัดแย้งหลังรัฐประหารมีรูปพรรณสัณฐานอย่างไร บริบทต่อชุมชนระหว่างประเทศ การต่างประเทศของไทยที่มีต่อพม่าจะเป็นอย่างไร นับเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สมควรที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะจัดงานเสวนาบริการองค์ความรู้สู่สาธารณะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวผมในฐานะที่ศึกษากิจการเรื่องพม่า เมียนมา มาพอสมควร ในบทบาทของสมาคมภูมิภาคศึกษาออกหนังสือเล่มใหม่&amp;nbsp;นอกจากนี้ ก็ถือโอกาสออกหนังสือเล่มใหม่ เป็นหนังสือที่ร้อยเรียงบทความที่เขียนขึ้นทั้งยุคเก่าและยุคใหม่ ตั้งแต่สงครามเสียกรุง มาจนถึงวงจรรัฐประหารในประวัติศาสตร์พม่า รูปแบบรัฐพม่าหลังรัฐประหาร และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลไทยในประเด็นพม่า บทความต่างๆ นำมาร้อยเรียงกันเป็นหนังสือเล่มนี้&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55600846593_44ab7d10be_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;เสวนาเปิดตัวหนังสือ “พม่า: ประวัติศาสตร์ รัฐประหาร และรูปแบบรัฐ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงแรกมีการปาฐกถาหัวข้อ &lt;strong&gt;“พม่าจากมุมมองนักการทูต”&lt;/strong&gt; โดย พิษณุ สุวรรณะชฎ อดีตเอกอัครราชทูตประจำกรุงย่างกุ้ง และนายกสมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรภาพ กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตอนหนึ่งทูตพิษณุกล่าวขอบคุณคณะผู้จัดงาน รวมทั้งสมาคมภูมิภาคศึกษาที่ได้ให้ร่วมแชร์ความรู้ประสบการณ์ รู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ๆ กลุ่มนักศึกษาถือว่าท่านได้ให้ความสนใจกับเรื่องพม่าซึ่งเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น ถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อยากให้ทุกท่านมองในมุมมองใหม่ อย่าเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ไกลตัว เรื่องของประเทศเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แท้จริงแล้วใกล้ตัวทุกคน และใกล้มากขึ้น มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเราทุกคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่พวกเราบ่นๆ กันว่า เศรษฐกิจไทยทำไม&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;ต่ำรั้งท้ายอาเซียน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะขนาดเศรษฐกิจไทยในโลกปัจจุบันไม่ใช่ขนาดประชากร 70 ล้านคนที่อยู่ในประเทศไทย แต่รวมถึงขนาดเศรษฐกิจที่รวมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวทุกปี 35 ล้านคน รวมถึงเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดของไทยที่อยู่ในกัมพูชาที่มีประชากร 30 ล้านคนด้วย และเกี่ยวข้องกับตลาดของเราที่อยู่ในพม่าที่มีประชากร 50 ล้านคนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันนี้เมื่อถามว่าทำไม&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;หดตัวมากขนาดนี้ คำอธิบายหนึ่งก็คือตลาดของเราในกัมพูชานั้นกระทบกระเทือนและเสียหายมาก ตลาดของไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาในพม่าเสียหายมาก เหตุผลเพราะพม่ามีรัฐประหาร และถูกแซงก์ชันจากนานาชาติ ในช่วง&amp;nbsp;Covid-19 ทำไมเศรษฐกิจของไทยเสียหายมาก ก็เพราะได้รับผลกระทบที่นักท่องเที่ยวหายไปหมด เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้นักศึกษา ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ต้องตระหนักว่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมอยากเริ่มต้นด้วยการแสดงความยินดีและขอบพระคุณที่อาจารย์ดุลยภาคผลิตผลงานที่มีคุณค่า สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะในพม่า ธรรมศาสตร์ สมาคมภูมิภาคศึกษา จนมีหนังสือเล่มหนึ่งออกมาได้ประกับความรู้ อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือเล่มนี้เพื่อให้มีความเข้าใจมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนังสือเล่มนี้ได้อธิบายเรื่องเกี่ยวกับพม่าอย่างเป็นระบบ มีประวัติศาสตร์รัดกุม ถูกต้อง และอธิบายทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมา เราจะรู้เรื่องประวัติศาสตร์พม่า เรื่องรัฐประหาร และรูปแบบของรัฐดีขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้อยากแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปาฐกถาของผมในเช้าวันนี้ ผมอยากจะออกตัวก่อนว่า ผมจะไม่ได้วิจารณ์หนังสือเล่มนี้ เพราะการวิจารณ์หนังสือจะมีในช่วงเสวนาอภิปรายโดยนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะมาวิจารณ์หนังสือ แต่ส่วนที่ผมจะพูด ผมอยากจะพูดเรื่องเกี่ยวกับพม่าในภาพรวม โดยจะใช้ประสบการณ์ของผมที่ทำงานเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านมาตลอดทั้งชีวิต รวมทั้งโอกาสที่ได้เป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง รวมเวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ก็จะนำเรื่องเหล่านี้มาถ่ายทอดให้ทุกท่านได้ทราบ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ปริศนาของชื่อประเทศ “พม่า” และ “เมียนมา”&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;พม่ามีความซับซ้อนมาก หนึ่งในความซับซ้อนทุกท่านคงจะเห็นก็คือหนังสือเล่มนี้เรียกประเทศเพื่อนบ้านของเราว่า พม่า ในขณะที่ชื่ออย่างเป็นทางการเขาชื่อ เมียนมา ถือเป็นหนึ่งในความซับซ้อนที่เกิดขึ้นว่าแม้แต่ชื่อเรียกประเทศก็ยังแตกต่างกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมียนมา แปลว่าอะไร ในภาษาพม่าที่รัฐบาลเขาตีความคือ “ฉับไว” และ “ทรงพลัง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ก่อนเขาตั้งชื่อประเทศว่า “พม่า” แทนเชื้อชาติหนึ่งในประเทศคือชนเชื้อสาย “บะหม่า” และตั้งชื่อประเทศว่า “สหภาพพม่า”&amp;nbsp;(Union of Burma)&amp;nbsp;เป็นรัฐที่เป็นรูปแบบสหภาพของคนพม่า ต่อมามีการพัฒนาการทางการเมืองก็พยายามสลาย ไม่ให้คนซึ่งมีความหลากหลาย&amp;nbsp;135 กลุ่มชาติพันธุ์มีความแตกแยกกัน เริ่มต้นตั้งแต่ชื่อของประเทศ ตั้งชื่อว่า “เมียนมา” ให้มีความหมายเป็นประเทศที่กระฉับกระเฉง แข็งแรง ทรงพลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่วันนี้เราก็ได้เห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านของเราแห่งนี้ก็ยังไม่ได้ทรงพลัง กระฉับกระเฉง แบบที่เขาอยากเป็น หรือแบบที่เราอยากให้เขาเป็น การที่จะทำวิสัยทัศน์ให้ชื่อประเทศได้บังเกิดผล และเป็นผลดีกับประเทศไทย ก็เป็นประเทศเพื่อนบ้านคอยช่วยไม่มากก็น้อย ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;จากประเทศดาวรุ่งสู่สภาวะถอยหลัง&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ผมอยากจะตั้งคำถามนำกับทุกท่านว่า ทำไมประเทศซึ่งมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ มีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์สำคัญ มีอารยธรรมเก่าแก่ยาวนาน ทำไมประเทศนี้จึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งต่อเมื่อง ทำไมประเทศนี้ซึ่งน่าจะเจริญก้าวหน้า เพราะทุกท่านต้องไม่ลืมว่า ในช่วงทศวรรษ&amp;nbsp;1960 ประเทศไทยยังอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า&amp;nbsp;'in the middle of nowhere'&amp;nbsp;เรายังไม่มีอะไรเลย แต่ในปี&amp;nbsp;1960 เมืองหลวงที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านหนึ่งคือ ย่างกุ้ง และอีกด้านหนึ่งคือ พนมเปญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แนวคิดการพัฒนาของประเทศสิงคโปร์ในปัจจุบัน ที่ปรากฏอยู่ในบันทึกของอดีตผู้นำ ลี กวน ยู เรื่อง&amp;nbsp;&lt;a href="https://eresources.nlb.gov.sg/newspapers/digitised/article/straitstimes19670513-1.2.87.2"&gt;“Garden City”&amp;nbsp;&lt;/a&gt;นั้น สิงคโปร์เลียนแบบมาจากกรุงพนมเปญ ซึ่งในอดีตกลางเมืองมีบูลเลอวาร์ดหรือถนนสายใหญ่ มีต้นไม้ร่มรื่น กรุงย่างกุ้งก็เช่นเดียวกัน เป็นเมืองหลวงซึ่งสวยงามและมีความเป็นอังกฤษมาก ในวันที่ประเทศไทยยังไม่รู้จะอยู่ที่ไหนเลย พม่ามีคนของเขาเป็นเลขาธิการสหประชาชาติ (อู ถั่น) และแสดงให้เห็นว่าในปี&amp;nbsp;1960 พม่ายังเป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรืองและมีโอกาสในอนาคตมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ทำไมวันนี้เหตุการณ์ต่างๆ ถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ ประหนึ่งว่าพม่ากำลังเดินก้าวหน้าพัฒนามาอยู่ดีๆ วันหนึ่งก็เปิดประตูช่องฟรีซ แล้วเอาตัวเองเข้าไปไว้ในช่องฟรีซ นานๆ ก็ออกมาที สักพักหนึ่งก็กลับเข้าไปในช่องฟรีซใหม่ ทำไมกองทัพเมียนมาถึงได้มีบทบาททางการเมืองในเมียนมายาวนาน ทำไมเมียนมาถึงมีความขัดแย้งระหว่างศูนย์กลางอำนาจกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด แม้จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำถามสำคัญที่สุดซึ่งผมคิดว่าพวกเราควรต้องคำนึงถึงและพิจารณาให้มากก็คือ แล้วประเทศไทยควรจะดำเนินความสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างไร เพื่อรักษามิตรภาพ หลักการที่ถูกต้อง และได้รับผลประโยชน์ที่พึงได้ไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;กุญแจสำคัญทำความเข้าใจภูมิหลังและอัตลักษณ์พม่า&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;กุญแจสำคัญในการเข้าใจพม่า/เมียนมา หนังสือดุลยภาพ มอบไว้ให้เราแล้ว หนึ่งคือ เรื่องของการเข้าใจภูมิหลังประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของสังคมพม่าที่ประกอบด้วยคนหลากหลายเชื้อชาติ ในอดีตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี 2 อารยธรรมสำคัญ ถูกคั่นด้วยเทือกเขาตะนาวศรี อารยธรรมหนึ่งคือ อารยธรรมพุกาม ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโนรธา อีกอารยธรรมหนึ่งคือ อาณาจักรขอม อยู่ที่เมืองเสียมราฐ มีปราสาทหิน มีอารยธรรมขยายมาสุดเขตแดนจริงอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี เพราะเราพบปราสาทขอมที่กาญจนบุรี และนั่นคือเขตแดนของอาณาจักรขอมในอดีต โดยมีเทือกเขาตะนาวศรีมากั้น ถัดจากเทือกเขาตะนาวศรีไปก็คืออาณาจักรพุกาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คนพม่ามีความภาคภูมิใจในเรื่องเอกราช อธิปไตย และศักดิ์ศรีของชาติมาก แต่ความภาคภูมิใจของเขาต่างจากความภาคภูมิใจของคนไทย ความภาคภูมิใจของคนไทยในเรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นชาติ อยู่ที่การที่เราสามารถรักษาเอกราชของประเทศเราไว้ได้แม้ในช่วงเวลาที่วุ่นวายและประสบปัญหาที่สุด เช่น ยุคลัทธิอาณานิคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่พม่าภาคภูมิใจในความเป็นชาติเพราะความยิ่งใหญ่ในอดีตที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความภาคภูมิใจนี้ถูกชะงักงันไปด้วยการที่พม่าได้ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และประสบการณ์ของพม่าในยุคอาณานิคมไม่ใช่ประสบการณ์หวานชื่น แต่เป็นประสบการณ์ที่ขมขื่น เพราะอังกฤษปกครองพม่าตลอด 100 กว่าปีในฐานะส่วนหนึ่งของจักรวรรดิบริติชอินเดีย&amp;nbsp;เกิดความรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า หลอมรวมเป็นอารมณ์ความรู้สึกทางอัตลักษณ์ (Identity)&amp;nbsp;ของความเป็นชาติที่ขัดแย้งกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประสบการณ์ภายใต้ยุคอาณานิคมจึงมีผลอย่างมากกับพฤติกรรมทางการเมืองระหว่างประเทศของพม่าในวันนี้ เพราะว่าเขาจะมีความหวาดระแวงและระมัดระวังอย่างมากเกี่ยวกับการแทรกแซงจากมหาอำนาจภายนอกประเทศ เราจะเห็นว่าเนี่ยเขาถูกคว่ำบาตร แต่เขาก็อยู่ได้ และอยู่มาได้ยาวนานด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พอพูดถึงเรื่องอธิปไตย พม่ามีความหลากหลายเพราะประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ 135 กลุ่ม ทุกกลุ่มมีภาษา ศาสนา ความเชื่อของตนเอง และที่สำคัญมีการตีความคำว่า&amp;nbsp;'อธิปไตยของรัฐ'&amp;nbsp;ในรูปแบบที่แตกต่างกันทั้งหมด จึงเป็นปัญหาทำให้พฤติกรรมทางการเมือง และกระบวนการสร้างความปรองดองภายในชาติยังไม่มีความคืบหน้า หรือคืบหน้าแล้วมักจะติดสะดุดหยุดไปแบบที่เราคาดไม่ถึง กระบวนการสร้างสหภาพ (Federalism)&amp;nbsp;จึงยังไม่เดินหน้าไปเท่าที่ควร เหตุผลสำคัญเพราะเมียนมาไม่ใช่รัฐที่ประชาชนเป็นเนื้อเดียวกัน มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความขัดแย้งในเมียนมา ผมอยากให้พวกเรามองในรูปแบบสัจจะนิยม (Realism)&amp;nbsp;ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งระหว่างความเป็นประชาธิปไตยกับเรื่องเผด็จการ แต่เป็นเรื่องของ อัตลักษณ์ของคนในสังคม ดินแดนที่คนต่างเชื้อชาติมีพื้นที่ของตนเอง ทรัพยากรที่มีค่าในแต่ละพื้นที่ เป็นเรื่องของการปกครองตนเอง ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ก็มีความต้องการปกครองตนเอง และการแบ่งสรรอำนาจ&amp;nbsp;การกระจายอำนาจระหว่างผู้มีอำนาจในเนปิดอว์ หรือในเมืองใหญ่ กับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เป็นเรื่องใครควรจะปกครองเมียนมา แต่เป็นคำถามที่ว่าประชาชนที่มีความแตกต่างกัน 135 กลุ่มชาติพันธุ์เขาจะร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างไร ภายใต้หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับสหพันธ์ ปัญหาของพม่าไม่ใช่เรื่องการแย่งชิงอำนาจที่ส่วนกลาง แต่เป็นคำถามพื้นฐานว่ารัฐที่เรียกว่าเมียนมาควรมีรูปแบบรัฐอย่างไร จึงจะได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนของประเทศ และรูปแบบที่นำไปสู่รัฐที่พึงประสงค์ควรเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เราได้เห็นบทบาทของกองทัพพม่าในการเข้ามาปกครองประเทศตลอดเวลาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำไมกองทัพพม่าต้องการมีบทบาททางการเมืองในการบริหารจัดการประเทศ ประวัติศาสตร์บอกเราว่า สิ่งที่ทำให้กองทัพต้องการมีบทบาททางการเมืองเป็นเพราะว่า กองทัพมองตนเองว่าเป็นสถาบันที่มีหน้าที่ในการรักษาเอกภาพ และการป้องกันการแตกสลายของประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่บุคลากรทุกคนในกองทัพได้รับการกล่อมเกลา สั่งสอน มาโดยตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ว่าการที่พม่ามีการปกครองโดยกองทัพเป็นสำคัญ บทบาทของกองทัพที่มีในการบริหารจัดการประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาความชอบธรรมในการปกครองประเทศ เรื่องของความไว้วางใจจากสังคม เพราะกองทัพพม่าก็มีวิธีการปกครองประเทศแบบที่คนในกองทัพเห็นว่าถูกต้อง แต่คนในสังคมอาจจะไม่ชอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และปัญหาสำคัญคือการปกครองประเทศโดยทหาร ทำให้การพัฒนาของสถาบันพลเรือนและพรรคการเมืองไม่เกิดขึ้น เราจะเห็นว่าพม่าไม่มีพรรคการเมืองที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ไม่มีพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนเสียงของประชาชนที่มีจุดยืนในอุดมการณ์ทางการเมืองต่างๆ อย่างแท้จริง เราเกือบจะมีพรรคแบบนี้ สมัยที่เรายังเห็นพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD)&amp;nbsp;อยู่ในพม่า สมัยที่เราเห็นอองซานซูจีมีบทบาททางการเมืองแข็งขัน แต่วันนี้ไม่ใช่เรื่องแบบนั้นอีกต่อไป ความขาดประสบการณ์ของสถาบันพลเรือนเป็นสิ่งสำคัญในสังคมประชาธิปไตย เมื่อสถาบันพลเรือนไม่สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งบนพื้นฐานที่ควรเป็นได้ สังคมนั้นก็จะประสบปัญหา&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;พุทธเถรวาท สถาบันสงฆ์ และอิทธิพลทางการเมือง&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ประการต่อมาในเรื่องศาสนา วัฒนธรรม ศักดิ์ศรีของผู้คนในพม่า ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากที่จะทำให้เราเข้าใจพม่าได้ดีขึ้น พม่าบอกว่าเป็นพุทธแบบเถรวาท ทุกคนก็สงสัยว่า ทำไมพระพม่าไปเดินขบวนทางการเมือง ทำไมเห็นความรุนแรงจากชาวพุทธในยามที่ไม่พอใจกับชนกลุ่มน้อยมุสลิม ข้อเท็จจริงคือ ศาสนาพุทธและสถาบันสงฆ์ในสังคมพม่าเป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญทางการเมืองและมีอิทธิพลทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คนไทยเมื่อมองเรื่องความเป็นพุทธ มักจะเอาประเทศของเราเป็นตัวตั้งแล้วบอกว่าพม่ามีพุทธแปลกๆ แต่ในความเป็นจริง สถาบันสงฆ์และความเป็นพุทธในพม่ามีความลึกซึ้งกว่าประเทศไทยมาก ปัจจัยหนึ่งที่อธิบายว่าทำไมพม่าถึงอยู่รอดจากการคว่ำบาตรของนานาชาติหลายสิบปี แม้ชีวิตจะอัตคัดขัดสน ทำไมอยู่ได้ คำตอบส่วนหนึ่งคือพุทธศาสนา ชาวพม่ามี&amp;nbsp;Rational Thinking&amp;nbsp;(วิธีคิดเชิงเหตุผล)&amp;nbsp;ที่ดี ซึ่งหล่อหลอมมาจากพุทธศาสนาที่สอนเรื่องเหตุและผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในการทำงานทางการทูต ยามที่ต้องการผลักดันนโยบายกับรัฐบาลพม่า เดินเข้าไปหาผู้นำโดยตรงมักจะได้รับคำตอบขัดข้องกลับมาเสมอ แต่หากทราบว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีคนนั้นคนนี้เป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ท่านไหน ผมเดินทางไปกราบเรียนขอความเมตตาจากพระอาจารย์ให้ช่วยพูดคุยกับลูกศิษย์ อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์ก็บรรลุผลได้ สะท้อนให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงอันลึกซึ้งระหว่างศาสนากับการเมืองในพม่า&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ภูมิรัฐศาสตร์ และภัยคุกคามรอบทิศ&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในบริบททางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)&amp;nbsp;หากพิจารณาประวัติศาสตร์การเมืองไทย จะพบว่าประเทศไทยจะประสบปัญหาร้ายแรงทุกครั้ง ยามที่พรมแดนของมหาอำนาจที่เป็นคู่ขัดแย้งกันเข้ามาประชิดพรมแดนไทย เช่น ในสมัยรัชกาลที่&amp;nbsp;5 ที่พรมแดนไทยถูกประชิดโดยมหาอำนาจข้างหนึ่งคืออังกฤษ และอีกข้างหนึ่งคือฝรั่งเศส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มาในวันนี้ พรมแดนของมหาอำนาจที่กำลังช่วงชิงผลประโยชน์กันอย่างถึงพริกถึงขิง ได้เข้ามาประชิดพรมแดนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ในทะเลจีนใต้ พรมแดนของจีนและสหรัฐฯ เข้ามาชนกัน ขณะที่ฝั่งจีนออกนโยบาย&amp;nbsp;Belt and Road Initiative (BRI)&amp;nbsp;และฝั่งสหรัฐฯ ออกนโยบาย&amp;nbsp;Indo-Pacific ทั้งสองนโยบายเข้ามาชนกันที่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งในไม่ช้า มหาสมุทรอินเดียจะเป็นเขตพื้นที่ขัดแย้ง (Theater of Conflict) แห่งใหม่ที่จะกระทบต่อความมั่นคงของไทยในทุกด้าน นโยบายทางบกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แผ่นดินใหญ่ก็ถูกปิดล้อม&amp;nbsp;(Enclosed)&amp;nbsp;โดยอิทธิพลของจีน หากไทยไม่ประคับประคองตนเองด้วยนโยบายที่เข้าใจเพื่อนบ้านและสมการอำนาจมหาอำนาจ เราจะไม่สามารถเอาตัวรอดได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวเล่นใหม่ที่สำคัญในพม่าคือ รัสเซีย การเข้ามาของรัสเซียในภูมิภาคนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ในช่วงที่เรามีปัญหาขัดแย้งเกิดสงครามกับกัมพูชา ก็ปรากฏ&amp;nbsp;footprint ของรัสเซีย ในความขัดแย้งระหว่างประเทศที่สับสนวุ่นวายอลม่าน การกลับเข้ามาของรัสเซียในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับมหาอำนาจเมื่อเขาได้พยายามขยายอิทธิพลเข้ามาในเมียนมา ก็เป็นเรื่องสะท้อนว่าพม่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และทำไมได้อย่างสมบูรณ์แบบถ้าขาดพม่า เพราะฉะนั้นเราจะได้เห็นว่ามันมีการช่วงชิงเรื่องผลประโยชน์ มาแบบเงียบๆ ค่อยๆ มา ท่านคงเห็นแล้วที่พูดกันคืออิทธิพลของจีน ยุทธศาสตร์ของจีนที่ลากสายจากปักกิ่ง คุณหมิง ลงสู่ทะเลน้ำอุ่นในมหาสมุทรอินเดียที่เมืองเจ้าก์ผิว (Kyaukphyu)&amp;nbsp;ในรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเลียมขนาดใหญ่ มีการสร้างทางหลวง และในอนาคตจะมีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง จากจีนลงมาถึงพม่า เจ้าก์ผิวจึงเป็น&amp;nbsp;Gateway&amp;nbsp;สำคัญที่ทำให้จีนออกสู่มหาสมุทรอินเดียได้&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ผลประโยชน์ของไทย และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ผลประโยชน์ของประเทศไทยในเมียนมามีเยอะมาก ทั้งเรื่องความสงบและเสถียรภาพตามแนวชายแดน การป้องกันไม่ให้การสู้รบลุกลามเข้ามาในไทย คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การรักษาผลประโยชน์เรื่องการค้าและการสัญจรผ่านจุดผ่านแดน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Non-Traditional Security)&amp;nbsp;จากความอ่อนแอของประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ปัญหายาเสพติดที่เปลี่ยนรูปจากเฮโรอีนเป็นเมทแอมเฟตามีน,&amp;nbsp;อาชญากรรมออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Scam Centers),&amp;nbsp;การค้ามนุษย์,&amp;nbsp;การฟอกเงิน,&amp;nbsp;มลพิษทางอากาศฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5, และมลพิษทางน้ำจากสารพิษเจือปนในแม่น้ำข้ามแดน เช่น แม่น้ำเมย แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องโรคระบาดและสาธารณสุข วงรอบโรคระบาด (Pandemic Cycle)&amp;nbsp;จะกลับมาหาเราทุก 9 ปี ตั้งแต่ไข้หวัดนก ซาร์ส มาจนถึงโควิด-19 วันนี้โควิดพ้นไปแล้วเป็นปีที่ 6 หากเชื่อตามทฤษฎีวงรอบ อีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดระลอกใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านเศรษฐกิจ การค้าชายแดนไทย-พม่ามีมูลค่ามหาศาล แม้ตัวเลขการค้าไทยจะได้ดุล แต่นั่นเป็นเพียงดุลการค้า หากนำตัวเลข&amp;nbsp;'ดุลบริการ'&amp;nbsp;จากการจ้างแรงงานพม่าและเงินที่ถูกส่งกลับประเทศ (Remittance)&amp;nbsp;ประเทศไทยขาดดุลมหาศาล ข่าวสารเรื่องธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท หมุนเวียนหายไปจากระบบนับแสนล้านบาท จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เกิดจากการส่งเงินกลับประเทศของแรงงานพม่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านความมั่นคงพลังงาน พลังงานไฟฟ้าที่พวกเราใช้ชาร์จแบตมือถือและ&amp;nbsp;iPad&amp;nbsp;อยู่ทุกวันนี้ 40% นำเข้ามาจากไฟฟ้าพลังน้ำในลาว และก๊าซธรรมชาติจากพม่าเพื่อนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า การรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับพม่าจึงเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงานโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านการเชื่อมโยงทางถนนและ&amp;nbsp;Global Supply Chain&amp;nbsp;หากพม่ามีสันติภาพ มอเตอร์เวย์สาย&amp;nbsp;M81 (บางบัวทอง-กาญจนบุรี) สามารถสร้างต่อเชื่อมจากชายแดนเข้าสู่ย่างกุ้ง ทำให้การขับรถจากกรุงเทพฯ ไปย่างกุ้งใช้เวลาไม่ถึง 5 ชั่วโมง และทำให้พม่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของ Global Supply Chain&amp;nbsp;ร่วมกับไทย&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ข้อเสนอเชิงนโยบาย&amp;nbsp;Engagement ไม่เท่ากับ&amp;nbsp;Endorsement&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่ประเทศไทยกำลังดำเนินนโยบายกับพม่า เกี่ยวข้องกับคำสองคำ คือ&amp;nbsp;&lt;strong&gt;'Engagement'&lt;/strong&gt; (การเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์) และ&amp;nbsp;&lt;strong&gt;'Endorsement'&lt;/strong&gt; (การรับรอง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การ&amp;nbsp;Engagement ไม่ได้หมายถึง&amp;nbsp;Endorsement&amp;nbsp;การ&amp;nbsp;Endorsement&amp;nbsp;คือการรับรองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในพม่าเป็นความถูกต้อง ส่วน&amp;nbsp;Engagement คือการปฏิสัมพันธ์เพื่อเปิดพื้นที่ให้สามารถพูดคุย หารือ เจรจา และเป็นตัวกลางได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ไม่ใช่การรับรองระบอบการปกครอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเทศไทยมีเครื่องมือหลากหลาย ทั้งการทูตทางการ (Track&amp;nbsp;1.0) การทูตแบบเงียบ (Quiet Diplomacy)&amp;nbsp;และการทูตภาคประชาชน (Track&amp;nbsp;2.0) ตัวอย่างเช่น การจัดงานสัมมนา&amp;nbsp;Thai Business Forum&amp;nbsp;ในระหว่างการเยือนของผู้นำพม่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ซึ่งสมาคมมิตรภาพไทย-พม่า จัดขึ้นโดยมีภาคเอกชนและสื่อมวลชนเข้าร่วมประมาณ 800 คน งานลักษณะนี้&amp;nbsp;Track 1.0&amp;nbsp;หรือรัฐบาลจัดไม่ได้เนื่องจากติดเงื่อนไขการแซงก์ชัน แต่&amp;nbsp;Track&amp;nbsp;2.0 จัดได้ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและสื่อสารความต้องการของเอกชนไทยให้ผู้นำพม่าได้รับทราบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;Soft Power&amp;nbsp;ประเทศไทยมี&amp;nbsp;Soft Power&amp;nbsp;ที่เข้มแข็งและมีอิทธิพลต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก ทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม การศึกษา สื่อ ศิลปะ กีฬา และการท่องเที่ยว ข้อสำคัญคือ การใช้&amp;nbsp;Soft Power&amp;nbsp;ควรเรียนรู้ประวัติศาสตร์การเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2112 และ พ.ศ.2310 อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยอ่านจดหมายเหตุฝ่ายพม่าประกอบ เพื่อเข้าใจมุมมองของเพื่อนบ้าน และอย่านำความขมขื่นในอดีตมาเป็นตัวกำหนดทัศนคติหรือนโยบายในปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่ประเทศไทยขาดมานานแล้วคือ เราไม่มียุทธศาสตร์ระดับชาติแบบบูรณาการ (Integrated National Strategy) ต่อกรณีพม่า วันนี้ทุกอย่างต่างคนต่างทำ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือแม้แต่ ปตท. หากเราทำงานเป็นทีม มียุทธศาสตร์บูรณาการ เช่น นำสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติมาสอดแทรกข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ ให้พม่าสร้างถนนเชื่อมกับมอเตอร์เวย์&amp;nbsp;M81&amp;nbsp;ของไทย หรือขอให้พม่าใช้วงเงิน 20% ซื้อสินค้าไทยกลับไปใช้ในพม่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์มหาศาล เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเทศไทยต้องมีการจัดลำดับความสำคัญของผลประโยชน์แห่งชาติอย่างชัดเจน ไม่ใช่สนใจเป็นจุดๆ เฉพาะช่วงเกิดเหตุการณ์ เช่น ฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5 หรือน้ำเสียข้ามแดน แต่ต้องมียุทธศาสตร์หลัก และรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจทั้งจีน สหรัฐฯ รัสเซีย อินเดีย ญี่ปุ่น และสหประชาชาติ ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในการมองพม่า ผมอยากเสนอว่า พม่าไม่ควรถูกพวกเราจดจำโดยเรื่องของการรัฐประหารหรือวิกฤตการณ์ในพม่าในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น เบื้องหลังของประวัติศาสตร์ที่มีความซับซ้อน เบื้องหลังของโครงสร้างรัฐ เบื้องหลังของความขัดแย้ง พื้นฐานของคนที่รักศักดิ์ศรี มีความหวัง มีความปรารถนาในเรื่องสันติภาพและเสถียรภาพของประเทศไม่ต่างจากพวกเราเลย เป็นเรื่องที่คนในสังคมไทยต้องเข้าใจ เมียนมาสำหรับประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่เราจะเลือกคบได้ไปตามสถานการณ์ เพราะประวัติศาสตร์อาจจะเคยแยกเรา แต่ภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนผูกพันกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขอย้อนกลับมาที่หนังสือ&amp;nbsp; “พม่า: ประวัติศาสตร์ รัฐประหาร และรูปแบบรัฐ” ของอาจารย์ดุลยภาคเล่มนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าเมียนมาเดินทางมาอย่างไร อยากย้ำกับท่านว่าการทำความเข้าใจเมียนมาเราไม่ได้ต้องการเฉพาะเพียงความรู้ แต่เราต้องมีความอดทน ความเคารพในหัวใจของการเป็นเพื่อนบ้าน นโยบายต่างประเทศของไทยที่ดีที่สุดคงไม่ใช่การเลือกข้างฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างรัฐบาล หรือชนกลุ่มน้อย หรือมหาอำนาจประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของการยืนอยู่ข้าง สันติภาพ และเสถียรภาพ ทั้งของพม่า ทั้งของไทย และของภูมิภาค และสำคัญที่สุดการดำเนินนโยบายต่างๆ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสังคมไทยและพม่า อย่างมั่นคงและมีสติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;เสวนา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;พม่า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;อาเซียน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กองทัพพม่า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;รัฐบาลทหารพม่า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;ประชาธิปไตย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90" hreflang="th"&gt;สหพันธรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B8-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%8E" hreflang="th"&gt;พิษณุ สุวรรณะชฎ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;พระพุทธศาสนา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 20 Oct 2026 09:12:35 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119149 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>เมื่อเกอิชาตัดสินซามูไร: อำนาจที่ไม่ได้มาจากดาบ</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119128</link>
  <description>&lt;span&gt;เมื่อเกอิชาตัดสินซามูไร: อำนาจที่ไม่ได้มาจากดาบ&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ชลนิภา ชนบท เขียน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล ภาพ&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;admin666&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-18T19:37:18+07:00" title="Sunday, October 18, 2026 - 19:37"&gt;Sun, 2026-10-18 - 19:37&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เมื่อพูดถึงญี่ปุ่นสมัยเอโดะ หลายคนมักนึกถึงซามูไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พวกเขาคือชนชั้นปกครอง ผู้ได้รับสิทธิพิเศษในการพกดาบ มีสถานะสูงสุดในระเบียบสังคม และเป็นตัวแทนของอำนาจรัฐในยุคโชกุนโทกูงาวะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในทางตรงกันข้าม เกอิชามักถูกมองว่าเป็นเพียงหญิงผู้ให้ความบันเทิง ผู้มีชีวิตอยู่ชายขอบของสังคม และไม่มีอำนาจทางการเมืองใด ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่หากมองให้ลึกลงไป ประวัติศาสตร์กลับเล่าอีกเรื่องหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในพื้นที่บางแห่งของญี่ปุ่น แม้แต่ซามูไรเองก็ต้องยอมให้เกอิชาเป็นผู้ตัดสินว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เขาเป็นคนที่ "มีรสนิยม" หรือไม่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อำนาจเช่นนี้ไม่ได้มาจากดาบ ไม่ได้มาจากตำแหน่ง และไม่ได้มาจากความมั่งคั่ง แต่มาจากสิ่งที่มองไม่เห็น นั่นคือ&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อำนาจในการกำหนดคุณค่าทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เมื่อยศศักดิ์ใช้ไม่ได้&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ย่านโยชิวาระในสมัยเอโดะเป็นพื้นที่พิเศษของรัฐบาลโชกุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่นี่เป็นย่านเริงรมย์ที่มีกฎเกณฑ์ของตัวเอง และแยกออกจากโลกภายนอกอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธรรมเนียมข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ ซามูไรต้องฝากดาบไว้ก่อนเดินเข้าไปในย่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดาบในสังคมญี่ปุ่นไม่ได้เป็นเพียงอาวุธ แต่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและฐานันดรศักดิ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อซามูไรวางดาบลง สิ่งที่ติดตัวเข้าไปจึงไม่ใช่อำนาจของรัฐ หากเป็นตัวตนของเขาเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในพื้นที่แห่งนี้ การได้รับการยอมรับไม่ได้ขึ้นอยู่กับยศตำแหน่งอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีมารยาท เข้าใจศิลปะ สนทนาเป็น และมีรสนิยมมากเพียงใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;คนที่กำหนดว่าใคร "มีรสนิยม"&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เกอิชาไม่ได้มีอำนาจเพราะถือครองทรัพย์สิน หรือเพราะรัฐมอบอำนาจให้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตรงกันข้าม พวกเธอเริ่มต้นจากผู้หญิงยากจนจำนวนไม่น้อยที่ถูกครอบครัวส่งเข้ามาทำงานในเมืองเพราะปัญหาปากท้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่ทำให้สถานะของพวกเธอเปลี่ยนไป คือการฝึกฝนอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การเล่นชามิเซ็น การร่ายรำ การชงชา การแต่งกวี และศิลปะการสนทนา ไม่ใช่เพียงทักษะเพื่อสร้างความบันเทิง หากเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของ "ความมีรสนิยม"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเวลาผ่านไป เกอิชากลายเป็นผู้ที่สามารถบอกได้ว่า ใครเป็นสุภาพบุรุษที่มีการศึกษา ใครเข้าใจศิลปะ และใครเป็นเพียงคนมีเงินแต่ไร้รสนิยม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อำนาจของพวกเธอจึงไม่ได้อยู่ที่การออกคำสั่ง แต่อยู่ที่การนิยามว่า&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ใครควรได้รับการยอมรับจากสังคม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;อำนาจที่มองไม่เห็น&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;นักสังคมวิทยาชาวฝรั่งเศส ปิแอร์ บูร์ดิเยอ เคยเสนอว่า ในสังคมหนึ่ง ๆ ผู้คนไม่ได้แข่งขันกันด้วยเงินหรืออำนาจทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังแข่งขันกันด้วย "ทุนทางวัฒนธรรม"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ที่สามารถกำหนดว่าอะไรคือรสนิยมที่ดี อะไรคือศิลปะที่มีคุณค่า หรือใครคือผู้มีความสง่างาม ย่อมมีอำนาจในอีกแบบหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรณีของเกอิชาแสดงให้เห็นแนวคิดนี้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้จะอยู่นอกระบบชนชั้นของรัฐบาลโชกุน แต่พวกเธอกลับสร้างโลกอีกใบหนึ่งขึ้นมา โลกที่ความรู้ด้านศิลปะสำคัญกว่ายศศักดิ์ และวาทศิลป์มีค่ามากกว่าดาบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซามูไรที่หยาบคาย แม้จะมียศสูง ก็อาจไม่ได้รับการยอมรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่ซามูไรชั้นผู้น้อย หากมีความเข้าใจในศิลปะและมารยาท ก็อาจได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;อำนาจที่ต่อรองกับรัฐ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แน่นอนว่า เกอิชาไม่ได้โค่นล้มรัฐบาลโชกุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พวกเธอไม่ได้เรียกร้องสิทธิทางการเมือง และไม่ได้เปลี่ยนระบบชนชั้นของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่พวกเธอทำในสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คือสร้างพื้นที่เล็ก ๆ ที่กฎเกณฑ์ของรัฐใช้ไม่ได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในพื้นที่นั้น คุณค่าของผู้คนไม่ได้ถูกตัดสินด้วยชาติกำเนิดหรือฐานันดรศักดิ์ หากถูกตัดสินด้วยสิ่งที่เกอิชาเป็นผู้กำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นี่คือการต่อรองอำนาจในอีกรูปแบบหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไม่ใช่การยึดอำนาจรัฐ แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของการยอมรับในสังคม&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;บทเรียนจากโลกของเกอิชา&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เรื่องราวของเกอิชาทำให้เห็นว่า อำนาจไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เราอาจคุ้นเคยกับอำนาจที่มาจากกฎหมาย กองทัพ หรือระบบราชการ แต่ยังมีอำนาจอีกประเภทหนึ่งที่ทำงานอย่างเงียบงัน นั่นคืออำนาจในการกำหนดว่าอะไรคือสิ่งที่ดี งดงาม และควรค่าแก่การยอมรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในญี่ปุ่นสมัยเอโดะ ผู้หญิงที่รัฐจัดให้อยู่ชายขอบ กลับสามารถสร้างอำนาจเช่นนี้ขึ้นมาได้ผ่านศิลปะและวัฒนธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บางครั้ง คนที่เปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงอำนาจของสังคม ไม่ใช่คนที่ถือดาบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่อาจเป็นคนที่ทำให้ผู้ถือดาบต้องพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;hr&gt;&lt;p&gt;บทความนี้เรียบเรียงจากงานศึกษาชลนิภา ชนบทของเรื่อง “เมื่อเกอิชาตัดสินซามูไร: อำนาจที่ไม่ได้มาจากดาบ” ในรายวิชาการปกครองและการเมืองของญี่ปุ่น ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรณาธิการชุดโดย รศ.ดร.เวียงรัฐ เนติโพธิ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เอกสารอ้างอิง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Dalby, Liza Crihfield.&amp;nbsp;Geisha. Berkeley: University of California Press, 1983.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Ikegami, Eiko.&amp;nbsp;Bonds of Civility: Aesthetic Networks and the Political Origins of Japanese Culture. Cambridge: Cambridge University Press, 2005.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Leupp, Gary P.&amp;nbsp;Servants, Shophands, and Laborers in the Cities of Tokugawa Japan. Princeton: Princeton University Press, 1992.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Seigle, Cecilia Segawa.&amp;nbsp;Yoshiwara: The Glittering World of the Japanese Courtesan. Honolulu: University of Hawai‘i Press, 1993.&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;บทความ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ญี่ปุ่นศึกษา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;เกอิชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;ซามูไร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;บทบาททางเพศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%B0" hreflang="th"&gt;เอโดะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ญี่ปุ่น&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 18 Oct 2026 12:37:18 +0000</pubDate>
    <dc:creator>admin666</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119128 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>จับตาฐานบินจีนในลาว | หมายเหตุประเพทไทย EP.649 [Live]</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119126</link>
  <description>&lt;span&gt;จับตาฐานบินจีนในลาว | หมายเหตุประเพทไทย EP.649 [Live]&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-18T15:27:33+07:00" title="Sunday, October 18, 2026 - 15:27"&gt;Sun, 2026-10-18 - 15:27&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/TDVO9vNfmlE?si=pR04DA3LbHYWioYP" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ และ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี พูดถึงการเปิดศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมร่วมจีน-ลาว และโรงเรียนการบินมิตรภาพจีน-ลาว ที่สนามบินบ้านเกิน เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของนครหลวงเวียงจันทน์ ใกล้ชายแดนไทย และในช่วงสงครามเวียดนามเคยเป็น ไซต์ลิม่า 44 (Lima Site 44) ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในลาว ทางการจีนระบุว่าศูนย์แห่งนี้มีเป้าหมายเพื่อฝึกนักบินกองทัพอากาศลาวและไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศที่สาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายดาวเทียมหลังการเปิดศูนย์เผยให้เห็นเครื่องบินฝึกและโจมตีเบา K-8 จำนวน 8 ลำ พร้อมยานยนต์สนับสนุนมากกว่า 20 คัน ขณะที่พื้นที่มีทางวิ่งยาวราว 2,000 เมตร และลานจอดรองรับเครื่องบินได้ประมาณ 22 ลำ ทำให้บ้านเกินถูกจับตามองในฐานะจุดตั้งทางทหารทางอากาศของจีนในต่างประเทศ แม้ปักกิ่งจะยังเรียกสถานที่ดังกล่าวว่า “ศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรม” มากกว่า “ฐานทัพ” ก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55595371162_08cae4eece_h.jpg" width="1600" height="900" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภาพจากดาวเทียมแสดงให้เห็นภาพรันเวย์สนามบินบ้านเกิน ในสปป. ลาว โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวว่าสนามบินร้างแห่งนี้ถูกพัฒนาเป็นศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมร่วมจีน-ลาว และโรงเรียนการบินมิตรภาพจีน-ลาว ที่มา: Apple Maps&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55596399341_9dcd8667be_h.jpg" width="1600" height="900" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;แผนที่แสดงที่ตั้งสนามบินบ้านเกิน สปป.ลาว ที่มา: Google Maps&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55595371152_34a2626b8e_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;ฐานทัพและการประจำการของทหารสหรัฐอเมริกาทั่วโลก ข้อมูลปี 2021 ที่มา: &lt;a href="https://www.aljazeera.com/news/2021/9/10/infographic-us-military-presence-around-the-world-interactive"&gt;Aljazeera&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55596589439_c293bbf1d3_h.jpg" width="1600" height="900" loading="lazy"&gt;&lt;p class="text-align-center picture-with-caption"&gt;ขีดความสามารถทางทหารของจีน ในทะเลจีนใต้ ที่มา: &lt;a href="https://amti.csis.org/chinese-power-projection"&gt;CSIS&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในรายการยังชวนมองสนามบินบ้านเกินในบริบทที่กว้างขึ้นของ “ฐานทัพต่างประเทศ” และ “การแข่งขันของมหาอำนาจ” ตั้งแต่เครือข่ายฐานทัพขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ไปจนถึงฐานสนับสนุนของจีนที่จิบูตีและความร่วมมือที่ฐานทัพเรือเรียมในกัมพูชา นอกจากนี้ จีนยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือน-ทหารใน หมู่เกาะสแปรตลีย์และพาราเซลล์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับความเคลื่อนไหว รวมถึงขยายระยะปฏิบัติการของเครื่องบินรบและเครื่องบินทิ้งระเบิดในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่กรณีฐานทัพเรือเรียม เรือ USS Cincinnati ของสหรัฐฯ ก็เข้าเทียบท่าเมื่อเดือนมกราคม 2569 สะท้อนว่าสถานะของฐานและสิทธิในการใช้งานไม่ได้มีลักษณะง่าย ๆ ว่าเป็นพื้นที่ผูกขาดของจีนเพียงฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เรื่อง “จีนกำลังสร้างฐานทัพใกล้ไทยหรือไม่?” หากยังรวมถึงคำถามที่ว่า&amp;nbsp;“สนามบินบ้านเกินสะท้อนอะไรเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทางทหารของจีน?” และเมื่อมองร่วมกับการขยายขีดความสามารถในทะเลจีนใต้และจุดสนับสนุนทางทหารในต่างประเทศ จะส่งผลอย่างไรต่อไทย ลาว และภูมิรัฐศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกัน การมีที่ตั้งทางทหารเพิ่มขึ้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะสรุป “เจตนา” ของจีนโดยตรง จึงชวนมองทั้งข้อถกเถียงเรื่องการขยายอำนาจของจีน การแข่งขันกับสหรัฐฯ และยุทธศาสตร์ทางการทหารของจีนในภาพกว้าง ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย #ฐานบินจีนในลาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Wuthnow and Taylor Fravel, &lt;a href="https://www.tandfonline.com/doi/epdf/10.1080/01402390.2022.2043850"&gt;"China’s Military Strategy for a “New Era”: Some Change, More Continuity, and Tantalizing Hints"&lt;/a&gt; ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Strategic Studies ปี 2023&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55592561316_34fc5e2d3d_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รับชมหมายเหตุประเพทไทยย้อนหลัง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e72d3f12bbee72e8badaaa7f11206c03a"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=TDVO9vNfmlE" target="_blank"&gt;จับตาฐานบินจีนในลาว | หมายเหตุประเพทไทย EP.649 [Live]&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ebe11368353ebb74007552b9c6090f0c2"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=tNkkhUIOpHQ" target="_blank"&gt;เปิดมิติพื้นที่เควียร์ซานฟรานซิสโก | หมายเหตุประเพทไทย EP.648&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e10dc0f51ef328a599842fba72713ee9d"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=t1WcExl2es0" target="_blank"&gt;ไผ่ลู่ลม และกับดักความสำเร็จการทูตไทย | หมายเหตุประเพทไทย EP.647&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e321282a504980c11a23e7fe269d481f9"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=iE5UW9LmlkY" target="_blank"&gt;บทบาทสตรีในเขตงาน พคท. ภาคใต้ | หมายเหตุประเพทไทย EP.646&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e197c176659b274a3c200055a26a95ae6"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=8BEXtvAE_0c" target="_blank"&gt;ฟังเพลง อ่านวรรณกรรม ภาพแทนผู้ให้บริการทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย EP.645&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ec964f935a9b2de8eb4473231ef86ea49"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=znoZO1t-Y_I" target="_blank"&gt;ฝ่าวิกฤตศรัทธา สมณศักดิ์ คณะสงฆ์ | หมายเหตุประเพทไทย EP.644&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ec53e11dfc1d6d8c3debc1fef21877f08"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=2zrIoC-MVHU" target="_blank"&gt;แนวคิดกรัมชี่ และพรรคคอมมิวนิสต์ซอฟท์เสิร์ฟอิตาลี | หมายเหตุประเพทไทย EP.643&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ebe0c1a06e1127badec65f8757470cfc9"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=NeEms7Rj_ls" target="_blank"&gt;หลังชมซีรีส์ “ต้นส้มอยู่บ้านเขาฯ” | หมายเหตุประเพทไทย EP.642&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e5c573626bf662bbadc449b64bfe4f2bd"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=hXKq-2slf4k" target="_blank"&gt;ฮลุน โซโล่ มานุษยวิทยา และการเดินทาง | หมายเหตุประเพทไทย EP.641&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e3c299265d61553bbf4bd9b89f398c981"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=Z8Pfm4jo-YI" target="_blank"&gt;หลังชม The Odyssey (2026) | หมายเหตุประเพทไทย EP.640 [Live]&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e1d9990ce66b137cc2ed931636af52b5f"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=xaA_EDxy_-k" target="_blank"&gt;กุลลดาอาลัย | หมายเหตุประเพทไทย EP.639&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ec3b069f2c66b7ce0d74d7675f5e3e183"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=giQWWpg3JdY" target="_blank"&gt;ประกอบร่างสร้างความจนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ | หมายเหตุประเพทไทย EP.638 [Live]&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e882564e75b687f542abe6ec32b366b1a"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=UmXAYyfK2sA" target="_blank"&gt;เปิดตำรากฎหมาย หลังชมทนายปีศาจ | หมายเหตุประเพทไทย EP.637&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e96f82cd654539518542fbfe0f7a29ad7"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=h7FLX4lprJU" target="_blank"&gt;อ่าน Moana ผ่านกรอบสตรีนิยม–หลังอาณานิคม | หมายเหตุประเพทไทย EP.636&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ed179bb8ae85133e8d89dbc49768347d8"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=Rbp0gGIuJ0A" target="_blank"&gt;Teach You a Lesson อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน | หมายเหตุประเพทไทย EP.635 [Live]&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ebd787a10f9c33b597955cfd79e18fd01"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=3-965rcbhok" target="_blank"&gt;เสรีภาพทางศาสนาช่วยคุ้มครองสิทธิความหลากหลายทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย EP.634&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ef67f40c978d7441bd6e2080969a34695"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=6olNXR3m9p0" target="_blank"&gt;Queer Diplomacy การทูตเทย สิทธิ เพศวิถี | หมายเหตุประเพทไทย EP.633&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e930d8430253182c4ed5adc1f37610181"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=qM_MZpZlErs" target="_blank"&gt;ประวัติศาสตร์ หมุดหมาย กระจายอำนาจ | หมายเหตุประเพทไทย EP.632&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e7b264b88d59f4dead592927509aecd28"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=qgDNDo9CTpg" target="_blank"&gt;คุยกับผู้กำกับ นักแสดง 'ทนายปีศาจ' | หมายเหตุประเพทไทย EP.631&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ee764ccaa3564ee14df87aa759fe47d01"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=tNAPFzGVE3o" target="_blank"&gt;หนังวาบหวิวยุคเผด็จการเกาหลีใต้ | หมายเหตุประเพทไทย EP.630&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e62b584e4500fdb08a2399db19b9d1e0d"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=c1i4cwGej5M" target="_blank"&gt;พิพาทดินแดนยิ่งมาก ภูมิภาคยิ่งสงบ? | หมายเหตุประเพทไทย EP.629&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eb9e6ae43b9ea6330c859182fa3f01788"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=Q7uxBPV32XQ" target="_blank"&gt;เพศภาวะและอาณานิคมในสมัย ร.4 | หมายเหตุประเพทไทย EP.628 [Live]&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eb1a850a38cf48554c3878d329f3ea472"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=_CJzy_M3lAQ" target="_blank"&gt;Hannah Arendt และกำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ | หมายเหตุประเพทไทย EP.627&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e8e578b7978dee4958b876e1f8cede330"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=ocYahHPRpqo" target="_blank"&gt;“Flavors of Empire” ก่อร่างสร้างอาหารไทยในอเมริกา | หมายเหตุประเพทไทย EP.626&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="efaba0d583f9b056193a9d1345ed4d99f"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=C-qREPd5N3M" target="_blank"&gt;“โง่และขี้เกียจ” อ่านวาทกรรมความจนของชนบทไทยยุคพัฒนา | หมายเหตุประเพทไทย EP.625&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eaed468c9401841447da1c8b3b225b407"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=hNTE92apOLs" target="_blank"&gt;โกฮัง หมาหาบ้าน | หมายเหตุประเพทไทย EP.624 [Live]&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e2406a35ecfc38a90dc6f505e0a941339"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=okOaTccykfQ" target="_blank"&gt;เส้นทางชีวิตผู้ลี้ภัยค้าบริการทางเพศกลางกรุง | หมายเหตุประเพทไทย EP.623&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eba4b7acd981b2714f40d176801e14a3b"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=m0SPLnbX6KY" target="_blank"&gt;'ป่วนนาฬิกา' เวลาไม่ใช่ของเรา | หมายเหตุประเพทไทย EP.622&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e6dff55fc490b8d49b481173c28ba604a"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=4S6N0kC9N2I" target="_blank"&gt;ฮาร์เบอร์มาสรำลึก | หมายเหตุประเพทไทย EP.621 [Live]&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="efec8cfbac781dac7e94c1a6f2aa035b0"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=tEnPke8wZg8" target="_blank"&gt;พลิกโฉมละครไทยสู่ตลาดโลก | หมายเหตุประเพทไทย EP.620&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea539958ea71cedd919a31947f2089747"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=2h8RboeacQs" target="_blank"&gt;Frankenstein ผู้สร้างและความรับผิดชอบ | หมายเหตุประเพทไทย EP.619&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e47f9bf0cac697288d94909097be9ca33"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=hgSM78O8sts" target="_blank"&gt;2475 นักเขียนผีแห่งสยาม | หมายเหตุประเพทไทย EP.618 [Live]&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e262215ac9f0b23cd929d1a7164b9a4e9"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=74LnCDFxQ1A" target="_blank"&gt;ประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทยรุ่งๆ ร่วงๆ | หมายเหตุประเพทไทย EP.617&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ee9df2d0e90af1c8a876cb6ca4705077e"&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=omjpSHAhFEw" target="_blank"&gt;ประวัติศาสตร์บาดแผลสะท้อนทัศนคติสังคมเกาหลี | หมายเหตุประเพทไทย EP.616&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ความมั่นคง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ฐานทัพสหรัฐอเมริกา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;จีน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ลาว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สนามบินบ้านเกิน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" hreflang="th"&gt;ทะเลจีนใต้&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8D-%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;ฐานทัพเรือเรียม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 18 Oct 2026 08:27:33 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119126 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>'ตาลีบัน' เปิดใช้ 'ถนนวาคาน' เส้นทางสำคัญเชื่อมจีนกับเอเชียกลาง-ใต้ ส่งผลสะเทือนอินเดีย</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119122</link>
  <description>&lt;span&gt;'ตาลีบัน' เปิดใช้ 'ถนนวาคาน' เส้นทางสำคัญเชื่อมจีนกับเอเชียกลาง-ใต้ ส่งผลสะเทือนอินเดีย&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;auser15&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-18T10:08:39+07:00" title="Sunday, October 18, 2026 - 10:08"&gt;Sun, 2026-10-18 - 10:08&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;รัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานเปิดใช้งานถนนวาคาน ซึ่งมีความยาว 121 กม. พาดผ่าน "ฉนวนวาคาน" เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2026 เป็นถนนที่เชื่อมพื้นที่ห่างไกลบาดัคซานของอัฟกานิสถานไปยังจีน ขณะที่ตาลีบันบอกว่าโครงการถนนนี้มีความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ การเมือง และเศรษฐกิจ แต่สำหรับจีนนั้นจะได้ประโยชน์อย่างไร และกระทบอะไรกับอินเดีย&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://prachatai.com/sites/default/files/files-super-cover-upload/2026/2026-10/7468df6f-862f-440e-81e4-241671ba6a06-1536x1020.jpg" width="1500" height="996" loading="lazy"&gt;&lt;br&gt;ภาพจาก: HurriyatDa&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จังหวัดบาดัคซาน เป็นพื้นที่ห่างไกลตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอัฟกานิสถาน มีพรมแดนตอนใต้ติดกับภูมิภาคกิลจิต-บัลติสถาน ที่มีข้อพิพาทของปากีสถานกับอินเดีย พรมแดนทางตะวันออกติดกับเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ของจีน และทางตอนเหนือติดกับทาจิกิสถาน ส่วนช่องดินแดนแคบหรือ "ระเบียง" ที่ติดกับพื้นที่ทั้งสามแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า "ฉนวนวาคาน"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยที่รัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถาน เพิ่งจะเปิดใช้ถนนวาคาน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา ถนนสายใหม่นี้มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่พื้นที่บรอคฮิล จังหวัดบาดัคสถาน ตัดผ่านฉนวนวาคานไปจนถึง ชายแดนซินเจียงอุยกูร์ มีความยาว 121 กม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กระทรวงฟื้นฟูและพัฒนาชนบทของอัฟกานิสถาน (MoRRD หรือ MRRD) ระบุว่า การสร้างถนนวาคานแบ่งออกเป็น 2 ช่วงระยะ มีการใช้งบประมาณรวม 365 ล้านดอลลาร์อัฟกานี (ราว 188.7 ล้านบาท)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มุลเลาะห์ อับดุล ลาตีฟ มานซูร์ รัฐมนตรี MoRRD กล่าวในพิธีเปิดใช้งานถนนวาคานว่า ถนนวาคาน "มีความสำคัญในด้านยุทธศาสตร์ การเมือง แบะเศรษฐกิจ" ของอัฟกานิสถาน และบอกอีกว่าประเทศอัฟกานิสถานในตอนนี้มี "พัฒนาการด้านความมั่นคงและการเมืองการปกครองที่ดีขึ้น" ทำให้เป็นโอกาสในการฟื้นฟูและพัฒนาโครงการแบบถนนสายนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มานซูร์ยังได้เตือนไม่ให้ใครคิดจะต่อต้านการปกครองของตาลีบัน โดยอ้างว่าไม่มีความชอบธรรมใดๆ อีกแล้วสำหรับการสู้รบ รวมถึงพูดพาดพิงถึงการที่ต่างชาติเคยมีการวางกำลังในประเทศของพวกเขาโดยบอกว่าหมดยุคนั้นไปแล้ว และเตือน "กลุ่มกบฏ" ว่าใครก็ตามที่คิดต่อต้านรัฐบาลจะต้องเผชิญกับการโต้ตอบอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โมฮัมหมัด อาร์ซาลา คาโรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกิจการก่อสร้างของ MoRRD กล่าวว่า ถนนวาคานมีความสำคัญต่อภูมิภาคปามีร์มาก จากเดิมที่พื้นที่นี้มีความขาดแคลนบริการสาธารณะหลายด้าน เขาเชื่อว่าถนนวาคานจะตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ ช่วยให้ประชาชนในท้องถิ่นมีชีวิตที่ดีขึ้นและช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;พื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับจีน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ฉนวนวาคาน นับเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เป็นเสมือนสี่แยกไปสู่พื้นที่ 4 แห่งคือ อัฟกานิสถาน, ทาจิกิสถาน, จีน และภูมิภาคกิลจิต-บัลติสถาน ที่ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารโดยปากีสถานแต่มีอินเดียอ้างสิทธิเหนือเขตแดนนี้ โดยที่อินเดียอ้างว่าปากีสถานทำการยึดครองภูมิภาคกิลจิต-บัลติสถาน อย่างผิดกฎหมายมาตั้งแต่ปี 1948&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การสร้างถนนที่ ฉนวนวาคาน สร้างผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ต่อจีนทั้งทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจอย่างมาก จากการเชื่อมจีนกับอัฟกานิสถาน ถึงแม้ว่าทางการจีนจะไม่ได้พูดอะไรในเรื่องโครงการพัฒนาถนนเส้นนี้เลย แต่ก็มีผู้มองว่าจีนเป็นผู้ขับเคลื่อนที่สำคัญในโครงการริเริ่มของตาลีบัน โดยการเป็นผู้ให้ทุนสร้างถนน ซึ่งกลายเป็นการเชื่อมสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจทางการเมืองของอัฟกานิสถานไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีข้อสังเกตว่าถนนใหม่เส้นนี้จะสร้างประโยชน์ใหญ่ๆ สองด้านให้จีน คือการทำให้จีนปักหลักอิทธิพลของตัวเองลงที่พื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของซินเจียงได้ จากการที่ซินเจียงมีพื้นที่ชายแดนยาว 5,500 กม. โดยมีพรมแดนติดกับ 8 ประเทศ คือ มองโกเลีย, รัสเซีย, คาซัคสถาน, คีร์กีซสถาน, ทาจิกิสถาน, อัฟกานิสถาน, ปากีสถาน และอินเดีย ถนนเส้นนี้ทำให้จีนสามารถใช้เป็นเส้นทางการค้าข้ามแดนและการเชื่อมต่อการขนส่งกับประเทศเหล่านี้ได้ยกเว้นอินเดีย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกด้านหนึ่งคือการที่จีนสานสัมพันธ์โดยเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มตาลีบันและการเพิ่มความสัมพันธ์กับประเทศใกล้เคียง กลายเป็นการช่วยลดปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ซินเจียงที่สร้างความกังวลให้ทางการจีนได้ด้วย โดยที่จีนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตาลีบันมาตั้งแต่กลุ่มนี้ก่อตั้งในปี 1996 แล้ว และความสัมพันธ์ของตาลีบันกับจีนก็ดูจะแน่นแฟ่นขึ้นหลังจากที่กองทัพนานาชาตินำโดยสหรัฐฯ ถอนทัพออกจากอัฟกานิสถาน ปล่อยให้ตาลีบันยึดครองประเทศในปี 2021 ทำให้รัฐบาลตาลีบันมองว่าจีนเป็นประเทศที่พวกเขาพึ่งพาได้มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีอีกข้อสังเกตหนึ่งคือ ถนนสายนี้จะทำให้จีนมีเส้นทางออกสู่ทะเลเส้นทางใหม่คือผ่านทางอัฟกานิสถาน หลังจากที่พวกเขาเผชิญกับความติดขัดในปากีสถานช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งจากปัญหาความมั่นคงและการต่อต้านในแคว้นบาลูจิสถาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดิมทีจีนมีแผนระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (CPEC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" (BRI) ที่จะมีการสร้างท่าเรือกวาดาร์ แต่ท่าเรือและโครงการ CPEC ก็ถูกต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งโครงการของจีนยังถูกโจมตีด้วยกำลังจากกลุ่มกบฏบาลูจ ทำให้สูญเสียทั้งบุคลากร เงินลงทุน และโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;จะส่งผลต่ออินเดียอย่างไร&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันถนนวาคานก็จะส่งผลต่ออินเดียในทางลบอย่างใหญ่หลวงในด้านยุทธศาสตร์ เพราะถนนอยู่ใกล้กับ ภูมิภาคกิลจิต-บัลติสถาน ซึ่งอินเดียมองว่าเป็นพื้นที่ๆ ถูกปากีสถานยึดครองอย่างผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังใกล้กับลาดัก ที่จีนกับอินเดียมีข้อพิพาทด้านเขตแดนกันอยู่ โดยที่ความขัดแย้งทวีความตึงเครียดมากขึ้นหลังจากที่เกิดการปะทะระหว่างกองทัพอินเดียกับกองทัพจีนในพื้นที่พิพาทเมื่อปี 2020&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนหน้าที่ปากีสถานจะยึดครองฉนวนวาคานในปี 1947-1948 พื้นที่นี้เคยเป็นเส้นทางการค้าที่เชื่อมต่ออินเดียกับเอเชียกลางมาก่อนในสมัยเส้นทางสายไหม ระยะห่างระหว่างกิลจิต-บัลติสถาน กับ ชายแดนทาจิกิสถานตามแนวฉนวนวาคาน อยู่ห่างกันออกไปเพียงไม่กี่ไมล์เท่านั้น แต่หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลายอินเดียก็ไม่สามารถเข้าถึงเอเชียกลางผ่านเส้นทางบกได้ ทำให้เกิดอุปสรรคในการร่วมผลประโยชน์เกี่ยวกับพลังงานและทรัพยากรอื่นๆ ที่มีอยู่มากในเอเชียกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันอินเดียก็มีความกังวลเรื่องที่จีนมีอิทธิพลในการสร้างรางรถไฟเชื่อมต่อกลุ่มประเทศเอเชียกลางกับเอเชียใต้ ได้แต่ คาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน, อัฟกานิสถาน, ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในโครงการที่เรียกว่า ระเบียงเส้นทางรถไฟเอเชียกลาง-เอเชียใต้ (CASA) โดยที่ถึงแม้่ว่าจีนจะแสดงตัวแบบนิ่งเฉยในช่วงที่ริเริ่มโครงการเหล่านี้ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จีนจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่โครงการ กลายเป็นการสร้างอิทธิพลในภูมิภาคเหล่านี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องนี้ทำให้อินเดียต้องพิจารณาปรับยุทธศาสตร์ของตนเองเพื่อทำให้ผลประโยชน์ของพวกเขาโดยเฉพาะในพื้นที่วาคานได้รับการคุ้มครอง เนื่องจากอินเดียไม่ค่อยถูกกับปากีสถาน การจะไปจับมือกับปากีสถานก็เป็นเรื่องยาก ทำให้อินเคียควรจะใช้วิธีการเจรจากับจีนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาโครงการฉนวนวาคานจะไม่ลิดรอนผลประโยชน์ของอินเดียและของภูมิภาค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกทั้งอินเดียยังต้องเข้าหากลุ่มตาลีบันที่มีอำนาจนำในอัฟกานิสถานตอนนี้ด้วย เพื่อหารือให้มีเกิดการคุ้มครองผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของอินเดีย รวมถึงให้มีการตอบรับอย่างมีประสิทธิภาพต่อการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์โดยรอบฉนวนวาคาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;strong&gt;เรียบเรียงจาก&lt;/strong&gt;&lt;br&gt;&lt;a href="https://pajhwok.com/2026/10/04/wakhan-road-to-china-opens-govt-stresses-economic-development-security/"&gt;Wakhan road to China opens; govt stresses economic development, security, Pajhwok Afghan News, 04-10-2026&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;a href="https://www.firstpost.com/explainers/why-chinas-new-wakhan-corridor-road-raises-strategic-alarm-bells-for-india-14052439.html"&gt;Why a new Wakhan Corridor road raises strategic alarm bells for India, First Post, 13-10-2026&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ตาลีบัน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9F%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;อัฟกานิสถาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;เอเชียงกลาง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;จีน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;อินเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%89%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ฉนวนวาคาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" hreflang="th"&gt;เอเชียใต้&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;เอเชียกลาง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/belt-and-road-initiative" hreflang="th"&gt;Belt and Road Initiative&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%9A-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 18 Oct 2026 03:08:39 +0000</pubDate>
    <dc:creator>auser15</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119122 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>9 ปี เหมือนเกิดเมื่อวาน รวมสัมภาษณ์ครอบครัว 'น้องเมย'  ยุติธรรมไม่เกิด ระบบไม่เปลี่ยน?</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119119</link>
  <description>&lt;span&gt;9 ปี เหมือนเกิดเมื่อวาน รวมสัมภาษณ์ครอบครัว 'น้องเมย'  ยุติธรรมไม่เกิด ระบบไม่เปลี่ยน?&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;วรรณา แต้มทอง : รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล : กราฟิก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-17T07:51:06+07:00" title="Saturday, October 17, 2026 - 07:51"&gt;Sat, 2026-10-17 - 07:51&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ย้อนกลับไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ครอบครัวของ&amp;nbsp;“น้องเมย”&amp;nbsp;ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 1 โรงเรียนเตรียมทหาร ได้รับแจ้งว่าน้องเมยเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวในอายุเพียง 18&amp;nbsp;ปี หลังถูกรุ่นพี่สั่งธำรงวินัยหลายครั้งด้วยกันในช่วงระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนก่อนเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://thestandard.co/nong-mei-8years-appeal/"&gt;สำนักข่าวเดอะสแตนดาร์ด&lt;/a&gt;ไล่เรียงไทม์ไลน์เหตุการณ์ก่อนการเสียชีวิตของน้องเมยไว้อย่างละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดือนพฤษภาคม 2560&amp;nbsp;น้องเมยได้เริ่มเข้าไปเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;น้องเมยถูกรุ่นพี่สั่ง&amp;nbsp;“ธำรงวินัย”&amp;nbsp;ด้วยการเอาหัวปักพื้น จนต้องเข้ารับการรักษาตัว และยังคงถูกสั่งซ่อมวินัยและฝึกหนักแม้จะมีใบรับรองแพทย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดือนตุลาคม 2560&amp;nbsp;ราววันที่วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.ค. 2560&amp;nbsp;ครอบครัวได้รับแจ้งจากทางโรงเรียนว่าน้องเมยตกบันได ทางครอบครัวได้พาน้องเมยทำการมารักษาตัว และนำตัวน้องเมยส่งกลับเข้าโรงเรียนอีกครั้งในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ต.ค. 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปรากฏว่าคืนวันที่ 15&amp;nbsp;ต.ค. 2560&amp;nbsp;น้องเมยถูกสั่งธำรงวินัยยึดพื้น และวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ต.ค. 2560&amp;nbsp;ถูกสั่งพุ่งหลังจนหมดสติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ต.ค. 2560&amp;nbsp;น้องเมยป่วยแต่ยังถูกลงโทษซ้ำ จนหมดสติ เสียชีวิต ก่อนจะเสียชีวิตน้องเมยได้ใช้โทรศัพท์หยอดเหรียญภายในโรงเรียนโทรหาแม่ ซึ่งแม่ของน้องเมยได้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในการคุยกันครั้งสุดท้ายว่า เขายังไม่หายป่วย เขาระบมไปหมดแล้วทั้งตัว และอย่าไปเชื่อผู้พัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุกัลยา ตัญกาญจน์ แม่น้องเมยได้โพสต์ข้อความและภาพประกอบผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 17&amp;nbsp;ก.ย. 2569&amp;nbsp;ระบุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมยโทรหาก่อนสิ้นใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สนทนาสุดท้ายก่อนเหรียญตัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แ ม่ อ ย่ า ไ ป เ ชื่ อ " ผู้พัน " …&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่าทำหน้าอย่างนั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนึกผิดไปมันก็ไม่ทันแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รู้ว่าดูอยู่ รู้ว่าอ่านอยู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99?__cft__%5b0%5d=AZhohmDKD1AuI93brtrnFixbuvsXzWphSTqexCt3emKcFXCrAbTF6kDdOpdaWkl64pxFup9wIqk6Ta_WsJggKl939afE9CNcGR_vOpSnS6DCn78RHvm5GcgeKxtXSzSShGC-S7BujmOq3BJi1npQfBzOsmx4oRIFoqc&amp;amp;__tn__=*NK-R"&gt;&lt;strong&gt;#เราต่างก็มีลูกเหมือนกัน&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันหนึ่งคุณ และพวกคุณจะเสียใจ&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55593962566_d09a75dc7d_b.jpg" width="960" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภาพประกอบโพสต์เฟซบุ๊กแม่น้องเมย เมื่อวันที่ 17&amp;nbsp;ก.ย. 2569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพจากกล้องวงจรปิดในโรงเรียนเตรียมทหารวันที่ 17&amp;nbsp;ต.ค. 2560 ยังมีจังหวะที่น้องเมยเดินกุมท้องเจ็บซี่โครงออกมา ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้ครอบครัวคาใจ เนื่องจากทางโรงเรียนแจ้งว่าน้องเมยหัวใจล้มเหลวเสียชีวิต ทำไมน้องเมยถึงไม่จับที่บริเวณหน้าอก แต่เดินเอามือกุมท้องแทน และประเด็นการเสียชีวิตจากโรคหัวใจครอบครัวยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากน้องเมยเป็นคนสุขภาพแข็งแรงและไม่มีประวัติเป็นโรคหัวใจมาก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;2568&amp;nbsp;ศาลมณฑลทหารบกที่ 12&amp;nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแรกของน้องเมย ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ จำเลยมีความผิดทำร้ายร่างกาย&amp;nbsp; ทำโทษ โดยฝ่าฝืนคำสั่งกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ส่วนที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทันทีนั้น ศาลเห็นว่าด้วยอายุจำเลยนั้นไม่เคยได้รับโทษ การจะลงโทษจำเลยไปก็ไม่เป็นประโยชน์ ให้จำเลยปรับปรุงตัวรับราชการ รับใช้ชาติต่อไปจะเป็นประโยชน์มากกว่า โดยมีโทษจำคุก 4 เดือน 16 วัน ปรับ 15,000 บาทและรอลงอาญา 2 ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษาแม่น้องเมยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า&amp;nbsp;“อยากจะบอกว่าในการรับโทษของเขาเราโอเคนะ ไม่ได้ขัด แต่มันมีคำถามเล็กๆ ว่า ศาลเห็นว่าจำเลยทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ และถ้าลูกพี่มีชีวิตอยู่ล่ะ เขาสามารถทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติได้ไหม แล้วจำเลยยังไม่ได้ติด(ลงโทษ)เลย เพราะจะยากต่อการประกอบสัมมาชีพ แต่ลูกพี่ไม่ได้มีโอกาสไง”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55592829618_e5e877f272_b.jpg" width="1024" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;ย้อนดูบทสัมภาษณ์ของครอบครัว “น้องเมย”&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ประชาไทรวบรวมบทสัมภาษณ์จากรายการต่างๆ ที่ครอบครัวน้องเมยเคยให้สัมภาษณ์ไว้ตั้งแต่ช่วงหลังการเสียชีวิตจนถึงช่วง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ปีหลังเหตุการณ์ และหยิบเอาประเด็นสำคัญมารวมไว้&lt;/p&gt;&lt;h3&gt;&lt;strong&gt;ปี&amp;nbsp;2560&lt;/strong&gt;&lt;/h3&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ท่านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ตินิดนึ่ง ลองเข้าใจนิดนึ่ง ท่านไม่ได้มองครอบครัวผมบ้างเลย ผมก็อายุมากแล้ว แทนที่บั้นปลายชีวิตผมจะอาศัยเขาได้ นี่มาเรียนโรงเรียนทหาร โรงเรียนเตรีมทหาร แค่มากิน มานอน มาเรียนหนังสือ ออกกำลัง ถึงกับต้องเสียชีวิตเลยเหรอ”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;พิเชษฐ ตัญกาญจน์&amp;nbsp;พ่อน้องเมย ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่&amp;nbsp;23 พ.ย.&amp;nbsp;2560 ที่นิติเวช รพ.พระมงกุฏ ขณะเดินทางมารับอวัยวะของน้องเมย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา มติชนทีวี&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=9pFF6GY1v1o"&gt;“ครอบครัว"น้องเมย" ร่ำไห้ รับกล่องอวัยวะ เดินหน้าชันสูตรหาเหตุดับต่อ”&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงกรณีการเสียชีวิตภายในโรงเรียนเตรียมทหารของน้องเมยว่า “ผมว่าโดนทุกคน โดนซ่อมทุกคน ผมก็โดนมา ใครก็โดนทั้งนั้น ซ่อมก็ไม่ได้มากอะไรหรอกนะ…ก็นี่เขาเอาคืนแล้วไง ใครจะไปรู้ล่ะว่าลูกเขาหัวใจล้มเหลวหรือว่าเป็นโรคหัวใจหยุดเฉียบพลันแบบนี้ เขาจะไปรู้ได้ไง ก็ไม่มีใครรู้หรอก เดี๋ยวก็ให้ทางพนักงานสอบสวนเขาสอบสวนแล้วกัน คุณอย่ามาสอบสวนผมเลย…ผมก็เคยสลบ ไม่เห็นหน้าผมตอนผมโดน ก็ผมมันไม่ตายไง ก็นี่ตัวเองไม่สบาย ถ้าเลือกตายผมก็เลือกตายในสนามรบเหมือนกัน”&lt;/p&gt;&lt;h3&gt;&lt;strong&gt;ปี&amp;nbsp;2561&lt;/strong&gt;&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;พ่อน้องเมยตอบคำถามในรายการแฉเกี่ยวกับประเด็นที่มีคนบอกว่าน้องเมยสุขภาพไม่แข็งแรงอยู่แล้วก่อนมาเรียนเตรียมทหารว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การที่จะเข้าไปเป็นนักเรียนเตรียมทหารได้ร่างกายต้องแข็งแรง พละเหล่าทหารบกก็คือ จปร. พละคะแนนเต็ม&amp;nbsp;1,000 คะแนน น้องเมยทำ&amp;nbsp;944 คะแนน…มันมีหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างที่ผมไม่เชื่อตั้งแต่วันแรกอยู่แล้ว ถึงขนาดว่าเรื่องอวัยวะที่ผมไม่รู้เลยว่าใส่ร่างมา หรือไม่ใส่ร่าง อวัยวะหายอีก”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พิเชษฐ ตัญกาญจน์&amp;nbsp;พ่อน้องเมย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา แฉ -&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=-tzWrYOJwsk"&gt;เกือบปีคดีไม่คืบหน้า ครอบครัวน้องเมย! เดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรม&amp;nbsp;11 ก.ย.&amp;nbsp;61&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55592902924_8a8134dfb3_b.jpg" width="819" height="1023" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;พี่สาวของน้องเมยซึ่งเป็นคนตัดสินใจไม่เผาศพน้องเมยหลังสวดอภิธรรม และนำร่างไปชันสูตรใหม่อีกครั้งพูดถึงประเด็นความสงสัยนี้ไว้ว่า&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ตอนที่เขาเสียชีวิตแพทย์ก็บอกว่าหัวใจล้มเหลว ซึ่งหัวใจล้มเหลวมันเป็นกรณีที่ครอบจักรวาล ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมาก็ลงไว้ก่อนว่าหัวใจล้มเหลว แต่ว่าเราอ่ะไม่เชื่ออยู่แล้ว เพราะว่าเมยเขาจะโดนซ้อมโดนอะไรแบบนี้ในโรงเรียนบ่อยๆ เราก็แอบได้ยินมาจากเพื่อนเขาที่มาบอกเรา หนูก็รู้สึกว่ามันไม่ปกติ และประกอบกับช่วงฌาปนกิจมีพวกทหารชอบอ้างตัวว่าเป็นนายพลหรือนายพันที่อื่น หรือบางคนที่มีลูกเรียนเตรียมฯ เขาก็จะบอกว่าน้องตายไม่ได้ปกตินะ อย่าเพิ่งเผา เชื่อผม พอเราได้ยินเรื่อยๆ จนเพื่อนเราเองที่เป็นทหารข้างในลึกๆ เขาก็บอกแบบนี้ ไม่เผาล่ะ เราก็เดินไปบอกพ่อกับแม่เลยว่าหนูจะไม่เผา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต้องเคลียร์ทุกอย่างว่าเขาไม่ได้เป็นโรคหัวใจ…การที่จะเข้ามาเรียนที่นี่ได้มันหลายขั้นตอนมาก แค่คุณเป็นโรคเท้าแบนเขาก็ไม่รับคุณเข้ามาเรียนในที่นี้แล้ว มันยากมากกว่าจะผ่านแต่ละด่านเข้ามาเรียน มันก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ปกติแน่นอน ”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;สุพิชา ตัญกาญจน์&amp;nbsp;พี่สาวน้องเมย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา แฉ -&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=-tzWrYOJwsk"&gt;เกือบปีคดีไม่คืบหน้า ครอบครัวน้องเมย! เดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรม&amp;nbsp;11 ก.ย.&amp;nbsp;61&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่แม่ของน้องเมยย้อนเล่ากลับไปถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทางครอบครัวลุกขึ้นมาต่อสู้ทวงคืนความยุติธรรมให้น้องเมย ทั้งที่ในตอนแรกครอบครัวเพียงแค่ต้องการนำร่างน้องเมยมาบำเพ็ญกุศล แต่เมื่อมีการปล่อยข่าวว่าน้องเมยสุขภาพไม่แข็งแรงมีโรคประจำตัว ครอบครัวจึงยอมไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ที่ไม่ยอม ตั้งแต่วันแรกที่ จปร. แม่ทำใจล่ะ ยอมรับสภาพตั้งแต่ที่เขาพูดกับเราก็บอกว่าขอบคุณ ผบ.โรงเรียน และก็พวกนายทหารที่ จปร. เราขอบคุณมากที่เขาช่วยปั๊มหัวใจลูกเรา เราขอยุติเรื่อง เราไม่ได้เริ่มนะ เราต้องบอกก่อนเพราะทุกคนบอกว่าครอบครัวเราออกไปโวยวาย ไม่ เราขอยุติเพื่อที่จะเอาลูกมาบำเพ็ญกุศล 3 วันเท่านั้น เขาปล่อยข่าวไปได้อย่างไงว่าเด็กคนนี้เป็นโรคประจำตัว เด็กคนนี้ร่างกายไม่แข็งแรง เจ็บปวดนะ”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;สุกัลยา ตัญกาญจน์ แม่น้อยเมย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา แฉ -&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=-tzWrYOJwsk"&gt;เกือบปีคดีไม่คืบหน้า ครอบครัวน้องเมย! เดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรม&amp;nbsp;11 ก.ย.&amp;nbsp;61&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“มีโทรศัพท์เข้ามาจากผู้พันก่อน ให้คุยกับลูกพักนึ่ง แล้วก็มีคุณหมอแพทย์หญิงยุพรโทรเข้ามาอีก วันนั้นจะรับโทรศัพท์จากโรงเรียนตลอด หลังจากหมอโทรหามีลูกชายโทรมา เขาบอกว่าเขายังไม่หายป่วยเลย…เขาระบมไปหมดแล้วทั้งตัว อย่าไปเชื่อผู้พัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาพูดมากกว่านั้น แต่เราขอพูดแค่ตรงนี้ก่อน”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุกัลยา ตัญกาญจน์ แม่น้อยเมย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=T1s4we2SRMI"&gt;โหนกระแส ครอบครัวไม่เชื่ออวัยวะเป็นของน้องเมยจริง...เผยรู้ใครทำร้ายจนตาย!!!&amp;nbsp;| EP.134 | 1 ก.พ.&amp;nbsp;61&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55593119795_4ffff7eaf3_b.jpg" width="819" height="1023" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ในรายการโหนกระแสเมื่อปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เมื่อมีการถามถึงประเด็นที่ว่าทางครอบครัวทราบหรือไม่ว่า ใครเป็นคนกระทำน้องเมย พี่สาวและพ่อน้องเมยได้ตอบคำถามในประเด็นนี้ไว้ว่า ทางครอบครัวได้รับรู้ว่ามีกลุ่มรุ่นพี่ที่ไม่พอใจน้องเมย และสั่งธำรงวินัยสั่งซ่อมวินัยน้องเมยเรื่อยมาในช่วงระยะเวลา 3&amp;nbsp;เดือนก่อนการเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทราบ รู้ทุกคน เด็กคนที่ทำเมยเขาบอกกับคนอื่นว่าเขาไม่กล้าออกมาขอโทษพ่อกับแม่หรือครอบครัวเราเลย เพราะกระแสสังคมมันแรงมาก การที่เขาทำเมยเรื่องมันยาวตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23 สิงหาคม จนถึงวันที่เขาเสียชีวิต มันเป็นระยะเวลาที่นานจนเขาน่าจะออกมาขอโทษได้ แต่เขาก็ไม่เคย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;23 สิงหาคม เมยถูกสั่งให้เอาหัวปักพื้น มีผลมาจนถึงวันที่&amp;nbsp;17 ตุลาคมวันที่เสียชีวิตได้ เพราะว่าเป็นความแค้นที่ตัวเองโดนปลดออกจากตำแหน่งนั้น เหมือนเพื่อนแค้นแทนเพื่อน แล้วก็มาแก้แค้นแทนเพื่อน” พี่สาวน้องเมยกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“3 เดือนกว่า เมยโดนเล่นมาตลอด” พ่อน้องเมยกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=T1s4we2SRMI"&gt;โหนกระแส ครอบครัวไม่เชื่ออวัยวะเป็นของน้องเมยจริง...เผยรู้ใครทำร้ายจนตาย!!!&amp;nbsp;| EP.134 | 1 ก.พ.&amp;nbsp;61&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55601097391_6ca1f11c54_b.jpg" width="819" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;h3&gt;ปี&amp;nbsp;2568&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;“เราพยายามเดินสู่กระบวนการด้วยตัวของเราโดยไม่มีใครเข้ามาช่วยจริงๆ แม้แต่ขอให้ตำรวจทำสำนวน เรายังโดนพูดเลยว่า “คุณรู้ไหมว่าคดีของลูกคุณสิ้นเปลืองงบประมาณไปเท่าไหร่” มันเจ็บนะ เราขอให้เขาทำ แต่เขากลับพูดแบบนี้กับเรา เราไปจู้จี้เขามากเหรอ ลูกเราตายไปทั้งคนนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกหนึ่งคือตำรวจในกองคดี เราไปฟังผลจากแพทย์นิติวิทยาศาสตร์เรียบร้อยแล้ว หมออธิบายแล้ว&amp;nbsp;A B C มันเกิดจากอะไรให้ไปตั้งเลย สุดท้ายแล้วสำนวนมามันไม่ใช่ คนละเรื่อง เขาบอกกับแม่ว่า “คุณแม่เข้าใจผมนะ ลูกผมมันยังเล็ก ผมยังไม่อยากตาย” แล้วแม่เองจะพึ่งใคร”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุกัลยา ตัญกาญจน์ แม่น้อยเมย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา โหนกระแส&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=Ek2BA-Aw0Cw"&gt;ครอบครัว "น้องเมย" จุกอก&amp;nbsp;8 ปีที่รอคอย สุดท้ายศาลทหารพิพากษา คุก&amp;nbsp;4 เดือน&amp;nbsp;16 วัน l EP.1980 l 23ก.ค.68&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;h3&gt;ปี 2569&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;ในสารคดี&amp;nbsp;“(ก่อนจะ)&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี คดี&amp;nbsp;‘น้องเมย’:&amp;nbsp;ความยุติธรรมที่กำลังนับถอยหลัง”&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;The101world ที่สัมภาษณ์ครอบครัวน้องเมยถึงความรู้สึกตลอด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ปีที่พยายามสู้คดีหาความยุติธรรมให้น้องเมย แม่น้องเมยได้พูดไว้ว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“จากผมดำกลายเป็นผมขาว ก็บอกแล้วว่าพลังชีวิตเนี่ย มันไม่เหลือ มันหมด มันไม่อยากอะไรแล้วแม้กับความสวยงามในตัวเอง มันข้ามไปแล้ว มันไม่อยากแล้ว ถามว่าดูแลตัวไหม แม่ดู แม่ออกกำลังกาย เพราะคดีเมยยังไม่จบ แม่ยังต้องมีแรงเดินทางไปขึ้นศาลอีกเยอะ”&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“เมื่อทุกคนกลัวหมด แล้วความยุติธรรม แม่จะได้จากตรงไหน”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ที่มา&amp;nbsp;The101world&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=eep-UhDmIE0"&gt;(ก่อนจะ)&amp;nbsp;10 ปี คดี ‘น้องเมย’: ความยุติธรรมที่กำลังนับถอยหลัง&amp;nbsp;| 101 Documentary&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55592829578_cbff1208fa_b.jpg" width="819" height="1023" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้แม่ของน้องเมยยังไม่มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นที่เกี่ยวกับการเสียชีวิตของน้องเมยอยู่เสมอ อาทิข้อความ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;15 ตค.60&lt;/p&gt;&lt;p&gt;..ส่งเมยกลับรร.ตท สภาพที่ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;17 ตค.60&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เสียชีวิตกองแพทย์ รร.ตท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;19 ตค.60&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รร.ตท.ส่งเมย ในสภาพศพกลับคืนมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม่น้องเมยโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่&amp;nbsp;3 พฤษภาคม&amp;nbsp;2569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมย ... ไม่ใช่เคสแรก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมย ... จะไม่ใช่เคสสุดท้าย ..&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตราบใดที่เรายังเงียบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มองเห็นความไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตราบใดที่ไม่สู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องราวแบบนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มันจะหวนกลับมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่าเหน็บกันนักเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพราะความไม่เงียบเฉยของครอบครัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มันทำให้น้องรุ่นถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อยู่อย่างปลอดภัยขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; ไม่ใช่หรือ .. !!!&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม่น้องเมยโพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่&amp;nbsp;8 เมษายน&amp;nbsp;2569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;น้องเมย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ภคพงศ์ ตัญกาญจน์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สุกัลยา ตัญกาญจน์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%A9%E0%B8%90-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;พิเชษฐ ตัญกาญจน์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สุพิชา ตัญกาญจน์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;โรงเรียนเตรียมทหาร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;พลทหารเสียชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;วรรณา แต้มทอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 17 Oct 2026 00:51:06 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119119 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>'พายุ' เข้าไทยพีบีเอส  'หมอโกมาตร' ประเมินอดีต-อนาคต ท้าทายปีที่ 20 ทีวีสาธารณะ </title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119109</link>
  <description>&lt;span&gt;'พายุ' เข้าไทยพีบีเอส  'หมอโกมาตร' ประเมินอดีต-อนาคต ท้าทายปีที่ 20 ทีวีสาธารณะ &lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;สรวุฒิ วงศ์ศรานนท์ สัมภาษณ์&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;admin666&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-16T11:27:14+07:00" title="Friday, October 16, 2026 - 11:27"&gt;Fri, 2026-10-16 - 11:27&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ขณะนี้วิวาทะร้อนที่สุด หนีไม่พ้นกรณีพรรคภูมิใจไทยเสนอเปลี่ยนแหล่งรายได้ของกองทุน 4 กอง จากเดิมที่ใช้เงินจาก ‘ภาษีบาป’ (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่) ซึ่งปีนึงๆ มีอยู่เป็นแสนล้านบาท อย่างในปี 2568 มียอดถึง 1.72 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การเสนอปรับเปลี่ยนระบบรายได้ของไทยพีบีเอส จึงไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นเรื่องว่า “ถ้าเปลี่ยนระบบเงิน เท่ากับรัฐบาลต้องการควบคุมสื่อ” โดยอัตโนมัติ ประเด็นที่ควรพิจารณาจริง ๆ คือ ระบบใดจะรักษาความเป็นอิสระของสื่อไว้ได้ พร้อมกับทำให้การใช้เงินสาธารณะโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับวินัยการเงินการคลังของประเทศ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อความข้างต้นคือ เหตุผลของศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ผู้เสนอร่างกฎหมายแก้กฎหมายใช้ตอบโต้แถลงการณ์ของ 6 องค์กรสื่อ และเขาย้ำว่าอิสระของสื่อต้องคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อเงินของสาธารณะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไทยพีบีเอส เป็นองค์กรหลักที่ดูจะโดนรุมตั้งคำถามมากที่สุดจากแทบทุกฝ่าย แต่ก็เป็นองค์กรเดียวที่ได้เงินน้อยที่สุดคือไม่เกิน 2,000 ล้านบาทตามเพดานที่กำหนดในกฎหมายจัดตั้ง ส่วนกองทุนอื่นๆ ได้เฉลี่ยต่อปี 4,000 ล้านบาท มีแค่กองทุนผู้สูงอายุที่ปี 2567 ได้เพิ่มไปถึง 5,000 ล้านบาทเพราะเป็นกองทุนเดียวที่กฎหมายไม่ได้ตั้งเพดานสูงสุดไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ใครได้มากได้น้อยไม่เป็นประเด็นเท่าเงินภาษีถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพหรือไม่ และไทยพีบีเอสถูกตั้งคำถามเรื่องนี้มากที่สุดในเวลานี้ (ยังไม่นับว่าเรื่องจุดยืนต่อประเด็นสังคมการเมืองต่างๆ ก็ถูกตั้งคำถามอยู่เป็นพักๆ) พร้อมๆ กับข้อกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้จะทำลายความเป็นอิสระของสำนักข่าวสาธารณะแห่งนี้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจเรื่องนี้ต้องย้อนไปถึงที่มาของไทยพีบีเอส 18 ปีก่อน ประเทศไทยมีโทรทัศน์อยู่ 5 ช่องแล้วทำไมยังต้องมี ‘สถานีโทรทัศน์สาธารณะ’ ขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เล่าอย่างรวบรัด จุดประสงค์ของการตั้งไทยพีบีเอสขึ้นมาคือส่วนหนึ่งของกระแส ‘การปฏิรูปสื่อ’ ที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นตั้งแต่หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ที่มีความต้องการสื่อโทรทัศน์เสรี ในความหมายตอนนั้นคือเป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐ เพราะเวลานั้นทุกช่องยังได้สัมปทานสัญญาณมาจากรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จนต่อมารัฐบาลอานันท์2 เสนอให้เกิดทีวีเสรีที่ให้เอกชนมาประมูลสัมปทานไป แต่จะต้องแปรสภาพตัวเองเป็นบริษัทมหาชน ภายหลังทำให้เกิด ITV ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ประมูลไปดำเนินกิจการภายใต้บริษัทที่ตั้งขึ้นมาใหม่เมื่อปี 2539 ก่อนจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ‘ต้มยำกุ้ง’ จนต้องเปลี่ยนมือสู่ บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น แต่ต่อมาก็ต้องมาเจอว่าศาลปกครองสั่งให้การแปรสภาพสัมปทานต้องถูกเรียกค่าสัมปทานตั้งแต่ธันวาคม 2549 ย้อนหลังไปถึง 2547 พร้อมค่าปรับรวมกว่า 1 แสนล้านบาท สุดท้ายไอทีวีถูกสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรียกเลิกสัญญา พร้อมยึดคลื่นคืนในปี 2550 ทำให้ไอทีวีต้องกลับไปอยู่กับกรมประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ไอทีวีจะชื่อว่า ‘สื่อเสรี’ แต่ก็ยังถูกวิจารณ์ว่าถูกครอบงำโดยเอกชนและนักการเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่อยู่ภายใต้ชินคอร์ป ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมภายในเรื่องการเซ็นเซอร์ประเด็นการเมือง,&amp;nbsp;กรณีเลิกจ้างพนักงานที่ร่วมตัวกันตั้งสหภาพแรงงาน, กรณีปลดพนักงานเพราะปัญหาทัศนคติการทำงาน เป็นต้น แต่การต่อสู้เพื่อเสรีภาพสื่อจากนักการเมืองที่เกิดขึ้นในยุคนั้นก็เหมือนถูกทำหมัน เพราะรัฐประหารโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ในปี 2549&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภารกิจนี้ยังดำเนินการต่อเงียบๆ&amp;nbsp;จนกระทั่ง ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ผ่านออกมาในปี 2551 จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ตั้งมาโดยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ที่ตั้งขึ้นมาโดยคณะรัฐประหาร ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้า สนช.คือ คณะรัฐมนตรี แต่ก็มีอีกฉบับที่สมชาย แสวงการ สมาชิก สนช.เสนอด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กฎหมายชื่อยาวข้างต้นก็คือกฎหมายที่ให้ตั้ง ‘ไทยพีบีเอส’ ขึ้นมา แต่ถ้าพูดถึงที่มาของการกำหนดให้งบประมาณของสถานีมาจากภาษีบาปที่ถูกใช้มาเกือบ 20 ปี คนที่มีส่วนร่วมในการเสนอไอเดียก็คือ&amp;nbsp;&lt;a href="https://mgronline.com/politics/detail/9500000046648"&gt;สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์&lt;/a&gt; นักวิจัยคนสำคัญจากทีดีอาร์ไอ และเคยอยู่ในคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดอนาคตของสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟในช่วงเปลี่ยนผ่านจากไอทีวีเป็นทีวีสาธารณะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ไทยพีบีเอส” อยู่มานานเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ไม่เคยว่างเว้นจากการถูกตั้งคำถามทั้งเรื่องจุดยืน ทั้งความคุ้มค่า และประสิทธิภาพมาโดยตลอดและยิ่งหนักหน่วงในช่วงนี้&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;‘วินัยการเงินการคลัง’ ที่ไม่ใช้ถ้วนหน้า&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย (กนย.) ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยฯ ของไทยพีบีเอส ให้สัมภาษณ์ (7 ต.ค.2569) ชี้แจงทั้งในประเด็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากเปลี่ยนที่มาแหล่งทุน และทั้งข้อวิจารณ์ถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพที่สะท้อนคุณค่าสื่อสาธารณะท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อสารมวลชนที่เป็นโจทย์ยากขึ้นทุกที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55591481762_ef8cf2c50d_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในฐานะประธาน กนย. แม้เหตุผลเรื่องวินัยการเงินการคลังของผู้เสนอกฎหมายจะฟังดูมีเหตุมีผล จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่ดีนักของประเทศ แต่หมอโกมาตรก็ตั้งข้อสังเกตว่า การจะรักษาวินัยการเงินการคลังกลับไม่ได้ถูกใช้ทั้งระบบในกระบวนการพิจารณางบประมาณของประเทศ มีการใช้เหตุผลเรื่องจัดระเบียบการเงินการคลังมาดำเนินการอย่างเฉพาะเจาะจงกับกองทุน 4 แห่งที่หากเทียบกับปริมาณเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีทั้งหมดแล้ว เงินที่ใช้กับ 4 กองทุนนี้ไม่ได้มากมายมหาศาล และทั้ง 4 กองทุนก็อยู่ในส่วนของเงินนอกงบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ต้น จากการเก็บเพิ่มจากผู้เสียภาษีสรรพสามิตอีกที มันไม่ได้ช่วยให้ ‘วินัยการเงินการคลัง’ ของประเทศดีขึ้นตามข้อกล่าวอ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“กรณีของไทยพีบีเอสคือได้เพิ่มมาจากภาษีสรรพสามิตปกติอีก 1.5% ซึ่งมันไม่ได้รวมอยู่ในงบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้น หากจะให้ไทยพีบีเอสไปใช้งบประมาณแผ่นดิน จะกลายเป็นว่าต้องไปใช้เงินกองเดียวกับงบประมาณซึ่งมีข้อจำกัดมากมายอยู่แล้ว มันก็เลยไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลในการที่จะใช้ข้ออ้างเรื่องวินัยการเงินการคลังมาดำเนินการอย่างเฉพาะเจาะจงในส่วนนี้ อันนี้ถ้าหากว่าเปรียบเทียบไปกับการสูญเปล่าในเรื่องการใช้เงินงบประมาณของภาครัฐ เราคงจะเห็นเยอะนะว่ามันสูญเสียไปทั้งระบบมากมาย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะบทบาทสื่อที่มักจะต้องวิพากษ์วิจารณ์หรือตั้งคำถามกับอำนาจรัฐโดยปริยาย ทำได้มากบ้างน้อยบ้างเห็นต่างกันไป บางฝั่งก็เห็นว่าไทยพีบีเอสอ่อนเกินไป หรือเซ็นเซอร์ตัวเองเกรงใจอำนาจ แต่ฝั่งที่รู้สึกว่าไทยพีบีเอสจ้องจับผิดมากเกินไปก็มีเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเป็นเรื่องปกติ เมื่อรัฐบาลถืออำนาจในการบริหารงบประมาณของแผ่นดิน มีอำนาจในทางกฎหมายและสามารถใช้กำลังบังคับ ย่อมต้องถูกตรวจสอบใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดการใช้อำนาจเกินขอบเขตหน้าที่และบุคลากรของรัฐก็ไม่ได้ซื่อสัตย์สุจริตเสียทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย.ยังมองว่า ตอนนี้มีเพียงการเสนอแก้ไขแหล่งที่มาเงินบำรุงในมาตรา 11-16 เท่านั้น แต่ถ้ามองในแง่ลบ ที่ผ่านมามีความพยายามรวบอำนาจของภาคการเมืองอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่สาธารณชนต้องช่วยกันจับตาว่าจะเปลี่ยนแปลงจำเพาะเจาะจงเรื่องการเงินเท่านั้น หรือจะเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารด้วยหรือไม่ แม้ว่าการเปลี่ยนให้ใช้เงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี ก็อาจกระทบกระเทือนต่อความเป็นอิสระไม่น้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แม้ว่างบประมาณต่างๆ มีกลไกพิจารณา (ในสภา) แต่เราต้องยอมรับว่า การต้องไปร้องของบจากผู้จัดสรรงบประมาณ อาจจะเป็นความเสี่ยงที่ค่อนข้างใหญ่มากกับการที่องค์กรอาจมีความรู้สึกว่าต้องเซ็นเซอร์ตัวเองหรือเปล่า ต้องระมัดระวังยิ่งขึ้น เพราะอาจถูกขู่ว่าจะตัดงบ หรืออาจมีคนเข้ามาวิ่งเต้นเพื่อที่จะให้ดำเนินการบางเรื่องบางอย่างให้ได้มาซึ่งงบประมาณหรือเปล่า เรื่องเหล่านี้ในระบบแบบเดิมมันไม่มี มันประคองตัวเองมาได้ จะทำหน้าที่สมบูรณ์บ้างไม่สมบูรณ์บ้าง อย่างน้อยก็รักษาความน่าเชื่อถือ ไม่มีใครบอกว่าไทยพีบีเอส รับเงินจากทุน หรือรับเงินจากนักการเมืองได้ ก็ถือว่าเป็นการรักษาความน่าเชื่อถือมาได้ 19 ปี”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;อิสระจากรัฐและทุน ไม่เพอร์เฟ็คแต่ยังทำข่าวตรวจสอบได้&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แม้กรรมการนโยบายผู้นี้จะยอมรับว่า ที่ผ่านมาการบริหารจะขาดตกหล่นไปบ้าง แต่สื่อธารณะนี้ก็เป็นทุนทางสังคมของไทยอย่างหนึ่งที่ได้สร้างขึ้นมาเมื่อ 19 ปีก่อน และตอนนี้มันยิ่งมีความจำเป็นมากในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ เช่น สถานการณ์ปะทะกันแถวชายแดน ที่จะต้องมีสื่อที่คนให้ความเชื่อมั่นและเชื่อถือได้เป็นสติให้กับสังคม เพราะสถานการณ์เช่นนี้ต้องระมัดระวังมา การสื่อสารออกไปอาจจะไปกระตุ้นอารมณ์ของผู้คนได้ง่าย หรือว่าสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรง เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การมีไทยพีบีเอสซึ่งประชาชนเชื่อถือว่าข่าวที่ออกมา ไม่มี Fake News แน่ บางคนก็จะเปิดแช่ไว้ให้ลูกหลานดูทั้งวันก็ไม่มีพิษมีภัยอะไร เรื่องเหล่านี้ถือว่าเป็นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ความเป็นอิสระอันนี้มันช่วยเป็นสถาบันหนึ่งให้กับสังคมไทย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถาม นพ.โกมาตรว่าเคยมีแรงกระแทกกลับมาที่กรรมการบ้างหรือไม่ จากการนำเสนอข่าวของสถานีโดยเฉพาะรายงานข่าวในประเด็นที่เป็นการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันของภาครัฐ อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีรายการอย่าง “สามัญชนคนไทย” ตอน ฉันคือปลวก(กินภาษี) ที่เป็นกระแสคนให้ความสนใจมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องนี้เขามองว่าบทบาทของสื่อสาธารณะในการตรวจสอบเป็นหลักที่ต้องวางไว้ให้มั่นคงก่อน ในด้านแรก สื่อสาธารณะต้องดำเนินการเป็นอิสระจากทุน เพื่อให้ยังกล้าไปตรวจสอบหากมีการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือประชาชน กฎหมายของไทยพีบีเอสจึงระบุไว้ชัดเจนว่าทางสถานีจะรับสปอนเซอร์ไม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้าเป็นทุนรายใหญ่ของประเทศ มีกรณีปลาหมอคางดำ ถ้าผู้ที่ส่งผลกระทบเหล่านี้เป็นผู้จ่ายเงินสนับสนุนเรา แล้วขู่ว่าจะตัดงบ อันนี้เราก็สูญเสียอิสระ เราทำข่าวกรณีแบบนี้มาก ทั้งเรื่องทุนเทา ขยะพิษขยะอิเล็กทรอนิกส์ และเรื่องหลายเรื่องที่เกี่ยวพันกับภาคธุรกิจ”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนด้านที่เป็นอำนาจรัฐที่มีความเสี่ยงถูกใช้เกินขอบเขต มันเป็นเรื่องอำนาจที่ไม่ได้เป็นของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง รัฐบาลเพียงได้รับสิทธิและความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาบริหาร เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะยืนตรงสง่างามได้จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ทำตัวนอกเหนือกฎเกณฑ์และต้องทำให้รัฐบาลถูกตรวจสอบได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรบอกว่ากรณี “ฉันคือปลวก(กินภาษี)” ไม่ได้มีแรงปะทะเข้ามาโดยตรง แม้จะมีคนตั้งข้อสังเกตอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ถูกแทรกแซงเข้ามาโดยตรงในลักษณะนั้น เขามองว่าถ้าตัวเขาเป็นรัฐบาลจะดีใจที่ปัญหาต่างๆ อย่างการสร้างตึกสร้างอาคารแล้วมีการปล่อยปละละเลย แล้วสื่อเอามาให้ดู สื่อสาธารณะได้เป็นพันธมิตรในการสร้างความร่วมรับผิดรับชอบ (accountability) ร่วมกันและเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลจะเข้าไปจัดการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เพราะฉะนั้นในแง่หนึ่ง รัฐบาลในสังคมที่เป็นประชาธิปไตยให้สิทธิในการตรวจสอบกับสื่อ ก็จะต้องมองว่าสื่อเป็นพันธมิตรในการสร้างระบบที่น่าเชื่อถือ ในการทำให้รัฐบาลมีโอกาสไปจัดการความไม่ชอบมาพากลทั้งหลาย ไม่ใช่ว่าพอไปเปิดเผยว่ามันมีปัญหามีอะไรก็จะมาโกรธสื่ออย่างนี้มันไม่ได้”&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ไม่แทรกแซงกองข่าว&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในขณะที่ไทยพีบีเอสยืนยันความสำคัญของความเป็นอิสระจากทุนและฝ่ายการเมืองเพราะจำเป็นที่ต่อภารกิจของสื่อ ทำให้กลไกของไทยพีบีเอสถูกสร้างให้มีระบบคณะกรรมการในการพิจารณาเรื่องต่างๆ แยกจากฝ่ายบริหารสถานีที่ดูแลเนื้อหา ไปจนถึงการมี ‘สภาผู้ชมและผู้ฟัง’ ที่คอยให้ feedback กับสถานี แต่การได้รับเงินบำรุงที่ล็อกไว้ให้ตามกฎหมายมาเรื่อยๆ อย่างมั่นคงก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไทยพีบีเอสลอยตัวจากการถูกตรวจสอบ ไปจนถึงเรื่องประสิทธิภาพและความคุ้มค่า เรื่องนี้จะต้องสร้างสมดุลกันอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย. มองว่า ด้วยระบบที่มีอยู่ตอนนี้สามารถป้องกันการถูกแทรกแซงได้ดีพอสมควรทำให้ไม่มีใครสั่งให้ทำข่าวอะไรหรือสั่งให้หยุดออกข่าวอะไรได้ แม้แต่กรรมการนโยบายที่ตั้งมาตามกฎหมายก็ยังไม่สามารถที่ไปบอกบรรณาธิการข่าวให้ทำข่าวเรื่องไหนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“บางคนคิดว่าบอกประธานกรรมการนโยบายว่าอยากจะให้ไปช่วยทำข่าวที่นั่นหน่อย ไปทำเรื่องนี้หน่อยอะไรแบบนี้ ผมก็จะตอบไปเสมอเลยนะว่ามันไม่ได้เลย กรรมการนโยบาย 9 คนจะไปบอกว่าขอเข้าไปนั่งในกองบรรณาธิการข่าว ไปดูซิว่าตัดสินใจข่าวรายวันกันยังไงไม่ได้ หรือจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่ให้นำเสนอ หรือนำเสนอเรื่องนี้หน่อย ไม่ได้ ทำได้เพียงแค่วางทิศทางซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรยกตัวอย่างที่กรรมการจะทำได้ เช่น ตรวจสอบว่ารายการผังรายการต่างๆ ให้ความสำคัญกับสื่อพลเมืองเพียงพอหรือไม่ เป็นปากเป็นเสียงให้กับกลุ่มเปราะบาง คนพิการ พี่น้องชาติพันธุ์ หรือว่าผู้ด้อยโอกาสเพียงพอหรือเปล่า เป็นทิศทางใหญ่ๆ ที่เป็นหน้าที่ของสื่อสาธารณะเท่านั้น แม้แต่ผู้อำนวยการที่เข้าไปประชุมกับกองบรรณาธิการข่าวก็เคารพในวิจารณญาณในวิชาชีพของคนทำข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราก็ไม่แน่ใจว่าในอนาคต เมื่อต้องไปต่อรองเพื่อให้ได้งบประมาณมาเป็นปีๆ ไป แต่ละปีมันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปจนเสียหลักการอันนี้หรือเปล่า”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ว่าไทยพีบีเอสเองจะมีทั้งกลไกถ่วงดุลกันภายในอยู่แล้วก็ตาม ก็ยังดูเหมือนว่าทั้งสังคมภายนอกและคนในมีข้อห่วงกังวลว่า หากถูกเปลี่ยนที่มาเงินบำรุงแล้วจะกลายเป็น NBT2 หรืออาจถูกฝ่ายการเมืองแทรกแซงผ่านระบบงบประมาณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรชี้ว่า เพราะกระบวนการตรวจสอบเหล่านี้ มันเป็นกระบวนการตรวจสอบในชั้นของการปฏิบัติการ แต่ว่าเรื่องของทิศทางและความเป็นอิสระขององค์กรกลไกเหล่านี้ขึ้นอยู่กับกรรมการนโยบายอย่างเดียว&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ทำข่าวสำคัญที่คนอื่นไม่ทำ-ภารกิจปั้นคน&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ส่วนประเด็นเงินบำรุง 2,000 ล้านบาทที่ได้มาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยไม่ต้องไปขออนุมัติจากคณะกรรมาธิการงบประมาณ หรือสำนักงบประมาณ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไทยพีบีเอสจะไม่มีข้อจำกัด เพราะเพดานนี้อยู่มา 19 ปีแล้ว ในขณะที่งบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 200% หน่วยงานต่างๆ ได้รับงบประมาณไล่เลี่ยกันตอนนี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30-60%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สำหรับไทยพีบีเอสไม่เคยได้เพิ่ม แม้กฎหมายกำหนดไว้ให้ขอเพิ่มได้ เราก็มีความรู้สึกว่ามันขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจสังคม และผลงานของเราดีพอที่ไปขอเพิ่มหรือยัง อันนี้ต้องยอมรับว่างบไม่ได้ขอเพิ่ม แต่ภารกิจเพิ่มเยอะมาก”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรเล่าว่าเดิมทีสำนักสื่อดิจิทัลของไทยพีบีเอสแทบจะไม่มีงานต้องทำเท่าไร ทำให้ไม่ต้องใช้งบประมาณนัก แต่เมื่อต้องทำงานด้านสื่อดิจิทัลขึ้นมาทำให้ต้องลงทุนด้านดิจิทัลหลายอย่าง ทั้งระบบเก็บข้อมูลดิจิทัล ระบบความปลอดภัยทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ จ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยไซเบอร์ ค่าขยาย Bandwidth เพื่อรองรับคนที่เข้ามาดูละครในเว็บไซต์ ตอนนี้มี AI ก็ต้องตามให้ทัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้น ไทยพีบีเอสยังมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับข่าวภัยพิบัติที่ปัจจุบันรุนแรงและถี่ขึ้น ทำให้ต้องใช้งบประมาณไม่น้อย เพราะเป็นงานข่าวที่ต้องรวดเร็วพร้อมกับมีประสิทธิภาพด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อันนี้เป็นจุดเด่นที่ว่าไทยพีบีเอสไม่ต้องพึ่งโฆษณา พอสถานการณ์เกิด เราก็ล้มผังรายการเลย เพราะว่าเราไม่ต้องติดค้างว่า โอ้ เรารับสปอนเซอร์เขาไว้ แล้วเราไม่ได้ออกอากาศให้เขา ต้องไปจัดคิวชดเชยสปอนเซอร์ให้กับธุรกิจเอกชน อันนี้เราไม่ต้องเลย เราดูความจำเป็น ความต้องการของประชาชนเป็นหลัก เราล้มผังไปได้เลย ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ล้มบ่อย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขายกตัวอย่าง สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่กรุงเทพฯ รอบนี้ที่ไม่ใช่เพียงแค่ล้มผังรายการเท่านั้น แต่ยังมีทรัพยากรบุคคลที่ลงพื้นที่ไปทำข่าว และทำภารกิจซึ่งไม่ใช่ภารกิจโดยตรงของสำนักข่าวแต่เนื่องจากเราเป็นผู้เข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ก็อยู่ในวิสัยทำได้&amp;nbsp; เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น ในตอนน้ำท่วมหาดใหญ่ก็จะเห็นชัดมากว่าคอลเซ็นเตอร์ไม่พอ มีคนเขาโทรเข้ามามาก ทำให้ต้องเซ็ตระบบคู่สายมา 50 คู่สายและใช้วิธีระดมอาสาสมัครเข้ามา ต้องมีข้าวปลาอาหารเลี้ยง ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้นภารกิจถ่ายทอดสดงานต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากอย่างเช่น รัฐพิธี การแข่งขันกีฬาท้องถิ่นหรือกีฬาคนพิการ หรือการถ่ายทอดสดอื่นๆ ของรัฐที่ไม่เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่งสื่อเอกชนรายอื่นลดภารกิจพวกนี้ลงไปแล้วเพราะไม่สร้างกำไร แต่ไทยพีบีเอสยังคงมีศักยภาพจะทำอยู่ และรัฐเองก็ยังมาพึ่งพาอยู่ จุดนี้เคยคิดว่าจะต้องลดกำลังคนเพื่อให้เล็กลงกว่าเดิมเหมือนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกทั้งเมื่อสำรวจตลาดแล้วว่าขาดส่วนไหนอยู่ก็ต้องเข้าไปชดเชยตรงนั้น รวมถึงรายการด้านการศึกษาสำหรับเด็ก ไม่มีสถานีไหนทำแล้ว แต่เมื่อไทยพีบีเอสทำก็ได้พบว่ามีวิวในช่องยูทูบเข้ามาเป็นหลักร้อยล้านวิวในช่วงโควิด-19 ระบาดและยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกทั้งในกฎหมายยังกำหนดให้ไทยพีบีเอสเป็นสถาบันวิชาการด้านสื่อสาธารณะด้วย ทำให้ต้องมีงานฝึกอบรมคนทำงานด้านสื่อสารมวลชนด้วย ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมาไทยพีบีเอสเน้นสร้าง Creative Content Creator จำนวนมาก และยังคงจัดอบรมผู้ประกาศ จัดอบรมการเขียนบท มีการจัดอบรมการถ่ายภาพ มีการจัดอบรมการทำสารคดี เพื่อยกระดับคุณภาพสื่อของประเทศ และได้สนับสนุนผู้ผลิตอิสระมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ที่ผ่านมามีการตั้งคำถามว่า เงิน 2 พันล้านเอามาใช้กันเองภายในองค์กร ในขณะที่สื่อภายนอก พอเกิดสถานการณ์ผันผวนทางเศรษฐกิจ เขาก็ดิ้นรน มันไม่มีแหล่งรายได้ที่ทำให้เขาดำเนินวิชาชีพของเขาต่อได้ อันนี้เราก็ตระหนักมากว่าเราต้องสนับสนุนผู้ผลิตอิสระ ก็เลยเกิดโครงการต่างๆ ขึ้น”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรเสริมว่า ด้วยเหตุนี้ทำให้มีการจ้างผลิตจากคนนอกเยอะและรายการเดิมก็ไม่ได้ลดลง แต่ทำให้ต้องเอางานเก่ามาเผยแพร่ซ้ำน้อยลงเพราะได้งานจากสื่ออิสระมาเผยแพร่มากขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้วงการสื่อสารมวลชนเข้มแข็งไปด้วยกันและไม่ได้มีแค่ไทยพีบีเอสที่ทำเพื่อสาธารณะแต่ก็ยังมีสำนักข่าวอื่นๆ อยู่ด้วยที่ไม่ได้ทำงานเพื่อหวังกำไรสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ผมเคยถามในที่ประชุมนะ เราจะสนับสนุนสำนักข่าวแบบนี้ยังไง กฎหมายก็มีข้อจำกัดนะ เราจะไปเที่ยวให้ทุนอะไรซี้ซั้วไม่ได้ ก็ต้องมีหลักมีเกณฑ์ แต่ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราทำมากขึ้น”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย.มองว่าด้วยงบประมาณ 2,000 ล้านบาทด้วยปัจจุบันภารกิจที่ทำมีมหาศาล และหากเทียบกับกรมประชาสัมพันธ์ที่ได้งบประมาณจากรัฐบาลพอๆ กัน แม้ว่าภารกิจในการเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลของกรมประชาสัมพันธ์จะทำให้ต่างไปจากไทยพีบีเอส แต่ว่าการปฏิบัติงานไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย.ยังบอกอีกว่าส่วนที่ลงทุนไปตอนนี้ก็ทำให้ไทยพีบีเอสมีทั้งที่ดินที่ตั้งสถานี มีเครื่องมือทำงาน มี footage ที่เก็บสะสมไว้จำนวนมาก ฐานข้อมูล ซึ่งไม่ได้สูญหายไปไหนและมูลค่าเป็นแสนล้านอยู่ในระบบของไทยพีบีเอส ไปจนถึงสิ่งที่ไม่ใช่ทรัพย์สินอย่างเครือข่ายนักข่าวพลเมืองที่ส่งงานมาเผยแพร่ในรายการข่าวปกติของช่องไม่ใช่แค่ในส่วนของรายการนักข่าวพลเมืองด้วย ทำให้นักข่าวพลเมืองเหล่านี้เติบโตในหน้าที่การงานหลายคนก็กลายเป็นผู้ผลิตอิสระไปแล้ว ซึ่งเป็นผลจากข้อเสนอของกรรมการที่ให้เพิ่มบทบาทของพวกเขาในงานของสถานี&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;กฎหมายไม่อนุญาตให้หารายได้เอง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เรื่องกลไกตรวจสอบความโปร่งใส ประธาน กนย.ชี้ว่าเข้มข้นอย่างมากและกลายเป็นข้อจำกัดในการมีช่องทางรายได้อื่นๆ เพิ่มเติม ถ้าเทียบกับสื่อสาธารณะของประเทศอื่นที่สามารถหาเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนหรือองค์กรสาธารณะประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติมได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ในกรณีของไทยพีบีเอส ปัจจุบันมีข้อจำกัดมากเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ เราเอาวิดีโอขึ้นไปที่ YouTube เขาก็มีช่องทางแทรกโฆษณาที่สามารถแบ่งรายได้มาให้ไทยพีบีเอสได้ แต่ไทยพีบีเอสก็รับไม่ได้ เพราะชื่อมันเรียกว่า Advertisement ก็คือเป็นเงินโฆษณา ไทยพีบีเอสรับงบโฆษณาไม่ได้เลย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรเล่าถึงเรื่องหนึ่งที่เพิ่งประชุมกันไปว่าจะต้องระมัดระวังอย่างมากคือ การขายเนื้อหาให้กับแพลตฟอร์มต่างๆ แต่ก็ยังติดประเด็นว่า แม้จะทำได้มากขึ้นแล้วก็ยังมีบางคนตั้งคำถามถึงความถูกต้องตามมา จะต้องทำตามโจทย์ของแพลตฟอร์มถึงจะขายได้หรือเปล่า การให้แพลตฟอร์มเอกชนมากำหนดประเด็นของเนื้อหางานที่ไทยพีบีเอสผลิตเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ที่บอกว่าไทยพีบีเอสอยากเป็นอิสระก็ไปหาเงินเอง เงินมันไม่ได้ลอยอยู่กลางอากาศ มันมีเจ้าของ เงินทุนใหญ่ๆ มันก็อยู่กับทุนใหญ่ ถ้าเราต้องไปพึ่งทุนใหญ่ มันก็อาจจะถูกแทรกแซงง่าย ทางที่ดีที่สุดก็คือพึ่งรัฐที่มีอำนาจหน้าที่และต้องถูกตรวจสอบอยู่แล้ว ถ้าหากว่ารัฐเห็นว่ากลไกการตรวจสอบเหล่านี้มีคุณค่าในการสร้างความรับผิดรับชอบในระบบ แล้วก็ทำให้เราเป็นอิสระ อันนี้ก็ถือว่าเป็นโมเดลที่ดีที่สุด ในต่างประเทศก็ยังถือว่าโมเดลของไทยพีบีเอส เป็นโมเดลที่ดีที่สุดโมเดลหนึ่งของโลก”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย.ยกกรณี BBC มาเปรียบเทียบ โดย BBC ได้รายได้จาก License Fee แต่รายได้ก็ลดลงเพราะคนรุ่นใหม่ไม่มีโทรทัศน์แล้ว จึงปรับเปลี่ยนมาให้มีรายได้จาก BBC Studio ที่รับผลิตรายการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แน่นอนถ้าเศรษฐกิจดี วงการสื่อตื่นตัว มีตลาด มีคนมาใช้ ก็มีรายได้ แต่ ณ ปัจจุบันสื่อพาณิชย์ดิ้นรนอย่างหนักเลย ไม่ใช่เพราะไม่มีสตูดิโอนะ แต่เพราะว่าภูมิทัศน์สื่อมันเปลี่ยนแปลงไป หรือว่าที่อื่นๆ ก็มีแนวโน้มเช่นเดียวกันว่าต้องแสวงหาทางเลือก”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรกล่าวว่า กรณีของไทยพีบีเอส ถ้าเปรียบเทียบกันจะคล้ายกับ BBC กับ Channel 4 รวมกันในแง่ที่ BBC เป็นเป็นมาตรฐานในความเป็นสื่ออิสระในสังคมประชาธิปไตยของโลก ขณะเดียวกันยังมี Channel 4 ที่เน้นในการเป็นปากเสียงให้กับผู้ไร้โอกาส คนที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงทางการเมือง หรือว่าถูกกีดกันออกจากการมีส่วนร่วม ซึ่งไทยพีบีเอสมีทั้ง 2 เรื่องนี้ประกบกันอยู่ ทั้งงานด้านตรวจสอบทั้งงานการส่งเสริมสิทธิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ระบบตรวจสอบหลายชั้นยิ่งกว่าราชการ จนทำงานยาก&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย.มองว่าแม้ไทยพีบีเอสต้องมีความเป็นอิสระ แต่ก็ต้องถูกตรวจสอบ คนมักเข้าใจว่าพอเป็นอิสระแล้วไทยพีบีเอสไม่มีกลไกการตรวจสอบใดๆ แต่ที่จริงแล้วมีกลไกตรวจสอบทั้งภายในและจากภายนอกอย่างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) บริษัทรับตรวจสอบที่ สตง.ให้การรับรอง รวมถึงคณะกรรมการอิสระที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ไทยพีบีเอสถูกตรวจสอบโดย สตง. ตอนนี้ สตง.ก็เข้าไทยพีบีเอสอย่างหนักเลย เพราะว่ามันมีเรื่องที่คนตั้งข้อสังเกตกัน แล้วรายงานของ สตง.ก็ตรงกับที่เราวินิจฉัยปัญหาภายใน ในหลายๆ ข้อจำเป็นต้องแก้&amp;nbsp; แม้ว่าไม่มีข้อสังเกตเหล่านี้มาเราก็ตระหนักอยู่แล้ว แล้วก็กำลังแก้อยู่”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การตรวจสอบจากภายนอก นอกจาก สตง.แล้วยังมีหน่วยตรวจสอบภายนอกที่ไทยพีบีเอสจ้างบริษัทเข้ามาตรวจสอบการเงินและงบประมาณอีกชั้นด้วย โดยเป็นองค์กรวิชาชีพอิสระที่ สตง.ให้การรับรอง และ สตง.ต้องรับรองให้เข้ามาตรวจสอบด้วย บริษัทเหล่านี้จะเข้ามาทำงานตรวจสอบมั่วๆ ไม่ได้เพราะอาจถูกถอนใบอนุญาต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พอตรวจสอบเสร็จก็ต้องมารายงานกับกรรมการนโยบาย พร้อมกับข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาถ้าเจอ ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้กรรมการนโยบายต้องกำกับว่าจะแก้ให้เสร็จวัน/เดือน/ปีที่เท่าไหร่ ใครรับผิดชอบ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย.กล่าวถึงกลไกที่สาม กรรมการตรวจสอบอิสระที่ไทยพีบีเอสเชิญผู้ที่มีคุณวุฒิและมีชื่อเสียงเข้ามาทำการตรวจสอบ หากกรรมการเหล่านี้ทำงานแบบไม่สนใจใยดีปล่อยให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็กระทบกับชื่อเสียงของพวกเขาที่สะสมมาตลอดชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ขึ้นชื่อว่า เป็นกรรมการตรวจสอบขององค์กรสื่อสาธารณะ เขาก็ไม่เคยอ่อนข้อให้กับข้อค้นพบใดๆ ที่ปรากฏ ถ้าหากว่าไปดูกรรมการตรวจสอบ (กต.) ในเว็บไซต์ก็จะเห็นว่า ในอดีตเราเคยมีใครบ้างที่นั่งอยู่ใน กต.แต่ละคนผมคิดว่าเราเคารพได้อย่างสนิทใจนะ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนการตรวจสอบภายใน นพ.โกมาตร อธิบายว่าในไทยพีบีเอสมีสำนักตรวจสอบภายใน ที่ต้องดำเนินการทำแผนตรวจสอบ ประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และรายงานทุกไตรมาส งานจึงเยอะมากและเป็นสำนักที่ถูกเร่งรัดอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในด้านเนื้อหายังมีสภาผู้ชมสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการไทยพีบีเอส ซึ่งคอยดูเนื้อหาที่สถานีนำเสนอ และมีอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียนคอยรับเรื่องร้องเรียนการนำเสนอข่าวผ่านทางเว็บไซต์ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“สำหรับกรรมการชุดนี้ พนักงานกลัวมากนะ ถ้ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาชุดนี้จะเรียกเข้ามาสอบข้อเท็จจริง มันเหมือนกับเข้าห้องเย็น อันนี้ก็เป็นกลไกที่ศักดิ์สิทธิ์ในการทำให้โปร่งใส กลไกนี้ไม่ได้มีแต่คนใน กนย. ยังมีบุคคลภายนอก จากสภาผู้บริโภค จากองค์กรด้านสาธารณประโยชน์ ซึ่งเป็นอิสระไม่อยู่ในคำสั่งของเราได้เลย”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย.กล่าวถึงการทำรายงานประจำปีที่ให้บริษัทหรือหน่วยวิจัยเข้ามาทำ เดิมทีเคยให้กรรมการนโยบายเข้ามาคุมการทำรายงานเอง แต่ปัจจุบันให้กรรมการอิสระอีกชุดหนึ่งเข้ามาคุมการประเมิน เพราะหากกรรมการเข้ามาคุมเองก็จะไม่กล้าวิจารณ์การทำงานของกรรมการนโยบายกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนของรายงานประจำปี ทำออกมาแล้วก็ต้องส่งไปรายงานต่อรัฐสภาที่มี สส.และ สว. ซึ่งมีผู้แทนที่เป็นสื่อมวลชนอาวุโสอยู่ด้วยและรู้เรื่องเกี่ยวกับไทยพีบีเอสอย่างดี เมื่อทางสภาถามสิ่งใดมา ไทยพีบีเอสก็ไม่สามารถปล่อยไปเฉยๆ ได้ ต้องรายงานต่อสภาในปีถัดไปด้วยว่ามีความคืบหน้าในการดำเนินการอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้น ในมุมของประธาน กนย.จึงเห็นว่า ไทยพีบีเอสถูกทุกคนตรวจสอบได้หมด เพียงแค่มีคนร้องเรียนเข้ามา เป็นข่าว หรือแม้แต่เป็นบัตรสนเท่ห์ไม่ได้ลงชื่อ กรรมการนโยบายต้องพิจารณาแล้วต้องตอบ ต้องบันทึกในรายงานการประชุม ต้องแจ้งว่าเรื่องนี้มีมูล ไม่มีมูล แล้วจะดำเนินการอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“กลไกการตรวจสอบเหล่านี้ ผมคิดว่ามันเยอะเกินด้วยซ้ำ เยอะจนไม่กล้าเสี่ยง กลายเป็นระบบแบบราชการที่ว่าทุกอย่าง Play Safe เอาไว้ก่อน ถ้าจะริเริ่มเรื่องอะไร ลงทุนเรื่องอะไรที่มันแปลกใหม่ เดี๋ยวถูกตรวจสอบ แล้วถ้ามันล้มเหลวขึ้นมา ต้องรับผิดชอบ ต้องถูกทวงเงินคืน ซึ่งการทำงานแบบเซฟไว้ก่อน มันกลายเป็น Mentality ขององค์กรที่ได้รับงบประมาณในลักษณะนี้ แต่ถ้าหากจะเสี่ยงออกไป ระเบียบกฎเกณฑ์มันเยอะครับ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรกล่าวต่อว่า แม้ไทยพีบีเอสจะเป็นองค์กรที่ถือว่าเป็นอิสระ แต่ระเบียบการเงินระเบียบจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้อ่อนกว่าราชการและอาจเคร่งครัดกว่าด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นจึงกลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้องค์กรไม่กล้าเสี่ยงลงทุนหรือกล้ามองไปข้างหน้าด้วยเหมือนกัน เรื่องนี้จึงเป็นสมดุลที่ต้องดูแล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55592516636_a77e60202d_b.jpg" width="819" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;h2&gt;การหาสมดุลระหว่างกรรมการและฝ่ายข่าว&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;หากกลไกตรวจสอบเข้มข้นดังว่า คำถามที่ตามมาคือ คนทำข่าวจะมีอิสระแค่ไหนเพราะในการบริหารองค์กรต้องคอยกังวลระมัดระวังการถูกตรวจสอบ แบบนี้จะมีเรื่องกินแหนงแคลงใจกันระหว่างฝ่ายบริหารและคนทำงานบ้างหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ก็มีกันบ้าง มี Tension มีแรงตึงกันอยู่เป็นธรรมดาในทุกๆ ระบบ ฝั่งที่ต้องดูแลเรื่องกฎระเบียบก็จะอนุรักษนิยมหน่อย ฝั่งที่ก็ทำงานสร้างสรรค์เขาก็อยากจะสร้างสรรค์หน่อย แต่ผมคิดว่ามันเป็นความท้าทายของผู้บริหาร”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับตำแหน่งกรรมการนโยบายจะเป็นคนดูทิศทางยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลขององค์กร แต่การขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่กล้าสร้างสรรค์ หรือที่ผู้อำนวยการสถานีคนล่าสุดอย่างวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เรียกว่า “ความเล่าร้อน” ก็เป็นหน้าที่หลักของผู้บริหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย.กล่าวถึงกระบวนการเลือกผู้อำนวยการครั้งล่าสุดที่ผ่านมาด้วยว่า ถือได้ว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของไทยพีบีเอส เพราะกรรมการนโยบายชุดนี้ตระหนักดีว่าหากกระบวนการนำคนเข้าสู่ตำแหน่งไม่มีความเข้มข้น ก็จะได้คนระดับปานกลางเข้ามา จึงต้องคิดว่าจะทำอย่างไรก็ที่จะได้คนที่กล้าหาญ กล้าทำและมีความพร้อมเข้ามา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราเปิดกว้างมาก มีการดีเบตออนไลน์ มีการเปิดให้เจ้าหน้าที่เข้าร่วมตั้งคำถาม มีการจำลองสถานการณ์เพื่อให้ผู้บริหารได้แสดงวิสัยทัศน์บนปัญหาที่เป็นจริงขององค์กร และการเลือกไม่ใช่เลือก ผอ.คนเดียว แต่ให้คนที่สมัคร ผอ.เสนอมาเลยว่าทีมของคุณจะมีใครบ้าง แล้วคุณจะมอบหมายให้ทีมของคุณที่เป็นรองผู้อำนวยการไม่เกิน 4 คนทำหน้าที่อะไร พร้อม defend ว่าเขาเหมาะสมยังไง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุที่ทำเช่นนั้นเพราะคณะกรรมการนโยบายตระหนักถึงจุดอ่อนขององค์กรที่มีโครงสร้างวัฒนธรรมของการอยู่กันมานาน&amp;nbsp; หากได้ผู้บริหารที่ไม่แข็งแรงก็เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ยาก โดยนพ.โกมาตรรู้สึกว่านั่นเป็น ‘ผลงานที่น่าประทับใจ’ เพราะเมื่อได้ผู้บริหารชุดใหม่ก็มีหลายอย่างที่คณะกรรมการนโยบายคาดหวังอยากจะเห็นได้ขับเคลื่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขายกตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงหนึ่งคือ ระบบการบริหารทรัพยากรขององค์กร อย่างฟุตเตจ ภาพข่าว ข้อมูลเดิมที่เคยอยู่เป็นไซโลของแต่ละสำนักก็มาอยู่เป็นระบบเดียว คุมทรัพยากรได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เพื่อเตรียมพร้อมไปสู่การสร้าง National Streaming Platform ที่คณะกรรมการคาดหวังต่อทีมบริหารให้ทำถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงเรื่องเรตติ้งด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ที่เคยบอกว่า ไม่ต้องไปสู้เค้าเรื่องเรตติ้ง ไม่ครับ เราสู้เลย การสู้เรื่องเรตติ้ง จะแพ้หรือชนะไม่รู้ เพราะเราไม่ได้ผลิตรายการที่เน้นเร้าอารมณ์ของผู้ฟังหรือเน้นเรื่องราวชาวบ้านที่เป็น mass มากนัก แต่การที่เราต้องเอาตัวเองไปเทียบกับอุตสาหกรรมสื่ออื่นๆ มันเปลี่ยน Mindset หรือเปลี่ยนวิธีคิดของคนในองค์กร”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรเล่าว่า เดิมที ไทยพีบีเอสเคยรู้สึกว่าไม่ต้องเทียบกับใคร แต่จากการไปคุยกับเนตฟลิกซ์ หรือเอกชนรายใหญ่ทำให้ได้เห็นวิธีคิด การทำงาน คุณภาพการผลิตของเขา เลยได้สะท้อนกลับมาในระบบของสถานีด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พอเราเคี่ยวเข็ญ เราก็วางเลยว่าเรตติ้งต้องขึ้นจากระดับ 14 เป็นระดับ 12 และระดับ 10 หรือต่ำกว่า 10 ในที่สุด มีระยะเวลากำหนดให้ ซึ่งตอนนี้มันก็ขยับนะ ถึงวิธีการวัดยังแกว่งอยู่ ถ้าแยกไปวัดเป็นหมวดๆ ดีขึ้นอย่างมาก เว็บไซต์ตอนนี้อันดับ 2 ของประเทศ YouTube ยอดขึ้นมาอย่างมีนัยยะสำคัญ ในทุกๆ แพลตฟอร์มมันดีขึ้น ผมคิดว่าเราควรจะเปลี่ยนวิธีคิดที่เคยไม่แคร์เรตติ้ง อันนี้ควรจะตัดทิ้งไปเลย เราไม่รู้หรอกว่าเราจะไต่อันดับเรตติ้งได้ดีขนาดไหน แต่วิธีคิดที่ไม่แคร์เรตติ้ง ทำให้องค์กรไม่กระตือรือร้น”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประธาน กนย.ก็มองว่ายังมีรายการที่ไม่เป็นที่นิยมเช่น รายการที่เป็นประเด็นคนพิการซึ่งยากมากที่จะทำให้เรตติ้งดี แต่เสียงของพวกเขายังคงมีความหมายในฐานะมนุษย์ที่มีสิทธิที่จะได้พูดเรื่องของตัวเอง หรือรายการที่จะต้องเสี่ยงหน่อย เช่น การวิพากษ์วิจารอำนาจก็ต้องมีคู่กันไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาไม่อยากให้องค์กรอยู่ใน Safe Zone แต่คนที่เคยบริหารงานหน่วยงานขนาดใหญ่ก็จะรู้ว่า ผู้คนที่เคยอยู่กันแบบหนึ่งมาแล้วจะชวนให้ออกจาก Safe Zone จำเป็นต้องใช้เวลา ซึ่งทีมบริหารชุดใหม่ก็เพิ่งเข้ามาได้ปีเดียว ส่วนกรรมการนโยบายเข้ามาได้เกือบ 2 ปีแล้ว และช่วงท้ายของทีมบริหารชุดก่อนมีเรื่องคั่งค้างที่ต้องจัดการเพื่อส่งต่องานให้กับทีมใหม่ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ในกรรมการนโยบายตั้งเป้าไว้ในระยะ 4 ปีของวาระกรรมการ เราอยากจะเห็นไทยพีบีเอสยืนตรง สง่างาม กล้าหาญที่จะให้คนเข้ามาตรวจสอบ ปัจจุบันถ้าเข้ามาตรวจสอบก็คงจะเจอแหละนะ มันก็ต้องมีข้อผิดพลาดบ้าง ระบบต่างๆ มันยังไม่เข้าที่เข้าทาง แต่ว่า 4 ปีนี้ผมคิดว่าเป็นการท้าทายกรรมการนโยบายชุดนี้ด้วยว่าจะมีปัญญาสร้างระบบธรรมาภิบาลที่ประชาชนไว้วางใจ แล้วก็เชื่อถือว่างบประมาณที่ได้รับจะไม่มีการจ่ายกันแบบไม่สมเหตุสมผล”&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ปรับยุทธศาตร์รับขาลงวงการสื่อสารมวลชน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ประเด็นสุดท้ายที่ได้คุยกับประธาน กนย. คือไทยพีบีเอสจะอยู่ต่อไปอย่างไร ท่ามกลางขาลงของวงการสื่อสารมวลชน ทุกสำนักข่าวยิ่งนานวันยิ่งต้องดิ้นรนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง trend การรับข่าวสารของผู้อ่านผู้ชมและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียซึ่งปรับอัลกอริธึมอยู่ตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรบอกว่าความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อเป็นเรื่องที่ไทยพีบีเอสตระหนักอย่างยิ่งว่ากำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ตอนนี้ทำแผนยุทธศาสตร์อยู่ และบางเรื่องก็ทำไปแล้ว โดยขออธิบายจำแนกพื้นที่สื่อออกเป็น 5 พื้นที่ยุทธศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนแรก การออนแอร์ข่าวทางสถานีโทรทัศน์ &lt;/strong&gt;มุ่งสู่การเป็นรายการสด และมีรายการร้องทุกข์ต่างๆ เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนมาร้องทุกข์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่สอง YouTube&lt;/strong&gt; ไทยพีบีเอสเคยมี 30 กว่าช่อง เพราะที่ผ่านมาต่างคนต่างเปิดช่องกันเองในสถานี ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรและกระจัดกระจาย ตอนนี้เริ่มพยายามยุบให้เหลือแค่ 8 ช่อง เฉพาะที่เป็น ช่องข่าว ช่องสารคดี ช่องการศึกษาเด็ก ช่องกีฬา เป็นต้น แล้วก็ไม่ใช่ว่าใครจะโพสต์กันเองได้ ซึ่งตรงนี้ต้องการการจัดทัพจัดแถวใหม่หมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่สาม คือ Social Media&lt;/strong&gt; จะเน้นการถูกมองเห็น (visibility) ที่ตอนนี้ยอดถูกมองเห็นใน Tiktok ขึ้นอันดับต้นๆ เพื่อให้คนมี engage คลิกต่อไปยังช่องทางอื่นอย่าง YouTube หรือเว็บไซต์ หรือเข้าไปในแพลตฟอร์ม VIPA (อ่านว่า วิภา)&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55592901475_d0cb4cf1fc_h.jpg?s=eyJpIjo1NTU5MjkwMTQ3NSwiZSI6MTc5MjEzMjUxMywicyI6IjdjMGRmYWEwZWY4ZGQwMzc2MDM4YjJlMDUyNjgxOGMwZDg5MDI4NDMiLCJ2IjoxfQ" width="599" height="1599" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;นพ.โกมาตรแสดงข้อมูลสถิติยอดเข้าชมและ engagement จาก ไทยพีบีเอส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่ 4 แพลตฟอร์ม VIPA&lt;/strong&gt; เป็นแพลตฟอร์มที่ทำไว้เพื่อให้คนสามารถเข้าไปดูเนื้อหาของไทยพีบีเอสย้อนหลังได้ ปัจจุบันยังมีเนื้อหาที่ผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับ VIPA ด้วย อีกทั้งกำลังมีการพูดคุยกับผู้ผลิตรายการรายใหญ่ของไทยที่มีคลังภาพยนตร์เก่าอยู่ สิ่งนี้จะเป็นส่วนที่ทำมาเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเป็น National Streaming Platform (แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ) แต่ตอนนี้ยังต้องรอทาง กสทช. ที่เป็นต้นคิดว่าจะตัดสินใจอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย. เล่าต่อถึงประเด็น National Streaming Platform ว่าฝั่งทุนเอกชนก็อยากได้สัมปทานนี้เพื่อคุมสื่อของประเทศให้มากขึ้น แต่ทางไทยพีบีเอสเองก็พร้อมที่จะเข้าไปรับ ฉะนั้นทุกวันนี้การลงทุนในโครงสร้างทางดิจิทัลจึงเน้นย้ำความพร้อมที่จะไปเป็น National Streaming Platform มาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนสุดท้าย คือ เว็บไซต์&lt;/strong&gt; ซึ่งเสมือนพื้นที่หลังบ้านของไทยพีบีเอสที่ไม่ใช่แค่ให้คนเข้ามาดู แต่ยังเป็นคลังเนื้อหาขององค์กรด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อันนี้คือภาพที่เราเห็นชัดมาก แล้วเราไม่ได้คิดว่า 5 พื้นที่นี้จะบริหารแยกกัน ไอเดียหัวใจของมันก็คือผู้รับชมเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าเขาจะเข้ามาจากทางไหน เขาจะทะลุไปทั้ง 5 พื้นที่นี้ได้ เป็น user experience ที่ seamless อันนี้พูดง่าย ฝันได้ แต่การไปถึงมันไม่ง่าย ทุนก็ต้องลง คนก็ต้องเปลี่ยน วัฒธรรมองค์กรนี่แทบจะต้องรื้อกันเลย อันนี้เป็นโจทย์ที่ยอมรับเลยว่าเป็นความท้าทายใหญ่” นพ.โกมาตรกล่าว&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ดัน VIPA เป็นแพลตฟอร์มระดับนานาชาติ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เขาอธิบายถึงความท้าทายของการทำ National Streaming Platform หากเอกชนเป็นคนทำเพื่อหารายได้ ยิ่งมีคนเข้ามาดูเยอะยิ่งเป็นที่มาของรายได้ แต่หากไทยพีบีเอสไม่สามารถหารายได้จากแพลตฟอร์มได้ เรื่องจะต่างออกไป เพราะไม่สามารถเก็บค่าบริการจากผู้ใช้งานได้ ยิ่งคนเข้ามาใช้แพลตฟอร์มเยอะยิ่งกลายเป็นรายจ่าย เพราะต้องขยายแบนด์วิธเพื่อรองรับคนที่เข้ามาดูเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธาน กนย.จึงมองว่า หากต้องการให้ไทยมีอธิปไตยทางสื่อ (Media Sovereignty) เพื่อให้มีแพลตฟอร์มที่ตั้งอยู่ในไทยพร้อมกับเป็นอิสระจากทุนและรัฐด้วย ไทยพีบีเอสจึงถือเป็นหัวใจของการทำให้เกิด National Streaming ที่อยู่กับสถาบันสื่อสาธารณะที่ไม่ถูกแทรกแซงโดยง่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ตอนนี้หัวใจของเราคือทำ VIPA ให้เป็นแพลตฟอร์มในลักษณะที่ว่านี้ และในอนาคตอาจจะต้องมีโมเดลการเงินที่บางช่องซึ่งเป็นช่องคอมเมอร์เชียล เขาต้องมาเช่าที่เราก็จะได้รายได้ แทนที่จะเป็นรายได้จากการทำสัญญาเช่าสายส่งซึ่งปัจจุบันเรามีรายได้ตรงนี้อยู่ เราก็จะขยับไปมีรายได้จากการดูแลแพลตฟอร์ม”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขายังอธิบายว่า สื่อสังคมออนไลน์ตอนนี้สร้างระบบมาให้เน้นยอดดูและ Engagement ที่เล่นกับความรู้สึกของคน สร้างความโกรธ เกลียด ได้ง่ายมาก แต่ด้วยหน้าที่ของไทยพีบีเอสจะต้องเน้นการเรียนรู้ ความแตกต่างหลากหลายด้วย เน้นข้อมูลเพื่อประโยชน์ในระยะยาวด้วย จึงจำเป็นมากที่จะต้องได้สถาบันสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระมาทำสิ่งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเอกชนจะเข้ามาเช่าพื้นที่แพลตฟอร์มเพื่อลงคอนเทนต์นั้นเป็นไปได้เพียงไหน เพราะแนวคิดการทำแพลตฟอร์มดูจะขัดแย้งกับทิศทางการหากำไรของเอกชน ประธาน กนย.มองว่า ถ้าจะเปรียบเทียบ ปัจจุบันไทยพีบีเอสก็ดูแลระบบสายส่งอยู่ มีเอกชนมาเช่าใช้โดยเอกชนก็ยังคงดำเนินภารกิจของตน บริหารจัดการเพื่อให้มีรายได้ ถ้าหากเอกชนทำผิดกฎหมายก็รับผิดชอบส่วนที่ทำไป แพลตฟอร์มนี้ก็จะต้องอนุญาตให้เขามีเสรีภาพในการดำเนินการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ผมคิดว่าเอกชนเขาก็ต้องการหน่วยงานที่เป็นกลาง ไม่ใช่ว่ามีเอกชนเจ้าใดเจ้าหนึ่งมาคุม แล้วเอกชนเจ้าอื่นๆ กลายเป็นต้องมายอมสยบให้กับคนที่คุม”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นพ.โกมาตรชี้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้จะต้องมีทั้ง 3 ด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อันที่ 1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แพลตฟอร์มนี้ รัฐต้องสนับสนุนแน่ เพราะเป็นเรื่องของอธิปไตยสื่อ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณจาก กสทช.หรือจากหน่วยงานอื่น ต้องเป็นการลงทุนในระดับประเทศ แล้วรัฐจะต้องคอยดูด้วย เพื่อให้มันเป็นประโยชน์กับสาธารณะอย่างแท้จริง แต่ไม่ใช่เข้ามาคุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อันที่ 2&lt;/strong&gt; เอกชนจะต้องอยากจะเข้ามาร่วม ซึ่งต้องเอื้อประโยชน์ให้เอกชนตามสมควรที่พึงจะได้รับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อันที่ 3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การต่อสู้กับแพลตฟอร์มใหญ่ในระดับนานาชาติ ถ้าเราทำเรื่องนี้ได้ดีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศอื่นไม่มีสถาบันสื่อสาธารณะที่เข้มแข็งเท่ากับไทย เราอาจจะขยายบทบาทของการเป็น hub สื่อสาธารณะให้กับภูมิภาคนี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ณ ปัจจุบันต้องยอมรับว่าหลายๆ ประเทศที่อยู่รอบๆ เรา เรื่องสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชนของเขามีข้อจำกัด อันนี้เราสังเกตเห็นได้ว่าเวลาที่เราจัดประชุมสัมมนาต่างๆ แล้วมีผู้แทนสื่อจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา เขาก็จะพูดอยู่เสมอว่าเมื่อมาประชุมกับไทยพีบีเอส รู้สึกว่าเราสามารถวิพากษ์วิจารณ์หรือว่าสะท้อนปัญหาได้ง่ายกว่าสื่อของประเทศเขา”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุดท้าย ประธาน กนย.ได้กล่าวถึงภาพอนาคตของไทยพีบีเอสที่อยากไปให้ถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ผมคิดว่าอันนี้ในเมื่อเราเติบโตขึ้นมาแข็งแรงแล้ว ไม่เพียงแต่ต้องเป็นร่มไม้ให้กับสื่อสาธารณะอื่นๆ ในประเทศนะ ซึ่งมีเยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งสำนักข่าวเล็ก บางสำนักข่าวก็อยู่ต่างจังหวัด บางสำนักข่าวก็ดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุนผู้ผลิตอิสระเหล่านี้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เอื้อเฟื้อไปถึงสื่ออิสระที่สามารถสะท้อนปัญหาให้กับประเทศเพื่อนบ้านด้วย อันนี้ก็ถือว่าเป็นภารกิจของแพลตฟอร์มใหญ่ที่จะสู้กันในระดับ global”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สัมภาษณ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/thai-pbs" hreflang="th"&gt;Thai PBS&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;ศุภชัย ใจสมุทร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;พรรคภูมิใจไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;เสรีภาพสื่อมวลชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%9B" hreflang="th"&gt;ภาษีบาป&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 16 Oct 2026 04:27:14 +0000</pubDate>
    <dc:creator>admin666</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119109 at https://prachatai.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
