<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://prachatai.com/">
  <channel>
    <title>ประชาไท</title>
    <link>https://prachatai.com/</link>
    <description/>
    <language>th</language>
    
    <item>
  <title>เปิดมิติพื้นที่เควียร์ซานฟรานซิสโก | หมายเหตุประเพทไทย EP.648</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119059</link>
  <description>&lt;span&gt;เปิดมิติพื้นที่เควียร์ซานฟรานซิสโก | หมายเหตุประเพทไทย EP.648&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-11T17:53:01+07:00" title="Sunday, October 11, 2026 - 17:53"&gt;Sun, 2026-10-11 - 17:53&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/tNkkhUIOpHQ?si=uEMRHtk6fVZ6EBOH" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ติณณภพจ์ สินสมบูรณ์ทอง และ ทศพล นพสุวรรณชัย ชวนทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผ่านมุมมองแบบเควียร์ จากเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วในยุคตื่นทอง ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ชนชั้น และภูมิหลังหลั่งไหลเข้ามาหางานและสร้างชีวิตใหม่ จนเกิดวัฒนธรรมเมืองที่เปิดรับความแตกต่าง รวมถึงสีสันชีวิตกลางคืน โรงละคร ผับและบาร์ ซึ่งค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่สำคัญของคนที่อยู่นอกขนบทางเพศและสังคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยชวนอ่านหนังสือ Wide-Open Town: A History of Queer San Francisco to 1965 (2005) ของ Nan Alamilla Boyd ซึ่งย้อนประวัติศาสตร์พื้นที่เควียร์ของเมือง ตั้งแต่ความบันเทิงและการแต่งกายข้ามเพศในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงการเติบโตของวัฒนธรรมเกย์และเควียร์หลังทศวรรษ 1930 ผับบาร์อย่าง Black Cat ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ดื่ม แต่ยังเป็นพื้นที่พบปะของนักเขียน ศิลปิน โบฮีเมียน เกย์ และผู้คนที่ไม่เป็นไปตามขนบ จนมีส่วนสร้างวัฒนธรรมที่ยอมรับความหลากหลายของเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกเล่มคือ Who Needs Gay Bars? Bar-Hopping through America's Endangered LGBTQ+ Places (2023) ของ Greggor Mattson ซึ่งสำรวจว่า gay bar และ lesbian bar ยังมีความหมายอย่างไรในยุคที่ LGBTQ+ สามารถพบปะกันได้ในพื้นที่อื่นมากขึ้น ในกรณีซานฟรานซิสโก หนังสือพาไปดู Wild Side West และคำถามเรื่องอนาคตของ lesbian bar เมื่อการเปิดพื้นที่ให้ครอบคลุม LGBTQ+ และ ally มากขึ้นนำมาสู่ความย้อนแย้งว่า ความ inclusive จะช่วยรักษาชุมชน หรือกลับทำให้การมองเห็นตัวตนเฉพาะของเลสเบี้ยนค่อย ๆ เจือจางลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เรื่องของผับ The Stud ชวนมองอีกด้านของการรักษาพื้นที่เควียร์ ท่ามกลางค่าเช่าที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของย่าน SoMa และวิกฤตโควิด-19 แม้พนักงานจะรวมตัวกันเป็น The Stud Collective เพื่อพยายามประคับประคองพื้นที่ไว้ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อในที่ตั้งเดิมได้ อย่างไรก็ตาม ชุมชน ความทรงจำ และเครือข่ายของผู้คนไม่ได้หายไปพร้อมกับสถานที่ และปัจจุบัน The Stud กลับมาเปิดอีกครั้งที่ Folsom Street เรื่องนี้จึงนำไปสู่คำถามชวนคิดว่า พื้นที่เควียร์และชุมชน LGBTQ+ จำเป็นต้องมีสถานที่ทางกายภาพหรือไม่ และจะรักษาอัตลักษณ์ของชุมชนไว้ได้อย่างไร โดยไม่ทำให้การเปิดรับความหลากหลายกลายเป็นการทำให้ตัวตนของชุมชนเลือนหายไป ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย #SanFrancisco&lt;/p&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55578635605_772da6cd98_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;br&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;เควียร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%81" hreflang="th"&gt;ซานฟรานซิสโก&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;สหรัฐอเมริกา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 11 Oct 2026 10:53:01 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119059 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/10/119059#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>“ระบบมันไม่ต่างออกไป” เล่า “สำนวนคดี 6 ตุลา” ผ่านละครเวที ‘The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4’</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119033</link>
  <description>&lt;span&gt;“ระบบมันไม่ต่างออกไป” เล่า “สำนวนคดี 6 ตุลา” ผ่านละครเวที ‘The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4’&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เรื่อง: อันนา หล่อวัฒนตระกูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพปก: ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-07T18:43:52+07:00" title="Wednesday, October 7, 2026 - 18:43"&gt;Wed, 2026-10-07 - 18:43&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เช้าตรู่วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เกิดการปราบปรามนักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยกำลังเจ้าหน้าที่รัฐติดอาวุธและกลุ่มฝ่ายขวาหลายกลุ่ม ภาพถ่ายจากวันนั้นแสดงว่ามีการใช้อาวุธหนัก มีการทารุณกรรมผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุม ล่วงละเมิดทางเพศ และการทรมานศพ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างน้อย 45 ราย แต่บางแหล่งข้อมูลบอกว่าอาจจะถึงหลักร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;50 ปีต่อมา เราเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ” หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า “เหตุการณ์สังหารหมู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์“ (Thammasat University Massacre)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่เกิดอะไรขึ้นหลังการล้อมปราบที่ธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นักศึกษาและประชาชน 18 รายที่ถูกมองว่าเป็นแกนนำการเคลื่อนไหวถูกฟ้องในข้อหาเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นกบฎ ดูหมิ่นรัชทายาท ฆ่าเจ้าหน้าที่ และข้อหาอื่นๆ ที่อาจมีโทษถึงประหารชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พวกเขาถูกจับ ถูกคุมขังโดยไม่ได้ประกันตัวเกือบปี ก่อนถูกพาไปขึ้นศาลทหาร ที่ซึ่งพวกเขาไม่มีสิทธิมีทนายความ ไม่มีสิทธิอุทธรณ์หรือฎีกา จำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และแย้งว่าศาลทหารไม่มีอำนาจตัดสินพลเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ระหว่างที่รอการพิจารณาคดี เกิดการปฏิวัติขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 โดยคณะปฏิวัติแก้ไขธรรมนูญศาลทหารให้จำเลยมีทนายได้ แต่ยังคงตัดสิทธิในการยื่นอุทธรณ์และฎีกา ต่อมาจึงมีกลุ่มทนายจำนวน 44 คน อาสาต่อสู้คดีให้จำเลยทั้ง 18 ในห้องพิจารณาคดีที่ 4 ศาลทหารกรุงเทพฯ ภาพถ่ายจากวันนั้นถูกนำขึ้นสู่ศาลในฐานะพยานหลักฐาน เปิดภาพความทารุณต่อสายตาประชาชน ขณะที่พยานที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐถูกทนายจำเลยขอให้อธิบายเหตุการณ์ทีละภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ห้องพิจารณาคดีที่ 4“ คือสถานที่พิจารณาคดี 6 ตุลา เปิดขึ้นที่กรมพลาธิการทหารบก อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ศาลมีคำสั่งให้ย้ายการพิจารณาคดีไป หลังการขึ้นศาลนัดแรกของ 18 จำเลยในวันที่ 5 กันยายน 2520 มีผู้สังเกตการณ์คับคั่งห้องพิจารณาคดีที่ใหญ่ที่สุดของศาลทหาร กระทรวงกลาโหม ทั้งสื่อมวลชน ตัวแทนสถานทูต และองค์กรระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จำเลยคัดค้านการย้ายสถานที่พิจารณาคดีออกไปในที่ห่างไกลสายตาสาธารณชน แต่ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตาม ห้องพิจารณาคดีที่ 4 ยังคงมีผู้สังเกตการณ์คับคั่ง&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55574132541_4b3738f7cf_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;อาสาสมัครในชุด สห. จัดคิวพาผู้ชมเข้าห้องศาลจำลอง (ภาพจากเฟซบุ๊ค The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในวาระ 50 ปี 6 ตุลาฯ ละครเวทีศาลจำลอง&amp;nbsp;The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4&amp;nbsp;พาผู้ชมกลับไปที่ห้องพิจารณาคดีดังกล่าว เริ่มตั้งแต่หน้าห้องที่มีอาสาสมัครใส่ชุดสารวัตรทหารคอยจัดคิวพาผู้ชมเข้าห้องและตะโกนสั่งการในห้องไม่ให้ผู้ชมถ่ายภาพ อาสาคนอื่นใส่เครื่องแบบกระทิงแดงเป็นจุดสังเกตว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดและผู้ชมสามารถสอบถามได้ ไปจนถึงในห้องที่เวลาจ่าศาลสั่งให้ยืนทำความเคารพ ผู้ชมก็ต้องยืนด้วย&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55574293619_f1c46662a4_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ฟาโรห์ จักรภัทรานน ในบททนายจำเลย (ภาพจาก The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ละครเวทีศาลจำลอง&amp;nbsp;The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4&amp;nbsp;จัดขึ้นที่ห้องศาลจำลองมารุต บุนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 4-6 ตุลาคม 2569 กำกับโดย คาเงะ-ธีระวัฒน์ มุลวิไล นักแสดงและผู้กำกับละครเวทีแถวหน้าของไทย หนึ่งในผู้ก่อตั้งคณะละคร B-Floor ส่วนทีมเขียนบทละครอย่าง สุรีย์ฉาย แก้วเศษ, ปัณณพร วัฒนพงษ์, และ อุสิชา อุดมศักดิ์ ก็เป็นทีมเขียนบทของซีรี่ส์ Netflix เรื่องดังอย่าง&amp;nbsp;ทนายปีศาจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยมีบุคคลที่เป็นที่รู้จักหลายรายร่วมแสดง ไม่ว่าจะเป็น ฟาโรห์ จักรภัทรานน หรือที่คนรู้จักในชื่อ "ฟาโรห์ The Common Thread" เจ้าของช่องยูทูปที่ชื่อว่า ที่นำเสนอเรื่องราวด้านคดีฆาตกรรมและเรื่องลึกลับ, จอห์น-วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ พิธีกรที่เป็นที่รู้จักจากรายการ "เจาะข่าวตื้น", ณัฐพงศ์ เทียนดี หรือ "พ่อหมอ" ในรายการเจาะข่าวตื้น, เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ นักแสดง, มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักเคลื่อนไหวทางการเมืองในการชุมนุมปี 2563, ศรุต โกมลิทธิพงศ์ นักแสดงละครเวที และ อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังเปิดให้จองบัตรได้ไม่กี่ชั่วโมง ที่นั่งสำหรับทั้งสามรอบการแสดงก็ถูกจองเต็ม จนต้องเปิดรอบการแสดงเพิ่มในช่วงเช้าของวันที่ 6 ต.ค. และในแต่ละรอบการแสดงก็ยังมีผู้เข้ามาลงชื่อใน waiting list จำนวนมาก จนผู้ชมหลายรายที่โพสบนโซเชียลมีเดียต้องบอกว่ารู้สึกโชคดีที่กดบัตรทัน โดยละครเวทีเรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมล้นหลามถึงความสมจริงในการจำลองกระบวนการศาลมาเป็นการแสดง และการนำหลักฐานจากการพิจารณาคดีจริงในประวัติศาสตร์มาเรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทราย-กุณฑิกา นุตจรัส เป็นหนึ่งในคณะทำงานของละครเวทีเรื่องนี้ ซึ่งสร้างจากการศึกษาสำนวนคดี ภาพถ่ายและเอกสารร่วมสมัย และสัมภาษณ์จำเลย ทนายความ และผู้รอดชีวิต ถึงตัวละครบางรายจะเป็นตัวละครผสม เช่นพยานตำรวจที่เป็นบทผสมระหว่างตำรวจสามรายที่มาให้การ แต่กุณฑิกาบอกว่าเนื้อหาไม่ได้หนีไปเกินกรอบของเรื่องจริง และทีมงานเองก็พัฒนาบทให้ซื่อตรงกับข้อมูลจริงที่ค้นคว้ามามากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในบทบาททนายสิทธิมนุษยชน กุณฑิกาว่าความให้คนรุ่นใหม่ที่ถูกดำเนินคดีเพราะออกมาเคลื่อนไหวในช่วงปี 2563 และในอีกบทบาท กุณฑิกาคือลูกสาวของทนายด่าง-กฤษฎางค์ นุตจรัส ซึ่งเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่รอดชีวิตออกมาจากการล้อมปราบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเช้าที่ 6 ตุลาคม 2519 กุณฑิกาเล่าว่าเพื่อนของพ่อหลายคนถูกคุมขัง และกฤษฎางค์ยังรู้จักกับทองใบ ทองเปาด์ หนึ่งในทนายความที่รับทำคดีให้ 18 จำเลยคดี 6 ตุลา ซึ่งทำให้เธอค่อนข้างคุ้นเคยกับสำนวนคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55570195008_5f9135364f_b.jpg" width="1023" height="681" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;กุณฑิกา นุตจรัส (ภาพโดย คชรักษ์ แก้วสุราช)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มองย้อนกลับไป เธอบอกว่าถ้าศึกษาแนวทางของคดี 6 ตุลากับคดีของนักกิจกรรมในปัจจุบัน การทำสำนวนมีความคล้ายคลึงกันมาก และเป็นคดีที่จบลงด้วยการได้นิรโทษกรรมเหมือนกับหลายคดีจากปี 2563 กุณฑิกาจึงมองว่ามีจุดที่เหมือนกันและเปรียบเทียบกันได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อยากจะเอาสำนวนคดีนี้มาให้คนดู เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจริง สิ่งนี้ยังถูกทำอย่างเป็นระบบอยู่” กุณฑิกาเล่า “ผู้คนยังถูกกระทำแบบนี้อยู่ ก็เลยรู้สึกว่าระบบมันไม่ต่างออกไป”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความท้าทายระหว่างทางก็มีบ้าง เพราะอาชีพหลักของกุณฑิกาคือทนายความ เธอบอกว่าการทำละครไม่ใช่ความเชี่ยวชาญของเธอ นอกจากนี้การทำงานกับผู้คนหลากหลายวิชาชีพที่อาสาเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง นักการละคร ทีมเขียนบท ไปจนถึงทนายความ จำเป็นต้องมีการหาสมดุลและเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนได้ใช้ความเชี่ยวชาญของตัวเอง และเมื่อฉากในละครจำเป็นต้องมีการรวบรัดตัดตอนหรือดัดแปลงกระบวนการพิจารณาคดี กุณฑิกาก็เล่าว่าต้องมีการหาจุดตรงกลางระหว่างกระบวนการจริงและฉากละคร แม้แต่ฉากที่ทนายเดินเข้ามาในศาลก็ต้องมีการพูดคุยกันว่าทนายจะถือชุดครุยเดินเข้ามาหรือสวมครุยเดินเข้ามา&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55574241228_3e2cc25bbc_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ณัฐพงศ์ เทียนดี (กลาง) ในบทประธานศาลทหาร และ ศรุต โกมลิทธิพงศ์ (ขวา) ในบทตุลาการศาลทหาร (ภาพจากเฟซบุ๊ค The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในห้องพิจารณาคดี ทนายความในชุดครุยสีดำปรากฎตัวเคียงข้างจำเลย ถึงแม้จะถูกคุกคามด่าทอ มีคนส่งดอกไม้จันทน์ให้เพราะรับว่าความให้จำเลยที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจนถูกสังคมเกลียดชัง พวกเขาซักถามพยานเจ้าหน้าที่รัฐ เช่นตำรวจที่บอกว่าตนได้รับคำสั่งให้ไปที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเช้าวันนั้น ผู้อ้างว่าถูกนักข่าวขอให้โพสท่าถ่ายภาพยกปืนชี้เข้าไปในมหาวิทยาลัยพร้อมปากคาบบุหรี่ แต่ไม่ยอมพูดว่าตนยิงปืนกระบอกดังกล่าวหรือไม่ เขายอมรับระหว่างการสืบพยานว่าอาวุธในมือเจ้าหน้าที่ที่ปรากฎในภาพถ่ายเป็นอาวุธปืนต่อสู้รถถัง เมื่อถูกขอให้ดูภาพถ่ายผู้ชุมนุม เขารับว่าไม่เห็นว่าในมือผู้ชุมนุมมีอาวุธ และยังบอกว่าถ้ามีการทารุณกรรมศพเกิดขึ้นจริงก็ถือเป็นเรื่องที่เลว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนพยานอีกปากคือเจ้าหน้าที่ กอ. รมน. ที่ได้รับคำสั่งให้ตามสืบเรื่องกิจกรรมของนักศึกษา แต่เมื่อถูกซักค้าน เขาก็ระบุตัวจำเลยไม่ได้ และยอมรับในที่สุดว่าเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่เขียนลงไปในรายงานที่ทำส่งผู้บังคับบัญชาซึ่งถูกนำมาใช้เป็นพยานหลักฐาน เขาไม่ได้เห็นด้วยตาตนเองแต่ได้รับข้อมูลมาจากแหล่งข่าวที่ไม่ระบุตัวตน นอกจากนี้ยังพูดทำนองว่าเขามองว่านักศึกษาอาจถูก “สนตะพาย” ชี้นำให้ออกไปชุมนุม&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55574693180_71439ef1fe_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;อรรถพล อนันตวรสกุล ในบทพยานตำรวจ (ภาพจากเฟซบุ๊ค The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แทนที่จะเซ็ทฉากขึ้นมาในโรงละคร คณะทำงานเลือกใช้ห้องศาลจำลองมารุต บุนนาค ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นที่ทำการแสดง กุณฑิกามองว่าไม่มีห้องอื่นที่เหมาะสม เพราะห้องนี้เป็นห้องศาลจำลองที่ใช้กันมานานในการให้ความรู้นักศึกษา นอกจากนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็เป็นสถานที่ที่เกิดการสังหารหมู่ จำเลยหลายคนเป็นนักศึกษา ส่วนมารุต บุนนาค ก็เป็นหนึ่งในทนายจำเลยที่ทำคดี 6 ตุลา โดยกุณฑิกาบอกว่าต้องขอบคุณคณะนิติศาสตร์ที่อนุญาตให้ใช้สถานที่ เพราะการจัดการแสดงสามวันก็ทำให้คณะต้องย้ายห้องเรียน ซึ่งเธอมองว่าการนำเรื่องในห้องพิจารณาคดีที่คนทั่วไปมักไม่ค่อยได้เห็นมาจำลองให้ดูน่าจะเปิดมุมมองของผู้คนได้และเป็นประโยชน์ทางวิชาการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไม่ว่าจะในเรื่องจริงหรือในละคร ศาลไม่เคยมีคำพิพากษาว่าจำเลยคดี 6 ตุลาฯ ทั้ง 18 มีความผิดจริงหรือไม่ หลังสืบพยานไปได้ระยะหนึ่ง ในเดือนกันยายน 2521 สภานิติบัญญัติแห่งชาติผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม หลังจากนั้นศาลจึงสั่งปล่อยจำเลย แต่พวกเขาถูกตัดสินว่า “กระทำความผิด” ผ่านถ้อยคำในกฎหมายนิรโทษกรรม ส่วนฝ่ายที่ใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือกลุ่มฝ่ายขวา ไม่ปรากฎว่าต้องรับผิดชอบใดๆ&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C-6-%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-2519" hreflang="th"&gt;เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/the-trial-%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-4" hreflang="th"&gt;The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สังหารหมู่ธรรมศาสตร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2-%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA" hreflang="th"&gt;กุณฑิกา นุตจรัส&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Wed, 07 Oct 2026 11:43:52 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119033 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/10/119033#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>โต๊ะเจรจาใหม่ยกที่ 1 UNCLOS กัมพูชาเปิดทางแบ่งผลประโยชน์ ไทยเสียงแข็งลุยแบ่งเส้นเขตแดน</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119018</link>
  <description>&lt;span&gt;โต๊ะเจรจาใหม่ยกที่ 1 UNCLOS กัมพูชาเปิดทางแบ่งผลประโยชน์ ไทยเสียงแข็งลุยแบ่งเส้นเขตแดน&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ศศิธร อักษรวิลัย : รายงาน&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-06T22:48:30+07:00" title="Tuesday, October 6, 2026 - 22:48"&gt;Tue, 2026-10-06 - 22:48&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;‘ปัญหาเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา’ เดินทางเข้าสู่บทใหม่เป็นที่เรียบร้อย หลังเปิดฉากการประชุมในเวทีระหว่างประเทศภายใต้กฎหมายทะเล( United Nations Convention on the Law Of the Sea-UNCLOS) ไปเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยนี่เป็นครั้งแรกที่สาธารณะได้เห็นทั้งสองฝ่ายแสดงจุดยืนต่อแนวทางการยุติปัญหานี้อย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้มีวิวาทะผ่านสื่อโต้กันไปมาฝุ่นตลบอยู่นานหลายเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเด็นน่าสนใจเกิดขึ้นจากเนื้อหาในการแสดงจุดยืนนี้เอง กัมพูชาอยากกำหนดเส้นเขตแดนให้ชัด แต่ก็ไม่ทิ้งการแบ่งผลประโยชน์ในอ่าวไทยไป ขณะที่ไทยซึ่งขึ้นแถลงทีหลัง สวนกลับกัมพูชาด้วยโทนที่ดุดัน ย้ำว่าจะคุยแค่เรื่องกำหนดเขตแดน “เท่านั้น” ประชาไทจึงชวนย้อนดูถ้อยแถลงของทั้งสองฝ่ายว่าสิ่งที่อยู่ในเนื้อหานั้นสะท้อนอะไรบ้างและมีอะไรที่น่าจับตาต่อจากนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัญหาเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชาเป็นที่พูดถึงมากช่วงไม่กี่ปีมานี้ ท่ามกลางความตึงเครียดจากเหตุการณ์การปะทะที่ชายแดนทางบก ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกMOU44 ที่ไทย-กัมพูชาใช้เป็นกรอบเจรจาเขตแดนทางทะเล เมื่อต้นปีไทยได้ประกาศยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวด้วยเหตุผลว่าไม่มีความคืบหน้าและจะใช้กรอบUNCLOSในการเจรจาแทน นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยน(อีกครั้ง)ที่นำปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชาไปสู่เวทีระหว่างประเทศ แต่แตกต่างที่ครั้งนี้ ‘ไม่ใช่การขึ้นศาล’&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;กัมพูชาไม่ปิดประตู ‘แบ่งผลประโยชน์’ ในอ่าวไทย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ปรัก สุคน รมว.การต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายกัมพูชา เริ่มต้นจากการกล่าวที่มาของเส้นเขตแดนทางบกของรัฐสมัยใหม่ระหว่างสยามกับกัมพูชาซึ่งได้ก่อกำเนิดในช่วงนั้นภายใต้สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสปีค.ศ. 1904 และ 1907&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55570856146_c452e7706b_b.jpg" width="1024" height="681" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ปรัก สุคน ระหว่างกล่าวแถลงเปิดในกระบวนการประนอมภาคบังคับวันที่ 15 ก.ย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(ภาพจาก&amp;nbsp;&lt;a href="https://pca-cpa.org/en/news/pca-press-release-pca-case-no-2026-35-conciliation-between-the-kingdom-of-cambodia-and-the-kingdom-of-thailand-2/"&gt;เว็บไซต์ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่ากัมพูชากำลังพูดถึงสนธิสัญญาที่เกี่ยวกับการกำหนดเขตแดนทางบก ในเวทีการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาเขตแดนทางทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องจับต่อคือกัมพูชาจะใช้สนธิสัญญาดังกล่าวมาเป็นฐานในการเจรจาเพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเลในกระบวนการนี้ด้วยหรือไม่อย่างไร เพราะจริงๆ แล้ว ฐานที่กัมพูชาใช้รองรับเส้นอ้างสิทธิทางทะเลก็มาจากสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ปี 1907&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สนธิสัญญาดังกล่าวระบุให้ใช้ยอดสูงสุดของเกาะกูดลากเข้ามาที่ชายฝั่ง เป็นจุดอ้างอิง แล้วให้เอาชายฝั่งที่ตรงกับจุดสูงสุดของเกาะกูดนั้นเป็นเส้นเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่กัมพูชาตีความและนำแนวคิดนี้ไปใช้กับการแบ่งเขตแดนทางทะเลด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กัมพูชาไม่ได้ลากเส้นผ่านเกาะกูดอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพียงแต่ลากอ้อมเป็นรูปตัว U แทน เพราะสนธิสัญญานี้ก็ระบุชัดว่าเกาะกูดเป็นของไทย ซึ่งข้อเท็จจริงส่วนนี้กัมพูชายอมรับแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวแทนฝ่ายกัมพูชายังได้กล่าวว่าช่วงกลางทศวรรษ 1990 กัมพูชาได้หาวิธีแก้ปัญหาเขตแดนทางทะเลกับไทย เพื่อที่จะได้นำทรัพยากรใต้ทะเลออกมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งสองประเทศได้เริ่มหารือกันในเดือนเมษา ปี 1995 จนในที่สุดก็บรรลุข้อตกลงหรือ MOU 44 ที่ให้มีทั้งข้อตกลงเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลและการพัฒนาทรัพยากรสำหรับผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ก็ยังไม่สามารถตกลงสุดท้ายได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแบ่งเขตหรือพื้นที่พัฒนาร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ โมเดลการจัดทำพื้นที่พัฒนาร่วมหรือ Joint Development Area (JDA) เป็นโมเดลหนึ่งที่หลายประเทศที่มีข้อพิพาททางทะลใช้แก้ปัญหาชั่วคราวตามกฎหมายทะเล สาระสำคัญของ JDA คือ ประเทศที่มีปัญหาเขตแดนทางทะเลไม่จำเป็นจะต้องเจรจากำหนดเส้นระหว่างกันให้ชัดเจนก่อน แต่ตกลงกันที่จะนำทรัพยากรมาแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันไปพลางๆ ในระหว่างที่ยังไม่แบ่งเขต ตัวอย่างโมเดลนี้คือ JDA ระหว่างไทยกับมาเลเซีย และความสำเร็จจากกรณีไทย-มาเลเซียนี่เอง กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ไทยและกัมพูชาใช้เป็นทางออกของปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรณีของไทย-มาเลเซียนั้น ได้เริ่มขุดเจาะมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์จากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รัฐบาลทั้งสองจะรับภาระและแบ่งผลประโยชน์เท่ากันในสัดส่วน 50:50&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันมีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำนวน 2 แปลง คือ แปลง A-18 (พื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางกิโลเมตร) และแปลง B-17-01 (พื้นที่ประมาณ 4,250 ตารางกิโลเมตร)&amp;nbsp; กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติระบุว่าใน&lt;a href="https://www.ten-news.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1-%E0%B8%9B%E0%B8%B52568-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-101595-%E0%B8%A5%E0%B8%9A/"&gt;ปีที่ผ่าน&lt;/a&gt;มาไทยมีรายได้จากกิจการปิโตรเลียมที่มาจากองค์กรร่วมไทย–มาเลเซีย จำนวน 9,565 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปรัก สุคน กล่าวว่าวันที่ 5 พ.ค.2569 ที่ไทยได้ประกาศยกเลิกMOU44ฝ่ายเดียว แม้กัมพูชาจะคัดค้านหลายครั้ง กัมพูชาจึงได้เลือกริเริ่มเข้ากระบวนการประนอมภาคบังคับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขออธิบายเพิ่มเติม การเข้ากระบวนการประนอมภาคบังคับ ประเทศคู่พิพาทสามารถยื่นขอเข้าได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากอีกฝ่าย และอีกฝ่ายหนึ่งต้องเข้าร่วมกระบวนการ กระบวนการนี้จะมีฝ่ายที่สามเข้ามาประนอมข้อพิพาท ประกอบด้วยสมาชิกที่แต่ละประเทศเสนอประเทศละ 2 คน รวมเป็น 4 คน ก่อนที่สมาชิกทั้ง 4 คนจะร่วมกันเลือกประธาน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนศาลยุติธรรมระหว่างประเทศกรณีปราสาทเขาพระวิหารที่จะตัดสินว่าใครแพ้ใครชนะ แต่มีหน้าที่ช่วยหาจุดประนีประนอมที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในส่วนเป้าหมายในกระบวนการนี้ กัมพูชาเสนอมา 3 ทางเลือกซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่ง&amp;nbsp;กัมพูชาต้องการให้คณะกรรมาธิการช่วยสนับสนุนให้สองประเทศกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลขึ้นมาเพียงเส้นเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สอง หากทำตามทางเลือกแรกไม่ได้ กัมพูชาก็พร้อมจะทำข้อตกลงเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วมเพื่อแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันตามความเป็นธรรมก่อน ในระหว่างที่การแบ่งเขตแดนยังไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สาม หากสองตัวเลือกที่ว่ามายังไม่สำเร็จ ให้คณะกรรมาธิการเสนอความเห็นเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายกลับไปเจรจากันต่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้น ถ้าเราพิจารณาตั้งแต่การเจรจาก่อนทำข้อตกลง MOU44 จนมาถึงช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ากัมพูชาให้ความสำคัญกับการแบ่งทรัพยากรใต้ทะเลมาตลอด เนื่องจากต้องการฟื้นฟูโครงสร้างทางเศรษฐกิจ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าแม้จะให้การจัดทำเส้นเขตแดนเส้นเดียวมาเป็นอันดับแรก แต่กัมพูชากำลังมุ่งทางเลือกที่สองมากกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภัทรพงษ์ แสงไกร จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ความเห็นผ่านทาง&lt;a href="https://www.facebook.com/share/v/1KaFXYhTFs/"&gt;เฟสบุ๊คไลฟ์&lt;/a&gt; ว่า การที่จะให้แบ่งเส้นเดียวตามที่กัมพูชาเสนอภายในระยะ 12 เดือน กับพื้นที่ทับซ้อนทั้งหมดกว่า 26,000 ตร.กม. นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และตามความเป็นจริงกรณีแบบนี้มักใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ในเชิงยุทธศาสตร์จึงมีแนวโน้มเป็นในทางเลือกที่สอง ซึ่งนั่นก็ไปสอดคล้องกับท่าทีที่กัมพูชามีมาแต่เดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อวันที่&lt;a href="https://en.kampucheathmey.com/economy/1148763/"&gt; 28 ก.ย.&lt;/a&gt; ซึ่งเพิ่งผ่านการประชุมครั้งแรกร่วมกับไทยไปหยกๆ ก็ได้ปรากฎข่าวกัมพูชามองหาการลงทุนเพิ่มเติมจากบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส TotalEnergies ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการสำรวจพลังงานบริเวณอ่าวไทย โดย แก้ว รัตนัค รมว.เหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชา ระบุว่า กระบวนการประนอมนี้ควรจะช่วยสร้างความชัดเจนเรื่องเส้นเขตแดนและเรื่องการพัฒนาร่วม หากมีความชัดเจน กัมพูชาก็จะได้เดินหน้าสำรวจได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนึ่ง ที่จริงแล้วทั้งสองประเทศต่างได้ให้สัมปทานบริษัทน้ำมันในพื้นที่พิพาทมาหลายสิบปีแล้ว ไทยเองก็ตระหนักดีว่านี่คือขุมทรัพย์พลังงานมูลค่ามหาศาล ท่ามกลางแหล่งอื่นๆในอ่าวไทยที่มีเหลือใช้อีกไม่นานนัก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีบริษัทไหนได้เข้าไปดำเนินการได้จนกว่าการเจรจาจะบรรลุผล ในอนาคตเราก็อาจได้เห็นการจัดทำ JDA ไทย-กัมพูชา แต่การจะไปถึงขั้นนั้นอย่างน้อยก็ต้องมีการกำหนดเส้นเขตแดนที่ชัดเจนมาก่อนจึงจะเห็นส่วนทับซ้อนที่เหลืออยู่จริงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเด็นการจัดทำ JDA ก็มีความน่าสนใจอีกประการ เพราะตามคำแถลงนั้น กัมพูชาใช้คำว่า “Equitable” ในการขยายความประเด็นการแบ่งประโยชน์ร่วมกัน คำนี้มีนัยยะทางกฎหมายที่หมายถึง “เที่ยงธรรม” ซึ่งไม่ได้แปลว่าแบ่งเท่ากันโดยอัตโนมัติ แต่สัดส่วนจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามปัจจัยแวดล้อมและข้อเท็จจริงหลายๆ ด้านประกอบกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวอย่างที่ชัดเจนเรื่อง “ความเที่ยงธรรม” คือการประนอมภาคบังคับครั้งแรกของโลกกรณีติมอร์เลสเตกับออสเตรเลีย ซึ่งสุดท้ายติมอร์เลสเตได้รับพื้นที่ทางทะเลเพิ่มขึ้นและส่วนแบ่งรายได้จาก Greater Sunrise ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดมหาศาลในทะเลติมอร์ เพิ่มจาก 50% (ตามข้อตกลงเดิมก่อนเข้ากระบวนการ) เป็น 70-80% ตามแต่กรณี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่สำคัญกรณีติมอร์เลสเตและออสเตรเลีย มีลักษณะคล้ายกับไทยและกัมพูชา คือ เป็นการพิพาทระหว่างประเทศเล็กที่เพิ่งผ่านความยากลำบากมาและมีความจำเป็นต้องฟื้นฟูประเทศ กับประเทศใหญ่ที่มีความเจริญมากกว่า ซึ่งการพิจารณาประเด็นความเที่ยงธรรม ก็จะดูปัจจัยเหล่านี้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ไทยย้ำจะคุยเรื่องกำหนดเส้นเขตแดนเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ไทยเชื่อมั่นว่าความเห็นต่างระหว่างเพื่อนบ้านควรแก้ไขผ่านการพูดคุยและแสวงหาทางออกผ่านการเจรจาทวิภาคี ซึ่งไทยได้ยึดหลักนี้มาโดยตลอด แต่กัมพูชาใช้แนวทางอื่น และมักอ้างว่าตนเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนไทยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ สีหศักดิ์กล่าวว่าการอ้างเช่นนี้มีความย้อนแย้งและมุ่งประโยชน์ให้ฝ่ายกัมพูชาเอง&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55569822827_b6073f88bb_b.jpg" width="1024" height="680" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ระหว่างกล่าวแถลงเปิดในกระบวนการประนอมภาคบังคับวันที่ 15 ก.ย.&amp;nbsp;2569&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&amp;nbsp;(ภาพจาก&lt;a href="https://pca-cpa.org/en/news/pca-press-release-pca-case-no-2026-35-conciliation-between-the-kingdom-of-cambodia-and-the-kingdom-of-thailand-2/"&gt;เว็บไซต์ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับไทย กฎหมายระหว่างประเทศและการทูตเป็นพื้นฐานในการรักษาความสัมพันธ์โดยสันติระหว่างประเทศ กฎหมายเป็นกรอบรองรับ แต่การทูตเป็นเครื่องมือในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน เพื่อบรรลุทางออกที่ยั่งยืน เมื่อครั้งมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อต้นปี ผู้นำทั้งสองประเทศก็ได้ยืนยันที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ตัวแทนไทยยังกล่าวว่ายังได้พบกับปรัก สุคน เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมาและเสนอมาตรการไปแล้ว แต่กัมพูชาไม่เคยให้โอกาสกับแนวทางการทูตดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แทนที่จะพูดคุยทวิภาคีอย่างเต็มใจและจริงใจ ตัวแทนฝ่ายไทยระบุว่ากัมพูชากลับนำเสนอเรื่องราวเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง กล่าวหาไทยครั้งแล้วครั้งเล่า และเล่นบทผู้ถูกกระทำเพื่อสร้างภาพความชอบธรรม นี่คือลักษณะแนวทางที่กัมพูชาใช้มาตลอด นอกจากนี้ยังปลุกกระแสความรู้สึกของสาธารณชนและเพิ่มความตึงเครียด ทำให้การฟื้นฟูความสัมพันธ์เป็นไปได้ยาก สีหศักดิ์ย้ำว่าไทยยึดถือแนวทางกฎหมายและการทูตควบคู่กันไป และมองว่าการทูตต้องไม่การแข่งขันความเหนือกว่าเพื่อแสวงหาประโยชน์ฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากเนื้อหา สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือโทนของฝ่ายไทยที่ ‘ดุดัน’ ยิ่งชัดเจนเมื่อเทียบกับฝั่งกัมพูชาที่ละมุนละม่อมกว่า ด้วยความที่เป็นการกล่าวเปิดการประชุมครั้งแรก ฝ่ายไทยอาจมีการประเมินท่าทีอีกฝั่งไว้ว่าน่าจะมาในรูปแบบที่แข็งกร้าวไม่ต่างกัน จึงได้เตรียมถ้อยแถลงไว้เช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กระบวนการการประนอมภาคบังคับไม่ใช่การขึ้นศาล แต่เป็นการเจรจาที่มีบุคคลที่สามช่วยให้ทั้งสองฝ่ายหาทางออกที่ยอมรับร่วมกันได้ ท่าทีที่เอื้อต่อกระบวนการลักษณะนี้จึงไม่ใช่ท่าทีแข็งกร้าว ในรอบต่อๆ ไปไทยอาจปรับท่าทีให้อ่อนลง เพื่อให้การเจรจาเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้ การแถลงนี้เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ช่วงของกระบวนการที่อนุญาตให้สาธารณชนได้เข้าถึง หลังจากนี้การประชุมส่วนใหญ่จะดำเนินไปในลักษณะปิด เราจะไม่เห็นว่าการเจรจาต่อรองจริงๆ ดำเนินไปอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนการตัดสินใจยกเลิก MOU44 สีหศักดิ์ระบุว่า ข้ออ้างของกัมพูชาที่ว่าการยกเลิกของไทยทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น ไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงคือ ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา มีการประชุมแค่ 2 ครั้ง ไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ไทยจึงเลือกที่จะเริ่มเจรจาใหม่อีกรอบ และไทยก็มองว่าการเข้าเป็นภาคี UNCLOS ของกัมพูชาเมื่อต้นปีถือเป็นโอกาสที่ดีในการเจรจากันอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐมนตรีไทยยืนยันว่าเขตทางทะเลของไทยเป็นไปตามที่ปรากฏในพระบรมราชโองการลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 เป้าหมายของการเข้าสู่กระบวนการนี้คือ “การกำหนดเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาเท่านั้น” ทั้งยังย้ำว่ากระบวนการนี้ไม่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยในดินแดนทางบก รวมถึงเกาะกูด และไทยปฏิเสธเส้นเขตไหล่ทวีปของกัมพูชาที่ประกาศเมื่อปี พ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นเส้นที่ปราศจากพื้นฐานทางกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นี่คือจุดยืนเดียวที่ไทยมีมาตลอดตั้งแต่เริ่มเจรจาปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชา ไทยมีความกังวลเส้นอ้างสิทธิของกัมพูชาที่เข้ามาประชิดเกาะกูดและต่อสู้มาตลอดว่าการลากของกัมพูชานั้นไม่ถูกต้อง เส้นดังกล่าวกัมพูชาอ้างอิงมาจากสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ปี 1907 ซึ่งเป็นการแบ่งเขตทางบก จึงเป็นการอ้างอิงที่ผิดฝาผิดตัว ไทยต้องการให้กัมพูชาปรับเส้นตรงนี้ใหม่โดยให้ลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นเส้นตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไทยมองว่าฐานทางกฎหมายของฝั่งตัวเองมีน้ำหนักมากกว่า เพราะเส้นอ้างสิทธิของไทยอ้างอิงมาจากบทบัญญัติในUNCLOSโดยตรง และนี่จะกลายเป็นข้อต่อสู้สำคัญในกระบวนการประนอมครั้งนี้ที่อาจจะผลักดันให้กัมพูชายอมปรับเส้นนี้ได้ ส่วนท้ายที่สุดแล้วเส้นที่ปรับใหม่นั้นจะตรงกับเส้นที่ไทยอ้างหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องว่ากันต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับประเด็นอธิปไตยของเกาะกูด เกาะกูดมักจะถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมืองภายในตลอดเมื่อมีประเด็นเรื่องเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา แม้ฝ่ายไทยจะย้ำว่าอธิปไตยของเกาะกูดไม่อยู่ในขอบเขตของกระบวนการนี้ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าเกาะกูดจะถูกตัดออกจากสมการนี้ไปโดยสิ้นเชิง เพราะในทางกฎหมาย ตำแหน่งของเกาะจะถูกใช้เป็นปัจจัยในการกำหนดเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้นอย่างน้อยเกาะกูดจะต้องเกี่ยวข้องในกระบวนการกำหนดเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา จากข้อเท็จจริงที่ว่าเกาะกูดเป็นของไทย นี่จะกลายเป็นข้อต่อสู้สำคัญที่จะผลักให้เส้นอ้างสิทธิของกัมพูชาให้ขยับออกไปจากเกาะกูดได้&amp;nbsp; เพราะตามกฎหมาย เกาะไม่ได้หมายถึงแค่ตัวพื้นดินที่โผล่พ้นน้ำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาณาเขตทางทะเลรอบๆ เกาะอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฝั่งกัมพูชาเองก็ทราบว่าเส้นของตนเองที่ลากมาประชิดเกาะกูดอาจจะอ้างได้ยากในเวทีระหว่างประเทศ และถึงแม้ว่าการเจรจาครั้งนี้อาจไม่สามารถทำให้ทั้งสองฝ่ายกำหนดเส้นเขตแดนได้ทั้งหมดภายใน 1 ปีนี้ แต่เราอาจจะได้เห็นความชัดเจนในระดับนึงว่าเส้นบริเวณเกาะกูดควรอยู่ตรงไหนกันแน่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องคิดต่อคือหากผลจากกระบวนการประนอมทำให้มีการกำหนดเส้นเขตแดนใหม่ไม่ว่าจะในบางส่วนหรือทั้งหมดที่แตกต่างจากพระบรมราชโองการลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 กระบวนการต่อไปจะเป็นเรื่องภายในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตาม&lt;a href="https://deka.in.th/laws/con/178"&gt;รัฐธรรมนูญ มาตรา 178&lt;/a&gt; นั้นระบุว่าหนังสือสัญญาที่มีบทบัญญัติในการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของไทย&amp;nbsp; ต้องเข้าสู่กระบวนการขอเห็นชอบจากสภาก่อน ถึงตอนนั้นเรื่องนี้จึงอาจมีประเด็นภายในประเทศที่ต้องจับตา โดยเฉพาะปฏิกิริยาจากกลุ่มชาตินิยมที่มีความกังวลเรื่องอธิปไตยและดินแดน เป็นอีกโจทย์หนึ่งให้กับรัฐบาลว่าระหว่างที่กำลังเจรจากันอยู่นี้ จะอธิบายให้ประชาชนฟังอย่างไรเพื่อไม่ให้เข้าใจไปว่าลักษณะนี้คือ “การเสียดินแดน”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55570965068_855c4bd74d_b.jpg" width="732" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;เขตไหล่ทวีปไทย (ภาพจากพระบรมราชโองการลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 )&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับกระบวนการหลังจากนี้จะมีการประชุมเป็นระยะๆ อย่างน้อย 1 ปี หรือขยายได้ตามตกลงกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้การเจรจานี้จะเกิดขึ้นภายใต้ความสัมพันธ์ที่เปราะบาง ปัญหาชายแดนทางบกที่ยังคาราคาซัง แต่ทั้งสองประเทศก็ต้องเดินหน้าเจรจาเพื่อหาข้อยุติต่อไป อย่างน้อยที่สุดเราอาจจะเห็นข้อตกลงฉบับใหม่ที่ชื่อ MOU 70 หรือ MOU 71 แต่ไม่ว่าจะลงเอยในรูปแบบใด บทสรุปล้วนแต่ขึ้นอยู่กับจุดประนีประนอมที่ทั้งสองฝ่ายสามารถยอมรับร่วมกันได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/unclos" hreflang="th"&gt;UNCLOS&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;ศศิธร อักษรวิลัย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ปรัก สุคน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;เขตแดนทางทะเล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 06 Oct 2026 15:48:30 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119018 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/10/119018#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>‘ลบมรดกรัฐประหาร’ 6 ตุลา แคมเปญลุ้นช่วยนักโทษคดี ม.112 หลังไม่ถูกรวมในนิรโทษกรรม</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119008</link>
  <description>&lt;span&gt;‘ลบมรดกรัฐประหาร’ 6 ตุลา แคมเปญลุ้นช่วยนักโทษคดี ม.112 หลังไม่ถูกรวมในนิรโทษกรรม&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-05T21:49:21+07:00" title="Monday, October 5, 2026 - 21:49"&gt;Mon, 2026-10-05 - 21:49&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;“คำสั่งที่ 41 ไม่ใช่การเพิ่มโทษทางอาญาธรรมดาๆ แต่เป็นกระบวนการที่สำคัญในการฟื้นสถานะรัฐก่อนปี 2475 และสถาปนาอภิสิทธิ์ทางกฎหมาย นี่คือมรดกบาปที่สำคัญของ 6 ตุลา”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“หลังรัฐประหาร 6 ตุลาฯ เกิดกระบวนการสถาปนาหลักนิติศาสตร์ของรัฐและให้อภิสิทธิ์ทางกฎหมายแก่รัฐอย่างสูงสุด ไม่ต้องรับผิดผ่านคำสั่งที่ 41 และการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 2 ครั้ง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานเลกเชอร์บาร์ในหัวข้อ “Living History 6 ตุลาฯ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญรณรงค์ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แคมเปญดังกล่าวมีรูปธรรมสำคัญคือ การเชิญชวนให้ประชาชนร่วมลงชื่อเสนอยกเลิก&lt;a href="https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1330266.pdf"&gt;คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41&lt;/a&gt; ตั้งเป้าหมาย 50,000 รายชื่อ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุผลที่ภาคประชาชน นักกิจกรรมทางการเมือง และนักนิติศาสตร์บางส่วน สนับสนุนให้ยกเลิก “คำสั่งที่ 41” เป็นเพราะคำสั่งฉบับนี้เป็นหนึ่งในกฎหมายที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์รัฐประหารในเย็นวันที่ 6 ต.ค. 2519 ที่ส่งผลให้มีการเพิ่มอัตราโทษกฎหมายในตระกูลหมิ่นประมาท รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา ม.112 เป็นจำคุกขั้นต่ำ 3-15 ปี (เดิมจำคุกไม่เกิน 7 ปี) โดยไม่ผ่านการพิจารณาของสภา ซึ่งผลพวงนี้เองยังเป็นมรดกตกทอดมาถึงความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ย้อนที่มาการบ่ม “เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ”&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“6 ตุลาฯ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่อยู่ดีๆ ก็เกิดขึ้น แต่เกิดจากการสั่งสมความเกลียด การนวดบรรยากาศใช้โอกาสจากบรรยากาศทางสังคมที่คนหวาดระแวง ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และไปกอดอุดมการณ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่างแน่นแฟ้น สั่งสมจนเป็นความเกลียด เกลียดจนกระทั่ง dehumanize (ลดทอนความเป็นมนุษย์) หรือมองคนไม่เป็นคน”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายถึงที่มาที่ไปและบรรยากาศทางสังคมที่สั่งสมจนทำให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ โดยย้อนถึงสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่เชื่อมโยงกับบริบทโลก ในงานเลกเชอร์บาร์ในหัวข้อ“Living History 6 ตุลาฯ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;งานเลคเชอร์บาร์ดังกล่าวจัดขึ้นโดยเครือข่ายผู้จัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ เครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง (ThumbRights) Camelot Cafe &amp;amp; Living Room และไอลอว์ มีวัตถุประสงค์เชิญชวนเข้าชื่อเสนอยกเลิก&lt;a href="https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1330266.pdf"&gt;คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41&lt;/a&gt; ผ่านการบอกเล่าประวัติศาสตร์ 6 ตุลาฯ ผ่านสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คงสัจจาเล่าย้อนไปถึงยุคสงครามเย็น ช่วงปลายทศวรรษ 2490 สหรัฐอเมริกาใช้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่จะสู้กับการเผยแพร่อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ของจีนและรัสเซีย โดยสหรัฐฯ เลือกไทยเป็นฐานที่มั่นสำคัญ เพราะไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์และพุทธศาสนาที่แข็งแรง อาจพูดได้ว่าสองอย่างนี้คล้ายๆ กับ “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่เป็นเครื่องมือช่วยให้คนไทยยึดเหนี่ยวในอุดมการณ์ที่สหรัฐฯ ต้องการให้เป็น และไม่ไปฝักใฝ่คอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในตอนนั้น การเมืองภายในมีการคัดง้างกันระหว่าง “เครือข่ายวัง” กับคณะราษฎร เหตุผลที่สหรัฐฯ เลือกจับมือกับเครือข่ายวัง เพราะมองว่าวังมี “ทุนทางวัฒนธรรมที่ดีกว่าคณะราษฎร” ทำให้มีการจับมือกันเป็นไตรภาคี ประกอบด้วยกองทัพ เครือข่ายวัง และสหรัฐฯ ซึ่ง ณัฐพล ใจจริง นักรัฐศาสตร์ อธิบายความสัมพันธ์เชิงอำนาจนี้ว่า “ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ทั้งสามขั้วต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน เป็นเสาสามอันที่แยกจากกันไม่ได้ เพราะกองทัพต้องการความชอบธรรมจากสถาบันกษัตริย์ ในขณะเดียวกันก็ต้องการการลงทุนและนโยบายจากสหรัฐอเมริกามาเขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คงสัจจาอธิบายต่อไปว่า เครือข่ายวัง กองทัพ และสหรัฐ จึงอาศัยอุดมการณ์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หรือที่เรียกว่า “ราชาชาตินิยม” ที่มองว่ากษัตริย์เป็นสัญลักษณ์ของชาติ พร้อมกับนโยบาย development ที่ถูกแปลเป็นภาษาไทยว่า น้ำไหล ไฟสว่าง เพื่อนำประเทศมาสู่ความเป็นสมัยใหม่ เพื่อสร้างลักษณะพิเศษของสังคมไทยว่า “เป็นเอกราช ไม่เหมือนใคร” ฟื้นฟูบทบาทของสถาบันกษัตริย์ขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับ “ปีศาจทางการเมือง” ก็คือ ลัทธิคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การชูอุดมการณ์ “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” นำหน้าเพื่อสร้างความชอบธรรมคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสหรัฐฯ ด้วย เพราะบริบทโลกในตอนนั้น อินเดียและหลายประเทศในแอฟริกากำลังปลดแอกจากอาณานิคม สหรัฐฯ เองจึงไม่ได้ปฏิบัติกับไทยเหมือนตนเองเป็นเจ้าอาณานิคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ให้ไทยดูเป็นเอกราช แต่แผนพัฒนาทั้งหมดถูกเขียนโดยสหรัฐฯ หมด…CIA แทบจะมาจับมือเขียนให้เลย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้วยการลงทุนและความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ทั้งด้านการเงิน การทหาร และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เกิดการพัฒนาเมืองหลวง การตั้งมหาวิทยาลัยในภูมิภาค เมืองไทยเกิดภาวะเศรษฐกิจเฟื่องฟู (economic boom) เกิดอาชีพบริการใหม่ๆ ที่ทำให้คนไทยมีงานทำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การใช้สองอุดมการณ์ คือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และการพัฒนา คือมนต์สะกดที่ช่วยบดบังการพึ่งพาสหรัฐอเมริกา ทว่ามันคือช่วงเวลาที่เรายืมจมูกอเมริกาหายใจ ลำพังสองเสาหลักปกครองประเทศเองไม่ได้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คงสัจจากล่าวว่า ในช่วงเวลานั้น แม้ว่าสถาบันกษัตริย์จะถูกยกระดับความสำคัญขึ้นมา แต่อาวุธทางการเมืองหลักในตอนนั้นยังไม่ใช่กฎหมายอาญามาตรา 112&amp;nbsp; (หรือกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์) เหมือนในปัจจุบัน แต่คือ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2495/A/068/1.PDF"&gt;พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495&lt;/a&gt; (หรือ พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์)&amp;nbsp; เช่น พระพิมลธรรมที่อยู่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ หรือ จิตร ภูมิศักดิ์ ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหากระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในยุคแห่งการพัฒนา มีความเจริญกระจุกที่กรุงเทพฯ แม้มีการสร้างมหาวิทยาลัยภูมิภาค แต่ก็เพื่อผลิตคนมาเป็นลูกจ้างที่เมืองหลวง ขณะเดียวกันการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุคนั้นทำให้เกิดชนชั้นกลางและคนกลุ่มนี้ก็ส่งต่อความมั่งคั่งไปสู่ลูกหลานผ่านการส่งเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บรรยากาศของสังคมตอนนั้นเกิดสิ่งที่เรียกว่า free mind นิสิต-นักศึกษาในหลายมหาวิทยาลัย เห็นได้จากการเกิดขึ้นของวารสาร “สังคมศาสตร์ปริทัศน์” สิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาเรื่องการเมือง-สังคม และวิจารณ์รัฐบาลทหารอย่างตรงไปตรงมา คนบางส่วนเริ่มมองว่ารัฐบาลไทยขณะนั้นกำลังยืมจมูกของอเมริกาหายใจจนเกิดเป็นกระแสต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกัน ความไม่พอใจการทุจริตของรัฐบาลทหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุการณ์เหล่านี้สั่งสมเงื่อนไขความเปลี่ยนแปลงจนนำไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลาฯ ที่ลงเอยด้วยการที่ จอมพล ถนอม กิตติขจร และจอมพล ประภาส จารุเสถียร&amp;nbsp;ต้องพ้นอำนาจและเดินทางออกนอกประเทศไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐบาลในขณะนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำประเทศให้เป็นประชาธิปไตย เกิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นยุคที่การเมืองมวลชนเฟื่องฟูมากขึ้น ไม่ใช่แค่นิสิต-นักศึกษาเดินทางออกจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ชนบทเพื่อเรียนรู้ชีวิตจริง-เป็นปากเสียงให้คนชายขอบ (หรือที่เรียกว่า “ยุคแสวงหา”) แต่ยังเกิดกลุ่มชนชั้นแรงงาน-สหภาพแรงงานที่นำไปสู่ขบวนการเคลื่อนไหวอื่นๆ ตามมา รวมถึงเรื่องสิทธิสตรีด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงเวลานั้น สหรัฐฯ เริ่มถอนทัพจากเวียดนาม และมองว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่คุ้มค่าที่จะลงทุนอีกต่อไป สหรัฐฯ จึงถอนกำลังทหารและการลงทุนจากไทย ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ มีคนหลายกลุ่มเสียประโยชน์ รวมไปถึงพ่อแม่ของนักศึกษาชนชั้นกลางที่เคยทำมาหากินกับสหรัฐฯ ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เช่นเดียวกับกลุ่มนักเรียนอาชีวะ-ช่างกลที่รู้สึกว่าตนเองไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการศึกษาระบบใหม่ เพราะมหาวิทยาลัยเน้นสร้างข้าราชการ ต่อมากลุ่มอาชีวะจึงกลายเป็นพลังของแนวร่วมฝ่ายขวา เช่น กลุ่มกระทิงแดง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขาไปจับแพะชนแกะว่าเศรษฐกิจแย่ลง เพราะประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย คือเกิดเหตุการณ์สองอย่างพร้อมกันโดยเกิดจากคนละปัจจัย คือเมืองไทยเป็นประชาธิปไตยเพราะเอาทหารออกไป แต่ในขณะเดียวกัน ก็โดนดึงเครื่องช่วยหายใจออก คนก็เลยจับแพะชนแกะว่าเพราะไอ้เด็กพวกนี้ (ขบวนการนักศึกษา) ประเทศถึงแย่แบบนี้ แต่จริงๆ มันเกิดจากการที่ไทยเพิ่งพาสหรัฐฯ มาตลอด แล้วมนต์สะกดนั้นหายไปแล้ว”&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คงสัจจาระบุว่า ช่วงนี้เองคือจุดหักเหสำคัญที่จะนำไปสู่เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ในเวลานั้นสังคมไทยเริ่มแบ่งขั้ว ฝ่ายขวาจัดหันไปกอดอุดมการณ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ชนชั้นนำจารีตและกองทัพก็เฝ้ามองการเมืองมวลชนอย่างระแวดระวัง โดยเกรงว่ามวลชนเหล่านี้จะมาเซาะกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ ช่วงเวลานี้เองที่อาวุธทางการเมืองเปลี่ยนจาก พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ มาเป็น ม.112&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ม.112 อาวุธทางการเมืองที่ “มวลชนชง รัฐตบ”&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;คงสัจจากล่าวว่า คนมักเข้าใจกันว่า ม.112 เป็นอาวุธทางการเมืองที่ใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นการมองกฎหมายนี้ว่ามีสถานะเป็น “เครื่องมือ” แต่ในมุมมองของเขา คำอธิบายเช่นนี้ “แม้ไม่ผิด แต่ว่าไม่พอ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขามองว่า ม.112 ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือ แต่กฎหมายมาตรานี้จะมีพลังมากได้ ก็ต่อเมื่อมีอุดมการณ์และหลักนิติศาสตร์รองรับอยู่ก่อนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ม.112 คือรัฐทำงานกับการเมืองมวลชน…แล้วรัฐเป็นคนตบ”&amp;nbsp;เช่น กรณี ‘ละครแขวนคอ’ ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำลองเหตุการณ์พนักงานการไฟฟ้าสองคนที่จังหวัดนครปฐมที่ถูกแขวนคอ ภาพถ่ายการแสดงนี้ถูกหนังสือพิมพ์ดาวสยามนำไปตัดต่อบิดเบือนและปลุกปั่นว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สุดท้ายรัฐก็เข้ามาตบด้วยการกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ มีลักษณะการใช้ต่างไปจาก ม.112 เพราะเป็นการชงและตบโดยอาศัยกลไกของรัฐเอง เช่น กรณีพระพิมลธรรมที่ถูกจับกุมด้วยข้อกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;อะไรคือ ‘มรดกบาป’ หลัง “รัฐประหาร 6 ตุลาฯ”&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ย่อยๆ ที่สั่งสมความเกลียดชังและความขัดแย้งเรื่อยมา ทั้งการลอบทำร้าย ลอบยิง และอุ้มหาย ไม่ว่าจะผู้นำนักศึกษาหรือสหภาพแรงงาน จนนำมาสู่การสังหารหมู่ในวันที่ 6 ต.ค.2519 และตามมาด้วยการรัฐประหารนำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในเย็นวันเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้หลายคนพูดว่า 6 ตุลาฯ และรัฐประหารเกิดจากอุดมการณ์ที่เป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตย แต่ในมุมมองของคงสัจจา อีกส่วนที่ไม่ควรมองข้าม คือ บทบาทของนักนิติศาสตร์ที่ “ทำให้สิ่งที่ผิดหลักนิติศาสตร์กลายเป็นถูกกฎหมาย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภายหลังรัฐประหาร 6 ตุลาฯ เกิดกลไกทางกฎหมาย อย่างน้อยสองอย่าง คือ คำสั่งที่ 41 และ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li class="ck-list-marker-bold" aria-level="1" data-list-item-id="ebef142ece33279e7ac9b64bbe22cf426"&gt;&lt;strong&gt;คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 (คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 41)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;การออกคำสั่งดังกล่าวเป็นไปเพื่อเพิ่มโทษในกลุ่มกฎหมายในตระกูล “หมิ่นประมาท” โดยละเว้นฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (หรือที่เรียกว่าข้อหายุยงปลุกปั่น)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คงสัจจาระบุว่า กฎหมายอาญานอกจากจะกล่าวถึงการกระทำผิดและบทกำหนดโทษ ก็ยังมีหน้าที่อีกอย่างหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ คือทำหน้าที่ “เสมือนรัฐธรรมนูญ” ที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนว่าอะไรที่ทำได้หรือไม่ได้ และการจะดูว่ารัฐให้ความสำคัญกับอะไร ให้ดูที่หมวดหมู่ของประมวลกฎหมายอาญาว่าเริ่มต้นด้วยเรื่องอะไร เช่น ในฝรั่งเศส แม้มีประมวลกฎหมายอาญาในช่วงสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่ต่อมาก็มีการแก้ไขโดยเอาความผิดต่อมนุษยชาติมาไว้เป็นจุดแรก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ม.112 เดิมทีมาจากความผิดในพระอัยการกบฎศึก กฎมณเฑียรบาล และพระอัยการอาชญาหลวงในกฎหมายตราสามดวง ที่ถ่ายโอนให้เป็นดูเป็นสมัยใหม่จนกลายมาเป็นประมวลกฎหมายในปัจจุบัน&amp;nbsp; ซึ่งมีองค์ประกอบของ ม.112 อยู่สามอย่าง คือ ดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้าย ต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การกำหนดฐานความผิดข้างต้นแตกต่างจากกฎหมายลักษณะอาญาปี ร.ศ.127 ซึ่งแยกฐานความผิดออกจากกันเป็นสองกลุ่ม คือ “อาฆาตมาดร้าย” กับ “หมิ่นประมาท” อยู่ที่ความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ในขณะที่ “ดูหมิ่น” อยู่ในความผิดฐานกบฎ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อมาปี 2499 เมื่อมีการทำประมวลกฎหมายอาญา สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีความพยายามแยกการคุ้มครองชื่อเสียงพระมหากษัตริย์ออกจากการคุ้มครองรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้ารัฐแยกจากกษัตริย์ ดังนั้นความผิดกบฎก็คือการล้มการปกครอง-ล้มรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การหมิ่นกษัตริย์ (ถ้า) หมิ่นกษัตริย์ก็คุ้มครองเกียรติยศของกษัตริย์ไป ไม่ใช่กบฎ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดิมทีความผิด ม.112 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี (ไม่กำหนดโทษขั้นต่ำ) แต่เมื่อมีการออกคำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 41 จึงมีการเพิ่มอัตราโทษจำคุกเป็น 3-15 ปี การเพิ่มอัตราโทษ ม.112 ไม่ใช่แค่การเพิ่มในแง่ของตัวเลข แต่เป็นการใช้เทกนิคทางกฎหมายมาชุบชีวิตสิ่งที่อาจถูกเรียกว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรม”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรม คือ คอนเซปต์ที่อาจารย์ นิธิ&amp;nbsp; เอียวศรีวงศ์ นักประวัติศาสตร์ผู้ล่วงลับ ได้อธิบายว่ารัฐธรรมนูญมีอยู่ 2 ลักษณะคือ สิ่งที่เขียนอยู่ในกระดาษ กับกฎเกณฑ์มีความสัมพันธ์กับองค์กรทางการเมืองมาตลอด อาจกล่าวได้ว่า ม.112 คือกฎมณเฑียรบาลในโลกสมัยใหม่ ชนิดที่ “ถ้าโบราณห้ามมอง ปัจจุบันก็ห้ามพูด”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2. การนิรโทษกรรมลบล้างความผิดให้กับผู้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คงสัจจากล่าวว่า เมื่ออ่านรายละเอียดของ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2521/A/097/1.PDF"&gt;พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 พ.ศ. 2521&lt;/a&gt;&amp;nbsp;จะพบว่า “ไม่มีการพูดเลยว่าเกิดอะไรขึ้นในวันที่ 6 ตุลาฯ แต่บอกว่าบรรดาการกระทำผิดทุกอย่างพ้นผิดหมด และก็ปิดช่องทางในการฟ้องร้องพิสูจน์ความจริงในกระบวนการยุติธรรม”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำสั่งที่ 41 ยกสถานะให้รัฐเท่ากับกษัตริย์ ส่วนกฎหมายนิรโทษกรรมยกเว้นความผิดให้อาชญากรรมโดยรัฐ อาจพูดได้ว่ากลไกกฎหมายสองอย่างนี้ “สถาปนาอภิสิทธิ์ทางกฎหมาย”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำว่า “อภิสิทธิ์” หลายๆ คนมีความเข้าใจความหมายเฉพาะในทางวัฒนธรรม เช่น ระบบอุปถัมภ์ หรือเส้นสาย คงสัจจามองว่าความเข้าใจเช่นนั้นก็ไม่ผิดพร้อมเสริมว่า อภิสิทธิ์ก็อยู่ในนิติศาสตร์ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ยื่นร่างกฎหมายให้สภาวินิจฉัย ปมประชาชนมีสิทธิเสนอหรือไม่&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เมื่อ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา นัสรี พุ่มเกื้อ ตัวแทนจากเครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง (ThumbRights) ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.tpchannel.org/news/35721"&gt;เข้ายื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 พ.ศ. ....&lt;/a&gt; พร้อมรายชื่อคณะผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประสงค์เป็นผู้ริเริ่มจำนวน 21 คน ถึงประธานรัฐสภา เพื่อขอให้พิจารณาว่าประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมายหรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นัสรี อธิบายกับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า ขั้นตอนขณะนี้อยู่ในระหว่างรอให้ประธานสภาวินิจฉัยว่า ร่างกฎหมายนี้อยู่ในหมวดใด และเป็นหมวดที่ประชาชนจะเข้าชื่อเสนอได้หรือไม่ เพราะตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ระบุว่าประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อกันเสนอกฎหมาย เฉพาะกฎหมายที่อยู่ในหมวด 3 (สิทธิและเสรีภาพ) หรือ หมวด 5 (หน้าที่ของรัฐ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาคาดว่าน่าจะได้รับคำตอบจากสภาในช่วงกลางเดือน ต.ค. นี้ ตามที่เจ้าหน้าที่รัฐสภาแจ้งกรอบเวลาไม่เกิน 15 วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากการประเมินของนัสรี คำตอบของเรื่องนี้อาจมีได้ 2 ทาง คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e85e6d7bab9ae2f29069bcef171961249"&gt;ถ้าประธานสภา “โอเค” กับร่างกฎหมาย ทางฝั่งเครือข่ายรณรงค์ก็จะยื่นรายชื่อที่รวบรวมมาในวันที่ 21 ต.ค.นี้ จากนั้นก็จะเป็นกระบวนการของเจ้าหน้าที่ในสภา เช่น ตรวจสอบรายชื่อว่าครบหรือไม่ และอื่นๆ ไปจนถึงรอบรรจุวาระเหมือนกับกฎหมายอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;นัสรีกล่าวถึงฉากทัศน์ที่ดีที่สุดว่า ถ้าร่างฯ นี้ผ่านชั้น สว. แล้วประกาศลงราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;&lt;a href="https://decoup6octsins.com/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99_%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_41.pdf"&gt;จะส่งผลให้อัตราโทษของ ม.112 ถูกปรับลง&lt;/a&gt; สำหรับโทษของคนที่ถูกพิพากษาไปแล้ว ทั้งคดีสิ้นสุดแล้วและยังไม่สิ้นสุด ก็จะมีกระบวนต่อหลังจากนั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การแก้คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ไม่ได้ทำให้ ม.112 ถูกยกเลิกให้หายไปโดยทันที แค่เป็นการแก้โทษให้น้อยลง…สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ศาลจะต้องพิจารณาใหม่ว่ากฎหมายใหม่ที่โทษเหลือน้อยลง และไม่ได้มีโทษขั้นต่ำ มันจะต้องเป็นอย่างไร”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาระบุต่อไปว่า ถ้าดูสถิติตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา 2 ใน 3 ของคดี ม.112 ทั้งหมดที่ศาลมีคำพิพากษามักจะลงโทษไว้ที่ขั้นต่ำคือ 3 ปีก่อนที่จะมีการลดโทษ ไม่ว่าจะเป็นการปราศรัย โพสต์ข้อความ ชูป้าย พ่นสี&amp;nbsp; ฉะนั้นความมุ่งหมายของแคมเปญนี้คือ ถ้าไม่มีโทษขั้นต่ำแล้ว อาจทำให้ศาลสั่งลงโทษจำคุกต่ำกว่า 3 ปีได้ นักโทษคดี ม.112 ก็อาจได้ออกจากเรือนจำเร็วขึ้น&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ea67c335e1922eaa784afdb8a6996b440"&gt;แต่ถ้าประธานสภาตีตก เพราะวินิจฉัยว่าไม่ใช่กฎหมายในหมวด 3 หรือ 5 ที่ประชาชนเข้าเสนอได้ ทางฝั่งเครือข่ายรณรงค์ในเบื้องต้นคงจะมีการยื่นอุทธรณ์ แต่การเคลื่อนไหวในแนวทางอื่นๆ ก็ยังไม่ได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.ilaw.or.th/articles/4489"&gt;ในอดีตเมื่อปี 2555&amp;nbsp;สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ในฐานะประธานสภาฯ เคยวินิจฉัยว่า ร่างพระราชบัญญัติที่ประชาชนเข้าชื่อกันเสนอแก้&amp;nbsp;ม.112 ในตอนนั้น&amp;nbsp;ไม่ใช่กฎหมายที่เกี่ยวด้วยหมวด 3 และหมวด 5 สภาจึงไม่รับการพิจารณา&lt;/a&gt; จึงเป็นเรื่องต้องลุ้นอยู่พอควรว่าในกรณีนี้จะเป็นเช่นไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ มี&lt;a href="https://web.facebook.com/somsakjeam/posts/pfbid02q1qAfhCfNACLc8chmMJcZELYFtnhKypMAfyzZMBJpQgfWoxhsnua7PPCw5FJFwbVl"&gt;เสียงวิจารณ์แคมเปญนี้จาก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล&lt;/a&gt; นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ที่ลี้ภัยจากคดี ม.112 ผู้ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในแกนนำนักศึกษาเมื่อครั้งเหตุการณ์ 6 ตุลา โดยสมศักดิ์ระบุว่า&amp;nbsp;การรณรงค์ที่ให้ปรับโทษของ ม.112 กลับไปใช้ไม่เกิน 7 ปีโดยไม่มีโทษขั้นต่ำนั้น “ไม่มีประโยชน์อะไร” อีกทั้งข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรานี้ในปัจจุบันก็ไปไกลกว่าการรณรงค์ครั้งนี้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นัสรี ในฐานะคนทำแคมเปญอธิบายกับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า จริงๆ แล้วหลายคนในกลุ่มที่ทำแคมเปญก็เห็นด้วยกับอาจารย์สมศักดิ์ในเรื่องข้อเสนอ “ยกเลิก ม.112” ซึ่งเป็นเชิงอุดมการณ์ แต่ในแง่ของการทำงานในปัจจุบัน บริบทตอนนี้คือเรามีรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยที่แข็งแกร่งมาก จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะเสนอยกเลิก ม.112 นอกจากนี้ยังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วางแนวไว้อีก ส่วนฝั่งประชาชนเองก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่เห็นพร้อมร่วมกันในการยกเลิก ม.112 อย่างตอนปี 2563-2564 และการเข้าชื่อเสนอยกเลิก ม.112 เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมาก ถ้าใช้วิธีนี้แล้วผลออกมาล้มเหลวหลายๆ รอบ ก็จะทำให้เครื่องมือนี้ทรงพลังน้อยลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขากล่าวต่อไปว่า แม้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ก็ไม่รวมคดี ม.112 คำถามคือเราจะทำอย่างไรกับผู้ต้องขังทางการเมืองในวันที่บทสนทนาเกี่ยวกับ ม.112 อยู่ในช่วงกระแสต่ำเช่นนี้ จริงอยู่ที่ในการช่วยนักโทษการเมือง สามารถทำได้ผ่านการโอนเงินให้กับโครงการ Freedom bridge&lt;em&gt; &lt;/em&gt;และการเขียนจดหมายให้ผู้ถูกคุมขัง เหล่านี้เป็นมาตรการเฉพาะหน้าที่อาจทำให้ชีวิตในเรือนจำของพวกเขาดีขึ้นบ้าง แต่อาจจะยังไม่ได้ตีไปที่ตัวกฎหมายที่เป็นปัญหาโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องนิรโทษกรรมที่ไม่รวมคดี ม.112 เกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งเป็นจังหวะที่พอดีกับการครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาฯ ฉะนั้น เมื่อทำแคมเปญเรื่อง ม.112 โดยเล่าพ่วงไปกับเหตุการณ์ 6 ตุลา ก็ช่วยให้กระจายข้อมูลรณรงค์ออกไปได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นัสรีกล่าวทิ้งท้ายถึงเป้าหมายของการรณรงค์ว่านอกจากจะเป็นการล่ารายชื่อเพื่อยื่นเสนอกฎหมายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะทำให้สำเร็จก็คือ หลังจากนี้เวลามีใครพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับ 6 ตุลาฯ สิ่งที่คนจะจดจำได้จะไม่ใช่แค่ภาพความรุนแรงโดยรัฐอย่างเดียว แต่คนจะต้องรู้ด้วยว่าด้วยว่าหลังจากที่มีการสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเย็นวันนั้นมีรัฐประหารที่ผลพวงของมันยังคงอยู่ในความขัดแย้งทางการเมืองยุคปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55571018414_21f4afde07_o.jpg?s=eyJpIjo1NTU3MTAxODQxNCwiZSI6MTc5MTIxNjAwMiwicyI6ImM2ZTQ1Zjg3N2IwOTBjNzIwMjE0MTgyNjFmOTliMjdjNGMwYzczMzYiLCJ2IjoxfQ" width="2048" height="1366" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;นัสรี พุ่มเกื้อ ภาพโดย ไข่แมวชีส&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เรียกร้อง 4 พรรค ร่วมดัน ‘จาตุรนต์’ ชี้ควรรวม รปห. 49,57 ด้วย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ไม่เฉพาะการรณงค์ล่ารายชื่อเสนอกฎหมายลบล้างคำสั่งคณะปฏิวัติ 6 ตุลาฯ แต่แคมเปญนี้ยังก้าวไปยังปริมณฑลทางการเมืองด้วยการผลักดันบทบาทของพรรคการเมือง โดย ปลายเดือน ก.ย.- ต้นเดือน ต.ค. เครือข่ายผู้จัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ นำโดย ThumbRights และเครือข่ายเข้ายื่นหนังสือต่อ 4 พรรคการเมืองหลัก&amp;nbsp;ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคเพื่อไทย โดยเรียกร้องถึงพรรคการเมืองให้ร่วมกัน “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ คืนเสรีภาพให้ประชาชน” ผ่านการยกเลิก “คำสั่งที่ 41” เนื่องจากเห็นว่าผลตกทอดจากคณะรัฐประหารไม่ควรดำรงอยู่โดยปราศจากการทบทวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เบื้องต้นทุกพรรคส่งตัวแทนมารับหนังสือพร้อมระบุว่าจะนำประเด็นนี้ไปหารือภายในพรรค เฉพาะพรรคเพื่อไทยที่มี “คนเดือนตุลา” อย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง และ อดิศร เพียงเกษ เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จาตุรนต์กล่าวว่า ตัวเขากับอดิศรเป็นผู้ถูกกระทำจากการ “รัฐประหาร 6 ตุลาฯ” ซึ่งคนใช้คำนี้ไม่มากนักในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เนื่องจากคนมักจะใช้คำสั้นๆ กันว่า “เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ” และคนจะนึกถึงการล้อมปราบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-สนามหลวง แต่เขายืนยันมาตลอดว่า “เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ” ไม่ใช่เรื่องเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น แต่มันคือการรัฐประหารในเย็นวันนั้นที่มีผลต่อประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นการใช้คำว่า “เราเป็นผู้ถูกกระทำจากการรัฐประหาร 6 ตุลา” เป็นการใช้คำตรงกับความเป็นจริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาการเสนอประเด็นและการเรียกร้องในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มักจะเป็นการพูดถึงการใช้ความรุนแรงของรัฐที่กระทำต่อประชาชนที่ต้องการเสรีภาพประชาธิปไตย ทำให้เกิดความขัดแย้งบานปลาย เป็นบทเรียนที่สังคมควรจะนำมาทบทวนไม่ให้เกิดซ้ำ ประเด็นที่มีการพูดถึงเช่นกัน คือ ต้องเห็นความเลวร้ายของการรัฐประหาร ที่ทำให้สังคมย้อนกลับไปเป็นเผด็จการเกือบจะสมบูรณ์ หลังจาก 6 ตุลา 2519 ยังมีรัฐประหารปี 2520, 2534 และสลับด้วยการมีประชาธิปไตยหลังมีปฏิรูปการเมืองหลังปี 2535 เรื่อยมาจนมีรัฐธรรมนูญปี 2540 และมีรัฐประหารอีกในปี 2549 เพราะฉะนั้นในการศึกษาหาทางแก้ปัญหาลบมรดกจากการรัฐประหาร 6 ตุลา ก็อาจต้องเชื่อมโยงมรดกจากการรัฐประหารในปี 2549 และ 2557 ด้วย เนื่องจากการรัฐประหารดังกล่าวยังคงมีผลต่อสังคมไทย และทำให้เกิดการจำกัดสิทธิเสรีภาพมาจนทุกวันนี้ ทับซ้อนความเลวร้ายจากการรัฐประหาร 6 ตุลา&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55562864955_0bcbddd822_h.jpg?s=eyJpIjo1NTU2Mjg2NDk1NSwiZSI6MTc5MTIxNTg3MiwicyI6IjhjMGJhNzExNGZlNDBjZjJkM2FhYTM5ODIzMzRmNGE4YjgxOTI3YWMiLCJ2IjoxfQ" width="1600" height="1067" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(จากซ้าย) อดิศร เพียงเกษ, จาตุรนต์ ฉายแสง เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยออกมารับหนังสือเชิญชวน "ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา" จากเครือข่ายผู้จัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ (ภาพโดย แมวส้ม)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C-6-%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-2519" hreflang="th"&gt;เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2-112" hreflang="th"&gt;มาตรา 112&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-6-%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2-2519" hreflang="th"&gt;ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา 2519&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ผู้ต้องขังคดีการเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%8A%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;นัสรี พุ่มเกื้อ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Mon, 05 Oct 2026 14:49:21 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119008 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/10/119008#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>13 เรื่อง ว่าด้วย '6 ตุลา' ประชาไทอาสา 'อ่านให้ฟัง'</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/119001</link>
  <description>&lt;span&gt;13 เรื่อง ว่าด้วย '6 ตุลา' ประชาไทอาสา 'อ่านให้ฟัง'&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;กิตติยา อรอินทร์ : กราฟิก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-05T15:49:49+07:00" title="Monday, October 5, 2026 - 15:49"&gt;Mon, 2026-10-05 - 15:49&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;รับฟัง 13 Podcasts ว่าด้วย '6 ตุลา' ประชาไทอาสา #อ่านให้ฟัง​​​ โดยหยิบบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา มาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55571759035_f6b8eb2b56_b.jpg" width="819" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;img src&gt;&lt;p&gt;1.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=MV5vlgPKY3I"&gt; จดหมายเล่าเหตุการณ์เช้ามืด 6 ตุลา จากหนังสือ'เราคือผู้บริสุทธิ์' [ฉบับที่1]&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จดหมายจากชวลิต วินิจจะกูล ฉบับที่ 1&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมจะเริ่มเล่าตั้งแต่เย็นวันที่ 5 ตุลา 2519...&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมเห็นใบปลิวกระดาษปอนด์ลงรูปถ่ายที่กล่าวหาว่าพวกเราแสดงละครหมิ่นฯ องค์รัชทายาท ตั้งแต่ตอนประมาณ 18.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ต่อจากนั้นผมได้ดู น.ส.พ. ดาวสยาม (มายืนขายหน้า มธ.ด้วย) ผมเห็นแล้วแค้นมากที่กล่าวหาเราเช่นนั้น คนนับพันเมื่อวันที่ 4 เป็นพยานได้ เราไม่เคยแสดงละครแล้วตบแต่งรูปร่างหน้าตาดังรูปที่พิมพ์ออกแจกนั้นเลย นศ.ปี 1 มธ. ดูตั้งนานไม่เห็นมีปฏิกิริยาอะไร กลับมาเป็นเรื่องราวก็ต่อเมื่อลงใบปลิวและลง น.ส.พ. นี่แหละ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจชัดนักว่า เขากล่าวหาเราเช่นนี้ทำไม คิดว่าคงใส่ร้ายป้ายสีกันตามเคย แต่ผมก็รู้สึกเหมือนคนอื่นๆ ว่าเหตุการณ์ตึงเครียดขึ้นทุกที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2012/10/43012" target="_blank" rel="noreferrer noopener"&gt;https://prachatai.com/journal/2012/10/43012&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.1&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=BrHitOXPchg"&gt;. จดหมายเล่าเหตุการณ์เช้ามืด 6 ตุลา จากหนังสือ'เราคือผู้บริสุทธิ์' [ฉบับที่2]&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จดหมายจากชวลิต วินิจจะกูล ฉบับที่ 2&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.00 น. เศษ สุธรรมขึ้นเวทีครั้งสุดท้าย ให้กำลังใจแก่ผู้ชุมนุมและจะไปพบนายกฯ เสนีย์ เจรจาขอให้หยุดยิง ขณะพูดอยู่ สุธรรมเกือบถูกกระสุนจึงต้องหมอบราบกับเวที พูดต่อจนจบแล้วออกไปจากมธ.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตำรวจพาตัวสุธรรมกับเพื่อนๆ ไป แต่ยังไม่ยอมให้ใครออกอีกเลยแม้แต่ผู้บาดเจ็บ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ระเบิดสงครามลงใกล้หอฯ ใหญ่ เข้ามาบริเวณสนามบอล ควันดำโขมง เห็นเพื่อน 2 คนล้มกลิ้งม้วนออกมาจากกลุ่มควันแล้วแน่นิ่งไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประมาณ 6.30 น. พวกเราพยายามเจรจาขอออกนอกมธ. ทางประตูท่าพระจันทร์ แต่ ตำรวจไม่ยอม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีคนพยายามหาทางออกทางน้ำหลายร้อยคน แต่ตำรวจกลุ่มหนึ่งวิ่งมาบนท่าเรือแล้วยิงขู่ลงน้ำ ต่อมามี ตำรวจน้ำแล่นเรือมากลางแม่น้ำแล้วยิงเข้าใส่ มธ. ทั้งยังแล่นไล่จับคนที่ลอยคออยู่ในน้ำด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะนั้นในแม่น้ำไม่มีเรืออื่นเลย เพราะตั้งแต่เช้ามีคนพยายามหนีโดยขอความช่วยเหลือจากชาวเรือแถบนั้น ตำรวจน้ำแล่นมาพบจึงประกาศห้ามเรือทุกลำในบริเวณนั้นช่วยเหลือพวกเราอย่างเด็ดขาด ซ้ำยังไล่เรือทุกลำออกจากบริเวณทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รถพยาบาล 5-6 คันที่ลำเลียงคนเจ็บตั้งแต่ถูกระเบิดเมื่อ 5.30 น. ยังออกจากมธ.ไม่ได้ คนที่ทราบต่างรู้สึกเจ็บใจเหลือเกิน ผมโกรธอย่างบอกไม่ถูก เราขอร้องให้ตำรวจยอมให้เราพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ขอร้องจนกลายเป็นอ้อนวอนเพื่อเห็นแก่ชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เสียงอ้อนวอนไม่ทำให้ความบ้าคลั่งลดลง ตำรวจไม่ยอม...&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2012/10/43012"&gt;https://prachatai.com/journal/2012/10/43012&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/51564499948_90361d3de8_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;2.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=WazrAxtbH1w&amp;amp;t=3s"&gt; เปิดคำให้การ 'ตำรวจพลร่ม' ปฏิบัติการสงครามลับ บอกระดับความโหดฝ่ายขวา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ที่สนใจเรื่อง 6 ตุลาต่างทราบดีว่ากำลังหลักที่ใช้ในการปราบปรามนักศึกษาประชาชนเมื่อวันที่ 6 ตุลา 2519 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นคือตำรวจ ไม่ใช่ทหาร ประกอบด้วยตำรวจหน่วยปราบจลาจลหรือหน่วยคอมมานโด, ตำรวจจากสถานีตำรวจต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ, แผนกอาวุธพิเศษหรือหน่วยสวาท, สันติบาล, กองปราบฯ, ตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจพลร่มจากค่ายนเรศวร หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในบรรดาหน่วยเหล่านี้ หน่วยที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดน่าจะเป็น “หน่วยตำรวจพลร่ม” (the Royal Thai Police Aerial Reinforcement Unit – PARU) ชื่อทางการในปัจจุบันคือ “กองกำลังสนับสนุนทางอากาศตำรวจตระเวนชายแดน” แต่หน่วยพลร่มไม่ใช่ ตชด.ทั่ว ๆ ไป ไม่ได้ทำหน้าที่แค่กระโดดร่มเท่ๆ แต่เป็นหน่วยพิเศษที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการลับในสงคราม ก่อตั้งขึ้นมาด้วยฝีมือและแนวคิดของซีไอเอล้วนๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2018/05/76938"&gt;https://prachatai.com/journal/2018/05/76938&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=QLO35cvWi1w"&gt; สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เปิด นสพ. เก่า อ่านชนวน 6 ตุลา ผ่านข่าวก่อนเกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5 ต.ค. 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค “วันนี้เมื่อ 36 ปีก่อน” โดยนำรูปปกหนังสือพิมพ์เก่าฉบับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาวสยาม บ้านเมือง ไทยรัฐ บางกอกโพสต์ ประชาชาติ เปรียบเทียบการพาดหัวข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมใหญ่ของประชาชนและนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 1, 2, 3, 4, 5 ตุลาคม 2519 ก่อนจะเกิดเหตุการณ์กวาดล้างนักศึกษาและประชาชนในวันที่ 6 ตุลาคม 2519&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับในวันนี้ ( 5 ต.ค.) เมื่อ 36 ปีที่แล้ว สมศักดิ์ ได้วิเคราะห์ข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ไว้ว่า ชนวนของการจุดประเด็นเรื่องละครแขวนคอ อันเป็นเหตุให้ฝ่ายขวาลุกฮือและมีการกวาดล้างผู้ชุมนุมอย่างโหดเหี้ยมนั้น ถูกจุดขึ้นจากประเด็นเพียงเล็กน้อยและด้วยเวลาอันรวดเร็วเพียงใด ทั้งที่สื่อมวลชนเกือบทั้งหมด รวมทั้งดาวสยามเองนำเสนอข่าวการแสดงละครนี้ในวันที่ 5 ต.ค. เป็นเพียงข่าวเล็กๆ ที่แทบไม่ได้รับความสนใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2012/10/43000"&gt;https://prachatai.com/journal/2012/10/43000&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/51646345173_01fac00d3c_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;4.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=njRGmlXxes0"&gt; คำให้การจาก ‘เหยื่อ’ 6 ตุลาคม 2519 ความทรงจำยังไม่จาง&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ดิฉันไปเห็นคนตายอยู่ตรงหน้า อมธ." รื้อฟื้นและทบทวนความทรงจำ เพื่อจดจำ ผ่านคำให้การของผู้อยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่เคยให้ไว้กับคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เมื่อปี 2542&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความทรงจำต่อเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หมุนกลับอีกเป็นครั้ง ความทรงจำในหนนั้นต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทย คล้ายคลึงมีอยู่ คลับคล้ายถูกลืม เป็นโศกนาฏกรรมที่ชนชั้นนำไม่อยากให้จารึกในบทเรียน ฝ่ายขวาไม่อยากเอ่ยถึง และเหยื่อยังไม่เคยได้รับความเป็นธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;‘ประชาไท’ โดยความอนุเคราะห์ข้อมูลจากหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำส่วนหนึ่งของความทรงจำ 6 ตุลา 19 กลับมาทบทวนอีกครั้ง ผ่านปากคำของผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่เคยให้ไว้กับคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เมื่อปี 2542&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2017/10/73570"&gt;https://prachatai.com/journal/2017/10/73570&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=4IxVMz5flLQ"&gt; บันทึก 6 ตุลา: หญิงสาวผู้ถูกละเมิดในเช้าวันที่ 6 ตุลา 2519&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเดือนกันยายน 2560 โครงการ “บันทึก 6 ตุลา” ได้เขียนรายงานเรื่อง “ปริศนาความตายกรณี 6 ตุลา” โดยระบุว่าเราไม่รู้ว่าหญิงสาวที่เสียชีวิตในสภาพเปลือยเปล่า มีไม้หน้าสามวางอยู่ข้างๆ เสมือนถูกล่วงละเมิดทางเพศคือใคร เพราะเมื่อดูเอกสารชันสูตรพลิกศพแล้ว ไม่มีเอกสารใดระบุว่ามีผู้หญิงถูกข่มขืนหรือถูกทำร้ายทางเพศ แต่ ณ วันนี้เมื่อหนึ่งในทีมงานได้พิจารณาเอกสารชันสูตรฯ ของวัชรีอีกครั้ง ก็พบว่าเธอมีใบหน้าคล้ายกับหญิงสาวคนดังกล่าวอย่างมาก ทั้งในแง่โครงหน้า รูปกราม ดวงตาและปากที่ปิดไม่สนิท ณ ปัจจุบันเราจึงสรุปข้อมูลบางส่วนได้ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2018/04/76575"&gt;https://prachatai.com/journal/2018/04/76575&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/51610148000_5ba1c8405e_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;6.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=9avvoXsFhZw"&gt; 6 ตุลา “ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป”&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วิกิพีเดียบันทึกประวัติของ กิตติวุฑโฒ ภิกขุ ไว้ตอนหนึ่งว่า ช่วงก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลา เคยกล่าวว่า “ฆ่าคอมมิวนิสต์ ไม่บาป” ซึ่งถูกฝ่ายขวา อันได้แก่นวพล กลุ่มกระทิงแดงในสมัยนั้นนำไปใช้เป็นวาทกรรมโจมตีฝ่ายซ้าย และยุยงให้คนไทยเกลียดชังนิสิตนักศึกษาที่ชุมนุมต่อต้านการกลับเข้าประเทศของจอมพลถนอม กิตติขจรในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นำไปสู่การสังหารหมู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กิตติวุฑโฒ ได้ตีความพุทธศาสนาสนับสนุนความรุนแรงในนามของการปกป้องอุดมการณ์ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ผ่านคำให้สัมภาษณ์นิตยสารจตุรัส ฉบับวันที่ 29 มิถุนายน 2519 ไว้ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จตุรัส : การฆ่าฝ่ายซ้าย หรือคอมมิวนิสต์บาปไหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กิตฺติวุฑฺโฒ: อันนั้นอาตมาก็เห็นว่าควรจะทำ คนไทยแม้จะนับถือพุทธก็ควรจะทำ แต่ก็ไม่ชื่อว่าถือเป็นการฆ่าคน เพราะว่าใครก็ตามที่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั้นไม่ใช่คนสมบูรณ์ คือต้องตั้งใจ (ว่า) เราไม่ได้ฆ่าคนแต่ฆ่ามารซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2013/10/49085"&gt;https://prachatai.com/journal/2013/10/49085&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=si7UfCarIc0"&gt; ความรู้สึกผิด ความหวัง และบาดแผลในความเงียบของเหยื่อ 6 ตุลา #บันทึก6ตุลา&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในกรณีการสังหารหมู่ 6 ตุลา 2519 เป็นที่ทราบกันดีว่าความกลัวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องทนทุกข์อยู่กับความเงียบ แม้ว่าจะผ่านไปแล้วกว่า 40 ปีหลายครอบครัวก็ยังไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนของตน เพราะพวกเขามองว่ากลุ่มอำนาจที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลา ยังคงมีอำนาจต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เมื่อคนทำผิดไม่ต้องรับผิด ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจึงต้องถูกลงฑัณฑ์ซ้ำสองให้ก้มหน้ากล้ำกลืนกับความอยุติธรรมต่อไป...&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในบรรดาผู้ที่เสียชีวิตฝ่ายประชาชนจำนวน 40 คนนี้ มีหลายคนที่เรายังไม่รู้ว่าเขาคือใครแม้ว่าเราจะเห็นรูปถ่ายของพวกเขาจนชินตา ได้แก่ ชายไทย 3 คนที่อยู่ในเอกสารชันสูตรพลิกศพแต่ไม่ทราบชื่อ ผู้ชายที่ถูกแขวนคอสองคนที่ถ่ายโดยช่างภาพของสำนักข่าวเอพีนายนีล อูเลวิช และหนึ่งในภาพถ่ายนั้นได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี 2520 (คนที่ถูกแขวนคอมีทั้งหมด 5 คน อูเลวิชถ่ายภาพได้ 2 คน) ร่างที่ถูกเผาจนเหลือแต่กระดูกและระบุเพศไม่ได้ 4 คนบนถนนราชดำเนินใกล้กับรูปปั้นแม่พระธรณีบีบมวยผม เราไม่รู้ว่าพวกเขาคือใคร ครอบครัวของเขาอยู่ที่ไหน รับรู้หรือไม่ว่าลูกหลานของตนเสียชีวิตแล้ว หรือยังเฝ้ารอการกลับมาของพวกเขาอยู่อย่างเงียบงัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2018/10/78975"&gt;https://prachatai.com/journal/2018/10/78975&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=ph6ea17bkQ4"&gt; การทำร้ายศพเมื่อ 6 ตุลา 2519: ใคร อย่างไร ทำไม&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เป็นที่รู้จักและอยู่ในความทรงจำของเราคือ พฤติกรรมที่โหดร้ายทารุณอย่างเหลือเชื่อในวันนั้น จนถึงวันนี้ เราคงได้เห็นภาพความโหดร้ายครั้งนั้นพอสมควรแล้ว แต่เรามักเข้าใจผิดว่าการกระทำอันน่ารังเกียจน่าขยะแขยงทั้งหลายเป็นสาเหตุให้คนเหล่านั้นเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2018/11/79622"&gt;https://prachatai.com/journal/2018/11/79622&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/51607227258_539353c2cc_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;9.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=DYnmlgGyVPw"&gt; หนังสือในมือเจ้าหน้าที่ 2 เล่มจากที่เกิดเหตุ 6 ตุลา 19&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพถ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 พร้อมชูหนังสือ 2 เล่มที่ว่านั้นคือ "ด้วยเลือดและชีวิต : รวมเรื่องสั้นเวียดนาม" ผลงานแปลของจิตร ภูมิศักดิ์ และ "คติพจน์ประธานเหมาเจ๋อตุง" โดยชะตากรรมของหนังสือทั้ง 2 เล่มหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 เคยถูกประกาศให้เป็นหนังสือต้องห้าม ปัจจุบันเป็นหนังสือที่สามารถยืมได้ในห้องสมุด ม.ธรรมศาสตร์ รวมทั้งมีจำหน่ายอยู่ในเว็บขายหนังสือเก่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2017/10/73565"&gt;https://prachatai.com/journal/2017/10/73565&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=9OgP-uMja7U"&gt; 15 เรื่องเพื่อทำความรู้จักกับ "จารุพงษ์ ทองสินธุ์" หนึ่งในผู้เข้าสอบ 6 ตุลาคม 2519&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่ 27 กันยายน 2519 จารุพงษ์บอกกับแม่ว่าเขามีสอบในวันที่ 6 ตุลาคม เขาจะไปสอบและจะกลับบ้านในวันที่ 11 ตุลาคม แม่ลิ้มและพ่อจินดา ทองสินธุ์ จึงนั่งรถไฟออกจากกรุงเทพในวันนั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่านั่นคือครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจะได้เห็นหน้าลูกของตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ขณะที่นักศึกษากำลังถูกล้อมปราบและสังหารด้วยอาวุธสงครามอย่างโหดร้ายทารุณ ที่ตึกกิจกรรมนักศึกษาหลายคนยังไม่ได้หลบหนี จารุพงษ์เป็นคนคอยวิ่งขึ้นลงไล่ให้เพื่อนๆรีบหนีไปให้หมด ระหว่างที่เพื่อนๆ ทะยอยลงจากตึก จารุพงษ์จะเป็นคนที่คอยยืนคุ้มกันให้และหลังจากที่แน่ใจว่าไม่มีใครหลงเหลืออยู่แล้ว เขาจึงวิ่งไปทางตึกคณะนิติศาสตร์เพื่อที่จะไปลำเลียงผู้บาดเจ็บที่จมอยู่ในกองเลือดออกมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่หลังจากไล่เพื่อนๆ ออกจากตึกกิจกรรมในช่วงเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เพื่อนๆ ของเขาก็ไม่มีใครพบเห็นจารุพงษ์อีกเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2013/10/49130"&gt;https://prachatai.com/journal/2013/10/49130&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/52401643265_9942a894cb_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;11.&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2022/10/100827"&gt; รื้อประตูแดงชนวนเหตุ ‘6 ตุลา’&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นวันนั้นที่ประตูแดง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บ้างว่าพวกเขาถูกฆ่าในโรงพัก ต้องล้างคราบเลือดในห้องสอบสวน ก่อนถูกพาร่างมาแขวนคอไว้ที่นี่ บ้างบอกว่ามีการซ้อมทรมานก่อนที่จะฆ่า บ้างเชื่อว่าวิญญาณของพวกเขาอาจยังอยู่ แต่ไม่ได้หลอกหลอนให้ใครหวาดกลัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดือนกันยายน 2519 ในช่วงกระแสขวาพิฆาตซ้าย ช่วงเวลาที่นักกิจกรรม นักศึกษา หรือนักวิชาการถูกทำร้ายและลอบสังหาร ในวันที่ 24 กันยายน วิชัย เกษศรีพงศ์ษาชาวบุรีรัมย์ และชุมพร ทุมไมยชาวอุบลราชธานี พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนครปฐมและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมในสภาพลิ้นจุกปาก ศพถูกแขวนคออยู่ที่ประตูสีเทาอมฟ้าที่สนิมกัดกร่อนจนชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันว่า ‘ประตูแดง’&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพความโหดเหี้ยมของการฆาตกรรมครั้งนี้ปรากฎเป็นข่าวใหญ่ในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้นนักศึกษาธรรมศาสตร์ได้แสดงละครเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่รัฐกระทำกับประชาชนที่รณรงค์ต่อต้านการกลับมาของเผด็จการถนอมประพาส โดยมีฉากแขวนคอเลียนแบบเหตุการณ์ที่ประตูแดง นำไปสู่การใส่ร้ายป้ายสีว่านักศึกษากระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพองค์รัชทายาท เนื่องจากใบหน้าของนักศึกษาที่แสดงเป็นคนถูกแขวนคอละม้ายคล้ายกับองค์รัชทายาท ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงวันที่ 6 ตุลาคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2019/06/83050"&gt;https://prachatai.com/journal/2019/06/83050&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;12.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=FiZnqODX4cI"&gt; ‘6 ตุลา’ กับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การลุกขึ้นมาต่อสู้ทั้งกรรมกรและชาวนานี้ ส่งผลให้ฝ่ายที่สูญเสียผลประโยชน์จากการที่เคยกดขี่เริ่มรุกกลับ จึงเกิดปรากฏการณ์ “ขบวนการขวาพิฆาตซ้าย” โดยก่อนถึงเหตุการณ์ใหญ่อย่าง 6 ตุลา 19 นั้น ผู้นำกรรมกรและชาวนาถูกลอบสังหารจำนวนมาก โดยในส่วนของกรรมกรนั้น ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2518 เกิดการนัดหยุดงานของกรรมกรหญิงโรงงานกระเบื้องเคลือบวัฒนาวินิลไทม์ อำเภอกระทุ่มแบน ฝ่ายนายจ้างใช้อันธพาลเข้าคุ้มครองโรงงาน เกิดการปะทะกับฝ่ายกรรมกร เป็นเหตุให้ น.ส.สำราญ คำกลั่น กรรมกรหญิงอายุ 15 ปี ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เกิดความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในการนัดหยุดงาน อ่าน ‘6 ตุลา’ กับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &amp;nbsp;https://prachatai.com/journal/2009/10/26085&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/51535310173_6cd91e07d1_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;13.&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=43QPGSpokAE"&gt; บันทึกการตามหา The Chair Man&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในเดือนกันยายน 2560 ฉันเขียนสรุปเรื่อง “ปริศนาความตายกรณี 6 ตุลา” ให้กับโครงการ “บันทึก 6 ตุลา” ประเด็นหนึ่งที่กล่าวถึงคือภาพชายที่ถือเก้าอี้ฟาดใส่ร่างของเหยื่อที่ถูกแขวนคอ ณ ท้องสนามหลวง ซึ่งได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี 2520 ถ่ายโดยนีล อูเลวิช เป็นภาพเกี่ยวกับ 6 ตุลาที่มีคนเห็นมากที่สุดภาพหนึ่งจนทำให้ “เก้าอี้” ในมือของเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรง แต่ 40 ปีผ่านไป เรายังไม่รู้ว่าเขาคือใคร และมีน้อยคนที่สนใจถามว่าเขาคือใคร เราจึงขอเรียกเขาว่า the Chair Man ไปก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ่านทั้งหมดได้ที่: &lt;a href="https://prachatai.com/journal/2018/04/76436"&gt;https://prachatai.com/journal/2018/04/76436&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;อ่านให้ฟัง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/6-%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-2519" hreflang="th"&gt;6 ตุลาคม 2519&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/podcast" hreflang="th"&gt;podcast&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/prachatai-podcast" hreflang="th"&gt;Prachatai Podcast&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;กิตติยา อรอินทร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Mon, 05 Oct 2026 08:49:49 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119001 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/10/119001#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ไผ่ลู่ลม และกับดักความสำเร็จการทูตไทย | หมายเหตุประเพทไทย EP.647</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/118990</link>
  <description>&lt;span&gt;ไผ่ลู่ลม และกับดักความสำเร็จการทูตไทย | หมายเหตุประเพทไทย EP.647&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-04T16:40:33+07:00" title="Sunday, October 4, 2026 - 16:40"&gt;Sun, 2026-10-04 - 16:40&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/t1WcExl2es0?si=v16N10YLeJxKYYog" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ แนะนำบทความ “The Trap That is Thailand’s Legacy of Diplomatic Success” โดย ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ เผยแพร่ในเว็บไซต์สถาบัน &lt;a href="https://www.iseas.edu.sg/articles-commentaries/iseas-perspective/2026-64-the-trap-that-is-thailands-legacy-of-diplomatic-success-by-pongkwan-sawasdipakdi/"&gt;Yusof Ishak Institute (ISEAS)&lt;/a&gt; เมื่อ 8 กันยายน 2026 ซึ่งตั้งคำถามต่อแนวคิด “การทูตไผ่ลู่ลม” (Bamboo Diplomacy) ที่มักถูกอธิบายว่าเป็นจุดแข็งของนโยบายต่างประเทศไทย ทั้งความยืดหยุ่น การปรับตัวตามดุลอำนาจ และการรักษาความสัมพันธ์กับมหาอำนาจหลายฝ่าย ผู้เขียนเสนอว่า ความสำเร็จทางการทูตในอดีตอาจไม่ได้เป็นเพียงบทเรียน หากยังกลายเป็นกรอบความคิดที่จำกัดทางเลือกในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยในปัจจุบันด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บทความย้อนดูความทรงจำสำคัญสองชุด ได้แก่ การที่สยามหลีกเลี่ยงการตกเป็นอาณานิคม และ การเอาตัวรอดจากผลของสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งภายหลังถูกนำมาอธิบายว่า ไทยรักษาอธิปไตยได้เพราะรู้จักโอนอ่อน ปรับตัว และไม่ผูกมัดตนเองกับฝ่ายใดอย่างแข็งตัว เมื่อเรื่องเล่าเหล่านี้ถูกผลิตซ้ำ จึงค่อย ๆ กลายเป็นภาพจำว่า “ความยืดหยุ่น” คือวิธีดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เหมาะสม ขณะที่การกำหนดจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนอาจถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงมากกว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ในโลกที่การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน เข้มข้นขึ้น ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์อาจมีต้นทุนสูงขึ้น เพราะหุ้นส่วนต่างประเทศให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความคาดการณ์ได้ และความชัดเจนของทิศทางมากขึ้น ประเด็นของบทความจึงไม่ใช่การเสนอว่าไทยต้อง “เลือกข้าง” สหรัฐฯ หรือจีน แต่ตั้งคำถามว่า ความยืดหยุ่นควรอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนหรือไม่ และ “ไม่เลือกข้าง” จำเป็นต้องหมายถึง “ไม่มีจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์” หรือเปล่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงท้ายรายการ ชวนเปรียบเทียบกับความทรงจำทางเลือกในนโยบายต่างประเทศ เช่น แนวคิด “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” ในรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ และ economic diplomacy ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งต่างพยายามให้ไทยเป็นฝ่ายกำหนดสภาพแวดล้อมภายนอกผ่านการค้า การลงทุน และความร่วมมือระดับภูมิภาคมากขึ้น แต่กลับไม่ได้กลายเป็น “บทเรียนของรัฐไทย” ที่ทรงอิทธิพลเท่ากับ Bamboo Diplomacy บทความจึงทิ้งคำถามสำคัญว่า ในโลกที่เงื่อนไขทางภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนไป สิ่งที่ไทยจดจำว่าเคยทำให้ประเทศอยู่รอด ยังเป็นคำตอบที่เหมาะสมกับปัจจุบันหรือกำลังกลายเป็นกรอบที่ทำให้เรามองเห็นทางเลือกอื่นน้อยลง ทั้งนี้ ผู้เขียนเองระบุว่านี่เป็นข้อเสนอเชิงทฤษฎีที่ยังต้องการหลักฐานและการศึกษาเชิงระบบเพิ่มเติมเพื่อทดสอบสมมติฐานดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55562516468_fa1f03711d_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;ไผ่ลู่ลม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สงครามเย็น&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-2" hreflang="th"&gt;สงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;อาณานิคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ความสัมพันธ์ไทย-จีน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;สหรัฐอเมริกา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 04 Oct 2026 09:40:33 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118990 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/10/118990#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>โฉมหน้า 'บ้านใหญ่' ในรอบ 60 ปี 2 รัฐประหารทุบโอกาสก้าวกระโดด 'ประจักษ์' บรรยายที่คณะเศรษฐศาสตร์</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/118973</link>
  <description>&lt;span&gt;โฉมหน้า 'บ้านใหญ่' ในรอบ 60 ปี 2 รัฐประหารทุบโอกาสก้าวกระโดด 'ประจักษ์' บรรยายที่คณะเศรษฐศาสตร์&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ภาพปก: ประจักษ์ ก้องกีรติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รายงาน: ณัฐพล เมฆโสภณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กราฟิก: ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-02T17:19:53+07:00" title="Friday, October 2, 2026 - 17:19"&gt;Fri, 2026-10-02 - 17:19&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;“เปิดผังตระกูลบ้านใหญ่ม้าทองคำ “อัศวเหม” จากรุ่น 1 ถึงรุ่น 3” พาดหัวโดย&lt;a href="https://www.facebook.com/bangkokbiznews/posts/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B3-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-1-%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-3-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%8B-%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A8/10164607567349815/"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การเมือง - เจาะสนามเลือกตั้ง : ‘บ้านใหญ่เทียนทอง’ปะทะ‘บ้านใหม่เขาฉกรรจ์’ ‘สระแก้ว’เดือดพลั่ก !” พาดหัวโดย&lt;a href="https://www.naewna.com/politic/722230"&gt;แนวหน้าออนไลน์&lt;/a&gt; เมื่อปี 2566&lt;br&gt;&lt;br&gt;ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เวลามีการเลือกตั้ง สส. โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีหลังเป็นต้นมา ‘บ้านใหญ่’ หรือตระกูลอิทธิพลการเมืองท้องถิ่นมักถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะการเคลื่อนไหวของพวกเขามักส่งผลถึงคะแนนเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ และยิ่งน่าสนใจมากขึ้น เพราะการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคภูมิใจไทยที่มีบ้านใหญ่เยอะที่สุด สามารถครองเสียงข้างมาก และได้จัดตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/Prachatai/posts/rocket-media-lab-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88-%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%8769-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88/1309219621252342/"&gt;Rocket Media Lab&amp;nbsp;&lt;/a&gt;ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้าน ‘Data Journalism’ ได้รวบรวมข้อมูลพรรคการเมืองไหนมีบ้านใหญ่เยอะที่สุดในการเลือกตั้งปี 2569 อันดับที่ 1 ไม่ใช่ใครอื่น คือพรรคภูมิใจไทย รองลงมาอันดับที่ 2 คือ พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 คือ พรรคกล้าธรรม และอันดับที่ 4 พรรคสีฟ้า ‘ประชาธิปัตย์’ หรือแม้แต่ว่าพรรคประชาชนที่ชู ‘การเมืองคนรุ่นใหม่’ ก็มีตระกูลบ้านใหญ่เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อ 16 ก.ย. 2569 วิชา ‘ประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเบื้องต้น’ ของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เชิญ &lt;strong&gt;ประจักษ์ ก้องกีรติ &lt;/strong&gt;อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาบรรยายหัวข้อ ‘เศรษฐศาสตร์การเมืองประชาธิปไตยแบบอุปถัมภ์’ (Patronage Democracy)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การบรรยายของอาจารย์ประจักษ์ทำให้เข้าใจตั้งแต่นิยามและความหมายของบ้านใหญ่ หรือกลุ่มตระกูลทางการเมือง (Political Family/Dynasty) จุดเริ่มอิทธิพลทางการเมืองของบ้านใหญ่ และการลงหลักปักฐานช่วงประชาธิปไตยครึ่งใบ เศรษฐศาสตร์การเมืองประชาธิปไตยแบบอุปถัมภ์ค้ำชู และจุดเปลี่ยนหลังเกิดรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ก่อให้เกิดการแข่งขันเชิงนโยบาย ลดอิทธิพลบ้านใหญ่ ก่อนจะฟื้นคืนกลับมาในช่วงหลังรัฐประหารปี 2557 เมื่อทหารอยากสืบทอดอำนาจ จึงต้องกลับไปพึ่งบ้านใหญ่อีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;What is บ้านใหญ่ ?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์ เริ่มต้นด้วยนิยามของ ‘การเมืองบ้านใหญ่’ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน คำว่า ‘บ้านใหญ่’ หรือ ‘ตระกูลทางการเมือง’ (Political family หรือ Political dynasty) คือครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลที่ขยับขยายอำนาจทางการเมืองของตัวเองผ่านสมาชิกครอบครัวและเครือญาติ เรื่องนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะการเมืองไทย แต่หลายแห่งก็มีสภาพการณ์นี้เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตระกูลที่ประสบความสำเร็จจะมีสมาชิกครอบครัวที่ครองตำแหน่งทางการเมืองหลายตำแหน่งพร้อมกัน เช่น พ่อเป็นนายกฯ ลูกเป็นรัฐมนตรี ญาติคนอื่นได้เป็น สส. สว. หรือนักการเมืองท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่มิติทางด้านเวลา บ้านใหญ่มักจะส่งผ่านอำนาจทางการเมืองให้กับรุ่นลูก และรุ่นหลานอีกด้วย&amp;nbsp; ยกตัวอย่างกัมพูชาที่เราจะเห็นฮุน เซน ส่งมอบอำนาจทางการเมืองให้กับ ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชาคนปัจจุบัน หรือบองบอง มาร์กอส ที่เป็นลูกของเฟอร์ดินาน มาร์กอส อดีตประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;‘แผนพัฒนาเศรษฐกิจ’ สร้างชนชั้นนำทางธุรกิจหัวเมือง&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;การเกิดขึ้นของบ้านใหญ่ไม่ได้เกิดจากสุญญากาศ แต่มีเหตุและปัจจัยจากความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ในด้านกลับกัน หากสภาพเศรษฐกิจและสังคมไม่เอื้อต่อการเล่นการเมืองแบบบ้านใหญ่ กลุ่มตระกูลทางการเมืองเหล่านี้ก็สามารถหายไปได้เหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์อธิบายว่า การเกิดขึ้นของการเมืองบ้านใหญ่มีจุดเริ่มต้นในช่วงปี 2500 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อเนื่องมาจนถึงจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งมีการประกาศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504 - 2509) ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านระบบการผลิตจากเกษตรกรรมไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการนำเข้า เกิดภาคการค้าและบริการ และการลงทุนจากต่างชาติ แต่จุดสำคัญคือการพัฒนาเศรษฐกิจตามหัวเมือง มีการสร้างถนนเชื่อมจากกรุงเทพฯ ไปสู่หัวเมืองต่างๆ เกิดห้างสรรพสินค้า ขนส่งสาธารณะ โดยหัวเมืองเด่นๆ ทางภาคเหนือจะเป็นเชียงใหม่ ภาคอีสานจะเป็นอุดรธานี ขอนแก่น และนครราชสีมา และภาคใต้ก็จะนึกถึงสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่กระจายตัวไปตามหัวเมือง ทำให้เกิดชนชั้นใหม่ขึ้นมา คือ ‘ชนชั้นนำทางธุรกิจตามหัวเมือง’ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;'รับเหมาก่อสร้าง' ธุรกิจยอดฮิตชนชั้นนำนักธุรกิจต่างจังหวัด&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ลักษณะทางธุรกิจที่ทำให้คนตามหัวเมืองมั่งคั่งร่ำรวย มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2383f1b2609efc56bea10048df9f2520"&gt;ธุรกิจถูกกฎหมาย เช่น รับเหมาก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม หอพัก อาคารให้เช่า การเดินรถ หรือการค้าขายบริการทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;ธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากชนชั้นนำทางธุรกิจตามหัวเมืองก็คือธุรกิจรับเหมาก่อนสร้าง ซึ่งเราจะเห็นนักการเมืองท้องถิ่นเติบโตมาจากธุรกิจนี้ค่อนข้างเยอะ เหตุผลที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่ได้อาศัยเงินทุน ความเชี่ยวชาญ หรือเทคโนโลยีระดับสูง เพียงแค่อาศัยกำลังแรงงานอย่างเข้มข้นก็สามารถทำได้แล้ว และจะยิ่งสะสมทุนได้เร็วขึ้น หากสามารถผูกขาด ประมูลงานขนาดใหญ่ของรัฐได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol start="2"&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e297a7a0e9c4cb0a0f8f2a5286458fec4"&gt;ธุรกิจผิดกฎหมาย หรือธุรกิจกึ่งผิดกฎหมาย เช่น ขายหวยเถื่อน เปิดบ่อนการพนัน ขายยาเสพติด การค้าสินค้าเถื่อน การหาผลประโยชน์จากการขูดรีดทรัพยากรธรรมชาติ การลักลอบทำไม้เถื่อน หรือทำเหมืองแร่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า คนที่มีความทะเยอทะยานทางการเมืองมักเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่ผิดกฎหมายเนื่องจากความเสี่ยงของคนกลุ่มนี้คือการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม วิธีการแก้ไขปัญหา ก็คือการจ่ายสินบนกับเจ้าหน้าที่ให้มากพอจนพวกเขาเอาหูไปนาเอาตาไปไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กลุ่มรับเหมาก่อสร้างก็มีความปรารถนาที่จะชนะประมูลโครงการก่อสร้างของรัฐ ซึ่งมีปริมาณงบประมาณและเม็ดเงินมหาศาล พวกเขาก็จะใช้เส้นสาย จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ ให้ตำรวจหรือทหารมาเป็นผู้บริหารของบริษัท เพื่อสร้างเครือข่ายช่วยเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตัวเอง ขณะเดียวกันก็อาจให้เจ้าหน้าที่กลั่นแกล้งคู่แข่งให้ได้รับความลำบากในการประกอบธุรกิจ ดังนั้น การเข้าไปมีที่ทางทางการเมืองจะทำให้เขาประกอบธุรกิจได้สะดวกขึ้น&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ทศวรรษ 2510-2520 ยุคบารมีเจ้าพ่อ เข้าถึงชาวบ้าน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์ กล่าวต่อว่า เขาขอขยับมาสู่อีกคำหนึ่ง คำนี้ส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับนักธุรกิจที่ใช้อิทธิพลในการประกอบธุรกิจ ผู้รับเหมาก่อสร้างหรือธุรกิจที่ไม่ใสสะอาด ธุรกิจผิดกฎหมาย เปิดบ่อนการพนัน ซ่อง หวยเถื่อน ยาบ้า คนกลุ่มนี้มักจะเลี้ยงพรรคพวกที่พร้อมจะใช้ความรุนแรง อย่างนักเลงหรือมือปืน เวลาที่เกิดการปะทะหรือตกลงผลประโยชน์ไม่ลงตัว ก็มักจะส่งมือปืนไปข่มขู่ ลอบสังหาร เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ‘เจ้าพ่อ หรือ เจ้าแม่’&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทศวรรษ 2510- 2520 เกิดคนกลุ่มเจ้าพ่อ ขึ้นตามหัวเมืองต่างๆ คำนี้หมายถึงนักธุรกิจ กึ่งนักเลง ใช้อิทธิพลในการประกอบธุรกิจและขยายอาณาจักรของตัวเอง โดยจังหวัดที่มีเจ้าพ่อเจ้าแม่เยอะและมีการใช้ความรุนแรงสูง เช่น ชลบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และอุทัยธานี เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาจารย์ มธ. ได้ยกตัวอย่างบทสัมภาษณ์ของนักวิชาการรายหนึ่งคุยกับ ‘กำนันเป๊าะ’ หรือสมชาย คุณปลื้ม เจ้าพ่อคนดังจากจังหวัดชลบุรี ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“กำนันเป๊าะ บอกว่าประชาชนพึ่งข้าราชการไม่ได้ ข้าราชการมีเงินเดือนน้อย ส่วนผมมีเยอะ และแจกได้เยอะ เมื่อไรก็ตามที่ผมนั่งที่ร้านกาแฟจะมีคนมาหาและมาปรึกษา ผมเป็นคนของประชาชนไปแล้ว ผมเข้าถึงได้ง่ายกว่าข้าราชการ เรื่องไหนที่ข้าราชการช่วยเหลือไม่ได้ ผมช่วยได้ และผมเต็มใจทำ ทำได้เร็วกว่า ซึ่งมันสะดวกกับประชาชนมาก สิ่งที่ผมทำทำให้เกิดการจ้างงาน และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในท้องถิ่น” กำนันเป๊าะกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาจารย์รัฐศาสตร์กล่าวว่า บทสัมภาษณ์ของกำนันเป๊าะ สะท้อนภาพลักษณ์ของกลุ่มเจ้าพ่อต่อสายตาของประชาชนในช่วงเวลานั้น เพราะเวลาประชาชนคนไหนเดือดร้อน เจ้าพ่อก็จะช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น การฝากลูกเข้าทำงาน หรือเข้าโรงเรียนดีๆ พ่อแม่ต้องเข้าโรงพยาบาลไม่ได้คิว เจ้าพ่อก็ลัดคิวให้ หรืองานบุญ งานบวช งานศพ งานแต่งงาน เจ้าพ่อก็ไปช่วยอุดหนุน ทำหน้าที่แทนข้าราชการ เกิดเป็นความนิยมและผลประโยชน์ต่างตอบแทน เมื่อเข้าเทศกาลเลือกตั้ง เจ้าพ่อก็จะขอให้ประชาชนเลือกตัวเขาเป็นการตอบแทน ให้เขาชนะการเลือกตั้ง กลายเป็นระบบอุปถัมภ์&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55564489013_ae510f9048_b.jpg" width="727" height="1024" loading="lazy"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภาพกำนันเป๊าะได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเบียร์ ‘ขุนแผนซูเปอร์เบียร์’ พร้อมสโลแกน “หนักแน่น แต่นุ่มนวล” สะท้อนให้เห็นถึงพระเดชพระคุณ และความนิยมของประชาชนต่อกลุ่มคนที่เป็นเจ้าพ่อ (จากกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/groups/weloveoldphoto/posts/2824460401216794/"&gt;ภาพเก่าในอดีต&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในแต่ละจังหวัด เราจะเห็นกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมาโดยมีภูมิหลังคล้ายกัน คือการเป็นนักธุรกิจมาก่อน รับเหมาก่อสร้าง การค้าบริการ ทำกิจการต่างๆ ประมูลโครงการได้สัมปทานของรัฐ จนร่ำรวยมั่งคั่งขึ้นมา กลายเป็นชนชั้นนำ (elite) ในต่างจังหวัด จนคนเริ่มมาเข้าหาและมาขอความช่วยเหลือ เขาก็อุปถัมภ์คนจำนวนมาก กลายเป็นบารมีขึ้นมา ในเวลาต่อมา เมื่อการเมืองเปิดมากขึ้น คนเหล่านี้ก็ลงสมัครรับเลือกตั้งและเข้าสู่วงการทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="note-box"&gt;&lt;p&gt;โดยสรุป แหล่งอำนาจของเจ้าพ่อ เกิดจากการเข้ามาทำธุรกิจมั่งคั่งและร่ำรวย และสร้างเครือข่ายของตัวเองขึ้นมา ทั้งในระดับต่อตัวเจ้าหน้าที่รัฐ ต่อชาวบ้าน ลักษณะอิทธิพลของเจ้าพ่อจะไม่มีการขยายข้ามเขตจังหวัด เว้นแต่บางกรณีที่พิเศษจริงๆ เพราะการหล่อเลี้ยงเครือข่ายอำนาจของตัวเองใช้ต้นทุนมหาศาล มีลูกน้องหรือลูกสมุนทำหน้าที่หลายอย่างทั้งถูกและผิดกฎหมาย ต้องมีข้าราชการท้องถิ่นเป็นพวก สร้างความสัมพันธ์อันดีเลี้ยงดูข้าราชการ และตำรวจ เพื่อให้การใช้อำนาจได้โดยสะดวก ต้องมีพวกพ้องเครือข่ายทำธุรกิจด้วยกัน เพื่อให้ตัวเองสามารถผูกขาดสัมปทานงานประมูลภาครัฐ แต่ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ ก็ต้องนำไปสู่ความรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;h2&gt;14 ตุลาฯ ล้มจอมพลถนอม ถึงเวลาเจ้าพ่อเล่นการเมือง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;จุดเปลี่ยนการเมืองไทยที่สำคัญคือ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ที่ทำให้ยุคเผด็จการทหารสิ้นสุดลง ทหารถอยออกจากการเมืองชั่วคราว และการเมืองแบบประชาธิปไตยเปิดกว้างมากขึ้น มีการออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ มีการเลือกตั้ง และอนุญาตให้มีการตั้งพรรคการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในยุคนี้เราจะเห็นเจ้าพ่อ นักธุรกิจ หรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น กระโจนเข้ามาเล่นการเมืองมากขึ้น เพราะการเลือกตั้งยุคเผด็จการทหาร กองทัพเป็นผู้คุมการเลือกตั้งทั้งหมด ทำให้นักธุรกิจท้องถิ่น หรือคนธรรมดา ไม่มีแรงจูงใจลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะสมัครลงเลือกตั้งก็แพ้กองทัพอยู่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พอการเมืองการเลือกตั้งเปิดกว้างมากขึ้น เจ้าพ่อหรือนักธุรกิจที่ปกป้องผลประโยชน์ผ่านการจ่ายสินบนหรือคอร์รัปชัน เริ่มมีความคิดที่ไม่อยากทำแบบนี้ไปตลอด และเริ่มหาช่องทางเข้าไปมีอำนาจทางการเมืองโดยตรง หรือมีอำนาจเหนือข้าราชการ เพื่อที่เวลาทำธุรกิจจะไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือกลัวตำรวจมารีดไถ ถ้ามีอำนาจทางการเมือง ก็สามารถสั่งหรือคุมข้าราชการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้น การเลือกตั้งในปี 2518 2519 2522 และ 2526 เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เจ้าพ่อ และนักธุรกิจท้องถิ่นเริ่มเข้ามาสู่เวทีการเมืองไทย นักการเมืองคนสำคัญหลายคน เริ่มเป็น สส.ครั้งแรกในปี 2518-2519 เช่น บรรหาร ศิลปอาชา จากเมืองสุพรรณบุรี อย่างไรก็ดี มีบางครอบครัวที่สามารถชนะการเลือกตั้งตั้งแต่ยุครัฐบาลทหารได้เหมือนกัน แต่ก็เป็นกรณีที่พิเศษมาก อย่างตระกูลชิดชอบ ซึ่งชัย ชิดชอบ พ่อของเนวินเป็น สส.ครั้งแรกปี 2512 ยุคจอมพลถนอม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์ อธิบายว่า พอนักธุรกิจบ้านใหญ่ลงเล่นการเมืองก็มีอำนาจต่อรองค่อนข้างสูง เพราะภูมิทัศน์ทางการเมืองและโครงสร้างประชากรส่วนใหญ่คือคนต่างจังหวัดมากกว่าคนกรุง ถ้าเทียบกับการเมืองยุคปัจจุบัน กรุงเทพฯ มี สส.แค่ 33 คน จาก สส.ทั้งหมด 500 คนในสภาฯ ดังนั้น ถ้าต้องการเป็นรัฐบาล ต้องให้ สส.บ้านใหญ่เข้ามาช่วย ทำให้ สส.บ้านใหญ่ หรือนักธุรกิจต่างจังหวัด มีอำนาจในการต่อรองตำแหน่งทางการเมืองสูงตามไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“พรรคการเมืองทุกพรรคที่อยากเป็นพรรคขนาดใหญ่ ต้องง้อพวก สส.ต่างจังหวัด โดยเฉพาะ สส.เจ้าพ่อต่างจังหวัดที่มีอิทธิพล ถ้าดึงเขามาสังกัดพรรคคุณได้ คุณก็มีโอกาสชนะการเลือกตั้งเยอะ เดิมพันในการชนะการเลือกตั้งของประเทศไทย คือพื้นที่ต่างจังหวัด ไม่ใช่การชนะในกรุงเทพฯ” ประจักษ์ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์ มองว่า การเมืองแบบอุปถัมภ์หรือบ้านใหญ่ ทำให้พรรคการเมืองมีความอ่อนแอ คนที่มีอำนาจในพรรคการเมืองตัวจริงคือเจ้าพ่อและนักธุรกิจหัวเมือง ซึ่งเป็นหัวหน้าก๊วน หรือมุ้งการเมือง (Political faction) โดยในแต่ละพรรคจะมีก๊วนการเมืองหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะแข่งขันเพื่อแย่งชิงโควตาการเป็นรัฐมนตรี ซึ่งสำคัญในการผันงบฯ หรือผลักดันนโยบายเพื่อมาป้องกันเครือข่ายธุรกิจและผลประโยชน์ของตนเอง แต่ละก๊วนก็จะพยายามหา สส.เข้ามาในสังกัด ยิ่งมี สส.เยอะ อำนาจการต่อรองก็จะสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ การย้ายพรรคการเมืองในสมัยนั้นยังเป็นเรื่องที่ปกติมาก เพราะคนไม่ได้เลือกนักการเมืองที่พรรคหรือนโยบาย เขาเลือกที่ตัวบุคคล ต่อให้นักการเมืองจะย้ายอีกกี่พรรค ถ้าสามารถดูแลอุปถัมภ์เครือข่ายของตัวเองและดูแลชาวบ้านได้ดี ประชาชนก็ยังจะเลือกนักการเมืองคนนั้นอยู่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาจารย์ มธ. ยกตัวอย่าง หนึ่งในคนที่เป็นโมเดลของการเมืองบ้านใหญ่ที่ใครๆ ก็พยายามทำตาม คือ บรรหาร ศิลปอาชา โดยวิธีการก็คือ ดูแลคนในจังหวัดและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จนจังหวัดยิ่งใหญ่ เมื่อลงเลือกตั้ง คนก็ตามมาเลือก หรือเวลาลูกหลานลงเล่นการเมือง คนก็ตามมาเลือกอยู่ดี เพราะเขามองว่าเราสร้างคุณงามความดีในจังหวัด พอได้เป็นรัฐมนตรี หรือนายกฯ ก็ผันงบประมาณมาลงจังหวัด ก็ทำให้ฐานอำนาจทางการเมืองมั่นคงมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์ ชี้ให้เห็นด้วยว่า กลุ่มเจ้าพ่อหรือนักธุรกิจต่างจังหวัดได้เริ่มเข้ามีอำนาจในพรรคการเมืองมากขึ้น เพราะในพรรคการเมือง 3 พรรคใหญ่ช่วงนั้น ต่างมีกรรมการบริหาร หรือหัวหน้าพรรคที่มีภูมิหลังจากนักธุรกิจต่างจังหวัดทั้งสิ้น ยกตัวอย่าง พรรคชาติไทย หัวหน้าพรรคคือบรรหาร ศิลปอาชา พรรคกิจสังคม หัวหน้าพรรคคือ มนตรี พงษ์พานิช หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็มีสุเทพ เทือกสุบรรณ และสนั่น ขจรประศาสน์ เข้ามาร่วมพรรคแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ประชาธิปไตยครึ่งใบ การเมืองบ้านใหญ่ ลงหลักปักฐาน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;อาจารย์รัฐศาสตร์ มธ. กล่าวต่อว่า เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 2520 การเมืองแบบบ้านใหญ่ หรือการเมืองแบบอุปถัมภ์เริ่มลงหลักปักฐานในการเมืองไทย โดยเฉพาะในยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่กองทัพและนักการเมืองแชร์อำนาจกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่ากองทัพยังกุมอำนาจทางการเมือง แต่ความเปลี่ยนแปลงของสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม และการที่โลกเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ ทำให้กองทัพตระหนักได้ว่าไม่สามารถรวบอำนาจไว้กับตัวเองได้อีกแล้ว เพราะไม่เอื้อต่อการสร้างบรรยากาศการลงทุนจากต่างประเทศ กองทัพจึงเปิดให้มีการเลือกตั้ง และให้ตั้งพรรคการเมืองแข่งกัน โดยมีข้อแม้ว่าทหารยังต้องคุมการเมืองอยู่ เลยเกิดเป็น ‘สูตรครึ่งใบ’ หรือเผด็จการครึ่งหนึ่ง นักการเมืองครึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงของการเลือกตั้งยุคดังกล่าว นักการเมืองที่ร่ำรวย หรือมีเงินทุนมากกว่าคนอื่นๆ จะลงขันกันตั้งพรรคการเมืองแล้วให้ตัวเองเป็นหัวหน้าหรือรองหัวหน้าพรรค โดยหวังว่าถ้าได้ที่นั่ง สส. รวม 100 ที่นั่งก็จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ หรือต่อให้ได้ 30 ที่นั่ง เป็นพรรคขนาดกลาง ก็ต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อเข้าไปผันงบประมาณและนโยบายเพื่อมาดูแลหล่อเลี้ยงระบบอุปถัมภ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์ กล่าวว่า ในยุคนี้พรรคการเมืองยังไม่มีความเป็นสถาบันทางการเมือง อ่อนแอ และอายุสั้น ส่วนใหญ่มีอายุแค่ 2 การเลือกตั้งเท่านั้น ถ้าไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“นักธุรกิจหรือเจ้าพ่อ มองพรรคการเมืองเหมือนเป็นธุรกิจที่ตัวเองจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนกลับคืน ลงทุนระดับหนึ่ง และได้ผลประโยชน์ตอบแทนกลับคืน แต่เมื่อไรบริษัทไม่ทำกำไร เขาก็จะเลิกกิจการ และไปตั้งบริษัทใหม่ พรรคการเมืองจึงล้มหายตายจากได้ง่าย การเมืองไทยจึงเป็นการเมืองที่อ่อนแอในยุคนี้ และเต็มไปด้วยการใช้เงิน เต็มไปด้วยระบบอุปถัมภ์” ประจักษ์ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ กองทัพจะไม่ยอมให้นักการเมือง หรือเจ้าพ่อ นักธุรกิจต่างจังหวัดได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยเด็ดขาด ดูจากพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศยาวนานถึง 8 ปี ขณะที่กระทรวงสำคัญต่อยุทธศาสตร์ของชาติ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กลาโหม หรืออื่นๆ ทหารจะเป็นคนคุมเอง ไม่ก็แต่งตั้งข้าราชการ หรือเทคโนแครต มาดูแลแทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ต้องบอกว่านักการเมืองพลเรือน หรือนักธุรกิจต่างจังหวัด ไม่ได้เล็งกระทรวงเหล่านี้อยู่แล้ว เพราะไม่ได้มีผลประโยชน์ที่น่าดึงดูดใจ แต่เขาสนใจคุมกระทรวงที่มีงบประมาณเยอะ และเกี่ยวข้องกับโครงการรัฐ อย่างกระทรวงคมนาคม ศึกษาธิการ หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการออกนโยบาย หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเครือข่ายของเขา อย่างเกษตรฯ และพาณิชย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐสภาจึงกลายเป็นพื้นที่ต่อรองและแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ 3 กลุ่ม คือ กองทัพ ข้าราชการ และนักการเมืองที่เป็นนักธุรกิจและเจ้าพ่อ ทำให้มีปัญหาการคอร์รัปชันสูง เพราะการคอร์รัปชันไม่มีทางเกิดได้จากกลุ่มคนกลุ่มเดียวเพียงลำพัง ต้องเกื้อกูลกันทั้ง 3 กลุ่ม เปรียบเสมือน ‘สามเหลี่ยมของการคอร์รัปชัน’ กองทัพกุมอำนาจ ข้าราชการกุมระเบียบ และนักธุรกิจและนักการเมืองยื่นผลประโยชน์ให้ผู้คุมอำนาจเหล่านั้น แลกเปลี่ยนผลประโยชน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ทำให้การเลือกตั้งแต่ละครั้งแข่งขันกันรุนแรง เพราะว่าการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองมีเดิมพันและผลประโยชน์สูง นักการเมืองเขาไม่ได้หวังแค่ตำแหน่ง สส. แต่ต้องการอำนาจปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์ อธิบายว่า สื่อมวลชนจะเรียกการเมืองยุคนี้ว่า ‘ธนกิจการเมือง’ (Money politics) เพราะนักการเมืองต้องทุ่มทุนมหาศาลในการเลือกตั้ง ใช้เงินซื้อเสียงโหวตในสภาฯ ออกนโยบายเพื่อให้เอื้อต่อผลประโยชน์ของตัวเอง รวมถึงการใช้ความรุนแรงจัดการฝ่ายตรงข้าม การลอบสังหารนักการเมืองเป็นเรื่องที่ปรากฏบนสื่ออย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“อาจารย์ต้องเข้าใจก่อนว่า ‘incentive’ คืออะไร ถ้าไม่มีผลประโยชน์ ก็ไม่มีการยิงกันในการเลือกตั้งหรอก มันไม่คุ้ม มันไม่มีผู้สมัครฯ คนไหนฆ่าคนอื่นเพื่อให้ได้ตำแหน่งช่วยเหลือประชาชน คนยากจน ไม่มีหรอก ยอมเสี่ยงผิดกฎหมาย ยอมเสียเงินอีกเป็นล้าน ไปจ้างมือปืน เพื่อไปฆ่าคนอื่นเพื่ออะไร ต้องวิเคราะห์ให้เห็นผลประโยชน์เบื้องหลัง” ประจักษ์ เล่าถึงการสัมภาษณ์นักการเมืองรายหนึ่งในเพชรบุรี ระหว่างการทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่องความรุนแรงทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55564379426_0ce3624ddb_b.jpg" width="819" height="1024" loading="lazy"&gt;ภาพยนตร์ ‘มือปืน’ ฉายครั้งแรก 1 ก.ค. 2526 กำกับโดยหม่อมเจ้าชาตรี เฉลิมยุคล โดยหนังฉายในช่วงเวลาที่การเมืองบ้านใหญ่ และการใช้อำนาจและความรุนแรงกำลังพุ่งขึ้นสูง (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/ThaiFilmArchivePage/posts/%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B/397684425718672/"&gt;หอภาพยนตร์ The Film Archrive&lt;/a&gt; และนำมาฉายซ้ำอีกครั้งเมื่อปี 2565 ที่หอภาพยนตร์)&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เศรษฐศาสตร์การเมืองแบบบ้านใหญ่ ทำงานอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์ อธิบายว่า ถ้านักการเมืองไม่ได้อยู่พรรคการเมืองใหญ่ก็จะไม่ได้มีเงินสนับสนุน นักการเมืองจะพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก ต้องออกเงินหาเสียงเอง และจุดสำคัญอยู่ที่การจ้าง ‘หัวคะแนน’&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หัวคะแนนจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e6e2d9ec5af2d3e2fffe674223f757bca"&gt;หัวคะแนนหลัก - จะมีหน้าที่ร่วมประชุมวางแผน และให้คำปรึกษาผู้สมัครรับเลือกตั้ง พร้อมกับแจกจ่ายงานให้หัวคะแนนรอง&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eecbe3a45d45d09cd664c1b3d3835cfae"&gt;หัวคะแนนรอง - จะมีความสำคัญมาก เพราะคนกลุ่มนี้จะต้องไปหาคะแนนมาให้ผู้สมัครฯ เพราะว่าบางเขต มีบ้านเรือนหลายร้อยหลัง ผู้สมัครหาเสียงเองไม่ไหว หัวคะแนนรองจะไปเคาะตามประตูบ้าน แจกเงิน คุยกับประชาชน เพื่อให้เลือกผู้สมัคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;แล้วการเมืองแบบอุปถัมภ์ทำงานยังไง คือ เจ้าพ่อ หรือนักธุรกิจต่างจังหวัด ก็จะอยากชนะเพื่อเข้าไปเป็น สส. นั่นคือบันไดขั้นแรกในการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง เมื่อก่อน สส.มีงบฯ ในมือ 20 หรือ 30 ล้านบาท เพื่อเอาไปใช้จ่ายพัฒนาจังหวัด ตอนหลังเขาตัดงบฯ สส.ออกไป เพราะมองเป็นช่องทางคอร์รัปชัน แต่ สส.ยังสามารถเข้าไปนั่ง กมธ.ต่างๆ เข้าไปรู้ข้อมูลวงในล่วงหน้า รัฐจะออกกฎหมาย หรือนโยบายอะไร สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แน่นอนว่าทุกคนอยากเป็นมากกว่า สส. ทุกคนก็ต้องสะสมบารมีเพื่อต่อรองกับพรรคการเมืองตัวเอง เพื่อให้ได้เป็นตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนนายกฯ มันหวังยาก ทั้งประเทศมีนายกฯ ได้คนเดียว แต่ รัฐมนตรีมีได้ 35-36 คน มันยังเป็นตำแหน่งที่เอื้อมถึง ถ้าคุณเป็น สส.คนหนึ่ง คุณก็คาดหวังว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี แต่ก่อนที่จะไปเป็นรัฐมนตรีได้ คุณก็ต้องอุปถัมภ์คนในกลุ่มคุณ ให้คนเคารพนับถือคุณ จนคุณได้เป็นหัวหน้ากลุ่มหรือหัวหน้ามุ้ง พอได้เป็นหัวหน้ามุ้งเมื่อจัดตั้ง ครม.ได้แล้ว หัวหน้ามุ้งจะได้ตำแหน่งก่อน การเมืองไทยมีสูตรง่ายๆ ก็คือว่า ถ้านักการเมืองคนไหนมีเสียงในมือ 70-80 เสียงจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เมื่อได้เป็นตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว ระบบอุปถัมภ์ทำงานยังไงต่อไป คุณก็ต้องหล่อเลี้ยงระบบอุปถัมภ์ให้มันคงอยู่ รัฐมนตรีเมื่อคุณได้ผลประโยชน์มหาศาลแล้ว ก็ต้องแจกจ่ายคนในสังกัดของคุณ เขาจะได้หนุนคุณต่อไป สส.ก็เอาเงินเหล่านั้นไปจ่ายให้หัวคะแนนหลักที่ช่วยหาเสียงช่วงการเลือกตั้ง หัวคะแนนหลัก จ่ายให้หัวคะแนนรอง หัวคะแนนรองก็เอาเงินเหล่านั้นแจกจ่ายไปให้ชาวบ้านในเขตเลือกตั้งตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ถ้าเลี้ยงดูระบบอุปถัมภ์ ได้อย่างดี พอถึงฤดูกาลเลือกตั้งจะไปลงพรรคไหนไม่สำคัญ ชาวบ้านก็ตามไปเลือกคุณ คุณเป็น สส. ต่อรองได้ตำแหน่งรัฐมนตรีก็ยิ่งได้เงินหล่อเลี้ยงกลับมา อันนี้คือโฟลวชาร์ต การเมืองแบบอุปถัมภ์” ประจักษ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ยุคหลังรัฐธรรมนูญปี 2540 บทบาทเจ้าพ่อซบเซา&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์ กล่าวว่า การมาของรัฐธรรมนูญปี 2540 ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมือง อำนาจทางการเมืองของเจ้าพ่อหรือบ้านใหญ่ลดลง เพราะประชาชนมีฉันทามติร่วมกันว่า ต้องการปฏิรูปการเมือง เพราะการเมืองก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยปัญหาและการคอร์รัปชัน ใช้ตำแหน่งทางการเมืองไปแสวงประโยชน์เพื่อตัวเอง การเมืองอ่อนแอ ไม่มีการแข่งขันเชิงนโยบาย การเมืองไร้เสถียรภาพ เพราะพรรคฯ อ่อนแอ ตั้งรัฐบาลก็อยู่ได้ไม่นานต้องยุบสภาฯ พอกลับไปเลือกตั้งก็แข่งกันดุเดือด ใช้เงินเยอะ เสร็จแล้วก็กลับมาหาผลประโยชน์ จึงเกิดกระแสปฏิรูปการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ40 ต้องการทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ลดอิทธิพลเจ้าพ่อ หรือกลุ่มมุ้งการเมืองย่อย ผ่านการออกแบบกติกาทางการเมืองต่างๆ เช่น ห้ามย้ายพรรค พรรคการเมืองมีอำนาจเหนือสมาชิกพรรคได้มากขึ้น มีการออกแบบองค์กรอิสระใหม่ เพื่อทำให้การเมืองบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น เพราะเมื่อก่อนคนจัดการเลือกตั้งคือกระทรวงมหาดไทย ถ้านักการเมืองคนไหนคุมมหาดไทยได้ก็คุมการเลือกตั้งได้ทั้งหมด เขาก็บอกว่าแบบนี้ไม่แฟร์ ต้องออกแบบองค์กรอิสระไม่ให้มีพรรคการเมืองไหนคุมได้ ให้มาดูแลจัดการเลือกตั้งแทน คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป้าหมายสำคัญเพื่อให้การเมืองแบบอุปถัมภ์ท้องถิ่น ไปสู่การเมืองเชิงนโยบายระดับชาติ มีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการพัฒนาประเทศ นักการเมืองต้องเสนอชุดนโยบายให้ประชาชนเลือก ไม่ใช่มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เฉพาะหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ปรากฏว่าประสบความสำเร็จในช่วงแรก การเมืองแข่งขันนโยบายมากขึ้น เจ้าพ่ออิทธิพลลดลง ประชาชนเลือกพรรคที่นโยบายมากกว่าตัวบุคคล ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง และมีความเป็นสถาบันทางการเมืองมากขึ้น การเมืองมีเสถียรภาพ พรรคการเมืองเอานโยบายที่หาเสียงตอนเลือกตั้งมาทำเป็นนโยบายที่ใช้ได้จริง ยกตัวอย่าง พรรคไทยรักไทย มีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หรือกองทุนหมู่บ้าน ทุกจังหวัดมีนโยบายลักษณะเดียวกัน มากกว่าการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระยะสั้นระหว่างประชาชนกับเจ้าพ่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อำนาจทางการเมืองเกิดการเปลี่ยนผ่านไปอยู่ที่พรรคการเมือง ไม่ต้องผ่านเจ้าพ่อ หรือผู้มีอิทธิพล เพราะว่าคนตามไปเลือกพรรคการเมืองแทน กลายเป็นพรรคมีความสำคัญมากกว่าตัวบุคคลแล้ว&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;การเมืองพลิกผัน รัฐประหาร 2 ครั้ง ฟื้นคืนอิทธิพลบ้านใหญ่&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การเมืองเชิงนโยบายระดับชาติมันไม่เกิด เพราะจุดเปลี่ยนการเมืองใหญ่ คือ การทำรัฐประหารปี 2549 ทำให้เกิดรัฐธรรมนูญปี 2550 ทหารเขากลัวไม่อยากให้มีพรรคการเมืองพรรคเดียวที่เข้มแข็งมากเกินไป รัฐธรรมนูญปี 2550 จึงออกแบบมาเพื่อลดความเข้มแข็งของพรรคการเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซ้ำเติมด้วยการทำรัฐประหารปี 2557 ทำให้เกิดรัฐธรรมนูญ 2560 ยิ่งเลวร้ายไปกว่าเก่า ออกแบบมาเพื่อทำให้ระบบพรรคการเมืองทุกพรรคอ่อนแอลง เพื่อให้รับประกันว่าต่อให้มีการเลือกตั้งอีกกี่ครั้ง จะไม่มีพรรคไหนสามารถได้เสียงข้างมากจนเป็นพรรคขนาดใหญ่ได้ ระบอบแบบนี้จะเอื้อประโยชน์ให้ทหารและกองทัพสามารถคุมการเมืองได้ ไม่เกิดความเชื่อมโยงผู้เลือกตั้งกับพรรคการเมือง ไม่เกิดความผูกพัน ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ทหารสามารถบีบให้พรรคการเมืองสลับขั้วไปมาเหมือนเล่นเกมเก้าอี้ดนตรี ไม่ว่าพรรคไหนชนะเลือกตั้งเท่าไร ทหารสามารถเลือกที่จะคุมเกมอยู่เบื้องหลัง และให้เกิดรัฐบาลแบบที่ตัวเองต้องการได้ เพราะว่าไม่มีพรรคการเมืองไหนมีเสียงข้างมากมากพอที่จะตั้งรัฐบาลได้เพียงพรรคเดียว เราเห็นเลยว่าการเลือกตั้งปี 2562 และปี 2566 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งหลังจากการทำรัฐประหาร พรรคการเมืองทุกพรรคอ่อนแอหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจักษ์ กล่าวต่อว่า ในเวลาเดียวกับที่พรรคการเมืองถูกทำให้อ่อนแอ ช่วงการเลือกตั้งปี 2562 ทหารอยากสืบทอดอำนาจต่อ จึงได้ตั้งพรรคการเมืองของตัวเองขึ้นมา คือ พรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุนประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เพื่อสืบทอดอำนาจต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กองทัพในประวัติศาสตร์การเมือง ไม่เคยมีทักษะด้านการหาเสียง พวกเขาเลยกลับไปใช้บริการบ้านใหญ่ให้มาช่วยทำการเมืองแทน เพราะว่านักการเมืองบ้านใหญ่ เข้าถึงชาวบ้าน สร้างเครือข่ายหัวคะแนนเก่ง สามารถแบ่งปันผลประโยชน์ได้ ทำให้พรรคพลังประชารัฐ เป็นโมเดลความร่วมมือกันระหว่างกองทัพและบ้านใหญ่ ทำให้การเมืองบ้านใหญ่ที่ควรจะค่อยๆ หายไปหลังการปฏิรูปการเมืองปี 2540 ถูกฟื้นกลับขึ้นมา เพื่อช่วยพรรคทหารสืบทอดอำนาจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จนกระทั่งในปี 2569 พรรคทหาร 2 พรรค คือ พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ พ่ายแพ้อย่างหมดรูป พรรคชนชั้นนำทางการเมืองเดิมหมดอำนาจลง แต่ด้วยความที่พวกเขาต้องการคุมการเมืองต่อ ก็เลยหันไปพึ่งพาพรรคการเมืองแบบบ้านใหญ่ที่เข้มแข็งที่สุด คือ พรรคภูมิใจไทย นำมาสู่สภาวะการเมืองแบบในปัจจุบัน ทำให้การเมืองแบบบ้านใหญ่ ประชาธิปไตยแบบอุปถัมภ์กลับมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://farm8.staticflickr.com/7926/32436759577_66bb97fd38_c.jpg" width="800" height="455" loading="lazy"&gt;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่งคลิปวิดีโอสื่อสารกับประชาชน ในการหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ที่ จ.สุโขทัย (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก พรรคพลังประชารัฐ)&lt;/p&gt;&lt;div class="note-box"&gt;&lt;p&gt;โดยสรุปการเมืองประชาธิปไตยแบบอุปถัมภ์&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee22406fef392c0db8d1d8caa2275e64c"&gt;ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ได้เกิดขึ้นจากสุญญากาศ แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ในเวลาที่เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท และไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย หลายประเทศมีประชาธิปไตยแบบอุปถัมภ์&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="edb2def209b24c76529df870e01cf5324"&gt;วิกฤตทางการเมือง หรือสภาพแวดล้อมทางการเมือง มีผลต่อการเปลี่ยนลักษณะประชาธิปไตยแบบอุปถัมภ์ พูดง่ายๆ ถ้าไม่เกิดวิกฤตความขัดแย้งและรัฐประหาร แนวโน้มที่ควรจะเป็นพรรคการเมืองไทยจะเหลือพรรคการเมืองใหญ่ 2-3 พรรค และแข่งกันด้วยนโยบาย ระบบเจ้าพ่อและบ้านใหญ่ ควรจะค่อยๆ เสื่อมถอยลงไปหลังจากรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่พอมาเกิดวิกฤตความขัดแย้ง ทหารต้องพึ่งพานักการเมืองแบบบ้านใหญ่ เพื่อสืบทอดอำนาจ พรรคการเมืองแบบบ้านใหญ่ และการเมืองแบบบ้านใหญ่ เลยถูกปลุกฟื้นคืนชีพขึ้นมา&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2d44c34a80112b299078c20d3d145834"&gt;การออกจากประชาธิปไตยแบบอุปถัมภ์จะทำยังไง กติกาทางการเมืองสำคัญมากๆ เราต้องออกแบบกติกาใหม่ เพื่อสร้างแรงจูงใจใหม่ให้การแข่งขัน โดยเน้นไปที่นโยบาย ระหว่างพรรคการเมืองมากขึ้น มากกว่าที่เป็นการแข่งขันระหว่างตัวบุคคล ตระกูลการเมืองต่างๆ ที่แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระยะสั้นกับชาวบ้านในพื้นที่&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88" hreflang="th"&gt;บ้านใหญ่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ระบบอุปถัมภ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C-%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;ประจักษ์ ก้องกีรติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;คณะรัฐศาสตร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;เจ้าพ่อ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88" hreflang="th"&gt;เจ้าแม่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A" hreflang="th"&gt;ประชาธิปไตยครึ่งใบ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90" hreflang="th"&gt;พรรคพลังประชารัฐ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;บรรหาร ศิลปอาชา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สมชาย คุณปลื้ม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;มือปืน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 02 Oct 2026 10:19:53 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118973 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/10/118973#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>ช่องโหว่ระเบียบเนรเทศใหม่ ส่งกลับต่างชาติสีเทา-สแกมเมอร์ ห่วงแรงงานข้ามชาติ-ผู้ลี้ภัยโดนหางเลข</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/118968</link>
  <description>&lt;span&gt;ช่องโหว่ระเบียบเนรเทศใหม่ ส่งกลับต่างชาติสีเทา-สแกมเมอร์ ห่วงแรงงานข้ามชาติ-ผู้ลี้ภัยโดนหางเลข&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;รายงาน: ณัฐพล เมฆโสภณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพปก: ชนิสรา ริมธีระกุล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพประกอบ: พีระพล บุณยเกียรติ&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-02T12:47:49+07:00" title="Friday, October 2, 2026 - 12:47"&gt;Fri, 2026-10-02 - 12:47&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;หากเปิดโซเชียลมีเดีย ไถฟีดอ่านข่าวช่วงที่ผ่านมา เราน่าจะพบปัญหาที่เกิดจากอาชญากรรมที่เกิดจากคนต่างชาติแทบทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็น ขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ หรือก็คือคู่สามี-ภรรยาชาวจีนที่จ้างให้คนไทยมาเป็นสามี เพื่อให้ลูกชาวจีนของพวกเขาได้รับสัญชาติไทย หรือ&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=p6MU2aMqMDI"&gt;ขบวนการทุจริตออกบัตรสีชมพู&lt;/a&gt; หรือบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขบวนการสแกมเมอร์ที่สร้างความเจ็บซ้ำ หลอกลวงเงินคนไทยปีละมหาศาล นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาสร้างความวุ่นวาย ไม่เคารพกฎหมาย ตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพล และ ‘นอมินี’ ทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจ หรือกว้านซื้อที่ดินในประเทศไทย เหล่านี้คือการแสวงประโยชน์เพื่อตนเองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในรูปแบบต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัญหาและความไม่พอใจเหล่านี้สะสมมาเรื่อยๆ จนนำมาสู่การขยับเขยื้อนของรัฐบาล ออก&lt;a href="https://nakhonsithammarat.imm.police.go.th/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95/"&gt;ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569&lt;/a&gt; (ระเบียบเนรเทศ) เพื่อให้การเนรเทศคนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายเป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีระบบที่ชัดเจน และมีประสิทธิภาพ โดยได้เริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 28 ส.ค. 2569 เป็นต้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยความผิดที่มีสิทธิโดนเนรเทศจะอยู่ในข้อที่ 4 ว่าด้วยพฤติการณ์ที่เข้าข่ายออกคำสั่งเนรเทศ และข้อที่ 5 เกี่ยวกับฐานความผิดที่บุคคลต่างชาติมีสิทธิโดนเนรเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อที่ 4 ของระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ระบุว่า บุคคลต่างชาติที่มีพฤติกรรมขัดศีลธรรมอันดี ความสงบเรียบร้อย หรือความผาสุกของประชาชน ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือคนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ พิจารณาส่งเรื่องให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งผลักดันออกนอกไทยได้&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55564533845_be9f38ac3b_b.jpg" width="1023" height="398" loading="lazy"&gt;ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศ ข้อที่ 4&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อที่ 5 ระบุว่า ความผิดข้อหาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e8467d26c680f9b56192678def3f8e29e"&gt;เข้าเมืองผิดกฎหมาย&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e0a5a4bca2ad778a4040789240db4ad09"&gt;ทำงานหรือประกอบอาชีพธุรกิจผิดประเภท&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e75317907f0a8ac88c75968423a124c0b"&gt;ทำเอกสารปลอม เช่น เอกสารตัวตน หรือสัญชาติ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec22c108ffebe40b20a3074b555e69a16"&gt;คดีอาญาร้ายแรง ที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee81b662c2429d5174ec934ba21c0bf26"&gt;ครอบคลุมตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนให้กระทำผิด&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;หากมีคำพิพากษาจนถึงที่สุด หรือได้รับการปล่อยจากเรือนจำแล้ว ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือคนที่ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงมหาดไทย สามารถส่งเรื่องให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาออกคำสั่งผลักดันออกนอกประเทศไทย และสามารถสั่งห้ามเดินทางกลับเข้ามาไทยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังระเบียบว่าด้วยการเนรเทศ เริ่มใช้ไม่นานมีชาวต่างชาติถูกออกคำสั่งเนรเทศไปแล้ว 2 ราย โดยรายแรกเป็น&lt;a href="https://www.facebook.com/dopafanpage/posts/pfbid02KxVAS8PCDii5P8DqL5M4VFn6QjGkoHsyRm65FQWqk2dkDsDqu7t8WHvRueRA71Sdl"&gt;ชาวอิสราเอล&lt;/a&gt; เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 และรายที่สองเป็น&lt;a href="https://www.facebook.com/photo/?fbid=1425802729677552&amp;amp;set=a.319114423679727"&gt;ชาวฝรั่งเศส&amp;nbsp;&lt;/a&gt;เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฟังผิวเผิน ระเบียบตัวนี้ดูเหมือนจะเข้ามาจัดการปัญหาที่เกิดจากคนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายได้อย่างทันท่วงที แต่ในสายตาของภาคประชาสังคม แม้ว่าจะทันทีท่วงที แต่ความรอบคอบอาจถูกลืม เพราะระเบียบเนรเทศยังมีข้อกังวล ทั้งในความคลุมเครือว่าคนต่างชาติกลุ่มใดบ้างที่เข้าข่ายการบังคับใช้ภายใต้ระเบียบเนรเทศ หรือพฤติการณ์ความผิดที่ระบุไว้อย่างกว้างขวาง นิยามได้หลากหลาย จนอาจทำให้กลุ่มเปราะบาง อย่างแรงงานข้ามชาติ และผู้ลี้ภัย พลอยโดนหางเลข กลายเป็นระเบียบที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน กระทบเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นบนเวทีนานาชาติ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;'ยิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายตัว'&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ก่อนพูดถึงข้อกังวล อยากชวนทำความเข้าใจเรื่องอรรถประโยชน์ของระเบียบนี้เพิ่มสักนิด เพราะแม้แต่ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ก็ได้รับอานิสงส์จากกฎหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว &lt;/strong&gt;รองผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รอง ผบก.สส.สตม.) มองว่า แม้ว่าระเบียบดังกล่าวจะเป็นส่วนเสริมของ พ.ร.บ.เนรเทศ พ.ศ. 2499 ซึ่งกำกับดูแลภายใต้กระทรวงมหาดไทย แต่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ก็ยังได้ประโยชน์จากระเบียบนี้ โดยเฉพาะการลดงบประมาณภาระค่าใช้จ่าย และลดความแออัดของห้องกัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55564241403_a7e3994db1_b.jpg" width="1024" height="684" loading="lazy"&gt;สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว (คนที่ 2 จากซ้าย)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุรศักดิ์ ฉายภาพปัญหาว่า สืบเนื่องมาจากในปี 2568 มีการจับกุมตัวแก๊งอาชญากรชาวต่างชาติจำนวนมาก เนื่องมาจากการปราบขบวนการสแกมเมอร์ที่พื้นที่เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งตามขั้นตอน กรณีผู้ที่ถูกควบคุมตัวไม่ได้เป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์จะต้องถูกส่งดำเนินคดี และเมื่อคุมขังเสร็จสิ้น หรือศาลตัดสินให้รอลงอาญา ก็ต้องส่งตัวกลับประเทศต้นทาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตามปกติ หากเป็นคนต่างชาติ 3 สัญชาติ คือ ลาว เมียนมา และกัมพูชา ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สามารถผลักดันกลับได้เลย โดยการขับรถไปส่งตามด่านชายแดน แต่ถ้าไม่ได้เป็นประเทศที่ติดชายแดนไทย ผู้ต้องกักต้องออกเงินค่าตั๋วเดินทางด้วยตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นช่องว่างที่ทำให้ผู้ต้องกักไม่ยอมกลับประเทศ มีทั้งที่ไม่อยากกลับ หรือไม่มีทุนทรัพย์ซื้อตั๋วเครื่องบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้จะมีกลไกความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ในการร่วมดูแลค่าใช้จ่ายในการส่งกลับผู้ต้องกัก แต่จะสามารถช่วยเหลือได้เฉพาะกลุ่มผู้เสียหาย ตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์เท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่องว่างทางกฎหมายนี้ ทำให้เกิดภาวะที่มีผู้ต้องกักตกค้างอยู่ให้ห้องกักระยะยาวนานหลายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุรศักดิ์ ระบุว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลผู้ต้องกักกลุ่มนี้เฉลี่ยปีละ 24,000 บาทต่อคน โดยยังไม่รวมค่ารักษาพยาบาล กรณีที่เจ็บป่วยหนักและต้องพาไปส่งโรงพยาบาล บางกรณีค่าใช้จ่ายอาจสูงถึงหลักแสน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กลับกัน ถ้าสามารถออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ผู้ต้องกักเดินทางกลับประเทศต้นทางได้ ค่าใช้จ่ายอาจตกคนละประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถูกกว่าการดูแลภายในห้องกัก แต่ปัญหาคือมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ยังไม่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้งบประมาณออกค่าเครื่องบินผลักดันผู้ต้องกักได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การมีระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศฉบับล่าสุด จะเข้ามาอุดช่องโหว่ ทำให้ภาครัฐสามารถใช้งบประมาณ ผลักดันผู้ต้องกักออกนอกประเทศได้เลย โดย สตม.ระบุว่า ตอนนี้มีประมาณ 400 คนที่ยังกลับประเทศต้นทางไม่ได้ หากส่งกลุ่มนี้กลับไป ก็จะช่วยลดความแออัดของสถานกักกันคนต่างด้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไม่เพียงแค่นั้น ความเห็นของ&lt;strong&gt;ธัญสุดา หน่อแก้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ สังกัดกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มองว่า การเร่งรัดกระบวนการผลักดันกลับภายใต้ระเบียบสำนักนายกฯ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ไม่เสี่ยงตกเป็นผู้ต้องหา ในกรณีการกระทำโหดร้าย และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมาน มาตรา 6 จากการคุมขังผู้ต้องกักโดยไม่มีกำหนดด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับมุมมองของภาครัฐ จึงเล็งเห็นว่าระเบียบดังกล่าวเหมือนยิงนัดเดียว ได้นกหลายตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;พื้นที่สีเทาของระเบียบ กลุ่มผู้ลี้ภัย-แรงงานข้ามชาติ เสี่ยงโดนหางเลข&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แม้ว่าตัวระเบียบสำนักนายกฯ แต่ภาคประชาสังคมยังคงมีข้อกังวล เนื่องจากในระเบียบฯ มีความคลุมเครืออยู่ 2 ส่วน คือ กลุ่มเป้าหมาย และฐานความผิดและพฤติการณ์เข้าข่ายการเนรเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec773f57f28fdd86879180f8aaa9895c9"&gt;กลุ่มเป้าหมายที่จะถูกบังคับใช้ภายใต้ พ.ร.บ.เนรเทศ และระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศ ที่ไม่ได้ระบุอย่างเจาะจงว่าจะบังคับใช้กับใครบ้าง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e720872273f17b9cd56f25eac9c1a35e1"&gt;พฤติการณ์ที่เข้าข่ายถูกเนรเทศ ที่มีความกว้างขวาง และไม่ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อดิศร เกิดมงคล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ประสานงาน เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) แสดงข้อกังวลว่า แม้ว่าภาครัฐยืนยันว่าเจตนารมณ์ของระเบียบฯ พุ่งเป้าไปที่คนต่างชาติที่เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มจีนดำ จีนเทา หรือสแกมเมอร์หลอกเงินคนไทย แต่เนื่องจากระเบียบฯ ไม่ได้ระบุกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน ก็ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า คนต่างชาติทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มเปราะบางอย่าง แรงงานข้ามชาติ และผู้ลี้ภัย อาจถูกหางเลขไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อยังไม่มีความชัดเจนเรื่องกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ตัวของผู้ลี้ภัยและแรงงานข้ามชาติทั้งถูกและผิดกฎหมายจะได้รับผลกระทบจากระเบียบทั้งข้อ 4 และข้อ 5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในข้อที่ 4 ของระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศ ให้อำนาจปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือคนที่ปลัด มท. มอบหมาย ส่งเรื่องให้ รมว.มหาดไทย พิจารณาออกคำสั่งเนรเทศได้ หากชาวต่างชาติคนใดมีพฤติการณ์ หรือพฤติกรรม 3 อย่างนี้ ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="edd1a6b3e5fdb368504f6f4d1644eec52"&gt;ขัดศีลธรรมอันดี&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e1eee35af2bb50f51d4106948a10f0cfc"&gt;ขัดความสงบเรียบร้อย&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e42337d17d27a90b6838ae2a4b4bdb596"&gt;ขัดกับความผาสุกของประชาชน&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;คำเหล่านี้มีความคลุมเครือ นิยามได้กว้างขวาง จนไม่สามารถระบุอย่างเจาะจงได้ว่า พฤติกรรมแบบไหนเข้าข่ายระเบียบเนรเทศ เมื่อไม่มีความชัดเจน อดิศร ประเมินว่า ก็จะเป็นการสร้างบรรยากาศความกลัวต่อแรงงานข้ามชาติ พวกเขาก็จะไม่กล้าใช้สิทธิทางการเมือง การชุมนุม หรือเรียกร้องสิทธิสวัสดิการแรงงาน เพราะไม่รู้ว่าจะโดนส่งกลับประเทศหรือไม่ หรือเรียกว่า&amp;nbsp;“ไม่ทำตัวแหลม น่าจะดีกว่า”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อดิศร&amp;nbsp;มีข้อกังวลด้วยว่า ความไม่ชัดเจนของระเบียบฯ อาจทำให้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของกลุ่มชาตินิยม อาจจะประท้วงกดดันภาครัฐ ในการเนรเทศกลุ่มชาวต่างชาติบางกลุ่มได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55564538825_3cbfca6dd0_b.jpg" width="1024" height="684" loading="lazy"&gt;อดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนในข้อที่ 5 ซึ่งระบุเป็นฐานความผิด ที่กระทบกับทั้งผู้ลี้ภัย และแรงงานข้ามชาติ คือ ฐานความผิดการเข้าเมืองผิดกฎหมาย และการทำงานผิดประเภท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับกรณีของผู้ลี้ภัย เนื่องด้วยประเทศไทยยังไม่ได้เข้าเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1951 และยังไม่ได้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิในฐานะผู้ลี้ภัย ส่งผลให้ผู้ลี้ภัยที่ลักลอบเดินทางเข้ามายังประเทศไทย กรณีที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย แต่อยู่จนเกินวีซา หรือแม้กระทั่งเป็นผู้ลี้ภัยที่ได้รับสถานะจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยจากสหประชาชาติ (UNHCR) มีสิทธิถูกเจ้าหน้าที่ ตม. จับกุม และถูกดำเนินคดี ‘เข้าเมืองผิดกฎหมาย’ ภายใต้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อดิศร กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา แรงงานข้ามชาติโดยเฉพาะจากพม่า กำลังประสบปัญหาหลุดออกจากระบบจำนวนมาก เนื่องจากปัญหาระบบการต่ออายุใบอนุญาตทำงานออนไลน์ หรือ E-WorkPermit ที่ยังมีความล่าช้า ซึ่งเขาประเมินด้วยว่า หากระเบียบฯ ครอบคลุมกลุ่มแรงงานข้ามชาติ อาจมีคนได้รับผลกระทบ 500,000-600,000 คนที่ต้องถูกเนรเทศ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เยาวชนและแรงงานพม่ากังวลสูง ถูกส่งกลับไปเกณฑ์ทหาร&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ภาคประชาสังคม แสดงความเห็นว่าหากมีการผลักดันแรงงานข้ามชาติพม่ากลับประเทศต้นทางผ่านระเบียบการเนรเทศ อาจส่งผลกระทบกับไทย ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดหลักไม่ผลักดันกลับไปเผชิญอันตรายที่ประเทศต้นทาง และภาพลักษณ์ของไทยบนเวทีโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประภาพร ปรียาภัสวรสกุล&lt;/strong&gt; จากมูลนิธิ “เสมสิกขาลัย” ให้ความเห็นว่า จากการคุยกับเยาวชน และหนุ่มสาวพม่า ที่เข้ามายังประเทศไทย พวกเขามีความกังวลต่อระเบียบว่าด้วยการเนรเทศอย่างมาก เพราะว่าพวกเขาไม่อยากถูกผลักดันกลับไปเผชิญการบังคับเกณฑ์ทหารของกองทัพพม่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประภาพร&amp;nbsp;กล่าวว่า การบังคับเกณฑ์ทหารของกองทัพพม่า ไม่ใช่การเกณฑ์ทหารอย่างปกติ ไม่ได้มีการจับฉลาก แต่มีข่าวรายงานบ่อยครั้งว่าทหารของกองทัพพม่าเข้าไปบุกค้นตามบ้านเรือน และลักพาตัวคนหนุ่มสาวไปเป็นทหารในหลายเมือง อีกทั้งทหารใหม่ก็ไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างเพียงพอ แต่กลับถูกส่งไปประจำการแนวหน้าของการสู้รบแล้ว เวลาพูดคุยกับหนุ่มสาวชาวพม่า พวกเขาจะมีความกลัวการถูกส่งกลับ เพราะในมุมมองของเขา การเกณฑ์ทหารให้กองทัพพม่า คือการกลับไปตาย&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ต้องแยกกลุ่มแรงงานข้ามชาติ-ผู้ลี้ภัยออกจากระเบียบให้ชัดเจน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แนวทางการแก้ไขของภาคประชาสังคม จึงมองว่า ภาครัฐต้องระบุให้ชัดเจนว่า ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศ จะบังคับใช้กับชาวต่างชาติกลุ่มไหน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดช่องโหว่บังคับใช้กลุ่มคนที่อาจไม่ได้เป็นเป้าหมายของภาครัฐ ขัดกับเจตนารมณ์ของระเบียบฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พงศกร รอดชมภู&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อดีตรองเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอให้ภาครัฐขึ้นทะเบียนผู้อพยพจากชายแดนตะวันตกทุกคน ไม่ว่าจะเป็น แรงงานข้ามชาติ ผู้อพยพจากสงครามกลางเมืองและกฎหมายบังคับเกณฑ์ทหาร และผู้ลี้ภัยที่เป็นสมาชิกขบวนการอารยขัดขืน (CDM) ยกตัวอย่างกลุ่มแพทย์ และพยาบาล โดยเอาคนกลุ่มนี้เข้ามาทำงานในประเทศไทย เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55563107997_ed9d7435ea_b.jpg" width="1024" height="684" loading="lazy"&gt;พงศกร รอดชมภู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ประเทศเราจะได้ประโยชน์อะไร เราอยู่ในภาวะของสังคมคนชราขาดแคลนแรงงาน ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน ยกตัวอย่าง พวกที่เป็นหมอ เป็นพยาบาล ถ้ามาเป็นแรงงานกรรมกร เขาทำไม่ค่อยดีหรอก แต่ว่าให้เขามีอาชีพเช่นเป็นผู้ช่วยหมอ ผู้ช่วยพยาบาล อย่างที่หมอขาดแคลนบุคลากรตาม รพ.ชายแดน หมอคนไทยก็ไม่อยากอยู่ พวกนี้เขาอยู่ได้หมด รพ.ละ 1 หรือ 2 คน ให้เขาทำแทน และเรา (หมอไทย) ทำหน้าที่ตรวจสอบ แพทย์พม่าดูแลปัญหาเรื่องของสุขภาพคนพม่า ดูแลคนไทยได้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะคนต่างชาติ นี่คือหลักการ” พงศกร กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;อดิศร ให้ความเห็นว่า ระเบียบเนรเทศอาจไม่ได้บังคับใช้แรงงานข้ามชาติ เนื่องจากรัฐมีกลไกจัดการปัญหาที่ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การออกมติ ครม. ให้ขึ้นทะเบียนแรงงานที่หลุดออกจากระบบ หรือมติผ่อนผันให้อาศัยและทำงานในไทยได้ชั่วคราว หรือ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ก็มีแนวทางปฏิบัติ และกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนว่า ต้องผลักดันแรงงานข้ามชาติที่ทำผิดกฎหมายภายใน 6 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ภาครัฐยืนยันไม่มีการส่งกลับไปเผชิญอันตรายที่ต้นทาง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ช่วงที่ระเบียบออกมาแรกๆ ภาคประชาสังคม ก็มีข้อกังวลว่า ระเบียบดังกล่าวอาจเปิดทางให้รัฐบาลส่งกลับผู้ลี้ภัยไปเผชิญอันตรายที่ประเทศต้นทางได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ว่าข้อที่ 8 ของระเบียบฯ จะเปิดช่องไว้ว่า บุคคลต่างชาติที่ไม่สามารถกลับประเทศต้นทาง ให้องค์กรระหว่างประเทศ หรือสถานทูตของต่างประเทศ ส่งหนังสือทางการทูตมายับยั้งกระบวนการส่งกลับประเทศต้นทางได้ ภายใน 7 วันหลังมีคำสั่งเนรเทศประกาศออกมา หลังจากนั้น องค์กรที่เกี่ยวข้องจะมีระยะเวลาดำเนินการพาตัวไปประเทศที่ 3 ภายใน 30 วัน แต่หากกระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น สามารถขยายเวลาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ดังนั้น จะมีเวลาดำเนินการรวมทั้งหมด 90 วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม ภาคประชาสังคมมีข้อสงสัยว่าในทางปฏิบัติจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะการหาประเทศที่ 3 ไม่ได้ง่ายนัก ในสภาวะที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน และมีสงครามเกิดขึ้นหลายแห่ง ทำให้ปริมาณผู้ต้องการไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่ 3 มีจำนวนมาก และต้องใช้เวลานานขึ้นในการประเทศที่ 3 บางรายใช้เวลานานนับปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สรพงค์ ศรียานงค์ &lt;/strong&gt;รองเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่าไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ เพราะข้อ 6 ของระเบียบฯ ระบุไว้ชัดเจนว่าการออกคำสั่งเนรเทศชาวต่างชาติคนใดก็ตาม ต้องอยู่ใต้กฎระเบียบ มติ ครม. กฎหมายในประเทศ และพันธกรณีที่ไทยมีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"เราจะดำเนินการเนรเทศภายใต้ข้อ 6 ถ้ามันมีกฎหมาย มีพันธกรณีระหว่างประเทศ เราก็ต้องคำนึงถึง และเรายังคำนึงถึงมาตรา 13 (พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565) ดังนั้น สบายใจได้ว่าระเบียบนี้ยังอยู่ภายใต้กฎหมายอื่นๆ" รองเลขาฯ สมช. กล่าวให้การยืนยัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พักตร์วิภา อาวิพันธุ์ &lt;/strong&gt;อัครราชทูต ณ​ กรุงพนมเปญ ปฏิบัติหน้าที่ราชการกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ มองในทิศทางเดียวกันว่า ข้อ 6 ของระเบียบสำนักนายกฯ ทำให้ข้อกังวลเรื่องการละเมิดหลักการไม่ผลักดันใครก็ตามกลับไปเผชิญอันตรายกลับไปที่ประเทศต้นทางผ่อนคลายลง รวมถึงการกำหนดระยะเวลา ก็จะทำให้ผู้ต้องกักไม่ต้องอยู่ในสถานกักกันคนต่างด้าวยาวนานจนเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในส่วนที่มีข้อกังวลเรื่องระยะเวลาการดำเนินการไปประเทศที่ 3 น้อยเกินไปหรือไม่&amp;nbsp;พักตร์วิภา มองว่า การกำหนดระยะเวลามีความสมเหตุสมผล และได้มีการพิจารณาร่วมกันแล้วว่าเป็นระยะเวลาที่ดำเนินการได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สรพงค์&amp;nbsp;กล่าวว่า หากกรณีที่จนแล้วจนรอด ครบ 90 วันแล้ว แต่ยังไม่สามารถไปที่ประเทศที่ 3 ได้ ก็จะมี 2 ทางเลือก คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed8c76c18cb8eaeb5e35c0a417aaeaad3"&gt;ส่งกลับประเทศต้นทางของคนต่างชาติ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e12471930bbeff10ef9f435e52c09f621"&gt;เปิดโอกาสให้ประเทศอื่นๆ ยื่นหนังสือทางการทูตของรับตัว และดำเนินการรับไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ประเทศของตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;หากมีกรณีที่ส่งไปกลับประเทศต้นทาง แต่ประเทศต้นทางไม่ยอมรับพลเมืองของตัวเองกลับไป ทาง&amp;nbsp;สุรศักดิ์&amp;nbsp;ตัวแทนจาก สตม. บอกว่า สตม.ก็ต้องรับกลับมาดูแลในห้องกักตัวคนต่างด้าวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมาย มาตรา 13 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานฯ มีหลักการ และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน&amp;nbsp;ธัญสุดา&amp;nbsp;จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานฯ เผยว่า ทางสำนักงานฯ กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนคู่มือการประเมินและตีความ (SOP) มาตรา 13 พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานฯ เพื่อเป็นแนวทางการประเมินให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธัญสุดา กล่าวว่า ใน SOP จะระบุถึงแนวทางการประเมินความเสี่ยงหรือเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะถูกทรมาน การกระทำโหดร้าย หรืออุ้มหาย รวมถึงใครเป็นผู้ที่ถูกห้ามกระทำการส่งกลับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ และให้ข้อเสนอแนะกับทุกฝ่าย โดยเราเสนอให้แต่ละหน่วยงานมีการคณะกรรมการกลาง และเป็นอิสระ พิจารณาหลักการและตรวจสอบการทำงาน และหลักการการประเมินเหล่านี้จะยึดหลักการตามสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ซึ่งคาดว่าคู่มือ SOP ไม่เกิน 1 เดือนน่าจะสามารถเผยแพร่ให้หน่วยงานต่างๆ นำไปปรับใช้อย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;'ขอให้สิทธิมนุษยชน นำกฎหมาย'&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;พงศกร&amp;nbsp;อดีตรองเลขาฯ สมช. มีข้อเสนอถึงการออกแบบ SOP ว่าด้วยการตีความมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานฯ ว่า เขาอยากให้รัฐเอาเรื่องสิทธิมนุษยชนนำหน้ากฎหมาย เพราะหากเราบังคับใช้ตามกฎหมายทุกกระเบียดนิ้ว อาจทำให้ผู้หนีภัยประหัตประหารต้องถูกส่งกลับไปเผชิญอันตรายที่ประเทศต้นทาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยกตัวอย่างกรณีของพม่า ที่ยังมีข้อถกเถียงกันด้านการตีความว่า การส่งกลับแรงงานพม่า ถือเป็นการละเมิดหลักไม่ผลักดันกลับไปเผชิญอันตรายที่ประเทศต้นทาง (Non-Refoulement) หรือไม่ เนื่องจากทางภาคประชาสังคม ก็มองว่าเข้าข่าย แต่ทาง สตม. มองว่า การเกณฑ์ทหารเป็นเรื่องของหน้าที่พลเมือง ต้องไปปกป้องประเทศชาตื จึงไม่สามารถเป็นเหตุให้ยุติการส่งกลับได้ และ สตม.ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าคนที่ถูกส่งกลับต้องกลับไปเกณฑ์ทหารหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พงศกร มองว่า ในประเด็นที่มีช่องโหว่ หรือมีเรื่องต้องให้พิจารณาจากหลายฝ่าย อย่างเช่น กรณีของพม่า สตม.อาจต้องพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบ เพราะว่าการเกณฑ์ทหารไม่ได้เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ปกติ แต่การเกณฑ์ทหารของเผด็จการกองทัพ และต้องไปสู้ในสงครามกลางเมือง ต่อสู้กับประชาชนในประเทศตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกรับรู้และอยู่ในรายงานของสหประชาชาติ การส่งกลับให้กับรัฐบาลทหารพม่าเป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่ ทาง สตม.อาจต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การออกแบบ SOP ควรมีการหารือกันหลายฝ่าย ทั้งภาคประชาสังคม ฝ่ายวิชาการ หรือภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมออกแบบให้ละเอียด และอยู่บนหลักการสิทธิมนุษยชนให้มากที่สุด ลดข้อบกพร่อง หรือจุดอ่อนในส่วนต่างๆ เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่ยึดโยงอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ เขาอยากเสนอให้เลื่อนการออก SOP (แนวทางปฏิบัติ) ออกไปก่อน เพื่อให้มีเวลาพิจารณา และออกแบบให้รัดกุม เพราะถ้ามีข้อผิดพลาด การปฏิบัติจริงก็อาจมีปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ควรมีคณะกรรมการกลั่นกรองก่อนออกคำสั่งเนรเทศ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;อดิศร&amp;nbsp;ตัวแทนจาก MWG&amp;nbsp;เผยว่า จุดยืนของเขา คืออยากให้ยกเลิกการใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ และหันไปแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และ พ.ร.บ.เนรเทศ โดยอาจมีการแก้ไขตัวกฎหมายให้เท่าทันกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ถ้าไม่สามารถยกเลิกระเบียบได้ สมาชิก MWG อยากเสนอให้มีการออกแบบคู่มือหลักการปฏิบัติงาน (SOP) วางกรอบและระบบการพิจารณาการออกคำสั่งเนรเทศให้ชัดเจน&amp;nbsp; ต้องมีการหารือกับหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ประเทศที่รับผู้ลี้ภัย และภาควิชาการที่เกี่ยวข้อง เข้ามานั่งดูตัว พ.ร.บ.เนรเทศ ด้วยกัน เพื่อให้การออกแบบแต่ละขั้นตอนเอื้อประโยชน์ต่อการเนรเทศอย่างแท้จริง และคุ้มครองคนที่ไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้ เขายังมองด้วยว่า พ.ร.บ.เนรเทศ ยังมีข้อดีที่สามารถนำมาประยุกต์ช่วยออกแบบแนวทางการปฏิบัติได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ สมาชิกของ MWG เสนอว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควรใช้อำนาจออกประกาศตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่อง ก่อนส่งเรื่องให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ รมว.มหาดไทย เพื่อให้การผลักดันชอบด้วยกฎหมาย มีความรอบคอบ และไม่ขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อดิศร&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า เนื่องจาก พ.ร.บ.เนรเทศ ไม่ได้มีการบังคับใช้มานาน ควรมีระบบกลไกการอุทธรณ์ เพื่อให้กรณีที่ชาวต่างชาติที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งเนรเทศ สามารถอุทธรณ์เพื่อเพิกถอนคำสั่งได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในเรื่องการออกแบบคู่มือ SOP การออกคำสั่งเนรเทศของกระทรวงมหาดไทย เขามองว่าต้องเชื่อมโยงกับ SOP ของกระทรวงยุติธรรม ที่มีกลไกการคัดกรองคนที่ไม่สามารถส่งกลับประเทศต้นทางได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในระยะยาว&amp;nbsp;อดิศร มองว่า โจทย์สำคัญคือรัฐบาลต้องมียุทธศาสตร์ในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการผลักดันผู้ลี้ภัย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ร.บ.เนรเทศ และ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยหลายฝ่ายควรมานั่งประเมินสถานการณ์ร่วมกัน และวางทิศทางว่าเราจะแก้ไขกฎหมายอย่างไรต่อจากนี้&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;แรงงาน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;ต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;แรงงานข้ามชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;เมียนมา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;พม่า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;อดิศร เกิดมงคล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%A3-%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B9" hreflang="th"&gt;พงศกร รอดชมภู&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C-%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สรพงค์ ศรียานงค์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;ผู้ลี้ภัย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;สภาความมั่นคงแห่งชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;พักตร์วิภา อาวิพันธุ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;กระทรวงการต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;กระทรวงยุติธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและบังคับสูญหาย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9E%E0%B8%A8-2522" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.เนรเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ธัญสุดา หน่อแก้ว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8-%E0%B8%9E%E0%B8%A8-2569" hreflang="th"&gt;ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 02 Oct 2026 05:47:49 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118968 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/10/118968#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>สำรวจ 4 จุดท่วมหนักกรุงเทพฯ ปชช.ขาดน้ำ-อาหาร กระทบเที่ยวบินสุวรรณภูมิ จนท.เร่งระบายน้ำกู้วิกฤต</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/10/118958</link>
  <description>&lt;span&gt;สำรวจ 4 จุดท่วมหนักกรุงเทพฯ ปชช.ขาดน้ำ-อาหาร กระทบเที่ยวบินสุวรรณภูมิ จนท.เร่งระบายน้ำกู้วิกฤต&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ภาพประกอบ และรายงาน : ณัฐพล พันธ์พงษ์สานนท์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-10-02T02:41:49+07:00" title="Friday, October 2, 2026 - 02:41"&gt;Fri, 2026-10-02 - 02:41&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;สำรวจสถานการณ์กรุงเทพฯ พื้นที่ท่วมหนัก 4 จุด เคหะร่มเกล้า-เคหะคลองจั่น เจอสูง 1.5 เมตร ประชาชนเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำ-อาหาร กระทบเที่ยวบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำกู้วิกฤต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลกระทบจากฝนตกหนักสะสมยาวนานถึง 48 ชม. ส่งผลให้หลายพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน โดยเฉพาะพื้นที่แอ่งกระทะ และโซนตะวันออก 4 จุด ได้แก่ เคหะคลองจั่น ถนนเพชรบุรี ถนนรามคำแหง และเคหะร่มเกล้า กำลังได้รับความเดือดร้อน ประชาชนหลายพันครอบครัวขาดแคลนอาหารและน้ำ&lt;/p&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;a href="https://www.flickr.com/photos/prachatai/albums/72177720335923811" data-flickr-embed="true" data-header="true" title="น้ำท่วมกรุงเทพฯ ระหว่าง 27-29 กันยายน 2569"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55563395048_15e6f7f634_h.jpg" alt="น้ำท่วมกรุงเทพฯ ระหว่าง 27-29 กันยายน 2569" width="1600" height="1200" loading="lazy"&gt;&lt;/a&gt;&lt;script async src="//embedr.flickr.com/assets/client-code.js" charset="utf-8"&gt;&lt;/script&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;ผู้อ่านสามารถคลิกลูกศร ซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูภาพได้&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;เคหะคลองจั่น วิกฤตหนัก น้ำท่วมสูงกว่า 1.5 เมตร&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ระหว่าง 27-29 ก.ย. 69 ที่&lt;strong&gt;ชุมชนเคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ&lt;/strong&gt; เผชิญระดับน้ำท่วมสูง 1-1.5 เมตร รถยนต์และจักรยานยนต์จมน้ำเสียหายทั้งหมด กระทบประชาชนกว่า 5,000 ครอบครัว เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจำเป็นต้องตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย ก่อนทยอยจ่ายไฟกลับมาช่วง 20.00 น. และสั่งห้ามเข้า-ออกพื้นที่ ชาวบ้านบนแฟลตขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ต้องรอคอยความช่วยเหลือผ่านทางเรือเท่านั้น ล่าสุด กทม. ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำท่อซิ่ง บริเวณแยกนิด้าและถนนเสรีไทย เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ถนนเพชรบุรี อัมพาต รถจมน้ำจอดทิ้งเกลื่อน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริเวณถนนเพชรบุรี ใจกลางเมือง &lt;/strong&gt;เกิดน้ำท่วมขังฉับพลันสูง 40-50 ซม. โดยเฉพาะช่วงแยกมักกะสัน และช่วงทองหล่อถึงพัฒนาการ ส่งผลให้รถยนต์ที่สัญจรผ่านเครื่องยนต์ดับ ตกค้างอยู่บนถนนเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;รามคำแหงน้ำท่วมสูงถึงอก นศ.เดินลุยน้ำซื้อชาเย็นหวานร้อย&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ย่านรามคำแหง เขตบางกะปิ&lt;/strong&gt; คลองแสนแสบเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ต่ำ ระดับน้ำสูงถึงหน้าอก แต่ช่วงเย็นบรรยากาศยังคงคึกคัก บรรดานักศึกษา ม.รามคำแหง พากันเดินลุยน้ำออกมาหาซื้ออาหารกันเป็นจำนวนมาก และที่ขาดไม่ได้คือชาเย็นหวานร้อย โดยนักศึกษาจากจังหวัดนราธิวาส บอกว่า "ตัวเองเป็นคนนราธิวาส เจอน้ำท่วมเป็นประจำ และน่ากลัวกว่านี้มาก เพราะเป็นน้ำป่าไหลแรง อันนี้แค่น้ำขังเท่านั้น"&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;'เคหะร่มเกล้า' จมน้ำ กระทบถึงสนามบินสุวรรณภูมิ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง &lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นจุดรับน้ำสุดท้ายของกรุงเทพฯ ระดับน้ำท่วมขังสูงกว่า 1.5 เมตร โดยเฉพาะโซนตึกชั้นในระดับน้ำสูงถึงคอ รถยนต์จมน้ำมิดคัน ชาวบ้านขาดแคลนน้ำ อาหาร และน้ำที่ท่วมขังเริ่มส่งกลิ่นเหม็น&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมความช่วยเหลือ แต่การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำสุดในโซนตะวันออก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานการณ์น้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากพนักงานและเจ้าหน้าที่ภาคพื้น ไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้เที่ยวบินของสายการบินไทยประสบปัญหาล่าช้าเกือบ 100% ประกาศยกเลิกเที่ยวบินไปแล้ว 33 เที่ยวบิน และมีกระเป๋าสัมภาระตกค้างสะสมถึง 5,600 ใบ โดยผู้โดยสารต้องรอรับกระเป๋านานกว่า 12 ชั่วโมง โดยไม่มีการแจ้งข้อมูลล่วงหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้านสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า ขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เข้าประจำจุดวิกฤตทั้งหมดแล้ว เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สิ่งแวดล้อม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E" hreflang="th"&gt;น้ำท่วมกรุงเทพ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;มหาวิทยาลัยรามคำแหง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;เคหะคลองจั่น&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;เขตบางกะปิ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;เขตลาดกระบัง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;เคหะร่มเกล้า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;ถนนเพชรบุรี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;กรุงเทพมหานคร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;ภัยธรรมชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 01 Oct 2026 19:41:49 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118958 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/10/118958#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>‘พัฒนาชีวิตคนเกาะรัตนโกสินทร์’ ชื่อหรูปฏิบัติการฟ้าผ่า ‘ย้ายคนไร้บ้าน’ ‘ไม่มีงานทำ’ แกนปัญหาที่ไม่เคยแก้ได้</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/09/118885</link>
  <description>&lt;span&gt;‘พัฒนาชีวิตคนเกาะรัตนโกสินทร์’ ชื่อหรูปฏิบัติการฟ้าผ่า ‘ย้ายคนไร้บ้าน’ ‘ไม่มีงานทำ’ แกนปัญหาที่ไม่เคยแก้ได้&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;เรื่อง: ศศิธร อักษรวิลัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพปกถ่ายโดย ภัทรภร ผ่องอําไพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-09-25T12:34:32+07:00" title="Friday, September 25, 2026 - 12:34"&gt;Fri, 2026-09-25 - 12:34&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;‘เกาะรัตนโกสินทร์’ สถานที่สำคัญอันเป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจและอัตลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร กำลังเดินทางสู่จุดเปลี่ยนผ่านสำคัญ ทั้งการปรับภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนแปลงรูปแบบตึก สร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ไหนจะงานสำคัญงานใหญ่ที่สนามหลวง ซึ่งนั่นยังส่งผลต่อชีวิตของผู้คน(ไร้บ้าน)บริเวณนั้นอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่มีงานที่สนามหลวง ถ้าไม่อยู่ข้างใน (บ้านอิ่มใจ) ก็โดนจับ โดนไล่ไปไกลๆ&amp;nbsp; ถ้าไม่จับก็อยู่ข้างนอก ถ้าเขาจัดระเบียบก็อยู่ข้างใน”&amp;nbsp;&amp;nbsp;พงศ์ คนไร้บ้านที่อาศัยแบบรายวันในบ้านอิ่มใจ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏภาพจากเพจของ กทม. ที่มีเทศกิจ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจำนวนมาก ลงพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะถนนราชดำเนิน ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ในหน้าสื่อ โดยสื่อหลายสำนักพาดหัวว่าเป็นการ “จัดระเบียบคนไร้บ้าน”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55546936672_edc9b422ac_o.jpg?s=eyJpIjo1NTU0NjkzNjY3MiwiZSI6MTc5MDMxODUxNSwicyI6IjkwNjBhNjNhODczNzRjZTJjNDcxN2VkODEzODUzNzRlOTVkZGQzMmMiLCJ2IjoxfQ" width="1080" height="810" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55546936967_a44c9a3547_o.jpg?s=eyJpIjo1NTU0NjkzNjk2NywiZSI6MTc5MDMxODc4NCwicyI6Ijc2OWY0ZGZmYWM3ZWRiOTRkMzAxOWJiN2NjNWYxZmU5YjgxZjQyN2EiLCJ2IjoxfQ" width="1477" height="1108" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;กทม. ลงพื้นที่เชิงรุก รับฟังความต้องการของคนไร้บ้าน-คนไร้ที่พึ่ง เพื่อเชื่อมต่อการช่วยเหลือ-พร้อมสร้างโอกาสด้านอาชีพ ควบคู่จัดการพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ (ภาพเมื่อ 30 ส.ค. 2569 จากเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1NPdTLnBxP/"&gt;กรุงเทพมหานคร&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้นโลกออนไลน์ก็เกิดเสียง&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1DPZMRvLcv/"&gt;วิพากษ์&lt;/a&gt;วิจารณ์อย่างมากเรื่องการนำเจ้าหน้าที่ความมั่นคงมาด้วย อีกทั้งหลายฝ่ายก็มองว่าเป็นการซุกปัญหาการจัดระเบียบแบบนี้ไม่เคยแก้ปัญหาคนไร้บ้านในที่สาธารณะได้จริงๆ กลับเป็นแค่เป็นการไล่ให้คนไร้บ้านไปอยู่ที่อื่นแทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปฏิบัติการในครั้งนี้&lt;a href="https://web.facebook.com/share/p/1M7e966ZLr/"&gt;กทม.&lt;/a&gt;ระบุว่าเป็นการร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ กทม. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำรวจ ทหาร และทีมแพทย์ ลงพื้นที่คัดกรอง ช่วยเหลือและส่งต่อคนไร้บ้าน โดยยึดความสมัครใจ&amp;nbsp;ด้านผู้ว่า กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ย้ำว่าเป้าหมายไม่ใช่การจับกุม แต่คือการช่วยให้ประชาชนเข้าสู่ระบบการดูแล และมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ภาพจำยังชัดเจน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ภาพของตำรวจทหารที่ลงพื้นที่เช่นนี้ เป็นภาพที่สร้างความเข็ดขยาดให้กับคนไร้บ้านอย่างมาก เพราะเมื่อช่วงประมาณ 20 ปีก่อน ก็มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในเครื่องแบบลงพื้นที่ไล่จับ กวาดต้อน คนไร้บ้านให้เข้าไปอยู่สถานสงเคราะห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขามาเราก็วิ่งหนี ถ้าไม่หนีก็โดนจับ ของที่ซื้อมาขาย (เจ้าหน้าที่) ก็เอาไป ดิฉันวิ่งหนี เพื่อนก็โดน (เจ้าหน้าที่เอาตัวไป) ไม่รู้ว่าเขาเอาไปไว้ที่ไหน เขาหายไปเลย”&amp;nbsp;อ้อย อดีตคนไร้บ้านผู้ประสบภัยจากการจัดระเบียบคนไร้บ้านเมื่อปี 2551 เล่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนป๋อง บอกว่าอยู่บริเวณสนามหลวงมาตั้งแต่ปี 2525 สมัยก่อนเป็นการไล่จับแบบจู่โจม ป๋องไม่เคยถูกจับเพราะหนีไปก่อน แต่พอหยุดกวาดล้างก็กลับมาอยู่ที่เดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขาพาไปที่อยู่ที่กินก็จริง แต่มันไม่มีงานทำ มันต้องมีงานทำ มีที่อาศัย มีที่รักษาโรค” ป๋องว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นี่คือภาพจำ ‘การจัดระเบียบคนไร้บ้าน’ ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดภาพเช่นนี้ขึ้นอีกครั้งในปี 2569&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ไม่ได้จัดระเบียบ แต่ ‘พัฒนาชีวิตคนเกาะรัตนโกสินทร์’ ?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;“การใช้เจ้าหน้าที่นอกจาก พม. (กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) หรือ กทม.ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ มันเป็นการลิดรอนสิทธิศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขา พี่น้องคนไร้บ้านเขาไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่เขาเป็นคนจนที่ไม่รู้จะไปไหน”&amp;nbsp;สมพร หาญพรม&amp;nbsp;หัวหน้าโครงการคนไร้บ้าน มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สมพรชี้ว่านี่เป็นการตีตราว่าคนไร้บ้านต้องถูกจัดการ ยิ่งในสังคมที่ไม่เข้าใจคนไร้บ้านก็ยิ่งทำให้เกิดความไม่เข้าใจมากขึ้น การสร้างมุมมองแบบนี้ทำให้สังคมมองคนไร้บ้านว่าเป็นปัญหา สุดท้ายจะเป็นการสร้างความหวาดระแวงคนไร้บ้านแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สมพรยังเล่าถึงการกระจายตัวของคนไร้บ้านว่า คนที่พอมีกำลังก็เคลื่อนย้ายไปอยู่ที่อื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฐาปนีย์ ศิริสมบูรณ์&amp;nbsp; ผอ.ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต กทม. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุว่า ที่จริงแล้วปฏิบัติการนี้ชื่อว่า ‘การยกระดับคุณภาพชีวิตคนในเกาะรัตนโกสินทร์’&amp;nbsp;และย้ำว่านี่ไม่ใช่ ‘การจัดระเบียบ’ ซึ่งเป็นคำที่รุนแรง ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับ ‘การปรับภูมิทัศน์เกาะรัตนโกสินทร์’ เพื่อให้เอื้อต่อการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ และแถวถนนราชดำเนินก็เป็นบริเวณที่มีคนไร้บ้านอยู่จำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฐาปนีย์กล่าวถึงรูปแบบการทำงานว่า แต่ละส่วนมีอำนาจแบบไหนก็ดำเนินการไปตามนั้น เรื่องของการจัดระเบียบพื้นที่เป็นความรับผิดชอบของ กทม. ส่วนการคุ้มครองคนไร้บ้านจะเป็นหน้าที่ของ พม. ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เทศกิจจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ&amp;nbsp; และหากคนไร้บ้านยินยอมที่จะได้รับความคุ้มครองก็จะเป็นการส่งต่อให้ พม.ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีคนไร้บ้านเข้าสู่ระบบคัดกรองแล้ว 97 ราย ฐาปนีย์ว่า ตัวเลขดังกล่าวถือว่ายังน้อย ครั้งนี้เป็น&amp;nbsp; ‘การเชิญชวน’ ให้คนไร้บ้านเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองที่มีให้เลือกทั้ง ‘บ้านอิ่มใจ’ และศูนย์คุ้มครองของ พม. ส่วนใหญ่คนไร้บ้านเลือกไปอยู่บ้านอิ่มใจ แต่เนื่องจากว่าปฏิบัติการมีหลายหน่วยงานรวมทั้งทั้งทหารและตำรวจในเครื่องแบบ ภาพที่ออกมาจึงดูน่ากลัวและสื่อไปในทางบังคับ ใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ปลายทางคือเราต้องการให้คนไร้บ้านหลุดพ้นจากการเป็นคนไร้บ้าน ความเป็นระเบียบเรียบร้อยก็ส่วนหนึ่งในเชิงพื้นที่ แต่เรามองเรื่องการให้โอกาส สร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อกลับไปสู่สังคมมากกว่าจะกลับไปเป็นคนไร้บ้าน”&amp;nbsp;ตัวแทนจาก พม.กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;‘โครงการบ้านอิ่มใจ’ รองรับการเข้าพักได้วันละ 200 คน ผู้ที่จะเข้าพักต้องเข้าฝึกอาชีพและการออมเงินเป็นเวลา 7 วัน โดยจะอาศัยอยู่ที่นี่ได้สูงสุดเพียง 2 เดือน ส่วนผู้ที่ไม่ต้องการเข้าฝึกอาชีพก็จะอยู่ได้ชั่วคราวเป็นรายวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เปิดโครงการครั้งแรกวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 ต่อมา 14 มีนาคม 2562 ในสมัยที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ มีมติให้คืนพื้นที่ประปาแม้นศรี(เดิม) ให้กับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในเดือนกันยายน 2562 เนื่องจาก กทม. เช่าพื้นที่ดังกล่าวในอัตราปีละ 28 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2555 – 2562 แต่กลับใช้พื้นที่ไม่คุ้มค่าประกอบกับคนไร้ที่พึ่งเข้าพักอาศัยอยู่ไม่มาก ในครั้งนั้น กทม. กำหนดให้คนไร้ที่พึ่งออกภายในเดือนมิถุนายน 2562&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จนกระทั่ง 29 กุมภาพันธ์ 2567 ปรากฏข่าวเกี่ยวกับโครงการบ้านอิ่มใจอีกครั้ง โดย&lt;a href="https://pr-bangkok.com/?p=279492"&gt;ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน มีแผนจะเปิดให้บริการโดยกลับไปเช่าพื้นที่สำนักการประปาสาขาแม้นศรี(เดิม)&lt;/a&gt; กับสำนักงานทรัพย์สินฯ อีกครั้งเป็นสัญญาเช่า 30 ปี ภายหลังได้กลับมาดำเนินการอีกครั้งภายใต้ กทม.และองค์กรภาคีที่ทำงานกับคนไร้บ้าน เช่น มูลนิธิอิสรชน มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เป็นต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ที่พักและดูแลคนไร้บ้าน/ไร้ที่พึ่งอย่างเป็นระบบ โดยเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55548357085_807bbef853_o.jpg?s=eyJpIjo1NTU0ODM1NzA4NSwiZSI6MTc5MDMxODg1OCwicyI6ImRiMmI5MDE0ZTc3OTMwMTZjMDQ0ZTI0OTZhN2U1NGJjMTliNzI1NDkiLCJ2IjoxfQ" width="2048" height="1367" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/share/1Jf7NQQKxv/"&gt;บ้านอิ่มใจ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ตั้งทีมแก้ปัญหา แต่ (ยัง) ไร้เจ้าภาพ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. ชี้แจงว่า กทม. ไม่ได้ใช้คำว่า ‘จัดระเบียบ’ การจัดระเบียบเดียวที่ กทม.ใช้คือการจัดระเบียบการแจกอาหาร ซึ่งพูดมาก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่อยากให้แจกในที่สาธารณะ แต่อยากให้แจกอาหารในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ต้องบอกว่าการดูแลพื้นที่สาธารณะ ทางเทศกิจนำโดย กทม.ก็ทำปกติอยู่แล้ว” ศานนท์กล่าวต่ออีกว่าตนไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นเพราะมีกรณีของการทะเลาะวิวาทเยอะมากผิดปกติ ทำให้เจ้าหน้าที่เวลาต้องเดินไปตรวจ 2-3 คน รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงเป็นที่มาของการที่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมาช่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รองผู้ว่าฯ กทม. มองว่าถ้าการลงมือทำตอนนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะทำตอนไหน อีกทั้งตอนนี้ยังมีการตั้งทีมสหวิชาชีพ (MDT) ที่มีหลายหน่วยหลายองค์กรมาร่วม กทม.ก็ต้องรับผิดชอบเรื่องการปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมมากขึ้น และต้องหาทางออกระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;MDT คือทีมสหวิชาชีพที่ตั้งขึ้นมาช่วยเหลือเคส&amp;nbsp;และกำลังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ในทีมประกอบด้วยนักสังคมสงเคราะห์ จาก พม. นักอนามัยจากสำนักการแพทย์ กทม. และเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพจิตจากกรมสุขภาพจิต รวมถึงนักกฎหมาย มาประชุมร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความท้าทายที่สุดก็คือ ‘ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพ’ ศานนท์ระบุว่าหากจะให้ กทม.เป็นเจ้าภาพเลยก็จะเป็นการดำเนินการมากกว่าที่ กทม.มีอำนาจทำได้ ส่วนทีมสหวิชาชีพก็ยังถือว่าเป็นเฉพาะกิจ โดยธรรมชาติแล้วงานที่รวมหลายภาคส่วน มักจะไม่มีเจ้าภาพ พอเริ่มลงมือทำเลยเป็นลักษณะดำเนินงานตามวาระเป็นครั้งๆ ไป จึงควรมีการออกแบบกลไกให้ชัดเจนว่าใครรับผิดชอบส่วนไหน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;สั่งลงมาแล้วปฏิบัติเลย?&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ภาพของปฏิบัติการดังกล่าว ไม่เพียงแต่สร้างความตกใจให้สาธารณชน แต่ยังรวมไปถึงองค์กรเอกชนที่ดูแลและทำงานกับคนไร้บ้านด้วย ราวกับว่าครั้งนี้มีการสั่งการลงมาแล้วลงมือปฏิบัติเลยอย่างไรอย่างนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อัจฉรา สรวารี เลขาธิการมูลนิธิอิสรชน ซึ่งทำงานกับคนไร้บ้านบริเวณถนนราชดำเนิน&amp;nbsp; ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีการพูดคุยมาก่อนหน้า และไม่คิดว่าในวันแรกของการจัดระเบียบจะมีตำรวจทหาร 10-20 นาย ลงพื้นที่เดินตามตรอกซอกซอย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ไม่ต้องเดินไปหรอก แค่ตั้งแถว พี่น้องคนไร้บ้านที่พอลุกขยับได้เขาก็จะออกจากพื้นที่ด้วยความกลัวแล้ว ภาพนั้นมันเป็นการทำลายการทำงานร่วมกันในอดีต ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน ที่เราพยายามมาหลายๆ ปีหลังโควิด ในการชวนพี่น้องคนไร้บ้านเข้าสู่ระบบ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อัจฉราระบุว่า การจัดระเบียบครั้งนี้ราวกับว่ามีหน่วยงานหนึ่งสั่งการมา ส่วนอีกหน่วยงานหนึ่งก็ยังไม่รู้ว่ามีการสั่งการไปแล้ว และในช่วงที่มีการจัดระเบียบ อัจฉราระบุว่า เต็นท์จุดดร็อปอินของมูลนิธิอิสรชนในตรอกสาเกที่เป็นจุดช่วยเหลือคนไร้บ้านมาหลายปีถูกสั่งรื้อไปด้วย แต่ต่อมากลับมีการให้หน่วยงานอื่นมาตั้งเต็นท์ขายของในพื้นที่เดิมแทน ซึ่งรองผู้ว่าฯ เผยภายหลังว่าตนก็ยังไม่ทราบเรื่องนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“วันแรกนึกว่าผู้ก่อการร้ายเกิดขึ้นที่ตรอกสาเก แค่ไม่มีอาวุธปืน”&amp;nbsp;อัจฉราให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับประชาไทถึงวันที่มีการจัดระเบียบเริ่มต้นที่ตรอกสาเก พร้อมย้ำว่าเมื่อเอาคนไร้บ้านออกจากพื้นที่สาธารณะแล้ว ต้องมีคำตอบให้ด้วยว่าจะไปทางไหนต่อ แต่ตอนนี้ไม่มีกลไกให้ไปไหนได้เลย พูดง่าย ๆ ว่า&amp;nbsp;“ตัน”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เนื่องจากว่าทางเครือข่ายไม่ได้รับความชัดเจนเรื่องกรอบเวลาและพื้นที่ในการปฏิบัติการ มีแค่การระบุกว้างๆ ว่าจะทำไปเรื่อยๆ ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งในตอนนี้เขตอื่นนอกเกาะรัตนโกสินทร์ เช่น บางพลัด ก็เริ่มทำแบบเดียวกันแล้ว อัจฉราแสดงความกังวลว่า ถ้าพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด เห็นว่าโมเดลนี้ได้ผล ก็อาจจะทำตาม สุดท้ายจะเป็นการทำลายความพยายามที่จะสู้ให้เกิดระบบสวัสดิการ ระบบช่วยเหลือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อทางการให้เหตุผลว่าการจัดระเบียบพื้นที่ในกรุงเทพฯ เป็นหน้าที่ตามปกติของ กทม.อยู่แล้ว จึงเกิดคำถามว่าในการปรับภูมิทัศน์รอบนี้มีความเร่งด่วนมากน้อยเพียงใดจึงทำให้ต้องมีกระบวนการรวบรัดเช่นนี้ เพราะปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้ประสานไปทางเครือข่ายภาคเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านศานนท์ระบุว่า ตนก็ไม่ทราบถึงเหตุผลของความเร่งด่วนเช่นกัน ก่อนจะอธิบายว่าตอนนี้มีหลายภารกิจที่ต้องทำช่วงนี้อยู่ด้วย จึงต้องมีฝ่ายอื่นมาช่วยสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้มองเป็นโอกาส เพราะงานนี้ไม่เคยสำเร็จได้ด้วยองค์กรเดียวอยู่แล้ว นี่จึงเป็นโอกาสที่จะทำให้งานไปถึงฝั่งได้เร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนเรื่องประเด็นการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะจนก่อให้เกิดภาพเช่นนั้นออกมาก็ต้องรับข้อห่วงใยไป แม้ตนไม่ทราบเรื่องวันที่แน่ชัด รวมถึงความเข้มข้นของปฏิบัติการนี้ด้วย เมื่อมีคำถามว่าจะทำแบบนี้ต่ออีกกี่วัน รองผู้ว่าฯ กทม.รับอย่างติดตลกว่า ไม่สามารถตอบแน่ชัดได้ พร้อมระบุว่าพื้นที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ต้องดูแลอยู่แล้ว ต้องทำไปต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;หัวใจสำคัญคือ มีงานทำ&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ปลายทางของปฏิบัติการนี้คือ ‘การเชิญชวน’ คนไร้บ้านเข้าสู่สถานคุ้มครองที่จัดไว้ให้เพื่อ ‘ยกระดับคุณภาพชีวิต’ ฟังดูเป็นเรื่องที่ดีที่คนไร้บ้านจะได้ไม่ต้องอยู่ข้างนอก แต่สังคมไม่ได้เข้าใจกระบวนการข้างในนั้น ไม่เข้าใจว่า เมื่อมีบ้านอุ่นใจให้เข้าไปอยู่แล้ว จะออกมานอนข้างนอกอีกทำไม นั่นก็เพราะแท้จริงแล้ว มันไม่มีต้นทุนให้ไปต่อ ไม่ต่างจากการถูกทิ้งไว้กลางทางแบบงงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิทธิพล ชูประจง&amp;nbsp;หัวหน้าโครงการ ‘จ้างวานข้า’ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า กลไกในบ้านอิ่มใจตอนนี้เน้นไปที่การฝึกอาชีพที่ไม่นำไปสู่การถูกจ้างงาน ไม่มีตลาดงานรองรับ คนไร้บ้านก็รู้ว่าฝึกไปก็ไม่ได้อะไร แต่ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขการฝึกอาชีพ เพราะเป็นเงื่อนไขการเข้าบ้านอิ่มใจ&amp;nbsp; ส่วนคนที่ไม่ฝึกอาชีพก็ต้องลงทะเบียนเข้าพักรายวันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิทธิพลเล่าว่า การจัดระเบียบล่าสุด คนไร้บ้านส่วนมากเลือกไปบ้านอิ่มใจ แม้มีที่พัก อาหาร ห้องอาบน้ำ แต่พอเข้าไปจริงๆ ก็วุ่ยวายพอสมควร เพราะการจัดระเบียบครั้งนี้ไม่สามารถทำให้คนได้เข้าถึงที่นอนที่เหมาะสมได้ ส่วนหนึ่งต้องออกมานอนภายนอกอาคาร นอนพื้น เหมือนคนไร้บ้านปกติที่อาศัยอยู่ข้างนอก ซึ่งเป็นภาพที่แทบจะกลายเป็นความปกติของสถานคุ้มครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากสถิติปัจจุบัน สถานคุ้มครองคนไร้บ้าน/ไร้ที่พึ่งมี 11 แห่งทั่วประเทศ เพดานสูงสุดที่แต่ละที่รับได้คือประมาณ 300 แต่มีคนไปอยู่จริงประมาณ 500 คน ทำให้ต้องมีการเฉลี่ยทรัพยากร ถ้าหากต้องรับคนไร้บ้านเข้าไปอยู่ ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย คนที่เข้าไปอยู่ในสถานคุ้มครองมีหลากหลายมาก อีกทั้งนิยมของคำว่า ‘คนไร้ที่พึ่ง’ มีความหมายกว้าง สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือคนพิการก็ไหลไปสู่สถานคุ้มครองหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิทธิพลระบุว่า 80% ของ 11 แห่งทั่วประเทศ เป็นผู้ป่วยจิตเวชที่ต้องถูกฟื้นฟู ซึ่งคนปกติที่เป็นคนไร้บ้านก็ไม่อยากอยู่ร่วมกับผู้ป่วย ประกอบกับสถานคุ้มครองไม่มีกลไกที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตพวกเขาได้จริง ในปีๆ หนึ่ง คนที่ได้ออกจากสถานคุ้มครองแบบมีอาชีพ มีงานทำ แต่ละแห่งนั้นมีไม่เกิน 10 คน ส่วนคนที่เป็นผู้ป่วยจิตเวชมักจะเป็นการอยู่ระยะยาว เพราะไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตข้างนอกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ต้องมีการส่งต่อคนเพื่อไปยังกลุ่มที่ตรงตามเป้าหมาย เช่น คนพิการก็ต้องถูกโอนย้ายไปสถานสงเคราะห์ของคนพิการ แต่ประเด็นสำคัญของ พม. คือไม่สามารถถ่ายโอนไปได้ ซึ่งนี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในในกระทรวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากที่สิทธิพลเล่ามา พงศ์เป็นตัวอย่างที่ฉายให้เห็นภาพชัดที่สุดของชีวิตในบ้านอิ่มใจ เขาเล่าว่าเลือกนอนตรงแท็งก์น้ำข้างนอกอาคาร เป็นการลงทะเบียนรายวัน เพราะไม่อยากลงเรียนฝึกอาชีพ 7 วันตามเงื่อนไข ส่วนการนอนก็นอนตามมีตามเกิด ไม่มีที่นอนให้ ต้องเอาเสื่อปู มีหมอนของตัวเองมา ส่วนห้องน้ำก็มีรถห้องน้ำของ กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พอฝนตกก็เข้าหลบฝนใต้อาคาร ฝนหยุดค่อยออกมาใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้สถานการณ์จะไม่ต่างจากนอนข้างนอกมากนัก แต่พงศ์เล่าว่าในบ้านอิ่มใจมีข้าวแจก ถ้าอยู่ข้างนอกก็อาจจะเสี่ยงโดนเทศกิจหรือทหารมาจับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านสมพร&amp;nbsp;จากมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ระบุว่าคนไร้บ้านไม่ได้ต้องการที่อยู่ไปวันๆ แต่ต้องการงานที่มีรายได้มากพอเพื่อเข้าถึงที่อยู่อาศัยเองได้ เพราะนั่นคือทางที่จะทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองมีศักดิ์ศรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อมีรายได้แล้วคนไร้บ้านก็จะคิดต่อได้เองว่าจะไปทางไหนต่อ ส่วนการจัดหาที่อยู่อาศัยให้ก็จำเป็น ในแง่ของที่พักชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น ที่พักฉุกเฉิน สำหรับคนที่มีความพร้อมขยับขยาย ตอนนี้มีโครงการที่เริ่มทำบ้างแล้ว คือโครงการอุดหนุนที่อยู่อาศัยที่เป็นห้องเช่าคนละครึ่ง สมพรชี้ว่าโครงการแบบนี้จะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์กว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยสรุปคือ ต้องทำให้คนไร้บ้านเห็นทางที่จะไปต่อ ดีกว่าเราไปบอกแค่ว่าต้องมาอยู่ที่นี่&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;แก้ทีไรเจอทางตัน (ทุกรอบ)&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในวันนี้ หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าสิ่งที่ต้องยอมรับก็คือกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือก่อนมีปฏิบัติการเช่นนี้ ควรเตรียมกลไกให้พร้อมไว้ก่อน ไม่ใช่พอจัดระเบียบเสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จัดระเบียบคนไร้บ้านแล้วเจอทางตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุดท้ายแล้วการจัดระเบียบครั้งนี้ก็คือการเอาคนไร้บ้านออกจากพื้นที่ (เพื่อเข้าสถานคุ้มครอง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งอาจเห็นผล แต่จะเห็นได้ว่าถ้าไม่มีรัฐสวัสดิการหรือกลไกเพื่อสนับสนุนให้คนไร้บ้านมีหนทางไปต่อ สุดท้ายการแก้ปัญหาก็ไม่ยั่งยืน คนที่ถูกเลิกจ้างตอนอายุ 40-50 ปีแล้วไม่มีรายได้ หรือเจ็บป่วย หรือแม้แต่คนไร้บ้านหน้าเก่าที่เคยหลุดจากความเป็นคนไร้บ้านไปแล้ว ก็อาจจะจบลงอยู่ข้างถนนได้เหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;*เนื้อหาส่วนหนึ่งมาจากงานเสวนา “จัดระเบียบคนไร้บ้าน การปฏิบัติและทางเลือก” จัดโดยคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;คนไร้บ้าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;กรุงเทพมหานคร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%88" hreflang="th"&gt;บ้านอิ่มใจ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;มูลนิธิอิสรชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;อัจฉรา สรวารี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C-%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D" hreflang="th"&gt;ศานนท์ หวังสร้างบุญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3-%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สมพร หาญพรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 25 Sep 2026 05:34:32 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">118885 at https://prachatai.com</guid>
    <comments>https://prachatai.com/journal/2026/09/118885#comments</comments>
    </item>

  </channel>
</rss>
