<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://prachatai.com/">
  <channel>
    <title>ประชาไท</title>
    <link>https://prachatai.com/</link>
    <description/>
    <language>th</language>
    
    <item>
  <title>พ่อชราของลูกชายชื่อ 'บัสบาส' รู้จัก 112 ครั้งแรกเมื่อลูกต้องขัง 46 ปี ความ (สิ้น) หวังจะได้พบหน้า</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117229</link>
  <description>&lt;span&gt;พ่อชราของลูกชายชื่อ 'บัสบาส' รู้จัก 112 ครั้งแรกเมื่อลูกต้องขัง 46 ปี ความ (สิ้น) หวังจะได้พบหน้า&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;วรรณา แต้มทอง : เรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล : กราฟิก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-30T16:26:05+07:00" title="Thursday, April 30, 2026 - 16:26"&gt;Thu, 2026-04-30 - 16:26&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ลุงชัย ชายชราวัย 73 ปี ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปกับการนั่งหลบร้อนอยู่ใต้ถุนบ้านที่เชียงราย ด้วยความที่มีหลายโรครุมเร้า ทั้งเส้นเลือดในสมองตีบ เกาต์เทียม แข้งขาเลยไม่สู้จะดีนัก ลุงชัยบ่นให้ฟังหลายครั้งตอนคุยกันว่าเดินไปไหนไม่ค่อยจะไหวแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่ทุกเดือนเขายังต้องเดินทางออกจากบ้านไปเยี่ยม ‘บัสบาส’- มงคล ถิระโคตร ลูกชายที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บัสบาสเป็นภาพจำของผู้ชายหัวเขียวแบบเดียวกับโจ๊กเกอร์วายร้ายในเรื่องแบทแมนที่เดินทางจากเชียงรายไปนั่งอดอาหารประท้วงอยู่หน้าศาลอาญา กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้จำเลยกลุ่มราษฎร เมื่อปี 2564&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55238363319_8a272f5f0b_o.png?s=eyJpIjo1NTIzODM2MzMxOSwiZSI6MTc3NzU0NTMzNiwicyI6ImY3MmM2MWE3M2ZjNzUxNTQxNGY0MTkxOWM3MDliOWE4NTAyZDI4OWYiLCJ2IjoxfQ" width="838" height="211" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55237624759_abcc24ff9b_b.jpg" width="1024" height="681" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;‘บัสบาส’- มงคล ถิระโคตร ที่ป้ายรถเมล์แถวหน้าศาลอาญา เมื่อปี 2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตอนนั้นเขาอายุ 27 ปี และเคยให้สัมภาษณ์กับ&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=thxiQRo_CZ8"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;ถึงเหตุผลของการประท้วงอดอาหารว่า “เพื่อนๆ ที่เข้าไป (ในเรือนจำ) ยังไม่ได้รับการตัดสินความผิดเลย เขาควรที่จะได้ออกมาสู้ก่อน แต่ถูกคุมขังไปแล้ว รู้สึกว่าไม่เป็นธรรม”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เขาเดินทางมานั่งอดอาหารหน้าศาลอาญาวันที่ 13 เม.ย. 2564 บ่ายวันรุ่งขึ้นตำรวจเข้าจับกุมบัสบาสหน้าและตั้งข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก่อนจะส่งตัวเขาไปดำเนินคดีที่เชียงราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากนั้น ชีวิตบัสบาสก็เริ่มต้นเผชิญกับคดี ม.112 เรื่อยมา จนตอนนี้เขากลายเป็นผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่มีโทษจำคุกสูงถึง 46 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนประเมินว่าโทษจำคุกของศาลฎีกาในคดีบัสบาสเป็นโทษที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ แซงหน้าคดีของ ‘ป้าอัญชัญ’ ที่ศาลอาญาลงโทษจำคุก 43 ปี 6 เดือน จากการเผยแพร่คลิปเสียงของ ‘บรรพต’ จำนวน 29 กรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนหน้าติดคุก ลุงชัยบอกว่าบัสบาสอยู่บ้านด้วยกันที่เชียงราย ตัวแกมีลูก 2 คน พี่ชายบัสบาสแยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเองที่จังหวัดอื่น ลุงชัยลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ เมื่ออายุมากขึ้น และกลับมาอยู่บ้านเชียงรายกับภรรยาและบัสบาสเมื่อปี 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พอบัสบาสถูกตัดสินให้จำคุก ที่บ้านก็เหลือแค่คนแก่ 2 คน ป้าอายุ 63 ปี ขับรถยนต์ไม่เป็น ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ได้ ปั่นจักรยานเป็นอย่างเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“โอ๊ย โทรศัพท์ยังรับไม่ค่อยจะเป็นเลย” ลุงชัยบ่นภรรยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้นเวลาที่จะต้องไปเยี่ยมบัสบาส ไปรับยาหาหมอที่โรงพยาบาล หรือกระทั่งไปจ่ายตลาด ลุงชัยจะต้องเป็นคนขับรถพาไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ย้อนกลับไปในปี 2563 ลุงชัยเล่าว่า บัสบาสเพิ่งเกณฑ์ทหารเสร็จ เขาจับได้ใบแดงไปเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 2 ปี ที่ค่ายทหารในจังหวัดเพชรบุรี ออกจากค่ายก็กลับมาอยู่บ้านเชียงราย และเริ่มขายเสื้อผ้าออนไลน์ บัสบาสไม่ได้ถึงกับเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ก็พอมีรายได้มาช่วยกันซื้อข้าวซื้อแกงกินในบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อลูกติดคุก การเงินภายในบ้านก็ลำบากยิ่งขึ้นอีก เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาทของลุง และ 600 บาทของป้า ไม่มีทางพอกินพอใช้ ลุงชัยเล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า แกต้องไปขอเงินช่วยเหลือที่บัสบาสได้จากกองทุนราษฎรประสงค์ซึ่งมอบให้ผู้ต้องขังไว้ใช้จ่ายในคุก เอามาใช้จ่ายในบ้านแทน แม้ว่ากองทุนฯ ได้ให้เงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ต้องขังทางการเมืองแยกอีก 3,000 บาทแล้วก็ตาม เพื่อให้สองคนแก่ที่ไม่มีรายได้ใดสามารถประทังชีวิตอยู่ได้&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;"เดือนไหนที่เราเหลือก็จะเอาไปฝากให้เขาบ้าง เดือนละสี่สาห้าร้อยบ้าง บางทีมีเพื่อนฝูงฝากมาให้เขาบ้าง ให้เขาใช้ในคุก”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;บางเดือน เวลาลุงชัยกับป้าไปเยี่ยมลูกที่เรือนจำ ก็มีคนรู้จักที่อยู่อีกอำเภอมาช่วยเหลือเรื่องค่าเดินทางบ้าง หรือขับรถพาไปเยี่ยมบ้าง เรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายอยู่ห่างไป 50 กว่ากิโลเมตร ไปกลับแต่ละครั้งก็ต้องใช้เวลาขับรถเอาเรื่อง แต่ครอบครัวก็ไปเยี่ยมกันทุกเดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคุยอะไรกันเวลาไปเยี่ยม ลุงชัยบอกว่า ถามสารทุกข์สุกดิบกัน อยู่ในนั้นลำบากแบบไหนบ้าง&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“เขาก็บอกว่าบางทีนักโทษเยอะ จะลำบากการนอน เบียดเสียดกัน ถ้าอากาศร้อนก็ลำบากขึ้นไปอีก เดือนไหนมีคนพ้นโทษก็พอได้หลวมๆ นอนสบายขึ้นมานิดหน่อย ไปเยี่ยมทีก็จะถามเรื่องอาหาร ได้ซื้ออาหาร กาแฟ ฝากเขาบ้าง เขาให้เยี่ยมได้แค่ 15 นาทีเท่านั้น”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ลุงชัยยังสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอีกอย่าง ยาซึมเศร้าที่บัสบาสได้กินในคุก จากเป็นยาเม็ด เริ่มมีบดให้กินบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เขามีโรคประจำตัวอยู่ เขาเป็นซึมเศร้า ก็จะกินยาซึมเศร้าตั้งแต่อยู่บ้าน ไปอยู่ในนั้นก็ยังต้องกินอยู่ ไปขอยาหมอกิน เขาบอกว่ายาจากทีแรกให้กินแบบเป็นเม็ด ต่อมาก็บดให้กิน”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชีวิตสมัยหนุ่ม ลุงชัยทำงานเป็นคนขับรถที่บริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ ทำตั้งแต่ยังไม่มีลูก แต่งงานกับแม่ของบัสบาสตอนอายุ 35 ปี (แม่บัสบาสเป็นคนเชียงราย) และหอบกันไปสร้างครอบครัวที่ย่านอ่อนนุช สมัยนั้นคนเรียกแก ‘ลุงชัยอ่อนนุช’ ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว ป้าเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก โชคดีที่มีคนรู้จักให้อยู่บ้านพักโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า ชีวิตลุงชัยอยู่กรุงเทพฯ ไปแล้ว 50 กว่าปี จากบ้านที่อุบลราชธานีมาทำงานสู้ชีวิตในเมืองหลวงตั้งแต่ปี 2516 บ้านที่เชียงรายที่ย้ายมาอยู่ยามแก่ชราก็มาจากเงินที่ทำงานขับรถตอนยังมีเรี่ยวแรง บัสบาสเองก็เรียกได้ว่าเป็นเด็กกรุงเทพฯ เพราะเขาเพิ่งมาอยู่เชียงรายตอนปี 2563&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราปลูกบ้านนี้มาเกือบ 30 ปีแล้ว (บ้านเชียงราย) แต่ไม่มีใครอยู่ ปลวกกินไปครึ่งหลัง ต้องมาซ่อมหมดเงินไปหลายหมื่น ปลวกกินขึ้นไปยันหลังคา”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามว่าลุงตกใจไหมที่เห็นข่าวลูกชายนั่งรถไปอดอาหารแสดงออกทางการเมืองที่กรุงเทพฯ ตอนนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราก็ตกใจอยู่ แปลกใจอยู่ ก็บอกเตือนไปอยู่นะ ลักษณะนี้มันต้องติดคุกนะ เขาเอาเรื่องแน่ๆ แต่เราจะทำไง จิตใจมันไปแล้ว ทำไปแล้ว”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนนี้ลุงชัยไม่รู้จัก ม.112 ด้วยซ้ำว่าคือกฎหมายอะไร แกมารู้จักเข้าจริงๆ ตอนบัสบาสโดนคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ไม่รู้ ยังไม่รู้เลยนะว่า 112 มันเกี่ยวอะไรบ้าง มารู้เอาตอนนี้ ตอนไอ้บาส มันโดนนี่แหละ”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ลุงชัยได้มาขึ้นศาลครั้งแรกในชีวิตก็ตอนมานั่งฟังบัสบาสเบิกความในศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ไปตอนลูกชายนี่แหละ บาสต้องไปขึ้นศาล เดินทางยิ่งกว่าไปทำงาน ทนายนัดมาก็ต้องไป บางทีก็ต้องไปเซ็นเอกสารรับรองยื่นประกัน เราก็ไม่อยากให้เขาหนีไปไหนอยู่แล้ว เสียดายเงิน อีกอย่างเขาจะไปไหน เขาไม่ได้รู้จักใคร”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;พอรู้ว่าลูกต้องโทษติดคุกเกือบ 50 ปีแบบนี้&amp;nbsp; “ตกใจ มันเลยเส้นแดงเส้นเหลืองไปแล้ว แล้วเราจะทำยังไงล่ะ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“แต่บัสบาสดูไม่กลัวเลยนะลุง”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ก็ดูข้างนอก ข้างในมันเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ลุงบอกว่าไม่เคยได้ยินบัสบาสบ่นท้อแท้ให้ฟัง แม้โทษจะหลายปี เขาก็อยู่สู้ของเขาไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อสนทนากันไปเรื่อยๆ จึงพบว่าลุงชัยเป็น ‘เสื้อแดงเก่า’ ถึงจะออกตัวว่า ‘ไม่แดงเข้มข้น’ เพียงแค่ไปร่วมชุมนุม เอาใจช่วย นั่งฟังปราศรัยหลายเวที ส่วนช่วงสลายการชุมนุมก็รอดมาได้หวุดหวิด&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ผมก็เคยสนใจการเมือง สมัยทักษิณ มันเริ่มจะไม่มีความยุติธรรมอะไรเราก็ไปนั่งฟังเขาปราศรัย แต่ผมไม่มีกลุ่มนะ ไปแบบขาจรกับเพื่อน 2-3 คน ราชดำเนินก็ไป สนามหลวงก็ไป ตอนปี 53 ก็ไปช่วงกลางวัน พอตกบ่ายๆ ก็หนีกลับบ้านแล้ว เพราะได้ยินข่าวว่าทหารจะเข้ามาแล้ว ผมนั่งอยู่แถวราชประสงค์ แถวไซโกใกล้ๆ โรงแรมเอราวัณ พอเริ่มบ่ายๆ ฟังข่าวไปด้วยรู้ว่าทหารเข้ามาแล้ว ยิงกันแล้วแถวดินแดง เราเห็นท่าไม่ดี ไม่อยู่ดีกว่า เราออกมาประมาณสักบ่าย 2 หรือบ่าย 3 นี่แหละ เขาเข้ามาสลายช่วง 5 โมง 6 โมง มาฟังข่าวที่บ้าน ทหารบุกเข้ามาทางบ่อนไก่ สวนลุม ก็ตามข่าวอยู่บ้าน เราไม่ได้ออกไปแล้ว ไม่อยากเสี่ยง กลัวลูกปืนเหมือนกัน เห็นว่ามันเอาจริง”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ลุงชัยบอกว่า แกมักจะไปนั่งฟังการปราศรัยของแกนนำหลายคนอย่างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, จตุพร พรหมพันธุ์, วีระ มุสิกพงศ์, หมอเหวง โตจิราการ ในวันหยุดหรือหลังเลิกงาน ป้าเองก็เคยตามไปฟังปราศรัยกับลุงด้วย บางทีอยู่กันยัน 5 ทุ่ม นั่งรถกลับถึงบ้านก็เที่ยงคืน รุ่งเช้าก็ไปทำงานตามปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในปี 2553 ลูกๆ ไม่ได้ไปด้วย เพราะยังเด็กกันอยู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ลุงชัยเห็นแววบัสบาสดูทรงมาสนใจการเมืองช่วงปี 2563 หลังจากปลดทหารออกมา พอดีกับเป็นช่วงที่คนรุ่นใหม่ออกมากันชุมนุมกันขนานใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามว่าลึกๆ แล้วผู้เป็นพ่อเข้าใจสิ่งที่ลูกแสดงออกทางการเมืองไหม ลุงชัยตอบทันทีว่า “ไม่เข้าใจ แต่เขาคงจะอินกับเรื่องเอาเปรียบคนนี่แหละ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในสายตาของผู้เป็นพ่อ ลูกชายเป็นคนเงียบๆ คุยตลกโปกฮาเวลาอยู่กับเพื่อน ไม่ใช่คนหัวรุนแรงอะไร และไม่ได้เป็นคนที่สร้างความเดือดร้อนอะไรให้ครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามว่าตอนนี้ยังมีความคาดหวังอยู่ไหมว่าจะได้พบกับลูกชายอีกครั้งตอนที่ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“ไม่ได้คาดหวัง ถ้าโทษขนาดนี้คงไม่แล้ว ร่างกายเราทุกวันนี้ก็แย่แล้ว แย่ลงทุกวันๆ แต่ก่อนเดินคล่อง เดี๋ยวนี้เดินไม่คล่องแล้ว เรา 70 กว่าแล้ว เรานับแค่วัน แค่เดือน ไม่ได้นับเป็นปีแล้ว จะอยู่ได้ถึงวันไหน เดือนไหนแค่นั้น ไม่ได้คาดว่าจะอยู่ถึงอีกปี 2 ปี 3 ปี ไม่ได้คาดหวังแบบนั้น ถ้าเป็นรถ เราก็หมดสภาพแล้ว”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“เข้าไปเยี่ยมก็จะบอกให้อดทนเอา แค่นั้นเอง เพราะว่ามันมาถึงขนาดนี้แล้ว จะได้ออก ไม่ได้ออก ก็ต้องพึ่งพาการเมืองไปด้วยว่าจะไปทางไหน ถ้าการเมืองยังอยู่แบบนี้ก็คงจะยาก”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“อยากให้เห็นใจนะ เพราะว่ามันก็หนักเกินไป มันเกินอัตราบ้านเมืองโลกคนอื่น ต้องดูโลกภายนอกเขาบ้าง เขาไม่เห็นโดนขนาดนี้ แล้วเราไปพูดประชาธิปไตยกันอยู่ทุกวันๆ กับชาวโลกเขา แล้วข้างหลังเราเป็นแผลเหวอะหวะแบบนี้ จะไปอ้างกับเขาได้อย่างไร เหมือนแต่งหน้าทาปาก แต่ข้างหลังมีแต่ขี้กลากขี้เกลื้อนแบบนี้”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;การแสดงออกทางการเมืองของบัสบาสไม่ได้จบแค่ตัวเขาต้องโทษคดี ม.112 อยู่ในคุกยาวนาน 46 ปีเท่านั้น ทุกวันนี้แม้บัสบาสจะเข้าไปอยู่ในเรือนจำได้ 2 ปีเศษแล้ว แต่เวลาที่มีขบวนเสด็จมาเชียงรายเมื่อไร ลุงชัยบอกว่ายังคงมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบแวะมาหาที่บ้านอยู่เป็นประจำ มาถามว่าคนแก่ 2 คนอย่างลุงกับป้าจะทำอะไรในวันนั้น อยู่บ้านหรือไม่ บางทีก็มาถามว่าได้ไปเยี่ยมบัสบาสหรือเปล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“เขากลัวอะไรก็ไม่รู้ ถ้าจะมาก็เอามาม่า ไข่ไก่ มาให้ด้วยก็ยังดี เราก็แก่แล้ว เดินจะไม่ไหวแล้ว จะไปทำอะไรไหว ไม่ต้องมาถามหรอก”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;สุดท้ายหลังจากนั่งฟังความคิดทางการเมือง ความคิดต่อบ้านเมือง และสายตาที่มองกระบวนการยุติธรรมของลุงชัยมานับชั่วโมง เมื่อบอกลุงว่าเข้าใจแล้วว่าทำไมบัสบาสเป็นคนแบบนี้ ลุงชัยหัวเราะและบอกว่า “มันก็มาในสายเดียวกันนั่นแหละ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="note-box"&gt;&lt;h4&gt;จุดเริ่มต้นคดี ม.112 และโทษจำคุก 46 ปี ของบัสบาส&lt;/h4&gt;&lt;p&gt;ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าบัสบาสถูกจับกุมและดำเนินคดี 2 ครั้ง ในคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์เฟซบุ๊กรวม 27 ข้อความ หลังมานั่งอดข้าวประท้วงเรียกร้องสิทธิประกันให้กลุ่มราษฎร หน้าศาลาอาญา เมื่อปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของบัสบาสเป็นความผิดจำนวน 14 ข้อความ และยกฟ้องอีก 13 ข้อความ เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าหมายถึงกษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน และบางโพสต์ก็ไม่เป็นการดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ไม่เข้าข่ายความผิด ม.112 ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 14 กระทง จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมโทษเป็นจำคุก 28 ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 ขอให้ศาลลงโทษบัสบาสทั้ง 27 ข้อความ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2567 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้บัสบาสมีความผิดเพิ่มอีก 11 กระทง (ที่ศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องไป) ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 22 ปี และเมื่อรวมกับโทษจำคุกใน 14 กระทงก่อนหน้านี้ โทษจำคุกในคดีของบัสบาสสูงถึง 50 ปี ซึ่งเป็นโทษจำคุกในคดี ม.112 ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2568 ศาลฎีกาเห็นว่า ม.112 เป็นกฎหมายมุ่งหมายรักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชนชาวไทยมีความผูกพันธ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทบกระเทือนจิตใจของประชาชนชาวไทย และ ม.112 ก็ไม่ได้ระบุว่าจะต้องคุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันเท่านั้น การตีความว่า ม.112 คุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันอาจเป็นการเปิดช่องให้เกิดการล่วงละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ในอดีต ซึ่งกระทบต่อพระมหากษัตริย์ปัจจุบันได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สรุปรวมแล้วศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมีความผิดทั้งหมด 23 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมเป็นโทษจำคุก 46 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังฟังคำพิพากษาบัสบาสนิ่งเงียบ ไม่ได้พูดอะไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้เขายังเหลือคดี ม.112 ที่ยังต่อสู้คดีอยู่อีก 2 คดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คดีแรก จากการโพสต์ 2 ข้อความ โดยผู้กล่าวหาเป็นตำรวจรายเดียวกับคดีก่อนหน้านี้ ถูกฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเชียงรายเช่นกัน คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี และให้เพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือน จากคดีที่จำเลยเคยถูกกล่าวหาเรื่องการบุกรุกเคหสถานและเคยให้รอการลงโทษไว้ รวมลงโทษจำคุกทั้งหมด 4 ปี 6 เดือน คดียังอยู่ระหว่างฎีกา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คดีที่สอง พนักงานสอบสวนจาก บก.ปอท. ได้เดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาบัสบาสขณะถูกคุมขังในเรือนจำ คดี ม.112 จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 3 ข้อความ ในช่วงเดือนพฤษภาคม–กันยายน 2565 โดยมีอานนท์ กลิ่นแก้ว จากกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหา คดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;สัมภาษณ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AA" hreflang="th"&gt;บัสบาส&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5-%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;มงคล ถิระโคตร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%A1112" hreflang="th"&gt;คดี ม.112&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ผู้ต้องขังทางการเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;วรรณา แต้มทอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 30 Apr 2026 09:26:05 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117229 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>โกฮัง หมาหาบ้าน | หมายเหตุประเพทไทย EP.624 [Live]</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117195</link>
  <description>&lt;span&gt;โกฮัง หมาหาบ้าน | หมายเหตุประเพทไทย EP.624 [Live]&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;user8&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-26T15:14:27+07:00" title="Sunday, April 26, 2026 - 15:14"&gt;Sun, 2026-04-26 - 15:14&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p class="text-align-center"&gt;&lt;iframe width="720" height="415" src="https://www.youtube.com/embed/hNTE92apOLs?si=xmY9ZEaGBlcpSUtd" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี ชวนคุยหลังชม โกฮัง..หัวใจโกโฮม ภาพยนตร์จาก 3 ผู้กำกับ ชยนพ บุญประกอบ, นัฐวุฒิ พูนพิริยะ และ อัตตา เหมวดี ที่ชวนมองชีวิต “คนเลี้ยงหมา” ผ่านสายตาของ “หมาหาบ้าน” ใน 3 ช่วงชีวิต 3 ความสัมพันธ์ ได้แก่ ฮิโระ วิศวกรชาวญี่ปุ่น, น้ำชา แม่บ้านชาวพม่าในบ้านพักพิงสุนัข และเปเล่กับใจดี นักศึกษามหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องราวของ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ทำให้ผู้ชมซึ้งเพราะสะเทือนชีวิตของ “หมา” หรือสะท้อนชีวิต “คน” กันแน่ ติดตามได้ในรายการหมายเหตุประเพทไทย [Live] วันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย. เวลาหกโมงเย็น&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55227290326_468df9ace2_k.jpg" width="2048" height="1152" loading="lazy"&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;หมายเหตุประเพทไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;มัลติมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;ภาพยนตร์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/gdh" hreflang="th"&gt;GDH&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%82" hreflang="th"&gt;สุนัข&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 26 Apr 2026 08:14:27 +0000</pubDate>
    <dc:creator>user8</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117195 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Rocket Media Lab: รอบ 11 ปี ไทยร้อนมากแค่ไหน และแต่ละจังหวัดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117152</link>
  <description>&lt;span&gt;Rocket Media Lab: รอบ 11 ปี ไทยร้อนมากแค่ไหน และแต่ละจังหวัดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;auser15&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-22T13:08:15+07:00" title="Wednesday, April 22, 2026 - 13:08"&gt;Wed, 2026-04-22 - 13:08&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;div class="summary-box"&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e013f7f1aaf094bc8c68a97dd7b6eb7cb"&gt;อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยระหว่างปี 2558-2568&amp;nbsp; มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีมากกว่าหรือเท่ากับอุณหภูมิปกติตามคาบ 30 ปี ของกรมอุตุนิยมวิทยา แม้จะมีการปรับสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจาก 27.1 องศาเซลเซียส เป็น 27.4 องศาเซลเซียสก็ตาม ปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ สูงที่สุดในรอบ 74 ปี (พ.ศ. 2494–2567) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดระหว่างพฤศจิกายน 2566 ถึงเมษายน 2567&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e56c938971c8f0813fe1f832515810295"&gt;อุณหภูมิสูงสุดรายวันของปีเฉลี่ย 10 ปี (2559-2568) ของทั้งประเทศอยู่ที่ 39.72 องศาเซลเซียส จังหวัดตาก ลำปาง แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ ติดอันดับ 10 จังหวัดที่มีอากาศร้อนที่สุด บ่อยที่สุด&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e1e8d166b331300216b81e887a94f85af"&gt;เมื่อวิเคราะห์อุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละปีแต่ละจังหวัดระหว่างปี 2558-2568 โดยเปรียบเทียบระหว่างอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่ต่ำที่สุด และอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปีของจังหวัดนั้น พบว่า อุทัยธานี มีส่วนต่างมากที่สุด ถึง 7.5 องศาเซลเซียส ตราด เป็นจังหวัดที่มีความแตกต่างน้อยที่สุดเพียง 1.0 องศาเซลเซียส&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e617dfe1479b9afa7afb7dfd00ceea001"&gt;ในปี 2567 ประเทศไทยเผชิญกับสภาวะวิกฤตความร้อนรุนแรงที่สุด จังหวัดส่วนใหญ่ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ (New High) เมื่อเทียบกับอดีต เช่น นครพนม ที่พุ่งไปถึง 43.0 จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ต่ำกว่านั้นมาก โดยปี 2567 อุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยทั่วประเทศสูงถึง 41.5 องศาเซลเซียสและมีจังหวัดที่เกิน 40 องศาเซลเซียส มากถึง 55 จังหวัด&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e4d0310b4cc174d71687cd7c8bd874970"&gt;เดือนเมษายน ปี 2567 หลายจังหวัดที่มีจำนวนวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสติดต่อกันนานถึง 30 วันเต็ม กลุ่มจังหวัดที่ร้อนจัดยาวนานที่สุด ซึ่งร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสจำนวน 28-31 วันติดต่อกันหลายปี โดยเฉพาะเดือนเมษายนคือ กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน ลำปาง และ ลำพูน&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ead9c838c4f745394aad2e7cfede72fee"&gt;หลายจังหวัดเช่น กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ต้องเผชิญกับปัญหาเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island)&amp;nbsp; ที่เมืองมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่รอบนอก ช่วงกลางคืนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ สาเหตุสำคัญมาจากความหนาแน่น ระยะห่าง และความสูงของอาคาร ที่ส่งผลต่อทิศทางลม การระบาย อากาศ ตลอดจนโครงการก่อสร้างที่ใช้วัสดุที่ดูดซับและกักเก็บความร้อนได้ดี&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;ภัยความร้อนทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี ในช่วงฤดูร้อนไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินการแจ้งเตือนใหม่ นอกจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศแล้ว ยังมีค่าดัชนีความร้อน (heat index) ควบคู่กันมาด้วย ข้อมูลการเฝ้าระวังการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตด้วยโรคจากความร้อน&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.posttoday.com/smart-life/706574"&gt;กรมอนามัย&amp;nbsp;&lt;/a&gt;ชี้ว่า ปี 2562 – 2566&amp;nbsp; มีผู้เสียชีวิตสะสม 131 คน เฉลี่ย 26.1 รายต่อปี&amp;nbsp; ส่วนในปี 2567&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.bangkok.go.th/news-detail/12001/%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2-Heat"&gt;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/a&gt;พบผู้ป่วยจากสภาวะอากาศร้อน สูงถึง 68 ราย ขณะที่ใน&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1172486"&gt;จังหวัดอื่นๆ&lt;/a&gt;&amp;nbsp;พบผู้เสียชีวิต 63 รายใน 31 จังหวัด ส่วนในปี 2568 สถิติลดลง ทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 21 คน ส่วนกรุงเทพฯ มีผู้ป่วยลดลงเหลือ 10 ราย ตามสภาพอากาศที่ร้อนน้อยลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ใน&lt;a href="https://www.germanwatch.org/sites/default/files/2025-11/CRI%2026%20full%20report.pdf"&gt;รายงานดัชนีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk Index: CRI)&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ประจำปี 2026 โดย Germanwatch ซึ่งวิเคราะห์ผลกระทบของสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น พายุ น้ำท่วม คลื่นความร้อน และภัยแล้ง จากฐานข้อมูล ระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับที่ 17 ของโลก ที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากที่สุด โดดขึ้นมาจากอันดับ 69 ในปี 2566&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในปี 2569 ที่มีการคาดการณ์กันว่า อากาศร้อนจัดและรุนแรงขึ้นจากปรากฏการณเอลนีโญ (El Niño)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Rocket Media Lab สำรวจความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตลอด 11 ปีที่ผ่านมาของไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนว่า ร้อนมากแค่ไหน และแต่ละจังหวัดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;11 ปี อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยไม่เคยต่ำกว่าค่าปกติ&lt;/h3&gt;&lt;div class="wp-block-image"&gt;&lt;figure class="aligncenter size-large"&gt;&lt;img class="wp-image-7254 mwl-img" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-819x1024.jpg" alt srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" width="819" height="1024" tabindex="0" data-mwl-img-id="7254" loading="lazy"&gt;&lt;/figure&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยระหว่างปี 2558-2568&amp;nbsp; มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีมากกว่าหรือเท่ากับอุณหภูมิปกติตามคาบ 30 ปี ของกรมอุตุนิยมวิทยา แม้จะมีการปรับสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจาก 27.1 องศาเซลเซียส เป็น 27.4 องศาเซลเซียสก็ตาม ในแง่หนึ่งฐานอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นก็สะท้อนให้เห็นว่าสภาพอากาศโดยรวมของไทยร้อนขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนหน้าปี 2565 ซึ่งอ้างอิงกับค่าปกติคาบ 30 ปี พ.ศ.2524-2553 ซึ่งอุณหภูมิปกติอยู่ที่ 27.1 องศาเซลเซียส ในช่วง 2558-2564 ซึ่งอ้างอิงจากสถิติคาบ พ.ศ. 2524–2553 ซึ่งมีอุณหภูมิปกติอยู่ที่ 27.1 องศาเซลเซียส พบว่าทุกปีมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความร้อนรุนแรงที่เราเผชิญกันอยู่ในปัจจุบันเป็นผลมาจากหลายปัจจัย อิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) และลานีญา (La Niña) ตลอดจนภาวะโลกรวน เอลนีโญมักทำให้ประเทศไทยเผชิญกับอากาศร้อนจัดและภัยแล้งรุนแรง โดยเฉพาะในปี 2558 และ 2559 ที่สูงกว่าค่าปกติอย่างชัดเจน สอดคล้องกับการเกิดป&lt;a href="https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/post/2558-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-764"&gt;รากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงทั่วโลกในช่วงปี 2558-2559&lt;/a&gt;&amp;nbsp;หลายประเทศในเอเชียเผชิญกับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนกว่าปกติ เช่น คลื่นความร้อนในอินเดีย อุณหภูมิเฉลี่ยสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่สูงเกิน 48 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันทวีปยุโรปมีอุณหภูมิเฉลี่ยร้อนมากเป็นอันดับที่ 2 ของประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2562 เป็นปีที่ร้อนจัดขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 28.1 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติ 1.0 องศาเซลเซียส ซึ่งจัดว่าสูงเป็นอันดับ 1 ในรอบ 69 ปี และในปีนี้มีปริมาณฝนน้อยกว่าที่เคยเกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุมาจากช่วงครึ่งแรกของปี อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยบริเวณตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีค่าสูงกว่าปกติประมาณ 0.5 -1.0 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 หรือที่เรียกว่าเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Nino) ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปีเกิดความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดีย จนเกิดปรากฏการณ์ Positive Indian Ocean Dipole (Positive IOD) ทั้งสองปรากฏการณ์นี้ืส่งผลให้มรสุมที่พัดเข้าประเทศไทยมีกำลังอ่อนกว่าปกติ ไทยจึงมีฝนน้อยกว่าปกติ จากนั้นปี 2563 ยังคงร้อนต่อเนื่องด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 28 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในรอบ 70 ปี ณ เวลานั้น ในปี 2564 แม้อุณหภูมิเฉลี่ยจะลดลงจากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 27.5 องศาเซลเซียส แต่ก็ยังสูงกว่าค่าปกติ 0.4 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ในเวลาต่อมากรมอุตุนิยมวิทยาจะปรับค่าปกติคาบ 30 ปี (ตามคาบ พ.ศ. 2534–2563) มาเป็น 27.4 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; อุณหภูมิเฉลี่ยก็ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าหรือเท่ากับค่าปกติเสมอ ปี 2564 อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27.5 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติ 0.4 องศาเซลเซียส มีเพียง 2 ปีในรอบ 10 ปีที่อุณหภูมิเท่ากับค่าปกติพอดี คือปี 2565 และ 2568 อยู่ที่ 27.4 องศาเซลเซียส ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์ลานีญาที่ทำให้มีฝนตกมากกว่าปกติ ขณะที่ปี 2566 อุณหภูมิพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 28.1 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติ 0.6 องศา ครองตำแหน่งร้อนที่สุดเป็นอันดับ 1 ในรอบ 73 ปี ร่วมกับปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีพุ่งสูงถึง 28.5 องศาเซลเซียส และถือเป็นสถิติสูงที่สุดในรอบ 74 ปี (พ.ศ. 2494–2567) โดยในปีนี้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยบริเวณตอนกลางและตอนกลางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกมีค่าสูงกว่าค่าปกติต่อเนื่องจากปลายปี 2566 และมาจากสภาวะเอลนีโญกำลังแรง (Strong El Niño) ที่ต่อเนื่องจากครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2566 ปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดระหว่างพฤศจิกายน 2566 ถึงเมษายน 2567 ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 5 ของเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของโลกด้วย&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;ตาก ลำปาง แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ ร้อนที่สุด ทั้งเป็นแอ่งกระทะและมีจุดเผาไหม้มากที่สุด&lt;/h3&gt;&lt;div class="wp-block-image"&gt;&lt;figure class="aligncenter size-large"&gt;&lt;img class="wp-image-7256 mwl-img" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-819x1024.jpg" alt srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" width="819" height="1024" tabindex="0" data-mwl-img-id="7256" loading="lazy"&gt;&lt;/figure&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;จากการรวบรวม&lt;a href="https://www.thairath.co.th/news/local/2763537"&gt;อุณหภูมิสูงที่สุดของฤดูร้อนในอดีตของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2494 ของกรมอุตุนิยมวิทยา&lt;/a&gt;จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงที่สุด 44.6 องศาเซลเซียส ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2559 ซึ่งถือว่าร้อนที่สุดนับตั้งแต่ประเทศไทยมีการเก็บสถิติอุณหภูมิ เท่ากับตากในปี 2566 ที่มีอุณหภูมิ 44.6 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2566 ส่วนอันดับ 2 อุณหภูมิ 44.5 องศาเซลเซียสที่จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2559 อันดับ 3 อุณหภูมิ 44.3 องศาเซลเซียส จังหวัดสุโขทัย 12 เม.ย. 2559 อันดับ 4 อุณหภูมิ 44.2 องศาเซลเซียสที่จังหวัดลำปางในปี 2562 เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2562 และปี 2567 เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2567 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประเทศของสองปีนี้ อันดับ 5 อุณหภูมิ 44.1 องศาเซลเซียส จังหวัดสุโขทัย วันที่ 13 พ.ค. 2559 และ จังหวัดอุดรธานี วันที่ 7 พ.ค. 2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากพิจารณาเฉพาะอุณหภูมิสูงสุดรายวันในปีนั้นของแต่ละจังหวัด โดยใช้ข้อมูล&lt;a href="https://portal-analytics.tmd.go.th/tmd/go/cisstat.html"&gt;ค่าสูงสุด-ต่ำสุด (Extreme Event) รายปี&lt;/a&gt;ของระบบสถิติภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ระหว่างปี 2559 ถึง 2568&amp;nbsp; (ซึ่งมีเฉพาะ 72 จังหวัดขาดข้อมูลจังหวัด นนทบุรี สระบุรี สมุทรสาคร สิงห์บุรี และอ่างทอง) เลือกเฉพาะอุณหภูมิสูงที่สุดของปีนั้นของแต่ละจังหวัด พบว่า อุณหภูมิสูงสุดรายวันของปีเฉลี่ย 10 ปี (2559-2568) ของทั้งประเทศอยู่ที่&amp;nbsp; 39.72 องศาเซลเซียส เมื่อจัดลำดับ 10 จังหวัดที่มีอากาศร้อนที่สุดในแต่ละปี มี 2 จังหวัดที่ติดอันดับ 10 ปี คือ ตากและลำปาง ขณะที่แม่ฮ่องสอนติดอันดับ 9 ปี ไม่ติดอันดับเพียงปีเดียว คือปี 2566 ส่วนเพชรบูรณ์ติดอันดับ 9 ปี ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จังหวัดเหล่านี้ที่มักครองตำแหน่งอุณหภูมิสูงสุดสลับไปสลับมาเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ มาจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่เป็นแอ่งกะทะรายล้อมไปด้วยภูเขาสูง และอยู่ห่างไกลจากทะเลทำให้ไม่ได้รับลมทะเลเพื่อระบายความร้อน และไม่ได้ลมที่พัดพาเอาความชื่นเข้ามา เมื่ออากาศในที่ราบนิ่งไม่มีลมก็ยิ่งทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นตลอดทั้งวันเช่น&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.tnnthailand.com/local/229555/"&gt;อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ซึ่งมักติดอันดับต้นๆ พื้นที่ที่ร้อนที่สุดของทุกปี เพราะอยู่ท่ามกลางภูเขาสูง ลมพัดได้ไม่ดี ประกอบกับพื้นดินทั่วไปยังเป็นหินแกรนิตซึ่งก่อให้เกิดการสะสมและขังตัวในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความร้อนรุนแรงขึ้นคือ จุดความร้อนที่เกิดจากการเผาและไฟป่า โดยแม่ฮ่องสอน ลำปาง สุโขทัย มีจุดความร้อนในช่วงที่มีการเฝ้าระวังระหว่างมกราคมถึงพฤษภาคมเป็นลำดับต้นๆ ตัวอย่างเช่น&lt;a href="https://disaster.gistda.or.th/services/download?type=fire"&gt;&amp;nbsp;รายงานของ GISTDA ปี 2568&lt;/a&gt;&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอนมีจุดความร้อนสะสมมากที่สุดในประเทศ อันดับ 2 ตาก และอันดับ 3 ลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบเฉพาะข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ปี 2566-2568 พบว่า มี 3 จังหวัดที่ติดอันดับพื้นที่เผาไหม้สูงสุด และอุณหภูมิสูงสุด สิบอันดับแรกทั้ง 3 ปีคือ ตาก เพชรบูรณ์ และลำปาง โดยแม่ฮ่องสอน ติดอันดับพื้นที่เผาไหม้ 3 ปี และอุณหภูมิสูงสุด 2 ปี ในปี 2566 และ 2568&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ เช่น ความหนาแน่นของประชากร สัดส่วนประชากรต่อพื้นที่สีเขียวของจังหวัด ข้อมูลความหนาแน่นของประชากรและสัดส่วนของพื้นที่สีเขียวต่อประชากรแสดงให้เห็นว่าไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างสองปัจจัยนี้กับอุณหภูมิสูงสุดของจังหวัด เช่น ลำปาง แม่ฮ่องสอน และตาก ล้วนเป็นจังหวัดที่มีความหนาแน่นประชากรต่ำมาก ขณะที่กรุงเทพฯ มีความหนาแน่นของประชากรสูงสุดมีอุณหภูมิต่ำกว่าจังหวัดเหล่านี้ ขณะเดียวกัน จังหวัดที่มีพื้นที่สีเขียวต่อประชากรสูงมาก เช่น กาญจนบุรี ตาก กลับมีอุณหภูมิสูงสุดในปี 2567&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;อุทัยธานี อุณหภูมิสูงสุดรายวันเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดที่สุด ตราด แตกต่างน้อยที่สุด&lt;/h3&gt;&lt;div class="wp-block-image"&gt;&lt;figure class="aligncenter size-large"&gt;&lt;img class="wp-image-7265 mwl-img" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-819x1024.jpg" alt srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" width="819" height="1024" tabindex="0" data-mwl-img-id="7265" loading="lazy"&gt;&lt;/figure&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;เมื่อวิเคราะห์อุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละปีแต่ละจังหวัดระหว่างปี 2558 ถึง 2568&amp;nbsp; (ไม่มีข้อมูลจังหวัด นนทบุรี สระบุรี สมุทรสาคร สิงห์บุรี และอ่างทอง) โดยเปรียบเทียบระหว่างอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่ต่ำที่สุด และอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปีของจังหวัดนั้น พบว่า อุทัยธานี มีส่วนต่างมากที่สุด ถึง 7.5 องศาเซลเซียส ซึ่งวัดได้ 43.3 องศาเซลเซียส (ปี 2559) และ อุณหภูมิสูงสุดรายวันที่ต่ำที่สุด ซึ่งวัดได้เพียง 35.8 องศาเซลเซียส (ปี 2558) รองลงมาเป็น บึงกาฬ ส่วนต่าง 5.3 องศาเซลเซียส จาก 37.3 องศาเซลเซียส (ปี 2565) เป็น 42.6 องศาเซลเซียส (ปี 2567) อันดับ 3 นครราชสีมา ส่วนต่าง 5.2 องศาเซลเซียส จาก 38.8 องศาเซลเซียส (ปี 2565) เป็น 44.0 องศาเซลเซียส (ปี 2567)&amp;nbsp; อันดับที่ 4 เท่ากันสองจังหวัด สกลนคร และ เลย ส่วนต่าง 5.1 องศาเซลเซียส โดยสกลนคร จาก 38.3 องศาเซลเซียส (ปี 2564) เป็น 43.4 องศาเซลเซียส (ปี 2567) เลย จาก 38.7 องศาเซลเซียส (ปี 2565) เป็น 43.8 องศาเซลเซียส (ปี 2567)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อจัดกลุ่มจังหวัด 72 จังหวัดตามส่วนต่างระหว่าง อุณหภูมิสูงสุดที่สูงที่สุด และ อุณหภูมิสูงสุดที่ต่ำที่สุด สามารถจัดกลุ่มจังหวัดออกเป็น 5 ช่วงอุณหภูมิได้ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;ul class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="e71e0095b9bfb227cd132105b833e57a5"&gt;สูงมาก (5.0–7.5°C)&amp;nbsp; 9 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดภาคเหนือตอนบนและตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุทัยธานี (7.5), บึงกาฬ (5.3), นครราชสีมา (5.2), สกลนคร (5.1), เลย (5.1), อุดรธานี (5.0), หนองคาย (5.0), นครพนม (5.0), เชียงราย (5.0)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e2957837e4a53b89256d269cf727c32d3"&gt;สูง (4.0–4.9°C) 29 จังหวัด เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดและกระจายทั่วทุกภาค ได้แก่ กาญจนบุรี (4.0), ขอนแก่น (4.1), ตาก (4.0), ตรัง (4.3), นครนายก (4.5), นครศรีธรรมราช (4.0), บุรีรัมย์ (4.2), ประจวบคีรีขันธ์ (4.3), มุกดาหาร (4.1), ร้อยเอ็ด (4.3), ลำพูน (4.2), สงขลา (4.0), สระแก้ว (4.2), สุราษฎร์ธานี (4.1), สุโขทัย (4.7), อุบลราชธานี (4.3), แพร่ (4.1)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eed122696637d8f09fabd41abe7bd6739"&gt;ปานกลาง (3.0–3.9°C)&amp;nbsp; 26 จังหวัด ได้แก่&amp;nbsp; กระบี่ (3.5), กรุงเทพมหานคร (3.8), กาฬสินธุ์ (3.9), กำแพงเพชร (3.5), ชัยนาท (3.6), ชัยภูมิ (3.9), เชียงใหม่ (3.2), นครสวรรค์ (3.4), ปทุมธานี (3.6), ปัตตานี (3.2), พังงา (3.1), พัทลุง (3.7), พิจิตร (3.8), พิษณุโลก (3.8), ภูเก็ต (3.3), มหาสารคาม (3.8), ยโสธร (3.8), ยะลา (3.8), ระนอง (3.1), ระยอง (3.2), ราชบุรี (3.3), ศรีสะเกษ (3.9), สตูล (3.8), สมุทรปราการ (3.6), สมุทรสงคราม (3.4), อุทัยธานี (ช่วงปี 2560-2568), อำนาจเจริญ (3.7)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e9cc71695c41c277e71826bb36d81b867"&gt;ต่ำ (2.0–2.9°C)&amp;nbsp; 5 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี (2.4), นครปฐม (2.7), ลำปาง (2.7), สุพรรณบุรี (2.9), เพชรบุรี (2.6)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e570c9e08dcbb5dff7f494a1a9e2ab929"&gt;ต่ำมาก (1.0–1.9°C) 3 จังหวัด ล้วนเป็นจังหวัดที่มีชายฝั่งทะเล ซึ่งจะได้รับอิทธิพลทะเลตลอดปี ได้แก่ จันทบุรี (1.5), ตราด (1.0), นราธิวาส (1.5)&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่า อุทัยธานีเป็นจังหวัดที่มีความผันแปรของอากาศร้อนรุนแรงที่สุด โดยภายในปีเดียว (จากปี 2558 ไป 2559) อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 7.5 องศาเซลเซียส ซึ่งในปี 2558 อุทัยธานีมีอุณหภูมิสูงสุดที่ต่ำกว่าปกติอย่างมากเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ ในทศวรรษเดียวกัน ขณะเดียวกันยังอาจเรียกได้ว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก้าวกระโดดรุนแรงที่สุดภายใน 1 ปี ซึ่งผิดปกติมากเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น อุณหภูมิในปีนี้ถูกใช้เป็นฐานเปรียบเทียบอุณหภูมิสูงสุดของจังหวัดด้วยใน เอ&lt;a href="https://www.tmd.go.th/media/climate/seasonal_announce/extmax_73.pdf"&gt;กสารสถิติอุณหภูมิสูงที่สุดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยระหว่าง พ.ศ. 2494 – 2566&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยา แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ 2558-2559 พุ่งสูงสุด อุณหภูมิกลับดีดตัวขึ้นไปถึง 43.3 องศาเซลเซียส นอกจากนี้หลังจากปี 2560 เป็นต้นมา อุณหภูมิสูงสุดของอุทัยธานีมักจะเกาะกลุ่มอยู่ในระดับสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสเกือบทุกปี (เช่น ปี 2566 อยู่ที่ 42.2 และปี 2567 อยู่ที่ 42.0)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตราด เป็นจังหวัดที่มีความแตกต่างน้อยที่สุดเพียง 1.0 องศาเซลเซียส (35.2 องศาเซลเซียสในปี 2561 กับ 36.2 องศาเซลเซียสในปี 2565) ตามมาด้วย จันทบุรี (36 องศาเซลเซียสในปี 2558 กับ 37.5 องศาเซลเซียส ในปี 2567) และนราธิวาส (35.5 องศาเซลเซียสในปี 2560 กับ 37.2 องศาเซลเซียสในปี 2562) ที่มีความต่างเพียง 1.5 องศาเซลเซียส แสดงถึงสภาวะอากาศที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่าจังหวัดที่เป็นแชมป์ความร้อนอย่าง ลำปาง (สูงสุด 44.2 องศาเซลเซียส) และ ตาก (สูงสุด 44.6 องศาเซลเซียส) ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มร้อนจัดแต่คงที่ กลับมีความแตกต่างของอุณหภูมิค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น โดยลำปางต่าง 2.7 องศาเซลเซียส และ ตากต่าง 4.0 องศาเซลเซียส อาจหมายความว่าพื้นที่เหล่านี้เผชิญกับอากาศร้อนจัดอย่างต่อเนื่องเป็นมาตรฐานในทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละปีแต่ละจังหวัดระหว่างปี 2558 ถึง 2568 แสดงให้เห็นว่าในปี 2567 จังหวัดส่วนใหญ่ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ (New High) เมื่อเทียบกับอดีต เช่น นครพนม ที่พุ่งไปถึง 43.0 จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ต่ำกว่านั้นมาก โดยปี 2567 อุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยทั่วประเทศสูงถึง 41.5 องศาเซลเซียสและมีจังหวัดที่เกิน 40 องศาเซลเซียส มากถึง 55 จังหวัด และในปี 2567 นี้ยังมีถึง 41 จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงสุดรายวันร้อนที่สุดในรอบ 11 ปีด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ปี 2568 จะมีค่าเฉลี่ยลดลงเหลือ 38.8 องศาเซลเซียส แต่ยังมีถึง 22 จังหวัดที่ทะลุ 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1 องศาเซลเซียสส่งผลกระทบมากมาย สำหรับประชาชนเมื่ออุณหภูมิมากกว่า 35 องศาเซลเซียสกระทบกับระบบการระบายความร้อนของร่างกาย จนอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ในพื้นที่เมือง เช่น กรุงเทพฯ มีการประเมินว่า หากอุณหภูมิในเมืองเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส กรุงเทพฯ อาจเผชิญกับการเสียชีวิตจากความร้อนกว่า 2,300 ราย ค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นราว 17,000 ล้านบาทต่อปี ตลอดจนผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่น ถนน ซึ่งต้องได้รับการซ่อมแซมบ่อยขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;ฤดูร้อน 5 ปีที่ผ่านมา มี 5 จังหวัดร้อน 40 องศาเกือบทั้งเดือน&lt;/h3&gt;&lt;div class="wp-block-image"&gt;&lt;figure class="aligncenter size-large"&gt;&lt;img class="wp-image-7262 mwl-img" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-819x1024.jpg" alt srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" width="819" height="1024" tabindex="0" data-mwl-img-id="7262" loading="lazy"&gt;&lt;/figure&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;เมื่อปี 2567 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเผยข้อมูล&lt;a href="https://www.bangkokbiznews.com/environment/1121502"&gt;สภาพอากาศสุดขั้วของประเทศไทย&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ระหว่างปี ค.ศ. 1970-2022 (พ.ศ. 2513-2565) ว่า ผลจากภาวะโลกร้อนทำให้ไทยเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว หนึ่งในนั้นคือ สภาพอากาศร้อนจัดที่อุณหภูมิมากกว่า 35 องศาเซลเซียส จำนวนวันที่สภาพอากาศร้อนของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (7 วัน ใน 10 ปี) ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม โดยภาคกลางมี 97 วัน/ปี ภาคเหนือมี 89 วัน/ปี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 70 วัน/ปี ภาคตะวันออกมี 48 วัน/ปี และภาคใต้มี 23 วัน/ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Rocket Media Lab วิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิรายชั่วโมงที่ตรวจวัดจากระบบโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ซึ่งติดตั้งเพื่อวัดระดับน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ&amp;nbsp; ในช่วงฤดูร้อนของปีเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมระหว่างปี 2564-2568 พบว่า ปี 2567 ประเทศไทยเผชิญกับสภาวะวิกฤตความร้อนรุนแรงที่สุดโดยเฉพาะในเดือนเมษายน โดยมีหลายจังหวัดที่มีจำนวนวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนานถึง 30 วันเต็ม (ซึ่งหมายถึงร้อนจัดทุกวันตลอดทั้งเดือน) กลุ่มจังหวัดที่ร้อนจัดยาวนานที่สุด ซึ่งร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสจำนวน 28-31 วันติดต่อกันหลายปี โดยเฉพาะเดือนเมษายนคือ กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน ลำปาง และ ลำพูน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากทั้งหมด 5 ปี รวม 460 วัน มี 12 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสมากกว่า 300 วันขึ้นไป ลำปางมีมากที่สุด 368 วัน หรือคิดเป็น 80% ของฤดูร้อน เฉลี่ยปีละอย่างน้อย 70 วัน รองลงมาคือ พิจิตร และแม่ฮ่องสอน 358 วัน เท่ากัน มี 36 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียส 201-300 วัน มี 24 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียส 101-200 วัน และมี 5 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสน้อยกว่า 100 วัน โดยภูเก็ตน้อยที่สุด 13 วัน รองลงมา กรุงเทพฯ 21 วัน สมุทรสาคร 35 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเปรียบเทียบรายปีพบว่าปี 2564 จังหวัดที่มีจำนวนวันที่มีอุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสมากกว่า 25 วันขึ้นไปในแต่ละเดือน กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก รวม 12 จังหวัด เช่น ลำปาง แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ตาก พิจิตร โดยเดือนมีนาคมมีอากาศร้อนจัดหลายวันกว่าเดือนเมษายนที่จังหวัดส่วนใหญ่มีวันที่ร้อนจัดประมาณ 10-20 วัน น่าสังเกตว่าพื้นที่ชายฝั่งทะเล เช่น จังหวัดภูเก็ต กระบี่ ระนอง ภูเก็ต แทบไม่มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสเลย ในปี 2564 ลำปางเป็นจังหวัดที่มีวันที่ร้อนกว่า 40 องศาเซลเซียสมากที่สุดรวม 78 วัน รองลงมาเป็น แม่ฮ่องสอน 77 วัน และลำพูน 74 วัน ซึ่งเดือนมีนาคม ลำพูนมีอากาศร้อนจัดทุกวัน ต่อมาในปี 2565 สถิติวันที่ร้อนจัดลดลงอย่างเห็นได้ชัดในหลายพื้นที่ และน้อยกว่าปีอื่นๆ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคม หลายจังหวัดที่เคยร้อนจัดกลับมีวันที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส ลดลงเหลือ 0 วัน เช่น กรุงเทพฯ กาฬสินธุ์ จันทบุรี และลพบุรี เดือนมีนาคมเป็นเดือนเดียวที่มีวันที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียสมากกว่า 25 วัน และมีเพียง 7 จังหวัดเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่ปี 2566 อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นความร้อน ความร้อนเริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้ และขยายวงกว้างมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนในเดือนเมษายน เมื่อมี 47 จังหวัดที่มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียส 25 วันขึ้นไป และมี 5 จังหวัดที่มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสทุกวัน คือ กาญจนบุรี เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ปีนี้เป็นปีที่เดือนพฤษภาคมร้อนจัดที่สุดใน 5 ปี นครสวรรค์มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสทุกวัน ส่วนอยุธยา และอุบลราชธานี มีถึง 30 วัน จังหวัดที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้แก่ ระนอง ที่เคยมีวันร้อนจัดในปี 2564 และ 2565 อยู่ที่ 7 และ 6 วัน เพิ่มเป็น 55 วัน ในปี 2566&amp;nbsp; เช่นเดียวกับกระบี่ เพิ่มจาก 3 วันในปี 2564 เป็น 12 วันในปี 2566 เป็น 42 วันในปี 2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2567 ถือเป็นปีที่วิกฤตที่สุดในรอบ 5 ปี จุดเปลี่ยนจาก “ร้อนบางวัน” เป็น “ร้อนทุกวัน” โดยเกิดปรากฏการณ์เมษายนร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสทุกวันตลอดทั้งเดือนในหลายสิบจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงการขยายตัวของพื้นที่ร้อนจัด บางจังหวัดในภาคตะวันออกและภาคใต้มีวันที่ร้อนจัดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 2567 โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล ไม่ว่าจะเป็น ชลบุรี จันทบุรี สตูลและระนอง มีวันที่ร้อนจัด 30 วันหรือทั้งเดือนเมษายน น่าสนใจว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เดียวที่ไม่มีวันที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียสเลยในปี 2567 นี้ แม้จังหวัดรอบข้างจะร้อนจัดก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนปี 2568 แม้จะเป็นปีที่อากาศร้อนมาก โดยพบว่าในเดือนเมษายน มี 21 จังหวัดที่มีจำนวนวันที่มีอากาศร้อนจัดมากกว่า 25 วัน แต่เมื่อเทียบกับปี 2567 แล้วพบว่าอุณหภูมิในหลายจังหวัดลดลง เช่น เดือนมีนาคม สุโขทัยมีวันที่ร้อนจัดทุกวันในปี 2567 แต่พอในปี 2568 เหลือเพียง 5 วัน ส่วนในเดือนเมษายน หลายจังหวัดที่เคยมีวันที่ร้อนจัด 30 วัน ตัวเลขเริ่มลดลง เช่น นครศรีธรรมราชจาก 30 วันเหลือ 9 วัน สตูลจาก 30 วันเหลือ 7 วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อพิจารณาอุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของทุกจังหวัดเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยในคาบ 30 ปีของเดือนนั้น ในระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2564-2568 พบว่า ในแต่ละปี มีบางจังหวัดที่อุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนนั้นสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในปี 2564 เดือนมีนาคม สมุทรปราการ มีอุณหภูมิเฉลี่ย 28.7 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ย เดือนมีนาคม อยู่ที่ 28.2 องศาเซลเซียส จากนั้นเดือนพฤษภาคม มี 3 จังหวัดที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนนั้น สูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย 28.8 องศาเซลเซียส ได้แก่ สมุทรปราการ 30 องศาเซลเซียส, กรุงเทพฯ 29.4 องศาเซลเซียส และชลบุรี 29 องศาเซลเซียสขณะที่ปี 2564 เดือนพฤษภาคม มีเพียงจังหวัดเดียวที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยคือ สมุทรปราการ ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ย 29.5 องศาเซลเซียส ปี 2565 ไม่มีจังหวัดใดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าเฉลี่ยเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปี 2566 เดือนพฤษภาคมมี 2 จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 29.1 องศาเซลเซียส คือ สมุทรปราการ 30.3 องศาเซลเซียส และกรุงเทพมหานคร 29.3 องศาเซลเซียส ปี 2567&amp;nbsp; มี 2 เดือนที่บางจังหวัดมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยเดือนเมษายนมี 5 จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 29.6 องศาเซลเซียส ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 30.1 องศาเซลเซียส ระยอง 30 องศาเซลเซียส สมุทรปราการ 29.9 องศาเซลเซียส นครพนม 29.8 องศาเซลเซียส และชลบุรี 29.7 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; ส่วนเดือนพฤษภาคม มีเพียงสมุทรปราการที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 29.1 องศาเซลเซียส อยู่ที่ 29.8 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;&lt;div class="wp-block-image"&gt;&lt;figure class="aligncenter size-large"&gt;&lt;img class="wp-image-7268 mwl-img" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-819x1024.jpg" alt srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" width="819" height="1024" tabindex="0" data-mwl-img-id="7268" loading="lazy"&gt;&lt;/figure&gt;&lt;/div&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;ตึกสูงหนาแน่น พื้นที่สีเขียวน้อย ตัวเร่งความร้อนในเมือง&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;หลายจังหวัดเช่น กรุงเทพฯ จะมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวน้อยและมีความหนาแน่นของประชากรสูง แต่อุณหภูมิสูงสุดรายวันก็ไม่ทำสถิติติดอันดับต้นๆ ของประเทศ อาจจะมาจากการที่อาคารสูงและสิ่งปลูกสร้างสามารถช่วยบังรังสีจากดวงอาทิตย์ ในช่วงเช้าและเที่ยงวันได้ ซึ่งทำให้กระบวนการที่อากาศจะร้อนขึ้นจนแตะระดับสูงสุดนั้นถูกหน่วงให้ช้าลง เมื่อเทียบกับพื้นที่เปิดโล่งที่รับแดดโดยตรงตลอดเวลาส่งผลให้อุณหภูมิอากาศสูงสุดในช่วงกลางวันอาจไม่พุ่งไปแตะระดับวิกฤตเหมือนพื้นที่แอ่งกระทะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถึงอย่างนั้นกรุงเทพฯ ยังต้องเผชิญกับปัญหาเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ปรากฏการณ์ที่เมืองมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่รอบนอก สังเกตได้ชัดเจนในช่วงกลางคืนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ&amp;nbsp; โดยมีสาเหตุมาจาก&lt;/p&gt;&lt;ol class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="ed51f08b235eb503a53854e2ae215974c"&gt;อาคาร ถนน และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ซึ่งมักทำจากวัสดุที่ดูดซับและกักเก็บความร้อนได้ดี เช่น คอนกรีตและแอสฟัลต์ จะดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์ในตอนกลางวันและคายออกมาในตอนกลางคืน&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ea4b05dbd3736d4298fd060192706a1a7"&gt;ความหนาแน่น ระยะห่าง และความสูงของอาคาร&amp;nbsp; ที่ส่งผลต่อทิศทางลม การระบายอากาศ และความร้อนที่ปล่อยออกมาจากตัวอาคาร&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e05cbe580f9392ad3d3c64675c2c15156"&gt;ความร้อนทิ้งจากกิจกรรมมนุษย์ เช่น การใช้เครื่องยนต์และเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่อง&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ee7ac455ef9a962f1310d20f9c8a23b70"&gt;พื้นที่สีเขียว ซึ่งช่วยดูดซับรังสีดวงอาทิตย์เพื่อสังเคราะห์แสง ให้ร่มเงา และให้ความชุ่มชื้นแก่อากาศ&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;ในรายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;a href="https://documents1.worldbank.org/curated/en/099032525024532810/pdf/P181082-9cc5dd2a-bc60-49ed-a145-c3a8621dc1f4.pdf"&gt;&amp;nbsp;Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City&amp;nbsp;&lt;/a&gt;โดยธนาคารโลก และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ โดยใช้แบบจำลองสภาพภูมิอากาศระบุว่า กรุงเทพฯ เผชิญกับปรากฏการณ์เกาะความร้อนที่ชัดเจน ความหนาแน่นของอาคารและการมีพื้นที่สีเขียวปกคลุมน้อยเป็นปัจจัยหลักที่เร่งความร้อนในแต่ละย่าน โดยพื้นที่เมืองที่มีอาคารสูงหนาแน่นจะดูดซับและกักเก็บความร้อนไว้มากกว่าพื้นที่รอบนอก และระบายความร้อนออกได้ช้ากว่าในเวลากลางคืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พื้นที่อาคารสูงหนาแน่น มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าพื้นที่รอบนอกประมาณ 1.5 ถึง 3.5 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ในช่วงเช้าและเที่ยง พื้นที่เมืองที่มีอาคารสูงอาจจะเย็นกว่าพื้นที่รอบนอกเล็กน้อยเพราะอาคารช่วยบังแดด อย่างไรก็ตามอาคารเหล่านี้ดูดซับความร้อนแล้วจะกักเก็บไว้และแผ่ออกมาในช่วงกลางคืน ทั้งนี้ความร้อนไม่ได้กระจายตัวเท่ากันทั่วกรุงเทพฯ แต่แตกต่างตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน เขตที่ร้อนที่สุดได้แก่ ปทุมวัน บางรัก ราชเทวี และพญาไท ซึ่งเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) ที่มีอาคารสูงหนาแน่นและพื้นผิวคอนกรีตจำนวนมากสะสมความร้อนและระบายออกช้า&amp;nbsp; ขณะที่เขตที่อยู่ในพื้นที่รอบนอก เช่น ดอนเมือง สายไหม หนองจอกและบางเขต เย็นกว่า เพราะมีพื้นที่เปิดโล่งและมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;ร้อนขนาดนี้ ไทยทำอะไรไปแล้วบ้าง&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;ประเทศไทยเผชิญกับความเครียดจากความร้อนอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเรื่องปกติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และ&lt;a href="https://www.nature.com/articles/s41598-025-28817-6"&gt;มีการคาดการณ์&lt;/a&gt;ว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะมีความเสี่ยงรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุด ประชากรจะต้องทนกับความเครียดจากความร้อนระดับรุนแรงนานถึง 6–9 ชั่วโมงต่อวัน ในอนาคตอันใกล้ และจะเพิ่มเป็น 10–12 ชั่วโมงต่อวัน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงที่อากาศร้อนจัด มากกว่าจะเป็นนโยบายระยะยาวที่เป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น กระทรวงสาธารณสุข มีแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านสาธารณสุข ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 – 2573) เน้นไปที่เฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัยด้านสุขภาพ ด้วยการรายงานและแจ้งเตือนจากความร้อนตามระดับค่าดัชนีความร้อน (Heat index) รวมทั้งรวบรวมสถิติผู้ป่วยจากความร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่กรุงเทพมหานคร แม้ยังไม่มีมาตรการเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน แต่ก็ได้เริ่มดำเนินการตามข้อเสนอจากรายงาน Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City ทั้งการจัดทำแผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 การสำรวจและรวบรวมจุดเสี่ยงความร้อนเมือง ซึ่งในปี 2569 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 379 จุด นอกจากนี้ยังมีห้องหลบร้อน ซึ่งเปิดให้บริการแก่ประชาชนเพื่อเป็นพื้นที่พักคลายร้อน&lt;/p&gt;&lt;h3 class="wp-block-heading"&gt;ประเทศอื่นๆ มีมาตรการคลายร้อนอย่างไร&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองสัมพันธ์อย่างยิ่งกับโครงสร้างของเมือง ทั้งอาคาร ทางเท้า และพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าความร้อนสะสมและกระจายที่ไหน อย่างไร ที่น่าสนใจก็คือ หลายเมืองแก้ปัญหาด้วยการปรับปรุงกฎหมายควบคุมอาคารและการวางผังเมือง หรือทดลองใช้วิธีการใหม่ๆ เพื่อบรรเทาปัญหานี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://documents1.worldbank.org/curated/en/099032525024532810/pdf/P181082-9cc5dd2a-bc60-49ed-a145-c3a8621dc1f4.pdf"&gt;กรุงปารีส ฝรั่งเศส&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="e6bf03dc81af0cfc7db0a99bfb95c35c8"&gt;ข้อบังคับด้านหลังคา (2015) ที่กำหนดให้อาคารพาณิชย์สร้างใหม่ต้องติดตั้งหลังคาสีเขียว (Green Roofs) หรือแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดความร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e38d36cda3cbccdd63b29d6027afc2560"&gt;มาตรฐานอาคารปรับตัวตามสภาพภูมิอากาศ (RE2020) บังคับใช้มาตรการสร้างความสบายในฤดูร้อน โดยเน้นเทคนิคการทำความเย็นแบบพาสซีฟ (Passive Cooling) เช่น การใช้ฉนวนกันความร้อนประสิทธิภาพสูง การระบายอากาศตามธรรมชาติ และการใช้วัสดุสะท้อนแสง เพื่อลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e8dfe54cc18ea5e4bc0eef135b2537136"&gt;แผนผังเมืองชีวภูมิอากาศ (Bioclimatic Urban Plan):กำหนดให้โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ต้องมีพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย 50–65% และมีเป้าหมายรื้อถอนพื้นผิวที่ปูด้วยวัสดุไม่ให้น้ำผ่าน (De-paving) ออก 40% ของพื้นที่เมืองภายในปี 2050&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e2ffcae680d665d9965d4bd800113804d"&gt;คุ้มครองต้นไม้ริมถนนจำนวน 100,000 ต้น เพื่อขยายพื้นที่ร่มเงาให้กับเมือง&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.onlinelibrary.iihl.org/wp-content/uploads/2025/02/2025-Making-Cities-Resilient-2030-Urban-Extreme-Heat-Risk-Management-Resource-Package.pdf"&gt;สิงคโปร์&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="efa3250f6a466b78a2c8707e841ef387f"&gt;บังคับใช้ข้อกำหนด “Sky-rise Greenery” สำหรับโครงการพัฒนาใหม่ ให้เพิ่มพื้นที่สีเขียวในแนวดิ่งหรือบนดาดฟ้า ซึ่งช่วยลดภาระการใช้พลังงานเพื่อความเย็นได้ 10-31%&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ec6c245c6bc50e62162212cd46f34fe31"&gt;จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงาน (Interagency Working Group) นำโดยกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม (MSE) และหน่วยงานวางผังเมือง (URA) ในปี 2019 เพื่อดำเนินมาตรการลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (UHI) มาตรการสำคัญ ได้แก่:&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e9cf4b5fefac90dec7442f1104053a0ec"&gt;การส่งเสริมการใช้ “สีลดความร้อน” (Cool Paint) บนผนังอาคาร&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ef83a6ca3bfa11cbd8fe85767b3627bc9"&gt;การขยายเครือข่ายระบบทำความเย็นระดับเขต (District Cooling Networks) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดความร้อนปล่อยทิ้งจากเครื่องปรับอากาศรายเครื่อง&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.onlinelibrary.iihl.org/wp-content/uploads/2025/02/2025-Making-Cities-Resilient-2030-Urban-Extreme-Heat-Risk-Management-Resource-Package.pdf"&gt;กวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="e22807049de93984aca3f92530f9301e0"&gt;ออกแบบผังเมืองใหม่โดยใช้ ระเบียงระบายอากาศ และกำหนดความสูงอาคารให้ลดหลั่นกันเพื่อช่วยในการไหลเวียนของลม&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://nyc-business.nyc.gov/nycbusiness/business-services/incentives/nyc-coolroofs"&gt;นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul class="wp-block-list"&gt;&lt;li data-list-item-id="e1a6c6d91738ffb7a3d0229de17a03ec8"&gt;โครงการ NYC CoolRoofs ทาสีขาวสะท้อนความร้อนบนดาดฟ้า ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปี 2016&amp;nbsp; ทาสีขาวสะท้อนความร้อนบนดาดฟ้าไปแล้วกว่า 10 ล้านตารางฟุต พร้อมกับมีกฎหมายท้องถิ่นปี 2007 ข้อที่ 33 ที่กำหนดให้อาคารที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดต้องมีหลังคาเป็นสีขาว หรือได้รับรองมาตรฐาน EnergyStar ว่ามีค่าการสะท้อนรังสีความร้อนสูง (Highly Reflective) อย่างน้อย 75% ของพื้นที่หลังคา และขยายขอบเขตถึงการซ่อมแซมและเปลี่ยนหลังคาว่า ต้องเป็นไปตามมาตรฐานความสามารถในการสะท้อนรังสีตามที่กำหนดไว้ด้วย&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;ดูข้อมูลที่&amp;nbsp;&lt;a href="https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"&gt;https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สังคม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สิ่งแวดล้อม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/rocket-media-lab" hreflang="th"&gt;Rocket Media Lab&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ความร้อน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Wed, 22 Apr 2026 06:08:15 +0000</pubDate>
    <dc:creator>auser15</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117152 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>1 เดือน คดีลอบยิง 'สส.กมลศักดิ์' พรรคประชาชาติ คืบหน้าถึงไหนแล้ว</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117125</link>
  <description>&lt;span&gt;1 เดือน คดีลอบยิง 'สส.กมลศักดิ์' พรรคประชาชาติ คืบหน้าถึงไหนแล้ว&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ภาพปก: นายกฯ เยือนบ้าน ศรียะลา หารือ กมลศักดิ์ และวันนอร์ เมื่อ 17 เม.ย. 69 (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชาติ)&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-19T15:00:23+07:00" title="Sunday, April 19, 2026 - 15:00"&gt;Sun, 2026-04-19 - 15:00&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;1 เดือน คดียิง ‘กมลศักดิ์’ จับได้แล้ว 4 จาก 5 - อีกคนหลบหนี ตร.คาดออกนอกประเทศ - ยังหาคนบงการไม่ได้ ประชาไท ประมวลความคืบหน้าคดีความยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. เขต 5 จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ตอนนี้มีความคืบหน้าถึงไหนบ้างแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;จับได้แล้ว 4 คน จาก 5 คน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ย้อนไปเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 เมื่อเวลาประมาณ 01.09 น. มีกลุ่มคนร้ายลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ที่หน้าบ้านพักใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จนทำให้ตำรวจ และคนขับรถ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ สส.พรรคประชาชาติ รอดชีวิตจากคมกระสุนอย่างหวุดหวิด เพราะก้มตัวหลบได้ทัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ (19 เม.ย.) ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวนทั้งหมด 4 คน จากทั้งหมด 5 คนที่มีการออกหมายจับ คือ&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li data-list-item-id="edeb54f512dfda3206ca28e0667ca8e0d"&gt;สมพร ลังเดช อดีตนาวิกโยธิน และเป็นผู้ประสานงาน จัดเตรียมแผน และชี้เป้า (จับได้แล้ว)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e8e180af9a7c3b5a7933a4a09870608d2"&gt;อลาวี อาแว คนขับรถ (จับได้แล้ว)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="ee74969fb7fd0336f42094dc707a879e7"&gt;สุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่แยกชิ้นส่วนรถใช้ก่อเหตุ (จับได้แล้ว)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e5e620e6d4134648fbf469e1b86bbab3b"&gt;ธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน และเป็นมือปืน (จับได้แล้วที่จังหวัดกาญจนบุรี)&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e9a75f2ad6ab60d71abc949bfcbff02ad"&gt;ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน และเป็นมือปืน (หลบหนี)&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อ 16 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างตามตัว ร.อ.วิโรจน์ ซึ่งอาจเป็นคีย์แมนช่วยคลี่คลายคดี และได้มีการประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ให้มีการเฝ้าระวังและสกัดติดตามผู้ต้องหาทุกช่องทาง เนื่องจากมีแนวโน้มว่าผู้ต้องหาอาจหนีออกนอกประเทศ แต่ยังไม่แน่ชัดเป็นช่องทางธรรมหรือไม่ ซึ่งถ้าประสานทัน อาจจะยังพอสกัด หรือติดตามได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หากมีข้อมูลยืนยันแน่ชัดว่าหนีไปต่างประเทศแล้ว พล.ต.อ.สำราญ เผยว่าจะมีการประสานออกหมายจับตำรวจสากล หรือหมายแดงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับกรณีของธนภัทร ที่หลบหนีไปได้ถึงกาญจนบุรีเช่นนี้ จะมีบุคคลเบื้องหลังให้การช่วยเหลือหรือไม่ ทางรอง ผบ.ตร. มองว่า ถ้ามีข้อมูลปรากฏชัด ก็จะมีการออกหมายจับเหมือนกัน&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e68b6106b9f6a262d59fa5ef6b3120dfd"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/04/117095"&gt;รอง ผบ.ตร.ประสาน ตม.-ตชด. สกัดมือยิง 'สส.กมลศักดิ์' มีแนวโน้มหนีไปต่างประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e30ee4f1f2d29af8f879fc983dc2da3ae"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/04/117100"&gt;นายกฯ ลงชายแดนใต้ ยืนยันต้องไม่เกิดเหตุ จนท.รัฐ ทำร้ายคน พร้อมเร่งดูแลปม ‘ไอโอ’ หลังสมาคมปอเนาะ-สื่อ รุดยื่นหนังสือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ตำรวจยังไม่ตัดทุกสมการความเป็นไปได้&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สำหรับมูลเหตุการก่อคดียังไม่มีความชัดเจน และตำรวจยังไม่ตัดทุกความเป็นไปได้ออกจากสมการ เช่นดียวกับประเด็นทางการเมือง และความมั่นคง โดย พล.ต.อ.สำราญ มองว่า ถ้าสามารถตามตัว ร.อ.วิโรจน์ ซึ่งคาดว่าเป็นคนรับงานได้ อาจจะทำให้คดีกระจ่างมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี พล.ต.อ.สำราญ เผยว่าก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาประกอบด้วย หลักฐานไปถึงไหน การสืบสวนก็ไปถึงตรงนั้น&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ความหวังสาวถึงคนบงการ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 69 นายกฯ ไปหารือกับ สส.กมลศักดิ์ และวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่บ้านศรียะลา เรื่องคดีลอบยิงที่เกิดขึ้น และมีการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ ที่อาจเชื่อมโยงผู้ก่อเหตุ กับผู้ที่มีบทบาทสั่งการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องนี้ กมลศักดิ์ ถูกสื่อถามหลังจากออกมาจากห้องถกกับนายกฯ ถึงกรณี 'บุคคลที่ 3' ที่ทีมปฏิบัติการโทร.รายงานหลังก่อเหตุ ซึ่ง สส.พรรคประชาชาติ เผยว่าเป็นข้อมูลจากผู้ต้องหาที่รับสารภาพว่า หลังก่อเหตุมีการโทร.รายงานไปยังบุคคลที่ 3 แต่เรายังไม่ทราบว่า 'บุคคลที่ 3 คือใคร' ซึ่งก็ต้องใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในการติดตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กมลศักดิ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยว่า 5 คนที่ถูกออกหมายจับตาม ป.วิอาญา ขณะนี้เป็นเพียงชุดปฏิบัติการเท่านั้น ซึ่งเขาไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวสักคน และเชื่อว่ายังมีผู้จ้างวานสนับสนุนให้ลอบทำร้ายเขา ซึ่งไม่ใช่เขาคนเดียว แต่คนในพื้นที่เองก็อยากทราบด้วยเช่นกันว่าใครอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ส่วนตัวก็ยังไม่สบายใจ ตราบใดที่ยังไม่ได้ตัวผู้บงการ ผู้สั่งการ ซึ่งผมเชื่อว่ามีแน่นอน” สส.พรรคประชาชาติ ระบุ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;แจ้งความคนให้ยืมรถ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สำหรับนาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ ในฐานะหัวหน้ากองบริหาร กอ.รมน.นราธิวาส ผู้ให้ ร.อ.วิโรจน์ ยืมรถ กอ.รมน. ก่อนที่ภายหลังจะนำไปก่อเหตุยิง สส.นราธิวาส ของพรรคประชาชาติ&lt;br&gt;&lt;br&gt;เมื่อ 15 เม.ย. 2569 บุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะ ผอ.รมน. นราธิวาส ได้มอบหมายให้ตัวแทนร้องทุกข์กล่าวโทษ นาวาเอก มนตรี ในข้อหา มาตรา 151 หรือเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และมาตรา 157 หรือปฏิบัติหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e964062fb4feecec7c84005b562660878"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/04/117089"&gt;ผอ.รมน.นราธิวาส ร้อง 'มนตรี' กรณีให้ยืมรถหลวงมิชอบ โยงคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ความมั่นคง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0" hreflang="th"&gt;กลมศักดิ์ ลีวาเมาะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;พรรคประชาชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/3-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" hreflang="th"&gt;3 จังหวัดชายแดนใต้&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;อนุทิน ชาญวีรกูล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8D-%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;สำราญ นวลมา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84-4-%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2-%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;บุญช่วย หอมยามเย็น&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AA" hreflang="th"&gt;นราธิวาส&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 19 Apr 2026 08:00:23 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117125 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>โรงเรียนปอเนาะ-ตาดีกาคืออะไร สรุปปมร้อนคำพูดแม่ทัพภาค 4 สถานการณ์จะคลี่คลายไปทางไหน ?</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117105</link>
  <description>&lt;span&gt;โรงเรียนปอเนาะ-ตาดีกาคืออะไร สรุปปมร้อนคำพูดแม่ทัพภาค 4 สถานการณ์จะคลี่คลายไปทางไหน ?&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ภาพปก: (คนที่ 2 จากขวา) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ (ขวาสุด) พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 (ที่มา: &lt;a href="https://www.facebook.com/photo?fbid=1404341328397125&amp;amp;set=pcb.1404353608395897" role="link" tabindex="0"&gt;สวท.ด่านซ้าย กรมประชาสัมพันธ์&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-17T20:02:17+07:00" title="Friday, April 17, 2026 - 20:02"&gt;Fri, 2026-04-17 - 20:02&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;วันที่ 17 เม.ย. 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีอีกหลายคน เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนใต้ และยังเป็นการลงพื้นที่ชายแดนใต้ครั้งแรกหลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 อีกด้วย&lt;br&gt;&lt;br&gt;โดยหนึ่งในประเด็นที่ต่างฝ่ายต่างจับตามอง น่าจะหนีไม่พ้นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ พลโท &lt;strong&gt;นรธิป โพยนอก&lt;/strong&gt; แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพราะหลังจากเมื่อ 13 เม.ย. แม่ทัพภาค 4 ได้กล่าวพาดพิงไปยังโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม โรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในชายแดนใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จนตัวแทนสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม ได้ออกมาเรียกร้องให้นายกฯ สั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ภาคใต้โดยทันที เนื่องจากไม่ได้มีทัศนคติในการสร้างสังคมสันติสุข ไม่งั้นจะไม่ให้ความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคงอีกต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประชาไท ประมวลเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ทำไมคำแถลงของพลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ลูกอีสาน พาดพิงโรงเรียนปอเนาะ - ตาดีกา ถึงถูกกระแสโต้กลับรุนแรง จนถึงขั้นเรียกร้องให้ย้ายออกนอกพื้นที่ชายแดนใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="efee794eb201449f57f27184c60e0b46e"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/04/117100"&gt;นายกฯ ลงชายแดนใต้ ยืนยันต้องไม่เกิดเหตุ จนท.รัฐ ทำร้ายคน พร้อมเร่งดูแลปม ‘ไอโอ’ หลังสมาคมปอเนาะ-สื่อ รุดยื่นหนังสือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;มทภ. 4 พาดพิง 'ปอเนาะ-ตาดีกา' เอี่ยวไฟใต้&lt;/h2&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e19886f56014d7232fe53b1c8df58db3c"&gt;ปมปัญหานี้ต้องย้อนไปเมื่อ 13 เม.ย. 2569 ตอนที่&amp;nbsp;พล.ท. &lt;strong&gt;นรธิป โพยนอก&lt;/strong&gt; แม่ทัพภาคที่ 4 และในฐานะ ผอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีความคืบหน้าผลการสอบสวน คดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ หน้าบ้านพัก อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e2dc71d2cdec4adafd79fcc0bafb4c825"&gt;แต่ในระหว่างการแถลงข่าว ซึ่งเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัย แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวถึงรากฐานปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ และได้มีการพาดพิงในลักษณะที่ว่า โรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความรุนแรงของชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="ee938b481d6020a11cfc578f807f197b3"&gt;“การแก้ปัญหา (ชายแดนใต้) ไม่ได้เพิ่งมาเริ่มเกิด แต่เริ่มเกิดมา 20 กว่าปีแล้ว ไปถามท่าน สส.ทวี เขาอยู่มากี่ปี เขาเป็นเลขาฯ ศอ.บต. เป็นอธิบดี DSI ด้วย เป็นรัฐมนตรีด้วย ท่านยังแก้ไม่จบเลย ปัญหามันมีต่อเนื่อง และเราต้องมองว่าการแก้ปัญหาของเราเป็นการแก้ที่ปลายเหตุด้วย&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="eb42eb617ee87fbda1c6096f2d26d76f2"&gt;"แต่ต้นเหตุคืออะไร การปลูกฝังความคิดเรื่องเหล่านี้ยังมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนปอเนาะ ที่สถานศึกษาโรงเรียนตาดีกา คนที่ดีมีเยอะ แต่คนไม่ดีที่ไปปลูกฝังเรื่องอื่น มีแน่ๆ ถ้าไม่มีไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมยังบอกกับเจ้าหน้าที่หลายส่วนว่า กระทรวงศึกษาฯ คุณรับผิดชอบเรื่องโรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา คุณต้องลองมาดูว่าหลักสูตรที่คุณกำหนด เขาได้ทำตามที่กำหนดไหม ถ้ามีการให้การศึกษาให้เขาเข้าใจเรียนรู้ภาษาไทย เรียนรู้ภาษามลายูไปด้วยกัน ผมว่าอันนี้คือการแก้ที่ต้นเหตุ แต่ปัจจุบันเรากำลังแก้ที่ปลายเหตุ แต่ถามว่าต้องทำไหม ก็ต้องทำ" พล.ท.&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.youtube.com/live/XCG0fXOqohA?si=gzL1n_RmZn5s1U22&amp;amp;t=1575"&gt;นรธิป&lt;/a&gt; กล่าวระหว่างแถลงข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55213159163_3097ac0c0c_b.jpg" width="1024" height="682" loading="lazy"&gt;พลโท นรธิป โพยนอก (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า)&lt;/p&gt;&lt;ol start="3"&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ee6d948050331aaf4fdeca7fe09743377"&gt;นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย (Inside Thailand) ของช่อง MCOT ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เหตุที่เขาพูดแบบนี้ เพราะเขามองว่าการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุควบคู่ไปด้วย คือการศึกษา การบ่มเพาะ และการปลูกฝัง กระทรวงศึกษาฯ ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบต้องมาดูกันว่า หลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนอิสลามเหล่านี้เป็นอย่างไร ไม่งั้นการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ก็ไม่มีวันจบ นั่นจึงเป็นจุดตั้งต้นของปัญหา และกระแสวิจารณ์การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ที่เกิดขึ้นกับ แม่ทัพภาคที่ 4&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e180365a203811ea0ac0b81691eef56c2"&gt;ก่อนไปกันต่อ อยากชวนอธิบายสักนิดว่า โรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา คืออะไร&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;สรุปข้อมูลจากสำนักข่าว&lt;a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/254371"&gt;ไทยพีบีเอส&lt;/a&gt; อธิบายว่า &lt;strong&gt;โรงเรียนตาดีกา &lt;/strong&gt;หรือก็คือศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด เป็นโรงเรียนสอนจริยธรรมในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ คือ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล มีจำนวนประมาณ 2,083 แห่ง เปิดสอนเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลามอายุระหว่าง 5-12 ปี ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากการเรียนโรงเรียนรัฐในวันธรรมดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปกติ &lt;strong&gt;โรงเรียนตาดีกา &lt;/strong&gt;จะตั้งอยู่ในมัสยิด หรือในชุมชน เพื่อให้สะดวกในการเดินทาง ขณะที่รูปแบบการสอนโดยคร่าว จะเน้นเรื่องการสอนจริยธรรมของศาสนาอิสลาม การประกอบศาสนพิธี รวมไปถึงการเรียนอ่าน-เขียนภาษามลายู โดยผู้สอนจะเป็นผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครของชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วน&lt;strong&gt;โรงเรียนปอเนาะ&lt;/strong&gt; หรือสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามในรูปแบบดั้งเดิม ในพื้นที่ 5 จังหวัด มีจำนวนราว 441 แห่ง แต่เดิมมักเป็นการเรียนใน ‘กระท่อม’ จึงเป็นที่มาของชื่อ ‘ปอเนาะ’ โรงเรียนปอเนาะเปิดรับทุกช่วงวัย เพราะเน้นการเรียนเรื่องศาสนาอิสลาม การอ่านคัมภีร์ และการใช้อิสลามผนวกในกิจวัตรประจำวัน&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;สมาคม ร.ร.สอนศาสนาอิสลาม ฮือเรียกร้องย้ายแม่ทัพภาค 4&lt;/h2&gt;&lt;ol start="5"&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e420b5d88f4b1e8210eac0375dad34ee1"&gt;การแถลงข่าวของพลโท &lt;strong&gt;นรธิป&lt;/strong&gt; สร้างความไม่พอใจอย่างมาก โดยเฉพาะเครือข่ายสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามในภาคใต้ และออกมาเรียกร้องให้นายกฯ สั่งการย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ภาคใต้ทันที&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9c330e8449d48c8d59b53ce9cf3f521a"&gt;เมื่อ 15 เม.ย. 69 สามสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม ประกอบด้วย สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ สมาคมตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกันยื่นหนังสือถึงเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อเรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 ออกมาขอโทษ และให้นายกฯ มีคำสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากภาคใต้ทันที เนื่องจากไม่ได้มีทัศนคติในการสร้างสังคมสันติสุข&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e6ef4ec63f108fcd75123ab0b1fc9d541"&gt;ตัวแทนสมาคมฯ ระบุด้วยว่า หากไม่มีการสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 จะมีการยกระดับข้อเรียกร้องตามแนวทางสันติวิธี และจะระงับความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;"เราขอปฏิเสธว่าสถาบันการศึกษาทั้ง 3 สถาบันไม่มีส่วนบ่มเพาะความรุนแรง หรือผู้ก่อการร้าย ซึ่งการพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ถือเป็นการพูดบิดเบือนความเป็นจริง เนื่องจากสถาบันเหล่านี้เป็นสถาบันการศึกษาที่สร้างให้เด็กในพื้นที่ได้รับความรู้ และได้เรียนรู้ และเราเรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 ต้องออกมาขอโทษ"&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ดร.มังโสด หมะเต๊ะ&lt;/strong&gt; ผู้แทนสถาบันการศึกษาโรงเรียนปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาภาคใต้ ระบุหลังยื่นหนังสือถึง ศอ.บต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55213154238_d693bf3741_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;บรรยากาศการยื่นหนังสือของเครือข่ายสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ เมื่อ 15 เม.ย. 2569 ที่ ศอ.บต. (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก มังโสด หมะเต๊ะ)&lt;/p&gt;&lt;ol start="5"&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e9177b8b1f9378db9571f603743fe1245"&gt;นอกจากประเด็นดังกล่าว ข้อเสนอของสมาคมฯ ยังมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะการเรียกร้องและเชิญชวนให้รัฐบาล มองกลุ่มโรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา เป็นหุ้นส่วน 'ยุทธศาสตร์การพัฒนา' ทำงานร่วมกัน เพื่อลดความขัดแย้ง และสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน แทนที่การตีตราว่าเป็นต้นตอของปัญหา&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e132939af68fa23217997c2cc45167717"&gt;หลังการยื่นหนังสือของสมาคมโรงเรียนอิสลามที่ ศอ.บต. แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกับ&lt;a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/504670?fbclid=IwY2xjawROfhpleHRuA2FlbQIxMQBicmlkETFHRXJpMTFLcVhSUGtwYjdGc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHu7HrBk9b4RjLeiCMkARlMgz7Y6oNNQyilLHeDIN6COU6I1VK6Knf7ohXayU_aem_XAQ7ZDMWvl7qGMoBckd69Q"&gt;ไทยพีบีเอส&lt;/a&gt;ว่า การพาดพิงสถาบันปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา เป็นเพียงการกล่าวถึงสถาบันบางแห่ง ไม่ใช่การเหมารวมทั้งหมด เพราะมีข้อมูลว่าบางโรงเรียนหรือครูบางคน สอนโดยใช้ทัศนคติของตัวเอง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ed5cef4ba67c8fdf5be508fb9c1578340"&gt;รายการ “&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=Bta3AYYWVpc"&gt;เจาะลึกทั่วไทย&lt;/a&gt;” สัมภาษณ์&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อับดุลเราะมัน มอลอ&lt;/strong&gt; รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ มาร่วมให้ความเห็นว่าทำไมคำพูดของพลโท นรธิป แม่ทัพภาคที่ 4 ถึงโดนปฏิกิริยาตอบโต้ และถูกวิจารณ์หนักเหลือเกิน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อับดุลเราะมัน&lt;/strong&gt; อธิบายว่า เรื่องนี้ต้องย้อนไปในช่วง 10 ปีแรกของการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ พอมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ออกมากล่าวทำนองว่า โรงเรียนปอเนาะ หรือโรงเรียนตาดีกา เป็นต้นตอของปัญหา มันเปิดทางให้ผู้ก่อเหตุไม่ทราบฝ่ายใช้ความรุนแรงลอบยิงครู ผู้บริหารโรงเรียนสอนศาสนา การลอบยิงอุสตาซ บาบอ (ผู้นำศาสนาโรงเรียนปอเนาะ) หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ ตัวเลขสถิติในช่วงนั้นมีผู้ได้รับเสียหายจำนวนสูงเกือบ 200 คน และนำไปสู่การเอาคืนตอบโต้ด้วยการลอบยิง พระภิกษุ หรือครูสอนศาสนาอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เหตุการณ์มันซ้ำรอย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองเลขาฯ พรรคประชาชาติ &lt;/strong&gt;มองว่า ถ้าแม่ทัพภาคที่ 4 ยังอยู่ในตำแหน่งต่อ อาจทำให้ความร่วมมือในพื้นที่ระหว่างฝ่ายความมั่นคง และประชาชนย่ำแย่ลง จนกลายเป็นการบ่มเพาะความเกลียดชังต่อรัฐมากยิ่งขึ้น เขาจึงเสนอว่า ถ้าทางสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาไม่ถอยให้ แม่ทัพภาคที่ 4 ควรย้ายออกจากพื้นที่เอง ไม่งั้นมันทำงานแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ร่วมกันไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;มทภ. 4 ยอมขอโทษแล้ว&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;ol start="12"&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ecc8c83621d69dd4bc7b447c67602b317"&gt;ล่าสุดวันนี้ (17 เม.ย.) ทางตัวแทนสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา ได้ยื่นหนังสือถึงนายกฯ อนุทิน ระหว่างลงพื้นที่พบปะให้กำลังใจข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. และตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนใต้ โดยยังยืนยันข้อเรียกร้องเดิมให้มีคำสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="ec253027b277532cb6d25a69c1c9cbbb6"&gt;ขณะที่ท่าทีของ&amp;nbsp;&lt;strong&gt;พล.ท.นรธิป&lt;/strong&gt; อ่อนลงอย่างชัดเจน เพราะว่าหลังจากนั้น พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ควงแขนแม่ทัพภาค 4&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/reel/3022922297908137/"&gt;แถลงขอโทษ&lt;/a&gt;กรณีพาดพิงโรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;"ก่อนอื่นผมต้องขอโทษพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; อาจจะเป็นเพราะการสื่อสารของผมที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะ ที่สอนศาสนา ผมขอยืนยันว่าผมในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้" พล.ท. &lt;strong&gt;นรธิป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อสื่อถามว่าจากนี้ไปจะมีการลงไปพูดคุยกับโรงเรียนสอนศาสนา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่&amp;nbsp;พล.ท.นรธิป กล่าวเพียงว่ามี เพราะเรามีกิจกรรมที่เข้าไปทำในโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว&lt;/p&gt;&lt;ol start="14"&gt;&lt;li aria-level="1" data-list-item-id="e32b9f279be9e15331cf87148291f2a86"&gt;ด้านนายกฯ&lt;a href="https://www.facebook.com/watch/?v=1657408511940376"&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อนุทิน&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; กล่าวถึงกรณีที่ผู้แทนสมาคมสถาบันศึกษาอิสลามมายื่นหนังสือวันนี้ว่า เขาได้กล่าวกับทางผู้แทนของสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ขดดะรี บินเซ็น ซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษา กอ.รมน.ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รับรองว่าคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้พูดว่าทุกที่เป็นอย่างนั้น อาจมีบางที่บางจุด ซึ่งเราเชื่อว่าทุกคนต้องการสร้างความสงบที่จะอยู่ด้วยกัน อย่างที่บอกเวลาพูดภายใต้สภาวะกดดัน อาจมีการสื่อสารผิดพลาด แต่รับรองว่าในใจมีแต่ความรักและห่วงใยประชาชนชายแดนใต้ ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา &amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;p&gt;หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่าสถานการณ์เหตุความรุนแรงชายแดนใต้จะดำเนินต่อไปอย่างไร หรือท่าทีของสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะ หรือโรงเรียนตาดีกา จะเปลี่ยนไปหรือไม่ หลังจากแม่ทัพภาคที่ 4 ออกมาขอโทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;ความมั่นคง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%97-%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B-%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81" hreflang="th"&gt;พลโท นรธิป โพยนอก&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-4" hreflang="th"&gt;แม่ทัพภาคที่ 4&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84-4-%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" hreflang="th"&gt;ชายแดนใต้&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%B0" hreflang="th"&gt;โรงเรียนปอเนาะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;โรงเรียนตาดีกา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;โรงเรียนเอกชนสอนอิสลาม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;พรรคประชาชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;อนุทิน ชาญวีรกูล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;อับดุลเราะมัน มอลอ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 17 Apr 2026 13:02:17 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117105 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>2490 - ปัจจุบัน แกะจดหมาย 'นักโทษความคิด' ความหวังที่ 'ฆ่าไม่ตาย' หลายยุค</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117094</link>
  <description>&lt;span&gt;2490 - ปัจจุบัน แกะจดหมาย 'นักโทษความคิด' ความหวังที่ 'ฆ่าไม่ตาย' หลายยุค&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;วรรณา แต้มทอง : เรื่อง / ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล : กราฟิก&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-16T18:57:58+07:00" title="Thursday, April 16, 2026 - 18:57"&gt;Thu, 2026-04-16 - 18:57&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ใน “วาระครบรอบ 55 ปี สวนอัญญา เชียงใหม่” และ “วาระครบรอบ 109 ปี ชาตกาลครูองุ่น มาลิก” ไทเรล ฮาร์เบอร์คอร์น ศาสตราจารย์ประจำคณะภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน และภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลชื่อดังได้ร่วมกันจัด&lt;strong&gt;เสวนาหัวข้อ “สาส์น-สำนึกของผู้ต่อต้าน”&lt;/strong&gt; โดยมีรจเรข วัฒนพาณิชย์ ผู้ก่อตั้งร้านหนังสือ Book Re:public เป็นผู้ดำเนินรายการ เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2569 ที่สวนอัญญา จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55191520120_fb0367b52a_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55191270513_c780e2181b_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภัควดี วีระภาสพงษ์ , ไทเรล ฮาร์เบอร์คอร์น และรจเรข วัฒนพาณิชย์&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;งานเขียนที่หลุดออกจากลูกกรง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ไทเรล ฮาร์เบอร์คอร์น กำลังศึกษาเกี่ยวประวัติศาสตร์การจองจำและความคิดของนักโทษการเมืองไทยตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2490 จนถึงปัจจุบัน ก่อนอื่นไทเรลกล่าวว่าโดยส่วนตัวสวนอัญญาเป็นสถานที่พิเศษที่ตนเองได้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยครั้งแรกตั้งแต่เมื่อ 22 ปีก่อน สมัยทำวิทยานิพนธ์ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของสหพันธ์ชาวนาชาวไร่และนักศึกษาในภาคเหนือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มาวันนี้ไทเรลสนใจการศึกษาประวัติศาสตร์ของนักโทษการเมืองฝ่ายซ้าย โดยเธอกำลังพยายามเล่าประวัติศาสตร์การจองจำผ่านงานเขียน จดหมาย และความคิดของนักโทษการเมืองที่ถูกส่งออกมาจากห้องขัง ไทเรลเริ่มต้นด้วยการตั้งสมมติฐานว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e2e3b3d1c96b6d5deceed17f4b6cb0590"&gt;ถ้าเราลองมองประวัติศาสตร์การเมืองไทยตั้งแต่ยุค 2490 ผ่านการจองจำนักโทษการเมืองและความคิดของพวกเขา สิ่งที่เราจะได้ค้นพบจากน้ำเสียงของพวกเขาหลังกรงขังคืออะไร&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li data-list-item-id="e94862aad7134b0c4565efd26ed9106e9"&gt;ถ้าเราเขียนประวัติศาสตร์ของชาติจากความคิดของคนที่อยู่ด้านหลังลูกกรงขังภาพประวัติศาสตร์หน้านั้นจะออกมาเป็นเช่นไร&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;แรงบันดาลใจหนึ่งของการศึกษาประวัติศาสตร์ของนักโทษการเมืองไทยมาจากงานเขียนเรื่อง “ปทานุกรมการเมือง ฉบับชาวบ้าน” ของสุพจน์ ด่านตระกูล สมัยที่อยู่ในคุกช่วงกบฏสันติภาพ ที่เขียนรวบรวมความหมายของคำศัพท์ทางการเมืองไว้ แม้จะผ่านมามากกว่า 60 ปี แต่งานเขียนชิ้นนี้ยังสะท้อนให้เห็นภาพความคิดของการเมืองไทยจากคนที่มีเสียงดังน้อยมากในสังคมได้ดี&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55204322828_c44d8ba022_b.jpg" width="1024" height="571" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ส่วนอีกหนึ่งแรงบันดาลใจมาจากของนักเขียนหญิงบาร์บารา ฮาร์โรว์ (Barbara Harlow) ที่บอกว่าในการอ่านวรรณกรรมจากการจองจำ อ่านสุ้มเสียงของนักโทษการเมือง ไม่สามารถอ่านโดยสวมหมวกนักวิชาการได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอ่านโดยมีสำนึกด้วยว่าหน้าที่ของคนที่อยู่นอกกรงขังต่อคนที่อยู่ข้างในคืออะไร ควรจะอ่านงานเขียนของนักโทษการเมืองแบบประวัติศาสตร์ไม่ใช่แค่เพียงเป็นแหล่งข้อมูล นักโทษการเมืองไม่ต่างจากนักคิดด้วยซ้ำถ้ามองในมุมนี้&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55203279107_cb0cf271b8_b.jpg" width="1023" height="553" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ไทเรลอธิบายว่าที่เริ่มต้นศึกษาจากรัฐประหาร 2490 มาจากงานศึกษาของณัฐพล ใจจริง ที่บอกว่ารัฐประหาร 2490 เป็นสิ่งที่ทำให้ความหวังที่ยังเหลืออยู่จากการปฏิวัติ 2475 ดับสนิท ซึ่งไทเรลเห็นตรงกัน และนำเอารัฐประหาร 2490 มาเป็นหมุดหมายของการเริ่มต้นศึกษาประวัติศาสตร์การจองจำและความคิดของนักโทษการเมืองไทย และในช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงเวลาที่มีงานเขียนจากปลายปากกาของนักโทษการเมืองฝ่ายซ้ายออกมาเอง ทำให้มีความหนักแน่นมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังรัฐประหาร 2490 &lt;strong&gt;กบฏสันติภาพ (2495-2500)&lt;/strong&gt; เป็นช่วงแรกที่น่าสนใจมาก เนื่องจากคนที่ถูกจับกุมคุมขังมีความหลากหลายมาก ทั้งนักเคลื่อนไหว คอมมิวนิสต์ นักประชาธิปไตยอย่างสุพจน์ ด่านตระกูล หรือนักเขียนคนสำคัญอย่างกุหลาบ สายประดิษฐ์ ทำให้มีความแตกต่างหลากหลายทางความคิดของนักโทษการเมืองอย่างมากในช่วงเวลานั้น&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55190234792_1583beab52_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;"แลไปข้างหน้า" ของศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) ก็เป็นผลผลิตอีกเล่มจากการติดคุกในช่วงกบฏสันติภาพ ศรีบูรพาใช้การเขียนนิยายทำงานเคลื่อนไหวของตัวเอง เพื่อสร้างจิตนาการต่อสังคมในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถัดไปเป็นช่วง&lt;strong&gt;คดีคอมมิวนิสต์ (2501-2543) &lt;/strong&gt;โดยเป็นการมองตั้งแต่ช่วงคดีคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2501 จนถึง พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ ถูกยกเลิกไปใน พ.ศ. 2543 ซึ่งมีประชาชนถูกจับกุมตลอดในช่วงระยะเวลานั้น เนื่องจากกฎหมายปราบปรามการเป็นคอมมิวนิสต์ตีความได้กว้างมาก ทำให้คนที่เป็นนักเคลื่อนไหวหรือไม่เป็นนักเคลื่อนไหวถูกจับได้ง่ายมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยกตัวอย่างเช่น ทนายทองใบ ทองเปาด์ ถูกจับอยู่ในคุกนาน 7 ปี ทองใบได้เขียนเรื่องราวชีวิตตอนที่ในคุกลาดยาวออกมาเป็นหนังสือ "คอมมิวนิสต์ลาดยาว" หรือสุรชัย แซ่ด่าน นักโทษการเมืองอีกหนึ่งคนที่ถูกจับภายใต้ พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ และเล่าถึงการต่อรองกับเจ้าหน้าที่รัฐตอนหลังออกจากป่า แต่สุดท้ายก็ถูกจับกุมและต้องอยู่ในคุกนาน 16 - 17 ปี ก่อนจะต้องโทษในคดี ม.112 ต่อ&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55191370889_c10347806b_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ต่อมาช่วง&lt;strong&gt;หลังเหตุการณ์สังหารหมู่ 6 ตุลาคม 2519 (2519 - 2527)&lt;/strong&gt; ที่มีนักศึกษา กรรมกร และประชาชน ถูกจับกุมและดำเนินคดี 18 คน (เหตุการณ์ดังกล่าวมีคนถูกจับ 3,000 กว่าคน นอก กทม.ด้วย แต่มี 18 คนที่มีคดีในศาลทหาร และ 1 คนมีคดีในศาลพลเรือน) มีหนังสือที่รวบรวมบทสัมภาษณ์และจดหมายของทั้ง 18 คนไว้ในช่วงเวลาที่อยู่ในคุก 2 ปี สิ่งที่น่าสนใจที่ออกมาจากเรื่องราวของทั้ง 18 คน คือความจริงของการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้น ความจริงของความไม่เท่าเทียมกันในสังคมไทย&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55191520975_a981ccf80b_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55191370119_cf9a02a2ac_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คดี ม.112 ยุคแรก (2550-2562)&lt;/strong&gt; หลังรัฐประหาร 2549 ไทเรลระบุว่า ในช่วงแรกของการถูกจับในคดี ม.112 มีงานเขียนของผู้หญิงอย่างน้อย 3 คน ได้แก่ “มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ” ภรณ์ทิพย์ มั่นคง, "รักเอย" จากป้าอุ๊ ภรรยาอากง (อำพล ตั้งนพกุล) นักโทษคดี ม.112 และงานเขียนของดา ตอร์ปิโด หรือดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ใน "บันทึกการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ของดา ตอร์ปิโด" งานเขียนของผู้หญิงทั้ง 3 คน ต่างเขียนถึงชีวิตประจำวัน เป็นงานเขียนเพียงไม่กี่เล่มในไทยที่เขียนโดยนักโทษการเมืองผู้หญิง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คดี ม.112 ยุคปัจจุบัน (2563 - ปัจจุบัน)&lt;/strong&gt; จำนวนคนที่ถูกจับกุมในคดี ม.112 ยุคปัจจุบันมีจำนวนมากกว่ายุคแรกหลายเท่า ในช่วงนี้การเปลี่ยนแปลงการใช้เทคโนโลยีของกรมราชทัณฑ์และการมีโซเชียลมีเดีย ทำให้คนข้างนอกได้อ่านจดหมายจากคนที่อยู่ในคุกเร็วขึ้น อย่างที่เราได้อ่านจดหมายของอานนท์ นำภา หรือเก็ท โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง ที่ถูกส่งออกมาจากในคุก ไทเรลกล่าวว่า จดหมายของทนายอานนท์ไม่ต่างจากวิธีคิดที่ช่วยให้ผู้คนได้อยู่ต่อไปได้ในสังคมที่มืดมิด เขากำลังทำหน้าที่ของเขาข้างใน และหน้าที่ของพวกเราในฐานะคนที่อยู่นอกกรงขังคืออะไร&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55191519795_9a1bd93752_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55191518375_c2069e6bf3_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li data-list-item-id="e6347433959e2c02f36e5211a497bd7ec"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2025/11/115551"&gt;หนังสือใหม่ ‘ไทเรล ฮาร์เบอร์คอร์น’ วิเคราะห์ความคิดนักโทษการเมือง 2490-ปัจจุบัน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;h2&gt;สาสน์จากนักโทษการเมืองที่มีความหวัง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลชื่อดังที่เชื่อมั่นว่า “วันหนึ่งเราอาจช่วงชิงความเป็นใหญ่ทางความคิดได้ด้วยการแปล” ภัควดีเป็นหนึ่งในคนที่อ่านจดหมายของอานนท์และเคยได้รับจดหมายติดต่อกลับจากอานนท์เช่นกัน เธอออกตัวว่าไม่ใช่คนที่อ่านจดหมายของอานนท์มากที่สุด เพราะคนที่อ่านเยอะที่สุดกว่าใครจริงๆ น่าจะเป็นภรรยาของอานนท์ และจดหมายบางฉบับที่อานนท์เขียนถึงลูกเธอเองก็ไม่กล้าอ่านมากนัก เพราะค่อนข้างเป็นเรื่องที่อ่อนไหวต่อจิตใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในประสบการณ์การเขียนจดหมายตอบโต้กับอานนท์, เก็ท โสภณ และขนุน สิรภพ ภัควดีค้นพบสิ่งที่ประหลาดมากในความรู้สึกของตัวเอง คือในขณะที่คนที่อยู่ในเรือนจำชีวิตถูกจำกัดควบคุมทุกระเบียบนิ้ว แต่พวกเขามีเรื่องที่จะเขียนสื่อสารกับคนข้างนอกได้ตลอดเวลา ส่วนตัวเองที่อยู่นอกกรงขังมีอิสระมากมายในชีวิต พอนั่งลงจะเขียนจดหมายถึงคนที่อยู่ข้างในกลับเกิดความลำบากใจมาก ไม่รู้ว่าจะต้องเขียนอะไรไปหาเขา เป็นปัญหาส่วนตัวที่ภัควดีประสบณ์อยู่ตลอดเวลาที่เขียนจดหมายถึงคนในเรือนจำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากที่เรือนจำยุติการใช้ Domimail ภัควดีก็เขียนจดหมายถึงคนข้างในน้อยลง&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55191518705_74b046d096_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;ในต่างประเทศ ปรามูเดีย อนันตา ตูร์ (Pramoedya Ananta Toer) นักเขียนและนักโทษการเมืองชาวอินโดนีเซีย เป็นอีกคนหนึ่งที่ใช้เรื่องราวในกรงขังเขียนเป็นนิยายออกมา นิยายของปรามูเดียมีจุดเด่นที่คล้ายกับจดหมายของนักโทษการเมืองทุกยุคทุกสมัยคือการสร้างความหวังให้กับคนข้างนอก สิ่งนี้ออกมาในส่วนหนึ่งของจดหมายจากอานนท์, เก็ท โสภณ และขนุน สิรภพด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ไม่ใช่เราไปให้ความหวังเขา แต่จริงๆ คนข้างในให้ความหวังเรามาตลอด เขาพยายามจะพูดไม่ให้เราท้อ ซึ่งอันนี้เป็นลักษณะเด่นเลยของจดหมายจากหลังซี่กรง” ภัควดี กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภัควดียังยกจดหมายจากนักบุญเปาโล ที่อาจเป็นจดหมายจากในคุกที่เก่าแก่มากที่สุดในโลกฉบับหนึ่ง เมื่อ 2,000 ปีที่แล้วนักบุญเปาโลสาวกของพระเยซูเคยถูกจักรวรรดิโรมันจับขังคุกในข้อหายุยงปลุกปั่น จากการเผยแพร่ให้ผู้คนนับถือศาสนาคริสต์ (ตอนนั้นการนับถือศาสนาคริสต์ยังเป็นเรืื่องต้องห้าม) นักบุญเปาโลเขียนจดหมายออกมา 4 ฉบับขณะอยู่ในคุก ภัควดีอธิบายว่าจดหมายจากห้องขังที่เก่าแก่ของนักบุญเปาโลกับจดหมายจากนักโทษการเมืองปัจจุบันยังมีอะไรที่เหมือนกันมาก มีนักวิเคราะห์ระบุว่าสมัยนั้นจักรวรรดิโรมันครอบงำคนด้วยการทำให้เชื่อว่าจักรวรรดิโรมันคือการปกครองที่ดีที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่มีการปกครองแบบอื่นที่ชอบธรรมเท่านี้อีกแล้ว ภัควดีอ่านแล้วทำให้ตีกลับมานึกถึงระบอบชาตินิยมของไทยตอนนี้ที่พยายามบอกว่าสิ่งที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้คือการปกครองที่ดีที่สุด ไม่มีการปกครองอื่นที่จะดีกว่านี้ และประชาชนไม่ต้องไปคิดฝันถึงทางเลือกอื่นของการปกครอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ฉะนั้นเวลาที่จักรวรรดิโรมันเอาคนไปขังคุกจึงไม่ใช่แค่การลงโทษอย่างเดียว แต่คุกมีหน้าที่ต้องทำให้นักโทษสำนึกผิด รัฐจะควบคุมพลังงานนักโทษให้หมดสิ้นไร้อำนาจ และต้องการให้นักโทษกลับใจ สิ่งที่จักรวรรดิโรมันทำกับนักบุญเปาโลก็คือการทำให้กลับใจ" ภัควดี กล่าว&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55191525230_450da7de24_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;ภัควดีอ่านจดหมายจากเก็ท โสภณ ให้ฟังท่อนหนึ่งระบุว่า “ธรรมชาติของทัณฑสถานคือการทำให้ผู้ที่ก่ออาชญากรรมสำนึกผิดและกลับไปใช้ชีวิตเป็นพลเมืองในสังคมได้ แต่สำหรับนักโทษการเมืองการทำให้เราเป็นผู้ต้องราชทัณฑ์มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ ประการที่หนึ่งคือทำลายเราจากภายใน ควบคุมการใช้ชีวิตไปจนถึงระดับพฤติกรรมด้วยมาตรการของเรือนจำ และอีกด้านหนึ่งคือทำให้การเคลื่อนไหวภายนอกยุติลง เพื่อความสถาพรในการครองอำนาจนำ วัตถุประสงค์ที่เขาต้องการทำลายเราจากภายในนั้นผมก็ต้องพูดให้เข้าใจก่อนว่าคุกไม่ได้ทำให้เราตาย แต่มันคอยบั่นทอนเรา พูดแล้วก็นึกถึงหนัง interstellar ที่ในแต่ละวันของคนข้างนอกผ่านไปอย่างรวดเร็วจนแทบทำกันไม่ทัน หากแต่ละวันของคนข้างในผ่านไปอย่างเชื่องช้า”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;หลังจากนั้นเก็ท โสภณ ยังยกตัวอย่างจากหนังสือ 1984 มาในจดหมายเล่าถึง วินสตัน สมิธ ตัวเอกของ 1984 ที่ถูกจับในฐานะอาชญากรทางความคิดเช่นกัน “วินสตันถูกจับในข้อหาอาชญากรทางความคิด ขณะถูกขังเขาถูกซ้อมทรมานอย่างยาวนาน จนสงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ฆ่าเขาให้มันจบไปเสียเลย เจ้าหน้าที่ผู้ทรมานจึงอธิบายว่า หากฆ่าวินสตันในขณะที่เขายังมีอุดมการณ์อยู่ อุดมการณ์นั้นจะถูกส่งต่อสู่คนรุ่นหลัง การคุมขังจึงไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าเขา แต่เพื่อเปลี่ยนเขาให้ยอมศิโรราบโดยไร้ผู้สืบทอดเจตนารมณ์นั่นเอง ทั้งที่มีอำนาจมากมายขนาดนั้นอภิสิทธิ์ชนยังต้องลดตนลงมาทำสิ่งนี้อีก อย่างการสกัดกั้นอุดมการณ์ของผู้เห็นต่าง เรื่องนี้น่าสนใจและชวนพิจารณา เพราะอาวุธของสามัญชนที่แม้แต่ผู้มีกำลังพลล้นฟ้ายังต้องยำเกรง หาใช่ยุทโธปกรณ์ที่เข้าใจกันโดยทั่วไป แต่คือความคิดที่เสมือมไวรัสแพร่ระบาดและวิวัฒน์ได้อย่างว่องไว และจะยิ่งขจรได้ไกลขึ้น”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภัควดีวิเคราะห์ว่า สิ่งที่เก็ท โสภณ พูดสะท้อนให้เห็นเป้าหมายเดียวกับเมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว จากสิ่งที่ระบอบการปกครองพยายามกระทำต่อผู้เห็นต่าง สิ่งที่เก็ท โสภณ เห็นในคุกไทยไม่ต่างจากที่นักวิเคราะห์พูดไว้จากจดหมายของนักบุญเปาโล ซึ่งนักบุญเปาโลเองก็พยายามท้าทายอำนาจจักรวรรดิโรมัน เพื่อยืนยันความเชื่อของตนเอง ขณะที่เก็ท โสภณเองก็เขียนไว้ว่า “ภาครัฐภายใต้อำนาจอภิสิทธิ์ชนคงคิดว่าจะทำร้ายเราได้ด้วยการปกครองภายในคุก แต่ในความเป็นจริงพออยู่คุกไปเรื่อยๆ ผมกลับมองเห็นโอกาส เพราะเวลาในแต่ละวันในนี้เดินอย่างเชื่องช้า ทำให้เราได้สำรวจทบทวนตัวเอง ถอดบทเรียนการเคลื่อนไหวจากหลายมุมจนนำไปสู่การบูรณาการการทำงานทางความคิดและสังคม ผู้มีอำนาจเขาคิดว่าการขังเรานั้นจะเป็นการทำลายเรา แต่ผลกลับเกิดการหล่อหลอมให้เราแข็งแกร่งขึ้น ผมและเพื่อนๆ ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ และเติบโต ผ่านการมองสภาพการใช้อำนาจของรัฐ”&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55191270083_98f6a01758_b.jpg" width="1024" height="576" loading="lazy"&gt;&lt;p&gt;นักบุญเปาโลยังพูดเรื่อง “โสมนัสยินดี” ตลอดในจดหมาย เมื่อมาอ่านดูให้ดีจะเข้าใจว่านักบุญเปาโลกำลังท้าทายอำนาจรัฐอยู่ตลอดเวลา อย่าหวังว่าคุกจะเปลี่ยนเขาได้ คุกกำจัดเสรีภาพได้แค่เพียงร่างกาย แต่กำจัดความคิดและความสุขของเขาไม่ได้ คุกไม่ใช่เครื่องมือที่จะมาเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ของนักบุญเปาโลได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่จดหมายของอานนท์ นำภา ภัควดีมองว่า อานนท์จะเขียนจดหมายออกมาโดยมีทั้งส่วนที่ซาบซึ้งและส่วนที่มีอารมณ์ขัน เป็นคนที่เขียนถึงกาแฟในคุกได้แบบที่คนอ่านนอกคุกสามารถรับรู้รสชาติของมันไปด้วยได้ หลายๆ อย่างที่อานนท์เขียนออกมามักจะมีความโสมนัสยินดีอยู่ในนั้นด้วย อานนท์เขียนจดหมายออกจากคุกในขณะที่รัฐต้องการให้เขาสำนึกผิด แต่สิ่งที่อานนท์เขียนออกมากลับเป็นสิ่งที่แสดงออกตลอดเวลาว่าเขายังมีความเป็นมนุษย์ มีศักดิ์ศรี มีเสรีภาพทางความคิดและจิตวิญญาณ เขายังคงยืนหยัดได้แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แย่ที่สุดก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;อานนท์ยังเขียนถึงความหวังออกมาให้คนข้างนอกได้รับรู้ “ทราบข่าวเพื่อนๆ หลายคน burnout เซาซบไปกับวันเวลาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าใจและให้กำลังใจ หวังว่าปรากฏการณ์นี้จะหายไปเมื่อจังหวะเวลาที่จำเป็นมาถึง สำหรับพวกเราในนี้หากจะเปรียบก็เหมือนนกที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า หยุดขยับปีกบินเมื่อไหร่ย่อมต้องร่วงลงมาตายอย่างแน่นอน เป็นนกที่ไม่อาจหยุดบิน ไม่อาจ burnout ได้”&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;สาสน์ที่ออกมาจากในคุกทั้งของปรามูเดียก็ดี นักบุญเปาโลก็ดี เก็ท โสภณ และอานนท์ก็ดี ต่างกระตุ้นจิตกระตุ้นใจแห่งความหวังให้กับผู้คนข้างนอกกรงขัง เมื่อคนเราถูกปล้นทุกอย่างในชีวิตออกไปด้วยการจับโยนเข้าสู่ห้องขัง พวกเขาจะมีความรู้สึกที่ไวมากต่อสิ่งเล็กน้อยรอบตัวในแบบที่คนที่อิสระนอกห้องขังอาจจะมองข้างเรื่องต่างๆ เหล่านี้ไป&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;“คนที่ถูกคุมขังเขามีการสังเกตุที่ฉับไวมาก อาจจะเป็นเพราะเขาถูกเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตเขา มากเสียจนสิ่งที่เขาเหลืออยู่มันน้อยจนกระทั่งเขาสามารถมองเห็นสิ่งที่เรามองไม่เห็นได้ ความรู้สึกแบบนี้โดยส่วนตัวรู้สึกว่านอกจากคนในเรือนจำแล้ว จะเป็นความรู้สึกของคนที่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้ายและกำลังจะเสียชีวิต ใกล้ตาย ก็จะมีความรู้สึกที่มันแหลมคมมากในการสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว จดหมายจากเรือนจำมีความหมายในเชิงสุนทรียะนี้อยู่” ภัควดีกล่าว&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;การศึกษา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%A5-%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;ไทเรล ฮาร์เบอร์คอร์น&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C-0" hreflang="th"&gt;ภัควดี วีระภาสพงษ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%82-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;รจเรข วัฒนพาณิชย์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B8%E0%B8%99-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81" hreflang="th"&gt;ครูองุ่น มาลิก&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88" hreflang="th"&gt;เชียงใหม่&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;จดหมาย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;นักโทษการเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C-%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A0%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;อานนท์ นำภา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%93-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%A4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%98%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;ชนิสรา ริมธีระกุล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;วรรณา แต้มทอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 16 Apr 2026 11:57:58 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117094 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>16 ปี 10เมษา'53 รำลึกวีรชนคนเสื้อแดง ปชน.จ่อยื่นแก้ กม.นำทหารขึ้นศาลพลเรือน ก่อนหมดอายุความอีก 4 ปี</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117033</link>
  <description>&lt;span&gt;16 ปี 10เมษา'53 รำลึกวีรชนคนเสื้อแดง ปชน.จ่อยื่นแก้ กม.นำทหารขึ้นศาลพลเรือน ก่อนหมดอายุความอีก 4 ปี&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ภาพปก-ภาพประกอบ: แมวส้ม ประชาไท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;XmasUser&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-11T00:32:14+07:00" title="Saturday, April 11, 2026 - 00:32"&gt;Sat, 2026-04-11 - 00:32&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;div class="summary-box"&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ประมวลภาพบรรยากาศ และการปราศรัย อดีตแกนนำ นปช. จัดงานครบรอบ 16 ปี รำลึก วีรชนคนเสื้อแดง 10 เมษา'53 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา และหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ตัวแทนพรรคประชาชน เตรียมยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ทำให้ทหารที่ทำผิดอาญาต่อประชาชน ขึ้นศาลพลเรือน และแก้ไขกฎหมายยกเลิกอายุความคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐหลบหนีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก่อนเดดไลน์คดีหมดอายุความอีก 4 ปีข้างหน้า ‘วิโรจน์’ ขอประชาชน-พรรคการเมืองเพื่อนบ้านที่ร่วมต่อสู้ ปชต. ให้การสนับสนุน&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยย้อนรอยชัยชนะทางการเมือง และคดีความคนเสื้อแดง ตั้งแต่คดีชายชุดดำ ก่อการร้าย และเผาห้างสรรพสินค้า จนตอนนี้คดีความยกฟ้องหมดแล้ว และปัจจุบัน กำลังทำเว็บไซต์-สื่อโซเชียลมีเดีย เก็บประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนเสื้อแดง หวังเปิดตัว 19 พ.ค.นี้ ยืนยันคนเสื้อแดงสำหรับเขา อยู่ตรงไหนก็เป็น ‘เพื่อน’ กันเสมอ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10 เม.ย. 2569 เพจเฟซบุ๊ก ‘&lt;a href="https://www.facebook.com/thai.udd.news/posts/pfbid02MWVvDyFN1UpXunX6Sq75LuDza1mqhfmnB1c1j7Me7LxW1Pj9ycWPYwjUf5S72Dczl"&gt;ยูดีดี นิวส์&lt;/a&gt;’ รายงานวันนี้ (10 เม.ย.) ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา บริเวณสี่แยกคอกวัว ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นมา มีงานรำลึกและสดุดีวีรชน #16ปีเมษาพฤษภา53 “นิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนตาย” นับถอยหลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ ซึ่งจัดโดยคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช. 53)&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;a href="https://www.flickr.com/photos/prachatai/albums/72177720333017476" data-flickr-embed="true" title="งานรำลึกและสดุดีวีรชน #16ปีเมษาพฤษภา53 “นิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนตาย”"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55199197733_94faff97cc_h.jpg" alt="งานรำลึกและสดุดีวีรชน #16ปีเมษาพฤษภา53 “นิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนตาย”" width="1600" height="1200" loading="lazy"&gt;&lt;/a&gt;&lt;script async src="//embedr.flickr.com/assets/client-code.js" charset="utf-8"&gt;&lt;/script&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;คลิกลูกศรซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูรูปภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม ซึ่งถูกเรียกว่า “ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่” บริเวณสะพานผ่านฟ้าถึงสี่แยกคอกวัว จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับความยุติธรรม โดยวันนี้นับว่าครบรอบ 16 ปีของเหตุการณ์ดังกล่าว และเหลืออีก 4 ปีก่อนคดีจะหมดอายุความลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บรรยากาศการทำกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. มีการเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการภาพประวัติศาสตร์การสลายการชุมนุมปี 2553 และการขับเคลื่อนทวงความยุติธรรมของ คปช. 53 ภายในงานมีการแจกอาหาร เครื่องดื่ม และจำหน่ายหนังสือ รวมถึงซุ้มกิจกรรมขององค์กรต่าง ๆ อาทิ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดรดน้ำวีรชนและเพนต์รูปสัญลักษณ์ประชาธิปไตย&amp;nbsp; ไอลอว์เปิดบูทจำหน่ายสินค้า และการแสดงดนตรี นำโดยอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร 'พอร์ท ไฟเย็น' 'หนวดริมทาง' และ บุ๊ค Elevenfinger&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้น 15.00 น. มีการจัดพิธีสงฆ์ทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 4 รูป จากนั้น มีการวางพวงหรีดและช่อดอกไม้ พร้อมกล่าวไว้อาลัยและสดุดีวีรชน นำโดย ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำ นปช., นพ.เหวง โตจิราการ, ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สหัสวัต คุ้มคง, เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ จากพรรคประชาชน, เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา, สุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา, กีรดิต โยงราช ผู้ลงสมัครนายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พรรคธรรมปณิธาน และตัวแทนโมกหลวงริมน้ำ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ร้อง ปชน. เร่งยื่น กม.นำทหารขึ้นศาลพลเรือน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;แถลงการณ์จากคณะ คปช. 53 ระบุว่า สืบเนื่องจากการล้อมปราบคนเสื้อแดงในช่วง เม.ย. จนถึง พ.ค. 2553 นำมาซึ่งความสูญเสียของคนเสื้อแดงจำนวนนับร้อยคน และบาดเจ็บ 1,283 รายเท่าที่สืบทราบได้ และยังมีผู้เสียชีวิตต่อมาอีกจำนวนหนึ่งหลังเดือน พ.ค. เป็นต้นมา เป็นผลให้ทางธิดา ถาวรเศรษฐ ตั้ง "คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553" เพื่อทวงความยุติธรรมทั้งจากต้นทางที่ตำรวจ DSI ระหว่างทางคืออัยการ และปลายทางคือศาลยุติธรรม โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา จนได้ตัวเลขที่นำไปสู่การวินิจฉัยของศาลในการไต่สวนคดีการตายที่ผิดปกติตามมาตรา 150(3) มีคดีจำนวนหนึ่งที่ศาลวินิจฉัยว่ากระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ 17 รายก่อนรัฐประหาร และไม่ทราบว่าใครลงมือทำ 15 ราย (หลังรัฐประหาร)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังการทำรัฐประหารปี 2557 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี, สุเทพ เทือกสุบรรณ ลอยนวลพ้นผิดจากคดีสังหารคนเสื้อแดง เนื่องจาก ป.ป.ช.ไม่ยอมส่งคดีที่ศาลวินิจฉัยแล้วว่า กระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ทหารต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนนายทหารชั้นผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ลอยนวลพ้นผิด โดยอัยการทหารสั่งไม่ฟ้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีจำนวน 62 คดี ที่ DSI ยุติการชันสูตรพลิกศพ เพื่อไต่สวนตามประมวลวิอาญามาตรา 150(3) กลับไปปิดคดีโดยการชันสูตรพลิกศพตาม มาตรา 150(1) โดยถือเป็นการตายปกติ ทั้งที่ชัดเจนว่าถูกยิงจากทหาร ทั้งที่แยกคอกวัว และบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ว่า หลังการทำรัฐประหารเป็นต้นมา คปช. 53 พยายามยื่นข้อเสนอโดยการทวงความยุติธรรมตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง ผ่านพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ปี 2565 สมัยเป็นฝ่ายค้าน จนมาเป็นรัฐบาลปี 2566 แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง และถูกขัดขวางเมื่อเรื่องเข้าสู่ กมธ.พัฒนาการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการการทหาร โดยเฉพาะเรื่องการนำทหารที่ทำผิดอาญาต่อประชาชน ขึ้นสู่ศาลพลเรือนตามข้อเสนอของ คปช. 53&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จนกระทั่ง พรรคประชาชน ได้นำข้อเสนอของ คปช.53 มาบรรจุในชุดนโยบายของพรรคฯ ทำให้เริ่มเห็นหนทางทวงความยุติธรรม โดยข้อเรียกร้องก็คือ&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;แก้ไขกฎหมายให้คดีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดอาญาต่อประชาชน ต้องไม่มีอายุความ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;ให้มีร่าง พ.ร.ป.แก้ไขเพิ่มเติมวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้คดีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่กระทำความผิดอาญาต่อประชาชน ไม่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 โดยแก้มาตรา 14 ในคดีที่ทหารกระทำความผิดทางอาญาต่อพลเรือน ให้ขึ้นต่อศาลยุติธรรมพลเรือน&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้น คปช.53 ได้เรียกร้องให้คดีความที่ค้างคา, ไม่ดำเนินตามกฎหมายที่มี, การตายผิดปกติ ต้องได้ถูกชันสูตรพลิกศพตาม ป.วิอาญา มาตรา 150(3) ไม่ใช่ยุติไปเฉยๆ โดยอ้างว่าชันสูตรพลิกศพแล้วแบบการตายปกติ แม้แต่ทหารที่เสียชีวิตก็ยังไม่ได้รับการสืบสวนและชันสูตรพลิกศพตามมาตรา 150(3)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุทิ้งท้ายว่า เนื่องด้วยอายุความของคดีจะเหลือเพียง 4 ปี จึงขอให้พรรคประชาชนเร่งยื่นร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสภาฯ และขอให้พรรคการเมืองต่างๆ และสมาชิกผู้แทนราษฎรที่มีใจรักประชาชน และประชาธิปไตย ร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย และทำให้บรรลุผลโดยเร็ว เพราะความยุติธรรมสำหรับประชาชน คือปราการด่านสุดท้ายของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ปชน.เตรียมยื่นแก้ กม.ยุติอายุความเจ้าหน้าที่หนีกระบวนการยุติธรรม&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรรมการบริหารพรรคประชาชน กล่าวว่า วันนี้เขามาเป็นตัวแทนของหัวหน้าพรรค ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ซึ่งติดภารกิจประชุมรัฐสภา กล่าวรำลึกวีรชนคนเสื้อแดง และอยากจะกราบเรียนทุกท่านว่า เราไม่ได้หลงลืม และไม่ได้ละเลยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีที่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรรมการบริหารพรรคประชาชน &lt;/strong&gt;ระบุว่า วันนี้เขาไม่ได้จะมาหาเสียง หรือหาคะแนนนิยม แต่อยากให้ประเทศไทยดีขึ้น และมองว่าเหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553 ที่รัฐใช้อำนาจเข่นฆ่าประชาชน หากเราไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ เหตุการณ์เล่านี้จะวนกลับมาอีกครั้ง และพรรคประชาชน ในฐานะพรรคที่ยืนยันว่าอำนาจสูงสุดในประเทศนี้เป็นของประชาชน เราจะปล่อยให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พิจารณ์&lt;/strong&gt; กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนมีการเสนอกฎหมายแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร มากไปกว่านั้น สส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ร่วมกับ สส.รอมฎอน ปันจอร์ และอีกหลายท่าน ยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 เพื่อหยุดเข็มนาฬิกาของอายุความ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งการ เจ้าหน้าที่รัฐหลบหนีไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อายุความต้องสิ้นสุดหยุดลง สส.คณะทำงานยื่นไปแล้วในสภาฯ ชุดที่ 26 แต่ยังไม่ถูกการพิจารณา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&lt;strong&gt; พรรคประชาชน &lt;/strong&gt;ได้มีนโยบายที่จะหยุดวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล ก็คือการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา แก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร แก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นี่เป็นอีกหนึ่งกฎหมายสำคัญที่เราต้องการคืนสิทธิให้กับประชาชน ให้เราสามารถฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐ ฟ้องร้องผู้ที่มีอำนาจโดยตรง ไปที่ศาลอาญา ศาลยุติธรรมได้ โดยไม่ต้องผ่านองค์กรอิสระ&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;'วิโรจน์' ขอพรรคการเมือง-ปชช.หนุนร่างแก้ พ.ร.บ. ลากทหารขึ้นศาลพลเรือน&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิโรจน์ ลักขณาอดิศร &lt;/strong&gt;อดีต สส.พรรคประชาชน กล่าวรำลึกถึงคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ล้อมปราบตั้งแต่ 10 เม.ย. จนถึง 19 พ.ค. 2553 และได้เล่าบทสนทนาระหว่างเขากับเพื่อนที่ไต่ถามว่า “เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว จะฟื้นฟอยหาตะเข็บทำไม” ซึ่งเขามองว่า หากสามารถยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดเจ้าหน้าที่รัฐ หรือทหาร มันจะทำให้ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบผลของการกระทำ และเป็นบทเรียนให้ผู้มีอำนาจได้รับรู้ว่าต่อให้เบื้องหลังของเขาจะเป็นใครที่ให้คำมั่นกับคุณว่า ฆ่าไปเถอะ สังหารไปเถอะ ทำไปเถอะ ยังไงก็คุณก็ไม่โดนอะไร คุณก็จะไม่เชื่อคนหลังม่านเหล่านั้น เพราะคุณเห็นบทเรียนของผู้ที่มีอำนาจที่ต้องรับผิดตามกฎหมายไปแล้ว ซึ่งนี่คือนิติรัฐ หรือที่หลายคนเรียกว่า “บ้านเมืองที่มีขื่อมีแป” ทำให้ประชาชนอยู่ได้อย่างสบายใจ เพราะรู้สึกว่ากฎหมายจะคุ้มครองเขาเวลาที่ได้รับความอยุติธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิโรจน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า ตอนนี้มีการพิสูจน์แล้วว่า คดีชายชุดดำ ไม่มีอยู่จริง และเราพิสูจน์ได้อย่างน้อยส่วนหนึ่งว่า กระสุนถูกยิงจากเจ้าหน้าที่รัฐ และเรื่องราวที่น่าหดหู่ที่สุดคือเหตุการณ์ในวัดปทุมฯ คือมีภาพปรากฏของคนที่ซุ่มยิงถืออาวุธ แต่ปรากฏว่าจับมือใครดมไม่ได้ นี่คือสิ่งที่สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้อำนวยความยุติธรรมให้มันเกิดขึ้นในสังคมเลย มากไปกว่านั้น ยังมีกระบวนการปลุกปั่นให้คนอีกกลุ่มหนึ่งรู้สึกชิงชังเกลียดชังว่า คนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเข่นฆ่าทำลายยังไงก็ได้ นี่คือความร้ายกาจที่เกิดขึ้นในปี 2553&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิโรจน์&lt;/strong&gt; กล่าวต่อไปว่า ที่เลวร้ายที่สุดคือการสร้างผังล้มเจ้ากำมะลอ ที่คนทำเองก็ยอมรับกับศาลแล้วว่าทำขึ้นมาเอง ไม่มีที่มาที่ไป เอาประชาชนตามจินตนาการมาใส่ในผังแล้วโยงใย กล่าวหาว่าประชาชนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่คือสิ่งที่ชั่วช้าสามานย์ สร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนโดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือ แต่คนกลุ่มนั้นก็ยังลอยหน้าลอยตามีชีวิตที่ผาสุกอยู่ได้ ทั้งที่การกระทำนี้คือภัยร้ายของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่แท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิโรจน์ &lt;/strong&gt;ระบุว่า ล่าสุดเพิ่งคุยกับเอกราช อุดมอำนวย สส.พรรคประชาชน ว่าจะขอยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เข้าไปในเร็ววันนี้ และคงจะต้องขอความกรุณาของประชาชนที่นี่ เพราะลำพังเสียงพรรคประชาชน 120 เสียงมันไม่เพียงพอจะผ่านวาระที่ 1 หรือต่อให้เพียงพอ ก็ไม่มั่นใจว่าจะผ่านวาระที่ 2 หรือ 3 ดังนั้น วิธีการเดียวกันก็คือการขอความร่วมมือจากพรรคเพื่อนบ้านที่เคยต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยกันมา เชื่อว่าถ้ามีคะแนนเสียงเพียงพอจากพรรคการเมืองจำนวนหนึ่ง ที่เกินกว่าครึ่งหนึ่งของสภาฯ ก็จะสามารถผ่านร่างกฎหมายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร คือ คดีอาญาที่ทหารกระทำกับประชาชน ไม่ต้องขึ้นศาลทหาร แต่ให้ขึ้นศาลยุติธรรม และคดีทุจริตทั้งปวง ไม่ต้องขึ้นศาลทหาร และขึ้นศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ถ้าเราทำเช่นนั้นได้ ความยุติธรรมบังเกิด มันจะเป็นบทเรียนให้ทหารรุ่นใหม่ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะคิดใช้อาวุธที่ซื้อมาโดยภาษีของประชาชน หันปลายกระบอกปืนใส่กระสุน แล้วเล็ง แล้วลั่นไกไปที่ประชาชนอีก" &lt;strong&gt;อดีต สส.พรรคประชาชน&lt;/strong&gt; กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่ว่าทำไมต้องโฟกัส พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วิโรจน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า เพราะทุกครั้งตั้งแต่ 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ หรือเหตุการณ์ 10 เมษา พฤษภา’53 ก็ดี อาวุธที่ทำให้ประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเป็นอาวุธสงครามทั้งสิ้น และคนที่ใช้คือทหารโจรใช่หรือไม่ ทหารดีก็ได้แต่ทำตาปริบๆ จะห้ามก็ไม่ได้ เพราะมีระบบรุ่นพี่รุ่นน้องต้องทำให้เกิดกระบวนการพ้นผิด ง่ายที่สุดคือไปศาลยุติธรรม และศาลอาญาทุจริตฯ และเราจะหยุดกงล้อของความหฤโหดไว้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ต้องขอความกรุณาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจะต้องยื่นหนังสือกับพรรคการเมืองอื่น ผมคิดเหมือนกันว่าใครจะเคลมความสำเร็จ เคลมได้เลย ใครจะเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เป็นไปได้เลย จะเอาร่างใครเป็นร่างหลัก เอาได้เลย ขอให้มันผ่านสภาฯ และมีนัยยะสำคัญแค่มาตราเดียวก็พอ คือคดีที่ทหารทำร้ายประชาชน หรือคดีที่ทหารทำทุจริตขึ้นศาลยุติธรรมและขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ ...เพราะเป้าหมายของพวกผมคือไม่ต้องการเห็นความหฤโหดเกิดขึ้นซ้ำอีกแล้วเท่านั้นเอง" &lt;strong&gt;วิโรจน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทิ้งท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากนี้ มีกิจกรรมจุดเทียนรำลึกและวางดอกไม้เพื่ออธิษฐานจิตต่อดวงวิญญาณวีรชนเมษา-พฤษภา 53 ปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีและแร็ปจาก 'บุ๊ค' ธนายุทธ Elevenfinger - OLDNEW ก่อนยุติกิจกรรมในเวลาประมาณ 19.20 น.&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;คนเสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ในวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=DeP_xZrWK-s"&gt;สำนักข่าวราษฎร &lt;/a&gt;ถ่ายทอดสดออนไลน์เมื่อเวลา 17.00 น. หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการจัดงาน "รำลึก 16 ปี เหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 เสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;&lt;a href="https://www.flickr.com/photos/prachatai/albums/72177720333011785" data-flickr-embed="true" title="&amp;quot;รำลึก 16 ปี เหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 เสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด&amp;quot;"&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55199481795_4b9e9b5c4a_h.jpg" alt="&amp;quot;รำลึก 16 ปี เหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 เสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด&amp;quot;" width="1600" height="1200" loading="lazy"&gt;&lt;/a&gt;&lt;script async src="//embedr.flickr.com/assets/client-code.js" charset="utf-8"&gt;&lt;/script&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;คลิกซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภายในงานมีแกนนำและบุคคลสำคัญของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอดีต รมช.พาณิชย์ จักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ จิราพร สินธุไพร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ สส.ร้อยเอ็ด ชญาภา สินธุไพร อดีต สส.ร้อยเอ็ด ขัตติยา สวัสดิผล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเพื่อไทย และประชาชนจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยพิธีเริ่มต้นด้วยการประกอบพิธีสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ก่อนที่จักรภพ ในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทย จะนำวางพวงหรีดในนามพรรค พร้อมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที เพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้ล่วงลับ จากนั้น ญาติวีรชนและมวลชนคนเสื้อแดงได้ร่วมกันวางพวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขัตติยา สวัสดิผล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สส.พรรคเพื่อไทย ลูกสาวของพลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ได้กล่าวขอแสดงความเสียใจคนเสื้อแดงผู้เสียสละทุกคน และอยากขอบคุณทุกคนที่ยังจดจำพ่อของเธอได้ แม้ว่าจะผ่านไปมากกว่า 10 ปีแล้ว ขอบคุณที่ยังมีเสธ.แดงอยู่ในใจ และเชื่อว่าทุกดวงวิญญาณยังคงเฝ้าดูและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน และขอให้ทุกคนอยู่กันแบบนี้ตลอดไปและเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากนั้น บรรยากาศการทำกิจกรรมฝั่งหน้าโรงเรียนสตรีวิทยามีการผลัดกันขึ้นปราศรัยของอดีตแกนนำ นปช. เช่น ก่อแก้ว พิกุลทอง จักรภพ เพ็ญแข และหนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่สุดคือการปราศรัยของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณัฐวุฒิ&lt;/strong&gt; เริ่มจากการกล่าวถึงประวัติการจัดงานรำลึก 10 เมษา’53 ตั้งแต่ปี 2554 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และในปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่มีการจัดรำลึก 2 สถานที่แต่ในวันเดียวกันคือ ที่สี่แยกคอกวัว และหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ตรงข้ามอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราควรรู้สึกอย่างไรกับมัน ผมก็ตอบว่าให้รู้สึกว่ามันธรรมดา ไม่มีอะไรตั้งอยู่เหนือความเปลี่ยนแปลง และในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ถ้าเรายังแน่ใจว่าเราคือคนเสื้อแดง ถ้าเรายังภาคภูมิใจในการต่อสู้คนเสื้อแดง ถ้าเรายังยืนหยัดในจิตวิญญาณและอุดมการณ์ของคนเสื้อแดง เราก็มาร่วมชุมนุมและจัดกิจกรรมรำลึกได้ตลอดเวลาทุกปี มันไม่ได้อยู่ที่ตัวคนจัด มันไม่ได้อยู่ที่มุมไหนของถนน มันอยู่ที่ในใจของทุกคนว่ายังเป็นคนเสื้อแดงรึเปล่าเท่านั้นเอง”&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ณัฐวุฒิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณัฐวุฒิ &lt;/strong&gt;กล่าวต่อว่า เขาคุยกับทีมงานเรื่องการจัดกิจกรรมรำลึก 16 ปี ปีนี้ เราจะตั้งชื่องานว่า “16 ปี 10 เมษา 53 คนเสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด” แม้ว่าการชุมนุมจะหยุดลงแล้ว แต่การต่อสู้ไม่เคยหยุด หัวใจของคนยังมีการต่อสู้อยู่ และหัวใจของคนยังบอกว่าแม้ไม่มีการรวมตัวรวมพลัง แต่เรายังเติมพลังให้ตัวเองตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;16 ปี ชัยชนะทางการการเมือง และคดีความของคนเสื้อแดง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณัฐวุฒิ &lt;/strong&gt;กล่าวต่อว่า 16 ปีไม่ใช่น้อยๆ และอยากเล่าให้ฟังว่าวันนี้เขาได้รับสายจากลูกชาย บอกว่าวันที่ 10 เมษา เขาอยากมาร่วมคารวะคนเสื้อแดงด้วย เขาเชื่อว่าไม่ได้มีแต่ลูกชายผมที่รู้สึกแบบนี้ ลูกหลานหลายคนก็รู้สึกแบบนี้ ถ้าเขาได้เห็นพ่อแม่ เห็นปู่ย่าไปร่วมชุมนุมคนเสื้อแดง ไปหลายวัน กลับดึกๆ ดื่นๆ ถูกไล่ยิง ถูกจับขัง แต่ตอนได้รับการปล่อยตัวออกมายังใส่เสื้อแดง เขาก็จะเคารพคนเสื้อแดง เพราะเขารู้จัก เข้าใจ และภาคภูมิใจกับมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อมา&lt;strong&gt; อดีตแกนนำ นปช. &lt;/strong&gt;กล่าวถึงการต่อสู้ในคดีความ กระบวนการยุติธรรมของคนเสื้อแดง รวมถึงการต่อสู้เพื่อความชอบธรรมของคนเสื้อแดง ซึ่งเขาอยากชี้ให้เห็นว่า 16 ปีนี้ คนเสื้อแดงเราชนะมาหลายครั้ง และจะชนะต่อไปจนมีที่ทางในบรรทัดประวัติศาสตร์แน่นอนบนพื้นที่ทางการเมืองไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;พรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้ง เมื่อ 3 ก.ค. 2554 โดยที่สุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และ ผอ.ศอฉ. ให้สัมภาษณ์สื่อในวันที่ผลการเลือกตั้งออกว่า เขาพ่ายแพ้ให้กับพลังจัดตั้งคนเสื้อแดงที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยทิ้งห่างพรรค ปชป. จำนวน 100 กว่าที่นั่ง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;แกนนำ นปช. และมวลชน ศาลพิพากษาถึงที่สุด ชนะคดีก่อการร้าย จากการชุมนุมปี 2553&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;ปี 2553 ข้อกล่าวหาว่าขบวนการคนเสื้อแดง มีชายชุดดำ มีกองกำลังติดอาวุธ มีหน่วยไล่ล่า คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ และฆ่าประชาชนด้วยกัน มีการจับกุมคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชายชุดดำเกือบ 20 รายไปดำเนินคดี บัดนี้ผู้ต้องหาคดีชายชุดดำชนะคดี คำพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องไม่มีความผิด&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;เมื่อ 16 ปีที่แล้ว มีการกล่าวหาว่า คนเสื้อแดง ยิงปืน M79 และทำให้พันเอกร่มเกล้า ธุวธรรม เสียชีวิตนั้น มีการจับกุมคน 3-4 รายที่มาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงไปดำเนินคดี แต่ผลพิสูจน์ปรากฏออกมาว่า สาเหตุการเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับปืน M79 แต่เกี่ยวกับระเบิดมือแบบขว้าง ซึ่งไม่มีในกลุ่มผู้ชุมนุม และเมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องจำเลยทุกคน ไม่มีความผิด&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;คดีเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้า เมื่อค่ำของวันที่ 19 พ.ค. 2553 มีการดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่ในที่ชุมนุม 2 คน และศาลพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องไม่มีความผิด ในคำเบิกความของหน่วยผจญเพลิงที่ดูแลอาคารอยู่ พูดชัดว่าคนก่อเหตุเป็นคนจากที่ไหนก็ไม่รู้ แต่เป็นคนเสื้อแดงแน่ๆ เราใช้เวลา 16 ปี ต่อสู้กับเรื่องเหล่านี้ พิสูจน์ข้อกล้าวหาเช่นนี้ และเราก็ชนะในกระบวนการยุติธรรมเรื่อยมา และนี่คือคนเสื้อแดง&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;ท้ายที่สุด เมื่อสายธารการต่อสู้ไหลมาถึงคนหนุ่มสาวและนักศึกษาเมื่อปี 2563 ปรากฏว่าในรั้วมหาวิทยาลัย มีคนกลุ่มเดียวที่พวกเขาเรียกหา มีคนกลุ่มเดียวที่พวกเขาประกาศว่าเห็นใจ และอยากให้มาเคียงข้างกันคือคนเสื้อแดงเท่านั้น เขาไม่ได้เรียกหาพลังอื่นๆ เขาไม่ได้เรียกหาตัวบุคคลหรือแกนนำ เขาเรียกหาพลังนั้น ปรากฏการณ์นั้น เขาเรียกหาประชาชนคนบ้านๆ อย่างพวกเรา ที่ไม่เคยปรากฏในพื้นที่ทางการเมืองมาก่อน ถ้าจะบอกว่านี่เป็นอีกชัยชนะหนึ่งของคนเสื้อแดง เราก็พูดได้ นี่คือชัยชนะทางการเมือง นี่คือชัยชนะที่พลังนี้ได้ประกาศเอาไว้และได้รับการโอบรับจากคนรุ่นต่อไป&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;h2&gt;ผุดไอเดียทำเพจเฟซบุ๊ก-เว็บไซต์รวบรวม ปวศ.คนเสื้อแดง&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อดีตแกนนำ นปช. &lt;/strong&gt;เผยว่า ขอให้ประชาชนได้รับรู้ว่าปีถัดๆ ไปจะยังคงมีกิจกรรมรำลึก ส่วนภาระหน้าที่ในการติดตามทวงถามความยุติธรรม พูดแล้วพูดอีกก็ต้องยอมรับว่ายิ่งพูดมันก็ยิ่งช้ำ เพราะว่ายากลำบากเหลือเกินที่จะเดินไปข้างหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ณัฐวุฒิ&lt;/strong&gt; เผยว่า เขาได้คุยกับทีมงานว่าจะเริ่มทำเว็บไซต์ และเพจเฟซบุ๊ก รวบรวมประวัติศาสตร์ของคนเสื้อแดงทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน จะมีเรื่องราว คำปราศรัย บทสัมภาษณ์ แกนนำเครือข่าย มีแนวรบวัฒนธรรม เรื่องเพลง ข้าวของการต่อสู้ของคนเสื้อแดง ซึ่งตอนนี้กำลังเริ่มดำเนินการ และเมื่อพร้อมเสนอต่อสาธารณะจะขอบอกกล่าวอีกที โดยเขาหวังว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ พื้นที่รำลึก ศึกษาวัฒนธรรมการแสดงออกการต่อสู้ของคนเสื้อแดงได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะพวกเขาเท่านั้น แต่รวมถึงคนหนุ่มคนสาวคนรุ่นหลัง ถ้าใครสนใจเหตุการณ์ตอนไหน หรืออย่างไร สามารถเข้าไปดูเองได้ ซึ่งหวังว่าจะสามารถเปิดตัวให้ทันวันที่ 19 พ.ค. 2569 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณัฐวุฒิ&lt;/strong&gt; ได้กล่าวว่า มีคำถามจากประชาชนเสมอว่า มีโอกาสที่จะเห็นคนเสื้อแดงที่กระจายไปตามพรรคการเมืองต่างๆ กลับมารวมตัวกันอีกไหม ซึ่งเขาตอบไม่ได้ เพราะว่ามันมีเงื่อนไขความคิดทางการเมือง ไม่เหมือนวงดนตรีที่จะกลับมารวมตัวกันร้องเพลงเล่นคอนเสิร์ต แต่เอาเป็นว่าปล่อยให้เป็นเงื่อนไขของวันเวลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"หัวใจผมมิตรก็คือมิตร เพื่อนก็คือเพื่อน และสำหรับผม เพื่อนตายของผมจำนวนมหาศาลมันเกิดขึ้นในการต่อสู้เมื่อ 16 ปีที่แล้วนั้น ความเป็นเพื่อนสำหรับผม มันอยู่ตรงนั้น เดินมาจนถึงวันนี้ แม้ยืนกันอยู่คนละที่ แต่สำหรับผม ผมไม่คิดจะไปโค่นไปรอนมิตรภาพที่ผ่านมา เพราะผมถือว่ามิตรภาพในท่ามกลางการต่อสู้ของคนเสื้อแดง มันมีคุณค่า มันมีความหมาย มันมีพลังสำหรับชีวิตผม"&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ณัฐวุฒิ&lt;/strong&gt; กล่าวทิ้งท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากนี้มีกิจกรรมจุดเทียนเพื่อรำลึกความสูญเสีย และผู้เสียชีวิตในวันที่ 10 เม.ย. 2553&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/10%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B253" hreflang="th"&gt;10เมษา53&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;คนเสื้อแดง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8A" hreflang="th"&gt;นปช.&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;วัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E" hreflang="th"&gt;กองทัพ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;พรรคเพื่อไทย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;พรรคประชาชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%93%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4-%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9C%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;ขัตติยา สวัสดิผล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C" hreflang="th"&gt;พิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A3" hreflang="th"&gt;วิโรจน์ ลักขณาอดิศร&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 10 Apr 2026 17:32:14 +0000</pubDate>
    <dc:creator>XmasUser</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117033 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>16 ปีสลายชุมนุม 10 เมษา ‘คำพิพากษา’ บนบ่าคนเสื้อแดง  สุดท้ายศาลยกฟ้องกลุ่มคดีชายชุดดำ-ก่อการร้าย </title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117010</link>
  <description>&lt;span&gt;16 ปีสลายชุมนุม 10 เมษา ‘คำพิพากษา’ บนบ่าคนเสื้อแดง  สุดท้ายศาลยกฟ้องกลุ่มคดีชายชุดดำ-ก่อการร้าย &lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;สรวุฒิ วงศ์ศรานนท์ รายงาน&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;admin666&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-09T19:00:00+07:00" title="Thursday, April 9, 2026 - 19:00"&gt;Thu, 2026-04-09 - 19:00&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;วาระครบรอบเหตุการณ์สลายชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการหรือ นปช. วนกลับมาเป็นปีที่ 16 แล้ว ความคืบหน้าของคดีต่างๆ ในวันนั้นทยอยปิดฉากลงไป ทั้งที่จบลงเพราะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และกำลังจะถูกทำให้จบเมื่อคดีหมดอายุความในอีก 4 ปีข้างหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คดีที่สิ้นสุดในชั้นศาล มีแค่ฝั่งประชาชนและแกนนำ นปช. ส่วนคดีของประชาชนที่เสียชีวิตโดยเจ้าหน้าที่รัฐกลับไม่มีคดีใดที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลแม้แต่คดีเดียว ไปได้มากที่สุดเพียงขั้นตอนไต่สวนการตาย แม้ว่าบางคดีศาลจะชี้ว่าการตายเกิดจากการยิงของทหาร แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าในการฟ้องในชั้นต่อไป เช่น คดี 6 ศพวัดปทุมฯ, คดีเด็กชาย-คนขับแท๊กซี่ใต้แอร์พอร์ตลิงก์ราชปรารภ, คดีทหารถูก ‘friendly fire’ ที่ถนนวิภาวดีรังสิต&amp;nbsp;&lt;br&gt;&lt;br&gt;คดีไต่สวนการตายที่ศาลชี้สาเหตุไปที่การปฏิบัติการของทหารมีอยู่ 18 รายจากทั้งหมด 33 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ คดีฝั่งผู้ชุมนุมที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ความรุนแรงเดินหน้ากันไปรัวๆ หลายคดีลงเอยที่ศาลยกฟ้อง โดยเฉพาะคดีสำคัญอย่าง คดีก่อการร้ายของกลุ่มแกนนำ นปช. และกลุ่มชายชุดดำที่มีหลายคดีนั้น ศาลยกฟ้องหมด ส่วนที่มีการลงโทษจำเลยบางคนก็เป็นข้อหาอื่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;‘ชายชุดดำ’ ปรากฏตัวและฝังอยู่ในความทรงจำของสังคมในฐานะเรื่องเล่าหลัก แต่ผลลัพธ์คำพิพากษาของศาลยุติธรรมกลับชี้ไปอีกทาง ย้อนกลับไปคืนวันที่ 10 เม.ย.2553 แม้ว่าปฏิบัติการทหารที่เข้าสลายการชุมนุมถูกเรียกว่า ‘ขอคืนพื้นที่’ จะทำให้มีผู้เสียชีวิตตั้งแต่ช่วงบ่าย 3 โมงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ แต่การปรากฏตัวของ ‘ชายชุดดำ’ ที่มาพร้อมอาวุธสงครามยิงตอบโต้กับเจ้าหน้าที่ทหารในถนนตะนาว-แยกคอกวัวตอนช่วงค่ำได้กลายเป็นคำอธิบายต้นเหตุการเสียชีวิตของทั้งฝั่งทหารและประชาชน ผ่านการแถลงของ ศอฉ.และสื่อมวลชน ตามมาด้วยข่าวการจับกุม ‘กลุ่มชายชุดดำ’ ไปจนถึงคนที่ปาระเบิดจนสังหารเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงอย่าง พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) รวมถึงนายทหารคนอื่นๆ อีก 4 นาย จำเลยหลายคนติดคุกยาวนานจนสุดท้ายศาลยกฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;พยานหลักฐานชวนสงสัย&amp;nbsp;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;คดีที่เข้าสู่ศาลและเกี่ยวข้องกับความรุนแรงในวันที่ 10 เม.ย.เท่าที่ปรากฏตอนนี้มีอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ คือ&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;คดีของกลุ่มแกนนำ นปช. 24 คนที่ถูกฟ้องในข้อหาหลักคือร่วมกันก่อการร้าย&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;คดีปาระเบิดสังหารทหารที่ถนนดินสอ&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;คดีกลุ่มชายชุดดำที่ถูกแยกคดีตามข้อหาเป็น 3 คดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;คดีทั้ง 3 กลุ่มนี้ จำเลยหลายรายถูกฟ้องแยกเป็นหลายคดีจากเหตุการณ์และการกระทำเดียวกัน โดยที่ผลการพิจารณาของศาลยกฟ้องไปเกือบทั้งหมด โดยมีเพียงจำเลยบางรายที่ศาลลงโทษ แต่หากดูถึงพยานหลักฐานแล้วก็ยังมีข้อชวนกังขา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55196874038_ff2c9ab0dd_h.jpg" width="1280" height="1600" loading="lazy"&gt;&lt;h5&gt;1. คดีก่อการร้ายของกลุ่มแกนนำ นปช.&lt;/h5&gt;&lt;p&gt;คดีกลุ่มแกนนำและมวลชน นปช.รวม 24 คนที่ถูกกล่าวหาว่า ‘ร่วมกันก่อการร้าย’ จากการจัดชุมนุมเมื่อปี 53 จะเชื่อมโยงอยู่กับอีกหลายคดี เพราะมีการบรรยายฟ้องรวมหลายเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นโดยเฉพาะ 2 คดีที่จะกล่าวถึงต่อไป อย่างคดีปาระเบิดสังหารกลุ่มนายทหาร และคดีชายชุดดำ ซึ่งเป็นเสมือนเหตุการณ์ที่ทำให้กลายเป็นความชอบธรรมในการสลายการชุมนุม นปช.ในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับคดีก่อการร้าย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยเหตุผลหลักศาลเห็นว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นไม่ใช่การก่อการร้าย การชุมนุมต่อต้านรัฐประหารรวมถึงเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯในเวลานั้นประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่เป็นการใช้สิทธิทางการเมือง และการมีผู้ชุมนุมจำนวนมากจึงอาจมีบุคคลผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้ามาได้ อีกทั้งชายชุดดำก็ไม่ปรากฏว่าเป็นกองกำลังของฝ่ายใด ทั้งไม่สามารถจับกุมบุคคลใดมาได้ดำเนินคดีได้ ทั้งที่จุดที่ชายชุดดำปรากฏตัวมีทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ในบริเวณนั้น แต่กลับจับกุมไม่ได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2019/08/83861"&gt;เปิดคำพิพากษา 24 นปช. ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย แต่ใช้สิทธิชุมนุมไล่รัฐบาล(ปี 53) ตาม รธน.&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีถึง&lt;a href="https://www.matichon.co.th/politics/news_3762863"&gt;ชั้นอุทธรณ์&lt;/a&gt; จำเลย 22 จาก 24 คน ศาลอุทธรณ์ยืนยันให้ยกฟ้อง แต่มีการกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นของจำเลย 2 คนให้เปลี่ยนมาลงโทษจำคุกและภายหลังศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;ol&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก จำคุก 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ไม่ใช่เพราะข้อหาก่อการร้าย แต่เป็นส่วนของการขวางเจ้าหน้าที่ โดยศาลชั้นต้นมองว่า การขัดขวางเจ้าหน้าที่ทหารลำเลียงพลเพื่อไม่ให้เข้าสลายชุมนุม และการยึดอาวุธทหารนั้นภายภายหลังมีการคืนให้จึงไม่ใช่การร่วมกันปล้นทรัพย์สินราชการและทำให้เสียทรัพย์ แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการบังคับข่มขืนใจเจ้าหน้าที่ ขัดขวางการปฏิบัติงาน ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ด้วย อย่างไรก็ตาม ในกรณีของยศวริศศาลก็ไม่ได้ระบุว่ามีส่วนร่วมในการใช้อาวุธสงครามแต่อย่างใด&lt;br&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;สุขเสก พลตื้อ ที่ศาลอุทธรณ์และฎีกากลับคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต เพราะเห็นว่า มีพยานหลักฐานของโจทก์ที่ทำให้เชื่อว่าเขาแต่งกายชุดสีดำและมีพฤติกการณ์เกี่ยวข้องกับการนำเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ระเบิดลูกเกลี้ยง และกระสุนปืนจำนวนหนึ่งไปให้บุคคลนำไปฝัง ซึ่งต้องการปิดบังอำพรางอาวุธดังกล่าว โดยมีพยานเบิกความไปตามข้อเท็จจริงที่ได้รู้เห็นมา จึงมีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าเป็นผู้ใช้เครื่องยิงเอ็ม 79 ขณะเจ้าหน้าที่ปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมเสียชีวิตและบาดเจ็บ&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;h5&gt;2. คดีปาระเบิดฆ่ากลุ่มทหารหน้าสตรีวิทย์&lt;/h5&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ สุขเสก จำเลยในคดีก่อการร้ายที่ศาลพิพากษาลงโทษนั้น ยังถูกฟ้องอีกคดีร่วมกับสุรชัย เทวรัตน์ (จำเลยในคดีก่อการร้ายเช่นกันแต่ศาลยกฟ้อง) เป็นอีกคดีแยกมาโดยกล่าวหาว่าได้ร่วมกันปาระเบิดไปที่ถนนดินสอจนสังหาร พล.อ.ร่มเกล้าและนายทหารอีก 4 นาย แต่สุดท้ายคดีนี้ศาลยกฟ้องไปหมดทั้ง 3 ศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุผลหลักที่ทำให้ศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาพิพากษายืนให้ยกฟ้องสุขเสกและสุรชัยเป็นเรื่องฟ้องซ้อนกับคดีก่อการร้าย แต่ในศาลชั้นต้นมีการอ้างถึงพยานฝ่ายโจทก์ปากหนึ่งที่ศาลมองว่า ประจักษ์พยานของโจทก์ไม่น่าเชื่อถือ และความไม่น่าเชื่อถือของพยานปากนี้ก็ทำให้ศาลยกฟ้องพรกมล บัวฉัตรขาว จำเลยอีกคนในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนการก่อเหตุไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศาลชั้นต้นให้เหตุผลว่า พยานรายนี้ให้การกลับไปกลับมา ไม่รู้สาระสำคัญของการชุมนุม ไม่มีเบอร์ติดต่อกับจำเลยในคดี ไม่รู้กระทั่งว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ซึ่งถูกอ้างอยู่ในคดีว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุนั้นเสียชีวิตเมื่อไร จึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยในคดีจะให้พยานผู้นี้มาเป็นผู้ติดตามในการก่อเหตุ อีกทั้งพยานรายนี้ยังได้เข้าโครงการคุ้มครองพยานของกรมสอบสวนคดีพิเศษภายหลังเกิดเหตุแล้วนานถึง 7 ปี ศาลจึงไม่น่าเชื่อว่าพยานปากนี้อยู่ในที่เกิดเหตุ ทั้งยังมีแรงจูงใจเพราะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการเข้าโครงการคุ้มครองพยานด้วย พยานปากนี้จึงไม่น่าเชื่อถือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่าศาลชั้นต้นในคดีนี้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องออกมาก่อนที่ผลคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีก่อการร้ายจะมีคำตัดสินออกมาให้กลับคำพิพากษามาลงโทษสุขเสกในข้อหาก่อการร้ายทั้งที่พยานหลักฐานก็เป็นชุดเดียวกัน ธำรงค์ หลักแดน หนึ่งในทีมทนายความให้ข้อมูลว่า พยานฝ่ายโจทก์ปากนี้ในคดีปาระเบิดเป็นพยานปากเดียวกันที่ถูกใช้อ้างถึงในคดีก่อการร้ายด้วยเช่นกัน … กลายเป็นผลของสองคดีออกมาไม่เหมือนกัน&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2021/02/91466"&gt;ศาลยกฟ้อง 3 เสื้อแดงคดีปาระเบิดฆ่าร่มเกล้า 10 เมษาฯ เหตุประจักษ์พยานถูกจูงใจไม่น่าเชื่อถือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2026/03/116797"&gt;ศาลฎีกายืนยกฟ้องคดี 3 แนวร่วม นปช. ปาระเบิดสังหารทหาร-พ.อ.ร่มเกล้า ชุมนุม10เมษาฯ ปี'53&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;h5&gt;3. คดีชายชุดดำ 3 ภาค&lt;/h5&gt;&lt;p&gt;‘ชายชุดดำ’ คือกลุ่มคนที่มีภาพปรากฏตัวออกมายิงต่อสู้กับทหารเมื่อ 10 เม.ย.2553 บนถนนตะนาวบริเวณแยกคอกวัวนั้นจับตัวไม่ได้อยู่นานหลายปี จนกระทั่งหลังการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 22 พ.ค.2557 จู่ๆ วันหนึ่งก็มีข่าวทหารสามารถจับกุมตัวกลุ่มชายและหญิงรวม 5 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชายชุดดำที่ออกมาปฏิบัติการในคืนวันนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากน้ันพวกเขาถูกนำตัวไปสอบสวนในค่ายทหารอยู่หลายวัน ก่อนตำรวจจะนำตัวออกมาแถลงข่าวพร้อมทำแผนที่เกิดเหตุในฐานะเป็น (กลุ่ม) ‘ชายชุดดำ’ หลังจากนั้นคดีก็เข้าสู่ศาลชั้นต้นที่ศาลอาญา รัชดาฯ (เนื่องจากเป็นเหตุที่เกิดก่อนการรัฐประหารคดีจึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะต้องไปขึ้นศาลทหารตามประกาศ คสช.) โดยมีข้อหาหลักคือครอบครองและพกพาอาวุธเข้าไปในชุมนุมโดยไม่มีใบอนุญาต แต่ไม่ได้มีข้อหาร้ายแรงอย่างการใช้อาวุธสังหาร หรือก่อการร้าย แม้ว่าอัยการจะเขียนบรรยายไว้ในคำฟ้องที่ยื่นต่อศาลว่าพวกได้ร่วมกันก่อเหตุยิงไปแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุดท้าย คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยไป 3 คน เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นชายชุดดำและเกี่ยวข้องกับการมีอาวุธ หลักฐานที่มีก็มีเพียงบันทึกซักถามระหว่างถูกคุมตัวในค่ายทหารที่ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน แต่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกกิตติศักดิ์ สุ่มศรี หรืออ้วน และ ปรีชา อยู่เย็น หรือไก่เตี้ย ว่ามีความผิดตามฟ้อง โดยให้ลงโทษจำคุกคนละ 10 ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุผลที่ศาลลงโทษทั้ง 2 คนเนื่องจากในกรณีของกิตติศักดิ์ มีพยานฝ่ายโจทก์สำคัญปากหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่เป็นพลขับรถฮัมวีเข้าพื้นที่เบิกความว่า ได้เห็นหน้ากิตติศักดิ์เป็นคนขับรถตู้เข้าไปในถนนตะนาวและเปิดกระจกออกมาด่าทหาร โดยในรถตู้คันดังกล่าวบรรทุกอาวุธเอาไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนปรีชามีพยานตำรวจนอกเครื่องแบบที่แฝงตัวในที่ชุมนุมเบิกความว่า การ์ดของฝั่งผู้ชุมนุมจับชายสวมหมวกไหมพรม 2 คน เมื่อเปิดหมวกมาพบว่าเป็นจำเลยที่ 2 จึงถ่ายรูปไว้ ส่วนอีกคนหนีไปได้ ซึ่งศาลเชื่อว่าตำรวจไปแฝงตัวจริง และปรีชาเองก็ไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์ที่อยู่ แม้จะปฏิเสธว่าไปรับเดินสายไฟที่ศูนย์ราชการ อีกทั้งยังรับสารภาพในชั้นสอบสวนในข้อกล่าวหาเรื่องมีอาวุธ แต่ปฏิเสธข้อหาก่อการร้าย จึงเห็นว่าเป็นการรับสารภาพโดยสมัครใจ ไม่เช่นนั้นคงปฏิเสธข้อหามีอาวุธด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ระหว่างรอคดีถึงศาลอุทธรณ์ ปรีชาเปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพ เพราะติดคุกมาครึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลชั้นต้นตัดสินแล้ว เขาจึงต้องการทำให้คดีจบและติดคุกให้เสร็จสิ้นโทษ แต่กิตติศักดิ์ยังคงเลือกสู้คดีต่อในชั้นอุทธรณ์และสุดท้ายคดีพลิก ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ให้ยกฟ้อง!&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหตุผลก็เพราะพยานสำคัญที่โจทก์ใช้อ้างอิงในการฟ้องกิตติศักดิ์อย่างทหารพลขับรถฮัมวีนี้ ปรากฏว่าคือ ร.ต.ชัยวัฒน์ ตะเพียรทอง เป็นพยานปากเดียวกับพยานที่ขึ้นเบิกความต่อศาลเมื่อ 16 ก.ค.2556 ในคดีไต่สวนการตายของฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่นและผู้ชุมนุม นปช. 2 คน คือวสันต์ ภู่ทองและทศชัย เมฆงามฟ้าที่เสียชีวิตในถนนดินสอ แล้วพบว่าพยานปากนี้ให้การกลับไปกลับมาว่า ตกลงแล้วเขาเห็นหน้ากิตติศักดิ์ว่าเป็นคนขับรถตู้ที่มีอาวุธอยู่จริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ร.ต.ชัยวัฒน์เคยเบิกความในคดีไต่สวนการตายทั้งนักข่าวและผู้ชุมนุมทั้ง 2 คนถึงการพบเจอรถตู้ที่ขนอาวุธที่ขับเข้าไปในถนนตะนาวเช่นกัน แต่คนขับนั้นสวมหมวกไหมพรมคลุมศีรษะ เห็นแต่ดวงตา ซึ่งในรถมีอยู่ประมาณ 5 คนรวมคนขับ บางคนใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก บางคนสวมไอ้โม่ง ด้วยเหตุนี้ทำให้ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพยานปากนี้ไม่น่าเชื่อถือ สุดท้ายแม้กระทั่งศาลฎีกาก็ยืนยันคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องกิตติศักดิ์ไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่คดีในส่วนข้อหาครอบครองและพกพาอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาตยังอยู่ระหว่างพิจารณาของศาล อัยการก็มีการฟ้องพวกเขาในฐานะเป็นชายชุดดำอีก 2 คดี คือคดีกล่าวหาว่าพวกเขาได้ใช้อาวุธสงครามยิงทหารในถนนตะนาวได้รับบาดเจ็บ และอีกคดีเป็นข้อหาก่อการร้าย โดยคดีแรกแม้จะมีการสืบพยานแต่สุดท้ายศาลยกฟ้องทั้ง 4 คนเพราะเห็นว่าเป็นการฟ้องซ้ำ ส่วนคดีหลังศาลไม่รับฟ้องกิตติศักดิ์และปรีชาเพราะเห็นว่าเป็นการฟ้องคดีซ้ำเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;div class="more-story"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2022/05/98673"&gt;คดีชายชุดดำในเงื้อมมือ คสช. ความยุติธรรมถูกพรากจากคนเป็นและไปไม่ถึงคนตาย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2023/11/106895"&gt;พวกเขาต้องเป็น 'ชายชุดดำ' ให้รัฐไทยอีกนานแค่ไหน?&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;li aria-level="1"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/journal/2013/07/47754"&gt;นายทหารเบิกความคดีฮิโรยูกิ พบชายชุดดำในรถตู้&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;h2&gt;ฟ้องซ้ำ ฟ้องซ้อน คืออะไร?&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;หากดูแต่ละคดีก็จะพบว่า มีจำเลยคนเดียวกันถูกฟ้องซ้ำๆ เป็นหลายคดีจากเหตุการณ์เดียวกัน แค่เปลี่ยนข้อหาไปเรื่อยๆ เราจึงเห็นได้ว่าเหตุผลที่ศาลยกฟ้องนั้น นอกจากประเด็นพยานหลักฐานไม่น่าเชื่อถือแล้ว ยังมีประเด็นที่ศาลมองว่าเป็นการฟ้องคดีซ้ำบ้าง หรือเป็นการฟ้องซ้อนบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องนี้เป็นประเด็นทางกฎหมายเพื่อป้องกันการลงโทษซ้ำในการกระทำความผิดครั้งเดียวกัน แต่ก็มีความต่างกันในตัวบทกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การฟ้องซ้อน - ตัวอย่างในกรณีของสุขเสก พลตื้อ และสุรชัย เทวรัตน์ คือการฟ้องร้องดำเนินคดีกับบุคคลให้เป็นคดีจากเหตุการณ์หรือการกระทำเดียวครั้งเดียวกัน อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลเดียวกันหรือศาลอื่น ซึ่งไม่สามารถทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ป.วิ.แพ่ง) มาตรา 173 วรรคสอง (1)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนการฟ้องซ้ำ - ตัวอย่างจำเลยกลุ่มคดีชายชุดดำ คือ ยื่นฟ้องต่อศาลให้พิจารณาพิพากษาจำเลยคนเดิมด้วยการกระทำครั้งเดียวกันกับคดีอื่นที่เคยมีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้วให้เป็นคดีใหม่ ซึ่งไม่สามารถทำได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 39 (4)&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;สู้คดีจนชนะ แต่ติดคุกเกือบเต็มโทษ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ผลจากการฟ้องลักษณะนี้สำหรับคดีการเมืองแล้ว ไม่ใช่แค่ทำให้จำเลยต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาลหลายครั้งหลายหน แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือส่งผลให้พวกเขาไม่ได้ประกันตัวด้วย แม้ว่าคดีใดคดีหนึ่งศาลจะยกฟ้องไปแล้วเช่นในกรณีที่เกิดกับกิตติศักดิ์ สุ่มศรี ที่ถูกดำเนินคดีจากการถูกกล่าวหาว่าเป็นชายชุดดำถึง 3 คดีจากเหตุการณ์คืนวันที่ 10 เม.ย. (นอกจากนั้นเขายังถูกกล่าวหาว่าไปวางระเบิดอีกหลายจุดซึ่งสุดท้ายศาลก็ยกฟ้องไปหมด) ทำให้เขาต้องติดคุกอยู่ 8 ปี 2 เดือนกว่าจะได้ประกันตัวออกมา โดยที่โทษจำคุกที่ถูกตัดสินออกมาในคดีครอบครองอาวุธคือ 10 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หรือในกรณีปรีชา อยู่เย็น คู่คดีของกิตติศักดิ์ หลังจากติดคุกอยู่จนถึงชั้นอุทธรณ์ โดยที่ศาลไม่เคยอนุญาตให้ประกันตัว ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 10 ปี ทำให้เขาเลือกรับสารภาพและถอนอุทธรณ์คดีไปเพื่อให้คดีสิ้นสุดตามเกณฑ์การลดโทษตามวาระ และในที่สุดเขาก็ได้รับการปล่อยตัวหลังจากติดคุกอยู่นานถึง 6 ปี 4 เดือน 29 วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ว่าคดีที่ขึ้นศาลไปหมดแล้วจะออกมาเช่นนี้ แต่ถามว่าหลังจากนี้พวกเขาจะมีคดีอื่นๆ ตามมาอีกหรือไม่ก็คงตอบได้ยาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทนายธำรงค์ บอกว่าตอนนี้เท่าที่เขาทราบ คดีของปุณิกา ชูศรี หรืออร และ ชำนาญ ภาคีฉาย หรือเล็ก ในส่วนคดีชายชุดดำ ข้อหาก่อการร้ายนั้นครั้งสุดท้ายสำนวนยังคงอยู่ที่อัยการ แต่ก่อนหน้านี้ตอนที่อัยการฟ้องกิตติศักดิ์และปรีชาด้วยข้อหาเดียวกัน ทางทนายความได้เคยยื่นคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีชายชุดดำต่อศาลเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการฟ้องซ้ำ ซึ่งศาลในคดีข้อหาก่อการร้ายก็เห็นว่าเป็นการฟ้องซ้ำจึงสั่งไม่รับฟ้องและให้เอาออกจากสารบบคดีของศาลไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อถามว่านอกจากคดีที่จบไปแล้วเหล่านี้ ยังมีคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์คืน 10 เม.ย.2553 อีกหรือไม่นั้น เขาเองก็ไม่ทราบจนกว่าจะมีการฟ้องเป็นคดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากเหตุการณ์เมื่อปี 2553 วันนี้ก็ล่วงเลยมาจนถึงปีที่ 16 แล้วด้วยอายุคดีความของเหตุการณ์ครั้งนั้นกำลังจะหมดลงในปี 2573 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า แต่นอกจากการเสียเวลาดำเนินคดีวนอยู่กับจำเลยรายเดิมๆ ที่ศาลเคยพิพากษาไปแล้วว่าพยานหลักฐานในคดีไม่น่าเชื่อถือเพียงพอจะพิสูจน์ความผิดแล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ว่าจะหา “ตัวจริง” มาดำเนินคดีได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในขณะที่คดีที่เกี่ยวกับความตายของฝั่งผู้ชุมนุมที่อย่างน้อยก็มีพยานหลักฐานมากพอจะพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหาร ศาลเคยพิสูจน์สาเหตุการตายไปรอบหนึ่งแล้ว พอจะหาคนยิงหาคนสั่งการมาลงโทษคดีกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป็นเรื่องน่ากังขาว่าในเวลาอีกแค่ 4 ปีที่เหลือนี้ความตายที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีที่แล้วจะได้พิสูจน์หาความจริงกันทันหรือไม่?&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th"&gt;สิทธิมนุษยชน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1-10-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99-2553" hreflang="th"&gt;การสลายการชุมนุม 10 เมษายน 2553&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4" hreflang="th"&gt;แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8A" hreflang="th"&gt;นปช.&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;สี่แยกคอกวัว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B3" hreflang="th"&gt;ชายชุดดำ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 12:00:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>admin666</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117010 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>2475 ถึงรัฐบาลหนู 2 ‘อ่านรัฐบาล’ ผ่านคำแถลงนโยบาย ดูบุคลิก วิธีคิด มันสมอง และชะตากรรมสังคมไทย</title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117002</link>
  <description>&lt;span&gt;2475 ถึงรัฐบาลหนู 2 ‘อ่านรัฐบาล’ ผ่านคำแถลงนโยบาย ดูบุคลิก วิธีคิด มันสมอง และชะตากรรมสังคมไทย&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;span&gt;See Think&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-09T10:22:44+07:00" title="Thursday, April 9, 2026 - 10:22"&gt;Thu, 2026-04-09 - 10:22&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;การแถลงนโยบายเป็น ‘พิธีกรรม’ ที่ทุกรัฐบาลทำกันมายาวนาน ฟังแล้วแทบหลับ บางคนอดทนรอดูการอภิปรายหลังจากนั้น แต่หากลองไล่อ่านตั้งแต่ 2475 จะเห็นทั้งวิธีมองปัญหา การจัดลำดับความสำคัญ และวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศในแต่ละยุค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การแถลงนโยบายเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2475 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในรัฐบาลแรกของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา (28 มิ.ย.-10 ธ.ค.2475) แม้ไม่ได้แถลงนโยบายต่อสภาโดยตรง แต่ปรากฏเอกสารนโยบายของรัฐบาลแรกแบบสั้นมาก copy-paste หลัก 6 ประการของคณะราษฎร อย่างไรก็ดี รัฐบาลหลังจากนั้นก็เขียนคำแถลงนโยบายกันกระชับ แบ่งเป็นข้อๆ มากบ้างน้อยบ้าง เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 2-5 หน้า ไม่ยืดเยื้อเหมือนปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จริงๆ แล้วรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้รัฐบาลต้องแถลงนโยบาย แต่พระยามโนฯ ทำเพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐสภา โดยน่าจะรับเอาอิทธิพลจากแบบแผนระบบรัฐสภาสมัยใหม่ของอังกฤษ (Westminster tradition)&amp;nbsp;จากปี 2475 ที่เริ่มต้นสร้างธรรมเนียม ก็กลายเป็นข้อบังคับที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญครั้งแรกในฉบับ 2492 หลังจากนั้นแม้ข้อบัญญัติหายไปแต่ธรรมเนียมก็ยังสืบต่อ แม้แต่รัฐบาลจากคณะรัฐประหารก็ยังแถลงนโยบายต่อสภา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พัฒนาการของเรื่องนี้ก็น่าสนใจ&amp;nbsp;&lt;a href="https://library.parliament.go.th/th/statement-of-policy"&gt;สำนักกฎหมาย&lt;/a&gt; สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อธิบายไว้ว่า ในรัฐธรรมนูญ 2511 กำหนดให้แถลงนโยบายโดยไม่มีการลงมติไว้วางใจ ขณะที่รัฐธรรมนูญ 2517 กำหนดให้แถลงนโยบายแล้วต้องขอความไว้วางใจจากสภาด้วย หากไม่ไว้วางใจคือ จบเห่ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;‘การตายทั้งกลมของรัฐบาล’ เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ในปี 2518 รัฐบาลเสนีย์ ปราโมช แถลงนโยบายต่อสภาแล้วปรากฏว่าสภาลงมติไม่ไว้วางใจ! ทำให้รัฐบาลต้องพ้นตำแหน่งไปทั้งคณะ เป็นคร้ังแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่ล้มกันตั้งแต่ยังไม่คลอด จากนั้นจึงมีการปรับเปลี่ยนใหม่ ให้มีการแถลงนโยบายแต่ยกเลิกการลงมติไว้วางใจมาจนปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เว็บไซต์หอสมุดรัฐสภา รวบรวมคำแถลงนโยบายของทุกรัฐบาลไว้ทั้งหมด การไล่ ‘อ่านรัฐบาล’ ผ่านการแถลงนโยบายนั้นสนุกสนาน เราอาจเห็นคาแรคเตอร์ได้ตั้งแต่หน้าปก เช่นในยุคสมัยใกล้ๆ นี้ รัฐบาลอนุทินทั้ง 1 และ 2 ปกจะเป็นสีธงชาติเข้มข้น รัฐบาลแพทองธารเป็นสีม่วงอ่อนสดใส รัฐบาลประยุทธ์เป็นพื้นสีน้ำเงินเข้มทั้งหมด รัฐบาลอภิสิทธิ์เป็นสีม่วงบางๆ รัฐบาลทักษิณเป็นสีขาวธรรมดา&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในทีนี้จะหยิบยกนโยบายยุคต่างๆ มาเป็นเพียงน้ำจิ้ม เมื่อกวาดตาอ่านเร็วๆ คำแถลงนโยบายรัฐบาลทั้งหลายมักจะเริ่มต้นด้วยการบรรยายสภาพปัญหา ทำให้เราเห็นบริบทสังคมไทยในขณะนั้นได้ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;br&gt;&lt;br&gt;เช่น&amp;nbsp;สมัยที่ปรีดี พนมยงค์ ขึ้นเป็นนายกฯ หลังสงครามโลก 2 ช่วงสั้นๆ ในปี 2489 นั้น คำแถลงนโยบายขึ้นต้นว่า “เพื่อสนองความต้องการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนมากที่จะให้ข้าพเจ้ารับใช้ประเทศในยามขับขัน ข้าพเจ้าก็จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามความประสงค์ของท่าน” ด้วยบริบทช่วงนั้น การต่างประเทศภายหลังสงครามโลกเป็นสิ่งสำคัญ นโยบายหลายอย่างเป็นสิ่งที่เราอาจจินตนาการไม่ออก เช่น “จะพยายามหาทางเจรจาขอให้สหประชาชาติถอนการยึดเงินของประเทศไทยซึ่งจะเป็นทางให้ประเทศไทยได้เงินมาซื้อของที่จำเป็นให้พลเมือง”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในยุคจอมพล ป. หนแรก (2481) ไม่มีอารัมภบทใดให้เสียเวลา เข้าเรื่องเลยว่าจะทำอะไรบ้าง โดยภาพรวมแบ่งเป็น 8 ข้อก่อนลงรายละเอียดในด้านต่างๆ อย่างกระชับเช่นกัน&amp;nbsp; ข้อแรกอ้างอิงถึงหลัก 6 ประการคณะราษฎร ข้อสอง “รัฐบาลนี้จะถือการครองชีพของราษฎรตามควรแก่อัตภาพเป็นหลักสำคัญ และโดยนัยนี้จึงจะพยายามให้ปวงชนชาวสยามมีความรู้ ความชำนาญ และเกิดความนิยมในวิชาชีพ เช่น การเกษตร เหมืองแร่ พาณิชยการ และอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่ออ่าน จอมพล ป. ยุคหลัง (2491) เขาเข้าสู่อำนาจหลังความผันผวนอย่างหนักของการเมือง นักวิชาการหลายคนชี้ว่าพลังก้าวหน้าของคณะราษฎรพ่ายแพ้แก่พลังอนุรักษนิยมโดยสิ้นเชิงหลังรัฐประหาร 2490 คำแถลงก็ดูจะมีจุดเน้นเปลี่ยนไปตามบริบท การศึกษาของประชาชนจากเคยอยู่ในข้อ 2 ก็กลายเป็นข้อ 5 โดยข้อแรกรัฐบาลยืนยันเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะผดุงรักษาระบอบประชาธิปไตย ส่วนข้อสองระบุว่า “รัฐบาลนี้จะเทอดทูนเคารพสักการะองค์พระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และจะรักษาราชบัลลังก์ให้มั่นคงอยู่ชั่วนิรันดร”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยุคสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นรัฐบาลจากรัฐประหารเมื่อปี 2501 คำแถลงนโยบายสะท้อนบริบทในเวลานั้น ด้วยการบอกว่าคณะทหารเข้ามาแก้วิกฤตเพื่อพาชาติเจริญ และจะอยู่สั้นๆ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญยกร่างเสร็จก็ไป แต่คำว่าสั้นนั้นกินเวลาถึง 4 ปี 10 เดือน ส่วนร่างรัฐธรรมนูญใช้เวลาเขียนอยู่ 9 ปีต่อเนื่องถึงยุคจอมพลถนอม กิตติขจร&lt;br&gt;&lt;br&gt;“ย่อมเป็นที่เข้าใจกันแล้วว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญจะได้ร่างรัฐธรรมนูญสำหรับการปกครองประเทศขึ้นใหม่ เมื่อร่างเสร็จจนถึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้แล้ว ก็จะได้มีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นใหม่ตามรูปการในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นต่อไป รัฐบาลนี้คงจะมีเวลาบริหารประเทศในระยะจำกัด จึงได้วางหลักการในการบริหารประเทศไว้เป็น 2 ประการ…”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การที่คณะปฏิวัติต้องเข้ายึดอำนาจการปกครองก็ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะหาวิถีทางอันเหมาะสมในการนำประเทศไปสู่ความเจริญ มิใช่มุ่งหมายแต่เพียงว่าจะให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญปกครองประเทศเสียใหม่เท่านั้น …ดังนั้นรัฐบาลจึงถือว่ามีภาระกิจอันสำคัญยิ่งที่จะต้องรีบปรับปรุงรูปการบริหารประเทศให้เหมาะสม และบรรลุความมุ่งหมายตามที่คณะปฏิวัติได้ตั้งไว้ในชั่วระยะเวลาอันสั้นนี้”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นรัฐบาลหลังจากเพิ่งเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรม 6 ตุลาคม 2519 สดๆ ร้อนๆ คำแถลงระบุแต่แรกเลยว่า “บัดนี้ คณะรัฐมนตรีซึ่งมีความยึดมั่นในสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้กำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอแถลงเพื่อให้สภาได้ทราบดังต่อไปนี้คือ เพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์รัฐบาลนี้จักได้ดำเนินการตามนโยบายต่อไปนี้ (๑) รัฐบาลนี้ถือหลักประหยัดเป็นสำคัญและตระหนักว่า ความมั่นคงของประเทศเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ .... จะดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้กำลังทหารของชาติอยู่ในสภาพพร้อมรบและสามารถขยายได้ยามฉุกเฉิน....”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อต่อๆ มาคือ ป้องกันและปราบปราบคอมมิวนิสต์อย่างจริงจังและเด็ดขาด, ผดุงความเป็นอิสระของผู้พิพากษา ตั้งศาลท้องถิ่น, ยึดมั่นกฎบัตรสหประชาชาติ ส่งเสริมความมั่นคงระหว่างประเทศ ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กระโดดมาที่คณะรัฐประหารรุ่นน้องที่ร่วมประสบการณ์กับผู้อ่าน อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลจากรัฐประหาร แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ภายใต้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเมื่อเดือนกันยายน 2557&amp;nbsp; ตอนหนึ่งในคำแถลงระบุว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“การที่รัฐบาลนี้ไม่ได้จัดตั้งขึ้นจากพรรคการเมือง จึงไม่มีนโยบายของพรรคที่ใช้หาเสียงหรือหวังคะแนนประชานิยมมาเป็นฐานทางการเมือง ทุกท่านจึงไม่ต้องวิตกว่าจะมีการนำประเทศเข้าไปผูกพันจนเสียวินัยการคลัง หรือเกิดภาระอนาคต และด้วยความที่มีความเป็นเอกภาพทางนโยบายจึงไม่ต้องวิตกว่าการทำงานในแต่ละกระทรวงจะไม่บูรณาการสอดคล้องหรือพายเรือคนละที สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นพลังอำนาจ หรือเกื้อหนุนให้รัฐบาลทำงานยากในเวลาสั้นได้อย่างราบรื่น”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนการเรียงลำดับปัญหา ปัญหาเศรษฐกิจที่ทุกรัฐบาลมักหยิบยกเป็นอันดับต้นร่วงไปอยู่อันดับ 6 สำหรับห้าอันดับแรกเป็นดังนี้ 1. การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ 3.การลดความเหลื่อมล้ำของสังคมฯ 4. การศึกษาและเรียนรู้ฯ 5. การยกระดับคุณภาพบริหารด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีนี้หันดูรัฐบาลพลเรือนร่วมสมัยบ้าง หากจะหยิบยกมาสักอันคงต้องเลือก ‘ทักษิณ ชินวัตร’ เพราะแม้ศัตรูคู่อาฆาตบางส่วนยังยอมรับในความริเริ่มด้านนโยบาย และเป็นรัฐบาลแรกที่อยู่ครบวาระ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ก่อนถูกรัฐประหาร ต้องกล่าวด้วยว่ารัฐบาลทักษิณนับเป็นรัฐบาลแรกที่เกิดภายใต้ระบบเลือกตั้งใหม่ของรัฐธรรมนูญ 2540&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำแถลงนโยบายสมัยแรกตอนหนึ่งระบุว่า “ภารกิจเร่งด่วนและสำคัญยิ่งของรัฐบาล คือ การเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตของระบบเศรษฐกิจ การบริหาร สังคมและการเมือง โดยจะต้องดำเนินการไปพร้อมกัน เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันการณ์ โดยปัญหามี ๒ ส่วน คือ ๑. หยุดการหดตัวของเศรษฐกิจ ที่กำลังก่อปัญหาทางสังคมให้กับประเทศ ๒. การแก้ไขและปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ให้กับระบบเศรษฐกิจ และสังคม ไปสู่ ความมีเสถียรภาพ และความมั่นคงอันยั่งยืนของประเทศชาติ”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนนโยบายเร่งด่วน&amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.พักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี 2.ตั้งกองทุนหมู่บ้าน 3.ตั้งธนาคารประชาชน 4.ตั้งธนาคาร SMEs 5. ตั้งบรรษัทกลางบริหารสินทรัพย์ 6. พัฒนารัฐวิสาหกิจ 7.สร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ประเด็นความมั่นคงยังไปอยู่ท้ายๆ เน้นเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก อย่างไรก็ดี การแถลงนโยบายของทักษิณทั้งสองสมัยมีแตกต่างกันในการจัดน้ำหนักปัญหารวมถึงวิธีการขับเคลื่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าสู่อำนาจในปี 2551 ซึ่งในช่วงเวลานั้นสงครามเสื้อสีก่อตัวเข้มข้น ม็อบการเมืองหนักหน่วง บทบาทของศาลรัฐธรรมนูญในการกำหนดโฉมหน้าการเมืองปรากฏชัดผ่านการยุบพรรคและเด้งนายกฯ 2 คนพ้นตำแหน่งติดๆ กัน สมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงสวัสดิ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำแถลงนโยบายอธิบายภาวะแตกแยกหนักของสังคมไทยประกอบกับความกดดันจากเศรษฐกิจโลก ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด สำหรับหลักใหญ่ของรัฐบาลนี้กำหนดไว้ 4 ประการสรุปความได้ว่า 1.ปกป้องสถาบัน ป้องกันมิให้มีการล่วงละเมิดพระบรมเดชานุภาพ 2.สร้างความปรองดองสมานฉันท์บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม 3.ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4. พัฒนาประชาธิปไตยให้มั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับนโยบายเร่งด่วนช่วง 1 ปีแรกแบ่งออกเป็นหลายด้าน แต่หากยกตัวอย่างเป็นตัวนโยบายรูปธรรมชัดๆ จะมีดังนี้&amp;nbsp; จัดตั้งสำนักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนใต้เป็นการถาวร, จัดทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะสั้น,​ ฝึกอบรมแรงงานที่ว่างงานประมาณ 5 แสนคน, โครงการสานฝันแรงงานคืนถิ่น และให้แรงงานนอกภาคเกษตรเข้าถึงแหล่งเงินทุน, ขยายเพดานกู้ยืมจากกองทุนผู้สูงอายุเป็น 30,000 ต่อราย, ประกันราคาพืชผลการเกษตร, ตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ, เรียนฟรี 15 ปี, จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐบาลล่าสุดของอนุทิน ชาญวีรกูล จะมีการแถลงนโยบายในวันที่ 9 เมษายนนี้ รอบแรกนั้นอนุทินได้เป็น ‘นายกฯ ส้มหล่น’ ช่วงสั้นๆ ในคำแถลงนโยบายครั้งนั้นมีการระบุอย่างชัดเจนว่าจะทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก็ได้ดำเนินการไปแล้ว และผลคือประชาชนเห็นชอบ แต่เมื่อได้เป็นรัฐบาลรอบ 2 ซึ่งพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งอย่างพลิกความคาดหมาย (ส่วนระบบการนับ-รายงานคะแนนยังเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม) ในคำแถลงนโยบายกลับกล่าวถึงการเดินหน้าต่อเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญสั้นมาก มีอยู่ประโยคเดียวในย่อหน้าที่กล่าวถึงเรื่องต่างๆ มัดรวมกันไว้มากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“รวมทั้งการจัดทําประชามติรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเพื่อนําไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนที่ถูกต้อง” -&amp;nbsp; จบ&amp;nbsp;&lt;br&gt;&lt;br&gt;สิ่งที่ชัดเจนกลับเป็นเรื่องของ MoU44 ในข้อพิพาทไทย-กัมพูชา แถลงนโยบายรอบแรกบอกว่าจะมีการจัดทำประชามติเพื่อยกเลิกข้อตกลงนี้ ส่วนรอบล่าสุด บอกว่า จะเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก MoU 2544 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในคำแถลงนโยบายล่าสุด มีการพูดถึงปัญหาตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันไว้ตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อง พร้อมระบุว่าเมื่อเป็นรัฐบาล ‘เต็มตัว’ จะแก้ปัญหาดังนี้ เร่งทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ให้แล้วเสร็จจะได้มีเงินรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินข้างหน้า, เยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง, เยียวยาผู้ค้า, จูงใจให้บริษัทต่างชาติตั้งสํานักงานในไทย, เพิ่มตลาดส่งออกเกษตรและอาหารแปรรูปให้เป็น “ศูนย์กลางความมั่นคงอาหารโลก, เตรียมปรับลดรายจ่ายหน่วยงานในร่างงบประมาณปี 70&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้นเป็นการบรรยายในด้านต่างๆ ด้วยถ้อยคำค่อนข้างกว้าง ส่วนรูปธรรมที่น่าสนใจอีกอันหนึ่งเห็นจะเป็นการต่อยอดจากรัฐบาลก่อนๆ ในความพยายามปฏิรูปการเกณฑ์ทหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“​​รัฐบาลจะดําเนินโครงการทหารอาสา ๑๐๐,๐๐๐ อัตรา โดยเปิดรับสมัครชายไทยเข้ารับราชการทหารในรูปแบบสัญญาจ้าง ๔ ปี มีค่าตอบแทน และระบบประเมินผลที่ชัดเจน ผู้ผ่านการประเมินจะมีโอกาสศึกษาต่อในโรงเรียนนายสิบ…”&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในการพยายามจะฟื้นเศรษฐกิจอันหนักหนาสาหัสนี้ รัฐบาลอนุทินน่าจะมุ่งเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยีมาช่วยทำงานด้านต่างๆ&amp;nbsp; เพราะใน 19 หน้าที่บรรยายสิ่งที่จะทำนั้น มีคำว่า ‘AI’ ปรากฏอยู่ 11 ครั้ง มีคำว่า ‘ดิจิทัล’ ปรากฏอยู่ 19 ครั้ง ดังนั้นนอกจาก ‘3 รัฐมนตรีคนนอก’ ความหวังอีกส่วนน่าจะอยู่ที่รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ชื่อ ไชยชนก ชิดชอบ ด้วยกระมัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th"&gt;ข่าว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;แถลงนโยบาย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;อนุทิน ชาญวีรกูล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 03:22:44 +0000</pubDate>
    <dc:creator>See Think</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117002 at https://prachatai.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>วิวาทะไฟป่า ปี 2026 ชาวเน็ตชี้นิ้วโทษ ‘ชุมชนพื้นที่ป่า’  รวมเหตุผลหลายด้าน จุดที่หลงลืม </title>
  <link>https://prachatai.com/journal/2026/04/117001</link>
  <description>&lt;span&gt;วิวาทะไฟป่า ปี 2026 ชาวเน็ตชี้นิ้วโทษ ‘ชุมชนพื้นที่ป่า’  รวมเหตุผลหลายด้าน จุดที่หลงลืม &lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;อันนา หล่อวัฒนตระกูล : รายงาน&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;span&gt;&lt;span&gt;Pazzle&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span&gt;&lt;time datetime="2026-04-09T08:57:16+07:00" title="Thursday, April 9, 2026 - 08:57"&gt;Thu, 2026-04-09 - 08:57&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"&gt;&lt;p&gt;ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ วนกลับมาทุกปี แถมปีนี้เหมือนจะหนักหนากว่าเดิม เมื่อฝุ่นควันถูกนำไปผูกโยงกับการเกิดไฟป่า สังคมก็พร้อมจะชี้นิ้วด่าทอชุมชนในพื้นที่ว่าเผาป่า ในขณะที่ภาครัฐก็ดำเนินนโยบาย “ปิดป่า” และ “ห้ามเผา” อย่างเข้มงวดในหลายจังหวัดในภาคเหนือ จนกระทบกับชีวิตของชุมชนในเขตป่า ซึ่งหลายชุมชนเป็นผู้ดูแลผืนป่าหลายหมื่นไร่ ระดมกำลังทำแนวกันไฟ ลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่า และดับไฟเพื่อไม่ให้ลามเข้าเขตป่าที่ชุมชนดูแล&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55192646746_044973bb51_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;การทำแนวกันไฟโดยชุมชนกะเหรี่ยงบ้านแม่หมี จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(ภาพ กัญญ์วรา หมื่นแก้ว/&lt;a href="https://www.facebook.com/share/p/1A1kpfmigA/"&gt;มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ลำปางกว่าสองร้อยคน&lt;a href="https://www.facebook.com/northerndevelopmentfoundation/posts/pfbid02KyVPC9fLWdBVK44edvBSgNmFr8uaRefZ9qXjFez1LevLyBAzS83Q7LLWYjBSqR88l"&gt;ชุมนุม&lt;/a&gt;ที่ศาลากลางลำปาง เนื่องจากมาตรการห้ามเผาและคำสั่งปิดป่าทั้งจังหวัดลำปางทำให้ชุมชนไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์และบริหารจัดการเชื้อเพลิงในขอบเขตพื้นที่ที่ชุมชนดูแลได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวว่าการเข้าไปทำแนวกันไฟและเฝ้าระวังไฟป่าตามที่ทำทุกปีจะกลายเป็นการทำผิดกฎหมาย เมื่อคำสั่งปิดป่าของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ระบุว่าให้ประชาชนนำบัตรประจำตัวไปลงทะเบียนขอเข้าพื้นที่ป่าที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และถ้าเกิดไฟไหม้ป่าในบริเวณดังกล่าว ให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องมีการแจ้งความต่อตำรวจในพื้นที่เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์เผากระท่อมของประชาชนบ้านแม่หมี ตำบลหัวเมือง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เมื่อคืนวันที่ 25 มีนาคม 2569 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากชุมชนบ้านแม่หมีจัดกิจกรรม “&lt;a href="https://www.facebook.com/northerndevelopmentfoundation/posts/pfbid02j5PWpgWEgKq2he4k2JKZpmsNti8Rjbz6p7QaeYsxEHNJRMeUau4ropbWLZpyKUrzl"&gt;เปิดป่า เปิดแนวกันไฟ&lt;/a&gt;” เมื่อวันที่ 18 มีนาคม สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและกระทบต่อขวัญกำลังใจของชุมชน และก่อนหน้านั้น&amp;nbsp;&lt;a href="https://www.facebook.com/photo/?fbid=1381154590710282&amp;amp;set=a.641456571346758"&gt;สกน.&lt;/a&gt; ระบุว่าหลังกิจกรรมเมื่อวันที่ 18 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ. แจ้ซ้อน มีการเข้าไปคุกคามสมาชิกชุมชนบ้านแม่หมี โดยมีการเข้าไปในหมู่บ้านและเข้าหาชาวบ้านบางคนเพื่อซักถามข้อมูลในเชิงกดดัน โดยไม่ได้แจ้งผู้นำชุมชนให้ทราบก่อน ทำให้ชาวบ้านหลายคนเกิดความวิตกกังวลและความรู้สึกไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้รายงานข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จงใจตีความการทำแนวกันไฟตามวิถีชาติพันธุ์ให้กลายเป็นการท้าทายอำนาจรัฐหรือการละเมิดกฎหมายปิดป่าอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือออก&lt;a href="https://www.facebook.com/photo/?fbid=1415146817306013&amp;amp;set=a.634990861988283"&gt;แถลงการณ์&lt;/a&gt;เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ประนามกรณีสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปางนำเสนอข่าวชุมชนบ้านแม่หมีโดยมีเนื้อหาคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชน ทำให้เกิดทัศนคติเชิงลบ มีการนำรูปภาพของทางมูลนิธิไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดเผยชื่อ-นามสกุลของประชาชนสู่สาธารณะโดยไม่ได้รับความยินยอม จนสำนักงานฯ ต้องออกแถลงการณ์ขอโทษในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55192816083_90822f852a_b.jpg" width="1024" height="768" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;สกน. ลำปาง เดินขบวนไปที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อประท้วงนโยบายปิดป่า-ห้ามเผา ซึ่งมีผลกระทบกับวิถีชีวิตชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;(ภาพ รัศมี จรณาภรณ์/มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สกน. ยื่นข้อเสนอให้รับรองแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงของชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ ที่ยังดำรงวิถีชีวิตด้วยการทำไร่หมุนเวียน 6 ชุมชน และให้คุ้มครองพื้นที่ชุมชนในฐานสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือทั้งหมด ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากคำสั่ง “ปิดป่า” โดยยึดตามพื้นที่การจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชน และต้องยุติการกระทำใดๆ ของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ที่ละเมิดสิทธิชุมชนและไม่ผ่านการประสานงานฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้แก่ การลาดตระเวน เข้าตรวจค้นในพื้นที่ทำกิน สิ่งปลูกสร้าง เคหสถาน การตรวจยึดสิ่งของประกอบอาชีพ และการตรวจยึดที่ดินทำกิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมเจรจาตกลงจะคุ้มครองประชาชนที่จำเป็นต้องใช้ไฟตามแนวทางปฏิบัติเหมือนปีพ.ศ.2568 และให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ได้ตามปกติวิถี ส่วนกรณีเผากระท่อมที่บ้านแม่หมี จะต้องมีการเข้าไปสื่อสารทำความเข้าใจกับชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานการณ์ปัจจุบันทำให้เกิดการถกเถียงรุนแรงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตในคอมเม้นท์ด่าทอชาวบ้านว่าไร้จิตสำนึก ไปจนถึงว่าไม่ควรให้มีชุมชนอยู่ในเขตป่า ในขณะที่อีกฝั่งตั้งคำถามว่าวาทกรรม “ชาวบ้านเผาป่า สร้างมลพิษ” นอกจากจะผลิตซ้ำมายาคติที่ว่าไฟเป็นผู้ร้ายและปัดความผิดให้ชุมชนแล้ว ยังละเลยต้นตอที่ซับซ้อนของปัญหา PM2.5 ซึ่งอีกตัวการหลักคือการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อนบ้าน นำมาซึ่งฝุ่นพิษข้ามแดน ซึ่งทำให้การมุ่งเป้าไปที่ประเด็น “ไฟป่า” อาจไม่ใช่คำตอบ และคำสั่งปิดป่าแบบเหมารวมก็อาจมีผลร้ายมากกว่าดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นักวิชาการ นักกิจกรรม และบุคคลสาธารณะเองก็เข้ามามีส่วนร่วมในวิวาทะเรื่องไฟป่า อย่าง สมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และ ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มี&lt;a href="https://www.facebook.com/nuling/posts/%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD-%E0%B8%AD-pinkaew-laungaramsri%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81/26995950516657304/"&gt;วิวาทะ&lt;/a&gt;กันผ่านเฟสบุ๊คเกี่ยวกับประเด็นการชิงเผาเพื่อจัดการเชื้อเพลิง โดยสมบัติโพสเฟสบุ๊คถึงปิ่นแก้วระบุว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการที่ไม่บริหารจัดการเชื้อเพลิงทำให้เกิดไฟใหญ่ในปีนี้ เพราะมองว่าเชื้อเพลิงในป่าสามารถย่อยสลายได้เอง และมองว่าปัญหาหลักตอนนี้คือมีปริมาณไฟมากกว่าคนดับไฟ ซึ่งตัวเขาไม่ได้ค้านการใช้ไฟ แต่การใช้ไฟต้องมั่นใจว่าคุมได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านปิ่นแก้วระบุผ่านช่องคอมเม้นว่าผู้นำชุมชนหลายแห่งเล่าว่านโยบาย Zero burning และปัญหาใบไม้สะสมทำให้การดับไฟยากขึ้น และพูดกันมาตั้งแต่ปีที่แล้วว่าปีนี้ไฟจะไหม้หนัก หลายชุมชนเห็นตรงกันว่าจะต้องจัดการใบไม้ในป่าทุกปีเพราะใบไม้ไม่ได้ย่อยสลายได้ง่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์สื่อว่ามีส่วนในการผลิตซ้ำอคติโดยไม่ให้พื้นที่กับเสียงของชุมชน หรือการนำบุคคลที่มีทัศนคติด้านลบกับชุมชนมาออกรายการ ทำให้ชุมชนกลายเป็นแพะรับบาปในเรื่องไฟป่า เช่นในกรณีที่ สมบูรณ์ คำแหง ออก&lt;a href="https://www.facebook.com/photo/?fbid=26744567288468413&amp;amp;set=a.463041367047697"&gt;จดหมายเปิดผนึก&lt;/a&gt;ผ่านโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์การที่รายการตอบโจทย์ ซึ่งออกอากาศผ่านไทยพีบีเอสเชิญปลอดประสพ สุรัสวดี มาแสดงความคิดเห็น และมีการกล่าวหาว่าไฟป่าในภาคเหนือเกิดขึ้นจากคนสองกลุ่ม หนึ่งคือองค์กรเอ็นจีโอที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกสารสิทธิที่ดิน และสองคือกลุ่มที่ต้องการกฎหมายอากาศสะอาด&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;ชุมชนดูแลป่า แต่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;จรัสศรี จันทร์อ้าย จากสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เล่าในกิจกรรมเสวนาออนไลน์ “วิกฤติไฟป่าภาคเหนือ เมื่อรัฐคุมเข้ม ‘ปิดป่า-ห้ามเผา’ ชวนรื้อถอนมายาคติ ‘คนอยู่กับป่า = ผู้ร้ายในไฟป่า” ของมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมาว่าในเขตชุมชนของเธอ ก่อนจะมีประกาศห้ามเผา ก็มีการบินโดนตรวจตราอย่างเข้มงวด และหลังจากนั้นก็เริ่มมีรายงานในหน้าสื่อว่าโดรนจับได้ว่ามีคนจุดไฟ ซึ่งชุมชนของเธอซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดต่อกับอุทยานแห่งชาติและป่าสงวนได้รับผลกระทบจากการตรวจตราและคำสั่งเหล่านี้มาเป็นเดือนแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จรัสศรีมองว่าการรายงานข่าวเรื่องไฟไม่ได้บอกสาเหตุของการเกิดไฟทั้งหมด และมักทำให้สังคมตื่นตระหนกว่ามีไฟไหม้เยอะ ควรจะมีการนำเสนอถึงต้นตอของไฟที่มากกว่านี้ ไม่ใช่ทำให้ชุมชนเป็นแพะรับบาปเมื่อเกิดไฟป่า เธอเล่าว่าปกติแล้วในชุมชนจะต้องทำแนวกันไฟในช่วงเดือนมีนาคมเมื่อใบไม้ร่วงจนหมด แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถจัดการเชื้อเพลิงได้เหมือนภาครัฐ ทำให้เกิดเชื้อเพลิงสะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จรัสศรีระบุว่าในเขตชุมชนหลังแนวกันไฟยังไม่มีไฟลามไปถึง แต่ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีไฟป่าลุกลามอยู่รอบนอกในเขตอุทยาน แสดงให้เห็นว่าชุมชนเองก็มีองค์ความรู้ว่าต้องทำแนวกันไฟเวลาไหน ทำแค่ไหน ไฟถึงจะไม่ลามเข้ามาในเขตของชุมชน ซึ่งชุมชนของเธอดูแลพื้นที่ป่ากว่าหกพันไร่ เธอระบุว่าหลายชุมชนชาติพันธุ์ในเขตป่าภาคเหนือก็มีการเฝ้าระวังและทำแนวกันไฟเช่นกันเพื่อปกป้องชุมชนของตัวเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในส่วนของพื้นที่เกษตรในชุมชนที่มีการทำไร่หมุนเวียน จรัสศรีระบุว่าที่ผ่านมาชุมชนพยายามลงทะเบียนผ่านแอพลิเคชั่น FireD (ไฟดี) แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่เกษตรของชุมชน มีแต่การป้องกันไม่ให้ไฟลามเข้ามา เธอยังเล่าอีกว่าถึงการลงทะเบียนขอจัดการเชื้อเพลิงจะทำผ่านองค์กรท้องถิ่น แต่การตัดสินใจอยู่ที่ระดับจังหวัด ชุมชนไม่สามารถตัดสินใจเองได้เลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เราพยายามทำขนาดนี้ แต่อำนาจในการจัดการพื้นที่ของเรายังไม่มีเต็มที่ที่เราสามารถกำหนดได้เลย เพราะมันยังต้องขึ้นอยู่กับอำนาจของผู้ว่า ซึ่งดูภาพรวมของจังหวัด”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จรัสศรีมองว่าภาครัฐควรที่จะเคารพองค์ความรู้ของชุมชนในการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ เธอระบุว่าชุมชนเองก็พยายามที่จะยอมรับองค์ความรู้ของภาครัฐที่พยายามเข้ามาจัดการด้วยการใช้อำนาจและการวางระบบต่างๆ เช่นระบบไฟดี ดังนั้นรัฐเองก็ควรจะยอมรับการจัดการไฟและการจัดการทรัพยากรของชุมชนด้วย ควรจะคืนอำนาจและสิทธิในการจัดการให้ชุมชนเป็นผู้วางแผน เช่น การทำแนวกันไฟ จะต้องทำตรงไหน กว้างแค่ไหน หรือพื้นที่ไหนจำเป็นต้องใช้ไฟเพราะมีความเสี่ยง เพราะชุมชนย่อมรู้สภาพของพื้นที่ดีที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐควรที่จะมีมาตรการที่ทั่วถึงในการควบคุมมลพิษ ไม่ใช่เพ่งเล็งแต่ภาคเกษตร เธอมองว่าภาคเกษตรไม่ใช่ตัวการเดียวที่ทำให้เกิดมลพิษแต่ยังมีสาเหตุอื่น เช่นมลพิษข้ามพรมแดน หรือมลพิษจากอุตสากรรม รัฐจึงควรจะมีมาตรการควบคุมที่เท่ากัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เธอระบุว่าสังคมเองก็ควรจะมองว่าไฟมีหลายประเภท มีประเภทที่ควบคุมได้ และที่ควบคุมไม่ได้ แต่ละประเภทมีการจัดการต่างกัน สังคมควรที่จะได้รับรู้ข้อมูล เพราะจะเป็นต้นทุนให้คนเข้าใจการจัดการไฟและยอมรับองค์ความรู้ของชุมชน เพราะแต่ละชุมชนมีสภาพพื้นที่ต่างกัน การจัดการก็ต้องอาศัยการทำความเข้าใจสภาพแต่ละพื้นที่ว่าเป็นแบบไหน ซึ่งแต่ละชุมชนก็มีองค์ความรู้ที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่ของตัวเอง จึงไม่ควรจะเอามาตรฐานเดียวมาใช้กับทุกพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;อคติต่อชุมชน - วาทกรรมของรัฐรวมศูนย์ ผลักชุมชนให้เป็นแพะ&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;สุรินทร์ อ้นพรม นักวิชาการอิสระด้านป่าไม้ มองว่านอกจากวิกฤตมลพิษที่มีผลกระทบรุนแรงแล้ว ยังมีวิกฤตในเชิงทัศนคติของคนกลุ่มที่เขาเรียกว่า “นักอนุรักษ์เขียวปี๋” ที่มีอคติต่อชุมชนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“คนกลุ่มนี้เวลาเห็นปัญหา PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่พวกเขากังวลมากที่จะกระทบต่อสุขภาพของเขา ซึ่งเราก็เห็นด้วย แต่การที่กระโจนไปเอาเรื่องของปัญหา PM2.5 มาผูกติดกับเรื่องไฟป่า เราคิดว่ามันเป็นทัศนคติที่ค่อนข้างตื้นเขินเกินไปและแคบเกินไป เพราะเขาไม่มองปัญหาอื่นที่มาเกี่ยวข้องเลย” สุรินทร์ระบุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุรินทร์มองว่าอีกปัญหาหลักที่เกี่ยวข้องกับประเด็นฝุ่น PM2.5 คือเรื่องมลพิษข้ามแดน ซึ่งที่ผ่านมาก็เริ่มมีข้อมูลชัดเจนมากขึ้นว่ามีการปลูกพืชเศรษฐกิจเช่นข้าวโพดเพิ่มขึ้นในภูมิภาค แต่ปัญหามลพิษข้ามแดนมักถูกละเลยขณะที่สังคมชี้นิ้วโทษชุมชนว่าสร้างมลพิษ ซึ่งเขามองว่าเป็นการมองปัญหาแบบตื้นเขินมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไม่เพียงเท่านั้น สังคมยังไม่ตั้งคำถามกับอำนาจการจัดการไฟป่าที่ผูกขาดไว้กับหน่วยงานของรัฐอย่างกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ ซึ่งสุรินทร์มองว่าการรวมศูนย์อำนาจแบบนี้ทำให้การจัดการไฟมีข้อจำกัด ชุมชนที่ดูแลรักษาป่าไม่สามารถใช้องค์ความรู้และประสบการณ์ในการจัดการไฟให้สอดคล้องกับบริบทและวิถีชีวิตวัฒนธรรมของตัวเองได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1339538678220899&amp;amp;set=pb.100064943371585.-2207520000&amp;amp;type=3"&gt;Greenpeace Thailand&lt;/a&gt; ระบุว่า จากข้อมูลเมื่อปี 2567 31.8% ของร่องรอยเผาไหม้หรือ burn scar ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเกิดในพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ยัง&lt;a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1346438754197558&amp;amp;set=pb.100064943371585.-2207520000&amp;amp;type=3"&gt;พบว่า&lt;/a&gt;จุดความร้อนในไร่ข้าวโพดส่วนใหญ่เกิดในตอนเหนือของ สปป. ลาว (33.72%) และรัฐฉาน ประเทศเมียนมา (52.66%) นอกจากนี้ยังระบุว่ายุทธศาสตร์ความร่วมมือเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMEC) และสิทธิภาษีศุลกากร 0% ตามข้อตกลง AFTA นำมาซึ่งการขยายตัวของการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับการเกิดขึ้นของมลพิษข้ามแดน โดย Greenpeace มองว่าการแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นที่ระบบตรวจสอบย้อนกลับที่เปิดเผยโปร่งใสและไม่เป็นเครื่องมือฟอกเขียวของอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ รวมถึงต้องลดพื้นที่การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;.รัฐรวมศูนย์เองก็มีการสร้างวาทกรรมต่างๆ ที่ทำให้ไฟกลายเป็นผู้ร้าย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไฟถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ สุรินทร์ตั้งข้อสังเกตว่าหลังการตั้งสำนักควบคุมไฟป่า ไฟเริ่มถูกมองเป็นภัยคุกคาม มีการสร้างวาทกรรมเช่น “ไฟมาป่าหมด” เขามองว่ารัฐเองต้องการจะมีอำนาจในการจัดการไฟ และหลังมีวาทกรรมนี้เกิดขึ้นก็เริ่มโทษชุมชนในเขตป่าที่มีการใช้ไฟในไร่หมุนเวียนหรือในการจัดการเขตป่าของชุมชน ไม่มีการแยกแยะว่าไฟไหนที่จำเป็น ไฟไหนที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งลดทอนองค์ความรู้ของชุมชนและทำให้สังคมมองไม่เห็นว่ามีองค์ความรู้เดิมว่าไฟเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ แม้แต่รัฐเองที่มีการจัดการเชื้อเพลิงหรือที่เรียกว่า “ชิงเผา” ก็ไม่สามารถอธิบายกับสาธารณะอย่างเป็นระบบได้ เพราะสร้างวาทกรรมไว้แล้วว่าไฟมาป่าหมด แต่ก็ยังใช้ไฟในการจัดการป่า ทำให้สังคมไม่เกิดการเรียนรู้ว่าชุมชนจัดการป่าได้ยังไงบ้าง จน 3-4 ปีที่ผ่านมาก็เกิดวาทกรรม Zero burning ตามมาด้วยมาตรการห้ามเผา และปิดป่า เขามองว่าผลของการทำให้ไฟเป็นสิ่งลี้ลับ และการที่รัฐเองไม่สามารถสื่อสารกับชุมชนหรือสาธารณะได้ว่าไฟเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศยังไงบ้าง ทำให้สังคมขาดการรับรู้เรื่องไฟตามที่เป็นจริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุรินทร์ระบุว่าทุกปีภาครัฐมีการรายงานข้อมูลว่าในพื้นที่ป่ามีไฟไหม้เท่าไหร่ ไฟเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่ทั้งที่มีทั้งข้อมูลและงบประมาณมหาศาล รัฐกลับไม่เคยทำความเข้าใจกับประชาชนว่าเกิดอะไรขึ้น และแม้แต่สาเหตุของไฟป่าก็เป็นข้อมูลที่มาจากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในกระบวนการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงก็เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ไม่มีการทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ สุรินทร์ตั้งคำถามว่าสาเหตุต่างๆ ที่มีการรายงาน เช่นการหาของป่า การล่าสัตว์ เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นจริงหรือเปล่า และเมื่อข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาสื่อสารกับคนในสังคม จึงง่ายมากที่ชุมชนในเขตป่าจะกลายเป็นจำเลยสังคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้าน ธนากร อัฏฐ์ประดิษฐ์ นักวิชาการอิสระผู้สนใจการเมืองเรื่องป่าและไฟวิทยาชนพื้นเมือง มองว่าปัญหาไฟป่าไม่ได้มีประเด็นแค่ปริมาณไฟหรือฝุ่นควันที่เพิ่มขึ้น แต่มองว่าเป็นเรื่องของความขัดแย้งในระบบการจัดการที่ดินและพื้นที่ป่า เนื่องจากในหลายจังหวัดยังมีข้อพิพาทเรื่องการใช้พื้นที่มาตลอด และปัญหาใหม่ๆ เหล่านี้ก็เข้ามาซ้ำเติม&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55192652631_0f42cec837_b.jpg" width="1024" height="591" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ข้อมูลสถิติเกี่ยวกับการขออนุมัติการจัดการเชื้อเพลิงผ่านแอพลิเคชั่น FireD ที่ธนากรนำมาแสดงระหว่างกิจกรรมเสวนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธนากรระบุว่าเมื่อดูข้อมูลที่มีการเปิดเผยโดยสื่อต่างๆ ในกรณีของจังหวัดเชียงใหม่ ข้อมูลจากระบบไฟดีพบว่ากว่า 60% เป็นการขอใช้ไฟในพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์โดยหน่วยงานของรัฐ ส่วนเกษตรกรมี 28% และชุมชน 4% นอกจากนี้ยังพบว่าคำร้องขอจัดการเชื้อเพลิงในระบบไฟดีได้รับการอนุมัติน้อยลงในช่วงปี 2565 - 2567 ทั้งที่พื้นที่ที่มีการขออนุมัติมีปริมาณพอๆ กัน ทำให้เกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุมัติ และสร้างความไม่สบายใจว่าไฟในพื้นที่เหล่านั้นกลายเป็นไฟที่ควบคุมไม่ได้หรือเปล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธนากรอธิบายว่าป่าในประเทศไทยไม่ได้มีความหมายหลายระนาบ นอกจากป่าในเชิงลักษณะทางนิเวศวิทยาแล้ว ยังมีป่าตามคำนิยามของรัฐที่ใช้กฎหมายประกาศเขตพื้นที่ต่างๆ ซึ่งซ้อนทับกับสภาพความเป็นจริงที่มีชุมชนอาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น และยังมีป่าตามการใช้ประโยชน์จริงของชุมชนในพื้นที่ด้วย โดยในเชียงใหม่มีชุมชน 399 ชุมชนในเขตป่าอนุรักษ์ 872 ชุมชนในป่าสงวน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“เวลาบอกว่าไฟเกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มันจึงต้องไปดูอีกสามระนาบว่าจุดตรงนั้นมันเป็นป่าตามกฎหมายแบบไหน ป่าระบบนิเวศแบบไหน และเป็นป่าที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จริงแบบไหน” ธนากรระบุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธนากรมองว่าก่อนหน้านี้การจัดการไฟเป็นประเด็นหลัก แต่ตอนนี้การจัดการไฟถูกผูกเข้ากับปัญหาฝุ่นควัน เสมือนกับว่าปัญหาฝุ่นคือจุดศูนย์กลาง เขามองว่าสำหรับสถานการณ์ฝุ่นควัน มีปัญหาที่ใหญ่กว่าการจัดการไฟในภาคเหนือมาก โดยเขาบอกว่าที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความเกี่ยวพันกันของช่วงเวลาที่เกิดฝุ่นควันกับการทำเกษตรเชิงเดี่ยวแบบพันธสัญญาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งเขาสังเกตว่าหลังเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค พื้นที่ปริมาณมากถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำหรับปลูกข้าวโพดป้อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซึ่งเขาตั้งคำถามว่าทำไมประเด็นนี้ถึงไม่มีการพูดถึงทั้งที่เป็นประเด็นใหญ่มากที่เกี่ยวข้องกับปริมาณฝุ่นควันข้ามแดน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“หน่วยวิเคราะห์และหน่วยปฏิบัติการของเราจำเป็นต้องแยกแยะให้ชัดเจนมากว่าสุดท้ายแล้วคุณจะมุ่งไปที่อะไร ตรงไหนบ้าง เพราะถ้าเอา PM2.5 เป็นศูนย์กลาง มันกลายเป็นว่ามันไปถ่างเพิ่มเรื่องของความไม่เป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม ความไม่เป็นธรรมด้านการจัดการทรัพยากร” ธนากรระบุ&lt;/p&gt;&lt;img src="https://live.staticflickr.com/65535/55192922849_41d94cb014_b.jpg" width="1024" height="595" loading="lazy"&gt;&lt;p class="picture-with-caption"&gt;ภาพกราฟิคแสดงสถิติพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ธนากรนำมาแสดงระหว่างการเสวนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุรินทร์มองว่าถ้าหน่วยงานรัฐมีความจริงใจและเจตจำนงค์ที่มากพอ ไฟก็เป็นสิ่งที่จัดการได้ และที่จริงในพื้นที่ก็มีชุมชนที่ทำงานอยู่แล้ว รัฐก็ควรจะเข้าไปสนับสนุนให้ชุมชนใช้องค์ความรู้ในการจัดการไฟตามสภาพพื้นที่และวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนกรณีที่ไฟเกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรือไฟที่ควบคุมไม่ได้ เขามงอว่าหน่วยงานควรจะไปสังคายนาความรู้ของตัวเองก่อนว่าไฟเกิดจากอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ปรักปรำว่าเกิดจากการหาของป่า ล่าสัตว์ หรือเผาไร่ ซึ่งเป็นการมองที่ตื้นเขินเกินไปและไม่ได้ทำให้ได้ชุดข้อมูลที่จะเอามาใช้ในการจัดการ ส่วนมาตรการปิดป่าหรือการห้ามเผา เขามองว่าเป็นระเบิดเวลาเพราะเชื้อเพลิงจะสะสมในพื้นที่มากขึ้น และถ้ามีไฟเกิดขึ้นก็อาจลุกลามใหญ่โต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถึงสุรินทร์จะบอกว่าปัญหาไฟป่าและปัญหาฝุ่นควันแยกออกจากกันไม่ได้ แต่ฝุ่นควันเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าและควรจะต้องมีความชัดเจนว่าจะจัดการยังไง โดยเขามองว่าไฟป่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาฝุ่นเท่านั้น แต่มีเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เช่นปัญหามลพิษข้ามแดน และในขณะที่ประชาชนนั่งถกเถียงทะเลาะกันเอง รัฐบาลก็ไม่ได้ขยับตัวทำอะไรเลย โดยอ้างว่าอยู่ในช่วงรักษาการ ซึ่งเขามองว่าฟังไม่ขึ้น และอยากเรียกร้องให้ภาครัฐนำเรื่องนี้มาเป็นวาระ เพราะเป็นเรื่องที่ทำในประเทศไทยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการร่วมมือกับเพื่อนบ้านด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;
      &lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9" hreflang="th"&gt;รายงานพิเศษ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th"&gt;การเมือง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="th"&gt;คุณภาพชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สิ่งแวดล้อม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
&lt;div class="node-taxonomy-container"&gt;
    &lt;ul class="taxonomy-terms"&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-pm25" hreflang="th"&gt;ฝุ่น PM2.5&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;ไฟป่า&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;ภาคเหนือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;มาตรการห้ามเผา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD" hreflang="th"&gt;มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5" hreflang="th"&gt;ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B2" hreflang="th"&gt;มูลนิธิกระจกเงา&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2" hreflang="th"&gt;จรัสศรี จันทร์อ้าย&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A1" hreflang="th"&gt;สุรินทร์ อ้นพรม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%8B" hreflang="th"&gt;กรีนพีซ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li class="taxonomy-term"&gt;&lt;a href="https://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5" hreflang="th"&gt;อันนา หล่อวัฒนตระกูล&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt; &lt;!--/.node-taxonomy-container --&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 09 Apr 2026 01:57:16 +0000</pubDate>
    <dc:creator>Pazzle</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">117001 at https://prachatai.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
