<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0" xml:base="http://prachatai.com">
<channel>
 <title>ประชาไท</title>
 <link>http://prachatai.com</link>
 <description />
 <language>th</language>
<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/prachatai" /><feedburner:info uri="prachatai" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><feedburner:emailServiceId>prachatai</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname>http://feedburner.google.com</feedburner:feedburnerHostname><item>
 <title>ศาลฎีกาญี่ปุ่นตัดสิน-การบังคับร้องเพลงชาติชอบด้วยรัฐธรรมนูญ</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/5xs9azZMpew/39205</link>
 <description>&lt;p&gt;จากที่มีครูและนักวิชาการ 375 คนฟ้องร้องต่อศาลญี่ปุ่นว่&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;าการบังคับให้ร้องเพลงชาติ&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ในโรงเรียนขัดต่อหลักเสรีภาพ ทางศาลฎีกาของญี่ปุ่นได้สั่&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;งยกฟ้อง และมีคำสั่งว่าการบังคับร้&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;องเพลงชาติเป็นไปตามหลักรั&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;10 ก.พ. 2012 เว็บไซต์ Japan Today รายงานว่าศาลฏีกาญี่ปุ่นสั่&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;งยกฟ้องคำร้อง 2 คดีที่มาจากครูและนักวิชาการด้&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;านการศึกษา 375 คน ที่ฟ้องร้องให้หยุดการบังค้บให้&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ร้องเพลง &amp;quot;คิมิงะโยะ&amp;quot; ซึ่งเป็นเพลงชาติของญี่ปุ่น ในโรงเรียน โดยศาลมีมติเห็นชอบ 4-1 ว่าการบังคับร้องเพลงชาติดังกล่&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;าวเป็นสิ่งที่ระบุไว้ในรั&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงกั&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;นมาานาแล้วในญี่ปุ่นเนื่องจากมี&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ครูบางคนที่ไม่ยอมยืนร้องเพลง &amp;quot;คิมิงะโยะ&amp;quot; ในโรงเรียน ในหลายกรณี ครูที่ต่อต้านเพลงนี้จะถูกตำหนิ ถูกตัดเงินเดือน หรือถูกสั่งพักงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำประกาศของศาลในวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา มีการอ้างย้ำถึงการตัดสิ&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;นของศาลสูงโตเกียวเมื่อปีที่แล้&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ว ที่ยืนยันว่าการบังคับให้ร้&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;องเพลงชาติในโรงเรียนนั้นเป็&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;นไปตามแนวทางรัฐธรรมนูญ และปฏิเสธไม่สั่งห้ามการบังคั&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;บร้องเพลงชาติของเด็กและพนักงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลญี่ปุ่นกล่าวในคำตัดสินอีกว่&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;าการสั่งให้ครูร้องเพลง &amp;quot;คิมิงะโยะ&amp;quot; ไม่ได้เป็นการละเมิดเสรี&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ภาพทางความคิด ตามที่กลุ่มผู้ฟ้องร้องคดีนี้อ้&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;างถึง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลของสารานุกรมวิกิพีเดี&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ยไทยระบุว่า &amp;quot;แม้ว่าเพลงคิมิงะโยะจะเป็&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;นเพลงชาติของญี่ปุ่นโดยพฤตินั&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ยมานานแล้วก็ตาม แต่การรับรองฐานะทางกฎหมายเพิ่&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;งจะมีขึ้นในปี ค.ศ. 1999 จากการตราพระราชบัญญัติว่าด้&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;วยธงชาติและเพลงชาติของญี่ปุ่&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;นในปีนั้น ซึ่งหลังจากการผ่านกฎหมายดังกล่&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;าว ก็ได้มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกั&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;บการขับร้องและบรรเลงเพลงชาติ&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ในโรงเรียนต่างๆ ของญี่ปุ่นขึ้น กล่าวคือ เพลงคิมิงะโยะถูกอ้างถึ&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;งในฐานะสัญลักษณ์ของลัทธิจั&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;กรวรรดินิยมและลัทธิทหารของญี่&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;ปุ่น&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Supreme Court rules making teachers sing 'Kimigayo' is constitutional, Japan Today, 10-02-2012&lt;br /&gt;
&lt;a target="_blank" href="http://www.japantoday.com/category/national/view/supreme-court-rules-making-teachers-sing-kimigayo-is-constitutional"&gt;http://www.japantoday.com/&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;category/national/view/&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;supreme-court-rules-making-&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;teachers-sing-kimigayo-is-&lt;wbr&gt;&lt;/wbr&gt;constitutional&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/5xs9azZMpew" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39205#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/foreign">ต่างประเทศ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/kimigayo">kimigayo</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99">การบังคับร้องเพลงชาติญี่ปุ่น</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0">คิมิงะโยะ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1">ชาตินิยม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99">ญี่ปุ่น</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 21:01:57 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39205 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39205</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>TCIJ: ปมที่ดินสวนปาล์มสุราษฎร์ระอุ ชาวบ้านไร้ที่ดินถูกยิงถล่มด้วยอาวุธสงคราม</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/_ck0yGOmYEg/39204</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;div&gt;รายงานโดย:&amp;nbsp;&lt;span style="font-family: Tahoma, sans-serif; font-size: 10pt; "&gt;ตัวแทนข้อมูลข่าวสาร สกต.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ที่มา: &lt;a href="http://www.tcijthai.com/citizen-journalist-story/1256"&gt;ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ)&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;ปมขัดแย้งรัฐ-นายทุน-ชาวบ้าน กรณีที่ดินสวนปาล์มสุราษฎร์ระอุ สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้เข้าทำกินในที่ดิน ส.ป.ก.ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม โชคดีไร้เจ็บ-ตาย ชาวบ้านเชื่อกลุ่มอิทธิพลเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="600" height="367" alt="" src="/sites/default/files/u10/001ss.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2555 เวลา 14.00 น. ได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี บนพื้นที่ 7,500 ไร่ ของ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่เกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) เข้าไปขยายพื้นที่ทำการเกษตรโดยอยู่ในความรับรู้ของ ส.ป.ก.และคณะทำงานแก้ปัญหาที่ดินทำกิน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้คนจน ตามนโยบายของรัฐบาล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;สมาชิกกลุ่มเกษตรกร ของ สกต.ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ได้เข้าไปทำการรังวัดพื้นที่เพื่อแบ่งที่ดินให้กับสมาชิกทำการเกษตร ก่อนหน้านั้นเวลาประมาณ 12.00 น.ได้เห็นว่ามีรถสายตรวจ 191 จาก อ.เขาพนม จ.กระบี่ ขับเข้ามาตามถนนสายหลักในสวนปาล์มพร้อมรถกระบะโฟร์วิลล์ สีฟ้า 4 ประตู ในรถมีชายฉกรรจ์นั่งมาประมาณ 10 กว่าคน ทราบภายหลังว่าเป็นชุด ชรบ.หมู่บ้านเขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ และอีกคันเป็นรถ อีซูซุ ตอนครึ่งสีบรอน ไม่ทราบจำนวนคนแน่ชัด รถทั้งสองคันไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน รถทั้งหมดได้ขับเข้ามาวนเวียนดูการทำงานของสมาชิกกลุ่มเกษตรกรสองสามรอบจากนั้นก็ขับกลับไป&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ต่อมาเมื่อเวลาเกิดเหตุ 14.00 น. รถกระบะสีฟ้าคันดังกล่าวขับกลับมาส่งกลุ่มชายฉกรรจ์บริเวณถนนห่างจากจุดที่สมาชิกของ สกต.ทำงานอยู่ประมาณ 60 เมตร พร้อมอาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 เอสเค จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ยิงกราดไปทางสมาชิก สกต.ทำให้สมาชิก สกต.ต้องหมอบราบลงกับพื้นดิน และบางส่วนต้องถอยลงไปหมอบอยู่ในคูน้ำใกล้ๆ ทำให้รอดพ้นวิถีกระสุน หลังระดมยิงราว 3 ชุด ประมาณ 5 นาที รถคันเดิมก็ได้ขับเข้ามารับกลุ่มชายฉกรรจ์ออกไปจากที่เกิดเหตุ ส่วนสมาชิกกลุ่มเกษตรกรโชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นการใช้ความรุนแรงเป็นครั้งแรก หลังจากมีกระแสข่าว และมีคนงานของบริษัทเจ้าของสวนปาล์มในพื้นที่ซึ่งมีความขัดแย้งเรื่องที่ดินกับ สกต.เข้ามาข่มขู่คุกคามด้วยคำพูด มาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นายสมศักดิ์ เพชรจุ้ย สมาชิก สกต.กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รายงานไปทาง สภ.ชัยบุรีแล้วแต่ไม่ได้แจ้งความ เพราะความรุนแรงที่กลุ่มอิทธิพลกระทำต่อชาวบ้านสมาชิก สกต. ที่ผ่านมาไม่ว่ากรณีที่เกิดเหตุเผาบ้านสมาชิกที่ชุมชนคลองไทร หรือที่ชุมชนไทรงามเองคดีมักไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นจึงไม่อยากแจ้งความ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ส่วนนายวรวุธ วุฒิ สมาชิก สกต.แสดงความเห็นว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ของกลุ่มอิทธิพลทำให้มองเห็นการทำงานและการหาผลประโยชน์ ที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจนระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนของ อ.เขาพนม แต่จุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ชัยบุรี อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ ก็เหมือนดูถูกการทำงานของเจ้าหน้าที่ สภ.ชัยบุรีด้วยเช่นกัน ทางรัฐบาลเองก็ต้องเข้ามาดูแลกำกับการทำงาน และจัดการกับเจ้าหน้าที่เลวๆบางส่วนที่ไปร่วมมือหาผลประโยชน์จากกลุ่มอิทธิพล มาทำร้ายชาวบ้าน&amp;rdquo; นายวรวุธกล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ทั้งนี้ พื้นที่สวนปาล์มดังกล่าวกรมป่าไม้ได้เคยอนุญาตให้บริษัทเอกชนเช่าทำสวนปาล์ม และต่อมาเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าแล้ว ได้มีเกษตรกรเข้าชุมนุมในพื้นที่เรียกร้องไม่ให้ต่อสัญญาเช่าให้กับนายทุน จนเกิดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับนายทุน ล่าสุดพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ ส.ป.ก.และอยู่ระหว่างการฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทเอกชน&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/_ck0yGOmYEg" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39204#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-0">นักข่าวพลเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1">สิ่งแวดล้อม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E2%80%8B">กลุ่มอิทธิพล ​</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AF">สวนปาล์มสุราษฎร์ฯ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89-%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%95">สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E2%80%8B%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E2%80%8B%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E2%80%8B%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%81">สำนักงาน​การปฏิรูปที่ดิน​เพื่อ​เกษตรกรรม (ส.ป.ก.)</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 19:51:31 +0000</pubDate>
 <dc:creator>kim</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39204 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39204</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/jgUJnp7qGlk/39203</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-filefield field-field-picture-small"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;a href="/quote/2012/02/39203" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"&gt;&lt;img src="http://prachatai.com/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/20120120.gif" alt="" title=""  class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon" width="100" height="100" /&gt;&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;จุดที่เราต้องการเรียกร้องคือ สิทธิในการประกันตัว ไม่ได้หมายความเราต้องการถึงขั้นที่จะไปเปลี่ยนแปลง ยกเลิกหรือละเมิดอำนาจศาล คือถ้าศาลจะเปลี่ยนคำวินิจฉัย ก็เป็นเพราะดุลยพินิจของศาลเอง เพียงแต่ผมแสดงเพื่อประท้วงให้เห็นว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการที่ศาลไม่ให้สิทธิในการประกันตัวของพ่อผม ซึ่งยื่นไปทั้งหมด 7 ครั้งแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-quote-detail"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    9 ก.พ. 55, ให้สัมภาษณ์ประชาไทก่อนเริ่มอดอาหาร 112 ชั่วโมงในวันที่ 11 ก.พ.        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jgUJnp7qGlk" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82">ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 17:20:40 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39203 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/quote/2012/02/39203</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>เครือข่ายผู้ป่วย-คนงาน ค้านประชาพิจารณ์ร่าง กม.สถาบันความปลอดภัย</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/Vbn-8qZgIh0/39202</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm8.staticflickr.com/7005/6851735817_247e81d569_o.jpg" /&gt; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
(10 ก.พ.55) ที่กระทรวงแรงงาน นางสมบุญ สีคำดอกแค ประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเครือข่ายผู้ป่วยฯ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทบทวนร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.... ซึ่งกระทรวงแรงงานจะจัดสัมมนาประชาพิจารณ์ในวันที่ 14 ก.พ.นี้ ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กทม.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเครือข่ายผู้ป่วยฯ ร่วมกับคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยมีข้อเสนอให้องค์กรกลางเช่นสำนักงานปฎิรูปกฎหมาย เป็นผู้ดำเนินการจัดเวทีประชาพิจารณ์ รับฟังความเห็นรอบด้านทั้งฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง แรงงานในและนอกระบบ ซึ่งการจัดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังเพียงครั้งเดียวจะถือเป็นประชามติไม่ได้ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีการบรรจุเรื่องการรับเรื่องราวร้องทุกข์ในอำนาจหน้าที่ของสถาบันฯ และที่มาของคณะกรรมการบริการให้มาจากการสรรหาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0);"&gt;//////////////&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0);"&gt;รายละเอียดของหนังสือดังกล่าวมีดังนี้ &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
10 กุมภาพันธ์ 2555&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่อง	ขอเสนอความเห็นต่อ การจัดเวทีไตรภาคีรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พรฎ.จัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ......&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรียน	ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (นายเผดิมชัย  สะสมทรัพย์)&lt;br /&gt;
สำเนาถึง	1. อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน แห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยร่วมกับคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยได้จัดเวทีเสวนารับฟังความเห็นต่อ พรฏ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ... เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 ที่พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย มติรับฟังความเห็นในวันนั้นไม่เห็นด้วยกับเวทีประชาพิจารณ์ พรฎ.สถาบันฯของกระทรวงแรงงาน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 ที่จะจัดขึ้น ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ในหลายข้อ ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ได้มอบหมายให้สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ทำหนังสือคัดค้านชี้แจงข้อเสนอดังนี้ คือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อเสนอที่  1&lt;/strong&gt; เวทีประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น ในส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงานได้เสนอให้องค์กรกลางเช่นสำนักงานปฎิรูปกฎหมาย เป็นผู้ดำเนินการจัดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อเสนอที่ 2 &lt;/strong&gt;การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นควรจะต้องทำให้รอบด้านของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง แรงงานในและนอกระบบ ที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศรวมกันกว่า 34 ล้านคน (ในระบบประมาณ  10 ล้านนอกระบบประมาณ 24ล้าน) การจัดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังเพียงครั้งเดียวจะถือเป็นประชามติไม่ได้ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อเสนอที่ 3 &lt;/strong&gt;เวทีประชาพิจารณ์ครั้งนี้บนเวที  ไม่มีตัวแทนฝ่ายผู้ใช้แรงงานที่รู้เรื่อง ที่ไปที่มาเนื้อหาสาระสำคัญของร่าง พรฎ.จัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ และเป็นความต้องการของเครือข่ายผู้ใช้แรงงานองค์กรภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวผลักดัน การจัดตั้งสถาบันฯ มายาวนานถึง 19 ปี หลังจากเหตุการณ์เคเดอร์ไฟไหม้ตึกถล่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อเสนอที่ 4 &lt;/strong&gt;ข้อเสนอของผู้ใช้แรงงานในอนุยกร่างฯ และ เวทีเสวนาฯ รับฟังความเห็นหลายครั้ง ต้องการให้บรรจุ เนื้อหาสาระที่เป็นหัวใจสำคัญ  ในอำนาจหน้าที่สถาบันฯ ต้องบรรจุการรับเรื่องราวร้องทุกข์ไว้ เพื่อให้สถาบันฯมีข้อมูลทั้งทางตรงทางอ้อมเพื่อการแก้ไขปัญหาส่งเสริมป้องกันเรื่องสุขภาพความปลอดภัย &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อเสนอที่ 5 &lt;/strong&gt;โครงสร้าง/สัดส่วน/ที่มาของคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ (จำนวน 11 คนตามระเบียบองค์กรมหาชน) โดยคณะกรรมการสรรหาที่เป็นกลางสำหรับตำแหน่ง ประธานกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ  ส่วนตัวแทนจาก นายจ้าง และลูกจ้าง จำนวน 4 คน อาจใช้วิธีสรรหาเช่นเดียวกัน หรืออาจใช้การเลือกตั้งทางตรงจากผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ โดยหลักการหนึ่งคนหนึ่งเสียง การเลือกตั้งในสถานประกอบการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มาจากการสรรหา ประธาน 1 คนต้องไม่ใช่ข้าราชการมีเงินเดือน    &lt;br /&gt;
สรรหากรรมการผู้เชี่ยวชาญ 3  คน      &lt;br /&gt;
กรรมการที่มาโดยตำแหน่ง 2 คน จากกระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุข         &lt;br /&gt;
ผู้อำนวยการสถาบันฯ 1&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อเสนอที่ 6 &lt;/strong&gt;ไม่เห็นด้วยที่จะต้องให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการบริหารรักษาการ 180 วันตามพระราชกฤษฎีกา (ตามร่างที่ผ่าน คปอ. 18 สิงหาคม 2554 และร่างที่กระทรวงแรงงานใช้จัดประชาพิจารณ์)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะว่าการออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือการกำหนดภารกิจอื่นๆ ควรที่จะต้องให้คณะกรรมการสถาบันที่จะได้รับการคัดเลือกสรรหาเข้ามาเป็นผู้กำหนดบทบาทยุทธ์ศาสตร์ หรือการวางรากฐานในการทำงานของสถาบัน หรือการกำหนดภารกิจอื่นๆ กำหนดบทบาทยุทธศาสตร์ ในการทำงานของสถาบัน ควรเป็นบทบาทของคณะกรรมการบริหารสถาบัน มิใช่ เป็นบทบาทของคณะกรรมการความปลอดภัยฯ แห่งชาติ ที่เป็นคณะกรรมการบริหาร รักษาการ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการนี้จึงเรียนเพื่อขอให้ ฯพณฯ เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงและเป็นภาคการเมือง ได้เล็งเห็นความสำคัญในข้อเสนอของเครือข่ายแรงงาน เพื่อให้สามารถจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯที่มีความหมายมีประโยชน์ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และที่สำคัญยังเป็นความต้องการของเครือข่ายแรงงาน ภาคประชาชนส่วนใหญ่ที่เคลื่อนไหวผลักดันการจัดตั้งสถาบันนี้มานานถึง 19 ปี หวังว่า ฯพณฯท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน และผู้เกี่ยวของจะได้พิจารณาทบทวน  ขอขอบคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอแสดงความนับถือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สมบุญ สีคำดอกแค&lt;br /&gt;
ประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย สมัชชาคนจน&lt;br /&gt;
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0);"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Vbn-8qZgIh0" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39202#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/labour">แรงงาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99">ร่าง พ.ร.บ.สถาบันความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D-%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%84">สมบุญ สีคำดอกแค</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 15:07:19 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user13</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39202 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39202</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>"เครือข่ายศิลปิน" เปิดโครงการ “เล่าเรื่องโกง” ผ่านเรื่องสั้น – หนังสั้น ให้คนไทยเท่าทันคอรัปชั่น</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/yOBtHkwjvkM/39200</link>
 <description>&lt;div&gt;เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปชี้ดึง 11 นักเขียน 11 ผู้กำกับ เล่าเรื่องโกงผ่านเรื่องสั้น-หนังสั้น ทั้งเปิดโอกาสให้นักเขียน-ผู้กำกับหน้าใหม่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานปลุกกระแสสังคมรู้ทันภัยร้าย &amp;ldquo;โกง&amp;rdquo; นำไปสู่การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ หลังพบสถิติสังคมยอมรับการคอรัปชั่นสูงถึง 64.5 %&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="600" height="398" align="absMiddle" alt="" src="/sites/default/files/u15/01_32.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="600" height="398" align="absMiddle" alt="" src="/sites/default/files/u15/02_24.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;10 ก.พ. 55 - เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป สำนักงานปฏิรูป สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กองทุนศรีบูรพา สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และเครือข่ายสังคมคุณธรรม ศูนย์คุณธรรม เปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;เล่าเรื่องโกง&amp;rdquo; เท่าทันการโกง (Corruption Literacy) ผ่านศิลปิน &amp;ldquo;เรื่องสั้น&amp;rdquo; &amp;ldquo;หนังสั้น&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ละครเร่&amp;rdquo; เผยมี 11 นักเขียน 11 ผู้กำกับแถวหน้าของประเทศมา &amp;ldquo;เล่าเรื่องโกง&amp;rdquo; เป็น 11 เรื่องสั้น 10 หนังสั้น ต่อต้านการโกงหรือคอรัปชั่นที่เกิดขึ้น สร้างค่านิยมต่อสังคมไทยให้เท่าทันโกง&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;โดยนายดนัย หวังบุญชัย กรรมการและหน่วยเลขานุการ เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป กล่าวว่า เมื่อปีที่ผ่านมาองค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผยดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นประจำปี ค.ศ. 2011 พบว่าประเทศไทยโกงเยอะขึ้นติดอันดับที่ 80 จาก 182 &amp;nbsp;ประเทศ และในขณะเดียวกันจากการสำรวจของศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบคโพลล์) เกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่น พบว่า คนไทยมองว่า รัฐบาลทุกรัฐบาลมีทุจริตคอรัปชั่นทั้งนั้น ถ้าทุจริตคอรัปชั่นแล้วทำให้ประเทศชาติรุ่งเรืองประชาชนกินดีอยู่ดี ตนเองได้รับประโยชน์ด้วย ก็ยอมรับได้สูงถึง 64.5 % ซึ่งจากผลการสำรวจดังกล่าวเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยมีความไม่เป็นธรรมและความเลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประธานคณะกรรมการครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp; เพื่อเป็นการลดการทุจริตคอรัปชั่น ที่เป็นเสมือนการทำลายประเทศ ทำให้การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ขาดโอกาส ขาดศักยภาพ ทางคณะกรรมการเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปจึงได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทำโครงการ &amp;ldquo;เล่าเรื่องโกง&amp;rdquo; เท่าทันการโกง ผ่านศิลปิน &amp;ldquo;เรื่องสั้น&amp;rdquo; &amp;ldquo;หนังสั้น&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ละครเร่&amp;rdquo; ขึ้น โดยมีนักเขียนมาร่วมเล่าเรื่องราวการโกงถึง 11 คน อาทิ อัศศิริ ธรรมโชติ, คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์, ชาติ กอบจิตติ, ประภัสสร &amp;nbsp;เสวิกุล, ไพฑูรย์ ธัญญา, วินทร์ เลียววาริณ, บินหลา สันกาลาคีรี, เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์, ปราบดา หยุ่น, วัชระ &amp;nbsp;สัจจะสารสิน และอุทิศ เหมะมูล &amp;nbsp;ซึ่งนอกจากนักเขียนแล้ว ยังมีผู้กำกับชื่อดังอีก 11 คน อาทิ เป็นเอก รัตนเรือง, นนทรีย์ นิมิบุตร,บัณฑิต ทองดี, ก้องเกียรติ โขมศิริ, อุรุพงษ์ รักษาสัตย์, ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์, โสภณ ศักดาพิศิษฐ์, พิมพกา โตวิระ, &amp;nbsp;ทราย เจริญปุระ- ชาคร ไชยปรีชา และอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง มารวมตัวกันและสร้างสรรค์หนังสั้น 10 เรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการ &amp;ldquo;โกง&amp;rdquo; ในรูปแบบต่างๆ ที่มีในสังคม เพื่อสะท้อนให้สังคมได้หันกลับไปมองหรือดูแล้วรับรู้ได้ว่ามันเป็นเรื่องที่มีอยู่จริง&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;นอกจากเขียน 11 คน ผู้กำกับ 11คน แล้วโครงการ &amp;ldquo;เล่าเรื่องโกง&amp;rdquo; ยังเปิดโอกาสให้ทั้งนักเขียนผู้มีไฟ และผู้กำกับหน้าใหม่มาสร้างสรรค์ผลงานผ่าน เรื่องสั้น และหนังสั้นอีกประเภทละ 10 เรื่อง เพื่อต่อต้านการโกงหรือการคอรัปชั่น ซึ่งผู้ที่สนใจต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;เล่าเรื่องโกง&amp;rdquo; เท่าทันการโกง (Corruption Literacy) ผ่านศิลปิน &amp;ldquo;เรื่องสั้น&amp;rdquo; &amp;ldquo;หนังสั้น&amp;rdquo; สามารถติดตามรายละเอียดการสมัครได้ที่ www.artculture4health.com โดยจะเปิดรับตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 และจะประกาศผลวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นี้ จากนั้นผลงานการเขียนทั้ง 21 เรื่องจะถูกมารวมเป็นเล่มร่วมกัน และหนังสั้นทั้ง 20 เรื่องของ จะนำไปจัดแสดง พร้อมการแสดงละครเร่ จากกลุ่มเด็กรักป่า จ.สุรินทร์ ในการประชุมสมัชชาปฏิรูประดับชาติ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 30-31 มีนาคมและ 1 เมษายน 2555 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนาต่อไป&amp;rdquo; ประธานคณะกรรมการครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป &amp;nbsp;กล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/yOBtHkwjvkM" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39200#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">วัฒนธรรม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B">เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 13:05:17 +0000</pubDate>
 <dc:creator>wittayakorn</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39200 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39200</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>บทวิเคราะห์สถานะบุคคลตามกฎหมาย กรณี ปกาเกอะญอโคอิ</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/02ogCxtV1jw/39198</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล นักศึกษาปริญญาเอก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[1] [2]&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฉบับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.ข้อเท็จจริงส่วนบุคคล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[3]&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&lt;img alt="" height="600" width="450" src="http://www.statelesswatch.org/sites/default/files/u6/2554-09-03-puuokhi.jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เฒ่าโคอิ นายโคอิ หรือคออิ๊  ให้ข้อเท็จจริงว่าตนเองเกิดบริเวณต้นน้ำภาชี พ่อชื่อนายมิมิ แม่ชื่อพินอดี  เป็นลูกคนที่คนที่ห้าจากพี่น้องทั้งหมดหกคนคือ ดึ๊ลือ, นอมือรึ, น่อเจนัว, เคอะ, ปู่โคอิ, และนอโพะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเริ่มเป็นหนุ่ม พ่อแม่ก็พาครอบครัวเดินเท้ามาตั้งรกรากที่บ้านบางกลอยบน ใกล้บริเวณที่เรียกว่าใจแผ่นดิน  (ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 วัน) ในวันที่ครอบครัวของผู้เฒ่าโคอิ  มาถึงบ้านบางกลอยบน พบว่ามีคนตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว 4  ครอบครัว คือ ครอบครัวพื้อโบ, ครอบครัวพื้อท้อเคาะ (มีลูกคือพ้ะลุ้ย และเพาะกลอมึ ซึงเป็นลูกของเพาะกลอมึ) ครอบครัว&amp;nbsp; พื้อชาลัวะ (มีลูกคือ นายจอโจ่) และครอบครัวสุดท้าย-พื้อคุ (ต่อมามีลูกสาวชื่อปีจิ๊ ซึ่งเป็นมารดานายสมจิต กว่าบุ และต่อมานายสมจิตร เป็นสามีนางบุเรมิ)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เฒ่าอาศัยอยู่ได้ประมาณ 10 ปี จึงอยู่กินกับนางหน่อทิกิพู้ และมีลูกคนแรกเมื่อผู้เฒ่าอายุประมาณ 27 ปีคือ นายจอเงเง และต่อมาคือ กะเทรอและบุเรมิ หลังจากนางหน่อทิกิพู้เสียชีวิต ไม่นาน-ผู้เฒ่าก็อยู่กินกับนางนอตะกี มีลูกด้วยกันสองคนคือ หน่อเอะ หรือนอแอ๊ะ และหน่อสะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เฒ่าให้ถ้อยคำว่า  ปู่ย่าตายายได้สั่งสอนให้ลูกหลานทำกินด้วยการปลูกข้าวซึ่งมีลักษณะหมุนเวียน  ที่บ้านของปู่ปลูกต้นหมากไว้ 2-3 แปลง แปลงละร่วมร้อยต้น  นอกจากนี้ในอดีตผู้เฒ่ายังเคยพบกับนายระเอิน บุญเลิศ ซึ่งนับถือกันในฐานะ  &amp;ldquo;ซุ&amp;rdquo; (หมายถึง เพื่อนนำมิตร ที่คอยช่วยเหลือในการนำของป่าที่คนในเมืองถามหา  ไปขาย มาช่วงหลังๆ ที่ลูก-หลานเริ่มปลูกพริก ลงมาขายที่อำเภอท่ายาง  เพื่อเอาเงินไปซื้อเกลือ ยาบางอย่าง ซื้อลูกไก่ไปเลี้ยงที่บ้านฯลฯ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เฒ่าโคอิ  ไม่ทราบว่าตนเองเกิดเมื่อใด แต่หากคิดจากวิธีคำนวณของผู้เฒ่าแล้ว  ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2554 ผู้เฒ่าโคอิน่าจะอายุประมาณ 103 ปีแล้ว  โดยวิธีการนับอายุของผู้เฒ่าก็คือ  การนับอายุจากจำนวนเมล็ดข้าวโพดที่เก็บไว้ในแต่ละปี  ผ่านไปแต่ละปีจะเก็บเมล็ดข้าวโพดเพิ่มอีกหนึ่งเมล็ด  โดยเริ่มจากที่พ่อแม่เก็บไว้ให้ก่อน  ผู้เฒ่าประมาณเอาจากปีที่ลูกชายคนโตของแกเกิด ปีนั้นนับเมล็ดข้าวโพดได้ 27  เมล็ด และเมื่อเอาเม็ดข้าวโพดมาเรียงเก็บไว้ทุกปี  เม็ดข้าวโพดจะเพิ่มขึ้นตามขวบปีของลูกชายที่โตขึ้น เมื่อบวกกันก็นับได้เป็น  103 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2. พยานหลักฐานแสดงตน: เหรียญชาวเขาของครอบครัว, ท.ร.ชข. และบัตรผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกระทง โชควิบูลย์ (นามสกุลเดิม-จีโบ้ง) ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย หมู่2 นายลอย จีโบ้ง ผู้ใหญ่บ้านโป่งลึก หมู่ 1 &amp;nbsp;และนายนิรันดร์ พงษ์เทพ ประธานองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน &lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[4] &lt;/span&gt;ให้ข้อมูลตรงกันว่า &lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[5]&lt;/span&gt; ในช่วงประมาณเขื่อนแก่งกระจานสร้างเสร็จในราวปีพ.ศ.2509 อำเภอท่ายางได้ให้ผู้ใหญ่บ้านแจ้งข่าวว่า &amp;ldquo;ให้ &amp;lsquo;ชาวเขา&amp;rsquo; ไปรับเหรียญชาวเขา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น  ผู้เฒ่าโคอิให้ข้อเท็จจริงว่า ตนไม่ทราบเรื่อง  แต่รู้เพราะลูกชายคนโตที่เกิดจากภรรยาคนแรก คือนายจอเงเง และนายสมจิต  กว่าบุ ในขณะนั้นทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  ตอนนั้นทั้งสองคนเดินลงไปอำเภอท่ายางพอดี  เมื่อทราบนายจอเงเงอและนายสมจิตจึงไปรับเหรียญชาวเขา&lt;span style="font-size: larger;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&lt;img alt="" height="150" width="180" src="http://www.statelesswatch.org/sites/default/files/u6/ehriiyychaawekhaahnaa.jpg" /&gt; &lt;img alt="" height="151" width="202" src="http://www.statelesswatch.org/sites/default/files/u6/ehriiyychaawekhaahlang.jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี  ในความรู้สึกของลูก-หลานแล้ว  มันเป็นเหรียญที่ทางราชการแจกให้กับชาวเขาหรือชาวปกาเกอะญอ อย่างพวกเขา  สำหรับครอบครัวของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาในปี พ.ศ.2531 ผู้เฒ่าโคอิได้รับการสำรวจและบันทึกตัวบุคคลลงในทะเบียนสำรวจบัญชีบุคคลในบ้าน หรือท.ร.ชข. ที่จัดทำโดยกรมประชาสงเคราะห์ ภายใต้โครงการสำรวจข้อมูลประชากรชาวเขา หรือโครงการสิงห์ภูเขา (เป็นการสำรวจชาวเขาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2527) โดยถูกระบุอยู่ในท.ร.ชข. แฟ้มบางกลอย 4 ครอบครัวที่ 3&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt; [6]&lt;/span&gt; เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2531 ว่า ชื่อนายโคอิ เป็นหัวหน้าครอบครัว เกิดเมื่อปีพ.ศ.2454 ที่จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย พ่อชื่อ มิมิ แม่ชื่อพินอดี ทุกคนเป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และนับถือผี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&lt;img alt="" style="width: 345px; height: 259px;" src="http://www.statelesswatch.org/sites/default/files/u6/thamth.r.chkh_..jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;ภาพการจัดทำท.ร.ชข. ในปี 2531&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดือนพฤจิกายน 2554  ทางอำเภอแก่งกระจานได้ดำเนินการสำรวจ (แบบ 89)  และจัดทำทะเบียนประวัติผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร (ท.ร.38 ก) ให้แก่ชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน โดยรวมถึงผู้เฒ่าโคอิด้วย  โดยทุกคนจะได้รับการกำหนดเลขประจำตัว 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 0  แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการเรียกผู้เฒ่าโคอิ และบุคลอื่นๆ  ไปถ่ายบัตรผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร (ขึ้นต้นด้วยเลข 0)  &amp;nbsp;เท่าที่เห็นเอกสารที่บางคนถืออยู่  มันคือเอกสารที่ยืนยันว่าเป็นผู้ได้รับการสำรวจฯ แล้ว  และอยู่ในระหว่างรอการเรียกไปถ่ายบัตรประจำตัว (แบบ 89/4)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีข้อสังเกตว่าผู้เฒ่าโคอิ (รวมถึงชาวกะเหรี่ยง หรือปกาเกอะญอแก่งกระจานจำนวนไม่น้อย) เป็นผู้ตกหล่นการสำรวจบัตรบุคคลบนพื้นที่สูง หรือบัตรสีฟ้า ภาย ใต้โครงการสำรวจเพื่อจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลบนพื้นที่สูงและบัตรประจำตัว บุคคลบนพื้นที่สูง (ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2533) ในช่วงปีพ.ศ.2533-2534 ที่กรมการปกครองดำเนินการเพื่อสำรวจบุคคลที่อยู่บนพื้นที่สูงทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะชาวเขาเท่านั้น แต่รวมถึงชนกลุ่มน้อยกลุ่มอื่นๆ ที่อยู่บนพื้นที่สูง 20 จังหวัด &lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[7] &lt;/span&gt;เนื่องจากเวลานั้นทางอำเภอดำเนินการสำรวจที่อำเภอแก่งกะจาน และการสื่อสารไปยังชาวกะเหรี่ยง หรือปกาเกอะญอที่อยู่ในพื้นที่ป่าแก่งกระจานเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง ปู่โคอิ ไม่ทราบถึงการสำรวจดังกล่าว เพราะไม่มีใครมาแจ้งข่าวเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้เฒ่าโคอิและชาวกะเหรี่ยงหรือปกาเกอะญอจำนวนไม่น้อย ก็เป็นผู้ตกหล่นการสำรวจบัตรเขียวขอบแดง (บัตรชุมชนบนพื้นที่สูง) ภายใต้โครงการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวชุมชนบนพื้นที่สูง (บัตรสีเขียวขอบแดง) ซึ่งดำเนินการในช่วงปีพ.ศ.2542 &lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[8]&lt;/span&gt; อีกครั้ง แม้คราวนี้อำเภอแก่งกระจานจะออกมาดำเนินการนอกสถานที่ แต่ก็ไปยังไม่ถึงพื้นที่บ้านบางกลอยบน โดยดำเนินการสำรวจและจัดทำแบบพิมพ์ประวัติฯ ที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เฒ่าโคอิและครอบครัว ไม่ทราบถึงการสำรวจบัตรเขียวขอบแดง เนื่องจากผู้เฒ่าให้ข้อเท็จจริงว่าไม่มีใครมาบอก มาเรียก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รวมถึงเพื่อนบ้านอีกหลายคนที่ไม่ได้ เดินทางลงมา เพราะไม่ทราบ หรือพยายามเดินทางลงมา ก็มาไม่ทัน นอกจากนี้พบว่าปกาเกอะญอหลายครอบครัวก็ตัดสินใจไม่เข้ารับการสำรวจด้วยได้ รับข้อมูลว่าบัตรเขียวขอบแดงเป็นบัตรสำรวจคนต่างด้าว เพราะพวกเขาเป็นปกาเกอะญอที่เกิดและเติบโตในผืนป่าแก่งกระจาน ไม่ใช่คนต่างด้าว&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt; [9]&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3. บทวิเคราะห์สถานะบุคคลตามกฎหมายของผู้เฒ่าโคอิ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อเท็จจริงข้างต้น สามารถวิเคราะห์และสรุปสถานะบุคคลของผู้เฒ่าโคอิ ทั้งสถานะบุคคลตามกฎหมายมหาชน สถานะบุคคลตามกฎหมายเอกชน &lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[10] &lt;/span&gt;ฉบับต่างๆ ได้ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.1 สถานะบุคคลตามกฎหมายมหาชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.1.1 สถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติ&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[11] &lt;/span&gt;: ผู้เฒ่าโคอิ มีสถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติเป็นผู้มีสัญชาติไทย ด้วยเพราะผู้เฒ่าโคอิมีข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบของการเป็นผู้ทรงสิทธิใน สัญชาติไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลักกฎหมายสัญชาติมีหลักอยู่ว่าการได้ มาหรือเสียสัญชาติไทย ย่อมเป็นไปตามกฎหมายสัญชาติฉบับที่บังคับใช้อยู่ในขณะที่บุคคลเกิด แม้ในขณะที่ผู้เฒ่าโคอิเกิด คือปีพ.ศ.2454 นั้น ราชอาณาจักรสยาม&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[12] &lt;/span&gt;ยังไม่มีกฎหมายสัญชาติที่กำหนดเกณฑ์การได้มา-เสียสัญชาติไทย สถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติของผู้เฒ่าโคอิจึงไม่มีอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผู้เฒ่าโคอิ ณ ช่วงเวลา ปี 2454-2456 ผู้เฒ่าจึงเป็นกะเหรี่ยงหรือปกาเกอะญอ หรือชนชาวประเทศมีเพศภาษาต่างๆ &amp;nbsp;ที่เกิดและเติบโตขึ้นในพระราชอาณาจักรฝ่ายสยาม&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[13]&lt;/span&gt; หรือ &amp;ldquo; (..คนทั้งปวงที่อยู่ในพระราชอาณาจักรเวลานั้น) ย่อมเปนข้าอยู่ในใต้กฎหมาย แลบังคับบัญชาทั้งสิ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[14]&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และนับวันที่ พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2456 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2456 ประกาศบังคับใช้ การมีสัญชาติไทยของผู้เฒ่าโคอิก็เริ่มต้นขึ้น หรือผู้เฒ่ามีสัญชาติไทยโดยการเกิด โดยหลักดินแดน มาตรา 7 (3) &lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[15]&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เช่นเดียวกับในทางปฏิบัติ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ราชอาณาจักสยาม/ประเทศไทยยอมรับว่าปกาเกอะญอหรือกะเหรี่ยงเป็นชาวเขาหรือ ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว[16] หรือเป็นชาวเขาที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานราชการ เช่น กรมประชาสงเคราะห์ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[17]&lt;/span&gt; รวมถึงถูกนิยามว่าเป็นชาวไทยภูเขา&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[18][19] &lt;/span&gt;ที่ปรากฏตัวใน 20 จังหวัด&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[20]&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้กำหนดให้มีกระบวนการเข้าสู่การรับรองว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย ผ่านระเบียบของกรมการปกครอง 3 ฉบับคือ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพิจารณาลงสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านให้แก่ชาว เขา พ.ศ.2517, ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน ให้แก่ชาวไทยภูเขา พ.ศ.2535 และระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียน ราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543 โดยปกาเกอะญอ หรือชาวเขา/ชาวไทยภูเขาสามารถยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ผู้เฒ่าโคอิไม่เคยยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน กล่าวอีกอย่างได้ว่า ปู่โคอิมีสิทธิในสัญชาติไทย แต่ไม่เคยใช้สิทธิในสัญชาติไทยเลย เริ่มตั้งแต่ไม่เคยยื่นคำร้องเพื่อให้สิทธิในสัญชาติไทยของตนได้รับการ รับรอง โดยให้ทางอำเภอแก่งกระจานบันทึกชื่อและรายการของผู้เฒ่าในทะเบียนบ้านคนไทย (ท.ร.14) และได้รับการกำหนดเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 5&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุที่เป็นเช่นนั้น-ส่วนหนึ่งเกิดจาก ความไม่รู้ และอีกส่วนหนึ่งเห็นว่า แม้จะไม่ได้รับการรับรองว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย ก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการอยู่อย่างปกาเกอะญอตลอดเวลาที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับจากเกิดเหตุการณ์ที่ถูก(บังคับ)โยก ย้ายออกจากบ้านบางกลอยบน และบ้าน รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ภายในบ้านถูกเผาทำลาย โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้เฒ่าโคอิเริ่มมีความตั้งใจที่จะดำเนินการให้รัฐไทยรับรองความเป็นผู้มี สัญชาติไทยของผู้เฒ่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.1.2 สถานะบุคคลตามกฎหมายทะเบียนราษฎร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(1) ผู้เฒ่าโคอิเป็นคนตกหล่นทางทะเบียนราษฎร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ประเทศไทยได้ดำเนินการสำรวจจำนวน ประชากรและครัวเรือนมาตั้งแต่รัตนโกสินทร์ศก 128 แต่การสำรวจภายใต้หลักการที่ว่าเป็นการสำรวจและจัดทำทะเบียนราษฎรทั่วราชา อาณาจักรนั้นเพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปีพ.ศ. 2499-2500 (ตามพ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2499[21]) ในทางปฏิบัติแล้ว เป็นเรื่องที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยก็ยอมรับมาตลอดว่า ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างครอบคลุมพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรไทยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ห่างไกลอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(2) ผู้เฒ่าโคอิเป็นชาวเขา ซึ่งได้รับการบันทึกในท.ร.ชข.&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เฒ่าโคอิ  ได้รับการบันทึกตัวบุคคลโดยเจ้าหน้าที่รัฐไทยเป็นครั้งแรกคือภายใต้การสำรวจ ทะเบียนสำรวจบัญชีบุคคลในบ้านหรือท.ร.ชข.  ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดกาญจนบุรี  ในปีพ.ศ.2531 (ตามโครงการสำรวจข้อมูลประชากรชาวเขาหรือโครงการสิงห์ภูเขา  ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2527)  โดยนายโคอิเป็นครอบครัวลำดับที่สามจากยี่สิบครอบครัวของบ้านบางกลอย 4  ในเวลานั้น มีอย่างน้อยอีก 7 ชุมชนที่ได้รับการสำรวจพร้อมกับบ้านบางกลอย 4  คือบ้านบางกลอย 1&amp;nbsp; บางกลอย 2 บางกลอย 3 บางกลอย 4 บางกลอย 5 บางกลอย 6  บ้านโป่งลึก 1 และบ้านโป่งลึก 2 รวมแล้ว 71 ครอบครัว 367 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้ง 71 ครอบครัว 367 คน ล้วนถูกบันทึกว่าเป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง นับถือผีและเกิดที่จังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(3) ผู้เฒ่าโคอิเป็นคนตกหล่น &amp;ldquo;บัตรสีฟ้า&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;บัตรเขียวขอบแดง&amp;rdquo;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เฒ่าโคอิเป็นผู้ตกหล่นการสำรวจ เพื่อจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลบนพื้นที่สูงและบัตรประจำตัวบุคคลบนพื้นที่ สูงหรือบัตรสีฟ้า (ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2533)&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[22]&lt;/span&gt; ในปีพ.ศ.2533-2534 &amp;nbsp;รวมถึงตกหล่นบัตรชุมชนบนพื้นที่สูงหรือบัตรสีเขียวของแดง (ภายใต้โครงการสำรรวจและเพื่อทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวชุมชนบน พื้นที่สูง ซึ่งมีการดำเนินการในช่วงปีพ.ศ.2542&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[23]&lt;/span&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(4) ผู้เฒ่าโคอิเป็น &amp;ldquo;บุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร&amp;rdquo;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราวปลายเดือนตุลาคม 2554  อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี  ได้สำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน ให้แก่ผู้เฒ่าโคอิ  รวมถึงกะเหรี่ยงแก่งกระจานคนอื่นๆ โดยแต่ละคนจะได้รับ  &amp;ldquo;ใบรับคำขอมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ แบบ 89/4&amp;rdquo;  ถือไว้เป็นหลักฐาน โดยในเอกสารดังกล่าว ระบุว่าผู้เฒ่า ชื่อนายโคอิ มีมิ ได้รับการกำหนดเลขประจำตัว 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 0 เลขหลักที่ 6-7 คือ 89 บิดาชื่อมิมิ มารดาชื่อพินอดี ที่อยู่ตามทะเบียนประวัติเลขที่ 98 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือดังกล่าวฯ ออกวันที่ 31 ตุลาคม 2554 และระบุว่าให้ไปรับบัตรภายในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 อย่างไรก็ดี ผู้เฒ่ายังไม่ได้รับบัตร เนื่องจากทางอำเภอยังไม่มีคำสั่งผ่านผู้ใหญ่บ้านว่าให้ไปรับบัตรได้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับจากนี้ไปผู้เฒ่าโคอิ (รวมถึงกะเหรี่ยงแก่งกระจานคนอื่นๆ) จึงมีสถานะเป็นบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร หรือ เป็น &amp;ldquo;บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรแต่ไม่มีรายการในทะเบียน (ท.ร.13 และ ท.ร.14) เนื่องจากไม่ปรากฎหลักฐานยืนยันถิ่นกำเนิดหรือประวัติของบุคคล หรือมีหลักฐานไม่เพียงพอที่นายทะเบียนจะพิจารณาเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ที่ไม่อยู่ในความควบคุมของทางราชการ หรือรัฐไม่มีนโยบายผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ&amp;rdquo; &lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[24]&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(5)&amp;nbsp; อยู่ระหว่างเตรียมยื่นคำร้องเพื่อให้อำเภอแก่งกระจาน&lt;/strong&gt;&lt;u&gt;&lt;strong&gt; ออกเอกสารรับรองว่าผู้เฒ่ามีสัญชาติไทย (เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย)&lt;/strong&gt;&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดเวลาที่ผ่านมา  ผู้เฒ่าโคอิยังไม่เคยดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อลงรายการในทะเบียนบ้าน  เพื่อให้อำเภอแก่งกระจานรับรองความเป็นผู้มีสัญชาติไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่เวลานี้ ผู้เฒ่าโคอิ  (รวมถึงกะเหรี่ยงแก่งกระจานคนอื่นๆ)  กำลังเตรียมยื่นคำร้องเพื่อให้อำเภอแก่งกระจานดำเนินการรับรองว่าตนมี สัญชาติไทย โดยยึดถือเอาแบบ 89/4  เป็นเอกสารแสดงตนในระหว่างทางของกระบวนการฯ ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีข้อสังเกตว่า  เหตุใดทางอำเภอแก่งกระจานจึงดำเนินการบันทึกรายการตัวบุคคลของผู้เฒ่าโคอิลง ในทะเบียนประวัติประเภทผู้ไม่มีสถานะทางทางทะเบียน (ท.ร.38 ก)  และกำหนดเลขประจำตัวสิบสามหลักขึ้นต้นด้วยเลข 0  แทนที่จะให้ผู้เฒ่าโคอิเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย-ใน ประเด็นนี้ทางอำเภอแก่งกระจานให้เหตุผลว่า ต้องการให้ผู้เฒ่าโคอิ  ได้รับการบันทึกตัวบุคคลในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรไว้ก่อน  เมื่อมีเอกสารแสดงตนแล้ว  จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนของการพิสูจน์ว่าผู้เฒ่ามีสัญชาติไทยจริงตามที่กล่าว อ้าง และหากอำเภอแก่งกระจานพิจารณาจากพยานหลักฐานต่างๆ  แล้วเชื่อได้ว่าผู้เฒ่ามีสัญชาติไทยจริง  ก็จะดำเนินการรับรองว่าผู้เฒ่ามีสัญชาติไทยจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี  ในเบื้องต้น-สำหรับกระบวนการพิสูจน์แล้ว  ทางอำเภอแก่งกระจานให้ความเห็นว่าจะใช้วิธี  &amp;ldquo;เพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้านผู้มีสัญชาติไทย (ท.ร.14)&amp;rdquo;  หรือใช้วิธีการตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร  พ.ศ.2535&amp;nbsp; ซึ่งในประเด็นนี้จำเป็นต้องระบุไว้ ณ ที่นี้ด้วยว่า  ในทางวิชาการแล้ว เห็นว่า วิธีการควรจะเป็น  &amp;ldquo;การลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน&amp;rdquo;  หรือใช้กระบวนการตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะ บุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;3.1.3 สถานะบุคคลตามกฎหมายคนเข้าเมือง:&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-size: larger;"&gt; &lt;/span&gt;พ้นจากข้อสันนิษฐานของกฎหมายคนเข้าเมือง ว่า &amp;ldquo;เป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดิม-การที่ผู้เฒ่าโคอิ ไม่มีเอกสารแสดงตนว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย ผู้เฒ่าโคอิจึงอาจถูกเข้าใจและตีความให้เป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยข้อสันนิษฐานของกฎหมาย คือ มาตรา 57 วรรคแรกแห่งพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[25]&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี  เมื่อผู้เฒ่าได้รับการสำรวจและบันทึกรายการตัวบุคคลว่าเป็น  &amp;ldquo;ผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร&amp;rdquo; ในเดือนตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา ผู้เฒ่าโคอิ  จึงไม่เข้าข่ายตกเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายโดยข้อสันนิษฐานของมาตรา  57 แห่งพ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ&lt;span style="font-size: larger;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.2&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;  สถานะบุคคลตามกฎหมายเอกชน: ผู้เฒ่าโคอิเป็นผู้ทรงสิทธิในบ้าน  ทรัพย์สินต่างๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีสิทธิครอบครองที่ดิน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิทธิในทางเอกชนของผู้เฒ่าโคอิ ย่อมเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กล่าวคือ เมื่อผู้เฒ่ามีสภาพบุคคล ก็ย่อมมีความสามารถในการมีสิทธิ (Capacity of Acquistion Rights) ความสามารถในการใช้สิทธิ (Capacity of Exercise Rights) รวมถึงหน้าที่ในทางเอกชน (แพ่ง) ที่กฎหมายรับรองและกำหนดหลักเกณฑ์ไว้&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[26]&lt;/span&gt; อาทิ มีสิทธิและหน้าที่ตามนิติกรรมสัญญา สิทธิในการก่อตั้งครอบครัว สิทธิในการครอบครองทรัพย์ รับมรดก ฯลฯ เพราะสิทธิทางเอกชนเหล่านี้เป็นสิทธิของบุคคลทุกคน ไม่ขึ้นกับสถานะบุคคล หรือสัญชาติของผู้เฒ่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&amp;nbsp;&lt;img height="450" width="600" alt="" src="http://www.statelesswatch.org/sites/default/files/u6/baanpuu.jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.2.1 &amp;nbsp;ผู้เฒ่าโคอิเป็นผู้ทรงสิทธิในบ้าน ทรัพย์สินต่างๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[27]&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัพย์สินต่างๆ ภายในบ้าน เช่น  ข้าวสาร อุปกรณ์การเกษตร ถ้วยชาม เสื้อผ้า รวมถึงตัวบ้าน ถือเป็นทรัพย์สิน  (มาตรา 138 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ซึ่งผู้เฒ่าโคอิยึดถือเพื่อตน  ถือว่าผู้เฒ่าโคอิมีสิทธิครอบครอง (มาตรา 1367 แห่งป.พ.พ.)  ย่อมมีสิทธิใช้สอย ติดตามเอาคืน  และขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินโดยมิชอบ (มาตรา 1336  แห่งป.พ.พ.) รวมถึงหากมีการกระทำใดๆ  ที่เป็นการทำให้ทรัพย์สินของผู้เฒ่าเสียหาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size: 14px;"&gt;3.2.2 &amp;nbsp;ผู้เฒ่าโคอิ และปกาเกอะญอที่บ้านบางกลอยใจ-แผ่นดิน ไม่ใช่ผู้บุรุก แต่เป็นผู้ทรงสิทธิในที่ดินและเป็นผู้ทรงสิทธิในชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมตาม รัฐธรรมนูญ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;span style="font-size: 14px; "&gt;[28]&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: larger; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้เฒ่าโคอิครอบครองที่ดินบริเวณบ้านบางกลอยบน ซึ่งเป็นที่ดินตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 1 และครอบครองที่ดินก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ใช้บังคับ จึงย่อมมีสิทธิครองครอง ให้มีสิทธิครอบครองสืบไปและให้คุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนด้วยประมวลกฎหมาย ที่ดิน (มาตรา 4)[29] และแม้ว่าผู้เฒ่าโคอิจะไม่ได้ไปดำเนินการแจ้งการครอบครองที่ดิน มาตรา 5 แห่งพ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน[30] &amp;nbsp;แต่ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3047/2540&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[31] &lt;/span&gt;ผู้ที่ครอบครองที่ดินก่อนใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แต่มิได้แจ้งการครอบครอง โดยที่รัฐยังไม่ได้เข้าไปจัดที่ดิน ย่อมมีสิทธิครอบครองอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้นผู้เฒ่าโคอิ จึงมีสิทธิครอบครองในที่ดินอยู่ จนถึงปี พ.ศ. 2524 ที่ได้มีการประกาศให้พื้นที่นี้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่ายางน้ำกลัดเหนือ และป่ายางน้ำกลัดใต้ ในท้องที่ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ กิ่งอำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอเขาย้อย และตำบลสองพี่น้อง ตำบลแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2524&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[32]&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่เนื่องจากผู้เฒ่าโคอิ  (รวมถึงปกาเกอะญอในบ้านบางกลอยบน) ใช้ชีวิตในวิถีกะเหรี่ยงในป่ามาโดยตลอด  ไม่ทราบว่ามีการประกาศพื้นที่อุทยานแก่งกระจาน จึงไม่ได้ไปแจ้งขอกันพื้นที่  และไม่ได้มีเจตนาบุกรุกพื้นที่อุทยาน หากแต่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานแล้ว  ก่อนที่จะมีการประกาศให้บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดินเป็นพื้นที่อุทยาน  จะสามารถกล่าวอ้างได้หรือไม่ว่าเป็นสิทธิของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ตามมาตรา  66 แห่งรัฐธรรนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  ซึ่งมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ  วิถีชีวิตของกะเหรี่ยงในการทำไร่หมุนเวียน  ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมกำลังดำเนินการเสนอให้ไร่หมุนเวียน  เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ผู้เฒ่าโคอิ และปกาเกอะญอคนอื่นๆ ที่บ้านบางกลอย-ใจแผ่นดินจึงมิใช่ผู้บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;4. บทสรุป&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สรุปได้ว่า  สถานะบุคคลตามกฎหมายมหาชนของผู้เฒ่าโคอินั้น  ผู้เฒ่าโคอิมีสถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติเป็นผู้มีสัญชาติไทย  ด้วยเพราะผู้เฒ่าโคอิมีข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบของการเป็นผู้ทรงสิทธิใน สัญชาติไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนสถานะบุคคลตามกฎหมายทะเบียนราษฎร นั้น พบว่าผู้เฒ่าโคอิเป็นคนตกหล่นทางทะเบียนราษฎรตั้งแต่ปีพ.ศ.2499,  เป็นชาวเขา ซึ่งได้รับการบันทึกในท.ร.ชข.ในปีพ.ศ.2531 มีสถานะเป็น  &amp;ldquo;บุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร&amp;rdquo;  และอยู่ระหว่างเตรียมยื่นคำร้องเพื่อให้อำเภอแก่งกระจาน  ออกเอกสารรับรองว่าผู้เฒ่ามีสัญชาติไทย  (เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแง่ของสถานะบุคคลตามกฎหมายเอกชนแล้ว ผู้เฒ่าโคอิเป็นผู้ทรงสิทธิในบ้าน  ทรัพย์สินต่างๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  และมิใช่ผู้บุรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ  หากแต่ทำกินในที่ดินมาตั้งแต่ก่อนการประกาศประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับคือ ปีพ.ศ.2497&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size: 14px;"&gt;..............&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[1]&lt;/span&gt; งานค้นคว้าทางวิชาการเพื่องานสื่อสารสาธารณะของสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อ เฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (SWIT) และเพื่อสนับสนุนการเตรียมฟ้องคดีของอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[2] &lt;/span&gt;อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และนักกฎหมาย สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[3] &lt;/span&gt;ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อ่าน &amp;lsquo;ปกาเกอะญอ โคอิ&amp;rsquo; แห่งผืนป่าแก่งกระจาน โดยกรกนก วัฒนภูมิ และดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล, เอกสารเพื่อสื่อสารสาธารณะของสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (SWIT), ฉบับวันที่ 13 มกราคม 2555 สืบค้นจาก http://www.statelesswatch.org/node/508&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[4]&lt;/span&gt; เกิดที่บ้านบางกลอยบน ปี 2508 ปรากฎตามแฟ้มเอกสารบ้านโป่งลึก 2 ครอบครัวที่ 4&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[5]&lt;/span&gt; สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 3-4 กันยายน 2554 ที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[6]&lt;/span&gt; สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ อดีตเจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดกาญจนบุรี ว่าเขาเคยได้รับมอบหมายให้มาสำรวจพื้นที่ใจแผ่นดินและบ้านบางกลอย ด้วยเพราะเวลานั้นกรมประชาสงเคราะห์ได้ข่าวว่าบริเวณดังกล่าวมีชุมชน กะเหรี่ยงอาศัยอยู่ ในเวลาเขาเดินเท้าจากบ้านพุระกำ (อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี) เข้าทางต้นน้ำลำพาชี ผ่านสันปันน้ำและเดินลงมาทางต้นน้ำบางกลอย โดยมีคนกะเหรี่ยงที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นลูกหาบและคนนำทางคือนายกระทง จีโบ้ง (ปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่บ้าน)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และจากการตรวจสอบจากเอกสารคือสำเนา ท.ร.ชข. ที่ถูกจัดทำขึ้นในปี 2531 ในเบื้องต้นพบว่ามีจำนวน 8 เล่ม(แฟ้ม) ด้วยกัน ในเวลานั้นพื้นที่เหล่านี้ขึ้นกับกิ่งอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีประกอบไปด้วยบางกลอย 1 &amp;nbsp;บางกลอย 2 บางกลอย 3 บางกลอย 4 บางกลอย 5 บางกลอย 6 บ้านโป่งลึก 1 และบ้านโป่งลึก 2 รวมแล้ว 71 ครอบครัว 367 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[7]&lt;/span&gt; ฝ่ายการทะเบียนชนกลุ่มน้อย ส่วนการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง, &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย, เอกสารเผยแพร่, มกราคม 2542&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พื้นที่ 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ ตาก เพชรบูรณ์ เลย พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[8] &lt;/span&gt;มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำสถิติจำนวนชาวเขาที่อาศัยอยู่ในประเทศ โดยรัฐบาลกำหนดนโยบายให้มีสถานะเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยผ่อนผันให้มีสิทธิอาศัยอยู่ชั่วคราว เพื่อรอการพิสูจน์สถานะต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[9]&lt;/span&gt; สัมภาษณ์กระทง จีโบ้ง 3-4 กันยายน 2554 ที่ .... อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[10]&lt;/span&gt; เป็นการพิจารณาสถานะบุคคลตามกฎหมายภายใต้หลักวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[11]&lt;/span&gt; ดูเพิ่มเติม ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล, มอง 100 ปีกฎหมายสัญชาติไทย ผ่าน 100 ปีของ &amp;lsquo;ปกาเกอะญอเฒ่าโคอิ&amp;rsquo; แห่งผืนป่าแก่งกระจาน, เอกสารเพื่อการพัฒนาหัวข้อวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเอกสารเพื่อสื่อสารสาธารณะของสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้ รัฐ (SWIT) ฉบับวันที่ 10 ตุลาคม 2554 ปรับปรุงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554, สืบค้นจาก http://www.statelesswatch.org/node/476&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[12]&lt;/span&gt; ก่อนหน้านี้ที่ประเทศไทยยังเป็นสยามอยู่ได้มีผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติมา อาศัยอยู่รวมกันอยู่เป็นเวลานานแล้วแล้ว อาทิ ชาวเปอร์เซียจชในแถบอยุธยา ชาวมักกะซาร์ ในเขตมักกะสัน ชาว จีน ฝรั่ง ลาว มอญ ฯลฯ คำว่า &amp;quot;สยาม&amp;quot; เป็นคำที่ชาวต่างประเทศใช้เรียกอาณาจักรอยุธยา เมื่อราว พ.ศ. 2000 เดิมทีประเทศไทยเองก็เคยใช้ชื่อว่า สยาม มานับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น ต้นมา โดยปรากฏใช้เป็นชื่อประเทศชัดเจนใน พ.ศ. 2399 แต่ทว่าคนไทยไม่เคยเรียกตนเองว่า &amp;quot;สยาม&amp;quot; หรือ &amp;quot;ชาวสยาม&amp;quot; อย่างชาวต่างชาติหรือตามชื่อประเทศอย่างเป็นทางการในสมัยนั้นเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนคำว่า &amp;quot;คนไทย&amp;quot; นั้น จดหมายเหตุลาลูแบร์ได้บันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า ชาวอยุธยาได้เรียกตนเองเช่นนั้นมานานแล้ว ดูเพิ่มเติม ชัย เรืองศิลป์ (2541). ประวัติศาสตร์ไทยสมัย พ.ศ. 2352-2453 ด้านเศรษฐกิจ. ไทยวัฒนาพานิช., สุจิตต์ วงษ์เทศ. คนไทยมาจากไหน?. กรุงเทพฯ : มติชน, D.G.E. Hall. ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่ม 1. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, [ม.ป.ป.].&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[13] &lt;/span&gt;ปรากฎตามพระราชสาส์นที่รัชกาลที่ &amp;nbsp;3 มีถึงพระเจ้านโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศส เมื่อพ.ศ.2408 เนื้อหาส่วนหนึ่งมีใจความว่า สมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎพระเจ้ากรุงรัตนโกสินทร์มหินทรายุธยาเป็นมหาราช ธานีใหญ่ในพระราชอาณาจักรฝ่ายสยาม คือ แผ่นดินสยามเหนือใต้และดินแดนต่างๆ อยู่เคียงอยู่ใกล้ เป็นที่อยู่อาศัยของชนชาวประเทศมีเพศภาษาต่างๆ คือ ลาวเฉียง ลาวกาว กัมพูชา มลายูและกะเหรี่ยง ในลิลา วีรวงศ์, ประวัติศาสตร์คนลาว (สมหมาย เปรมจิตต์ แปล) พิมพ์ครั้งที่ 3 (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน, 2520) หน้า 272. อ้างใน สมชาย ปรีชาศิลปกุล, &amp;ldquo;100 ปี แห่งสัญชาติไทย ตอนที่ 1&amp;rdquo; วิภาษา ปีที่ 5 ฉบับที่ 5 (16 กันยายน &amp;ndash; 31 ตุลาคม 2554) หน้า 17-18.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[14]&lt;/span&gt; ชุมนุมพระบรมราชาธิบาย ในพระบาทสมเด็กจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ ฉบับพ.ศ.2457, สำนักพิมพ์ต้นฉบับ, หน้า 28&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[15] &lt;/span&gt;มาตรา 3 บุทคนเหล่านี้ได้บัญญัติว่าเปนคนไทย คือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บุทคนผู้ได้กำเนิดแต่บิดาเปนคนไทย แม้เกิดในพระราชอาณาจักรสยามกีดี เกิดนอกพระราชอาณาจักรก็ดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บุทคนผู้ได้กำเนิดแต่มารดาเปนคนไทย แต่ฝ่ายบิดาไม่ปรากฎ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บุทคนผู้ได้กำเนิดในพระราชอาณาจักรสยาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;..........&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[16] &lt;/span&gt;คู่มือการกำหนดสถานะบุคคลของบุคคลบนพื้นที่สูง เล่ม 1 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล, สิทธิในเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลในรัฐไทย, วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2547&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[17] &lt;/span&gt;ข้อ 2 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพิจารณาลงสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านให้แก่ชาวเขา พ.ศ.2517&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[18]&lt;/span&gt; ข้อ 4 ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านให้แก่ชาวไทยภูเขา พ.ศ.2535&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวไทยภูเขา หมายถึง บุคคลดั้งเดิมซึ่งเป็นชาวเขาที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บนพื้นที่สูง ซึ่งเป็นป่าเขาในประเทศไทย มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี เชื้อชาติ ภาษา ความเชื่อ ตลอดจนวิถีทางการดำเนินชีวิตแตกต่างไปจากชาวไทยพื้นราบ ได้แก่ ...กะเหรี่ยง...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[19]&lt;/span&gt; ข้อ 6 ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวไทยภูเขา หมายถึง กลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยทำกิน หรือบรรพชนอาศัยทำกินอยู่บนพื้นที่สูงในราชอาณาจักร ซึ่งมีวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ภาษาและการดำเนินชีวิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[20] &lt;/span&gt;จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา ตาก สุโขทัย น่าน กำแพงเพชร แพร่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดเพิ่มเติมภายหลัง ตามข้อ 3 ระเบียบฯ 2535&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[21] &amp;nbsp;&lt;/span&gt;เหตุผลที่ประกาศใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ เนื่องจากว่า แม้สยามจะมีกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรหลายฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.สำหรับทำบาญชีคนในพระราชอาณาจักร ร.ศ.128 (พ.ศ.2452) พ.ร.บ.การตรวจสอบบัญชีสำมะโนครัว และการจดทะเบียนการเกิดคนตาย คนย้ายตำบล พ.ศ.2461 และฉบับที่ 2 พ.ศ.2479, พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรในเขตต์เทศบาล พ.ศ.2479 อย่างไรก็ดี กฎหมายแต่ละฉบับมีกฎข้อบังคับและระเบียบการวางไว้ให้ถือปฏิบัติอีก ล้วนแยกเขตแยกอำนาจหน้าที่ไว้อย่างสับสน เช่นในเฉพาะเขตเทศบาล ใช้เฉพาะมณฑทลกรุงเทพฯ ใช้เฉพาะหัวเมือง นอกมณฑลกรุงเทพฯ และนอกเขตเทศบาล เป็นต้น นับว่าเป็นการยากทั้งแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และแก่ราษฎรผู้จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จึงสมควรรวบรวมและปรับปรุงยกร่างพระราชบัญญัติเสียใหม่ ให้รวมถึงวิธีการปฏิบัติในการทำทะเบียนราษฎรไว้เสียที่แห่งเดียวกัน, ดูหมายเหตุท้ายพ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2499, ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 73 ตอนที่ 16 วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2499, ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล:2547, อ้างแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[22] &lt;/span&gt;โครงการสำรวจเพื่อจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลบนพื้นที่สูงและบัตรประจำตัว บุคคลบนพื้นที่สูง (บัตรสีฟ้า เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2533 เพื่อสำรวจบุคคลที่อยู่บนพื้นที่สูงทั้งหมด กล่าวคือ ไม่จำกัดเฉพาะชาวเขาเท่านั้น แต่รวมถึงชนกลุ่มน้อยกลุ่มอื่นๆ ที่อยู่บนพื้นที่สูง 20 จังหวัด, อ้างจากเอกสารเผยแพร่ซึ่งจัดทำโดยฝ่ายการทะเบียนชนกลุ่มน้อย ส่วนการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง, &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย&amp;rdquo;, มกราคม 2542&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[23] &lt;/span&gt;โครงการสำรรวจและเพื่อทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวชุมชนบนพื้นที่สูง (บัตรสีเขียวขอบแดง) ซึ่งมีการดำเนินการในช่วงปีพ.ศ.2542 มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำสถิติจำนวนชาวเขาที่อาศัยอยู่ในประเทศ โดยรัฐบาลกำหนดนโยบายให้มีสถานะเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยผ่อนผันให้มีสิทธิอาศัยอยู่ชั่วคราว เพื่อรอการพิสูจน์สถานะต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[24]&lt;/span&gt; ข้อ 3 แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการสำรวจและจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน พ.ศ.2548&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[25]&lt;/span&gt; มาตรา 57 วรรคแรก พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 &amp;ldquo;เพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้ ผู้ใดอ้างว่าเป็นคนมีสัญชาติไทย ถ้าไม่ปรากฏหลักฐานอันเพียงพอที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะเชื่อถือได้ว่าเป็นคน มีสัญชาติไทย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นคนต่างด้าวจนกว่าผู้นั้นจะพิสูจน์ได้ว่า ตนมีสัญชาติไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[26] &lt;/span&gt;ยกเว้นบุคคลบางจำพวกที่ถูกกฎหมายจำกัดความสามารถในการใช้สิทธิ &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;ผู้ไร้ความสามารถ (incapacitated person), &amp;nbsp;คนเสมือนไร้ความสามารถ (quansi incompetent person), บุคคลวิกลจริต (unsound mind person)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[27]&lt;/span&gt; ดู กรกนก วัฒนภูมิ, บทวิเคราะห์การกระทำทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีแก่งกระจาน, บทความเพื่อสนับสนุนงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาะไร้รัฐ และเพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะทำงาน อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่น สภาทนายความในการฟ้องคดีปกครอง, ฉบับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555. , http://www.statelesswatch.org/node/526&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[28] &lt;/span&gt;ดู กรกนก วัฒนภูมิ, บทวิเคราะห์การกระทำทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีแก่งกระจาน, ฉบับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555., อ้างแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[29]&lt;/span&gt; มาตรา 4 ภายใต้บังคับมาตรา 6 บุคคลใดได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินก่อนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิครอบครองสืบไปและให้คุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[30]&lt;/span&gt; มาตรา 5 &amp;nbsp;ให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมาย ที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินแจ้งการครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอ ท้องที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้าผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งมีหน้าที่แจ้งการครอบครองที่ดิน ไม่แจ้งภายในระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในวรรคแรก ให้ถือว่าบุคคลนั้นเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดิน รัฐมีอำนาจจัดที่ดินดังกล่าวตามบทแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เว้นแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้มีคำสั่งผ่อนผันให้เป็นการเฉพาะราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแจ้งการครอบครองตามความในมาตรานี้ ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่แก่ผู้แจ้งแต่ประการใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[31] &lt;/span&gt;คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3047/2540 &amp;ldquo;ในที่พิพาทมีผู้ครอบครองมาตั้งแต่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แต่มิได้แจ้ง การครอบครอง รวมทั้งผู้ครอบครองต่อเนื่องจากบุคคลดังกล่าวจนถึงโจทก์ โดยที่รัฐยังมิได้เข้าไปจัดที่ดินแล้ว ย่อมยังมีสิทธิครอบครองอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;[32] &lt;/span&gt;ราชกิจจานุเบกษา เล่ม98 ตอนที่ 92 ฉบับพิเศษ หน้า3 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2524&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/02ogCxtV1jw" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39198#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%8D%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%B4">ปกาเกอะญอโคอิ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5">สถานะบุคคล</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 11:53:13 +0000</pubDate>
 <dc:creator>wittayakorn</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39198 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39198</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ฮิวแมนไรท์วอทช์ร้องรัฐบาลซีเรียหยุดจู่โจมใส่เขตบ้านเรือนประชาชน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/PlUo-FzYl3I/39197</link>
 <description>&lt;div&gt;สถานการณ์ปะทะในซีเรียครั้งล่าสุดที่เมืองฮอม ดำเนินมาเป็นที่ 6 แล้ว นักกิจกรรมในซีเรียเปิดเผยว่ามีประชาชนถูกสังหารจำนวนมาก ด้านฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรสิทธิมนุษยชนของสหรัฐฯ เปิดเผยในรายงานว่า มีสถานพยาบาลภาคสนามถูกโจมตีสามแห่ง และแหล่งพยาบาลกำลังขาดยารักษาผู้บาดเจ็บที่มีอยู่จำนวนมาก&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมามีรายงานว่า สถานการณ์ปะทะในซีเรียครั้งล่าสุดที่เมืองฮอม ดำเนินมาเป็นที่ 6 แล้ว นักกิจกรรมในซีเรียเปิดเผยว่ามีประชาชนถูกสังหารจำนวนมาก ด้านฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรสิทธิมนุษยชนของสหรัฐฯ เปิดเผยในรายงานว่า มีสถานพยาบาลภาคสนามถูกโจมตีสามแห่ง และแหล่งพยาบาลกำลังขาดยารักษาผู้บาดเจ็บที่มีอยู่จำนวนมาก&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;กลุ่มแนวร่วมต่อต้านรัฐบาลซีเรียรายงานว่ามีประชาชนเสียชีวิตในเมืองฮอม 110 ราย ในวันพฤหัสฯ (9 ก.พ.) &amp;nbsp;แต่พวกเขาไม่สามารถระบุรายชื่อผู้เสียชีวิตได้ เนื่องจากการโจมตีด้วยอาวุธหนัก&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;มีผู้อาศัยในย่านบับ อัมร์ รายงานว่าเขาเห็นว่ามีการยิงจรวดใส่บ้านเพื่อนของเขามากับตา นอกจากนี้ยังคงมีการใช้อาวุธหนักอื่นๆ เช่น ปืนครกด้วย ผู้อาศัยบอกอีกว่ากลุ่มผู้อยู่อาศัยในย่านดังกล่าวพากันลงมาหลบภัยที่ชั้นล่าง เนื่องจากพวกเขาไม่มีชั้นใต้ดินให้หลบภัย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ผู้อาศัยในย่านดังกล่าวเปิดเผยว่าพวกเขาได้ยินเสียงเครื่องขยายเสียงขอให้บริจาคเลือดและเครื่องมือทางการแพทย์ โดยนักกิจกรรมในซีเรียบอกว่ายังคงมียารักษาโรคอยู่ในร้านขายยา แต่นำมาส่งที่สถานพยาบาลภาคสนามได้ยากมาก ทำให้คนบาดเจ็บไม่ได้รับยา&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ด้านองค์กรจับตามองด้านสิทธิมนุษยชนของสหรัฐฯ ฮิวแมนไรท์วอทช์ เปิดเผยในรายงานของวันที่ 9 ก.พ. ว่า มีสถานพยาบาลภาคสนามในพื้นที่ล้อมปราบในเมืองฮอมเต็มไปด้วยร่างของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บล้นทะลัก โดยพวกเขาถูกโจมตีโดยสไนเปอร์และอาวุธระเบิดของรัฐบาล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;ฮิวแมนไรท์วอทช์ร้องรัฐบาลซีเรียหยุดจู่โจมใส่เขตบ้านเรือนประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุอีกว่ามีสถานพยาบาลภาคสนามถูกโจมตีสามแห่ง และประชาชนผู้บาดเจ็บก็ได้แต่รอความตายเนื่องจากมันอันตรายเกินไปสำหรับหน่วยกู้ภัย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ฮิวแมนไรท์วอทช์เปิดเผยอีกว่านับตั้งแต่ที่ทหารออกปฏิบัติการในคืนวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา ทางกองกำลังฝ่ายรัฐบาลได้ใช้อาวุธปืนและอาวุธระเบิดสังหารประชาชนไปแล้วกว่า 300 คน และอีกหลายร้อยคนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งรวมถึงเด็กและผู้หญิงด้วย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นอกจากนี้แล้วฮิวแมนไรท์วอทช์ยังได้ออกรายงานเรียกร้องให้รัฐบาลซีเรียหยุดการโจมตีใส่เขตบ้านเรือนประชาชน ซึ่งพวกเขาอ้างว่าได้ทำการสัมภาษณ์ผู้เห็นเหตุการณ์ 8 คน และให้ผู้เชียวชาญด้านอาวุธทำการตรวจสอบวีดิโอที่ได้จากนักข่าวภาคสนาม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าฝ่ายกองกำลังรัฐบาลได้ใช้อาวุธระยะไกลยิงเข้าใส่เขตที่มีคนอยู่อาศัยหนาแน่น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;quot;การใช้อาวุธโจมตีอย่างรุนแรงในเขตบ้านเรือนประชาชนเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจในซีเรียมองไม่เห็นคุณค่าของชีวิตของประชาชนในเมืองฮอม&amp;quot; แอนนา เนสแตท รองผู้อำนวยการฝ่ายวิกฤตการณ์ของอฺวแมนไรท์วอทช์กล่าว &amp;quot;ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์โจมตีอย่างเลวร้ายครั้งนี้ จะต้องมีคำตอบให้กับมัน&amp;quot;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ในรายงานยังระบุอีกว่า &amp;quot;การยิงโจมตีอย่างไม่ระบุเป้าหมายในเขตที่มีผู้อยู่อาศัย จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้น เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีกเมื่อมีการปิดกั้นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การโจมตี ทำให้ผู้อยู่อาศัยรวมถึงผู้บาดเจ็บไม่สามารถเข้าถึงอาหารและการรักษาพยาบาลได้&amp;quot;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;'เป็นลางร้าย'&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ด้านบังคีมูน เลขาธิการสหประชาติกล่าวว่ากลุ่มสันนิบาตชาติอาหรับจะส่งตัวผู้สังเกตการณ์เข้าไปในซีเรีย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ยุติการส่งตัวไปเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย และมีความเป็นไปได้ที่กลุ่มสันนิบาตฯ จะทำงานร่วมกับสหประชาชาติ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;quot;พวกเราพร้อมเสมอในการให้ความร่วมมือใดๆ ที่จะทำให้เกิดความคืบหน้า&amp;quot; บังคีมูนกล่าว &amp;quot;ผมกลัวว่าเหตุการณ์โหดเหี้ยมที่พวกเราเห็นในเมืองฮอม อย่างการยิงอาวุธหนักเข้าใส่บ้านเรือนประชาชน เป็นลางร้ายของสิ่งที่แย่กว่านี้ที่อาจจะเกิดขึ้น&amp;quot;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;เรียบเรียงจาก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;'Scores killed' in shelling of Syria's Homs, Aljazeera, 09-02-2012&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2012/02/201229142032794961.html&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;Syria: Stop Shelling of Residential Areas, Human Right Watch, 09-02-2012&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;http://www.hrw.org/news/2012/02/09/syria-stop-shelling-residential-areas&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/PlUo-FzYl3I" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39197#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/foreign">ต่างประเทศ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2">ซีเรีย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%8A%E0%B9%8C">ฮิวแมนไรท์วอทช์</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 09:56:14 +0000</pubDate>
 <dc:creator>wittayakorn</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39197 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39197</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>‘แอมเนสตี้ฯ’ ร้องมธ.ทบทวนมติ หยุดจำกัดเสรีภาพทางวิชาการ</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/N5kjcvgT5io/39196</link>
 <description>&lt;p&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;องค์กรสิทธิมนุษยชนสากล แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ผู้บริหารมธ. ต้องยกเลิกมติห้ามนิติราษฎร์เคลื่อนไหวเรื่องม.1&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;12 ระบุ&lt;span lang="TH"&gt;ประชาชนต้องสามารถพูดคุยถกเถียงเรื่องสถาบันต่างๆ ได้โดยไม่ต้องกลัวการถูกดำเนินคดี ตามหลักที่คุ้มครองไว้ในสนธิสัญญาสากล&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;9 &lt;span lang="TH"&gt;ก.พ. &lt;/span&gt;55 &lt;span lang="TH"&gt;องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยกเลิกมติการตัดสินใจที่ห้ามกลุ่มนิติราษฎร์จัดกิจกรรมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งขัดแย้งกับหลักการตามอนุสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคีตั้งแต่ปี &lt;/span&gt;1999&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" align="center" style="text-align:center"&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;0000&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal rtecenter"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;strong&gt;ประเทศไทย: คุ้มครองเสรีภาพทางวิชาการในมหาวิทยาลัย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;มติของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ห้ามไม่ให้กลุ่มนักวิชาการใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยเพื่อรณรงค์การปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถือเป็นการละเมิดหลักการสิทธิมนุษยชนในด้านเสรีภาพทางวิชาการ และควรยกเลิกมติดังกล่าว แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประกาศไม่อนุญาตให้คณะนิติราษฎร์ ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการเจ็ดท่านจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยเพื่อรณรงค์การปฏิรูปมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย มาตราดังกล่าวหรือที่เรียกกันว่าเป็นกฎหมายหมิ่นฯ เป็นการเอาผิดต่อการพูดดูหมิ่น หมิ่นประมาท และแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ของไทย &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;นายสมคิด จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุว่า เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็น &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&amp;ldquo;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;หน่วยงานของรัฐ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&amp;rdquo; &amp;ldquo;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;ประชาชนอาจเข้าใจว่าธรรมศาสตร์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการรณรงค์ครั้งนี้&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&amp;rdquo; &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;และการกระทำของคณะนิติราษฎร์อาจส่งผลกระทบต่อ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&amp;ldquo;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&amp;rdquo;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;มติของมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศไทย ทั้งยังเป็นการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการด้วย&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;เสรีภาพทางวิชาการเป็นหลักการที่มีพื้นฐานมาจากสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความเห็น รวมทั้งสิทธิที่จะได้รับการศึกษา สิทธิดังกล่าวได้รับการรับรองตามข้อ 26 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;Universal Declaration of Human Rights - UDHR) &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;และข้อ 13 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights-ICESCR) &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคีตั้งแต่ปี 2542&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;การอภิปรายถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนและอาจมีการเผชิญหน้า และการแสดงความไม่เห็นด้วย ถือเป็นเสาหลักของเสรีภาพทางวิชาการ กรณีที่เกรงว่าการใช้เสรีภาพทางวิชาการอาจทำให้เกิดความรุนแรง การแก้ปัญหาที่ถูกต้องน่าจะเป็นการเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าเพื่อคุ้มครองเสรีภาพดังกล่าว ไม่ใช่ไปจำกัดเสรีภาพโดยการออกคำสั่งห้ามปฏิบัติการของกลุ่มบางกลุ่ม&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;Committee on Economic, Social, and Cultural Rights - CESCR) &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ซึ่งเป็นผู้ตีความกติกา &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ICESCR &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ได้ระบุว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&amp;ldquo;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;สิทธิด้านการศึกษาจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีการส่งเสริมเสรีภาพทางวิชาการของเจ้าหน้าที่และนักศึกษาด้วย&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&amp;rdquo;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ในส่วนความเห็นต่อสิทธิด้านการศึกษาคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมได้เขียนไว้ว่า&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="margin-left:36.0pt"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt; เสรีภาพทางวิชาการครอบคลุมถึงความเป็นอิสระของบุคคลที่จะแสดงความเห็นอย่างเสรีเกี่ยวกับสถาบันหรือระบบที่ตนเองทำงานอยู่ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยไม่มีการแบ่งแยก หรือโดยไม่มีความกลัวว่าจะถูกปราบปรามจากรัฐหรือบุคคลอื่น ๆ ความสามารถที่จะเข้าร่วมในหน่วยงานด้านวิชาการแบบมืออาชีพหรือสมาคมวิชาการ และการได้รับสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นที่รับรองในระดับสากล และเป็นสิทธิที่บุคคลอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลเดียวกันพึงได้รับ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-left:36.0pt"&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;font face="Tahoma, sans-serif"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-link field-field-related-link"&gt;
      &lt;div class="field-label"&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง:&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;a href="/journal/2012/01/39005" target="_blank"&gt;อธิการ มธ. เผยมติฝ่ายบริหารไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่เคลื่อนไหว ม.112&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/N5kjcvgT5io" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39196#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/education">การศึกษา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%8C">นิติราษฎร์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2-112">มาตรา 112</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%91%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C">สมคิด เลิศไพฑูรย์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3">เสรีภาพทางวิชาการ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B5-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A5">แอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 09:43:30 +0000</pubDate>
 <dc:creator>suluck</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39196 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39196</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>สหภาพแรงงานอิสราเอลนัดหยุดงานทั่วประเทศเรียกร้องสิทธิคนงานซับคอนแทรค</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/7usWARbyzV0/39195</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;div&gt;วรดุลย์ ตุลารักษ์&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;แปล/เรียบเรียงจาก Israeli union employees strike on behalf of subcontracted workers By Kevin Flower&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;http://edition.cnn.com/2012/02/08/world/meast/israel-strike/&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;
&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;เผยแพร่ครั้งแรกใน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://localtalk2004.com/V2005/detail.php?file=1&amp;amp;code=o1_10022012_01&amp;amp;fb_source=message"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;http://localtalk2004.com/V2005/detail.php?file=1&amp;amp;code=o1_10022012_01&amp;amp;fb_source=message&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;คนงานทำงานที่สนามบิน โรงพยาบาล ธนาคาร และในกระทรวงต่างๆ ของประเทศอิสราเอล เริ่มการนัดหยุดงานทั่วประเทศเมื่อวันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาหลังจากที่ตัวแทนสหภาพแรงงานและตัวแทนรัฐบาลไม่สามารถตกลงกันในเรื่องสิทธิการจ้างงานของคนงานซับคอนแทรค&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img align="absMiddle" alt="" src="http://localtalk2004.com/V2005/local_upfiles/cp_o1_10022012_01.gif" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การนัดหยุดงานเกิดขึ้นหลังจากที่การการเจรจาระหว่างสหภาพแรงงานอิสราเอล (Histardut) กับรัฐมนตรีกระทรวงการเงินล้มเหลว&lt;/p&gt;
&lt;div&gt;การนัดหยุดงานในประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการที่รัฐบาลจ้างคนงานซับคอนแทรคหลายพันคนเพื่อทำงานในสาขาต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานต้องการให้ปรับปรุงสภาพการจ้างงานของคนงานเหล่านี้และให้การคุ้มครองสิทธิการจ้างงานอย่างเต็มที่เหมือนคนงานประจำโดยทั่วไป ทางด้านรัฐมนตรีกระทรวงการเงินกล่าวว่า ในการเจรจา ทั้งสองฝ่ายต้องการให้มีการปรับปรุงค่าจ้างและสวัสดิการของคนงานซับคอนแทรก แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะให้คนงานซับคอนแทรกมีสิทธิในการจ้างงงานทุกอย่างเท่ากับคนงานประจำ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เจ้าหน้าที่สหภาพกล่าวว่า ในอิสราเอลมีคนงานซับคอนแทรคมากถึง 4 แสนคน คนงานเป็นจำนวนมากได้รับค่าจ้างและสวัสดิการต่ำกว่าคนงานประจำที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สหภาพฯ บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับองค์กรนายจ้างให้รับคนงานซับคอนแทรคที่เป็นพนักงานทำความสะอาดเป็นพนักงานประจำทำงานเต็มเวลาในจำนวนที่มากขึ้น แต่ยังในส่วนคนงานซับคอนแทรกของรัฐบาล ยังไม่สามารถตกลงกันได้&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวในคำแถลงเมื่อคืนวันอังคารว่า การนัดหยุดงานคงจะไม่สามารถแก้ปัญหาของคนงานซับคอนแทรคได้ และ สภาพการจ้างงานของคนงานซับคอนแทรคจะสามารถปรับปรุงได้โดย &amp;ldquo;ไม่จำเป็นต้องนัดหยุดงานทั่วประเทศ และสร้างผลกระทบต่อชีวิตของพลเมืองของเรา&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรี เตือนว่าจะก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการนัดหยุดงาน และแนะนำว่า ควรจะดำเนินเจรจาในประเด็นนี้ต่อไปอีก&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;เศรษฐกิจอิสราเอลอยู่ในภาวะอ่อนไหว และเวลานี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะทำให้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ได้มาจากการทำงานหนัก และความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับสหพันธ์แรงงาน ต้องตกอยู่ในความเสี่ยงในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศชั้นนำทั่วโลกเกิดปัญหาอย่างรุนแรง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;สภาหอการค้าอิสราเอลประเมินว่า การนัดหยุดงานจะทำให้เกิดความสูญเสียเป็นตัวเงิน สัปดาห์ละประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (3,000 ล้านบาท)&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;การนัดหยุดงานนี้จะทำให้ ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศ รถไฟ การบริการสาธารณะ เช่น การเก็บขยะ ต้องหยุดลงชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ข้อพิพาทเรื่องคนงานซับคอนแทรคได้เกิดขึ้นมาเป็นเวลาหลายเดือน ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว สมาชิกสหภาพแรงงานได้นัดหยุดงานทั่วประเทศครึ่งวัน แต่หลังจากนั้น ศาลมีคำสั่งให้มีการเจรจา แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จในการแก้ปัญหา&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/7usWARbyzV0" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39195#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/labour">แรงงาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/foreign">ต่างประเทศ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/histardut">Histardut</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84">ซับคอนแทรค</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A5">อิสราเอล</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 09:25:05 +0000</pubDate>
 <dc:creator>wittayakorn</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39195 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39195</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>เฉลิมยันรัฐบาลไม่แก้ 112 แต่ไม่ออกเป็นมติ ครม.</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/iVnds8ox56o/39194</link>
 <description>&lt;div&gt;&amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ชี้ไม่จำเป็นต้องชง ครม.ออกมติแสดงจุดยืนไม่แก้ ม.112 ชี้แค่นายกฯ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยพูดชัดไม่แก้ก็พอแล้ว&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;10 ก.พ. 55 - &lt;a href="http://m.thairath.co.th/content/pol/237447"&gt;ไทยรัฐออนไลน์&lt;/a&gt;รายงานว่าที่ทำเนียบรัฐบาล 11.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ระบุว่าท่านมีแนวคิดที่จะเสนอให้ ครม.ออกมติยืนยันจะไม่แก้ไขประมวล อาญามาตรา 112 ว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ได้มีการหารือร่วมกับปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการ สมช. ผบ.ตร. การมีแนวคิดสำคัญเปิดเผยไม่ได้ ขออนุญาตไม่เปิดเผย แต่วันนี้เป็นที่ชี้ชัดแล้วว่าทั้งท่านนายกฯ พรรคเพื่อไทย และสภาฯ ก็บอกว่าไม่แก้ และฝากเรียนสื่อด้วยว่าบางครั้งที่ไปรายงานว่ามีการล่าชื่อประชาชน 5 หมื่นชื่อ เพื่อแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนั้นประชาชนจะเข้าชื่อขอแก้ไขกฎหมายใดได้บ้างเขา มีการกำหนดไว้ เช่น รัฐธรรมนูญ สิทธิขั้นพื้นฐาน กฎหมายที่จำกัดเสรีภาพ ไม่ใช่ว่ามีรายชื่อ 5 หมื่นชื่อแล้วจะแก้อะไรก็ได้ มันทำไม่ได้ เรื่องนี้จบแล้ว ไม่มีหรอก อย่าไปสร้างประเด็นเลย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เมื่อถามว่า โดยหลักการถ้าเพื่อเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลเพื่อไทยไม่มีการเสนอแก้ ม. 112 แน่นอน จะต้องเสนอเข้า ครม.เพื่อออกเป็นมติ ครม.โดยกระทรวงยุติธรรมหรือกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า &amp;quot;ไม่จำเป็นหรอก ผมว่านายกฯ และพรรคเพื่อไทยประกาศชัดก็พอแล้ว แต่เวลาในวงหารือมันก็มีรายละเอียด ซึ่งน่าจะไม่มีการเสนอต่อ ครม. เพราะมันชัดแล้วนี่ &amp;quot;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ตนไม่เคยไปปิดปากใครไม่ให้เสนอ เพียงแต่บอกว่าไม่เห็นด้วย เพราะเวลามีการแสดงความเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียด ทางตำรวจต้องไปติดตามคอยฟังเทปทุกครั้ง เมื่อถามว่ายังมีสมาชิกคนเสื้อแดงบางส่วนไปร่วมลงนามสนับสนุนให้เสนอแก้ไข ม. 112 ด้วย จะกลายเป็นว่าคนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยจะทะเลาะกันเอง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องทะเลาะคงไม่มี และบางครั้งเปลี่ยนสีเสื้อก็ไม่ได้หมายความว่าใครเป็นใคร ระวังอันตรายเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เมื่อถามต่อว่า ที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าวมีการตั้งโต๊ะล่าชื่อขอแก้ไข ม. 112 อยู่ รองนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่แสดงความเห็นขัดแย้งกับใคร ขอทำงานในหน้าที่ แต่เรื่องนี้แค่คิดก็ผิดแล้ว ตนยืนยันมาตลอด ถามว่าตนจะไปห้ามปรามเขาได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ เพราะตนไม่ได้ร่วมกับเขาตั้งแต่เริ่มต้น แต่เวลาตนไปปราศรัยอีสานคนเสื้อแดงก็มาฟังจนเต็ม เมื่อถามว่า ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายกองทัพและผู้ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายที่เสนอให้แก้ไข ม. 112 จะไปทำอะไรที่ไม่เหมาะสม เพราะกลุ่มนิติราษฎร์ก็อ้างจะแก้ไขไม่ให้มีการกลั่นแกล้งกันเท่านั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในความคิดน่าจะยกไว้ ไม่ควรไปวิพากษ์วิจารณ์ และเรื่องนี้มีกระบวนการอื่นเยอะ ตนกำลังเขียนคอนเซปต์แล้วจะอธิบายให้ฟัง ไม่จำเป็นต้องวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ แต่มันมีวิธีอื่น&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.อ้างการข่าวหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้ว่าจะมีการปฏิวัติในช่วงเดือน เม.ย. ว่า &amp;quot;ผมไม่แสดงความเห็น เพราะคุณจตุพรอาจจะมีข้อมูล แต่ทางสายผมยังไม่มี และผมยังไม่ได้เจอคุณจตุพร ขณะนี้ทั้ง สมช. หน่วยข่าวกรอง และสันติบาลไม่มีการแจ้งเตือนเข้ามาที่ผมว่าจะมีอะไรในเดือน เม.ย.&amp;quot;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เมื่อถามว่า ทางสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่เรื่องจริง จะกลายเป็นว่าสองประเทศเกิดความขัดแย้ง &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่กล้าแสดงความเห็น เรื่องใหญ่ เมื่อถามว่า ในขณะที่บรรยากาศบ้านเมืองกำลังดี กำลังปรองดอง แต่นายจตุพรออกมาพูดจนหลายฝ่ายออกมาบอกว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง จะยิ่งทำให้ขาดความเชื่อมั่น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่แสดงความเห็น เมื่อถามว่า คิดว่าควรต้องระมัดระวังมากขึ้นในเรื่องการให้ข่าวเรื่องการปฏิวัติหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า &amp;nbsp;เป็นเรื่องของคนอื่นจะให้ตนพูดคงไม่ได้ เดี๋ยวทะเลาะกันตาย เมื่อถามว่า ถ้าเจอกับนายจตุพร จะเตือนให้เพลาๆ หรือไม่ เพราะประเด็นนี้ทำให้บ้านเมืองขาดความน่าเชื่อถือ รองนายกฯ กล่าวว่า &amp;quot; &amp;nbsp;ไม่กล้า เพราะคุณจตุพรก็เป็นผู้ใหญ่ แต่คุณจตุพรเป็นคนดี &amp;nbsp;รักพรรคเพื่อไทย ทำงานเสียสละ เหน็ดเหนื่อย ปราศรัยทั่วประเทศ แล้วเขากับผมก็รักกัน แต่ยังไม่ได้เจอกัน&amp;quot; เมื่อถามว่า กระแสข่าวเรื่องปฏิวัติทำให้ต่างชาติยิ่งขาดความเชื่อมั่น รองนายกฯ กล่าวว่า แสดงความเห็นยาก เอาเฉพาะส่วนที่ตนได้รับรายงานยังไม่มี &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เมื่อถามว่า บางฝ่ายมองว่าการที่นายจตุพรพูดเรื่องปฏิวัติก็ทำให้กระทบความเชื่อมั่นเป็นผลเสียต่อประเทศชาติ จะสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยังไม่ผิด เพราะเพียงแต่บอกว่าได้ข่าวมาถือว่ายังไม่ผิดกฎหมาย มันมีความผิดอยู่ 3 อย่าง เช่น การวางเพลิง เผาทรัพย์ แค่เตรียมการก็ผิดฐานพยายาม เกี่ยวกับสถาบันแค่เตรียมการก็ผิดข้อหาพยายาม ผู้ใดเตรียมการกระทำปฏิวัติ แค่เตรียมการผิดฐานพยายาม รองนายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;แต่ไม่มีหรอกการปฏิวัติ ท่าน ผบ.ทบ.ก็ยืนยันมาตลอด ผู้สื่อข่าวแย้งว่า แต่ทุกครั้งที่บอกว่าไม่ปฏิวัติแต่ก็เกิดขึ้นทุกที ครั้งที่ผ่านมา รมว.กลาโหม คนปัจจุบันในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นเสนาธิการทหารอากาศก็ยังไม่รู้เลยเขาจะทำปฏิวัติ รองนายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;แต่คราวนี้ไม่เกิดหรอก ท่านประยุทธ์คนนักเลง คนบางขุนเทียนพูดเชื่อได้ ผบ.ทบ.คนนี้พูดจาเชื่อถือได้ &amp;nbsp;คนบางขุนเทียนปากกับใจตรงกัน เชื่อเถอะ &amp;quot;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เมื่อถามว่าจะต้องให้ ผบ.ทบ.ออกมาประกาศการันตีเป็นสัญญาลูกผู้ชายว่าจะไม่ปฏิวัติอย่างที่นายจตุพรออกมาเรียกร้องท้าทายหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ต้องหรอก ก็ท่านประกาศหลายทีแล้ว นี่อย่าไปพูดเรื่องนี้เลย รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทยเย็นนี้ดีกว่า ซึ่งความจริงตนก็ไม่ค่อยได้มีส่วนกับงานดังกล่าว &amp;nbsp;เพราะนายกฯ สั่งการให้ไปต่างจังหวัด ไปปราบยาเสพติด ไปสภา และในวันที่ 13 ก.พ. ให้ตนพรีเซนต์เรื่องรัฐธรรมนูญของรัฐบาล เสร็จก็ส่งไปอยู่สภาอีก รวมทั้งดูเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน &amp;nbsp;ถ้าหาก พ.ร.ก.ตกโดยโหวตแพ้ในสภา มันถึงต้องพิจารณาว่ารัฐบาลจะต้องมีท่าทีอย่างไร แต่ถ้าตกโดยศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนละเรื่อง &amp;nbsp;ครม.ระบุว่าเป็นความจำเป็นฉุกเฉินเร่งด่วน คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นชอบ &amp;nbsp;แล้วถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าไม่เร่งด่วนแล้วบอกให้ตก &amp;nbsp;รัฐบาลไม่จำเป็นต้องลาออก ก็เอามาเข้าสภาฯเป็น พ.ร.บ. 3 วาระรวด&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/iVnds8ox56o" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39194#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82-%E0%B8%A1112">การแก้ไข ม.112</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87">เฉลิม อยู่บำรุง</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 08:28:06 +0000</pubDate>
 <dc:creator>wittayakorn</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39194 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39194</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ตำรวจเลื่อนรายงานตัว “ก้านธูป” ไม่มีกำหนด</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/dIG6LsKFzPY/39193</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt;10 &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt;ก.พ. &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt;55 &amp;ndash;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt; สืบเนื่องจากการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของ &amp;ldquo;ก้านธูป&amp;rdquo; นักศึกษาปี&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt; 1 &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt;คณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ก่อนหน้านี้มีกำหนดให้ผู้ต้องหาต้องไปรายงานตัวกับสถานีตำรวจบางเขนซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนสั่งฟ้องในวันที่ 11 ก.พ. นั้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นเจ้าของคดี พ.ต.ท. แบ๊งค์ บัวนวล ได้แจ้งกับผู้ต้องหา &amp;ldquo;ก้านธูป&amp;rdquo; ว่า ให้เลื่อนการรายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหาออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากทางตำรวจอาจจะตัดสินใจไม่สั่งฟ้องจำเลย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:&lt;br /&gt;
&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1328857807&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid=&amp;amp;subcatid="&gt;เว็บไซต์มติชนออนไลน์&lt;/a&gt; รายงานว่า ล่าสุด ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) &amp;nbsp;พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ รักษาราชการแทน(รรท.)รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าชุดตรวจสอบคดี &amp;ldquo;ก้านธูป&amp;rdquo; ซึ่งมีผู้ระบุว่าเผยแพร่ข้อความหมิ่นเบื้องสูงทางอินเทอร์เน็ต ว่า คดีดังกล่าวเมื่อมารับหน้าที่ก็ได้ทำต่อ โดยช่วงนั้นน้ำท่วมโรงพัก(สน.บางเขน)ก็ท่วม งานเลยชะลอไปและมีการเปลี่ยนแปลงพนักงานสอบสวน เมื่อได้รื้อฟื้นเอกสารมาตรวจสอบใหม่พบว่ามีประเด็นที่ต้องสอบเพิ่มเติมอยู่จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอซีที ส่วนหมายเรียกที่เรียกมาสอบเพิ่มเติมก็ให้ชะลอไว้ก่อน จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด เรื่องนี้มีขั้นตอนตามกฎหมายอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&amp;ldquo;ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมาทุกคนอยู่ใต้กฎหมายไทย หากผิดก็คือผิด ไม่ผิดก็คือไม่ผิด หากผิดแล้วบอกว่าเขาไม่ผิดต่อไปก็เคารพตัวเองไม่ได้ แต่หากไม่ผิดก็ต้องกล้าบอกว่าไม่ผิดด้วยเหตุผลใด ถึงขั้นตอนนี้อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น โดยต้องสอบผู้เชี่ยวชาญด้านเว็บไซต์ให้ชัดเจนมากกว่านี้&amp;rdquo; รรท.รอง ผบช.น.กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;พล.ต.ต.นเรศ กล่าวว่า หากมีคนกล่าวอ้างต้องดูว่าถูกทำขึ้นหรือไม่ เป็นของจริงหรือไม่ ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน เบื้องต้นยังไม่ได้สอบสวนก้านธูป ซึ่งการจะไปสอบได้นั้นก็ต้องรวบรวมพยาน หลักฐานให้ชัดเจนก่อน เรื่องนี้คุยกับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น.บอกว่าต้องมีเหตุผลคือไม่ผิดเพราะอะไร หรือผิดเพราะอะไร ต้องชัดเจน ไม่เช่นนั้นใครก็กล่าวหากันได้ ใครก็หลุดคดีได้ เรื่องอย่างนี้ทำเล่นๆไม่ได้ หลวมก็ไม่ได้ แต่ต้องขอเวลาก่อน ก่อนหน้านี้ก็ไปคุยกับทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) รวมถึงกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)มาแล้ว ต้องให้เวลาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สน.บางเขน รวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้ว รวมทั้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็ไม่ได้ยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้โพสต์ข้อความ พนักงานจึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง &amp;quot;ก้านธูป&amp;quot; เนื่องจากหากส่งฟ้องไปศาลก็ยกฟ้อง เพราะสอบพยานหลักฐานแล้วพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นคนโพสต์ข้อความดังกล่าว และช่วงเวลาที่มีการกระทำความผิด ผู้ถูกกล่าวหามีอายุเพียง 13-14 ปี ไม่น่าจะมีความคิดเห็นที่รุนแรงทางการเมือง พนักงานสอบสวนจึงสันนิษฐานว่ามีผู้อื่นไปโพสต์ข้อความแทนโดยใช้ชื่อ &amp;quot;ก้านธูป&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;แหล่งข่าวยังเปิดเผยว่าสำนวนคดีดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องมา 3 เดือนกว่าแล้ว และทำเรื่องเสนอความเห็นเสนอไม่ฟ้องไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) แต่ทาง บก.น.2 มีความเห็น ให้สอบ&amp;quot;ก้านธูป&amp;quot;เพิ่มเติม พนักงานสอบสวนสน.บางเขนจึงจำเป็นจะต้องออกหมายเรียกมาสอบเพิ่มเติมตามขั้นตอนกฎหมาย กระทั่งมีการเปลี่ยนชุดตรวจสอบคดีใหม่เป็นพล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ จึงให้ชะลอออกหมายเรียกสอบเพิ่มเติมไปก่อนจนกว่าจะรวบรวมพยานหลักพิสูจน์ได้ชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;div&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma, sans-serif; "&gt;&amp;ldquo;ก้านธูป&amp;rdquo; เปิดเผยกับประชาไทว่า หลังจากที่ทราบข่าวในวันนี้ ตนค่อนข้างรู้สึกแปลกใจมาก และค่อนข้างสับสน เนื่องจากมิได้รับแจ้งจากตำรวจโดยตรง แต่กลับรู้มาจากบุคคลอื่นก่อน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ยืนยันกับทนายความและตำรวจเจ้าของคดีแล้ว ก็รู้สึกลำบากใจ เนื่องจากได้มารับทราบอย่างกะทันหัน และในขณะนี้สถานะของคดีก็ยังไม่มีอะไรแน่นอน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;&lt;br /&gt;
mso-bidi-language:TH"&gt;ทั้งนี้ &amp;ldquo;ก้านธูป&amp;rdquo; ระบุว่า ได้ตัดสินใจยกเลิกกิจกรรมให้กำลังใจที่เดิมวางแผนไว้ในวันเสาร์เช้า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;mso-bidi-language:TH"&gt;10 &lt;span lang="TH"&gt;โมง บริเวณหน้าสถานีตำรวจบางเขน และตนเองจะเดินทางไปร่วมกิจกรรมกับ &amp;ldquo;ไท&amp;rdquo; ปณิธาน พฤกษาเกษมสุขที่จะเริ่มประท้วงอดอาหาร &lt;/span&gt;112 &lt;span lang="TH"&gt;ชั่วโมงบริเวณหน้าศาลอาญา เวลา &lt;/span&gt;4 &lt;span lang="TH"&gt;โมงเย็นแทน &amp;nbsp;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-link field-field-related-link"&gt;
      &lt;div class="field-label"&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง:&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;a href="/journal/2012/01/38604" target="_blank"&gt;เลื่อนหมายเรียก ‘ก้านธูป’ 11 ก.พ.รอง ผบก.น.2 สั่งสอบเพิ่ม-&amp;#039;เฉลิม&amp;#039;เรียกไอเอสพีเข้าพบ&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/dIG6LsKFzPY" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39193#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E">กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B9%E0%B8%9B">ก้านธูป</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2-112">มาตรา 112</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 08:23:22 +0000</pubDate>
 <dc:creator>suluck</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39193 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39193</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>เครือข่ายด้านสาธารณสุขระดมส่งแฟกซ์-อีเมลถล่มอียู "หยุดแย่งยาจากมือประชาชน"</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/RtShbffhpD4/39192</link>
 <description>&lt;p&gt;ภาคประชาสังคมทั่วโลกประสานพลังกดดันสหภาพยุโรปให้หยุดบังคับอินเดียให้รับเอฟทีเอที่จะมีผลทำลายอุตสาหกรรมยาชื่อสามัญในการประชุมสุดยอด สุดสัปดาห์นี้ เครือข่ายในไทยใช้วิธีส่งแฟกซ์-อีเมลถล่ม และโฟโต้แอคชั่น&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;
นายเฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้จะเป็นการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป-อินเดียเพื่อสรุปข้อตกลงเอฟทีเอระหว่างกัน ซึ่งสหภาพยุโรปยังคงพยายามกดดันให้อินเดียต้องรับข้อตกลงที่เกินไปกว่าความตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การการค้าโลก หรือที่เรียกว่าทริปส์พลัส ซึ่งจะมีผลทำลายอุตสาหกรรมยาชื่อสามัญของอินเดียที่ประชาชนทั่วโลกพึ่งพาอยู่ ทางเครือข่ายด้านสาธารณสุขทั่วโลกจึงร่วมในกันจัดการรณรงค์พร้อมกันในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;quot;อินเดียเป็นประเทศผู้ผลิตยาชื่อสามัญรายใหญ่ที่สุดในโลก  ยาจำเป็นต่างๆ กว่าร้อยละ 80 ที่ใช้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนามาจากอินเดีย โดยเฉพาะยาต้านไวร้สเอชไอวี  ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่จ่ายยาจำเป็นสำหรับรักษาโรคเอดส์ โรคหัวใจ และมะเร็งให้กับผู้ป่วยนับล้านรายภายในระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย โดยที่ยาเหล่านี้มาจากอินเดีย แต่สหภาพยุโรปกำลังทำทุกวิถีทางที่จะปิด &amp;ldquo;ร้านขายยา&amp;rdquo; ของประเทศกำลังพัฒนา และตัดสายป่านชีวิตของผู้คนนับล้านที่ต้องอาศัยยาจำเป็นจากประเทศอินเดีย&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการรณรงค์ในไทย เครือข่ายประชาชนและองค์กรต่างๆ ที่ร่วมกันทำงานเพื่อการเข้าถึงการรักษา นำโดยเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย จะใช้วิธีการส่งโทรสารและจดหมายอิเล็คทรอนิคไปยังสำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย และเชิญชวนประชาชนร่วมถ่ายภาพที่มีข้อความ &amp;ldquo;สหภาพยุโรปหยุดแย่งยาจากพวกเราซะที/EU Hand off Our Medicines&amp;rdquo; &amp;ldquo;หยุดเอฟทีเอที่ทำลายยาชื่อสามัญ/Stop the FTA Attack Generic Medicines&amp;rdquo; เผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย&lt;a href="http://www.facebook.com/EUinThailand "&gt; http://www.facebook.com/EUinThailand &lt;/a&gt;เพื่อกระตุ้นสำนึกผู้เจรจาของสหภาพยุโรปให้คณะกรรมาธิการยุโรปเปลี่ยนท่าทีในการเจรจาและสัญญาว่าจะสนับสนุนการเข้าถึงยาจำเป็นสำหรับประชาชนทุกคน โดยจะเริ่มการรณรงค์นี้พร้อมกันในวันศุกร์นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://farm8.staticflickr.com/7070/6850463027_8530ed5d0c_o.png" alt="" /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="color: rgb(153, 51, 0);"&gt;ภาพบางส่วนที่ถูกโพสต์ใน&lt;/span&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/EUinThailand"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 51, 0);"&gt;เพจเฟซบุ๊กของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำหรับเนื้อหาในข้อตกลงเอฟทีเอที่จะมีผลในการทำลายอุตสาหกรรมยาชื่อสามัญ อาทิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;middot;       การขยายอายุสิทธิบัตร ที่ทำให้การคุ้มครองสิทธิบัตรยาวนานเกินกว่า 20 ปีตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงทริปส์ขององค์การการค้าโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;middot;       การผูกขาดข้อมูลทางยา ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิหรือทำให้นำยาชื่อสามัญมาขึ้นทะเบียนยาไม่ได้หรือได้อย่างยากลำบาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;middot;       การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ที่บังคับให้รัฐบาลและระบบศาลของอินเดียต้องตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของเจ้าของสิทธิบัตรเป็นสำคัญ มากกว่าเรื่องสาธารณสุขของประชาชน และบั่นทอนการแข่งขันของยาชื่อสามัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;middot;       มาตรการชายแดน ที่จะทำให้การส่งออกยาจากอินเดียไปยังประเทศกำลังพัฒนามีความยากลำบากหรือไม่อาจจะส่งออกไปได้เลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&lt;strong&gt;/////////////////////////&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;ถึง      เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และหัวหน้าแผนกการค้าและเศรษฐกิจ คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;ชีวิตคนนับล้านในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงประเทศไทย อยู่ได้เพราะยาชื่อสามัญที่ราคาไม่แพงและเป็นธรรม  แต่ชีวิตของพวกเขากำลังถูกคุกคามอย่างหนัก เพราะการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ดำเนินอยู่ระหว่างสหภาพยุโรปและอินเดีย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;อินเดียเป็นประเทศผู้ผลิตยาชื่อสามัญรายใหญ่ที่สุดในโลก  ยาจำเป็นต่างๆ กว่าร้อยละ 80 ที่ใช้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนามาจากอินเดีย โดยเฉพาะยาต้านไวร้สเอชไอวี  ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่จ่ายยาจำเป็นสำหรับรักษาโรคเอดส์ โรคหัวใจ และมะเร็งให้กับผู้ป่วยนับล้านรายภายในระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย โดยที่ยาเหล่านี้มาจากอินเดีย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กำลังผลักดันอย่างหนักให้มีข้อตกลงการค้าที่มีข้อผูกมัดด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวดเกินกว่าข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การการค้าโลก (หรือข้อตกลงทริปส์)  ข้อตกลงนี้จะสกัดกั้นการเข้าถึงยาที่จำเป็นของประชาชนในประเทศกำลังพัฒนา  คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังจะปิด &amp;ldquo;ร้านขายยา&amp;rdquo; ของประเทศกำลังพัฒนา และตัดสายป่านชีวิตของผู้คนนับล้านที่ต้องอาศัยยาจำเป็นในราคาที่เป็นธรรมจากประเทศอินเดีย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปเพิกถอนมาตรการต่างๆ ต่อไปนี้ออกจากข้อตกลงที่จะทำกับรัฐบาลอินเดีย:&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&amp;middot;       การขยายอายุสิทธิบัตร ที่ทำให้การคุ้มครองสิทธิบัตรยาวนานเกินกว่า 20 ปีตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงทริปส์ขององค์การการค้าโลก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&amp;middot;       การผูกขาดข้อมูลทางยา ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิ์หรือทำให้นำยาชื่อสามัญมาขึ้นทะเบียนยาไม่ได้หรือได้อย่างยากลำบาก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&amp;middot;       การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ที่บังคับให้รัฐบาลและระบบศาลของอินเดียต้องตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของเจ้าของสิทธิบัตรเป็นสำคัญ มากกว่าเรื่องสาธารณสุขของประชาชน และบั่นทอนการแข่งขันของยาชื่อสามัญ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&amp;middot;       มาตรการชายแดน ที่จะทำให้การส่งออกยาจากอินเดียไปยังประเทศกำลังพัฒนามีความยากลำบากหรือไม่อาจจะส่งออกไปได้เลย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt; &lt;br /&gt;
ข้าพเจ้าเรียกร้องเพื่อประชาชนในประเทศกำลังพัฒนาที่จำเป็นต้องพึ่งพายาจำเป็นในราคาที่เป็นธรรม ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปเปลี่ยนท่าทีในการเจรจาและสัญญาว่าจะสนับสนุนการเข้าถึงยาจำเป็นสำหรับประชาชนทุกคน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/RtShbffhpD4" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39192#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/economic">เศรษฐกิจ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/foreign">ต่างประเทศ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2">การเข้าถึงยา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9B">สหภาพยุโรป</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2">อินเดีย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD">เอฟทีเอ</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 07:43:14 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user13</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39192 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39192</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>D.I.Y. (DID It YAKKK) ทำเองไม่ง่ายนะ ...ขอบอก</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/0wTchvERJaw/39191</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;ทศพล ทรรศนกุลพันธ์&lt;br /&gt;
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;
หลังจากภาวะภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ บ้านเรือนข้าวของเสียหายไปเป็นจำนวนมาก โดยสิ่งที่ต้องได้รับความเสียหายไปด้วยก็คือ เครื่องใช้เครื่องเรือนในบ้าน หรือโรงงาน สำนักงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสร้างบ้านใหม่ การเลือกหาบ้านหลังที่สอง หรือการซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้าบ้านกลายเป็นกิจกรรมใหญ่ที่คนในสังคมคลุกคลี ให้ความสนใจ บริษัทห้างร้านทั้งหลายก็มีกิจกรรมส่งเสริมการขายมารองรับความต้องการในส่วนนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางความต้องการเฟอร์นิเจอร์ใหม่นั้น ตัวเลือกก็มีอยู่ไม่มากนัก สำหรับผู้บริโภค หากไม่ได้อาศัยอยู่ในจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ การเลือกหาสินค้าท้องถิ่นจากร้านท้องถิ่นจึงเป็นไปได้ยาก  ข้อจำกัดและเงื่อนไขข้างต้น ทำให้คนที่อาศัยอยู่ในแถบเมือง โดยเฉพาะมหานคร และหัวเมืองใหญ่ๆ จำต้องเลือกซื้อสินค้ายี่ห้อดังระดับชาติจากร้านแฟรนไชส์ระดับชาติ หรือระดับโลก  &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ร้านที่กำลังฮือฮากันอยู่ก็คือ ร้านเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังที่มาเปิดสาขาแรกในประเทศไทย และสามารถให้เข้าไปเลือกชมเลือกซื้อได้ทางอินเตอร์เน็ต หรือจะเข้าไปชมของจริงก็ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวคิดที่มาพร้อมกับสินค้ายี่ห้อนี้ก็คือ D.I.Y. (Did It Yourself) หรือ สินค้าที่เมื่อเราเลือกซื้อแล้วทางร้านจะให้ชิ้นส่วนต่างๆมาแล้วเราก็ลงมือประกอบเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อดีของสินค้าในแนวคิดนี้และทำให้ติดตลาดไปทั่วโลก คือ ความประหยัดกว่าสินค้ายี่ห้ออื่นในประเภทเดียวกัน เพราะลดค่าแรงในการประกอบ ไม่นับรวมถึงความง่ายที่ทำให้ใครๆ ก็สามารถประกอบเองได้ และถือเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัวเมื่อยามร่วมกันประกอบเฟอร์นิเจอร์ทุกตัวขึ้นมาด้วยตัวเองและคนที่คุณรัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมเองได้มีโอกาสซื้อสินค้าตามแนวคิด D.I.Y. แต่เป็นของยี่ห้ออื่น แต่ก็เป็นแบรนด์ระดับชาติ   เมื่อจำเป็นต้องซื้อชุดจัดแขวนเสื้อผ้าแบบโปร่งด้วยสนนราคาเกือบสองหมื่นบาทแต่ต้องนำมาประกอบเองโดยที่คนขายบอกว่าง่ายมากทำเองได้อยู่แล้ว   แต่ด้วยความกังวลใจเลยลองถามถึงค่าแรงหากจะให้ช่างของทางร้านมาประกอบและติดตั้งให้ ซึ่งทางร้านคิดเพิ่มอีก 6,000 บาท ผมก็เลยต้องนำมาประกอบเองโดยปริยาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมใช้เวลาประกอบชุดเฟอร์นิเจอร์นี้ด้วยตัวผมเองและคนในครอบครัวอีก 4 คน เป็นเวลาถึง 4 วัน กว่าจะแล้วเสร็จ   เท่ากับว่า ผมใช้แรงงาน 5 คน 4 วัน  เท่ากับทั้งหมด 20 งาน หากนำเอาค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลประกาศว่าจะขึ้นให้ในกลางปีคือวันละ 300 มาคูณ ก็จะเท่า 6,000 บาท เท่ากับที่ทางร้านเสนอมาพอดิบพอดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ผมประกอบนั้น ทั้งผมและคนในครอบครัวต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ความยากและความเหนื่อย และค่าเสียโอกาสที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะโยนไปให้ช่างแล้วเราเพียงแค่เสียเงินค่าจ้าง   เพราะแท้ที่จริงเรา 5 คนทำงานของพวกเรา 4 วัน น่าจะมีรายได้มากกว่า 6,000 บาทอยู่เยอะทีเดียว ซึ่งมันก็จริง แม้เมื่อช่างมาจริงๆ เขาจะมากันแค่ 2 คนและใช้เวลาเพียง 1 วัน ก็ประกอบเสร็จแล้วทำให้เราเสียดายเงินก็ตาม แต่ถ้าคิดว่าเราไม่ต้องเสียโอกาสจากการลงมือทำเอง มันก็คุ้มมิใช่หรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผม หวนคิดถึงเรื่องที่เคยฉงนมานานอยู่ 2 เรื่อง คือ ค่าจ้างช่างฝีมือในประเทศไทยต่ำกว่า ช่างฝีมือในต่างประเทศมากหรือไม่   และสินค้าประเภท D.I.Y. ขายดีมากในต่างประเทศเพราะอะไร &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ค่าจ้างช่างฝีมือในประเทศไทยต่ำกว่าช่างฝีมือในต่างประเทศมาก รวมถึงสวัสดิการ และต้นทุนในการจัดการทำงานให้ปลอดภัย  และ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สินค้าประเภท D.I.Y. ขายดีมากในต่างประเทศเพราะอะไร บรรษัทอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์สามารถลดค่าจ้างประกอบซึ่งหมายรวมทั้งค่าตอบแทน สวัสดิการ การเจรจาต่อรองกับสหภาพแรงงาน และการจัดสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัย   ยิ่งไปกว่านั้นผู้ซื้อก็ประกอบได้เองโดยที่ไม่ต้องเสียเงินจ้างช่างฝีมือที่มีราคาแพงมาก&lt;br /&gt;
ประกายความคิดที่ผุดขึ้นมาก็คือ บริบททางเศรษฐกิจการเมือง โดยเฉพาะเรื่องแรงงานในประเทศไทยอยู่ในจุดที่ย่ำแย่ จนถึงขนาดที่เราสามารถแสวงหาการขูดรีดแรงงานได้ง่ายขนาดนั้น   หรือต่างประเทศมีการคุ้มครองแรงงานดีจนทุกคนต้องทำเองทุกอย่างจนช่างฝีมือไม่มีงานทำจนต้องคิดราคาแพงเมื่อมีงานเข้ามา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความคิดทั้งสองอาจไม่มีความคิดใดผิดเลยทั้งสองประเด็น   แต่ที่แน่ๆ คือ การคุ้มครองแรงงานไทยมีปัญหาที่ชวนให้ขบคิดอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ ความปลอดภัยในการทำงาน และการรวมกลุ่มต่อรอง&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/0wTchvERJaw" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39191#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/labour">แรงงาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C">ทศพล ทรรศนกุลพันธ์</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 06:36:22 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user13</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39191 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39191</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>TCIJ: ชาวประจวบฯ จี้ใช้ ‘แผนอนุรักษ์พลังงาน’ เป็นทางเลือกแรก ‘แผนพีดีพี 2012’</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/Nw1aRK2I2H8/39189</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่มา: &lt;a href="http://www.tcijthai.com/citizen-journalist-story/1250"&gt;ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ)&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมประจวบฯ และชุมพร ร่วมเวทีอนาคตไฟฟ้าไทย ยื่นข้อเสนอใช้แผนอนุรักษ์พลังงาน ต้านถ่านหินและนิวเคลียร์ เปลี่ยนแนวคิดวางแผนพลังงานใหม่ลดสร้างหนี้สาธารณะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="500" height="375" alt="" src="/sites/default/files/u10/IMG-20120209-02981.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;(9 ก.พ.55) เวลาประมาณ 10.30 น.เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ และชาวบ้านจากจังหวัดชุมพรรวมกว่า 120 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ผ่านนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ ซึ่งมีการจัดการสัมมนาเรื่อง &amp;ldquo;อนาคตไฟฟ้าไทย มาจากทางไหน ช่วยบอกที..?&amp;rdquo; โดยคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ร่วมกับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เพื่อเสนอให้รัฐบาลนำแผนอนุรักษ์พลังงานระยะ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.2554-2573)&amp;nbsp;ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงพลังงาน มาผนวกรวมเป็นทางเลือกแรกในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ&amp;nbsp;PDP&amp;nbsp;ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.) พร้อมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแก&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="533" height="400" alt="" src="/sites/default/files/u10/IMG_1150ss.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นางสาวสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล จากกลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก กล่าวให้เหตุผลในงานสัมมนาว่า&amp;nbsp;การใช้หลักพิจารณาความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand)&amp;nbsp;และการจัดหาไฟฟ้า (Supply)&amp;nbsp;ดังที่ทางผู้เกี่ยวข้องกับการวางนโยบายพลังงานกล่าวถึงว่าใช้ในการพิจารณาวางแผนไฟฟ้า ขอให้นำมาใช้ในทางปฏิบัติจริงๆ ดังเช่น&amp;nbsp;ความต้องการใช้ไฟฟ้าของทับสะแก จ.ประจวบฯ ซึ่งมีเพียง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมกะวัตต์ แต่กลับมีการแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;เมกะวัตต์ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;แผนอนุรักษ์พลังงานดังกล่าวซึ่งจัดทำโดยกระทรวงพลังงานเอง ประเมินว่าใช้งบลงทุนปีละไม่เกิน&amp;nbsp;5,900&amp;nbsp;ล้านบาท แต่จะให้ผลตอบแทนโดยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประเทศถึงปีละ&amp;nbsp;272,000&amp;nbsp;ล้านบาท โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแกและโรงไฟฟ้าถ่านหินอื่นๆ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;โรง และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;โรง รวมแล้วเป็นกำลังการผลิตกว่า&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;เมกกะวัตต์ เมื่อหน่วยงานรัฐเสียทรัพยากรในการจัดทำแผนที่ดีมาแล้วก็ควรนำมาใช้&amp;rdquo;นางสาวสุรีรัตน์กล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ด้านนางชื่นชม สง่าราศรี กรีเซน นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวนำเสนอแนวคิดการวางแผนพลังงานใหม่ในการอภิปรายหัวข้อ &amp;ldquo;ภาคประชาชนกับการตั้งรับวิกฤตพลังงานไฟฟ้า&amp;rdquo; ว่า สังคมไทยควรทำความเข้าใจนิยามคำว่าวิกฤตพลังงานเนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้ในมุมแคบเพียงแค่ไฟฟ้าและพลังงานขาดแคลน ทางออกจึงกลายเป็นการวางแผนสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเท่านั้น แต่การสร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ทำกันทั่วโลกจะต้องคำนึงถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มิติอันได้แก่ 1.ด้านปริมาณ&amp;nbsp;โดยกระจายแหล่งพลังงานและลดการนำเข้า&amp;nbsp;2.ด้านราคา คือ ให้บริการในราคาที่จ่ายได้ ลดความผันผวนของราคา 3.ด้านประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน&amp;nbsp;รวมถึงผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และ 4.ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;คือ ต้องคิดต้นทุนที่แท้จริงของพลังงานแต่ละประเภททั้งด้านสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ดังนั้นนิยามใหม่ของ ความมั่นคงด้านพลังงาน คือ มีทรัพยากรพลังงานเพียงพอ และเหมาะสม ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงสิ่งแวดล้อม&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ขณะเดียวกันการวางแผนพลังงานของประเทศใหม่ตามกรอบที่เสนอนี้จะต้องกำหนดดัชนีชี้วัดที่ชัดเจน มีการประเมินผล และกำหนดผู้รับผิดชอบด้วย&amp;nbsp;(Accountability) เพราะที่ผ่านมาการวางแผนที่ผิดพลาดทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการมาก ตัวอย่างเช่นพลังงานไฟฟ้าสำรองของปีที่แล้ว&amp;nbsp;(2554)&amp;nbsp;มีถึง&amp;nbsp;31%&amp;nbsp;ซึ่งเกินจากเกณฑ์ที่ กฟผ.ตั้งไว้ที่&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;ถึงเท่าตัว เมื่อคิดเป็นมูลค่าการลงทุนในการสร้างโรงไฟฟ้าที่เกินจำเป็นแล้วนับเป็นมูลค่ากว่า&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ล้านบาท เหล่านี้กลายเป็นหนี้สาธารณะที่กฎหมายไม่กำหนดชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ผู้รับผิดชอบ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ภายใต้กรอบคิดใหม่นี้ จึงนำเสนอการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ หรือ&amp;nbsp;PDP 2012&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาสำคัญคือ(1)&amp;nbsp;ปรับการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;(demand forecast)&amp;nbsp;ลดลงให้ตรงกับความเป็นจริงเพราะที่ผ่านมาพยากรณ์เกินมาตลอด ตัวเลขปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่าพยากรณ์เกินไปถึง&amp;nbsp;5,800&amp;nbsp;เมกกะวัตต์(2)&amp;nbsp;นำแผนอนุรักษ์พลังงานระยะ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ. 2554 - 2573)&amp;nbsp;มาใช้ คือเลือกลงทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน&amp;nbsp;(EE)&amp;nbsp;และการจัดการด้านการใช้พลังงาน&amp;nbsp;(DSM) เป็นลำดับแรก จะสามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มถึง&amp;nbsp;20%&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;(3)&amp;nbsp;ส่งเสริมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม&amp;nbsp;(co-generation)&amp;nbsp;แบบกระจายศูนย์ แทนการสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นการใช้พลังงานจากไฟฟ้าและความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า และมีศักยภาพสูงถึง&amp;nbsp;4,800&amp;nbsp;เมกกะวัตต์ (4)&amp;nbsp;ยืดอายุ/เพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเก่าของ กฟผ.ซึ่งจะใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;ภายใต้แผน&amp;nbsp;PDP 2012&amp;nbsp;ฉบับใหม่ที่ทำการศึกษามานี้ ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และไม่ต้องนำเข้าไฟฟ้าจากเขื่อนประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติมก็ยังมีไฟฟ้าสำรองมากเพียงพอ คือเราสามารถหลีกเลี่ยงการลงทุนซึ่งจะกลายเป็นหนี้สาธารณะรวมเป็นเม็ดเงินจำนวน&amp;nbsp;2.01&amp;nbsp;แสนล้านบาท และจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าของผู้บริโภคจะลดลง&amp;nbsp;12%&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับแผน&amp;nbsp;PDP2010&amp;nbsp;เดิมของ กฟผ.&amp;rdquo;&amp;nbsp;นักวิชาการอิสระด้านพลังงานกล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นางชื่นชมกล่าวด้วยว่า แผน&amp;nbsp;PDP 2012&amp;nbsp;ฉบับใหม่ยังเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานในแง่เพิ่งความหลากหลายเชื้อเพลิง ลดความเสี่ยง ลดการนำเข้า และจะเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการจัดหาพลังงานของประเทศภายใต้กรอบใหม่นี้ จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นเพียง&amp;nbsp;3.7%&amp;nbsp;จากปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;เท่านั้น ในขณะที่แผนเดิม&amp;nbsp;PDP2010&amp;nbsp;ของ กฟผ.จะปล่อยก๊าซฯ เพิ่มถึง&amp;nbsp;97%&amp;nbsp;ทั้งนี้เมื่อพิจารณาตามสัดส่วนจำนวนประชากร จะช่วยลดการปล่อยก๊าซฯ ต่อหัวประชากร&amp;nbsp;(GHG emission per capita)&amp;nbsp;จากการผลิตไฟฟ้าได้ในอัตรา&amp;nbsp;7.7%&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;และช่วยลดมลพิษอากาศจากการปล่อยไนตรัสออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ฝุ่นละอองและสารปรอทได้กว่า&amp;nbsp;50%&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นางกรณ์อุมา พงษ์น้อย กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก กล่าวว่า ที่ผ่านมาการวางแผนพลังงานของประเทศยึดติดอยู่กับการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อป้อนความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยไม่สนใจส่งเสริมการประหยัดพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างจริงจัง ทั้งที่การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก่อให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อมสูง อีกทั้งยังสร้างความขัดแย้งรุนแรงในหลายชุมชนทั่วประเทศ แผนอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอของนักวิชาการอิสระเพื่อทบทวนวิธีวางแผนพลังงานของประเทศในเวทีนี้แสดงให้เห็นว่าทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า ถูกกว่า และทำให้สังคมสงบสุขได้นั้นมีอยู่ หากกระทรวงพลังงานและ กฟผ.ไม่ติดกรอบคิดเดิมๆ&amp;rdquo;นางกรณ์อุมากล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ขณะที่นางจินตนา แก้วขาว กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด ให้ความเห็นว่า แผนการสร้างโรงไฟฟ้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน นิวเคลียร์ หรือเขื่อน สร้างความขัดแย้งแตกแยกให้กับคนในชุมชน เกิดความไม่เป็นธรรมกับชาวบ้านจำนวนมากที่ออกมาเรียกร้องสิทธิที่จะปกป้องทรัพยากรและบ้านเกิดของตนเอง และถึงที่สุดแล้วโรงไฟฟ้าก็เกิดไม่ได้อยู่ดี ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและ กฟผ.จะทบทวนวิธีการวางแผนพลังงานใหม่ โดยต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ทั้งนี้ หนังสือเรียกร้องมีรายละเอียดดังนี้&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" style="border-collapse:collapse;border:none;"&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td width="616" valign="top" style="width:462.1pt;border:solid windowtext 1.0pt;padding:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt"&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; text-indent: 269.35pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;กลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; text-indent: 269.35pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;68/12 ถนนเพชรเกษม อำเภอทับสะแก&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; text-indent: 269.35pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;77130&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;9 กุมภาพันธ์ 2555&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เรื่อง   ขอเรียกร้องให้ใช้แผนอนุรักษ์พลังงานเป็นทางเลือกแรกในการวางแผนพีดีพี &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;2012 และคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแกของ กฟผ.&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เรียน   รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;,ประธานคณะกรรมาธิการพลังงานวุฒิสภา&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;อ้างถึง   &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;1.แผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี (พ.ศ2554-2573) ของกระทรวงพลังงาน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.สำเนาแสดงแผนปิดซ่อมโรงไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; text-indent: 36pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ตามที่คณะกรรมาธิการพลังงานวุฒิสภาจะจัดงานสัมมนาเรื่อง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;.. &amp;ldquo;อนาคตไฟฟ้าไทย   มาจากไหนช่วยบอกที..?&amp;rdquo; ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์   คอนเวนชั่น นั้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯได้ติดตามการวางแผนพีดีพีของประเทศมา   โดยตลอด เราพบว่า&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;....   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;วิกฤติพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย   คือการวางแผนพีดีพีที่ขาดธรรมาภิบาล อันเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์   ของกลุ่มข้าราชการของรัฐที่ต้องทำหน้าที่กำหนดและกำกับดูแลนโยบายพลังงาน   แต่กลับไปนั่งเป็นกรรมการในบริษัทค้าพลังงานที่ได้รับค่าตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้   การวางแผนพีดีพี&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;.ที่ผ่านมาจึงผิดพลาดมาโดยตลอดเน้นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเพียงบางกลุ่มมากกว่าการคำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของสังคม   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;อีกทั้งยังเป็นแผนพลังงานที่เน้นการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่   เน้นการรวมศูนย์ มากกว่าการกระจายศูนย์ ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงด้านพลังงาน   หากเกิดโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่มีปัญหากะทันหันจะเกิดผลเสียหายในวงกว้าง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ปัญหาการพยากรณ์การใช้ไฟฟ้าที่ผิดพลาดอย่างซ้ำๆ   ซากๆ สูงเกินความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง สร้างปัญหาไฟฟ้าสำรองสูงเกิน &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;15% แล้ว   กฟผ.ยังทำแผนปิดซ่อมโรงไฟฟ้าในช่วงเดือนที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด   ได้สร้างภาระต้องลงทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่โดยไม่จำเป็น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;แม้แต่ปัจจุบันก็มีธง   มีเป้าหมายเลือกสนับสนุนเชื้อเพลิงถ่านหินที่ก่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมสูงสุดไม่สอดคล้องกับแนวทางการใช้ทรัพยากรที่ก่อให้เกิดพัฒนาที่ยั่งยืน   เกิดการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมอย่างทั่วถึง เป็นตัวการสำคัญที่ก่อความขัดแย้ง   สร้างความทุกข์ระรานไปทั่วทุกชุมชนที่เป้าหมายในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่   เช่นที่จังหวัดประจวบฯ แผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบ่อนอก&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;-บ้านกรูด-ทับสะแก ก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างยาวนานไม่ต่ำกว่า 15 ปี &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ขณะนี้ชาวบ้านประจวบฯ   ได้ร่วมกันศึกษาแผนอนุรักษ์พลังงาน &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;20 ปี (2554-2573) ของกระทรวงพลังงานที่ผ่านการอนุมัติจาก ครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างมาก   เพราะเพียงแค่&lt;b&gt;&lt;u&gt;ส่งเสริมการประหยัดคือลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานที่จะสามารถทำการผลิตผลได้ปกติแต่ใช้พลังงานน้อยลง   ใช้งบลงทุนปีละไม่เกิน &lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;5,900 ล้านบาทให้ผลตอบแทนลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประเทศปีละ   272,000ล้าน   โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแกและโรงไฟฟ้าถ่านหินอื่นรวม 9   โรงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีก 5 โรงรวมกำลังการผลิต   12,000 เมกกะวัตต์ ตามแผนพีดีพี 2010 &lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ที่วางไว้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เราเห็นว่าการทำแผนอนุรักษ์พลังงานให้บรรลุเป้าหมาย   ควรเป็นทางเลือกแรกในแผนพีดีพี &lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-size:&lt;br /&gt;
            10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;2012 จะเป็นทางออกของสังคมไทยในการแสวงหาแหล่งพลังงานอย่างยั่งยืนที่ก่อประโยชน์กับประเทศไทยสูงสุด&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่อยากลดภาระการค้ำประกันเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจในการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่   เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ลดค่าไฟฟ้า ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาโลกร้อน   และสร้างสังคมกัลยาณมิตรอย่างแท้จริง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เราเห็นว่า&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;...ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญที่ทำให้แผนอนุรักษ์พลังงานไม่เป็นจริงคือ   องค์กรที่เกี่ยวข้องในการวางแผนพลังงานยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องแผนอนุรักษ์พลังงาน   หรือเข้าใจแต่ไม่แยแส แถมยังเลือกมีบทบาทชี้นำความคิดของสังคมให้ติดหล่ม   ติดกับดักความคิดตื้นๆ แต่เพียงว่า.. พลังงานไฟฟ้าในอนาคตถ้าไม่ใช่นิวเคลียร์ก็ต้องเป็นถ่านหิน   ทั้งๆ ที่มีตัวเลือกที่ดีกว่าในทุกๆ ด้าน   หากสนับสนุนแผนอนุรักษ์พลังงานให้เป็นจริง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เพื่อประโยชน์ต่อความรู้ความเข้าใจของท่านผู้ทรงเกียรติ   ชาวบ้านประจวบฯ ได้ทำการเรี่ยไรเงินเพื่อเป็นค่าส่งไปรษณีย์และค่าถ่ายเอกสารสรุปสาระสำคัญของแผนอนุรักษ์พลังงาน   ให้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน คณะกรรมาธิการพลังงานทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรทุกคนได้อ่าน   เพื่อปรับวิสัยทัศน์ในการมองปัญหาด้านวิกฤติพลังงานของประเทศและเป็นคำตอบว่าอนาคตไฟฟ้าไทยมาจากไหนช่วยบอกที&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;..ต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;และเราขอเรียกร้องให้กระทรวงพลังงาน   รีบเผยแพร่เนื้อหาของแผนอนุรักษ์พลังงานทั้งหมดลงในเว็บไซด์ของกระทรวงพลังงาน เพื่อผู้เกี่ยวข้องกับการวางแผนยุทธศาสตร์พลังงานของชาติ   นักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ง่ายขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;เรียนมาเพื่อทราบและอยากเห็นการปฏิบัติจริง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;ขอแสดงความนับถือ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;กลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายอนุรักษ์บางสะพาน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Nw1aRK2I2H8" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39189#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-0">นักข่าวพลเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1">สิ่งแวดล้อม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99">กระทรวงพลังงาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2">คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%AF">เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2">แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5-2010">แผนพีดีพี 2010</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5-2012">แผนพีดีพี 2012</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B0-20-%E0%B8%9B%E0%B8%B5">แผนอนุรักษ์พลังงานระยะ 20 ปี</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 19:40:38 +0000</pubDate>
 <dc:creator>kim</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39189 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39189</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>เม้าท์มอย เฉพาะกิจ: ลั้นลา..หัวหิน คุยกับนักปรัชญาชายขอบ</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/sWDArzBaUzs/39188</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;เม้าท์มอย เฉพาะกิจ หลิ่มหลี ลั้นลามาเยือนหัวหิน มาเม้าท์ๆ มอยๆ เรื่องพุทธศาสนากับอาจารย์สุรพศ ทวีศักดิ์ หรือ &amp;ldquo;นักปรัชญาชายขอบ&amp;rdquo; ว่าศาสนา สังคม และการเมืองเกี่ยวพันลึกซึ้งกันเพียงใด และดูกร ชาวพุทธไทย เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe width="630" height="350" frameborder="0" allowfullscreen="" src="http://www.youtube.com/embed/1xPj22mepHU"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe width="630" height="350" frameborder="0" allowfullscreen="" src="http://www.youtube.com/embed/1pdd1fPoeLY"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img width="150" height="75" src="/sites/default/files/files/picturebig/20120210-MouthMoy-cover.jpg" alt="" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/sWDArzBaUzs" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/02/39188#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">วัฒนธรรม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%87">ชามดอง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0">ธรรมะ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%9A">นักปรัชญาชายขอบ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2">พุทธศาสนา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2">มัลติมีเดีย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A8-%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C">สุรพศ ทวีศักดิ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5">หลิ่มหลี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99">หัวหิน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A2">เม้าท์มอย</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 17:38:09 +0000</pubDate>
 <dc:creator>postman</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39188 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/02/39188</feedburner:origLink></item>
</channel>
</rss>

