<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219</id><updated>2016-11-23T00:20:01.697+07:00</updated><category term="การเมือง"/><category term="สังคมการเมือง"/><category term="เอือมระอา"/><category term="ประชาธิปไตย"/><category term="นโยบายขายฝัน"/><category term="จินตนาการ"/><category term="ประวัติศาสตร์"/><category term="สังคมเมือง"/><category term="คนขายชาติ"/><category term="มุมมืด"/><category term="หันหน้าเข้าวัด"/><title type='text'>จุดแตกต่างทางความคิด</title><subtitle type='html'>ความคิด...ย่อมเป็นสิทธิและเสรีภาพโดยชอบธรรมของบุคคล</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>นพพร พิจารณา</name><uri>https://plus.google.com/116511471567489665737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>22</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-3106058497431526036</id><published>2014-08-23T08:59:00.002+07:00</published><updated>2014-08-23T08:59:30.096+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จินตนาการ"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ประวัติศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมเมือง"/><title type='text'>พัฒนาการทางสังคม</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-47-BTw4TPr4/TXshlwsDUXI/AAAAAAAACXU/XLV-8VALxBw/s1600/cerebrum.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-47-BTw4TPr4/TXshlwsDUXI/AAAAAAAACXU/XLV-8VALxBw/s1600/cerebrum.jpg&quot; height=&quot;353&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: left;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;แต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายจะเป็นบุคคลกลุ่มแรกผู้ที่หล่อหลอมเด็กในครอบครัวให้รับรู้ในสิ่งต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ตั้งแต่การหัดคลาน หัดเดิน หัดพูด ตลอดจนสั่งสอนให้รู้จักกับเรื่องราวของประวัติศาสตร์ วรรณคดี วัฒนธรรม และศีลธรรม ผ่านนิทาน เพลงกล่อมเด็กและเรื่องเล่ามากมาย ดังนั้นเผ่าพันธุ์ที่มีครอบครัวแบบดั้งเดิมจึงสามารถถ่ายทอดพฤติกรรมเหล่านี้ไปยังลูกหลานได้อย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งอารยธรรมประเภทนี้ ในปัจจุบันคงจะมีอยู่เฉพาะกลุ่มประเทศในเอเซียเป็นหลักที่ยังคงรักษาประเพณีของการดำรงชีวิตแบบเดิมเอาไว้ได้ เพราะประเทศที่มีอารยธรรมโบราณที่ดีงามในยุคหลายร้อยหลายพันปีก่อนของกลุ่มทางอเมริกากลางล้วนแล้วแต่สูญสลายไปจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ชนเผ่าอินคา มายา หรือแอชแทค ซึ่งไม่ใช่การเสื่อมสลายไปเองตามธรรมชาติ แต่เป็นการเสื่อมสลายไปด้วยการรุกรานทางการทหารด้วยการทำลายล้างของพวกนักล่าอาณานิคมชาวสเปน ชาวโปรตุเกส ชาวฮอลันดา ในยุคแรกๆ ตามมาด้วย อังกฤษ ฝรั่งเศส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การรุกรานด้วยกำลังทหารอย่างป่าเถื่อนโหดร้ายต่อประเทศหรือกลุ่มชนอื่นๆ เป็นการรุกรานโดยมีจุดประสงค์เพื่อการแสวงหาทรัพยากรกลับมาบำรุงเผ่าพันธุ์ของตนและขยายอาณาเขตของตนให้กว้างไกลออกไป ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่าไม่สามารถทำการยึดครองได้ตลอดไปก็ตาม แต่ก็ยินดีที่จะกระทำลงไปเพื่อกอบโกยผลประโยชน์โดยไร้มนุษยธรรม และทิ้งไว้เพียงร่องรอยของอารยธรรมโบราณที่เป็นเลิศและสูงส่ง ไม่ว่าจะเป็น ด้านศิลปกรรม ด้านสถาปัตยกรรม การผังเมือง ขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งประเทศของตนไม่เคยมีอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และข้ออ้างในการรุกรานก็ไร้เหตุผลด้วยการนำศาสนามาเป็นเครื่องบังหน้า อ้างว่าเพื่อการเผยแพร่ศาสนา กล่าวหาว่าผู้ที่ไม่นับถือคริสตศาสนาคือพวกป่าเถื่อน กรณีสงครามครูเสดหลายต่อหลายครั้ง คือคำตอบในการกล่าวอ้างสาเหตุในการรุกรานทำลายล้างประเทศในกลุ่มชาวมุสลิม และจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ประเทศที่ยิ่งใหญ่คับฟ้าอย่างอเมริกาก็ยังคงหาเหตุเข้าโจมตีเข่นฆ่าประชาชนในแถบของกลุ่มโลกอิสลามอย่างป่าเถื่อน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มที่ต่อต้านเพื่อปกปักรักษาแผ่นดินและทรัพยากรของตน แต่รวมไปถึงชีวิตของพลเรือนทั่วไปด้วย ในสงครามอิรักครั้งล่าสุดมีประชาชนพลเรือนชาวอิรักเสียชีวิตมากกว่า 1 แสนคน ขณะที่ทหารอเมริกาเสียชีวิตประมาณ 4 พันคน เนื่องจากอเมริกาเน้นหนักไปในการโจมตีทำลายบ้านเมืองและชีวิตของประชาชนด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดและการโจมตีด้วยอาวุธระยะไกล ตามประสาคนขี้ขลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่หรือการทหาร ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าประเทศนั้นๆ มีความเจริญทางจิตใจแต่อย่างใด นั่นหมายความว่าระบอบการปกครองของประเทศนั้นๆ ก็ไม่ได้มีความดีเลิศเหนือกว่าระบอบการปกครองของประเทศอื่นๆ เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควรจะยอมรับในข้อเท็จจริงที่ว่าระบอบการปกครองของประเทศย่อมขึ้นอยู่กับประเพณีการปกครองที่แต่ละประเทศยึดถือมาเนิ่นนาน อาจจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขมาบ้างก็ตาม แต่ยังคงต้องรักษากรอบของขนบธรรมเนียมประเพณีเดิมเอาไว้อย่างมั่นคง ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศในโลกจะต้องมีแนวทางการปกครองประเทศในแบบอย่างที่อเมริกาชี้นำแต่เพียงประการเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะนั่นคือเส้นทางของหายนะ หากจะให้ทุกประเทศชื่นชมยินดีต่อวิธีการทำลายล้างประเทศอื่นๆ เพื่อช่วงชิงทรัพยากรของประเทศนั้นๆ มาเป็นของตน รวมถึงการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างไร้ศีลธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่ไม่ใช่วิถีทางของประเทศที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ที่มีความเจริญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เป็นวิถีทางของซาตาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นการข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่าซึ่งดำรงชีวิตอยู่ภายใต้กรอบของศีลธรรม ดำรงตนอยู่ในกรอบของคำสั่งสอนที่ดีงามของบรรพบุรุษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และประเทศเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีอารยธรรมอันเก่าแก่ยาวนานทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อเมริกา ไม่มีอารยธรรมเช่นที่ว่านี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะอเมริกากำเนิดประเทศมาจากเหล่านักโทษของกลุ่มคนชาวยุโรปที่นำพาความป่าเถื่อนเข้ามาเข่นฆ่าชาวอินเดียแดงจนหมดสิ้นแล้วก็เข้ายึดครองแผ่นดินนั้นไว้จนถึงปัจจุบัน</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/3106058497431526036/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=3106058497431526036' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/3106058497431526036'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/3106058497431526036'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2014/08/blog-post.html' title='พัฒนาการทางสังคม'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://2.bp.blogspot.com/-47-BTw4TPr4/TXshlwsDUXI/AAAAAAAACXU/XLV-8VALxBw/s72-c/cerebrum.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-4496468098630768777</id><published>2013-12-16T18:41:00.001+07:00</published><updated>2013-12-16T18:41:56.666+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ประชาธิปไตย"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมการเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เอือมระอา"/><title type='text'>เลือกตั้ง...อีกแล้ว</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-f70XEb83Kw4/Uq7dT4EketI/AAAAAAAAGno/5Mg0lGu6LEU/s1600/web_banner2.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;120&quot; src=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-f70XEb83Kw4/Uq7dT4EketI/AAAAAAAAGno/5Mg0lGu6LEU/s400/web_banner2.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้งด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2556 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ว่า ที่ประชุม กกต. ได้มีมติเห็นชอบกรอบระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ โดยกำหนดวันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 5 วัน ในระหว่างวันที่ 23 – 27 ธันวาคม 2556  ส่วนการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 5 วัน ในระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2556 – 1 มกราคม 2557&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งยังได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2557 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง และการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีความประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากรณีที่วันเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 13-17 มกราคม 2557 และยื่นคำขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขตจังหวัด ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 2 มกราคม 2557 สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนได้ที่นายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ที่ประชุม กกต. ได้พิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยจะใช้เขตเลือกตั้งเดิมในการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2554 ยกเว้น 2 จังหวัด ที่พิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี เพิ่มจำนวน ส.ส. 1 คน  และจังหวัดสุโขทัย ลดจำนวน ส.ส. จำนวน 1 คน รวมทั้งในวันที่ 16 ธันวาคม 2556 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เรียกประชุมผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ทั่วประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งต่อ ส.ส. ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ข้อมูลจาก&amp;nbsp;&lt;a href=&quot;http://www.ect.go.th/th/?p=1460&quot;&gt;http://www.ect.go.th/th/?p=1460&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรกับการเลือกตั้ง ส.ส.ในกรณีที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที เพราะการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ได้เป็นทางออกของรัฐบาลเพียงทางเดียวในการสกัดกั้นปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมืองของรัฐบาลที่รุมเร้าประดังกันเข้ามามากกว่า หนึ่งหรือสองสามเรื่อง แต่มากมายจนปิดกั้นไม่ทัน และรัฐบาลก็ต้องเผชิญกับภาวะความกดดันจาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ความอึดอัดในการที่จะต้องมานั่งตอบคำถามของฝ่ายค้าน เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถหาคำตอบได้ หรือถ้าตอบไปแล้วอาจจะถึงกับกาลล่มสลาย&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;กลุ่มทุนผู้อาวุโสรุ่นแรกจากบ้านเลขที่ 111 &amp;nbsp;และรุ่นสองจากบ้านเลขที่ 109 &amp;nbsp;ที่พ้นโทษจากการถูกตัดสิทธิในทางการเมืองพร้อมที่จะเข้ามาทวงคืนตำแหน่งของตน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;แกนนำมวลชนที่มีส่วนในการสร้างรัฐบาลชุดปัจจุบันมีอาการส่อให้เห็นว่าจะเป็นตัวสร้างปัญหาภายในรัฐบาลเสียเอง&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ฝ่ายต่่อต้านมีการสนธิกำำลังกันมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีตหลายเท่า&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ความตะกละมูมมามของพลพรรคที่รีบเร่งทำเวลาอย่างหิวโหยเพราะเกรงว่าอาจจะไม่ทันการณ์และไม่ทันกิน ฝ่ายทหารมีข้อจำกัดในการทำรัฐประหาร จึงไม่สามารถนำประเด็นนี้มาเป็นตัวช่วยสร้างสถานการณ์ได้อีกครั้ง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;แต่ในโลกของความเป็นจริง การเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับกลุ่มนายทุน เนื่องจากการสูญเสียเงินทองก้อนโตอีกสักก้อนเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับกลุ่มตนในการสร้างรัฐบาลอีกสักชุดหนึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว เนื่องจาก &lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นหัวใจสำคัญของประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจประเทศพี่เบิ้มทั้งหลายที่พร้อมจะให้การสนับสนุนจนสุดตัว&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt; แม้จะรู้อยู่แก่ใจดีว่าเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบทุนนิยม&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; ดังนั้น การสร้างแนวร่วมจากต่างประเทศด้วยวิธีการเดิมๆ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดของรัฐบาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และการเลือกตั้งในแบบไทยๆ เป็นสมการที่ถูกกำหนดไว้แน่นอน ชัดเจน ไม่ผิดพลาด&lt;br /&gt;ทุกสิ่งทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น&lt;br /&gt;พื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นฐานคะแนนหลักจะต้องมั่นคง เพราะการหว่านเงินภาษีของประชาชนจำนวนมากมายลงไปก่อนหน้านั้นด้วยนโยบายประชานิยมของรัฐบาล ทำให้ทุ่นรายจ่ายในส่วนตัวไปไม่ใช่น้อย ทำให้มีเงินเหลือพอที่จะนำไปทุ่มลงในส่วนอื่นได้เต็มที่ โดยเฉพาะในการกวาดต้อนตัวบุคคลจากพรรคการเมืองอื่นที่มีคะแนนนิยมสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ครั้งนี้อาจจะยากลำบากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย&lt;br /&gt;เพราะอุปสรรคอาจจะมาจากผู้อาวุโสรุ่นเก่าภายในพรรคที่หวนคืนมา และไม่ค่อยนิยมหรือสบอารมณ์กับนโยบายซ้ายสุดขั้วของแกนนำมวลชนรุ่นใหม่ๆ ที่สนับสนุนแนวทางการกล่าวจาบจ้วงล่วงเกินสถาับันเบื้องสูงแบบเปิดเผยในที่สาธารณะ&lt;br /&gt;และแนวร่วมที่เคยมีแนวทางในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองก็ชักจะอ่อนระโหยโรยแรงเพราะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง จนชักจะรู้ตัวว่าถูกหลอกใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสำคัญก็คือ ประชาชนส่วนมากรู้สึกเบื่อหน่ายกว่าที่เคยเป็นมาทุกยุคทุกสมัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;เพราะนักการเมืองรุ่นใหม่อาศัยความแตกแยกของประชาชน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;มาเป็นหลักสำคัญในการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;นักการเมืองรุ่นใหม่ต้องการ &quot;ศพ&quot; ของประชาชน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;มาเป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมทางการเมือง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/4496468098630768777/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=4496468098630768777' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/4496468098630768777'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/4496468098630768777'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2013/12/blog-post_16.html' title='เลือกตั้ง...อีกแล้ว'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://2.bp.blogspot.com/-f70XEb83Kw4/Uq7dT4EketI/AAAAAAAAGno/5Mg0lGu6LEU/s72-c/web_banner2.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-5611750553238038428</id><published>2013-12-12T13:43:00.000+07:00</published><updated>2013-12-12T13:43:16.011+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คนขายชาติ"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ประชาธิปไตย"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เอือมระอา"/><title type='text'>คืนอำนาจ ?</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://3.bp.blogspot.com/-1mko3IJQ_l0/TlNH1QVO1jI/AAAAAAAADSw/UrXWlX9vOjw/s1600/26521.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;301&quot; src=&quot;http://3.bp.blogspot.com/-1mko3IJQ_l0/TlNH1QVO1jI/AAAAAAAADSw/UrXWlX9vOjw/s400/26521.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;ก็คงเป็นเหมือนกับในอดีตหลายต่อหลายครั้งที่การยุบสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเกิดขึ้น เมื่อมีสถานการณ์บางอย่างมาบีบคั้นและมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ส่วนคำถามที่ว่า เป็นความผิดของรัฐบาลหรือไม่ ?&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;คงไม่จำเป็นต้องตอบนะครับ เพราะในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของพรรคฝ่ายค้าน เป็นไปอย่างนุ่มนวลตามแบบไทยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อฝ่ายค้านถาม &quot;ม้า&quot; รัฐบาลก็จะต้องตอบว่า &quot;ควาย&quot;&lt;br /&gt;เมื่อฝ่ายค้านถาม &quot;ข้าว&quot; นายกรัฐมนตรีก็จะตอบว่า &quot;น้ำ&quot;&lt;br /&gt;เมื่อฝ่ายค้านถามหา &quot;ความรับผิดชอบ&quot;&lt;br /&gt;นายกรัฐมนตรีก็จะตอบว่า &quot;รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งค่ะ&quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปแล้ว นายกรัฐมนตรีสามารถตอบคำถาม ข้อสงสัยของฝ่ายค้านได้อย่างชัดเจนกระจ่างแจ้งทุกคำถาม จนกระทั่งฝ่ายรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลหมดข้อสงสัย ต่างพากันยกมือไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและยินดีให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรีให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อความสมานฉันท์ของประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คนเหล่านั้นกลับไม่ได้หันมาถามพรรคฝ่ายค้านและประชาชนตาดำๆ ที่กำลังเดินบนดินบ้างเลยว่า &lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;&quot;เข้าใจในคำตอบของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ? &quot;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่าคำถามของฝ่ายค้านจะตรงประเด็น ชัดเจน แต่ไม่เข้าใจจริงๆ เลยว่า ทำไมคำตอบมันออกมาเป็นอย่างนั้น และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงส่วนมากก็ยังอุตส่าห์เข้าใจและยอมรับว่าถูกต้อง อันแสดงถึงภูมิความรู้ ความสามารถของบรรดา ส.ส. เหล่านั้นว่ามีเหนือมนุษย์เดินดินแบบเราท่านทั้งหลายอย่างเห็นได้ชัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;หรือไม่ก็มีเงินอุดแน่นอยู่เต็มกระโหลกแทนที่มันสมอง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ซึ่งควรจะมีอยู่เหมือนคนปกติทั่วไป&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อำนาจเงิน สามารถเปลี่ยนให้คนธรรมดาคนหนึ่ง&lt;br /&gt;กลับกลายเป็นคนที่ไม่ธรรมดาไปได้อย่างง่ายดาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;b&gt;และในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;รัฐบาลที่ถูกยุบสภาไปก็จะได้มีโอกาสแสวงหาความชอบธรรมใหม่อีกครั้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;กับคะแนนเสียงที่จะได้รับจากประชาชนอย่างท่วมท้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ด้วยโครงการประชานิยมที่ทำมานานนับสิบปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ผลาญงบประมาณแผ่นดินไปเป็นจำนวนมหาศาล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนมีความคิดริเริ่มในการเป็น &quot;ขอทาน&quot; อย่างถาวร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;b&gt;และในวันนี้&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;บรรดา อดีต ส.ส.เต็งหนึ่งก็จะเริ่มต้นย้ายพรรคเข้ามาสังกัดพรรคในฝัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;เพื่ออนาคต ส.ส.ที่มีความหวังเกินร้อยเปอร์เซนต์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;เพื่อตำแหน่งทางการเมืองในวันข้างหน้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;โดยไม่ต้องเสี่ยงวัดดวงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;&lt;b&gt;และทุกวินาทีต่อจากนี้&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ก็จะเป็นช่วงเวลาของการระดมเงินทุนจากเพื่อนพ้องร่วมอุดมการณ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;เพื่อหว่านโปรยลงบนหัวของคนไทยหลายๆ คน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และได้ผลสมดังใจปราถนา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;เพื่อได้มีโอกาสเข้ามาเป็น &quot;รัฐบาล&quot;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นจากประชาชนคนไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;และเป็น&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: red; font-size: large;&quot;&gt;&lt;b&gt;&quot;รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์&quot;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ส่วนเรื่องที่เคยถูกครหาว่ามีการโกงกินกันทุกขั้นตอนของทุกโครงการ มีการคอรัปชั่นเชิงนโยบาย มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก้าวก่ายครอบงำข้าราชการประจำ แทรกแซงองค์กรอิสระ ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ทุกเรื่องที่เคยมีปัญหาจะได้ให้ฝ่ายนิติบัญญัติทำการแก้ไขกฎหมายเสียใหม่ ให้กลับกลายเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งสิ้น&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ถูกต่อต้านภายใน 4 ปี จำเป็นต้องเร่งดำเนินการตามนโยบายโดยรีบด่วนให้เสร็จสิ้นภายในปีแรก ก่อนที่จะถูกต่อต้านจากผู้ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;หมายเหตุ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าได้ซื้อตัว ส.ส.มาครบทุกภาค ทุกจังหวัดแล้ว&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ต้องทำให้มั่นใจว่าคู่แข่งที่จะลงสมัครทุกคนต้องหมดสภาพของคู่แข่งไปก่อนวันเลือกตั้ง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ต้องระดมข้าราชการและหน่วยงานราชการออกมาช่วยประชาสัมพันธ์ฝ่ายรัฐบาลด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินของหน่วยเอง เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;รัฐมนตรีที่ยังคงรักษาราชการอยู่ในขณะนี้ต้องทุ่มเทเต็มที่ เพื่อรักษาตำแหน่งของตนเองไว้ในสมัยหน้า และจะพิจารณาเลื่อนไปรั้งตำแหน่งในกระทรวงที่มีผลประโยชน์มากกว่าเดิม&lt;/li&gt;&lt;li&gt;พรรคที่เคยร่วมรัฐบาลมา หากปรากฎว่ามีคะแนนเสียงเหนือกว่าในเขตใดให้ส่งผู้ประสานงานไปเจรจาต่อรองเสียก่อน หากไม่เป็นผลให้ใช้มาตรการเด็ดขาด&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;ขอโทษอย่างแรงถ้ามีใครในคณะรัฐบาลเสือกทำตามคำแนะนำนี้&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/5611750553238038428/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=5611750553238038428' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/5611750553238038428'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/5611750553238038428'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2013/12/blog-post.html' title='คืนอำนาจ ?'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://3.bp.blogspot.com/-1mko3IJQ_l0/TlNH1QVO1jI/AAAAAAAADSw/UrXWlX9vOjw/s72-c/26521.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-5941171817941134329</id><published>2013-11-29T23:47:00.001+07:00</published><updated>2013-11-29T23:47:30.020+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ประวัติศาสตร์"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมการเมือง"/><title type='text'>กปปส.</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-Jn79a8sRWhk/Upi_qXhJzSI/AAAAAAAAGk4/yJBe7B8c7_I/s1600/479455.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;230&quot; src=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-Jn79a8sRWhk/Upi_qXhJzSI/AAAAAAAAGk4/yJBe7B8c7_I/s400/479455.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;เมื่อวันที่ 29 พ.ย. เวลา 19.30 น. ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ชื่อย่อ กปปส.ได้ประกาศการรวมตัวกันของกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาต่อต้านระบอบทักษิณซึ่งเดิมมีแนวทางที่หลากหลายตามแต่ละอุดมการณ์ของกลุ่ม ให้มารวมกันเป็นหนึ่งเดียวและยังคงมีจุดมุ่งหมายเดียวกันเช่นเดิม ส่วนวิธีการดำเนินการ คงจะต้องติดตามสถานการณ์กันเอาเองตามอัธยาศัย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความแตกร้าวของผู้คนในบ้านเมืองเริ่มต้นขึ้นมาพร้อมกับการก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เรื่องนี้เป็นความจริงที่หลายคนไม่ยอมรับในข้อนี้ จากจุดกำเนิดของการก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ในช่วงของวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติการเมือง บรรดา ส.ส.หลายคนขัดสนในการหาเงินทุนเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อมีผู้เสนอทางเลือกให้จึงคว้าไว้เป็นหลักประกันด้วยการย้ายหนีออกจากพรรคเดิมมาสู่ใต้ร่มเงาของพรรคการเมืองใหม่ที่เสนอเงินช่วยเหลือให้อย่างจุใจ และอีกหลายคนก็เล็งเห็นแล้วว่า บรรดา ส.ส.ที่มีโอกาสสูงที่จะได้รับเลือกเข้ามานั้นมีจำนวนมากมายเพียงพอที่จะทำให้เป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในที่สุด นั่นหมายความถึงโอกาสในการเข้ามารับตำแหน่งในทางการเมืองเพื่อเป็น &quot;&lt;b&gt;ทุนในชื่อเีสียง&quot;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;ของตน จากแนวคิดนี้จึงทำให้พรรคไทยรักไทย มีอดีต ส.ส.เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคอย่างล้นหลาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;และนั่นคือแผนการก้าวเข้ามาเป็นรัฐบาลอย่างง่ายดายด้วยอำนาจเงิน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;พรรคไทยรักไทย กลับไม่ได้มั่นคงถาวรตามที่ตั้งใจ เนื่องมาจากสมาชิกของพรรคมีการแบ่งแยกออกเป็นก๊กเป็นเหล่าอย่างเลี่ยงไม่พ้นเพราะแต่ละคนมีที่มาที่แตกต่างกัน และมีสิ่งเดียวที่เหมือนกันคือความต้องการในตำแหน่งทางการเมืองที่สามารถอำนวยผลประโยชน์ให้กับตนและพวกพ้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะเดียวกันผู้เป็นหัวหน้าพรรคกลับแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนอย่างรีบเร่ง เพราะคิดอยู่เสมอว่าตนได้จ่ายค่าตอบแทนออกไปมากมายพอแล้วจึงมิได้แบ่งปันผลประโยชน์ให้กับทุกคนได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน นั่นคือจุดแตกหักของพรรคไทยรักไทย อันเนื่องมาจากผลประโยชน์ของแผ่นดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในการหวนคืนกลับมาครองอำนาจครั้งต่อมาก็ยังคงต้องทุ่มเทเงินทองอีกเป็นจำนวนมากทำให้ต้องรีบเร่งแสวงหาผลประโยชน์อีกเช่นเดิมเพราะรู้ดีว่าเวลานั้นมีน้อย และก็เป็นดังที่คาดทำให้ต้องมีครั้งที่ 3 และก็ครั้งที่ 4 ต่อเนื่องกันมาไม่ขาดระยะเพื่อรักษาอำนาจและฐานเสียงที่ให้การสนับสนุนไว้ให้ได้ แม้ว่าจะต้องสูญเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์จำนวนมากมายก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red; font-size: large;&quot;&gt;อำนาจและผลประโยชน์ คือสาเหตุ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทุ่มเทเงินทองจำนวนมากยังคงต้องกระทำต่อไปเพื่อรักษาสถานภาพของอำนาจและฐานเสียงกลุ่มคนที่ให้การสนับสนุนที่ก้มหน้าก้มตาสนับสนุน โดยไร้เหตุผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red; font-size: large;&quot;&gt;นอกจากความต้องการผลประโยชน์ตอบแทน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/5941171817941134329/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=5941171817941134329' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/5941171817941134329'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/5941171817941134329'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2013/11/blog-post.html' title='กปปส.'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://2.bp.blogspot.com/-Jn79a8sRWhk/Upi_qXhJzSI/AAAAAAAAGk4/yJBe7B8c7_I/s72-c/479455.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-4160462442183054277</id><published>2013-10-08T03:44:00.001+07:00</published><updated>2013-10-08T03:44:06.769+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="นโยบายขายฝัน"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมการเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เอือมระอา"/><title type='text'>ปฏิรูปประเทศ?</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://1.bp.blogspot.com/-EYrHK-ECRN4/UX3d_PE_1NI/AAAAAAAAFrI/nmaIU17357M/s1600/poli.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;286&quot; src=&quot;http://1.bp.blogspot.com/-EYrHK-ECRN4/UX3d_PE_1NI/AAAAAAAAFrI/nmaIU17357M/s400/poli.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;คณะฯ ถกปฏิรูปประเทศ ‘บรรหาร’ ไม่ท้อกลุ่มเห็นต่างเมินร่วม ยันเดินสายรอบสอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้มีการประชุม &lt;b&gt;“เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย พัฒนาประชาธิปไตย และประเทศร่วมกัน” &lt;/b&gt;โดยมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมด้วยนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ประสานงานเวทีปฏิรูปหาทางออกประเทศไทย นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเลขานุการ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วม .........  ............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายธงทอง ได้สรุปผลการดำเนินการที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการสรุปเป้าหมายการปฏิรูปประเทศไทยทั้ง 7 ข้อ ประกอบด้วย ประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริ์ทรงเป็นประมุขที่มีความมั่นคงแข็งแรง , การลด-แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจนและข้อกฎหมาย , กลไกการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ , ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันภายใต้มาตรฐานที่เป็นสากลและเป็นที่ยอมรับ , ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน , ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน-การให้อภัยซึ่งกันและกัน และการยึดหลักประโยชน์ส่วนรวมและความถูกต้องเป็นหลัก โดยมีการนำผลการศึกษาของคณะต่างๆ ที่ได้ทำมาพิจารณาหาข้อสรุปร่วม...............&amp;nbsp; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ข้อความบางส่วนจาก http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE1URXlNekl5TkE9PQ==&amp;amp;subcatid=  วันที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 12:18 น.  ข่าวสดออนไลน์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โครงการปฏิรูปประเทศครั้งล่าสุดนี้จัดให้มีขึ้นในช่วงเวลาที่ทางการเมืองกำลังประสบปัญหา &quot;ชนวน&quot; ความร้อนแรงที่ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้จุดขึ้นมา เรื่องแรกก็เรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เจ้าปัญหาที่มีเนื้อหาที่ชัดเจนถึงเป้าประสงค์ที่แอบแฝงอยู่โดยไม่ปิดบังเหมือนกับการเผากฎหมายหลายฉบับลงในพริบตา โดยไร้เหตุผลเหมือนกับเรื่องต่างๆ หลายต่อหลายเรื่องที่รัฐบาลเคยกระทำลงไปแล้วไม่เคยมีคำตอบกลับมา และมองเห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญสูงสุดเหนือกว่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ใกล้จะถึงวันหมดหวังของชีวิตเข้าไปทุกขณะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะเดียวกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สร้างความขัดแย้งมากที่สุดในวงการ ฝ่ายรัฐบาลยังคงดึงดันนำเข้าสู่การพิจารณาอย่างไม่แยแสสนใจต่อกระแสการต่อต้าน กล่าวอ้างถึงแต่ความชอบธรรมจากคะแนนเสียงส่วนมากของตน ... ที่ไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความต้องการของประชาชนผู้ลงคะแนน แต่เป็นเสียงของผู้เป็นเจ้าของบริษัทรัฐบาลไทยจำกัด(มหาชน)มากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่อง พ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่แสดงถึงความดึงดันของรัฐบาลในการเร่งกู้เงินจำนวนมากมายมหาศาลมาจากต่างประเทศโดยมีวัตถุประสงค์บางอย่างแอบแฝง เพราะเป็นการเร่งผลักดันแบบสายฟ้าแลบ ทำการพิจารณาผ่านทั้งสองสภาแบบไฟลามก้น ทั้งๆ ที่เป็นเงินจำนวนมหาศาล สมควรที่จะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ สมเหตุสมผล ถึงความเป็นมา ถึงความจำเป็นแท้จริง ว่าต้องการเงินจำนวนนี้มาทำอะไร มีการกำหนดแผนงาน โครงการไว้อย่างรัดกุมหรือไม่ แต่คำตอบที่ได้รับกลับว่างเปล่า เพราะเป็นการนำเสนอเข้าสู่รัฐสภาแบบเร่งรัด โดยกำหนดแผนงานไว้ลอยๆ ไร้หลักการตามที่ควรจะเป็น และให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเช่นเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&quot;การปฏิรูปประเทศ&quot; ตามแนวความคิดของรัฐบาลจึงเป็นเพียงกลุ่มการเมืองที่ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คนให้พ้นออกไปจากเรื่องที่รัฐบาลต้องการจะเดินหน้าต่อไปเท่านั้น แม้ว่าแต่เดิมรัฐบาลจะพยายามสร้างกระแส สร้างเรื่องราวมากมายมาแบ่งปันความสนใจของผู้คนให้หลุดพ้นไปจากแนวทางความต้องการหลักๆ แต่ประชาชนมีจำนวนมากก็ยังคงมีบางส่วนเดินตามแผนงานของรัฐบาลทุกแผนงานอย่างไม่วางใจ เนื่องจากรู้ดีอยู่แล้วว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;รัฐบาลชุดนี้เกิดขึ้นมาจากวิธีการใด?&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;รัฐบาลชุดนี้มีผู้บริหารหลังฉากชื่ออะไร?&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;นักการเมืองในสังกัดเหล่านี้มีพฤติกรรมทางการเมืองเช่นไร?&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;เครื่องมือที่ใช้รับมือฝ่ายต่อต้านของรัฐบาลคืออะไร?&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;และใคร ? ที่กำลังได้รับผลประโยชน์สูงสุดในความเป็นฝ่ายรัฐบาล&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/4160462442183054277/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=4160462442183054277' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/4160462442183054277'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/4160462442183054277'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2013/10/blog-post.html' title='ปฏิรูปประเทศ?'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://1.bp.blogspot.com/-EYrHK-ECRN4/UX3d_PE_1NI/AAAAAAAAFrI/nmaIU17357M/s72-c/poli.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-4050864448138643900</id><published>2013-07-15T11:49:00.002+07:00</published><updated>2013-07-15T11:49:35.824+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จินตนาการ"/><title type='text'>ตายไปกับตัณหา</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://3.bp.blogspot.com/-pOlw1dVAdLs/UeN3if7FUqI/AAAAAAAAGFg/JSmIWYQCWBg/s1600/book35.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;http://3.bp.blogspot.com/-pOlw1dVAdLs/UeN3if7FUqI/AAAAAAAAGFg/JSmIWYQCWBg/s400/book35.jpg&quot; width=&quot;278&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: left;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;กว่าจะมีใครมาเห็นบทความนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ฉบับนี้ก็อาจจะกลายเป็นอดีตไปเสียแล้วเพราะกำลังมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกันไม่รู้ว่ากี่ฉบับ บางมาตรามั่ง หลายมาตรามั่ง ทั้งฉบับก็มี แล้วแต่ว่าใครจะมีกำลังภายในหรือกองหนุนดีเพียงใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่โดยสรุปก็คือ ภายหลังการแก้ไขจะต้องมีผู้ได้รับผลประโยชน์จากรัฐธรรมนูญอย่างสมบูรณ์ การดำเนินการในลำดับต่อไปจะต้องไร้อุปสรรคขวากหนาม ผลประโยชน์ที่จะติดตามมาแน่นอนว่าจะต้องเผื่อแผ่ไปถึง ครอบครัว เพื่อนพ้อง ญาติมิตร ผู้รับใช้ตลอดจนบรรดาสาวกผู้ติดตามสนองตัณหาทั้งมวล และจะต้องไม่ใช่ประชาชนโดยทั่วไปอย่างเด็ดขาด เพราะทรัพยากรของชาติย่อมมีจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอสำหรับคนทั้งหมดโดยเฉพาะคนยากจนที่สมควรตายไปให้หมดจากประเทศนี้ตามนโยบายของอดีตผู้นำรัฐบาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเรื่องราวปกติทั่วไป หากจะเห็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ตามจริยธรรมของข้าราชการที่ดี &lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ลาออกจากราชการเพื่อมาลงสมัครชิงตำแหน่งทางการเมือง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;ในนามของพรรคการเมืองหนึ่งที่เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งผลปรากฎว่าแพ้การเลือกตั้ง ไม่ถึงเดือนต่อมานายตำรวจผู้นั้นก็กลับเข้ารับราชการใหม่อีกครั้งในตำแหน่งเดิม และปรับเปลี่ยนไปรับตำแหน่งใหม่ที่มีความสำคัญ เพิ่มขอบเขตอำนาจมากยิ่งกว่าเดิม &lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;และวางตัวเป็นกลางทางการเมืองตามจริยธรรมของข้าราชการที่ดีต่อไป ?&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;และก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องราวปกติถ้าหากจะมี&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt; ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่่อคนหนึ่งลาออกจากความเป็น ส.ส. &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;โดยมีเหตุผลเพื่อลงสมัครชิงตำแหน่ง ส.ส.ในระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt; ซึ่งผลปรากฎว่าแพ้การเลือกตั้ง &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;และอดีต ส.ส.ท่านนี้ก็คงจะได้รับการปลอบใจด้วยการเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองอะไรซักอย่างเป็นการรับขวัญในการทำตามคำสั่งของผู้นำพรรคที่ไร้สมองจนสามารถคิดอะไรโง่ๆ ออกมาให้ผู้คนได้หัวเราะเยาะเย้ยกันทั่วประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และก็ยังเคยมีเรื่องราวอะไรที่ดูปกติเช่นกัน เมื่อ ส.ส.คนหนึ่งของพรรคที่เป็นรัฐบาลได้ลาออกจากความเป็น ส.ส. เพื่อให้เจ้านายของตนได้ลงสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แทน โชคดีที่คราวนี้ไม่เสียฟอร์ม ปรากฎว่าสอบได้และกำลัง&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ได้รับการวางตัวไว้เพื่อเตรียมพร้อมเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;อาจจะหมายความถึง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็เป็นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเรื่องราวปกตืธรรมดาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในบ้านเมือง ภาพของผู้หลักผู้ใหญ่วัยเกิน 60-70 ปี อดีตข้าราชการชั้นสูง ก้มตัวกราบไหว้เด็กเมื่อวานซืนที่บังเอิญร่ำรวย มีอำนาจวาสนาเป็นใหญ่เป็นโต ทำให้ผู้ใหญ่ปัญญาต่ำเหล่านี้เข้ากราบกรานเพื่อหวังในตำแหน่งหน้าที่ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ให้ผู้คนนับหน้าถือตา &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าวันพรุ่งนี้จะมีเรี่ยวแรงเหลือพอที่จะลืมตาขึ้นมาดูโลกได้หรือไม่ แต่กลับทำตัวเหมือนคนแก่ตัณหาแรงกล้า&lt;br /&gt;ที่พร้อมจะตายไปกับความทะยานอยากแบบไม่มีที่สิ้นสุด&lt;br /&gt;แทนที่จะใช้เวลาช่วงนี้ของชีวิตอยู่กับการพักผ่อน&lt;br /&gt;หยอกล้ออ้อยอิ่งอยู่กับลูก หลาน เหลน อย่างมีความสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กลับยอมสละความสุขของชีวิตมาให้ประชาชนกว่าค่อนประเทศก่นด่าแทบจะทุกนาที &amp;nbsp;หาญกล้ามายืนโอนเอนให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษลุกขึ้นมาสาปแช่ง มันเป็นความกล้าหาญในวัยชราของคนที่ยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเพียงเพื่อสนองตัณหาของตัวเองเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่แหละมนุษย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ประสบการณ์ทุกนาทีที่ผ่านมาของชีวิตช่างไร้ค่าเสียจริงๆ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;ที่มิได้สร้างสมความรู้หรือสติปัญญาให้เกิดขึ้นแม้สักนิด&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;เป็นความแก่ตามกาลเวลาเท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;และเกิดความเสือมของสมองไปตามกาลเวลาเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/4050864448138643900/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=4050864448138643900' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/4050864448138643900'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/4050864448138643900'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2013/07/blog-post.html' title='ตายไปกับตัณหา'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://3.bp.blogspot.com/-pOlw1dVAdLs/UeN3if7FUqI/AAAAAAAAGFg/JSmIWYQCWBg/s72-c/book35.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-1936651967958278602</id><published>2013-06-19T14:59:00.002+07:00</published><updated>2013-06-19T14:59:42.118+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ประชาธิปไตย"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมการเมือง"/><title type='text'>อำนาจอธิปไตย</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://4.bp.blogspot.com/-beMTqL2XWxY/UXX533SLzxI/AAAAAAAAFpo/EIuRMrXhPUU/s1600/02.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;231&quot; src=&quot;http://4.bp.blogspot.com/-beMTqL2XWxY/UXX533SLzxI/AAAAAAAAFpo/EIuRMrXhPUU/s400/02.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ประชาธิปไตยในบ้านเมืองเรามืดครึ้มอึมครึมมานานแสนนาน พูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่วันแรกที่ถือกำเนิดมาในประเทศไทย ด้วยปัจจัยหลายประการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;นักการเมืองมือใหม่ เห่อเหิมในอำนาจของตนเองพยายามแสดงบทบาทเช่นเดียวกับขุนนางในสมัยโบราณด้วยการใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยไม่หวั่นเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง และปราศจากความละอายใจ ไร้ซึ่งคุณธรรม จริยธรรม หรือแม้กระทั่งศีลธรรม&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ส่วนมากยังคงลุ่มหลงมัวเมาในตำแหน่งหน้าที่ ลาภ ยศ สรรเสริญ พร้อมที่จะหมอบคลานกราบกรานผู้มีอำนาจในบ้านเมือง เพียงเพื่อรักษาเก้าอี้ของตนไว้ให้มั่นคง โดยไม่ใส่ใจต่อคำปฏิญาณตนที่เคยให้ไว้ว่าจะเป็นข้าราชการที่ดี ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน&lt;/li&gt;&lt;li&gt;นายทุนและผู้มีอิทธิพลต่างพากันเข้ามาอยู่ในถนนสายการเมืองอย่างหนาแน่นและยึดโยงระบบการเมือง ระบบอุปถัมภ์ และระบบเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกิจการของตนเองและพวกพ้องในวงการเดียวกันด้วยการ ออกกฎหมายใหม่ แก้ไขกฎหมายเก่า ขยายขอบข่ายการโกงกินให้กว้างไกล กระจายออกไปสู่ทุกชุมชนเหมือนกับเชื้อโรคร้าย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ประชาชนส่วนมากกว่าครึ่งประเทศยังคงไม่สนใจในการศึกษาหาความรู้เพื่อสร้างปัญญาให้กับตน แต่มุ่งมั่นที่จะแสวงหากระดาษเพียงแผ่นเดียวมาเป็นใบรับรองในการประกอบอาชีพเท่านั้น ส่วนหนึ่งก็พอใจที่จะรักษาระดับความรู้ไว้เพียงการอ่านออก เขียนได้ และก็เริ่มต้นการต่อสู้ชีวิตอยูในสังคมด้วยการทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ โดยไม่สนใจว่ามันจะเป็นงานอะไร ดี หรือ เลว ขอเพียงแต่ให้ได้เงินมาเป็นอันว่าใช้ได้ แม้แต่เรื่องผิดกฎหมายหรือศีลธรรม&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;นนักการเมืองส่วนหนึ่งยังคงพึงพอใจที่ประชาชนส่วนมากไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องทางการเมือง เพราะนั่นคือเรื่องที่ง่ายต่อการชี้นำ สามารถใช้ความเหนือกว่าทางอำนาจ ตำแหน่งหรือหน้าที่ ชักจูง โน้มน้าวให้ประชาชนกลุ่มนี้คล้อยตามได้โดยไร้การต่อต้าน สามารถอาศัยกำลังของมวลชนประเภทนี้ในการสร้างสถานการณ์เพื่อบีบบังคับฝ่ายตรงกันข้ามด้วยวิธีการต่างๆ ตามแต่สถานการณ์บ้านเมืองในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่งที่นิ่งเฉยก็ไม่ได้หมายความว่าจะนิ่งเฉยได้ตลอดไป เพราะความอดทนอดกลั้นของแต่ละคนย่อมมีขีดจำกัด เปรียบเสมือนไฟที่ถูกจุดขึ้นมาย่อมมีปัจจัยที่จะทำให้เกิดแสงสว่างและย่อมมีคนมาเติมเชื้อไฟเพื่อเพิ่มแสงสว่างทำให้มองเห็นสภาพของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนขึ้น และเมื่อเห็นชัดไปได้ไกลก็จะมีคนหันมามองแล้วก็เข้ามามองใกล้ๆ เพื่อความกระจ่างแจ้งไม่คลุมเครือ และความจริงในสถานการณ์ก็จะกลายเป็นกองฟืนมหึมาที่จะแผดเผาความเลวร้ายของความมืดครึ้มให้หมดสิ้นไป ประเทศชาติก็จะสว่างไสวมองเห็นได้ชัดเจนว่า สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด ความชั่วร้ายที่ถูกปกปิดไว้ก็จะถูกมองเห็นได้ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ในบางครั้ง รัฐบาลและนักการเมืองก็มักจะดูถูกประชาชนโดยไม่รู้ตัว กระทำการต่างๆ ลงไปโดยไม่แยแสสนใจต่อความรู้สึกของประชาชนส่วนรวม มองเห็นแต่ตัวตนของตนว่ามาจากการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย โดยไม่เข้าใจในความแตกต่างของคำว่าเสียงส่วนมากและเสียงส่วนน้อย&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: blue;&quot;&gt;ลืมเลือนไปหมดสิ้นว่า&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: blue; font-size: large;&quot;&gt;ประชาชนเสียงส่วนน้อย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: blue; font-size: large;&quot;&gt;ก็ยังคงเป็นประชาชน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red;&quot;&gt;เมื่อนั้น ประชาชนย่อมประจักษ์ได้แก่ตาว่า&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red; font-size: large;&quot;&gt;พลังประชาชนนั้นยิ่งใหญ่&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;color: red; font-size: large;&quot;&gt;เหนือกว่าอำนาจที่รุนแรงของอาวุธ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/1936651967958278602/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=1936651967958278602' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/1936651967958278602'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/1936651967958278602'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2013/06/blog-post.html' title='อำนาจอธิปไตย'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://4.bp.blogspot.com/-beMTqL2XWxY/UXX533SLzxI/AAAAAAAAFpo/EIuRMrXhPUU/s72-c/02.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-3173770780720435491</id><published>2012-12-08T20:03:00.002+07:00</published><updated>2012-12-08T20:04:40.903+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="นโยบายขายฝัน"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ประชาธิปไตย"/><title type='text'>สงสารบ้านเรา</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://4.bp.blogspot.com/-qcIYGIwuSTU/UMMy7w2_n_I/AAAAAAAAAOU/k0SajfU-NtQ/s1600/avatar.php.gif&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;http://4.bp.blogspot.com/-qcIYGIwuSTU/UMMy7w2_n_I/AAAAAAAAAOU/k0SajfU-NtQ/s1600/avatar.php.gif&quot; height=&quot;320&quot; width=&quot;320&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ความร้าวฉานของผู้คนในสังคมเกิดมาจากระบบโดยรวมของสังคมเอง ที่ถูกกำหนดโดยผู้บริหารปกครองประเทศที่นำเอานโยบายส่วนตัวของตนมาใช้ในการบริหารปกครอง ตามแนวทางของตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงหลายประการ ที่สำคัญที่สุดก็คือการออกกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายตน ทั้งในด้านการบริหารงาน และการแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการต่างๆ ของภาครัฐที่ได้รับอนุมัติโดยฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐสภา ในนามของรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน นั้นหมายความว่า กฎหมายเหล่านั้นเป็นกฎหมายที่ผ่านการเห็นชอบของประชาชนโดยสมบูรณ์ตามระบอบประชาธิปไตย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่คือบัญญัติไตรยางค์ง่ายๆ หากคิดตามหลักสากล แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะประชาชนหลายล้านเสียงที่เป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไม่ได้มีโอกาสได้รับรู้เลยแม้แต่น้อยว่ากฎหมายเหล่านั้นมีกำเนิดมาจากที่ใด ? เป็นแนวความคิดของประชาชนจากมุมไหน ? ของประเทศ แต่ทว่ากฎหมายเหล่านั้นได้ออกมามีผลบังคับใช้ต่อประชาชน 67 ล้านคนอย่างถูกต้องตามวิถีทางประชาธิปไตย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่ามันจะเกิดมาจากความคิดของคนเพียงคนเดียวก็ตามที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่การผ่านกฎหมายแต่ละฉบับต้องผ่านการกลั่นกรองและลงคะแนนเสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และจากสมาชิกวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงส่วนมาก ซึ่งไม่เคยมีปัญหาเกิดขึ้นสักครั้ง หากรัฐบาลกุมคะแนนเสียงส่วนมากไว้ในกำมือ จะพิจารณาออกกฎหมายอย่างไร? ก็ย่อมไม่มีข้อขัดข้อง โดยไม่ต้องใส่ใจใยดีด้วยซ้ำไปว่า กฎหมายเหล่านั้นก่อให้เกิดประโยชน์อะไร ? ต่อประเทศชาติ และประชาชนบ้างหรือไม่ ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายครั้งหลายหนที่เราได้รับทราบว่ามีการผ่านร่างกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของคนบางคนเท่านั้น และเกิดผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างรุนแรง แต่กฎหมายเหล่านั้นก็ผ่านการพิจารณาทั้ง 3 วาระอย่างง่ายดายและรวดเร็ว เพราะกลไกของบทบัญญัติตามกฎหมายที่เรามีอยู่ เมื่อนานไปกฎหมายแต่ละฉบับที่ออกมาบังคับใช้จึงเป็นเพียงกฎหมายที่มีผลต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะในระยะสั้น แทบจะไม่มีกฎหมายฉบับใดเลยที่จะหันมามองเห็นถึงคุณค่าในความเป็นคนของประชาชนอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบอบทุนนิยมไม่ได้เป็นระบอบการปกครองที่ใช้ในการบริหารปกครองประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะมีข้อแตกต่างจากระบอบการปกครองโดยทั่วไปอย่างชัดเจน นั่นคือ เป็นระบอบที่สร้างผลประโยชน์ให้กับนายทุนเท่่านั้น ไม่ใช่สร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติหรือประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยแท้จริง เคยทำท่าว่าจะเกิดขึ้นมาจริงตามหลักการที่วางไว้ตั้งแต่เริ่มแรก แต่เมื่อระบบการเมืองเริ่มมีนายทุนก้าวเข้ามาเป็นผู้อุปถัมภ์ จากช่วงแรก แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นนายทุนในเครื่องแบบของนักการเมืองเต็มตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบอบประชาธิปไตยในวันนี้ จึงเป็นคล้ายกับความฝันในจินตนาการของบรรพบุรุษที่ตั้งความหวังเอาไว้สุดสวย เพราะบรรดานายทุนพากันมุ่งหน้าเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากทรัพยากรของแผ่นดินที่ควรจะเป็นของประเทศชาติ ให้หลั่งไหลถ่ายเทเข้าไปสู่กระเป๋าของตนเองและพวกพ้องอย่่างหมดสิ้นความละอายใจ พร้อมกับปากที่พูดเอาใจประชาชนให้หลงไหลในความเป็นประชาธิปไตยจอมปลอมต่อไปด้วยการล้มล้างระบอบการปกครองอื่นๆ ให้หมดสิ้นไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นก็มอมเมาประชาชนด้วยสารพัดวัตถุ วิทยาการและเทคโนโลยี่สมัยใหม่ กลบเกลื่อนร่องรอยการโกงกินด้วยนโยบายประชานิยมที่เผาผลาญเงินงบประมาณแผ่นดินไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพียงเพื่อเอาใจประชาชนบางส่วนที่พึงพอใจกับเศษเนื้อที่ถูกโยนลงมาให้เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;รัฐบาลอ้างความชอบธรรมในอำนาจที่ได้รับจากคะแนนเสียงของประชาชน 14 ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เพื่อกระทำการย่ำยีประเทศชาติและประชาชนโดยทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;โดยลืมไปว่าประเทศนี้มีประชาชนถึง 67 ล้านคน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-WXh-ijPAjKk/UMM6cbyjfCI/AAAAAAAAAOk/TxL-gWz6vOg/s1600/EB.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-WXh-ijPAjKk/UMM6cbyjfCI/AAAAAAAAAOk/TxL-gWz6vOg/s1600/EB.jpg&quot; height=&quot;265&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/3173770780720435491/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=3173770780720435491' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/3173770780720435491'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/3173770780720435491'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2012/12/blog-post.html' title='สงสารบ้านเรา'/><author><name>นพพร พิจารณา</name><uri>https://plus.google.com/116511471567489665737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://4.bp.blogspot.com/-qcIYGIwuSTU/UMMy7w2_n_I/AAAAAAAAAOU/k0SajfU-NtQ/s72-c/avatar.php.gif" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-6735831959475904727</id><published>2011-09-24T17:14:00.001+07:00</published><updated>2011-09-24T17:22:34.241+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="มุมมืด"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมการเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เอือมระอา"/><title type='text'>ผู้แทนของปวงชน?</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://4.bp.blogspot.com/-YjmfYk0WZPU/Tn2jmYBbLBI/AAAAAAAADaw/2mL1E2aiafo/s1600/brain-computer-chip.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left:1em; margin-right:1em&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;333&quot; width=&quot;400&quot; src=&quot;http://4.bp.blogspot.com/-YjmfYk0WZPU/Tn2jmYBbLBI/AAAAAAAADaw/2mL1E2aiafo/s400/brain-computer-chip.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ข่าวจากสื่อมวลชนให้ความสำคัญกับเรื่องของพลพรรคเสื้อแดงที่แห่แหนกันเข้าไปในประเทศกัมพูชา แจ้งว่าเพื่อไปร่วมดูฟุตบอลระหว่างคนของพรรคเพื่อไทยกับพลพรรคของนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของที่นั่น โดยโปรโมทว่าเป็นการแข่งขันเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างเพื่อนบ้าน(ซึ่งคนไทยกว่าค่อนประเทศไม่ได้นึกคิดเห็นพ้องด้วยแม้แต่น้อย) และที่สำคัญระดมแกนนำคนเสื้อแดงไปกันพร้อมหน้า &lt;b&gt;ไม่เว้นแม้แต่ ส.ส.สังกัดคนเสื้อแดงบางคนของประเทศไทย&lt;/b&gt; เป็นความคึกคัก ร่าเริงที่ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างกระตือรือล้น &lt;b&gt;โดยไม่ใยดีต่อประชาชนค่อนประเทศที่ถูกน้ำท่วมจนมิดจมูกเลยแม้แต่น้อย&lt;/b&gt; สมควรแล้วหรือที่จะยืนหยัดเชิดหน้าแสดงตนว่าเป็นผู้แทนราษฎรของประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ที่ได้ชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยปกติก็จะต้องกระทำในสิ่งที่ถือว่าเป็นความต้องการของประชาชนและให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นลำดับแรก ไม่ใช่กล่าวอ้างไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(ที่ไม่เคยกินเส้นกันเลยตลอดมา ยกเว้นพวกที่ค้าขายร่วมกันหรือมีผลประโยชน์ผูกพันกัน) แต่ก็นั่นแหละ บรรดา ส.ส.กลุ่มนี้เป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จึงไม่ได้เป็นที่ต้องการของประชาชนอยู่แล้วเพียงแต่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาตามระเบียบวิธีทางกฎหมายเท่านั้น การกระทำทุกอย่างจึงเป็นไปตามที่ตนต้องการจะทำเท่านั้น เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยไม่อยู่ในความคิด เพราะไม่มีผลต่อคำแหน่งหน้าที่แต่อย่างใด แต่การกระทำทุกอย่างเพื่อสนองนโยบายของเจ้าชีวิตที่พวกตนเคารพบูชานั่นสามารถสร้างฐานะที่ร่ำรวย และสร้างความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานให้กับพวกตนได้ดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นที่น่าละอายอย่างยิ่งที่ได้พบเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศต่างระดมความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยอย่างเร่งรีบ แม้แต่หน่วยงานภาคเอกชน หรือประชาชนต่างท้องถิ่นที่บริจาคสิ่งของเท่าที่จะแบ่งปันได้ไปสู่ท้องถิ่นที่ประสบภัย โดยละทิ้งภารกิจประจำของตนโดยไม่เห็นแก่ความยากลำบากแม้บางครั้งจะทำให้สูญเสียรายได้ประจำที่เคยได้รับ แต่ทุกคนก็พร้อมที่อุทิศแรงกายแรงใจเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ตรงกันข้ามกับ บรรดา ส.ส.ของประชาชนที่เดินทางออกไปนอกประเทศหันหลังให้กับน้ำตาของประชาชน เพียงมุ่งหวังประจบสอพลอผู้เป็นเจ้านายของตนโดยปราศจากความละอายใจแม้แต่น้อย ว่าตัวเองคือ&lt;b&gt; ส.ส.ของคนไทย&lt;/b&gt; ที่ไม่เคยมีความสำนึกในความเป็นผู้รับใช้ประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความแตกแยกร้าวฉานในแผ่นดินเกิดจากความเชื่อมั่นในความคิดของตนเอง ของใครบางคน ที่มองความระส่ำระสาย เป็นเหมือนโอกาสทองในการสร้างความร่ำรวยให้กับตนด้วยวิถีทางทางการเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมายของบ้านเมือง (โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักจริยธรรม คุณธรรม หรือความยุติธรรมใดๆ ทั้งสิ้น) ในขณะเดียวกันก็เผื่อแผ่ผลประโยชน์ส่วนน้อยเพียงบางส่วนกระจัดกระจายออกไปสู่ข้ารับใช้ให้ทั่วถึงเพื่อใช้เป็นอำนาจต่อรองในเรื่องความชอบธรรมจากการต่อต้านของบุคคลบางกลุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บุคคลประเภทนี้ แม้นถูกผืนแผ่นดินกลบหน้า ก็ยังไม่มีสามัญสำนึกตลอดกาล&lt;/b&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/6735831959475904727/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=6735831959475904727' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/6735831959475904727'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/6735831959475904727'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2011/09/blog-post_24.html' title='ผู้แทนของปวงชน?'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://4.bp.blogspot.com/-YjmfYk0WZPU/Tn2jmYBbLBI/AAAAAAAADaw/2mL1E2aiafo/s72-c/brain-computer-chip.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-5724584211152072279</id><published>2011-09-09T22:37:00.000+07:00</published><updated>2011-09-09T22:37:21.227+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="นโยบายขายฝัน"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="มุมมืด"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เอือมระอา"/><title type='text'>สังคมสีดำ</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-ZUFPRAi0liw/TmosTEA1Z9I/AAAAAAAADX8/yQswS11jPe0/s1600/the%2B3rd%2Bhorseman.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left:1em; margin-right:1em&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;314&quot; width=&quot;319&quot; src=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-ZUFPRAi0liw/TmosTEA1Z9I/AAAAAAAADX8/yQswS11jPe0/s400/the%2B3rd%2Bhorseman.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;สองสามวันที่ผ่านมาเดินสายหาประสบการณ์ในพื้นที่สีดำของโลกอินเตอร์เน็ต ได้พบเห็นเรื่องราวมากมายที่สรุปได้ว่า&lt;b&gt;เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของความเป็นมนุษย์อย่างที่สุด&lt;/b&gt; นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวของเราเองแต่เชื่อแน่ว่าหากใครเข้าไปดูมาแล้วก็คงมีความรู้สึกเหมือนๆ กัน เพราะในโลกสีดำนั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความเลวร้ายจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ มีทั้งเรื่องเพศ การทารุณกรรม การฆาตกรรม เป็นทั้งภาพและวิดีโอที่เป็นของหลอกลวงที่ทำขึ้นมา &lt;b&gt;และที่เป็นของจริง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเหนือการควบคุมขององค์กรใดๆ ในโลกนี้ เป็นพื้นที่เครือข่ายที่จัดขึ้นมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับและสภาพบังคับทางกฎหมายของทุกประเทศโดยสิ้นเชิง จึงเปิดเสรีทางการแสดงออกอย่างอิสระ ไร้ขอบเขต แต่ก็เชื่อว่าคงจะมีการเฝ้าจับตาดูอยู่อย่างใกล้ชิดจากองค์กรของรัฐในบางประเทศที่มีขีดความสามารถพอเพียงในการต่อสู้เพื่อสิทธิในการปกป้องประชาชนจากภัยที่อาจจะได้รับมาเพราะความเสรีเช่นนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นคือมูลเหตุสำคัญที่ต้องนำมาพูดถึงด้วยความเป็นห่วงเยาวชนของบ้านเราที่อ่อนด้อยต่อสามัญสำนึก คล้อยตามสิ่งจูงใจได้ง่ายดายเหมือนกับการถูกสนตะพายโดยไม่มีความคิดที่จะต่อต้านขัดชืน และเชื่อว่าคงจะมีบางส่วนที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่สีดำนี้ ใช้ชีวิตไปในแนวทางของความอิสระไร้ขีดจำกัดโดยลืมตัวตนที่แท้จริงไปโดยสิ้นเชิง ก่อนจะหวนกลับมาสู่โลกของความเป็นจริงด้วยการนำแนวความคิดดังกล่าวติดตัวมาสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้กับสังคมด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งจากโลกสีดำนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมือ่ก่อนพื้นที่นี้อาจมีความมุ่งหมายเพียงเพื่อการหลบหนีการตรวจจับของหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่เมื่อนานไปกลับทวีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้นจนต้องมีการจัดระบบและรวมกลุ่มกันเป็นสมาคมย่อยๆ และพัฒนาโปรแกรมต่างๆ ขึ้นมาใช้งานภายในระบบของพื้นที่สีดำโดยเฉพาะ จากนั้นก็ขยายขอบเขตเพิ่่มขีดความรุนแรงมากขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้และบางส่วนก็ทำตัวเป็นขอมดำดินโผล่เข้ามาในโลกของพื้นที่ปกติได้เช่นกันโดยที่ไม่สามารถตรวจจับได้ หากถูกตรวจพบก็จะดำดินไปกบดานในพื้นที่ของตนอย่างปลอดภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งกับการชยายขอบเขตของการพัฒนาระบบการเรียนรู้ลงไปจนถึงระดับประถมต้นซึ่งไม่มีภูมิคุ้มกันในเรื่องเลวร้ายต่างๆ ของสังคม และมั่นใจได้เลยว่าครูผู้สอนย่อมไม่มีความรู้เพียงพอในการควบคุมจำกัดขอบเขตการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างทั่วถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควรจะต้องมีการทบทวนถึงคำว่า เพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี ด้วยการกำหนดทิศทางเสียใหม่ให้มีการพัฒนาผู้เรียนให้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเสียก่อนจะก้าวเข้ามาสู่โลกไร้พรมแดน</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/5724584211152072279/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=5724584211152072279' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/5724584211152072279'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/5724584211152072279'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2011/09/blog-post.html' title='สังคมสีดำ'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://2.bp.blogspot.com/-ZUFPRAi0liw/TmosTEA1Z9I/AAAAAAAADX8/yQswS11jPe0/s72-c/the%2B3rd%2Bhorseman.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-6692534205272994090</id><published>2011-08-11T00:40:00.000+07:00</published><updated>2011-08-11T00:40:08.268+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="จินตนาการ"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="นโยบายขายฝัน"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เอือมระอา"/><title type='text'>สานฝันที่วาดไว้</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://4.bp.blogspot.com/-EAMtWvsQhOM/TkK7Q2RsqeI/AAAAAAAADOQ/sONGpuK5VA8/s1600/3273dd5b-f80b-4e2d-a050-f0ffdc71491a.png&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;clear:left; float:left;margin-right:1em; margin-bottom:1em&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;139&quot; width=&quot;236&quot; src=&quot;http://4.bp.blogspot.com/-EAMtWvsQhOM/TkK7Q2RsqeI/AAAAAAAADOQ/sONGpuK5VA8/s400/3273dd5b-f80b-4e2d-a050-f0ffdc71491a.png&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แท็บเล็ตพีซี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;แท็บเล็ตพีซี คือพีซีเคลื่อนที่ที่รวมคุณลักษณะของแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์มือถือเข้าด้วยกัน แท็บเล็ตพีซีเหมือนกับแล็ปท็อป คือมีประสิทธิภาพมากและมีหน้าจอแบบในตัว แท็บเล็ตพีซีเหมือนกับคอมพิวเตอร์มือถือตรงที่อนุญาตให้คุณเขียนบันทึกหรือวาดภาพบนหน้าจอ โดยทั่วไปโดยใช้ ปากกาแท็บเล็ต แทนที่จะเป็นสไตลัส นอกจากนี้ยังสามารถแปลงลายมือของคุณให้เป็นข้อความแบบพิมพ์ได้ แท็บเล็ตพีซีบางเครื่องเป็นแบบ &quot;พับ&quot; โดยมีหน้าจอที่หมุนได้และเปิดออกเพื่อให้เห็นแป้นพิมพ์ที่อยู่ด้านล่างได้&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก http://windows.microsoft.com/th-TH/windows-vista/Introduction-to-computers&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer หรือ แท็บเล็ต - Tablet&lt;br /&gt;&quot;แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer&quot; หรือเรียกสั้นๆว่า &quot;แท็บเล็ต - Tablet&quot; คือ &quot;เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ในขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางและใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก มีคีย์บอร์ดเสมือนจริงหรือปากกาดิจิตอลในการใช้งานแทนที่แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด และมีความหมายครอบคลุมถึงโน๊คบุ๊คแบบ convertible ที่มีหน้าจอแบบสัมผัสและมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดติดมาด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบหมุนหรือแบบสไลด์ก็ตาม&quot;  &lt;br /&gt;แท็บเล็ต - Tablet&quot; จะใช้หน้าจอแบบ capacitive แทนที่ resistive ทำให้สามารถสัมผัสโดยการใช้นิ้วได้โดยตรงและสัมผัสพร้อมกันทีละหลายจุดก็ได้ประกอบกับการใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM แทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;ข้างบนนั่นเป็นข้อมูลทางวิชาการ แต่ที่จะพูดถึงก็คือนโยบาบของรัฐบาลใหม่ล่าสุดของบ้านเราที่ป่าวประกาศไว้ในช่วงของกการเลือกตั้งว่าจะแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนทุกคนตั้งแต่ชั้น ป.1 ขึ้นมาทีเดียว จนถึงชั้น ม.ปลาย ซึ่งน่าจะหมายถึง ม.6 นั่นแหละ (เพราะระดับอุดมศึกษาน่ะแจกโน๊ตบุ๊คไปแล้วในยุคก่อนแต่ไปเก็บเงินเอาจากค่าหน่วยกิตหรือค่าบำรุงการศึกษาแทน ทำให้นักศึกษาต้องสละสิทธิในการรับแจกแล้วไปหาซื้อใช้เอาเองดีกว่า) งานนี้มีเด็กที่ประมาณว่าคงจะราวๆ 12 ล้านคนอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับแจก และมีคนคำนวณงบประมาณคร่าวๆ ในการดำเนินการจัดซื้อไว้ว่าตกอยู่ในช่วงราวๆ หนึ่งแสนล้านบาท มากน้อยอยู่ที่ยี่ห้อล่ะ และถ้ามีการติดตั้งไวไฟหรืออุปกรณ์พ่วงอื่นๆ ให้ด้วยก็จะต้องคำนวณงบประมาณที่จะต้องมีส่วนสัมพันธ์กับโครงการนี้เพิ่มเข้าไปอีกไม่มากน้อยก็คงประมาณหมื่นล้านบาท(ซึ่งไม่แน่ว่าจะกี่หมื่นล้าน) สรุปแล้วก็น่าดีใจกับเด็กๆ ป.1 ที่มีวาสนาสูงส่งกว่ายุคคนแก่ที่เคยใช้แต่กระดานชนวนหรือแผ่นหินสีดำดำกับดินสอหินเป็นแท่งๆ จนเกือบจบ ป.4 แน่ะถึงมีวาสนาได้เห็นดินสอดำกับกระดาษขาวเป็นครั้งแรกในชีวิต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://4.bp.blogspot.com/-AQS9nciDyrw/TkLCOA1TzdI/AAAAAAAADOY/yGD-xTMpAL8/s1600/tabletold.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left:1em; margin-right:1em&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;316&quot; width=&quot;382&quot; src=&quot;http://4.bp.blogspot.com/-AQS9nciDyrw/TkLCOA1TzdI/AAAAAAAADOY/yGD-xTMpAL8/s400/tabletold.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;นโยบายอย่างนี้สร้างความคาดหวังไว้ว่าเทคโนโลยี่จะทำให้เด็กมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่รับรองได้เลยว่ามันไม่ได้มีส่วนช่วยให้เด็กมีความอดทน มีความมานะพยายาม หรือมีคุณธรรมความดีงามทางจิตใจมากขึ้นหรอก กลับกลายเป็นการสร้างเด็กให้ยึดติดอยู่กับวัตถุนิยม และดูถูกตัวเองมากกว่า ว่ามีความรู้เพราะเทคโนโลยี่ไม่ใช่ด้วยความรู้ของตนเอง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ในทางตรงกันข้ามนโยบายนี้ก็จะสร้างผลประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับบริษัทผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ตัวแทนจำหน่าย ร้านซ่อม ร้านขายอะไหล่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง วงการที่มีส่วนสัมพันธ์กับโครงการนี้ .... ไม่อยากคิดเลยว่าจะมีใครบ้างที่ตาลุกเป็นไฟด้วยความอิจฉาเจ้าของโครงการ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/6692534205272994090/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=6692534205272994090' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/6692534205272994090'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/6692534205272994090'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2011/08/blog-post.html' title='สานฝันที่วาดไว้'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://4.bp.blogspot.com/-EAMtWvsQhOM/TkK7Q2RsqeI/AAAAAAAADOQ/sONGpuK5VA8/s72-c/3273dd5b-f80b-4e2d-a050-f0ffdc71491a.png" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-8898419725768539578</id><published>2011-06-19T18:24:00.001+07:00</published><updated>2011-06-19T18:25:11.291+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ประชาธิปไตย"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมการเมือง"/><title type='text'>เตรียมพร้อม</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-8NEOpt8SRTo/Tf3WXsQ4DYI/AAAAAAAACyw/JLqlmZxfqK0/s1600/401.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;313&quot; src=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-8NEOpt8SRTo/Tf3WXsQ4DYI/AAAAAAAACyw/JLqlmZxfqK0/s400/401.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554 เวลา 08.00 - 15.00 น. เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ส่วนที่ 1 ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 125 คน &lt;/b&gt; ซึ่งประชาชนมีโอกาสได้ใช้วิจารณญานในการพิจารณาถึงความเหมาะสมในตัวบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอชื่อเข้ามาว่าสมควรที่จะได้เข้ามาเป็น ส.ส.หรือไม่ ? บุคคลใดมีพฤติการณ์หรือการกระทำที่ไม่เหมาะสมให้ประชาชนได้รู้เห็นไว้บ้าง ? (เป็นรายชื่อที่พรรคเสนอโดยที่ประชาชนไม่มีสิทธิเลือกเพื่อคัดออกได้) ดังนั้น หากพรรคการเมืองใด ? ส่งรายชื่อผู้ที่ไม่สมควรจะได้รับโอกาสนั้น ก็สบโอกาสในการเปลี่ยนไปเลือกพรรคอื่นแทน เป็นการลงโทษพรรคการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน(ของพรรค) มากกว่าประโยชน์ส่วนรวมหรือเพื่อประเทศชาติ หากเห็นว่าแต่ละพรรคมีคนประเภทนี้คละเคล้าอยู่ก็พยายามเลือกพรรคที่มีคนประเภทนี้น้อยที่สุด หรือไม่ก็โหวตโนไปซะเลยก็เป็นสิทธิของเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ส่วนที่ 2 เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 375 คน&lt;/b&gt; ส่่วนนี้เลือกง่ายเพราะแต่ละคนก็มีสิทธเลือกได้เพียง 1 คนจากจำนวนผู้สมัครทั้งหมดในเขตเลือกตั้งของตน ถ้าหากไม่สามารถกัดฟันเลือกได้ก็เลือกช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนเป็นอันจบเรื่องด้วยความสบายใจ เพื่อรักษาิสิทธิอันเป็นของเราที่พึงสงวนไว้สำหรับคนดีในใจเราเท่านั้น ถ้าหากมีคนได้รับเลือกตั้งเข้าไปด้วยคะแนนเสียงไม่ถึงร้อยละ 20 ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่มีอยู่ ท่านผู้นั้นก็ควรจะได้รับโอกาสในการพิจารณาตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี (ที่ควรจะมีอยู่บ้าง) และก็อย่าไปคาดหวังคำสัญญาจากผู้ที่มาเดินหาเสียงให้เสียอารมณ์ทีหลัง เพราะควรจะชาชินกับเรื่องเก่าๆ เสียที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะทุกวันนี้กำลังเอือมระอากับทุกคำพูดของนักต่อสู้เพื่ออุดมการณ์(ของตัวเอง)เต็มทนแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;h2&gt;ของแถมจากคู่มือประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ส.ส. 2554&lt;/h2&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตรวจสอบรายชื่อ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;1. ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งที่ปิดไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และจากหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ส่งถึงเจ้าบ้าน&lt;br /&gt;2. กรณีชื่อตนเองหายไปหรือมีชื่อบุคคลอื่นเกินมาในบัญชีรายชื่อ      ให้แจ้งเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นก่อนวันเลือกตั้ง  ไม่น้อยกว่า 10 วัน (ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2554)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;หลักฐานใช้ในการลงคะแนนเลือกตั้ง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุก็ใช้ได้&lt;br /&gt;2 บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มี  รูปถ่ายและมีหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้ถือบัตร เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ขั้นตอนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;1. ตรวจสอบรายชื่อและลำดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง หรือ จากหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ส่งไปยัง   เจ้าบ้านหรือทาง www.khonthai.com&lt;br /&gt;2. ยื่นบัตรประชาชน และลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&lt;br /&gt;3. ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งพร้อมรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&lt;br /&gt;4. เข้าคูหาลงคะแนน ทำเครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่องทำเครื่องหมาย&lt;br /&gt;- บัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต เลือกผู้สมัครได้เพียงคนเดียว&lt;br /&gt;- บัตรเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เลือกพรรคการเมืองได้เพียงพรรคเดียว&lt;br /&gt;- หากไม่ต้องการเลือกใครหรือพรรคการเมืองใดให้ทำเครื่องหมายกากบาท (x) ในช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนน&lt;br /&gt;5. พับบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 บัตรให้เรียบร้อยและใส่บัตรทีละบัตรลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทด้วยตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อห้ามกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;1. ห้ามซื้อเสียง หรือจัดเตรียมการซื้อเสียง&lt;br /&gt;2. ห้ามรับเงินและประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง&lt;br /&gt;3. ห้ามหาเสียงและห้ามขายหรือจัดเลี้ยงสุรา ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง&lt;br /&gt;4. ห้ามนายจ้างขัดขวางการไปใช้สิทธิของลูกจ้าง&lt;br /&gt;5. ห้ามขัดขวางหรือหน่วงเหนียวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป ณ ที่เลือกตั้ง&lt;br /&gt;6. ห้ามจัดยานพาหนะ (ยกเว้นหน่วยงานรัฐ) ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปเลือกตั้งโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสาร&lt;br /&gt;7. ห้ามฉีกบัตรเลือกตั้ง หรือทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดอย่างจงใจ&lt;br /&gt;8. ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองได้ลงคะแนนแล้วด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด&lt;br /&gt;9. ห้ามเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;10. ห้ามเผยแพร่หรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง(โพลล์) ในระหว่าง 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง (เวลา 15.00 น.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเหตุทุจริต&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เมื่อพบเห็นการทุจริตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงินสิ่งของ หรือการเรียกรับเงิน หรือทรัพย์สิน ให้ช่วยกันแจ้งเบาะแสหรือรวบรวมหลักฐานการทุจริตแจ้งต่อตำรวจในพื้นที่หรือแจ้งให้ กกต. ได้รับทราบในหลายช่องทาง เช่น สายด่วนเลือกตั้งโทร.1171 &lt;br /&gt;ศูนย์ปฏิบัติการข่าว ฯ ในความรับผิดชอบศูนย์อำนวยการสืบสวนสอบสวน      การเลือกตั้ง ส.ส. (ศอส.) โทร. 0-2141-8049-51&lt;br /&gt;สำนักงานคณะกรรมการการการเลือกตั้ง อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ  โทร.0-2141-8888&lt;br /&gt;หรือ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/8898419725768539578/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=8898419725768539578' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/8898419725768539578'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/8898419725768539578'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2011/06/blog-post.html' title='เตรียมพร้อม'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://2.bp.blogspot.com/-8NEOpt8SRTo/Tf3WXsQ4DYI/AAAAAAAACyw/JLqlmZxfqK0/s72-c/401.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-5595071278690732221</id><published>2011-04-17T10:45:00.003+07:00</published><updated>2011-06-03T09:16:45.932+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมการเมือง"/><title type='text'>ความจริงที่มีที่มา</title><content type='html'>&lt;a href=&quot;http://3.bp.blogspot.com/-1TZkSVQyc7Y/TapkQP0qomI/AAAAAAAAALw/Hha1Vfw5R9I/s1600/Who.jpg&quot; onblur=&quot;try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}&quot;&gt;&lt;img style=&quot;float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 120px; height: 120px;&quot; src=&quot;http://3.bp.blogspot.com/-1TZkSVQyc7Y/TapkQP0qomI/AAAAAAAAALw/Hha1Vfw5R9I/s320/Who.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5596395717249376866&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;....จากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     นายกล้า ณ บ้านนอก โชคไม่ดีที่เกิดมาจากชาวนาผู้แสนยากจนตามความคิดของคนเมืองและของตนเอง  บิดามารดาเพียรพยายามที่จะให้นายกล้า ได้เข้ารับการศึกษาจากโรงเรียนในหมู่บ้านของตน  โดยมุ่งหวังที่จะให้บุตรชายได้รับการศึกษาขั้นสูงสุด เท่าที่จะทำได้เพื่อหลีกหนีจากสภาพของการเป็นชาวนาตามสายเลือด แต่ทว่า นายกล้า ก็ทำได้เพียงเข้าโรงเรียน ไปตามหน้าที่และตามคำกำชับของบุพการีเท่านั้น  แต่สิ่งที่นายกล้ามุ่งหวังนั้นแตกต่างจากผู้ให้กำเนิดมากมาย เพราะการได้เที่ยวเตร่ไปกับหมู่เพื่อนฝูงรุ่นเดียวกัน เล่นการพนัน สูบบุหรี่ กินเหล้า จีบผู้หญิงตามอย่างชายชาตรีโดยใช้เงินของผู้ให้กำเนิดอย่างสบายมือ นั่นต่างหากที่เป็นความปราถนาอันแรงกล้าของเขา การบีบบังคับให้บุพการีต้องเจียดแบ่งขายที่นาบางส่วนไปซื้อรถจักรยานยนต์ซักคันเมื่อตอนอายุ 14 จึงเป็นก้าวแรกของการแสดงถึงอำนาจเหนือเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกันในหมู่บ้าน ก้าวต่อไปของนายกล้าคือการขอให้บุพการี ขายที่นาอีกหลายแปลงในการซื้อรถยนต์ปิคอัพอีกหนึ่งคัน เหตุผลก็เพื่อทำการค้าส่วนตัวในการสร้างฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวตนเองที่สร้างขึ้นมาในวัยเพียง 19 ปี แต่ทุกอย่างยังเป็นเพียงความหวัง ขณะที่อาชีพของนายกล้ายังเป็นช่องว่างอยู่อย่างนั้นกลับใช้เงินทองของพ่อแม่ในการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนพ้องและคนทั่วไปอย่างไม่เสียดาย เป็นคนไร้อาชีพที่ร่ำรวยในสายตาของชาวบ้าน แม้ว่าบางครั้งจะเติมลงไปว่าอาชีพชาวนาก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      วันเวลาที่ผ่านไป เพื่อนฝูงหลายคนในหมู่บ้านย้อนกลับมาหาพ่อแม่ด้วยเสื้อผ้าในเครื่องแบบหลากหลายจากการเข้าไปศึกษาเล่าเรียนจากหลายทิศหลายทาง ทำให้นายกล้า เริ่มจะรู้สึกถึงสิ่งที่เป็นช่องว่างของคำว่าอำนาจบารมีกับศักดิ์ศรีที่แท้จริง นายกล้าเริ่มมองย้อนกลับไปในโรงเรียนที่ตนหลีกลี้หนีมา เริ่มมองเห็นข้อจำกัดของความรู้ที่ตนเองได้รับ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้นายกล้าสำนึกในข้อผิดพลาดของตน กลับมองไปในจุดที่ผู้ให้กำเนิดของตนเป็นและส่งผ่านมา นั่นคือการเป็นชาวนา นายกล้ามองว่าการเป็นชาวนาคือข้อผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้น เป็นสิ่งที่กำหนดให้เขาไม่สามารถเล่าเรียนศึกษา ต้องขาดความรู้ในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;      ด้วยวัยเพียง 20 ต้นๆ นายกล้าก็เสนอทางเลือกให้กับพ่อแม่ด้วยกิจกรรมรวยทางลัดหลายวิธี&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;การนำเงินเก็บที่มีอยู่มาลงทุนในการปล่อยเงินกู้ให้กับคนในหมู่บ้าน&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เลิกทำนาแต่ให้คนอื่นเช่านาทำโดยการเก็บค่าเช่าราคาแพง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เปิดร้านค้าสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ปิดประตูการแข่งขันของรายอื่่น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เปิดร้านเกมส์ 24 ชั่วโมง เป็นศูนย์รวมของเด็กในหมู่บ้านตลอดจนหมู่บ้านใกล้เคียง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ผูกสัมพันธ์กับข้าราชการในพื้นที่และทำความคุ้นเคยกับพ่อค้านายทุนต่างพื้นที่&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;       นายกล้า กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งในเครื่องแบบสีกากีที่น่านับถือด้วยตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน โดยไม่ต้องสนใจว่า พ่อต้องหมดเงินทองหรือเสียวัวควายไปกี่ตัวในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      ในไม่กี่ปีต่อมา นายกล้า ยังคงยืดอกเชิดหน้าอย่างมีศักดิ์ศรีด้วยตำแหน่งกำนัน ขณะที่บิดาต้องสูญเสียวัวควายไปเกือบหมดฝูงกับที่นาอีกหลายแปลงไปก่อนการเลือกตั้ง มีแต่เสียงชมเสียงสดุดีจากลูกบ้านซึ่งออกเสียงลงคะแนนให้ในฐานะที่เขาเป็นบุตรชายของชาวนาคนหนึ่งในหมู่บ้าน แต่ส่งผลให้ นายกล้ามองไปไกลถึงฐานะที่เป็น ส.ส.ภายในจังหวัดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      ตำแหน่ง สมาชิก อบต. และตำแหน่ง นายก อบต.เป็นสิ่งที่หนุนให้นายกล้า ก้าวเช้าไปชิงตำแหน่ง ส.จ.ในระดับจังหวัด เพราะได้รับแรงหนุนจากผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็น ส.ส.ของจังหวัด ที่นายกล้าเป็นหัวคะแนนทุ่มเทหาเสียงให้มาโดยตลอด และที่สนามการแข่งขันนั่นเอง  นายกล้าได้พบกับการพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในชีวิตอันแสนรุ่งโรจน์ แม้จะต้องสูญเสียฝูงวัวควายทั้งหมดไปก็ตาม นายกล้า สอบตกอย่างไร้วี่แววของสัญญาณเตือน แม้แต่ตนเองยังนึกหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไม &quot;นาย&quot; ที่รับปากเขาเป็นมั่นเหมาะแล้วว่า &quot;ต้องได้&quot; และส่งลูกชายของตัวเองที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ &quot;แกล้งลงสมัคร&quot; มาเป็นคู่แข่ง แต่คะแนนเสียงเกือบทั้งหมดไปกองอยู่ที่คน &quot;แกล้งลงสมัคร&quot; อย่างท่วมท้นเกือบ 3 หมื่นคะแนน ขณะที่คะแนนเสียงของเขาเหลืออยู่เพียง 23 คะแนน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นของครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้น&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;       คคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่นายกล้าจะคิดออกว่าเขาเป็นใคร?&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/5595071278690732221/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=5595071278690732221' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/5595071278690732221'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/5595071278690732221'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2011/04/blog-post.html' title='ความจริงที่มีที่มา'/><author><name>นพพร พิจารณา</name><uri>https://plus.google.com/116511471567489665737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://3.bp.blogspot.com/-1TZkSVQyc7Y/TapkQP0qomI/AAAAAAAAALw/Hha1Vfw5R9I/s72-c/Who.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-6281070093832930269</id><published>2011-03-19T10:46:00.002+07:00</published><updated>2011-06-03T09:16:09.251+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมการเมือง"/><title type='text'>มองการเมือง</title><content type='html'>&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;https://lh3.googleusercontent.com/-cbRFK0Tiz_A/TYQhNXcdcuI/AAAAAAAACaw/xnTuK85lZh0/s1600/de01.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;300&quot; src=&quot;https://lh3.googleusercontent.com/-cbRFK0Tiz_A/TYQhNXcdcuI/AAAAAAAACaw/xnTuK85lZh0/s400/de01.jpg&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: left;&quot;&gt;หลังจากที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕   คณะราษฎร โดยคณะผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร ได้มีการแต่งตั้งผู้แทนราษฎรชั่วคราวขึ้น จำนวน ๗๐ คน นับได้ว่าประเทศสยามเริ่มมีผู้แทนราษฎรเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องโถงชั้นบนพระที่นั่งอนันตสมาคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าพระยามหิธร เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร ได้เชิญพระกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยุ่หัวมาเปิดประชุมว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&quot;วันนี้สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมเป็นครั้งแรก นับว่าเป็นการสำคัญอันหนึ่งในประวัติการณ์ของประเทศอันเป็นที่รักของเรา ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านทั้งหลายคงจะตั้งใจที่จะช่วยกันปรึกษาการงานเพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศสยามสืบไป และเพื่อรักษาความเป็นอิสระภาพของสยามไว้ชั่วฟ้าและดิน ข้าพเจ้าขออำนวยพรแก่บรรดาผู้แทนราษฎรทั้งหลายให้บริบูรณ์ด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา เพื่อจะได้ช่วยกันทำการให้สำเร็จตามความประสงค์ของเราและของท่าน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายอันเดียวกันทุกประการเทอญ&quot;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ดูเหมือนพระกระแสรับสั่งครั้งนั้นจะไม่ได้อยู่ในความสนใจของผู้แทนราษฎรที่มาจากนักการเมืองอาชีพในทุกวันนี้ เพราะไม่เคยมีใครตั้งใจจะช่วยกันปรึกษาการงานเพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติอีกต่อไปแล้ว ตรงกันข้าม จุดมุ่งหมายในกิจกรรมหลักทางการเมืองของทุกพรรคการเมือง คือการก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งผู้บริหารปกครองบ้านเมืองในฐานะรัฐบาล เพื่อผลประโยชน์หลากหลายที่จะติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งในการบริหารปกครอง อำนาจบารมีที่เหนือกว่าข้าราชการประจำ รวมถึงผลประโยชน์ส่วนตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีความจริงเกิดขึ้นในสังคมอันเนื่องมาจากวิถีทางทางการเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;นักการเมือง คืออาชีพที่สืบเนื่องต่อกันมาของคนบางตระกูล&lt;/li&gt;&lt;li&gt;นักการเมือง คือเส้นทางลัดสู่ตำแหน่งผู้บริหารโดยไม่ต้องมีความรู้&lt;/li&gt;&lt;li&gt;นักการเมือง คือเกราะกำบังตนจากบทบัญญัติของกฎหมายในบางกรณี&lt;/li&gt;&lt;li&gt;นักการเมือง คือ ผู้ที่สามารถสร้างความร่ำรวยได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องมีเหตุผล&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ฯลฯ&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;ไม่เคยมีคำตอบสำหรับคำถามที่ตอบไม่ได้ถ้าตั้งใจจะไม่ตอบคำถามนั้น&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/6281070093832930269/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=6281070093832930269' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/6281070093832930269'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/6281070093832930269'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2011/03/blog-post_19.html' title='มองการเมือง'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://lh3.googleusercontent.com/-cbRFK0Tiz_A/TYQhNXcdcuI/AAAAAAAACaw/xnTuK85lZh0/s72-c/de01.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-4995831391128923074</id><published>2011-03-10T14:08:00.003+07:00</published><updated>2011-06-03T09:15:54.554+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="หันหน้าเข้าวัด"/><title type='text'>วิวัฒนาการ</title><content type='html'>การทิ้งระยะเนิ่นนานห่างหายไปของบทความก็ไม่ได้หมายความว่าผู้จัดทำหมดวาสนาต่อผืนแผ่นดินนี้ไปแล้วนะครับ เพียงแตว่าใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับการปรับแต่งหน้าตาของเว็บบล็อคให้น่ามองมากขึ้นกว่าเดิมอีกนิดหน่อย แต่พยายามนำข้อมูลที่มีสาระมาบรรจุลงไว้ในลิงค์ด้านข้างเพื่อเพิ่มความหมายของคำว่ามีประโยชน์บ้างต่อผู้เยี่ยมเยือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาส่วนมากจะหมดไปกับการท่องไปในโลกของความรู้อันสามารถค้นหาได้โดยไม่มีขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าต้องการจะค้นหาอะไร? เพื่ออะไร? แต่การวางจุดมุ่งหมายไว้ล่วงหน้าไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะเรื่องราวบางอย่างเราอาจค้นพบโดยบังเอิญโดยไม่ได้ตั้งใจไว้ล่วงหน้าก่อน เมื่ออ่านพบจึงรู้ว่านั่นคือสิ่งที่เราต้องการรู้เพียงแต่ว่าเราไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะพบเพราะไม่ได้อยู่ในความคาดคะเน แต่มันก็เป็นประโยชน์หลายด้านต่อตัวเองทั้งด้านความรู้สึกและอารมณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้จะไม่ใช่การค้นพบหนทางดับทุกข์แต่มันก็เป็นความสุข เหมือนกับเสียงเพลงที่ท่านกำลังรับฟังอยู่ในขณะนี้ ใครจะคาดคิดว่ามันเกิดประโยชน์แม้แต่ในเวลาที่กำลังเขียนบทความ มันช่วยขับกล่อมอารมณ์เราให้สงบนิ่งห่างไกลจากความวุ่นวายของสังคมและวิวัฒนาการที่ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง ความก้าวหน้าของวิวัฒนาการและเทคโนโลยีมีคุณค่ามหาศาลต่อมนุษย์ แต่วิวัฒนาการทางสังคมกลับดึงให้มนุษย์ถอยห่างออกมาจากความเป็นตัวตนของมนุษย์ในแบบที่ควรจะเป็น กลับมองเห็นแต่ผลประโยชน์เพื่อตัวเองมากกว่าเพื่อเพื่อนมนุษย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-VS8Bu7qFU-M/TXh5AMcPsrI/AAAAAAAACV8/PGQrvhKSI4U/s1600/2011020510100.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;400&quot; src=&quot;http://2.bp.blogspot.com/-VS8Bu7qFU-M/TXh5AMcPsrI/AAAAAAAACV8/PGQrvhKSI4U/s400/2011020510100.jpg&quot; width=&quot;254&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/4995831391128923074/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=4995831391128923074' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/4995831391128923074'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/4995831391128923074'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2011/03/blog-post.html' title='วิวัฒนาการ'/><author><name>พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์</name><uri>https://plus.google.com/115577430461089395423</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-XdLOdRqhK10/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAGgs/RWkz_FhzkEk/s512-c/photo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://2.bp.blogspot.com/-VS8Bu7qFU-M/TXh5AMcPsrI/AAAAAAAACV8/PGQrvhKSI4U/s72-c/2011020510100.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-7270917193642129729</id><published>2008-07-09T20:33:00.003+07:00</published><updated>2011-08-06T19:50:18.732+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมการเมือง"/><title type='text'>การยอมรับ</title><content type='html'>ออกจะเป็นที่น่าเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก ถ้าหากจะต้องไปยืดอกร่วมยอมรับในความผิดพลาดของเพื่อนเราที่นั่งดวดเหล้ากันมากว่าสามชั่วโมงแล้วไปทะเลาะวิวาทกับโต๊ะเหล้าข้างๆ ทั้งที่เราก็พยายามห้ามปรามเต็มที่ก็ตาม แต่รับรองว่าในการวิวาทนั้นเมื่อมีการตายหรือความเสียหายเกิดขึ้นผลสรุปก็คือเข้าคุกทั้งคู่ อย่าไปโทษว่าร้านค้าไม่ดี อย่าไปโทษว่าเหล้าไม่ดี อย่าไปโทษว่าอากาศไม่ดี อย่าไปโทษว่าเพื่อนไม่ดี ก้มหัวรับความจริงซะ ว่าเราเองนั่นน่ะคงไม่ดี เพราะพลาดตั้งแต่ไปร่วมนั่งกินเหล้าในนาทีแรกแล้วล่ะ&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt; &lt;br /&gt;เกลียดที่สุดกับการเป็นคนๆ หนึ่ง โดยเฉพาะผู้ชาย เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นกลับไปให้ร้ายกล่าวโทษผู้อื่น สิ่งอื่น โดยขาดความรับผิดชอบไม่มีจิตสำนึกของความเป็น ลูกผู้ชาย ไม่มีจิตสำนึกของความเป็น คน ไม่ยอมรับในกฏ กติกา มารยาท แต่ไปกล่าวโทษกฏกติกาว่าไม่เป็นธรรม ไม่ถูกต้อง ทำเหมือนกับว่าคนหรือพรรคพวกของตัวเองเป็นเทวดา ทำทุกอย่างต้องถูกต้องทุกเรื่อง ไม่มีผิด ทุกอย่างที่คนอื่นทำ ทุกคำตัดสินของศาลไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรม&lt;br /&gt;ขอประทานโทษ ...ท่านเองนั่นแหละที่กำลังละลายความเป็นคนออกจากตัวตนของท่านไปจนหมด ท่านกำลังจะกลายเป็นเทวดาไปแล้ว เพราะท่านฉลาดเกินไปที่จะอยู่ร่วมกับคนธรรมดาอย่างเราๆ ท่านสูงส่งมากด้วยคุณค่าและสมควรที่จะหลุดพ้นจากความเป็น คน ไปได้แล้ว ท่านอาจจะคิดว่าตัวเองเป็นเทวดา แต่นั่นเป็นความคิดของท่านและพวกพ้อง หากท่านมองเห็นกฏเกณฑ์กติกาว่าผิดพลาดแล้วทำไมยังคงต้องมาพื่งพาอาศัยกฏเกณฑ์ในการเข้ามาแสวงหาอำนาจแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง เงินตราอาจจะเปลี่ยนแปลงโลกได้ในหลายครั้งหลายครา ....แต่จะไม่เป็นทุกครั้งไป&lt;br /&gt;รู้สึกหงุดหงิดกับคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเข้าข่ายเลว ที่ยังคงแอบอ้างตนว่าเป็นคนดีสุดขั้วที่มีความปราถนาดีที่จะมากอบกู้บ้านเมือง&lt;br /&gt;รู้สึกหงุดหงืดกับคนที่อายุเกินกว่า 20 ปี และบางคนเกือบ 80 ปี แต่ไม่รู้จักกับคำว่าความรับผิดชอบ&lt;br /&gt;รู้สึกหงุดหงิดกับคนที่มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้ว(ไม่ว่าจะร่ำรวยมาด้วยทางใดก็ตาม) แต่อยากจะมีอำนาจวาสนา มีโอกาสได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล(ทั้งๆ ที่นับรวมกันตั้งแต่ต้นตระกูลต่อมาอีกหลายชั่วอายุคนแล้ว ก็ไม่เคยได้สร้างความดีอะไรไว้กับแผ่นดินเลย)&lt;br /&gt;รู้สึกสำนึกผิดและอับอายต่อแผ่นดินไทย แทนคนที่ชอบกล่าวโทษผู้อื่น กล่าวโทษกฏกติกาของบ้านเมือง มากกว่าที่ตัวเองจะหันไปก้มหน้ามองลงไปในกระโหลกเพื่อชะโงกดูเงาของตัวเองในกะลา ว่ามีคุณความดีหลงเหลืออยู่พอที่จะให้อนุชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงในทางที่ดีซัก 1 ข้อหรือไม่&lt;br /&gt;เศร้าจริงๆ ประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class=&quot;separator&quot; style=&quot;clear: both; text-align: center;&quot;&gt;&lt;a href=&quot;http://3.bp.blogspot.com/-MWFCW_8mZPI/Tj04dr-VeEI/AAAAAAAAAN8/oDRAuymhquE/s1600/ma2.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;margin-left:1em; margin-right:1em&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; height=&quot;177&quot; width=&quot;400&quot; src=&quot;http://3.bp.blogspot.com/-MWFCW_8mZPI/Tj04dr-VeEI/AAAAAAAAAN8/oDRAuymhquE/s400/ma2.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/7270917193642129729/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=7270917193642129729' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/7270917193642129729'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/7270917193642129729'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2008/07/blog-post_09.html' title='การยอมรับ'/><author><name>นพพร พิจารณา</name><uri>https://plus.google.com/116511471567489665737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://3.bp.blogspot.com/-MWFCW_8mZPI/Tj04dr-VeEI/AAAAAAAAAN8/oDRAuymhquE/s72-c/ma2.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-3340579228916023264</id><published>2008-07-02T18:19:00.002+07:00</published><updated>2011-06-03T09:15:09.208+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมการเมือง"/><title type='text'>ค้นหาทางเลือก</title><content type='html'>คำว่าทางเลือกถูกนำมาใช้กับการบริหารงานภาคการเมืองในประเทศไทยมาเนิ่นนาน แต่หลายคนก็รู้ว่ามันไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกกำหนดโดยประชาชนของบ้านเมืองนี้ เพราะประชาชนทั้งหลายไม่มีโอกาสได้เงยหน้าอ้าปากยกมือชูแขนมาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ทางเลือกที่กล่าวอ้างย่อมมาจากแหล่งอื่น ซึ่งก็ไม่ใช่จากบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวใคร? แต่ทางเลือกนั้นเกิดมาจากการกำหนดชี้นำของผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนั้น อาจเป็นคณะทหาร อาจเป็นผู้นำทางการเมือง อาจเป็นนักธุรกิจคนสำคัญ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากทางเลือกนั้นย่อมจะไม่ตกเป็นของประชาชนโดยทั่วไปอย่างแน่นอน เนื่องจากทางเลือกถูกกำหนดไว้เพื่อสร้างความชอบธรรมในการแสวงหาผลประโยชน์ทั้งปวงของกลุ่มตนหรือไม่ก็เกิดประโยชน์ในทางใดทางหนึ่ง&lt;br /&gt;แม้จะมีเสียงคัดค้านต่อทางเลือกที่เกิดขึ้นจากบางกลุ่มบางคณะซึ่งเสียผลประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;แต่ตลอดมานั้น ไม่เคยมีเสียงคัดค้านโต้แย้งจากประชาชนโดยรวม&lt;br /&gt;เหตุผลหนึ่งก็มาจากบรรดาผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวใคร? ที่กล่าวอ้างถึงอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่ได้รับมอบหมายมาแล้วโดยมติของประชาชนจากการเลือกตั้ง(ซึ่งไม่มีผีสางเทวดาตนใดกล้ามายืนยันความบริสุทธิ์ผุดผาด กับ กกต.)ทำให้มีอำนาจในการยอมรับทางเลือกเหล่านั้นทุกเรื่องที่ถูกสั่งให้เลือกโดยพรรคการเมืองของตน ทั้งที่ไม่ถูกต้องหรือขัดต่อความรู้สึกของประชาชนมากกว่าครึ่งแผ่นดิน&lt;br /&gt;ในกรณีนี้ ประชาชนที่เหลืออยู่ยังต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.ส่วนที่รักษาความเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด และ 2. ส่วนที่สนับสนุนนโยบายทางเลือกด้วยเหตุผล 108 ประการ ซึ่ง 1 ในหลายประการนี้ก็คือ การได้รับผลประโยชน์ที่มีขึ้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง)&lt;br /&gt;นักการเมืองของบ้านเมืองนี้มีความสามารถที่เกินกว่าประชาชนโดยทั่วไปอยู่หลายเรื่อง มีอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ความมีอำนาจที่สั่งสมกันมาแต่บรรพบุรุษ รองลงมาก็คือการมีเงินตรามากมายจนไม่ต้องไปสอบถามถึงที่มา ปัจจัยเหล่านี้เป็นเสมือนเกราะป้องกันการต่อต้านจากประชาชนคนไทยโดยมากที่รักสงบ เคารพผู้อาวุโสและโง่ตลอดตัว ดังนั้นแม้บรรดาท่านผู้สูงส่งจะอาวุโสน้อยกว่ามากมายทว่าประชาชนในเขตของท่าน ไม่ว่าจะแก่หง่อมเฒ่าชราใกล้ลงโลงแค่ไหนก็ต้องให้ความเคารพนบนอบต่อท่านให้มากเข้าไว้&lt;br /&gt;คำว่าทางเลือกทางการเมืองจึงเป็นคำจำกัดความของทางออกสำหรับปัญหาทั้งปวงโดยที่จะต้องไม่เกิดผลกระทบต่ออำนาจ เงินตราที่ควรมีควรได้ และทางเลือกนั้นจะต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กับคู่แข่งทางการเมืองโดยเด็ดขาด&lt;br /&gt;สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ความผิดพลาดที่ผ่านมานั้น จะต้องมีผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะผิดจริงหรือไม่ก็ตามที&lt;br /&gt;คนโบราณเคยว่าไว้.....ทุกสิ่งทุกอย่างทุกเรื่องทุกราวที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ย่อมมีทางออกเสมอ  เพราะถ้าหาไม่เจอจริงๆ ก็ต้องไปออกทางเข้านั่นแหละครับท่าน&lt;br /&gt;อย่าไปหวังอะไรลมๆ แล้งๆ กับทางเลือกของผู้ที่มาชี้นำเลยครับ&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/3340579228916023264/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=3340579228916023264' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/3340579228916023264'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/3340579228916023264'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2008/07/blog-post_02.html' title='ค้นหาทางเลือก'/><author><name>นพพร พิจารณา</name><uri>https://plus.google.com/116511471567489665737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-8961887749632416494</id><published>2008-07-01T19:35:00.004+07:00</published><updated>2011-06-03T09:14:40.383+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="หันหน้าเข้าวัด"/><title type='text'>เดินเข้าหาที่พึ่ง</title><content type='html'>ตามปกติชอบที่จะอ่านหนังสือต่างๆ มากหลายทั้งวิชาการด้านเทคโนโลยี เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเรื่องการเมืองการปกครอง บรรดากฎหมายเกี่ยวกับการเมืองการปกครองที่ขยันออกมาบังคับใช้กันถี่ยิบแทบจะทุกวินาทีจนจดจำไม่หวาดไม่ไหว ดังนั้น วันนี้ไปเจอบทความเก่าๆ ที่น่าสนใจจึงเก็บมาฝากไว้เป็นธรรมทานตามเจตนารมณ์ของท่านที่บรรยายไว้เพื่อกล่อมเกลาประชาชน&lt;br /&gt;เชิญครับ&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://bp2.blogger.com/_dGpKqnERols/SGon3DLGDqI/AAAAAAAAAJ4/d-damJ0igTM/s1600-h/96apr.jpg&quot;&gt;&lt;img style=&quot;display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;&quot; src=&quot;http://bp2.blogger.com/_dGpKqnERols/SGon3DLGDqI/AAAAAAAAAJ4/d-damJ0igTM/s320/96apr.jpg&quot; border=&quot;0&quot; alt=&quot;&quot; id=&quot;BLOGGER_PHOTO_ID_5218026944960269986&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;อิทธิบาท ๔&lt;br /&gt;คำว่า อิทธิบาท แปลว่า บาทฐานแห่งความสำเร็จ หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม เครื่องให้ลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ ผู้หวังความสำเร็จในสิ่งใด ต้องทำตนให้สมบูรณ์ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า อิทธิบาท ซึ่งจำแนกไว้เป็น ๔ คือ&lt;br /&gt;๑.ฉันทะ     ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น&lt;br /&gt;๒.วิริยะ      ความพากเพียรในสิ่งนั้น&lt;br /&gt;๓.จิตตะ     ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น&lt;br /&gt;๔.วิมังสา   ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น&lt;br /&gt;ธรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมเนื่องกัน แต่ละอย่างๆ มีหน้าที่เฉพาะของตน&lt;br /&gt;ฉันทะ   คือความพอใจ ในฐานะเป็นสิ่งที่ ตนถือว่า ดีที่สุดที่มนุษย์เราควรจะได้ ข้อนี้ เป็นกำลังใจ อันแรก ที่ทำให้เกิด คุณธรรม ข้อต่อไป ทุกข้อ&lt;br /&gt;วิริยะ    คือความพากเพียร หมายถึงการการะทำที่ติดต่อไม่ขาดตอนเป็นระยะยาว จนประสบความสำเร็จ คำนี้มีความหมายของความกล้าหาญเจืออยู่ด้วยส่วนหนึ่ง&lt;br /&gt;จิตตะ   หมายถึงความไม่ทอดทิ้งสิ่งนั้น ไปจากความรู้สึกของตัว ทำสิ่งซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ นั้นให้เด่นชัด อยู่ในใจเสมอ คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า สมาธิ อยู่ด้วยอย่างเต็มที่&lt;br /&gt;วิมังสา  หมายถึงความสอดส่องในเหตุและผลแห่งความสำเร็จ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดเวลา คำนี้รวมความหมายของคำว่าปัญญาไว้อย่างเต็มที่&lt;br /&gt;บุคคลเมื่อประกอบด้วย คุณธรรม ๔ อย่างนี้แล้ว ย่อมประสบความสำเร็จ ในสิ่งที่ไม่เหลือวิสัยของมนุษย์ ซึ่งโดยตรงทางหมายถึงความดับทุกข์โดยสิ้นเชิง ที่เรียกว่า นิพพาน ส่วนเรื่องอื่น นอกนั้นไป ถือว่าเป็น เรื่องพิเศษ และ ไม่มี ขอบขีดจำกัด&lt;br /&gt;เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องนอกเหนือ วิสัยธรรมดา อยู่มาก เช่นเรื่องที่ว่า คนเราอาจมีอายุยืน ถึงกัลป์ ด้วยอำนาจแห่งอิทธิบาททั้ง ๔ นี้ ซึ่งข้อนี้มิได้มีความหมายขัดกัน ในข้อที่ว่า อิทธิบาท ๔ นี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้อายุยืนถึงปานนั้นได้หรือไม่ แต่มีปัญหาอยู่ที่ว่า คนเราจะสามารถ เจริญอิทธิบาทให้มากถึงเท่านั้นได้หรือไม่ ต่างหาก เพราะฉะนั้น ท่านจึงถือว่า หลักเกี่ยวกับอิทธิบาทนี้ คงมีความหมาย ไปตามตัวหนังสือ โดยไม่ต้องมีขอบขีดจำกัดว่าอะไรบ้าง สรุปความสั้นๆว่าวิสัยของใคร ทำให้เขาเจริญอิทธิบาทได้มากเท่าใด เขาย่อมได้รับผลเต็มกำลังของอิทธิบาทนั้น แม้ในสิ่งที่บางคน ถือว่าเป็นของเหลือวิสัย โดยเฉพาะเช่น การบรรลุนิพพาน&lt;br /&gt;ในที่บางแห่ง ท่านเติมคำว่า อธิปเตยย เข้าข้างท้ายคำเหล่านี้ เป็น ฉันทาธิปไตย วิริยาธิปไตย วิมังสาธิปไตย ไปดังนี้ก็มี แปลว่า ความมีฉันทะเป็นใหญ่ เป็นต้น ซึ่งที่แท้ ก็ได้แก่ อิทธิบาท อย่างเดียวกัน นั่นเอง แต่ใช้คำว่า ที่มีความหมาย ที่เห็นได้ชัด ยิ่งขึ้นว่า ในการทำกิจใดๆ ก็ดี ย่อมมีฉันทะ เป็นต้น เหล่านี้เป็นใหญ่หรือเป็นประธานในความสำเร็จ เป็นการชวนให้สนใจในสิ่งที่เรียกว่า อิทธิบาท นี้ยิ่งขึ้น มีพระพุทธภาษิต ยืนยัน อยู่ในที่ หลายแห่ง ว่า การตรัสรู้ อนุตรสัมมา สัมโพธิญาณ ของพระองค์เอง สำเร็จได้โดยมี อิทธิบาท๔ นี้ เป็นประธาน แห่งการกระทำ ในลำดับนั้นๆ ฉะนั้น จึงถือว่าเป็น อุปกรณ์อันขาดเสียไม่ได้ในความสำเร็จทุกชนิด ผู้ปฏิบัติ เพื่อความ ความดับทุกข์ จึงต้องสนใจเป็นพิเศษ แม้การประกอบ ประโยชน์ ในทางโลก ก็ใช้หลักเกณฑ์ อันเดียวกันนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเท่าเทียมกัน แม้ที่สุด แต่ในกรณีที่เป็น การทำชั่ว ทำบาป ก็ยังอาจนำไปใช้ ให้บรรลุผลได้ตามที่ตนประสงค์ ฉะนั้น ท่านจึงจัดเป็น หลักธรรม ที่สำคัญหมวดหนึ่ง ในบรรดา โพธิปักขิยธรรม ทั้งหลาย&lt;br /&gt;นี้นับว่า เป็นอุปกรณ์ในฐานะเป็น เครื่องช่วยให้เกิดการปฏิบัติ ดำเนินไปได้ โดยปราศจากอุปสรรค ตั้งแต่ต้น จนถึง จุดหมายปลายทาง&lt;br /&gt;&lt;em&gt;คัดจาก หนังสือ ศึกษาธรรมะอย่างถูกวิธี หรือ ธรรมวิภาค นวกภูมิ  &lt;br /&gt;คำบรรยายธรรมะ ของ พุทธทาสภิกขุ ในพรรษา ปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ &lt;br /&gt;พิมพ์โดย สำนักพิมพ์สุขภาพใจ&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;ก็ยังคงหวังว่า ภาษาที่เขียนไว้เป็นภาษาไทยที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งคนไทยทุกคนต้องอ่านออกเขียนได้บ้างไม่มากก็น้อยเพราะแม้แต่ชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยในเมืองไทยก็ยังสามารถอ่านออกเขียนได้กันหลายคน แต่ก็ยังเชื่อว่าหลายคนที่อ่านออกนั้น ทำเพียงแต่อ่านออกเท่านั้นเองแต่ไม่รู้ว่าอ่านเอาอะไรเข้าไปผ่านสายตาและมันสมอง อำนาจกับเงินตรานั่นน่ะมันปิดได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสายตา ความคิดหรือแม้แต่สามัญสำนึกในความเป็นมนุษย์ของตน&lt;br /&gt;ปลงบ้างแล้วล่ะ&lt;br /&gt;เพราะมองไปทางด้านไหนก็ดูจะมืดบอดไปด้วยตัณหาเสียทั้งสิ้น&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/8961887749632416494/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=8961887749632416494' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/8961887749632416494'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/8961887749632416494'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2008/07/blog-post.html' title='เดินเข้าหาที่พึ่ง'/><author><name>นพพร พิจารณา</name><uri>https://plus.google.com/116511471567489665737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://bp2.blogger.com/_dGpKqnERols/SGon3DLGDqI/AAAAAAAAAJ4/d-damJ0igTM/s72-c/96apr.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-630631163119189411</id><published>2008-06-30T00:57:00.002+07:00</published><updated>2011-06-03T09:14:15.195+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ประวัติศาสตร์"/><title type='text'>อดีตหรือความจริง</title><content type='html'>อดีตและความถูกต้อง? กรณีปราสาทเขาพระวิหาร&lt;br /&gt;๑๓ กรกฎาคม ๒๕๐๕ หลังจากศาลโลกตัดสินแล้ว ๒๐ กว่าวัน รัฐบาลไทยโดย ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลกโดยอ้างว่าคำพิพากษานั้นขัดต่อกฎหมายและความยุติธรรม โดยมีคำประท้วงดังนี้&lt;br /&gt;ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่จะอ้างถึงคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้นำขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยคำร้องเริ่มคดีฝ่ายเดียวของกัมพูชา เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ค.ศ.๑๙๕๙ (พ.ศ. ๒๕๐๒) และซึ่งศาลได้พิพากษา เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๖๒ (พ.ศ. ๒๕๐๕) ยอมรับนับถืออธิปไตยของกัมพูชาเหนือซากของปราสาทพระวิหาร&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;ในแถลงการณ์เป็นทางการลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๖๒ (พ.ศ. ๒๕๐๕) รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประกาศต่อประชาชนแสดงความไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลที่กล่าวข้างต้น โดยมีเหตุผลว่า ตามความเห็นของรัฐบาล คำพิพากษาขัดต่อข้อกำหนดอันชัดแจ้งของบทที่เกี่ยวเนื่องของสนธิสัญญา ค.ศ.๑๙๐๔ (พ.ศ. ๒๔๔๗) และ ค.ศ. ๑๙๐๗ (พ.ศ. ๒๔๕๐) และขัดต่อหลักกฎหมาย และความยุติธรรม แต่อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ยังแถลงว่าในฐานะที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนมีอยู่ตามคำพิพากษาดังกล่าว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ตามข้อ ๙๔ ของกฎบัตร&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าใคร่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ในการตัดสินใจที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารนั้น รัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใดๆ ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคต เพื่อเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการกฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะพึงนำมาใช้ได้ในภายหลัง และตั้งข้อประท้วงต่อคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา”&lt;br /&gt;ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่จะแจ้งข้อความข้างต้นให้ท่านทราบ พร้อมกับขอให้ท่านแจ้งข้อความในหนังสือฉบับนี้ให้สมาชิกทั้งปวงขององค์การนี้ทราบทั่วกันด้วย&lt;br /&gt;หากแต่สถานการณ์ในวันนี้ มีการปลุกกระแสรักชาติให้เร่าร้อนมากขึ้น และการปลุกกระแสไม่ได้เกิดขึ้นกับประชาชนชาวไทยเท่านั้น แม้แต่ในประเทศกัมพูชาก็มีการปลุกกระแสรักชาติหวงแหนปราสาทพระวิหารขึ้นเช่นกันและรุนแรงมากกว่าในประเทศไทยด้วยซ้ำไป คงไม่แปลกที่ต่างฝ่ายต่างก็อ้างถึงเหตุผลสารพัดตามความเชื่อของตน ตามข้อมูลที่ตนมีอยู่อย่างมากมาย&lt;br /&gt;แต่จะมีใครบ้างที่จะหวนระลึกถึงมูลเหตุสำคัญได้บ้างว่าสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด หากยังนึกไม่ออกจะลองบอกให้ฟังเล็กน้อย&lt;br /&gt;ความมัวเมาในอำนาจและเงินตรา เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดสภาพการณ์เช่นนี้ขึ้นมาในวันนี้&lt;br /&gt;ลองอ่านบทความนี้ดูก่อนนะ&lt;br /&gt;“ผมเพียงได้ข่าวในวงในเท่านั้น แต่ทั้ง 2 ฝ่าย ยังไม่ได้เจรจาหารืออย่างเป็นทางการก็แค่เจรจาเพื่อลงทุนเท่านั้น โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ที่ทางสมเด็จฮุน เซน ไว้วางใจ และต้องการที่จะให้มาเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนา จ.เกาะกง ที่รัฐบาลมุ่งให้เกาะกงเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และผมเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของเกาะกงจะเติบโตตามที่รัฐบาลได้วางเป้าหมายไว้ ขณะเดียวกันทางด้านนายพัด สุภาภา ก็อยู่ในระหว่างการหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เกี่ยวกับการร่วมลงทุนด้วยกัน”&lt;br /&gt;พล.อ.เตีย บัญ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องธุรกิจน้ำมันและก๊าซ เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งชาวกัมพูชา ยังคงต้องซื้อน้ำมันในราคาที่แพง และทำให้ค่าครองชีพสูง แต่ทุกคนก็ต้องเผชิญปัญหานี้ต่อไป ตราบใดที่กัมพูชายังไม่สามารถขุดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมาใช้ได้ในระยะอันใกล้&lt;br /&gt;ด้านนายพัด สุภาภา ส.ว.เกาะกง และเจ้าของกาสิโนเกาะกง เปิดเผยว่า การพัฒนาถนนสาย 48 และสะพาน 4 แห่งจะเป็นผลดีต่อ จ.เกาะกง และ จ.ตราด ที่จะทำให้เกาะกงมีความเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้น เนื่องจาก จะมีการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งปัจจุบันหลังจากถนนสายนี้แล้วเสร็จอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนเมษายน 2551 ก็มีประชาชนเดินทางมาที่ อ.เกาะกงสูงมาก รวมทั้งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมาพักอยู่ใน จ.เกาะกงมากขึ้นด้วย&lt;br /&gt;“ผมยังไม่ได้พูดคุยกับท่านทักษิณ อย่างเป็นทางการว่าจะลงทุนในรูปแบบใด และอย่างไร แต่คาดว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมมือกันได้คงต้องใช้เวลาในการพูดคุยกันอีกระยะกว่าจะลงตัว ซึ่งธุรกิจที่จะลงทุนมีทั้งกาสิโน และเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ส่วนธุรกิจพลังงานยังไม่ได้พูดคุยอะไรเลย&quot;&lt;br /&gt;จาก http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000056351&lt;br /&gt;กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายเตีย บัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกลาโหมของกัมพูชา เปิดเผยระหว่างร่วมพิธีเปิดถนนหมายเลข 48 ที่จังหวัดเกาะกง ของกัมพูชา ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเสนอที่จะเข้ามาลงทุนโครงการพลังงานในกัมพูชา และรัฐบาลกรุงพนมเปญก็ยินดีเปิดรับการลงทุน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ&lt;br /&gt;&quot;คุณทักษิณเป็นนักธุรกิจที่มีศักยภาพ หากเขาเข้ามาลงทุนในกัมพูชาจริง จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตต่อไป&quot; รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชากล่าว&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งเดินทางมาร่วมพิธีเปิดถนนสายที่ 48 ที่ไทยให้ความช่วยเหลือด้านเงินกู้แก่กัมพูชา กล่าวว่า ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สนใจลงทุนในกัมพูชาจริงหรือไม่ และการก่อสร้างถนนสายนี้ ไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับแผนการลงทุนของอดีตนายกฯเนื่องจากรัฐบาลไทย ได้ตกลงให้ความช่วยเหลือเงินกู้มานานแล้ว จาก http://www.bangkokbiznews.com/2008/05/14/news_257569.php&lt;br /&gt;“รมว.ต่างประเทศ” แจงกระทู้สดกลางสภา ลั่นไม่คิดเฉือนแผ่นดินแลกพลังงานในอ่าวไทย กับ กัมพูชา ร้อนก้นเร่งเจรจาปัญหาเขาพระวิหาร จี้ กัมพูชาแสดงท่าทีชัดเจน พร้อมโยนบาปให้สื่อกัมพูชาลงคำสัมภาษณ์ ของ รมต.พาณิชย์กัมพูชา ผิด ไม่มีเรื่องแลกผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน ชี้ สั่งย้าย “วีระชัย” ถูกต้อง เหน็บปลัดบัวแก้วสั่งย้าย แต่กลับออกจม.เห็นใจ&lt;br /&gt;วันนี้ (15 พ.ค.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ มีการพิจารณากระทู้ถามสดของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รมว.เงา ต่างประเทศ ถาม นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ เรื่องปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทย กับ กัมพูชา ว่า กระทรวงการต่างประเทศมีนโยบายแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศนี้และการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา ในบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร อีกทั้งจริงหรือไม่ที่มีการเชื่อมโยงปัญหาเขาพระวิหาร กับการเจรจาผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่ง นายจอม ประสิทธิ์ รมต.พาณิชย์ของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คอมโบเดีย เดลี ของกัมพูชา ว่า ไทยพยายามโยงกรณีพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเขาพระวิหารกับผลประโยชน์ทางทะเลในอ่าวไทยขึ้นมาเจรจากับฝ่ายกัมพูชา&lt;br /&gt;ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การที่ รมว.ต่างประเทศ พูดถึงตัวเลขพื้นที่ทับซ้อนและการคำนวณส่วนแบ่งการใช้ประโยชน์ทั้งที่ยังไม่มีการคำนวณชัดนั้น ตนคิดว่าไม่เหมาะสม จึงขอให้ รมว.ต่างประเทศ ชี้แจงแนวทางการทำงาน รวมถึงการโยกย้าย นายวีระชัย พลาศรัย อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้เจรจาเรื่องเขาพระวิหาร ไปเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการโยกย้ายนอกฤดูกาล เพราะนายวีระชัย กำลังจะเจรจากับกัมพูชาในเรื่องสำคัญ และมีการโจมตีว่าการโยกย้ายนายวีระชัยเป็นเพราะไม่ให้ความร่วมมือกับฝ่ายการเมืองในการไม่ให้ข้อมูลการจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 และการทุจริตโครงการหนังสือเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-พาสปอร์ต) เป็นต้น&lt;br /&gt;ด้าน นายนพดล กล่าวว่า ข่าวที่ว่ารัฐบาลไทยพยายามโยงเรื่องเขาพระวิหารไปกับผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลนั้น เป็นความเท็จ เพราะไม่มีรัฐมนตรีคนใด หรือรัฐบาลสมัยใดเอาแผ่นดิน แม้แต่ตารางนิ้วเดียวไปแลกผลประโยชน์ ทั้งนี้ รัฐบาลไทยมีท่าทีชัดเจนว่าต้องให้มีการบริหารพัฒนาพื้นที่ร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ ก่อนที่จะมีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ใกล้จะถึงเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งเป็่นเวลาที่จะมีการเลือกตั้งในกัมพูชา และการประชุมพิจารณาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เรื่องนี้จึงถือว่ามีความละเอียดอ่อนและอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ของ 2 ชาติ ดังนั้น ไทยจะเร่งให้มีการเจรจาแก้ปัญหานี้ในช่วง 2 เดือนที่เหลือก่อนการประชุมพิจารณาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก และเร่งรัดขอทราบท่าทีที่ชัดเจนของกัมพูชา รวมถึงให้มีการออกแถลงการณ์ร่วมกันของ 2 ประเทศในเรื่องนี้&lt;br /&gt;รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในโอกาสที่ตนได้ร่วมพิธีเปิดถนนที่ จ.เกาะกง - กัมพูชา เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสหารือนอกรอบกับ นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรี และ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ถึงกรณีพื้นที่เขาพระวิหาร ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นและหาทางออกร่วมกันได้ โดยไม่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆ โดยคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้ จะมีพัฒนาการในการเจรจาเรื่องเขาพระวิหาร ส่วนการเจรจาปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย ซึ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางด้านพลังงานนั้น มีความคืบหน้าไปมาก โดยเหลือเรื่องความตกลงสูตรการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกัน และการแบ่งรายได้จากการขุดใช้ทรัพยากรในพื้นที่ดังกล่าวที่ยังตกลงกันไม่ได้ ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า กัมพูชาจะส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมเจรจารัฐบาลไทยเพื่อหาข้อยุติ&lt;br /&gt;“ไม่มีการเชื่อมโยงใดๆ กับการเจรจาเรื่องนี้ เพราะทั้ง 2 เรื่องนี้แยกจากกันอย่างอิสระ ทั้งในแง่กลไกคณะทำงาน แต่การเจรจาทั้งหมดสามารถทำไปพร้อมๆ กันได้ และจะไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน แต่มีผลประโยชน์ร่วมกัน กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ความมั่นใจว่าจะทำให้การเจรจาดังกล่าวไม่มีประเทศใดเสียประโยชน์ และผมจะทำหน้าที่รักษาประโยชน์ของไทยให้ดีที่สุด จะไม่มีใครได้รับประโยชน์และไม่มีการเจรจาเอาแผ่นดินแลกกับน้ำมันอย่างแน่นอน การเกี้ยเซียะจะเกิดขึ้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด” นายนพดล กล่าว&lt;br /&gt;รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ส่วนการให้สัมภาษณ์ของ นายจาม ประสิทธิ์ รมต.พาณิชย์ ต่อหนังสือพิมพ์ของกัมพูชา ว่า ไทยพยายามโยงกรณีพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเขาพระวิหารกับผลประโยชน์ทางทะเลในอ่าวไทยขึ้นมาเจรจากับฝ่ายกัมพูชานั้น ก็ได้มีการสอบถามจากนายจามแล้ว ซึ่ง นายจาม ยืนยันว่า ไม่ได้ให้สัมภาษณ์เช่นนั้น แต่เป็นการที่สื่อกัมพูชาลงคำให้สัมภาษณ์ผิด สำหรับการโยกย้ายในกระทรวงการต่างประเทศนั้น ตนได้ทำถูกต้องตามกฎหมายและเหมาะสม เพื่อการประสานงานและประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งถ้าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงจะชี้แจงได้มากกว่านี้ แต่นี่เป็นกระทู้ จึงไม่อยากให้เรื่องในกระทรวงถูกนำมาเผยแพร่ข้างนอก อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้อมูลซีทีเอ็กซ์ โครงการอี-พาสปอร์ต และเอกสารกรณีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (เอ็กซิมแบงก์) ปล่อยเงินกู้ให้กับรัฐบาลพม่า ทั้งนี้ ตนรู้สึกใจแปลกที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศซึ่งเป็นคนย้ายนายวีรชัย กลับเขียนจดหมายแสดงความเห็นใจนายวีรชัยในวันรุ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ตนทำอย่างมีเหตุผลและถูกต้องแล้ว&lt;br /&gt;อ้างอิงจาก : ข่าวผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2551 http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000056941&lt;br /&gt;หลังจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้นำความเรื่องแผนอุบาทว์ที่จะยกอธิปไตยของชาติบริเวณเขาพระวิหารให้กับกัมพูชาเพื่อแลกกับการได้มาซึ่งสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจากกัมพูชาของกลุ่มทุนการเมืองแล้ว ก็มีเสียงโหวกเหวกโวยวายกันเป็นการใหญ่&lt;br /&gt;พวกที่รักชาติก็โหวกเหวกโวยวายประณามก่นด่าพวกชั่วครองเมืองว่าผลาญแผ่นดิน ผลาญชาติ ในขณะที่ท่านนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ซึ่งปัจจุบันนี้สื่อมวลชนขนานนามใหม่ว่าไอ้หัวถอก กับนายนพดล ปัทมะ ซึ่งสื่อมวลชนก็ได้ขนานนามว่าไอ้เหล่ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเรื่องบ้า ๆ ทั้งนั้น จะไม่ยอมเสียดินแดนให้กับใครเป็นอันขาด&lt;br /&gt;ความสับสนก็เกิดขึ้น แต่ในที่สุดหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ประจำวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2551 ก็ได้ต่อความยาวสาวความยืดในเรื่องนี้ โดยได้รายงานข่าวที่หนังสือพิมพ์เขมรไปสัมภาษณ์รัฐมนตรีเขมร ความว่าฝ่ายไทยได้ผูกเรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเข้ากับเรื่องการแก้ไขปัญหาพิพาทดินแดนเขาพระวิหาร&lt;br /&gt;เป็นการตอกย้ำในสิ่งที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้พูดไว้ ซึ่งความจริงในวงการเขาก็รู้กันอยู่ทั่วไปว่าเป็นเช่นนั้น เป็นแต่ว่าสื่อมวลชนของรัฐพยายามปัดและบิดเบือนข่าวสารเรื่องนี้&lt;br /&gt;เพราะรู้ดีว่าคนไทยเรานั้นถึงจะชั่วจะดีอย่างไรก็ไม่มีใครยอมเสียดินแดนที่บรรพบุรุษไทยได้สร้างสมมาให้กับชาติอื่น ยิ่งเป็นการเสียดินแดนให้เป็นค่าสัมปทานเพื่อผลประโยชน์ที่เอกชนบางรายจะได้รับสัมปทานจากเขมรแล้วไม่มีใครยอมได้เป็นอันขาด และเห็นจะเกิดเรื่องแน่&lt;br /&gt;ดังนั้นการบิดเบือนบิดตะกูด รวมไปถึงการปิดปากคนสำคัญในกระทรวงการต่างประเทศ และความพยายามหาทางวางคนของตัวลงไปเพื่อไปทำงานเรื่องนี้ให้เป็นผลสำเร็จตามแบบประสาชั่วครองเมืองก็ยังคงดำเนินต่อไป&lt;br /&gt;ก็ต้องบอกกันไว้ตรงนี้ว่าถ้ายังปล่อยให้พวกชั่วครองเมืองทำการเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ ในที่สุดประเทศไทยก็จะเสียดินแดนครั้งใหม่ คือดินแดนพื้นที่เขาพระวิหารประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร เพื่อจ่ายเป็นค่าสัมปทานแก่เขมร ตอบแทนที่เขมรจะให้สัมปทานแก่เอกชนไทยบางรายในการหาผลประโยชน์ในแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย&lt;br /&gt;มาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันให้ถ่องแท้ เพราะเมื่อรู้เท่าทันความจริงแล้ว ใครก็จะหลอกลวงไม่ได้ แล้วจะได้ทำหน้าที่ปกปักรักษาดินแดนของบรรพบุรุษไทยเอาไว้สืบไป ซึ่งต้องทำความเข้าใจรวม 3 เรื่อง คือ เรื่องหลักกฎหมายปิดปากเรื่องหนึ่ง, เรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเรื่องหนึ่ง และเรื่องดินแดนเขาพระวิหารที่กำลังจะถูกรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องขอจดทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของเขมรอีกเรื่องหนึ่ง&lt;br /&gt;รับรองว่าถ้าเข้าใจ 3 เรื่องนี้ดีแล้วก็จะเข้าใจแผนอุบาทว์ชาติชั่วได้อย่างชัดเจน!&lt;br /&gt;เรื่องแรก คือเรื่องหลักกฎหมายปิดปากซึ่งมีหลักการใหญ่อันใช้บังคับในทางกฎหมายระหว่างประเทศว่าถ้าประเทศใดอยู่ในวิสัยที่จะโต้แย้งคัดค้านข้อเท็จจริงใดแล้วเพิกเฉยไม่โต้แย้งคัดค้านข้อเท็จจริงนั้นให้ถือว่าประเทศนั้นยอมรับข้อเท็จจริงนั้นแล้ว&lt;br /&gt;คำพิพากษาศาลโลกที่เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารนั่นแหละ ในเรื่องนี้ศาลโลกตัดสินว่าเมื่อครั้งที่ฝรั่งเศสยึดครองกัมพูชา และได้ทำแผนที่เขตแดนไทย-กัมพูชานั้น ได้ระบุว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในดินแดนเขมร ซึ่งประเทศไทยไม่ได้คัดค้านหรือโต้แย้ง ดังนั้นจึงอาศัยหลักกฎหมายปิดปากนี้ตัดสินว่าปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร&lt;br /&gt;เดชะบุญที่การทำแผนที่เขตแดนคราวนั้น ฝรั่งเศสไม่ได้ระบุปราสาทอีกหลายหลัง รวมทั้งทางขึ้น ตลอดจนดินแดนอันเป็นเขตเขาพระวิหารว่าเป็นของกัมพูชาด้วย ดังนั้นปราสาทเหล่านี้รวมทั้งทางขึ้นและดินแดนเขตเขาพระวิหารจึงยังคงเป็นของประเทศไทย&lt;br /&gt;ดินแดนอันเป็นบริเวณรวมของปราสาทเขาพระวิหารมีขนาดประมาณ 2.5 ตารางกิโลเมตร และยังมีพื้นที่รอบนอกอีกประมาณ 8 ตารางกิโลเมตร ซึ่งขณะนี้เป็นอุทยานแห่งชาติพระวิหาร จึงรวมเป็นพื้นที่ประมาณ 10.5 ตารางกิโลเมตร ยังคงเป็นดินแดนและอธิปไตยของประเทศไทย&lt;br /&gt;แต่ดินแดนส่วน 2.5 ตารางกิโลเมตรนั้นเขมรได้เข้ามาล้อมรั้ว ปลูกเพิงขายของ ตลอดจนปักธงเขมรเป็นบางส่วน และขณะนี้ก็ได้ว่าจ้างบริษัทญี่ปุ่นให้ทำแผนที่ภูมิประเทศที่ชัดเจนรวมพื้นที่ทั้ง 10.5 ตารางกิโลเมตรว่าเป็นดินแดนของเขมร&lt;br /&gt;ซึ่งขณะนี้แนวแผนที่ใหม่นี้ก็มีการแจกจ่ายให้กับสื่อมวลชนไทยบางราย และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551 สื่อมวลชนดังกล่าวก็ได้ตีพิมพ์แผนที่นั้นว่าอาณาเขต 10.5 ตารางกิโลเมตรนั้นเป็นดินแดนเขมรไปแล้ว&lt;br /&gt;สื่อมวลชนดังกล่าวอยู่ในเครือข่ายของกลุ่มการเมืองที่มีอำนาจอยู่ในปัจจุบันนี้ไปดูกันเองก็แล้วกัน ดังนั้นกองทัพไทยจึงร้อนใจในปัญหาการรุกล้ำอธิปไตยและเคยออกแถลงการณ์เรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ปัจจุบันนี้กลับถูกไอ้โม่งสั่งการให้สงบปากสงบคำนิ่งเฉยเสีย&lt;br /&gt;แต่นายทหารระดับสูงในกองบัญชาการทหารสูงสุดทนรับสภาพดังกล่าวไม่ไหว จึงได้ให้สัมภาษณ์คัดค้านและเร่งรัดให้รัฐบาลไทยจัดการปัญหาดินแดนส่วนนี้ เพราะหากเพิกเฉยต่อไปก็จะถูกกฎหมายระหว่างประเทศปิดปากและจะทำให้เสียดินแดน 10.5 ตารางกิโลเมตรนี้&lt;br /&gt;เรื่องที่สอง เป็นเรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งกฎหมายระหว่างประเทศถือว่าในน่านน้ำหรือทะเลหลวงห่างจากเขตแดนประเทศใดไม่เกิน 200 กิโลเมตรเป็นดินแดนของประเทศนั้น&lt;br /&gt;ปรากฏว่าในอ่าวไทยตรงจุดหนึ่งมีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะมูลค่าที่นายนพดล ปัทมะ ยอมรับและแถลงแล้วคือ 5 ล้านล้านบาท ในขณะที่แหล่งข่าวบางแหล่งระบุว่ามูลค่าที่แท้จริงประมาณ 20 ล้านล้านบาท เป็นอย่างต่ำ&lt;br /&gt;แหล่งก๊าซธรรมชาติตรงจุดนี้อยู่ในระยะ 200 เมตรจากชายฝั่งของประเทศไทย และเขมรด้วย จึงเป็นพื้นที่ทับซ้อนและมีปัญหาพิพาทกันมานานแล้ว&lt;br /&gt;ในที่สุดทั้งสองประเทศก็ได้ใช้ต้นแบบการหาประโยชน์ร่วมกันแบบเดียวกับที่ไทยและมาเลเซียทำความตกลงแบ่งผลประโยชน์แหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยตรงจุดพื้นที่ทับซ้อนไทย-มาเลเซีย โดยแบ่งพื้นที่และให้แต่ละฝ่ายขุดเจาะก๊าซธรรมชาติไปใช้ได้ฝ่ายละครึ่ง คงเหลือแต่ว่าการแบ่งพื้นที่นั้นยังไม่แล้วเสร็จเรียบร้อย แต่หลักการใหญ่คือขุดเจาะไปใช้ฝ่ายละครึ่งนั้นตกลงกันเรียบร้อยแล้ว&lt;br /&gt;ฝ่ายไทยที่จะได้สัมปทานขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในส่วนของประเทศไทยก็คงเป็นบริษัทค้าน้ำมันใหญ่ที่ถูกแปรรูปจากรัฐวิสาหกิจไปให้ทุนการเมืองใหญ่ถือหุ้นนั่นแหละ ซึ่งต้องจับตาดูว่าผลประโยชน์มหาศาลนี้ประเทศไทยจะได้ค่าสัมปทานเท่าใดกันแน่&lt;br /&gt;แต่ในส่วนของเขมรนั้นมีหลายชาติขอสัมปทานขุดเจาะ แต่เขมรไม่สนใจรายอื่นเพราะมีนักลงทุนไทยบางรายเสนอให้ผลประโยชน์ดีกว่า คือนอกจากค่าสัมปทานเป็นตัวเงินเท่า ๆ กับที่ชาติอื่นให้แล้ว ยังแถมดินแดนอันเป็นอธิปไตยของประเทศไทยบริเวณเขาพระวิหารประมาณ 10.5 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นค่าสัมปทานอีกโสตหนึ่งด้วย&lt;br /&gt;การเจรจาค้างอยู่เพราะมีการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แต่ในพลันที่พรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้ง ก็นายกรัฐมนตรีเขมรนั่นแหละที่กระตือรือร้นส่งสาส์นแสดงความยินดีก่อนใคร ก็หวานหมูเขานี่! คือได้ทั้งค่าสัมปทาน ได้ทั้งดินแดนของประเทศไทย และได้ค่านิยมทางการเมืองภายในเขมรอีกส่วนหนึ่งด้วย นี่ไงที่ฝ่ายเขมรเขาระบุว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายที่โยงสองเรื่อง คือเรื่องแหล่งก๊าซกับเรื่องเขาพระวิหารเข้าด้วยกัน&lt;br /&gt;เรื่องที่สาม คือเรื่องขอจดทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เรื่องนี้เดิมรัฐบาลของทั้งสองประเทศตกลงกันว่าปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร แต่ดินแดนเป็นของไทย ดังนั้นจะต้องยื่นขอจดมรดกโลกร่วมกันและได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน&lt;br /&gt;นั่นคือการใช้หลักการจัดการแก้ไขปัญหาอย่างเดียวกับการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในทะเลนั่นเอง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ทั้งสองฝ่ายก็เป็นเจ้าของเรื่องร่วมกัน ได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน และเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ในการนี้ ประเทศไทยจะต้องยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 แต่เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศเรื่องนี้ก็ถูกเหยียบจมธรณีไว้ จนกระทั่งใครบางคนออกมาแถลงข่าวว่าการจดทะเบียนมรดกโลกไทยไม่เกี่ยว ให้เขมรจดไปฝ่ายเดียว&lt;br /&gt;โดยผลทางกฎหมายคือไทยสละสิทธิ์และอธิปไตยเหนือดินแดน 10.5 ตารางกิโลเมตร โดยหลักกฎหมายปิดปาก ให้เขมรเป็นเจ้าของทั้งปราสาทพระวิหาร รวมทั้งปราสาทอื่นและทางขึ้น และรวมทั้งดินแดน 10.5 ตารางกิโลเมตรไปแต่ฝ่ายเดียว&lt;br /&gt;เขมรย่อมยินดีแน่ เพราะได้ดินแดนและได้ครอบครองดินแดนอันเป็นที่ตั้งปราสาทพระวิหาร รวมทั้งพื้นที่ข้างเคียงเป็นส่วนแถมค่าสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติโดยอัตโนมัติ&lt;br /&gt;ในกรณีอย่างนี้ ประเทศไทยมีทางแก้ไขปัญหาโดยสันติ 2 ทางเท่านั้น คือ คัดค้านการที่เขมรยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียวอย่างหนึ่ง กับยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลกร่วมกันอีกอย่างหนึ่ง จึงจะรักษาดินแดนอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติเอาไว้ได้&lt;br /&gt;หาไม่แล้ว ก็จะเกิดสงครามไทย-กัมพูชา ขึ้นในสักวันหนึ่ง นี่คือผลจากการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน เพื่อประโยชน์ส่วนตนที่จะได้สัมปทานแหล่งก๊าซในอ่าวไทยจากฝ่ายเขมร และจะมีผลให้แหล่งก๊าซธรรมชาติทั้งหมดอยู่ในอำนาจอิทธิพลของคนเพียงคนเดียวหรือคณะเดียวในที่สุด&lt;br /&gt;ท่านนายกฯ หัวถอก และท่านรัฐมนตรีตาเหล่ กรุณาพูดเรื่องนี้ให้ชัดหน่อยได้ไหมว่าข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นอย่างที่ว่ามานี้หรือว่าเป็นอย่างไรกันแน่? ทำไมกระทรวงการต่างประเทศจึงไม่คัดค้านหรือไม่ยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลกร่วมกับเขมร? และพวกท่านจะรักษาอธิปไตยและดินแดน 10.5 ตารางกิโลเมตรนี้ต่อไปอย่างไร?&lt;br /&gt;ถ้าไม่ทำอะไร เอาแต่จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างเดียวแล้ว ก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่าแผ่นดินประเทศไทยไม่อาจรองรับพวกขายชาติให้มีอำนาจในบ้านเมืองได้อีกต่อไป! อ้างอิง : สิริอัญญา &#39;เฉือนดินแดนไทยจ่ายเป็นค่าสัมปทาน!&#39;&lt;br /&gt;จาก ผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2551&lt;br /&gt;http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000056857&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยืนยันว่าลอกเขามาทั้งนั้น อ่านแล้วก็ชวนปวดหัวจนไม่อยากจะวิจารณ์อะไรอีก&lt;br /&gt;ยืนยันอีกครั้งว่าปัญหานั้นเกิดจากความมัวเมาในอำนาจและเงินตรา เท่านั้นเองครับ&lt;br /&gt;และยังมีความคิดเห็นออกมาอีกหลายหน่วยงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สถาบันไทยคดีศึกษาธรรมศาสตร์ออกแถลงการณ์ “ประสาทพระวิหาร” ประณามรัฐบาล “หมัก” ยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนแต่ฝ่ายเดียว ยอมรับแผนที่และแถลงการณ์ร่วมในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันโดยไม่มีความชัดเจนในเรื่องเขตแดน เรียกร้องคนไทยทั้งชาติยับยั้ง ฟันธงต้องการเปลี่ยนเส้นเขตแดนทั้งทางบกและทางทะเลของไทย เพื่อหวังผลประโยชน์ทับซ้อนของกลุ่มการเมือง&lt;br /&gt;ข้อแถลงจากคณะวิจัยสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;18 มิถุนายน 2551&lt;br /&gt;1.ในเบื้องต้นนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ที่แท้จริงมิใช่ราชอาณาจักรไทยหรือราชอาณาจักรกัมพูชา แต่เป็นรัฐบาลไทยกับประชาชนไทย ดังนั้น ข้าราชการประจำทั้งทหารและพลเรือนทุกคนจะต้องตัดสินใจแล้วว่า ตนกำลังปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือไม่ หรือของใคร ฉะนั้น *อย่านำเกียรติยศ ศักดิ์ศรีและเสรีภาพของตนมาแลกกับสิ่งที่ไม่ควรแลก ตลอดจนพิจารณาให้ถ่องแท้ที่จะอยู่ใต้การครอบงำของนักการเมือง&lt;br /&gt;*อย่าหลงเชื่อให้มีผู้นำวาทกรรมเรื่องคลั่งชาติหรือชาตินิยมในเชิงลบมาเบี่ยงเบนประเด็น หรือครอบงำการตัดสินใจของตน ในกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชา&lt;br /&gt;2.สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้ คือ รัฐบาลไปยอมให้ราชอาณาจักรกัมพูชาขึ้นทะเบียนแต่ฝ่ายเดียว ไปยอมรับแผนที่ของกัมพูชาที่ไม่ยอมรับอธิปไตยตามมติคณะรัฐมนตรี 2505 และยังยอมไปทำแถลงการณ์ร่วมในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันโดยยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องเขตแดนแม้แต่น้อย ผลเสียตามกฎหมายปิดปากก็จะเกิดขึ้น เมื่อรัฐบาลไทยไม่ยับยั้งหรือคัดค้าน ประชาชนคนไทยควรร่วมกันยับยั้งหรือคัดค้านโดยใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิชุมชน และส่งเรื่องไปตามขั้นตอนและเวลาอย่างเร่งด่วนผ่านองค์การยูเนสโกในประเทศไทย ไปยังคณะกรรมการมรดกโลก&lt;br /&gt;จึงขอความร่วมมือของนักวิชากรข้าราชการประจำองค์กรภาคประชาชน สื่อและประชาชนทุกคนมาร่วมกัน&lt;br /&gt;*ศึกษาพิจารณาดูข้ออ้างที่จะมาใช้เพื่อให้มีการเลื่อนการพิจารณา&lt;br /&gt;(เรียกร้องความร่วมมือ เช่นจาก ICOMOS ไทย คณะกรรมาธิการ/คณะทำงานชุดต่างๆ ที่มีอยู่) *ทางชายแดนขอให้มีการตรวจสอบการใช้อำนาจอธิปไตยของรัฐอีกฝ่ายเหนือดินแดนไทย หน่วยงานที่มีหน้าที่ทุกหน่วยให้สอดส่องบันทึกการกระทำที่ไม่ยอมรับมติคณะรัฐมนตรี 2505 เรื่องเขตแดนไทยตามวิธีการในระบอบประชาธิปไตย ในทางคู่ขนานต้องนำเข้าเจรจาในคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา ส่งเรื่องเข้ารัฐสภา และ/หรือดำเนินการทางการทูตอื่น ๆ&lt;br /&gt;(เรียกร้องหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามชายแดนและกระทรวงการต่างประเทศ)&lt;br /&gt;ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องขึ้นอยู่กับความเสมอภาคและเคารพอธิปไตยของทั้งสองฝ่ายอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้&lt;br /&gt;คณะวิจัยมองเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องความต้องการเปลี่ยนเส้นเขตแดนทั้งทางบกและทางทะเลของไทย เพื่อหวังผลประโยชน์ทับซ้อนของกลุ่มการเมือง โดยมีเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นสื่อบังหน้า ข้อควรระลึก คือ&lt;br /&gt;1) หากไม่ยืนยันเขตอธิปไตยหรือเส้นเขตแดนตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2505 ไทยจะเสียดินแดนให้กัมพูชา 2) แผนที่ใหม่ของกัมพูชามีนัยเป็นการยืนยันท่าทีของกัมพูชาที่ไม่ยึดถือเขตอธิปไตยหรือเส้นเขตแดนตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2505&lt;br /&gt;3) เมื่อไม่มีการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนให้ชัดเจนเสียก่อน แต่เลือกแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมและออกแถลงการณ์ร่วม ไทยจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบและเสียดินแดนให้กัมพูชาในที่สุด&lt;br /&gt;นักวิชาการ ข้าราชการประจำ องค์กรภาคมหาชน สื่อ และประชาชนทุกคน ควรตั้งสติ ใช้เหตุผล และใช้ประโยชน์จากเบาะแสของคณะวิจัย พิจารณาให้หลุดพ้นจากการถูกบิดเบือน เบี่ยงเบน หลุมพราง และภาพที่ถูกสร้างขึ้น ค่าแห่งความทรงจำเรื่องปราสาทพระวิหารในฐานะมรดกอารยธรรมของมนุษยชาติจะได้ไม่เป็นเรื่องการใช้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือดินแดนไทย รับรองว่าไม่ใช่ Win-Win อย่างแน่นอน&lt;br /&gt;อ้างอิง : http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000071551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังมีอึกมากจนมึนไปหมด มึนไม่เลิกกับเรื่องที่ไม่ควรจะเป็นเรื่อง&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/630631163119189411/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=630631163119189411' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/630631163119189411'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/630631163119189411'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2008/06/blog-post_29.html' title='อดีตหรือความจริง'/><author><name>นพพร พิจารณา</name><uri>https://plus.google.com/116511471567489665737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-4115525982342195430</id><published>2008-06-25T15:37:00.002+07:00</published><updated>2011-06-03T09:13:36.509+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="คนขายชาติ"/><title type='text'>เปิดใจให้กับอดีต</title><content type='html'>เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสแวะเข้าไปท่องโลกไซเบอร์และไปพบกับบทความที่น่าสนใจซึ่งเป็นของกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง “พุทธทำนาย”  ที่ปรากฏหลักฐานในอรรถกถาพระไตรปิฎก มหาสุบินนิมิตชาดก เอกนิบาตชาดก ขุททกนิกาย  เป็นเรื่องเล่าถึงสมัยที่พระพุทธเจ้าได้ทรงทำนายพระสุบินให้พระเจ้าปเสนทิโกศลจำนวน 16 ข้อ แต่วันนี้จะลองคัดลอกมาให้พอเป็นกรณีศึกษาแบบไม่ยึดติดซักข้อสองข้อ&lt;br /&gt;พระสุบิน ข้อที่ 5 พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงพระสุบินว่าเห็นม้าตัวหนึ่ง มีปากสองข้าง ฝูงชนก็เอาหญ้าไปป้อนที่ปากทั้งสองข้าง มันก็กินทั้งสองข้าง&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;&lt;br /&gt;พระพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ในอนาคตเมื่อผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจไม่ดำรงอยู่ในธรรม ตั้งคนพาล หรือคนไม่มีศีลธรรมไว้ในตำแหน่งอันมีผลต่อผู้อื่น คนเหล่านั้นก็จะไม่นึกถึงบาปบุญ คุณโทษ แต่จะตัดสินคดีต่างๆ ตามแต่ใจชอบ โดยเอาสินบนจากทั้งสองฝ่ายเป็นประมาณ ดังม้าที่กินหญ้าทั้งสองปาก&lt;br /&gt;พระสุบิน ข้อที่ 6 พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงพระสุบินว่าฝูงชนเอาถาดทองราคาแพง ไปให้หมาจิ้งจอกแก่ตัวหนึ่ง พร้อมเชื้อเชิญให้หมาจิ้งจอกตัวนั้น ถ่ายปัสสาวะใส่ถาดทองนั้น&lt;br /&gt;พระพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ต่อไปคนดีมีสกุลทั้งหลายจะสิ้นอำนาจวาสนา คนตระกูลต่ำ หรือคนพาลจะได้เป็นใหญ่เป็นโต และคนมีตระกูล ก็จะต้องยกลูกสาว ให้แก่ผู้ไร้ตระกูลเหล่านั้น เหมือนเอาถาดทองไปให้หมาปัสสาวะรด&lt;br /&gt;พระไตรปิฎก แม้ว่าจะเป็นการรวบรวมขึ้นภายหลังจากการปรินิพพานของพระพุทธเจ้าแล้วก็ตาม แต่อายุความก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 2550 ปี ซึ่งก็เป็นหลายชั่วอายุคนแต่ทำไมมาตรงกับสภาพการณ์ของประเทศไทยในยุคนี้ได้ก็ไม่รู้ คงจะต้องส่งเรื่องไปให้กฤษฎีกาตีความเสียก่อนว่ามีมูลเพียงใด หรือไม่ก็ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสอบสวนหาข้อเท็จจริงดูว่า มีใครไปแอบบิดเบือนแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำแปลในพระไตรปิฎกบ้างหรือเปล่า เพราะเมื่อย้อนกลับไปในยุคนั้น คนพาลก็สามารถครองเมืองและปกครองผู้คนได้เหมือนกัน อาจจะอาศัยอำนาจบารมีหรือลายนักเลงเหมือนคนยุคปัจจุบันก็เป็นได้ ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า คนพาลน่ะไม่มีใครอยากคบหรอก แต่คนพาลก็ไม่มีใครอยากไปขวางหน้าเท่าไรนักด้วยเหตุผลที่ทราบๆ กันดีอยู่แล้วหรือถ้าไม่รู้ก็จะขยายความให้ฟังอีกนิด อันคนพาลนั้นน่ะไม่มีคำว่าเหตุผลอยู่ในกมลสันดานเป็นทุนเดิมอาจจะสืบเนื่องกันมาแต่บรรพบุรุษก็เป็นได้ ดังนั้น ถ้ามีธุระปะปังต้องไปติดต่อพูดคุยกับคนพาลพึงระมัดระวังให้ดีกว่าที่เคยเป็นอยู่จะเกิดผลดีกับสุขภาพอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;จะเห็นได้ว่าจากพุทธทำนายนี้ คนพาล ย่อมเป็นที่หวาดระแวงไม่น่าคบหา ไม่น่าไว้วางใจ ไม่เป็นที่ต้องการของเหล่ามนุษย์โดยทั่วไปเห็นควรให้หลีกไกลอย่าไปคบหาสมาคมด้วยจะเป็นกุศลอย่างแรง แต่ก็แปลกดีที่คนไทยใน พ.ศ.นี้ ทั้งที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นผู้ใหญ่ (ด้วยอายุ) แต่กลับไปคบหาสมาคมกับคนชั่วประเภทนี้ได้อย่างสนิทใจและกล่าวถึงคนประเภทนี้ด้วยความเคารพนบนอบและบูชายิ่งกว่าเทวดามาจุติบนแผ่นดิน ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า ทรัพย์สิน อำนาจบารมีที่มีนั้นได้มาด้วยวิธีการใด และดำรงชีพอยู่ด้วยการกระทำเช่นใด แต่กลับไม่ใส่ใจใยดีทำเพียงแต่กล่าวออกมาว่าเป็นของของท่าน ท่านสร้างมา อย่าไปอิจฉาตาร้อนดีกว่า&lt;br /&gt;เศร้าใจกับความคิดของบุคคลเหล่านี้ ที่สามารถแยกความดีงามความถูกต้องออกจากความเป็นจริงได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ขอเพียงให้ตนมีที่เหยียบยืนอยู่บน ชื่อเสียง เงินทอง อำนาจ ยศฐาบรรดาศักดิ์ เพียงเท่านั้น  เรื่องอื่นไม่เคยใส่ใจ ไม่ยอมรับนับถือในจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐดังที่ควรจะประพฤติปฏิบัติ&lt;br /&gt;พวกนี้ถูกแช่งด่าอยู่ตลอดการมีฃีวิตอยู่บนโลก แม้จะตายแล้วยังคงมีชื่อเสียงอยู่อย่างแน่นอน แต่เป็นการกล่าวถึงด้วยความดูหมิ่นเหยียดหยามว่ามีชีวิตอยู่รกโลกได้นานกี่ปีมาแล้วและหลังจากสิ้นชีวิตลงแผ่นดินสูงขึ้นกี่นิ้ว ต้องขออภัยต่อลูกหลานว่าทรัพย์สินที่หาไว้ให้ท่านนั้นได้มาด้วยการขายผงธุลีดินของประเทศไทยครับ&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/4115525982342195430/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=4115525982342195430' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/4115525982342195430'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/4115525982342195430'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2008/06/blog-post_25.html' title='เปิดใจให้กับอดีต'/><author><name>นพพร พิจารณา</name><uri>https://plus.google.com/116511471567489665737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-6265723076323173231</id><published>2008-06-24T10:40:00.002+07:00</published><updated>2011-06-03T09:12:55.089+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เอือมระอา"/><title type='text'>พูดจาประสาคน</title><content type='html'>ตั้งแต่เมื่อวานนี้จนถึงวันนี้ในรัฐสภายังคงมีการประชุมของบรรดาท่านสมาชิกอย่างต่อเนื่อง เป็นการอภิปรายของท่าน ส.ว.และ ส.ส.ฝ่ายค้าน เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายบริหารงานของรัฐบาลในด้านต่างๆ ว่าประสบความสำเร็จซักเรื่องหรือไม่ และการทำงานที่ผ่านมาสามารถสร้างความชอบให้ตนเองได้มากน้อยเท่าใด และก็สามารถช่วยเหลือเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ต้องทนทุกข์ทรมาณทางการเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้แค่ไหนแล้ว หรือได้มีโอกาสล้างบางสะสางบัญชีแค้นกับบรรดาข้าราชการประจำอย่างสาสมแล้วหรือไม่ สรุปล่วงหน้าไว้ได้เลยว่าทุกอย่างยังคงเดินหน้าไปตามปกติ ดังเดิม&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;สิ่งหนึ่งที่รบกวนจิตใจอย่างมากก็คือ บรรดาผู้มากอำนาจบารมีและมีตำแหน่งสูงทางการเมืองบางท่าน ทำไมถึงได้มีการพูดจาไม่ค่อยจะเข้าหูมนุษย์อย่างเราๆ เอาซะเลย แต่น่าจะไปยืนคุยกันอยู่ข้างถนนมากกว่า เพราะหากมันขัดหูขัดใจยังพอจะมีโอกาสได้ชกปากกันบ้าง มาคิดดูแล้วก็น่าเห็นใจท่านเหล่านั้นที่อายุตัวก็มากมาย ความรอบรู้ก็ท่วมศีรษะ แต่อายุสมองกลับน้อยกว่าเด็กประถมเสียอีก ไม่ว่าจะสนทนาปราศรัยกันเรื่องใดท่านก็มักจะเป็นพหูสูตรรู้ลึกรู้จริงไปซะทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องงานในหน้าที่รับผิดชอบของตนกับความประพฤติที่ดีงามเหมาะสมกับฐานะที่เป็นอยู่  ใครว่างๆ ก็ช่วยสะกิดบอกหน่อยเถอะนึกว่าเป็นทานก็แล้วกัน&lt;br /&gt;นานมาแล้วนับตั้งแต่บ้านเมืองเรามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ประชาชนชาวไทยต้องหันเปลี่ยนวิถีทางแห่งการกราบไหว้นอบน้อมจากทิศของขุนนางมาเป็นบรรดานักการเมืองมากหน้าที่เรียงรายเปลี่ยนโฉมกันเข้ามามีอำนาจวาสนาจากรุ่นปู่มาสู่รุ่นพ่อ รุ่นลูกและแผ้วถางเส้นทางเพื่อวางรากฐานอันสุดอมตะนิรันดรและมั่นคงดุจภูผาต่อไปยังรุ่นหลาน เหลน โหลนภายภาคหน้า&lt;br /&gt;ด้วยเหตุผลข้างต้นนั่นเอง บรรดานักการเมืองท้องถิ่นระดับรากหญ้าจึงมองเห็นถึงความสำคัญของคำว่านักการเมือง และเริ่มจะดาหน้ากันเข้ามาสู่เส้นทางลัดสู่ความสำเร็จนี้ แม้ว่าบางคนยังไม่สามารถเรียนให้จบได้แม้แต่ ม.3 แต่ทว่าระบบการศึกษาไทยก็แสนดีที่เกื้อกูลอำนวยความสะดวกจนสามารถทำให้ท่านสำเร็จปริญญาตรีได้อย่างง่ายดายเพียงพลิกกระเป๋าเงินเท่านั้น จากนั้นก็เดินทางเข้าสู่ทำเนียบนักการเมืองท้องถิ่นอย่างหยิ่งผยอง จากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและอื่นๆ ตามบ้านนอกไกลความเจริญ  ความสำเร็จที่เหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยความช่วยเหลืออนุเคราะห์จากบรรดานักการเมืองรุ่นใหญ่ ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอดีต ดังนั้น ความผูกพันช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันของบรรดานักการเมืองจึงเกี่ยวพันตั้งแต่รากหญ้าถึงยอดไม้ของสายการเมือง เป็นระบบอุปถัมภ์ที่ยั่งยืนมั่นคงมากกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเสียอีก&lt;br /&gt;ประชาชนในระดับล่างสุดส่วนมากไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากไปกว่าการหาข้าวมาใส่ปากท้อง การหาเงินมาใส่กระเป๋า และรวมไปถึงการหาสิ่งอุปโภคบริโภคที่ฟุ่มเฟือยมาประดับบารมีที่ไม่ค่อยมีอยู่ ให้ทัดเทียมใกล้เคียงกับประชาชนในระดับอื่นๆ โดยทั่วไป นั่นจึงเป็นวิถีทางแห่งความเสื่อมทางจิตใจที่นักการเมืองมองเห็นได้ถนัดในจุดอ่อนนี้ จนสามารถนำมาเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาหนทางการหาเสียงสนับสนุนได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;ใครไม่เหนื่อยใจบ้างก็ช่างเขา ใครไม่เห็นเรื่องราวเหล่านี้ก็เชิญเมินเฉยต่อไป&lt;br /&gt;ก้มหน้ารับฟังถ้อยคำระคายเคืองรูหูต่อไปอีก 4 ปีก็แล้วกันนะอย่าเพิ่งไปผูกคอตายก่อนล่ะกับแค่ปัญหาข้าวราคาแพง น้ำมันราคาแพง ก็น่าปวดหัวพออยู่แล้ว เชื่อเหอะว่าท่านเหล่านั้นมีสมองมากพอที่จะกล่าวโทษผู้อื่นทุกเรื่องเพราะปัญหาเหล่านี้ แต่อย่าไปถามหาทางแก้ปัญหาจากท่านเลยเพราะมันสมองเท่าเมล็ดถั่วของท่านไม่มีเหลือไว้พอคิดเรื่องนี้แล้วล่ะ&lt;br /&gt;ลืมไปว่ากำลังจะไปลาออกจากประเทศไทยแล้ว ขอโทษทีที่ปากกาชำรุดอีกแล้ว&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/6265723076323173231/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=6265723076323173231' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/6265723076323173231'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/6265723076323173231'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2008/06/blog-post_23.html' title='พูดจาประสาคน'/><author><name>นพพร พิจารณา</name><uri>https://plus.google.com/116511471567489665737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8146789659771368219.post-5489748888641677544</id><published>2008-06-23T15:28:00.003+07:00</published><updated>2011-06-19T13:22:54.961+07:00</updated><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="การเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="ประชาธิปไตย"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="สังคมเมือง"/><category scheme="http://www.blogger.com/atom/ns#" term="เอือมระอา"/><title type='text'>แกะรอยโคลงโลกนิติ</title><content type='html'>&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;&lt;span style=&quot;color: #3333ff;&quot;&gt;ยางขาวขนเรียบร้อย ดูดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายนอกสดใสสี เปรียบฝ้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินสัตว์เสพปลามี ชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉกเช่นชนชาติร้าย นอกนั้น นวลงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=&quot;color: #990000;&quot;&gt;มีสุภาษิตเก่าแก่ของไทยจำนวนมากมายมหาศาลที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี อันถือได้ว่าเป็นยุคของปราชญ์อย่างแท้จริง แม้ในปัจจุบันก็ยังมีการนำสุภาษิตต่างๆ มากล่าวอ้างถึงอยู่เป็นนิจ ดังหนึ่งในคำโคลงสี่สุภาพที่ยกมาข้างต้น ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นถึงความสมบูรณ์พร้อมในเนื้อถ้อยกระทงความแบบไม่ต้องมีการส่งไปให้กฤษฎีกาต้องตีความให้วุ่นวาย พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าเป็นคนไทยก็ต้องเข้าใจในความหมายนี้ในทันที นอกเสียจากว่าท่านเป็นคนไทยคนหนึ่งที่เริ่มจะไม่เข้าใจภาษาไทย ทำให้รู้สึกเป็นห่วงว่าเมื่อกาลเวลาผ่านเลยไปนานเข้า ความเพิกเฉยต่อการรับรู้ภาษาไทยของท่านอาจจะเป็นชนวนให้ท่านเริ่มที่จะไม่รับรู้ในภาษาของมนุษย์ ย่อมจะเกิดอุปสรรคในการสื่อสารกับมนุษย์ทั้งปวงในประเทศไทย ยกเว้นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับท่านที่รับรู้เฉพาะ &quot;ภาษาเงินและภาษาอำนาจ&quot; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;อย่าแปลกใจถ้าเห็นว่า ความหมายของโคลงโลกนิติข้างต้นกับข้อความในย่อหน้าต่อมาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกันเลยและแทบจะไม่ได้อธิบายขยายความคำโคลงที่ว่า ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรเพราะมันเป็นความจริงเหมือนกับการต่อสู้ในทางการเมืองยุคปัจจุบันที่สามารถนำเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันมาผูกโยงให้มันเข้าไปเกี่ยวกันไว้เหมือนเหยื่อที่เกี่ยวติดกับเบ็ด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีปลาตาบอดมากินเหยื่อซักตัวเท่านั้นเอง ไม่ต้องมีการคาดหวังความสำเร็จไว้ล่วงหน้า และต้องมีมาตรการรองรับในการออกตัว เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ทว่าหากทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามกลไกปกติและผลออกมาดี ก็สามารถยืดอกแอ่นร่างรับได้เต็มที่แบบหน้าด้านๆ ซึ่งนับว่าเป็นมาตรการบริหารงานของรัฐตามระบอบการปกครองปัจจุบัน ซึ่งรับรองได้ว่าไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน และไม่ใช่ระบบทุนนิยม หรือเสรีนิยม แต่เป็นการปกครองในระบอบเผด็จการรัฐสภาอย่างแท้จริง โดยการแอบอ้างถึงเสียงของประชาชนที่ลงคะแนนเลือกตั้งให้ได้เข้ามาเป็นผู้แทนของปวงชน(แต่บางคนก็หน้าด้านแอบอ้างไปด้วย ทั้งที่ความจริงมีรายชื่ออยู่ในระบบปาร์ตี้ลิสก์ ชาวบ้านเขาไม่ได้เลือกตัวบุคคลเข้ามาหรอก) แต่ในการแอบอ้างมติของประชาชนก็โปรดอย่าลืมว่ายังมีอีกหลายล้านเสียงที่ไม่ได้ลงคะแนนเสียงเลือกท่านเข้ามา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;ก็ไม่ต้องหวาดระแวงไป เพราะสำนึกของความเป็นคนไทยยังพอมีอยู่ หากท่านไม่พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น รับรู้ถึงความทุกข์ของพวกเรา และยินดีตอบสนองเฉพาะผู้ที่ลงคะแนนเสียงให้ท่านเท่านั้น พวกเราอีกหลายล้านคนก็พร้อมที่จะลาออกจากประเทศไทยไปซัก 4 ปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;ขออย่างเดียวเมื่อกลับคืนมาอีกครั้ง หวังว่ายังพอมีผืนแผ่นดินเหลือให้พอที่จะเหยียบเท้ายืนหยัดอยู่ได้ (แม้ซักขาเดียวก็ยังดี)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;ข้อความทั้งหมดข้างต้นเขียนขึ้นมาก็เพราะหงุดหงิดต่อท่าทีของรัฐบาล รำคาญต่อความเคลื่อนไหวของนักการเมืองส่วนรวมตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;กำลังจะเดินทางไปยื่นใบลาออกจากประเทศไทยเป็นการชั่วคราว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span class=&quot;fullpost&quot;&gt;&lt;em&gt;&lt;span style=&quot;color: #3333ff;&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://280999.blogspot.com/feeds/5489748888641677544/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8146789659771368219&amp;postID=5489748888641677544' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/5489748888641677544'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8146789659771368219/posts/default/5489748888641677544'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://280999.blogspot.com/2008/06/blog-post.html' title='แกะรอยโคลงโลกนิติ'/><author><name>นพพร พิจารณา</name><uri>https://plus.google.com/116511471567489665737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img1.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>