<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:blogger='http://schemas.google.com/blogger/2008' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-3952789268051525902</id><updated>2024-08-29T05:13:54.293-07:00</updated><title type='text'>yui</title><subtitle type='html'>จังหวัดศรีสะเกษ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://yui-suwannee.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3952789268051525902/posts/default'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://yui-suwannee.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>yui</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12098494110043613512</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='25' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi8-BchEHgI6TgQz9Ua_Pe-F-480q53OLX7n84wvgSxcqHmqU4YntO9qHIwHgpOZkAtNvLx7S-eL_1PGruzgZQhF8w6VMYAARB4aJUFyJatlBJLZ6uwquomtnyZfpqMjJE/s220/fl_34%5B1%5D.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>2</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3952789268051525902.post-8908167774989751684</id><published>2011-07-26T18:54:00.000-07:00</published><updated>2011-07-26T18:54:02.361-07:00</updated><title type='text'>ประวัติจังหวัดศรีสะเกษ</title><content type='html'>ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดศรีสะเกษ&lt;br /&gt;
ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฎหลักฐานแน่นอน มีการจด&lt;br /&gt;
บันทึกไว้พอสังเขป ส่วนมากได้จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุ&lt;br /&gt;
เล่าต่อๆ กันมา เอาความแน่นอนไม่ได้นัก นักประวัติศาสตร์&lt;br /&gt;
และนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า พื้นที่ภาคอีสานในปัจจุบันเคย&lt;br /&gt;
เป็นที่อยู่ของพวกละว้าและลาว มีแว่นแคว้นอาณาเขตปกครอง&lt;br /&gt;
เรียกว่า &quot;อาณาจักรฟูนัน&quot;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณปี พ.ศ.1100 พวกละว้าที่เคยมีอำนาจปกครอง &lt;br /&gt;
อาณาจักรฟูนันเสื่อมอำนาจลง ขอมเข้ามามีอำนาจแทนและตั้ง&lt;br /&gt;
อาณาจักรเจนละหรืออิศานปุระขึ้น พวกละว้าถอยร่นไปทาง&lt;br /&gt;
เหนือ ปล่อยให้พื้นที่ภาคอีสานรกร้างว่างเปล่าเป็นจำนวนมาก&lt;br /&gt;
เขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียงจึงถูกทิ้งให้เป็น&lt;br /&gt;
ที่รกร้างและเป็นป่าดง ขอมได้แบ่งการปกครองเป็น 3 ภาค&lt;br /&gt;
โดยมีศูนย์การปกครองอยู่ที่ละโว้(ลพบุรี) พิมาย(นครราชสีมา)&lt;br /&gt;
และสกลนคร มีฐานะเป็นเมืองประเทศราช ขึ้นตรงต่อศูนย์&lt;br /&gt;
กลางการปกครองใหญ่ที่นครวัด &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุคที่ขอมเรืองอำนาจ ศรีสะเกษน่าจะเป็นดินแดนแห่ง&lt;br /&gt;
หนึ่งที่ขอมใช้เป็นเส้นทางไปมาระหว่างเมืองประเทศราชดัง&lt;br /&gt;
กล่าวแล้ว เพราะปรากฎโบราณสถานโบราณวัตถุของขอมซึ่งกรม&lt;br /&gt;
ศิลปากรสำรวจในจังหวัดศรีสะเกษเมื่อ พ.ศ.2512 จำนวน&lt;br /&gt;
15 แห่ง ไม่รวมเขาพระวิหารซึ่งเป็นเทวะสถานของขอมที่ยิ่ง&lt;br /&gt;
ใหญ่แห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีปราสาทหินสระกำแพงใหญ่&lt;br /&gt;
สระกำแพงน้อย ปราสาทลุมพุก ปราสาทบ้านทามจาน(บ้านสมอ)&lt;br /&gt;
ปราสาทเยอ ปราสาทโดนต็วล (ช่องตาเฒ่า อ.กันทรลักษ์)&lt;br /&gt;
สันนิษฐานว่าโบราณสถานเหล่านี้มีอายุประมาณ 1,000 ปีเศษ&lt;br /&gt;
มีอยู่ตามท้องที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดศรีสะเกษ ขอมคงสร้างขึ้น&lt;br /&gt;
เพื่อเป็นที่พักและประกอบพิธีทางศาสนาระหว่างเดินทางจาก&lt;br /&gt;
นครวัด นครธมข้ามเทือกเขาพนมดงรักษ์มาสู่ศูนย์กลางการ&lt;br /&gt;
ปกครองภาคอีสานทั้ง 3 เมืองดังกล่าวแล้ว&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลง ไทยเริ่มมีอำนาจครอบครองดินแดน&lt;br /&gt;
เหล่านี้ ขณะเดียวกันจังหวัดศรีสะเกษมีสภาพเป็นป่าดงอยู่นาน&lt;br /&gt;
เพราะแม้แต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางก็มิได้บันทึกกล่าวถึง&lt;br /&gt;
จังหวัดศรีสะเกษในเอกสารใด เพิ่งจะได้มีการบันทึกหลัก&lt;br /&gt;
ฐานในพงศาวดารกล่าวถึงเมืองสุรินทร์ด้วย&lt;br /&gt;
สมัยกรุงศรีอยุธยา&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสมัยกรุงศรีอยุธยาอาณาจักรไทยกว้างขวางมาก มีชาว&lt;br /&gt;
บ้านป่าซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย ( MINORITY TRIBE )อาศัยอยู่แถบ&lt;br /&gt;
เมืองอัตปือแสนแป แคว้นจำปาสักฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ประเทศ&lt;br /&gt;
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวปัจจุบัน ชนพวกนี้เรียก&lt;br /&gt;
ตัวเองว่า &quot;ข่า&quot; ส่วย&quot; &quot;กวย&quot; หรือ &quot;กุย&quot; อยู่ในดินแดนของราช&lt;br /&gt;
อาณาจักรไทย โดยสมบูรณ์ (เพิ่งเสียให้ฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ.2436&lt;br /&gt;
หรือ ร.ศ.112) พากนี้มีความรู้ความสามารถในการจับช้างป่ามา&lt;br /&gt;
เลี้ยงไว้ใช้งาน ชาวส่วยหรือชาวกวยได้อพยพย้ายที่ทำมาหากิน&lt;br /&gt;
ข้ามมาฝั่งขวาแม่น้ำโขง เนื่องจากชาวเมืองศรีสัตนาคนหุต&lt;br /&gt;
(เวียงจันทน์) ได้เข้าไปตั้งถิ่นฐานแย่งที่ทำมาหากิน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี พ.ศ.2260 ชาวส่วยได้อพยพแยกออกเป็นหลายพวก&lt;br /&gt;
ด้วยกัน แต่ละพวกมีหัวหน้าควบคุมมา เช่น เซียงปุม เซียงสี&lt;br /&gt;
เซียงสง ตากะจะและเซียงขัน เซียงฆะ เซียงไชย หัวหน้าแต่&lt;br /&gt;
ละคนก็ได้หาสมัครพรรคพวกไปตั้งรกรากในที่ต่าง ๆ กัน &lt;br /&gt;
เวียงปุม อยู่ที่บ้านที เซียงสีหรือตะกะอาม อยู่ที่รัตนบุรี เซียงสง&lt;br /&gt;
อยู่บ้านเมือลีง (อำเภอจอมพระ) เซียงฆะ อยู่ที่สังขะ เวียงไชย&lt;br /&gt;
อยู่บ้านจารพัด (อำเภอศรีขรภูมิ) ส่วนตากะจะและเซียงขัน อยู่&lt;br /&gt;
ที่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน(บ้านดวนใหญ่ปัจจุบัน)&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกส่วยเหล่านี้อยู่รวมกันเป็นชุมชนใหญ่ หาเลี้ยงชีพด้วย&lt;br /&gt;
การเกษตรและหาของป่ามาบริโภคใช้สอย มีการไปมาหาสู่ติด&lt;br /&gt;
ต่อกันระหว่างพวกส่วยอยู่เสมอ มีสภาพภูมิประเทสติดต่อเขต&lt;br /&gt;
กัมพูชา และมีเทือกเขาพนมดงรักเป็นเส้นกันเขตแดน ป่าดง&lt;br /&gt;
เขตนี้มีฝูงสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ โขลงช้างพัง ชางพลาย ฝูงเก้ง&lt;br /&gt;
กวาง ละมั่งและโคแดงอยู่มากมายตามทุ่งหญ้าและราวป่า เหมาะ&lt;br /&gt;
กับการทำมาหาเลี้ยงชีพของชาวส่วยอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลุ พ.ศ.2302 ปีเถาะ จุลศักราช 1181 ตรงกับสมัยแผ่นดิน&lt;br /&gt;
พระบรมราชาที่ 3 หรือพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์ &lt;br /&gt;
(พระเจ้าเอกทัศน์) กษัตริย์องค์สุดท้ายของกรุง&lt;br /&gt;
ศรีอยุธยา พระยาช้างเผือกของพระองค์ได้แตกออกจากโรงช้าง&lt;br /&gt;
ต้นในกรุงศรีอยุธยา เดินทางมาทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โปรด&lt;br /&gt;
ให้ทหารเอกคู่พระทัยสองพี่น้อง (เข้าใจว่าสมเด็จเจ้าพระยามหา&lt;br /&gt;
กษัตริย์ศึก พระนามเดิมทองด้วง และกรมพระราชวังบวรมหา&lt;br /&gt;
สุรสิงหนาท พระนามเดิมบุญมา) คุมไพร่พล 30 นาย ออกติด&lt;br /&gt;
ตามผ่านมาแขวงพิมาย ทราบจากเจ้าเมืองพิมายว่า ในดงริมเขา&lt;br /&gt;
พนมดงรักมีพวกส่วยชำนาญใชการจับช้าง เลี้ยงช้าง สองพี่น้อง&lt;br /&gt;
กับไพร่พล จึงได้ติดตามสองพี่น้องไปเซียงสีไปที่บ้านกุดหวาย&lt;br /&gt;
(อำเภอรัตนบุรี) เซียงสีจึงได้พาสองพี่น้องและไพร่พลไปตามหา&lt;br /&gt;
เซียงสง ที่บ้านเมืองลีง เซียงปุ่มที่บ้านเมืองที เซียงไชยที่บ้าน&lt;br /&gt;
กุดปะไท ตากะจะและเซียงขัน ที่บ้านโคกลำดวน เซียฆะที่บ้าน&lt;br /&gt;
อัจจะปะนึง (เขตอำเภอสังขะ) ทุกคนร่วมเดินทางติดตาม&lt;br /&gt;
พระยาช้างเผือก สองพี่น้องและหัวหน้าป่าดงทั้งหมด ได้ติดตาม&lt;br /&gt;
ล้อมจับพระยาช้างเผือกได้ที่บ้านหนองโชก ได้คืนมาและนำส่ง&lt;br /&gt;
ถึงกรุงศรีอยุธยา ด้วยความดีความชอบในครั้งนี้สมเด็จพระเจ้า&lt;br /&gt;
อยู่หัวสริยามรินทร์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้หัวหน้า&lt;br /&gt;
บ้านป่าดงมีบรรดาศักด์ทั้งหมด ตากะจะหัวหน้าหมู่บ้านโคกลำ-&lt;br /&gt;
ดวน ได้เป็นหลวงแก้วสุวรรณเซียงขันได้เป็นหลวงปราบอยู่กับ&lt;br /&gt;
ตากะจะ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาหัวหน้าหมู่บ้านป่าดงทั้ง 5 ได้พากันไปเฝ้าสมเด็จพระ&lt;br /&gt;
เจ้าอยู่หัว ณ กรุงศรีอยุธยา โดยนำสิ่งของไปทูลเกล้าฯ ถวาย คือ&lt;br /&gt;
ช้าง ม้า แก่นสน ยางสน ปีกนก นกระมาด (นอแรด) งาช้าง ขี้ผึ้ง&lt;br /&gt;
น้ำผึ้ง เป็นการส่งส่วยตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่&lt;br /&gt;
หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์ ทรงพิจารณาเห็นความดีความชอบ&lt;br /&gt;
เมื่อครั้งได้ช่วยเหลือจับพระยาช้างเผือก และเมื่อหัวหน้า&lt;br /&gt;
หมู่บ้านได้นำสิ่งของไปทูลเกล้าฯ ถวาย จึงทรงพระกรุณาโปรด&lt;br /&gt;
เกล้าฯ แต่งตั้งบรรดาศักดิ์ให้หัวหน้าหมู่บ้านสูงขึ้นทุกคน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี พ.ศ.2302 นี้เอง หลวงแก้วสุวรรณ(ตากะจะ) บ้านโคก&lt;br /&gt;
ลำดวนได้บรรดาศักดิ์เป็นเป็นพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน&lt;br /&gt;
มีพระบรมราชโองการยกบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน ซึ่งเดิม&lt;br /&gt;
เรียกว่า &quot;เมืองศรีนครลำดวน&quot; ขึ้นเป็นเมืองขุขันธ์แปลว่า &lt;br /&gt;
&quot;เมืองป่าดง&quot; ให้พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวนเป็นเจ้าเมืองปกครอง&lt;br /&gt;
สมัยกรุงธนบุรี&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในปี พ.ศ.2310 แล้ว สมเด็จ&lt;br /&gt;
พระเจ้ากรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงกอบกู้อิสรภาพ&lt;br /&gt;
และทรงตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานี&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2321 ปีจอ จุลศักราช 1140 กรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์)&lt;br /&gt;
เป็นกบฎต่อไทย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จ&lt;br /&gt;
เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (พระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก&lt;br /&gt;
มหาราช) กับเจ้าพระยาสุรสียห์เป็นแม่ทัพยกขึ้นไปทางเมืองพิมาย&lt;br /&gt;
แม่ทัพสั่งให้เจ้าเมืองพิมายแต่งข้าหลวงออกมาเกณฑ์กำลังเมืองประ&lt;br /&gt;
ทายสมันต์ (จังหวัดสุรินทร์) เมืองสังฆะ เมืองขุขันธ์ เมืองรัตนบุรี เป็น&lt;br /&gt;
ทัพบกยกไปตีเมืองเวียงจันทน์ เมืองจำปาศักดิ์ ได้ชัยชนะยอมขึ้นต่อ&lt;br /&gt;
ไทยทั้งสองเมือง กองทัพไทยเข้าเมืองเวียงจันทน์ ได้อัญเชิญพระแก้ว&lt;br /&gt;
มรกต และพระบางพร้อมคุมตัวนครจำปาศักดิ์ไชยกุมารกลับกรุงธนบุรี&lt;br /&gt;
ในการศึกครั้งนี้เมื่อเดินทางกลับ หลวงปราบ(เซียงขัน) ทหารเอกใน&lt;br /&gt;
กองทัพ ได้หญิงม่ายชาวลาวคนหนึ่งกลับมาเป็นภรรยา มีบุตรชายติด&lt;br /&gt;
ตามมาด้วยชื่อท้าวบุญจันทน์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2324 เมืองเขมรเกิดจราจล สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก&lt;br /&gt;
กับพระยาสุรสีห์ ได้รับพระบรมราชโองการให้เป็นแม่ทัพยกกองทัพ&lt;br /&gt;
ไปปราบจราจลครั้งนี้ โดยเกณฑ์กำลังของเมืองปะทายสมันต์ เมืองขุ-&lt;br /&gt;
ขันธ์ และเมืองสังฆะ สมทบกับกองทัพหลวงออกไปปราบปราม กองทัพ&lt;br /&gt;
ไทยยกไปตีเมืองเสียมราฐ กำพงสวาย บรรทายเพชร บรรทายมาศ &lt;br /&gt;
และเมืองรูงตำแรย์(ถ้ำช้าง) เมืองเหล่านี้ยอมแพ้ ขอขึ้นเป็นขอบขัณฑ-&lt;br /&gt;
สีมา เสร็จแล้วยกทัพกลับกรุงธนบุรี&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเสร็จสงครามเวียงจันทน์ และเมืองเขมรแล้ว ได้ปูนบำเหน็จ&lt;br /&gt;
ให้แก่เจ้าเมืองปะทายสมันต์ เมืองขุขันธ์ และเมืองสังฆะ เลื่อนบรรดา&lt;br /&gt;
ศักดิ์ให้เป็นพระยาให้พระยาทั้งสามเมือง เจ้าเมืองขุขันธ์ ได้บรรดา&lt;br /&gt;
ศักดิ์ใหม่ จากพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน เป็นพระยาขุขันธ์ภักดี &lt;br /&gt;
ในปีเดียวกันนั้นเอง พระยาขุขันธ์ภักดี(ตากะจะ) ถึงแก่อนิจกรรม&lt;br /&gt;
จึงโปรดให้หลวงปราบ (เซียงขัน) ขึ้นเป็นพระยาไกรภักดีศรีนครลำ-&lt;br /&gt;
ดวน เจ้าเมืองขุขันธ์ ต่อมาเมืองขุขันธ์ที่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน&lt;br /&gt;
กันดารน้ำ พระยาไกรภักดีฯ จึงอพยพเมืองย้ายมาอยู่บ้านแตระ (แตระ)&lt;br /&gt;
ตำบลห้วยเหนือ ที่ตั้งอำเภอขุขันธ์ในปัจจุบัน&lt;br /&gt;
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ &lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลุ พ.ศ.2325 ปีขาล จุลศักราช 1144 พระบามสมเด็จพระพุทธยอด&lt;br /&gt;
ฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน(เซียงขัน) ได้บรรดาสักดิ์เป็นพระยา&lt;br /&gt;
ขุขันธ์ภักดี ได้มีใบบอกกราบบังคมทูลข้อตั้งท้าวบุญจันทร์ เป็นพระยา&lt;br /&gt;
ไกรภักดีศรีนครลำดวน ผู้ช่วยเจ้าเมือง อยู่มาวันหนึ่ง พระยาขุขันธ์&lt;br /&gt;
ภักดี เผลอเรียกพระยาไกรภักดีฯ(บุญจันทร์) ว่า&quot;ลูกเชลย&quot; พระยาไกร&lt;br /&gt;
ภักดีจึงโกรธและผูกพระยาบาทภายหลังมีพ่อค้าญวน 30 คน มาซื้อโค&lt;br /&gt;
กระบือที่เมืองขุขันธ์ พระยาขุขันธ์ภักดีอำนวยความสะดวกและจัดที่พัก&lt;br /&gt;
ให้ญวนตลอดจนให้ไพร่นำทางไปช่องโพย ให้พวกญวนนำโค กระบือ&lt;br /&gt;
ไปยังเมืองพนมเปญได้สะดวก พระยาไกรภักดีฯ (บุญจันทร์) ได้กล่าว&lt;br /&gt;
โทษมายังกรุงเทพฯ และโปรดเกล้า ให้เรียกตัวพระยาขุขันธ์ไปลงโทษ&lt;br /&gt;
และจำคุกไว้ที่กรุงเทพฯ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระยาไกรภักดีฯ-&lt;br /&gt;
(บุญจันทร์) เป็นเจ้าเมืองขุขันธ์แทน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี พ.ศ.2325 นี้ พระภักดีภูธรสงคราม(อุ่น) ปลัดเมืองขุขันธ์ กราบ&lt;br /&gt;
บังคมทูลขอแยกจากขุขันธ์ไปตั้งที่บ้านโนนสามขาจึงทรงพระกรุณาโปรด&lt;br /&gt;
เกล้าฯ ให้ยกบ้านโนนสามขาขึ้นเป็นเมือง &quot;ศรีสระเกศ&quot; ต่อมาปี พ.ศ.2328&lt;br /&gt;
ได้ย้ายเมืองศรีสระเกศจากบ้านโนนสามขา มาตั้ง ณ บ้านพันทาเจียงอี&lt;br /&gt;
อยู่ในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษทุกวันนี้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2342 มีโปรดเกล้าฯ ให้เกณฑ์กำลังเมืองสุรินทร์ เมืองขุขันธ์&lt;br /&gt;
เมืองสังฆะ เมืองละ 100 รวม 300 ยกทัพไปตีพม่าซึ่งยกมาตั้งในเขตนคร&lt;br /&gt;
เชียงใหม่ กองทัพไทยมิทันไปถึง กองทัพพม่าก็ถอยกลับ จึงโปรดเกล้าฯ&lt;br /&gt;
ให้กองทัพไทยยกกลับ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2350 ทรงพระราชดำริว่า เมืองสุรินทร์ เมืองสังฆะ และเมือง&lt;br /&gt;
ขุขันธ์ เป็นเมืองเคยตามเสด็จพระราชดำเนินในการพระราชสงคราม&lt;br /&gt;
หลายครั้งมีความชอบมาก จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทั้ง 3 เมือง ขึ้นตรงต่อ&lt;br /&gt;
กรุงเทพฯ มีอำนาจชำระคดีได้เอง ไม่ต้องขึ้นต่อเมืองพิมายเหมือนแต่ก่อน&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2369 รัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าอนุวงศ์ เมือง&lt;br /&gt;
เวียงจันทน์แต่งตั้งให้เจ้าอุปราช(สีถาน) กับเจ้าราชวงศ์เมืองเวียงจันทรน์ คุมกองทัพบกเข้าตีเมืองรายทางเข้ามาจนถึงเมืองนครราชสีมา ฝ่ายทาง&lt;br /&gt;
เมืองจำปาศักดิ์ เจ้านครจำปาศักดิ์(เจ้าโย่) เกณฑ์กำลังยกทัพมาตีเมืองขุขันธ์&lt;br /&gt;
จับพระไกรภักดีศรีนครลำดวน (บุญจันทร์) เจ้าเมืองขุขันธ์ กับพระภักดี&lt;br /&gt;
ภูธรสงคราม (มานะ) ปลัดเมืองกับพระแก้วมนตรี(ทศ)ยกกระบัตรกับกรม&lt;br /&gt;
การได้ ฆ่าตายทั้งหมด เจ้าเมืองสังฆะ และเมืองสุรินทร์หนีได้ทัน กองทัพ&lt;br /&gt;
จำปาศักดิ์ ตั้งค่ายอยู่ที่บ้านส้มป่อย แขวงเมืองขุขันธ์ค่ายหนึ่ง และค่ายอื่น ๆ &lt;br /&gt;
สี่ค่าย กวาดต้อนครอบครัวไทยเขมรไปเมืองจำปาศักดิ์ จากนั้นมา&lt;br /&gt;
เมืองขุขันธ์ ไม่มีข้าราชการปกครอง โปรดเกล้าฯ ให้พระยาสังฆะ ไป&lt;br /&gt;
เป็นพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวนเจ้าเมือง ให้พระไชยเป็นพระภักดี&lt;br /&gt;
ภูธรสงครามปลัดเมือง ให้พระสะเทื้อน (นวน) เป็นพระแก้วมนตรียก&lt;br /&gt;
กระบัตรเมือง ให้ท้ายหล้า บุตรพระยาขุขันธ์(เซียงขัน) เป็นมหาดไทย&lt;br /&gt;
ช่วยกันรักษาเมืองขุขันธ์ต่อไป จากนั้นมาได้มีการเปลี่ยนแปลงตำ&lt;br /&gt;
แหน่งเจ้าเมืองและนามเจ้าเมืองหลายครั้ง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2426 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระ&lt;br /&gt;
ยาขุขันธ์(ปัญญา) เจ้าเมืองกับพระปลัด(จันลี) ได้นำช้างพังสีประหลาด&lt;br /&gt;
หนึ่งเชือกลงมาน้อมเกล้าฯ ถวายที่กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2433 มีสารตราโปรดเกล้าฯ ให้เมืองศรีสระเกศ(ชื่อเดิม) ไป&lt;br /&gt;
อยู่ในบังคับบัญชาของข้าหลวงใหญ่ได้โปรดให้หลวงจำนงยุทธกิจ(อิ่ม)&lt;br /&gt;
กับขุนไผทไทยพิทักษ์(เกลื่อน) เป็นข้าหลวงเมืองศรีสระเกศ&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2435 โปรดเกล้าฯ ให้จัดรูปการปกครองแบบมณทลเมืองศรีสiะเกศ&lt;br /&gt;
ขึ้นอยู่กับเมณฑลอีสานกองบัญชาการมณฑลอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธาณี&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2445 เปลี่ยนชื่อมณฑลอีสานเป็น มณฑลอุบลมีเมืองขึ้น 3 เมือง&lt;br /&gt;
คือ อุบลราชธานี ขุขันธ์ และสุรินทร์ ไม่ปรากฎชื่อเมืองศรีสระเกศ&lt;br /&gt;
สันนิษฐานว่าเมืองศรีสระเกศถูกยุบลงเป็นอำเภอขึ้นกับเมืองขุขันธ์&lt;br /&gt;
ซึ่งเป็นเมืองเก่ามาแต่เดิม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2447 ย้ายที่ตั้งเมืองขุขันธ์ (ซึ่งอยู่ที่บ้านแตระ ตำบลห้วยเหนือ&lt;br /&gt;
อำเภอขุขันธ์ในปัจจุบัน) มาอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า(ปัจจุบันคือตำบลเมืองเหนือ&lt;br /&gt;
ในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษในปัจจุบัน) และยังคงใช้ชื่อ&quot;เมืองขุขันธ์&quot; &lt;br /&gt;
ยุบเมืองขุขันธ์เดิมเป็นอำเภอห้วยเหนือ(อำเภอขุขันธ์ในปัจจุบันนี้)&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2459 กระทรวงมหาดไทย มีประกาศให้เปลี่ยนชื่อเมืองทุก&lt;br /&gt;
เมืองเป็นจังหวัด เมืองขุขันธ์จึงเป็นเป็นจังหวัดขุขันธ์ เมื่อวันที่ 9&lt;br /&gt;
พฤศจิกายน พ.ศ.2459 เปลี่ยนผู้ว่าราชการเมืองเป็นผู้ว่าราชการ&lt;br /&gt;
จังหวัด&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ.2481 มีพระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนชื่อจังหวัดขุขันธ์ เป็นจังหวัด&lt;br /&gt;
ศรีสะเกษ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://yui-suwannee.blogspot.com/feeds/8908167774989751684/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://yui-suwannee.blogspot.com/2011/07/blog-post_26.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3952789268051525902/posts/default/8908167774989751684'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3952789268051525902/posts/default/8908167774989751684'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://yui-suwannee.blogspot.com/2011/07/blog-post_26.html' title='ประวัติจังหวัดศรีสะเกษ'/><author><name>yui</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12098494110043613512</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='25' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi8-BchEHgI6TgQz9Ua_Pe-F-480q53OLX7n84wvgSxcqHmqU4YntO9qHIwHgpOZkAtNvLx7S-eL_1PGruzgZQhF8w6VMYAARB4aJUFyJatlBJLZ6uwquomtnyZfpqMjJE/s220/fl_34%5B1%5D.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3952789268051525902.post-7884891226581043849</id><published>2011-07-26T02:05:00.000-07:00</published><updated>2011-07-26T02:55:30.453-07:00</updated><title type='text'>สถานที่ท่องเที่ยว</title><content type='html'>สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดศรีสะเกษ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
-วัดสระกำแพงใหญ่&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSgp44FrlMpMIkHglo7kejaXcC1bz9m4dRlvLJ2ufqE_43gyP4nx3Q5TAxJMZnkP8gl0PDEdjWW2SjZMiq3LnuLXYOVCAIueIj5tzkR_au0DmpXK4hatAtKgU_UIzMaxpstg7Jt1bHjaEB/s1600/331022A75%255B1%255D.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSgp44FrlMpMIkHglo7kejaXcC1bz9m4dRlvLJ2ufqE_43gyP4nx3Q5TAxJMZnkP8gl0PDEdjWW2SjZMiq3LnuLXYOVCAIueIj5tzkR_au0DmpXK4hatAtKgU_UIzMaxpstg7Jt1bHjaEB/s1600/331022A75%255B1%255D.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
-พระพุทธบาทภูฝ้าย&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhDK_8sZmnV-y76lUmzdqTRvg3g8A5DCaz4ZNBlzdoAP7nM6MiOTFKQyhjibIeCqJXJaQWKVSCne6hmIieQ_94fzyzWi_9yBHyHOtmsdsrvHWY3dfygPbUEioUACrQzmBeayypxHQKa0FdI/s1600/330808-A81%255B1%255D.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhDK_8sZmnV-y76lUmzdqTRvg3g8A5DCaz4ZNBlzdoAP7nM6MiOTFKQyhjibIeCqJXJaQWKVSCne6hmIieQ_94fzyzWi_9yBHyHOtmsdsrvHWY3dfygPbUEioUACrQzmBeayypxHQKa0FdI/s1600/330808-A81%255B1%255D.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
-วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiyyz0beaoAFKt_OCiQoss2Fho0ImyAJI5hl3urw4YcV-c29Vt3oIUtOXEIEUhf4cB8r-PupaNVPSe55WRPeSUKShY1FaSqhXHOoxLaWd96vRCSKf5sOnvGxkftUO2OYNExlrwG3ca1j15p/s1600/330810A81%255B1%255D.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiyyz0beaoAFKt_OCiQoss2Fho0ImyAJI5hl3urw4YcV-c29Vt3oIUtOXEIEUhf4cB8r-PupaNVPSe55WRPeSUKShY1FaSqhXHOoxLaWd96vRCSKf5sOnvGxkftUO2OYNExlrwG3ca1j15p/s1600/330810A81%255B1%255D.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
-ปราสาทปรางค์กู่&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEifEAyPX4ngSobUUumA1ZxcttUefUnv7KbevXsWbaST08J6wfPdQRpEGuA3RWX5VkwA2l7uzTDwwngMzgHMibWgASP2qRnjdC46oFIP_CbR471FLp9XCyYdD56Xg_heJ1N2LOHO3Rpw6CyD/s1600/331022A75%255B1%255D.jpg&quot; imageanchor=&quot;1&quot; style=&quot;clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;&quot;&gt;&lt;img border=&quot;0&quot; src=&quot;https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEifEAyPX4ngSobUUumA1ZxcttUefUnv7KbevXsWbaST08J6wfPdQRpEGuA3RWX5VkwA2l7uzTDwwngMzgHMibWgASP2qRnjdC46oFIP_CbR471FLp9XCyYdD56Xg_heJ1N2LOHO3Rpw6CyD/s1600/331022A75%255B1%255D.jpg&quot; /&gt;&lt;/a&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://yui-suwannee.blogspot.com/feeds/7884891226581043849/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://yui-suwannee.blogspot.com/2011/07/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3952789268051525902/posts/default/7884891226581043849'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3952789268051525902/posts/default/7884891226581043849'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://yui-suwannee.blogspot.com/2011/07/blog-post.html' title='สถานที่ท่องเที่ยว'/><author><name>yui</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12098494110043613512</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='25' src='//blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi8-BchEHgI6TgQz9Ua_Pe-F-480q53OLX7n84wvgSxcqHmqU4YntO9qHIwHgpOZkAtNvLx7S-eL_1PGruzgZQhF8w6VMYAARB4aJUFyJatlBJLZ6uwquomtnyZfpqMjJE/s220/fl_34%5B1%5D.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiSgp44FrlMpMIkHglo7kejaXcC1bz9m4dRlvLJ2ufqE_43gyP4nx3Q5TAxJMZnkP8gl0PDEdjWW2SjZMiq3LnuLXYOVCAIueIj5tzkR_au0DmpXK4hatAtKgU_UIzMaxpstg7Jt1bHjaEB/s72-c/331022A75%255B1%255D.jpg" height="72" width="72"/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>