<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" version="2.0">

<channel>
	<title>Porpeang Seller : นักขายแบบพอเพียง</title>
	
	<link>http://porpeangseller.com</link>
	<description>ทำ E-Marketing กันอย่างพอเพียง</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Oct 2009 07:12:23 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/PorpeangSeller" /><feedburner:info xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" uri="porpeangseller" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><item>
		<title>เมื่อผมไปร่วมงาน Michael Jackson’s This is it: This is “Thai Tribute”</title>
		<link>http://porpeangseller.com/?p=246</link>
		<comments>http://porpeangseller.com/?p=246#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 01:15:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PorpeangSeller</dc:creator>
				<category><![CDATA[Twitter]]></category>
		<category><![CDATA[Viral Marketing Video]]></category>
		<category><![CDATA[พูดเรื่อยเปื่อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://porpeangseller.com/?p=246</guid>
		<description><![CDATA[ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานมินิคอนเสริท Michael Jackson&#8217;s This is it : This is &#8220;Thai Tribute&#8221;
เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2552, ที่พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน
เลยอยากเอารูปและบรรยากาศในงานมาเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังกันครับ
เผอิญผมได้มีโอกาสดูรายการ&#8221;แบไต๋ ไฮเทค&#8221; ทางช่อง Nation Channel
เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค.52 ที่ผ่านมา
เนื่องจากได้เห็นทวิตเตอร์ของเหล่าพิธีกรที่บอกว่ามีการซ้อมเต้นไมเคิลกันจนลิ้นห้อย
และผมก็พอจะรู้มาบ้างว่า คุณหนุ่ย พงศ์สุข พิธีกรของรายการนี้เป็นแฟนของไมเคิลตัวยง
ผมเลยกะว่าจะเปิดมาดู เผื่อว่าจะมีการเต้นไมเคิลเป็นการเซอร์ไพรซ์กันเล็กน้อย&#8230;.
แล้วก็มีจริงๆด้วย รายการตอนนี้เริ่มรายการด้วยการเต้นBeat it ของไมเคิล โดยคุณหนุ่ยและบรรดาพิธีกรในรายการ
ซึ่งดูๆแล้ว ผมคิดว่า คุณหนุ่ยคงจะซ้อมมาหนักที่สุดแล้วล่ะ เพราะเต้นได้เนียนที่สุดในบรรดาพิธีกรทุกคนแล้ว
และเมื่อฟังรายละเอียด ผมจึงได้รู้ว่า จะมีการแสดงเปิดตัวภาพยนต์ Michael Jackson: This is it ที่สยามพารากอน ในวันอังคารที่จะถึงนี้
อันที่จริง ผมก็เห็นป้ายโฆษณาของไมเคิลมาซักพักหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่รู้รายละเอียดดีนัก พึ่งมารู้รายละเอียดทั้งหมดจากรายการตอนนี้แหล่ะ
แต่ที่สะดุดใจผมที่สุดก็คือ การแสดง Tribute เพลง Beat It โดยแฟนเพลงชาวไทยกว่า 1,000คน!!!!
โอ้ นี่มันคืออะไรกันเนี่ย??
สรุปแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignnone" style="width: 276px"><img class=" " title="Michael Jacksons This is it : This is Thai Tribute" src="http://farm3.static.flickr.com/2500/4050465079_2654448e17_o.jpg" alt="Michael Jacksons This is it : This is Thai Tribute" width="266" height="395" /><p class="wp-caption-text">Michael Jackson&#39;s This is it : This is &quot;Thai Tribute&quot;</p></div>
<p>ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานมินิคอนเสริท Michael Jackson&#8217;s This is it : This is &#8220;Thai Tribute&#8221;<br />
เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2552, ที่พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน<br />
เลยอยากเอารูปและบรรยากาศในงานมาเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังกันครับ</p>
<p><span id="more-246"></span>เผอิญผมได้มีโอกาสดูรายการ&#8221;แบไต๋ ไฮเทค&#8221; ทางช่อง Nation Channel<br />
เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค.52 ที่ผ่านมา<br />
เนื่องจากได้เห็นทวิตเตอร์ของเหล่าพิธีกรที่บอกว่ามีการซ้อมเต้นไมเคิลกันจนลิ้นห้อย<br />
และผมก็พอจะรู้มาบ้างว่า คุณหนุ่ย พงศ์สุข พิธีกรของรายการนี้เป็นแฟนของไมเคิลตัวยง<br />
ผมเลยกะว่าจะเปิดมาดู เผื่อว่าจะมีการเต้นไมเคิลเป็นการเซอร์ไพรซ์กันเล็กน้อย&#8230;.</p>
<p>แล้วก็มีจริงๆด้วย รายการตอนนี้เริ่มรายการด้วยการเต้นBeat it ของไมเคิล โดยคุณหนุ่ยและบรรดาพิธีกรในรายการ<br />
ซึ่งดูๆแล้ว ผมคิดว่า คุณหนุ่ยคงจะซ้อมมาหนักที่สุดแล้วล่ะ เพราะเต้นได้เนียนที่สุดในบรรดาพิธีกรทุกคนแล้ว</p>
<p>และเมื่อฟังรายละเอียด ผมจึงได้รู้ว่า จะมีการแสดงเปิดตัวภาพยนต์ Michael Jackson: This is it ที่สยามพารากอน ในวันอังคารที่จะถึงนี้</p>
<p>อันที่จริง ผมก็เห็นป้ายโฆษณาของไมเคิลมาซักพักหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่รู้รายละเอียดดีนัก พึ่งมารู้รายละเอียดทั้งหมดจากรายการตอนนี้แหล่ะ</p>
<p>แต่ที่สะดุดใจผมที่สุดก็คือ การแสดง Tribute เพลง Beat It โดยแฟนเพลงชาวไทยกว่า 1,000คน!!!!</p>
<p>โอ้ นี่มันคืออะไรกันเนี่ย??<br />
สรุปแล้ว นี่คือการรวมตัวของคนที่ชื่นชอบไมเคิล แจ็คสัน และมารวมตัวกันเต้นเพลง Beat It นั้นเอง!!!<br />
แถมเป็นการเต้นแบบหมู่คณะกว่า1,000คนอีกด้วย!! ฟังแล้วอยากไปแจมมากเลยครับ</p>
<p>ผมได้ลองเข้าไปค้นหาในYoutubeดู ปรากฏว่า งานเต้นแบบTribute นั้น น่าสนุกมากๆ<br />
มีคลิปวิดีโออยู่ในYoutubeมากมายเลยครับ<br />
ที่เด็ดสุดก็คงจะเป็น งานTribute ที่ประเทศอังกฤษ เมือง STOCKHOLM เมื่อวันที่ July 8, 2009 ที่ผ่านมา<br />
โดยในคลิปนั้น จะเริ่มจากการที่มีคนเริ่มเต้นBeat It คนเดียว<br />
แล้วก็ค่อยๆมีคนเข้ามาร่วมเต้นทีล่ะน้อย จนขยายกลายเป็นกลุ่มนักเต้นขนาดมหึมาเลยทีเดียว<br />
ผมยิ่งดู ก็ยิ่งมันส์, และยิ่งผมค้นหามากขึ้น ก็พบว่า มีแฟนๆไมเคิลจากหลายประเทศที่พร้อมใจกันทำ Tribute แบบนี้ด้วย</p>
<p>แม้ผมจะอยากเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเต้นครั้งประวัติศาสตร์แบบนี้กับเขาซักครั้ง<br />
แต่คิดๆดูแล้ว ผมคงอดไปมากกว่า เพราะติดงานที่ร้านด้วย</p>
<p>แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็แพ้ใจตัวเอง(ตามระเบียบ), สุดท้ายผมก็โดดงานที่ร้านแล้วไปร่วมงานที่พารากอนจนได้!!!</p>
<p>ผมตัดสินใจพาภรรยาสุดที่รัก และลูกๆที่น่ารักทั้งสองคนไปเที่ยวงานนี้กันหมดเลย<br />
โชคดีที่เจ้านล ลูกคนโตยังปิดเทอมอยู่ ผมเลยอยากให้ลูกได้ไปอยู่ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์แบบนี้ด้วย<br />
เผื่อว่าตอนลูกแก่ๆ จะได้เอาไปโม้ให้ลูกหลานฟังบ้าง</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/VjpqelWez2c&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/VjpqelWez2c&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
ผมไปถึงงานตอนเกือบๆบ่ายสี่โมงครึ่ง<br />
ซึ่งในตอนนั้น ก็เริ่มมีผู้เข้าร่วมงานมาต่อแถวเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงานกันพอสมควรแล้ว</p>
<p>ผมเห็นผู้เข้าร่วมงานหลายคนที่แต่งตัวเลียนแบบไมเคิล, ใส่เสื้อMJ, หรือไม่ก็ใส่หมวกสไตล์ไมเคิลกันพอสมควร<br />
เรียกว่ามีสีสันกันเต็มที่</p>
<p>เนื่องจากผมไม่ได้ทำการลงทะเบียนมาก่อน จึงต้องไปเข้าแถวในส่วนผู้เข้าร่วมงานแบบ Walk in<br />
จากการสอบถามคนที่ยืนอยู่แถวข้างๆ, ปรากฏว่าเขามีการซ้อมเต้นกันมาเมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมากันเรียบร้อยแล้ว<br />
(แล้วผมจะเต้นได้มั้ยเนี่ย? ยังไม่ได้ซ้อมอะไรกับเขาซักกะครั้ง)<br />
คนที่ได้ซ้อมเมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา จะได้สติกเกอร์สีส้ม,ส่วนผมซึ่งเป็นคนมาใหม่ จะได้สติกเกอร์สีเขียวครับ<br />
แต่ทุกคนที่เข้าร่วมก็จะได้ถุงมือ Playboy แบบMJ สไตล์กันทุกคนครับ</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 385px"><img title="สายรัดข้อมือ+สติกเกอร์เข้าร่วมงาน+ถุงมือMJที่แจกในงาน" src="http://farm3.static.flickr.com/2709/4051769264_2d623a1652.jpg" alt="สายรัดข้อมือ+สติกเกอร์เข้าร่วมงาน+ถุงมือMJที่แจกในงาน" width="375" height="500" /><p class="wp-caption-text">สายรัดข้อมือ+สติกเกอร์เข้าร่วมงาน</p></div>
<p>ทางทีมงานได้ให้สายรับข้อมือและสติกเกอร์เพื่อเป็นหลักฐานในการนำมารับบัตรดูภาพยนต์ This is it ของไมเคิลฟรี!!!<br />
ผมว่างานนี้คุ้มนะครับ ได้เต้น Tribute เป็นที่ระลึก แถมได้ตั๋วหนังดูฟรีอีกต่างหาก</p>
<p>ที่ตลกก็คือ มีทั้งคุณป้าและคุณลุงหลายคนเข้ามาต่อแถวอยู่ข้างหลังผมด้วย<br />
คุณป้าแกยังเข้ามาสะกิดถามผมเลยว่า เขามารับบัตรดูหนังไมเคิลฟรีกันที่นี้ใช่มั้ย?<br />
แต่พอถึงคิวของคุณป้า,ปรากฏว่าพนักงานที่จุดลงทะเบียนคงจะไม่แน่ใจว่า คุณป้าแกจะมาเต้นในงานนี้จริงรึเปล่า?<br />
คุณพนักงานเลยต้องถามก่อนว่า จะมาร่วมงานเต้นไมเคิล1,000คนจริงรึเปล่า?<br />
ที่ฮาสุดๆคือ คุณพนักงานบอกว่า ขอคนที่จะมาเต้นจริงๆนะคะ ป้าเต้นให้ดูหน่อยได้มั้ยว่าเต้นได้รึเปล่า?(เรื่องจริง)<br />
แต่สุดท้ายคุณป้าก็ได้รับสายรัดข้อมือกับถุงพร้อมถุงมือไปเรียบร้อยด้วยดีครับ</p>
<p>หลังจากลงทะเบียนเสร็จ ผมก็พาครอบครัวไปดูบรรยากาศภายในงาน<br />
ภายในงาน มีสปอนเซอร์เข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งทีเดียว<br />
บูธแรกที่ผมแวะเป็นบูธของบริษัทนกแอร์ ที่นำภาพไมเคิลขนาดเท่าตัวจริงมาให้ถ่ายรูปหน้าบูธ<br />
ซึ่งผมไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะให้ลูกๆได้ถ่ายคู่กับไมเคิลแน่นอน<br />
แต่ที่เซอร์ไพรซ์สุดๆ คือระหว่างที่ถ่ายนั้น มีคุณพี่ตากล้องหล่อๆคนหนึ่ง เข้ามาแจมถ่ายรูปผมกับลูกๆด้วย<br />
และพี่เขาก็เดินมาบอกว่า สามารถไปรับรูปได้ที่บูธโดยไม่เสียค่าใช่จ่ายด้วย!! ขอบคุณมาก นกแอร์!!!</p>
<p>บูธถัดไปที่ดึงดูดความสนใจผมก็คือ บูธของบริษัทโคคาโคล่า ที่นำ โค้ก Zero มาบริการให้ฟรี!!!<br />
งานนี้เลยเสร็จครอบครัวตัวงกอย่างผมเลยครับ พ่อแม่ลูกสี่คน สรุปขนโค้กมาสี่กระป๋อง นั่งดื่มกันเปรมไปเลยครับ<br />
แถุมระหว่างงาน ผมยังหน้าด้านเข้าไปขอเพิ่มอีกหลายกระป๋อง เรียกว่าจบงานแบบไม่ต้องเสียตังค์ซื้อน้ำ อืดโค้กกันไปเลยทีเดียว</p>
<p>และก็มีบูธของบริษัทต่างๆอีกมากมาย เช่นจากบริษัทBody Shapeที่นำกาแฟมาแจก และทำซุ้มให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก<br />
บูธของบริษัทPlayboy ที่นำถุงมือ+เสื้อ MJ มาขาย ซึ่งก็ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำท่า</p>
<p>หลังจากที่เดินดูจนทั่วและถ่ายถาพที่ระลึกกันพอสมควรแล้ว<br />
ผมก็พาลูกๆไปนั่งหม่ำข้าวเย็นรอเวลาซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายในเวลาหกโมงเย็น<br />
โดยผมซื้อข้าวมานั่งป้อนลูกๆอยู่ตรงเก้าอี้VIPบริเวณหน้าเวที ซึ่งตรงนั้นก็มีจุดสำหรับยืนเต้นด้วย<br />
ผมเลยให้ลูกๆนั่งยาวอยู่ตรงนี้เลย เพื่อว่าพอถึงเวลาซ้อมเต้น จะได้ดูลูกๆไป หัดเต้นไปพร้อมๆกัน</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/C-aGcVdWEWw&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/C-aGcVdWEWw&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
และเมื่อได้เวลาประมาณหกโมงกว่าๆ ก็เริ่มการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้าย<br />
ซึ่งผมกะดูจากสายตาคร่าวๆนั้น คนน่าจะมากันไม่ถึง1,000คน แต่ก็ถือว่ามากันเยอะพอสมควร<br />
เรียกว่าอย่างน้อยก็มากันจนเต็มลานเลยล่ะกัน</p>
<p>งานนี้มีคุณคูรเป็ด จากลาด๊องซ์ บาย วาเนซ มาเป็นวิทยากรสอนเต้นให้กับคนที่ยังไม่เคยซ้อมมาก่อน<br />
ต้องขอบอกว่าครูเป็ดท่านเซียนและเต้นสวยมาก<br />
แต่เนื่องจากเวลาไม่พอ ทำให้ซ้อมกันได้ไม่กี่หน เลยทำให้ผมและเพื่อนๆอีกหลายๆคนยังไม่ค่อยแม่นสเต็บซักเท่าไร<br />
แต่ก็ดีที่ผมสังเกตเห็นว่า มีคนที่จับกลุ่มกันซ้อมต่อ เรียกว่าใครที่เป็นแล้วก็มาสอนคนที่ยังไม่เป็น<br />
ทำให้บรรยากาศในงานดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยมิตรภาพมากเลยครับ</p>
<p>อันนี้ก็ต้องขอชมทีมงานที่วางแผนมาได้ดี<br />
เพราะได้มีการแบ่งให้คนที่มาซ้อมเต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือพวกสติกเกอร์ส้มได้ยีนอยู่แถวหน้าๆ เรียกว่าอยู่หน้ากล้องเลยล่ะ<br />
ส่วนพวกWalk in และยังไม่เคยซ้อมหรือพวกสติกเกอร์เขียวนั้น ต้องยืนอยู่ในแนวหลังซึ่งไกลจากกล้องพอสมควร<br />
ซึ่งถือเป็นโอกาสดีของพวกไม่แม่นสเต็ปเช่นผม เพราะต่อให้เต้นไม่สวยก็คงไม่ติดกล้องซักเท่าไรหรอกครับ<br />
ให้พวกที่เขาทุ่มเทซ้อมมาอย่างดีได้ติดกล้องกันไปเยอะๆดีกว่า</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/WwSQcHgwXXQ&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/WwSQcHgwXXQ&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
หลังจากซ้อมเต้นเสร็จแล้ว เราก็ได้โอกาสพัก และจะกลับมารวมตัวกันตอนหนึ่งทุ่ม เพื่อชมการแสดงและร่วมเต้นTribute กัน</p>
<p>ช่วงนี้ผมก็ได้มีโอกาสเดินไปเก็บบรรยากาศต่างๆในงานอีก<br />
ผมได้เจอกับคุณพี่ท่านหนึ่งที่แต่งหน้าและแต่งตัวได้เหมือนไมเคิลมาก อยากจะบอกว่าเหมือนกระทั่งวิธียิ้มด้วยครับ(ยิ้มแบบ ฮี้ฮี่)<br />
น่าเสียดายที่รูปถ่ายออกมาดันเบลอหมด</p>
<p>และก่อนที่จะเริ่มงานตอนหนึ่งทุ่มนั้น ทางดีเจในงานก็ได้เปิดเพลงฮิตของไมเคิลอยู่ตลอดเวลา<br />
ปรากฏว่ามีเพื่อนๆหลายท่านออกมาวาดลวดลายกันพอสมควร<br />
แต่ที่ติดใจผมที่สุด เห็นจะเป็นน้องไมเคิลตัวน้อย ที่ออกมาโชว์ลีลาMoon Walkได้อย่างสุดยอด อย่างชนิดที่เรียกว่าผู้ใหญ่ยังอายเลยครับ<br />
น้องเขาเต้นMoonwalkในเพลงBillie Jeanได้เก่งมาก สเต็ปก็สวย,ที่สำคัญคือ กล้ามากครับ<br />
คนมุ่งดูกันตั้งเยอะ แต่น้องเขายังเต้นได้โดยไม่มีอาการตื่นเลย อันนี้น่ายกย่องมากครับ<br />
ขอให้น้องตั้งใจเต้นต่อไปนะครับ แววดีอย่างนี้ อีกไม่นานคงดังแน่ๆครับ<br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/h3mpeP2oNr8&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/h3mpeP2oNr8&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/A-fRyvsu4Wc&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/A-fRyvsu4Wc&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>ผมได้เข้าไปสอบถามกับคุณแม่ของน้องเขา,เลยทำให้รู้ชื่อของน้องเขามาด้วยครับ<br />
ชื่อเล่นชื่อน้องอนันต์ ชื่อจริงคือ ด.ช.ศิริศักดิ์ เลขวัฒนะโรจน์ อายุ 10 ปี อยู่ชั้นป.4<br />
จากโรงเรียนเลิศหล้ากาจณา และเรียนเต้นมาได้ไม่ถึงปีจากโรงเรียนสอนเต้นรำ Center State<br />
เห็นน้องเขาเต้นแล้ว ต้องบอกเลยว่าพี่มันแย่ พี่มันแพ้เด็กป.4เลยครับ</p>
<p>และแล้วเมื่อมาถึงเวลาประมาณหนึ่งทุ่มเศษๆ งานมินิคอนเสริทก็ได้เริ่มขึ้นครับ<br />
เริ่มจากคุณหนุ่ยขึ้นมากล่าวเปิดงานและแนะนำศิลปินที่จะเข้ามาร่วมแสดงในวันนี้<br />
ซึ่งผมได้มีโอกาสถ่ายวิดีโอมาฝากเพื่อนๆที่ไม่ได้ไปด้วย<br />
แต่ต้องออกตัวขอโทษก่อนที่ ภาพอาจจะไม่ชัด เนื่องจากกล้องมันแก่แล้วครับ<br />
แถมหลายเพลงยังต้องอุ้มลูกไปด้วยถ่ายไปด้วย ลูกดิ้นที มือก็สั่นที, พยายามทำมือให้นิ่งที่สุดแล้วครับ แต่มันได้แค่นี้จริงๆ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/FbC1zdxKLkw&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/FbC1zdxKLkw&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
เพลงแรกเปิดตัวกันด้วย Dangerous โดย คุณวิทย์ Academy Fantasia 1<br />
คุณวิทย์บอกว่าดูวีดีโอมาเป็นร้อยรอบ อันนี้ผมเชื่อเลยครับ เพราะเต้นสวย เก็บรายละเอียดเนียนทุกเม็ด เรียกว่า&#8221;เป๊ะ&#8221;จริงๆ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/NSsCN1uH1LI&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/NSsCN1uH1LI&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
เพลงต่อมาเป็นการแสดง Dance Tribute ในเพลง Smooth Criminal โดยคุณโต้ ชิริก หรือคุณติ๊ก ชิโร่ นั้นเอง<br />
เต้นได้สุดยอดมากยังกะไมเคิลมาเอง ที่สำคัญ พี่ติ๊กได้ลงทุนทำสุดยอดเทคเทคนิด &#8220;โน้มตัว&#8221; แบบไมเคิลให้ดูกันด้วย!!!<br />
เห็นมั้ยครับ ชาติไทย ทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก!!!</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/eJyFNeSdHrQ&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/eJyFNeSdHrQ&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
เพลงต่อมาเป็นเพลง Billie Jean โดยคุณเจมส์ เรืองศักดิ์<br />
ศิลปินผู้หลั่งน้ำตาให้กับการจากไปของไมเคิล แจ็คสัน<br />
ซึ่งในวันนี้ เขาได้นำการแสดงที่เขาชื่นชอบที่สุดมากำนัลแก่สาวกไมเคิล ซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดได้ดังสนั้นที่สุดในงานเลยครับ</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="โฉมหน้าผู้โชคดีที่รับหมวกของคุณเจมส์ได้ในเพลงBillie Jean(ตกข้างหลังผมเอง แต่แย่งไม่ทัน)" src="http://farm3.static.flickr.com/2728/4051026133_02d1215735.jpg" alt="โฉมหน้าผู้โชคดีที่รับหมวกของคุณเจมส์ได้ในเพลงBillie Jean(ตกข้างหลังผมเอง แต่แย่งไม่ทัน)" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">โฉมหน้าผู้โชคดีที่รับหมวกของคุณเจมส์ได้ในเพลงBillie Jean(ตกข้างหลังผมเอง แต่แย่งไม่ทัน)</p></div>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/EWbl1nzaVTs&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/EWbl1nzaVTs&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
เพลงต่อไปเป็นเพลง They Don&#8217;t Care About Us โดยพิธีกร หนุ่ย พงศ์สุขนั้นเองครับ<br />
คุณหนุ่ยเต้นได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆครับ สุดท้ายเพลงนี้ก็ได้เสียงกรี๊ดจากผู้ชมกันไปโขเลยทีเดียว<br />
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/I_7Z0wIkOqs&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/I_7Z0wIkOqs&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object><br />
อันนี้เป็นตัวเต็มแบบชัดกิ๊กเลยครับ เห็นหน้าคุณหนุ่ยชัดเจนดี<br />
สังเกตุดีๆนะครับ สีหน้าดี มีความสุขมากครับ^_^</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/NLD-v29sPo8&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/NLD-v29sPo8&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
ต่อไปก็เป็นเพลงBeat It แบบดัดแปลง แสดงโดยศิลปิน Brazia จาก GMM<br />
ซึ่งผมก็เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อวงนี้ก็วันนี้แหล่ะครับ(แก่แล้วก็เงี้ย)<br />
เป็นวงเกิลด์แบนสามสาว ที่ออกมาวาดลวดลายได้อย่างยอดเยี่ยม เสียดายที่ออกมาน้อยไปหน่อย คนดูยังไม่อิ่มเลย จบซะแล้ว</p>
<p>และก็มาถึงช่วงไฮไลท์ ของการเต้นหมู่กว่า 1,000 ชีวิตในเพลง Beat It!!!<br />
โดยมีพี่ติ๊กชีโร่ ปรากฏตัวขึ้นบนคานยกระดับทางด้านหลังอย่างสุดเท่<br />
แต่น่าเสียดายที่ผู้มาร่วมงานคงจะหมดแรง หรือไม่ก็เบลอกันเล็กน้อย<br />
เลยทำให้เกิดอาการ&#8221;หลุดคิว&#8221;กันพอสมควรครับ<br />
ซึ่งช่วงนี้ ผมปล่อยให้ภรรยาผมเข้าไปเต้นอย่างเต็มที่ โดยที่ผมต้องอุ้มลูกไว้ทีเดียวสองคน<br />
เลยทำให้ไม่สามารถถ่ายวิดีโอมาฝากเพื่อนๆได้ครับ น่าเสียดายจริงๆ<br />
แต่คิดว่าซักพักทางทีมงานคงจะนำมาเผยแพร่เองแหล่ะ อดใจรอดูของแท้เลยดีกว่าครับ</p>
<p>เผอิญหลังการแสดงนี้จบลง ลูกๆผมดันปวดห้องน้ำทั้งสองคนเลยครับ เลยต้องพาลูกๆไปเข้าห้องน้ำจนพลาดการแสดงไป1รายการ<br />
เลยไม่มีคลิปมาฝากเพื่อนๆเลย,ร้องเพลงอะไร ผมยังไม่รู้เลยครับ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/13638nn0Skc&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/13638nn0Skc&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
พอกลับมาอีกที ผมโชคดีกลับมาทันเพลงโปรดของผมพอดี<br />
กับเพลง Man In The Mirror ซึ่งร้องโดยคุณแชมป์ ศุภวัฒน์ พีรานนท์<br />
เสียงของคุณแชมป์นั้น ยอดเยี่ยมมากครับ ร้องได้ดีจริงๆ เล่นเอาหลายคนอินไปตามๆกันเลยทีเดียว</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/reE75O9reGc&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/reE75O9reGc&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
และก็มาถึงเพลงสุดท้าย เป็นการร่วมร้องเพลง Heal The World โดยรวมศิลปินทุกคนที่มาในงาน<br />
โดยได้รับเกียรติจากคุณ อนวัช รองประธานบริษัทเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์<br />
และคุณเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ผู้บริหารอาวุโสสายการตลาด ห้างพารากอน ให้เกียรติขึ้นเวทีมาร่วมร้องด้วย<br />
ซึ่งช่วงนี้แหล่ะครับ ที่ผมคิดว่าเป็นช่วงที่น่าประทับใจที่สุดของงาน<br />
ผมรู้สึกเหมือนกับว่าหัวใจของคนที่ยืนอยู่รอบๆผมเปลี่ยนเป็นสีเดียวกันหมดเลย<br />
สีหน้าทุกคนมีความสุข มีรอยยิ้ม และทุกคนร้องเพลงออกมาจากใจกันทุกคน<br />
วินาทีนั้น ผมรู้สึกถึง การเป็นหนึ่งเดียวกัน อย่างน่าประทับใจมาก<br />
ผมคิดว่าหากไมเคิลได้ดูพวกเราจากบนสวรรค์ เขาก็คงจะดีใจมากที่ได้เห็นว่า<br />
เพลงที่เขาแต่งขึ้นมาเพื่อโลกได้เข้าใจกัน และรวมใจกันได้นั้น<br />
มันเป็นจริงแล้วครับ อย่างน้อยก็ในช่วงที่เราร่วมร้องเพลง Heal The World กันนี้แหล่ะ</p>
<p>และก็มีเซอร์ไพรซ์อีกหนึ่งรายการ นั้นก็คือการถ่าย Thai Tribute 1,000คน กันอีกครั้ง!!!<br />
แหม ก็รอบแรกเล่นเอาตั้งตัวกันไม่ทัน เดี๋ยวเอาไปอวดชาวโลกแล้วจะดูน่าอายเกินไปหน่อย<br />
ขอถ่ายซ่อมอีกซักที คงไม่ว่ากันเนอะ<br />
พอบอกว่าจะมีถ่ายซ่อม ปรากฏว่า พวกดาราและบรรดา Celebrityต่างก็ต้องวิ่งหน้าตั้งมาจากทางหน้าเวทีมาที่ด้านหลังเวทีฝั่งบีทีเอส<br />
เล่นเอาเหนื่อยกว่าตอนเต้นซ่อมอีกล่ะมั้งครับ(ฮา)<br />
ซึ่งรอบนี้ ผมว่าเราเต้นได้พร้อมเพรียงและดีกว่ารอบแรกมากครับ<br />
พอดีกล้องเมมโมรี่หมดแล้ว,แบตฯก็ไม่เหลือด้วย เลยไม่ได้ถ่ายมาฝาก<br />
แต่เห็นมีกล้องของทางทีมงานถ่ายกันเยอะแยะ เอาไว้รอดูจากทางนั้นล่ะกันครับ</p>
<p>และเมื่อจบการแสดงทั้งหมด ผู้เข้าร่วมเต้น Thai Tribute ต่างก็ได้รับตั๋วดูหนัง This is it กันฟรีทั่วหน้ากันคนล่ะหนึ่งใบ<br />
โดยต้องนำปลอกแขนที่ได้ไว้ตอนต้นงานมาแลก<br />
ผมนึกว่าจะอดซะแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่บอกต้องเอาทั้งสติกเกอร์(สีเขียว)กับปลอกแขนมายืนยัน<br />
แต่ผมดันทำสติกเกอร์หลุดหายไปไหนก็ไม่รู้<br />
โชคดีที่สุดท้าย ทางทีมงานตัดสินใจให้ใช้แค่ปลอกแขนมาแลกตั๋วหนัง เลยรอดตัวไปครับ</p>
<p>สุดท้ายนี้<br />
ขอขอบคุณทีมงานผู้จัดทำ Michael Jackson&#8217;s This is it: This is &#8220;Thai Tribute&#8221; ทุกท่านที่สละเวลาและกำลังกายในการรังสรรค์งานดีๆแบบนี้<br />
ขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกๆท่าน ที่ได้ช่วยเหลือจนพวกเราได้มีโอกาสมาร่วมงานดีๆแบบนี้<br />
ขอขอบคุณเพื่อนๆที่มาร่วมงานทุกท่านที่ทำให้งานมีบรรยากาศอบอุ่นและเป็นมิตรมากขนาดนี้<br />
และขอขอบคุณภรรยาและลูกๆที่น่ารักทั้งสองคน ที่ให้โอกาสปะป๊าได้มีช่วงเวลาแห่งความทรงจำดีๆกับครอบครับแบบนี้ด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://porpeangseller.com/?feed=rss2&amp;p=246</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธนาคารขยะรีไซเคิล – เมื่อทหารทิ้งปืนมาแบกถุงขยะ</title>
		<link>http://porpeangseller.com/?p=237</link>
		<comments>http://porpeangseller.com/?p=237#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2009 12:38:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PorpeangSeller</dc:creator>
				<category><![CDATA[พูดเรื่อยเปื่อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://porpeangseller.com/?p=237</guid>
		<description><![CDATA[
โรงเรียนละอออุทิศที่น้องนลเรียนอยู่นี้ เป็นโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมมากกว่าวิชาการอย่างเห็นได้ชัด
และผมก็รู้สึกประทับใจในความพยายามของโรงเรียนที่พยายามปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับเด็กๆอยู่เสมอ

ตั้งแต่เปิดเทอมใหม่ และน้องนลขึ้นมาเรียนชั้นอนุบาลหนึ่ง
ผมก็เริ่มเห็นสังเกตเห็นสิ่งที่ผมไม่เคยสังเกตอีกอย่างมาก่อน
นั้นก็คือบางวัน จะมีกระเป๋าผ้าสีส้มที่ใส่กระดาษ,กล่องนม หรือขวดพลาสติกใส่จนเต็มถุง และถูกนำมากองไว้จนเต็มสนามเด็กเล่น
และจะมีคุณทหารในชุดทหารพรานมาตั้งโต๊ะ และทำการลงบันทึกกองถุงสีส้มนี้อย่างขะมักเขม้น นี้พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่นะ??
หลังจากที่ผมได้สอบถามคุณครู (เพราะผมยังไม่กล้าเข้าไปคุยกับคุณพี่ทหาร)
คุณครูก็บอกว่า เป็นโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลที่จะมารับขยะรีไซเคิลจากผู้ปกครองเป็นประจำทุกอาทิตย์
หลังจากทำการสอบถามรายละเอียดกับคุณครู, ผมจึงได้รู้ว่า ขยะรีไซเคิลนั้นจะถูกนำมาชั่งกิโลและให้ค่าตอบแทนด้วย
ผมจึงคิดว่าโครงการนี้เป็นกิจกรรมที่น่าสนุก และสมควรที่จะเข้าร่วมด้วยเป็นอย่างยิ่ง
ผมจึงขอใบสมัครและทำการยื่นใบสมัครเข้าร่วมโครงการ
ซึ่งทางโครงการได้ขอหลักฐานได้แก่
1. กรอกใบสมัครของทางโครงการ
2. รูปถ่าย 1 นิ้ว 2ใบ
3. สมุดบัญชีออมทรัพย์ของธ.ออมสิน
หลังจากที่ยื่นใบสมัครให้กับทางโครงการผ่านทางโรงเรียนแล้ว ผมก็เริ่มกลับมาเก็บขยะรีไซเคิลใส่ถุงกับเขาบ้าง
ผมเริ่มจากการนำกล่องนมของเจ้านลที่กินหมดแล้ว มาตัดเพื่อให้ล้างได้สะอาด และตากไว้จนแห้ง แล้วจึงเก็บใส่ไว้ในถุง
นี่เป็นสิ่งที่ผมเคยทำอยู่เพราะผมเคยเอาเจ้ากล่องนมนี้ไปบริจาคเพื่อผลิตโต๊ะเรียนจากกล่องนมรีไซเคิล
ผมเลยคิดว่า รอบนี้ นอกจากที่จะได้ทำบุญสร้างโต๊ะเรียนแล้ว ยังจะได้เงินค่าขยะรีไซเคิลแถมมาอีกต่างหาก
คิดไปก็ตั้งหน้าตั้งตาล้างกล่องนมต่อไปอย่างมีความสุขครับ
ผมใช้เวลารอเอกสารอยู่นานเป็นเดือน จนเก็บสะสมกล่องนมได้ถุงใหญ่
ในที่สุด เจ้านลก็ได้รับบัตรสมาชิกฯกับเขา เมื่อกลางเดือนก.ค.ที่ผ่านมา
ทันทีที่ได้บัตร และที่บ้านก็มีถุงขยะใบโตพร้อมแล้ว
ในที่สุด ผมก็ได้ฤกษ์นำถุงขยะกองโตที่อัดแน่นไปด้วยกล่องนมไปมอบให้กับคุณทหารซะที
ผมนำถุงกล่องนมไปให้คุณพี่ทหารในวันอังคาร 1 ก.ย. 52
ปรากฏว่า คุณทหารถามผมว่า นี่เพิ่งนำมาครั้งแรกใช่มั้ยครับ?, ซึ่งผมก็ตอบว่าใช่ครับ
คุณทหารก็เลยบอกว่า ต้องรอจัดทำสมุดคู่ฝากอีกเล่มหนึ่งก่อน ซึ่งสมุดเล่มนี้ใช้เพื่อจดว่าเราได้&#8221;ฝาก&#8221;ขยะไว้เป็นเงินเท่าไรแล้ว
และใช้เวลาประมาณ3-4วัน, แต่ทางหน่วยงานจะออกใบนำฝากไว้ให้ก่อน ไว้ได้สมุดแล้วจะลอกลงไปอีกที
ซึ่งผมก็คิดว่าไม่เป็นไร ผมรอได้สบายอยู่แล้ว, ผมเลยถามคุณทหารไปเล่นๆว่า เพราะผมไม่ได้นำสมุดคู่ฝากมา คุณพี่เลยรู้ว่า ผมมาเป็นครั้งแรกใช่มั้ยครับ?
คุณทหารก็หัวเราะ แล้วบอกว่าไม่ใช่หรอก, แต่เพราะคุณเอากล่อมนมล้างสะอาดมาให้ผมต่างหาก
ผมฟังคำตอบแล้วก็งง แต่เมื่อได้ทำการพูดคุยแล้ว จึงเข้าใจสาเหตุ
สาเหตุก็คือ ก่อนหน้านี้ ที่ทางโรงเรียนเคยมีการรณรงค์นำกล่องนมมาใช้รีไซเคิล โดยจะนำไปกล่องนมมาแปรรูป และผลิตเป็นโต๊ะเรียนให้เด็กในต่างจังหวัดนั้น
โครงการรณรงค์นี้ได้จบไปตั้งนานแล้ว หน่วยงานที่รับกล่องนมไปผลิตโต๊ะก็เป็นคนล่ะหน่วยงานกับพี่ๆชุดนี้
แต่ผู้ปกครองบางส่วน(รวมทั้งผม)ที่ยังคิดว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3494/3900239712_b117a775c2.jpg" alt="" width="293" height="255" /></p>
<p>โรงเรียนละอออุทิศที่น้องนลเรียนอยู่นี้ เป็นโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมมากกว่าวิชาการอย่างเห็นได้ชัด<br />
และผมก็รู้สึกประทับใจในความพยายามของโรงเรียนที่พยายามปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับเด็กๆอยู่เสมอ</p>
<p><span id="more-237"></span></p>
<p>ตั้งแต่เปิดเทอมใหม่ และน้องนลขึ้นมาเรียนชั้นอนุบาลหนึ่ง<br />
ผมก็เริ่มเห็นสังเกตเห็นสิ่งที่ผมไม่เคยสังเกตอีกอย่างมาก่อน<br />
นั้นก็คือบางวัน จะมีกระเป๋าผ้าสีส้มที่ใส่กระดาษ,กล่องนม หรือขวดพลาสติกใส่จนเต็มถุง และถูกนำมากองไว้จนเต็มสนามเด็กเล่น<br />
และจะมีคุณทหารในชุดทหารพรานมาตั้งโต๊ะ และทำการลงบันทึกกองถุงสีส้มนี้อย่างขะมักเขม้น นี้พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่นะ??</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img title="พี่ๆทหารเขามาทำอะไร? แล้วเจ้าถุงส้มๆนี้มันคืออะไรน่อ??" src="http://farm4.static.flickr.com/3480/3900236148_7fc92bdb6f.jpg" alt="พี่ๆทหารเขามาทำอะไร? แล้วเจ้าถุงส้มๆนี้มันคืออะไรน่อ??" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">พี่ๆทหารเขามาทำอะไร? แล้วเจ้าถุงส้มๆนี้มันคืออะไรน่อ??</p></div>
<p>หลังจากที่ผมได้สอบถามคุณครู (เพราะผมยังไม่กล้าเข้าไปคุยกับคุณพี่ทหาร)<br />
คุณครูก็บอกว่า เป็นโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลที่จะมารับขยะรีไซเคิลจากผู้ปกครองเป็นประจำทุกอาทิตย์<br />
หลังจากทำการสอบถามรายละเอียดกับคุณครู, ผมจึงได้รู้ว่า ขยะรีไซเคิลนั้นจะถูกนำมาชั่งกิโลและให้ค่าตอบแทนด้วย<br />
ผมจึงคิดว่าโครงการนี้เป็นกิจกรรมที่น่าสนุก และสมควรที่จะเข้าร่วมด้วยเป็นอย่างยิ่ง<br />
ผมจึงขอใบสมัครและทำการยื่นใบสมัครเข้าร่วมโครงการ<br />
ซึ่งทางโครงการได้ขอหลักฐานได้แก่<br />
1. กรอกใบสมัครของทางโครงการ<br />
2. รูปถ่าย 1 นิ้ว 2ใบ<br />
3. สมุดบัญชีออมทรัพย์ของธ.ออมสิน</p>
<p>หลังจากที่ยื่นใบสมัครให้กับทางโครงการผ่านทางโรงเรียนแล้ว ผมก็เริ่มกลับมาเก็บขยะรีไซเคิลใส่ถุงกับเขาบ้าง<br />
ผมเริ่มจากการนำกล่องนมของเจ้านลที่กินหมดแล้ว มาตัดเพื่อให้ล้างได้สะอาด และตากไว้จนแห้ง แล้วจึงเก็บใส่ไว้ในถุง<br />
นี่เป็นสิ่งที่ผมเคยทำอยู่เพราะผมเคยเอาเจ้ากล่องนมนี้ไปบริจาคเพื่อผลิตโต๊ะเรียนจากกล่องนมรีไซเคิล<br />
ผมเลยคิดว่า รอบนี้ นอกจากที่จะได้ทำบุญสร้างโต๊ะเรียนแล้ว ยังจะได้เงินค่าขยะรีไซเคิลแถมมาอีกต่างหาก<br />
คิดไปก็ตั้งหน้าตั้งตาล้างกล่องนมต่อไปอย่างมีความสุขครับ</p>
<p>ผมใช้เวลารอเอกสารอยู่นานเป็นเดือน จนเก็บสะสมกล่องนมได้ถุงใหญ่<br />
ในที่สุด เจ้านลก็ได้รับบัตรสมาชิกฯกับเขา เมื่อกลางเดือนก.ค.ที่ผ่านมา<br />
ทันทีที่ได้บัตร และที่บ้านก็มีถุงขยะใบโตพร้อมแล้ว</p>
<p>ในที่สุด ผมก็ได้ฤกษ์นำถุงขยะกองโตที่อัดแน่นไปด้วยกล่องนมไปมอบให้กับคุณทหารซะที</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img title="บัตรสมาชิกของน้องนลที่รอมานาน" src="http://farm4.static.flickr.com/3431/3899508865_74a5d0cb7d.jpg" alt="บัตรสมาชิกของน้องนลที่รอมานาน" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">บัตรสมาชิกของน้องนลที่รอมานาน</p></div>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img title="บัตรออกบัตรตั้งแต่ปี42,แต่เจ้านลเกิดปี48,แสดงว่าหยั่งรู้ว่าน้องนลจะเข้าร่วมโครงการแน่นอน เลยออกบัตรเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่10ปีก่อน" src="http://farm3.static.flickr.com/2536/3899497769_432867f753.jpg" alt="บัตรออกบัตรตั้งแต่ปี42,แต่เจ้านลเกิดปี48,แสดงว่าหยั่งรู้ว่าน้องนลจะเข้าร่วมโครงการแน่นอน เลยออกบัตรเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่10ปีก่อน^_^" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">บัตรออกบัตรตั้งแต่ปี42,แต่เจ้านลเกิดปี48,แสดงว่าหยั่งรู้ว่าน้องนลจะเข้าร่วมโครงการแน่นอน เลยออกบัตรเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่10ปีก่อน ^_^</p></div>
<p>ผมนำถุงกล่องนมไปให้คุณพี่ทหารในวันอังคาร 1 ก.ย. 52<br />
ปรากฏว่า คุณทหารถามผมว่า นี่เพิ่งนำมาครั้งแรกใช่มั้ยครับ?, ซึ่งผมก็ตอบว่าใช่ครับ<br />
คุณทหารก็เลยบอกว่า ต้องรอจัดทำสมุดคู่ฝากอีกเล่มหนึ่งก่อน ซึ่งสมุดเล่มนี้ใช้เพื่อจดว่าเราได้&#8221;ฝาก&#8221;ขยะไว้เป็นเงินเท่าไรแล้ว<br />
และใช้เวลาประมาณ3-4วัน, แต่ทางหน่วยงานจะออกใบนำฝากไว้ให้ก่อน ไว้ได้สมุดแล้วจะลอกลงไปอีกที<br />
ซึ่งผมก็คิดว่าไม่เป็นไร ผมรอได้สบายอยู่แล้ว, ผมเลยถามคุณทหารไปเล่นๆว่า เพราะผมไม่ได้นำสมุดคู่ฝากมา คุณพี่เลยรู้ว่า ผมมาเป็นครั้งแรกใช่มั้ยครับ?<br />
คุณทหารก็หัวเราะ แล้วบอกว่าไม่ใช่หรอก, แต่เพราะคุณเอากล่อมนมล้างสะอาดมาให้ผมต่างหาก</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img title="ลงทะเบียนลงสมุดฝากอย่างขะมักเขม้น" src="http://farm4.static.flickr.com/3499/3900237820_384df00a28.jpg" alt="ลงทะเบียนการนำฝากอย่างขะมักเขม้น" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">ลงทะเบียนการนำฝากอย่างขะมักเขม้น</p></div>
<p>ผมฟังคำตอบแล้วก็งง แต่เมื่อได้ทำการพูดคุยแล้ว จึงเข้าใจสาเหตุ<br />
สาเหตุก็คือ ก่อนหน้านี้ ที่ทางโรงเรียนเคยมีการรณรงค์นำกล่องนมมาใช้รีไซเคิล โดยจะนำไปกล่องนมมาแปรรูป และผลิตเป็นโต๊ะเรียนให้เด็กในต่างจังหวัดนั้น<br />
โครงการรณรงค์นี้ได้จบไปตั้งนานแล้ว หน่วยงานที่รับกล่องนมไปผลิตโต๊ะก็เป็นคนล่ะหน่วยงานกับพี่ๆชุดนี้<br />
แต่ผู้ปกครองบางส่วน(รวมทั้งผม)ที่ยังคิดว่า พวกพี่ๆทหารเหล่านี้ยังมารับกล่องนมไปผลิตโต๊ะอยู่ เลยยังนำกล่องนมที่ล้างสะอาดแล้วมามอบให้อยู่เสมอ<br />
แต่ถ้าเป็นสมาชิกโครงการขยะรีไซเคิลที่ได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันแล้ว ทุกคนจะรู้ว่านี่เป็นคนล่ะหน่วยงานกัน<br />
พี่ๆทหารจะบอกว่าให้สมาชิก อย่าเอากล่องนมมา เพราะไม่รับซื้อ(สงสัยจะขายไม่ได้ราคา)<br />
แต่อยากให้เอาขยะในส่วนที่เป็นกระดาษ,พลาสติก หรือแก้วมาให้มากกว่า<br />
แต่ถ้าใครเอากล่องนมมาให้ คุณทหารก็จะนำไปมอบให้กับหน่วยงานที่จะนำไปผลิตโต๊ะนักเรียนอีกทีหนึ่ง</p>
<p>ผมก็เลยบอกว่า งั้นไม่เป็นไรครับ กล่องนมนี้ให้ไปฟรีๆเลย เดี๋ยวผมขอไปเก็บขยะรอบใหม่มาก่อนดีกว่า<br />
แต่คุณพี่ทหารนั้นก็ใจดีกว่าหน้าตามากมาย, พี่แกบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก ให้เป็นค่าขนมน้องๆเถอะ<br />
เพราะใครจะเอาอะไรมาให้ ทางโครงการก็รับซื้อหมด,เพียงแต่เฉพาะกล่องนมล้างสะอาดแบบนี้ ที่จะไม่นำไปขายต่อ แต่จะนำไปบริจาคที่หน่วยงานที่รับผลิตโต๊ะเลย<br />
ไอ้ผมก็เกรงใจ เพราะเท่ากับว่าโครงการต้องมาจ่ายเงินให้กับน้องนล ทั้งๆที่โครงการจะไม่ได้รายได้จากขยะถุงนี้<br />
แต่คุณพี่ทหารก็ยังยืนยันคำเดิม พร้อมทั้งจับถุงขยะชั่งกิโล และออกใบนำฝากให้เรียบร้อย</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img title="สรุป ชั่งได้2กิโล คิดเป็นเงิน 2 บาทถ้วน..." src="http://farm3.static.flickr.com/2581/3900239684_6268f62ff6.jpg" alt="สรุป ชั่งได้2กิโล คิดเป็นเงิน 2 บาทถ้วน..." width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">สรุป ชั่งได้2กิโล คิดเป็นเงิน 2 บาทถ้วน...</p></div>
<p>และในวันนี้( 8 ก.ย. 52), เมื่อผมไปส่งน้องนลในตอนเช้า ผมก็เจอกับพี่ๆทหารกำลังง่วนอยู่กับการชั่งกิโลขยะรีไซเคิลอยู่เหมือนเดิม<br />
ไอ้ผมก็ดันลืมไปว่า พี่ๆเขาจะมาทุกวันอังคาร, ขยะก็ไม่ได้ขนมา, แถมเขานัดให้มาเอาสมุดคู่ฝากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็ดันลืมอีก<br />
ก็เลยทำใจกล้าๆ เข้าไปขอโทษพี่ๆเขาว่า ลืมมาเอาสมุดคู่ฝาก และถือโอกาสพูดคุยกับพี่เขาเพื่อเก็บเป็นข้อมูลเกี่ยวกับโครงการซักเล็กน้อย<br />
ซึ่งผมขอสรุปสั้นๆมาให้เพื่อนๆฟังดังนี้</p>
<p>1. โครงการนี้ชื่อเต็มๆว่า &#8220;โครงการพระราชทาน ธนาคารขยะรีไซเคิล&#8221; เป็นหนึ่งในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร<br />
คุณพี่ทหารเล่าให้ฟังว่า โครงการนี้ เกิดขึ้นมาจากการที่ในวังของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ นั้น มีขยะในแต่ล่ะวันเป็นจำนวนมาก<br />
และทางก.ท.ม. ก็มาเก็บขยะวันเว้นวันบ้าง วันเว้นสองวันบ้าง บางทีขนไปไม่หมดก็มี เลยทำให้มีขยะสะสมอยู่ในวังอยู่พอสมควร<br />
ทางสมเด็จพระบรมโอราสธิราชฯท่านก็ทรงมีความคิดว่า ขยะ(เยอะแยะ)ที่มีอยู่ในวังนี้ มันน่าจะเอาไปทำประโยชน์ได้มากกว่าทิ้งไปเฉยๆ<br />
พระองค์ท่านก็เลยรับสั่งให้ข้าราชบริพาร (ก็คุณพี่ทหารกลุ่มนี้แหล่ะ) ทำการจัดแยกขยะ เพื่อนำไปขายเพื่อใช้รีไซเคิลต่อไป<br />
แต่เมื่อทำไปได้ซักระยะ พระองค์ท่านก็ได้ขยายแนวความคิดนี้ โดยได้นำมารวมไว้ในเป็นหนึ่งในโครงการสายใยแห่งรัก<br />
และได้มีโรงเรียนหลายโรงเรียนได้สมัครเข้าร่วมโครงการขยะรีไซเคิลนี้ ซึ่งปัจจุปัน มีมากถึง 10 โรงเรียนแล้ว<br />
ซึ่งพี่ทหารชุดนี้ก็ต้องตระเวณไปตั้งโต๊ะ ชั่งกิโลกันทุกวัน เรียกว่ามีคิวรออยู่ทุกวันเลย</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img title="พี่ๆทหารกับขยะรีไซเคิลกองโต กับคำพูด วันนี้น้อย คงเสร็จไม่เกินเที่ยง -_-" src="http://farm3.static.flickr.com/2551/3900236718_01b8c0ae8f.jpg" alt="พี่ๆทหารกับขยะรีไซเคิลกองโต กับคำพูด วันนี้น้อย คงเสร็จไม่เกินเที่ยง -_-" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">พี่ๆทหารกับขยะรีไซเคิลกองโต กับคำพูด วันนี้น้อย คงเสร็จไม่เกินเที่ยง -_-&#39;&#39;</p></div>
<p>2. วัตถุประสงค์หลักของโครงการนั้น อันดับแรกคือ เพื่อเป็นการลดปัญหาขยะล้นโลกที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุปันนี้,เป็นการปลูกจิตสำนึกและฝึกนิสัยให้กับเยาวชนให้รู้จักแยกแยะว่าขยะไหนสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้<br />
ช่วยในการฝึกนิสัยให้รักการออม เนื่องจากเด็กๆจะได้เงินฝากเข้าไว้ในธนาคารตามขยะที่นำมาฝาก และยังเป็นการส่งเสริมกิจกรรมในครอบครัวเพื่อให้ผู้ปกครองและบุตรหลานได้มีกิจกรรมดีๆร่วมกัน</p>
<p>ซึ่งข้อนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่เริ่มผมเริ่มเก็บกล่องนมนั้น น้องนลก็สนุกและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี<br />
โดยเขาจะนำกล่องนมที่ดูดหมดแล้วมาวางไว้ที่อ่างล้างจานทุกครั้ง,มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมบอกให้เอาไปทิ้งถังขยะ แต่น้องนลบอกว่า ไม่ใช่ ต้องเอาไปล้างแล้วใส่ถุงไปโรงเรียนต่างหาก</p>
<p>3.  ผมถามพี่ทหารว่า ถ้าเทียบว่าผมเอาไปขายรถซาเล้งกับนำขยะมาฝากไว้ในโครงการนี้ แบบไหนจะให้ผลตอบแทนดีกว่ากันครับ?<br />
พี่ทหารตอบว่า การฝากขยะมีความเสี่ยง ผู้ฝากควรศึกษาให้ดีก่อนลงทุน เอ๊ย!! ไม่ใช่!! พี่แกบอกว่า ทางโครงการก็ให้ราคาพอๆกับที่ข้างนอกรับซื้อนะ</p>
<p>4. ผมถามพี่เขาว่า แล้วยังงี้ ไม่ถือเป็นการแย่งรายได้ของพวกรถซาเล้งเหรอครับ?<br />
พี่ทหารก็ตอบว่า ผมว่าไม่นะ จริงๆแล้ว เราอาจจะให้ราคาต่ำกว่าที่ขายข้างนอกนิดหน่อยด้วยซ้ำ ยกตัวอย่าง ถ้าขยะ1ถุงนำไปขายต่อได้ 10 บาท<br />
ทางโครงการก็จะนำมาฝากให้สมาชิก 9 บาท,โดยหักไว้ 1 บาทเป็นค่าบริหารจัดการ+ค่าน้ำมัน ดังนั้นสมาชิกก็ต้องไปเลือกกันเอาเองว่าอยากขายให้กับใคร<br />
แต่ที่สมาชิกยังนำมาบริจาคนั้น คิดว่าเพราะมันสะดวกและเพื่อเป็นกิจกรรมที่ทำกับลูกมากกว่า<br />
และคิดว่าผู้ปกครองเองนั้นแหล่ะที่ยิ่งทำยิ่งสนุก เพราะเห็นเหมือนมีการแข่งกันนิดๆว่าใครจะหาขยะรีไซเคิลมาได้มากว่ากัน (พี่เขาพูดไปหัวเราะไป)</p>
<p>5. พี่ๆทหารที่มาทำงานนี้ ไม่ได้รับค่าคอมฯจากการขายขยะรีไซเคิล และไม่ได้มีระบบUp Line/Down Line กับสมาชิกแต่อย่างใด<br />
เพราะพี่ๆเหล่านี้เป็นทหารที่ถวายการรับใช้โดยตรงให้กับสมเด็จพระบรมโอราสาธิราชฯ ได้รับเงินเดือนอยู่แล้ว<br />
เพียงแต่แบ่งกำลังพลมาเพื่อบริหารจัดการโครงการนี้เท่านั้น<br />
ซึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วเหลือกำไร เงินจำนวนนั้นก็จะถูกนำไปซื้อสลากออมสินแล้วนำกลับมาแจกจ่ายให้กับข้าราชบริพารอีกทีหนึ่ง</p>
<p>ผมมองว่านี้ก็เหมือนกับเป็นโบนัสแบบหนึ่งครับ เพราะการให้ฉลากออมสินนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับให้เงิน<br />
เมื่อฉลากออมสินหมดอายุนั้น ผู้ถือก็สามารถไถ่ถอนกลับมาเป็นเงินสดได้เต็มจำนวน<br />
แต่ที่เด็ดก็คือ ถ้าใครแจ๊กพ็อตแตก, ถูกรางวัลใหญ่ฉลากออมสินก็รวยกันไปเลย เรียกว่ามีให้ลุ้นกันอยู่เป็นระยะๆ ได้มากได้น้อยแล้วแต่ดวง<br />
แถมยังเป็นการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของธนาคารออมสินโดยตรงอีกต่างหาก ถือเป็นการเพิ่มคุณค่าและแถมความบันเทิงอีกต่างหาก</p>
<p>6. หลังจากที่พี่ๆทหารได้ขนถุงสีส้มกลับไปยังหน่วยงานตัวเองแล้ว, พี่ๆเขาต้องมาทำการ&#8221;คัดแยก&#8221;ประเภทของขยะ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าในการขาย<br />
เพราะการขายขยะแบบ&#8221;เหมารวม&#8221;นั้น ได้ราคาต่ำกว่าการขายแบบที่แยกประเภทแล้วนั้นเอง เช่นถุงรวมที่มีกระดาษกับพลาสติก จะได้ราคาต่ำกว่า ถุงที่แยกเป็นกระดาษล้วนๆกับพลาสติกล้วนๆนั้นเอง</p>
<p>7. ผมบอกพี่เขาว่า งานนี้มันก็หนักเหมือนกันนะครับ ไหนจะแบกขยะ ไหนจะต้องมาแยกขยะอีก,แต่พี่เขาตอบว่า จะว่าหนักก็หนัก เหนื่อยก็เหนื่อย<br />
แต่ทำแล้วมีความสุขมากกว่า<br />
คุณลองคิดถึงภาพที่เด็กๆกระโดดโลดเต้นมากับผู้ปกครองที่ถือถุงขยะใบโต และเมื่อเด็กได้ดูสมุดฝากเงินแล้วพบว่า เขาได้เงินเพิ่มมาตั้งหลายบาท<br />
สำหรับผู้ใหญ่นั้น มันอาจจะเป็นเศษเงินแค่ไม่กี่บาท แต่สำหรับเด็กๆแล้ว มันเป็น&#8221;เงิน&#8221;ที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงในการเก็บขยะของเขา<br />
พี่ทหารเล่าว่า ยิ่งได้เห็นภาพเด็กๆดีใจมากเท่าไร ก็ยิ่งมีกำลังใจมากขึ้นเท่านั้น<br />
สำหรับเขานั้น เงินแค่ไม่กี่บาทที่โอนให้กับเด็กๆนั้น มันก็ไม่เท่าไร, แต่รอยยิ้มจริงใจที่เด็กตัวเล็กๆยิ้มและบอกขอบคุณเขานั้น มันมีค่ามากมายจริงๆ</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 385px"><img title="ทั้งเหนื่อยทั้งร้อน แต่ทางโรงเรียนเตรียมน้ำเก็กฮวยกับน้ำกระเจี๊ยบไว้บริการอย่างเต็มที่" src="http://farm4.static.flickr.com/3475/3900237216_25dd819a1b.jpg" alt="ทั้งเหนื่อยทั้งร้อน แต่ทางโรงเรียนเตรียมน้ำเก็กฮวยกับน้ำกระเจี๊ยบไว้บริการอย่างเต็มที่" width="375" height="500" /><p class="wp-caption-text">ทั้งเหนื่อยทั้งร้อน แต่ทางโรงเรียนเตรียมน้ำเก็กฮวยกับน้ำกระเจี๊ยบไว้บริการอย่างเต็มที่</p></div>
<p>8. พี่ทหารเขาก็สอนให้ลูกแยกขยะรีไซเคิลครับ, พี่เขาอยากให้ลูกๆมีนิสัยที่รักสิ่งแวดล้อม และหัดนิสัยออมเงินตั้งแต่เล็ก<br />
ผมมองว่าโครงการนี้จะมีประโยชน์ขึ้นไปอีก เมื่อผู้ใหญ่หันมาเอาจริงเอาจังและหันกลับมามองตัวเองบ้าง<br />
ถ้าผู้ใหญ่หัดมองว่า เราก็ทิ้งสิ่งที่น่าจะนำกลับมาใช้ใหม่ไปมากแค่ไหน? ขยะที่ทิ้งไปจะสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้มากเท่าไร? ก็คงจะดีมากเลยล่ะครับ</p>
<p>ผมคิดว่าเรื่องการนำขยะมารีไซเคิลนี้ มันก็ไม่ได้ยากจนเกินไป ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความตั้งใจที่จะทำจริงๆรึเปล่า<br />
เพราะเด็กๆนั้น ยังไงก็สนุกกับกิจกรรมนี้แน่ๆอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่(เช่นผม)จะขยันทำได้นานแค่ไหนมากกว่าครับ<br />
คงต้องพยายามคิดว่า อย่าเห็นว่ามันได้เงินนิดเดียว,แต่ถือซะว่าสร้างนิสัยให้กับครอบครับดีกว่าครับ</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img title="มาร่วมกันสร้างจิตสำนึกในการรีไซเคิลกันเถอะ!!!" src="http://farm4.static.flickr.com/3421/3899490047_3c4e3a61aa.jpg" alt="มาร่วมกันสร้างจิตสำนึกในการรีไซเคิลกันเถอะ!!!" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">มาร่วมกันสร้างจิตสำนึกในการรีไซเคิลกันเถอะ!!!</p></div>
<p>ข้อมูลเพิ่มเติม</p>
<p>เวปไซท์ สายใยแห่งรัก : <a href="http://www.saiyairak.com/Home.aspx">www.saiyairak.com</a></p>
<p>My Twitter : <a href="http://www.twitter.com/porpeangseller">@porpeangseller</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://porpeangseller.com/?feed=rss2&amp;p=237</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีดูสัมภาษณ์ระหว่าง@suthichai กับ @PM_Abhisit แบบลื่นไหลไม่สะดุด</title>
		<link>http://porpeangseller.com/?p=216</link>
		<comments>http://porpeangseller.com/?p=216#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2009 12:34:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PorpeangSeller</dc:creator>
				<category><![CDATA[Twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://porpeangseller.com/?p=216</guid>
		<description><![CDATA[
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยากจะติดตามการสัมภาษณ์ของ@suthichai กับ@PM_Abhisit เหมือนกันและผมก็อยากรู้ด้วยว่าตอนนี้คำถามของเพื่อนๆที่อยากฝาก@suthichai ไปถามท่านนายกฯด้วยว่ามีคำถามอะไรบ้าง?? แต่มันติดตรงที่ ผมไม่สามารถอ่านตะลุย&#8221;ฝ่า&#8221;คลื่นข้อความของคนที่ผมFollowเป็นจำนวนมากได้นี่สิ? แล้วผมควรจะทำยังไงดี??

ผมอยากที่จะติดตามข้อความคำถามที่เพื่อนๆ ฝากคุณ@suthichai และก็อยากจะรู้ว่า @PM_Abhisit จะมีตอบกลับมาบ้างมั้ย? และผมก็นึกวิธีที่แสนจะสบายที่จะสามารถอ่านข้อความของทั้งสองท่านนี้ได้ โดยไม่ต้องตะลุยอ่านข้อความของเพื่อนๆที่คอยปรากฏสลับฉากอยู่ วิธีนั้นก็คือ ใช้โปรแกรมฟรีที่ชื่อว่า Tweetdeck นั้นเองครับ
ผมเคยอ่านถึงประโยชน์ของโปรแกรม Tweetdeck จาก www.freeware.in.th ของ @ripmilla ซึ่ง@ripmilla ได้เคยบอกข้อดีของโปรแกรมนี้ว่า สามารถสร้างGroupที่ใส่เฉพาะคนที่เราต้องการจะจับกลุ่มได้ ดังนั้น ผมก็แค่ให้ @suthichai และ @PM_Abhisit มาอยู่ใน Group เดียวกัน แค่นี้ ผมก็สามารถที่จะติดตามรับรู้ข้อความโต้ตอบของทั้งสองท่านนี้ได้ โดยไม่มีข้อความอื่นมารบกวนสมาธิแต่อย่างใด
วิธีลงโปรแกรมโดยละเอียด สามารถตามไปอ่านได้ที่ www.freeware.in.th และที่สำคัญ อย่าลืมปรับให้ใช้งานภาษาไทยได้ด้วยนะครับ ไปที่ Setting แล้วเลือกหัวข้อ Color/Font ,จากนั้นติ๊กที่ International Font ครับ และเมื่อจบเรื่องนี้แล้ว ผมก็แค่ลบ (Delete) กลุ่มที่ผมสร้างขึ้นมาก็เรียบร้อยแล้วครับ
ขอให้รับชมและติดตามบทสัมภาษณ์อย่างมีสติและมีความสุขครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
อ่านคำถามที่ฝากถามถึงท่านนายกฯทั้งหมดได้ที่นี่ครับ
www.suthichaiyoon.com
My twitter: @porpeangseller
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://farm3.static.flickr.com/2647/3895641611_ec8a7b5c90.jpg" alt="" width="500" height="267" /></p>
<p>ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยากจะติดตามการสัมภาษณ์ของ<a href="http://twitter.com/suthichai">@suthichai</a> กับ<a href="http://twitter.com/pm_abhisit">@PM_Abhisit </a>เหมือนกันและผมก็อยากรู้ด้วยว่าตอนนี้คำถามของเพื่อนๆที่อยากฝาก<a href="http://twitter.com/suthichai">@suthichai</a> ไปถามท่านนายกฯด้วยว่ามีคำถามอะไรบ้าง?? แต่มันติดตรงที่ ผมไม่สามารถอ่านตะลุย&#8221;ฝ่า&#8221;คลื่นข้อความของคนที่ผมFollowเป็นจำนวนมากได้นี่สิ? แล้วผมควรจะทำยังไงดี??<br />
<span id="more-216"></span><br />
ผมอยากที่จะติดตามข้อความคำถามที่เพื่อนๆ ฝากคุณ<a href="http://twitter.com/suthichai">@suthichai</a> และก็อยากจะรู้ว่า <a href="http://twitter.com/pm_abhisit">@PM_Abhisit</a> จะมีตอบกลับมาบ้างมั้ย? และผมก็นึกวิธีที่แสนจะสบายที่จะสามารถอ่านข้อความของทั้งสองท่านนี้ได้ โดยไม่ต้องตะลุยอ่านข้อความของเพื่อนๆที่คอยปรากฏสลับฉากอยู่ วิธีนั้นก็คือ ใช้โปรแกรมฟรีที่ชื่อว่า Tweetdeck นั้นเองครับ</p>
<p>ผมเคยอ่านถึงประโยชน์ของโปรแกรม Tweetdeck จาก <a href="http://www.freeware.in.th/internet/1249/">www.freeware.in.th</a> ของ <a href="http://twitter.com/ripmilla">@ripmilla </a>ซึ่ง<a href="http://twitter.com/ripmilla">@ripmilla</a> ได้เคยบอกข้อดีของโปรแกรมนี้ว่า สามารถสร้างGroupที่ใส่เฉพาะคนที่เราต้องการจะจับกลุ่มได้ ดังนั้น ผมก็แค่ให้ <a href="http://twitter.com/suthichai">@suthichai</a> และ <a href="http://twitter.com/pm_abhisit">@PM_Abhisit</a> มาอยู่ใน Group เดียวกัน แค่นี้ ผมก็สามารถที่จะติดตามรับรู้ข้อความโต้ตอบของทั้งสองท่านนี้ได้ โดยไม่มีข้อความอื่นมารบกวนสมาธิแต่อย่างใด</p>
<div id="attachment_225" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/09/tweetdeck02.jpg"><img class="size-medium wp-image-225" title="tweetdeck02" src="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/09/tweetdeck02-300x254.jpg" alt="ลงโปรแกรมเสร็จแล้วก็ใส่UsernameกับPasswordของTwitterของคุณลงไป" width="300" height="254" /></a><p class="wp-caption-text">ลงโปรแกรมเสร็จแล้วก็ใส่UsernameกับPasswordของTwitterของคุณลงไป</p></div>
<div id="attachment_226" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/09/tweetdeck05.jpg"><img class="size-medium wp-image-226" title="tweetdeck05" src="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/09/tweetdeck05-300x93.jpg" alt="เลือกสร้างกรุ๊ปตรงนี้" width="300" height="93" /></a><p class="wp-caption-text">เลือกสร้างกรุ๊ปตรงนี้</p></div>
<div id="attachment_233" class="wp-caption aligncenter" style="width: 360px"><img class="size-full wp-image-233" title="SNAG-0128" src="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/09/SNAG-0128.jpg" alt="SNAG-0128" width="350" height="256" /><p class="wp-caption-text"> คลิ๊กสร้างกรุ๊ปขึ้นมา,ตั้งชื่อกรุ๊ปว่าอะไรก็ได้ แล้วเลือกชื่อ @suthichai กับ @PM_Abhisitขึ้นมา,ถ้าไม่เจอ ให้พิมพ์ค้นหาในช่องFilterได้</p></div>
<div id="attachment_234" class="wp-caption aligncenter" style="width: 288px"><img class="size-full wp-image-234" title="SNAG-0129" src="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/09/SNAG-0129.jpg" alt="จากนั้นเลือก Save Group ครับ" width="278" height="189" /><p class="wp-caption-text">จากนั้นเลือก Save Group ครับ</p></div>
<p>วิธีลงโปรแกรมโดยละเอียด สามารถตามไปอ่านได้ที่ <a href="http://www.freeware.in.th/internet/1249/">www.freeware.in.th</a> และที่สำคัญ อย่าลืมปรับให้ใช้งานภาษาไทยได้ด้วยนะครับ ไปที่ Setting แล้วเลือกหัวข้อ Color/Font ,จากนั้นติ๊กที่ International Font ครับ และเมื่อจบเรื่องนี้แล้ว ผมก็แค่ลบ (Delete) กลุ่มที่ผมสร้างขึ้นมาก็เรียบร้อยแล้วครับ</p>
<p>ขอให้รับชมและติดตามบทสัมภาษณ์อย่างมีสติและมีความสุขครับ</p>
<p><strong>ข้อมูลเพิ่มเติม</strong></p>
<p>อ่านคำถามที่ฝากถามถึงท่านนายกฯทั้งหมดได้ที่นี่ครับ</p>
<p><a href="http://www.suthichaiyoon.com/WS01_A001_news.php?newsid=14632">www.suthichaiyoon.com</a></p>
<p>My twitter: <a href="http://twitter.com/porpeangseller">@porpeangseller</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://porpeangseller.com/?feed=rss2&amp;p=216</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อผมไปงาน #TwittBKK3 กับความรู้สึกดีๆที่อยากเล่าให้เพื่อนๆฟัง</title>
		<link>http://porpeangseller.com/?p=190</link>
		<comments>http://porpeangseller.com/?p=190#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Sep 2009 09:49:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PorpeangSeller</dc:creator>
				<category><![CDATA[Twitter]]></category>
		<category><![CDATA[twittbkk]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://porpeangseller.com/?p=190</guid>
		<description><![CDATA[
ผมได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงาน TwittBkk ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 52ที่ผ่านมา
เป็นงานรวมตัวของบรรดาคนรัก Twitter ที่มารวมตัวกันจัดงานพบปะสังสรร
และหาเงินเพื่อนำไปสมทบทุนมูลนิธิเพื่อนช้าง ที่จังหวัดลำปาง
งานนี้ มีตัวเอ้,ตัวพ่อ,ตัวแม่ และระดับหัวกะทิของ Twitter เมืองไทยมาร่วมกันอย่างคับคั่งเลยทีเดียว!!!

ผมตื่นเช้าขึ้นมาในวันเสาร์ที่ 5 ก.ย.52
ยังรู้สึกงัวเงียอยู่เลย, ปรากฏว่าแฟนถามผมว่าจะไปงาน Twitt BKK 3 รึเปล่า?
ผมก็เห็นว่า วันนี้คงจะไปได้แล้วล่ะ เพราะวันนี้สรุปก็ว่างอยู่
ผมเอง ก็ยังไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า เพราะผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถได้ไปงานนี้รึเปล่า?
แต่ในเมื่อวันนี้ก็ว่างอยู่แล้ว รีบแต่งตัวไปงานแต่เช้าเลยดีกว่า
ผมนั้นได้สมัครTwitter มานานเป็นปีๆในชื่อ @porpeangseller มาเป็นปีแล้ว
แต่เพิ่งจะมาได้เล่นอย่างจริงจังในช่วงไม่กี่เดือนมานี้เอง
ซึ่งเห็นหลายคนที่เล่นtwitter ก็อยากจะมาร่วมงานนี้กัน
ผมเลยคิดว่า ผมคงจะได้เจอเพื่อนๆที่คุยกันในTwitterแบบตัวเป็นๆหลายคน
และอาจจะได้เพื่อนใหม่มาเก็บไว้ในFollowingอีกแน่ๆเลย
กว่าผมจะไปถึงร้าน Groove นั้น ก็ปาเข้าไป11:30 แล้ว
โชคดีที่เข้าไปเจอที่จอดรถทางด้านหลังพอดี
เมื่อผมจอดรถ,ปรากฏว่าบังเอิญจอดรถข้างคุณสุกรี(@sugree) พอดีเลย
เห็นคุณสุกรีเดินลงมาจากรถ,มือถือโทรศัพท์สีขาว(สงสัยกำลังTwitt)
เลยทักทายประเดิมก่อนเป็นคนแรกเลย
ท่าทางคุณสุกรีก็งงๆ,แต่ผมว่าคุณสุกรีคงจะเริ่มชินที่มี(แห่)เข้ามาทัก ทั้งๆที่เจ้าตัวก็ไม่รู้จักดีอยู่แล้ว
คุณสุกรีก็ยิ้มแย้มทักทายด้วยอัธยาศัยอันดี
และเดินเข้างานไปโดยที่ตายังจับจ้องอยู่ที่มือถือสีขาวในมือจนหายเข้าไปประตูเข้างานไป
ส่วนผมนั้น,ยังไม่ทันจะเดินเข้างาน ก็เจอกับไทยมุงกำลังรุมถ่ายภาพพริตตี้เสื้อแดงของโค้กอยู่
ก็น่าจะรุมถ่ายกันอยู่หรอกครับ เพราะน้องนางนี้,เล่นโชว์ใส่ชุดแดงแป๊ด ตัดกับผิวขาวๆ
แถมท้ายด้วยการโชว์สะดืออย่างเซ็กซี่อีกต่างหาก
น่าเสียดายว่าคิวขอถ่ายภาพยาวเกินไป ผมเลยต้องขออนุญาตเดินเข้างานไปก่อน
ซึ่งในงานนี้ ทางโค้กได้ให้ความกรุณามาเป็นสปอนเซอร์ด้านเครื่องดื่มครับ
เรียกว่างานนี้มี&#8221;โค้ก&#8221;กินฟรีกันไม่อั้น แต่ละคนถือขวดโค้กกันคนล่ะขวด ชื่นใจกันไปครับ
ผมไปถึงก่อนงานเริ่มพอสมควร,โต๊ะลงทะเบียนยังไม่ได้ตั้งเลยด้วยซ้ำ
เข้างานไปก็พบว่า มีคนเข้ามาในงานกันหลายคนแล้ว
ปรากฏว่า เจอ อ.ศุภเดช (@ripmilla) จากแบไต๋ไฮเทค เข้ามานั่งรอในงานแล้ว
ซึ่งผมก็แปลกใจว่าทำไมอาจารย์ถึงมาปรากฏตัวแต่เช้า ทั้งๆที่ปกติแล้ว ไม่น่าจะตื่นขึ้นมาในเวลานี้ได้เลย
พอสอบถามดูก็พบว่า วันนี้คุณศุภเดช ได้รับเกียรติมาเป็นพิธีกร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://twitthai.com/"><img class="alignnone" title="งาน Twitt Bkk ครั้งที่ 3" src="http://farm3.static.flickr.com/2636/3883978920_37b94329f9_o.png" alt="" width="535" height="576" /></a></p>
<p>ผมได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงาน TwittBkk ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 52ที่ผ่านมา<br />
เป็นงานรวมตัวของบรรดาคนรัก Twitter ที่มารวมตัวกันจัดงานพบปะสังสรร<br />
และหาเงินเพื่อนำไปสมทบทุนมูลนิธิเพื่อนช้าง ที่จังหวัดลำปาง<br />
งานนี้ มีตัวเอ้,ตัวพ่อ,ตัวแม่ และระดับหัวกะทิของ Twitter เมืองไทยมาร่วมกันอย่างคับคั่งเลยทีเดียว!!!<br />
<span id="more-190"></span><br />
ผมตื่นเช้าขึ้นมาในวันเสาร์ที่ 5 ก.ย.52<br />
ยังรู้สึกงัวเงียอยู่เลย, ปรากฏว่าแฟนถามผมว่าจะไปงาน Twitt BKK 3 รึเปล่า?<br />
ผมก็เห็นว่า วันนี้คงจะไปได้แล้วล่ะ เพราะวันนี้สรุปก็ว่างอยู่<br />
ผมเอง ก็ยังไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า เพราะผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถได้ไปงานนี้รึเปล่า?<br />
แต่ในเมื่อวันนี้ก็ว่างอยู่แล้ว รีบแต่งตัวไปงานแต่เช้าเลยดีกว่า</p>
<p>ผมนั้นได้สมัครTwitter มานานเป็นปีๆในชื่อ @porpeangseller มาเป็นปีแล้ว<br />
แต่เพิ่งจะมาได้เล่นอย่างจริงจังในช่วงไม่กี่เดือนมานี้เอง<br />
ซึ่งเห็นหลายคนที่เล่นtwitter ก็อยากจะมาร่วมงานนี้กัน<br />
ผมเลยคิดว่า ผมคงจะได้เจอเพื่อนๆที่คุยกันในTwitterแบบตัวเป็นๆหลายคน<br />
และอาจจะได้เพื่อนใหม่มาเก็บไว้ในFollowingอีกแน่ๆเลย</p>
<p>กว่าผมจะไปถึงร้าน Groove นั้น ก็ปาเข้าไป11:30 แล้ว<br />
โชคดีที่เข้าไปเจอที่จอดรถทางด้านหลังพอดี<br />
เมื่อผมจอดรถ,ปรากฏว่าบังเอิญจอดรถข้างคุณสุกรี(@sugree) พอดีเลย<br />
เห็นคุณสุกรีเดินลงมาจากรถ,มือถือโทรศัพท์สีขาว(สงสัยกำลังTwitt)<br />
เลยทักทายประเดิมก่อนเป็นคนแรกเลย<br />
ท่าทางคุณสุกรีก็งงๆ,แต่ผมว่าคุณสุกรีคงจะเริ่มชินที่มี(แห่)เข้ามาทัก ทั้งๆที่เจ้าตัวก็ไม่รู้จักดีอยู่แล้ว<br />
คุณสุกรีก็ยิ้มแย้มทักทายด้วยอัธยาศัยอันดี<br />
และเดินเข้างานไปโดยที่ตายังจับจ้องอยู่ที่มือถือสีขาวในมือจนหายเข้าไปประตูเข้างานไป</p>
<p>ส่วนผมนั้น,ยังไม่ทันจะเดินเข้างาน ก็เจอกับไทยมุงกำลังรุมถ่ายภาพพริตตี้เสื้อแดงของโค้กอยู่<br />
ก็น่าจะรุมถ่ายกันอยู่หรอกครับ เพราะน้องนางนี้,เล่นโชว์ใส่ชุดแดงแป๊ด ตัดกับผิวขาวๆ<br />
แถมท้ายด้วยการโชว์สะดืออย่างเซ็กซี่อีกต่างหาก<br />
น่าเสียดายว่าคิวขอถ่ายภาพยาวเกินไป ผมเลยต้องขออนุญาตเดินเข้างานไปก่อน<br />
ซึ่งในงานนี้ ทางโค้กได้ให้ความกรุณามาเป็นสปอนเซอร์ด้านเครื่องดื่มครับ<br />
เรียกว่างานนี้มี&#8221;โค้ก&#8221;กินฟรีกันไม่อั้น แต่ละคนถือขวดโค้กกันคนล่ะขวด ชื่นใจกันไปครับ</p>
<p>ผมไปถึงก่อนงานเริ่มพอสมควร,โต๊ะลงทะเบียนยังไม่ได้ตั้งเลยด้วยซ้ำ<br />
เข้างานไปก็พบว่า มีคนเข้ามาในงานกันหลายคนแล้ว<br />
ปรากฏว่า เจอ อ.ศุภเดช (@ripmilla) จากแบไต๋ไฮเทค เข้ามานั่งรอในงานแล้ว<br />
ซึ่งผมก็แปลกใจว่าทำไมอาจารย์ถึงมาปรากฏตัวแต่เช้า ทั้งๆที่ปกติแล้ว ไม่น่าจะตื่นขึ้นมาในเวลานี้ได้เลย<br />
พอสอบถามดูก็พบว่า วันนี้คุณศุภเดช ได้รับเกียรติมาเป็นพิธีกร คู่กับ พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที(@shark_beartai)<br />
คู่หูคู่ฮานี้ นอกจากจะเป็นพิธีกรมืออาชีพแล้ว ยังรู้เรื่องไอทีและเป็นTwitterตัวเอ้ด้วย, ผมว่างานนี้คงสนุกแน่ๆ</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="@ripmilla กับ @joyz แบบมดขึ้นยุบยิบ" src="http://farm4.static.flickr.com/3458/3891598249_b42a879930.jpg" alt="@ripmilla กับ @joyz แบบมดขึ้นยุบยิบ" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">@ripmilla กับ @joyz แบบมดขึ้นยุบยิบ</p></div>
<p>ต่อมาซักพักใหญ่ๆ,ทางทีมงานก็พร้อมที่จะเปิดลงทะเบียนแล้ว<br />
ซึ่งก็มีเพื่อนๆชาวTwitterเริ่มทยอยกันมาเรื่อยๆ<br />
งานนี้มีเสื้องานด้วยครับ<br />
ตอนแรกผมได้ยินว่าทางทีมงานจะแจกฟรีให้กับผู้เข้ามาร่วมงานคนล่ะตัว<br />
ซึ่งผมถือว่าใจป้ำมาก เพราะเท่าที่ดูนั้น เสื้่อก็คงมีราคาอยู่พอสมควร เนื้อผ้าก็ดี สกรีนก็สวย<br />
แต่หลายคนก็บอกว่า เสื้อดีขนาดนี้ ตั้งราคาขายยังได้เลยนะเนี่ย<br />
สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนเป็นเป็นเก็บค่าเสื้อตัวล่ะ 50 บาท เพื่อนำรายได้ไปบริจาคมูลนิธิเพื่อนช้างในช่วงสุดท้ายของงาน<br />
ซึ่งเพื่อนๆทุกท่านก็ยินดีควักกระเป๋าจ่ายให้เป็นอย่างดี เรียกว่าได้ของที่ระลึก บวกกับทำบุญไปในตัว เลยได้ยิ้มกันทั่วหน้า</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="สาวๆประชาสัมพันธ์ พี่อ้อเล็ก พี่อ้อใหญ่ @ja_aey" src="http://farm3.static.flickr.com/2510/3891601643_22b186e0e9.jpg" alt="สาวๆประชาสัมพันธ์ พี่อ้อเล็ก พี่อ้อใหญ่ @ja_aey" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">สาวๆประชาสัมพันธ์ พี่อ้อเล็ก พี่อ้อใหญ่ @ja_aey</p></div>
<p>ในงานนี้มีสปอนเซอร์หลักอีกเจ้าหนึ่ง ก็คือ Dell ,ซึ่งทางDell ได้ให้เครื่องคอมฯมา 2 ตัวเพื่อให้ทางงานใช้ประมูลเพื่อหารายได้ไปบริจาคด้วย<br />
และได้มีการนำเครื่องโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่มาวางโชว์เพื่อให้ชาวทวิตฯได้ทดลองใช้<br />
แต่ที่ได้รับความสนใจจริงๆนั้น น่าจะเป็น 2 สาวพริตตี้ของทางDellซะมากกว่า<br />
เพราะเห็นมีแต่คนเข้าไปถ่ายรูปพริตตี้ ไม่เห็นมีใครเข้าไปเล่นคอมฯเลยซักกะคน</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="2สาวพริตตี้ของDell น่าสงสารครับ หลงมาในดง#หื่นแท้ๆ" src="http://farm4.static.flickr.com/3447/3891598807_338380e219.jpg" alt="2สาวพริตตี้ของDell น่าสงสารครับ หลงมาในดง#หื่นแท้ๆ" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">2สาวพริตตี้ของDell น่าสงสารครับ หลงมาในดง#หื่นแท้ๆ</p></div>
<p>หลังจากที่ผมวุ่นวายกับการถ่ายภาพและพูดคุยกับเพื่อนๆที่เพิ่งจะได้เจอตัวจริงกันในงานได้ซักพักใหญ่ๆ<br />
ก็ถึงเวลาเริ่มงานอย่างเป็นทางการซักที</p>
<p>งานเริ่มต้นโดยที่พิธีกรสองหนุ่มจากแบไต๋ไฮเทคเปิดงาน<br />
โดยวัตถุประสงค์ของงานนี้ก็เพื่อเป็นการพบปะของผู้ใช้Twitterด้วยกัน<br />
และหารายได้เข้ามูลนิธิเพื่อนช้าง จังหวัดลำปาง<br />
ซึ่งทางพี่หลามก็ได้นำกล่องบริจาคลงมาเดินเรี่ยไรเงินทำบุญ<br />
ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี<br />
ผมเห็นคุณโอคิโซก (@okisok) หรือคุณสันติ เจ้าของCom Gammer หยิบแบงค์พันขึ้นมาประเดิมใบแรก<br />
(เจ้าตัวเขาให้อ่านชื่อไอดีว่าโอเคอีสโอเค แต่ไม่มีใครในทวิตเตอร์อ่านอย่างนั้นซักกะคน ใครๆ,รวมทั้งผมก็อ่าน&#8221;โอคิโซะ&#8221;กันทั้งนั้น)<br />
<img class="alignnone" title="พิธีกรคู่สุดแจ่มจากแบไต๋ไฮเทค" src="http://farm3.static.flickr.com/2597/3892387402_1591ea9ee7.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>ในช่วงแรกนั้น ทางทีมงานได้ขอให้คุณสุกรีขึ้นมาพูดเกี่ยวกับ &#8220;Twiiter กับการเมืองไทย&#8221;<br />
ซึ่งผมก็เห็นว่า คงจะไม่มีใครที่จะเหมาะสมที่จะขึ้นมาพูดเรื่องนี้ได้เท่ากับคุณสุกรีอีกแล้ว<br />
ผมว่าหลายๆคนคงจะงงที่คุณสุกรีพูด เพราะเขามีสไตล์การเล่าที่&#8221;เฉพาะตัว&#8221;มากๆ<br />
อาจจะเป็นเพราะผมได้ติดตามคุณสุกรีทางTwitter และ ได้มีโอกาสฟังคุณสุกรีออกทีวี จึงพอจะเข้าใจวิธีการ&#8221;สื่อสาร&#8221;ของเขาพอสมควร<br />
ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าคุณสุกรีพูดได้&#8221;ฮา&#8221;มากๆ<br />
เพราะมีการกัดนักการเมืองแบบเจ็บๆคันๆ มีการนำเรื่องราวที่เป็นประเด็นล้อกันในTwitterมาขยายให้มันขำยิ่งขึ้น</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="@sugree กับ หัวข้อ Twitter กับการเมืองไทย" src="http://farm4.static.flickr.com/3456/3891602709_c97e272a10.jpg" alt="@sugree กับ หัวข้อ Twitter กับการเมืองไทย" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">@sugree กับ หัวข้อ Twitter กับการเมืองไทย</p></div>
<p>และช็อตเด็ดที่สุดในช่วงนี้ก็คือ<br />
จู่ๆ คุณสุกรีก็หยุดเล่าไปดื้อๆ (เหมือนชะงักค้างไปซะงั้น), แล้วก็มองไปที่กระเป๋ากางเกงตรงขาด้านซ้าย<br />
แล้วก็บอกกับผู้ฟังทุกคนว่า ขออภัยด้วย เมียโทรมา ขอให้ทุกคนช่วยเงียบกันซักนิด,เรียกเสียงฮาจากผู้ฟังที่กำลังงุนงงได้กราวใหญ่</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="@sugree ขอเวลานอกคุยโทรศัพท์กับภรรยาสุดที่รัก" src="http://farm3.static.flickr.com/2637/3891603229_81d050b8a4.jpg" alt="@sugree ขอเวลานอกคุยโทรศัพท์กับภรรยาสุดที่รัก" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">@sugree ขอเวลานอกคุยโทรศัพท์กับภรรยาสุดที่รัก</p></div>
<p>ในช่วงที่สองนั้น เป็นการบรรยายจากหนึ่งในสปอนเซอร์ของงานคือ Pg.in.th<br />
โดยมีพิธีกรสาวสวยคือคุณปุ้ย (@puyisme) ขึ้นมานั่งบรรยายให้ฟัง<br />
ซึ่งทาง <a href="http://www.pg.in.th">Pg.in.th</a> นั้น, เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรับฝากภาพที่เน้นไปที่การให้บริการเสริมไปกับบรรดา Social Network ต่างๆ<br />
คุณปุ้ยก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการกับเวปไซท์นี้มานาน, เจ้าหล่อนอัพโหลดภาพผ่าน pg.in.th ไปแล้วกว่าหมื่นภาพ<br />
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ผมคิดว่าหลายๆคนคงจะไม่ค่อยได้อัพโหลดรูปของตัวเอง และแชร์ให้กับเพื่อนๆกันซักเท่าไร<br />
แต่สิ่งที่คุณปุ้ยเน้นก็คือ เมื่อคุณปุ้ยได้กลับมาดูรูปย้อนไปในปีที่ผ่านมา<br />
เธอพบว่า ชีวิตของเธอนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน<br />
เพราะรูปแต่ละรูปนั้น ได้เป็นเหมือน&#8221;สื่อ&#8221;ซึ่งบันทึกความหมายของช่วงเวลานั้นๆเอาไว้<br />
ซึ่งเมื่อเธอได้มานั่งดูรูปที่ถ่ายๆมานั้น ก็ถือเป็นการทบทวนและหวนรำลึกช่วงเวลาดีๆที่เจ้าตัวอาจจะหลงลืมไปแล้วด้วย<br />
ผมก็ยังไม่เคยใช้บริการของ pg.in.th, แต่เท่าที่ดูก็คิดว่าน่าสนใจพอสมควรทีเดียว<br />
เพราะมีฟังค์ชั่นเกี่ยวกับการจัดการรูปที่ง่าย และสามารถนำมาใช้เป็นตัวเสริมกับSocial Networkอื่นๆได้เป็นอย่างดี<br />
ที่สำคัญคือ ทำโดยคนไทยครับ, งานนี้ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริงครับผม</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="@puyisme กับเวป pg.in.th" src="http://farm4.static.flickr.com/3445/3891603863_452ffa99a7.jpg" alt="@puyisme กับเวป pg.in.th" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">@puyisme กับเวป pg.in.th</p></div>
<p>ในช่วงที่สามนั้น เป็นการบรรยายจากอีกหนึ่งในสปอนเซอร์ของงาน คือ Codegent<br />
ซึ่งช่วงนี้ บรรยายโดย คุณลุค จากDeath Note เอ้ย คุณลุค เจ้าของเวปไซท์Twitbooth (Codegentคงเป็นบริษัทของเขามั้งครับ)<br />
งานนี้ฝรั่งขึ้นพูดให้คนไทยตาดำฟัง คงจะสื่อสารกันไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร<br />
อ.ศุภเดชเลยต้องตกกระไดพลอกโจนมาเป็นล่ามให้แบบงงๆ<br />
ซึ่งผมว่าเพราะความใจดี บวกกับที่อาจารย์ท่านก็เป็นผู้รู้ในวงการไอทีอยู่ด้วย<br />
เลยทำให้อาจารย์สามารถแปลและสรุปให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายกว่าที่ลุคพูดให้ฟังซะอีก<br />
ก็มีอย่างที่ไหนล่ะครับ คุณลุคพูดแค่2ประโยค, อ.ศุภเดชแกเล่นแปลซะ 2ย่อหน้า แถมยกตัวอย่างประกอบซะเสร็จสรรพ<br />
(แต่อ.เขาไม่ได้มั่วนะครับ เพราะแกเข้าใจว่าคุณลุคต้องการจะสื่ออะไร และรู้ว่าควรจะยกตัวอย่างอะไรเพื่อให้คนฟังเข้าใจมากขึ้น)<br />
เวปไซท์ของคุณลุคก็เป็นเวปที่เกี่ยวกับการรับฝากรูปจากSocial Networkเช่นtwitterอีกนั้นแหล่ะครับ<br />
แต่ที่เด็ดก็คือ รูปที่เอามาฝากไว้กับเวปนี้นั้น จะสามารถเพิ่มลูกเล่นเช่น Effect ต่างๆเข้าไปในรูปได้<br />
เช่นจะให้เป็นแบบหัวโต ตัวลีบ,ใส่สี ใส่แสงแปลกๆ<br />
และที่เด็ดสุดคือ ตัวเวปสามารถแปลคอมเม้น(ความเห็น)ต่างๆที่เป็นภาษาอื่นให้เป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย<br />
ในตัวอย่างนั้น คุณลุคให้อ.ศุภเดชใส่คอมเม้นเป็นภาษาไทยเข้าไป โดยอาจารย์ใส่คำว่า ทดสอบภาษาไทย ลงไป<br />
แล้วคุณลุคก็กดที่คอมเม้นภาษาไทยนั้น แล้วมันก็แปลเป็น Testing Thai Language ออกมาอย่างน่าอัศจรรย์<br />
เรียกเสียงฮือฮาและเสียงตบมือดังสนั่นเลยทีเดียว<br />
สำหรับใครที่อยากใช้ฟังค์ชั้่นของเวป Twitterbooth อย่างเต็มที่ เพียงแค่บราวเซอร์(โปรแกรมเล่นเน็ต)ของท่าน<br />
สามารถเล่นFlash ได้และติดตั้ง Google Gearไว้ในเครื่อง,คุณก็สามารถเล่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วครับ<br />
ซึ่งผมคิดว่าที่โปรแกรมสามารถแปลภาษาได้นั้น ผมว่าว่าคุณลุคน่าจะเอาโปรแกรมไปผูกกับทางGoogle translate<br />
เนื่องจากว่าผู้ใช้ต้องติดตั้งโปรแกรมGoogle Gearเอาไว้, ซึ่งผมคิดว่าเป็นหนึ่งในเวปที่น่าสนใจและมีประโยชน์มากเหมือนกัน</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="@lukeinth กับ ล่ามจำเป็น" src="http://farm4.static.flickr.com/3037/3891604377_b1ef4bf4ee.jpg" alt="@lukeinth กับ ล่ามจำเป็น" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">@lukeinth กับ ล่ามจำเป็น</p></div>
<p>ช่วงที่สี่นั้น,บรรยายโดยอ.เดฟ (@rawitat) เจ้าของวลี &#8220;ใครที่ไม่มีตัวตนในTwitter,ผมไม่จำ&#8221;<br />
ขึ้นมาบรรยายเกี่ยวกับเรื่อง #mindset และ #petdo<br />
เนื้อหาเน้นโคตรฮาเกี่ยวกับเรื่องตลกๆของบรรดาคนสร้างเวปที่ต้องไปเจอกับลูกค้าสไตล์Petdoที่ต้องการจะทำเวปฯ<br />
แต่คิดว่าการสร้างเวปมันง้ายง่าย,ทำวันเดียวก็เสร็จ และอีกสารพัดคำพูดทิ่มแทงใจผู้สร้างเวปอีกมากมาย<br />
ซึ่งผมก็เคยได้ยินวลี&#8221;ใครที่ไม่มีตัวตนในTwitter,ผมไม่จำ&#8221;มาหลายหนแล้ว<br />
แต่เพิ่งมาเจอเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ที่งานนี่นี้แหล่ะ<br />
อ.เดฟยังใจดีหยิบเสื้อPetdoมาแจกให้กับคนที่ตอบคำถามได้โดนใจอีกด้วย(คุณบอย,@macroartเป็นคนผู้โชคดีได้ไป1ตัว)<br />
ผมก็อยากได้มากเหมือนกัน เพราะถ้าเอาไว้ใส่อวดความPetdoของตัวเองคงจะเท่น่าดู<br />
น่าเสียดาย,อ.เดฟคงจะพูดมันส์เกินจนสุดท้ายลืมแจกอีก2ตัวที่เหลือ<br />
ถ้าอ.เดฟจะแจกอีกงานไหนก็บอกด้วยนะครับ ผมอยากได้เสื้อpetdoมากเลยครับ</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="@rawitat ตัวจริงเท่กว่าในAvatarเยอะเลยนะครับ" src="http://farm3.static.flickr.com/2646/3892392376_b6a6afd9dc.jpg" alt="@rawitat ตัวจริงเท่กว่าในAvatarเยอะเลยนะครับ" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">@rawitat ตัวจริงเท่กว่าในAvatarเยอะเลยนะครับ</p></div>
<p>ต่อจากนั้นก็เป็นช่วง&#8221;หายง่วง&#8221; โดยบรรดาชาวtwitt #หื่น ได้ตาลุกวาว<br />
เมื่อคุณซี (@ceemeagain) ใส่สุดสีแดงแป๊ดเดินเข้ามาในงาน<br />
ช่วงนี้เป็นเซอร์ไพรซ์ ให้กับคุณซีเป็นกรณีพิเศษ!!<br />
โดยที่ทางทีมงานTwitterWall ได้นำสายสะพาย MissTwitterพร้อมของรางวัลมามอบให้กับคุณซี<br />
เพราะทางทีมงานได้ยินคุณซีบ่นว่า เป็นMissTwitterแล้วไม่เห็นได้อะไรเลย<br />
ซึ่งตอนนี้ คุณซีก็ได้สายสะพายนางงามไปเรียบร้อยสมใจแล้วนะครับ</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="ทีมงานTwitterWallประหม่าที่ได้อยู่ใกล้Miss Twitter จนใส่สายสะพายกลับด้าน" src="http://farm3.static.flickr.com/2509/3891606109_5bf6f9a171.jpg" alt="ทีมงานTwitterWallประหม่าที่ได้อยู่ใกล้Miss Twitter จนใส่สายสะพายกลับด้าน" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">ทีมงานTwitterWallประหม่าที่ได้อยู่ใกล้Miss Twitter จนใส่สายสะพายกลับด้าน</p></div>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="รางวัลพิเศษ เสื้อยีดที่มีข้อความขอบคุณผลโหวตของMiss Twitter" src="http://farm4.static.flickr.com/3442/3892394408_c4a44d0b99.jpg" alt="รางวัลพิเศษ เสื้อยีดที่มีข้อความขอบคุณผลโหวตของMiss Twitter" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">รางวัลพิเศษ เสื้อยีดที่มีข้อความขอบคุณผลโหวตของMiss Twitter</p></div>
<p>และแน่นอนว่าโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี, หลังจากรับสายสะพาย+ของรางวัลแล้ว<br />
คุณซีก็ต้องถือกล่องบริจาคลงไปรับเงินบริจาคเข้ามูลนิธิเพื่อนช้างพร้อมกับให้บรรดา#หื่นถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึก<br />
เรียกว่างานนี้ คุณซีได้รู้รสชาติของการทำงานของนางงานกันแบบถึงแก่นเลยทีเดียว<br />
(ช่วงนี้เจ็บแสบมากครับ เพราะผมก็หยอดเงินทำบุญรอบแรกที่พี่หลามลงมาเดินรอบหนึ่งแล้ว<br />
รอบนี้ คุณซีลงมาเดินอีกรอบ ไม่ใส่ก็กระไรอยู่, อันนี้พี่หลามแกวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้วครับ มีคนตกหลุมเป็นร้อยเลยครับ)</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 385px"><img title="แบงค์พันไม่รับทอนนะคะ" src="http://farm4.static.flickr.com/3502/3892395266_195d67a7a1.jpg" alt="แบงค์พันไม่รับทอนนะคะ" width="375" height="500" /><p class="wp-caption-text">แบงค์พันไม่รับทอนนะคะ</p></div>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="พี่หลามครับ ผมใส่เงินไปเกิน20บาทแล้วนะครับ ดังนั้นขอถ่ายกับMissTwitterได้แล้วใช่มั้ยครับ" src="http://farm3.static.flickr.com/2585/3891608955_165cc21776.jpg" alt="พี่หลามครับ ผมใส่เงินไปเกิน20บาทแล้วนะครับ ดังนั้นขอถ่ายกับMissTwitterได้แล้วใช่มั้ยครับ" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">พี่หลามครับ ผมใส่เงินไปเกิน20บาทแล้วนะครับ ดังนั้นขอถ่ายกับMissTwitterได้แล้วใช่มั้ยครับ</p></div>
<p>ช่วงต่อมาเป็นการบรรยายเกี่ยวกับประโยชน์และวิธีใช้ SocialNetwork จากทีมงาน Duocore.tv<br />
ซึ่งช่วงนี้ ผมไล่เดินถ่ายรูปบรรยากาศในงานและเดินพูดคุยกับเพื่อนๆซะเป็นส่วนใหญ่<br />
เลยไม่ค่อยได้ฟังจับใจความเนื้อหาเลยครับ&#8230;. ต้องขออภัยทีมงานDuocoreมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ<br />
แต่ใครที่อยากติดตามเรื่องราวไอทีดีๆผ่านทางInternet TV ก็ไปชมกันที่ Duocore.tvได้เลยครับ</p>
<p>และเมื่อถึงตอนท้ายของงาน<br />
ทางทีมงานก็ได้ประกาศยอดบริจาคทั้งหมดที่ได้จากการบริจาคที่พี่หลามและคุณซีช่วยกันเดินสาย<br />
บวกกับยอดประมูลสินค้าคอมพิวเตอร์สองตัวจากDell+กล่องปริศนาโค้กได้เป็นยอดเงินรวมถึง 43,812 บาทเลยทีเดียว!!!<br />
ซึ่งเงินรายได้ทั้งหมดนี้ ก็ได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิเพื่อนช้างที่จังหวัดลำปางครับ<br />
ขออนุโมธนาบุญกับการกุศลครั้งนี้จากใจจริงเลยครับ</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img title="ผู้ชนะประมูลกับเช็คบริจาคจากชาวTwitter" src="http://farm3.static.flickr.com/2452/3892397006_b4fe9e345c.jpg" alt="ผู้ชนะประมูลกับเช็คบริจาคจากชาวTwitter" width="500" height="375" /><p class="wp-caption-text">ผู้ชนะประมูลกับเช็คบริจาคจากชาวTwitter</p></div>
<p>และก็ปิดท้ายงานกันด้วย ไฮไลท์สุดพิเศษ!! ด้วยดนตรีจากวง ihear (ไอเฮีย ไม่ใช่ ไอ้XXXนะครับ)<br />
วงนี้ประกอบด้วย @imenn @sexdrum @kijjaz @ichattt @ipattt @inattt<br />
เป็นวงดนตรีที่เป็นการรวมตัวของผู้มีความสามารถทางดนตรีในTwitterมารวมตัวกันเล่นคอนเสริทสดให้โดยไม่มีการซ้อมล่วงหน้า!!!<br />
ซึ่งก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานและเป็นการปิดฉากงานได้อย่างลงตัวจริงๆ<br />
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=b3blq5hEYsA">Love of Twitter &#8211; เพลง รักแห่ง Twitter จากวง ihere</a><br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/b3blq5hEYsA&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/b3blq5hEYsA&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>สรุป:</p>
<p>1. ผมประทับใจกับการที่ได้เจอตัวเป็นๆของเพื่อนๆในTwitterมาก แต่ล่ะคนนั้น เรียกว่าเหมือนกับกระโดดออกมาจากTwitterเลยทีเดียว<br />
สิ่งที่เรียกว่า &#8220;กำแพงความสัมพันธ์&#8221; ของคนในTwitterนั้นเรียกว่า บางและเตี้ยมาก<br />
นี่อาจจะเป็นเอกลักษณ์ของคนที่เล่นSocialNetwork ที่ชอบขยายความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ๆ เข้ากับผู้คนได้ง่าย<br />
และทุกคนก็พยายาม&#8221;สื่อ&#8221;ความเป็นตัวของตัวเอง โดยใส่หน้ากากให้น้อยที่่สุดนั้นเอง</p>
<p>2. คนที่เข้ามาร่วมงานนั้น,สองในสามจะนั่งมองมือถือของตัวเองมากกว่ามองพิธีกรดำเนินรายการ<br />
ผมว่าทุกคนก็คงจะฟังอยู่แหล่ะครับ เพียงแต่ว่า ไอ้นิสัยติดTwit นี้ มันแก้ยากเอาการอยู่<br />
ส่วนใหญ่ก็คงฟังไป Twit ข้อความไปนั้นแหล่ะครับ<br />
แต่สำหรับคนที่ไม่ชินอย่างคุณปุ้ย(ในช่วงของPg.in.th)นี้ ก็คงจะรู้สึกน้อยใจที่ไม่มีใครมองพิธีกรแน่ๆเลย</p>
<p>3. สังคม Social Network นั้น มี&#8221;พลัง&#8221; มากมายอย่างที่หลายคนไม่เข้าใจ<br />
ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างวง ihere นี้, เป็นการรวมตัวของนักดนตรี ที่เล่นTwitter ซึ่งมีความสามารถสูงไม่ใช่เล่น<br />
ผมรู้จักอยู่คนหนึ่งคือคุณ กิตแจ๊ส (@kijjaz) ซึ่งเป็นนักดนตรีของวงโมโนโทน ซึ่งเป็นนักดนตรีมืออาชีพ<br />
แม้ว่าวงนี้จะไม่เคยมารวมตัวซ้อมเลยซักครั้ง<br />
แต่ก็สามารถเล่นเพลงอะไรก็ได้ที่มีคนต้องการ และเล่นได้อย่างน่าประทับใจทุกเพลงอีกต่างหาก</p>
<p>แล้วพวกเขามารวมตัวกันได้เพราะอะไรครับ?<br />
ก็เป็นเพราะพลังของSocial Networkที่ทำให้พวกเขาได้มาเจอกัน ทำความรู้จักกัน<br />
และได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังและความสามารถของพวกเขาไงครับ<br />
ลองคิดดูว่า หากคุณไปเจอกับคนที่มีงานอดิเรกหรือความสนใจเหมือนๆกับคุณ<br />
และพวกคุณก็สามารถรวมตัวกัน แล้วลองสร้างสรรผลงานดีๆออกมาให้กับผู้อื่น มันจะดีซักแค่ไหนครับ<br />
สิ่งที่คุณมีดีอยู่ในตัว เมื่อได้นำมารวมกับผู้อื่นแล้ว มันก็จะกลายเป็น&#8221;พลังสร้างสรร&#8221;ที่ยิ่งใหญ่ได้เลยทีเดียว</p>
<p>4. ในงานมีทั้งฝรั่งที่เข้ามาร่วมงาน และมีแม้แต่คนญี่ปุ่นเข้ามาร่วมงานด้วย!!!<br />
ผมเห็น@ja_aey ขายเสื้องานให้กับญี่ปุ่น3คนเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งทั้ง3คนก็ซื้อไปอย่างมีความสุขตั้งหลายตัว<br />
ผมจึงอดคิดไม่ได้ว่าธรรมชาติของคนเรานั้น คงไม่ได้แบ่งแยกสีหรือดูถูกชนชาติกันเลย<br />
ใจจริงของทุกคนก็คงจะอยากทำความรู้จักกับเพื่อนต่างชาติแน่นอน<br />
ทำให้ผมสงสัยว่า เราจะมามัวใส่ร้ายป้ายสีหาเรื่องทะเลาะกันเองและไปทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้านกันทำไม??</p>
<p>สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทีมงานที่ช่วยกันจัดงานดีๆแบบนี้ด้วยครับ<br />
และขอขอบคุณมิตรภาพที่เพื่อนเข้ามาร่วมสร้างสรรจนทำให้มีวันดีๆแบบนี้ได้ครับ</p>
<p>ป.ล. รอTwittbkk ครั้งที่ 4 อย่างใจจดใจจ่อครับ ^_^</p>
<p>&lt;&lt;&lt;แถมท้าย&gt;&gt;<br />
2สาวพริตตี้ในชุดไพรเวทหลังงานเลิก</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 250px"><img title="2สาวพริตตี้จากDellกับงานล่วงเวลา - ให้หนูกลับบ้านทีเถอะค่ะ" src="http://farm3.static.flickr.com/2661/3891610809_fd3cfa62bc_m.jpg" alt="2สาวพริตตี้จากDellกับงานล่วงเวลา - ให้หนูกลับบ้านทีเถอะค่ะ" width="240" height="180" /><p class="wp-caption-text">2สาวพริตตี้จากDellกับงานล่วงเวลา - ให้หนูกลับบ้านทีเถอะค่ะ</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://porpeangseller.com/?feed=rss2&amp;p=190</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพลงโฆษณากูลิโกะที่ทุกคนถามหา [Kimi Ga Ireba Sorede ii]</title>
		<link>http://porpeangseller.com/?p=166</link>
		<comments>http://porpeangseller.com/?p=166#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2009 11:58:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PorpeangSeller</dc:creator>
				<category><![CDATA[พูดเรื่อยเปื่อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://porpeangseller.com/?p=166</guid>
		<description><![CDATA[
หลังจากที่คุยกับเพื่อนๆในTwitterแล้วพบว่า มีเพื่อนๆอยากรำลึกความหลังกับเพลงนี้มากเลยครับ
ถือเป็นเพลงเช็คอายุที่ดีเพลงหนึ่งเลยครับ
ถ้าใครที่ตอนนี้ไม่เด็กแล้ว,สมัยเด็กๆคงต้องเคยได้ยินเพลงนี้แน่ๆ

กดเพื่อรับฟังความหลังได้เลยครับ

ขอผมเล่าย้อนความให้กับน้องๆที่เกิดไม่ทันซักเล็กน้อย
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบโฆษณาของขนมกูลิโกะในช่วงปี2528-30ครับ,ผมก็จำไม่ได้เป๊ะๆ รู้แต่ว่ามันเก่ามาก
ร้องโดย Shigeru Matsuzaki

และเป็นเพลงโฆษณากูลิโกะที่ดังระเบิดไปทั่วทั้งเมือง
ดังขนาดไหน ก็ดังขนาดที่ปู่เบิรด์ ธงไชย แมคอินไตยเคยนำมาร้องในคอนเสริทให้แฟนๆกรี๊ดสลบก็แล้วกัน!!!
และกลายเป็นประเพณีของทางกูลิโกะที่จะสรรหา&#8221;เพลง&#8221;โฆษณาที่&#8221;เพราะ&#8221;จริงๆ เพื่อเอามาใช้ประกอบโฆษณากัน
หลังจากนั้น อีก2-3 โฆษณาต่อมา ก็เป็นเพลงที่เพราะจนฮิตไปทั้งบ้านทั้งเมืองอีกเช่นกัน
ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า โฆษณานี้มีผลทำให้บริษัทกูลิโกะ(โดยเฉพาะในไทย)ขายสินค้าได้ยังกะแจกฟรี!!
ก็ขนาดที่เรียกว่า เทปเพลงรวมโฆษณาดังๆที่มีเพลงนี้อยู่ยังขายหมด,นับประสาอะไรกับกูลิโกะแท่งดำๆ&#8230;จริงมั้ยครับ??
ขอร่วมแบ่งปัน และ รำลึกความหลังวัยเก่าด้วยเพลงนี้เลยก็แล้วกันนะครับ 
แถมเนื้อเพลงให้ร้องคลอรำลึกความหลังให้ฟรีครับ
Kimi ga ireba sorede ii&#8230;.Shigeru Matsuzaki
Nagai kami kakiageta yubisakiga
Marude komorebi mitaini
Kono mune ni tokimeite mabushiine
Dakishimeta nukumorino omosadake
Kono ude ni ima kanjite mitsumeau
hitomino naka ni&#8230;
* Kimiga ireba sorede ii
sorede ii
Shinji aeta nara
hokaniwa hoshikunai
Kimiga ireba sorede ii
sorede ii
Inochi no kagiri bokuwa [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/08/glico.jpg"><img src="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/08/glico-300x110.jpg" alt="glico" title="glico" width="300" height="110" class="alignnone size-medium wp-image-183" /></a><br />
หลังจากที่คุยกับเพื่อนๆในTwitterแล้วพบว่า มีเพื่อนๆอยากรำลึกความหลังกับเพลงนี้มากเลยครับ<br />
ถือเป็นเพลงเช็คอายุที่ดีเพลงหนึ่งเลยครับ<br />
ถ้าใครที่ตอนนี้ไม่เด็กแล้ว,สมัยเด็กๆคงต้องเคยได้ยินเพลงนี้แน่ๆ<br />
<span id="more-166"></span></p>
<p>กดเพื่อรับฟังความหลังได้เลยครับ<br />
<object width="402" height="48"><param name="movie" value="http://twiturm.com/audio/twiturm_player_s.swf?soundFile=awvj"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://twiturm.com/audio/twiturm_player_s.swf?soundFile=awvj" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="402" height="48"></embed></object></p>
<p>ขอผมเล่าย้อนความให้กับน้องๆที่เกิดไม่ทันซักเล็กน้อย<br />
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบโฆษณาของขนมกูลิโกะในช่วงปี2528-30ครับ,ผมก็จำไม่ได้เป๊ะๆ รู้แต่ว่ามันเก่ามาก<br />
ร้องโดย Shigeru Matsuzaki<br />
<a href="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/08/shigeru-matsuzaki001.jpg"><img src="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/08/shigeru-matsuzaki001.jpg" alt="shigeru-matsuzaki001" title="shigeru-matsuzaki001" width="240" height="240" class="alignnone size-full wp-image-180" /></a><a href="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/08/shigeru-matsuzaki002.jpg"><img src="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/08/shigeru-matsuzaki002.jpg" alt="shigeru-matsuzaki002" title="shigeru-matsuzaki002" width="199" height="244" class="alignnone size-full wp-image-181" /></a><br />
และเป็นเพลงโฆษณากูลิโกะที่ดังระเบิดไปทั่วทั้งเมือง<br />
ดังขนาดไหน ก็ดังขนาดที่ปู่เบิรด์ ธงไชย แมคอินไตยเคยนำมาร้องในคอนเสริทให้แฟนๆกรี๊ดสลบก็แล้วกัน!!!<br />
และกลายเป็นประเพณีของทางกูลิโกะที่จะสรรหา&#8221;เพลง&#8221;โฆษณาที่&#8221;เพราะ&#8221;จริงๆ เพื่อเอามาใช้ประกอบโฆษณากัน<br />
หลังจากนั้น อีก2-3 โฆษณาต่อมา ก็เป็นเพลงที่เพราะจนฮิตไปทั้งบ้านทั้งเมืองอีกเช่นกัน<br />
ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า โฆษณานี้มีผลทำให้บริษัทกูลิโกะ(โดยเฉพาะในไทย)ขายสินค้าได้ยังกะแจกฟรี!!<br />
ก็ขนาดที่เรียกว่า เทปเพลงรวมโฆษณาดังๆที่มีเพลงนี้อยู่ยังขายหมด,นับประสาอะไรกับกูลิโกะแท่งดำๆ&#8230;จริงมั้ยครับ??</p>
<p>ขอร่วมแบ่งปัน และ รำลึกความหลังวัยเก่าด้วยเพลงนี้เลยก็แล้วกันนะครับ </p>
<p>แถมเนื้อเพลงให้ร้องคลอรำลึกความหลังให้ฟรีครับ</p>
<p>Kimi ga ireba sorede ii&#8230;.Shigeru Matsuzaki</p>
<p>Nagai kami kakiageta yubisakiga<br />
Marude komorebi mitaini<br />
Kono mune ni tokimeite mabushiine<br />
Dakishimeta nukumorino omosadake<br />
Kono ude ni ima kanjite mitsumeau<br />
hitomino naka ni&#8230;</p>
<p>* Kimiga ireba sorede ii<br />
sorede ii<br />
Shinji aeta nara<br />
hokaniwa hoshikunai<br />
Kimiga ireba sorede ii<br />
sorede ii<br />
Inochi no kagiri bokuwa kimiwo<br />
towani bokuwa kimiwo<br />
aishitai.</p>
<p>Yukkurito kuchibiruwo kasanereba<br />
Kaze ni kotoba wo saraware<br />
Ishidatami hosoikage ugokenai<br />
Tasogare ga kuru mae ni<br />
mou ichido<br />
Kagayaita toki atsumete<br />
tojikomeru kioku no nakani&#8230;</p>
<p>* Ai ga areba sorede ii<br />
sorede ii<br />
Yume kara sametemo<br />
mamotte agerukara<br />
Ai ga areba sorede ii<br />
sorede ii<br />
Nani ga attemo bokuwa kimiwo<br />
itsumo bokuwa kimiwo<br />
hanasanai</p>
<p>* Kimiga ireba sorede ii<br />
sorede ii<br />
Soba ni iru dakede<br />
subete ga wakarukara<br />
Kimiga ireba sorede ii<br />
sorede ii<br />
Inochi no kagiri bokuwa kimiwo<br />
towani bokuwa kimiwo<br />
aishitai.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://porpeangseller.com/?feed=rss2&amp;p=166</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
<enclosure url="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/08/kimigairebasoredeii.wma" length="1324117" type="audio/x-ms-wma" />
		</item>
		<item>
		<title>เพื่อนๆเชื่อในเรื่อง “กฏแห่งกรรม” กันมั้ยครับ? [ประสบการณ์จริงกับกฏแห่งกรรมของผมเอง]</title>
		<link>http://porpeangseller.com/?p=141</link>
		<comments>http://porpeangseller.com/?p=141#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2009 04:25:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PorpeangSeller</dc:creator>
				<category><![CDATA[พูดเรื่อยเปื่อย]]></category>
		<category><![CDATA[กรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://porpeangseller.com/?p=141</guid>
		<description><![CDATA[
นี่เป็นการรวบรวมบทสนธนาที่ผมได้เขียนไว้ในTwitter,ซึ่งเพื่อนๆหลายคนบอกว่ามีประโยชน์ดี
เลยขอเอามาเก็บไว้ในBlogเพื่อเป็นธรรมทานครับ
สำหรับใครที่เล่น Twitter ก็สามารถ Follow ผมได้ที่นี่เลยครับ

วันนี้ได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่มาปรึกษาเรื่องอีเบย์
เลยทำให้ผมนึกย้อนไปถึงเรื่องกฏแห่งกรรมที่ตัวเองเจอมากับตัว
เมื่อราวๆตอนที่ผมอยู่ม.3เห็นจะได้
ผมเป็นเพื่อนน้องชายไปหาหมอ,ซึ่งคุณหมอท่านนี้ก็ได้ดูแลผมมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน
ท่านเลยถือโอกาส ตรวจ&#8221;แถม&#8221;ให้ผมฟรีอยู่เสมอๆ
ปรากฏว่า คุณหมอท่านนี้ ท่านได้เห็นสิ่งผิดปกติของในร่างกายผม
คุณหมอสั่งให้ผมถอดเสื้อและให้คุณพ่อดูว่า
ผมมีอาการกระดูกสันหลังผิดปกติ คือ มีอาการกระดูกงอและคดเป็นรูปตัวS
คุณหมอระบุว่า คงเป็นเพราะผมแบกของหนักมือเดียวบ่อยๆและถือนานเกินไป
จึงทำให้น้ำหนักกดทับจนทำให้กระดูกสันหลังงอ
ผมคิดว่าคงจะเกิด จากการที่ผมถือกระเป๋านักเรียน(มือขวา)และโหนรถเมล์ด้วยมือซ้ายอยู่สามปี
ซึ่งก็คงจะมากพอที่จะทำให้กระดูกมันงอได้ขนาดนี้
คุณหมอจึงสั่งให้ผม เริ่มทำกายภาพบำบัดทันที
โดยให้ผมเริ่มโหนบาร์เพื่อให้กระดูกยืดกลับมาตรง
ซึ่งผมก็พยายามอยู่เป็นปีๆ แต่ก็ไม่เห็นจะดีขึ้นตรงไหน
คุณหมอก็บอกว่าให้ พยายามมากขึ้น เพราะถ้าไม่หาย
อาจจะมีปัญหาในตอนแก่ถึงขั้นเป็นอัมพาตครึ่งตัวได้ ผมก็พยายมแล้วนะ แต่มันไม่ดีขึ้นแล้วจะให้ทำไง
ผมก็เลยลองมานั่งนึกย้อนหลังดูว่า เราเคยไปทำอะไรใครไว้บ้างรึเปล่า แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก
ผมเลยลองวิธีที่อาจารย์ที่ผมนับถือแนะนำมา คือ &#8220;นั่งสมาธิ&#8221;,แต่กรณีนี้ ผมเรียกว่า นอนสมาธิจะดีกว่าครับ(นั่งแล้วเหน็บกิน)
ผมเริ่มต้นโดยการอาบน้ำ แปรงฟัน ให้สะอาด และขึ้นเตียงนอนและกำหนดลมหายใจเบื้่องต้น
เมื่อรู้สึกว่าจิตสงบได้ที่แล้ว ผมจึงเริ่มถามคำถามกับตัวเองว่าเราเคยไปทำอะไรใครเขาไว้ ถึงต้องมาชดใช้กรรมแบบนี้
ผมนอนทำแบบนี้อยู่นานพอสมควร จนจิตนิ่งพอแล้ว
โดยที่ไม่ทันตั้งตัว,ผมก็เห็นภาพเหมือนภาพ&#8221;มด&#8221;เยอะยังกับทะเลมด กำลังโผล่ขึ้นแมาจากหลุมดำๆ!!!
ภาพนี้ทำให้ผมรู้ตัวทันทีว่าเคยไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้ขึ้นมาทันที&#8230;
คือ สมัยที่ผมยังเด็กๆอยู่
ผมชอบเอากรรไกรไปตัดกลางตัวของแมลงเม่า ที่มันร่วงตกลงมาเดินอยู่บนพื้น
แล้วดูมันเดินต่อไปทั้งๆที่เหลืออยู่ครึ่งตัว&#8230;
จำได้ว่าตอนนั้น ผมชอบความรู้สึกที่เวลากรรไกรตัดกลางตัว ระหว่างตัวอ้วนๆกับหางป้อมๆของมัน
แบบว่าเสียงดัง&#8221;กรึ๊บ&#8221;นี้ สร้างความสะใจให้กับผมเป็นอย่างมาก
พอนึกได้ดังนั้น ผมก็รู้เลยครับว่าเจ้ากรรมนายเวรของเราคือใคร
ไม่ใกล้ไม่ไกล,คงเป็นบรรดาแมลงเม่าที่ผมตัดเล่นจนเหลือครึ่งตัวในสมัยเด็กนี่เอง
ความรู้สึกตอนนั้นคือทั้งเสียใจมาก และก็กลัวมากด้วย
เพราะตอนที่ทำนั้น ผมยังเด็กมากและไม่ได้คิดอะไรเอาแต่สนุกไปคนเดียวตามเรื่อง
เมื่อคิดได้แล้ว หลังจากนั้น ทุกครั้งที่ทำบุญตักบาตร
ผมก็พยายามที่จะอุทิศส่วนกุศล ให้กับบรรดาแมลงเม่าที่ผมเคยทำร้ายเอาไว้ทุกครั้ง
โดยขออโหสิกรรม เพราะตอนนั้นยังเด็กมาและไม่รู้ว่าเป็นบาป
แต่ตอนนี้ผมโตแล้ว,รู้ความแล้ว และสำนึกเสียใจอยู่ตลอด
ที่สำคัญคือ ต่อไปนี้ผมสัญญาว่าจะไม่ฆ่าแมลงเม่าอีก
ไม่เชื่อก็ต้อง เชื่อว่าหลังจากนั้น ผมก็ไม่ได้ไปหาหมอ ส่วนเรื่องบาร์ก็โหนมั่งไม่โหนมั่ง
คุณพ่อก็กังวลจนต้องบังคับให้ไปหาหมอกระดูกชื่อดัง
แต่คุณหมอกลับบอกว่า ไม่เห็นมีอาการผิดปกติแต่อย่างใด
ทั้งๆที่วันแรกนั้น ทั้งคุณพ่อทั้งผมก็เห็นจากภาพX-rayว่ากระดูกมันเบี้ยวแบบเห็นๆ
จึงสามารถสรุปได้ด้วยตัวเองว่า นอกจากการทำกายภาพบำบัด(มั่งไม่ทำมั่ง)+การสำนึกผิดขออโหสิกรรมแบบตรงเป้า
และความพยายามที่จะชดใช้ความผิดนั้น มีผลมาก
จึงอยากขอนำมาเล่า ให้เพื่อนๆฟังไว้เพื่อเป็นอุธาหรณ์ว่า
กรรมที่ส่งผลให้กับเราในชาตินี้นั้น ส่วนมากน่าจะมาจากสิ่งที่เราทำในชาตินี้
แต่เนื่องจากบางที เราไม่ได้รู้ตัวว่าเราได้ทำอะไรไป
หรือสิ่งที่เราทำนั้นมันบาปขนาดไหน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://porpeangseller.com/wp-content/uploads/2009/08/e0b894e0b8ade0b881e0b89ae0b8b1e0b8a74-300x170.jpg" alt="ดอกบัว" title="ดอกบัว" width="300" height="170" class="alignnone size-medium wp-image-153" /><br />
นี่เป็นการรวบรวมบทสนธนาที่ผมได้เขียนไว้ในTwitter,ซึ่งเพื่อนๆหลายคนบอกว่ามีประโยชน์ดี<br />
เลยขอเอามาเก็บไว้ในBlogเพื่อเป็นธรรมทานครับ<br />
สำหรับใครที่เล่น Twitter ก็สามารถ Follow ผมได้<a href="http://twitter.com/PorpeangSeller">ที่นี่</a>เลยครับ<br />
<span id="more-141"></span><br />
วันนี้ได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่มาปรึกษาเรื่องอีเบย์<br />
เลยทำให้ผมนึกย้อนไปถึงเรื่องกฏแห่งกรรมที่ตัวเองเจอมากับตัว<br />
เมื่อราวๆตอนที่ผมอยู่ม.3เห็นจะได้<br />
ผมเป็นเพื่อนน้องชายไปหาหมอ,ซึ่งคุณหมอท่านนี้ก็ได้ดูแลผมมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน<br />
ท่านเลยถือโอกาส ตรวจ&#8221;แถม&#8221;ให้ผมฟรีอยู่เสมอๆ<br />
ปรากฏว่า คุณหมอท่านนี้ ท่านได้เห็นสิ่งผิดปกติของในร่างกายผม</p>
<p>คุณหมอสั่งให้ผมถอดเสื้อและให้คุณพ่อดูว่า<br />
ผมมีอาการกระดูกสันหลังผิดปกติ คือ มีอาการกระดูกงอและคดเป็นรูปตัวS<br />
คุณหมอระบุว่า คงเป็นเพราะผมแบกของหนักมือเดียวบ่อยๆและถือนานเกินไป<br />
จึงทำให้น้ำหนักกดทับจนทำให้กระดูกสันหลังงอ<br />
ผมคิดว่าคงจะเกิด จากการที่ผมถือกระเป๋านักเรียน(มือขวา)และโหนรถเมล์ด้วยมือซ้ายอยู่สามปี<br />
ซึ่งก็คงจะมากพอที่จะทำให้กระดูกมันงอได้ขนาดนี้<br />
คุณหมอจึงสั่งให้ผม เริ่มทำกายภาพบำบัดทันที<br />
โดยให้ผมเริ่มโหนบาร์เพื่อให้กระดูกยืดกลับมาตรง<br />
ซึ่งผมก็พยายามอยู่เป็นปีๆ แต่ก็ไม่เห็นจะดีขึ้นตรงไหน<br />
คุณหมอก็บอกว่าให้ พยายามมากขึ้น เพราะถ้าไม่หาย<br />
อาจจะมีปัญหาในตอนแก่ถึงขั้นเป็นอัมพาตครึ่งตัวได้ ผมก็พยายมแล้วนะ แต่มันไม่ดีขึ้นแล้วจะให้ทำไง<br />
ผมก็เลยลองมานั่งนึกย้อนหลังดูว่า เราเคยไปทำอะไรใครไว้บ้างรึเปล่า แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก<br />
ผมเลยลองวิธีที่อาจารย์ที่ผมนับถือแนะนำมา คือ &#8220;นั่งสมาธิ&#8221;,แต่กรณีนี้ ผมเรียกว่า นอนสมาธิจะดีกว่าครับ(นั่งแล้วเหน็บกิน)</p>
<p><strong>ผมเริ่มต้นโดยการอาบน้ำ แปรงฟัน ให้สะอาด และขึ้นเตียงนอนและกำหนดลมหายใจเบื้่องต้น<br />
เมื่อรู้สึกว่าจิตสงบได้ที่แล้ว ผมจึงเริ่มถามคำถามกับตัวเองว่าเราเคยไปทำอะไรใครเขาไว้ ถึงต้องมาชดใช้กรรมแบบนี้<br />
ผมนอนทำแบบนี้อยู่นานพอสมควร จนจิตนิ่งพอแล้ว<br />
โดยที่ไม่ทันตั้งตัว,ผมก็เห็นภาพเหมือนภาพ&#8221;มด&#8221;เยอะยังกับทะเลมด กำลังโผล่ขึ้นแมาจากหลุมดำๆ!!!<br />
ภาพนี้ทำให้ผมรู้ตัวทันทีว่าเคยไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้ขึ้นมาทันที&#8230;</strong></p>
<p>คือ สมัยที่ผมยังเด็กๆอยู่<br />
ผมชอบเอากรรไกรไปตัดกลางตัวของแมลงเม่า ที่มันร่วงตกลงมาเดินอยู่บนพื้น<br />
แล้วดูมันเดินต่อไปทั้งๆที่เหลืออยู่ครึ่งตัว&#8230;<br />
จำได้ว่าตอนนั้น ผมชอบความรู้สึกที่เวลากรรไกรตัดกลางตัว ระหว่างตัวอ้วนๆกับหางป้อมๆของมัน<br />
แบบว่าเสียงดัง&#8221;กรึ๊บ&#8221;นี้ สร้างความสะใจให้กับผมเป็นอย่างมาก</p>
<p>พอนึกได้ดังนั้น ผมก็รู้เลยครับว่าเจ้ากรรมนายเวรของเราคือใคร<br />
ไม่ใกล้ไม่ไกล,คงเป็นบรรดาแมลงเม่าที่ผมตัดเล่นจนเหลือครึ่งตัวในสมัยเด็กนี่เอง<br />
ความรู้สึกตอนนั้นคือทั้งเสียใจมาก และก็กลัวมากด้วย<br />
เพราะตอนที่ทำนั้น ผมยังเด็กมากและไม่ได้คิดอะไรเอาแต่สนุกไปคนเดียวตามเรื่อง<br />
เมื่อคิดได้แล้ว หลังจากนั้น ทุกครั้งที่ทำบุญตักบาตร<br />
ผมก็พยายามที่จะอุทิศส่วนกุศล ให้กับบรรดาแมลงเม่าที่ผมเคยทำร้ายเอาไว้ทุกครั้ง<br />
โดยขออโหสิกรรม เพราะตอนนั้นยังเด็กมาและไม่รู้ว่าเป็นบาป<br />
แต่ตอนนี้ผมโตแล้ว,รู้ความแล้ว และสำนึกเสียใจอยู่ตลอด<br />
ที่สำคัญคือ ต่อไปนี้ผมสัญญาว่าจะไม่ฆ่าแมลงเม่าอีก</p>
<p>ไม่เชื่อก็ต้อง เชื่อว่าหลังจากนั้น ผมก็ไม่ได้ไปหาหมอ ส่วนเรื่องบาร์ก็โหนมั่งไม่โหนมั่ง<br />
คุณพ่อก็กังวลจนต้องบังคับให้ไปหาหมอกระดูกชื่อดัง<br />
แต่คุณหมอกลับบอกว่า ไม่เห็นมีอาการผิดปกติแต่อย่างใด<br />
ทั้งๆที่วันแรกนั้น ทั้งคุณพ่อทั้งผมก็เห็นจากภาพX-rayว่ากระดูกมันเบี้ยวแบบเห็นๆ</p>
<p>จึงสามารถสรุปได้ด้วยตัวเองว่า นอกจากการทำกายภาพบำบัด(มั่งไม่ทำมั่ง)+การสำนึกผิดขออโหสิกรรมแบบตรงเป้า<br />
และความพยายามที่จะชดใช้ความผิดนั้น มีผลมาก</p>
<p>จึงอยากขอนำมาเล่า ให้เพื่อนๆฟังไว้เพื่อเป็นอุธาหรณ์ว่า<br />
กรรมที่ส่งผลให้กับเราในชาตินี้นั้น ส่วนมากน่าจะมาจากสิ่งที่เราทำในชาตินี้<br />
แต่เนื่องจากบางที เราไม่ได้รู้ตัวว่าเราได้ทำอะไรไป<br />
หรือสิ่งที่เราทำนั้นมันบาปขนาดไหน เมื่อกรรมส่งผลจึงมักจะตัดพ้อต่อผลกรรมที่ได้รับ</p>
<p>บางที ผมยังเคยมาคิดเล่นๆเลยว่า ที่ตอนนี้ต้องมาใส่แว่นนั้น<br />
ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่ตอนเด็กๆ ผมเคยเอากรรไกรไปตัดหนวดแมลงสาปด้วยรึเปล่า?<br />
สมัยเด็ก(อีกนั้นแหล่ะ) คุณอาสอนให้เล่นตัดหนวดแมลงสาป<br />
เพราะพอเราตัดแล้ว แมลงสาบจะวิ่งเป็นวงกลม เหมือนมันเสียการควบคุมและการมองเห็น<br />
ตอนนั้นก็นึกสนุกเหมือนกัน ปล่อยให้แมลงสาปวิ่งเป็นวงกลมๆไปซักพักค่อยตีให้แบน<br />
แต่ก็ทำอยู่ไม่นานก็เลิก เพราะการตัดหนวดแมลงสาปมันก็ยากไม่ใช่เล่น<br />
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้ ทั้งผมทั้งคุณอา ใส่แว่นกันหมดเลยครับ</p>
<p>เมื่อผมมาศึกษาเรื่องบาปบุญคุณโทษมากขึ้น ทำให้ผมเริ่มเข้าใจว่า<br />
ส่วนใหญ่แล้ว สิ่งที่เราทำเองนั้นแหล่ะ ที่จะย้อนกลับมาเข้าตัวเอง<br />
หลายๆคนคงจะมีความเชื่อเรื่องกรรมเก่าจากชาติที่แล้ว<br />
ซึ่งผมก็คิดว่ามันน่าจะมีจริง แต่คงจะส่งผลหนักในตอนเกิดซะมากกว่า</p>
<p>เหมือนที่ใครสวย,ใคร หล่อ,ใครเกิดในตระกูลร่ำรวย(ยากจน),ค่าสุขภาพตั้งต้นของแต่ล่ะคนจะเป็นยังไง<br />
เหล่านี้น่าจะอยู่ที่กรรมเก่าเป็นพื้นฐาน<br />
มาเหลียวมองดูสังคมTwitter,นี้ก็อาจจะเป็นรูปแบบหนึ่งของผลกรรมดีกรรมเก่าของพวกเราก็ได้นะครับ<br />
หลังจากที่ผมได้ลองเล่นทวิตเตอร์มาซักพักใหญ่ๆ ผมเริ่มเห็น<br />
&#8220;จุดร่วม&#8221;ของเหล่าผู้คนในโลกของทวิตเตอร์,นั้นก็คือเป็น&#8221;ผู้แบ่งปัน&#8221;นั่นเอง<br />
ลองคิดดูสิครับ ว่าบรรดากูรูหรือผู้มีชื่อเสียงในทวิตเตอร์นั้น ต่าง&#8221;ได้รับ&#8221;ข่าวสารจากที่ต่างๆมากมาย เรียกว่าไม่ตกTrendแน่นอน<br />
และเธอ/เขาเหล่านั้นก็&#8221;แบ่งบัน&#8221;สิ่งต่างๆแก่เหล่าFollowของเขานั้นเอง<br />
ถ้ากรรมเก่าที่เป็น กรรมดีมีผลจริง<br />
คนเหล่านี้ ชาติก่อนก็อาจจะเป็นผู้เผยแพร่ในสิ่งที่ถูกที่ควร ชาตินี้จึงได้&#8221;พลัง&#8221;ที่จะสามารถต่อยอดกรรมดีต่อไป<br />
แน่นอนว่า เหล่าผู้เคยมีกรรมผูกพันกับบุคคลที่ให้กรรมดี ก็ย่อมได้เข้ามาร่วมขบวนการด้วย<br />
เรียกง่ายๆว่าได้&#8221;รู้จัก&#8221;ทวิตเตอร์เร็วกว่าคนอื่นนั้นเอง<br />
แต่มีได้ก็มีเสีย แม้&#8221;ทวิตเตอร์&#8221;จะเป็นเครื่องมือทรงพลังในการต่อยอดบุญอย่างไร<br />
หากใช้ผิดก็จะเป็นเครื่องมือสร้าง&#8221;บาป&#8221;ได้อย่างติดจรวด<br />
ลองนึกดูว่า หากเรากล่าววาจาที่ไม่เหมาะสมกับคนผู้หนึ่ง บาปกรรมย่อมตกอยู่กับเราและคนที่ได้รับฟังคำเหล่านั้น<br />
แต่นี้ถ้าเราเอามากล่าวในtwitter,มันน่าจะไปกระทบกับคนอีกหลายคนที่มา&#8221;อ่าน&#8221;เห็นเหมือนกัน<br />
เรียกว่าได้โปรยสะเก็ดกรรมไปอย่างทั่วหน้า<br />
ในทางกลับกัน หากเราTwitในสิ่งที่มีประโยชน์<br />
ผมว่าผลกรรมที่ได้ก็น่าจะได้กลับมามากใช่ย่อย เพราะเป็น&#8221;ผล&#8221;ที่ส่งกระทบต่อคนเป็น&#8221;วงกว้าง&#8221;</p>
<p>เรียกว่าTwitดี เหมือนทำกรรมดีแบบติดจรวด, Twitชั่วๆเหมือนโดนจรวดกรรมตกใส่นั้นเอง</p>
<p>สุดท้ายนี้ ขอให้เพื่อนๆสามารถรักษาสติให้อยู่ในกรรมดีตลอดเวลาครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://porpeangseller.com/?feed=rss2&amp;p=141</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาอีกแล้วจ้า!! สัมมนาอีเบย์ ฟรี!!! ช้าหมด อดไม่รู้ด้วยนะครับ!!!</title>
		<link>http://porpeangseller.com/?p=139</link>
		<comments>http://porpeangseller.com/?p=139#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2009 18:16:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PorpeangSeller</dc:creator>
				<category><![CDATA[Ebay Technic]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<category><![CDATA[อีเบย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://porpeangseller.com/?p=139</guid>
		<description><![CDATA[กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและอีเบย์ ร่วมกันสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีไทยในการขยายตลาดให้ครอบคลุมทั่วโลก
โดยใช้ระบบอีคอมเมิร์ซ เพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อมากกว่า 86 ล้านราย บนแพลทฟอร์มตลาดออนไลน์ของ
อีเบย์ พิเศษ!สำหรับสมาชิกกรมฯ ยกเว้นค่าธรรมเนียมวางขายสินค้าบนอีเบย์ 100 รายการแรกสำหรับสมาชิก
อีเบย์ใหม่ที่สมัครภายใต้โครงการ “เสริมพลังธุรกิจ SMEs ด้วยอีคอมเมิร์ซบนอีเบย์”

สัมมนาภาคทฤษฎี เสริมพลังธุรกิจ SMEs ด้วยอีคอมเมิร์ซกับ eBay
22 กรกฏาคม 2552 (8:30 น. &#8211; 12:30 น.)
การฝึกอบรมอีเบย์ภาคปฏิบัติ ลงมือขายจริง ครั้งที่ 8
30 กรกฏาคม 2552 (8:30 น. &#8211; 17:00 น.) และ 06 สิงหาคม 2552
(8:30 น. &#8211; 12:00 น.)
การฝึกอบรมอีเบย์ภาคปฏิบัติ ลงมือขายจริง ครั้งที่ 9
31 กรกฏาคม 2552 (8:30 น. &#8211; 17:00 น.) และ 06 สิงหาคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและอีเบย์ ร่วมกันสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีไทยในการขยายตลาดให้ครอบคลุมทั่วโลก<br />
โดยใช้ระบบอีคอมเมิร์ซ เพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อมากกว่า 86 ล้านราย บนแพลทฟอร์มตลาดออนไลน์ของ<br />
อีเบย์ พิเศษ!สำหรับสมาชิกกรมฯ ยกเว้นค่าธรรมเนียมวางขายสินค้าบนอีเบย์ 100 รายการแรกสำหรับสมาชิก<br />
อีเบย์ใหม่ที่สมัครภายใต้โครงการ “เสริมพลังธุรกิจ SMEs ด้วยอีคอมเมิร์ซบนอีเบย์”<br />
<span id="more-139"></span></p>
<p>สัมมนาภาคทฤษฎี เสริมพลังธุรกิจ SMEs ด้วยอีคอมเมิร์ซกับ eBay<br />
22 กรกฏาคม 2552 (8:30 น. &#8211; 12:30 น.)</p>
<p>การฝึกอบรมอีเบย์ภาคปฏิบัติ ลงมือขายจริง ครั้งที่ 8<br />
30 กรกฏาคม 2552 (8:30 น. &#8211; 17:00 น.) และ 06 สิงหาคม 2552<br />
(8:30 น. &#8211; 12:00 น.)</p>
<p>การฝึกอบรมอีเบย์ภาคปฏิบัติ ลงมือขายจริง ครั้งที่ 9<br />
31 กรกฏาคม 2552 (8:30 น. &#8211; 17:00 น.) และ 06 สิงหาคม 2552<br />
(13:00 น. &#8211; 16:30 น.)</p>
<p>ลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการสัมมนาฟรี <a href="http://shopping.sanook.com/eBayDIP/workshop.php">ได้ที่นี่เลยครับ</a><br />
http://shopping.sanook.com/eBayDIP/workshop.php</p>
<p>ช้าหมด อดไม่รู้ด้วยนะครับ!!!</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://porpeangseller.com/?feed=rss2&amp;p=139</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สัมนาฟรีกับธนาคารกสิกร!!! วันที่ 20-29 กรกฎาคม 2552 นี้</title>
		<link>http://porpeangseller.com/?p=136</link>
		<comments>http://porpeangseller.com/?p=136#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2009 18:10:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PorpeangSeller</dc:creator>
				<category><![CDATA[Ebay Technic]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://porpeangseller.com/?p=136</guid>
		<description><![CDATA[มีเพื่อนๆส่งข่าวมาบอกครับ ว่าจะมีสัมนาฟรีในหัวข้อที่เกี่ยวกับ SME ครับ
ใครที่อยากพัฒนาความรู้เพื่อเอาไปต่อยอด เรียนเชิญไปสมัครเลยนะครับ
รายละเอียดการาสมัคร กดที่นี่
ขอบคุณคุณป็อบที่เอื้อเฟื้อข้อมูลครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีเพื่อนๆส่งข่าวมาบอกครับ ว่าจะมีสัมนาฟรีในหัวข้อที่เกี่ยวกับ SME ครับ<br />
ใครที่อยากพัฒนาความรู้เพื่อเอาไปต่อยอด เรียนเชิญไปสมัครเลยนะครับ</p>
<p>รายละเอียดการาสมัคร <a href="http://www.ksmecare.com/education_popup.aspx?ID=350">กดที่นี่</a></p>
<p>ขอบคุณคุณป็อบที่เอื้อเฟื้อข้อมูลครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://porpeangseller.com/?feed=rss2&amp;p=136</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&lt; ลอกการบ้านพาเจริญ ตอนที่ 4 &gt; ไอเดียสินค้าไว้ขายในอีเบย์ – “ลูกปิงปอง”</title>
		<link>http://porpeangseller.com/?p=130</link>
		<comments>http://porpeangseller.com/?p=130#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 May 2009 16:59:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PorpeangSeller</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไอเดียขายสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอะไรดี]]></category>
		<category><![CDATA[อีเบย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://porpeangseller.com/?p=130</guid>
		<description><![CDATA[
สำหรับใครที่ชอบเล่นกีฬาปิงปอง คงจะรู้ว่าต้องซื้อลูกปิงปองใหม่กันบ่อยแค่ไหน
ไหนจะตบกันจนลูกแตก, ไหนจะเผลอเหยียบ, ไหนจะเพื่อนยืมแล้วไม่คืน&#8230;..
ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาของนักปิงปองทั่วโลกนั้นแหล่ะครับ
แต่อย่างที่ผู้รู้กล่าวไว้, &#8220;ปัญหาคือโอกาส&#8221;
ดังนั้น เรามาขายลูกปิงปองในอีเบย์กันเถอะครับ!!!

เจ้าของการบ้านผู้โชคดี                    : ชาวมาเลเซีย
จำนวนฟีดแบ็คของเจ้าของการบ้าน       : 970+
สภานะนักขาย                     [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3651/3562874059_4c4b583ca2.jpg?v=0" title="มาขายลูกปิงปองกันเถอะ" class="alignnone" width="375" height="500" /><br />
สำหรับใครที่ชอบเล่นกีฬาปิงปอง คงจะรู้ว่าต้องซื้อลูกปิงปองใหม่กันบ่อยแค่ไหน<br />
ไหนจะตบกันจนลูกแตก, ไหนจะเผลอเหยียบ, ไหนจะเพื่อนยืมแล้วไม่คืน&#8230;..<br />
ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาของนักปิงปองทั่วโลกนั้นแหล่ะครับ<br />
แต่อย่างที่ผู้รู้กล่าวไว้, &#8220;ปัญหาคือโอกาส&#8221;<br />
ดังนั้น เรามาขายลูกปิงปองในอีเบย์กันเถอะครับ!!!<br />
<span id="more-130"></span></p>
<p>เจ้าของการบ้านผู้โชคดี                    : ชาวมาเลเซีย<br />
จำนวนฟีดแบ็คของเจ้าของการบ้าน       : 970+<br />
สภานะนักขาย                              : ดาวม่วง</p>
<p>รายละเอียดสินค้าก็มีดังนี้ครับ</p>
<p><strong><em>ชนิดสินค้า</em></strong><br />
ลูกปิงปองธรรมด้าธรรมดานี่แหล่ะครับ<br />
อย่างที่เกริ่นเอาไว้แล้วว่า ลูกปิงปองเป็นสิ่งที่ต้องมีการซื้อใหม่อยู่เรื่อยๆ ยิ่งพวกชอบเล่นปิงปองยิ่งต้องซื้อใหม่บ่อยหน่อย, แต่ให้ลูกแพงหรือถูก มันก็ต้องแตกเข้าซักวัน ขึ้นอยู่กับว่าช้าหรือเร็วเท่านั้น ดังนั้นจึงถือเป็นสินค้าที่ดี เพราะมีการซื้อใหม่อยู่เรื่อยๆ ทำให้เราสามารถขายได้เรื่อยๆเช่นกันครับ</p>
<p><strong><em>ราคาขาย</em></strong><br />
-	สำหรับผู้ขายรายนี้ ตั้งราคาขายอยู่ที่ 1.57$ ครับ โดยลูกค้าจะได้ลูกปิงปองไป 3 โหล (36ลูก) เยอะขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าจะอยู่ได้นานนะครับ ดีไม่ดีอาทิตย์กว่าๆก็แตกหมดแล้วครับ ขึ้นอยู่กับความซาดิสของผู้เล่นเป็นหลัก (ตบหนักแค่ไหน)</p>
<p><strong><em>ค่าส่งสินค้า</em></strong><br />
-	คิดค่าส่ง 6.65$ ตีเป็นเงินไทยก็ราวๆ 230 บาท , เห็นได้ชัดๆเลยครับว่า พยายามเอากำไรจากค่าส่ง  เพราะลูกปิงปอง 3 โหล มันคงจะหนักไม่กี่ขีด, แต่ก็ยังไม่โก่งค่าส่งเยอะมากหรอกครับ ยังพอรับได้</p>
<p><strong><em>จำนวนผู้เข้าร่วมประมูล</em></strong><br />
-	เป็นสินค้าขายขาดครับ เพราะคงต้องการจับตลาดคนที่อยากได้แล้วซื้อเลยมากกว่า เรียกว่าเห็นปุ๊ปซื้อปั๊บ ไม่ต้องรอหมดเวลาประมูล</p>
<p><strong><em>ความถื่ในการขาย</em></strong><br />
-	เท่าที่ดู เฉลี่ยขายได้วันล่ะ 1 เซ็ตนะครับ, วันไหนขายดีก็ขายได้ถึง 4-5 เซ็ต, นับว่าไม่เลวเลยครับ</p>
<p><strong><em>ความยากในการส่ง</em></strong><br />
-	คิดว่ายังอยู่ในเกณฑ์ง่ายครับ ผมคิดว่าใส่กล่องก็น่าจะโอเค เพราะต้องป้องกันการกดทับจนแตก, กรณีนี้ผมไม่คิดว่าจะห่อใส่ซองกระดาษหรอกครับ เกิดซองแตกระหว่างส่งคงสนุกพิลึก</p>
<p><strong><em>(เดา)กลุ่มลูกค้า</em></strong><br />
-	เห็นๆกันอยู่แล้วครับว่าเน้น ตลาดผู้เล่นปิงปอง, ถ้าราคาอยู่ในเกณฑ์ถูก ผมว่าผู้ซื้อก็คงไม่คิดมากหรอกครับ ของแบบนี้ มีเยอะๆถึงจะมันส์ ตบกันกระจาย ตบให้แตกเลยยิ่งดีเข้าไปใหญ่<br />
-	ผมคิดว่า ผู้ขายอาจจะได้ตลาดตลกๆอีกอันครับ, เพื่อนๆรู้จักปืนยิงลูกปิงปองมั้ยครับ? ยิงโดนไม่เจ็บ แต่ก็สนุกเหลือหลาย ถ้าเป็นกลุ่มผู้เล่นแบบนี้ล่ะก็ เขาไม่แคร์เกรดของลูกปิงปองหรอกครับ ไม่ต้องดีมากก็ได้ เน้นจำนวนและราคาถูกเป็นหลักครับ<br />
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 370px"><img alt="นี้ไงครับ, ปืนยิงลูกปิงปอง, เอามายิงเล่นกันคงสนุกน่าดู" src="http://farm4.static.flickr.com/3594/3563776544_d3df4e6b1b.jpg?v=0" title="ping pong gun" width="360" height="360" /><p class="wp-caption-text">นี้ไงครับ, ปืนยิงลูกปิงปอง, เอามายิงเล่นกันคงสนุกน่าดู</p></div></p>
<p><strong><em>การเขียนรายละเอียดสินค้า</em></strong><br />
-	เห็นได้ชัดว่า ผู้ขายระบุไว้ว่าเป็นของคุณภาพต่ำอย่างเห็นได้ชัดๆเลยครับ เพราะมีบอกไว้ชัดเจนว่า ไม่เหมาะกับการแข่ง,เหมาะสำหรับเล่นในบ้าน,เป็นของเล่นเด็ก/สัตว์<br />
-	รวมแล้ว เขาเขียนแค่ 4 บรรทัดเองครับ บอกสี บอกขนาด บอกรายละเอียด ก็จบแล้ว, ภาษาอังกฤษระดับประถมก็อธิบายได้แล้วครับ</p>
<p><strong><em>ความสำคัญของรูปถ่าย</em></strong><br />
-	แทบไม่มีความสำคัญ, ถ่ายรูปกองปิงปองชัดๆซัก 1 รูปก็พอแล้วครับ</p>
<p><strong><em>ข้อได้เปรียบ</em></strong><br />
-	ถ้าลูกค้าซื้อแล้วประทับใจ เขาก็อาจจะกลับมาซื้ออีก เพราะเป็นสินค้าที่ต้องซื้อซ้ำ ดังนั้นจึงมีโอกาศขายได้เรื่อยๆ , และลูกค้ากลุ่มที่ซื้อก็น่าจะไม่สนใจในคุณภาพสินค้า เรียกว่าห่วยหน่อยก็โอเค เพราะเน้นราคาถูก ดังนั้น เราก็น่าจะมีสิทธิขายได้เหมือนกันครับ </p>
<p><strong><em>ข้อด้อย</em></strong><br />
-	มีคู่แข่งประกาศขายอยู่ 600+, แต่เกือบทุกเจ้าราคาแทบไม่ต่างกันเลย คงเป็นเพราะไม่สามารถลดกำไรได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว ทำให้การโฆษณามีความยากอยู่พอสมควร เพราะอาจจะไม่สามารถสร้างความโดดเด่นจนลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อสินค้าของเราได้ครับ</p>
<p><strong><em>แนวทางการประยุกต์</em></strong><br />
-	 ตลาดกีฬาเป็นตลาดขนาดใหญ่พอสมควร ลูกค้าก็มีกำลังซื้อมาก เพราะไม่มีตังค์ก็คงเล่นกีฬาบางประเภทไม่ได้ ดังนั้นหากเราสามารถขยายผลิตภัณฑ์ทางกีฬาออกไป และพยายามสร้างบริการให้ดีจนลูกค้ากลับมาซื้ออีก ก็อาจจะสามารถสร้างรายได้แบบยังยืนได้ครับ<br />
-	อย่าลืมนะครับ ไอ้เจ้าลูกๆที่ใช้ในกีฬาแล้วพังจนต้องซื้อกันใหม่นี่ ไม่ได้มีแค่ลูกปิงปอง ยังมีลูกแบตฯ ลูกกอลฟ์ ลูกฯลฯ อีก ยังมีโอกาสทำตลาดอีกมากครับ<br />
-	การเข้าใจถึงศักยภาพแฝง &#8211; ของบางอย่างอาจจะไม่ได้เอามาใช้ในแบบที่มันควรจะเป็น เช่นเอาลูกปิงปองมาเป็นลูกกระสุนของปืนปิงปอง, เอามาให้หมากัดเล่น ไว้โยนแล้วสั่งให้ไปคาบ, เอาไปทำงานฝีมือแบบแปลก เหล่านี้เป็นวิธีการใช้งานที่คนขายอาจจะจินตนาการไม่ถึงถ้าไม่รู้จักหรือไม่เคยเล่น ยิ่งเป็นวิธีการใช้แบบแปลกๆเหล่านี้ ยิ่งต้องใช้ปริมาณของลูกปิงปองค่อนข้างมากด้วย จึงทำให้เราสามารถขายได้เยอะตามไปด้วยครับ</p>
<p>หวังว่าคงจะพอเป็นไอเดียในการหาสินค้ามาขายในอีเบย์ได้นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://porpeangseller.com/?feed=rss2&amp;p=130</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&lt; ลอกการบ้านพาเจริญ ตอนที่ 3 &gt; ไอเดียสินค้าไว้ขายในอีเบย์ – “มีหนังสือเก่าๆมาแลกหนังสือใหม่ๆมั้ย?”</title>
		<link>http://porpeangseller.com/?p=125</link>
		<comments>http://porpeangseller.com/?p=125#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 07:14:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>PorpeangSeller</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไอเดียขายสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอะไรดี]]></category>
		<category><![CDATA[อีเบย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://porpeangseller.com/?p=125</guid>
		<description><![CDATA[เปิดเทอมใหม่แล้วจ้า!!! มาหาค่าขนมกันดีกว่า!!!
น้องๆนักศึกษาที่มีหนังสือเรียนแพงๆ (Textbook)ของเทอมที่แล้ว และ ไม่ต้องใช้ต่อ
 แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปให้ใครที่ไหนดี? จะเอาไปขายซาเล้งก็ดูจะไม่ค่อยคุ้ม&#8230;.
ลองเอามาขายในอีเบย์ดูดีกว่าครับ!!! เผื่อจะได้ตังค์ซื้อเล่มใหม่ๆฟรีๆ อีกต่างหาก!!!

เจ้าของการบ้านผู้โชคดี                    : ชาวสิงค์โปร์
จำนวนฟีดแบ็คของเจ้าของการบ้าน    : 15,000+
สภานะนักขาย                     [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignnone" style="width: 402px"><img alt="ตำราเก่าอย่าปล่อยทิ้งไว้บนหิ้ง!! เอามาขายต่อกันดีกว่า!!!" src="http://farm4.static.flickr.com/3588/3555698589_1bb5e9323b.jpg?v=0" title="Testbook" width="392" height="382" /><p class="wp-caption-text">ตำราเก่าอย่าปล่อยทิ้งไว้บนหิ้ง!! เอามาขายต่อกันดีกว่า!!!</p></div>
<p>เปิดเทอมใหม่แล้วจ้า!!! มาหาค่าขนมกันดีกว่า!!!<br />
น้องๆนักศึกษาที่มีหนังสือเรียนแพงๆ (Textbook)ของเทอมที่แล้ว และ ไม่ต้องใช้ต่อ<br />
 แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปให้ใครที่ไหนดี? จะเอาไปขายซาเล้งก็ดูจะไม่ค่อยคุ้ม&#8230;.<br />
ลองเอามาขายในอีเบย์ดูดีกว่าครับ!!! เผื่อจะได้ตังค์ซื้อเล่มใหม่ๆฟรีๆ อีกต่างหาก!!!<br />
<span id="more-125"></span></p>
<p>เจ้าของการบ้านผู้โชคดี                    : ชาวสิงค์โปร์<br />
จำนวนฟีดแบ็คของเจ้าของการบ้าน    : 15,000+<br />
สภานะนักขาย                                : Yellow Shooting Start (99.1%)</p>
<p> รายละเอียดสินค้าก็มีดังนี้ครับ</p>
<p><strong><em>ชนิดสินค้า</em></strong><br />
-	เป็นหนังสือตำราเรียน หรือ Textbook ทั่วๆไปที่ใช้กันอยู่ตามมหาวิทยาลัยนั้นแหล่ะครับ ตอนสมัยผมเรียนอยู่นั้น ส่วนใหญ่ผมซื้อแบบซีร็อกเอาครับ เนื่องจากราคาถูก ใช้เทอมเดียวก็ทิ้ง ตกเล่มล่ะ2-300 บาทเอง แต่ถ้าซื้อเล่มจริงก็ปาเข้าไปเล่มล่ะหลายร้อยอยู่เหมือนกัน,แต่บางที ผมก็ถูกอาจารย์บางท่านบังคับให้ซื้อฉบับจริงเหมือนกันครับ เรียกว่าแล้วแต่ดวงครับ บางเทอมก็ได้ประหยัด บางเทอมก็จ่ายแพง แต่สุดท้ายแล้ว ผมจะซื้อก็แต่เล่มที่ผมเห็นว่าดีจริงๆเท่านั้นครับ เพราะหนังสือประเภทนี้ ถ้าเป็นเล่มที่ดีมากๆนั้น เขาสามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายจริงๆครับ เรียกว่าอ่านแบบไม่ต้องฟังครูสอนก็ยังได้เลย<br />
-	ผมขออธิบายสำหรับท่านที่ไม่เคยอ่าน Textbook ซักเล็กน้อย, ในประเทศไทยนั้น มหาวิทยาลัยชั้นนำในปัจจุปัน นิยมนำตำราจากเมืองนอกเข้ามาประกอบการเรียนการสอน ยิ่งถ้าเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษนั้น ต้องใช้เจ้า Textbook กันแทบทุกวิชา ไม่ว่าจะเป็นวิชาการตลาด การบริหาร จิตวิทยา ฯลฯและก็เป็นที่น่าแปลกว่า บางมหาวิทยาลัยนั้น มักจะนำ Textbook ของระดับปริญญาโท มาใช้สอนในระดับปริญญาตรีด้วย ด้วยความที่คนไทยอาจจะไม่ค่อยเห็นความสำคัญของตำรากันเท่าไร (เพราะอ่านไม่รู้เรื่องทั้งหมด) จึงมักจะทิ้งๆขว้าง หรือไม่ก็ส่งต่อให้รุ่นน้องได้ใช้ต่อเพื่อเป็นการประหยัด<br />
-	แต่สำหรับฝรั่งที่เป็นอาจารย์,นักวิชาการ หรือนักวิจัยนั้น ชอบที่จะเก็บสะสมตำราพวกนี้ไว้ประดับตู้ครับ ที่สำคัญคือ เขาไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่เขาอ่านมันด้วย เพราะตำราเหล่านี้ มักจะถูกแต่งโดยผู้มีชื่อเสียงและมีความเชี่ยวชาญสูงในสาขานั้นๆ จึงถือเป็นแหล่งข้อมูลที่ดี และ สามารถใช้อ้างอิงได้ในอนาคตด้วยครับ</p>
<p><strong><em>ราคาขาย</em></strong><br />
-	มีตั้งแต่ 50-70 เหรียญ, ที่แพงๆหน่อย ก็สามารถขายได้ประมาณ 80-90 เหรียญครับ</p>
<p><strong><em>จำนวนผู้เข้าร่วมประมูล</em></strong><br />
-	มักเป็นราคาขายขาด (BIN-Buy it now) ซะเป็นส่วนใหญ่ครับ คนขายคงคิดว่าไม่รู้จะประมูลไปทำไม ยังไงก็คงไม่มีใครมาประมูลแข่งอยู่แล้ว ถือเป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นต้องประมูลแข่งขันกันครับ</p>
<p><strong><em>ค่าส่งสินค้า</em></strong><br />
-	ด้วยกฏของอีเบย์, ทำให้คิดค่าส่งได้ไม่เกิน 4 เหรียญเท่านั้นครับ</p>
<p><strong><em>ความถื่ในการขาย</em></strong><br />
-	วันธรรมดาขายได้เฉลี่ย 2-4 เล่ม, แต่วันเสาร์อาทิตย์นั้น ขายได้มากกว่า15-20 เล่มเลยทีเดียว</p>
<p><strong><em>ความยากในการส่ง</em></strong><br />
-	ถือว่าง่ายมากๆ เพราะไม่ต้องกลัวแตก, ห่อพลาสติกดีๆ แล้วใส่ซองกระดาษยังได้เลยครับ</p>
<p><strong><em>(เดา)กลุ่มลูกค้า</em></strong><br />
-	กลุ่มคนที่ต้องการ Textbook นั้น, ก็อาจจะเป็น นักวิชาการ, อาจารย์, นักวิจัย ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้นั้น มีกำลังในการซื้ออยู่พอสมควรเลยทีเดียว จึงทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ, และก็อาจจะมีบรรดานักเรียน นักศึกษาในต่างประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมายด้วย ซึ่งถ้าดูๆแล้วก็ถือว่ามีตลาดขนาดใหญ่และมีกำลังซื้ออยู่พอสมควรเลยทีเดียว</p>
<p><strong><em>การเขียนรายละเอียดสินค้า</em></strong><br />
-	แทบจะลอกเอาจากข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเลยครับ รายของเจ้าของการบ้านนี้ ลอก Review มาจากอเมซอนเลยด้วยซ้ำ ถือเป็นสินค้าที่สามารถเขียนรายละเอียดได้ง่ายมากๆ</p>
<p><strong><em>ความสำคัญของรูปถ่าย</em></strong><br />
-	ไม่ค่อยสำคัญเท่าไร มีแค่รูปหน้าปกก็พอครับ ส่วนมาก ลูกค้าเขารู้อยู่แล้วว่า เขาอยากจะซื้อเล่มไหน ดังนั้นขอแค่ตรงปกที่เขาต้องการก็โอเคแล้วครับ</p>
<p><strong><em>ข้อได้เปรียบ</em></strong><br />
-	อายุสินค้าค่อนข้างนาน เก็บได้ไม่เน่าไม่เสีย,ยกเว้นแต่ว่ามีการออกพิมพ์ปรับปรุง(New Edition) จึงจำทำให้เล่มเก่าขายไม่ออกครับ การส่งไปหาลูกค้าก็ง้ายง่าย ไม่ต้องกลัวตกแตก ชำรุดเสียหายด้วย</p>
<p><strong><em>ข้อด้อย</em></strong><br />
-	ต้องทำการบ้านพอสมควรว่า หนังสือเล่มไหนที่เป็นที่ต้องการของตลาด, หนังสือบริหารเหมือนกัน แต่ก็อาจจะขายดีไม่เหมือนกันก็ได้ครับ เพราะขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของผู้แต่งด้วย ดังนั้นก็ควรศึกษาก่อนว่า จะวางขายเล่มไหนดี ถ้าไม่ค่อยมีความรู้ ก็อาจจะต้องลองวางขายแบบปูพรมเลยครับ คือวางสินค้าให้หลากหลายมากที่สุดเอาไว้ก่อน แต่จะเปลืองเงินลงทุนพอสมควร</p>
<p> <strong><em>แนวทางการประยุกต์</em></strong><br />
-	ผมอยากให้น้องๆนักศึกษาได้รู้ถึงข้อได้เปรียบของตัวเองครับ ว่าของบางอย่างอยู่ใกล้ๆตัวแค่นี้เอง แต่สามารถขายได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะหนังสือที่ต้องใช้ในมหาวิทยาลัยส่วนมากนั้น ก็ผ่านการคัดกรองมาเป็นอย่างดีว่าเป็นตำราที่ดี ดังนั้น แม้จะขายอย่างงูๆปลาๆ ก็น่าจะขายออก และถ้าน้องๆลองต่อยอดโดยทำการศึกษาให้มากขี้นว่า ตำราไหนที่น่าจะขายดี ผู้แต่งคนไหนที่มีชื่อเสียง น้องๆก็อาจจะซื้อตำราเหล่านั้นมาวางขายในอีเบย์ได้ด้วยครับ ของอย่างนี้ พวกนักศึกษาจะรู้ดีครับว่า จะต้องไปซื้อที่ไหนถึงจะได้ถุก จริงมั้ยครับ?<br />
-	ยังมีของอีกหลายอย่างที่นักศึกษาใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเมื่อเลิกใช้แล้ว ก็อาจจะนำมาขายต่อได้, จริงอยู่ว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบซื้อตำราที่เป็นของใหม่ แต่ก็ใช่ว่าของใช้แล้วจะไม่มีใครซื้อ, หากเราใช้ตำราอย่างดี ไม่ยับเยินมาก เมื่อเราขายแบบของใช้แล้วในราคาถูก ก็ย่อมจะมีโอกาศขายออกเหมือนกันครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://porpeangseller.com/?feed=rss2&amp;p=125</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
