<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearch/1.1/" xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:gd="http://schemas.google.com/g/2005" xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0"><channel><atom:id>tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401</atom:id><lastBuildDate>Mon, 28 Nov 2011 00:53:38 +0000</lastBuildDate><category>อาการ ผู้ติดไวรัส ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์เม็กซิโก (H1N1)</category><category>ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009</category><category>ป่วยหวัดใหญ่2009ทั่วโลก</category><category>H1N1</category><category>ผู้ติดเชื้อในไทย</category><category>วิธีป้องกัน</category><category>การป้องกันโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก (ไข้หวัดหมู</category><category>H1N1 FLU</category><category>A-H1N1</category><category>คนไทยเสียชีวิต</category><category>ข่าว  H1N1</category><category>การแพร่ระบาดสู่มนุษย์</category><category>คนไทยป่วยไข้หวัอใหญ่ 2009</category><category>ยอดติดเชื้อ</category><category>การแพร่ระบาด</category><category>ผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่</category><category>อาการ จาก ไข้หวัดใหญ่</category><category>การรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก (ไข้หวัดหมู</category><category>สกัดการแพร่กระจายของไข้หวัดใหญ่</category><category>ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก-H1N1 คืออะไร</category><category>ผู้ป่วยหวัดใหญ่2009ทั่วโลก</category><category>มาตรการพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อม</category><category>ยอดผู้เสียชีวิต</category><category>ไข้หวัดใหญ่ 2009</category><category>องค์การอนามัยโลก</category><category>ภูมิต้านทานไข้หวัดใหญ่ 2009</category><category>การแพร่กระจายของโรค  ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก (ไข้หวัดหมู</category><category>H1N1)</category><title>ข่าว  ไข้หวัดใหญ่ H1N1</title><description>บริการข้อมูล และการป้องกัน ไข้หวัดใหญ่ A-H1N1, ไข้หวัดใหญ่ 2009 
,ไข้หวัดหมู ,ไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์เม็กซิโก ไข้หวัดใหญ่ 2009 ในประเทศไทย</description><link>http://the-h1n1.blogspot.com/</link><managingEditor>noreply@blogger.com (Social Media News)</managingEditor><generator>Blogger</generator><openSearch:totalResults>37</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/H1n1A" /><feedburner:info uri="h1n1a" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><feedburner:emailServiceId>H1n1A</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname>http://feedburner.google.com</feedburner:feedburnerHostname><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-1286707967839526735</guid><pubDate>Sun, 15 Nov 2009 20:04:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-11-15T12:07:11.767-08:00</atom:updated><title>สาธารณสุขยะลาเตือนภัย 6 โรคมากับน้ำท่วม</title><description>&lt;a href="http://www.voicepeace.org/index.php?option=com_content&amp;amp;view=article&amp;amp;id=421%3A-6-&amp;amp;catid=74%3A2009-11-06-23-39-56&amp;amp;lang=en"&gt;สาธารณสุขยะลาเตือนภัย 6 โรคมากับน้ำท่วม&lt;/a&gt;: "นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลาเตือนประชาชนระวังภัย 6 โรคตามมาภายหลังน้ำท่วม ‘โรคฉี่หนู อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ โรคตับอักเสบ ตาแดงและไข้เลือดออก’ สั่งการให้ทุกเครือข่ายบริการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รักษาฟรี และให้ความรู้การป้องกันโรคแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายแพทย์สวัสดิ์  อภิวัจนีวงศ์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า   จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดยะลา พบน้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอยะหา  รามัน กรงปินัง   ธารโต  บันนังสตา และอำเภอเมืองยะลา จึงได้สั่งการให้เครือข่ายบริการในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมเฝ้าระวังโรคติดต่อที่มากับน้ำท่วมและ ภายหลังน้ำลด โดยเน้น 6 โรคที่พบได้บ่อย     ได้แก่ โรคฉี่หนูหรือโรคเลปโตสไปโรซิส     อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์   โรคตับอักเสบ    ตาแดง      และไข้เลือดออก  และให้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการผู้ประสบภัยฟรีพร้อมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดโรค และป้องกันการเสียชีวิตหลังเจ็บป่วย    ซึ่งเครือข่ายสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งในจังหวัด   ได้เตรียมความพร้อมด้านเวชภัณฑ์  ยา   สำหรับดูแลผู้ประสบภัย อย่างครบถ้วนเพียงพอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
alt&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา ยังกล่าวเตือนและขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังอีกว่า ห้ามถ่ายอุจจาระหรือทิ้งขยะลงน้ำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้น้ำสกปรก เสี่ยงเกิดโรคระบาดได้ง่ายโดยเฉพาะโรคที่ติดต่อทางอาหารและน้ำ เช่น ไทฟอยด์ อหิวาตกโรค โรคตับอักเสบ รวมทั้งโรคตาแดง   หากส้วมใช้การไม่ได้   ขอให้ถ่ายอุจจาระลงถุงดำหรือถุงพลาสติก  หรือที่เรียกว่าส้วมมือถือ และทิ้งขยะลงในถุงดำหรือถุงพลาสติก และมัดปากถุงให้มิดชิดป้องกันแมลงวันตอม ก่อนนำไปทำลาย   อีกทั้งสิ่งที่ผู้ประสบภัยขาดแคลนในช่วงที่มีน้ำท่วมขัง ก็คือน้ำดื่ม น้ำใช้ จึงขอให้ดื่มน้ำบรรจุขวดที่มีตราอย.หรือดื่มน้ำต้มสุก กินอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ส่วนน้ำใช้นั้น สามารถนำน้ำท่วมมาปรับสภาพให้สะอาดและใช้ได้ โดยใช้สารส้มและคลอรีนเม็ด ใช้กับน้ำ 1 โอ่งมังกรใหญ่    โดยใช้สารส้มแกว่งน้ำให้ตกตะกอนก่อน และใส่คลอรีนเม็ด 1 เม็ด เพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำ    จะทำให้น้ำสะอาดเท่าน้ำประปา อีกทั้ง ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด โดยจะต้องสวมรองเท้าเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลจากการเหยียบเศษวัสดุของมีคม ทำให้เป็นทางเข้าของเชื้อโรคได้ โดยเฉพาะโรคฉี่หนู&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายแพทย์สวัสดิ์กล่าวอีกว่านอกจากโรคระบาดดังกล่าวแล้ว   เรื่องอุบัติเหตุ อุบัติภัย ก็ควรระมัดระวังเช่นกัน       ได้แก่การป้องกันกระแสไฟฟ้าดูด จากปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกชื้น  อันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมลงป่อง ที่อาจจะหนีน้ำมาหลบอยู่ในบริเวณบ้าน รวมทั้งการลื่นล้มและการพลัดตกน้ำจมน้ำ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ชอบเล่นน้ำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงต้องระมัดระวังคอยดูแลเป็นพิเศษ."&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-1286707967839526735?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/GFyzCfHUjWs" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/GFyzCfHUjWs/6.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/11/6.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-1967580014009412249</guid><pubDate>Fri, 14 Aug 2009 13:20:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-08-14T06:21:04.327-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">วิธีป้องกัน</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">การป้องกันโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก (ไข้หวัดหมู</category><title>9 วิธีง่ายๆ ที่จะดูแลตัวเองให้พ้นจากไข้หวัด 2009 และช่วยลดการระบาด</title><description>9 วิธีง่ายๆ ที่จะดูแลตัวเองให้พ้นจากไข้หวัด 2009 และช่วยลดการระบาด       &lt;br /&gt;1.วิธีที่ง่าย ที่สุดคือ หลีกเลี่ยงโอกาสเสี่ยงต่างๆ เช่น สถานที่แออัด โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า หรือจะเรียกว่า ปฏิบัติการอยู่บ้าน ต้านหวัด ก็ได้ นอกจากนั้นแล้วก็ต้องล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ระมัดระวังในการแตะต้องสิ่งของที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ เช่น อาจจะหาดินสอแท่งเล็กๆ ไว้สำหรับกดลิฟท์โดยเฉพาะ แต่ระวังอย่านำดินสอแท่งนั้นมาสัมผัสหน้าหรือนำเข้าปาก หรืออาจใช้ข้อศอกผลักประตูแทนการใช้มือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. หลีกเลี่ยงการจับมือ การทักทายด้วยการจุมพิต หรือกิจกรรมทางสังคมอื่นๆที่อาจต้องสัมผัสกับผู้อื่นอย่างใกล้ชิด เช่น งานเต้นรำ การกอดรัดแนบชิด เป็นต้นที่สำคัญหลีกเลี่ยงการเอามือจับจมูก ปาก ขยี้ตา อันเป็นโอกาสนำเชื้อที่อาจอยู่ที่มือเราเข้าไปสู่ร่างกายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ไม่สูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะยิ่งทำให้คุณมีโอกาสเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายขึ้น และอาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. เมื่อกลับถึงบ้าน ล้างมือ อาบน้ำ สระผมทันที ก็มีส่วนช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ช่วยลดการระบาดด้วยการระมัดระวังเรื่องสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจเมื่ออยู่ ร่วมกับผู้คน (เช่น การไอหรือจาม) ถ้าไม่มีผ้าปิดปาก ให้ไอหรือจามใส่แขนเสื้อท่อนบน ก็จะช่วยให้เชื้อโรคอยู่เฉพาะบริเวณนั้น ไม่แพร่กระจายไปยังผู้อื่น (ไม่ใช้มือปิดปากเวลาไอหรือจาม เพราะมือจะเป็นตัวแพร่เชื้อโดยการสัมผัสต่อๆไป)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. ล้างมือให้สะอาดหลังจากไอหรือจาม หรือหลังจากจับต้องสิ่งของที่อาจจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อโดยผู้ที่ใช้ก่อน เรา แล้วเช็ดมือให้แห้งด้วยกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วทิ้งเลย หลีกเลี่ยงการเช็ดมือกับผ้าที่ใช้ต่อๆ กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. ใช้กระดาษทิชชูเวลาที่ต้องการสั่งน้ำมูก และทิ้งเมื่อไม่ใช้แล้ว และล้างมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. หากใช้หน้ากากอนามัย ควรทิ้งหลังจากที่ใช้แล้วและล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังถอดหน้ากากอนามัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.flu2009thailand.com&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-1967580014009412249?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/-eRxwL9SENw" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/-eRxwL9SENw/9-2009.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/08/9-2009.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-4869400861904134213</guid><pubDate>Tue, 04 Aug 2009 19:08:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-08-04T12:10:18.811-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">อาการ จาก ไข้หวัดใหญ่</category><title>อาการ จาก ไข้หวัดใหญ่</title><description>&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;1.ไข้หวัดใหญ่ที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน ระยะฟักตัว 1-4วัน โดยเฉลี่ย 2 วัน &lt;br /&gt;ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียอย่างฉับพลัน  เบื่ออาหาร คลื่นไส้   ปวดศีรษะอย่างรุนแรง  ปวดตามแขนขา ปวดข้อ ปวดรอบตา ไข้สูง 39-40 ํ c  เจ็บคอและคอแดงมีน้ำมูกใสไหล ไอแห้งๆ  ตามตัวจะร้อน แดง ตาแดง อาการอาเจียน  หรือท้องเดิน ไข้เป็น 2-4 วันแล้วค่อยๆลดลงแต่อาการคัดจมูก  และแสบคอยังคงอยู่โดยทั่วไปจะหายใน 1 สัปดาห์ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;      2.สำหรับรายที่เป็นรุนแรงมักเกิดในผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังอยู่ก่อนมักจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่ระบบอื่นด้วยเช่น &lt;br /&gt;อาจพบการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก หรืออาการหัวใจวาย  ผู้ป่วยจะเหนื่อยหอบ ระบบประสาท พบเยื่อหุ้มสมองอักเสบ  และสมองอักเสบผู้ป่วยจะปวดศีรษะมาก และซึมลง ระบบหายใจ มีหลอดลมอักเสบ  และปอดบวมผู้ป่วยจะแน่นหน้าอก และเหนื่อย โดยทั่วไปไข้หวัดใหญ่มักจะหายในไม่กี่วัน  แต่ก็มีผู้ป่วยบางรายมีอาการไอ และปวดตามตัวนาน 2 สัปดาห์  ส่วนผู้ที่เสียชีวิตมักจะเกิดจากปอดบวม และโรคหัวใจหรือโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่  &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลจาก : Siamhealth.net&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-4869400861904134213?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/jHxSMZdjK5s" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/jHxSMZdjK5s/blog-post.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/08/blog-post.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-5404462910979544839</guid><pubDate>Sat, 01 Aug 2009 03:10:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-07-31T20:12:02.953-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ภูมิต้านทานไข้หวัดใหญ่ 2009</category><title>ทานกล้วยน้ำว้า ก่อภูมิต้านทานไข้หวัดใหญ่ 2009</title><description>&lt;p&gt;กล้วยน้ำว้าเสริมภูมิต้านหวัด09 (ไอเอ็นเอ็น)          สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ เผย พุงทะลายและกล้วยน้ำว้าเสริมภูมิคุ้มกันต้านไข้หวัด09 ระบุ มีคุณสมบัติไม่แตกต่างจากฟ้าทะลายโจร          นางฉันทรา พูนศิริ นักวิชาการฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า วว.ได้ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาพืชสมุนไพรที่สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ และโดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009           โดยได้ศึกษาสารอาหารจากพืชผัก ผลไม้ สมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน จำนวน 20 ชนิด ได้แก่ แครอท ถั่วเหลือง เม็ดแมงลัก โดยนำมาทดสอบฤทธิ์กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวของมนุษย์ พบว่า สารสกัดพุงทะลายและกล้วยน้ำว้า มีคุณสมบัติเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้จริง เนื่องจากมีสารบางชนิดกระตุ้นเม็ดเลือดขาว ชนิดไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งสามารถจับและทำลายเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียได้ทันที รวมทั้งยังต้านการอักเสบที่เกี่ยวเนื่องกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน ความเป็นพิษกึ่งเรื้อรัง และฤทธิ์การก่อกลายพันธุ์ พบว่า พืชผักดังกล่าวมีความปลอดภัยต่อการบริโภค           นักวิจัยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทีมวิจัยได้สกัดสารสำคัญของพุงทะลาย และกล้วย โดยนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดเม็ด โดยได้จดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท ศรีสิงหรา จำกัด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างขอจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนจะจำหน่ายเชิงพาณิชย์ต่อไป ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติไม่แตกต่างจากฟ้าทะลายโจร เพียงรับประทานวันละ 1 เม็ด ก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายได้  &lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขอขอบคุณข้อมูลจาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;INN&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-5404462910979544839?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/zfOho8QSMzc" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/zfOho8QSMzc/2009_31.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/07/2009_31.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-441340158334058005</guid><pubDate>Wed, 29 Jul 2009 17:53:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-07-29T10:57:46.091-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ยอดผู้เสียชีวิต</category><title>ผู้ติดหวัด 2009 ชาวไทยเสียชีวิตแล้ว 65 ราย</title><description>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองปลัดฯสธ. ระบุ ผู้ติดหวัด 2009 ชาวไทยเสียชีวิตแล้ว 65 ราย โดย 41  ราย เป็นผู้อยู่กลุ่มเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง อีก 24 ราย  เป็นผู้ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนใหญ่เข้ารับการรักษารพ.ล่าช้า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(29ก.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข  นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ  ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา โรงพยาบาลศิริราช พญ.สยมพร ศิรินาวิน  ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ศาสตราจารย์ นพ.ยง ภู่วรวรรณ  ศูนย์ไวรัสวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และรศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์  แพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ  แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์&lt;strong&gt;ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น  1 &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;โดยนพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า สำนักระบาดวิทยารายงานข้อมูลรอบสัปดาห์ตั้งแต่วันที่  22-28 กรกฎาคม 2552 มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 65 ราย ใน 27 จังหวัด แยกเป็นภาคกลาง 13  จังหวัด ภาคอีสาน 6 จังหวัด ภาคเหนือ 4 จังหวัด และภาคใต้ 4 จังหวัด หญิง 30 ราย  ชาย 35 ราย พบทุกกลุ่มอายุ โดย 41 ราย  เป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง มากที่สุดคือ  โรคหัวใจและหลอดเลือด 14ราย เบาหวาน 9 ราย อ้วนน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม 9  ราย โรคปอดหรือสูบบุหรี่จัด 7 ราย ไตวายเรื้อรัง 6 ราย กินยากดภูมิต้านทาน 4 ราย  โรคระบบเลือดและตั้งครรภ์ อย่างละ 3 ราย โรคตับและพิการแต่กำเนินอย่างละ 2 ราย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ในส่วนของผู้เสียชีวิตที่เหลืออีก 24 ราย ที่เป็นผู้ไม่มีโรคประจำตัว  ส่วนใหญ่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลล่าช้า หลังป่วยแล้วถึง 6 วัน  ทำให้การให้ยาต้านไวรัสไม่ได้ผลดี สำหรับข่าวที่ว่ามีผู้เสียชีวิต 66 รายนั้น  ผู้ป่วยไม่ได้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ แต่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย  ต่อมาโรงพยาบาลรามาธิบดีได้มีการประชุมและแจ้งให้ทราบ  กระทรวงสาธารณสุขจึงขึ้นทะเบียนผู้เสียชีวิตยืนยันเพียง 65 รายเท่านั้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ทั้งนี้  มาตรการลดผู้ป่วยหนักและลดการเสียชีวิตจากโรค&lt;strong&gt;ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ  &lt;/strong&gt;กระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการตามคำแนะนำของ  คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับ ชาติ  ซึ่งมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นประธาน  เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ โดย  1.เร่งให้ความรู้กับแพทย์ทุกคนในการดูแลรักษาตามแนวทางการรักษาพยาบาลผู้  ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และ  2.กระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ให้คลินิกทั่วประเทศ ตามมาตรฐานการดำเนินงาน 8  ข้อ ดังนี้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;1.คลินิกทั่วประเทศจะต้องมีแพทย์เป็นผู้ดูแลและเป็นผู้สั่งจ่ายยาได้ เท่านั้น  2.คลินิกจะต้องจัดส่งรายงานหลักฐานการจ่ายยาและอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ ยา  ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือกระทรวงสาธารณสุขทุกวัน  3.คลินิกจะต้องมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อในคลินิกทุกแห่ง  4.คลินิกที่ต้องการมียาต้านไวรัสไว้ในคลินิก  จะต้องสมัครเข้าร่วมโครงการและแพทย์ในคลินิกทุกคนจะต้องได้รับการอบรม  และประเมินความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอ  5.ให้คลินิกมีการส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาล  6.คลินิกควรมีกลไกในการติดตามผู้ป่วยทุกรายหลังการรักษา  7.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจัดระบบการตรวจสอบคลินิกที่เข้าร่วมโครงการ  ทั้งในเรื่องมาตรฐานการดูแลรักษา การสั่งจ่ายยา  การป้องกันการติดเชื้อในคลินิกทุกเดือน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;8.คลินิกที่เข้าร่วมโครงการ  จะต้องปฏิบัติตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด  เนื่องจากโรคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในบ่ายวันนี้  กระทรวงสาธารณสุขจะจัดส่งมาตรการดังกล่าว ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ  นำไปให้คลินิกทุกแห่งในพื้นที่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สำหรับปัญหาการดื้อยาต้านไวรัสโอเซลทามีเวียร์ ขณะนี้พบ 5 ราย ใน 4 ประเทศ คือ  ญี่ปุ่น 2 ราย แคนาดา เดนมาร์ค และฮ่องกง แห่งละ 1 ราย แต่ยังไม่พบในไทย  การดื้อยาดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกประเทศต้องเฝ้าระวังการใช้ยาอย่าง ใกล้ชิด  และให้ยาอย่างระมัดระวังอย่างที่สุด  โดยใช้รักษาผู้ป่วยเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส  จะไม่ใช้เพื่อป้องกันเพราะไม่ได้ผล ซึ่งในประเทศไทย ยานี้จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ  ไม่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป มีเฉพาะในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน  และคลินิกที่เข้าโครงการเท่านั้น  อย่างไรก็ตามประเทศที่มีการดื้อยาก็ยังคงใช้ยาตัวเดิม  ขณะเดียวกันต้องมีการสำรองยาต้านไวรัสคือ ยาซานามิเวียร์ (Zanamivir)  สำหรับเชื้อดื้อยา เป็นยาตัวที่ 2 ตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้  ซึ่งไทยได้สั่งซื้อจำนวน 20,000 ชุดใช้งบประมาณทั้งหมด 9 ล้านบาท&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นอกจากนั้น รัฐบาลได้อนุมัติให้กระทรวงสาธารณสุข  เพิ่มขีดความสามารถของห้องไอซียูในการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤต  โดยเพิ่มเครื่องช่วยหายใจชนิดพิเศษ ให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั่วประเทศ รวม 210 เครื่อง  เป็นเครื่องสำหรับผู้ใหญ่ 180 เครื่อง และสำหรับเด็ก 30 เครื่อง ใช้งบประมาณ 180  ล้านบาท เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สำหรับการดูแลในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีประมาณปีละ 800,000 คน ได้ให้ อสม.  ออกแนะนำและคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยทุกหมู่บ้าน/ชุมชน ประมาณ 80,000 แห่ง  สำหรับสถานพยาบาล ให้ปรับการนัดตรวจครรภ์ให้ห่างขึ้น  เพื่อลดความเสี่ยงรับเชื้อในโรงพยาบาลเมื่อมาฝากครรภ์  และจัดระบบเยี่ยมบ้านหรือติดตามอาการทางโทรศัพท์อย่างทั่วถึง  ในส่วนของหอผู้ป่วยทุกแห่ง ขอให้ผู้ที่เป็นไข้หวัดงดเยี่ยมผู้ป่วยเป็นการชั่วคราว  เพื่อป้องกันการแพร่ไปสู่ผู้ป่วย ซึ่งมีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว  โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ เด็กอ่อน ผู้สูงอายุ  ควรหลีกเลี่ยงการไปเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล เพราะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;From:&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_pIHLKYHmaPc/SnCNdDb9PxI/AAAAAAAAANk/o6-V5SAAcK8/s1600-h/kom.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 120px; height: 41px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_pIHLKYHmaPc/SnCNdDb9PxI/AAAAAAAAANk/o6-V5SAAcK8/s320/kom.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5363942686476549906" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-441340158334058005?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/hm6y1j5UTrU" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/hm6y1j5UTrU/2009-65.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><media:thumbnail xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" url="http://4.bp.blogspot.com/_pIHLKYHmaPc/SnCNdDb9PxI/AAAAAAAAANk/o6-V5SAAcK8/s72-c/kom.jpg" height="72" width="72" /><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/07/2009-65.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-5859101605118121589</guid><pubDate>Mon, 27 Jul 2009 14:55:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-07-27T07:59:54.929-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ยอดติดเชื้อ</category><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ไข้หวัดใหญ่ 2009</category><title>เมืองผู้ดี ยอดติดเชื้อ หวัดใหญ่ 2009 พุ่ง - ยอดขายหน้ากากก็พุ่ง</title><description>&lt;div style="FLOAT: left; MARGIN-RIGHT: 10px"&gt;&lt;img src="http://img.ryt9.com/images/infoquest.gif" border="0" /&gt;&lt;/div&gt; &lt;h2&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: 16px; font-weight: normal; "&gt;      สำนักข่าวอินโฟเควสท์ --   ร้านขายยาในอังกฤษเปิดเผยว่า หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ  และเจลฆ่าเชื้อแบคทีเรียขายดีเป็นอย่างมาก  หลังจากที่อังกฤษพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  รายใหม่เป็นจำนวนมากถึงกว่า 1 แสนรายในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว  ร้านขายยาบางแห่งถึงกับต้องบอกให้ลูกค้ารออีกหลายสัปดาห์เนื่องจากของในสต็อกหมดเกลี้ยง &lt;/span&gt;&lt;/h2&gt; &lt;div class="banner-336x280-NF"&gt;  ผู้ช่วยของร้านซาฟาช  ฟาร์มาซีในกรุงลอนดอน กล่าวว่า ตอนนี้ ประชาชนรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก  ทำให้ทุกคนต่างวิ่งหาเครื่องวัดอุณหภูมิ หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ &lt;/div&gt;          อังกฤษเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากไข้หวัดใหญ่ 2009  มากที่สุดรองจากเม็กซิโกและสหรัฐที่พบผู้ติดเชื้อมากกว่า ล่าสุด  อังกฤษมีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่แล้ว 26 ราย  รัฐบาลได้ตั้งบริการโทรสายด่วนขึ้นมาเพื่อให้ความรู้และช่วยเหลือประชาชนเรื่องการขอใบสั่งยาต้านไวรัส  ซีเอ็นเอ็นรายงาน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-5859101605118121589?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/SaCW5iSD_24" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/SaCW5iSD_24/2009.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/07/2009.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-8747695273139997906</guid><pubDate>Thu, 09 Jul 2009 06:12:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-07-08T23:18:36.744-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ไข้หวัดใหญ่ 2009</category><title>ไทยสังเวย 12 ชีวิต เหยื่อไข้หวัดใหญ่ 2009</title><description>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.ค.) พล.ต.ท.นพ.สมยศ ดีมาก นายแพทย์ใหญ่รพ.ตำรวจเปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 เสียชีวิตเป็นรายที่ 12 โดยผู้ป่วยรายนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางนา อายุ 52 ปี เสียชีวิตตั้งแต่เวลา 19.30 น. วานนี้ (8 ก.ค.)  &lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายนี้มีประวัติไตวายเรื้อรัง โดยเข้ารับการเปลี่ยนไตเมื่อ 8 ปีที่แล้ว และกินยากดภูมิคุ้มกันมาโดยตลอด ทั้งนี้ได้เข้ารับการรักษาอาการไข้หวัดที่รพ.ตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;img src="http://www.2tik.com/news.gif" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-8747695273139997906?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/wgSe0pJ_viM" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/wgSe0pJ_viM/12-2009.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/07/12-2009.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-8295973931284345626</guid><pubDate>Tue, 07 Jul 2009 10:12:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-07-07T03:14:05.277-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ไข้หวัดใหญ่ 2009</category><title>แพทย์ร่อน จม.เปิดผนึก แย้ง ก.สาธารณสุข ส่งสัญญานผิดเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ (2009 swine flu)</title><description>6 กค.2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    เรียน สื่อมวลชนทุกท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    การ ที่กระทรวงสาธารณสุขบอกว่า การป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น สามารถทำได้ 3 อย่างคือ กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง และหมั่นล้างมือ เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    เป็น การส่งข่าวสารที่ไม่ครบถ้วนไปสู่ประชาชน ทำให้ประชาชนไม่สามารถระมัดระวังป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ 2009 และไม่สามารถควบคุมไม่ให้ผู้ป่วย แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ (ดังจะเห็นได้จากการมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากมาย ตัวเลขที่กระทรวงบอกว่า มีกี่รายนั้น อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะโรงพยาบาลไม่ได้ตรวจคัดกรอง หรือยืนยันว่าใครเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่ ทุกๆ คน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ทั้ง นี้ เพราะไวรัสไข้หวัดใหญ่นั้น จะทำให้เกิดอาการเหมือนไข้หวัดทั่วไป คือ มีไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล (เด็กๆ ก็จะมีทั้งน้ำมูก น้ำลายไหล)ใน น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ของผู้ป่วยเป็นไข้ไหวัดใหญ่ จะมีเชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่มาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    เมื่อ คนเป็นหวัดไอ หรือจาม โดยไม่ใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูก ก็จะทำให้มีเชื้อไวรัสแพร่กระจายออกมากับ ละอองน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ ที่ไอ จาม หรืออาเจียนออกมา โดยละอองน้ำมูก น้ำลาย ฯลฯ ต่างๆ นี้ ก็จะมีเชื้อไวรัสปนออกมา ล่องลอยอยู่ในอากาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    คน ที่อยู่ใกล้ชิด ที่หายใจเอาละอองน้ำมูกน้ำลาย ฯลฯ ของผู้ป่วย ก็จะได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปในทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ส่วน การที่ละอองน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ที่หลั่งออกมาจากผู้ป่วย และแพร่กระจายโดยการไอหรือจาม ก็อาจจะแห้ง กลายเป็นละอองเล็กๆ ล่องลอยในอากาศ ผู้ที่สูดหายใจเอาละอองแห้งนี้เข้าไป ก็อาจติดหวัดได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ฉะนั้น การป้องกันไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไม่ว่าสายพันธุ์ใด จึงควรป้องกันการแพร่กระจาย โดยกาป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยไอ จาม สั่งน้ำมูก น้ำลาย เลอเทอะไปทั่ว โดยการใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูกเวลาไอ หรือจาม เพื่อไม่ให้ผู้ป่วย แพร่เชื้อไปยังผู้อื่นโดยปล่อยละอองน้ำมูก น้ำลาย ไปในอากาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ส่วน ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสแล้ว แต่ยังไม่มีอาการไข้หวัด (ระยะฟักตัว 1-3 วัน ก่อนมีอาการ)แต่เขาก็มีเชื้อโรคที่สามารถแพร่ไปสู่คนอื่นได้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ฉะนั้น ลมหายใจ น้ำมูก น้ำลาย เขาก็มีเชื้อโรคอยู่แล้ว เขาจึงอาจแพร่เชื้อได้โดยการจาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ฉะนั้น การจะป้องกันไม่ให้ผู้ป่วย หรือผู้ได้รับเชื้อโรคแล้ว(แต่ยังไม่มีอาการ)แพร่เชื้อไปสู่อากาศ ก็ควรจะให้ผู้ป่วยทุกคน ใส่ผ้าปิดปากปิดจมูก (mask) เวลาออกไปนอกบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อให้คนอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ส่วน ผู้ยังไม่มีอาการ (ไม่ว่าจะได้รับเชื้อหรือไม่)ก็ควรจะมีผ้าปิดปากปิดจมูก เวลาออกไปยังที่ชุมนุมชน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันตนเอง มิให้สูดเอาเชื้อไวรัสจากอากาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ใน โรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเยอะๆ ในปัจจุบันนี้ บุคลากรในโรงพยาบาล จึงต้องใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ และให้ผู้ป่วยใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    หรือ คนอาจจะแพร่เชื้อให้คนอื่น จากการกินอาหารร่วมกัน โดยไม่ใช้ช้อนกลาง หรือมือของผู้ป่วยเอาไปเช็ดน้ำมูก น้ำลาย แล้วไปป้ายตาม ของเล่น (เด็ก)หรือจับประตู เอาน้ำมูกไปป้ายตามที่ต่างๆ ก็สามารถแพร่เชื้อไวรัสได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    การ ล้างมือจึงสำคัญมาก เพราะถ้ามือเราไปจับสิ่งที่เปื้อนน้ำมูกน้ำลาย แล้วเอามาขยี้จมูก หรือเอาใส่ปากอม(เด็ก)หรือหยิบของกิน ก็จะทำให้เราได้รับเชื้อไวรัสได้ จึงต้องหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำ และสบู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ห้อง น้ำสาธารณะตามตลาดสด และร้านอาหาร มักไม่ค่อยมีสบู่ไว้สำหรับฟอกมือ จึงควรจะมีข้อบังคับด้านสุขอนามัยจากเทศบาล หรือกระทรวงสาธารณสุข ชี้ชวน(น่าจะออกเป็นประกาศกระทรวงบังคับ)ให้ห้องน้ำในที่สาธารณะ ตลาด และร้านอาหาร ต้องมีสบู่ไว้ให้ประชาชนล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ ให้ติดเป็นนิสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    เพราะการล้างมือนั้น จะสะอาดปราศจากเชื้อโรคได้ ก็ต้องฟอกด้วยสบู่ทุกครั้ง ไม่ใช่ล้างน้ำเปล่าอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    และการล้างมือให้สะอาดนี้ นอกจากจะป้องกันโรคไข้หวัดแล้ว ยังป้องกันโรคท้องร่วง บิด อหิวาต์ ลำไส้อักเสบได้เป็นอย่างดีอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ขอให้ช่วยแพร่ข่าวนี้ด้วย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไข้หวัดใหญ่ระบาดไปมากกว่านี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    กุมารแพทย์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-8295973931284345626?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/Xr5Rt5ZG-DU" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/Xr5Rt5ZG-DU/2009-swine-flu.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/07/2009-swine-flu.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-7902104020208311717</guid><pubDate>Fri, 03 Jul 2009 05:44:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-07-02T22:46:12.119-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">A-H1N1</category><title>รมว.สาธารณสุข ลั่น! ภายใน3เดือนคุมให้อยู่ การแพร่ระบาด A-H1N1</title><description>สำนักข่าวอินโฟเควสท์ รายงานเข้ามาล่าสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         รมว.สาธารณสุข สั่งการให้สาธารณสุขทุกจังหวัดควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ 2009 ให้อยู่ในพื้นที่จำกัดภายใน 3 เดือน โดยผู้ป่วย 1 คนจะสามารถแพร่เชื้อสู่คนอื่นได้อีก 1-2 คน&lt;br /&gt;         "กำชับให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเฝ้าระวังผู้ป่วยและควบคุม ป้องกันโรคในพื้นที่อย่างเข้มข้นช่วง 3 เดือนนับจากวันนี้ไป...ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 1 คนสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ 1-2 คน แต่การป้องกันโรคทำได้ไม่ยาก" นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าว&lt;br /&gt;          รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศไทย ขณะนี้มีการกระจายในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยพบผู้ติดเชื้อในประเทศอย่างต่อเนื่องแล้ว 41 จังหวัด และพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มๆ หากไม่เข้มงวดเรื่องการควบคุมป้องกันโรคจะส่งผลให้มีการแพร่ระบาดยาวไปถึง สิ้นปี โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียน ซึ่งอยู่ในข่ายเฝ้าระวังถึง 70%&lt;br /&gt;         "เด็กที่ป่วยส่วนใหญ่เมื่อมีอาการป่วยเล็กน้อยจะไม่ค่อยหยุดเรียนเพราะกลัว ขาดเรียน หรือหากหยุดเรียนก็ยังไม่หยุดการพบปะเพื่อนหรือออกนอกบ้าน ทำให้แพร่เชื้อให้ผู้อื่น และหายป่วยช้ากว่าปกติ" นายวิทยา กล่าว&lt;br /&gt;         วันนี้มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่เพิ่มอีก 154 ราย โดยเป็นนักเรียน 125 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนรายละเอียด 9 ราย ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อดังกล่าวสะสมตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.-3 ก.ค.52 มีจำนวน 1,710 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-7902104020208311717?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/Q-8aAILonpA" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/Q-8aAILonpA/3-h1n1.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/07/3-h1n1.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-3660897772280767675</guid><pubDate>Sun, 28 Jun 2009 11:11:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-06-28T04:12:31.380-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">คนไทยเสียชีวิต</category><title>ไทยสังเวยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ตายแล้ว 2 ราย</title><description>ไทยสังเวยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ตายแล้ว 2 ราย รมว. สาธารณสุขแถลงเอง เป็นหญิงวัย 40 ปี กับชายวัย 42 ปี &lt;a href="http://www.ryt9.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82/" class="inline" title="ข่าวกระทรวงสาธารณสุข"&gt;กระทรวงสาธารณสุข&lt;/a&gt;ถึง กับเต้น กำชับ รพ.รัฐ-เอกชนทุกแห่งห้ามปิดข่าว หลังพบหญิงที่ตายรายแรกใน รพ.เอกชน เพิ่งแจ้งกระทรวงฯ หลังตายมาเกือบครบสัปดาห์ แต่นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนสวนกลับทันที เป็นความประสงค์ของญาติผู้ตายต้องการชะลอข่าว เพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากการเป็นผู้เสียชีวิตรายแรก เชื่อหากมีผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 5-6 คงไม่มีใครสนใจ และอาจเบื่อไปเอง ขณะที่ยอดผู้ป่วยในไทยพุ่งกว่า 1,200 ราย ด้านผู้ทรงคุณวุฒิ สธ.ยังยืนยัน แนวทางรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หากมีอาการน้อยให้รักษาตามอาการไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ เว้นมีไข้สูง 3 วันขึ้นไปไม่ยอมลด ไอมาก เหนื่อยหอบ เพลีย มีอาเจียนร่วม เสี่ยงเสียชีวิตได้ ส่วนองค์การอนามัยโลกเชื่อคนติดเชื้อหวัด 2009 อาจทะลุเกินล้านคนแล้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-3660897772280767675?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/UcqWDW_1gGs" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/UcqWDW_1gGs/2009-2.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/06/2009-2.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-1518010174417007537</guid><pubDate>Tue, 23 Jun 2009 11:09:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-07-05T22:45:26.265-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">H1N1</category><title>เฝ้าระวังหวัดสายพันธุ์ใหม่ หวั่นเชื้อระบาดในโรงเรียน</title><description>สิงคโปร์ประกาศมาตรการเฝ้าระวังหวัดสายพันธุ์ใหม่ หวั่นเชื้อระบาดในโรงเรียน&lt;br /&gt;สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง ที่แล้ว&lt;br /&gt;        สิงคโปร์ประกาศใช้มาตรการเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก่อนที่จะสั่งให้โรงเรียนหลายแห่งเปิดการเรียนการสอนอีกครั้งในวันที่ 29 มิ.ย.นี้          สถานีโทรทัศน์ Channel NewsAsia รายงานการเปิดเผยของ&lt;a class="inline" title="ข่าวกระทรวงศึกษาธิการ" href="http://www.ryt9.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/"&gt;กระทรวงศึกษาธิการ&lt;/a&gt;ของสิงคโปร์ว่า ทางกระทรวงฯจะออกคำสั่งให้บุคลากรและนักเรียนที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคดังกล่าวให้สามารถลางานและไม่ต้องมาเรียนได้เป็นเวลา 7 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        รายงานข่าวระบุว่า โรงเรียนในสิงคโปร์จะส่งแบบฟอร์มการกรอกประวัติการเดินทางให้กับบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียน รวมไปถึงผู้ค้า และนักการภารโรงก่อนที่โรงเรียนจะเปิดทำการเรียนการสอน ขณะเดียวกันอาจารย์จะตรวจสอบแบบฟอร์มการเดินทางในวันแรกที่เปิดเรียนและดำเนินการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายวันละ 2 ครั้ง          โดยทางกระทรวงฯเชื่อว่าจะมีนักเรียนและบุคลากรประมาณ 1-2% ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พร้อมทั้งเสริมว่า หากทางโรงเรียนใดพบผู้ติดเชื้อดังกล่าวก็จะสั่งให้ปิดเรียนและหยุดการเรียนการสอนตามความจำเป็น          ทั้งนี้ สิงคโปร์ได้รายงานผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่รายแรกเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 และขณะนี้มีรายงานยอดผู้ติดเชื้อที่ 168 ราย ซึ่ง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-1518010174417007537?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/UczC5kRjzd4" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/UczC5kRjzd4/blog-post_23.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/06/blog-post_23.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-5183887161341795329</guid><pubDate>Tue, 23 Jun 2009 00:56:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-06-22T17:58:29.066-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">องค์การอนามัยโลก</category><title>ไข้หวัดใหญ่ A-H1N1 เป็นโรคระบาดแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 21</title><description>WHO ประกาศให้ไข้หวัดใหญ่ A-H1N1 เป็นโรคระบาดแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 21&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้ไข้หวัดใหญ่ A-H1N1เป็นโรคระบาดแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 21 แต่ย้ำไว้ด้วยว่า การยกระดับการเตือนภัยสำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ที่กำลังแพร่ระบาดไปนี้ ไม่ได้หมายความว่า เชื้อไวรัสนี้มีฤทธิ์ร้ายแรงมากขึ้น&lt;br /&gt;ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก Margaret Chan ประกาศการตัดสินใจในเรื่องนี้ หลังการประชุมผู้เชี่ยวชาญทางสาธารณสุขที่นครเจนีวา และว่าเป็นครั้งแรกที่มีการประกาศว่ามีโรคระบาดใหญ่ทั่วโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปีค.ศ. 1968 เป็นต้นมา แต่เจ้าหน้าที่ของ WHO ผู้นี้ย้ำว่า การระบาดครั้งนี้ไม่รุนแรงเช่นนั้น&lt;br /&gt;ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า การเรียกว่าเป็นการระบาดครั้งใหญ่ เป็นการส่งสัญญาณให้กับประชาคมนานาชาติรับทราบ ว่าถึงเวลาที่ประเทศทั้งหลาย ทั้งที่ร่ำรวยและยากจน จะต้องร่วมมือกันด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในโลก เพื่อทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีประเทศใดถูกทอดทิ้งเพราะขาดทรัพยากร และจะไม่มีประชาชนของประเทศใดที่จะไม่ได้รับการช่วยเหลือ&lt;br /&gt;ในอีกด้านหนึ่งนั้น การที่สามารถประกาศให้เป็นการระบาดครั้งใหญ่ได้ ก็เพราะมีการแพร่ระบาดตามชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่องนอกทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่ง WHO ถือว่าเป็นไปตามเงื่อนไขของการให้คำจำกัดความของโรคระบาดครั้งใหญ่&lt;br /&gt;องค์การอนามัยโลกรายงานว่า นับตั้งแต่พบเชื้อ A-HINI ในเมกซิโกและสหรัฐเมื่อเดือนเมษายนเป็นต้นมา เวลานี้พบเชื้อไวรัสนี้แล้วใน 74 ประเทศ มีผู้ป่วยเกือบ 30,000 คนและมีผู้เสียชีวิตเพราะโรคไข้หวัดใหญ่ A-HINI แล้ว 144 ราย ส่วนใหญ่ของผู้เสียชีวิตอยู่ในเมกซิโก&lt;br /&gt;ประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือสหรัฐ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 13,000 คน ในขณะที่ออสเตรเลียรายงานว่า มีผู้ล้มป่วยลงแล้วมากกว่า 1,200 คน&lt;br /&gt;องค์การอนามัยโลกกล่าวไว้ด้วยว่า การประกาศว่ามีโรคระบาดครั้งใหญ่ครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญ ก็เพราะต้องการกระตุ้นให้ผู้ผลิตยา เร่งรัดการผลิตวัคซีนสำหรับไข้หวัดใหญ่นี้ และต้องการเห็นรัฐบาลประเทศต่างๆ เพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ด้วย&lt;br /&gt;เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลกเน้นว่า เชื้อไวรัส A-HINI ยังไม่มีฤทธิ์ร้ายแรง และมีผู้เสียชีวิตไม่มากนัก แต่ก็จะจับตาดูอย่างใกล้ชิดด้วยว่า จะมีการกลายพันธุ์อย่างไรหรือไม่ ซึ่งอาจจะทำให้เชื้อไวรัสมีความร้ายแรงขึ้นได้&lt;br /&gt;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐ และองค์การสหประชาชาติเสริมไว้ด้วยว่า ไม่มีอันตรายจากโรคนี้จากการรับประทานเนื้อหมู และว่า วิธีป้องกันการติดเชื้อที่ดีที่สุดคือการล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ&lt;br /&gt;ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีไข้หวัดใหญ่ระบาดทั่วโลกสามครั้งด้วยกัน รวมทั้งไข้หวัดใหญ่เสปนในปีค.ศ. 1918-1919 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตระหว่าง 40-50 ล้านคน และไข้หวัดใหญ่ฮ่องกงในปีค.ศ. 1968 ที่มีคนเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งล้านคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12/06/2009&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-5183887161341795329?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/b2GHm46zBs4" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/b2GHm46zBs4/h1n1-21.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/06/h1n1-21.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-3483890222220026291</guid><pubDate>Fri, 19 Jun 2009 15:31:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-06-19T08:32:21.569-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ผู้ติดเชื้อในไทย</category><title>โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อัพเดทยอด ผู้ติดเชื้อในไทย</title><description>&lt;div style="width: 600px; margin-top: 10px; margin-left: 10px;" class="blue22blod"&gt;ยอดผู้ติดเชื้อหวัด 2009 ในไทยพุ่ง 518 ราย&lt;/div&gt; สำนักระบาดวิทยา รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วันนี้อีก 113 ราย รวมยอดสะสมในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ 518 ราย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัพเดทเมื่อ 18-06-2009&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-3483890222220026291?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/CJwVPgqGI4k" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/CJwVPgqGI4k/2009.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/06/2009.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-2245735751313141535</guid><pubDate>Sun, 14 Jun 2009 17:06:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-06-14T10:07:45.329-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ผู้ติดเชื้อในไทย</category><title>ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ในไทย 44 ราย รวมทั้งหมด 150 ราย</title><description>"สธ. ประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 44 ราย รวมทั้งหมด 150 ราย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;# กระทรวงสาธารณสุข ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 จำนวน 44 ราย รวมพบผู้ป่วยสะสม จำนวน 150 ราย ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก ขอความร่วมมือรณรงค์ป้องกันโรค รวมทั้งเน้นให้สวมหน้ากากอนามัยหากไม่สบาย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้(14 มิถุนายน 2552) นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าในวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศขึ้นทะเบียนพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ในประเทศไทยเพิ่มอีก 44 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเอกชน 29 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยเก่า ส่วนผู้ป่วยใหม่มี 15 ราย รวมผู้ป่วยในประเทศไทยสะสมทั้งหมด 150 ราย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด ขณะนี้มีผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลปทุมธานี 7 ราย เนื่องจากญาติมีความกังวลใจ แต่ที่มีเหตุสมควรนอนรักษามีเพียง 2 ราย เนื่องจากมีอาการไข้สูงและรับประทานอาหารได้น้อย ส่วนที่พัทยามีนอนโรงพยาบาลเพียง 1 รายเนื่องจากมีเลือดกำเดาไหล ข้อมูลปัจจุบันจากการวิเคราะห์ผู้ป่วยที่นอนในโรงพยาบาลและการติดตามสอดคล้องว่าโรคนี้อาการไม่รุนแรง และขอยืนยันว่าธรรมชาติของโรคนี้จะคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เก่าตามฤดูกาล โดยเฉพาะในฤดูฝน ซึ่งแต่ละปีจะพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เก่าประมาณ 10,000 – 15,000 ราย ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก กระทรวงสาธารณสุขจะให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีอาการน้อย ควรพักผ่อนและรักษาตนเองอยู่ที่บ้าน 3 – 7 วัน หากมีอาการมากขึ้น ควรไปพบแพทย์ ระหว่างอยู่ที่บ้านควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้อื่น ให้ล้างมือบ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับประชาชนทั่วไป ให้ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หากไม่สบาย เช่น มีน้ำมูกไหล มีไข้ต่ำๆ ไอ เจ็บคอ ให้สวมหน้ากากอนามัย และไปพบแพทย์รักษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือประชาชนและหน่วยงานทำความสะอาด ในสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน โรงแรม สถานที่ราชการ ผับ บาร์ และสถานที่สาธารณะที่ประชาชนใช้บริการหนาแน่น โดยเน้นการทำความสะอาด ของใช้หรือวัตถุที่มีโอกาสจับต้องร่วมกันบ่อยๆ เช่น โทรศัพท์สาธารณะ ราวบันได ลูกบิดประตู โต๊ะเก้าอี้ คีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ โดยเช็ดด้วยน้ำและผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป หรือเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และจะรณรงค์ให้ผู้มีอาการไอ จาม สวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรค ซึ่งเป็นการร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม เป็นพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์ ไม่ควรอายและไม่ควรรังเกียจผู้ที่สวมหน้ากากอนามัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับสถานการณ์โลก องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อเช้าวันนี้ ตามเวลาในประเทศไทย มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 สะสมทั้งหมด 29,669 ราย ใน 74 ประเทศ เสียชีวิต 145 ราย เป็น เม็กซิโก 108 ราย สหรัฐอเมริกา 27 ราย แคนาดา 4 ราย ชิลี 2 รายและคอสตาริก้า สาธารณรัฐโดมินิกัน โคลัมเบีย กัวเตมาลา ประเทศละ 1 ราย ในประเทศไทยวันนี้มีผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม 44 ราย เป็นผู้ป่วยใหม่ 15 ราย รวมผู้ป่วยสะสมตั้งแต่เมษายน -14 มิถุนายน 2552 ทั้งหมด 150 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการรักษาหายดีแล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;********************************* 14 มิถุนายน 2552"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-2245735751313141535?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/KkgFHE-agAY" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/KkgFHE-agAY/44-150.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/06/44-150.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-9163734322388745399</guid><pubDate>Sun, 14 Jun 2009 16:59:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-06-14T10:00:45.916-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ผู้ป่วยหวัดใหญ่2009ทั่วโลก</category><title>ชาวออสเตรเลีย เป็นไข้หวัดใหญ่ A H1N1 มากกว่า 1,200 รายแล้ว</title><description>"ขณะนี้ผู้เป็นไข้หวัดใหญ่ A H1N1 ในออสเตรเลียมีจำนวนมากกว่า 1,200 รายแล้ว สิงค์โปร์กำลังเตือนพลเมือง ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังรัฐวิคตอเรีย ซึ่งคนเป็นไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวกันอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐวิคตอเรีย ซึ่งมีผู้เป็นไข้หวัดใหญ่ A H1N1มากกว่า 1,000 รายนั้นนับว่าเป็นที่ที่มีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว มากที่สุดในโลก เมื่อดูจากอัตราการติดเชื้อเป็นรายหัว รัฐวิคตอเรียนั้นมีผู้เป็นไข้หวัดใหญ่ A H1N1 แค่หยิบมือเดียวเมื่อสามสัปดาห์กว่าๆ มานี้เอง ออสเตรเลียมีคนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ A H1N1มากที่สุดนอกเขตทวีปอเมริกาเหนือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐวิคตอเรีย และเมืองหลวงของรัฐคือเมลเบิร์น ยังคงเป็นบริเวณที่ไข้หวัดใหญ่ A H1N1 ระบาดมากที่สุด ในรัฐวิคตอเรีย ผู้ที่ทราบแน่แล้วว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวมีจำนวนกว่า 1,000 คน ผู้ป่วยหลายรายรับการบำบัดรักษาอยู่ตามโรงพยาบาล แต่ยังไม่มีผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าวที่ออสเตรเลีย แต่มุขมนตรีฝ่ายสาธารณสุขของรัฐควีนส์แลนด์ พอล ลูกาสกล่าวว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่ A H1N1 ในออสเตรเลียนั้นจะต้องมีผู้เสียชีวิตแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีการงดจัดการแข่งขันกีฬานัดสำคัญๆ รวมถึงการแข่งขันว่ายน้ำระหว่างประเทศด้วย นักธุรกิจชั้นนำพยากรณ์ว่าการท่องเที่ยวจะซบเซาลงไปอย่างเป็นกอบเป็นกำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิงค์โปร์เร่งเร้า มิให้ชาวสิงค์โปร์เดินทางไปที่รัฐวิคตอเรีย เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเสี่ยงมากเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางการของรัฐ นิว เซ๊าท์ เวลส์ และรัฐ เซ๊าท์ ออสเตรเลีย และที่กรุงแคนเบอร์รากล่าวว่าก่อนที่จะไปโรงเรียนเด็กๆ ที่เดินทางไปนครเมลเบิร์นควรพักอยู่กับบ้านหนึ่งสัปดาห์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หัวหน้าฝ่ายบริหารของหอการค้า และอุตสาหกรรมของฝ่ายนายจ้าง เวนย์ เคเลอร์-ทอมสันคิดว่ามาตรการดังกล่าว เป็นการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบมากเกินเหตุ และเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจของรัฐวิคตอเรีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักรักบี้อาชีพหลายคน โดนกักบริเวณหลังจากนักรักบี้คนหนึ่งติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ A H1N1  มีการงดการเดินขบวนสวนสนามของทหาร ใกล้กรุงแคนเบอร์รา หลังจากนักเรียนนายทหารนายหนึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะนี้ ไข้หวัดใหญ่ A H1N1  ระบาดไปยังทุกรัฐ และทุกดินแดนของออสเตรเลียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อลีซ สปริง เมืองในทะเลทรายอันมีชื่อเสียง ทางภาคกลางของออสเตรเลีย ก็มีผู้เป็นไข้หวัดใหญ่ A H1N1 รายที่สองแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรงเรียนหลายแห่ง ในภาคตะวันตกของออสเตรเลีย ส่งนักเรียนกลับบ้านขณะที่ผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 20 รายแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การระบาดของโรคข้างต้นนี้ เกิดที่เม็กซิโกก่อนเมื่อเดือนเมษายน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้แล้วว่าการผลิตวัคซีนที่ป้องกันไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวได้ดีนั้น ยังจะต้องรอกันไปอีกหลายสัปดาห์"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-9163734322388745399?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/c7RG96EBeKg" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/c7RG96EBeKg/h1n1-1200.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/06/h1n1-1200.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-2029244134542181789</guid><pubDate>Mon, 08 Jun 2009 10:50:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-06-08T03:54:22.448-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ผู้ติดเชื้อในไทย</category><title>ผู้ติดเชื้อหวัด2009รายที่10  ของไทย</title><description>วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552 12:22&lt;br /&gt; สธ.พบผู้ติดเชื้อหวัด2009รายที่10เป็นหญิงวัย20กลับจากUSAยังกักดูอาการ&lt;br /&gt;นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า&lt;br /&gt;กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศขึ้นทะเบียนพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่&lt;br /&gt;สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1(H1N1) ในประเทศไทยเพิ่มอีก 1 ราย เป็นหญิงวัย&lt;br /&gt;20 ปี นับเป็นรายที่ 10 โดยติดเชื้อมาจากต่างประเทศ&lt;br /&gt;ขณะนี้แพทย์ได้รับตัวไว้ดูแลรักษาในโรงพยาบาล&lt;br /&gt;โดยได้ส่งทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วติดตามเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิด&lt;br /&gt;เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่เชื้ออย่างเต็มที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านต่อ &lt;http://www.rssthai.com/reader.php?t=health&amp;amp;r=14299&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-2029244134542181789?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/rAh1JnFBm88" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/rAh1JnFBm88/200910.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/06/200910.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-6541734853590027358</guid><pubDate>Sun, 07 Jun 2009 16:36:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-06-07T09:36:18.535-07:00</atom:updated><title>Top Keyword for Google AdSense</title><description>&lt;a href="http://www.makemoney.bcoms.net/content/topkeyword.asp"&gt;Top Keyword for Google AdSense&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-6541734853590027358?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/WaT6qiorBm0" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/WaT6qiorBm0/top-keyword-for-google-adsense.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/06/top-keyword-for-google-adsense.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-543370807412566544</guid><pubDate>Wed, 03 Jun 2009 07:53:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-06-03T00:53:52.184-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">H1N1 FLU</category><title>ทำเนียบขาวจี้สภาคองเกรสเพิ่มเงินรับมือการระบาดของหวัดสายพันธุ์ใหม่</title><description>"ทำเนียบขาวได้เรียกร้องให้ทางสภาคองเกรสจัดสรรเงิน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;br /&gt;เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือในกรณีที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดเป็นวงกว้างมากขึ้น&lt;br /&gt;โดยข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่วุฒิสภาสหรัฐกำลังหารือถึงการเพิ่มเงิน&lt;br /&gt;กว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในงบประมาณการทำสงคราม"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-543370807412566544?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/WOetOQq2Zqs" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/WOetOQq2Zqs/blog-post.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/06/blog-post.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-3139272052701567713</guid><pubDate>Mon, 01 Jun 2009 06:11:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-05-31T23:21:56.652-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">ป่วยหวัดใหญ่2009ทั่วโลก</category><title>ขณะนี้ who พบผู้ป่วยหวัดใหญ่2009ทั่วโลกกว่า15,000ราย</title><description>'ฮู'พบผู้ป่วยหวัดใหญ่2009ทั่วโลกกว่า15,000ราย&lt;br /&gt; วันนี้(1 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วานนี้(31 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชิลี ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 รายใหม่เพิ่มอีก 26 คน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเพิ่มเป็น 276 คน ในจำนวนนี้ มีเพียง 3 คน ที่มีอาการหนักและเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านองค์การอนามัยโลก เผยข้อมูลล่าสุดว่า พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกกว่า 15,500 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 110 ราย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเกรงว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะแพร่ระบาดต่อไปในซีกโลกใต้เนื่องจากใกล้เข้าฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผลการตรวจร่างกายผู้โดยสารบนเรือสำราญแปซิฟิก ดอว์น ราว 2,000 คน ที่เตรียมขึ้นฝั่งในนครซิดนีย์ นางแคร์รี แชนต์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักสาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์ แถลงว่า ไม่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่บนเรือแปซิฟิกดอว์น และไม่พบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนบนเรือลำนี้ ทำให้ผู้โดยสารทั้งหมดได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่งได้ในวันนี้.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-3139272052701567713?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/if-CL8LG_HE" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/if-CL8LG_HE/who-200915000.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/05/who-200915000.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-4349955936787893430</guid><pubDate>Sun, 31 May 2009 17:58:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-05-31T11:00:26.294-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">การแพร่ระบาดสู่มนุษย์</category><title>ข่าว H1N1 ไข้หวัดใหญ่ 2009 - ไข้หวัดใหญ่ที่มีการแพร่ระบาดสู่มนุษย์ส่วนใหญ่ชนิด A</title><description>ไข้หวัดใหญ่ที่มีการแพร่ระบาดสู่มนุษย์ส่วนใหญ่ชนิด A จะก่ออาการรุนแรงที่สุด โดยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังแพร่ระบาดทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ก็เป็นชนิด A H1N1 ซึ่งเมื่อเทียบกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สเปน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 อัตราผู้เสียชีวิตปัจจุบันมีไม่ถึงร้อยละ 1 แต่อัตราการแพร่ระบาดกลับสูงมาก จากการแสดงอาการเบื้องต้นเหมือนไข้หวัดใหญ่ธรรมดาที่มีการแพร่ระบาดตามฤดูกาล เมื่อมีบุคคลเดินทางจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด และมีอาการแต่ไม่แจ้งให้แพทย์ทราบก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อไข้หวัดใหญ่ในชุมชนได้ และอาจทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงขึ้นอีก &lt;br /&gt;        "ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในการแพร่ระบาดของไข้หวัดสเปนมาจากการระบาดในระลอกที่ 2 และระลอกที่ 3 จึงมีความเป็นไปได้ว่า การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 จะมีระลอกต่อมาอีก ฉะนั้นประชาชนต้องช่วยเฝ้าระวังอย่างเต็มที่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;[ข้อมูลจาก ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล]&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-4349955936787893430?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/T5t9GfY1RIo" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/T5t9GfY1RIo/h1n1-2009.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/05/h1n1-2009.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-1829630671879550571</guid><pubDate>Sat, 30 May 2009 11:55:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-05-30T04:59:24.063-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">คนไทยป่วยไข้หวัอใหญ่ 2009</category><title>H1N1 FLU:สธ.เผบพบคนไทยติดหวัด 2009 เพิ่มอีกราย แต่หายเป็นปกติแล้ว</title><description>ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งเป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากสหรัฐ แต่ขณะนี้รักษาอาการป่วยจนหายเป็นปกติแล้ว&lt;br /&gt;         'ผลตรวจเบื้องต้นพบว่าให้ผลเป็นบวก แพทย์ให้ยาต้านไวรัสทามิฟลู พร้อมส่งตัวอย่างสารคัดหลั่งไปตรวจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในวันเดียวกัน และส่งผลมาที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในเช้าวันที่ 29 พฤษภาคม ผลการตรวจยืนยันเป็นบวกทั้ง 3 แห่งเมื่อวานนี้ ซึ่งอาการล่าสุดของผู้ป่วยมีอาการไอเล็กน้อย พักอยู่ที่บ้านกับลูกชายที่ร่วมเดินทางด้วยกัน ไม่มีอาการป่วย' นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว&lt;br /&gt;         ทั้งนี้ส่งผลให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อดังกล่าวเพิ่มเป็น 3 ราย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อ 2 รายแรกเป็นนักเรียนที่เดินทางกลับมาจากเม็กซิโกและติดเชื้อมาจากต่างประเทศ&lt;br /&gt;         ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักระบาดวิทยาได้รายงานพบผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 1 ราย เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี เดินทางกลับมาจากสหรัฐ ซึ่งเริ่มป่วยเมื่อวันที่ 24 พ.ค.52 โดยมีอาการไอเล็กน้อยขณะที่อยู่ในสหรัฐ และมาถึงไทยในวันที่ 26 พ.ค.52 จึงเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ&lt;br /&gt;          โดยผู้ป่วยและญาติได้เดินทางไปเที่ยวที่สหรัฐและแคนาดาตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.52 และเมื่อวันที่ 15 พ.ค.52 ได้ลงเรือไปเที่ยวที่รัฐอลาสก้า ค้างคืนบนเรือ 7 คืน หลังจากขึ้นเรือในวันที่ 24 พ.ค.52 เริ่มมีอาการป่วย มีไข้ ไอ และเจ็บคอ แต่ในวันที่เดินทางกลับขณะอยู่บนเครื่องบินได้ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันไว้ด้วย&lt;br /&gt;         สำหรับการติดตามผู้ร่วมเดินทางทั้งหมดอีก 8 คน ซึ่งได้เดินทางกลับถึงไทยแล้ว 7 คน มีอาการทางเดินหายใจ 2 คน แพทย์ได้เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งส่งไปตรวจพิสูจน์แล้ว"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำนักข่าวอินโฟเควสท์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-1829630671879550571?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/rMoYqI4Sa5s" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/rMoYqI4Sa5s/h1n1-flu-2009_30.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/05/h1n1-flu-2009_30.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-6967314664390542075</guid><pubDate>Thu, 28 May 2009 15:18:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-05-28T08:21:23.861-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">มาตรการพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อม</category><title>รัฐบาลฮ่องกงประกาศปรับมาตรการและวิธีจัดการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่สำหรับการควบคุมระยะสุดท้ายและการบรรเทาระยะแรก</title><description>รัฐบาลฮ่องกงได้ประกาศมาตรการควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และวิธีจัดการกับผู้ที่ได้ติดต่อสัมผัสกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่สำหรับการควบคุมโรคระยะสุดท้ายและการบรรเทาระยะแรก โดยจะเน้นไปที่การป้องกันและรักษาขั้นพื้นฐาน คือ การรับประทานยาต้านไวรัสภายใต้การเฝ้าระวังของแพทย์ พร้อมออกมาตรการพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อชาวฮ่องกง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในฮ่องกง&lt;br /&gt;         ตามที่ทราบดีว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดและการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่ฮ่องกงจะมีการติดต่อของโรคเป็นระยะเวลานานได้เช่น เดียวกัน แม้ว่าฮ่องกงจะใช้มาตรการด้านสุขอนามัยที่เข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่งในโลก แล้วก็ตาม และเนื่องจากในแต่ละวันมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่นที่เดินทางเข้าฮ่องกงสูงถึงกว่า 13,000 คน ฮ่องกงจึงจำเป็นต้องออกมาตรการควบคุมโรคในระยะเริ่มแรก&lt;br /&gt;         ทั้งนี้ ฮ่องกงได้ปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการดูแลรักษาผู้ป่วยใน เบื้องต้น ได้แก่ การรักษาและแยกตัวผู้ป่วย ติดตามผู้เคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเพื่อเฝ้าระวังหรือดูแลทางการแพทย์ รวมถึงการให้ยาโอเซลทามิเวียร์เพื่อป้องกันโรค อย่างไรก็ตาม อาจมีการปรับเปลี่ยนมาตรการควบคุมและบรรเทาอาการไปตามสถานการณ์&lt;br /&gt;         &lt;br /&gt;มาตรการการควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในฮ่องกง&lt;br /&gt;         สำหรับสถานการณ์ในฮ่องกงขณะนี้ ผู้เคยติดต่อสัมผัสกับผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จำนวนกว่า 400 คนที่ถูกกักตัวเพื่อดูอาการในระยะแรก ทั้งที่ได้รับและไม่ได้รับต้านไวรัส พบว่าไม่แสดงอาการติดเชื้อ สำหรับการติดต่อสัมผัสกับผู้ป่วยสามรายนั้น พบว่ามีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยที่จะติดเชื้อ ข้อมูลทางการแพทย์ชี้ให้เห็นว่าปริมาณเชื้อไวรัสของผู้ที่ติดเชื้อและความ เสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นก่อนแสดงอาการของโรคอยู่ในระดับต่ำมาก วิธีการรักษาผู้ป่วยยังรวมถึงการใช้ยาโอเซลทามิเวียร์เพื่อควบคุมปริมาณ เชื้อไวรัสในตัวผู้ป่วยและลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัสสู่ผู้อื่น โดยเฉพาะเมื่อใช้ยาร่วมกับการดูแลรักษาร่างกายตนเองที่เพียงพอ อาทิ สวมหน้ากาก และรักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรการควบคุมโรคในระยะสุดท้าย&lt;br /&gt;         ในขณะที่โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกและลุกลามใน ทวีปอเมริกาเหนือรวมถึงประเทศใกล้เคียงอย่างญี่ปุ่นซึ่งมีการแพร่ระบาดใน ชุมชน เราได้ประเมินสถานการณ์ในฮ่องกงขณะนี้ว่ากำลังอยู่ในช่วงการควบคุมระยะสุด ท้ายของมาตรการควบคุมโรค และอาจเข้าสู่ช่วงการบรรเทาโรคหากตรวจพบว่ามีชาวฮ่องกงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรก&lt;br /&gt;         สำหรับมาตรการควบคุมโรคในระยะสุดท้าย จะให้ยาป้องกันโรคภายใต้การสังเกตโดยตรงร่วมกับการเฝ้าระวังทางการแพทย์ ซึ่งจะต้องบันทึกเป็นรายงานประจำวันและรายงานต่อสถานรักษาพยาบาลภายใต้กรมอนามัยเพื่อทำการตรวจสอบทางการแพทย์และการให้ยาป้องกัน ทั้งนี้ เพื่อรับรองการให้ยาป้องกันโรคและการตรวจสอบอาการติดเชื้อโดยกรมอนามัย บุคคลที่ได้รับยาป้องกันโรคภายใต้การสังเกตโดยตรงร่วมกับการเฝ้าระวังทางการ แพทย์จะต้องได้รับการปฏิบัติถูกต้องตามมาตรฐานกฎระเบียบหากไม่ได้รับการกัก ตัว ผู้ที่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังทางการแพทย์จะได้รับคำแนะนำในการดูแลและ ป้องกันตัวเอง โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกไปในสถานที่สาธารณะ สวมหน้ากาก และรักษาอนามัยส่วนตัว ผู้ที่ไม่ได้รับการให้ยาป้องกันภายใต้การสังเกตโดยตรงและอยู่ภายใต้การเฝ้า ระวังทางการแพทย์จะถูกกักตัว และอาจถูกจัดอยู่ในสถานการณ์พิเศษหากมีความจำเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรการชะลอการแพร่และบรรเทาความเสียหาย&lt;br /&gt;         ในขณะนี้ยังไม่พบชาวฮ่องกงที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยเราจะยังคงใช้มาตรการพื้นฐานคือการเฝ้าระวังโรคทางการแพทย์และการให้ยา ป้องกันแก่ผู้ที่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเพื่อชะลอการแพร่กระจาย สำหรับในระยะการชะลอการแพร่และบรรเทาความเสียหายนี้ จะมีการใช้มาตรการทางสาธารณสุขที่จำเป็นหลายมาตรการด้วยกัน อาทิ การป้องกันการติดโรคด้วยตนเอง เช่น การดูแลความสะอาดของมือเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย การใช้หน้ากากอนามัย การดูแลตัวเองของผู้ที่มีอาการป่วย การดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อม การจำกัดพื้นที่ ซึ่งรวมถึง การปิดโรงเรียน แผนฉุกเฉินในที่ทำงาน ยกเลิกกิจกรรมที่มีการรวมกันเป็นหมู่คณะ การสำรองยาต้านไวรัสเพื่อใช้รักษาผู้ป่วย การให้ยาป้องกันแก่เจ้าหน้าที่อนามัย และผู้ให้บริการในภาคสาธารณะ&lt;br /&gt;         นอกจากนี้ ยังมีมาตรการพิเศษสำหรับกรณีที่พบชาวฮ่องกงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่เป็นรายแรก เช่น การเปิดสถานรักษาพยาบาลพิเศษ 7 แห่งที่อยู่ภายใต้องค์การบริหารโรงพยาบาลฮ่องกง (Hospital Authority) สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการของโรค และการเพิ่มมาตรการการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยของสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน พร้อมทั้งกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการรับมือไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ เป็นต้น&lt;br /&gt;         ทั้งนี้ สำหรับระยะการชะลอการแพร่และบรรเทาความเสียหาย อาจมีการยกระดับมาตรการและวิธีการในอนาคตให้เป็นมาตรการเดียวกันที่ปฏิบัติ ในระยะการแพร่ระบาด ในกรณีที่การติดต่อของโรคยังดำเนินต่อไปและเห็นได้อย่างชัดเจน มาตรการจำกัดพื้นที่และกักตัวหรือการเฝ้าระวังทางการแพทย์สำหรับผู้สัมผัส ใกล้ชิดกับผู้ป่วยอาจใช้ไม่เป็นผลอีกต่อไป จึงต้องเพิ่มความสำคัญกับมาตรการในระยะการชะลอการแพร่และบรรเทาความเสียหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;www.ThaiPR.net&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-6967314664390542075?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/rnthAvp6sn0" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/rnthAvp6sn0/blog-post_28.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/05/blog-post_28.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-4042133403921267216</guid><pubDate>Wed, 27 May 2009 12:13:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-05-27T05:14:21.460-07:00</atom:updated><category domain="http://www.blogger.com/atom/ns#">สกัดการแพร่กระจายของไข้หวัดใหญ่</category><title>H1N1 FLU: สกัดการแพร่กระจายของไข้หวัดใหญ่ 2009</title><description>รัฐบาลเกาหลีใต้ทุ่ม 14.6 ล้านดอลลาร์สกัดการแพร่กระจายของไข้หวัดใหญ่ 2009&lt;br /&gt;สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 26 พฤษภาคม 2009 16:14:31 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยว่า รัฐบาลจะทุ่มงบประมาณ 1.84 หมื่นล้านวอน หรือ 14.6 ล้านดอลลาร์ เพื่อส่งเสริมการดำเนินการโดยหน่วยงานต่างๆ เพื่อสกัดการแพร่กระจายของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงยุทธศาสตร์และการเงิน จะใช้งบประมาณ 3.3 ล้านดอลลาร์ไปกับการคุมเข้มการกักบริเวณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศ และอีก 7.3 ล้านดอลลาร์กับการตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาผู้ติดเชื้อ ส่วนอีก 4 ล้านดอลลาร์ จะถูกนำไปใช้ในการให้ความรู้เรื่องไวรัสและโรคแก่ประชาชน&lt;br /&gt;      ทั้งนี้ กระทรวงได้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่อีกประมาณ 200 รายกระจายตามสนามบินและท่าเรือทั่วประเทศ เพื่อนำกล้องตรวจวัดอุณหภูมิและอุปกรณ์วินิจฉัยอื่นๆ ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โดยมีผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ชนิดเอ แล้ว 27 ราย"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-4042133403921267216?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/Y-L-j_k4a3E" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/Y-L-j_k4a3E/h1n1-flu-2009_27.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/05/h1n1-flu-2009_27.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-7509477714862488158</guid><pubDate>Mon, 25 May 2009 09:24:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-05-25T02:24:21.126-07:00</atom:updated><title>H1N1 FLU: ผู้เชี่ยวชาญชี้ยอดผู้ติดเชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่พุ่งสูงกว่าที่สื่อรายงาน</title><description>ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีจำนวนสูงกว่าที่ทางการยืนยันผ่านสื่อ&lt;br /&gt;โดยการระบาดในยุโรปและเอเชียนั้นแสดงให้เห็นว่าจะมีการระบาดที่ขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นในอีก 3 ทวีป&lt;br /&gt;      ศูนย์ควบคุมและป้องกันเชื้อโรคของสหรัฐระบุว่าในทุกๆ 20 คนจะพบผู้ติดเชื้อ 1 คน&lt;br /&gt;ซึ่งหมายความว่าประชาชนกว่า 100,000 คนทั่วประเทศอาจติดเชื้อไวรัสชนิด A (H1N1) ก็เป็นได้&lt;br /&gt;ขณะที่ในอังกฤษนั้นมีการตั้งข้อสังเกตุว่า อาจมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่าที่ทางการรายงานมา&lt;br /&gt;      โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตและผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลช่วงฤดูร้อนนี้จะมีจำนวนสูงขึ้น&lt;br /&gt;หลังจากที่ขณะนี้สหรัฐรายงานยอดผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการทั้งสิ้น 6,552 ราย&lt;br /&gt;แต่เขาคาดว่าที่จริงแล้วอาจมีผู้ติดเชื้อกว่า 100,000 รายในสหรัฐ&lt;br /&gt;      ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า&lt;br /&gt;ขณะนี้มีรายงานยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อยู่ที่ 12,022 รายใน 43 ประเทศ&lt;br /&gt;ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 86 ราย  โดยส่วนมากเป็นผู้ติดเชื้อในเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา&lt;br /&gt;ซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดดังกล่าว และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดทั่วไป&lt;br /&gt;      ด้านสถานการณ์การระบาดในเอเชียนั้น ปรากฏว่าล่าสุดเกาหลีใต้ยืนยัน&lt;br /&gt;ยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 12 รายในวันนี้ ส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 22 ราย&lt;br /&gt;ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขจีนกล่าวว่า&lt;br /&gt;ชายวัย 46 ปีที่เดินทางกลับจากแคนาดาเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมาเป็นผู้ป่วยรายที่ 9 ในประเทศ&lt;br /&gt;      ส่วนญี่ปุ่น ซึ่งมีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในเอเชีย เริ่มเปิดโรงเรียนเพื่อ&lt;br /&gt;ทำการเรียนการสอนตามปกติ หลังจากเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า&lt;br /&gt;กลุ่มผู้ติดเชื้อไม่ปรากฏโรคแทรกซ้อนร้ายแรง&lt;br /&gt;ณะที่ จิม บิชอฟเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของออสเตรเลียคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ&lt;br /&gt;ะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังมีรายงานยืนยันว่ามีชาวออสเตรเลียติดเชื้อแล้ว 17 ราย&lt;br /&gt;สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อินโฟเควสท์&lt;br /&gt;แปลและเรียบเรียงโดย อรษา สงค์พูล/ปนัยดา โทร.0-2253-5050 ต่อ 323&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-7509477714862488158?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/LcDVoVJQ3yo" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/LcDVoVJQ3yo/h1n1-flu_25.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/05/h1n1-flu_25.html</feedburner:origLink></item><item><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-2947122797645810401.post-5415270730227952647</guid><pubDate>Sun, 24 May 2009 04:41:00 +0000</pubDate><atom:updated>2009-05-23T21:41:07.744-07:00</atom:updated><title>ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (Influenza A H1N1)</title><description>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาดตามข่าวอยู่ในขณะนี้คือโรคอะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในคน แพร่ติดต่อระหว่างคนสู่คน&lt;br /&gt;   * ไม่พบว่ามีการติดต่อมาจากสุกร&lt;br /&gt;   * เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 (A/H1N1) ซึ่งเป็นเชื้อตัวใหม่ที่ไม่เคยพบทั้งในสุกรและในคน&lt;br /&gt;   * เป็นเชื้อที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ ซึ่งมีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่คน ไข้หวัดใหญ่สุกร และไข้หวัดใหญ่สัตว์ปีกด้วย&lt;br /&gt;   * เริ่มพบการระบาดที่ประเทศเม็กซิโก และแพร่ไปกับผู้เดินทางไปในอีกหลายประเทศ&lt;br /&gt;   * ระยะแรก กระทรวงสาธารณสุขใช้ชื่อโรคนี้ว่า “โรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก” และเมื่อองค์การอนามัยโลกได้ประกาศชื่อเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา จึงเปลี่ยนชื่อเป็น  “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1เอ็น1” และใช้ชื่อย่อว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เหตุใดจึงไม่ใช้คำว่าไข้หวัดสุกร (Swine flu)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ใหม่ ในการรายงานโรคนี้ช่วงแรกในภาษาอังกฤษใช้คำว่า  “Swine Flu” หรือไข้หวัดใหญ่สุกร&lt;br /&gt;   * โดยปกติแล้ว ไข้หวัดใหญ่สุกรเป็นโรคทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นในสุกร มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่หลายชนิด เช่น H1N1, H1N2, H3N1 และH3N2  แต่ละชนิดมีหลากหลายสายพันธุ์&lt;br /&gt;   * ตามปกติการเกิดโรคในสุกร บางครั้งอาจมีผู้ติดเชื้อจากสุกรและป่วยซึ่งเกิดไม่บ่อยนัก  การติดเชื้อเกิดโดยคนหายใจเอาละอองฝอยเมื่อสุกรไอ หรือจาม เข้าไป หรือการสัมผัสกับสุกร หรือสิ่งแวดล้อมที่สุกรอาศัยอยู่&lt;br /&gt;   * อย่างไรก็ตามเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโกนี้ ผลการตรวจวิเคราะห์ในระดับพันธุกรรมพบว่า เป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่พบในคน และยังไม่เคยพบในสุกรมาก่อน และการระบาดดังกล่าว ไม่มีรายงานโรคนี้ระบาดในสุกรทั้งในเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา  และผลการสอบสวนโรค ไม่พบผู้ใดติดโรคจากสุกร หากแต่เป็นการแพร่กระจายโรคจากคนสู่คนเท่านั้น&lt;br /&gt;   * ต่อมาวันที่ 1 พฤษภาคม 2552 องค์การอนามัยโลกได้เปลี่ยนการเรียกชื่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จากที่เคยเรียกว่า ไข้หวัดสุกร หรือ สไวน์ ฟลู (Swine Flu) และไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก เป็น “ไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1” (Influenza A H1N1)&lt;br /&gt;   * กระทรวงสาธารณสุขไทยจึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1” และชื่อย่อว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” เพื่อสื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจตรงกัน ไม่สับสนกับไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช1เอ็น1 ที่เกิดตามฤดูกาล  ซึ่งเป็นไวรัสไข้หวัดใหญ่คนละตัวกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เกิดการระบาดขึ้นที่ประเทศใดบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2552 เป็นต้นมา เริ่มพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และผู้ป่วยปอดบวม จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก (ณ วันที่ 29 เมษายน 2552) มีผู้ป่วยที่มีผลยืนยัน ทางห้องปฏิบัติการ 257 รายใน 11 ประเทศ ในเม็กซิโก 97 ราย เสียชีวิต 7 ราย สหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วย 109 รายใน 11 มลรัฐ  ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย 14 ราย เท็กซัส 26 ราย นิวยอร์ก 50 ราย แคนซัส 2 ราย แมสซาชูเซทส์ 2 ราย มิชิแกน 1 ราย   โอไฮโอ 1 ราย   อริโซนา 1 ราย   อินเดียนา 1 ราย  และ เนวาดา 1 ราย  นอกจากนั้นยังพบผู้ป่วยติดเชื้อในออสเตรีย 1ราย แคนาดา 19 ราย เยอรมนี 3 ราย อิสราเอล 2 ราย เนเธอร์แลนด์ 1 ราย นิวซีแลนด์ 3 ราย สเปน  13  ราย และ สหราชอาณาจักร  8 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต&lt;br /&gt;   * ท่านสามารถติดตามรายงานสถานการณ์โรคได้ที่ สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เคยพบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มีในประเทศไทยหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * จากระบบการเฝ้าระวังโรคของประเทศ  รวมทั้งการเฝ้าระวังผู้ป่วยและการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ ไม่เคยพบเชื้อสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวนี้&lt;br /&gt;   * ข้อมูลโรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ต้นปี 2552  จนถึงขณะนี้ พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่น ๆ ตามฤดูกาล จำนวน 3,159 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่แตกต่างกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;คนติดโรคนี้ได้อย่างไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * คนส่วนใหญ่ติดโรคไข้หวัดใหญ่จากการถูกละอองฝอยไอจาม น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยโดยตรง&lt;br /&gt;   * บางรายอาจได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น  ผ้าเช็ดหน้า  ลูกบิดประตู  โทรศัพท์  แก้วน้ำ เป็นต้น&lt;br /&gt;   * ไม่มีรายงานการติดต่อจากการรับประทานเนื้อสุกร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ขณะนี้สามารถรับประทานเนื้อหมูหรือผลิตภัณฑ์จากหมู ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * การบริโภคเนื้อหมูหรือผลิตภัณฑ์จากหมูที่ปรุงสุกนั้นปลอดภัย ไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้&lt;br /&gt;   * เนื่องจากไม่ใช่เชื้อไข้หวัดใหญ่สุกรตัวดั้งเดิมที่พบในสุกร ซึ่งแม้เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่สุกรตัวดั้งเดิม การติดต่อจากสุกรก็เกิดได้น้อยมาก และติดต่อโดยการสัมผัสกับน้ำมูกน้ำลายสุกรป่วยเป็นหลัก&lt;br /&gt;   * นอกจากนั้น เชื้อไว้รัสไข้หวัดใหญ่ก็จะถูกทำลายได้ด้วยความร้อนจากการปรุงอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไปด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;อาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีอะไรบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * อาการใกล้เคียงกับอาการโรคไข้หวัดใหญ่ที่พบตามปกติ  เช่น&lt;br /&gt;        - ไข้สูง&lt;br /&gt;        - ปวดศีรษะ&lt;br /&gt;        - ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&lt;br /&gt;        - ไอ&lt;br /&gt;        - เจ็บคอ&lt;br /&gt;        - อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียด้วย&lt;br /&gt;   * ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง  สามารถหายป่วยโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยหลายรายในเม็กซิโกมีอาการปอดอักเสบรุนแรง (หอบ  หายใจลำบาก) และเสียชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;มียาชนิดใดบ้างที่สามารถรักษาโรคนี้ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * ยาต้านไวรัสซึ่งใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่นี้ได้ผล คือ ยาโอเซลทามิเวียร์ (oseltamivir) เป็นยาชนิดกิน และยา zanamivir เป็นยาชนิดพ่น&lt;br /&gt;   * แต่ผลการตรวจเชื้อไวรัสนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าเชื้อนี้ดื้อต่อยาต้านไวรัส  amantadine และ rimantadine&lt;br /&gt;   * ยาต้านไวรัส oseltamivir จะให้ผลรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ดีที่สุด  ถ้าผู้ป่วยได้รับยาเร็วภายใน 2 วันนับตั้งแต่เริ่มมีไข้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) ในไทย ขณะนี้มีพอเพียงหรือไม่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * ประเทศไทยได้สำรองยานี้ไว้พอเพียงสำหรับการรักษาผู้ป่วย ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้สำรองยาที่นี้ไว้พอเพียง เพื่อการควบคุมการระบาดจากเชื้อสายพันธุ์ใหม่  ณ จุดเกิดเหตุ   โดยสำรองยาพร้อมใช้ทั่วประเทศจำนวน 3,250,000 แคปซูล (สำหรับผู้ป่วย 325,000 ราย)&lt;br /&gt;   * และองค์การเภสัชกรรมกำลังนำวัตถุดิบที่สำรองมาผลิตยานี้ (GPO-A-Flu®) ได้สำหรับ 1,000,000 แคปซูล (สำหรับผู้ป่วย 100,000 ราย) ในอีก 4 วันข้างหน้า&lt;br /&gt;   * นอกจากนี้ ยังพร้อมที่จะเพิ่มกำลังการผลิตสูงสุดหากเกิดการระบาดใหญ่ ได้อีก 1,000,000 แคปซูล (สำหรับผู้ป่วย 100,000 ราย) ด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;มีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นี้หรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ แต่องค์การอนามัยโลกได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทผู้ผลิต เร่งการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว&lt;br /&gt;   * ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ผลิตใช้อยู่ในปัจจุบันไม่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ก่อนเดินทางไปในพื้นที่ระบาด จะต้องรับประทานยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ เพื่อการป้องกันหรือนำยาติดตัวไปด้วยหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์เป็นยาควบคุมพิเศษ  ใช้เพื่อการรักษาโรคตามคำสั่งของแพทย์  โดยต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ชัดเจน&lt;br /&gt;   * สำหรับประชาชนทั่วไปหรือผู้ที่จะเดินทางไปพื้นที่ระบาด กระทรวงสาธารณสุข ไม่แนะนำให้รับประทานยาเพื่อป้องกัน  หรือนำติดตัวไปรับประทานเอง เนื่องจากยาดังกล่าวอาจมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ เป็นต้น  และอาจเป็นสาเหตุเชื้อดื้อยาได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลก่อนไปหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่า วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลจะป้องกัน&lt;br /&gt;ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 ได้&lt;br /&gt;   * อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกัน&lt;br /&gt;ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลก่อนเดินทางอย่างน้อย 2 สัปดาห์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ประชาชนควรปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;1. การเดินทางไปยังพื้นที่ที่กำลังเกิดการระบาด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * หากไม่มีความจำเป็น ควรชะลอการเดินทางไปยังพื้นที่ที่กำลังเกิดการระบาดจนกว่าสถานการณ์จะยุติลง&lt;br /&gt;   * แต่ถ้าจำเป็นต้องเดินทาง ให้&lt;br /&gt;          - หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอ&lt;br /&gt;          - หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด&lt;br /&gt;          - หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ หรือเช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&lt;br /&gt;          - ติดตามข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน&lt;br /&gt;          - ปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;2. ผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เกิดการระบาด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * จะได้รับการแนะนำด้านสุขภาพจากทีมแพทย์ โดยให้หยุดพักผ่อนอยู่ที่บ้าน&lt;br /&gt;เป็นเวลา 7 วัน และสังเกตอาการตนเองทุกวัน&lt;br /&gt;   * หากเกิดอาการของไข้หวัดใหญ่ เช่น  มีไข้ ไอ เจ็บคอ  ปวดเมื่อยเนื้อตัว ฯลฯ ควรสวมหน้ากากอนามัย&lt;br /&gt;หรือใช้กระดาษทิชชูปิดปากจมูกทุกครั้งที่ไอจาม  และรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที&lt;br /&gt;   * กรณีที่อาการไม่รุนแรง แพทย์จะอนุญาตให้รักษาตัวที่บ้านได้  ควรหยุดงาน หยุดเรียน&lt;br /&gt;และงดไปในที่ชุมชน เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายเชื้อให้กับผู้อื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;3. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    3.1 รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้&lt;br /&gt;ดื่มน้ำสะอาดและนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง&lt;br /&gt;ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และสุรา&lt;br /&gt;    3.2 หมั่นล้างมือบ่อยๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการไอ จาม&lt;br /&gt;    3.3 หากพบว่ามีผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ภายในบ้าน หรือสถานที่ทำงานเดียวกัน&lt;br /&gt;ต้องรีบแจ้งสำนักงานสาธารณสุข หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&lt;br /&gt;เพื่อทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วและหน่วยงานรับผิดชอบเข้าดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;4. ติดตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * รวมทั้งข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข  www.moph.go.th&lt;br /&gt;   * หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่&lt;br /&gt;          - ศูนย์บริการข้อมูลทางฮ็อตไลน์ของศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน&lt;br /&gt;ทางการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข หมายเลขโทรศัพท์ 0 2590 1994&lt;br /&gt;          - ศูนย์ปฏิบัติการ ฯ กรมควบคุมโรค หมายเลขโทรศัพท์ 0 2590 3333 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคนี้อย่างไรบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรการสำคัญ ได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * การเร่งรัดและเพิ่มระดับความเข้มข้นการเฝ้าระวังโรคกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบรุนแรง&lt;br /&gt;   * การตรวจคัดกรองผู้เดินทางระหว่างประเทศโดยติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิผู้เดินทาง&lt;br /&gt; (Infrared Thermo Scanner) ที่สนามบินนานาชาติ&lt;br /&gt;   * การตรวจยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการ การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย สำรองเวชภัณฑ์&lt;br /&gt;อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ  และอุปกรณ์อื่นที่จำเป็น&lt;br /&gt;   * การสื่อสารความเสี่ยง&lt;br /&gt;   * การให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ และให้บริการข้อมูลแก่ประชาชนผ่านศูนย์ฮ็อตไลน์ &lt;br /&gt;จัดทำข่าวแจก จัดการแถลงข่าว และจัดทำคำแนะนำประชาชนเผยแพร่ทางเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข  เป็นต้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หน้ากากอนามัยใช้ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดได้หรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * หน้ากากอนามัยทั่วไปใช้ในผู้ป่วย และบุคลากรที่ปฏิบัติงานกับผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่รุนแรง&lt;br /&gt;   * ควรใช้หน้ากากอนามัยชนิดพิเศษ  ซึ่งจะช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อจากผู้ป่วยขณะไอจามได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ผู้ป่วยต้องรับการรักษาที่ใด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   * ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการตรวจรักษา หรือรับคำปรึกษาได้ที่สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ทุกแห่ง&lt;br /&gt;ทั้งภาครัฐและเอกชน&lt;br /&gt;   * หากมีอาการอ่อนๆ ควรขอรับคำแนะนำและรับยาจากเภสัชกร  และรักษาตัวที่บ้าน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือขอรับคำแนะนำจากศูนย์ฮ็อตไลน์กรมควบคุมโรค &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วย ควรปฏิบัติอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านสามารถติดตามข้อมูล และ รายละเอียดมาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ได้ที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://beid.ddc.moph.go.th/th/index.php?option=com_content&amp;amp;task=view&amp;amp;id=419303&amp;amp;Itemid=199" target="_blank"&gt;สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--
google_ad_client = "pub-6428827218311392";
google_ad_host = "pub-1599271086004685";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/18/09 */
google_ad_slot = "0053615435";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//--&gt;
&lt;/script&gt;
&lt;script 
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;
&lt;/script&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947122797645810401-5415270730227952647?l=the-h1n1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/H1n1A/~4/r-zQaJEeuZo" height="1" width="1"/&gt;</description><link>http://feedproxy.google.com/~r/H1n1A/~3/r-zQaJEeuZo/2009-influenza-h1n1.html</link><author>noreply@blogger.com (Social Media News)</author><thr:total>0</thr:total><feedburner:origLink>http://the-h1n1.blogspot.com/2009/05/2009-influenza-h1n1.html</feedburner:origLink></item></channel></rss>

