<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2enclosuresfull.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0"><channel><title>น้ำหอมแบรนด์เนม</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/</link><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/FragranceMania" /><description>แฟนพันธุ์แท้น้ำหอมแบรนด์เนม &lt;br&gt; www.fragrancemania.co.cc</description><language>en</language><managingEditor>noreply@blogger.com (smallareashop)</managingEditor><lastBuildDate>Sun, 27 Nov 2011 16:20:59 PST</lastBuildDate><generator>Blogger http://www.blogger.com</generator><openSearch:totalResults xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearch/1.1/">293</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearch/1.1/">1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage xmlns:openSearch="http://a9.com/-/spec/opensearch/1.1/">25</openSearch:itemsPerPage><feedburner:info uri="fragrancemania" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><itunes:owner><itunes:email>noreply@blogger.com</itunes:email></itunes:owner><itunes:explicit>no</itunes:explicit><itunes:subtitle>แฟนพันธุ์แท้น้ำหอมแบรนด์เนม www.fragrancemania.co.cc</itunes:subtitle><itunes:summary>แฟนพันธุ์แท้น้ำหอมแบรนด์เนม www.fragrancemania.co.cc</itunes:summary><feedburner:browserFriendly></feedburner:browserFriendly><item><title>หนุ่มเนื้อหอม เลือกน้ำหอม เสริมเสน่ห์ เพิ่มความมั่นใจ</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_7524.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Mon, 20 Jul 2009 23:52:15 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-4092578231634977160</guid><description>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;คุณหนุ่มเนื้อหอม...ของเราจะเลือกน้ำหอมอย่างไรถึงจะเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;1.เลือกน้ำหอมที่เหมาะกับคาแรกเตอร์ของตัวเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชาย หนุ่มทุกคนมีความแตกต่างทั้งบุคลิก หน้าที่การงาน และการใช้ชีวิต ก่อนเลือกซื้อน้ำหอมต้องทำความเข้าใจในส่วนผสมที่หลากหลาย จึงต้องมีการทดสอบกลิ่นเสียก่อน ด้วยการทดลองเทสต์ลงบนผิวหนัง แล้วสังเกตว่ามีปฏิกิริยาเกิดขึ้นกับตัวเราไหม ถ้ามีแสดงว่าน้ำหอมขวดนั้นน่าจะเหมาะสมกับตัวเรา อีกอย่างหนึ่งต้องสังเกตปฏิกิริยาของผิวหนังด้วยว่าก่อนฉีดกับหลังฉีดมีความ แตกต่างกันอย่างไร ทดสอบไปเรื่อยๆแล้วในที่สุดเราจะรู้ว่าน้ำหอมขวดไหนที่บ่งบอกความเป็นตัวเรา อย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;2.ถามใจตัวเองว่าชอบไหม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช้ วิธีสังเกตจากกลิ่นท็อปโน้ตหรือกลิ่นแรกที่เราสัมผัสจากน้ำหอมเป็นหลัก ดูว่าเราชอบไหม อย่างน้ำหอม Light Blue Pour Homme ของ Dolce &amp;amp; Gabbana ที่มีกลิ่นโดดเด่นเหมาะกับหนุ่มรักอิสระ มอบความรู้สึกสะอาดและสดชื่นเหมาะกับอากาศบ้านเรา เวลาไปร้านน้ำหอม อาจให้พนักงานช่วยแนะนำแนวกลิ่นให้ตามความชอบและสเปรย์น้ำหอมไว้ที่ข้อมือ ด้านในสักประมาณ 15 นาทีแล้วตัดสินใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;3.ฉีดน้ำหอมให้เหมาะสมกับโอกาส&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บาง ครั้งเวลาจะฉีดน้ำหอม เราต้องสังเกตด้วยว่ากลิ่นอยู่ติดตัวเราทั้งวันหรือไม่ และควรจะเลือกกลิ่นที่จะฉีดให้เหมาะกับโอกาสที่แตกต่างกันไป เช่น เล่นกีฬา ทำงาน ประชุมนอกสถานที่ ซึ่งที่จริงแล้วเราอาจฉีดน้ำหอม 1-2 ครั้งต่อวันก็ได้ หรืออาจจะเลือกกลิ่นที่พิเศษที่เราชอบไว้สำหรับฉีดไปงานเลี้ยงช่วงหัวค่ำ ไม่ควรใช้น้ำหอมกลิ่นเดียวกันทุกวัน แต่ควรมีกลิ่นอื่นเผื่อไว้ด้วยเพื่อใช้ในโอกาสต่างๆกัน อีกอย่างต้องคิดด้วยว่า อากาศข้างนอกเป็นอย่างไร และจะใช้น้ำหอมกลิ่นไหนดี ที่สำคัญคือฉีดแล้วเราชอบไหม รู้สึกดี มีความมั่นใจหรือไม่ การฉีดน้ำหอมทำให้เราเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเอง ส่งผลให้เรามีพลังงานในการทำงานมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;4.สภาพอากาศและอุณหภูมิก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อน้ำหอม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สภาพ อากาศในหน้าหนาวยามนี้ยิ่งหนาวเท่าไหร่ยิ่งทำให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนลง แต่ตรงกันข้ามหากเป็นหน้าร้อน อากาศร้อนชื้นในเมืองไทยก็จะทำให้น้ำหอมมีกลิ่นฉุนกว่าปกติ คุณจึงควรมีน้ำหอมที่เหมาะสมกับฤดูกาลต่างๆโดยทดสอบว่ากลิ่นใดเข้ากับฤดุ หนาวกลิ่นใดเหมาะกับฤดูร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;5.จุดที่เหมาะสมในการพรมน้ำหอม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดที่เหมาะสมในการพรมน้ำหอมประกอบด้วย 5 จุด คือ ข้อมือ ข้อศอกด้านใน ซอกคอ ร่องอกและหลังหัวเข่า จุดเหล่านี้ล้วนเป็นจุดที่เก็บกลิ่นได้ดี จุดที่หนุ่มๆควรหลีกเลี่ยงในการพรมน้ำหอมคือจุดหลังใบหู เพราะน้ำหอมอาจทำปฏิกิริยากับต่อมน้ำเหลืองโอกาสที่จะเกิดกลิ่นไม่พึง ประสงค์จึงมีสูงมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Credit : maxworth&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-4092578231634977160?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-20T23:52:15.651-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>หอมกลิ่นพิศวาส</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_50.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Mon, 20 Jul 2009 23:56:30 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-3580078605913029259</guid><description>เชื่อไหมครับว่า ในกระบวนของสิ่งเร้าอารมณ์ทางเพศแล้ว ใครๆ ก็นึกว่า รูปร่างทรวดทรงองค์เอวที่บาดตา จะทำให้เกิดอารมณ์รักใคร่ และพิศวาสได้มากที่สุด แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เร้าอารมณ์มากที่สุด เรียกร้องความต้องการตามธรรมชาติ มากที่สุด กลับเป็นกลิ่น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันการใช้น้ำมันหอมระเหยที่สกัดมาจากรากไม้ ใบไม้ และดอกไม้นานาพรรณ ได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยเฉพาะการบำบัดความเครียดต่างๆ สปา มากหน้าหลายตา ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;อะโรมา เทอราพี : AROMATHERAPY &lt;/span&gt;หรือการบำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหยนั้น เป็นศาสตร์ที่ตกทอดกัน มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว และยังคงได้ผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน วิธีการดังกล่าวสามารถกระตุ้นอารมณ์จากสงบไปสู่ความตื่นเต้น ในการเร้าอารมณ์ทางเพศได้เช่นกัน ขณะเดียวกัน ก็สามารถที่จะทำให ้ผู้ที่ตื่นเต้นตึงเครียดผ่อนคลายหายตื่นเต้นลง เป็นผลให้การร่วมรักมีประสิทธิภาพ และมีความสุขสมเพิ่มขึ้น ถ้ารู้จักการใช้อย่างถูกวิธี แต่ก่อนที่จะใช้วิธีการดังกล่าว เพื่อเพิ่มอารมณ์พิศวาสให้เกิดความสุขร่วมกัน ควรจะรู้คร่าวๆ ถึงสรรพคุณของน้ำมันหอมระเหยชนิดต่างๆ รวมทั้งทราบว่า การหลอมรวมกันของน้ำมันหอมระเหยต่างชนิดกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์เป็นเท่าทวีคูณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ที่จริงแล้ว ถ้าจะแบ่งน้ำมันหอมระเหยออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ก็คงจะแบ่งได้ว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ชนิด ทำให้อารมณ์สงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบตื่นเต้น เช่น CHAMOMILE (ชาโมไมล์), SANDALWOOD (ไม้จันทร์หอม), LAVENDER (ลาเวนเดอร์), VETIVER (เวทิเวอร์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* ชนิดทำให้ตื่นตัวกระฉับกระเฉง เหมาะสำหรับผู้ที่เฉื่อยชา ไร้อารมณ์ เช่น BLACK PEPPER (พริกไทยดำ), ROSEMARY โรสแมรี่, เลมอน เปปเปอร์มินท์ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ชนิดที่ทำให้เกิดความสมดุลหรือเกิดดุลยภาพ เช่น เบอร์กามอท และลาเวนเดอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* ชนิดที่ทำให้ร่างกายและจิตใจหล่อหลอม เตรียมตัวมีความสุขทางเพศ เช่น น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจาก แฟรงก์คินเซนส์ (FRANKINCENSE)&lt;br /&gt;การ จะให้ได้ผลดีที่สุด ต้องเกิดจากการผสมของน้ำมันหอมระเหย จากกลุ่มต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นเข้าด้วยกัน และต้องเป็นการคิดค้นหรือผสมด้วยตนเอง เนื่องจากการเกิดความพิศวาสของคนเราที่จะกระตุ้นด้วยกลิ่นนั้นต้องเป็นคู่ ใครคู่มัน เพราะแต่ละคนก็ชอบกลิ่นต่างๆกัน ผมเลยจะขอแนะนำสูตรที่เคยได้ร่ำเรียนมาจากสำนักอาจารย์เมื่อครั้งไปศึกษา ต่างประเทศ ลองดูนะครับว่าจะได้ผลไหม ถ้าได้ผลดีก็ใช้ต่อนะครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ถ้าไม่ดี ก็ลองผสมดูเองก็แล้วกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กลิ่นหอมที่จะเพิ่มอารมณ์ให้ดีขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* กลิ่นหอมจากดอกมะลิหรือจัสมิน --- ทำให้รู้สึกเป็นผู้หญิงเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* ชาโมไมล์ --- ช่วยขจัดอารมณ์ร้ายๆ อารมณ์ไม่ดีออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* เนโรลี --- เพิ่มความรู้สึกที่เป็นผู้หญิงอย่างแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* เสาวรส --- ทำให้รู้สึกสดชื่นดูโลกสดใส&lt;br /&gt;ทั้งหมดนั้น เหมาะที่จะใช้กับคุณผู้หญิง... ...แล้วผู้ชายเล่า กลิ่นอะไร จึงจะทำให้อารมณ์พิศวาสดีขึ้น&lt;br /&gt;คำตอบก็คือ วานิลลา และผิวส้ม อย่างไรเล่าครับ ได้กลิ่นแล้ว ส่วนใหญ่จะอารมณ์ดีขึ้นทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* กลิ่นหอมที่จะควบคุมและกระตุ้นอารมณ์พิศวาส สำหรับคุณผู้หญิงแล้ว ต้องเบอร์กามอท เพราะทำให้รู้สึกเซ็กซี่และมีชีวิตชีวา และถ้าได้กลิ่นจากดอก เจอราเนียม ด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้เกิดดุลยภาพ และความสอดคล้องต้องกันกับเพศตรงข้ามได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วน &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เวทิเวอร์&lt;/span&gt; นั้น เป็นกลิ่นที่กระตุ้นไฟปรารถนาและอารมณ์พิศวาสได้เป็นอย่างดี ในขณะที่กลิ่นจากดอก คาร์ดาบอน จะทำให้มีจินตนาการ พิศวาสที่เพริศแพร้วได้อารมณ์&lt;br /&gt;กลิ่นเพิ่มพลังเพศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล่าวกันว่า สิ่งที่คนเราต้องการนั้น นอกจากยาอายุวัฒนะให้อายุยืนแล้ว ยาเพิ่มพลังเพศ ที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า APARODISIAC อ่านว่า อะโฟดิสิแอค นั้น ก็เป็นความต้องการในอันดับต้นๆ ของมนุษย์ชาติเช่นกัน ซึ่งรวมถึงกลิ่นหอมที่เร้าอารมณ์และเพิ่มพลังเพศด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;สำหรับคุณผู้หญิงแล้ว &lt;/span&gt;กลิ่นที่จะเพิ่มพลังเพศได้แก่ กลิ่นกุหลาบหรือโรส กลิ่นดอกมะลิ หรือจัสมิน กลิ่นจาก คลารี เซจ : CLARY SAGE และ อีลังอีลัง : YLANG YLANG ซึ่งผมมักจะลืมเรียกเป็นอีแร้งอีแร้งบ่อยๆ เป็นกลิ่นยอดนิยมในอันดับแรกๆ ที่ได้ผลค่อนข้างดีมาก แต่กับผู้ชายแล้ว กลิ่นที่สกัดจากไม้จันทน์หอมหรือแซนดัลวูดนั้น จัดเป็นกลิ่นอมตะนิรันดร์กาล ที่ส่งเสริมให้รู้สึกถึงความเป็นชายที่มีอยู่ จนอยากแสดงออก รองลงมาก็คงจะเป็น CLARY SAGE, PATCHOULI แล้วละครับ ชอบกลิ่นไหนก็ลองใช้ดูก่อนว่า มันเพิ่มพลังทางเพศได้จริง หรือเปล่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็จะไม่มากขนาดทำให้พวกกามตายด้าน หรือ หมดอารมณ์ ตาสว่างขึ้นมาหรอกครับ แค่ทำให้คนปกติธรรมดา รู้สึกถึงพลังทางเพศในตัวเองมากขึ้นเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ทำไมจึงต้องเป็นกลิ่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;คุณคงสงสัยกันอยู่ในใจใช่ไหมครับว่า... ทำไมต้องเป็นกลิ่น ที่เร้าอารมณ์ได้ดีที่สุด เหตุผลง่ายๆ ก็คือ กลิ่นจะกระจายไปยังตัวรับในจมูกและส่งผ่านปลายประสาทรับกลิ่นเข้าไปที่สมอง ได้โดยตรงอย่างเร็ว ซึ่งผิดกับยาหรือสารอาหารอะไรที่คิดจะใช้เพื่อกระตุ้นอารมณ์พิศวาส จะออกฤทธิ์ช้ากว่า เพราะต้องถูกดูดซึมจากระบบย่อยอาหาร เข้าสู่กระแสเลือด ก่อนที่จะไปยังสมอง ก็เพราะสมองของคนเราเป็นตัวสั่งการให้เกิดการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอารมณ์นั่น เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;วิธีการที่จะใช้น้ำมันหอมระเหยให้ได้ผลง่ายๆ แบบแรกก็คือ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;จุดตะเกียงลนน้ำมันให้ระเหยความหอมและสารเคมีในตัวของมันให้กระจายออกไปทั่วห้อง สู่ผู้รับ ทำให้บรรยากาศเป็นไปตามกลิ่นหอมที่ได้รับการผสมและปรุงแต่ง... ง่ายที่สุด บางทีมีขายเป็นเทียนหอมสำหรับจุดก็มี แต่วิธีการที่วาบหวามและได้อารมณ์มากกว่า ได้แก่ การซื้อในรูปแบบเกลืออาบน้ำ ที่ผสมน้ำมันหอมระเหยมาเรียบร้อยแล้ว ผสมในอ่างอาบน้ำอุ่น แล้วอาบน้ำร่วมกัน ก่อนที่จะร่วมรักต่อไปอย่างสุขสม นอกจากที่บ้านไม่มีอ่างอาบน้ำ ก็อาจจะใช้น้ำมันหอมระเหยประมาณสัก 15 หยด ผสมกับน้ำมันพาหะประมาณ 1 ออนซ์ แล้วช่วยกันนวดสัมผัสให้แก่กัน ตามที่ต่างๆ ยกเว้นส่วนสงวน และเต้านม น้ำมันพาหะยอดฮิต ได้แก่ น้ำมันแอลมอนด์ และน้ำมันอีฟนิวบริมโรสเจือจาง เลือกเอาตามความเหมาะสม และพอใจนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Credit : elib-online&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-3580078605913029259?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-20T23:56:30.503-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เรื่องหอมๆ เพื่อความผอม</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_490.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Mon, 20 Jul 2009 23:58:07 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-2959968092643304070</guid><description>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;90 เปอร์เซ็นต์&lt;/span&gt; ของคนที่มีปัญหาเรื่องความอ้วน แพทย์กล่าวว่า มีสาเหตุมาจากการบริโภคอาหารเกินกว่าความต้องการของร่างกายและหลายๆ ครั้งอาหารจำนวนมากที่กินเข้าไปนั้น ร่างกายเผาผลาญหรือย่อยได้ไม่ดี ก็จะตกค้างเป็นของเสียและไขมันสะสมในร่างกาย&lt;br /&gt;ศาสตร์ของการบำบัดด้วย น้ำมันหอมระเหย ( Aromatherapy ) กล่าวว่า มีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยบางชนิดช่วยกระตุ้นระบบการย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;มะกรูด ( Leech Lime )&lt;/span&gt; คนไทยเราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว นำผลมะกรูดสดมาคลึงให้ต่อมน้ำมันที่ผิวแตกแล้วสูดดม หรือใช้น้ำมันหอมระเหย bergamot ซึ่งมีลักษณะกลิ่นและคุณสมบัติใกล้เคียงกัน สามารถหาซื้อได้ง่าย นำมาจุดเผาเอากลิ่นก็ได้ นอกจากจะช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารแล้ว ยังมีผลทางจิตใจ ช่วยทำให้ใจสงบ สามารถควบคุมอารมณ์ และช่วยให้หลับสบายขึ้นด้วย กลิ่นมะกรูดและ bergamot นี้จึงเหมาะกับอาหารมื้อสุดท้ายของวันเป็นอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ส้ม ( Orange ) &lt;/span&gt;น้ำมันหอมระเหยสกัดกลิ่นส้มมีจำหน่ายทั่วไป หาซื้อได้ง่ายเช่นเดียวกับมะกรูด วิธีการใช้ก็ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่คนไทยไม่นิยมรับประทานเปลือกส้ม จะมีเพียงอาหารบางชนิด เช่น หมี่กรอบ ที่ซอยผิวส้มซ่าลงไปด้วย แต่สำหรับอาหารต่างประเทศ ผิวส้มใช้ทำอาหารกันมาก เช่น แยมผิวส้ม ผิวส้มโรยหน้าขนมหวาน ซึ่งจะได้ประโยชน์มากในการช่วยย่อยอาหาร กลิ่นส้มยังช่วยกระตุ้นให้สดชื่นแจ่มใส กระปรี้กระเปร่า เหมาะกับมื้อเช้าและการเริ่มวันใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;แคลรี่เสจ ( Clary Sage )&lt;/span&gt; น้ำมันหอมระเหยชนิดนี้ไม่ค่อยเห็นมีขายในบ้านเรา จะมีก็แต่ใบเสจ ( พืชตระกูลเดียวกัน ) เป็นผักที่ใช้ประกอบในอาหารต่างประเทศหลายอย่าง ใบเสจมีหลายพันธุ์ หลายสี ให้กลิ่นและรสต่างๆกัน ชนิดสีม่วงและแดงเป็นส่วนผสมสำหรับสอดไส้เนื้อสัตว์ มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารที่ย่อยยากประเภทเนื้อ นม และไข่ได้ดี การใช้กลิ่นแคลรี่เสจ หรือใบเสจเล็กน้อยยังช่วยลดความเครียด บรรเทาอาการหดหู่หรือกระวนกระวายได้ดีอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ไธม์ ( Thyme )&lt;/span&gt; หากอยากได้กลิ่นไธม์ก็ไม่จำเป็นต้องหาซื้อน้ำมันสกัดราคาแพง เพราะปัจจุบันใบไธม์ปลูกได้ในประเทศ มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต นิยมใช้เพิ่มกลิ่นและรสแก่อาหารประเภทซุป สตู เนื้อย่างแบบฝรั่ง หากคนที่ชอบรับประทานอาหารฝรั่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ การรับประทานอาหารใบไธม์นี้ด้วยจะช่วยทำให้ย่อยได้ง่ายขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;มิ้นต์ ( Mint )&lt;/span&gt; น้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยกันดี มีทั้งในหมากฝรั่ง ลูกอม และอาหารอีกหลายชนิด ในการนำมาใช้เพื่อช่วยเรื่องย่อยอาหารนี้ทำได้ง่ายมาก เพราะมิ้นต์เมืองไทยก็มี คือสะระแหน่ คุณสมบัติในเรื่องกลิ่นอาจใช้สู้มิ้นต์ต่างประเทศไม่ได้ แต่ถ้าใช้วิธีรับประทานจะสามารถได้รับประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่ อย่างเต็มที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในกรณีที่เกิดปัญหาจากระบบย่อย เช่น กินแล้วท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมหรือกรดมากในกระเพาะอาหาร เราสามารถประยุกต์นำน้ำมันหอมระเหยสกัดกลิ่นต่างๆ ที่กล่าวมามาใช้นวดหรือทาบริเวณผิวหนังบริเวณท้องเพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ ได้ด้วย เช่นเดียวกับ คนไทยสมัยก่อนที่นำมหาหิงคุ์ ( ว่านไทยโบราณชนิดหนึ่ง ) มาทาท้องแก้อาการปวดท้องจากอาหารไม่ย่อยได้ดี เพราะอนุภาคเล็กของน้ำมันหอมระเหยจะซึมผ่านผิวหนังและระบบน้ำเหลืองเข้าสู่ อวัยวะต่างๆภายในร่างกาย แต่การนำมาใช้กับผิวหนังต้องนำน้ำมันหอมระเหยมาเจือจางกับน้ำมันรองพื้นก่อน เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ ฯลฯ เพื่อป้องกันการระคายเคือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ล้วนแต่เป็นของไม่ไกลตัวเลย คนที่อยากลดน้ำหนัก วิธีง่ายๆอย่างการใช้กลิ่นหรือการรับประทานพืชผักที่มีน้ำมันหอมระเหยเหล่า นี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ไม่น่าพลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Credit : formumandme&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-2959968092643304070?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-20T23:58:07.268-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>กลิ่นบำบัดโรค</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_28.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:04:51 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-3606361659838574232</guid><description>วิธีการในการสกัดน้ำมันหอม มีหลายวิธี เช่น การกลั่น การสกัดด้วยน้ำมัน การสกัดด้วยแอลกอฮอล์ การคั้นด้วยแรง และการสกัดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เหลว เป็นต้น ครั้งหนึ่งๆ ต้องใช้ดอกไม้ หรือใบไม้จำนวนมากเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำมันไม่กี่หยด ทำให้หัวน้ำมันหอมมีความเข้มข้นสูง และราคาค่อนข้างแพง อย่างที่เห็นวางขายในขวดสีชากรองแสงขวดเล็กๆ มีหลากหลายกลิ่นให้เลือก ลักษณะน้ำมันนี้ไม่ได้เป็นมันหรือทิ้งคราบมันอย่างน้ำมันทั่วไป เพียงแต่ไม่สามารถผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำได้ และจะรวมตัวได้ดีกับน้ำมันพืช ดังนั้นเวลานำมาใช้ทำอะไรก็ตาม จะต้องทำให้เจือจางเสียก่อน หากนำมานวดผ่อนคลายตัวมักจะต้องผสมกับน้ำมันพืชบริสุทธิ์ (base oil) อย่างเช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันโจโจ้บา น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคำฝอย เป็นต้น นอกจากน้ำมันนวดแล้ว ก็ยังสามารถใช้หัวน้ำมันหอมเพียงไม่กี่หยดมาผสมกับน้ำ หรือปรุงกับครีม แชมพู สบู่ เจลอาบน้ำ ฯลฯ&lt;br /&gt;หลากกลิ่น...หลายอารมณ์ความรู้สึก กลิ่นหอมของน้ำมันหอม อาจแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่นส้ม ให้ความรู้สึกสดชื่นและสะอาด ได้จากพืชในตระกูลส้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่นเครื่องเทศ ให้ความรู้สึกหนัก หวาน และลึก ได้จากเครื่องเทศต่างๆ เช่น อบเชย กานพลู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่นดอกไม้ ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน นุ่มนวล ได้จากดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมต่างๆ เช่น กุหลาบ มะลิ พิกุล แก้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่นป่า ให้ความรู้สึกแห้งและเบาสบาย ได้จากน้ำมันจากเนื้อไม้ต่างๆ เช่น น้ำมันสน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่นสมุนไพร เป็นกลิ่นของเมนทอล และกลิ่นสีเขียวของใบไม้ ได้จากน้ำมันโหระพา กระเพรา สะระแหน่ ตะไคร้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่นหอมจากพืชพรรณเหล่านี้มีผลต่อจิตใจ และอารมณ์ความรู้สึกของคนมาก เมื่อเราสัมผัสกับกลิ่นด้วยการสูดไอระเหย การนวดน้ำมันบนผิวเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การทาครีม เจล หรือแม้แต่การอาบน้ำหรือแช่น้ำที่ผสมน้ำมันหอม หรือกิจกรรมใดๆ ก็ตาม โมเลกุลของกลิ่นหอมจะผ่านเข้าไปทางจมูก ไปกระตุ้นเซลล์ประสาทรับความรู้สึกที่อยู่ในโพรงจมูก ทำให้เกิดกระแสประสาทวิ่งไปยังศูนย์รับรู้กลิ่นในสมอง แล้วผ่านไปยังส่วนของสมองที่เรียกว่า ลิมบิกซิสเต็ม (limbic system) ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมการเรียนรู้ ความจำ อารมณ์ ความหิว และอารมณ์ทางเพศ กลิ่นที่เข้ามากระตุ้นลิมบิกซิสเต็ม จะทำให้สมองปล่อยสารเอนดอร์ฟิน (endorphins) เอนเซปฟาลีน (encephaline) และเซโรโทนิน (serotonin) ออกมา เอนดอร์ฟินจะช่วยลดความเจ็บปวด เอนเซปฟาลีนจะส่งเสริมให้มีอารมณ์ดี และเซโรโทนิน&lt;br /&gt;จะช่วยให้สงบ เยือกเย็น และผ่อนคลาย ดังนั้นอโรมาเทอราปี จึงถูกนำมาใช้ในการคลายความเครียด เหนื่อยล้า และโรคนอนไม่หลับได้ กลิ่นต่างๆ มักจะนิยมใช้ในสปา สำหรับนวดตัว หรือจุดให้หอมระเหยสร้างบรรยากาศ ที่พบได้บ่อยๆ เช่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่น ลาเวนเดอร์ มาจอแรม คาโมไมลด์ และดอกส้ม จะช่วยทำให้ง่วง นอนหลับสบาย จึงนำมาใช้บำบัดอาการเครียด นอนไม่หลับ โกรธ กังวล รำคาญ และความดันโลหิตสูง ทำให้ร่างกายผลิตเซโรโทนิน ทำให้ใจสงบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่นกุหลาบ และคลารี่เสจ ไปกระตุ้นทาลามัส และการผลิตเอนเซปฟาลีน ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่น เปปเปอร์มินท์ และโรสแมรี่ ช่วยกระตุ้นการผลิตอะดรีนาลิน ทำให้มีพลังงานมากขึ้น จิตใจเบิกบาน และลดการเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่น เจราเนียม จะช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้เข้าสู่สมดุล ซึ่งจะทำให้จิตใจเป็นปกติ จึงมีประโยชน์กับสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มักจะมีอารมณ์ปรวนแปร หดหู่ เศร้าหมอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยูคาลิปตัส (Eucalyptus) หรือ คาเจพุทธรักษา (Cajeput) สามารถใช้หยดบนผ้า สำลี หรือในอ่างน้ำร้อน แล้วสูดดมไอ แก้อาการหวัด หรือแพ้อากาศได้ จึงพบเสมอในยาดมที่ใช้กันแพร่หลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บาง ชนิดเหมาะสำหรับการทาผิวเพื่อบำรุงผิวพรรณ เช่น ทีทรี (Tea Tree) ลาเวนเดอร์ (Lavender) เทอเมอริค (Turmeric) จึงนิยมนำมาผสมกับครีม หรือเจลสำหรับการอาบน้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฟนเนล (Fennel) เกรปฟรุ้ต (Grapefruit) ใช้ทาผิวเพื่อลดไขมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับน้ำมันหอมจากพืชพรรณไม้ของไทยที่น่าจะผลิตใช้ได้เองในเมืองไทยได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมันตะไคร้หอม (Citronella Oil) ใช้ทาผิวเพื่อกันยุง สามารถทำเป็นสเปรย์พ่นด้วยการนำมาผสมกับน้ำบริสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมัน ดอกโหระพา (Sweet Basil Oil) ช่วยป้องกันการติดเชื้อ ไล่แมลง บรรเทาอาการปวดต่างๆ รวมทั้งโรคเก๊าท์ และยังช่วยลดอาการเครียดกระวนกระวายทำให้อารมณ์สดชื่นขึ้นจากความเหนื่อยล้า การใช้ต้องระวังเพราะอาจระคายเคืองต่อผิวหนังได้ง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมัน ขิง (Zingiber officinale) และน้ำมันพริกไทยดำ (Black Pepper Oil) ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและรูมาติซั่ม โดยทำเป็นน้ำมันนวดประคบ นอกจากนี้ยังบรรเทาอาการเครียด กระวนกระวาย เหนื่อยล้า และทำให้เกิดอาการตื่นตัว อบอุ่น อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำมันขิงต้องระวังให้ใช้ขนาดน้อยๆ เพราะจะระคายเคืองต่อผิวหนังได้ง่าย และห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมัน จันทน์ (Sendalwood Oil) ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวหนังที่แห้ง และผมที่เสีย นอกจากนี้ยังช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย สงบ สร้างความสดชื่นให้กับจิตใจที่กำลังหดหู่และช่วยทำให้นอนหลับสบายห้ามใช้ใน หญิงมีครรภ์และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมัน กระดังงาไทย (Ylang Ylang Oil) ช่วยเสริมการงอกงามของเส้นผม บำบัดอาการจากแมลงกัดต่อย และใช้กับสิว ป้องกันการติดเชื้อและการกระจายตัวของเชื้อโรค ใช้กับผิวหนังได้ทุกชนิด ในทางจิตใจ ช่วยบรรเทาอาการจิตใจหดหู่ เครียด และการนอนไม่หลับ รวมถึงอาการโกรธ กระวนกระวายใจ ทำให้สดชื่นและผ่อนคลายมากขึ้น การใช้ต้องระวังไม่ใช้ในขนาดเข้มข้นกับคนที่ป่วยเป็นความดันโลหิตสูง เพราะจะทำให้คลื่นไส้และปวดศีรษะได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมันดอกมะลิ (Jasmine Oil) ช่วยทำให้จิตใจผ่อนคลาย ตื่นตัว ไม่หดหู่เศร้าหมอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมัน มะกรูด (Bergamot Oil) ช่วยป้องกันการติดเชื้อ บำบัดอาการผื่นแดงของผิวหนัง และยังช่วยให้จิตใจสงบ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี และหลับสบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ จะนำหัวน้ำมันหอมที่มีวางจำหน่ายอยู่ทั่วไปมาผสมใช้เอง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันนวด ครีม แชมพู หรืออื่นๆ ควรศึกษาวิธีการและได้รับคำแนะนำอย่างจริงจังจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะการใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายแทนที่จะเป็นผลดี ได้ ต้องระวังไม่สัมผัส หรือสูดกลิ่นของหัวน้ำมันนั้นโดยตรงเพราะมีความเข้มข้นสูง ทำให้อาจเป็นอันตรายต่อผิวหนังและเนื้อเยื่อจมูก จึงต้องนำมาเจือจางก่อนใช้เสมอ นอกจากนี้น้ำมันหอมจากพืชตระกูลส้มทุกชนิดหรือน้ำมันมะกรูด อาจมีปฏิกิริยาต่อแสงแดดทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย ใครที่คิดใช้น้ำมันหอมในกลุ่มนี้ทาตัวทาผิวก็ไม่ควรออกไปเดินตากแดด อาจเกิดแพ้แดดขึ้นมาได้โดยไม่รู้ตัว ควรระวังไว้ก่อนเป็นดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;credit : maxworth&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-3606361659838574232?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:04:51.388-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เทคนิคการผสมน้ำหอม</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_26.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:05:21 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-1409131540414495206</guid><description>การ ผลิตน้ำหอมนั้น โดยส่วนมากแล้วตำราที่ แนะนำกันอยู่เรามักพบว่า ความรู้ที่ได้รับกัน อย่างมากก็แต่สูตรหรือที่เรียกว่า ฟอร์มมูล่า อย่างหยาบๆ ทั้งนี้ " ตำราที่แท้จริงนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของตำราต่างๆ มักจะพยายามปิดบังกันอย่างเข้มงวด ยิ่งเป็นพวกเครื่องหอมชั้นสูง (หมายถึงของผลิตจากต่างประเทศ) ถึง แม้จะมีตำราพิมพ์ขาย อยู่ตามท้องตลาด เปิดเผยอยู่ดังที่พบเห็น ก็ยังหาฉบับที่ให้ความรู้ในทางวิชาการ อย่างสมบูรณ์ได้ยาก ตัวผมเอง ก็หาได้มีความรู้ละเอียด ลึกซึ้งมากมาย หากแต่ จากประสบการณ์ การผสมน้ำหอม และ การดูแลการผลิต มากกว่า 8 ปี กับการทำงาน&lt;br /&gt;ซึ่ง มีรายละเอียดมากมาย ที่นอกเหนือจากตำรา ในที่นี้จะกล่าวถึงการผสม เป็นเกร็ดความรู้ เล็กๆ น้อยๆ หวังว่าคงเป็นประโยชน์ ต่อท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย นะครับ "&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ หัวน้ำหอม พร้อมใช้ ที่ผมผลิต และจำหน่ายอยู่ใน ขณะนี้ เป็นหัวน้ำหอม ที่สามารถ นำเอาไปใช้ได้เลย ไม่ต้อง นำมาผสม แอลกอฮอล์ อีก ติดทนนานมากครับ มีความปลอดภัยสูง แต่กินไม่ได้นะครับ หุๆๆ.....&lt;br /&gt;( โฆษณาซะหน่อย........^_^ )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอ๊า... ว่า กันต่อ แต่ หัวน้ำหอมที่วางจำหน่าย ตามร้านค้าทั่วไป ยังอยู่ในรูปแบบของ วัตถุดิบ หาก นำเอาไปใช้ จะมีผลข้างเคียง เสี่ยง ต่อการ เกิดอาการ แพ้ ถึง40% โดยเฉลี่ย หาก จะแพ้ มากแพ้น้อย ก็แล้วแต่ชนิดของกลิ่นนั้นๆ และ ภูมิคุ้มกันต้านทาน ของแต่ละคน ไม่ว่า จะเป็นหัวน้ำหอม เคมี หรือจาก natural oil ก็ตาม จึงนิยมนำมา ผสม แอลกอฮอล์ เพื่อ ใช้ แอลกอฮอล์ เป็นตัวกลาง ในการนำระเหย มีความปลอดภัย และ จางกลิ่น ให้หอม นิ่มนวล เพื่อเลียนแบบ กลิ่น หอมจาก ธรรมชาติ ตามสไตล์ ................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ้ง วิธีการคัดเลือก จัดเก็บ และผสม มีดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.การเลือกหัวน้ำหอม ที่มีคุณภาพ และการดูแลรักษา&lt;br /&gt;- เมื่อทาทิ้งไว้ที่เสื้อผ้า กลิ่นของตัวหัวน้ำหอมเอง จะไม่เปลี่ยน ถึงแม้จะจางลงแล้ว ก็ตาม&lt;br /&gt;- กลิ่นตัวของหัวน้ำหอมเอง ติดทนนานมาก&lt;br /&gt;- ควรเก็บรักษา ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส (ที่อุณหภูมิห้อง) เพื่อรักษาคุณภาพ ให้คงเดิม&lt;br /&gt;- อย่าให้โดนอุณหภูมิ สูงกว่า 30 องศาเซลเซียส เป็นอันขาด ถึงแม้เวลา เพียง เล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.การเลือกซื้อ แอลกอฮอล์ และการจัดเก็บ&lt;br /&gt;- ควรเลือก แอลกอฮอล์ 90% โดยไม่มีส่วนผสมใดๆเจือปน&lt;br /&gt;- ควรเก็บรักษา ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส (ที่อุณหภูมิห้อง) เพื่อรักษาคุณภาพ ให้คงเดิม&lt;br /&gt;- อย่าให้โดนอุณหภูมิ สูงกว่า 30 องศาเซลเซียส เป็นอันขาด ถึงแม้เวลา เพียง เล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.การจัดเตรียม แอลกอฮอล์ (สอบถาม รายละเอียดการ ลด เปอร์เซ็นต์ แอลกอฮอล์ ทาง เว็บบอร์ด นะครับ)&lt;br /&gt;- ก่อนทำการผสม ควรเติมน้ำกลิ่นบริสุทธิ์ เพื่อลด เปอร์เซ็นต์ แอลกอฮอล์ ลง = 70%, 75%,80%,85%&lt;br /&gt;ตามความเหมาะสม แล้วแต่ท่านจะต้องการกลิ่นอ่อนนุ่มแค่ไหน และ ซึ่งแล้วแต่ละชนิด ของหัวน้ำหอมนั้นๆด้วย เป็นปัจจัย สำคัญ หลัก ในการควบคุม กลิ่น ให้เป็นไปตามจุดประสงค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.การผสมน้ำหอม&lt;br /&gt;- เลือกพื้นที่ ที่ อุณหภูมิต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส (ที่อุณหภูมิห้อง)&lt;br /&gt;- ผสมตามอัตราส่วน หัวน้ำหอม แอลกอฮอล์ ที่ปรับแต่งแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- 1 : 2&lt;br /&gt;- 1 : 3&lt;br /&gt;- 1 : 4&lt;br /&gt;- 1 : 5&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ซึ่งแล้วแต่ชนิด โทนกลิ่นของหัวน้ำหอมนั้นๆ (ซึ่งแล้วแต่ความต้องการของท่านด้วย)แล้วเขย่าให้เข้า&lt;br /&gt;- เมื่อแล้วเสร็จ ให้จัดเก็บไว้ที่ อุณหภูมิต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส (ที่อุณหภูมิห้อง) เป็นระยะเวลา 3 - 6 เดือน แต่ถ้าเป็นโรงงานผลิตเค้าจะอัดความดันลงไปด้วย เพื่อมีกลิ่นที่อ่อนนุ่มนิ่ม และคุณภาพติดทนนาน ไม่ต่างกับน้ำหอมจากต่างประเทศ แต่สำหรับท่านไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ นะครับ แค่นี้ก็หอมมาก ๆ แล้วล่ะครับ "&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-1409131540414495206?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:05:21.325-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>การเลือกซื้อน้ำหอม</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_17.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:05:46 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-1534903012704839547</guid><description>ผู้ เชี่ยวชาญทางด้านนํ้าหอมบอกว่า เป็นการยากมากกับการที่เขาจะแนะนำ นํ้าหอมให้กับใครคนใดคนหนึ่ง เพราะแต่ละคนก็จะมี Style และรสนิยมที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถือได้ว่ามันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากเลยก็ว่าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- เวลาที่คุณไปเลือกซื้อนํ้าหอมนั้น ก่อนการเลือกซื้อถ้าเป็นไปได้ เราไม่ควรที่จะรับประทานอาหารที่มีรสจัด, ไม่ควรออกกำลังกายที่ทำให้เกิดความเหน็ดเหนื่อยมากจนเกินไป ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะส่งผลต่อการรับรู้ ทำให้เรารับรู้กลิ่นนํ้าหอมได้ผิดเพี้ยนไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- นอกจากนี้ เรายังไม่ควรไปเลือกซื้อนํ้าหอมในช่วงที่เราเพิ่งจะฟื้นจากอาการเจ็บป่วย หรือไม่สบาย หรือเพิ่งสูบบุหรี่เสร็จ เพราะการกระทำเช่นนี้ก็จะมีผลต่อการรับรู้กลิ่น ทำให้กลิ่นนํ้าหอมที่เราสัมผัสผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ในส่วนของเวลาที่เราทดลองนํ้าหอมที่เราไปเลือกซื้อนั้น จุดที่ดีที่สุดของร่างกายที่เราทดลองฉีดนํ้าหอมนั้น ก็คือตรงบริเวณ "ข้อมือ" นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ในกรณีที่เราทดลองนํ้าหอมมากกว่าหนึ่งกลิ่น เราก็ควรใช้ข้อมืออีกข้างหนึ่ง และถ้าเราทดลองนํ้าหอมมากกว่า 2 กลิ่นนั้น บริเวณที่เราควรฉีดนํ้าหอมลงไปก็คือ บริเวณแขนที่ไล่จากข้อมือของเราขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- เมื่อเราฉีดนํ้าหอมไปในบริเวณที่เราแนะนำไปแล้วนั้น เราไม่ควรที่จะตัดสินใจเลือกซื้อนํ้าหอมจากกลิ่นที่เราได้สัมผัส ณ เวลานั้นทันที เราควรทิ้งไว้อย่างน้อยที่สุดประมาณ 20 นาที ถ้าเป็นไปได้ควรจะประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงตัดสินใจ เลือกซื้อ แต่ในปัจจุบันนํ้าหอมแต่ละยี่ห้อนั้นได้ทำ Blotting paper ให้เราได้ทดลองกลิ่นนํ้าหอม แต่วิธีนี้ดีสำหรับการรับรู้กลิ่นในสัมผัสแรก และดีสำหรับการทดลองกลิ่นนํ้าหอมหลาย ๆ กลิ่นในเวลาเดียวกัน แต่วิธีนี้จะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีเท่ากับการที่คุณทดลองนํ้าหอมด้วยผิว หนังของคุณเอง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-1534903012704839547?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:05:46.581-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>แบบทดสอบว่าคุณเหมาะกับน้ำหอมแบบไหน</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_16.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:07:40 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-5054125149395599700</guid><description>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;มาค้นหาตัวเองว่า ... เหมาะกับน้ำหอมกลิ่นไหน?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;1. ประเภทภาพยนตร์ที่คุณชื่นชอบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. หนังสารคดี&lt;br /&gt;b. หนังรักโรแมนติค&lt;br /&gt;c. หนังตลก&lt;br /&gt;d. หนังแอคชั่น&lt;br /&gt;e. หนังลึกลับฆาตกร&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;2. คุณอยากเป็นเจ้าของรถยนต์ประเภทใด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. รถอะไรก็ได้ที่รักษาสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;b. รถเปิดประทุน&lt;br /&gt;c. รถสปอร์ตสองที่นั่ง&lt;br /&gt;d. รถจิ๊ป&lt;br /&gt;e. รถลิมูซีน&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;3. ชอบสัตว์เลี้ยงประเภทไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. สุนัข&lt;br /&gt;b. แมว&lt;br /&gt;c. ม้า&lt;br /&gt;d. นกแก้ว&lt;br /&gt;e. งู&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;4. ชอบไปงานปาร์ตี้แบบไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. ในบ้านเล็กๆ ดูอบอุ่น&lt;br /&gt;b. งานเลี้ยงดินเนอร์มื้อใหญ่&lt;br /&gt;c. งานเต้นรำตลอดคืน&lt;br /&gt;d. งานแต่งกายแฟนซี&lt;br /&gt;e. งานเต้นรำโก้หรู ชุดราตรีสีขาวกับทักซิโด้&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;5. ชอบอาหารประเภทใด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. พาสต้ากับสลัด&lt;br /&gt;b. อาหารฝรั่งเศส&lt;br /&gt;c. อาหารอังกฤษสมัยใหม่&lt;br /&gt;d. อาหารจีน&lt;br /&gt;e. อาหารไทย&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;6. เมื่อมีบ้าน ต้องการบ้านแบบไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. ปราสาท&lt;br /&gt;b. กระท่อมแนวชนบท&lt;br /&gt;c. บ้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์น&lt;br /&gt;d. เพ้นเฮาส์ชั้นบนสุด&lt;br /&gt;e. วิลล่า&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;7. วันว่างในวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณปรารถนาจะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. เดินเล่นในชนบท&lt;br /&gt;b. ย่ำราตรีกับไวน์สุดโปรด&lt;br /&gt;c. ไปงานปาร์ตี้&lt;br /&gt;d. เล่นกีฬา&lt;br /&gt;e. ไปงานชิมไวน์&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;8. เมื่อถึงเวลาพักร้อน คุณอยากไปที่ใดมากที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. ฤดูใบไม้ร่วงในมลรัฐอิงแลนด์&lt;br /&gt;b. ไปเที่ยวงานเทศกาลอาหารและไวน์&lt;br /&gt;c. หน้าร้อนในแคลิฟอร์เนีย&lt;br /&gt;d. เดินเล่นในยุโรป&lt;br /&gt;e. อินเดีย&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;9. เสื้อผ้าที่ชอบที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. ชุดสูท&lt;br /&gt;b. ชุดสีดำแบบลำลอง&lt;br /&gt;c. กางเกงขายาวใส่สบายกับเสื้อฟรีสไตล์&lt;br /&gt;d. เสื้อยืด กางเกงยีนส์&lt;br /&gt;e. ชุดกำมะหยี่กรุยกราย&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;10. ดนตรีที่โปรดปราน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. คลาสสิค&lt;br /&gt;b. เพลงรัก&lt;br /&gt;c. อาร์แอนด์บี&lt;br /&gt;d. เพลงป๊อบ&lt;br /&gt;e. เวิร์ดมิวสิค&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;11. ทิวทัศน์ที่มองได้ไม่เบื่อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. ป่าไม้&lt;br /&gt;b. สวนดอกไม้&lt;br /&gt;c. ชายหาด&lt;br /&gt;d. น้ำตก&lt;br /&gt;e. นาข้าว&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;12. ชอบดอกไม้หรือต้นไม้ชนิดไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;a. ต้นเฟิร์นและใบไม้&lt;br /&gt;b. กุหลาบ&lt;br /&gt;c. อะเซเลีย&lt;br /&gt;d. ลิลลี่สีขาว&lt;br /&gt;e. กล้วยไม้&lt;br /&gt;________________________________________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;คำตอบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ถ้าตอบข้อ a. มากที่สุด : &lt;/span&gt;คุณมักเป็นคนขี้สงสัยชอบตั้งคำถามเกี่ยวกับความปรารถนา แสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่เสมอ&lt;br /&gt;คุณเป็นคนฉลาดมีเล่ห์เหลี่ยมในบางครั้ง น้ำหอมของสาวบุคลิกนี้เหมาะกับกลิ่น เปลือกไม้ ที่มีความละเมียดละไม&lt;br /&gt;ให้ความรู้สึกอบอุ่นและลึกลับ น้ำหอมกลิ่นเบสเปลือกไม้ได้แก่ Christian Dior Miss Dior cherie&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ถ้าตอบข้อ b. มากที่สุด :&lt;/span&gt; คุณเป็นคนโรแมนติก ใจดี เป็นห่วงเป็นใยผู้อื่นอยู่เสมอ ชอบดอกกุหลาย สุนทรีย์กับอาหารดีๆ กับไวน์รสเยี่ยม น้ำหอมของสาวนิสัยดีอย่างนี้ควรเป็นกลิ่นดอกไม้ ที่มีความหอมหวาน อบอุ่น ควรใช้น้ำหอม Clinique' Happy, Calvin Klein's Eternity, Gucci Envy, Christian Dior Jadore, Estee Lauder Pleasure&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ถ้าตอบข้อ c. มากที่สุด : &lt;/span&gt;คุณเป็นพวกสุขนิยม มีซิกส์เซนส์ และรื่นรมย์กับชีวิต เช่นชอบไปเต้นรำตอนกลางคืน เมื่อมีบ้าน เลือกชื้อเครื่องเรือนที่ทันสมัย แต่งกายตามสบาย ควรใช้น้ำหอมกลิ่นพืชตระกูลส้มที่อบอวลด้วยความสดชื่น ของผลไม้สด เลือกน้ำหอมเช่น น้ำหอมตระกูลของ Bvlgari, Eau de Lancome&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ถ้าตอบข้อ d. มากที่สุด :&lt;/span&gt; คุณเป็นคนมองโลกในแง่บวก ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ คุ้มค่า เป็นผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยพลังงาน คุณชอบดูหนังแอคชั่น เลือกรถจิ๊ปและชอบงานปาร์ตี้สวมหน้ากาก น้ำหอมที่เหมาะกับคุณคือกลิ่นสดชื่นจากสายน้ำ ได้แก่ Calvin Klein Escape และ Polo Sport women&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ถ้าตอบข้อ e. มากที่สุด :&lt;/span&gt; ผู้หญิงกลุ่มนี้เมื่อเข้าสังคมเธอจะเป็นดาวเด่น เธอชื่นชอบข้าวของ และศิลปะจากต่างแดน ชอบเดินทาง น้ำหอมที่เหมาะสมคือกลิ่นตะวันออกที่ผสม Gucci Rush, Poeme ของลังโคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Credit by www.narak.com&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-5054125149395599700?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:07:40.410-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ประโยชน์ของน้ำหอม</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_795.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:09:26 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-6085922019683500416</guid><description>ตลอดวันเช้าและเย็นในช่วงชีวิตของเรา, เราได้ดมเอากลิ่นต่างๆโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เราหายใจเข้าออกเป็นประจำ ซึ่งดูดรับเอาโมเลกุลของเคมีซึ่งมีปฎิกิริยาต่อตัวรับกลิ่นของเรา เราจะรู้สึกถึงกลิ่นหอม, เหม็น หรือกลิ่นฉุนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในการที่เราได้รับรู้ถึงกลิ่นที่ว่า ทำให้เกิดการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆว่า เราดมได้อย่างไร ทำไมกลิ่นและน้ำหอมจึงมีผลต่อเรา? ทำไมเราถึงพึ่งจะศึกษาสิ่งเหล่านี้?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพ และเสียงจะถูกศึกษาและวิจัยเป็นอย่างมาก จนกระทั่งเมื่อปี 1983 ได้มีการทดสอบและวิจัยขั้น พื้นฐาน ของการสัมผัสกลิ่นของคนเราโดยNational Institutes of Health (NIH)ซึ่งก็ไม่ได้รับทุนในการวิจัย มากพอควร ซึ่งจากที่ Dr. Solomon H. Snyder, นักวิทยาศาสตร์ทางด้านประสาท สัมผัสที่ Hopkins University school of medicine ว่าไว้ "NIH จะไปสนอะไรเพราะว่าไม่มีคนตายเพราะการ ดมกลิ่นมากจน เกินไป"ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้ทำให้เกิดการตื่นตัวในวงการในการวิจัยเกี่ยวกับ กลิ่นที่คนเราได้ รับจะมีผล อะไรกับพฤติกรรมบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เราได้รับกลิ่นได้อย่างไร?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเราสูดอากาศ อากาศจะผ่านเข้ารูจมูก และเข้าไปยังพื้นที่ที่มีขนาดเท่าแสตป์ซึ่งบรรจุไปด้วย เซลส์ตัวรับเป็นล้านๆตัว ซึ่งเรียกว่า olfactory epithelium. ถ้าอากาศที่เราสูดเข้าไปมีโมเลกุล ของน้ำหอมอยู่ด้วย โมเลกุลเหล่านั้นจะไปเกาะอยู่กับของเหลวข้นๆรอบ epithelium ใยของตัวเซลส์รับ (Receptor) จะยืนออกไปจับกับโมเลกุลน้ำหอมที่ว่าผ่านจากตอนล่างของเซลส์ เมื่อใยที่ว่าไป สัมผัสกับโมเลกุลน้ำหอมแล้ว ก็จะเกิดการส่งรหัสและคลื่นไปยังระบบประสาทของเรา และจะ ไปสิ้นสุดที่สมองต่างๆของเราโดยรวมถึง สมองส่วนกลางและเยื่อหุ้มสมองด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นกล้วย จนถึงกลิ่นดอกกุหลาบ แต่ละกลิ่นจะทำให้เกิดการส่งรหัสหรือการผ่านคลื่นไปตามแบบของกลิ่นนั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นคนเราเองแต่ละคนก็จะมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน น้ำหอมบางกลิ่นอาจจะทำให้คนคนหนึ่งสงบ แต่อาจจะให้ความรู้สึกอีกคนหนึ่งที่ต่างกันออกไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการศึกษาอย่างละเอียดมากขึ้น&lt;br /&gt;น้ำหอมมีผลกับเรา อย่างไร? หลังจากที่NIH ได้เพิ่มทุนในการวิจัยเกี่ยวกับการดมกลิ่นของคนเรา ทำให้เกิดการวิจัยมากมายที่แสดงว่า น้ำหอมหรือกลิ่นมีผลต่อคนเราโดยตรง โดยอาจจะลดความเครียด จนถึงการเพิ่มความรู้สึก (Mood). และยังพบว่าน้ำหอมจะทำให้การหลับของเรามีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และอาจจะปลุกความทรงจำที่เราอาจจะลืมเลื่อนไปได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Stree Reduction (การลดความเครียด)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การ วิจัยพบว่าการใช้น้ำหอมในคนเราสามารถช่วยลดความเครียดได้ นักค้นคว้าที่ Sloan-Kettering Cancer ที่ New York ได้พบว่าน้ำหอมลดอาการเครียดของคนไข้ที่ได้รับอาการจากMegnatic resonance imaging (MRI) จากการทดลองให้คนไข้ได้รับกลิ่นน้ำหอมทำให้ลดอาการที่ว่าไปได้ถึง 63%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Quality of Sleep (การหลับอย่างมีสุข)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การ วิจัยโดยDr. Peter Badia จาก Bowling Green State University, Department of Psychology ได้ผลการวิจัยออกมาเป็น 2 หัวข้อใหญ่เพื่อศึกษาว่ากลิ่นมีผลต่อการนอนของคนเราหรือไม่ การศึกษาพบว่าพฤติกรรมและจิตใจเราขณะหลับยังสามารถรับรู้ถึงกลิ่นต่างๆได้ เป็นอย่างดี แล้วในการทดสอบต่อโดยการให้ผู้ทดลองได้รับกลิ่น มะลิ, เปเปอร์มินท์,และไม่ได้รับกลิ่น ผลปรากฎว่าว่า กลิ่นมะลิจะทำให้ผู้ทดสอบติ่นขึ้นมาอย่างสบายตัว เปเปอร์มินท์จะทำให้รู้สึกว่าตื่นขึ้นมาอย่างผวา ซึ่งจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการได้กลิ่นระหว่างการนอนหลับมีต่อการหลับได้ เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Memory (ความทรงจำ)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นการตอบสนองที่น่าทึงที่สุดที่ได้ จากน้ำหอม ทุกคนจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับความรู้สึก ไม่ว่าจะดีหรือร้าย หลังจากได้กลิ่นน้ำหอมต่างๆกัน เช่นกลิ่นของรถคันใหม่เอี่ยมที่คุณพึ่งถอยออกมาจากห้าง ซึ่งประสบการณ ์เหล่าเกิดขึ้นจากการได้กลิ่นเพียงครั้งเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Dr. Trygg Engen, professor of psychology at Brown University, พบว่าความสามารถใน การจำกลิ่นของคนเรามีมากกว่าความสามารถในการจำภาพที่เราเห็น คนเราจะสามารถจำ กลิ่นได้แม่นยำเกือบ 65% ภายในระยะเวลาหนึ่งปี เทียบกับการจำภาพแค่ 50% ในเวลาแค่ 4 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากส่วนประสาทในสมอง "memory bank" ซึ่งการรับกลิ่นของคนเราจะถูกควบคุมโดยLimbic System ซึ่งเป็นระบบที่ควบคุมความรู้สึก (Emotion)และการตอบสนองทางเพศ, ศิลปะและอื่นๆ ซึ่ง Limbic System จะเก็บรวบรวมความรู้สึกต่างๆที่เรามีประสบการณ์ไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำหอมทำให้เรา รู้สึกSexy, กระชับกระเชง,แข็งแรง, สะอาด, มีความสุข,อ่อนหวาน, สร้างสรรค์, และ ความรู้สึกอื่นๆอีกมากมาย คนเราจะตอบสนองน้ำหอมกลิ่นต่างๆไปในแบบที่ต่างกัน ความเป็นไปได้ท ี่น้ำหอมจะมีผลต่อการตอบสนองนั้นไร้ขีดจำกัด กลิ่นต่างๆที่จะสัมผัสได้หรือไม่ได้ได้เข้ามา อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา คนเป็นล้านอาจจะต้องตายไปถ้าไม่สามารถได้กลิ่น ของควันไฟเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ เราใช้ความรู้สึกในการดมเพื่อแยกอาหารที่เสีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;THANKS : www.numhom.com&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-6085922019683500416?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:09:26.877-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>วิธีทดลองกลิ่นน้ำหอม</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_5372.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:09:50 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-533145281943652002</guid><description>ในการทดลองกลิ่นน้ำหอมขณะซื้อ เมื่อฉีดแล้วควรรอสัก 2-3 นาที เพื่อให้กลิ่นของน้ำหอมผสมกลมกลืนกับกลิ่นกาย จนสมบูรณ์เป็นหนึ่งเดียว เพื่อคุณจะได้รู้ว่าน้ำหอมกลิ่นนั้น เหมาะกับตัวคุณจริงหรือไม่ และควรลองเพียง 2-3 กลิ่นก็พอเพราะถ้าลองมากไปกลิ่นจะตีกันจนแยกไม่ออกแล้วคุณก็อาจสับสนจนไม่ สามารถเลือกน้ำหอมได้ถูกใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    *&lt;br /&gt;      ถ้าคุณมีผิวที่แพ้น้ำหอมให้ฉีดน้ำหอมลงบนผ้าเช็ดหน้าแล้วใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าแทนที่จะฉีดลงบนผิวตรงๆ&lt;br /&gt;    *&lt;br /&gt;      ไม่ ควรใช้มือหรือนิ้วถูน้ำหอมให้ซึมเข้าไปในผิวเพราะจะทำให้น้ำหอม "ช้ำ" ทางที่ดีควรฉีดน้ำหอมลงบนผิวแล้วปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติจะดีกว่า&lt;br /&gt;    *&lt;br /&gt;      บาง ครั้งคุณอาจลองคิดวิธีใช้น้ำหอมให้สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้นบ้างก็ได้ เช่น ฉีดลงบนกระดาษจดหมายก่อนพับใส่ซอง ฉีดพรมบนผ้าปูที่นอนก่อนเข้านอน ฉีดที่เทียนไขก่อนจุด เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำ หอมจะระเหยได้ดีบนผิวเนื้อที่อุ่นและมีการหมุนเวียนโลหิตดี ดังนั้นจุดที่จะช่วยเร่งให้น้ำหอมส่งกลิ่นหอมได้มากและได้นานก็คือบรรดาจุด ชีพจรของเรานี่เอง เพราะในทุกจังหวะที่ชีพจรเต้นก็จะทำหน้าที่ทางอ้อมช่วยกระตุ้นให้กลิ่นหอม กระจายออกมาอย่างเป็นจังหวะต่อเนื่อง ฉะนั้น จึงควรฉีดน้ำหอมตามจุดชีพจร เช่น ด้านในข้อมือ ข้อศอก ข้อพับ ใต้ติ่งหู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำหอมส่วนใหญ่มักจะคงอยู่ได้นานกว่าผิวแห้ง หากต้องการให้กลิ่นหอมติดทนนานบนผิวกายควรฉีดพรมน้ำหอมหลังทาโลชั่นบำรุงผิว แต่ ไม่ว่าอย่างไรการฉีดน้ำหอมเพียงครั้งเดียวก็ไม่สามารถทำให้กลิ่นอยู่ได้นาน ตลอดวัน ดังนั้น หากต้องการให้กลิ่นหอมอยู่ทนบนผิวกายตลอดวันควรฉีดน้ำหอมวันละ 2-3 ครั้งเป็นอย่างน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดสำคัญในร่างกายที่ควรได้รับการฉีดพรมด้วยน้ำ หอมมีดังนี้ ขมับทั้ง 2 ข้าง บริเวณร่องอก ข้อพับแขน ข้อมือ ข้อพับขา ด้านหน้าของตาตุ่ม และกระดูกหน้าขา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-533145281943652002?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:09:50.214-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>สร้างเสน่ห์ด้วย...น้ำหอม</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_8898.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:10:14 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-4297400428668496035</guid><description>กลิ่นหอมเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่สามารถครอบงำอารมณ์ความรู้สึกและจิตใจมนุษย์เรา ได้ในสมัยโบราณกรรมวิธีในการผลิตน้ำหอมและเครื่องหอมต่าง ๆ ถูกเก็บไว้เป็นความลับที่รู้กันเฉพาะในชนชันสูง ซึ่งคนธรรมดาสามัญไม่มีโอกาสจะเรียนรู้ได้ ถือกันว่าเป็นศาสตร์ลี้ลับที่ใช้ในการสร้างเสน่ห์ของหญิงสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบัน ผู้หญิงและผู้ชายใช้น้ำหอมกันเป็นประจำทุกวัน กลิ่นที่ถูกผลิตออกมาก็มีความหลากหลายกว่าสมัยโบราณ น้ำหอมกลายเป็นอุตสาหกรรมวิธีการทำน้ำหอมเป็นที่เปิดเผยกันทั่วไปไม่ได้เป็น เรื่องของศาสตร์ลึกลับอีกแล้ว คนธรรมดาทั่วไปก็สามารถเข้าถึงได้เช่นเดียวกับคนระดับสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเลือกน้ำหอมให้เข้ากับตัวเราเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพราะถ้าเลือกผิดแล้วแทนที่จะสร้างเสน่ห์ให้กลับทำลายเสน่ห์ของเราจนสิ้น เราจึงมีเกร็ดความรู้ในการเลือกซื้อและเลือกใช้น้ำหอมมาฝาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    *&lt;br /&gt;      น้ำ หอมในปัจจุบันมีกลิ่นหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกลิ่นผู้หญิง ผู้ชาย กลิ่นวัยรุ่น วัยสาว วัยผู้ใหญ่ จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับเพศและวัยตนเอง&lt;br /&gt;    *&lt;br /&gt;      น้ำ หอมที่ต่างกลิ่นกันก็เหมาะกับแต่ละโอกาสหรืออารมณ์ เช่น น้ำหอมกลิ่นหนึ่งอาจเหมาะกับเวลากลางวัน และอีกกลิ่นหนึ่งอาจเหมาะกับเวลากลางคืน หรือน้ำหอมที่มีกลิ่นอ่อน ๆ ก็เหมาะที่จะใช้ในหน้าร้อนส่วนหน้าหนาวก็ควรใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นแรงมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ จะรับรู้ได้ว่ากลิ่นหอมนั้นๆ เหมาะกับตัวเราและเราชอบมันจริงหรือไม่นั้น อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง ฉะนั้น ควรเลือกซื้อน้ำหอมขวดเล็กไปลองใช้ก่อนถ้ามั่นใจแล้วจึงค่อยกลับมาซื้อขวด ใหญ่อีกที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปกติระดับกลิ่นของน้ำหอมจะไม่คงที่แต่จะค่อยๆ เปลี่ยนระดับของกลิ่นไปเรื่อยตามกาลเวลา กลิ่นของน้ำหอมมี 3 ระดับ กลิ่นแรก กลิ่นกลาง และกลิ่นพื้นฐาน&lt;br /&gt;เมื่อฉีดน้ำหอมครั้งแรก กลิ่นที่จะได้รับจะมีลักษณะหอมสดชื่นและบางเบา กลิ่นแรกนี้จะอยู่ได้ประมาณ 15 นาที และจางหายไปอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;กลิ่นต่อไปคือ กลิ่นกลาง ที่ถือว่าเป็นหัวใจของน้ำหอมเป็นช่วงที่กลิ่นจะกระจายตัวอย่างเต็มที่บนผิวกาย จะคงอยู่ประมาณ 2-4 ชั่วโมง&lt;br /&gt;กลิ่นสุดท้าย คือ กลิ่นพื้นฐาน ซึ่งเป็นกลิ่นเข้มข้นที่สุดที่เหลืออยู่ ซึ่งจะแสดงกลิ่นเมื่อเวลาผ่านไป ประมาณ 4-6 ชั่วโมง และค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-4297400428668496035?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:10:14.143-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>น้ำหอมกับราศี</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_8430.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Thu, 14 May 2009 03:21:40 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-5468798104997886001</guid><description>&lt;span class="Apple-style-span" style="font-family: tahoma; "&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;img src="http://www.maxworth.co.th/max_home/images/02288_003.jpg" width="127" height="103" align="left" border="1" /&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;ทำไมเราต้องเลือกน้ำหอมกลิ่นที่เข้ากับราศีเกิดก็เพราะคนเราที่เกิดมาต่างอยู่ใต้อิทธิพลของดวงดาว อันเป็นตัวกำหนดบุคลิกและอุปนิสัยของชาวราศีนั้นที่แตกต่างกันไป อย่างคนที่ราศีเกิดอยู่ในธาตุไฟจะเป็นคนอารมณ์ร้อนจึงควรเลือกใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นอ่อนโยนเบาบาง และคนราศีเกิดอยู่ในธาตุน้ำ ซึ่งเป็นคนใจเย็นควรเลือกกลิ่นน้ำหอมที่มีกลิ่นฉุนเตะจมูก สำรวจว่าคุณเกิดในราศีอะไรและควรใช้น้ำหอมกลิ่นไหนดี&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;อุปนิสัยของคนธาตุไฟ &lt;br /&gt;Aries ราศีเมษ (21 มี.ค. - 20 เม.ย) Leo ราศีสิงห์ (23 ก.ค. - 23 ส.ค.) Sagittarius ราศีธนู (23 พ.ย. - 21 ธ.ค.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;คุณเป็นคนสดใสชอบในสิ่งที่ทำให้คุณสบายอกสบายใจ แต่เป็นคนที่ขาดความอดทน และเป็นคนชอบวางตัวกร่าง เป็นคนมีความกระตือรือร้นสูง และชอบทำตัวเป็นผู้นำ ตัวคุณเองรู้ว่าคุณเป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าลองได้โกรธใครขึ้นมาล่ะก็จะร้อนเป็นไฟแต่ข้อดีของคุณคือเมื่อใดที่ได้ระบายอารมณ์แล้วจะหายโกรธไม่ถือโทษหรืออาฆาตใคร คุณไม่ชอบเก็บเรื่องไร้สาระไว้ให้รกสมองเพื่อนๆจึงชอบคบค้าสมาคมกับคุณทั้ง ๆ ที่คุณเป็นคนเจ้าอารมณ์ ที่เป็นเช่นนี้เพราะคุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ในส่วนลึกนั้นคุณมีความรู้สึกห่วงตัวเอง และรู้ว่าควรทำอะไรให้กับตัวคุณเองบ้างก่อนมีความคิดที่จะสงเคราะห์ผู้อื่น ชาวราศีที่เกิดในธาตุไฟ ได้แก่&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Aries ราศีเมษ (21 มี.ค. - 20 เม.ย)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;คุณรู้ว่าตัวคุณต้องการอะไร และยังรู้ด้วยว่าคุณจะได้สิ่งนั้นมาด้วยวิธีไหนคุณจึงเป็นคนที่มีการตัดสินใจที่แน่วแน่เด็ดเดี่ยว สิ่งนี้เองทำให้คุณมีลักษณะของผู้นำ อันเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต ข้อดีของคุณคือ เป็นคนหน้าซื่อมีความคิดอะไรอยู่ในใจ คุณจะแสดงออกไปตามนั้น น้ำหอมที่เหมาะกับชาวราศีคุณ ควรเป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นสะอาดและเบาบาง อย่างเช่น น้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ ซึ่งเป็นกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพรรณ ผสมกับกลิ่นเย็นๆ ของต้นไม้ประเภทสน ในตอนกลางวันคุณควรเลือกใช้ Cristalle ของ Chanel หรือ Lauren ของ Raiph Lauren ส่วนตอนกลางคืน ควรเลือกกลิ่นที่มีส่วนผสมของขิงและดอกมะลิ Ckone ของ Calvin Klein หรือ Amazone ของ Hermes&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Leo ราศีสิงห์ (23 ก.ค. - 23 ส.ค.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;คุณคือเจ้าป่าราชสีห์ สิ่งที่คุณชอบมาก คือความหรูหรา และชอบวางตัวโอ่อ่าภูมิฐาน จนบางครั้งทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่า คุณเป็นคนหลงตัวเอง อย่างไรก็ดีคุณเป็นคนที่เชื่อมั่นตัวเอง และภาคภูมิใจกับผลงานของคุณเสมอ การได้ปรากฏตัวตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นส่งที่คุณชอบ เพราะคุณเป็นคนตามใจเพื่อน ใครจะชวนไปไหนไม่เคยขัด แต่ถ้าคุณต้องวุ่นอยู่กับการทำผม และแต่งหน้ามากไปจะทำให้คุณเป็นบ้า เพราะบางครั้งคุณอยากปล่อยเนื้อปล่อยตัว ตามสบายบ้าง ดังนั้นน้ำหอมกลิ่นที่เหมาะกับคุณ ควรเป็นกลิ่นที่ติดทนนานเหมือนกลิ่นดอกไม้ ยามเมื่อต้องกับแสงตะวัน เป็นกลิ่นต้นไม้ใบหญ้าสด ผสมด้วยกลิ่นของผลไม้เปรี้ยว สำหรับตอนกลางวันควรเลือกใช้ Sunflowers ของ Elizabeth Arden, Anais ของ Cacharel และตอนกลางคืนควรเป็นกลิ่น Safari ของ Ralph Lauren และ Charlie Red ของ Revion&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Sagittarius ราศีธนู (23 พ.ย. - 21 ธ.ค.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;คุณเป็นคนที่รู้จักปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ ได้ทุกรูปแบบไม่ว่าคุณจะอยู่ใกล้ใคร คุณปรับตัวเข้ากับคนนั้นได้เสมอ เพราะคุณรู้จักวิธีผูกมิตร โดยเฉพาะกับเพื่อนต่างเพศคุณสันทัดมาก เพื่อนต่างเพศมักคิดว่าการได้อยู่ใกล้คุณ จะรู้สึกสดชื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขา แต่บางครั้งคุณก็หมดความอดทนเอาดื้อ ๆ และกลายเป็นคนพูดจาขวานผ่าซาก สิ่งที่คุณโปรดปรานมาก คือการออกไปเที่ยวนอกบ้าน เพราะคุณเป็นคนประเภทอยู่ไม่ติดบ้านกลิ่นหอมที่เหมาะกับคุณ ควรเป็นกลิ่นที่โชยมาตามสายลม อันเป็นกลิ่นของดอกไม้สด ผสมกลิ่นของดอกไม้ สำหรับตอนกลางวันควรเลือกใช้ Escape ของ Calvin Klein หรือ Eau de Guerlain ตอนกลางคืนเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นเซ็กซี่เร้าอารมณ์ Tendre Poison ของ Christian Dior, Head OverHeels ของ Ultima II&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;อุปนิสัยของคนธาตุน้ำ &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Cancer ราศีกรกฎ (22 มิ.ย. - 22 ก.ค.) Scorpio ราศีพิจิก (24 ต.ค. - 22 พ.ย.) Pisces ราศีมีน (21 ก.พ. - 20 มี.ค.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;คนธาตุน้ำเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวที่สุดในจักรราศี คุณชอบวิเคราะห์สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ จึงทำให้คุณเป็นคนที่มีความคิดรึเริ่มที่ดี เสียแต่ว่าคุณเป็นคนหวั่นไหวต่อสิ่งล่อได้ง่าย คุณเชื่อในเรื่องของโชคชะตา และพรหมลิขิต รวมไปถึงเรื่องของไสยศาสตร์ และจิตวิญญาณ สิ่งนี้เองทำให้คนมีความสร้างสรรคมากกว่าคนอื่น ๆ และยังเป็นคนที่ไม่สับสนด้วย คุณชอบเป็นห่วงเป็นใยคนรอบข้าง และชอบทำตัวเป็นผู้ปกป้องคนอื่น เพราะอย่างนี้เองที่ทำให้คุณเป็นที่รักของเพื่อน ๆ รวมทั้งแฟนของคุณด้วย ชาวราศีเกิดที่อยู่ในธาตุน้ำได้แก่&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Cancer ราศีกรกฎ (22 มิ.ย. - 22 ก.ค.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;คุณเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหว รักก็ง่ายโกรธก็ง่าย ดีใจหรือเสียใจก็ง่าย อันเป็นลักษณะเฉพาะของชาวราศีนี้ สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นกับคุณ อย่างไม่เป็นธรรม จะทำให้คุณรู้สึกปวดร้าวใจเป็นยิ่งนัก คุณต้องมีใครสักคน เป็นที่ปรึกษาปัญหาของคุณ ซึ่งจะขาดชะตาไม่ได้ ด้วยความที่คุณเป็นคนนุ่มนวล กริยามารยาทงดงาม ทำให้คนอื่นประเมินค่าคุณผิด คิดว่าคุณเป็นคนหัวอ่อน แล้วสักวันคนเหล่านั้นจะรู้สึก คุณยึดติดอยู่กับชีวิตครอบครัว และปฏิบัติตนตามระเบียบประเพณี หากคุณรักใครสักคน คุณต้องการให้คน ๆ นั้นแสดงความรักตอบเสมอ กลิ่นหอมที่เหมาะกับคุณ ควรเป็นกลิ่นที่ทำให้อารมณ์ของคุณเบิกบาน อันได้แก่กลิ่นดอกกุหลาบหรือดอกพลับพลึง สำหรับตอนกลางวันควรเลือกใช้ Antonia's Flowers, Fleur L'Interdit ของ Givenchy ตอนกลางคืนควรเป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นฉุนของดอกไม้และน้ำผึ้ง True Love ของ Elizabeth Ardan และ Wings ของ Giorgio Beverly Hills&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Scorpio ราศีพิจิก (24 ต.ค. - 22 พ.ย.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;ชาวราศีนี้เป็นคนที่เข้าใจยากที่สุดในจักรราศี เพราะคุณเป็นคนที่ชอบเก็บความลับไว้กับตัวเอง ไม่ชอบแพร่งพรายให้คนอื่นได้รู้และสิ่งต่างๆ ที่คุณเก็บไว้นี้จะกลายเป็นตำนานชีวิต คุณที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน คุณเป็นคนดื้อรั้นไม่ยอมเชื่อใครง่าย ๆ และเมื่อใดที่คุณติดใจต้องการทำอะไรขึ้นมาใคร ๆ ก็ฉุดคุณไว้ไม่อยู่ ชาวราศีนี้เป็นสัญลักษณ์ทางเพศแห่งจักรราศี เป็นคนมีอารมณ์รุนแรงในเรื่องของเซ็กซ์ แต่ก็เป็นคนช่างเลือกนะ ไม่ใช่ใจง่ายอย่างที่คิด ถ้าลองถูกใจขึ้นมาแล้ว ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆ ดังนั้น น้ำหอมที่มีกลิ่นหวาน ๆ ไม่เหมาะกับคุณเลย คุณควรเลือกกลิ่นที่ลึกลับ เป็นกลิ่นหอมมาจากแดนไกล และเป็นกลิ่นฉุนติดตัวไปทั้งวัน เป็นกลิ่นที่อบอวลของพรรณไม้ผสมด้วยกลิ่นชะมด และกลิ่นเปลือกไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เช่น Feminite du Bois ของ Shiseido, Fire &amp;amp; Ice ของ Revion&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Pisces ราศีมีน (21 ก.พ. - 20 มี.ค.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;ราศีสุดท้ายในจักรราศีเป็นรูปปลาคู่ คุณเป็นคนท่าทางไร้เดียงสาและน่าเชื่อถือ รูปปลาคู่เป็นสัญลักษณ์ของคน ที่มีสองลักษณะในตัวคน ๆ เดียว คือคุณเป็ฯคนคล่องงาน และเป็นคนมีจินตนาการ ซึ่งมักทำให้คนอื่นเข้าใจว่า คุณเป็นคนบอบบาง และเป็นคนอ่อนไหว คุณเป็นคนรักและหวงแหนข้าวของ และสมบัติของคุณ โดยเฉพาะเมื่อใดที่คุณตกหลุมรัก คุณจะยอมทำทุกอย่าง เพื่อให้ความรักของคุณเป็นอมตะนิรันดร์กาล กลิ่นหอมที่เหมาะกับคุณควรเป็นกลิ่นเบาบางของดอกไม้เล็ก ๆ กระจุ๋มกระจิ๋ม สำหรับตอนกลางวันควรเลือกใช้ Femina ของ Albert Ferretti ส่วนตอนกลางคืนเป็นกลิ่นหอมที่เซ็กซี่ Oscar ของ Oscar de la Renta, Sublime ของ Jean Patou หรือ Champagne ของ Yves Saint Laurent&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;อุปนิสัยของคนธาตุลม Gemini ราศีเมถุน (20 พ.ค. - 21 มิ.ย.) Libra ราศีตุลย์ (24 ก.ย. - 23 ต.ค.) Aquarius ราศีกุมภ์ (21 ม.ค. - 20 ก.พ.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;คนที่เกิดในธาตุลมนั้น มิได้หมายความว่า คุณมีมันสมองโป่งพองไปด้วยลม หากแต่ว่าในสมองของคุณ มีมันสมองอัดอยู่เต็มเชียวล่ะ คุณเป็นคนที่คิดอะไรอย่างมีหลักเกณฑ์ และจะยึดความถูกต้องของเหตุและผล คุณเป็นคนที่ชอบคบค้าสมาคมกับคนทุกเพศทุกวัย การได้ติดต่อสื่อสารและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นเรื่องที่คุณถนัด จุดเด่นของคนธาตุนี้ คือเป็นคนที่จิตกระจ่าง คิดอะไรตามขั้นตอน ไม่มีอคติกับใคร คุณชอบถกปัญหากับเพื่อนที่รู้ใจ น่าเสียดายอยู่หน่อยตรงที่ว่า แม้แต่เรื่องของความรู้สึกของคุณเอง คุณยังต้องเอาเหตุผลมาวัด ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติบ้าง เพราะอารมณ์ของคนเกิดจากความรู้สึก ไม่ได้เกิดจากสมอง ชาวราศีเกิดที่อยู่ในธาตุลมได้แก่&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Gemini ราศีเมถุน (20 พ.ค. - 21 มิ.ย.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;คุณมีหัวการค้าหากตั้งใจจะทำอะไรล่ะก็ ต้องทำให้สำเร็จ แต่ข้อเสียของคุณคือ ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก และลุกลี้ลุกลนเกินไป คุณก็เป็นอีกคนที่อยู่ในราศีคู่ เช่นเดียวกับราศีปลา ตามปกติคุณเป็นคนที่จิตใจสงบ ไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นแต่เมื่อใดที่ถูกขัดคอขึ้นมาคุณจะฉุนกึกทันทีคุณคือแชมเปี้ยนแห่งความเฟริสประจำจักรราศี ชอบทำตัวเป็นคนขึ้เล่น อ่อยเหยื่อไปทั่ว ถือซะว่าเผื่อฟลุ๊กไง และเรื่องของกลิ่นหอมคุณเป็นคนช่างเลือก น้ำหอมที่น่าจะถูกใจเป็นกลิ่นแก่นจันทร์ ผสมกับกลิ่นของลาเวนเดอร์ ในตอนกลางวันควรเลือกใช้ Le Must de Cartier II, Elysium ของ Clarins ตอนกลางคืนเป็นกลิ่น Vanilla Musk ของ Coty, Escada หรือ Tuscany Per Conna ของ Estee Lauder &lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Libra ราศีตุลย์ (24 ก.ย. - 23 ต.ค.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;"เสน่ห์" คือจุดเด่นของชาวราศีนี้ คุณชอบทำเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย มีความคิดที่จะประนีประนอมยอมตาม และมักจะพูดในสิ่งถูกต้องเพื่อทำให้คนอื่นสบายใจ เมื่อต้องเผชิญกับปัญหา ที่ต้องตัดสินใจในเรื่องใหญ่ ๆ คุณต้องไตร่ตรองถึงผลดีและผลเสีย ด้วยความยุติธรรม และนำมาประเมินผลอีกครั้ง เพื่อหาทางออกวิธีอื่น สิ่งนี้เองที่ทำให้คุณตัดสินใจล่าช้า ไม่รู้จะเอายังไงกันแน่ เพราะคุณชอบทำอะไรด้วยตัวเองไม่หวีงพึ่งใคร ความคิดที่เป็นขั้นตอนนี้เอง ทำให้คุณมีลักษณะบางอย่าง ที่ทำให้เพศตรงข้ามสนใจ กลิ่นหอมที่เหมาะกับชาวราศีนี้ ควรเป็นกลิ่นที่มีความอบอวล ของพรรณไม้จากดินแดนตะวันออก อันเป็นกลิ่นที่ใช้ได้ ตลอดทั้งวันทั้งคืน L'Air du Temps ของ Nina Ricci, Gio ของ Giorgio Armani, Aromatics Elixir ของ Clinique&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Aquarius ราศีกุมภ์ (21 ม.ค. - 20 ก.พ.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;คุณเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย และเข้ากับคนได้ทุกชั้นวรรณะ แต่คุณเลือกเพื่อนดี ๆ ไว้คบค้ากันตลอดชีวิตเพียงไม่กี่คน บางครั้งคุณทำอะไรเหมือนคนไม่เต็มๆ เพราะคุณยึดแนวคิดและอุดมการณ์มากไป และพยายามเอาอุดมการณ์ของคุณมาใช้กับคนอื่น เพศตรงข้ามมักคิดว่า คุณเป็นคนน่าคบและเป็นคนน่าทึ่ง เมื่อใดที่คุณอยากทดลองทำอะไรแล้ว คุณต้องทำให้ได้ น้ำหอมที่เหมาะกับคุณ สำหรับตอบกลางวันคือ Jean Paul Gaultier Nectar ของ Goodebodies สำหรับตอนกลางคืน ควรเป็นกลิ่นของกำยาน จากแดนตะวันออก Longing ของ Coty Far Away ของ Avon&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;อุปนิสัยของคนธาตุดิน Taurus ราศีพฤษภ (21 เม.ย. - 19 พ.ค.) Virgo ราศีกันย์ (24 ส.ค. - 23 ก.ย.) Capricorn ราศีมังกร (22 ธ.ค. - 20 ม.ค.) &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนมักเรียกคุณว่า "ไอ้หินผา" เพราะคุณเป็นคนหนักแน่น มองโลกในแง่ที่เป็นจริง มีความคล่องแคล่วว่องไว ปรับตัวได้ง่าย และมีความอดทนสูง ผู้คนถึงได้วางใจคุณ แม้เมื่อมีอุปสรรคเข้ามาในชีวิต คุณจะไม่ยอมท้อถอย พร้อมที่จะสู้ต่อไปให้ถึงที่สุด อุปนิสัยของคนธาตุดิน เป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ เป็นนักวางแผน และเป็นผู้บริหารงาน ติดอยู่ตรงว่า คุณเป็นคนหัวโบราณ ไม่ยอมรับสิ่งใหม่ ๆ โดยง่าย เมื่อใดที่อยากจะพูดถึงเรื่องของตัวเอง คุณจะพูดอย่างหมดเปลือก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคุณ ถ้าคุณอยากเอาใจใครขึ้นมา คุณจะทำอย่างเต็มที่ แต่ถ้านึกหมั่นไส้ขึ้นมา คุณจะไม่ยอมทำอะไรให้คนอื่น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Taurus ราศีพฤษภ (21 เม.ย. - 19 พ.ค.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;คุณเป็นคนช่างเอาอกเอาใจ และมักจริงใจกับผู้อื่นเสมอ จนบางครั้งทำให้คนอื่นเกิดความรำคาญ แต่คุณไม่เคยโกรธและให้อภัยเสมอ คุณเป็นนักนิยมธรรมชาติตัวยง หากต้องนั่งทำงานในสำนักงานที่มืดทึบ หรืออยู่ในบ้านแคบๆที่เห็นแต่ข้างฝาคุณจะทนไม่ได้ไม่น่าเชื่อเลยว่าในส่วนลึกแล้วคุณเป็นคนที่เข้มแข็งและอดทนมาก คุณเป็นคนจมูกไวรับกลิ่นได้ หากเป็นกลิ่นที่คุณไม่ชอบ คุณจะไม่ชอบเอามาก ๆ ดังนั้น ควรเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นโบราณ เช่นกลิ่นของดอกกุหลาบผสมกลิ่นของพรรณไม้ใบเขียว สำหรับตอนกลางวันลองใช้ Tribu ของ Benetton, No Regrets ของ Alexandra de Mark off ส่วนตอนกลางคืนลองใช้ Magie Noir ของ Lancome และ White Musk ของ Jovan&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Virgo ราศีกันย์ (24 ส.ค. - 23 ก.ย.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;เป็นราศีของสาวบริสุทธิ์ แต่ตัวคุณไม่บริสุทธิ์เหมือนราศีเกิด เพราะคุณมีความเซ็กซี่แอบแฝงอยู่เบื้องหลัง คุณจะยอมปล่อยใจให้เคลิบเคลิ้ม ไปกับหนุ่มสาวที่คุณเลือกแล้วเท่านั้น คุณเป็นคนหัวแข็งลองปักใจเชื่อเรื่องอะไรแล้ว จะไม่ยอมเปลี่ยนความคิดเด็ดขาด ยังดีนะที่คุณเลือกเชื่อแต่ในเรื่อง ที่สมเหตุสมผลและเป็นเรื่องที่มีมูลของความจริง แม้ว่าเหตุผลที่ว่านั้น เป็นเหตุผลของคนอื่น ไม่ได้ออกมาจากสมองของคุณก็ตาม ชาวราศีนี้ มีสัญชาตญาณของความเป็นครู และคุณเป็นคนที่เอาจริงเอาจังมาก บางทีคุณเป็นคนเลือดร้อนเกินเหตุ เนื่องจากความสับสนกระวนกระวายใจนั่นเอง กลิ่นหอมที่เหมาะกับคุณควรเป็นกลิ่นเย็น ๆ ที่ไม่มีความหวือหวามาก สำหรับตอนกลางวันเลือกกลิ่นดอกไม้ ที่โชยมาตามสายลมอย่างกลิ่นของดอกลิลี่ หรือดอกไม้ของผลไม้รสเปรี้ยว Beautiful ของ Estee Lauder และ Tiffany ส่วนตอนกลางคืนเป็นกลิ่นของดอกไม้ผสม ที่มีความเข้มข้น Tresor ของ Lancome หรือ Diamonds and Sapphieres ของ Elizabeth Taylor&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Capricorn ราศีมังกร (22 ธ.ค. - 20 ม.ค.)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;ชาวราศีนี้จะได้อะไรมาแต่ละครั้ง ต้องใช้วิธีการที่แยบยลคลาสสิค คุณตั้งเป้าหมายของชีวิตไว้สูง และพยายามลุ้นให้ถึงเป้า ซึ่งใครก็รู้ว่าคุณมีแรงผลักดันระดับไหน เมื่อคุณคิดที่จะทำการใด ๆ คุณทำด้วยความฉลาด และใช้ความสามารถสุดเหวี่ยง คุณไม่ชอบขยายเรื่องส่วนตัวของคุณ ให้คนอื่นฟัง ดูเผิน ๆ คุณเป็นคนเงียบ ๆ ติ๋ม ๆ ในเรื่องเพศ แต่แท้จริงแล้ว คุณจะเป็นผู้เผด็จสวาทเพศตรงข้าม และถ้าคุณชอบน้ำหอมกลิ่นใด คุณจะใช้น้ำหอมกลิ่นนั้นไปตลอด ไม่ยอมเปลี่ยน ดังนั้น น้ำหอมที่คุณควรเลือก ต้องเป็นกลิ่นพิเศษไม่ธรรมดา สำหรับตอนกลางวันควรเลือกใช้ Shalimar ของ Guerlain, Donna Karan New York ส่วนตอนกลางคืนเป็นกลิ่น Comme des Garcons และ Paloma Picasso&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: 13px;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: 13px;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-5468798104997886001?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-05-14T03:21:40.935-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เกร็ดความหอม</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/2.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:11:14 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-7593023397631767781</guid><description>ถ้า คุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการใช้น้ำหอม คุณก็น่าจะทำความ รู้จักกับน้ำหอมให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้การใช้น้ำหอมของคุณนั้น ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คุณคงรู้ดีว่าน้ำหอมเป็นสิ่งที่เร้าใจให้ความ มีชีวิตชีวา และน้ำหอมมีชีวิตในตัวของมันเองอย่างแท้จริง โดย จะค่อยๆ เปลี่ยนกลิ่นไปบนผิวของคุณ ความประทับใจครั้งแรก ของน้ำหอมชนิดหนึ่งๆ นั้นไม่เคยคงที่ เพราะน้ำหอมได้รับการ ปรุงแต่งมาโดยนักปรุงน้ำหอมให้พัฒนาไปใน 3 ระยะ น้ำหอม ข้นดีเป็นการผสมผสานกันอย่างซับซ้อน และมีความสมดุลของกลิ่น หอมมากมายหลายกลิ่น ซึ่งเรียกกันว่า "โน้ต"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    น้ำหอมจะประกอบไปด้วยกลิ่น 3 ระดับเสมอ คือ "กลิ่นแรก" "กลิ่นกลาง" และ "กลิ่นพื้นฐาน" เมื่อใส่น้ำหอมในช่วงแรก คุณจะ ได้กลิ่นในระดับที่นักปรุงน้ำหอมเรียกว่า "กลิ่นแรก" ซึ่งรวมถึงกลิ่น หอมสดชื่นบางเบาที่สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเริ่ม ภายหลังการแตะน้ำหอมที่ผิว กลิ่นแรกนี้จะอยู่ได้ประมาณ 15 นาที และจางหายไปอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ระยะต่อไปกลิ่นในระดับที่เรียกว่า "กลิ่นกลาง" ซึ่งเป็นหัวใจของน้ำหอม กลิ่นในระดับนี้จะอยู่ตัวโดยซึมซาบสู่ผิวคุณ ปกติจะคงอยู่นาน 2-4 ชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ระยะ สุดท้ายของน้ำหอมอันเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นกลิ่นในระดับพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า "กลิ่นพื้นฐาน" ซึ่งมีเพียงกลิ่นที่เข้มข้นที่สุดเท่านั้นที่จะ คงอยู่เป็นความประทับใจอันยาวนาน โดยปกติกลิ่นในระดับพื้นฐาน นี้จะแสดงกลิ่นในช่วง 4-6 ชั่วโมงต่อมาและจะค่อยๆ จางหายไปในที่สุด เราอาจจะนึกถึงระดับกลิ่นของน้ำหอมในลักษณะที่ว่ากลิ่นแรกเป็น การเชิญชวนให้สูดดมน้ำหอมเสมือนเป็นการแนะนำกลิ่นหอมครั้งแรก กลิ่นกลางเป็นการกระจายกลิ่นอย่างเต็มที่ของน้ำหอม จะมีกลิ่นคง อยู่นานที่สุด และกลิ่นพื้นฐานจะทิ้งกลิ่นเพื่อให้นึกถึงบุคลิกที่แท้จริง ของน้ำหอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    คุณ เคยได้กลิ่นน้ำหอมที่มีคนฉีดแนะนำในห้างสรรพสินค้า แล้วปฏิกิริยาแรกที่รู้สึกคือไม่ชอบกลิ่นนั้นบ้างหรือเปล่าคะ นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจเมื่อคุณฉีดน้ำหอมเพื่อทดลองกลิ่น คุณ จะต้องคอยสัก 2-3 นาที เพื่อให้กลิ่นของน้ำหอมได้มีการพัฒนาเปลี่ยน แปลงที่ชัดเจนขึ้น และผสมผสานกันอย่างสมบูรณ์เป็นหนึ่งเดียวในที่สุด และคุณก็จะได้สัมผัสกลิ่นหอมของน้ำหอมนั้นอย่างไรแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    # ชนิดของผิวกับน้ำหอม&lt;br /&gt;    ผิวมัน สามารถทำให้น้ำหอม ติดทนนานกว่า ผิวแห้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    # การใส่น้ำหอม ให้เหมาะกับฤดูกาล&lt;br /&gt;    ในหน้าร้อน ควรใส่น้ำหอม ที่มีกลิ่นอ่อนๆ&lt;br /&gt;    ในขณะที่หน้าหนาว ควรใช้กลิ่นที่ แรงขึ้นอีกนิดหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    # การเก็บรักษาน้ำหอม&lt;br /&gt;    ควรเก็บในที่แห้ง มืด และเย็น (เช่นในตู้เย็น) โดยปกติ น้ำหอมจะสามารถ เก็บได้นาน 3 ปี นับจากวันผลิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    # สาวเอยจะบอกให้&lt;br /&gt;    ถ้า คุณต้องการให้ เขาคนนั้นของคุณ คิดว่าคุณเซ็กซี่ล่ะก็ ขอให้ใส่น้ำหอมกลิ่น oriental เพราะผลการวิจัย เขาบอกมาว่า บรรดาท่านชาย คิดว่ากลิ่นนี้เซ็กซี่สุดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    # ทดลองกลิ่น คุณเคยได้กลิ่น น้ำหอม ที่มีคนฉีดแนะนำ ในห้างสรรพสินค้า แล้วปฏิกิริยาแรก ที่รู้สึก คือไม่ชอบกลิ่นนั้น บ้างหรือไม่ นี่เป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องเข้าใจ คุณควรจะคอยสัก 2-3 นาที เพื่อให้กลิ่นของน้ำหอม ได้มีการพัฒนา เปลี่ยนแปลง ที่ชัดเจนขึ้น และผสมผสาน กับกลิ่นกายของคุณ อย่างสมบูรณ์ เป็นหนึ่งเดียว ในที่สุด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-7593023397631767781?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:11:14.340-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ประวัติน้ำหอม ตอนที่ 2</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/2_14.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Thu, 14 May 2009 03:29:27 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-6983367554926822334</guid><description>&lt;span class="Apple-style-span"  style=" ;font-family:tahoma;"&gt;&lt;p&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-weight: bold;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;b&gt;&lt;img src="http://www.maxworth.co.th/max_home/images/Frag.1.jpg" width="69" height="120" border="1" align="left" /&gt;&lt;/b&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;ประวัติความเป็นมาของน้ำหอมจากยุคกลาง สู่ศตวรรษที่ 17ความตกต่ำของจักรวรรดิ์โรมัน และจากการรุกรานของพวกป่าเถื่อน (Barbarian) และสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น ส่งผลให้ความเจริญทางด้านน้ำหอมของโลกตะวันตกได้ตกอยู่ในโลกมืด ความสำคัญเกี่ยวกับน้ำหอมที่มีต่อชีวิตประจำวันได้ลดน้อยลง ตราบจนกระทั่งในศตวรรษที่ 20 จากการพัฒนาทางการค้าสากล ความตกต่ำทางด้านน้ำหอมจึงได้หยุดลง การก่อตั้งของมหาวิทยาลัยในหัวเมืองสำคัญต่างๆ พร้อมกับการศึกษาค้นคว้าทางเคมี ตลอดจนเทคนิคการกลั่นที่ได้เรียนรู้จากโลกอาหรับได้เพิ่มพูนความรู้ทักษะและเทคนิคในการผลิตน้ำหอมในสมัยนั้น ในขณะที่ Frank incense และ Myrrh ยังคงเป็นน้ำหอมที่ใช้ในการสักการะบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ขุนนาง และผู้ครองแคว้นได้ค้นพบถึงความรู้สึกสะอาดและคุณสมบัติทางด้านชวนให้หลงใหลของน้ำหอม เมื่อฉีดกระจายลงบนเสื้อผ้าของพวกเขา พวกเขาจะอาบน้ำด้วยน้ำหอมระเหยจากดอกไม้เป็นประจำ เพื่อเคลือบตัวของพวกเขาด้วยน้ำมันหอมเหมือนดั่งพวกเอเธน ที่เคยทำมาก่อน แม้ว่าจะมีข้อจำกัดที่มากกว่า ในทางตรงข้ามกับความรู้ที่ได้รับ การซักล้างและการอาบน้ำได้รับความนิยมมากในช่วงยุคกลาง (Middle ages)ภาชนะบรรจุชนิดใหม่ๆ ได้ถูกออกแบบขึ้น สำหรับการเก็บ Musk , Ambergris และน้ำมันหอมระเหยชนิดต่างๆ ตลอดจนการค้นพบของยางสนและยางไม้หอมต่างๆ กล่องใส่น้ำหอมทรงกลมในลักษณะคล้ายลูกโลกทำด้วยโลหะ ซึ่งสามารถแพร่กระจายกลิ่นผ่านทางฝาเปิดส่วนบนที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม น้ำหอมได้รับการเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการบำบัดโรค สามารถบำบัดโรคระบาดต่างๆ โรคเกี่ยวกับผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร ใช้ในสารกันบูด เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;img src="http://www.maxworth.co.th/max_home/images/fragrance_3.jpg" width="95" height="147" border="1" align="left" /&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;ในขณะที่เครื่องเทศได้ถูกนำเข้าสู่ยุโรปโดยผ่านเมืองเวนิส(Venice)เมืองนี้จึงได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งน้ำหอม มาโคโปโร (Marco Polo) ได้เดินทางกลับจากการเดินเรือของเขาพร้อมพริกไทย,ลูกจัน และกานพลู นักเดินเรือชาวอาหรับเดินทางนำเครื่องเทศไปยังอินเดียและซีลอน (Ceylon)ซึ่งพวกเขาสามารถทำการค้ากับพ่อค้าชาวเอเชีย และได้นำเครื่องเทศจากประเทศจีนและประเทศมาเลเซีย พวกเขาได้นำเอาอบเชย,ขิง,ลูกกระวาน และ Saffron (หญ้าฝรั่งชนิดหนึ่งมีสีส้ม) ในขณะที่ Aniseed ,Thyme ,Sage , Basil และ Cumin ได้มีการเพาะปลูกแล้วในยุโรปมาช่วงระยะหนึ่งแล้ว ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 14 ได้ปรากฏพบซึ่งน้ำหอมในรูปของเหลว ผลิตโดยการผสมและปรุงแต่งให้เข้าด้วยกันกับน้ำมันหอมระเหยหลากชนิดและแอลกอฮอล์ ซึ่งเรียกกันในชื่อว่า Eaux de senteur หรือกลิ่นหอมในสมัยนั้น นี่เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก เชื่อมโยงไปยังจุดเริ่มต้นของการผลิตน้ำหอม Rosemary และได้รับการตั้งชื่อหลังจากพระราชินีของฮังการีตามตำนานที่เล่าต่อกันมา พบว่ากลิ่นหอมได้ถูกถวายให้กับราชินีอลิซาเบธ ของฮังการี(Queen Elizabeth of Hungary) ในปีคศ.1380 โดยขณะที่พระราชินี มีพระชนณ์มายุได้ 70 พรรษา และทรงมีพระวรกายที่ทรุดโทรม แต่เมื่อพระนางได้ดื่มน้ำจันที่นักบวชถวายให้ ร่างกายก็ฟื้นดีขึ้น เรื่องเล่าได้บอกว่ามันได้ทำให้พระนางกลับเป็นสาวอีกครั้งถึงขนาดที่พระราชาจากโปแลนด์ (Poland)ได้ขอแต่งงานด้วย&lt;br /&gt;การค้นพบอเมริกาในศตวรรษที่ 14 ทำให้เมืองเวนิส (Venice)ต้องสูญเสียความเป็นศูนย์กลางของน้ำหอม เริ่มต้นจากชาวโปตุเกส (Portuguese) และชาวสเปน (Spain) ได้ขยายอาณาจักรการค้าเครื่องเทศโดยมี วานิลา โกโก้ ใบยาสูบ อบเชย และอื่นๆ ในศตวรรษที่ 16 ชาวดัช (Dutch)ได้เป็นผู้ให้คำแนะนำในการผลิต และพัฒนาวิธีการเพาะปลูกใหม่ๆให้ชาวท้องถิ่น Eaux de senteur ได้เพิ่มชนิดและจำนวนขึ้น เริ่มจากการผสมน้ำมันหอมระเหยเดี่ยวเข้าด้วยกัน แอลกอฮอล์ เช่นกุหลาบ ลาเวนเดอร์ ดอกส้ม เป็นต้น หรือผสมกันหลายกลิ่น ซึ่งมีการผสมระหว่าง ดอกไม้ เครื่องเทศ รวมทั้ง มัส (Musk) แอมเบอร์กริส (Ambergris) ในทางความต้องการทางเวชศาสตร์ มันได้ช่วยในการจำกัดกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาที่ผลิตโดยร่างกายของเรา ในขณะที่ช่วงกลางศตวรรษของยุโรปเป็นช่วงแห่งการให้ความสำคัญในสุขลักษณะเฉพาะบุคคล มีความแตกต่างเรื่องการฟื้นฟูศิลปะวิทยาในทวีปยุโรประหว่างศตวรรษที่ 14 และ 16 เมื่อถูกกำหนดให้เป็นพาหะนำโรคร้าย และการติดเชื้อ ศาสตร์และเทคนิคการเป่าแก้วของชาวเวนิสได้ถูกนำมาใช้ในการผลิตขวดยาขนาดเล็กๆ และหลอดแก้วเล็กๆ สำหรับบรรจุน้ำหอม คริสตัล และแก้วสีขาวขุ่น ตลอดจนเครื่องเขียนจากตะวันออก เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;ขวดรูปลูกแพ (Pear-shaped bottle)ทำจากวัสดุที่กล่าวมาข้างต้นตลอดจากทำจากโลหะ ได้ถูกค้นพบเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ภาชนะรูปทรงกลมคล้ายลูกโลก, ภาชนะคล้ายผลส้ม ซึ่งสามารถแบ่งเป็นกลีบๆได้และในแต่ละกลีบนั้นบรรจุน้ำหอมในกลิ่นที่ต่างๆ กันไป น้ำหอมได้เดินทางมาถึงจุดที่รุ่งเรืองที่สุดในศตวรรษที่ 17 ความบ้าคลั่งในการพัฒนาน้ำหอม กระทั่งการละเลยในเรื่องของมาตรฐาน ความสะอาดของใบหน้าและวิกผมที่ใส่กันเวลาพิพากษาในศาล ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ยังถูกทำให้หอมด้วยแป้งหอม และน้ำหอม ปี ค.ศ.1656 ถุงมือหอมได้ถือกำเนิดขึ้น ความหลงใหลในการสวมใส่ถุงมือของชนชั้นสูงโดยการขาดการเรียนรู้ถึงวิธีที่ถูกต้อง ทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาบนผิวหนัง น้ำหอมชนิดแรงจึงถูกนำมาใช้ในการกลบกลิ่นโดยพระบรมราชูปถัมภ์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13-14 ผู้ผลิตถุงมือได้ใช้โอกาสในการเป็นผู้จำหน่ายเพียงผู้เดียวของผู้กลั่นน้ำหอมและนักผลิตน้ำหอม&lt;br /&gt;ในศตวรรษที่ 17 ได้เริ่มมีการใช้ Jasmin, Tuberose และ Rose ในกลุ่มของวัตถุดิบเหล่านี้มาผลิตน้ำหอม เครื่องหอมบรรจุในขวดรูปทรงกลมได้มีการกระจายการใช้กว้างขึ้น และได้ใช้ต่อกันมาจนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 18 ขวดได้ถูกผลิตขึ้นในรูปแบบต่างๆ เช่นผลแพร (Pear shape)ทำให้มีหลายสีสัน เช่นทำให้มีสีใสคล้ายคริสตัล และสีขุ่น การแกะสลักเป็นลวดลายบนภาชนะเงินปิดด้วยทองเป็นที่นิยมมาก การเคลือบด้วยทองแดง , เงิน , ทอง หรือแม้กระทั่งประดับด้วยพลอยประดิษฐ์ประดอยตามแบบที่นอยมกันในศตวรรษที่ 17&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-6983367554926822334?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-05-14T03:29:27.997-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>ประเภทของกลิ่นน้ำหอม</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_14.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:12:13 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-2660454411763169687</guid><description>กลิ่นน้ำหอมนั้นมีมากมายหลากหลายเลย แต่เราสามารถแบ่งลักษณะของกลิ่นน้ำหอมออกได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;· Floral เป็นกลิ่นน้ำหอมที่มีมากชนิดที่สุด ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากดอกไม้ชนิดต่างๆ ซึ่งอาจจะมีการแบ่งกลุ่มเป็น floral, floral-sweet, floral-fresh, floral fruity-fresh เหมาะสำหรับใช้ตอนกลางวันและตอนเย็นในฤดูร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;· Green จะมีกลิ่นแหลมมากกว่า floral จะมีการผสมกลิ่นสมุนไพร เฟิร์น มอส ผลส้ม หญ้าเขียวและใบไม้ บางครั้งเรียก fresh หรือ balsams เหมาะสำหรับใช้นอกบ้านและเล่นกีฬา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;· Aldehydic หรือ Modern ได้จากการสังเคราะห์มี 2 ชนิด aldehydic-floral และ aldehydic-floral-woody-powderly ที่เป็นน้ำหอมที่น่าใช้และทันสมัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;· Chypre ตั้งตามชื่อผู้คิดค้นน้ำหอม Cyprus of Roman เป็นน้ำหอมที่ติดทนนาน มี 3 ชนิด คือfresh-mossy-aldehydic, floral-aldehydic animalic และ mossy fruity ใช้สำหรับสตรีทั้งกลางวันและเย็นในฤดูหนาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;· Oriental หรือ Amber มีกลิ่นรุนแรงและเครื่องเทศ กลิ่นติดทนได้จาก musk, sandalwood และ vanillaเหมาะสำหรับใช้ตอนเย็น และกลางวันในฤดูร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;· Tobacco/Leather มีกลิ่น woody และเครื่องเทศใช้สำหรับสุภาพบุรุษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;· Fougere มีกลิ่นสดชื่นจากสมุนไพร เช่น ลาเวนเดอร์ ใช้ในห้องน้ำสำหรับสุภาพบุรุษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่นต่างๆเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากเล สามารถนำมาใช้ในการบำบัดรักษาที่เรียกว่า Aroma Therapy ที่เราพบเห็นกันอยู่ตามร้านสปาทั่วไปนั่นแหละ แล้วคุณหล่ะชอบกลิ่นแนวไหน???&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-2660454411763169687?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:12:13.368-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>หญิงยิ่งเศร้ายิ่งพรมน้ำหอมเป็นเท่าตัว</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_7093.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Thu, 14 May 2009 02:15:15 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-9176732256049505909</guid><description>&lt;span class="Apple-style-span"  style="  ;font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;ดร.เยฮูดา โชเอนเฟล์ด (Yehuda Shoenfeld) อายุรแพทย์ และนักวิจัยโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันจากคณะแพทยศาสตร์ &lt;/span&gt;&lt;a target="_blank" href="http://www.tau.ac.il/" style="font-family: Tahoma, 'MS Sans Serif', 'Microsoft Sans Serif'; color: rgb(0, 153, 255); text-decoration: none; "&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt; (Tel Aviv University) ประเทศอิสราเอล พบว่า &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;ผู้หญิงที่ตกอยู่ในอาการเศร้าจะสูญเสียประสาทในการดมกลิ่นไป ทำให้เธอต้องพรมน้ำหอมมากขึ้นกว่าปกติ &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       โชเอนเฟล์ด และทีมวิจัยได้ศึกษา&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt; "ออโตแอนติบอดี"&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt; (autoantibody) ซึ่งร่างกายจะปล่อยสารเคมีออกมาจู่โจมตัวเอง เช่นในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ตัวเอง (lupus) แถมยังชักนำให้ผู้ป่วยรู้สึกหดหู่&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       พวกเขาได้ใช้ออโตแอนติบอดี เพื่อทำให้หนูเมาส์เพศเมียรู้สึกหดหู่ พบว่าสารเคมีที่เกิดขึ้นทำให้การทำงานของต่อมอัลแฟคทอรี (olfactory gland) ซึ่งควบคุมประสาทการดมกลิ่นหยุดลง ทั้งที่การทดลองไม่ได้ยุ่งกับจมูกของหนูเลย แถมพบว่าน้ำหนักของหนูยังลดลงด้วย&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       "&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;น้ำหนักลดเป็นสัญญาณหนึ่งของอาการโศกเศร้าในผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกัน ถ้าคุณไม่ได้กลิ่น คุณก็จะไม่กินอาหาร เพราะคุณจะไม่มีความสุขกับการกิน และน้ำหนักก็จะลดลง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;" โชเอนเฟล์ด กล่าว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style=" ;font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;       &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="  ;font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;       งานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารเกี่ยวกับโรคข้อ และกระดูก "อาร์ไธรทิส และรูมาทิสซึม" (Arthritis and Rheumatism) ชิ้นนี้ยังชี้ด้วยว่า ผู้ป่วยดังกล่าวจึงตอบสนองได้ดีกับการบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) ที่จะทำให้พวกเขาพ้นจากภาวะดังกล่าวได้&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       อย่างไรก็ดี อาการโศกเศร้า และการใช้น้ำหอมมากเกินไปนี้ก็ไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้เท่านั้น แต่เกิดได้แม้กับคนปกติที่อยู่ในภาวะโศกเศร้า ซึ่งทำให้อธิบายได้ว่าทำไมผู้ชายบางคนถึงประโคโลญจ์มากนัก&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       โชเอนเฟล์ด ชี้ว่า &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;บรรดาอายุรแพทย์ รวมถึงเขาควรที่จะใส่ใจศึกษาความสัมพันธ์ของการดมกลิ่น และสุขภาพของผู้คนมากขึ้น และอาจใช้การทดสอบกลิ่น เพื่อจำแนกผู้ป่วยโรคภูมิแพ้กับอาการซึมเศร้าด้วย&lt;br /&gt;       &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;       "&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;เรารู้เรื่องประสาทสัมผัสทั้งหมดแล้ว แต่เรื่องประสาทการดมกลิ่นเราละเลยมานาน และเพิ่งจะตื่นตัวเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เมื่อ 2 นักวิจัยได้รับรางวัลโนเบลจากการระบุตัวรับกลิ่นในมนุษย์ได้ ทว่าเราก็ยังมีอะไรให้ทำอีกมาก และผมเชื่อว่านี่เป็นองค์ความรู้ที่สำคัญมากเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;" โชเอนเฟล์ดกล่าว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="font-size: medium;"&gt;Thanks : Maneger&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-9176732256049505909?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-05-14T02:15:15.848-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เกี่ยวกับเรา</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_503.html</link><category>เกี่ยวกับเรา</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:20:59 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-2301808169768273832</guid><description>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt; เราเป็น e-commerce website ที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ต้องการเป็นทางเลือกใหม่ของคนทันสมัย ที่มีอิสระในการ&lt;br /&gt;เลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย รวดเร็ว ประหยัด&lt;br /&gt;สิ่งสำคัญที่สุดที่ ยึดมั่นในการทำงานคือ.. ความซื่อสัตย์&lt;br /&gt;จริงใจ และเป็นที่เชื่อถือของลูกค้า&lt;br /&gt;ไม่โกหกหลอกลวงเพียงเพื่อที่จะขายสินค้าได้ &lt;br /&gt;หากแต่มุ่งหวังที่จะทำธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง มั่นคง&lt;br /&gt;           &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เราได้รวบรวม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;         &lt;br /&gt;* น้ำหอม แบรนด์เนม ทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดและผลิตภัณฑ์ที่&lt;br /&gt;คลาสสิคฮิตตลอดกาล เช่น Estee Lauder , Christian Dior&lt;br /&gt; Davidoff , BVLGARI , Chanel , Escada , Armani&lt;br /&gt;POLO Ralph Lauren , Tommy , Versace&lt;br /&gt;YvesSaintLaurent  etc.&lt;br /&gt;        &lt;br /&gt;    &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;* อิสระในการเลือกสินค้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;      ด้วย รายการสินค้าที่มีให้เลือกมากมาย สามารถสั่งสินค้าได้อย่างสะดวกสบายจากที่บ้านหรือแม้แต่ที่ทำงาน หมดปัญหาพนักงานกวนใจ สะดวกเพียงแค่ยกหูโทรศัพท์แล้วโทรมาที่  085-222-9910 (คุณเอ็กซ์) หรือสะดวกยิ่งกว่าด้วยการสั่งซื้อทาง internet เพียงแจ้ง รหัสสินค้า ชื่อ-ที่อยู่ สถานที่จัดส่ง เบอร์โทรศัพท์ สินค้าจะถูกจัดส่งตรงถึงมือท่านในเวลาที่กำหนด เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังสามารถสั่งสินค้าที่ยังไม่มีใน catalouge ผ่านทาง Special Order ได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;    * รับประกันความพอใจและความเสียหายของสินค้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;      เรา รับประกันความพอใจของลูกค้าเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าสินค้าทุกชิ้นเป็นของแท้ 100% สั่งตรงจากบริษัทผู้จัดจำหน่ายและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ไม่ใช่ของเก่าค้างสต็อกจนใกล้หมดอายุ แล้วนำมาหลอกขายกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      รับประกัน สินค้าทุกชิ้นหากเกิดความเสียหายระหว่างการจัดส่ง สินค้าจากเราจะถูกแพ็คในกล่องไปรษณีย์มาตรฐานอย่างดี(EMS) สินค้าจะหุ้มด้วยพลาสติกกันกระแทกก่อนบรรจุทุกครั้ง ดังนั้นจึงมั่นใจในความปลอดภัยของสินค้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งหากเกิดความเสียหายขึ้นเรายินดีจัดส่งไปให้ใหม่ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ข้อมูลรายละเอียดสินค้า&lt;br /&gt;      เราพยายามจัดหาข้อมูลและรายละเอียดของสินค้าต่างๆ เพื่อให้ท่านสามารถเลือกซื้อได้อย่างถูกต้อง ตรงความต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        เราตระหนักดีเสมอว่าสมาชิกทุกท่านเป็นผู้มีรสนิยม ทันสมัย&lt;br /&gt;และต้องการความสะดวกรวดเร็วและที่สำคัญคือ&lt;br /&gt;สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ยุติธรรม เราจึงมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่&lt;br /&gt;ที่จะนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย&lt;br /&gt;และพัฒนาการบริการอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;เพื่อให้สมาชิกทุกท่านเกิดความพึงพอใจสูงสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Shop Owner&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-2301808169768273832?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:20:59.534-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>13 เคล็ดลับ การพรหมน้ำหอมอย่างมีศิลป์</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/13.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:17:37 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-2877919660134854639</guid><description>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;1. จุดสำคัญที่ต้องฉีดน้ำหอม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;          การใส่น้ำหอม ต้องเป็นความรู้สึกหรือประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ จุดสำคัญที่ต้องฉีดน้ำหอม ได้แก่ ลำคอ, บน แขน และที่ด้านหลังหัวเข่าอีกนิดหน่อย เพราะอย่าลืมว่ากลิ่นหอมมักจะลอยตัวขึ้นด้านบน การฉีดน้ำหอมเล็กน้อยที่ด้านหลังหัวเข่า จะให้ผลลัพธ์ความหอมแบบ “ทั่วเรือนร่าง” อย่างแท้จริง และอีกจุดคือ ฉีดน้ำหอม ไปในอากาศด้านหน้า และ “เดินผ่าน” ละอองน้ำหอม (อย่าลืมหลับตา! ขณะเดินผ่าน) จะทำให้ละอองน้ำหอมติดกระจาย อยู่บนเส้นผมคุณด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;2. ระยะห่างในการฉีด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ประมาณ 6 นิ้วจากตัวคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;3. เทคนิคการเติมน้ำหอมในระหว่างวัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;           การ เติมน้ำหอมระหว่างวัน ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและลักษณะพิเศษ (คาแรคเตอร์) ของน้ำหอมแต่ละชนิด เช่น น้ำหอมที่มีพื้นฐานของกลิ่นพรรณไม้ตะวันออก (Oriental &amp;amp; Woody) มักจะติดทนนานกว่ากลิ่นหอมจากดอกไม้หรือผลไม้ (Floral &amp;amp; Citrus) หรือน้ำหอม Eau de Perfume จะมีกลิ่นน้ำมันหอมที่เข้มข้นกว่า Eau de toilette หรือ Cologne ก็จะกลิ่นติดทนนานกว่า&lt;br /&gt;          แต่ จุดที่สำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอ คือ น้ำหอมที่ดีมีคุณภาพจะถูกพัฒนาคิดค้นให้กลิ่นติดทนนาน และมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ ซึ่งหลังจากฉีดครั้งแรกกลิ่นจะติดอยู่นานอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง ก่อนที่จะต้องเติมอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;4. ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นในการใช้หรือฉีดน้ำหอม และ“ข้อห้ามเด็ดขาด” ที่ต้องแนะนำ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;          ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย คือ การฉีดน้ำหอมมากเกินไป เพราะอยากให้กลิ่นติดลึก ติดทนนาน แต่คุณทราบไหมคะว่าการใส่น้ำหอมมากเกินไป อาจสร้างความประทับใจแก่คนรอบข้างแบบมากเกินไปด้วย และตัวเราก็จะกลายเป็นคนที่น่ารังเกียจไปเลยก็ได้นะ&lt;br /&gt;หาก คุณต้องการกลิ่นหอมแบบติดลึก แต่บางเบา ขอแนะนำให้ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวกลิ่นน้ำหอมนั้นก่อน แล้วตามด้วยน้ำหอม ซึ่งจะทำให้กลิ่นความหอมประทับใจติดทนนาน ถ้ายังไม่เชื่อทดลองได้ง่ายๆ คือใช้วิธีที่แนะนำทาบนแขนข้างหนึ่ง ส่วนแขนอีกข้างลองฉีดแค่น้ำหอมอย่างเดียว คุณจะรู้สึกได้เลยว่า การผสมผสานของครีมบำรุงผิวกับน้ำหอม จะไกลิ่นหอมที่เข้มข้นกว่า และติดทนนานกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;5. ความแตกต่างในการฉีดน้ำหอมสำหรับเวลากลางวัน และเวลากลางคืนและระหว่างหน้าร้อนและหน้าหนาว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;          การ ฉีดน้ำหอมตอนกลางวันและกลางคืนจริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน เช่น ถ้าสาวๆ ที่ชอบกลิ่นหอมแบบแรงและลึก อาจต้องใช้น้ำหอมแบบ Perfume ซึ่งเป็นน้ำหอมระดับที่เข้มข้นและแรงที่สุด  ส่วน การใช้น้ำหอมในแต่ละฤดูกาล ความร้อนหรืออากาศร้อน จะเน้นกลิ่นของน้ำหอมให้แรงขึ้น คุณอาจเลือกใช้กลิ่นน้ำหอมที่คุณชื่นชอบ ในแบบที่กลิ่นอ่อนลงหรือเข้มข้นน้อยลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;6. แนะการใช้น้ำหอมแบบ Alcohol-freeให้ติดทนนานขึ้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;           ฉีดพรมน้ำหอม Alcohol-free เหมือนกับการใช้ Eau de perfume ปรกติ คือ ฉีดตรงลำคอ, บนแขน และ ด้านหลังหัวเข่า ยกเว้นไม่ต้องฉีดในอากาศแล้วเดินผ่านละออง เนื่องจากน้ำหอมแบบ Alcohol-free จะ มีความเข้มข้นของน้ำมันหอมน้อยกว่าปรกติ กลิ่นจึงติดสั้นกว่า และอย่างที่แนะนำไปแล้วว่า ถ้าอยากให้ติดทนนานขึ้น ทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวก่อน แล้วค่อยลงน้ำหอมแบบ Alcohol-free&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;7. วิธีการใช้น้ำหอมใส่ผม (Fragrant hair spray) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ง่ายๆ ตามคำแนะนำการใช้ คือฉีดบนเส้นผม ให้ห่างประมาณ 6 นิ้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;8. เทคนิคการใช้โลชั่นหรือครีมบำรุงผิวกลิ่นน้ำหอม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;           ครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว เป็นผลิตภัณฑ์ที่วิเศษสุด ที่คุณจะรู้สึกสนุกสนาน รื่นรมย์กับกลิ่นหอมของน้ำหอมนั้นๆ แถมยังให้ความชุ่มชื่นผิวด้วย โดยใช้หลังจากอาบน้ำเสร็จ ทาให้ทั่วตัว แขน ขาและหน้าอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;9. ความแตกต่างระหว่าง Perfume, Eau de Perfume, Eau de toilette และFragrant body &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;นอกจากความเข้มข้นของน้ำหอมที่เราทราบๆ กันดีอยู่แล้ว ซึ่งเรียงลำดับความเข้มข้น ก็คือPerfume, Eau de Perfume, Eau de toiletteส่วนผลิตภัณฑ์ Fragrant body ทั้งครีม, โลชั่น หรือแป้ง จะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ แต่มีน้ำหอมผสมอยู่ในระดับที่น้อยกว่า Eau de toilette ดังนั้นผลิตภัณฑ์บอดี้ทั้งหลายจึงมีระดับกลิ่นหอมที่น้อยกว่าในแบบน้ำที่มีแอลกอฮอลล์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;10. อายุการใช้งาน หลังจากเปิดน้ำหอมใช้แล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;            ขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำหอมนั้นๆ กลิ่นพื้นฐาน (notes) ของน้ำหอมแต่ละกลิ่น ก็ให้อายุใช้งานที่ต่างกัน วิธีที่ดีที่สุดที่ทำน้ำหอมใช้ได้นานที่สุด คือหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;11. ความสำคัญของการลองน้ำหอมบนผิวคุณ ไม่ใช่แค่ในกระดาษ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;           เป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดคุณควรลองน้ำหอมบนผิว เพราะน้ำหอมจะให้กลิ่นหอม“กำจายเต็มที่ มีชีวิตชีวา” เมื่อ ทำปฏิกิริยากับผิวหนัง และสร้างความมั่นใจแก่คุณก่อนตัดสินใจซื้อว่า กลิ่นหอมที่ติดบนกายคุณนั้น เป็นกลิ่นหอมที่คุณรื่นรมย์ที่สุด ตั้งแต่เริ่มพรมบนผิว ไปจนถึงกลิ่นสุดท้ายที่ติดกาย ที่สำคัญ ก่อนออกไปช้อปปิ้งซื้อน้ำหอมกลิ่นใหม่ ต้องให้เนื้อตัวคุณสะอาดที่สุด ไม่มีน้ำหอมหรือคีมทาตัวอื่นๆ ติดตัวทั้งสิ้น จึงจะได้กลิ่นแท้จริงของน้ำหอมที่ลอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;12. เทคนิคการลองกลิ่นน้ำหอม ก่อนเลือกซื้อ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;           ขอแนะนำให้ลองกลิ่นน้ำหอมไม่เกิน 3กลิ่น ต่อครั้ง เพราะถ้ามากกว่านั้นจมูกคุณจะสับสนและแยกแยะกลิ่นไม่ได้ แล้วคุณก็จะไม่ทราบกลิ่นที่แท้จริงของน้ำหอมแต่ละกลิ่นด้วย แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ วิธีเบรกกลิ่น หรือ เฟรชจมูกของคุณ คือ ดมกลิ่นเม็ดกาแพ หรือที่ง่ายกว่านั้น คือเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในบริเวณอื่น ที่ไม่มีกลิ่นน้ำหอม แล้วค่อยกลับมาดมใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;13. รูปแบบขั้นตอนการใช้น้ำหอม  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;           คุณสามารถใส่น้ำหอมได้หลายแบบ เช่น ถ้าต้องการกลิ่นบางเบา หรือกลิ่นแบบแค่ช่วงสบายๆ อาจเพียงทาโลชั่นหรือครีมทาผิวของกลิ่นน้ำหอมที่คุณโปรดปราน แต่ถ้าต้องการกลิ่นแบบเต็มที่ หรือกลิ่นที่ติดทนนานขึ้น หลังจากทาบอดี้หรือครีมโลชั่นแล้ว ตามด้วย eau de perfume อีกทีปิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ด ลับเหล่านี้ คงช่วยเพิ่มเสน่ห์จากน้ำหอมให้คุณได้มากที่เดียว ก่อนพรมน้ำหอมทุกครั้งก็ อย่าลืมคิดว่า การใช้น้ำหอมอย่างมีศิลปะจะช่วยให้คุณเป็นมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย จริงๆ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Thanks : Order by you  &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-2877919660134854639?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:17:37.448-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>เคล็ดลับเกี่ยวกับน้ำหอม</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/blog-post_13.html</link><category>บทความเกี่ยวกับน้ำหอม</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 21 Jul 2009 00:13:42 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-565841127816244815</guid><description>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ใครที่ต้องใส่น้ำหอมเป็นประจำ วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับน้ำหอมมาฝาก...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- จุดสำคัญสำหรับการพรมน้ำหอม คือ บริเวณลำคอ แขน และด้านหลังหัวเข่า กลิ่นหอมมักจะลอยตัวขึ้นด้านบน ดังนั้นการพรมน้ำหอมที่ด้านหลังหัวเข่า จะส่งผลให้เกิดความหอมทั่วเรือนร่างได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้การฉีดน้ำหอมไปในอากาศด้านหน้าและเดินผ่านละอองน้ำหอมก็จะทำให้ ละอองน้ำหอมติดอยู่บนเส้นผมของคุณอีกด้วย ส่วนระยะห่างในการฉีดน้ำหอมตามจุดสำคัญต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ควรจะฉีดน้ำหอมให้ห่างจากตัวประมาณ 6 นิ้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- การเติมน้ำหอมในระหว่างวันนั้นขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและลักษณะของน้ำหอมแต่ละชนิด น้ำ หอมที่สกัดมาจากพรรณไม้ตะวันออก ดังเช่นกลิ่นโอเรียนทอลและวูดดี้ มักจะติดทนนานกว่ากลิ่นที่สกัดมาจากดอกไม้หรือผลไม้ น้ำหอมประเภท โอ เดอ เพอร์ฟูม ก็มักจะมีกลิ่นหอม เข้มข้นกว่าโคโลญจน์ เป็นต้น ตามปกติแล้วกลิ่นของน้ำหอมจะติดทนนานประมาณ 4-6 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะสามารถพรมน้ำหอมได้อีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามไม่ควรที่จะ ฉีดน้ำหอมมากเกินไป เพราะกลิ่นจะฉุนจัดและไม่สร้างความประทับใจให้กับคนรอบข้าง หากต้องการกลิ่นหอมแบบติดลึก แต่บางเบา ควรจะทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวของกลิ่นน้ำหอมนั้นก่อนและจึงตามด้วยการพรม น้ำหอม ซึ่งสามารถทำให้กลิ่นหอมติดทนนาน และเป็นที่ประทับใจสำหรับตัวเราและคนรอบข้างด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อายุของน้ำหอมขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำหอมนั้น ๆ น้ำหอมแต่ละกลิ่นก็จะมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน วิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้น้ำหอมสามารถใช้ได้นานที่สุด คือหลีกเลี่ยง แสงแดดและความร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้อย่างนี้แล้ว ลองหันมาเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเองโดยการใส่น้ำหอมกันดีกว่า.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-565841127816244815?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-07-21T00:13:42.436-07:00</app:edited><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Givenchy Amarige EDT For Women 100ml.</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/givenchy-amarige-edt-for-women-100ml.html</link><category>Givenchy</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Sun, 07 Jun 2009 17:56:17 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-6688094414960322319</guid><description>&lt;div style="text-align: left;"&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/SgpyXrTaZRI/AAAAAAAAAsI/2V5u9OU-pk8/s1600-h/BF263.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 300px; height: 315px;" src="http://1.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/SgpyXrTaZRI/AAAAAAAAAsI/2V5u9OU-pk8/s320/BF263.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335202459660477714" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Code : BF263&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Price : &lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;2,200&lt;/span&gt; ฿&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://forums.212cafe.com/smallarea/"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/lq/buynow.gif" alt="smallareashop" width="88" border="0" height="31" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-6688094414960322319?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-06-07T17:56:17.056-07:00</app:edited><media:thumbnail url="http://1.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/SgpyXrTaZRI/AAAAAAAAAsI/2V5u9OU-pk8/s72-c/BF263.jpg" height="72" width="72" /><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Givenchy Organza For Women EDT 100ml.</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/givenchy-organza-for-women-edt-100ml.html</link><category>Givenchy</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Wed, 13 May 2009 00:10:00 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-8067979380052385545</guid><description>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgpx6sA0f0I/AAAAAAAAAsA/MT2mrqb7Wck/s1600-h/BF262.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 150px; height: 150px;" src="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgpx6sA0f0I/AAAAAAAAAsA/MT2mrqb7Wck/s320/BF262.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335201961634725698" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Code : BF262&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Price : &lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;2,100&lt;/span&gt; ฿&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://forums.212cafe.com/smallarea/"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/lq/buynow.gif" alt="smallareashop" width="88" border="0" height="31" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-8067979380052385545?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-05-13T00:10:00.197-07:00</app:edited><media:thumbnail url="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgpx6sA0f0I/AAAAAAAAAsA/MT2mrqb7Wck/s72-c/BF262.jpg" height="72" width="72" /><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Givenchy Very Irresistible For Women EDT 50ml.</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/givenchy-very-irresistible-for-women.html</link><category>Givenchy</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Wed, 13 May 2009 00:07:35 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-8501488891361709816</guid><description>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/SgpxY2T954I/AAAAAAAAAr4/IT_PeYlb3Ws/s1600-h/BF261.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 320px; height: 320px;" src="http://1.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/SgpxY2T954I/AAAAAAAAAr4/IT_PeYlb3Ws/s320/BF261.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335201380283836290" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Code : BF261&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Price : &lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;1,900&lt;/span&gt; ฿&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://forums.212cafe.com/smallarea/"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/lq/buynow.gif" alt="smallareashop" width="88" border="0" height="31" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-8501488891361709816?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-05-13T00:07:35.765-07:00</app:edited><media:thumbnail url="http://1.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/SgpxY2T954I/AAAAAAAAAr4/IT_PeYlb3Ws/s72-c/BF261.jpg" height="72" width="72" /><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Givenchy Torride For Women EDT 100ml.</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/givenchy-torride-for-women-edt-100ml.html</link><category>Givenchy</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Wed, 13 May 2009 00:05:48 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-4434658101355818186</guid><description>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgpw1j6Y2hI/AAAAAAAAArw/jnr_snYJv6E/s1600-h/BF260.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 140px; height: 250px;" src="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgpw1j6Y2hI/AAAAAAAAArw/jnr_snYJv6E/s320/BF260.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335200774049290770" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Code : BF260&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Price : &lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;2,000&lt;/span&gt; ฿  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://forums.212cafe.com/smallarea/"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/lq/buynow.gif" alt="smallareashop" width="88" border="0" height="31" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-4434658101355818186?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-05-13T00:05:48.747-07:00</app:edited><media:thumbnail url="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgpw1j6Y2hI/AAAAAAAAArw/jnr_snYJv6E/s72-c/BF260.jpg" height="72" width="72" /><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Guy Laroche DrakkarNoir For Men EDT 100ml.</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/guy-laroche-drakkarnoir-for-men-edt.html</link><category>Guy Laroche</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 12 May 2009 23:47:43 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-3643523338205763996</guid><description>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/SgpspNjgH8I/AAAAAAAAAro/wtGe4rrwIF8/s1600-h/BF264.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 225px; height: 225px;" src="http://1.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/SgpspNjgH8I/AAAAAAAAAro/wtGe4rrwIF8/s320/BF264.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335196163842777026" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Code : BF264&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Price : &lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;1,850&lt;/span&gt; ฿&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://forums.212cafe.com/smallarea/"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/lq/buynow.gif" alt="smallareashop" width="88" border="0" height="31" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-3643523338205763996?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-05-12T23:47:43.784-07:00</app:edited><media:thumbnail url="http://1.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/SgpspNjgH8I/AAAAAAAAAro/wtGe4rrwIF8/s72-c/BF264.jpg" height="72" width="72" /><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Maria Sharapova EDP 100ml.</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/maria-sharapova-edp-100ml.html</link><category>Maria Sharapova</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 12 May 2009 23:44:14 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-3321525082691033909</guid><description>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgprg6CH6NI/AAAAAAAAArg/F6EuW52AvwE/s1600-h/BF287.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 320px; height: 320px;" src="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgprg6CH6NI/AAAAAAAAArg/F6EuW52AvwE/s320/BF287.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335194921651923154" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Code : BF287&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Price : &lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;1,950&lt;/span&gt; ฿&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://forums.212cafe.com/smallarea/"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/lq/buynow.gif" alt="smallareashop" width="88" border="0" height="31" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-3321525082691033909?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-05-12T23:44:14.173-07:00</app:edited><media:thumbnail url="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgprg6CH6NI/AAAAAAAAArg/F6EuW52AvwE/s72-c/BF287.jpg" height="72" width="72" /><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><item><title>Salvatore Ferragamo Incanto Shine 100ml.</title><link>http://smallareashop.blogspot.com/2009/05/salvatore-ferragamo-incanto-shine-100ml.html</link><category>Salvatore Ferragamo</category><author>noreply@blogger.com (smallareashop)</author><pubDate>Tue, 12 May 2009 23:38:55 PDT</pubDate><guid isPermaLink="false">tag:blogger.com,1999:blog-7958448595626208808.post-7307434003295172855</guid><description>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgpqo9SnLbI/AAAAAAAAArY/-NxdsK_YEW8/s1600-h/BF318.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 300px; height: 300px;" src="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgpqo9SnLbI/AAAAAAAAArY/-NxdsK_YEW8/s320/BF318.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335193960453713330" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Code : BF318&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Price : &lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;2,200&lt;/span&gt; ฿&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://forums.212cafe.com/smallarea/"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/lq/buynow.gif" alt="smallareashop" width="88" border="0" height="31" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;webboard&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7958448595626208808-7307434003295172855?l=smallareashop.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</description><app:edited xmlns:app="http://www.w3.org/2007/app">2009-05-12T23:38:55.111-07:00</app:edited><media:thumbnail url="http://3.bp.blogspot.com/__9S6EhI6MHk/Sgpqo9SnLbI/AAAAAAAAArY/-NxdsK_YEW8/s72-c/BF318.jpg" height="72" width="72" /><thr:total xmlns:thr="http://purl.org/syndication/thread/1.0">0</thr:total></item><media:rating>nonadult</media:rating></channel></rss>

